ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ยังเสนอให้จัดตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นส่วนราชการเฉพาะกิจ และมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคประชาชนที่สำคัญในการแก้ไขปัญหา โดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของตนเอง และยังเสนอให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการอํานวยความยุติธรรมและการเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อความไม่สงบ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจาก จังหวัดนครพนม กระผมและคณะขอเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศูนย์อํานวยการ บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้
เหตุผล โดยที่เปึนการสมควรให้มีศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เปึนส่วนราชการเฉพาะกิจในสํานัก นายกรัฐมนตรี และมีฐานะเช่นเดียวกับกลุ่มภารกิจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน โดยมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง คณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา คณะกรรมการยุทธศาสตร์ภาคประชาชน และคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ด้านการอํานวยความยุติธรรมและการเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการ ก่อความไม่สงบ เปึนองค์กรขับเคลื่อนภารกิจของศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ภายใต้ยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” จึงจําเปึนต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่า เปึนปัญหาความมั่นคงของชาติจําเปึนจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ์าย จากทุกภาคส่วน การแก้ไขปัญหาจึงจะประสบความสําเร็จ การทํางานใหญ่ของชาติที่เปึนปัญหามาช้านาน ความเปึนเอกภาพ ความสามัคคีของคนในชาติเพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเปึนเรื่องสําคัญยิ่ง รัฐบาลซึ่งเปึนฝ์ายบริหารควรจะโน้มนําให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันทําเปึนวาระแห่งชาติ จะได้เปึนพลังให้การแก้ไขปัญหาประสบความสําเร็จ รัฐบาลควรใช้ความอดทนและแสวง ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมากกว่าการกล่าวโจมตีหรือกล่าวหากันเมื่อมีผู้เสนอแนะ แนวทางแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ ในการนี้กระผมจึงมีประเด็นที่จะอภิปราย ประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม ๓ ประเด็นดังนี้
ประเด็นแรก เรื่องโครงสร้างขององค์กร ศูนย์อํานวยการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่างพระราชบัญญัติที่ผมกับคณะเปึนผู้เสนอมีข้อแตกต่างกับร่าง ของรัฐบาลอยู่ ๓ ประการใหญ่ ๆ ด้วยกัน
ประการแรก ร่างของผมกับคณะกําหนดให้ ศอ.บต. เปึนส่วนราชการ เฉพาะกิจขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี มีฐานะเช่นเดียวกับกลุ่มภารกิจตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนร่างของรัฐบาลกําหนดให้ ศอ.บต. เปึนส่วนราชการ ที่เปึนองค์กรถาวร ซึ่งผมเห็นว่าการเปึนส่วนราชการเฉพาะกิจน่าจะมีความคล่องตัว มากกว่า
ประการที่สองก็เหมือนกัน ในส่วนของโครงสร้างก็คือ การมีคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ที่เหมือนกัน ๒ คณะ คือ
๑. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง และ
๒. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา แต่ที่แตกต่างกันกับ ร่างของรัฐบาลก็คือ ร่างของผมกับคณะให้ความสําคัญกับการมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ภาคประชาชน ยกระดับให้ความสําคัญกับภาคประชาชน เปึน ๑ ใน ๔ ยุทธศาสตร์ ที่ถือว่าเปึนหัวใจสําคัญในการแก้ไขปัญหา
ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขปัญหาของประชาชนนั้นจะสัมฤทธิผลได้ ประชาชนจะต้องเปึนศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหา ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม อย่างสําคัญในการแก้ไขปัญหาของตนเอง
ประการต่อมาครับท่านประธาน การกําหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ที่แตกต่างหรือเพิ่มเติมจากร่างของรัฐบาลก็คือ การให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ด้านการอํานวยความยุติธรรม และการเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการ ก่อความไม่สงบ ท่านประธานที่เคารพครับ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชน ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาอิสลามเปึนมุสลิม แต่เขาก็เปึนคนไทย มีอัตลักษณ์ มีขนบธรรมเนียมประเพณี มีวิถีชีวิตเปึนของตนเอง เวลามีคดีความในกระบวนการ ยุติธรรมทุกขั้นตอน ทนายความและล่ามถือเปึนหัวใจสําคัญที่จะให้ความยุติธรรมกับ ประชาชน คดีครอบครัว คดีมรดกเปึนวิถีชีวิตของประชาชนที่จะต้องได้รับการยอมรับ ได้รับการดูแล ท่านประธานครับ การก่อความไม่สงบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน และข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นการเยียวยาผู้ได้รับ ความเดือดร้อน จึงเปึนเรื่องสําคัญยิ่ง
ประเด็นมีอยู่ว่า การดําเนินการเยียวยาได้ดําเนินการอย่างเปึนธรรม และทั่วถึงหรือไม่ ทันเหตุการณ์หรือไม่ ตกหล่นหรือไม่ การมีคณะกรรมการในระดับ ยุทธศาสตร์ขึ้นมาดูแลให้ความสําคัญ ก็จะช่วยสร้างขวัญและกําลังใจให้กับทุกฝ์ายที่ได้รับ ความเดือดร้อน
ประเด็นที่สอง ที่ผมขอนําเสนอประกอบการพิจารณา เสนอร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือ นโยบาย นโยบาย ในการแก้ไขปัญหานั้นถูกต้องหรือไม่ ขณะนี้มีการกล่าวกันว่านโยบายในการแก้ไข ถ้านโยบายถูกปัญหาก็จะคลี่คลายไม่หนักขึ้น ไม่แรงขึ้น รัฐบาลแจ้งต่อสภาแห่งนี้ว่า รัฐบาลใช้นโยบายการเมืองนําการทหาร ส่วนทหารซึ่งดูแลเรื่องความมั่นคงก็บอกว่า ใช้นโยบายการเมืองนําการทหารเช่นกัน อะไรคือการเมือง ถ้าตีโจทย์คําว่า การเมือง ไม่ถูก ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ผมเห็นใจทหาร ตํารวจ ฝ์ายปกครอง ครูบาอาจารย์ และข้าราชการทุกฝ์าย ที่ต้องเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างโดยเฉพาะชีวิต ในการลงไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมก็ขอให้กําลังใจ และคิดว่า การเมืองนําการทหารที่แท้จริงคงจะเกิดขึ้น ถ้ารัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องละทิฐิ ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา แต่ที่ผมเห็นใจมากกว่านั้นก็คือพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นั่น ไร้ซึ่งความสุข อยู่ด้วยความหวาดผวา เศรษฐกิจและสังคมล้มเหลวเปึนเรื่องที่เราในฐานะ สมาชิกสภานิติบัญญัติจะต้องร่วมมือกันหาหนทางแก้ไขปัญหาอย่างเต็มกําลัง
ประเด็นต่อมาที่ผมขอนําเสนอประกอบการพิจารณาเสนอ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศูนย์อํานวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือ การเป่ดกว้างรับฟังความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ไม่ผูกขาดความคิดในการแก้ปัญหา แต่ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา ประการสําคัญก็คือต้องมีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นที่จะ แก้ปัญหา รัฐบาลนี้มีนโยบายเร่งด่วน ๙๙ วัน เราทําได้ เพื่อจัดตั้งองค์กรแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลได้แสดงให้เห็นเปึนตัวหนังสือว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ แต่ในข้อเท็จจริงรัฐบาลได้มุ่งมั่นอย่างจริงจังหรือไม่ เพราะนี่ก็เข้ามา ๑ ป้ และเกือบอาทิตย์สุดท้ายที่จะหมดสมัยประชุม ถ้า พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ไม่ลงพื้นที่ ปัตตานี ไม่เสนอแนวคิดนครปัตตานี จะมีการกระตือรือร้นที่จะติดตามเสนอหรือเร่งรัด แนวทางแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มากเหมือนปัจจุบันนี้หรือไม่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ รัฐบาลมีรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ซึ่งเปึน ส.