รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติให้เหมาะสมกับความต้องการของพื้นที่และประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่อยู่ในพื้นที่ และการเข้าใจและดูแลเรื่องความเป็นธรรมและความเสมอภาค
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท เปึน ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ หลายคนก็สงสัยจังหวัดกาฬสินธุ์ทําไมมาเสนอกฎหมายบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. .... ก็อยากจะกราบเรียนว่า
หลักการ ก็คือให้มีกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. ....
เหตุผล ในสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมานี่นะคะ ทุกคนรับทราบถึง สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต่อเนื่องมายาวนาน และนับวัน ก็จะซับซ้อนมากขึ้น แล้วก็เปึนปัญหากระทบต่อสันติสุขของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป ดิฉันได้มีโอกาสไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บ่อยมาก แล้วก็ไปรับทราบปัญหาต่าง ๆ แล้วก็ได้รับฟังข้อเสนอแนะมา เพราะฉะนั้นก็เลยมาเห็นว่าสมควรให้มีการตั้งองค์กร เฉพาะขึ้นมา มีหน่วยงานปฏิบัติงานหลักเพื่อดําเนินการบูรณาการเกี่ยวกับการพัฒนา และแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เปึนระบบ มีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องนโยบาย ยุทธศาสตร์ การบังคับบัญชาและการปฏิบัติ อันจะส่งผลให้เกิด การพัฒนาและแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมีประสิทธิภาพ ดิฉันกับคณะ จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมานะคะ การที่จะให้มีองค์กรเฉพาะเกิดขึ้นสําหรับ ที่จะบริหารจัดการในชายแดนภาคใต้นี่นะคะ ก็เพื่อที่จะได้กําหนดยุทธศาสตร์ขึ้นมา เพียงแต่ว่ามาบริหารจัดการดูแล แล้วก็ต้องดูแลเจ้าหน้าที่ทุกฝ์ายที่อยู่ในพื้นที่ด้วย ดิฉันก็มีความเห็นที่ต่างจากร่างของท่านต่าง ๆ รวมทั้งของรัฐบาลบ้างในบางกรณี จึงได้เสนอเข้ามา ดิฉันมีความเห็นว่า ศอ.บต. ที่จะจัดตั้งขึ้นมา เมื่อมีคณะกรรมการ คณะกรรมการโดยส่วนใหญ่แล้วถ้าดูจากร่างต่าง ๆ นี่นะคะ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนกรรมการที่อยู่ส่วนกลาง หรือมีปลัดกระทรวงทุกกระทรวง อย่างนี้ค่ะ ดิฉันว่ามันก็ อาจจะตีขลุมมากเกินไป ยังคิดว่าการกําหนดยุทธศาสตร์มันก็จะต้องมีข้อเสนอแนะ หรือว่าการตัดสินใจจากในพื้นที่ด้วย ก็เลยได้มีการปรับปรุงแก้ไขนะคะว่าเสนอให้มี ที่จําเปึนแล้วก็เพิ่มที่อยู่ในพื้นที่เข้ามา แล้วก็สําคัญนี่นะคะ ก็คือถ้าเราตั้ง ศอ.บต. ขึ้นมาเปึนหน่วยบริหารก็ควรจะได้ดูแลทุกอย่างในพื้นที่ ก็คือเปึนที่ประสานงาน ในการที่จะคัดเลือก ถ้าหน่วยงานไหนก็ตามเวลาจะคัดเลือกคนที่จะลงไปนี่นะคะ ศอ.บต. ก็ต้องร่วมแล้วก็รับฟังกับพี่น้องประชาชนในการที่จะเสนอคุณสมบัติ ในสถานการณ์ ถ้าเราบอกว่าสถานการณ์นี้เปึนสถานการณ์ที่ไม่ปกติ แต่เวลาเราจะเลือกใครส่งลงไป นี่นะคะ กองกําลังทั้งหลาย เราคิดว่าไปในพื้นที่ปกติไม่ได้ แล้วในเวลาประเมินผล ก็เหมือนกัน เวลาดิฉันไปนี่นะคะ บางทีเปึนกิจกรรมง่าย ๆ เราอยากจะให้พี่น้อง มองเห็นว่าการเมืองเกี่ยวข้องกับชีวิตอย่างไร เราก็จะไล่ชีวิตประจําวันไปก่อนว่าตื่นนอน ถึงเข้านอนทําอย่างไรบ้างเพื่อที่จะไล่ถามว่ากิจกรรมเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการเมืองไหม พอเราไปถึง ตื่นเช้าทําอะไรบ้าง พอถึงบ่าย ๆ และสุดท้ายทําอะไร ท่านเชื่อไหมคะ มีบางแห่ง ดิฉันไปทุกจังหวัดนะคะ ทํากิจกรรมเหล่านี้ ไปทุกจังหวัดเลย บางคนพูดเล่น ๆ บอกว่ากิจกรรมพอตอนท้ายมา หนีตามทหาร หรือทุกจังหวัดและทุกเวที ถามว่ากิจกรรม ทําอะไรบ้าง โทรศัพท์หากิ๊ก บางคนมองว่าเปึนเรื่องธรรมดา แต่ดิฉันเคยนําเสนอปัญหาเหล่านี้กับผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบในการบริหารบ้านเมืองบางคน แล้วก็บอกว่าพี่น้องก็บ่นให้ฟังเหมือนกัน พี่น้องก็จะเล่าให้ฟังว่าบางทีเจ้าหน้าที่ที่ลงไป อยู่ในพื้นที่สุดท้ายก็ไปทําให้ผู้หญิงอยู่ในพื้นที่ ในหมู่บ้านท้อง หลายคนพูดกับดิฉันว่า อย่างนี้มันเปึนเรื่องธรรมดาพี่อย่าไปสนใจเลย ถ้าสนใจเรื่องอย่างนี้มีเรื่องอย่างนี้อีกเยอะ ดิฉันตกใจ เพราะว่าถ้ามันไม่เปึนปัญหาพี่น้องประชาชนคงไม่ยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา แล้วเมื่อยกประเด็นขึ้นมา ถ้าคิดว่าในพื้นที่ที่ไม่ปกติ พื้นที่ที่ไม่ธรรมดามองเรื่องอย่างนี้ เปึนเรื่องธรรมดา ดิฉันก็ยังคิดว่าอันตราย เพราะฉะนั้น ศอ.บต. คงจะต้องเปึนผู้ที่จะต้อง ดูแลตั้งแต่การที่จะเลือกคนเข้ามาในพื้นที่ หรือว่าในขณะปฏิบัติหน้าที่ต้องดูหลายอย่าง แล้วในร่างของรัฐบาลก็บอกว่าให้ ศอ.บต. ถ้าเจ้าหน้าที่ของเรามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็ให้ออกจากพื้นที่ได้ ถึงแม้ว่าข้าราชการส่วนอื่น ศอ.บต. ก็จะให้อํานาจดูแลเฉพาะ ฝ์ายข้าราชการพลเรือน แต่ถึงไม่พลเรือน ศอ.บต. ก็น่าจะมีอํานาจในการที่จะเสนอแนะ ไปได้ด้วยเหมือนกันนะคะ เราคงจะต้องเข้มงวดกับพฤติกรรม คุณธรรม จริยธรรมที่อยู่ ในพื้นที่นั้น เพราะพี่น้องประชาชนก็ให้ความสําคัญกับเรื่องคุณธรรม จริยธรรมด้วย เพราะฉะนั้น ศอ.บต. อย่างที่ ส.ส. บางท่านได้เสนอไปแล้วนะคะว่าต้องพัฒนาคนทุกคน แล้วก็คงจะต้องหามาตรการด้วยเหมือนกันนะคะว่า ถ้าคนที่เขาไปอยู่ในสถานการณ์ อย่างนั้นจะต้องหามาตรการว่า เช่น อาจจะต้องตั้งวินัยเลย ๑๐ ข้อ ๒๐ ข้อ ที่จะต้อง ห้ามปฏิบัติ ห้ามกระทํา แล้วต้องเคร่งครัดด้วย แล้วก็ ศอ.บต. คงจะต้องเข้าใจแล้วก็ดูแลกัน แล้วก็สัมมนา แล้วก็ทําความเข้าใจเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการอํานวย ความเปึนธรรม ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องใหญ่มากในพื้นที่ ต้องสนใจเรื่องที่ละเอียดอ่อนนะคะ เรื่องความเปึนธรรมเปึนเรื่องละเอียดอ่อนมาก ต้องเข้าใจความเสมอภาค เข้าใจเรื่องของ การไม่เลือกปฏิบัติ ท่านต้องบอกเลยว่าวินัยกี่ข้อที่จะทําไม่ได้ การเลือกปฏิบัติที่ทําไม่ได้เลย เช่น การที่ตั้งด่านตรวจจากหาดใหญ่ไปปัตตานี ไปยะลา ไปนราธิวาส เวลาตั้ง ด่านตรวจถ้าเห็นคนหน้าใส ๆ อย่างเราไปเขาก็จะไม่ตรวจ พี่น้องบอกสะท้อนทุกครั้งว่า เขาอึดอัด ถ้าเห็นเปึนมุสลิมขับรถผ่านเข้าไปด่านจะตรวจเขามากเปึนพิเศษ ซึ่งอย่างนี้ ถือว่าเปึนการเลือกปฏิบัติ เปึนอคติ สิ่งเหล่านี้เราต้องกําชับว่าทําไม่ได้ ต้องเข้มงวด เรื่องคุณธรรมจริยธรรม ต้องห้ามเลยว่าอะไรที่ทําไม่ได้เปึนเรื่องที่เข้มข้น เพราะฉะนั้น กรรมการยุทธศาสตร์ที่ตั้งขึ้น ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่อยู่ในส่วนกลาง ดิฉันก็เสนอให้มี การเพิ่มคนในพื้นที่เข้ามา เพิ่มประชาชนเข้ามาด้วย และต้องมีประชาชนที่หลากหลาย แล้วดิฉันก็มีข้อเสนอนะคะว่า ทั้งสภาเสริมสร้างสันติสุขที่จะแต่งตั้งขึ้นมานี่นะคะ กฎหมายก็บอกว่าให้นายกรัฐมนตรีตั้ง แต่กระบวนการวิธีการที่จะได้มาก็ต้องว่ากันอีกทีหนึ่ง เพียงแต่ดิฉันก็เสนอว่าต้องมีความหลากหลาย ความหลากหลายในที่นั้นทั้งต้องด้าน ความรู้ ประสบการณ์ อาชีพ แล้วก็ต้องมีทั้งหญิงและชาย หลายคนก็ทักท้วงดิฉัน เหมือนกัน ดิฉันต้องเสนอเข้ามาเพราะว่าประเด็นอย่างนี้ฝากใครไม่ได้ มันเปึน ความละเอียดอ่อน และถ้าถามว่าทําไมต้องมีทั้งหญิงและชาย อย่างที่ดิฉันเรียนมาเราก็ พบว่าผู้หญิงเปึนคนที่ได้รับผลกระทบมาก สามีตายก็กระทบผู้หญิง ลูกตายก็กระทบ ผู้หญิง เวลาลูกถูกจับไปส่วนใหญ่แม่เปึนคนไปเยี่ยม แล้วก็จะต้องเปึนคนที่รับรู้สิ่งเหล่านี้ อยู่ตลอดเวลา สามีตาย ๑ คน ลูกอีก ๗ คนที่แม่ต้องเปึนคนดูแล เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ ข้อเสนอ การที่จะทําแผนทั้งหลาย อย่างสภาเสริมสร้างสันติสุขชายแดนภาคใต้นี่นะคะ ดิฉันก็เสนอว่าเน้นที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วม แต่ว่ามีข้าราชการบางท่านก็บอกดิฉันว่า ก็ไปทําแผนแล้วอย่างไร จะมาอยู่ในกรรมการทําไม แล้วก็ต้องเรียนว่าประชาชนเข้าไปมี ส่วนร่วมไม่ใช่เฉพาะทําแผน ไม่ใช่เฉพาะเปึนข้อเสนอเท่านั้น แต่เขาต้องมีอํานาจในการ ตัดสินใจด้วย เขาต้องไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แล้วก็จะต้องกระจายไปในทุกพื้นที่ ต้องเข้มงวดแล้วก็มีกระจายไปในทุกพื้นที่ ทั้ง ๕ จังหวัด แล้วก็เข้ามาเปึนภาพรวมอีกทีหนึ่ง ต้องทํากลไกของพี่น้องประชาชน เปึนกลไกที่ทํางานได้จริง แล้วก็มีหน้าที่คงไม่ใช่เฉพาะเสนอแนะวิธีการแก้ปัญหาเท่านั้น แต่ต้องตั้งแต่เสนอแผน เขาต้องทําแผนแล้วต้องเอาแผนเข้าไปใช้จริง ที่ผ่านมาดิฉันก็ไป พบว่าพี่น้อง ๓ จังหวัดก่อนหน้านี้เมื่อสัก ๕ ป้ที่แล้ว ดิฉันไปพบคนที่มาเข้าอบรมแล้วเปึน ภาคประชาชนเขาก็บอกว่าเขาถูกสั่งให้มาทําแผนภายใน ๑ สัปดาห์ แล้วสัปดาห์หน้า จะต้องเอาไปรวม ๓ แผน ผ่านไป ๒ เดือนดิฉันไปพบเขาบอกแผนพวกคุณ เปึนอย่างไรบ้าง เขาบอกเลยอาจารย์เราถูกหลอกให้ทําแผนเพราะว่าถึงเวลาสุดท้าย หน่วยงานก็ไปเอาแผนของตัวเองปัดฝุ์นแล้วก็ส่งเข้าส่วนกลาง เพราะฉะนั้นถ้าเราตั้ง ภาคประชาชนขึ้นมาแล้วเขาต้องมีหน้าที่ในการที่จะเสนอแผนแล้วก็เสนอยุทธศาสตร์ นโยบายทั้งหลายรวมทั้งเขาต้องมีหน้าที่จะประเมินผล ที่จะตรวจสอบและเสนอแนะ วิธีการแก้ปัญหาด้วย แล้วต้องให้กลไกนั้นเปึนกลไกที่มีโครงสร้างที่ไม่ใช่แข็งเป็ก แต่ว่าจะต้องมีกระจายอยู่ทั่วถึงในทุกพื้นที่แล้วกระจายให้ทั่วหลากหลายทั้งหญิงและชาย แล้วก็ทุกศาสนาด้วย ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน