วรงค ยืนยันกรอบเงินคลังฯ-เสนอแก้หนี้ 2 แสนบาท

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

วรงค เดชกิจวิกรม หารือประเด็นการใหอํานาจกระทรวงการคลังกูเงินและกรอบการใชจายตาม พ.ร.บ. มาตรา ๓ ยืนยันความถูกตองของวาระที่ ครม. เสนอเพื่อทราบ และชื่นชมรัฐบาลในการบริหารจัดการงบประมาณและการเก็บภาษี รวมถึงเสนอแนะโครงการประกันรายไดเกษตรกรควรกําหนดเพดานการอุดหนุน วรงค เดชกิจวิกรม อภิปรายสนับสนุนโครงการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจครัวเรือนและกองทุนหมู่บ้าน โดยเสนอแนวทางแก้ไขหนี้สินไม่เกิน 200,000 บาท และเรียกร้องให้รัฐบาลขยายกรอบเงินทุนกองทุนหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในวันนี้ในการบรรจุวาระ การแจ้งเพื่อทราบของคณะรัฐมนตรี ในประเด็นเกี่ยวกับการให้อํานาจกระทรวงการคลัง กู้เงินนั้น ท่านประธานสามารถบรรจุได้ถูกต้อง เนื่องจากว่าใน พ.ร.บ. มาตรา ๓ ได้เขียน ไว้ชัดเจนว่า ให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินบาทในนามรัฐบาล เพียงแต่ว่า ก่อนที่จะดําเนินการใช้จ่ายเงินก้อนนี้ จะต้องให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชกําหนดนี้ต่อรัฐสภาเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ ซึ่งในเนื้อของกฎหมาย ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้ ครม. เสนอกรอบเพื่อทราบก่อนเริ่มดําเนินการ ดังนั้นสิ่งที่ ท่านประธานบรรจุมาเพื่อให้ ครม. แจ้งมาเพื่อทราบผมถือว่าถูกต้องตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖ ไม่ใช่เปึนสิ่งที่ทางสมาชิกพรรคฝ์ายค้านวิตกกังวลครับ เพียงแต่ว่าเพื่อนสมาชิกอาจจะ กังวลว่า เนื่องจากว่าการกู้เงินครั้งนี้กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลขอป่ดหีบ เงินคงคลังไว้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาใช้จ่ายในโครงการ ไทยเข้มแข็ง และเพียงแต่ว่าบังเอิญเศรษฐกิจดีขึ้นมาในส่วนที่รัฐบาลเอาเงินเพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปใช้ในการป่ดหีบเงินคงคลัง รัฐบาลจึงเปลี่ยนกรอบเงินกู้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไปสมทบในโครงการไทยเข้มแข็ง มันเปึนเรื่องปกติครับ ท่านประธาน ท่านประธานคงจะทราบนะครับว่าการใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณ ไม่ว่า จะเปึน พ.ร.บ. งบประมาณประจําป้ก็เปึนอํานาจของฝ์ายบริหารในการที่เปลี่ยนกรอบ การใช้จ่ายวงเงินงบประมาณ เช่นกันครับโครงการเงินกู้ครั้งนี้ที่เปึน พ.ร.ก. เงินกู้ก็เปึน อํานาจของฝ์ายบริหารในการที่เปลี่ยนกรอบในการใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณเงินกู้ครั้งนี้ เพียงแต่ว่าก็เปึนหน้าที่ของฝ์ายบริหารคือรัฐบาลจะต้องมาแจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภาเพื่อทราบเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมถือว่าถูกต้องนะครับ ผมขอชื่นชมรัฐบาล ในการจัดเก็บเม็ดเงินงบประมาณครั้งนี้ เพราะว่าแต่เดิมเราก็ไม่คิดว่าภาวะเศรษฐกิจ มันจะกระเตื้องขึ้นอย่างเห็นชัดเจน อย่างน้อยที่ผ่านมาอาจจะมีนักวิชาการหรือฝ์ายค้าน พยายามโจมตีรัฐบาลเอาแต่กู้ ๆ ว่าจะหาเงินได้ที่ไหน วันนี้พิสูจน์ว่ารัฐบาลทางเราเดินมา ถูกทางครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นําทีม ครม. และ ส.ส. ของรัฐบาล เดินมาถูกทาง จุดที่เห็นชัดเจนวันนี้รัฐบาลหาเงินได้เพิ่มเติม อย่างน้อยรัฐบาลเก็บเงินได้ เพิ่ม ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แสดงว่าวันนี้เศรษฐกิจกําลังดีขึ้น เพียงแต่ว่าวันนี้ในองค์รวม ยังติดลบอยู่ ถ้าเราอนุมัติเงินกู้เพิ่มเติมให้รัฐบาลเอาไปในการใช้จ่ายก็จะทําให้เศรษฐกิจ สามารถจะฟุ๋นฟูได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผมชื่นชมโครงการ อสม. ที่รัฐบาลได้ใช้จ่าย ค่าตอบแทนให้ อสม. ผมขอชื่นชมโครงการการจ่ายเบี้ยกตัญ็ูหรือเบี้ยยังชีพ ซึ่งชาวบ้าน เรียกว่าเงินเดือนคนแก่ให้กับผู้สูงอายุทุกคนจนตลอดชีวิต และมิหนําซ้ําขอชื่นชม ในโครงการใหม่ที่รัฐบาลกําลังจะทําก็คือ โครงการจ่ายเงินเดือนให้กับคนพิการ ซึ่งทราบว่ารัฐบาลจะเป่ดโอกาสให้คนพิการลงทะเบียนในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ และในเดือนเมษายนจะมีเงินเดือนคนพิการทุกคนทั้งประเทศเดือนแรกที่จะเกิดขึ้น และทราบเช่นกันว่าไม่ว่าจะเปึนคนแก่ หรือผู้สูงอายุและเปึนคนพิการด้วยมีสิทธิได้รับ ๒ เท่าหรือได้รับ ๒ เด้งครับ ขณะเดียวกันผมขอชื่นชมรัฐบาลในการจัดทําโครงการประกัน รายได้ของเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนเรื่องข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง บังเอิญพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลกของผมพี่น้องเกษตรกรในหลาย ๆ อําเภอส่วนใหญ่ทํานาข้าว ผมอาจจะ ชี้ให้เห็นภาพเรื่องข้าวนิดหนึ่งว่า อดีตที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้ทําโครงการจํานํา โครงการจํานําคือคนปลูกข้าวมากได้มากคนปลูกข้าวน้อยได้น้อย และมิหนําซ้ําโครงการนี้ มีข้อจํากัดครับ เนื่องจากว่าโครงการนี้ให้สิทธิกับพ่อค้าในการรับโควตาจากรัฐบาล เมื่อพ่อค้าหรือเถ้าแก่โรงสีรายหนึ่งรับโควตามาสัก ๑๐๐,๐๐๐ เกวียน เปึนไปได้ว่า บางครั้งโครงการไหนอาจจะบ่อยไปสัก ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ เกวียน ที่เหลือเปึนการ สวมสิทธิ เราจะเห็นว่าในช่วงหลาย ๆ ป้ที่ผ่านมาโครงการจํานําพี่น้องเกษตรกรชาวนา ไม่มีอะไรดีขึ้น พี่น้องข้าวโพดก็ป่ดถนนทุกป้ พี่น้องที่ทํานาก็ป่ดถนนทุกป้ จึงย้ําได้เต็มปาก ว่าโครงการจํานําข้าวนั้น ในช่วงหลายป้ที่ผ่านมาไม่ได้ทําให้ชีวิตของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ ชาวนาดีขึ้น แต่ผมสังเกตได้ว่าโครงการประกันรายได้ครั้งนี้จะเปึนโครงการที่ทําให้รัฐบาล เม็ดเงินงบประมาณที่เคยจ่ายมาแล้วโยกจากกระเปิาซ้ายมาอยู่กระเปิาขวาและจ่ายตรง กับเกษตรกร ครั้งนี้เช่นกันครับ พี่น้องชาวนาทํานามากได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลมาก ทํานาน้อยได้เงินช่วยเหลือน้อย เพียงแต่เราเกรงว่าเศรษฐีจะมาทํานากันหมด รัฐบาล จึงกําหนดเพดานในการอุดหนุนเงินช่วยเหลือไม่เกินที่ ๒๕ เกวียน หรือ ๒๕ ตัน ซึ่งหลักการเท่าที่ทราบ คือวันนี้รัฐบาลประกันรายได้ไว้ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท และอิงราคา อ้างอิง ถ้าราคาอ้างอิง ๘,๐๐๐ บาท รัฐบาลช่วยเกวียนละ ๒,๐๐๐ บาท ถ้าราคาอ้างอิง ขึ้นมาที่ ๙,๐๐๐ บาท รัฐบาลช่วยเกวียนละ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งถือว่าเปึนแนวทางที่ผมพูด ได้เต็มปากว่าวันนี้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาจะลืมตาอ้าปาก อย่างน้อยสิ่งที่อยากจะ กราบเรียนท่านรัฐมนตรี ภูมิใจนะครับว่าป้ที่ผ่านมาเกษตรกรข้าวโพดป่ดถนนมาตั้งแต่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดพิษณุโลก ป่ดมาทุกป้ครับ แต่ป้นี้เงียบกริบเลยครับ ก็สะท้อนให้เห็นว่าวันนี้ โครงการที่ทางรัฐบาลทําอยู่กําลังเห็นผล และทราบข่าวว่าขณะนี้เม็ดเงินจากโครงการ ทํานา ก็คือประกันราคาข้าวกําลังจะออก ผมเชื่อว่าโครงการนี้เงินออกเมื่อไรพี่น้องชาวนา จะมีความสุข อยากจะกราบเรียนไปยังพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง รอนะครับ รอวันที่รัฐบาลอนุมัติเม็ดเงินและทราบข่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะเอาเงินส่วนต่างหรือเงินช่วยเหลือไปแจกที่จังหวัดพิษณุโลก ที่จังหวัดสุพรรณบุรีและหลาย ๆ จังหวัด พี่น้องจะลืมตาอ้างปากได้อย่างเต็มที่ และผมเชื่อว่าโครงการนี้จะเปึนโครงการที่วิเศษที่สุดของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ขณะเดียวกันขอชื่นชมผ่านโครงการที่จะปรับโครงสร้างหนี้นอกระบบ ผมขออนุญาต ใช้ภาษาชาวบ้านง่าย ๆ คือแทบจะพูดภาษาชาวบ้านเลยว่ารัฐบาลจะใช้หนี้นอกระบบ ให้กับพี่น้องที่เปึนหนี้ โดยเฉพาะดอกเบี้ยร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ หรือร้อยละ ๓๐ เพียงแต่ว่าหลักการเท่าที่ทราบจากท่านรัฐมนตรีก็คือต้องเปึนหนี้เพื่อการประกอบอาชีพ

ข้อที่ ๒ คือวงเงินหนี้ต้องไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท และ

ข้อที่ ๓ คือหลังจากใช้หนี้แล้ว พี่น้องที่รัฐบาลชดใช้ให้ต้องเอาเงินมาใช้หนี้ ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการในอัตราดอกเบี้ย ๕๐ สตางค์ ระยะยาวถึง ๑๐ ป้ ดังนั้น เปึนแนวทางที่รัฐบาลแก้ถูกทาง ก็เลยถือโอกาสขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนและให้กําลังใจ ท่านรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ผมยังมีอีกหนึ่งโครงการที่ผมถือว่าเปึนโครงการที่ถือว่าจะมีส่วนที่ทําให้ การกระตุ้นเศรษฐกิจในหมู่บ้านดีขึ้น คือโครงการที่ทราบข่าวว่ากระทรวงการคลัง ตลอดจนท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์จัดทําก็คือการขยายกรอบเงินของ กองทุนหมู่บ้าน ซึ่งทราบข่าวว่าจะมีการขยายเงินทุนให้กับคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน เอาไปบริหารหมู่บ้านขนาดเล็ก คือมีสมาชิก ๕๐-๑๕๐ คน จะมีเม็ดเงินลงไปประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท สมาชิก ๑๕๑-๓๕๐ คน จะมีเม็ดเงินลงไป ๔๐๐,๐๐๐ บาท และสมาชิก ๓๕๑ คนขึ้นไปจะมีเม็ดเงินลงไปอีก ๖๐๐,๐๐๐ คน ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ดังนั้นเม็ดเงิน ต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อลงสู่ระบบ ผมเชื่อว่าต้นป้หน้าท้องฟัาแจ่มใส พี่น้องประชาชนคนไทย ชาวรากหญ้า ชาวกระดูกสันหลัง เกษตรกรชาวไร่ชาวนาจะลืมตาอ้าปากได้ และผมท้า เลยว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น และนี่คือแนวทางที่ถูกต้องที่จะทําให้วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ หลุดพ้นจากบ่วงเสียทีครับ ขอบพระคุณครับ