ส. อาวุโส รู้ปัญหา ภาคใต้ดีที่สุดคนหนึ่ง ผมดีใจแล้วก็คาดหวังว่าจากประสบการณ์และภูมิความรู้ของท่าน คงจะมุ่งมั่นทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง ช่วยให้การแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คลี่คลายขึ้น แต่ขณะนี้ที่รับหน้าเสื่อเต็ม ๆ อยู่ขณะนี้ก็คือ มท. ๓ ที่นั่งอยู่ข้างบน ในส่วนของรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ประชาชนเขาฝากบอกมาว่างานด้าน ความมั่นคงที่ท่านรับผิดชอบนั้นไม่ใช่มีเฉพาะการแต่งตั้งตํารวจ พิจารณาโผตํารวจเท่านั้น เพราะท่านมุ่งมั่นเหลือเกินกับการพิจารณาโผตํารวจ ก.ตร. ล่มแล้วล่มอีกเหมือนสภาล่ม ท่านก็ไม่ท้อไม่ถอย มุ่งมั่นทุ่มเทกับการแต่งตั้งตํารวจอย่างเต็มกําลัง ท่านประธานครับ ผบ.ตร. ซึ่งจะต้องมีส่วนสําคัญในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังตั้งไม่ได้ แม้จะมีรองหรือผู้ช่วยดูแลก็ไม่เหมือนเบอร์ ๑ ผมจึงภาวนาขอให้ท่านตั้ง ผบ.ตร. ได้เสร็จ โดยเร็ว ท่านจะได้มีเวลาลงพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ มท. ๓ งานหนักอยู่เพียงคนเดียว
ประการสําคัญต่อมาก็คือการฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ตรงนี้ สําคัญครับ งานที่จะประสบความสําเร็จนั้น โดยเฉพาะงานใหญ่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงของชาติจําเปึนที่จะต้องฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน การที่ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยชูยุทธศาสตร์ทฤษฎีดอกไม้หลากสี ยุทธศาสตร์ถอยกันคนละ ๓ ก้าว และนครปัตตานี ทั้งหมดนั้นท่านกล่าวชัดเจนว่าจะดําเนินการภายใต้กฎหมายไทย ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ แต่การเสนอ แนวทางดังกล่าวก็ถูกตอบโต้อย่างหนักจากผู้คนในรัฐบาลว่าเปึนการตั้งรัฐอิสระบ้าง จะเปึนการแบ่งแยกดินแดนบ้าง เคยอยู่ฝ์ายบริหารมาแล้วทําไมไม่ทํา ทําไมมาเสนอ ตอนนี้ ท่านประธานครับ กระผมอยากจะสะท้อนความเห็นตรงนี้เพื่อให้ที่ประชุมเห็นว่า ถ้าเรามองอย่างเปึนกลาง รับฟังความคิดเห็นอย่างตั้งใจและเปึนกลางจริง ๆ ก็จะเห็น ได้ว่าการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่เห็นด้วยก็บอกว่าไม่เห็นด้วย แต่ไม่ใช่ที่จะต้องมาทําลายล้างกันในทางการเมือง ผมขอฝากเปึนประเด็นตรงนี้ไว้ว่า การแก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติจําเปึนจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ์าย จากทุกภาคส่วน กล่าวโดยสรุปในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศูนย์อํานวยการ บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมเห็นด้วยกับการปรับปรุงองค์กร แต่ในขณะเดียวกันกระผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลที่จะให้จัดตั้งเปึนองค์กรถาวร กระผมเห็นว่าควรที่จะเปึนองค์กรในลักษณะส่วนราชการเฉพาะกิจ ในขณะเดียวกัน อยากจะให้รัฐบาลให้ความสําคัญกับภาคประชาชน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ร่าง ของกระผมและคณะเสนอนั้นให้ความสําคัญกับภาคประชาชนถึงกับยกขึ้นเปึน ยุทธศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็ให้เขามีสิทธิมีส่วนอยู่ในคณะกรรมการในระดับบนด้วย ไม่ใช่อยู่แค่ในระดับล่าง กระผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในสิ่งที่คิดว่าจะเปึนประโยชน์ ในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน