สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๔ มีนาคม ๒๕๕๒

(เนื่องจาก นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปราชการต่างประเทศ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขณะนี้องค์ประชุมมีอยู่ ๑๙๗ ท่าน ผมก็จะเป่ดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้หารือก่อนนะครับ ก็ตามลําดับที่ได้ยื่นไว้นะครับ ท่านแรกที่อยู่ในห้องนี้นะครับ ท่านสุนทรีย์ ชัยวิรัตนะ อยู่ไหมครับ ท่านบรรพต ต้นธีรวงศ์ ครับ ท่านสุรสิทธิ์ ตรีทอง

นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ กติกา ๓ นาทีนะครับ

นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สุรสิทธิ์ ตรีทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอหารือท่านประธานเรื่อง การกระตุ้นเศรษฐกิจตามแนวชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ เนื่องจากทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านประเทศพม่า ทุกอําเภอ มีแนวเขตชายแดนประมาณ ๔๘๓ กิโลเมตร แบ่งเปึนแนวเขตทางบก ๓๒๖ กิโลเมตร และแบ่งเปึนแนวเขตทางน้ํา ๑๕๗ กิโลเมตร โดยแบ่งเปึนแนวเขตเส้น แม่น้ําสาละวิน ๑๒๗ กิโลเมตร และแนวเขตแม่น้ําเมย ๓๐ กิโลเมตร เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีแนวชายแดนติดกับประเทศพม่าทุกอําเภอประมาณ ๔๘๓ กิโลเมตร ราษฎรอยู่แนวชายแดนประเทศไทยและประเทศพม่ามีการติดต่อซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้ากันมาโดยตลอด แนวชายแดนประเทศไทยมีอยู่ ๖ ช่องทาง เช่น ช่องทางบ้านไม้ลัน อําเภอปางมะผ้า ช่องทางบ้านห้วยผึ้ง อําเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ตําบลห้วยผา ช่องทางบ้านน้ําเพียงดิน ตําบลผาบ่อง อําเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ช่องทาง บ้านห้วยต้นนุ่น อําเภอขุนยวม ช่องทางบ้านเสาหิน ช่องทางแม่สามแลบ อําเภอแม่สะเรียง ช่องทางอําเภอแม่ลาน้อย ท่านประธานครับ เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มี การแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้า ในการแลกเปลี่ยนซื้อขายตรงนี้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ เปึนอย่างดี ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ให้มีการเป่ดการค้าขายชายแดน เนื่องจากประสานงาน ทุกหน่วยงานแล้ว ไม่ว่าจะเปึนท้องถิ่น ทางจังหวัด ทางเอกชน แล้วก็พ่อค้าต่างฝ์ายก็เห็นด้วย อยากจะให้มีการเป่ดการค้าชายแดนตรงนี้ ก็ติดอยู่ปัญหาเรื่องของความมั่นคง เรื่องนี้ ก็อยากจะฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดูแลเรื่องนี้นะครับการกระตุ้นเศรษฐกิจช่องทาง จังหวัดแม่ฮ่องสอนนี้ไม่ต้องใช้เงินไปกระตุ้นครับ ถ้าหากว่าเป่ดช่องทางการค้าชายแดน ตรงนี้นะครับ ๑ เดือน การแลกเปลี่ยนซื้อขายการค้าตรงนี้ประมาณ ๕๐ ล้านบาท ถ้าหากว่าประมาณ ๑ ป้ ก็พันกว่าล้านบาทนะครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่อยากจะนําเสนอ แล้วก็เอกสารข้อมูลต่าง ๆ ผมจะนําส่งให้ท่านประธาน เพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดูแลเรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญครับ ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

ท่านประธานครับ เรื่องนมนี่เปึนเรื่องใหญ่ สิ่งที่ผมได้พบก็คือว่า เมื่อวันอาทิตย์หลังจากที่ผมไปจังหวัดเชียงใหม่และเดินทางกลับมาที่บ้านพักนะครับ ปรากฏว่ามีนมโรงเรียนส่งมาถึงผม ส่งไว้ในตู้รับไปรษณีย์หน้าบ้าน เปึนนมโรงเรียน แล้วผมคาดว่าน่าจะมาจากโรงเรียนหรือสํานักงานเขตใกล้บ้านผม บังเอิญผมอยู่ที่ ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร แล้วก็นมนี่นะครับไปอยู่หน้าตู้ไปรษณีย์ ในหมู่บ้านผมแทบทุกหลังคาเรือน แล้วก็คนในหมู่บ้านเปึนหมู่บ้านเก่าครับท่านประธาน ส่วนใหญ่ก็อายุมากตั้งแต่ ๕๐ ป้ขึ้นไปจนถึง ๖๐ ป้ ๗๐ ป้ ไม่มีใครที่จะกินนมละครับ ผมก็เลิกกินนมเด็กแล้วนะครับ แล้วก็นมอย่างนี้เปึนเงินภาษีราษฎรท่านประธาน เอามาแจกกันอีลุ่ยฉุยแฉกอย่างนี้ได้อย่างไร เด็กนักเรียนยากจนในชนบท เด็กนักเรียนที่อยู่บนดอย บนเขาไม่มีโอกาสได้กิน แต่อันนี้ เอามาเสียบไว้หน้าบ้านผม นึกว่าผมเปึนเด็กหรืออย่างไร หรือว่าผมของผมยังไม่ขึ้น ท่านประธาน อย่างนี้รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผอ. สํานักงานเขต ที่จัดซื้อนมโรงเรียนให้กับโรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ นี่นะครับ บังเอิญบ้านผมนี่อยู่ใกล้ โรงเรียนท่าทราย ซึ่งเปึนโรงเรียนหลวงนี่ละครับ ก็ไม่รู้ว่าเอาจากโรงเรียนที่ป่ดเทอม มาแจกให้ผมเพื่อให้บริโภคให้หมดก่อนหรืออย่างไร อย่างนี้ไม่ได้ท่านประธาน ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แล้วฝากไปถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วย เอาเงินหลวงอย่างนี้ไปใช้ประโยชน์ ให้ดีกว่านี้ได้หรือไม่ แล้วนมนี่นะครับเปึนปัญหาใหญ่ท่านประธาน ไม่อยากให้รัฐบาล ปล่อยปละละเลย เอาคนผิดมาลงโทษครับ ไปโยนกล่าวหาว่าเกิดตั้งแต่สมัยป้ ๒๕๔๖ รัฐบาลพรรคไทยรักไทย แล้ววันนี้มัน ๖-๗ ป้ที่ผ่านมาแล้ว ถามว่า ๕ ป้ที่ผ่านมานั้น เด็กไทยกินนมบูดเข้าไปตั้งเท่าไร หรือว่าเด็กไม่รู้ว่านมมันบูด ฝากไว้นะครับ มันไม่ใช่ เพิ่งมาบูด ถ้ามันจะทุจริตมันก็ต้องบูดมาก่อนหน้านี้แล้ว ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล ว่าต้องเอาจริงเอาจัง แล้วผู้เลี้ยงโคที่เอานมมาทิ้งนั้น ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องรับซื้อนม เหล่านั้นไปให้โรงงานผลิตนม แล้วส่วนที่ไม่พอก็ให้ไปซื้อนมผงมาผสมน้ําแล้วให้เด็ก บริโภค วันนี้ต้องกลับวิธีคิดแล้วนะครับ ฝากไว้นะครับท่านประธาน แล้วเดี๋ยวผมจะฝากนี่ คืนให้นายกรัฐมนตรี เพราะอันนี้เปึนเงินหลวงครับ ตกน้ําไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ แล้วผม ไม่กล้าบริโภคผมกลัวมันจะฉีดยาพิษใส่ให้ไว้นะครับ กินไปเดี๋ยวท้องเสียหรือตายได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ ท่านไมตรี สอยเหลือง เชิญครับ

นายไมตรี สอยเหลือง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีปัญหาที่จะหารือกับท่านประธานเพื่อผ่านไปยังรัฐบาลให้ช่วยแก้ไข ปัญหาวิกฤติที่กําลังจะเกิดขึ้น คือการว่างงานและตกงานของพี่น้องประชาชน ทางภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีพนักงาน ที่ทํางานโรงงานเปึนจํานวนมาก ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกถดถอย หดตัว ทําให้ การสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมจากประเทศไทยลดลง จะต้องเลิกจ้างแรงงาน ทําให้ธุรกิจ บริการการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบไปด้วย จึงขอให้รัฐบาลให้การช่วยเหลือเปึนการ เร่งด่วน ๑. ตั้งทีมเฉพาะกิจคอยดูแลติดตามปัองกันการตกงาน ว่างงาน ให้มากที่สุด ๒. ตั้งทีมเฉพาะกิจดูแลผลกระทบจากการว่างงาน ธุรกิจบริการ ให้มีสภาพคล่อง มีการ จ้างงานต่อไป อันจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเราคงอยู่ต่อไปได้ด้วยดี

อีกเรื่องหนึ่งนะครับท่านประธานครับ ราษฎรที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่หมู่ ๑ ตําบลพลูตาหลวง อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี บนที่ดินราชพัสดุ ซึ่งเปึนของกรมธนารักษ์ มีกองทัพเรือเปึนผู้ดูแลจํานวนประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ หลังคาเรือน บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๑๘๔-๑๘๕ ถนนสุขุมวิท อยู่ระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนสาย ๓๓๑ ได้รับความเดือดร้อนจาก การที่ทหารเรือได้ไล่ให้รื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่ดินดังกล่าว เพื่อจะนําที่ดินดังกล่าว นั้นไปปลูกบ้านพักอาศัยให้กับกําลังพลของกองทัพเรือ ได้มีการประสานกับกรมธนารักษ์ จังหวัดชลบุรีแล้ว ยินดีให้ประชาชนเหล่านี้เช่าที่ดิน ดังกล่าวได้ แต่ก็ติดขัดอยู่ที่กองทัพเรือเปึนผู้ดูแลในปัจจุบัน จึงขอหารือมายังท่านประธาน ได้โปรดประสานงานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โปรดสั่งการให้กองทัพเรือ อนุญาตให้ราษฎรดังกล่าวได้เช่าที่ดินดังกล่าวด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ เชิญท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเพชรบูรณ์ค่ะ วันนี้ขอหารือท่านเกี่ยวกับเรื่องโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา ของจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต สพฐ. ๑ (สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑) เพชรบูรณ์นะคะ มีอยู่ ๓ โรงเรียนค่ะที่เข้าไปเห็น อาทิตย์ที่แล้วไปพื้นที่มาก็ปรากฏว่า ไปเจอโรงเรียนซึ่งขาดแคลนหลายสิ่งหลายอย่าง โดยเฉพาะอาคารเรียนค่ะ

อันดับแรกนะคะ โรงเรียนบ้านวังหิน อําเภอวังโปร่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ระดับการศึกษาของเด็กที่นั่น อนุบาลถึง ม. ๓ (มัธยมศึกษาป้ที่ ๓) เปึนขยายโอกาส นักเรียนปัจจุบัน ๕๐๐ คนเศษมีครูผู้สอน ๒๒ คน มีภารโรง ๑ คน รับเด็กอยู่ในพื้นที่ ตรงนั้นประมาณ ๗ หมู่บ้าน อาคารมีอยู่อาคารหนึ่งสร้างตั้งแต่ป้ ๒๕๑๖ ปัจจุบันได้รับ อนุมัติให้รื้อถอน เนื่องจากว่าชํารุดทรุดโทรมมาก แต่ว่าทางผู้บริหารยังไม่กล้าที่จะรื้อ แต่ก็ ไม่กล้าที่จะเข้าไปใช้งานค่ะ สถานที่เรียนก็เลยไม่พอ ในบางโอกาสก็ต้องไปกางเต็นท์ ให้เด็กเรียน ก็เปึนที่เวทนามากนะคะ เหมือนกับอีกโรงเรียนหนึ่งเลยค่ะ เปึนโรงเรียนชุมชน บ้านวังกระดาษเงิน ตําบลท้ายดง อําเภอวังโปร่ง จังหวัดเพชรบูรณ์เช่นกัน ตรงนี้เด็ก ประมาณ ๒๐๐ คนเศษ อาคารเรียนอนุมัติให้รื้อไปแล้ว ผู้บริหารก็รื้อไปแล้วตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๕ ปัจจุบันก็เลยไม่มีอาคารเรียนเพราะว่างบไม่ได้มา ตรงนี้เด็กต้องกางเต็นท์ เรียนหนังสือค่ะ ก็อยากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้เข้าดูในตรงนี้เปึนกรณีพิเศษ นิดหนึ่งนะคะ กับอีกโรงเรียนหนึ่งเปึนโรงเรียนบ้านเขาชะโงก ตําบลบ้านกล้วย อําเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเด็กตั้งแต่อนุบาลถึง ม. ๓ ขยายโอกาสเช่นกัน อาคารก่อสร้างตั้งแต่ ป้ ๒๕๐๓ อนุมัติให้รื้อแล้วเหมือนกัน เพราะว่าทรุดโทรม ปลวกกิน และผู้บริหารโรงเรียน ก็ไม่กล้าที่จะให้เด็กเข้าไปเรียนเพราะว่าเดี๋ยวไม้ วัสดุ โคมไฟก็จะหล่นใส่ตัวเด็กได้รับ อันตราย ก็ไปอาศัยเรียนตามอาคารว่าง ๆ อาคารที่ใกล้ ๆ โรงเรียน เนื่องจากผู้บริหาร โรงเรียนก็เปึนคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ ท่านก็พยายามจัดกิจกรรมหาเงินเข้ามาขยาย ซ่อมแซมอาคาร ก็เคยได้รับอุบัติเหตุตกมาจากอาคาร ก็ได้รับบาดเจ็บไปนะคะ ก็มี ๓ โรงเรียนนี้ค่ะ ซึ่งมีความเดือดร้อนมาก เพราะว่าถึงแม้ว่าประเทศเรางบประมาณจะ ไม่ค่อยมี แต่ว่าสําหรับป้นี้เด็ก ๆ ได้ชุดใหม่ ได้หนังสือเรียนใหม่กันแล้ว แต่ว่าแต่งตัว สวย ๆ ไปสะอาดสะอ้าน ไปนั่งเรียนในสนามหญ้าหรือกางเต็นท์ก็ไม่เหมาะสมนะคะ ฝากให้ผู้บริหารจากกระทรวงศึกษาธิการได้ช่วยดูในตรงนี้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึงท่านต่อไปนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จํานวน ๙๐ ท่าน ยินดีต้อนรับ ทุกท่านนะครับ ต่อไปเชิญท่านสามารถ มะลูลีม อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ก็ท่านรังสิมา รอดรัศมี ครับ เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม อยากจะหารือท่านประธานนะคะ จังหวัดสมุทรสงครามเปึนจังหวัด ที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ขณะนี้การท่องเที่ยวในจังหวัดบูมเกิน ๔๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ นักท่องเที่ยวจะสัญจรไปมาในเขตพื้นที่ตําบลอัมพวา ตลาดน้ํายามเย็นคนไปเที่ยวมาก แล้วก็รถติดขัด คนก็จะวิ่งมาทางสายเส้นตําบลสวนหลวงจะไปจอดที่วัดภุมรินทร์ แล้วก็ จะข้ามฟากไปฝัืงอัมพวา แต่ว่าสะพานชํารุดไม่สามารถ คือรถใหญ่ขึ้นไม่ได้ติดคอสะพาน แล้วก็สร้างมาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๙ ขณะนี้ก็เปึนเวลา ๒๐ กว่าป้แล้ว แล้วท่าเทียบเรือซึ่งมีอยู่เดิม ก็มีจํานวนไม่เพียงพอ ทําให้เกิดอุบัติเหตุต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวได้ ก็จึง กราบเรียนท่านประธานว่า ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการก่อสร้างแล้วก็ ขยายสะพานให้กว้างพอที่รถใหญ่จะสวนทางกันได้ ขณะนี้ไม่สามารถสวนทางได้ และท่าเทียบเรือก็เช่นกันก็ก่อสร้างให้ได้มาตรฐานตามระเบียบของขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี ข้ามทั้ง ๒ ฝัืงระหว่างตําบลสวนหลวงข้ามมาที่หน้าอําเภออัมพวานะคะ

อีกประการหนึ่งคือ โครงการไหว้พระ ๙ วัดขององค์การขนส่งมวลชน กรุงเทพเคยจัดนําเที่ยวไหว้พระ ๙ วัดในจังหวัดสมุทรสงคราม เพราะว่าจังหวัด สมุทรสงครามมีวัด ๑๑๐ วัด แล้วก็วัดจะติด ๆ กันก็สามารถที่จะเที่ยวภายในวันเดียว และตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีนาคมเปึนต้นไป ลิ้นจี่จังหวัดสมุทรสงครามออกผลมาก ก็อยากจะให้ ชาวกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่ต้องการจะไปเที่ยวในจังหวัดสมุทรสงครามมาใช้ โครงการขององค์การขนส่งมวลชนของกรุงเทพเพื่อที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย แล้วก็เที่ยวภายในวันเดียวครบทั้งจังหวัด จะได้ไปซื้อผลไม้ ลิ้นจี่ ส้มโอ ซึ่งเปึนสินค้าของ พี่น้องชาวเกษตรกร แล้วก็ปลาทูหน้างอ คอหักของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งอร่อยที่สุด ในประเทศไทยค่ะ กราบเรียนท่านประธานค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน เพื่อผ่านไปถึงคณะรัฐบาล ตอนนี้เศรษฐกิจกําลังฝ๋ดเคืองอย่างมาก ประชาชนเดือดร้อน อย่างมาก แต่ปรากฏว่ารัฐบาลก็เพิ่มภาษีน้ํามัน ท่านประธานครับ ตอนนี้ประชาชนชาวไร่ ชาวนา เขาบอกผมมาให้ขอต่อท่านประธาน เพื่อผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่ากรุณาอย่าขึ้นได้ไหมครับ ภาษีน้ํามันรอบ ๓ รอบ ๔ หยุดเสียทีครับ แล้วตอนนี้ผมอยากเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมไปอ่านข้อมูลเรื่องน้ํามันทั้งหมด วันนี้ มีปัญหาแล้วครับ เพราะอะไรครับ มีการเก็งกําไรกัน พ่อค้าที่มีสต็อก (Stock : คลังสินค้า , ของสะสม) น้ํามันใหญ่ ๆ โต ๆ ตอนนี้รวยกันเละเลยครับท่านประธาน ถ้าใครมีสต็อก น้ํามันเยอะ ๆ มันขึ้นทีหนึ่งรัฐบาลประกาศล่วงหน้าไว้ ประกาศล่วงหน้า ๒-๓ วัน เขาจะมี ผลประโยชน์เกิดขึ้นอย่างมากมายท่านประธาน ล้านลิตรก็ล้านบาท ผมก็ไม่ทราบว่า แบบนี้มันแปลว่าอะไร แบบนี้มันเปึนการทุจริตเชิงนโยบายหรือเปล่า หรือว่าเปึนเชิงทุจริต ของจริง ผมว่ามันเปึนทุจริตของจริงเลยครับ มีการเก็งกําไรเท่าที่ทราบตอนนี้มีการ แสวงหาผลประโยชน์อย่างมาก ท่านประธานครับ สงสารชาวไร่ ชาวนาเถอะครับ พวกพ่อค้ากําไรพอแล้วอย่าไปขึ้นเลยครับน้ํามัน ต่างประเทศเขาลงราคาน้ํามัน แต่ของเราจะไปขึ้น ผมไม่เข้าใจครับ เมื่อก่อนนะครับในรัฐบาลชุดก่อนเขามีแต่จะดึงตรึงราคาน้ํามันเพื่อให้ ประชาชนพ้นทุกข์ อันนี้ครับสร้างทุกข์แล้ว สร้างความหวังมากมายจะให้เงินเท่านั้นเท่านี้ ท่านประธานครับ ตอนนี้ไปเก็บน้ํามันเขา แล้วเขาจะมีความสุขหรือท่านประธาน ตอนนี้ เขาทุกข์หนักนะครับ ต้องสูบน้ํา แล้งก็แล้ง ต้องสูบน้ํา ดีเซลก็ขึ้นไปเกือบ ๒ บาท ได้ข่าวว่า จะขึ้นอีก ท่านประธานครับ ฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี ท่านเปึนคน รูปหล่อครับ ยิ้มก็สวยนะครับ ท่านกรุณาใจดีต่อพี่น้องประชาชนหน่อยครับ เลิกเสียเถอะครับ ขึ้นภาษีน้ํามัน ตอนนี้ต้องหารายได้จากส่วนอื่นครับ ท่านเปึนซานตาคลอสจะเอาเงินไปแจก แต่อย่าเพิ่งไปเก็บภาษีครับ เขาเรียกว่า ไม่รู้จะว่าอย่างไรครับ ไปเก็บรีดเลือดปู เลือดชาวไร่ ชาวนานะครับท่านประธาน ฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีครับ ไปตรวจสอบเลยครับ มันมีผลประโยชน์เกิดขึ้นขนาดไหน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องปัญหาการผลิตน้ําประปาในจังหวัดตรังนะครับ ปัจจุบันนี้ การผลิตน้ําประปาของการประปาส่วนภูมิภาคในจังหวัดตรัง อาศัยน้ํา แหล่งน้ํา จากแม่น้ําตรัง ซึ่งมีต้นน้ํามาจากเทือกเขาในอําเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ตอนนี้นะครับท่านประธาน พอถึงหน้าแล้งจะมีปัญหาคือน้ําจะน้อย บางแห่งจะตื้นเขิน มีน้ําขังนิ่งลึกเพียง ๕๐ เซนติเมตรเท่านั้นเองนะครับ บางแห่งก็เปึนสันดอนจนสามารถที่จะ เดินข้ามไปได้ ที่สําคัญก็คือบริเวณที่การประปาดูดน้ํามาทําน้ําประปาอยู่ในตอนนี้ อยู่บริเวณ ตําบลหนองตรุดนะครับ ที่ตรงนั้นนอกจากน้ําจะตื้นแล้วนะครับ ปัจจุบันนี้เนื่องจากว่า แม่น้ําตรังไหลลงสู่ทะเลนะครับ เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้มีน้ําทะเลหนุนสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ เลยครับ จนปัจจุบันนี้จุดที่น้ําทะเลหนุนขึ้นไปเกือบจะถึงจุดที่ดูดน้ําประปาอยู่แล้วครับ ซึ่งเชื่อกันว่า ถ้าปล่อยให้อยู่อย่างนี้อีกไม่กี่ป้ก็จะถึงจุดนั้นครับ การผลิตน้ําประปาในหน้าแล้งก็จะทํา ไม่ได้เลยเพราะว่าน้ํามันจะเค็ม จึงขอกราบเรียนมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ให้ช่วยรีบแก้ไขก่อนนะครับ คือแก้ปัญหาเสียก่อน ก่อนที่ปัญหามันจะเกิด เพราะว่า ถ้าปล่อยให้เกิดปัญหาแล้วแก้ทีหลังจะต้องใช้งบประมาณมาก แล้วก็การแก้ไขก็จะยากมาก นะครับ อยากจะให้ทําอย่างนี้นะครับ ก็คือ

๑. ขอให้เข้มงวดอย่าให้มีการตัดไม้ทําลายป์าต้นน้ํานะครับ ซึ่งดังที่ผม กราบเรียนแล้วก็คือต้นน้ํานี้อยู่ที่อําเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ

อีกวิธีหนึ่ง วิธีที่ ๒ ก็คือ ควรจะหาวิธีเก็บกักน้ําเอาไว้นะครับ ปกติหน้าฝน แล้วระดับน้ําจะสูงมากจนบางป้ก็น้ําท่วม แต่เราก็ปล่อยให้น้ํามันไหลลงทะเลไปอย่างที่ บอกนะครับ วิธีเก็บกักน้ําก็อาจจะทําตามความเหมาะสม อย่างเช่น การสร้างฝายน้ําล้น เปึนช่วง ๆ หรือวิธีอื่น ๆ ใดนะครับที่ไม่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศ และที่สําคัญก็คือควรจะ มีเขื่อนหรืออะไรสักอย่างหนึ่งที่กั้นไม่ให้น้ําทะเลหนุนสูงขึ้นไปถึงบริเวณที่ดูดน้ําประปา ดังที่ผมได้กราบเรียนมาตั้งแต่ต้นแล้วนะครับ จึงขอเรียนปรึกษาหารือมายังท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กราบขอบพระคุณครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิพิฏฐ์ มีอะไรครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ขอโทษนะครับ ผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุงครับ ผมไม่ได้หารือท่านประธานนะครับ แต่ว่า ขออนุญาตใช้สิทธิ จะว่าประท้วงก็แล้วแต่ท่านประธานจะวินิจฉัยนะครับ เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกขออภัยเอ่ยนามท่าน คุณหมอประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้กรุณาหารือเรื่องของ การขึ้นภาษีน้ํามัน ซึ่งในคําอภิปรายของท่านนั้นมีหลายข้อความที่ผมคิดว่า ถ้าเราปล่อย ให้มีการหารืออย่างนี้ครับ ผมคิดว่ารัฐบาลเสียหาย ลักษณะการอภิปรายอย่างนี้มันควร เปึนกระทู้ถามมากกว่าการหารือนะครับ อย่างเช่น ท่านบอกว่า รัฐบาลขึ้นภาษีน้ํามัน รัฐบาลทุจริต รัฐบาลแสวงหาผลประโยชน์ รัฐบาลรีดเลือดจากปู การหารืออย่างนี้ผมคิดว่า มันควรจะเปึนกระทู้เพื่อรัฐบาลจะได้ชี้แจงได้นะครับ และการกล่าวหาว่ารัฐบาลทุจริตนั้น เมื่อรัฐบาลไม่มีโอกาสชี้แจง ผมคิดว่ารัฐบาลได้รับ ความเสียหาย เพราะฉะนั้นท่านประธานได้กรุณาควบคุมการหารือไม่ควรจะไปพาดพิง หรือกล่าวหาว่ามีการทุจริต เพราะเปึนการทําให้รัฐบาลได้รับความเสียหายโดยไม่มีโอกาส ชี้แจงด้วย อย่างนี้ควรจะเปึนกระทู้มากกว่า ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับขอบคุณข้อสังเกตของท่านนิพิฏฐ์นะครับ คุณหมอประสิทธิ์ไม่มีอะไรครับท่านนิพิฏฐ์ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกต

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

พาดพิงท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พาดพิง ท่านใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ นะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ต้องขออภัย ที่ท่านนิพิฏฐ์ท่านอาจจะฟังไม่ได้หมดนะครับ ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลทุจริต ผมว่ามีพ่อค้า มีพ่อค้าแสวงหาผลประโยชน์นะครับ ขอให้รัฐบาลไปตรวจสอบนะครับ ผมไม่ได้กล่าวหา ว่ารัฐบาลทุจริต แต่ว่าการที่เก็บภาษีเพิ่มผมเปรียบเทียบนะครับว่ามันเหมือนรีดเลือดปู นี่เปึนเรื่องที่คําพังเพยเขาก็พูดกันมาตลอด ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลทุจริตนะครับท่านฟัง ดี ๆ นะครับ ก่อนที่จะลุกประท้วง ผมไม่ได้บอก ผมว่ามีพ่อค้าบางคนแสวงหา ผลประโยชน์จากการกักตุนน้ํามัน ซึ่งมันเปึนเรื่องจริงครับ ตอนนี้มันเปึนเรื่องจริง เพราะท่านประกาศล่วงหน้าจะขึ้นภาษีน้ํามัน ประกาศล่วงหน้าซึ่งไม่เคยมีประเทศไหน เขาทํากันครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงหรือครับ จริง ๆ ไม่มีอะไรเสียหาย ละครับ เมื่อสักครู่ผมฟังท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ท่านก็พูดทํานองว่า อาจจะมีพ่อค้า มีการทุจริตในเรื่องนี้นะครับ เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ ในชีวิตผมนี่ ผมไม่เคยยืนขึ้นเพื่อหารือเลยนะครับ ตั้งแต่มีกติกาเป่ดให้มีการหารือผมไม่เคยหารือเลย นะครับ ผมประท้วงท่านประธานเรื่องอะไรก็แล้วแต่นี่ ผมจะจดไว้ทุกคําครับว่า เพื่อนสมาชิกอภิปรายว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นจะหาว่าผมไม่ฟังไม่ได้ครับ ท่านไปกรอเทป ได้เลยนะครับ ผมจดไว้หมดครับ ท่านบอกว่า นี่ถือว่าเปึนการทุจริตเชิงนโยบายหรือเปล่า หรือเปึนการทุจริตจริง ท่านพูดอย่างนั้นนะครับท่านครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ เชิญท่านสมคิด บาลไธสง ครับ และต่อด้วยท่านสามารถ มะลูลีม นะครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง ผมเสียเวลากับการมาโต้แย้งกันมาก ผมอยากพูดถึงเรื่องปัญหาพี่น้องบ้านผม ผมไม่อยากให้มาโต้กันแบบนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธานอยู่ หลายเรื่องนะครับ

เรื่องแรกก็คือการให้เงินสวัสดิการตามนโยบายของรัฐบาล ผู้สูงอายุนี่ครับ ผมอยากหารือว่าอย่างนี้ ในจังหวัดของผมมีการแจ้งไปให้ผู้สูงอายุไปลาออกจากการเปึน สมาชิกของ อบจ. เพราะว่า อบจ. (องค์การบริหารส่วนจังหวัด) บ้านผมให้แค่ ๓๐๐ บาท แล้วเพื่อจะมาลงบัญชีรับ ๕๐๐ บาท ผมไม่ทราบเปึนนโยบายของใคร อันนี้ก็ให้ตรวจสอบ ก็แล้วกันนะครับรัฐบาลจังหวัดหนองคาย เดี๋ยวจะทํางานผิดพลาดนะครับ มันจะเปึน ประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ พี่น้องฝากมาก็ขอฝากไปยังผู้เกี่ยวข้อง ก็แล้วกันนะเกี่ยวกับเงินสวัสดิการผู้สูงอายุเขาไปลาออกกัน เมื่อลาออกแล้วนโยบาย ของรัฐบาลบอกว่า เปึนผู้ที่ไม่ได้เคยได้รับสวัสดิการจากรัฐ เมื่อเขาเคยได้รับแต่ได้รับ ๓๐๐ บาท ไปรับ ๕๐๐ บาทได้ไหมลาออกแล้ว อันนี้ก็ฝากนะครับ

ข้อที่สอง เรื่องงบประมาณในการขุดลอกบึงมะขามหวาน อําเภอรัตนวาป้ ตอนอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณเมื่อกลางป้ที่แล้วนะครับเกี่ยวกับงบประมาณ ปรากฏว่าเราได้เสนอแปรญัตติบึงมะขามหวานเข้าไป เดี๋ยวนี้หายไม่เห็นเลยไม่มีชื่อครับ อันนี้ก็ฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็แล้วกันนะครับ โดยเฉพาะ กรมชลประทาน

เรื่องต่อไปครับ การปรับปรุงเส้นทางคมนาคมนะครับ บ้านเปงจาน บ้านดอนเหมือด โนนภูทอง อําเภอรัตนวาป้ ตั้งแต่น้ําลดมานี้ฝุ์นตลบตลอดระยะทาง ๑๕ กิโลเมตรนะครับ ก็ขอให้รีบ ๆ หน่อย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม ที่เกี่ยวข้องนะครับ อย่ามีแต่พูดเฉย ๆ รีบทําให้หน่อย ชาวบ้านเดือดร้อนนะครับ

เรื่องที่ ๔ เรื่องปรับปรุงเส้นทางบ้านโคก บ้านหาดสั่ง บ้านแปัน อําเภอโพนพิสัย อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เส้นทางฝุ์นตลบ ระยะทางเกือบ ๑๐ กิโลเมตรนะครับ

เรื่องสุดท้าย เรื่องกําลังทหาร ลงไปพื้นที่จังหวัดหนองคายเกือบทุกหมู่บ้าน ผมอยากถามว่าใครปฏิเสธได้ไหม ผู้รับผิดชอบสั่งไปทําอะไร บ้านผมไม่มีสงครามครับ จังหวัดหนองคายไม่มีสงคราม จังหวัดหนองคายเปึนจังหวัดที่มีวัดมากที่สุดในประเทศไทย นับถือพุทธศาสนาเคร่งครัด ผมไปเห็นแล้วผมสลดใจ กําลังทหารไปเต็มอยู่ตามพื้นที่ หมู่บ้านเหมือนกับมีสงครามนะครับ ผมอยากถามไปยังรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม มีนโยบายทําอะไรอย่างนั้น เอาทหารลงไปในพื้นที่เต็มหมู่บ้าน ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสามารถ มะลูลีม ครับ

นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี ปราจีนบุรี

ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ของท่านมีชื่ออยู่แล้วครับ เดี๋ยวสักครู่พอดีได้เอ่ยชื่อท่านไปแล้ว

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณครับ ผม สามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธาน ครับ ผมมีเรื่องหารือเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะมวยไทยนะครับ ซึ่งขณะนี้ถือว่ามีการ ออกระเบียบที่เปึนการทําลายล้างศิลปะมวยไทยก็ว่าได้ เมื่อป้ ๒๕๕๐ เดือนพฤศจิกายน นะครับ ท่านเลขาธิการ สพฐ. (สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) คุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ได้มีจดหมายไปถึงโรงเรียนทั่วประเทศไทยนะครับว่า ห้ามนักเรียนต่ํากว่า ๑๕ ป้ ขึ้นชกมวยอาชีพ โดยเฉพาะห้ามครูพละหรือว่าอาจารย์ ผู้ปกครองพานักเรียนออกไปชกตามสถานที่ต่าง ๆ นั้น โดยเฉพาะตรงนี้นั้นก็ถือว่าเปึน เรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนยากคนจนครับ ไม่ได้ร่ํารวยเหมือนคนออกกฎ เลขาธิการ สพฐ. นะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องเรียนนะครับว่าเปึนปัญหาเรื่องใหญ่ของ วงการมวย คนในวงการนั้นก็บอกว่าในฐานะที่ผมเปึนหัวหน้าคณะนักมวยก็ควรจะเอา เรื่องนี้มาพูดให้ที่ประชุมได้รับทราบด้วยนะครับว่าออกกฎระเบียบแบบนี้ทําให้เสียหาย ต่อเยาวชนที่เขาคิดว่าจะต่อยมวยหาเงินเรียนหนังสืออย่างท่านรองประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา คุณดิเรก ถึงฝัืง ต่อยมวยไปเรียนหนังสือไป ทุกวันนี้เปึนดอกเตอร์ เปึนผู้ว่าราชการจังหวัด เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ เขาก็บอกว่า ทําไมจะไม่ถึงฝัืงล่ะ นามสกุลก็ถึงฝัืงอยู่แล้วนี่นะครับ เพราะฉะนั้นต้องเรียนเลยนะครับว่า คณะกรรมาธิการการการท่องเที่ยวและกีฬาที่ผมเปึนรองประธานอยู่ กรรมาธิการของ ส.ว. ก็ทําหนังสือถึง สพฐ. ไม่มีความสนใจนะครับ จนเมื่อป้ ๒๕๕๒ เดือนมกราคม มีหนังสือมาบอกว่า ตามที่ได้ออกหนังสือไปเมื่อป้ ๒๕๕๐ ไม่มีโรงเรียนใดคัดค้าน ใครเขา จะไปคัดค้านคุณละครับ คุณเปึนเจ้านายใครจะไปคัดค้านเจ้านายว่าดําเนินการผิดพลาด มีเพียงแค่ ส.ส. และ ส.ว. เท่านั้นในคณะกรรมาธิการการกีฬา ส.ว. และคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยวและกีฬาของ ส.ส. ที่มีเรื่องคัดค้านว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้จะทําให้เสื่อมเสียทําลาย ศิลปะแม่ไม้มวยไทย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ขอยืนยันว่าควรจะใช้คําสั่งเดิม และมีข้อแถม มาอีกว่า ถ้าโรงเรียนใดจะจัดมวยต้องขออนุญาตผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนครั้ง ๆ ไป อันนี้ ต้องเรียนละครับ เมื่อป้ ๒๕๓๖ ผมเปึนคนเสนอให้ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ แก้ไขจัดการ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาตให้แข่งขันชกมวยมาเปึนนายอําเภอ ท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านก็เซ็นให้ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ ทําไมจะย้อนยุคต้องไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเซ็นอีก ผมเชื่อมั่น เลยครับ ผู้แทนราษฎรที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเปึนท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร นั่นท่าน สร้างค่ายมวยทุกตําบลนะครับ แล้วก็มี โปรโมเตอร์ (Promoter : ผู้สนับสนุน, ผู้ส่งเสริม) มวยหรืออะไรนะครับมาสนับสนุน ก็โดยจากผู้แทนราษฎรของเราสนับสนุน ดังนั้นต้อง เรียนเลยครับว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องมวยหรือมวยไทยจะใช้อะไรก็ยังไม่รู้ ผมอยากจะเรียนท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อยู่ในที่นี้นะครับว่า เราควรจะให้มวยไทย ศิลปะไทย มรดกไทย มรดกโลกอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนของ กทม. ของประเทศไทย ด้วยซ้ําไปนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนครับว่า การที่เจ้าหน้าที่ของวงการมวยโลก มวยไทย นะครับ เข้าพบพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารนั้นก็ยังบอกว่ามวยไทยนั้นไม่ใช่ เปึนกีฬาครับ เปึนศิลปะประจําชาติ ขณะนี้ต้องเรียนเลยครับว่าเลขาธิการ สพฐ. ออกคําสั่งนี้ มาทําลายล้างศิลปะมวยไทยตัวจริงครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึงท่านต่อไปนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับอาจารย์และนักศึกษา สาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จํานวน ๕๒ ท่าน ยินดีต้อนรับ ทุกท่านนะครับ ท่านที่จะหารือต่อไปครับ เชิญท่านสิรินทร รามสูต ครับ แล้วก็จะต่อด้วย ท่านธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ

นางสิรินทร รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยนะคะ ดิฉันได้รับ คําร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรผู้ทําส้มสีทองในจังหวัดน่านว่า ทางกรมวิชาการเกษตรได้มี หนังสือ เลขที่ กษ ๐๙๑๐/๒๑๔๙ ลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ แจ้งให้ทางประธาน กลุ่มส้มสีทอง จังหวัดน่าน ได้ทราบว่าทางกรมวิชาการเกษตรได้พิจารณาอนุเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือโครงการพัฒนาส้มสีทองจังหวัดน่าน จํานวน ๘ แปลง และจังหวัดแพร่ จํานวน ๓ แปลง โดยงบประมาณเฉพาะนี้ได้พิจารณาให้แก่เกษตรกรจังหวัดน่าน เปึนจํานวนเงิน ๓๔๓,๖๐๐ บาท แล้วก็ตามบันทึกลงวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๑ บัดนี้ ระยะเวลาได้ล่วงเลยมาเปึนเวลานานแล้ว นับตั้งแต่กลุ่มได้รับหนังสือแจ้ง ความอนุเคราะห์จากกรมวิชาการเกษตรข้างต้น แต่ก็ไม่ปรากฏความชัดเจนใด ๆ เกิดขึ้น ทางกลุ่มสมาชิกเกษตรกรผู้ปลูกส้มในจังหวัดน่าน จึงขอให้ดิฉันได้มาติดตามโครงการ ดูแลกลุ่มส้มสีทองตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทําหนังสือแจ้งไปยังกลุ่มส้มสีทอง ในจังหวัดน่านนะคะ ดิฉันก็อยากจะขอแจ้งไปยังท่านประธานสภาช่วยแจ้งไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยมาดูแลติดตามโครงการนี้ด้วย และดิฉันก็จะส่งเอกสาร ให้ท่านได้ช่วยติดตามโครงการนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวกลุ่มส้มสีทอง จังหวัดน่านด้วย ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านธนิตพลครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตากครับ ในช่วง เดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาครับ รัฐบาลโดยท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ประกาศให้มีการจํานําราคาข้าวโพดเกิดขึ้น หลังจากนั้นวันที่ ๑๕ ธันวาคม อคส. (องค์การคลังสินค้า) ประกาศป่ดรับจํานํา ซึ่งช่วงนั้นเปึนช่วงที่เปลี่ยนรัฐบาลพอดี เพราะ ประกาศบอกว่าโควตาหมด หลังจากนั้นเกษตรกรก็ยังไม่ได้รับเงินในการจํานําราคา ข้าวโพด หลังจากเปลี่ยนรัฐบาลท่านประธานครับ เกษตรกรได้เรียกร้องให้มีการเป่ดจํานํา ราคาข้าวโพดอีกครั้ง เพราะว่าผลผลิตกําลังจะออกสู่ตลาด แต่ว่าบริษัทรับซื้อ ไม่สามารถที่จะรับซื้อได้หมดในราคาที่คุ้มทุนกับเกษตรกร ในวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ครับ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เป่ดให้มีการจํานําราคาข้าวโพดเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับ เกษตรกร และเพิ่มโควตาจาก ๕๐,๐๐๐ ตัน เปึน ๑ ล้าน ๕ แสนตัน ช่วงดังกล่าว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปตรวจสอบการจํานําครับ ปรากฏว่า มีนายทุนที่ปลูกข้าวโพดจากประเทศพม่า นําข้าวโพดเข้ามาสวมสิทธิแล้วก็จํานํา โดยที่ เกษตรกรไม่ได้รู้เรื่องเลย ทําให้เกษตรกรในจังหวัดตากสูญเสียประโยชน์เปึนอันมากครับ เพราะทุกครั้งที่มีการจํานํา นายทุนมักจะได้สิทธิในการจํานําและรับเงินจํานําก่อน เกษตรกร ผมหารือกับท่านประธานเรื่องนี้ก็เพราะว่า ในโควตาที่เกษตรกรควรจะได้รับ ขณะนี้นายทุนที่ไปปลูกข้าวโพดนําไปจํานํานั้นได้รับเงินหมดแล้ว แต่เกษตรกรยังไม่ได้รับ เลย พวกผมที่เปึนผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก ทั้งท่านชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ คุณหมอเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ แล้วก็ผม ก็ได้นําเรื่องนี้ไปหารือทั้งในสภา รวมไปถึง ได้นัดตัวแทนกลุ่มเกษตรกรไปพบกับท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ แต่เนื่องจากกรมการค้าภายในจังหวัดตาก ซึ่งเปึนผู้รับผิดชอบโดยตรง ทํางานล่าช้า แล้วก็ไม่ใส่ใจในปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งยังสร้างความเข้าใจผิดให้กับเกษตรกร ว่าการที่เกษตรกรไม่ได้รับเงินจํานําเนื่องจาก ส.ส. ในพื้นที่ไปกล่าวหาว่าเกษตรกร เปึนผู้โกง โดยการเอาข้าวโพดพม่าเข้ามาสวมสิทธิ ซึ่งผมยืนยันกับท่านประธานครับว่า เรื่องนี้ไม่เปึนความจริงเลย ขณะนี้ปัญหาการจํานํายังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทําให้เกษตรกร ต้องใช้วิธีป่ดถนนเพื่อเรียกร้องความเปึนธรรม หลังจากที่ผมได้พบตัวแทนเกษตรกรแล้ว ผมจึงอยากจะฝากท่านประธาน เพราะว่าผมมีความกังวลว่าปริมาณข้าวโพด ในจังหวัดตาก อาจจะมีจํานวนมากกว่าที่กรมการค้าภายในจังหวัดได้ประเมินไว้ให้กับกระทรวงพาณิชย์ ครับ ผมกลัวว่าเกษตรกรจะไม่ได้รับความเปึนธรรมและได้รับเงินจํานําไม่เท่าเทียม

อันที่ ๒ ครับ ขณะนี้มีประกาศจากระทรวงพาณิชย์ให้ข้าวโพดเปึนสินค้า ควบคุม ห้ามขนส่งข้ามจังหวัดเกิน ๑ ตัน ซึ่งหากจะขนส่งข้ามจังหวัดได้จะต้องได้รับการ อนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทําให้เกษตรกรที่ตัดสินใจขายข้าวโพดเอง เพราะว่ารอ การจํานําไม่ไหว และมีข้าวโพดที่อยู่มากกว่า ๑ ตันนั้นจะต้องขายภายนอกจังหวัด เพราะ มีราคาดีกว่า บางครั้งอาจจะต้องเร่ขายในหลายจังหวัดไม่สามารถจะทําได้ครับ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานโดยตรงไปยังด่านเพื่อจะระงับการขนส่งทําให้ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเปึนอันมาก ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเอกสารที่จะอนุญาตให้ ขนส่งข้ามจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเซ็น ตอนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังไม่มี แบบฟอร์มที่จะอนุญาตรวมไปถึงยังไม่ทราบเรื่องนี้เลยครับ ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ผมจึง กราบเรียนท่านประธานครับ เรียกร้องให้ท่านประธานช่วยประสานงานในเรื่องนี้ รวมถึง ขอให้ท่านประธานช่วยประสานงานอีก ๖ เรื่องครับที่เกี่ยวข้องกับการจํานําราคาข้าวโพด ดังนี้ครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๑ คือขอให้กรมการค้าภายในเร่งดําเนินการในการอํานวย ความสะดวกให้กับเกษตรกร เพื่อให้ความรู้ถึงกระบวนการในเรื่องของการจํานําราคา ข้าวโพด

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมการค้าภายในเร่งประสานงานระหว่างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น อคส. (องค์การคลังสินค้า) ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร) เพื่อนําเงินให้ถึงมือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน

เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมการค้าภายในจังหวัดตากหยุดให้ข้อมูลผิด ๆ และผลัก ปัญหาที่ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเองโดยตรงไปเปึนปัญหาความผิดของคนอื่น

เรื่องที่ ๔ ขอให้กระทรวงพาณิชย์ชะลอการบังคับใช้ระเบียบว่าด้วย การขนส่งข้าวโพดข้ามจังหวัดจนกว่าจะชี้แจงและทําความเข้าใจกับเกษตรกรถึงปัญหา ที่เกิดขึ้นรวมทั้งขอให้เตรียมใบแบบฟอร์มให้พร้อมก่อนที่จะดําเนินการ

เรื่องที่ ๕ ขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบปริมาณข้าวโพดที่ยังค้างอยู่ ในจังหวัด เพื่อให้จังหวัดได้ส่งตัวเลขให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์ถึงแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานครับ หากปริมาณข้าวโพดที่ได้เป่ดรับจํานํา ไม่พอต่อข้าวโพดที่มีอยู่ในจังหวัด ขอให้ช่วยเป่ดรับจํานําเพิ่มเพื่อให้เกษตรกรได้รับ ประโยชน์จนครบและเท่าเทียมกันครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ส.ส. ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย นิดเดียวครับ ผมมาเรียนประธานแล้วก็เพื่อเพื่อน ส.ส. ได้รับทราบด้วยว่าจากการหารือที่ผมได้พูด ในสภาเมื่อคราวที่แล้วถึงปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในเรื่องข้าวโพดและ มันสําปะหลัง ปรากฏว่าได้รับการดูแลเปึนอย่างดียิ่งจากท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง คือ ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พรทิวา นาคาศัย ผมเปึน ส.ส. ฝ์ายค้านครับ แต่เมื่อรัฐมนตรีทํางานดีก็ขอชมเชย ณ โอกาสนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ ขอเชิญท่านพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย อยู่ไหมครับ เชิญครับ

นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมเองมีเรื่องที่จะขอหารือท่านประธาน คือเรื่องของเส้นทาง สัญจรระหว่างบ้านวังบายศรี ตําบลห้วยยายจิ๋ว อําเภอเทพสถิต ไปที่บ้านโคกรัง ตําบล ห้วยยายจิ๋วเหมือนกันครับ และอําเภอเทพสถิต ซึ่งระยะเส้นทางมีระยะที่เปึนทาง ที่ยากลําบากเปึนทางลูกรังอยู่ประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ซึ่งทางชาวบ้านได้ร้องขอมาว่า หากเปึนไปได้อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือกรมทางหลวงชนบทได้โปรดไปช่วยเหลือ ในการที่จะสํารวจหรือออกแบบก่อสร้าง แล้วดําเนินการให้เส้นทางดังกล่าวเปึนเส้นที่เปึน ถนนลาดยาง ซึ่งเปึนเส้นทางที่มีความสําคัญต่อพี่น้องในเขตตําบลหลายตําบลที่จะใช้เปึน เส้นทางลําเลียงสินค้าพืชเกษตรของพี่น้องออกมาขายยังข้างนอก และในเวลาหน้าฝน ฝนตกลงมาการสัญจรไปมาก็ค่อนข้างจะลําบาก เพราะเปึนลูกรังแบบเปึนดินเหนียว การเดินทางไปมาลําบากมาก หน้าแล้งก็เปึนฝุ์น ฉะนั้นเรื่องนี้ผมจะใคร่ขอเรียนว่าหากเปึนไปได้อยากให้ทางหน่วยงานกรมทางหลวง ได้โปรดไปสํารวจพิจารณา และมีอีกเส้นทางหนึ่งคือเส้นทางระหว่างบ้านวังตาลาดสมบูรณ์ ตําบลห้วยยายจิ๋ว อําเภอเทพสถิต ไปยังบ้านเขาวงพระจันทร์ ซึ่งเปึนเส้นทางที่เปึนลูกรัง เหมือนกัน ก็ขอว่าโปรดให้ความสนใจและช่วยเหลือพี่น้องชาวบ้านที่มีความเดือดร้อน หากเปึนไปได้ถ้าได้งบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ก็จะเปึนพระคุณอย่างยิ่ง ขอขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนฤมล ธารดํารงค์ ครับ

นางนฤมล ธารดํารงค์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่องเกี่ยวกับ เรื่องของความเดือดร้อนของประชาชนในเขตอําเภอพระประแดง ๕ ตําบลด้วยกัน ซึ่งได้แก่ ตําบลสําโรงใต้ ตําบลสําโรง และตําบลสําโรงกลาง ตําบลบางหญ้าแพรก และตําบลบางหัวเสือ ซึ่ง ๕ ตําบลนี้เปึนตําบลที่ใช้สิทธิบัตรทองรักษาฟรี เขตนี้ของเดิม จะมีการขึ้นทะเบียนโรงพยาบาลของภาครัฐในเขตจังหวัดสมุทรปราการ แต่ปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ต้นป้ที่ผ่านมาชาวบ้านถูกจํากัดสิทธิด้วยการระบุให้ราษฎรที่อยู่ใน ๕ ตําบลนี้ไปใช้ที่ โรงพยาบาลชัยปราการที่เดียว และชาวบ้านทุกคนที่ใช้บัตรทองรักษาฟรีตรงนี้จะต้อง ได้รับใบส่งตัวจากสถานีอนามัยประจําตําบลของตัวเองก่อนถึงจะไปรักษาต่อเนื่องได้ที่ โรงพยาบาลชัยปราการ สําหรับในส่วนตรงนี้ดิฉันเห็นว่ามันเปึนการไม่สะดวกสําหรับ ประชาชนทั่วไปและผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่ในเขต ๕ ตําบล ณ ตรงนี้ การบริการก็ไม่ทั่วถึง ซึ่งมัน ไม่ตรงกับ สโลแกน (Slogan : ประโยคสั้น ๆ ที่ผูกขึ้นเพื่อจูงใจประชาชน) ที่ทางกระทรวง มักจะพูดถึงว่า เปึนการให้บริการที่ทั่วถึงและเท่าเทียม สําหรับตรงนี้ประชาชนก็ฝาก ร้องเรียนมาด้วยว่าบัตรทองตรงนี้ที่บอกว่า บัตรทองรักษาฟรี ชาวบ้านก็เลยฝากบอก ท่านประธานไปทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้วยว่ามันน่าจะเปึนเรื่องของบัตรทองรักษาฟรี ไม่ได้ดีสักโรคเลยเท่าที่ประชาชนได้สัมผัสกันมา ก็ต้องขอฝากตรงนี้ไว้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ เชิญท่านเกียรติกร พากเพียรศิลปี เชิญครับ

นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด ปราจีนบุรีครับ ผมรอมา ๓ อาทิตย์แล้วครับ จะหารือนะครับ คือที่จังหวัดปราจีนบุรี บ้านผมนั้นขณะนี้ลมพายุฤดูร้อนมันเข้านะครับ คือที่บ้านผมมีเรือนจําอยู่ ๒ ที่นะครับ

๑. เรือนจําจังหวัดปราจีนบุรีนั้นสร้างเมื่อป้ ๒๔๗๒ ครับ ตอนนี้ป้ ๒๕๕๒ แล้ว ๘๐ ป้แล้วครับ ยังไม่มีการสร้างใหม่เลย คือตอนนี้ผู้ถูกคุมขังกับผู้คุมขังไม่กล้าอยู่ใน คุกครับ กลัวถล่มครับ เพราะตอนนี้ผู้คุมขังบอกว่าถ้าเอานิ้วคนละนิ้วจิ้มเรือนจํานี่ก็พังแล้ว ผมกลัวว่าลมพายุเข้ามาจะมีคนตายเกิดขึ้นในคุกซึ่งอันตรายมาก อยากให้รัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องไปดูเรือนจําแห่งนี้หน่อยครับว่าสร้างมา ๘๐ ป้แล้วก่อนรัฐธรรมนูญจะเกิด อีกครับ และพระราชบัญญัติออกเมื่อป้ ๒๔๗๙ นะครับ

๒. เรือนจําอีกที่หนึ่งที่อําเภอกบินทร์บุรี สร้างมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ นะครับ หน้าน้ําน้ําจะท่วมครับ คนในเรือนจํานั้นนอนไม่ได้ต้องไปนอนในวัดครับ ซึ่งผู้คุมขังบอกว่า เขายังไม่โดนประหารชีวิตเลยทําไมให้ไปนอนในวัด ผมก็ตอบเขาไม่ได้เหมือนกัน พอเดือน ตุลาคมต้องหาวัดนอนแล้วครับ เขาบอกว่าโทษเขายังไม่ถึงขั้นประหารชีวิต แต่จําเปึน ต้องไปนอนในวัด ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไปช่วยตรวจสอบ เรือนจํา ๒ แห่งนี้ด้วยนะครับ

และอีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องแม่น้ําบางปะกงของจังหวัดปราจีนบุรีนั้น ตอนนี้ น้ําเค็มแล้วครับ ซึ่งเค็มทุกป้นะครับ แต่คนจังหวัดปราจีนบุรีไม่ใช่คนใจเค็มนะครับ แต่น้ํา มันเค็มเฉย ๆ ปลาเลี้ยงไม่ได้ แล้วน้ําประปาก็จะเค็มตามไปด้วย ก็ฝากท่านประธานถึงผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับว่า น้ําเค็มเฉย ๆ นะครับ คนไม่ได้เค็ม ช่วยให้ หน่วยงานไปตรวจสอบด้วยนะครับว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรน้ําก็ต้องเค็มทุกป้ ๆ แล้วพอ หน้าฝนนี่ต้องกินน้ําเค็มตลอด ซึ่งคนปราจีนบุรีเปึนคนภาคตะวันออกจริง แต่แม่น้ําบางปะกงนั้น เปึนน้ําจืดนะครับ แล้วปลาก็เลี้ยงไม่ได้ ซึ่งปัญหานี้เปึนเวลา ๓๐ ป้แล้วก็ไม่หายเค็มครับ ก็มีเรื่องแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านนิยม ช่างพินิจ แล้วก็จะต่อด้วยทางพรรคเพื่อแผ่นดินบ้างนะครับ ท่านอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ ครับ เชิญท่านนิยมครับ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทยนะครับ สิ่งที่ผม อยากจะหารือ ผมเคยหารือตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมนะครับ เรื่องของโครงการรับจํานําข้าว แล้วสิ่งที่ผมได้หารือไว้ก็เปึนจริงนะครับ ตอนนี้โครงการรับจํานําข้าวนาป้นี้หมดแล้ว เดือนกุมภาพันธ์ เห็นว่าได้ทราบข่าวว่ารัฐบาลจะไปจํานํากลางเดือนมีนาคม ซึ่งตอนนี้ ปัญหาราคาข้าวเหลือ ๖,๐๐๐ กว่าบาทเอง โดยเฉพาะที่ความชื้น ๒๔-๒๕ นะครับ ๗,๐๐๐ บาทนิดหน่อย เพราะฉะนั้นจึงเปึนสิ่งที่ชาวบ้านก็ร้องเรียนนะครับ ถือว่าเปึน ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรเลย นี่คือประเด็นแรก

ประเด็นที่สอง คือเรื่องของราคาปุิยนะครับ ผมก็ยังไม่ได้รับเรื่องชี้แจงเลย ผมอยากฝากประธานอีกครั้ง อยากให้ประธานช่วยถึงกระทรวงพาณิชย์และผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอให้ชี้แจงด้วยว่าเพราะอะไรนะครับ ตอนนี้ราคาปุิยขึ้นมานี่ตกลูกละ ๙๐๐ กว่าบาท ซึ่ง พี่น้องเกษตรกรนี่เขารู้ว่าราคาน้ํามันในตลาดโลก ๔๐ เหรียญดอลลาร์ต่อบาร์เรลนะครับ เมื่อก่อนนี้ ๑๔๗ เหรียญดอลลาร์ต่อบาร์เรลนี่ราคาลูกละ ๑,๒๐๐-๑,๓๕๐ บาท ถ้าเทียบ อัตราส่วนแล้วนี่มันเปึนไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงฝากท่านประธานด้วย แล้วเรื่องที่ผมเคย พูดไว้ตั้งแต่ต้นเดือน ตอนนี้ปัญหาก็เกิดขึ้นคือเรื่องราคาข้าวนี่ครับ โครงการรับจํานําแล้ว ตอนนี้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรก็คือข้าวที่ออกมาแล้วก็ผลกระทบภัยหนาวที่เขาเรียก ข้าวจู๋ แล้วเมล็ดก็จะดํา ผลผลิตมันก็ได้น้อยนะครับ ๒๐ ไร่ได้ ๒ เกวียน ๓ เกวียนอย่างนี้ นะครับ

แล้วก็เรื่องที่สาม ฝากถึงกระทรวงคมนาคมนะครับ ถนนสายพิษณุโลก ไปนครสวรรค์ ซึ่งทางงบของผู้ว่า ซีอีโอ (CEO : Chief Executive officer ผู้บริหารสูงสุดของ องค์กรที่จะต้องมีภาวะผู้นําในการบริหารองค์กรไปสู่ความสําเร็จ) สมัยท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ เมื่อป้ ๒๕๔๘ ได้ขยายไปนะครับ ขยายไปได้ช่วงเดียว แล้วช่วงนี้อุบัติเหตุเกิดขึ้น บ่อยนะครับ ถนนสายพิษณุโลก-บางระกํา หรือหมายเลข ๑๐๖๕ นะครับ ฝากไว้ทั้ง ๓ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของโครงการรับจํานําข้าว ฝากท่านประธานช่วยเน้นไปถึงกระทรวงด้วย นะครับ เพราะว่าจะเอาอย่างรัฐบาลที่แล้วไม่ได้ เพราะรัฐบาลที่แล้วโครงการรับจํานํา ไม่ต่อเนื่องก็จริงนะครับ แต่ว่าราคากลไกของตลาดไม่ใช่ต่ําอย่างนี้นะครับ ก็ฝากไว้ ๓ เรื่องด้วยกัน ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอนุวัฒน์ครับ บุคคลตรงจุดนี้ครับเห็นสมควรจะพักราชการ เนื่องจากว่าการกระทําความผิดวินัย อย่างร้ายแรงเกี่ยวกับการสอบครูอัตราจ้างนั้น มีการแก้ไขกระดาษคําตอบตรงจุดนี้ ซึ่งเปึนสาระสําคัญของผู้เข้าสอบ เพราะว่าบุคคลที่เข้าสอบนั้นมีความหวังที่จะเปึนครู ไม่ใช่ไปมีความหวังที่จะหาเงินมาให้กับผู้ที่ตรวจข้อสอบ จริง ๆ แล้วคะแนนนั้นถ้าสอบ โดยสุจริตแล้วจะเห็นได้ว่าบุคคลที่สอบนั้นจะไม่ได้ตามที่ปรากฏรายชื่อที่ดําเนินการสอบ ซึ่งผู้เข้าสอบนั้นจะเห็นได้ว่าบางกระดาษคําตอบนั้นบางรายมีคําตอบนั้นประมาณ ๒๐ ข้อแค่นั้นเอง เห็นได้ว่าตรงจุดนี้คือมีการทุจริตที่มีความชัดเจน อยากจะฝากถึง กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดําเนินการตรวจสอบแล้วก็ให้ พักราชการบุคคลดังกล่าวเสีย ถ้ายังให้อยู่ในพื้นที่การศึกษา เขต ๗ จังหวัดนครราชสีมา ก็จะเกิดปัญหาลักษณะนี้เช่นเดิมครับซึ่งมีการร้องเรียนอยู่ประจํา แต่ครั้งนี้มีการจับได้ที่มี ความชัดเจนในด้านเอกสารของหลักฐานต่าง ๆ ครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องของการเคหะแห่งชาติ ขอไปเรื่องการเคหะแห่งชาติ เลยครับ การเคหะแห่งชาติได้มีการก่อสร้างที่จังหวัดนครราชสีมา อําเภอพิมายนั้น จํานวน ๘๒๙ หลัง การดําเนินการก่อสร้างนั้นผู้ส่งมอบนั้นได้ดําเนินการส่งมอบบ้าน การเคหะให้กับการเคหะแห่งชาติแล้วนะครับ เดี๋ยวจะให้ท่านดูรูปที่ผู้รับจ้างดําเนินการ ส่งมอบครับ นี่ครับ คือมีลักษณะสีเขียว ต้นไม้สีเขียว มีความสะอาดสะอ้านของการ ส่งมอบ หลังจากที่ผู้ส่งมอบได้ส่งมอบบ้านให้กับการเคหะแห่งชาติแล้ว ผู้เข้าไปบริหาร โครงการครับ ท่านเห็นไหมครับว่าสนามหญ้าจากสีเขียวกลายเปึนสีเหลืองครับ ไม่มีการ ดําเนินการบริหารจัดการที่ดีของการเคหะแห่งชาติของอําเภอพิมาย นี่ครับคือขยะครับ ขยะมูลฝอย ซึ่งจริง ๆ แล้วจะต้องดําเนินการเก็บขยะมูลฝอยในพื้นที่ของโครงการนั้น ทุกวัน แต่ ณ เวลานี้กองครับ กองระเนระนาดกันไปหมดเลยครับ ความเสียหายนั้นเกิดกับ ผู้อยู่อาศัยครับ การเคหะแห่งชาติไม่มีความรับผิดชอบอะไรครับ

เอาอย่างนี้สิครับท่าน พอดีเวลามันน้อย ท่านทําหนังสือปะหน้าแล้วส่งเรื่องมาเลยนะครับ

นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ นครราชสีมา

เดี๋ยวผมขอยื่นเอกสาร ให้กับท่านครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ เชิญท่านนิยม วรปัญญา ครับ

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมาก ว่าขอให้นําความหารือท่านประธานเพื่อให้ท่านประธานช่วยประสานงานแล้วก็แก้ไข ดังที่ผมได้ยื่นเปึนหนังสือแล้วก็มีรายละเอียดประกอบนะครับ

เรื่องที่ ๑ เรื่องที่ดินทํากินของราษฎรและที่อยู่อาศัย ที่วัด ที่สาธารณะ ถนนหนทาง ถูกกรมป์าไม้ประกาศสงวนห้ามทับ ขอให้ช่วยพิจารณาพระราชบัญญัติที่ผม ได้เสนอไว้เปึนเรื่องด่วนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของโรงเรียนเอกชนครับ เพราะมีการ แก้กฎหมาย ๒๕๒๕ ทําให้มีผลบังคับทําให้โรงเรียนเอกชนต้องล้มไปจํานวนหลายร้อยโรง ดังนั้นขอให้แก้ไขพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนครับ

เรื่องที่ ๓ เรื่องใบอนุญาตครู ใบอนุญาตครูก่อนนี้ไม่ต้องมีใบอนุญาต เดี๋ยวนี้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจะต้องมีการเรียนเพิ่มหรือมีการกําหนดโดยคุรุสภา ทําให้ครูเดือดร้อนมาก เพราะครูจํานวนนับแสน ๆ คนยังไม่มีใบอนุญาต ที่มีแล้วก็มีอายุ เพียง ๕ ป้ต้องต่อใหม่ครับ ขอให้แก้ไขเรื่องนี้ครับ

เรื่องที่ ๔ โรงเรียนอาชีวะขอมีสิทธิในการผลิตครูสอน เพราะว่าวิชาชีพ บางอย่างต้องใช้ครูที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏและ โรงเรียนเอกชนผลิตครูได้โดยใช้หลักสูตรที่ได้รับอนุญาตจากคุรุสภาครับ

เรื่องที่ ๕ มันสําปะหลังเวลานี้ราคาขายได้ไม่ถึงบาทครับ เพราะว่าโควตา ที่มีนั้นได้ไม่ทั่วถึง คนไม่มีโควตานี่ขายได้ ๘๐ สตางค์ก็มี คนที่มีโควตาก็ได้ ๑ บาท ๙๐ สตางค์ เพราะฉะนั้นต่างกันเยอะ แล้วโควตาที่ได้นั้นก็จะได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็คนภายในวงใน คนข้างนอกจะไม่ค่อยได้ครับ

เรื่องที่ ๖ ราษฎรเดือดร้อนเรื่องภัยแล้งมากเวลานี้นะครับ สัตว์น้ํากําลังจะ สูญพันธุ์ ปลา กุ้ง หอย ปู แล้วก็สัตว์เลี้ยง สัตว์บกก็คือ โค กระบือ แพะ แกะ ไก่ กําลัง เดือดร้อนมาก ขอให้กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย และสํานักงานฝนหลวง และ ที่หน่วยงานต่าง ๆ ของทางราชการ เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด และ หน่วยราชการทหารช่วยเร่งครับ

เรื่องที่ ๗ ถุงยังชีพที่เคยขอไว้ตั้งแต่สมัยประสบภัยพิบัติของ อําเภอชัยบาดาล อําเภอท่าหลวง อําเภอลําสนธิ อําเภอหนองม่วง อําเภอโคกเจริญ อําเภอโคกสําโรง และอําเภอสระโบสถ์ ยังไม่ได้รับ ว่าที่จัดไปแล้วจะอยู่ที่กรมปัองกันและ บรรเทาสาธารณภัย ขอให้ช่วยส่งให้โดยเร็วด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิยมครับ มันครบเวลาท่านแล้วนะครับ เหลืออีกหลายข้อไหมครับ

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

เรื่องที่ ๘ มีความสําคัญมากเลยครับ เพราะว่า พระธรรมทูตนี่นะครับได้ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้มาก เพราะฉะนั้นขอให้ทางสํานักพุทธเร่งรัดช่วยจัดพระธรรมทูตและส่งเสริมให้ได้มีการออกไป ประกาศศาสนาแล้วก็ช่วยเผยแพร่พระธรรมคําสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ทั่วถึง เพื่อจะได้ขจัดปัญหาความขัดแย้ง ขอขอบคุณท่านประธาน และขอฝากเรื่องดังกล่าว ทั้งหมดขอให้ท่านประธานช่วยประสานงานและติดตามผลให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เราให้ท่านได้หารือมาเปึนเวลา ๑ ชั่วโมงแล้วนะครับ ท่านวัชระมีอะไรครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ส่งจดหมายหารือท่านประธานอย่างเปึนทางการ แล้วปรากฏว่าท่านประธาน ทําหน้าที่ไม่เปึนกลางจงใจลืมชื่อผม ไม่ให้ผมหารือเรื่องราวความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญ ในวันนี้ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานว่า ท่านประธานควรจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเปึนกลาง อย่าคิดว่าผมนั้นเปึนผู้ที่ร้องเรียน ท่านประธานต่อประธานชัย ชิดชอบ ว่าท่านประธานไปพูดกล่าวหาสมาชิกใน สภาผู้แทนราษฎรว่า เป่ดท้ายรถแล้วมีคนเอากระเปิาไปใส่ที่ท้ายรถให้ เท่ากับ ท่านประธานกล่าวหาว่าสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้รับสินบน ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านวัชระครับ กรุณานั่งลงก่อนครับ คือชื่อท่านนี่ก็อยู่ในลิสต์ (List : บัญชีรายชื่อ) นะครับ ทีนี้ถ้าจะให้พูดกันหมดทุกท่านนี่เดี๋ยวเราก็ไม่มีเวลาพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติสําคัญนะครับ แล้วเราก็ได้วางแนวไว้ว่าการหารือนี่ก็จะให้หารือ ประมาณ ๑ ชั่วโมง แล้วก็ท่านวัชระก็ได้หารือทุกสัปดาห์ วันนี้ไม่ใช่ว่าผมไม่อนุญาต ท่านนะครับ จริง ๆ นี่ชื่อท่านก็อยู่ในลิสต์จริง ๆ เรื่องที่ท่านได้กล่าวถึงผมนี่นะครับ ก็เอาไว้ผมจะทําหนังสือเรียนชี้แจงท่านอย่างเปึนทางการดีกว่า ไม่อยากจะใช้เวลาสภานี้ นะครับ ท่านไพจิตมีอะไรครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมจะขออนุญาต ท่านประธานเพื่อเสนอข้อคิดเห็นว่าการหารือโดยใช้เวลาก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ขอความ กรุณาท่านประธานว่า ความจริงระเบียบวาระนี่จะมีการส่งล่วงหน้า มีการเตรียมการ เพื่อที่จะเสนอคําอภิปรายก็ดี ข้อคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง เวลานัดการประชุมคือบ่ายโมงครึ่ง ครับท่านประธาน ถ้าองค์ประชุมพร้อม ถ้าเปึนวันใดก็ตามถ้าองค์ประชุมครบแล้วนี่ ผมจะ ขอความกรุณาท่านประธานเปึนแบบนี้ได้ไหมว่า ให้เข้าสู่การประชุมตามระเบียบวาระ เพื่อที่ผู้ได้เตรียมการอภิปรายมาจะได้อภิปรายในกฎหมายในเรื่องที่มีการส่งวาระล่วงหน้า แม้นว่าการหารือก่อนจะเปึนประโยชน์ในการนําปัญหาพื้นที่ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าก็จะทําให้การพิจารณากฎหมายก็ดี เรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระที่มีการเตรียมการ ก่อนผ่านที่ประชุมพรรคอะไรมานี่ก็ถูกเบียดซึ่งเวลาลดลง พอท้าย ๆ ก็จะขอให้อภิปราย น้อยลง เนื้อใหญ่ใจความที่ควรที่จะได้แสดงความคิดเห็นก็จะมีข้อจํากัด จะไม่เปึนผลดี ต่องานการนิติบัญญัติของเราครับท่านประธาน สุดแท้แต่ท่านจะพิจารณาครับ ผมเข้าใจ ว่าข้อบังคับก็ไม่ได้เขียนไว้กว้างว่าจะต้องใช้เวลา ๑ ชั่วโมงเต็มหรืออะไรอย่างนั้นนะครับ สุดแท้แต่ที่จะให้เกิดประโยชน์ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือถึงหลักเกณฑ์การหารือของสมาชิกในสภา ของเรานี่ครับ ท่านประธานได้กรุณากําหนดระเบียบไว้ในการหารือว่ามีการแจ้งความ จํานงเปึนลายลักษณ์อักษรนําเสนอต่อท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก่อนการประชุม ทุกวันนะครับ แล้ววันใดถ้าเกิดว่ามีข้อหารือของสมาชิกค้างก็ให้สะสมไว้ในวันต่อ ๆ ไป นะครับ ซึ่งลักษณะการดําเนินการดังกล่าวก็จะคล้าย ๆ กับเปึนเรื่องกระทู้เสียแล้วนะครับ ในการหารือนี่นะครับ เนื่องจากมีข้อหารือของสมาชิก ซึ่งจริง ๆ ก็เปึนเรื่องสําคัญทั้งนั้น นะครับค้างอยู่มาก ยกตัวอย่างเช่น วันนี้นะครับก็ไปดูว่ายอดที่ค้างมาตั้งแต่วันพุธที่แล้ว พุธที่ ๒๕ กุมภาพันธ์มี ๙ ท่านนะครับ ค้างวันพฤหัสบดี ๑๑ ท่าน รวมเปึน ๒๐ ท่าน วันนี้ ประมาณอีก ๓๐ ท่าน แล้วเราก็หารือกัน ๑ ชั่วโมงได้เพียงบางส่วน ผมขออนุญาต นําเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ขอเปึนว่าการหารือนี่เปึนวันต่อวันได้ไหมครับ ท่านประธานครับ แล้วถ้าเกิดว่าวันใดยังมีเรื่องค้างอยู่ก็ตัดไปนะครับ วันต่อมาเราก็มายื่น กันใหม่น่าจะเหมาะสมกว่าท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขออนุญาตทําความชี้แจงเพื่อนสมาชิกอย่างนี้นะครับ การหารือก็เปึนไปตามข้อบังคับ ที่บอกก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับ (ข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑) ข้อ ๑๗ ก็เป่ดโอกาสให้สมาชิกได้หารือเรื่อง ความเดือดร้อนของประชาชนหรือเรื่องอื่นนะครับ สภาก็รับเรื่องดังกล่าวมาก็ส่งไปให้ หน่วยงานที่ท่านพาดพิงถึงให้เขาตอบ เหตุที่เขียนข้อบังคับ ข้อ ๑๑ และ ข้อ ๑๗ ไว้นะครับ ผมเองก็มีส่วนไปยกร่างข้อบังคับ ก็เนื่องจากเราเห็นว่ารัฐธรรมนูญ (รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐) ฉบับปัจจุบัน มาตรา ๒๖๖ นี้ก็ไปจํากัด บทบาทของท่าน ส.ส. ทั้งหลายที่จะใช้สถานะความเปึน ส.ส. ไปก้าวก่ายยุ่งเกี่ยวกับ หน่วยราชการต่าง ๆ ไม่ได้ ท่านจะไปทําหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงนายอําเภอ ถึงเจ้าหน้าที่ไหนก็จะมีปัญหานะครับ ท่านอาจจะหมดสมาชิกภาพก็ได้ถ้ามีคนร้องไป ฉะนั้นข้อบังคับใหม่เราก็เลยเป่ดช่องให้ท่านทั้งหลายใช้โอกาสหารือก่อนเข้าสู่วาระนี้ นะครับ อันนี้เปึนเหตุผล ดังนั้นถ้าจริง ๆ แล้วนี่ก็อยากได้อย่างที่ท่านไพจิตว่า ว่าวันไหน ไม่ต้องหารือเลยครบองค์ปัูบก็เข้าสู่วาระเลยก็ได้นะครับ แต่ท่านก็จะเสียโอกาสตรงนี้ ก็จะ พยายามจะทําอย่างไรที่จะบริหารจัดการให้ได้นะครับ ที่ท่านสุธรรมเสนอมานี้ก็เปึน แนวคิดที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้แสดงความคิดเห็นมาว่า การยื่นขอหารือในแต่ละวัน นี่ถ้าสมมุติค้างอยู่ก็ถือว่าให้ตกไป พรุ่งนี้ถ้ายังติดใจอยู่ยังเปึนประเด็นที่คิดว่าอยากจะ หารือก็มายื่นใหม่นะครับ จะได้ไม่มีสะสม เหมือนกระทู้ถามที่เราปรับปรุงข้อบังคับใหม่ กระทู้ไหนที่ป่ดสมัยประชุมก็ตกไปก็มายื่นใหม่นะครับ สิ่งเหล่านี้เดี๋ยวจะได้ไปหารือ ร่วมกันเพื่อจะหาข้อสรุปที่ดีที่สุดครับ ท่านเชาวรินมีอะไรครับ เชิญครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากระบบสัดส่วน เรื่องหารือของผมนี่ ผมเห็นใจเพื่อนสมาชิกและเห็นใจท่านประธาน ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม แต่บางครั้งบางเรื่องกว่าจะได้ถึงโอกาสหารือ โบราณเขาว่า กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ อย่างขณะนี้สํานักงานตํารวจแห่งชาตินี่ประกาศรับ ตํารวจชั้นสัญญาบัตรหลายพันอัตรา แทนที่จะพิจารณาจากข้าราชการตํารวจชั้นประทวน ไม่ว่าจะเปึนจ่า นายดาบ หรือนายสิบ ที่มีคุณวุฒิปริญญาตรี ซึ่งหลายหมื่นคนที่จบ ปริญญาตรีระหว่างที่เขารับราชการ ได้ทุ่มเทด้วยความเสียสละเรียนจนจบปริญญาตรี แต่สํานักงานตํารวจแห่งชาติกันไว้ ๔๐๐ บ้าง ๕๐๐ บ้าง แทนที่จะเอาจํานวนหลายพัน มาให้ข้าราชการตํารวจที่มีคุณวุฒิปริญญาตรีนี้จํานวนมากสักหน่อยเพื่อให้เขามี ความเจริญก้าวหน้า แต่ที่สําคัญที่สุดก็คือเปึนตัวอย่างของความทุ่มเทในการที่จะศึกษา เล่าเรียน พัฒนาตนเอง สํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่ทํา แล้วอีก ๒ วันพอไปรับสมัคร บุคคลภายนอก พูดไปก็ไร้ค่า จะพูดตอนนี้นําไปให้แก่ผู้บริหารที่มีหน้าที่รับผิดชอบ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ มันก็แก้ปัญหาให้เขาได้ นี่เรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ผมเคยหารืออย่างน้อย ๒ ครั้งไปแล้ว คือเงินตอบแทนของบรรดา ลูกจ้างประจําของสํานักงานรัฐสภา ไม่ว่าสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ลูกจ้างประจํา ทั้งสองสภานี่มีหลายร้อยคน หน่วยงานอื่น ๆ ก็มีเงินตอบแทน มีเงินเพิ่ม มีเงินสวัสดิการ แต่ลูกจ้างของสถาบันที่มีหน้าที่พิจารณาความทุกข์ความเดือดร้อนของคนทั้งประเทศ กลับไม่นําพาเขา มันเปึนอย่างไรครับ ในบ้านตัวเองแท้ ๆ กลับไม่ดูแลคนของเรา แล้วนี่ อีก ๒ วันรัฐบาลจ่ายคนละสองพัน ๆ อะไรนี่ แต่ขณะเดียวกันลูกจ้างประจําในสภากลับ ไม่ได้รับการเอาใจใส่ จะให้ตอบคําถามกับลูกจ้างประจําอย่างไร คนเหล่านี้เขาเสียสละ ทํางานรับใช้สมาชิก ไม่ว่าสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ตรงนี้น่าจะให้เขามีความสําคัญ บางทีประชุมกันตี ๓ ตี ๔ ท่านประธานครับ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชัย ชิดชอบ นี่ไป ต่างประเทศ เปึนหัวหน้าคณะไปจอร์แดน ไปเยือน อันนี้ก็เปึนหน้าที่ที่จะต้องทํา กลับมา เมื่อไรท่านประธานต้องรีบนําเรื่องนี้ไปหารือท่านประธาน ชัย ชิดชอบ ปล่อยให้คนในบ้าน เราเดือดร้อนได้อย่างไร เราไปช่วยเหลือคนอื่น แต่คนในบ้านเดือดร้อนอย่างนี้ ผมว่าไม่ถูกครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง 🔗

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่วาระการประชุมนะครับ

ขณะนี้มีสมาชิกเข้าชื่อประชุมแล้วจํานวนทั้งหมด ๓๔๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเป่ดการประชุมเพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องกระทู้ถาม ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ใน ระเบียบวาระ ๒ เรื่องนะครับ

๑. รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบแล้ว

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่ได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ซึ่ง สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบแล้ว เพื่อเสนอต่อวุฒิสภาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๖๘ นั้น ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญ ทั่วไป) เปึนพิเศษ ในวันจันทร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้ลงมติ ให้ความเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว จึงแจ้งมาให้ที่ประชุมได้ทราบ นะครับ

๒. รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ฝ์ายวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญทั่วไป) วันศุกร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการ ร่วมกันฝ์ายวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ตามมาตรา ๑๔๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงแจ้งมาเพื่อที่ประชุมได้ทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ จํานวน ๑๐ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ วันพุธที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๑

ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๑

ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ วันศุกร์ที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๑

ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๑

ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๑

ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ วันศุกร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๑

ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ วันพุธที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๑

ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๑

ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๑ และ

ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๑

ซึ่งก็ได้วางให้ท่านสมาชิกทั้งหลายได้ตรวจดูแล้วนะครับ ก่อนที่จะเสนอให้ สภารับรอง มีท่านผู้ใดที่จะขอแก้ไขไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๑๐ ครั้ง ดังกล่าว ต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีครับ

ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วน เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทํานอง เดียวกันอีก ๒ ฉบับ คือ

๑. ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... (นายเจริญ จรรย์โกมล กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

๒. ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... (นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ซึ่งผมเห็นว่าเปึนเรื่องทํานองเดียวกันน่าจะนํามา พิจารณารวมกัน มีท่านผู้ใดขัดข้องไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

เมื่อไม่มีผู้ใดขัดข้อง ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ก็จะขอดําเนินการตามนี้

แต่ก่อนที่จะให้ท่านผู้เสนอร่างนะครับ ทั้งคณะรัฐมนตรีและท่านสมาชิก ผมอยากกราบเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เปึนร่างพระราชบัญญัติที่มี ความสําคัญฉบับหนึ่ง ทางภาคประชาชน ก็ได้ตั้งข้อสังเกต และนําข้อสังเกตดังกล่าว มามอบผ่านทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวันนี้ท่าน พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ท่านก็ไปรับมอบแทน ผมขออนุญาตอ่านข้อสังเกตขององค์กรเครือข่ายเอกชน ให้ท่านทั้งหลายได้ทราบนะครับ ก่อนที่จะให้ผู้แถลงทั้งหลายได้แถลงหลักการ เหตุผล ของท่านนะครับ เขาบอกว่า

๑. กระบวนการและที่มาขององค์กรอิสระต้องมีความโปร่งใส มีขั้นตอนที่ ปัองกันการแทรกแซงจากภาครัฐและภาคธุรกิจ

๒. ให้ยืนยันสิทธิการใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่ของภาคประชาชน อย่างชัดเจน โดยกําหนดแนวทางจัดสรรคลี่นความถี่ให้กับภาคประชาชนไม่น้อยกว่า ร้อยละยี่สิบตามที่เคยบัญญัติไว้ในกฎหมาย

๓. การจัดตั้งกองทุนให้เปึนไปเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่ม เด็กเยาวชนและครอบครัว ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และประชาชนในท้องถิ่น ได้เข้าถึงสิทธิ ในการสื่อสารและได้รับสื่อที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ให้มีสัดส่วนตัวแทนของภาคประชาชนเปึน กรรมการบริหารกองทุน

๔. กลไกตรวจสอบต้องมีความเปึนอิสระ และเป่ดให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการติดตามประเมินผลการดําเนินงานขององค์กรในแต่ละขั้นตอนและทุกด้าน ซึ่งข้อสังเกตนี้ก็จะได้มอบให้ท่านสมาชิกที่สนใจนะครับนําไปประกอบการพิจารณาในชั้น แปรญัตติ

ต่อไปผมขอเชิญคณะรัฐมนตรีและผู้เสนอหลักการและเหตุผลตามลําดับครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร

ขอบพระคุณค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้ค่ะ

หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

เหตุผล โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔๗ ได้บัญญัติให้มีองค์กรของรัฐที่เปึนอิสระองค์กรหนึ่งทําหน้าที่ดําเนินการ จัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติตามมาตรา ๓๐๕ (๑) บัญญัติให้มี กฎหมายจัดตั้งองค์กรที่ตราขึ้นจะต้องมีสาระสําคัญเกี่ยวกับการกําหนดให้มี คณะกรรมการเฉพาะด้านเปึนหน่วยย่อยภายในองค์กรนั้นแยกต่างหากจากกัน ทําหน้าที่ กํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และกํากับการประกอบ กิจการโทรคมนาคมและมีรายละเอียดว่าด้วยการกํากับและคุ้มครองการดําเนินกิจการ การจัดให้มีกองทุนพัฒนาทรัพยากรสื่อสารและส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการ ดําเนินการสื่อมวลชน สาธารณะ ประกอบกับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งเปึนพระราชบัญญัติที่ตราขึ้นตามมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๔๐) โดยใช้บังคับมาเปึนระยะเวลานานแล้ว แต่ยังไม่เกิดผลในทาง ปฏิบัติเท่าที่ควร ทําให้เกิดข้อติดขัดในการดําเนินการหลายประการ ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๕๐) จะกําหนดให้จัดตั้งองค์กรของรัฐที่เปึนอิสระ องค์กรหนึ่งทําหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม และกําหนดขอบเขตการดําเนินงานขององค์กรและ การกํากับดูแลการประกอบกิจการดังกล่าว จึงจําเปึนต้องปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่และกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๕๐) ดิฉันจึงขอให้สภาผู้แทนราษฎร โปรดพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้เสนอร่างต่อไปครับ ท่านเจริญ เชิญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ....

หลักการ ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

เหตุผล (๑) โดยที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งเปึน พระราชบัญญัติที่ตราขึ้นตามมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ได้ใช้บังคับมาเปึนระยะเวลานาน แต่ยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ เท่าที่ควร ทําให้เกิดข้อขัดข้องในการดําเนินการหลายประการ ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ บัญญัติให้จัดตั้งองค์กรของรัฐที่เปึนอิสระ องค์กรหนึ่งทําหน้าที่ดําเนินการจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม และกําหนดขอบเขตของ การดําเนินงานขององค์กรและการกํากับดูแลการประกอบกิจการดังกล่าว จึงจําเปึนต้อง ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และเปึนไปตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

(๒) เนื่องจากมาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติ ให้มีองค์กรของรัฐที่เปึนอิสระองค์กรหนึ่ง ทําหน้าที่ดําเนินการจัดสรรคลื่นความถี่และ กํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ และมาตรา ๓๐๕ (๑) บัญญัติให้กฎหมายจัดตั้งองค์กรที่ตราขึ้น จะต้องมีสาระสําคัญเกี่ยวกับการกําหนดให้มีคณะกรรมการเฉพาะด้านเปึนหน่วยย่อย ภายในองค์กรนั้น แยกต่างหากจากกันทําหน้าที่กํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกํากับการประกอบกิจการโทรคมนาคม และมีรายละเอียดว่าด้วย การกํากับและการคุ้มครองการดําเนินกิจการ การจัดการให้มีกองทุนพัฒนาทรัพยากร สื่อสารและส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดําเนินการสื่อสารมวลชนสาธารณะ

เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเสนออีกนิดหนึ่งเพื่อที่จะเปึนเหตุผล ในการประกอบ เพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้มีโอกาสได้พูดคุยกันในสภาแห่งนี้ เนื่องจาก กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายสําคัญและมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมายและ กว้างขวาง ที่สําคัญประกอบไปด้วยผลประโยชน์ซึ่งเปึนผลประโยชน์ของรัฐที่พวกเรา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องคํานึงถึงผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน เปึนที่ตั้ง เราต้องยอมรับท่านประธานครับ ในขณะนี้เท่าที่ผมได้ติดตาม ณ ขณะนี้ได้มี โดยเฉพาะโทรทัศน์ของพวกเราได้มีช่องต่าง ๆ ตั้งแต่ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ นะครับ เอ็นบีที

(NBT : Natainal Broadcast Television สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย) และหลายช่องที่ผ่านมานั้น ก่อนอื่นเราต้องยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องสําคัญในเรื่องของ ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นการจัดหมวดหมู่เปึนเรื่องใหญ่ เรื่องสําคัญ ประกอบกับวิทยุกระจายเสียงซึ่งมีขณะนี้ ๕๐๐ กว่าสถานีทั่วประเทศ รวมถึงวิทยุ ในชุมชนด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องใหญ่และเรื่องสําคัญ ฉะนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่ผมกราบเรียนเสนอต่อท่านประธานเพื่อให้ท่านสมาชิกได้วินิจฉัยแล้วก็มีการศึกษา ก็คือว่า

สิ่งสําคัญประการหนึ่งที่ผมได้นําเสนอในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือ กระบวนการในการสรรหา อาจจะแตกต่างกับของรัฐบาลและของเพื่อนสมาชิกซึ่งกําลังจะ เสนอลําดับต่อจากผมไป ผมขอกราบเรียนในที่ประชุมว่า ในกระบวนการสรรหาในการ คัดเลือกนั้นลักษณะพิเศษของกฎหมายที่ผมเสนอ โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกร่วมพรรคนั้น ได้มีการนําเสนอในการคัดสรรคัดเลือกโดยเฉพาะเมื่อผ่านคณะกรรมการคัดสรรแล้ว จะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามลําดับ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสอย่างที่ หลายส่วนได้ตั้งข้อสังเกตไว้ เพราะเนื่องจากในเรื่องนี้เปึนเรื่องผลประโยชน์มหาศาล

ในเรื่องที่ ๒ ร่างนี้ได้เห็นว่าการกําหนดคุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ามาเปึน คณะกรรมการนั้นจะต้องเปึนผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ และชํานาญเฉพาะด้าน

ในเรื่องที่ ๓ นั้นที่สําคัญก็คือในเรื่องของการกํากับและการกําหนดนโยบาย ในเรื่องของการคัดสรร กําหนดเกี่ยวกับเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่นั้น โดยเฉพาะ คณะกรรมการชุดนี้เปึนเรื่องใหญ่ จะต้องอาศัยคนที่มีความสามารถเฉพาะด้านเปึนเรื่อง พิเศษ ฉะนั้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเปึนธรรมและเอื้อประโยชน์ให้กับประเทศ และประชาชนของพวกเรานั้น มีความจําเปึนที่จะต้องให้ทางสภานี้ได้พิจารณา อย่างรอบคอบ ผมจึงกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อให้ท่านสมาชิกได้โปรดพิจารณาอีก ครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้เสนอร่างครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมและคณะ ส.ส. รวม ๓๐ ท่านได้เสนอร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการเหตุผลและความจําเปึน ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ดังนี้ ทําให้เกิดข้อติดขัดในการดําเนินการหลายประการ ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กําหนดให้จัดตั้งองค์กรของรัฐที่เปึนอิสระ องค์กรหนึ่งทําหน้าที่ดําเนินการจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม และกําหนดขอบเขต การดําเนินงานขององค์กรและกํากับดูแลการประกอบกิจการดังกล่าว รวมทั้งในร่างฉบับนี้ ได้มีบทบัญญัติอื่น ๆ ที่จะทําให้การดําเนินงานขององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่เปึนไป อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการบรรจุข้อเรียกร้องของภาคฝ์ายต่าง ๆ ในสังคม ให้เข้ามาเปึนส่วนหนึ่งของเนื้อหาในร่างฉบับนี้ จึงจําเปึนต้องปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาสักเล็กน้อยในการ อภิปรายประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกภาค ฝ์ายนะครับที่ได้พยายามผลักดันให้สภาผู้แทนราษฎรได้หยิบยกเอาร่างกฎหมายฉบับนี้ ขึ้นมาพิจารณา และได้บรรจุร่างข้อเสนอของภาคฝ์ายต่าง ๆ เข้ามาเปึนข้อสังเกตในการ พิจารณาในครั้งนี้ ท่านประธานครับ กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่เปึนกฎหมายที่มี ความสําคัญมากที่สุดฉบับหนึ่ง ผู้คนก็ได้รอคอยแล้วก็ติดตามความเคลื่อนไหวของ กฎหมายฉบับนี้มาโดยตลอด นับตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งได้บัญญัติข้อความ สําคัญไว้ในมาตรา ๔๗ แต่ด้วยเหตุผลทางการเมืองด้วยการที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจที่มี เม็ดเงินจํานวนหลายแสนล้านบาท รวมทั้งการที่มีบุคคล มีกลุ่ม มีองค์กร มีฝ์ายต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเปึนจํานวนมาก ทําให้กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ที่จะออกตาม รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็เกิดขึ้นไม่ได้สักที ปัญหาที่ตามมาก็คือความโกลาหลในการ จัดระเบียบในการใช้คลื่นความถี่ ทั้งคลื่นความถี่ทางด้านวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และคลื่นความถี่ทางด้านโทรคมนาคม ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ที่พี่น้องประชาชนและ เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้หยิบยกมาพูดจากันมาก ก็เช่น ปัญหาการเกิดขึ้นของวิทยุ ชุมชน ซึ่งเกิดขึ้นเปึนจํานวนมาก มีอยู่จํานวนกว่า ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ สถานีเคเบิลทีวี ในท้องถิ่นซึ่งเกิดขึ้นเปึนจํานวนมาก โทรทัศน์ในท้องถิ่น โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม หรือ การจัดสรรคลื่นความถี่ทางด้านโทรคมนาคม ซึ่งยังมีปัญหาในเรื่องความเหลื่อมล้ํา ในการจัดสรรในหมู่ผู้ประกอบการ เหล่านี้ล้วนแต่เปึนรูปธรรมของปัญหาของ ความโกลาหลอันเปึนผลสืบเนื่องจากการที่ไม่มีกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ท่านประธานครับ วันนี้ด้วยความมุ่งมั่นของรัฐบาลซึ่งต้องขอชื่นชมที่จะผลักดัน ให้กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ออกมาบังคับใช้ เพื่อให้สนองตามนโยบายของ รัฐบาลที่ต้องการให้เกิดการจัดระเบียบการใช้คลื่นความถี่ ซึ่งจะได้เปึนประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนในวันข้างหน้า กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ จริง ๆ แล้วมีจุดเริ่มต้น มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ที่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ได้กําหนดไว้ชัดเจนนะครับว่า คลื่นความถี่ที่ใช้ส่งกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมเปึนทรัพยากรสื่อสาร ของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ จากจุดนั้นละครับก็ทําให้มีการออกกฎหมายตามมา ฉบับหนึ่งเรียกว่า พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เมื่อป้ ๒๕๔๓ ในกฎหมาย ฉบับป้ ๒๕๔๓ กําหนดให้มีองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ๒ ชุด อยู่ในองค์กรแห่งนี้ ชุดแรก ก็เรียกว่า กสช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ) ก็พยายามจัดตั้งกันมายาวนานนะครับ ด้วยกระบวนการที่เรียกว่ายากเย็น มีกระบวนการ สรรหา มีการฟัองร้อง ทําให้เกิดภาวะชะงักงัน และในที่สุดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ถูก ล้มเลิกไป เมื่อป้ ๒๕๔๙ กสช. ก็ยังไม่เกิด กรรมการในชุดที่ ๒ เรียกว่า กทช. หรือ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ก็ได้ผ่านวิบากกรรมมามากมายเหมือนกัน นะครับกว่าที่จะจัดตั้งขึ้นสําเร็จก็ในป้ ๒๕๔๘ และก็ กทช. ชุดนี้ก็ทําหน้าที่มาจนถึงวันนี้ และวันนี้ กทช. ชุดนั้นตามกฎหมายพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ ก็ยังได้ทําหน้าที่เข้ามาจัดสรรคลื่นความถี่เปึนการชั่วคราวตามบทบัญญัติของกฎหมาย ที่ออกตามมาในภายหลัง ก็คือกฎหมายประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ ป้ ๒๕๕๑ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดไว้ในมาตรา ๔๗ ที่ให้มีองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ด้วยเจตนารมณ์อันเดียวกันกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ระบุ ให้มีองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ขึ้นมาเพียงองค์กรเดียว ดังนั้นก็จําเปึนต้องมีกฎหมาย ขึ้นมารองรับเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ สังคมไทยเราภาคฝ์ายต่าง ๆ ทั้งนักวิชาการ ภาคประชาชน พี่น้องประชาชนทั่วไป รวมทั้งฝ์ายการเมืองเองก็รอคอย และพยายาม ผลักดันที่จะให้เกิดการปฏิรูประบบการสื่อสารมวลชนของประเทศ และปฏิรูประบบการ ควบคุมการใช้คลื่นความถี่ของกิจการโทรคมนาคมมาโดยตลอด ทั้งนี้เพื่อมีเปัาหมายว่า ทําอย่างไรที่จะให้การใช้คลื่นความถี่นั้นเปึนประโยชน์กับสังคมส่วนรวมอย่างแท้จริง ทําอย่างไรที่จะให้การจัดสรรคลื่นความถี่ซึ่งเปึนทรัพย์สมบัติของสาธารณะถูกกระจายไปยัง ภาคส่วนต่าง ๆ อย่างทั่วถึง เปึนธรรมอย่างแท้จริง เพื่อให้ทุกภาคฝ์ายได้มีโอกาสได้เปึน เจ้าของคลื่นความถี่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากความล่าช้าดังกล่าว ทําให้กฎหมายฉบับนี้ยังไม่ออกมาสักที แต่ขณะเดียวกันท่านก็เห็นแล้วนะครับว่า พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี ทางด้านกิจการโทรคมนาคม ทางด้านการสื่อสารพัฒนาไป อย่างรวดเร็วมาก เรียกว่า เปึนการพัฒนาแบบก้าวกระโดด และสภาพปัญหาของสังคม ก็มีความสลับซับซ้อนที่จําเปึนต้องใช้ทรัพย์สมบัติสาธารณะเหล่านี้มาแก้ไขปัญหา ของสังคม วันนี้เมื่อกฎหมายคลื่นความถี่ไม่ออก หรือว่าถูกยื้อ ถูกทําให้ออกล่าช้าก็ยิ่ง ทําให้เกิดความโกลาหลมากขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้ต้องบอกว่าการใช้คลื่นความถี่ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมในประเทศนี้อยู่ในสภาพโกลาหลและวิกฤติอย่างมาก

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้คําถามของเราก็คือว่า เราจะคลี่คลาย สภาพแบบนี้ได้อย่างไร ทําอย่างไรให้ทุกภาคฝ์ายมีความเห็นพ้องต้องกันแล้วก็สม ประโยชน์ลงตัว สามารถที่จะทําให้ทุกภาคฝ์ายรู้สึกว่าการจัดสรรคลื่นความถี่นั้นเปึนไป อย่างเปึนธรรม โปร่งใส อย่างแท้จริง อันนี้เปึนโจทย์ใหญ่ที่ผมและเพื่อนสมาชิกที่ได้ นําเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ขบคิดมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าเราจะ ทําอย่างไรที่จะออกกฎหมายที่จะจัดระเบียบสภาพความโกลาหลดังกล่าวนี้ให้เปึนไปตาม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ ไม่เพียงแต่รัฐบาล ไม่เพียงแต่ฝ์ายค้าน ไม่เพียงแต่พรรคประชาธิปัตย์เอง ที่พยายามที่จะ ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมา แล้วต้องการจะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทํากฎหมาย แต่พี่น้องที่อยู่ในภาคประชาชนซึ่งอยู่ในองค์กรทางด้านการสื่อสารมวลชน ทางด้าน กิจการโทรคมนาคมจํานวนมาก ก็ปรารถนาที่จะมีส่วนร่วมในร่างกฎหมายฉบับนี้ และก็ ได้พยายามที่จะนําเสนอเปึนร่างฉบับของภาคประชาชน แต่น่าเสียดายว่าด้วยข้อจํากัด ด้วยเงื่อนไขทางกฎหมาย ด้วยเงื่อนเวลา ทําให้ภาคประชาชนไม่สามารถเสนอกฎหมาย ในนามของภาคประชาชนเข้ามาสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ ฉะนั้น หน้าที่ของพวกกระผมซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จําเปึนจะต้องเข้าไปเก็บเกี่ยว ความคิด ความเรียกร้องต้องการของพี่น้องในภาคส่วนต่าง ๆ เหล่านั้น เข้ามาเขียน มาบัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับที่ผมและคณะได้พยายามนําเสนอ

ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงแล้วร่างกฎหมายที่นําเสนอเข้าสู่ ที่ประชุมสภาในวันนี้ทั้ง ๓ ร่าง มีหลักการที่คล้ายคลึงกันอันหนึ่ง ก็คือการให้มีองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ขึ้นมา มีคณะกรรมการชุดหนึ่ง จะเรียกว่า กสช. หรือ กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ก็ตาม แต่มีหลักการใหญ่อันเดียวกัน แต่เนื่องจากว่าในรายละเอียดของกฎหมายแต่ละ ร่างที่ได้นําเสนอเข้ามานั้น มีรายละเอียดที่มาที่ไปที่แตกต่างกัน ทําให้เนื้อหาสาระของ ร่างกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนี้ไม่เหมือนกัน และยิ่งเมื่อได้เข้าไปพิจารณาในแต่ละมาตราซึ่งบัญญัติไว้ในร่างของแต่ละฉบับแล้ว ก็จะ พบว่าความแตกต่างเหล่านั้นละครับเปึนความแตกต่างที่นําไปสู่ปัญหาที่จะเกิดขึ้นใน อนาคต ถ้าหากว่าเราไม่ได้พิจารณากันอย่างลึกซึ้ง

ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาที่ผมและเพื่อน ส.ส. ที่ยื่นร่างกฎหมาย ฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาในสภาได้พิจารณา แล้วก็คิดว่ามีประเด็นสําคัญที่จะต้องขบคิด ก็คือว่า ทําอย่างไรเราจะได้กรรมการองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ที่ร่างของผมเรียกว่า กสทช. นี้มีบุคคลที่สามารถจะเปึนที่ยอมรับของทุกภาคฝ์ายได้มีกระบวนการคัดเลือก ที่โปร่งใส บริสุทธิ์ เปึนธรรม และรวดเร็ว และสุดท้ายก็คือเราได้คนที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ และมีความซื่อสัตย์สุจริตให้สังคมมั่นใจ ได้ว่าจะสามารถดูแลธุรกิจและผลประโยชน์นับแสนแสนล้านบาทของพี่น้องประชาชน ของส่วนรวมได้ดีที่สุด ประเด็นเหล่านี้ละครับที่บอกว่าท้าทายอย่างมาก

ผมต้องขอขอบคุณทางสํานักวิชาการของสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ที่ได้จัดทําเอกสารประกอบการพิจารณา แล้วก็แยกแยะให้เห็นว่าร่างกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนี้ มีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะในร่างที่ผมและเพื่อนสมาชิกได้นําเสนอนั้นต้อง กราบเรียนกับท่านประธานว่ามีอยู่ถึง ๓๐ ประเด็นที่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญ แตกต่างจากร่างของรัฐบาล ซึ่งเปึนรัฐบาลเก่านะครับ รัฐบาลของ ฯพณฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่อย่างไรก็ตามใน ๓๐ ประเด็นนั้นมีเนื้อหาสาระที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่ง เพื่อนสมาชิกและผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายก็สามารถที่จะไปพิจารณาตรวจสอบได้ แต่ผม อยากจะนําเรียนกับที่ประชุมแห่งนี้เพื่อให้เห็นภาพคร่าว ๆ กว้าง ๆ ที่จะให้เห็นของ ข้อแตกต่างเพื่อเชิญชวนให้เพื่อนสมาชิกได้ให้การสนับสนุนร่างของผมในการรับหลักการ ในวาระหนึ่งนี้ เนื้อหาสําคัญก็คือเรื่องของกรรมการ กสทช. ซึ่งเปึนกรรมการสูงสุด ในองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ แม้แต่ชื่อก็แตกต่างกันอยู่แล้วนะครับ ชื่อของร่างของรัฐบาล ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เขียนว่าเปึนกรรมการ กสช. ซึ่งผมวิตกกังวลว่าในอนาคตจะมี ความสับสนกัน เพราะอย่างที่เรียนกับท่านประธานในตอนต้นว่าตามกฎหมาย พ.ร.บ. องค์กรจัดคลื่นความถี่ฉบับเก่าคือป้ ๒๕๔๓ ให้มีองค์กรขึ้นมา ๒ ชุด เรียกว่า กสช. ชุดหนึ่ง ทําหน้าที่ดูแลทางด้านวิทยุโทรทัศน์กับ กทช. อีกชุดหนึ่งที่ทําหน้าที่ดูแลทางด้าน กิจการโทรคมนาคม วันนี้เมื่อรัฐธรรมนูญกําหนดให้มีการให้องค์กรเดียวในการจัดสรร คลื่นความถี่ เราจะมาเรียกว่า กสช. ก็ก่อให้เกิดความสับสนแน่นอนว่า กสช. ที่ว่านั้น จะดูแลเฉพาะกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์เท่านั้นหรือ แล้วกิจการโทรคมนาคม ซึ่งมีคณะกรรมการ กทช. ดูแลอยู่มายาวนานเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน ทําไมไม่ได้รับเกียรติ เขียนไว้ในชื่อนี้ ร่างของกระผมและเพื่อนสมาชิกจึงได้ใช้คําว่า กสทช. คือรวมเอา ทั้ง ๒ องค์กรย่อยนี้เข้ามาเปึนองค์กรใหญ่เรียกว่า กสทช. มีจํานวน ๑๑ คน ความแตกต่าง ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือว่าที่มาของจํานวน ๑๑ คนนี้มีที่มาที่ชัดเจน แล้วก็แบ่งภาคส่วน อย่างแน่นอนนั่นก็คือว่า มีผู้แทนจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์ทางด้าน วิทยุกระจายเสียง ๒ ท่าน จากผู้มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ มีประสบการณ์ จากด้านโทรทัศน์ ๒ ท่าน ทางด้านโทรคมนาคม ๓ ท่าน ทางด้านกฎหมายและ เศรษฐศาสตร์ ๒ ท่าน และให้หลักประกันว่าจะต้องมาจากตัวแทนองค์กรคุ้มครอง ผู้บริโภคสื่อและโทรคมนาคมฝ์ายละ ๑ ท่าน รวมเปึน ๒ ท่าน ทั้งหมดนี้เปึน ๑๑ ท่าน ซึ่งเปึนตัวเลขที่มีความเหมาะสมและมีที่มาที่ไป นอกจากนั้นครับท่านประธานยังได้ กําหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการ กสทช. ทั้ง ๑๑ ท่านนี้ไว้อย่างชัดเจนเพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งเปึนเนื้อหาสาระที่แตกต่างจากทุก ๆ ร่าง นั่นก็คือว่า กําหนดไว้ในมาตรา ๗ (๑๔) บอกว่า คนที่จะมาเปึน กสทช. จะต้องไม่เปึนหรือเคยเปึนกรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา หรือพนักงานของนิติบุคคล หรือเปึนผู้ถือหุ้นหรือเปึนหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนหรือ นิติบุคคลอื่นใดบรรดาที่ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการ โทรคมนาคม ในระยะเวลาห้าป้ก่อนดํารงตําแหน่งกรรมการ จุดนี้ละครับที่มีการ วิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าเรากําลังไปกีดกันไม่ให้คนในแวดวงธุรกิจเข้ามาใช่หรือไม่ คําตอบคือไม่ใช่ครับท่านประธาน แต่เราต้องการให้ผู้ที่เข้ามาทําหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ ให้กับธุรกิจด้านต่าง ๆ มีความเปึนกลางเพียงพอและไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ไม่มี ผลประโยชน์ซ่อนเร้น ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่กับองค์กรทางด้านธุรกิจใด ๆ อย่างน้อย ที่สุดระยะเวลา ๕ ป้ที่เขาออกมา เขาจะสามารถใช้ความเชี่ยวชาญ ใช้ประสบการณ์ เหล่านั้นเข้ามาทํางานให้กับบ้านเมืองอย่างเปึนกลาง อย่างเที่ยงธรรมที่แท้จริง และไม่ถูก ข้อครหาในอนาคต การมีบทบัญญัติข้อเหล่านี้ไว้จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และจะทําให้ กรรมการ กสทช. ได้รับความเชื่อถือเชื่อมั่นจากสังคมมากขึ้น

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ในร่างของฉบับอื่น ๆ ให้มีกระบวนการสรรหาที่มี สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเปึนตัวเริ่มต้นในกระบวนการสรรหา หรือให้สํานักงาน ของ กสช. หรือ กทช. แล้วแต่จะเรียกให้เปึนหน่วยงานทางธุรการที่ดําเนินการสรรหา แต่ร่างของผมและคณะได้ให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปึนหน่วยงานทางธุรการ ในกระบวนการคัดเลือกกรรมการชุดนี้ เพราะเราเห็นว่าสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา มีความเปึนกลาง ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับคนที่จะมาเปึนหรือไม่ได้เปึนในกรรมการ กสทช. อันนี้ และสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาก็สามารถที่จะส่งรายชื่อบุคคลที่ได้รับการ คัดเลือกตามกระบวนการแล้ว ๒ เท่าไปสู่การคัดเลือกของวุฒิสภาได้โดยตรง โดยที่ไม่ต้อง ผ่านนายกรัฐมนตรีหรือฝ์ายบริหาร ตรงนี้จะเปึนหลักประกันที่มีความสําคัญยิ่งว่าเราจะได้ คนในองค์กรที่ไม่ถูกแทรกแซง ไม่ถูกครอบงําจากฝ์ายบริหารในการเข้าไปทําหน้าที่ตรงจุดนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ องค์กรและสถาบันการศึกษาที่มีสิทธิเสนอชื่อ บุคคลที่มีความเหมาะสมที่จะเข้าไปเปึนกรรมการ กสทช. ก็มีความสําคัญ ที่ผ่านมาเรา ค้นพบว่าแม้แต่ในกฎหมายฉบับเก่าที่ให้มีกระบวนการสรรหา ที่ให้มีการเสนอชื่อผู้ที่ ทําหน้าที่สรรหาบุคคลที่เข้ามาเปึนกรรมการในองค์กรอิสระนี้ก็ยังมีการฟัองร้องและมีการ แทรกแซงในกระบวนการเหล่านั้นตลอดมา จนก่อให้เกิดการฟัองร้องติดตามมามากมาย นะครับ เนื่องจากว่าองค์กรที่มีสิทธิเสนอชื่อสามารถที่จะเข้าไปแทรกแซงได้ ส่วนในร่าง ของกฎหมายที่ผมและเพื่อนสมาชิกได้นําเสนอก็คือว่า สถาบันอุดมศึกษาที่เป่ดการสอน ทางด้านสาขานิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ สื่อสารมวลชน โทรคมนาคม หรือสาขา เศรษฐศาสตร์ สาขานิติศาสตร์ จะต้องเป่ดการเรียนการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๕ ป้ ไม่ใช่ ๕ ป้เหมือนร่างอื่น ๆ เนื่องจากเราเห็นว่าระยะเวลาเพียง ๕ ป้ เพียงแต่เป่ดการเรียน การสอนมาได้ ๕ ป้ นั่นหมายความว่าสถาบันการศึกษาเหล่านั้นสามารถผลิตบัณฑิต ทางด้านเหล่านี้ได้เพียง ๑ รุ่นเท่านั้น ความเชี่ยวชาญ ความมีประสบการณ์ในการมองคน ที่จะนําเสนอเพื่อให้เข้ามาสู่กระบวนการแข่งขันเพื่อเลือกเปึนกรรมการ กสทช. ย่อม ไม่รอบคอบเท่ากับสถาบันการศึกษาที่มีประสบการณ์ มีบุคลากรที่ผ่านพ้น สถาบันการศึกษาเหล่านั้นมาแล้วอย่างน้อยที่สุด ๑๕ ป้ อันนี้เปึนหลักประกันที่สําคัญ ประการหนึ่ง

ส่วนที่มีความสําคัญและมีข้อแตกต่างที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ก็คือ เรื่องของคณะกรรมการชุดเล็ก ๒ ชุดที่จะทําหน้าที่ในการกํากับดูแลการประกอบ กิจการ เมื่อเรามีคณะกรรมการชุดใหญ่ในองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่นี้แล้วจํานวน ๑๑ คน ก็จะต้องมีคณะกรรมการชุดเล็กที่จะทําหน้าที่เฉพาะด้าน ๒ ด้าน

ด้านแรกก็คือ ทําหน้าที่ด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ต้องมี กรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง

อีกชุดหนึ่งก็กรรมการทางด้านกิจการโทรคมนาคม ในร่างของรัฐบาล ฯพณฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ระบุว่า ให้มีคณะกรรมการขึ้นมาสองชุดนั้น มีตัวแทนมาจาก กรรมการชุดใหญ่ส่วนหนึ่ง และให้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีกจํานวนหนึ่งเข้าไป ทําหน้าที่ร่วมกับคณะกรรมการที่แบ่งแยกมาจากชุดใหญ่ จุดนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ มากและเสี่ยงอันตรายอย่างมาก เพราะว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการ กสทช. หรือ กสช. ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี่เปึนคนไปเลือกเองนี่ครับ โดยที่ไม่ได้ผ่าน กระบวนการตรวจสอบ ไม่ได้ผ่านกระบวนการคัดสรร ไม่ได้ผ่านกระบวนการสรรหาที่ รอบด้านเพียงพอหรือละเอียดอ่อนเพียงพอ แต่ว่าสามารถเข้าไปทําหน้าที่ได้เท่าเทียม กับคนที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกมาจากวุฒิสภาแล้วนี่ จุดนี้เปึนเรื่องที่สําคัญและไม่มี ความเหมาะสมอย่างยิ่ง ร่างของกระผมและคณะจึงให้แบ่งคณะกรรมการชุดใหญ่ ออกเปึน ๒ ชุดจาก ๑๑ คน ก็แบ่งเปึน ๒ ชุด ชุดละ ๕ คน ให้รองประธานของ กสทช. ทําหน้าที่เปึนประธาน และให้กรรมการฝ์ายที่มีความเกี่ยวข้องมีความเชี่ยวชาญทางด้านนั้น อีก ๔ ท่านเข้ามาเปึนกรรมการในแต่ละชุด และจะสามารถทําหน้าที่กํากับดูแลเรื่องของ การออกใบอนุญาตหรือว่าเรื่องของการดําเนินการ การควบคุมการประกอบกิจการ ในแต่ละด้านได้อย่างตรงประเด็นแล้วก็เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ ที่สําคัญ ก็คือว่าได้ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภามาอย่างรอบคอบแล้ว

ท่านประธานครับ ในเรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งท่านประธานได้กล่าวไว้ ในตอนต้นว่า วันนี้ภาคประชาชนได้มายื่นหนังสือกับท่าน เพื่อให้บรรจุหลักการสําคัญ อันหนึ่งไว้ในกฎหมายฉบับนี้ นั่นก็คือ การที่จะต้องจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับ ภาคประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย ร่างของกระผมและ คณะได้บรรจุเรื่องนี้ไว้ครบถ้วน โดยนําเอาเจตนารมณ์ข้อเรียกร้องของภาคประชาชนมา เขียนไว้อย่างชัดเจน และนําเอาบทบัญญัติซึ่งเคยกําหนดไว้ในกฎหมายพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่เมื่อป้ ๒๕๔๓ มาเขียนไว้ชัดเจนในมาตรา ๓๔ ในร่าง ของผมนั่นก็คือว่า ให้คํานึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสมระหว่างผู้ประกอบการภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ซึ่งจะต้องจัดให้ภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๒๐ ในกรณีที่ภาคประชาชนยังไม่มีความพร้อม ให้ กสทช. ให้การสนับสนุนเพื่อให้ ภาคประชาชนมีโอกาสใช้คลื่นความถี่ในสัดส่วนตามที่กําหนด นอกจากนี้ยังมีรายละเอียด เพิ่มเติมอีกวรรคหนึ่ง ซึ่งรองรับการที่ให้หลักประกันกับภาคประชาชนในการได้ใช้ คลื่นความถี่อันนี้ มีข้อสงสัยกันมากว่าคลื่นความถี่ร้อยละ ๒๐ ของภาคประชาชน ในร่าง บางฉบับก็เขียนไว้นะครับ ร่างของรัฐบาล ฯพณฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่นําเสนอในวันนี้ ก็เขียนไว้ แต่ไปเขียนไว้ในหมวดแนวทางการจัดทําแผนซึ่งไปรวมอยู่ในเรื่องของ การจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับทางด้านโทรคมนาคมด้วย ข้อเรียกร้องของภาคประชาชน ในเมื่อ ๑๐ กว่าป้ที่แล้ว แล้วก็ต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ คือข้อเรียกร้องที่ขอใช้คลื่นความถี่ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ให้ได้สัดส่วนร้อยละ ๒๐ เขาไม่ได้เรียกร้องเรื่องของ กิจการโทรคมนาคม การที่ไปเขียนกฎหมายให้เกิดความสับสนไว้แบบนั้นไม่เปึนผลดี เลยครับ ผมเข้าใจดีนะครับว่าร่างฉบับเก่าที่เคยถอนร่างเก่าออกไปแล้วก็นําเข้ามา ปรับปรุงใหม่ ก็พยายามที่จะเอาใจทุกฝ์าย แต่ว่าเอาใจผิดที่ ก็เลยไม่ตรง และก็ไม่มี หลักประกันเลยว่า ภาคประชาชนจะได้ใช้คลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ได้ร้อยละ ๒๐ ตามที่เรียกร้องหรือไม่

ประเด็นต่อมา เรื่องของกองทุนและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ เราได้เพิ่มเติมไว้ในร่างที่กระผม และคณะได้นําเสนอ ก็เพื่อที่จะให้วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนนี้มีความครอบคลุมรอบด้านมากขึ้น นั่นก็ คือว่าเมื่อเรามีเงินที่เกิดขึ้นจากการให้ใบอนุญาตคลื่นความถี่ต่าง ๆ ที่ถูกจัดเก็บมาตาม กฎหมายที่ได้ระบุไว้นะครับ ทั้งทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ ค่าธรรมเนียมที่ กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) จัดสรรไว้ เงินค่าปรับ เงินทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้หรืออะไรต่าง ๆ หรือดอกผลต่าง ๆ เข้ามา อยู่ในกองทุนนี้ ก็ควรที่จะให้กองทุนนี้สามารถนําไปใช้ประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับการพัฒนา กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมอย่างแท้จริง จึงได้เสนอ วัตถุประสงค์เพิ่มเข้าไปอีก ๓ ข้อนะครับ ก็คือการส่งเสริมให้มีการให้องค์กร ให้หน่วยงาน ทางด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ เกิดการผลิตและพัฒนาสื่อในเชิงสร้างสรรค์ มากขึ้น เพื่อให้สังคมเราได้มีโอกาสได้เสพสื่อที่ดีที่สามารถที่จะรังสรรค์ประโยชน์ รังสรรค์ ความสุขให้กับสังคมได้นะครับ ไม่ว่าจะเปึนสื่อที่เกิดขึ้นในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์หรือสื่อใหม่ที่เกิดขึ้นจากความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางด้านกิจการ โทรคมนาคมก็ตาม นอกจากนั้นก็ส่งเสริมสนับสนุนให้การดําเนินงานเพื่อคุ้มครอง ผู้บริโภคสื่อ ก็สามารถที่จะใช้เงินก้อนนี้ได้

สุดท้ายก็คือการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม ในกรรมการกองทุนอันนี้นะครับ ผมและคณะจึงได้บรรจุว่า เราน่าจะ มีผู้แทนของกระทรวงวัฒนธรรมเข้ามาเปึนคณะกรรมการบริหารกองทุนด้วย เนื่องจากว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีบทบาทสําคัญในการที่จะสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมที่ดี เรื่องของ การใช้สื่อสร้างสรรค์ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมของเด็กและเยาวชน เพราะฉะนั้นการบรรจุบุคลากรจากกระทรวงวัฒนธรรมจะได้เปึนตัวแทนที่สะท้อนปัญหา ทางด้านนี้แล้วก็สามารถที่จะมีส่วนร่วมในการพิจารณานําเงินไปใช้จ่ายอย่างถูกต้อง ตามวัตถุประสงค์ต่อไป

อีกส่วนหนึ่งก็คือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินะครับ ซึ่งระบุว่าอย่างน้อยที่สุด ๒ คน จะต้องสรรหามาจากคนที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในด้าน การศึกษา ด้านสื่อสารมวลชน ด้านโทรคมนาคม ด้านพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัว และด้านการคุ้มครองผู้บริโภค นี่คือการเติมเต็มที่สมบูรณ์มากขึ้น

ในส่วนของสํานักงาน กสทช. ก็เขียนบทบาทหน้าที่เพิ่มเติมเข้าไปว่า ต้อง ส่งเสริมสนับสนุนและรณรงค์ให้เกิดการมีส่วนร่วมของสังคมในการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมกํากับไว้อีกทีหนึ่งนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของคณะกรรมการติดตามประเมินผล ก็ให้มีการคัดเลือก เดิมร่างดั้งเดิมก็คือ ให้คณะกรรมการ กสทช. แต่งตั้งเอง แต่งตั้ง คนที่มาติดตามประเมินผลด้วยตัวเอง ซึ่งเปึนเรื่องที่ตลกมาก ก็คือตั้งคนของตัวเองแล้วก็ มาประเมินผลตัวเอง ก็จะไม่ได้เนื้อหาสาระที่ถูกต้องชัดเจน แล้วก็เหมาะสม ก็จึง กําหนดให้ต้องคัดเลือกมาจากองค์กรและสถาบันที่เคยเสนอกรรมการ กสทช. นั่นละครับ เสนอชื่อกรรมการประเมินผลขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง

จุดสําคัญครับ ซึ่งเปึนจุดสุดท้ายที่มีความแตกต่างกันก็คือในบทเฉพาะกาล ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกคงจะทราบนะครับว่า ปัจจุบันนี้มีคลื่นความถี่ซึ่งมี ผู้ประกอบการเดิมได้รับสัมปทานหรือว่าครอบครองอยู่จะด้วยวิธีการใด ๆ ก็แล้วแต่ เมื่อ กฎหมายฉบับนี้ออกไป จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ เดิมที่ยังไม่ได้จัดสรร ทําอย่างไรที่ให้คลื่นความถี่เดิมไม่ถืออภิสิทธิ์อยู่เหนือผู้ประกอบการ รายใหม่ที่จะเข้ามา จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องเขียนกฎหมายให้ชัดเจนในเรื่องนี้ ร่างของผม ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า กสทช. ต้องกําหนดให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่จะกําหนด ขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันกับผู้ประกอบการรายใหม่นะครับ ทําไมต้องเขียนว่า ต้อง ครับ เพราะว่าในร่างของรัฐบาลเดิมเขียนไว้ว่า กสทช. อาจจะกําหนดให้ปฏิบัติตาม ซึ่งอาจจะ คําว่า อาจจะ นี่แปลว่าไม่ต้องทําก็ได้ แต่ร่างของผมได้กําหนดไว้ชัดเจนว่า ต้องกําหนด และยังเขียน สําทับลงไปอีกว่า ผู้ได้รับการจัดสรรคลื่นรายเดิมจะต้องแจ้งเหตุแห่งความจําเปึนในการ ถือครองคลื่นเดิมไว้ว่าทําไมถึงต้องถือครองคลื่นนั้นอยู่ และจะคืนคลื่นความถี่นั้น กลับคืนมาให้ กสทช. จัดสรรใหม่ให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ได้เมื่อใด นี่เปึนหลักประกัน อันหนึ่งที่จะเกิดความเท่าเทียมกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ภายใต้กรอบข้อเสนอแล้วก็ การเขียนกฎหมายที่มีเนื้อหาสาระที่มีความก้าวหน้าแล้วก็สนองตอบกับทุกภาคส่วนใน สังคมอย่างแท้จริงเช่นนี้ ผมก็เชื่อว่าจะทําให้องค์กรการจัดสรรคลื่นความถี่ที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตสามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนองตอบกับเจตนารมณ์ได้ อย่างแท้จริง กระผมก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้จะให้การสนับสนุนรับหลักการ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของผมและคณะเพื่อนําเข้าสู่การพิจารณาในวาระสองต่อไป กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรี และสมาชิกที่เสนอร่าง ก็ได้แถลงหลักการ เหตุผล แล้วนะครับ ก็จะได้เป่ดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้แสดงความคิดเห็นก่อนที่จะได้มีการลงมติ ว่าจะรับหลักการหรือไม่รับหลักการนะครับ ขอเชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในชั้นรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ ผมต้องขออนุญาต ร่วมสนทนาธรรมกับเพื่อนสมาชิกว่า มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่เราจะต้องทําความเข้าใจ ร่วมกันแล้วก็พยายามเข้าไปเขียนกฎหมายฉบับนี้ให้มีลักษณะที่สามารถนําไปปฏิบัติ ได้จริง ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกต้องยอมรับว่าองค์กรนี้เกิดยากเหลือเกิน ที่ผ่านมาเกิดขึ้นก็มี การร้องเรียน จนกระทั่งถึงวันนี้ก็ไม่เกิด แต่กฎหมายที่เกี่ยวกับคลื่นความถี่ออกไปแล้ว แต่คนจัดการกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรจัดการนี่เพิ่งเข้าสู่สภาในขณะนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ในชั้นรับหลักการนี่มันมีหลายเรื่องที่ผมสนใจและผมคิดว่าพวกเราจะต้องช่วยกัน พวกเราในที่นี้ผมหมายถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่อยู่ในสภาแห่งนี้นะครับ ต้องช่วยกัน ได้แปรญัตติในส่วนที่ท่านเห็นว่ามันจะเกิดประโยชน์กับบ้านกับเมือง

ท่านประธานครับ กระผมอยากให้พวกเราดูหลักการของเขาในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา ๖ ถึง มาตรา ๑๓ ซึ่งเปึนกระบวนการได้มาซึ่งคนจะเข้ามาบริหาร คลื่นความถี่ ผมคิดว่ามีหลายส่วนที่น่าสนใจ แล้วเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า คนที่จะเข้าไป ต้องมีผลงาน ต้องมีความรู้ ต้องมีประสบการณ์ แล้วก็ต้องมีความเชี่ยวชาญ ท่านประธานครับ ถ้าถามพวกเราว่า พวกเรามีประสบการณ์ในเรื่องนี้ไหม ผมเองก็ต้องตอบว่าหลายคนก็คง เหมือนผม เราไม่ใช่เคยทํางานสื่อ ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้ เรามีความรู้ไหม ความรู้ ในเรื่องที่อยากให้มีนี่ผมว่าพวกเรามีความรู้ แต่ถ้าความรู้ทางเทคนิคนี่คงไม่ใช่ ทีนี้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เขียนไว้นี้ ทําไมผมพูดในเรื่องนี้ในชั้น รับหลักการ ก็เพราะว่าอยากให้ท่านสนใจและเห็นว่าเขียนไว้อย่างนี้เอาเข้าจริง ๆ จะเปึนไปได้ไหม และกระบวนการได้มาก็เขียนว่าให้เลือกกันเอง เสร็จแล้วก็เสนอเข้าสภา สูงให้เปึนผู้เลือก ในมาตรา ๑๓ อ่านดูแล้วมันอย่างไร ๆ อยู่ เพราะว่าส่งเข้าไปที่วุฒิสภา ๖๐ วันต้องเลือกให้เสร็จ เลือกไม่เสร็จและมีบังคับในวรรคต่อไป ครม. เข้ามาเกี่ยวข้อง ผมถามว่าเอาเข้าจริง ๆ มันจะจบไหม ถ้าสิ่งเหล่านี้สาธารณะไม่รับ เพราะองค์กร ตรวจสอบของเรานี่มันมีมาก ยื่นฟัองขึ้นไปทุกอย่างก็ต้องหยุด ที่ผมพูดประเด็นนี้เพื่อชวน พวกเราตามเข้าไปลึก ๆ เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้เสนอกฎหมายได้อภิปรายให้เห็นชัดว่ามี ความสําคัญอย่างไร มีความเกี่ยวข้องตรงไหน กระผมคิดว่ามันมีอันหนึ่งนะครับท่านครับ กฎหมายฉบับนี้เขียนไว้ดีอยู่เรื่องหนึ่ง คือเขียนเรื่องคุณสมบัติกับข้อห้าม ครั้งก่อนมีปัญหาตรงนี้ท่านครับ ไม่มีคุณสมบัติก็เข้าไม่ได้ พอเข้าไปได้แล้วเกิดมีข้อห้าม ขึ้นมา เขาบอกว่าถ้าได้เปึนแล้ว ได้รับเลือกแล้ว ใครเปึนอย่างนี้ ๆ อยู่ก็ต้องไปลาออก นั่นแสดงว่าส่วนนี้เปึนข้อห้ามถ้าเราเขียนชัดเจน อธิบายชัดเจนอย่างนี้ การร้องเรียนจะ ไม่เกิด ทําไมผมพูดประเด็นนี้เพราะว่าที่ผ่านมานี้สิ่งที่เปึนข้อห้ามกลายเปึนปัญหาใหญ่ เช่น บอกว่านายคนนี้เกี่ยวข้องจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านจะต้องถูกกล่าวหาอย่างนี้ จริง ๆ แต่วันนี้พูดอย่างนั้นไม่ได้ อันไหนที่เขาไม่เปึนไม่ได้นี่เขาลาออกได้ตามกฎหมาย แล้วที่สําคัญผมแปลกใจครับ ถ้าไม่เอาคนในวงการมาเปึนนี่เขาจะเชี่ยวชาญได้อย่างไร เขาจะมีประสบการณ์ได้อย่างไร เขาจะจัดการได้อย่างไรท่านประธานครับ ถ้าเราจะเข้าใจ กฎหมายฉบับนี้มากขึ้น อยากให้ท่านดูเรื่องข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมายที่ดํารงอยู่ ณ ขณะนี้ ในข้อกฎหมายเขาต้องบอกว่า ยังไม่มีข้อกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้น ข้อเท็จจริงก็คือว่า คลื่นความถี่ต่าง ๆ นี้รัฐได้เอาไปไว้หมดแล้วในป้ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญเขียนในมาตรา ๔๐ ว่า คลื่นความถี่เปึนสมบัติสาธารณะ แล้วต้องแบ่งให้ประชาชน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จากไหนท่านประธาน ฝากกรรมาธิการที่เข้าไปทํางาน ถามว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์จากไหน คิดจากไหน บ้านผมอยู่ภาคเหนือครับ มีสถานีวิทยุกองทัพเรือ เพราะอะไรครับ เพราะ ส่วนราชการเมื่อก่อนแย่งคลื่นกัน ต้องกล่าวหาอย่างนี้นะครับ เอาคลื่นไปไว้ในองค์กร ของตัวเอง แล้วก็มีนายทุนมารับสร้างให้ นี่เปึนข้อกล่าวหาจากผมนะ แล้วก็ไปบริหาร คลื่นความถี่จนในที่สุดนี่คนบริหารคลื่นความถี่ทางวิทยุกระจายเสียงทั้งหลายนี่ขึ้นราคา มาก ๆ จนผู้จัดรายการอยู่ไม่ได้ พอเป่ดโอกาสให้วิทยุชุมชนนี่ มันจึงมีความหลากหลาย ตรงวิทยุชุมชน เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ผมติดตามท่านทํางานตลอดเวลา แล้วก็สนใจเวลาออกอากาศผมนั่งฟังอย่างพินิจพิเคราะห์ว่าท่านจะเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร แล้วกําลังอธิบายต่อสาธารณะว่าจะเดินทางไปทางไหน ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ท่านครับ กรรมการนี้ก็กําลังจะเกิดตามกฎหมายฉบับนี้ แต่คงไม่ใช่พรุ่งนี้หรือเดือนหน้า แต่ว่าวันนี้ รัฐบาลกําลังจะตั้งกรรมการชุดหนึ่งมาปรับปรุงองค์กรและจัดสรรคลื่นความถี่ จะอนุมัติ อนุญาตเหมือนที่โฆษณาในโทรทัศน์ ถามว่าทําแล้ว ถ้าทําตรงนี้ได้แล้วกฎหมายฉบับนี้ จะร่างทําไม ที่ผมพูดตรงนี้เพราะอะไร ไม่ได้กล่าวร้ายครับท่านครับ แต่กําลังจะบอกว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี่เขียนให้คลื่นความถี่เปึนสมบัติสาธารณะ ไม่ใช่ของราชการ แล้วราชการจัดไปท่านผู้เสนอกฎหมายเมื่อสักครู่นี้ผมดีใจมากท่านบอกว่า ก็ต้องพิจารณา ว่าเอามาจัดสรรใหม่ แล้ว ๒๐ เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดเปึนของชาวบ้าน เปึนของประชาชน เปึนของคนนอกนี่ใช่ไหม ผมเข้าใจอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ ถามผ่านท่านประธานไปยังคน ที่จะเปึนกรรมาธิการแล้วก็ได้ทํางานร่วมกันต่อไป ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่สามารถ ดึงคลื่นเหล่านั้นกลับมาได้ รัฐธรรมนูญก็เปึนหมัน คนก็ยังหากินกับคลื่นความถี่ เหมือนเดิม วันนี้คลื่นความถี่กลายเปึนอนาคตทางการรับรู้ข่าวสาร การต่อสู้กันทางสื่อ นี่น่ารักท่านครับ มีวิทยุฝ์ายสีแดง มีวิทยุฝ์ายสีเหลือง มีคนฟังคนเดียว วันนี้จานทีวี จานเดียวดูได้ทั้งข่าวสีเหลือง สีแดง อันนี้ต่างหากที่มันเปึนความงดงาม คนฟังเขา ตัดสินใจได้ รัฐมนตรีไม่ต้องกังวล คลื่นความถี่มันเปึนสมบัติของชาวบ้าน เปึนสมบัติ สาธารณะนี่เพิ่งเห็นประโยชน์มันตรงนี้ละ วันนี้ที่ผมพูดประเด็นนี้ผมกําลังจะชี้ข้อกฎหมาย ตรงไหน อันไหนที่กฎหมายจะเขียนให้เปึนสิทธิต้องเขียนให้ชัด อันไหนที่มีกฎหมายอื่น อยู่แล้วนี่ ถ้าผิด ผิดกฎหมายละเมิดตามกฎหมายอื่นก็อย่าไปเขียนซ้ํา เดี๋ยวกฎหมายก็ใช้ไม่ได้ ผมพูดประเด็นเหล่านี้ในชั้นรับหลักการ เพื่อที่อยากจะแลกเปลี่ยนกับท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติว่า น่าจะถึงเวลาที่เราจะต้องมาทํางานจริงจังในเรื่องนี้ ท่านเป่ดกฎหมาย ผ่านกฎหมายไปก่อน ไปอ่านคําอธิบาย คําวิเคราะห์ ทั้งของกฤษฎีกาและของที่ผู้เสนอ กฎหมายส่งเข้ามานี่ อ่านให้ดีจะเห็นหลายอย่าง เห็นหลายอย่างว่าในความขัดกัน มีความเหมือนกันอยู่บ้างของ ๓ ฉบับ และในความเหมือนกัน บางอย่างมีความแตกต่าง ชัดเจน มีฉบับหนึ่งของรัฐบาลก่อน ของท่านสมชายที่เซ็นเข้ามา เปึนฉบับที่ชาวบ้านเขามี ประชาพิจารณ์ไว้แล้ว เมื่อกี้ผู้เสนอกฎหมายฉบับใหม่ก็บอกว่าบางอย่างเสนอไว้อันตราย ผมเห็นด้วย เพราะว่าแม้เปึนฉบับที่ชาวบ้านเขาประชาพิจารณ์ไว้แล้วก็ใช่ว่าจะต้อง รับฟังเสียงทั้งหมด วันนี้สภานี้ต้องคิดสิ่งที่เรียกว่า คิดทางยุทธศาสตร์ของแผ่นดิน กฎหมายฉบับนี้เมื่อเสร็จแล้วต้องมีประโยชน์ปฏิบัติได้ ผมกลัวที่สุดคือปฏิบัติไม่ได้ เลือกมาเสร็จแล้วนี่ต้องเขียนไว้นะว่าวุฒิสมาชิก ๖๐ วัน คุณทําอะไร จบแล้วไปไหน จบเมื่อไร ถ้ามันเปึนไปตามกฎหมายการส่งไปองค์กรอื่นนี่เขาก็จะได้พิจารณาตามสิ่งที่เรา เขียนไว้ ผมพูดเรื่องนี้ซ้ํา ๒ รอบแล้วนะ ในขณะที่ขึ้นมาพูดไม่กี่นาที เหตุผล ก็เพราะว่า ผมมั่นใจเปึนกังวลตรงนั้นจริง ๆ ท่านประธานครับ อะไรคือความเปึนกลาง มันจะต้องมี คนพูดถึง สื่อไม่เปึนกลาง พูดอย่างนี้นะครับ มันพูดได้แต่อธิบายลําบาก อะไรคือการรับใช้ อะไรคือทาสของความคิดท่านต้องมองให้ออก แล้วค่อยมาเขียนเปึนตัวหนังสือว่าอะไรคือ ความเปึนกลาง ความเปึนกลางจริง ๆ คืออะไร คือต้องยืนอยู่กับกฎหมาย คนที่ถูกเลือก ไปนี่คุณจะเปึนคนของใครผมไม่สนใจ แต่คุณต้องยืนอยู่กับกฎหมาย นั่นแหละคือ การทําหน้าที่อย่างเปึนกลาง คนในสังคมไทย สังคมประชาธิปไตย ทุกคนต้องไปเลือกตั้ง เปึนหน้าที่ คุณก็ต้องเลือกพรรคนั้นพรรคนี้ แม้คุณไม่พอใจคุณก็ยังมีสิทธิที่ไม่เลือกใคร แต่คุณก็ต้องไปทําหน้าที่ นั่นแสดงว่าพรรคพวก ความเห็น แนวทาง นโยบาย มันมีอยู่ ในใจของทุกคนแล้ว ถ้าจะเอาเรื่องนี้มาเปึนความเปึนกลาง ผมไม่เข้ากับพรรคไหน นี่ไม่จริง แต่ถ้าคุณจะเปึนใครก็ตาม คุณเปึนรัฐบาลชุดนี้ คุณเปึนกลุ่มไหน พรรคไหน ก็ตาม คุณต้องอยู่บนพื้นฐาน อยู่กับกฎหมาย อยู่กับระเบียบ นี่คือการปฏิบัติหน้าที่ ที่เปึนกลาง ในกฎหมายฉบับนี้ ในหลักการอย่างนี้ต้องมี และมีอย่างแน่นหนาด้วย มีอย่าง อธิบายได้ด้วย ถ้าเขียนไม่ชัดเจน ปล่อยให้ตีความ นั่นล่ะคือการส่งเสริมให้เกิด ความไม่เปึนกลางท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้จะคุ้มครองอะไร บอกชัดเจน จะไม่ให้ละเมิดเรื่องไหน เขียนให้ชัดเจนหน่อย ในชั้นหลักการผมดูแล้วไม่ค่อยเขียนเรื่องนี้ เท่าไร ดูในเนื้อหาสาระยังมีหลายมาตรากํากวมไม่ชัดเจน อย่างไรเสียผมคิดว่ากฎหมาย ฉบับนี้ก็ต้องผ่านสภานี้แน่นอน เพราะทุกคนเห็นด้วยหมด ไม่เห็นด้วยได้อย่างไรครับ จนกระทั่งบัดนี้ยังมีข้อโต้แย้งเรื่องสื่อเรื่องอะไรเยอะแยะ แต่ว่าคนที่มาจัดการยังไม่มี กฎหมายมีแล้ว ผมเสนออย่างนี้ได้ไหม ท่านผู้เสนอกฎหมายทั้งหลายทั้ง ๒ ฝ์าย หลังจาก ที่ท่านเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้าสภาแล้วนี่ ช่วยเสนอกฎหมายแก้ไขกฎหมายที่ออก ในป้ ๒๕๕๑ เกี่ยวกับคลื่นความถี่ทั้งหลาย ถ้าท่านไม่แก้ตรงนั้นนะ คนกลุ่มนี้จะไปจัดการ ลําบาก เพราะกฎหมายที่เขียนในชั้นเผด็จการครองเมืองนี่ ถ้าจะบอกว่าผมโจมตี ก็โจมตี ผมกล่าวร้ายก็กล่าวร้าย ผมอ่านดูแล้วลําบากใจที่จะรับ ถ้าผมถูกเลือกหรือท่านผู้ทรงเกียรติ ถูกเลือกไปนั่งตรงนี้ ท่านจะจัดการปัญหาตามกฎหมายฉบับนั้นได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมฝากท่านผู้เสนอ กฎหมายช่วยดูกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอแก้ไปพร้อมกัน ทําไมผมพูดอย่างนี้ เพราะผมฟังท่านพูดแล้วเมื่อกี้ ฟังท่านรายงานต่อสภาแล้ว ผมชื่นชมว่าท่านละเอียด ท่านติดตาม ถ้าเรากลับไปอ่านกฎหมายฉบับนั้นหน่อยหนึ่ง แล้วท่านค่อยมาคุยกันว่า ควรจะปรับปรุงอย่างไร ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมพูด ผมเห็นด้วย และจะรับหลักการกฎหมาย ฉบับนี้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวรงค์ครับ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธาน นะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้มีคนสนใจที่จะอภิปรายค่อนข้างมากนะครับ ผมขออนุญาตที่ ท่านประธานได้กรุณากําหนดกรอบเวลาของการอภิปรายของสมาชิกก่อนดีไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จริง ๆ ผมก็ทดลองให้อภิปรายกันดูว่าจะสั้นจะยาวขนาดไหน แต่ถ้าจะให้กําหนดกรอบเวลา ก็ยินดีนะครับ ถ้าจะได้กระชับลง ผมว่าเอาสัก ๗ นาทีดีไหมนะครับ เริ่มอย่างนี้ก่อน นะครับ ๗ นาที จะสั้นไม่เปึนไร แต่อย่าเกิน ๗ นาทีแล้วกัน เชิญหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ปัญหาเรื่องคลื่นความถี่ยังเปึน ปัญหาหลักของประเทศอยู่ และท่านประธานคงจะทราบนะครับว่าการผูกขาด คลื่นความถี่ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปึนกระบวนการโทรทัศน์หรือวิทยุ เปึนสาเหตุที่ทําให้ต้นทุนต่าง ๆ นั้นแพงขึ้น และผมก็เชื่อเช่นกันว่าต้นทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะ ต้นทุนในการโฆษณาแพงขึ้น ก็มีผลที่ทําให้สินค้าแพงขึ้น และผมก็ดีใจนะครับว่า รัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้ชัดเจน ได้กําหนดไว้ชัดเจนว่าคลื่นความถี่นั้นเปึนสมบัติสาธารณะ ที่ประชาชนจะมีส่วนหรือมีประโยชน์จากผลประโยชน์สาธารณะอันนี้และท่านประธาน คงจะทราบดีว่าตั้งแต่มีการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมาวันนี้มันยังไปไม่ถึงไหนครับ จนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ทําให้มีการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ในมาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญนี้ได้กําหนดว่า ได้มีการบัญญัติให้มีองค์กรของรัฐที่เปึน องค์กรอิสระองค์กรหนึ่งที่ทําหน้าที่ในการดําเนินการจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม และ ในรายละเอียดของกฎหมายนั้นยังได้มีการบัญญัติคณะกรรมการเฉพาะด้านเปึนหน่วยย่อย ภายในองค์กรนั้น โดยแยกเปึน ๒ ส่วน ก็คือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์เปึนหน่วยงานหนึ่ง และมีคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมนั้นเปึน อีกหน่วยงานหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ว่า วันนี้ผมจะคุยในภาพใหญ่ของหลักการ ซึ่งวันนี้กฎหมายฉบับนี้ ถ้ามองในเชิงกฎหมาย ผมได้มีโอกาสได้คุยกับท่านผู้ใหญ่ทางด้านกฎหมาย ท่านผู้ใหญ่เขาแนะนําผมว่าในเมื่อ ผมไม่มีความรู้ทางด้านเรื่องนี้ หลักการที่ทางกฎหมายเขาบอกให้ผมดูอยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ให้ผมดูว่า ที่มาของคณะกรรมการในกฎหมายนี้เปึนอย่างไรบ้าง

เรื่องที่ ๒ ผู้ใหญ่เขาแนะนําผมว่า นอกจากดูที่มาของคณะกรรมการแล้ว ดูสิว่าอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการเปึนอย่างไรบ้าง

ในการพิจารณารับหลักการกฎหมายถ้าเราดู ๒ อย่างนี้เราพอใจถือว่า กฎหมายนี้ควรจะผ่าน แต่ขณะเดียวกันถ้าเราดู ๒ อย่างนี้ เราติดขัด ติดปัญหา แต่ถ้า โดยในหลักการเราเห็นด้วย โอ.เค. เรารับได้ แต่เราเข้าไปแก้ไขในขั้นตอนการแปรญัตติ ผมเข้าใจดีว่าท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของ พ.ร.บ. ฉบับนี้คงจะมีจุดที่ไม่สบายใจ ผมเชื่อว่า ท่านได้อ่านเหมือนกันว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้มีการเสนอมาตั้งแต่อดีต ติดค้างอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎร เวลามาถึงรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากว่ารัฐบาลตระหนักดีกว่า เรื่องนี้ ประชาชนรออยู่ มีพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนรออยู่ว่า เมื่อไร พ.ร.บ. ฉบับนี้จะออกมา ผมจึงเห็นใจรัฐบาลว่าจําเปึนจะต้องเดินหน้าต่อไป ผมเข้าใจลึก ๆ ในส่วนของ วิป (Whip : คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร) เองหรือรัฐบาลเองคงอยากจะดึงกฎหมาย ฉบับนี้ออกมาปรับปรุงแก้ไขให้มันถูกต้องเหมาะสมแล้วก็เปึนประโยชน์ต่อประชาชน อย่างจริงจัง แต่เนื่องจากว่าอยากจะเร่งผลักดันให้มันออกมา จึงมีการให้เดินหน้าต่อไป แต่ท่ามกลางการเดินหน้าต่อไปนั้นมีปัญหาอุปสรรค วันนี้ได้มีพูดคุยกันครับ เดินซ้ายก็เจอเสือ เดินขวาก็เจอจระเข้ วันนี้พยายามเดินด้วยความระมัดระวัง ผมอยากจะชี้แจงว่า จุดที่ผม ไม่สบายใจก็คือที่มาของคณะกรรมการ ท่านประธานคงจะทราบดี โดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีคงจะทราบว่าขณะนี้มีคณะกรรมการอยู่ ๒ ระดับ กรรมการในระดับบนคือ กรรมการรวมของทั้งหมด ที่เรียกว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมที่เปึนคณะกรรมการชุดใหญ่ และคณะกรรมการชุดใหญ่นี้ก็แบ่งเปึน ๒ แท่งย่อยก็คือ ในเรื่องของวิทยุโทรทัศน์เปึนคณะกรรมการชุดหนึ่ง แล้วก็โทรคมนาคมนั้นเปึนกรรมการ อีกชุดหนึ่ง จุดที่ผมไม่สบายใจก็คือทั้ง ๒ ระดับ ระดับบนสุดที่เปึนบอร์ดใหญ่ เปึนกรรมการใหญ่ก็ไม่สบายใจ ในระดับล่างที่แบ่งเปึน ๒ แท่งก็ไม่สบายใจ ถามว่า ไม่สบายใจตรงไหนผมจะชี้ให้ดูครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่าวันนี้คณะกรรมการชุดใหญ่ ถ้าใน ร่างที่รัฐบาลเสนอมามันมีช่องทางที่จะชี้ให้เห็นว่าวันนี้หน่วยงานนี้มันไม่ได้อิสระจริง ๆ มัน มีช่องทางที่จะทําให้หน่วยงานภาครัฐก็คือรัฐบาล สามารถเข้ามาแทรกแซงในการแต่งตั้ง คณะกรรมการชุดใหญ่ได้ เช่น ในมาตรา ๑๒ วรรคสาม ถ้าท่านได้มีโอกาสมีเอกสาร อยู่ในมือลองเป่ดนะครับว่า ในมาตรา ๑๒ วรรคสาม ได้กําหนดไว้ให้เลขาธิการ กสช. เสนอบัญชีรายชื่อพร้อมด้วยประวัติและผลงานต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนําเสนอให้วุฒิสภา พิจารณาคัดเลือกต่อไป คําถามจึงมีอยู่ว่า เพราะเหตุใดการเสนอขั้นตอนของหน่วยงาน อิสระเช่นนี้จําเปึนจะต้องผ่านไปที่นายกรัฐมนตรีด้วย แต่ถ้าบัญชีรายชื่อถึงจะกําหนดมา เปึน ๒ เท่าก็จริงอยู่ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีท่านนั้นพิจารณารายชื่อแล้วคน ๆ นี้ คนเหล่านี้ มีความรู้สึกไม่ชอบมาพากล ไม่ชอบใจคนกลุ่มนี้ ผมใช้อย่างนี้ ถ้าการไม่ชอบใจเกิดขึ้น การดึงเกมหรือกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้ทุกอย่างเกิดความล่าช้า กระบวนการแทรกแซง ก็จะเกิดขึ้นได้จากกระบวนการของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเรียนกับท่านประธานนะครับ บังเอิญที่ผมพูดได้เต็มปากวันนี้ผมอยู่ซีกรัฐบาล ผมเชื่อใจท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ท่านไม่ทําอย่างนี้ครับ แต่อนาคตของประเทศไทยอีก ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ข้างหน้าเราไม่รู้ว่า นายกรัฐมนตรีคนต่อไปนั้นเปึนอย่างไรบ้าง ดังนั้นช่องทางตรงนี้ในคณะกรรมการชุดใหญ่ ผมถือว่าเปึนช่องทางที่ทําให้รัฐบาลสามารถแทรกแซงการจัดตั้งหน่วยงานอิสระขึ้นมาได้ นี่คือประเด็นที่ ๑

นอกจากนี้แล้วในมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ได้เป่ดโอกาสให้สํานักงาน กสช. ประกาศและตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อ แค่นั้นยังไม่พอนะครับ ไม่พอที่จะทําให้หน่วยงานสํานักงาน กสช. ประกาศและตรวจสอบคุณสมบัติ โดยเฉพาะ ในบทเฉพาะกาล ในช่วงระยะเริ่มต้น ได้เป่ดโอกาสให้สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี เปึนหน่วยธุรการในการดําเนินการคัดเลือก กสช. ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ความรู้สึกของผมเองไม่ว่าจะเปึนสํานักนายกรัฐมนตรี หรือว่าสํานักงาน กสช. ก็แล้วแต่ ก็เปึนหน่วยงานที่ภูมิต้านทานทางการเมืองไม่เข้มแข็ง มันก็เปึนช่องทางที่จะทําให้กลไก ของรัฐบาลสามารถเข้าไปแทรกแซงหรือครอบงําหรือตรวจสอบในการเสนอรายชื่อได้ ผมจึงมีหลักคิดที่จะสอดคล้องกับท่านอภิชาตที่เสนอร่าง พ.ร.บ. นี้ประกบเข้ามาว่า ทําไม รัฐบาลไม่เป่ดโอกาสให้สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งผมถือว่าสํานักงานเลขาธิการ วุฒิสภานั้นค่อนข้างจะเปึนหน่วยงานเปึนกลางทางการเมือง ซึ่งมีความเปึนกลางทาง การเมืองสูงที่สุดในปัจจุบันนี้ แล้วผมก็เชื่อเช่นกันว่าโอกาสที่หน่วยงานของรัฐบาลที่เข้าไป แทรกแซงสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาในการทําหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคล ที่จะเปึนกรรมการ กสช. นั้นยากครับ ผมเชื่อว่าโอกาสที่จะทํานี้ทําได้ยาก ดังนั้นจึงเปึน ช่องทางที่อยากจะเรียนกับท่านรัฐมนตรีว่าเปึนไปได้ไหมว่า หน่วยงานธุรการในการ ตรวจสอบคุณสมบัติของคนที่จะมาเปึนคณะกรรมการ กสช. นั้นควรจะเป่ดโอกาสให้ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาเข้ามาทําหน้าที่ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ยังมี ประเด็นที่คิดว่าเปึนประโยชน์ครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนว่าเมื่อสักครู่นี้ผมพูด ในภาพของคณะกรรมการชุดใหญ่

ในส่วนกรรมการแท่ง ๒ แท่งเช่นกันครับ ท่านประธานคงจะทราบดีนะครับ ว่าในกฎหมายที่รัฐบาลเสนอมา ในแท่งของกิจการวิทยุโทรทัศน์ กําหนดให้มี คณะกรรมการ ๗ คน โดยที่ ๗ คนนั้น ๔ คนมาจากชุดใหญ่ และอีก ๓ คนนั้นมาจาก การตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมายหรือเศรษฐศาสตร์อีกไม่เกิน ๓ คน รวมเบ็ดเสร็จแล้วไม่เกิน ๗ คน

ในส่วนของแท่งกิจการโทรคมนาคมนั้นกําหนดให้มีกรรมการประมาณ ๕ คน โดยที่ ๓ คนนั้นมาจากชุดใหญ่ และอีก ๒ คนนั้นมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ เปึนคณะกรรมการอิสระที่ผ่านการสรรหาคัดเลือกและวุฒิสภาเปึนคนให้การรับรองมา แต่อยู่ ๆ แล้วก็เหมือนกับมีการแฝงเร้นนัยบางอย่าง มีการตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งท่านประธานคงจะทราบดีครับ คน ๓ คนนี้ซีกซ้าย อีก ๒ คนซีกขวา มีบทบาทเท่ากับคนที่วุฒิสภาแต่งตั้งมา มันจะเปึนไปได้อย่างไร แต่ปัญหาที่เรากังวลคือแต่งตั้งคนเหล่านี้เข้ามา มันจะเปึนช่องทางให้นายทุนครับ คนที่มี อิทธิพล มีเงินเยอะ ๆ ในการวิ่งเต้นแล้วก็สามารถเข้าเปึนกรรมการทั้งชุดเล็กด้านซ้ายและ ชุดเล็กด้านขวา และตรงนี้เปึนจุดที่น่ากลัวและน่ากังวลเปึนอย่างยิ่ง และมันจะ ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้กรรมการชุดนี้เปึนกรรมการที่ผ่าน การคัดเลือกสรรและถือว่าเปึนองค์กรอิสระจริง ๆ ความภูมิใจของเขาคือการที่วุฒิสภา เปึนคนเลือกเขา เอาอย่างนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และ

ท้ายที่สุดจริง ๆ แล้วจุดนี้ผมมาพูดสุดท้ายเพราะว่าเปึนข้อที่น่ากังวลใจ ที่สุด กฎหมายฉบับนี้ที่รัฐบาลเสนอมานี่เปึนกฎหมายที่เป่ดโอกาสให้นายทุนเข้ามา ครอบงํา กสช. ชุดใหญ่ได้อย่างเต็มตัว ถ้าท่านประธานหรือหลายท่านไม่ได้อ่านร่าง ที่รัฐบาลเสนอมา หรือว่าอ่านอย่างผิวเผินอาจจะมีความรู้สึกฟังดูผิวเผินและก็ดูดี แต่ถ้า อ่านอย่างลึกซึ้งจริง ๆ และด้วยการฟังคําวิเคราะห์จากนักกฎหมายที่ชี้ประเด็นให้เห็นจะรู้ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ของรัฐบาลเป่ดช่องว่างให้นายทุนเข้ามาครอบงํา กสช. ที่เปึน หน่วยงานดูแลคลื่นความถี่ของรัฐอย่างเต็มที่ครับ คําถามถามว่า ทําไมเป่ดโอกาสอย่างนี้ เนื่องจากว่าในขั้นตอนของการกําหนดคุณสมบัติ ในขั้นตอนของการกําหนดคุณสมบัติ เพื่อจะเลือกสรรนําเสนอสู่วุฒิสภานั้นไม่ได้ห้ามนายทุน ไม่ได้ห้ามคนที่มีส่วนได้เสีย คนที่ ทําธุรกิจในเชิงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคลื่นความถี่ ไม่ได้ห้ามไว้เลยนะ เท่ากับว่าคนเหล่านี้ สามารถสมัครหรือว่าได้รับการคัดสรรเปึนบุคคลที่จะเปึน กสช. ได้ เพียงแต่ว่ากฎหมาย ห้ามไว้ต่อว่า หลังจากที่คุณได้รับการคัดเลือกแล้วคุณค่อยเข้ามาลาออกจากตําแหน่ง หน้าที่นั้น แล้วท่านประธานครับ ท่านประธานจะทราบดีนะครับว่า คนที่เปึนเจ้าของ กิจการใหญ่ ๆ เวลาเข้าไปแล้วและลาออก เปึนไปได้หรือครับว่าเขาจะทําประโยชน์เพื่อ ประเทศชาติจริง ๆ สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกับธุรกิจดั้งเดิมที่ตัวเองเคยทําหน้าที่ไว้ ผมอยากจะ ฝากข้อคิดเห็นว่าควรจะกําหนดห้ามตั้งแต่ต้นครับ ควรจะห้ามคนที่เปึนเจ้าของกิจการ หรือว่านายทุน หรือว่ามีส่วนได้เสียนี่ ไม่มีส่วนได้เสียกับกิจการนี้มาไม่น้อยกว่า ๕ ป้ เพื่อเมื่อเขาได้รับการคัดเลือกแล้วเขาจะสามารถทําหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ส่วนรวมอย่างจริงจังครับ ผมขอฝากความคิดเห็นไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขอบพระคุณท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ได้เสนอกฎหมายฉบับนี้นะครับ ที่จริงเสนอตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ แต่เปึนที่น่าเสียดายที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะมีกลุ่มเสื้อเหลือง คอยประท้วงนะครับ แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้วันนี้ได้กลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐบาลชุดนี้ ก็นับเปึนสิ่งที่ดี อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเกี่ยวกับคณะกรรมการ ต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าถ้าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาโดยกฎหมายฉบับนี้มีความเปึนธรรม ไม่ถูกครอบงําโดยนายทุนหรือนักการเมือง เราก็จะสามารถบริหารจัดการคลื่นความถี่หรือ แม้กิจการโทรคมนาคมต่าง ๆ ตามกฎหมายฉบับนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมคิดว่า กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่สําคัญอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการจัดหารายได้ของ แต่ละกิจการ ท่านประธานครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็น เดิมทีนั้น ในกิจการโทรคมนาคมท่านจะเห็นว่าองค์การโทรศัพท์ก็ดี การสื่อสารแห่งประเทศไทยก็ดี ให้สัมปทานโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ ๆ เอาที่รู้จักกัน ๓ รายด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึน เอไอเอส (AIS) ดีแทค (DTAC) หรือ ทรู (True) โดยการให้สัมปทานนั้นผู้รับสัมปทานคือเจ้าของ บริษัทมือถือต้องจ่ายค่าสัมปทานเปึนรายป้ กว่าจะได้เงินขึ้นมาหมายความว่า บริษัท มือถือต้องจ่ายเงินให้องค์การโทรศัพท์และการสื่อสาร จากนั้นองค์การโทรศัพท์และ การสื่อสารต้องไปทํางบดุลบัญชีของตนเอง เมื่อมีกําไรเท่าไรแล้วก็จะส่งคืนให้รัฐ กระทรวงการคลังผ่านกรมสรรพสามิต ท่านประธานทราบไหมครับว่า นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ท่านมีหัวสมองในการที่จะหาเงินเข้ารัฐเพื่อมาทํานโยบายต่าง ๆ ช่วยเหลือ รากหญ้า ท่านคิดครับ เพราะท่านมีประสบการณ์ในการทําธุรกิจ ท่านมองอย่างเดียวว่า กรมสรรพสามิตถ้าจะรอให้สิ้นป้งบประมาณแล้วได้เงินจากบริษัทเอกชนเจ้าของมือถือนั้น มันล่าช้าไม่ทันกาลท่านนี่แหละครับก็ได้คิดว่า ถ้าเราจะเอาเงินสัมปทานเหล่านั้นมาเข้ารัฐ เพื่อไปใช้จ่ายในงบประมาณแผ่นดินก่อนเวลาจะได้ไหม นี่แหละครับคือที่มาของภาษี สรรพสามิต ๒ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อนโยบายนี้ได้เกิดขึ้น ผมบังเอิญครับเปึนคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับมือถือนี่แหละ สมัยนั้นเขาอนุญาตให้ผมเปึนกรรมาธิการทุกคณะ ผมก็ได้เรียนถามบริษัทมือถือทั้ง ๓-๔ บริษัทว่า การที่เรียกเก็บเงินสรรพสามิต ๒ เปอร์เซ็นต์ทุกเดือนนี่ดีไหม กรมสรรพสามิตก็มาชี้แจงบอกเปึนสิ่งที่ดี ผมก็ถามว่าทําไมต้อง ๒ เปอร์เซ็นต์ ทําไม ไม่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เขาวิเคราะห์ให้ผมครับว่าจากรายได้ที่เขาเคยได้ต่อป้ เมื่อบริษัท องค์การโทรศัพท์หรือการสื่อสารไปคํานวณกําไรขาดทุนแล้ว เฉลี่ยแล้ว ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็เลยเปึนที่มาของตัวเลขที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เรียกเก็บก่อนจากบริษัท มือถือทุกเดือน เดือนละ ๒ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้เปึนตัวเลขที่เข้าท่าที่สุดครับ แล้วเงินรายได้ อย่างนี้มันเปึนรายได้ที่ต้องพึงได้จากภาครัฐอยู่แล้ว ก็นํามาใช้จ่ายในป้งบประมาณก่อน ไม่ต้องไปนั่งขูดรีดขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันเหมือนรัฐบาลชุดนี้ละครับ อันนี้คือวิสัยทัศน์ ของการเปึนนายกรัฐมนตรีที่รู้จักวิธีหาเงินเข้ารัฐ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือว่า สังคม โดนบิดเบือนกล่าวหาใส่ร้ายท่านว่าท่านได้รับประโยชน์ ท่านประธานฟังผมชี้แจงอย่างนี้ ท่านประธานเข้าใจไหมครับ ผมเชื่อว่าประชาชนที่ฟังผมพูดในวันนี้จะเข้าใจว่าเงินนี้ มันเปึนประโยชน์ที่จะมาบริหารบ้านเมือง แต่เปึนที่น่าเสียดายท่านถูกใส่ร้ายมาโดยตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ไม่รู้ทํากรรมอะไรมากมายถึงขนาดนั้น วันนี้ขอเสนอ ผ่านท่านประธานไปว่า สิ่งนี้ละครับเปึนสิ่งที่ดี ถ้ารัฐบาลนี้เห็นว่าไม่ดีก็เลิกภาษี สรรพสามิต ๒ เปอร์เซ็นต์สิครับ ทําไมยังต้องเก็บต่อเนื่องกันอีก และวันนี้ท่านประธาน การที่ออกกฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อว่าการสื่อสารแห่งประเทศไทย องค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศไทยก็ไม่ใช่เจ้าของสัมปทานในแง่ของโทรศัพท์มือถืออีกต่อไป หรือกิจการ โทรคมนาคม วันนี้เรากําลังจะโอนอํานาจไปให้ กสช. หรือคณะกรรมการตามที่กฎหมาย ฉบับนี้กําลังจะแต่งตั้งขึ้นมา ผมอยากจะถามว่า กสช. เหล่านี้มีความสามารถมากน้อย เพียงใด จะทําอย่างไรไม่ให้บริษัทมือถือเหล่านี้เอาเปรียบเรา ผมจะยกตัวอย่าง ท่านประธาน ผมนี่นะครับบังเอิญเปึนประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง และสถาบันการเงิน ไปดูงานที่ชายแดนฝัืงไทย-ลาว ผมนอนอยู่โรงแรมฝัืงนี้ละครับ แต่โทรศัพท์ของผมมันขึ้นแทงโก้ (Tango) ลาว หมายความว่าผมอยู่หนองคาย ผมต้องใช้ โทรศัพท์ไปต่างประเทศแล้วกลับเข้าประเทศไทย มีการเรียกเก็บเงินผมครับท่านประธาน ว่าผมไปใช้โทรศัพท์ที่ประเทศลาว ๗๐๐ บาท โดยบริษัทมือถือที่ผมใช้ทุกวันนี้ละ ผมก็เลย กลับมาแล้วก็ทําหนังสือไปให้กับบริษัทมือถือนั้น ว่าผมนี่ถูกละเมิดสิทธิ เอาเปรียบผม ผมยืนอยู่ฝัืงไทยแต่เหตุไฉนผมต้องไปเสียค่าโทรศัพท์ให้ประเทศลาว ท่านรู้ไหมครับ ว่าเกิดอะไรขึ้น บริษัทมือถือยอมรับสารภาพว่าได้เอาเปรียบ การคิดเงินนั้นไม่ถูกต้อง คืนเงินให้ผมครับ ท่านประธาน ๗๐๐ บาท ผมบอกว่าไม่ได้ ท่านจะต้องคืนให้คนไทยทุกคนที่ไปบริเวณนั้น แล้วก็บังเอิญขึ้นแทงโก้ ต้องไปจ่ายค่าโทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศ แบบนี้มันเปึนการ เอาเปรียบผู้บริโภค ผมฝากท่านรัฐมนตรีดูแลเรื่องนี้นะครับ ผมน่ะมันไม่ยอม สลึงหนึ่ง ผมก็ไม่ยอม มันเปึนความไม่ถูกต้อง แต่ประชาชนคนไทยนิสัยช่างมันเถอะ แล้วก็แล้วกันไป มันไม่ได้ครับ มันเปึนสิทธิของเรา เราใช้โทรศัพท์ในประเทศ เครือข่ายต้องครอบคลุมครับ ท่านประธาน บางทีผมเดินทางไปนี่ท่านประธาน แค่ในกรุงเทพฯ นี่นะครับ สัญญาณยัง ไม่ครอบคลุมก็ยังมี มันเกิดอะไรขึ้น ท่านรัฐมนตรีฟังนะครับ ท่านจัดการนะครับ แล้วเวลา เดินทางไปต่างจังหวัด บางคนก็โม้บอกว่าเครือข่ายต่อเนื่อง มันขาด ๆ ตอน ๆ หมุนใหม่ ก็เสียเงินเพิ่มทุกครั้ง อย่างนี้เสียหายครับท่านประธาน เราจะดูแลอย่างไร ผมก็หวังว่า คณะกรรมการชุดนี้ที่มาจากหน่วยงานต่าง ๆ นักวิชาการต่าง ๆ มีคุณสมบัติเปึนอาจารย์ คุ้มครองผู้บริโภค จะต้องดูแลสิ่งเหล่านี้ให้พี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดินเมื่อกฎหมายฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ ท่านประธานนอกจากนั้นแล้ว ผมยังมีประเด็นอีกไม่มากนะครับ เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกบอกให้พูด ๗ นาที แล้วตัวเองก็เดินหนีออกไป มันพูดไม่ทันรู้เรื่องเลย ๗ นาที ผมต้องขออีกสัก ๔–๕ นาทีนะครับท่านประธาน กรณีการส่งข้อมูล

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมอะลุ้มอล่วยตามความเหมาะสมนะครับ เห็นมีสาระด้วยครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ขอบคุณท่านประธาน คืออย่างนี้ครับ วันนี้ผู้ใช้มือถือได้รับขยะ ได้รับการก่อกวนล่วงละเมิดผู้ใช้ ยกตัวอย่าง เดี๋ยวก็มีตู๊ด ๆ เข้ามา โฆษณาเพลงรอสาย ให้โหลดเพลงรอสาย (๓ บาท) บ้าง (๕ บาท) บ้าง ผมถามจริง ๆ ถ้าผมไปโหลดเพลงรอสาย ๓ บาทเข้ามา ส่วนแบ่งที่ภาครัฐจะได้รับ มีไหม ภาษีที่รัฐจะได้รับจากการให้บริการครั้งละ ๓ บาท ๕ บาท ๑๐ สตางค์ ๒๐ สตางค์ เราได้รับไหม มีใครตรวจสอบเขาบ้างไหม ท่านประธาน และที่สําคัญที่สุด อย่าง กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) กับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไปขอให้บริษัทมือถือ ช่วยส่งข้อความไปเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ถามว่าการส่งแต่ละครั้งนั้น มีค่าใช้จ่ายไหมครับ ถ้ามีค่าใช้จ่ายเงินภาษีต้องเสียไหมครับ และเราเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไหมครับ ท่านประธานเคยเห็นคอมพิวเตอร์เวลามันวิ่งคู่ขนานไหม ภาษาฝรั่งเขาเปรียบ แบบว่าเปึนมิเรอร์ (Mirror : กระจก) เวลาบริษัทเครือข่ายนี้ทําอย่างไร มีแอคทิวิตี้ (Activity : ลักษณะการดําเนินการ) อย่างไร มีทรานแซคชั่น (Transaction : การติดต่อ) อย่างไร มันก็ดิวพลิเคท (Duplicate : สําเนา) หรือลอกเข้าไป ก็อปปุ้ เข้าไปเก็บไว้ ในอีกเครื่องหนึ่ง เพื่อเราจะได้รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับบริษัทสัมปทานเหล่านี้บ้างไหม และเราจะได้เรียกเก็บเงินได้ถูกต้องครับ วันนี้เงินของรัฐรั่วไหลมากมาย ไม่ได้มีการเก็บ ละครับ ส่งข้อความถึงกัน มีการบอกไหมครับว่าคิดภาษีอย่างไร รัฐไปเก็บอย่างไร นาทีละ ๓ บาท ผมส่งให้ลูกผม ๓ บาท อย่างน้อยผมต้องเสียภาษีเข้ารัฐกี่เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านเอาง่าย ๆ ๒ เปอร์เซ็นต์ ต่อ ๓ บาท มันก็ ๖ สตางค์ ๖ สตางค์หายไปกี่ข้อความครับ อย่างนี้เปึนต้น ผมก็หวังว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะตรวจสอบการจ่ายเงิน การชําระ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้มันถูกต้องนะครับ แล้วกรณีส่งเมล (Mail) ขยะ ขอร้องนะครับท่าน บางทีมันเปึนการละเมิดสิทธิของผมครับ ผมไม่อยากได้เพลงอะไรก็ไม่รู้ส่งมาให้ผมโหลด มันรําคาญครับ มันเปึนการล่วงละเมิดสิทธิของผม และที่สําคัญที่สุดมันมีอีกครับ ท่านประธาน ผู้มีอํานาจทางการเมืองไปขอข้อมูลบริษัทมือถือว่าหมายเลขของผู้ใช้เบอร์ อะไรบ้าง ถามว่าเปึนการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ มันเปึนการล่วงละเมิดสิทธินะครับท่านประธาน วันนี้เราได้ใช้กฎหมายต่าง ๆ เละเทะ ไปหมด ล่วงละเมิดบุคคล หากินกับเงินภาษี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องควบคุมให้ได้

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรุณาสรุปเลยครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ครับ ผมก็อยากจะฝาก ท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ดีไหม ดีครับ มีประโยชน์ แต่ผู้นําไปปฏิบัตินั้นจะต้องมี ความซื่อตรง จะต้องตรงไปตรงมา ไม่คด ไม่โกง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ไม่เห็นแก่ ประโยชน์พรรคพวก พวกฟัอง เพื่อนฝูง แล้วกฎหมายฉบับนี้จะใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง และความเปึนธรรมจะเกิดขึ้น การบริการให้กับประชาชนนั้นจะทําได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านอสิ มะหะมัดยังกี เชิญครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูลนะครับ ผมเห็นด้วยกับการตั้ง องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ตามร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. .... ซึ่งต้องเปึนไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งรวมทั้ง กสท. และ กสช. เปึนองค์กรเดียวกัน แรกเริ่มเดิมทีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จะมีการแยกเปึน องค์กรที่ดูแลเรื่องคลื่นความถี่นี้เปึน ๒ องค์กร คือ กสท. และ กสช. ในสมัยนั้น กสท. ได้ตั้งไปแล้ว แต่ กสช. ยังตั้งไม่ได้ครับ เหตุผลที่ตั้งไม่ได้มันมีเรื่องสําคัญครับ คือเรื่อง ผลประโยชน์มีความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่การเลือกกรรมการสรรหาขององค์กรจนกระทั่ง การเลือกกรรมการในองค์กรนั้น นักวิชาการบางคนที่เปึนตัวแทนของภาควิชาการถูกตั้ง ข้อสงสัยว่าเปึนตัวแทนของบริษัทยักษ์ใหญ่ ๒-๓ บริษัท ที่ส่งตัวแทนเข้าไปเปึนนอมินี (Nominee) มีสื่อบางคนซึ่งสืบต่อไปได้ว่าเปึนตัวแทนของบริษัทยักษ์ใหญ่เช่นกันครับ นี่เปึนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ภาคประชาชนเกิดความสงสัยเปึนอย่างมากก็เลยทําให้เกิด ข้อโต้แย้งกันอย่างหนักนะครับ ในที่สุดก็ตั้ง กสช. ไม่ได้ครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะ ความไม่โปร่งใสและในเวลาต่อมาก็ได้ปรากฏชัดว่าบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ ซึ่งผมขอสมมุติ ชื่อว่าเปึนบริษัทแก้มใหญ่กับบริษัทอ้าปากนะครับ กินอย่างเดียวครับ มีความสัมพันธ์ กับภาคการเมืองตั้งแต่การช่วยสนับสนุนการหาเสียงของพรรคการเมืองและด้วย ผลประโยชน์ต่างตอบแทน และงบประชาสัมพันธ์ในช่วงที่คนไทยไม่ค่อยได้ดูไม่ค่อยสนใจ แต่งบประมาณเยอะครับ เปึนสิบล้านบาท เปึนร้อยล้านบาท เห็นว่าต้นทุนประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ได้กําไร ๗๐ เปอร์เซ็นต์เหนาะ ๆ เลยครับ เปึนการทุจริต เงินงบประมาณของประเทศชาติที่มาจากภาษีอากรของประชาชนอย่างเห็นได้ชัดเจนครับ ผมขอให้เหตุการณ์แบบนี้อย่าเกิดขึ้นอีกในสมัยรัฐบาลนี้ และขอให้ทุกฝ์ายจับตาดู บริษัทเหล่านี้อย่าให้มาแสวงหาผลประโยชน์บนความเสียหายของชาติบ้านเมืองอีกครับ ในเมื่อการเมืองคือผู้ที่จะกําหนดว่าใครจะได้อะไร เมื่อไร และอย่างไร เพราะฉะนั้น ฝ์ายการเมืองที่รับผิดชอบจะต้องกําหนดวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม โปร่งใส และเปึนธรรม อย่าลืมนะครับว่าสัตว์โลกย่อมเปึนไปตามกรรมครับ ทํากรรมดีก็ได้ดีครับ ทํากรรมไม่ดี ก็ได้ประสบกับผลกรรมครับ อันนี้ก็เห็นมามากมายแล้ว

เรื่องต่อไปที่จะพูดคือเรื่องวิทยุชุมชน ผมก็ได้เคยอภิปรายเรื่องนี้มาแล้ว ในสภา วิทยุชุมชนนี้มันเกิดขึ้น เพราะว่าสถานีวิทยุใหญ่โดนนายทุนประมูลไปหมดแล้วครับ บริษัทยักษ์ใหญ่มีทุนมหาศาลได้ไปทั้งนั้นเลยครับ ถ้าเราดูสถานีวิทยุหลัก ๆ หรือ แม้กระทั่งทีวี คนจน ๆ นายทุนเล็ก ๆ ตามท้องถิ่นไม่มีโอกาสที่จะได้มีสิทธิครอบครอง สถานีวิทยุหรือว่าเวลาที่ออกอากาศเลยครับ กรมประชาสัมพันธ์ได้ออกกฎเกณฑ์ในสมัย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๔๐ ว่าวิทยุชุมชนโฆษณาไม่ได้ รับเงินนายทุน ไม่ได้ รับเงินต่างชาติไม่ได้ คําถามก็คือ จะเอาเงินมาจากไหน มันเปึนไปไม่ได้ครับ มานั่งเทียนกันในห้อง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในโลกนี้ โลกนี้ไม่มีเรื่องแบบนี้ละครับ อยู่ไม่ได้ มันมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร ดีเจ (DJ : Dise Jokey ผู้จัดรายการแพลงประกอบ ความรู้เกี่ยวกับเพลงหรือเรื่องอื่น ๆ) และค่าต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งต้องใช้เงินแน่นอนครับ แล้วผู้คนเหล่านี้ก็ไม่ใช่คนที่มีเงินมากมายเหมือนกับนายทุนที่ประมูลสถานีวิทยุใหญ่ ๆ ไปแล้ว เพราะฉะนั้นคําถามก็คือ ท่านจะทําให้สถานีวิทยุชุมชนอยู่ได้อย่างไร โดยที่มีกฎเกณฑ์เหล่านี้ขึ้นมา ผมก็ไม่ต้องการให้มีการโฆษณาอะไรมากมาย แต่ถามว่า จะทําอย่างไรให้วิทยุชุมชนอยู่ได้ นี่เปึนเรื่องสําคัญต้องไปหาวิธีคิดอ่านเอาครับ คําตอบ จะต้องชัดเจนและต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง อย่านั่งเทียนคิดแต่ในห้อง มันไม่ใช่ ความจริงละครับ มันเปึนไปไม่ได้ ความจริงแล้วสถานีวิทยุชุมชนมีประโยชน์ในหลาย ประการ เช่น สะท้อนปัญหาของประชาชน สะท้อนความคิดของประชาชน ภาคบันเทิง ก็มีครับ และอีกหลายประการที่เปึนประโยชน์ แต่ก็อย่ามากเกินไป ผมเคยอยู่ คณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม ป้ ๒๕๔๘ เราก็ทราบมาว่าสถานีวิทยุ ชุมชนก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหลายอย่าง เช่น คลื่นไปแทรกแซงคลื่นหลัก บางแห่งบอกว่าไปเป่ดทีวีอยู่ดี ๆ มีคลื่นวิทยุชุมชนเข้ามา สถานีวิทยุเป่ดวิทยุสถานีหลัก อยู่ก็มีคลื่นแทรกแซงเข้ามา อันนี้ต้องแก้ไขอย่าให้เกิดขึ้นมาอีก อย่าให้มากเกินไป ซึ่งใน ปัจจุบันนี้ผมเข้าใจว่ามันจะมีมากเกินไปแล้วครับ อย่ารับใช้ภาคการเมืองครับ ตรงนี้เปึน เรื่องสําคัญครับ สถานีวิทยุชุมชนจะต้องสะท้อนความคิดของคนในชุมชนอย่างแท้จริง ครับ ไม่ใช่ว่าไปรับเงินมาจากภาคการเมืองแล้วมาใส่ความคิดที่เปึนของภาคการเมือง เข้าไป มีการด่าทอกันพูดจาหยาบคาย อย่างที่เราเห็นอยู่ปัจจุบันนี้มันใช้ไม่ได้ครับ แบบนี้ ต้องแก้ไขอย่าให้เกิด รบกวนสถานีวิทยุการบินหลายครั้งเราก็สงสัยกันว่า คือตอนที่ผมอยู่ คณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม มีกัปตันมา ๒ คนนะครับ คนแรกบอกว่า มีการแทรกแซงวิทยุการบินชัดเจน พอเครื่องบินจะลงนี่ได้ยินเสียงวิทยุชุมชนแทรกเข้ามา แต่กัปตันอีกคนหนึ่งบอกว่าไม่ได้ยิน ตอนนี้ผมก็ยังสงสัยว่าตกลงมันแทรกแซงหรือ ไม่แทรกแซงกันแน่ ยังมีปัญหาอยู่ ก็ขอให้คณะกรรมาธิการ หรือว่าต่อไปที่ตั้งองค์กร ต่าง ๆ ที่เปึนกรรมการต่าง ๆ ต้องไปแก้ไขตรงนี้ เอาข้อเท็จจริงไม่ใช่เรื่องการเมืองมาใส่กัน มากล่าวหากันว่ามีการแทรกแซงโดยที่อาจจะไม่มีการแทรกแซง หรือแทรกแซงจริงหรือไม่ อย่างไร ขอให้ชัดเจนครับ ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ ผลประโยชน์ของภาคการเมืองหรือผลประโยชน์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ มันต้องไปอยู่บน ผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงครับ และผมคิดว่าทุกอย่างมันจะตั้งได้ อย่าให้เปึน เหมือนกับที่ตั้งมาแล้ว กสช. ที่ตั้งไม่ได้เพราะความไม่โปร่งใสครับ ผมก็คงจะต้องยุติ เพียงเท่านี้นะครับ เรื่องรายละเอียดต่าง ๆ นี่ผมคิดว่าขอให้เปึนหน้าที่ของกรรมาธิการ ที่ต้องไปดูกันครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงร่างพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ผมได้อ่านร่างทั้ง ๓ ร่างแล้ว ท่านประธานครับ ผมมีความสงสัยเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะมาตรา ๖ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการของร่างพระราชบัญญัติชุดนี้ที่จะมีขึ้น ที่ผมสงสัยก็คือใน (๓) ของ มาตรา ๖ (๓) นั้นบอกว่า ผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค อันเปึนประโยชน์ต่อกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม จํานวนสามคน และในร่างที่ ๒ และร่างที่ ๓ ของท่าน ส.ส. อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ก็บอก เหมือนกันครับ เขียนเหมือนกันว่า เปึนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมายและด้าน เศรษฐศาสตร์เท่านั้น ผมมีความสงสัยก็คือว่า เหตุใดคณะผู้ร่างจึงได้จํากัดไว้เฉพาะ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์ เพราะคนที่จะมาเปึนคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาตินั้น ทําไมเราต้องจํากัด เฉพาะคนที่มีความรู้ใน ๒ ด้านนี้เปึนหลักเท่านั้น แม้ว่าผมนั้นจะเปึนบัณฑิตนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคําแหงซึ่งเปึนมหาวิทยาลัยของประชาชน ผมจบกฎหมาย จบนิติศาสตร์ แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่าการที่มาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนสภานิติบัญญัติ ที่จะบัญญัติกฎหมายออกไปบังคับใช้กับผู้คนทั้งประเทศนั้น เราจะเข้าข้างเฉพาะคนที่เรียนกฎหมายเท่านั้น ท่านประธานครับ ผมอยากจะเสนอ ท่านประธานไปยังกรรมาธิการที่จะมีขึ้นผมอยากจะตั้งข้อสังเกตว่า โปรดระบุด้วยได้ไหม ครับว่า ขอผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์โดยเฉพาะบรรดาพี่น้องรัฐศาสตร์ทั่วประเทศ และที่ สําคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านศึกษาศาสตร์ เพราะคุณครูซึ่งเปึนผู้อบรม สั่งสอนเรามานั้นย่อมจะมีวิจารณญาณมองออกว่าอะไรเปึนอะไร คนที่จบรัฐศาสตร์ คนที่จบ ศึกษาศาสตร์ ก็จะได้เข้ามามีบทบาท สามารถเปึนกรรมการในคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติได้ เพราะไม่เช่นนั้น ไปบัญญัติไว้เพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์เท่านั้น ผมคิดว่าการเขียนกฎหมายแบบนี้นั้น ไม่เปึนธรรมต่อบรรดาพี่น้องประชาชนที่เชี่ยวชาญ ด้านรัฐศาสตร์และด้านศึกษาศาสตร์ ด้านรัฐศาสตร์นั้น ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้อง ยอมรับกันว่า คนที่จบด้านรัฐศาสตร์นั้นคือคนที่มาปกครองบ้านเมือง เปึนนายอําเภอ เปึนผู้ว่าราชการจังหวัด และหลายคนที่มาเปึนนักการเมือง คนที่จบด้านนี้ก็มีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องของกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติไม่แพ้ ด้านนิติศาสตร์เหมือนกัน และโดยเฉพาะด้านศึกษาศาสตร์ ท่านประธานครับ ผมอยาก เน้นย้ําว่า บุคลากรที่เปึนครูบาอาจารย์จบทางด้านศึกษาศาสตร์นั้น แน่นอนครับ คนที่ เปึนครูย่อมมีสุทธิ ปัญญาเมตตา และขันติ มีวิญญาณของพระโพธิสัตว์ย่อมสามารถที่จะ มองออกได้อย่างแน่นอนว่า ใครปฏิบัติหน้าที่ในการที่จะเปึนสื่อสารมวลชนอย่างเปึนกลาง หรือไม่เปึนกลาง เพราะบางคนนั้นบอกว่าตัวเองเปึนกลาง แต่ในจิตใจเอนเอียงไม่เปึนกลาง อย่างเห็นได้ชัด แม้นว่าปากคําพูดหรือการแสดงออกจะบอกว่าตัวเองนั้นเปึนกลาง แต่สีหน้า ท่าทางและน้ําใจในหัวใจนั้นมันประจักษ์ชัดครับว่าเปึนกลางหรือไม่ อย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในมาตรา ๖ ยังสอดคล้องกับมาตรา ๘ ซึ่งได้เขียนเอาไว้ เป่ดช่องไว้เฉพาะ สถาบันอุดมศึกษาที่เปึนนิติบุคคลและมีการสอนในระดับปริญญาในสาขาวิชา เศรษฐศาสตร์ เปึนเวลาไม่น้อยกว่าห้าป้ และสถาบันอุดมศึกษาที่เปึนนิติบัญญัติและ มีการสอนในระดับปริญญาสาขาวิชานิติศาสตร์ เปึนเวลาไม่น้อยกว่าห้าป้ ผมก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการซึ่งกําลังจะมีขึ้นนั้น ได้โปรดพินิจพิจารณา เถอะครับว่า โปรดเป่ดช่องให้กับคนที่จบทางด้านรัฐศาสตร์และด้านศึกษาศาสตร์ด้วย ซึ่งจะทําให้คณะกรรมการชุดนี้มีความรอบคอบ มีความรอบรู้มากยิ่งขึ้น เพราะคนที่จบ นิติศาสตร์และคนที่จบเศรษฐศาสตร์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเชี่ยวชาญในเรื่องกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติมากไปกว่าคนที่จบ ทางด้านรัฐศาสตร์และศึกษาศาสตร์ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งเปึนสภานิติบัญญัติในการที่จะออกกฎหมายออกมาบังคับใช้กับประชาชนทั้งประเทศ ผมอยากจะให้เป่ดช่องให้กับบรรดาคนที่จะมาเปึนคณะกรรมการในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติให้มากขึ้น อย่าได้ป่ดไว้แคบ ๆ แบบนี้ ถ้าป่ดไว้แคบ ๆ แบบนี้ท่านประธานครับ ผมเห็นใจคนที่จบทางด้านรัฐศาสตร์แต่มี ความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ผมเห็นใจบรรดาครูบาอาจารย์โดยเฉพาะครูบาอาจารย์ที่มี ความรู้ความสามารถหลายท่าน ซึ่งเรียกได้ว่าเปึนปูชนียบุคคล เปึนนักการศึกษาของชาติ เปึนศาสตราจารย์ที่เปึนนักปราชญ์ทรงความรู้ คุณครูควรจะมีตัวแทนอย่างน้อย ๑ คน ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรกําลังจะผ่านกฎหมายฉบับนี้ แต่ท่านประธานครับ ข้อสังเกตที่ผม ได้ฝากท่านประธานไปนี้ ก็ขอกราบเรียนไปยังท่านกรรมาธิการได้โปรดพิจารณา ตามสมควร ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ดีใจที่วันนี้ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... ได้เข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ต้องบอกว่า พวกเราทํางานกันได้รวดเร็วนะครับ ดูจากเรื่องที่มีรายชื่อมาแล้วในการประชุมนะครับ

ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้นั้นนอกจากจะมีความสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๔๗ ในเรื่องของการรวมองค์กรกํากับ ต้องบอกว่า มีความทันสมัยครับ เนื่องจากว่าวันนี้รวมทั้งวิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคมไว้ในบอร์ด 🔗

(Board : คณะกรรมการ) ชุดเดียวกันในการพิจารณา และผมก็ชอบครับ คําพูดของ ท่าน ส.ส. อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านใช้ กสทช. คือรวมทั้งหมด เลย รวมทั้งวิทยุโทรทัศน์ และการกระจายเสียง ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ สื่อสารมวลชนนั้นเขามีศัพท์ใหม่ครับ เขาใช้คําว่า คอนเวอเจินซ์ (Convergence) ก็คือ แปลว่า การนํามาบรรจบกัน การนํามาหลอมรวมกัน วันนี้โทรศัพท์มือถือนั้นนอกจากคุย โทรศัพท์กันได้แล้วทางหูฟัง ยังสามารถดูทีวีได้ ยังสามารถมีรายการวิทยุ ถ้าบริษัท นั้น ๆ เขาต้องการที่จะทํา เพราะฉะนั้นการที่นํามาบรรจบกัน การที่นําเอาองค์กรกํากับ ดูแลมารวมกันต้องถือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีความทันสมัย และแน่นอนครับ หลักการและเหตุผลในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ทันสมัยเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ดีครับ ผมเองได้มีการดูถึงกฎหมายในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เปึนร่างของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องบอกว่าอ่านดูแล้วก็รู้สึกว่ามาตรา ๔๒ ตามร่างนี้นั้นมีความไม่ชัดเจนอยู่ครับ ต้องบอกว่าที่มาที่ไปของกฎหมายฉบับนี้นั้น มีหลายร่างนะครับ ก่อนจะมาเปึนร่างฉบับนี้ จะเข้าก็ไม่เข้า จะออกก็ไม่ออก อยู่กันแบบนี้ นะครับ ทําให้กฎหมายฉบับนี้นั้นมีการรวมกันหลากหลายทีเดียว ทั้งส่วนหนึ่งฟังมาจาก ประชาพิจารณ์ ทั้งส่วนหนึ่งฟังมาจากผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัย ต้องบอกว่ารวมแล้วยํารวม เพราะอ่านแล้วมีปัญหาในเรื่องของการบังคับใช้ครับ ขออนุญาตอธิบายก่อนที่จะเข้าถึง มาตรา ๔๒ ว่ากฎหมายในโลกที่เปึนกฎหมายสารบัญญัติจะเปึนกลุ่มประเทศคอมมอน ลอว์ (Common Law : กฎหมายจารีตประเพณี) นั่นก็คือกลุ่มประเทศอังกฤษ กลุ่มประเทศอเมริกาที่ลักษณะการร่างกฎหมายของเขานั้นเปึนระบบจารีตประเพณี เขาจะระบุถึงวิธีการขั้นตอนในการดําเนินธุรกรรมต่าง ๆ อยู่ในกฎหมายของเขา แต่พอ มาดูวิธีการร่างกฎหมายของระบบซีวิล ลอว์ (Civil Law : กฎหมายหรือประเพณีที่นํามา เขียนเปึนลายลักษณ์อักษร) อย่างญี่ปุ์น อย่างเยอรมัน รวมทั้งประเทศไทย เวลาเขา บัญญัติแปลว่าต้องมีสภาพบังคับ จะไม่ได้อยู่ในลักษณะของการเปึนไกด์ (Guide) ที่นํา เขียนเพื่อเปึนการแนะนําธุรกรรม อย่างเช่นรัฐธรรมนูญของเราเวลาอ่านแล้ว จะมีความรู้สึกเหมือนกับว่าเปึนการแนะนําว่าควรจะทําเช่นไร นั่นละครับ กฎหมาย คอมมอน ลอว์ มีลักษณะการร่างแบบนั้น วันนี้มาดูกฎหมายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เขียนคล้าย ๆ กับการร่างในระบบคอมมอน ลอว์ นั่นก็คือบอกถึงวิธีการทําธุรกรรม มีถ้อยคําตามมาตรา ๔๒ ที่อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจครับ เขาบอกว่า แผนปฏิบัติการในการ กํากับดูแลกิจการวิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม จะต้องจัดให้ภาคประชาชนได้ใช้ คลื่นความถี่ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบ คําถามถามว่าภาคประชาชนครับ ภาคประชาชนใน ที่นี้หมายถึงอะไรครับ หมายถึงภาคเอกชนด้วยหรือไม่ ไม่มีความชัดเจนครับ จะหมายถึง องค์กรภาคประชาชนที่ไม่มีประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องใช่ไหมครับ ถ้าอ่านดูผิวเผินอย่างนี้ ภาคประชาชนก็น่าจะแปลถึงที่เปึนองค์กรภาคประชาชนที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในเรื่องของ เงิน ๆ ทอง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เขียนอย่างนี้ผมว่าลอยไปนะครับ ควรจะระบุให้ชัดว่า ภาคประชาชนของท่านคืออะไรครับ เพราะว่าปัจจุบันนี้ภาคประชาชนนั้นถ้าให้ตีความ ภาคเอกชนก็เปึนภาคประชาชนอย่างหนึ่งนะครับ การใช้คลื่นความถี่ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๒๐ ของอะไรครับ ร้อยละ ๒๐ มีตั้งแต่ร้อยละ ๒๐ ของ แอร์ไทม์ (Air Time) ของชั่วโมง วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง จะแบ่งกันว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของ ๒๔ ชั่วโมง เปึนของภาคประชาชนอย่างนั้นหรือ หรือจะบอกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของคลื่นความถี่ ทั้งหมด พอมาดูคลื่นความถี่ทั้งหมดครับ คลื่นความถี่นั้นมันมีหลายชั้นกันนะครับ ตั้งแต่ชั้นที่ใช้ในการออกวิทยุ ชั้นตั้งแต่ใช้ในการออกทีวี ชั้นตั้งแต่ใช้ในการทําโทรคมนาคม แปลว่าอะไรครับ อันนี้ไม่ชัดเจนนะครับว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้นอยู่ในคลื่นความถี่ประเภทใด แล้วอย่างไรครับ ผมก็ได้มีโอกาสถามครับ แล้วค้นคว้าไปยังผู้รู้ว่าที่ใส่มาตรงนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เพราะอะไร ผู้เสนอกฎหมายตอบง่าย ๆ ว่า มาจากการทําประชาพิจารณ์ ผมก็พูดต่อครับ การทําประชาพิจารณ์นั้นท่านต้องตกผลึกทางความคิด นี่คือคนคิด ต้นร่างนะครับ ผมเรียนว่าอีก ๒ ร่างนั้นไม่มีเรื่องนี้ในมาตรานี้นะครับ ผู้ที่จะเปึนผู้เสนอร่าง ขึ้นมาในอนาคตต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รัฐสภาต่อไป ขอให้มีความคิดในการทํา ประชาพิจารณ์ที่ตกผลึกแล้ว มิฉะนั้นจะมีปัญหาในการตีความ ผมฝากเรื่องนี้ละครับ ไปยังท่านกรรมาธิการที่จะมีขึ้นในอนาคตว่าให้ระวังและให้มีความรอบคอบเปึนอย่างยิ่ง ในกฎหมายที่มีการเขียนและมีการร่างตามแบบของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หวังครับ ว่ากฎหมายที่จะออกโดยสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รัฐสภาของไทยจะมีความชัดเจน มีสภาพใช้บังคับได้จริง กราบขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของชาติจํานวนมหาศาล หลายแสนล้านบาท แล้วก็ เกี่ยวพันกับชุมชน พี่น้องประชาชนในการรับทราบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เปึนจํานวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกฎหมายฉบับนี้จะเปึนการทําให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ เปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในเรื่องการเกี่ยวข้องนั้น จริง ๆ แล้วจะเปึนการ ปฏิรูประบบโทรคมนาคม ระบบวิทยุ ระบบโทรทัศน์ และสื่อสารมวลชนทุกรูปแบบ ผมดีใจนะครับที่สาระสําคัญเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของวิทยุชุมชนที่ต่อไปนี้ถ้าร่างกฎหมาย ฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบและมีผลบังคับใช้ จะทําให้ชุมชนนั้นมีสิทธิได้เปึนเจ้าของ คลื่นความถี่ไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่อยากกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ผ่านมายังท่านประธานเพื่อนําไปสู่ กระบวนการในการแสดงความคิดเห็นและแก้ไขต่อไป

เรื่องแรกนั้นก็คือ เรื่องของกระบวนการร่างกฎหมายฉบับนี้ ทราบมาว่า กฎหมายฉบับนี้นั้นได้เปึนกฎหมายที่ถูกยกร่างมาเปึนระยะเวลาพอสมควร และในสมัยที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ไอซีที (ICT : Information and Communication Technology กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) ที่ชื่อ ดอกเตอร์มั่น พัธโนทัย นั้นได้เคยทําการ ประชาพิจารณ์มาแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๗ ผมยังมี ความไม่แน่ใจว่า ในการทําประชาคมนั้นมีการทําประชาคมที่มีความเพียงพอต่อการ รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเพียงพอหรือไม่ และข้อคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนที่ได้แสดงความเห็นในการประชาคมนั้น อยากจะเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ประชาชนนั้นมีความคิดเห็นในแต่ละประเด็นอย่างไร

ประเด็นถัดมาก็คือว่าร่างกฎหมายฉบับนี้นั้น ผมมีความไม่สบายใจในเรื่อง การลิดรอนสิทธิของพี่น้องประชาชนในการมีส่วนร่วม และในการมีส่วนร่วม ในกระบวนการสรรหาคณะกรรมการ กสช. ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้ ได้กําหนดให้ผู้ที่มีสิทธิเสนอคณะกรรมการ กสช. นั้นเปึนองค์กรที่ต้องเปึนนิติบุคคล เท่านั้น และเปึนองค์กรที่เปึนองค์กรวิชาชีพ เปึนองค์กรที่เกิดจากสถาบันอุดมศึกษา ของรัฐที่มีการเป่ดสอนหลักสูตรนั้นหลักสูตรนี้เปึนระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ป้ การที่จะให้ ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงนั้น ผมต้องกราบเรียนว่าองค์กรภาคประชาชนนั้น ส่วนใหญ่เขาไม่ได้จดทะเบียน เปึนองค์กรที่รวมตัวกันภายใต้ความคิดเห็นที่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นองค์กรที่เกิดจากภาคประชาชนโดยแท้จริงนั้นอาจจะไม่สามารถมีส่วนเข้าไป เปึนกรรมการ กสช. ได้แม้แต่คนเดียว เมื่อประชาชนไม่มีโอกาส ประชาชนยังไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบรายชื่อองค์กรวิชาชีพ ต่าง ๆ องค์กรที่เกิดจากสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ เพราะว่ารายชื่อเหล่านี้อาจจะเปึน นอมินี อาจจะเปึนตัวแทนของกลุ่มทุน กลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร มิอาจทราบได้ นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของการจดทะเบียน เขาบอกว่าถ้ามีการ จดทะเบียนไว้ก่อนตามกฎหมายของป้ ๒๕๔๓ เมื่อมีการฟัองร้องแล้วก็องค์กรที่เปึน นิติบุคคลที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วถูกฟัองร้อง ถ้าศาลวินิจฉัยว่ามีที่มาโดยมิชอบนั้น เขาบอกว่าไม่มีผลกระทบต่อกิจการที่ได้ทําในเรื่องกระบวนการสรรหาดําเนินการไปแล้ว และไม่เปึนเหตุที่ต้องให้ระงับในการเปึนสิทธิในคณะกรรมการ กสช. ผมถือว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องแปลกพอสมควร นอกจากนั้นแล้วเรื่องการติดตามการตรวจสอบในการทํางาน ของ กสช. ผมเองต้องกราบเรียนว่า กสช. นั้นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นเองภายใน จริง ๆ แล้วการตรวจสอบที่ถูกต้องนั้นน่าจะเปึนการตั้งจากองค์การตรวจสอบภายนอก น่าจะมีประสิทธิภาพแล้วก็เปึนประโยชน์ต่อการทํางาน แล้วก็ต่อความโปร่งใส แล้วก็ยึด หลักธรรมาภิบาลที่ดีกว่า ถัดจากประเด็นการติดตามและตรวจสอบ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสงสัยอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องการเมือง เข้าไปครอบงํา ก็คือ เรื่องของที่มาของคณะกรรมการ กสช. ซึ่งมีจํานวนทั้งหมด ๑๐ ท่าน เริ่มจากองค์กรที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วเสนอชื่อขึ้นมาตามระบบ องค์กรเหล่านั้นได้เลือก กันเองจนได้จํานวนตามที่ได้กําหนดไว้คือประมาณ ๑๐ ท่าน หลังจากนั้นแล้วให้ เลขาธิการ กสช. ได้นําประวัติเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้เสนอ ต่อวุฒิสภา ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมมีความไม่สบายใจก็คือว่า ถ้ากระบวนการ สรรหาที่ผมได้กราบเรียนในเบื้องต้นนั้นผ่านไปแล้วไม่สามารถที่จะหาคณะกรรมการ กสช. ได้ครบ กฎหมายฉบับนี้ตามมาตรา ๑๓ ได้กําหนดเอาไว้ว่า ให้นายกรัฐมนตรี ได้เสนอชื่อบุคคลที่สมควรจะเปึนกรรมการ กสช. ต่อคณะรัฐมนตรีภายในสามสิบวัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีนําเสนอนี่ ผมเกรงนะครับว่า ตอนนี้ การเมืองนั้นอาจจะเข้ามาแทรก โดยไม่ผ่านกระบวนการสรรหาตั้งแต่ต้นนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งเหล่านี้จึงเปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตท่านประธาน เกินเวลานิดหน่อยนะครับประมาณ ๑ นาที ๒ นาที เนื่องจากว่า ได้ฟังความคิดเห็น ของมูลนิธิเอกชนแล้วก็เลยเกิดความสงสัยนะครับ เพราะว่าเขาได้กล่าวไว้ว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อาจจะรับรองความถูกต้องให้ อสมท. ซึ่งในอดีตนั้นเปึนเจ้าของ สัมปทานสถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ ช่อง ๙ แล้วก็มีวิทยุ อสมท. หลายแห่ง ปัจจุบันได้เข้าสู่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเปึนองค์กรมหาชน ซึ่งเราเกรงว่าจะนําคลื่นความถี่ ซึ่งเอาเปึนสมบัติของสาธารณชนเหล่านั้นไปแปลงเปึนทุนของเอกชนในรูปองค์การ มหาชนตามมาตรา ๗๗ ของร่างกฎหมายฉบับนี้ สิ่งเหล่านี้ผมเกรงว่าประโยชน์นั้น จะไม่ได้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความเห็นด้วยนะครับ เพราะ ร่างกฎหมายฉบับนี้เปึนร่างที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้กําลังจะ นําเอาร่างนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากจะเห็นก็คือ ไม่อยากจะเห็นการเมืองที่จะเข้ามาแทรกแซงในเรื่อง ของการแต่งตั้งคณะกรรมการ กสช. แล้วก็หวังเอาไว้ว่าผลประโยชน์นั้นจะเกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนโดยส่วนมาก ไม่ได้เกิดกับนายทุนหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ขอกราบ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเชน เทือกสุบรรณ ครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ต่อกฎหมายร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. .... ที่กําลังนําเสนออยู่ในสภาในขณะนี้ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปึนร่างพระราชบัญญัติที่ผมมั่นใจว่าเมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านสภา ผู้แทนราษฎรไปแล้ว จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยเราอย่างมาก มีทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วนั้นผมใคร่เรียนท่านประธานทราบว่า พวกผมในฐานะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้ทําการศึกษาเพื่อจะพิจารณาในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ที่เข้าสู่สภา รวมทั้ง ร่างเดิมของ กทช. ที่เสนออยู่ด้วย ท่านประธานครับ สิ่งที่พวกเราต้องนําเรียนและ กรรมาธิการเองก็จะนําเรียนเอกสารที่พวกเราได้ศึกษาเข้าสู่กรรมาธิการวิสามัญ ให้ได้ ประกอบการพิจารณา ท่านประธานครับ สิ่งที่พวกผมเชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐวิสาหกิจบางรัฐวิสาหกิจที่จะ ได้รับผลกระทบจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือส่วนราชการหลายส่วนราชการที่เคยมี ใบอนุญาตในการจัดการเรื่องวิทยุบ้าง สถานีโทรทัศน์บ้าง เมื่อจําเปึนจะต้องดําเนินการ ด้วยตนเองตามร่างพระราชบัญญัติหลายหน่วยงานไม่ได้เคยเตรียมการที่จะทํา หรือประกอบการด้วยตนเอง เปึนเพียงผู้ให้เช่าให้เอกชนส่วนต่าง ๆ เข้ามาดําเนินการ ท่านประธานครับ แต่ว่าตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้น แต่ต้องยอมรับความเปึนจริงท่านประธานครับ ว่านอกจากจะมีผลสําหรับ คลื่นความถี่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะเปึนด้านวิทยุโทรคมนาคมก็ดี จะเปึนด้าน วิทยุกระจายเสียงโทรทัศน์ก็ดี แต่มันหมายความรวมถึงในอนาคตข้างหน้าด้วย ท่านประธานครับ สิ่งที่เปึนปัญหาก็คือว่าถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และกรรมการที่จะ เข้ามาตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะส่งผลให้กับการที่เทคโนโลยีสารสนเทศ ในอนาคต ซึ่งวันนี้จะเปึนด้านวิทยุโทรคมนาคม หรือจะเปึนด้านสื่อสารวิทยุกระจายเสียง จะเปึนด้านบรอดแบนด์ (Broadband : เทคโนโลยีการส่งข้อมูลความเร็วสูง) ต่าง ๆ มันมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันมากยิ่งขึ้น ท่านประธานทราบดีครับว่าโทรศัพท์มือถือ ในวันนี้ได้ใช้ในหลายภารกิจ เปึนทั้งวิทยุโทรคมนาคม เปึนทั้งทีวีบ้าง เปึนทั้งอุปกรณ์ สําหรับการจ่ายชําระทางบัญชี ทางแบงก์ (Bank : ธนาคาร) บ้าง ทางที่ต่าง ๆ ได้ด้วย นะครับ ถ้ากรรมการที่เกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ดําเนินการในแนวทางที่ถูกต้อง ผมเชื่อว่าในอนาคตจะทําให้การพัฒนาในด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทย จะก้าวไปอย่างทันเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการว่า ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นอกจากจําเปึนที่จะต้องให้ส่วนราชการ เอกชน ที่ประกอบการอยู่ในขณะนี้ได้มีโอกาสรับทราบ ได้มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นด้วย การทําประชาพิจารณ์ การทําพับลิค เฮียร์ริ่ง (Public Hearing) ในเรื่องของ พระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ จะส่งผลให้กับการพัฒนาในด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ของประเทศไทย ท่านประธาน มีอีก ๒ ประการ ที่ต้องขออนุญาตฝาก เพราะว่าในเรื่องของกองทุนที่จะ เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ วันนี้มีช่องว่างอยู่เยอะที่จะใช้ กองทุนตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการพัฒนาในด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งจะใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเยาวชนของเราได้เรียนรู้ ได้ใช้ประโยชน์ในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างกว้างขวางทั่วถึง สิ่งสําคัญที่สุด ท่านประธานครับ ในคลื่นความถี่วิทยุในอดีตเราถูกผูกขาดอยู่ในกลุ่มบุคคล ในบางกลุ่ม บางเหล่า สิ่งสําคัญก็คือว่ามันไม่ได้กระจายไปตามความมุ่งหวังของเรา ในเขตชนบทก็ดี ความทั่วถึงตามความมุ่งหมายของสิ่งเหล่านี้ยังไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นผมต้อง ขออนุญาตฝากท่านประธานเพื่อกรรมาธิการได้นําเรียนต่อไปนะครับ ส่วนของ กรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม ที่เราได้ศึกษาไว้จะถือโอกาสนําเสนอต่อ ท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ต่อไปนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ครับ

นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี ปราจีนบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ในการออกกฎหมายร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และ กํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ร่างนี้ได้เข้าสภาเมื่อสมัยที่แล้ว ๒ ครั้ง ก็มีการหารือในสภาในวิปรัฐบาล ก่อนที่จะเข้าสภา ก็มีการเอากลับไปแก้ใหม่ถึง ๒ ครั้ง เพราะปัญหาคือ การที่มาของ คณะกรรมการ กสช. ซึ่งจัดตั้งโดยคณะรัฐมนตรี ผมกลัวว่ามันเกิดความไม่โปร่งใสของ คณะกรรมการนะครับ เพราะฉะนั้นปัญหาเลยเกิดขึ้นมาว่า ถ้ากรรมการที่มาจาก คณะรัฐมนตรีนั้น ถ้ามีความโปร่งใสแล้ว การทํางานของสื่อทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ก็จะเกิด การบิดเบือนในทางข่าวสาร ซึ่งจะให้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ตรง ทําให้ประชาชนที่รับฟัง ทางบ้านหรือที่ดูทางทีวีนั้นมีความคลาดเคลื่อนว่าสิ่งที่ได้รับข้อมูลจากเสียงตามสายหรือ ทางทีวีและโทรทัศน์ ทางวิทยุนั้นเปึนเรื่องจริงหรือเรื่องไม่จริง เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าที่มา ของคณะกรรมการนั้นควรจะโปร่งใส โดยอิสระจากนักการเมือง จากคณะผู้บริหารคือ คณะรัฐมนตรีครับ ควรจะสรรหาโดยความยุติธรรม โดยความเปึนกลาง เพราะต่อไป ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะใช้ต่อไปเปึนระยะเวลายาว ไม่ใช่คณะเดียว ใครเปึนรัฐบาล ก็จะเปลี่ยนคณะกรรมการ กสช. ตลอดไป ปัญหาก็เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากว่าใครเปึนรัฐบาล ก็ได้เปรียบ เพราะฉะนั้นผมอยากให้การสรรหาของคณะกรรมการนี้มีความยุติธรรม ก็คือ โดยโปร่งใส โดยไม่ได้มาจากคณะรัฐมนตรีนะครับ เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านที่ฟังสื่ออยู่ ได้ยินเสียงทางวิทยุและโทรทัศน์ทําให้เกิดการแบ่งพวก แบ่งฝ์าย เพราะการรับข้อมูล ข่าวสารนั้นไม่รู้ว่าจะเชื่อฝ์ายไหนนะครับ ทุกวันนี้บ้านเมืองได้แตกแยกเปึน ๒ ฝ์าย เพราะเกิดจากการรับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง บางครั้งอาจจะถูกต้อง ถูกใจ แต่ไม่ใช่ เรื่องจริง แต่ถูกใจประชาชน ทําให้เกิดความขัดแย้งอย่างมากนะครับ อย่างที่บ้านผมนั้น วิทยุชุมชนจะแบ่งขั้วในการพูดออกวิทยุเลยว่า คนไหนดี คนไหนไม่ดี ซึ่งไม่มีการควบคุม ที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมอยากเห็นว่าการเปึนมาของกรรมการนั้น จะกําหนดใครที่เปึนออกสื่อวิทยุนั้นขอให้เปึนเรื่องจริง และพูดจาให้ไพเราะ เพราะว่าเด็ก และเยาวชนที่อยู่ทางบ้านเห็นการออกมาโจมตีในทางสื่อแล้ว ครูไม่สามารถบอกได้ว่าถูก หรือผิด เพราะเด็กนักศึกษาเหล่านั้น เยาวชนเหล่านั้น จะเชื่อสื่อทางโทรทัศน์เปึนจํานวนมาก อย่างเช่น การพัฒนาเกี่ยวกับปุิยนะครับ เกษตรกรหลงเชื่อว่าปุิยชนิดนี้ดี เพราะว่าไม่มีการตรวจสอบที่แท้จริงว่าปุิยนี้ดีหรือไม่ดี ชาวบ้านหลงซื้อปุิยก็ต้องแพงนะครับ แล้วบางเรื่องการใส่ร้ายปัายสีทางสื่อก็เปึนสิ่งที่ไม่ดี และทําให้ชาวบ้านหลงเชื่อ ทําให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยก เพราะฉะนั้น พระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าได้สําเร็จแล้วตั้งกรรมาธิการออกมาเปึนสิ่งที่ดี คิดว่าบ้านเมือง เราจะสงบแล้วก็ปกครองด้วยดี ผมก็อยากเสนอคณะกรรมการชุดนี้ว่าทั้ง ๓ ฉบับนั้น ก็เปึนพระราชบัญญัติที่มีส่วนดีและคล้าย ๆ กัน ซึ่งทางคณะกรรมการ ทางประธาน ก็เอามารวมกัน เพื่อจะใช้เปึนเล่มเดียวกันและจะบัญญัติต่อไปในมาตรา ๔๗ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นก็เปึนสิ่งที่ดี ซึ่งผมก็ตามเรื่องนี้มานานพอสมควร เพราะผมก็จบด้านนี้อยู่ก็อยากให้คณะกรรมการชุดนี้ได้เล็งเห็นความถูกต้องแต่ละมาตรา ให้ละเอียดรอบคอบ เพราะเมื่อนําไปใช้แล้วบ้านเมืองของเรานั้นมันอยู่ที่สื่อ การนําสื่อ ทําให้คนเชื่อหรือไม่เชื่อก็อยู่ที่คณะกรรมการชุดนี้ เพราะทุกวันนี้สื่อในหนังสือพิมพ์ บางเล่ม บางฉบับ หรือสื่อทางวิทยุ โทรทัศน์นั้นเมื่อออกสู่สังคมไปแล้ว ความขัดแย้ง ยิ่งเกิดขึ้น เมื่อเราควบคุมสื่อไม่ได้ สื่อที่อิสระต้องยอมรับต้องให้สื่อมีอิสระ แต่อิสระแล้ว ต้องมีความรับผิดชอบในการที่นําสื่อออกไปนั้น เพราะชาวบ้านบางทีดูอยู่แค่ช่องเดียว หลงอยู่ช่องเดียว อีกช่องไม่ยอมดูก็หลงสื่ออยู่ช่องเดียว เพราะฉะนั้นอยากให้สื่อแต่ละช่อง ต่อไปนี้ เมื่อคณะกรรมการชุดนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้ว ก็กําหนดแผนนโยบายการออกนําเสนอ ข่าวสารว่าทิศทางใดสามารถเสนอได้ ทิศทางใดไม่สามารถเสนอได้ และตั้งข้อบังคับ ข้อกฎหมายให้เข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นแล้วประชาชนส่วนมากทั้งประเทศไทยจํานวน ๖๕ ล้านคน พอดูสื่อช่องนี้แล้วก็หลงระเริงไปกับช่องนี้ เหมือนละครครับ เหมือนติดนางทาส ทุกวันนี้ ก็ติดเรื่องเมียหลวง อย่างนี้นะครับเปึนต้น ผมก็อยากว่าให้คณะกรรมการชุดนี้เล็งเห็น นะครับว่า การทําพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนพระราชบัญญัติที่สําคัญมากของ ประเทศชาติ เพราะเปึนพระราชบัญญัติที่ว่าคนทั้งประเทศได้ดู ได้เฝัา ได้ฟังทางวิทยุ เพราะทุกวันนี้พอฟังแล้วไม่รู้จะเชื่อสื่อด้านไหนดีช่องไหนดี บางทีข่าวออกแต่ละช่อง ยังไม่เหมือนกันเลย ช่องนี้ออกอีกอย่างหนึ่ง ช่องนี้ออกอีกอย่างหนึ่ง จนคนสงสัยว่า ช่องไหนของแท้ ช่องไหนของเทียม บางทีงานของรัฐบาลเองออกไปตามสื่อยังไม่ตรงกันเลย เรื่องต่าง ๆ อย่างเช่น เรื่องผู้สูงอายุ บางคนบอกว่าได้ ๖ เดือน ช่องนี้ได้ ๖ เดือน อีกช่อง บอกว่าได้ตลอดชีวิต คือทําให้ชาวบ้านสงสัยว่า วิธีการในการออกสื่อนั้นอันไหนคือถูกต้อง แล้วการประชาสัมพันธ์ของสื่อของรัฐบาลชุดนี้ผมถือว่าน้อยมาก ทําให้ชาวบ้านสงสัย ในปัญหาต่าง ๆ ก็ฝากถึงรัฐบาลชุดนี้ด้วยว่า การกระจายข่าวการทํางานของรัฐบาลนั้น ควรจะมากกว่านี้ และชาวบ้านรับรู้มากกว่านี้ ทุกวันนี้ชาวบ้านรับรู้ได้น้อยมากนะครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

ผม นิยม เวชกามา สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมรู้สึกดีใจมาก จริง ๆ ที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งเปึนร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ กํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ฉบับนี้เข้ามาสู่สภาอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมา ก็มีปัญหาในเรื่องแต่งตั้งจัดสรรคณะกรรมการ กสช. เพราะว่ามีปัญหาในหลายด้าน ทําให้สื่อในลักษณะที่เปึนไม่ว่าวิทยุชุมชน และสื่อทางกิจการโทรคมนาคมไม่มีหางเสือ ไม่มีหน่วยงานที่ควบคุมตามกฎหมาย ทําให้มีปัญหาตามมามากมาย โดยเฉพาะสื่อ ระดับท้องถิ่นและสื่อระดับชาติ ออกอากาศกระจายเสียงและวิทยุไปโดยที่ไม่มีหน่วยงานใด ที่ควบคุม ทําให้ประโยชน์สูงสุดของประชาชนต้องเสียไป บางสถานีวิทยุ บางสถานีโทรทัศน์ ที่ออกอากาศโดยที่ไม่มีการควบคุมนั้น ใช้ภาษาในหลายด้านไม่ถูกต้อง วิทยุชุมชนเปึนเรื่องดีครับ เปึนเรื่องดีครับ เพราะว่าประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร แต่วันนี้ วิทยุชุมชนเองไร้ทิศทางจริงๆ ที่บ้านผมที่จังหวัดสกลนคร ๔๐ กว่าสถานีตั้งกันมาโดยที่ ไม่รู้ว่าใครกํากับดูแล ไม่รู้เปึนใครกํากับว่าการใช้ภาษาอะไรถูกต้องหรือไม่ เพราะวันนี้ ผมเห็นว่ากลุ่มผู้จัดรายการวิทยุโทรทัศน์ วิทยุชุมชนใช้ภาษาตามความชอบใจของตนเอง พูดอันไหนที่ตัวเองไม่เกี่ยวข้อง อันไหนที่เปึนคู่ต่อสู้ เปึนคู่ปรับในด้านทางการเมืองบ้าง ในด้านเกี่ยวกับหลายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการโฆษณา เพราะว่าเดี๋ยวนี้สื่อต่าง ๆ เกิดขึ้น เหมือนดอกเห็ดแล้วไม่มีผู้ใดกํากับดูแล ผมเองเป่ดฟังวิทยุในลักษณะวิทยุชุมชนเอา ในความเห็นใกล้ ๆ ที่ผมเห็นเกือบทุกวัน เป่ดฟังมันเปึนเรื่องที่กระจายออกไปสู่หลายพื้นที่ เปึนเรื่องดี แต่ต้องมีผู้กํากับดูแล ปรากฏว่าคณะกรรมการชุดนี้ยังไม่เกิดขึ้น พอกฎหมาย ประกาศใช้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ แต่ว่าไม่มีคณะกรรมการกํากับดูแล มันก็เหมือนเรือที่ไร้หางเสือ ไม่มีคนกํากับ วันนี้จึงเห็นว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านสภาตรงนี้เปึนการถูกต้องและมี คณะกรรมการดูแลอย่างจริงจัง ณ วันนี้ผมจึงเห็นว่ามันเปึนเรื่องดี แต่บังเอิญว่าวันนี้ มันมีวิทยุชุมชนซึ่งเต็มบ้านเต็มเมืองแต่ไม่มีผู้กํากับดูแล เท่าที่ผมทราบตอนนี้ ปรากฏว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคที่จังหวัดสกลนครเข้าไปครอบงําสื่อประเภทนี้ โดยเข้าไปเช่าเวลาไม่น้อยกว่าวันละ ๓ ชั่วโมง ผมทราบว่าเดือนหนึ่งเขาจ่ายกัน ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งบังเอิญว่าข้อกฎเกณฑ์บางอย่างไประบุว่าวิทยุชุมชนไม่มี สิทธิที่จะไปรับสปอนเซอร์ (Sponsor : ผู้อุปถัมภ์) โฆษณา เพราะฉะนั้นวิทยุกลุ่มนี้ ไม่สามารถจะอยู่ได้ถ้าไม่มี สปอนเซอร์ ไม่มีผู้ซื้อโฆษณาก็จัดกันสะเปะสะปะ มีนายทุน เข้าไปดูแลไม่ใช่วิทยุชุมชนจริง ๆ แต่เปึนนายทุนเข้าไปจัดซื้อจัดตั้งให้ แล้วเอาผู้ไปจัด ซึ่งไม่มีการผ่านการอบรม วันนี้จึงเห็นว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคถือโอกาส ถือโอกาส ไปเช่าเวลาแล้วไปโปรโมท (Promote : สนับสนุน) ตัวเองโดยที่ทําให้คู่แข่งทางการเมือง เสียหาย แล้วการใช้ภาษาในหลายเรื่องที่ดูแล้วเปึนการด่ากันทางอากาศ เปึนการบอก เปึนการชักชวนให้มาทําโน่นทํานี่ ซึ่งไม่มีการกลั่นกรอง ไม่มีการบันทึกเทป ออกอากาศแล้ว ออกอากาศไป เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าวันนี้ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภามันจึง เปึนเรื่องที่ต้องประกาศนําไปใช้ แต่ผมเองต้องขอกราบเรียนท่านประธานสภาแห่งนี้ว่า ฝากความหวังไว้กับคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วยว่า หลาย ๆ เรื่องที่ผมเป่ดดูในรายละเอียด ของกฎหมายฉบับนี้ยังมีความจําเปึนต้องไปแก้ไขกฎหมาย ๓ ฉบับที่ต้องไปผ่าน กรรมาธิการชุดนี้ แล้วรวมมาเปึนฉบับรวมกัน แต่หลายอันผมยังมองว่าการคัดสรร คณะกรรมการ กสช. มันต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน คณะรัฐมนตรีไม่น่าจะไปเกี่ยวข้อง เพราะว่ามันจะเปึนการครอบงําสื่อ ณ วันนี้หลายด้านไปมองว่าสื่อถูกครอบงํา ครอบงํา แบบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าบทบาทของสื่อต้องอาศัยนายทุน ต้องอาศัย แรงงานและแรงผลักดันอีกคนกลุ่มหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็อยู่ไม่ได้เพราะทุนในส่วนนี้ สื่อยังไม่มีความสามารถที่จัดสรรหามาได้ ผมเองอยู่ในวงการสื่อมา ๒๐ กว่าป้เห็นว่า ถ้าปล่อยให้ภาครัฐเข้าไปวุ่นวายไปครอบงําอย่างต่อเนื่องเต็มที่แล้ว สื่อไม่สามารถที่จะทํา หน้าที่ของสื่อได้จริง ๆ ซึ่งเห็นชัดเจนคือวิทยุชุมชนที่เป่ดกันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง อยู่ในปัจจุบันนี้ถูกครอบงําครับ ครอบงําเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะว่าผมถึงบอกว่า อยู่ไม่ได้ถ้าไม่เป่ดโอกาสให้เขามีสปอนเซอร์บ้าง ไม่ใช่บอกว่าไม่ได้เลย สื่อวิทยุชุมชน ไม่ได้ มีสปอนเซอร์ไม่ได้ ถ้ามีแล้วผิดกฎหมายในเรื่องนี้มันเปึนเรื่องที่เปึนไปไม่ได้ครับ เพราะว่ามันจะทําให้อีกภาคหนึ่งต้องเข้ามาแทรกแซง แทรกแซงแล้วถือโอกาสโปรโมท ซึ่งเอาเปรียบคู่ต่อสู้คู่แข่งทางการเมืองอย่างยิ่งครับ ผมจึงเห็นว่า จึงฝากความหวังว่า คณะกรรมการชุดนี้ต้องเข้าไปแก้ไขในหลายเรื่อง โดยเฉพาะภาครัฐจะเข้าไปเกี่ยวข้อง ไปครอบงําสื่อไม่ได้เปึนเด็ดขาดครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านที่ยกมือค้างไว้ ๔ ท่านนะครับ นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ คุณขจิตร ชัยนิคม คุณอรรถพร พลบุตร คุณสถาพร มณีรัตน์ และตอนนี้ยกเพิ่มอีกหลายท่านครับ คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย เอาแค่นี้ก่อนนะครับ ๕ ท่าน แล้วเดี๋ยวผมจดไว้ทั้งหมดครับ เชิญนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ โดยภาพรวมแล้วผมไม่ขัดข้องหรอกครับ เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ ทุกประการ แต่ที่ผมจะพูดวันนี้เปึนจุดเล็ก ๆ จุดหนึ่งครับ แต่ถึงเปึนจุดเล็ก ๆ แต่คิดว่า กําลังจะเปึนปัญหาใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราในอนาคต เมื่อทราบว่า มีกฎหมายฉบับนี้กําลังจะเข้าสู่การพิจารณาในสภา ผมก็ได้รับการร้องขอจากเพื่อนฝูง พรรคพวกที่เปึนผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงอยู่ในจังหวัดตรังนะครับ เพราะฉะนั้น อย่างน้อยสิ่งที่เขาเสนอมาก็คงจะเปึนประโยชน์กับคณะกรรมาธิการในการที่จะเอาไป ประกอบในการพิจารณาในวาระสองต่อไปนะครับ ท่านประธานครับ ก็คงจะเปึนเรื่องของ วิทยุชุมชนซึ่งหลายท่านก็ได้พูดไปแล้วนะครับที่เรียกว่า วิทยุชุมชนในทุกวันนี้ ปกติแล้ว มันก็ควรจะหมายถึงวิทยุที่เปึนของชุมชน โดยชุมชนแล้วก็เพื่อชุมชน แต่จริง ๆ แล้ว ที่เราเรียกว่า วิทยุชุมชนทุกวันนี้นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเปึนผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียง เชิงพาณิชย์ครับที่เข้ามาครอบครองอยู่เปึนส่วนใหญ่ในวันนี้นะครับ มีอยู่เพียงเล็กน้อย เท่านั้นที่จะเปึนวิทยุที่เปึนชื่อชุมชนและเปึนของชุมชนที่แท้จริงนะครับ เพราะฉะนั้นเขาจะ มีข้อวิตกกังวลที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือ เขาได้รับแจ้งว่าในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๒ นี้จะให้วิทยุชุมชนไปจดทะเบียน ก็มีความสงสัยว่ารัฐบาลจะเอา มาตรฐานอะไรมาเปึนตัวกําหนด เอามาตรฐานอะไรมาเปึนตัวชี้วัดว่าสถานีวิทยุไหน ควรจะได้รับการจดทะเบียน เอาง่าย ๆ อย่างนี้นะครับ วิทยุชุมชนโดยแท้จริงแล้ว ตามข้อกําหนดต้องมีเครื่องส่ง มีกําลังส่ง ๓๐ วัตต์ มีเสาสูง ๓๐ เมตร และมีรัศมี การออกอากาศ ๑๕ กิโลเมตร แต่ปัจจุบันนี้ท่านไปดูสิครับ ไม่มีสถานีวิทยุไหนที่ทําแบบนี้ หรอกครับ ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีกําลังส่งเปึน ๑ กิโลวัตต์ แล้วก็เสาก็สูงเกิน ๓๐ เมตร แล้วรัศมีการออกอากาศก็เกิน ๑๕ กิโลเมตรเปึนส่วนใหญ่ครับ บางสถานีโดยเฉพาะ ในจังหวัดตรังนะครับ ตั้งหลังเพื่อนเขาแล้วก็เครื่องส่งก็ไม่ได้มาตรฐาน ปรากฏว่าไปกวน คลื่นของสถานีอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ชาวบ้านร้องเรียนมาก็คือว่า หลังจากสถานีวิทยุ เหล่านี้ไปตั้งแล้วทําให้เขาไม่สามารถที่จะดูทีวีได้ครับ โดยเฉพาะช่อง ๙ ของ อสมท. ถูกรบกวนโดยคลื่นวิทยุที่ไปเป่ดในทํานองอย่างนี้นะครับ เขาบอกว่าบางสถานีนี่เป่ด เพื่อจะขายสปอต (Spot : จุด สถานที่) โฆษณา แล้วก็เป่ดเพลงหากินกับค่ายเพลง ไม่มีสาระข่าวสารความรู้เพื่อประชาชนเลย เขาก็มีความกลัวเกรงกันว่า เมื่อเป่ดให้ จดทะเบียนเข้าจริง ๆ แล้วสถานีวิทยุเหล่านี้แหละครับที่จะได้รับการจดทะเบียนนะครับ เพราะว่าเขาอิงชื่อของชุมชนนะครับ แต่ในขณะที่บางสถานีไม่ได้ใช้ชื่อของชุมชน แต่เขาก็มีรายการดี ๆ แม้จะมีโฆษณาบ้างก็ถือว่าเปึนเรื่องจําเปึนละครับสําหรับที่จะมา เปึนเงินในการดําเนินการของเขา แต่ก็มีข่าว มีสาระ มีการถ่ายทอดรายการดี ๆ อย่างเช่น ถ่ายทอดพระราชพิธีสําคัญ ๆ ต่าง ๆ มีรายงานสด เวลามีการเลือกตั้ง เขามีรายงานสด ส.ส. ส.ว. ส.จ. นะครับ แล้วก็เหตุการณ์สําคัญ ที่เกิดขึ้นในจังหวัด ค่าโฆษณาของเขาก็ถูก เขาก็กลัวว่าสถานีวิทยุของเขาไม่ได้อิงชื่อของ ชุมชน เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ได้รับการจดทะเบียนนะครับ ต้องขอกราบเรียนนะครับว่า ทุกสถานีเหล่านี้เขาไม่อยากจะเปึนสถานีเถื่อน เขาอยากที่จะจดทะเบียนให้ถูกต้อง เหมือนกัน ก็อยากจะฝากไปยังคณะกรรมาธิการนะครับว่า อย่างไรก็ตามก็ควรจะเป่ดช่อง ให้กับสถานีวิทยุที่มีผู้ประกอบการ แม้จะเปึนเชิงพาณิชย์ แต่เขาก็มีความตั้งใจที่ดีที่จะให้ มีสถานีวิทยุดี ๆ เกิดขึ้นในท้องถิ่นนะครับ แม้จะไม่เข้าข่ายไม่ใช้ชื่อของวิทยุชุมชนที่แท้จริง ที่สําคัญก็คือว่าเราได้ปล่อยให้เขาลงทุนไปแล้วครับ เขาลงทุนไปเปึนจํานวนมากแล้ว ถ้าเกิดว่าเขาไม่ได้รับการจดทะเบียน ผมว่าปัญหาร้ายแรงก็คงจะเกิดขึ้น คงจะมีการ เรียกร้อง คงจะมีการเดินขบวนกันอีกนะครับ สรุปก็คือผมก็เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ ทุกประการ แต่ก็ขอให้คณะกรรมาธิการได้โปรดให้ความสนใจกับจุดเล็ก ๆ ที่ผมบอกว่า จะเปึนเรื่องสําคัญในอนาคตอันนี้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อภิปรายตามกรอบเวลานะครับ ขอเชิญคุณขจิตร ชัยนิคม ครับ

นายขจิตร ชัยนิคม มหาสารคาม 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ที่เสนอเข้าสู่สภา และกําลังพิจารณาอยู่นี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อป้ ๒๕๔๓ เวลาเกือบ ๑๐ ป้ โดยรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ป้ ๒๕๔๐ ก็เกิด พระราชบัญญัตินี้ขึ้นนะครับ แล้วตลอดเวลาเกือบ ๑๐ ป้มายังไม่มีอะไรเปึนอะไร เปึนการสะท้อนสิ่งที่มีอิทธิพลอยู่ในวงการนี้นะครับ แล้วก็จะทําการเปลี่ยนแปลงอะไร ค่อนข้างจะยากทั้ง ๆ กําหนดไว้ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแล้ว ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน มาตรา ๔๗ บอกว่า คลื่นความถี่ที่ใช้ในการ ส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และวิทยุโทรคมนาคม เปึนทรัพยากรสื่อสารของชาติ ในวรรคหนึ่ง เขากําหนดกรอบไว้ชัดเจนว่า ให้ใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะ แล้วก็ให้มีองค์กร อิสระขึ้นมาโดยกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็กํากับองค์กรอิสระด้วยว่า การจัดการขออนุญาต ให้คํานึงถึงประโยชน์ของประชาชนเปึนหลัก ทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น แล้วก็ยังบอก ด้วยว่าประโยชน์สาธารณะนั้น โดยให้ลําดับว่าเพื่อประโยชน์ในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น ท่านประธานที่เคารพครับ คลื่นความถี่ เปึนทรัพยากรของชาติ ก่อนที่จะออกกฎหมาย ก่อนที่จะออกรัฐธรรมนูญมาตรานี้มา ได้ถูกเข้าไปใช้ได้ถูกเข้าไปสัมปทานโดยกลุ่มบุคคล โดยเอกชน โดยรัฐ โดยองค์กรของรัฐ โดยเฉพาะในองค์กรฝ์ายความมั่นคงทหารบ้าง ตํารวจบ้าง ทีนี้การเข้าไปใช้คลื่นเหล่านี้ หน่วยงานราชการครั้งแรกก็ใช้เพื่อความมั่นคง แต่ต่อมาก็เอาคลื่นนี้ไปขายโฆษณา ผลประโยชน์ก็เกิดขึ้นมหาศาล ทั้งเรื่องของวิทยุ ทั้งเรื่องของโทรทัศน์ ทั้งเรื่องของ โทรคมนาคม ผลประโยชน์มหาศาลเหล่านี้ป้หนึ่งถ้าเก็บภาษีเข้ารัฐอย่างตรงไปตรงมา จะเปึนป้ละหลายแสนล้านบาท แต่เนื่องจากว่าก่อนที่จะออกรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะออก กฎหมาย คลื่นเหล่านี้ได้ถูกใช้ไปแล้ว คณะกรรมการที่จะถูกกําหนดตามกฎหมายนี้ต้องวางมาตรการเพื่อที่จะเอาคลื่นที่ถูก สัมปทานถูกเช่าซื้ออะไรเหล่านี้กลับคืนมา เพื่อประโยชน์ของสาธารณะตามบัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญ ก็ขอกราบเรียนว่าจะเห็นว่าความยากลําบากในวงเกือบจะ ๑๐ ป้นี้ ก็กลับมาอีกครั้งหนึ่ง เปึนการเสนอและยกเลิกพระราชบัญญัติเดิม ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมมีข้อสังเกตที่จะฝากไปยังท่านกรรมาธิการที่จะไปร่างที่จะไปดูแลในวาระสอง คือโดยหลักการแล้วคลื่นความถี่ รัฐธรรมนูญเขาต้องการให้เปึนสมบัติแล้วใช้ เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ไม่ว่าระดับใดก็ตามในขณะนี้นะครับ ส่วนมากไม่ได้ใช้ ประโยชน์เพื่อสาธารณะไม่ว่าระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ในเรื่องวิทยุ ในเรื่องโทรทัศน์ก็ตาม พอทําไปทํามาเดี๋ยวนี้แม้แต่วิทยุชุมชนในท้องถิ่นก็กลายเปึนการเป่ดเพลงเสร็จแล้วก็ไป เอาโฆษณามาใส่ ยิ่งระยะหลังรัฐบาลได้ผ่อนคลายบอกว่าให้ใช้โฆษณาอะไรได้อย่างนี้ ก็กลายเปึนรายการไปหาผู้สนับสนุนแล้วก็เป่ดเพลงกันไปเกิดขึ้นหลายสถานี ผลประโยชน์ เรื่องสะท้อนกิจกรรมของสาธารณะในเรื่องการศึกษา ในเรื่องวัฒนธรรม ในเรื่อง ความมั่นคงของรัฐมีน้อยมากตามกรอบรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้เกิดขึ้น นี่คือข้อสังเกต อันที่ ๑

ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๓๘ บอกว่าให้ตั้งกองทุนขึ้น ตั้งกองทุนขึ้นฉบับเดิมที่ผมเคยร่างตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ เขาให้ใช้เพื่อที่จะขยายการรับรู้ ในกิจการโทรคมนาคม ในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เพื่อที่จะเปึนกองทุน เงินที่ได้จากภาษีหรือสัมปทานให้จัดไว้ส่วนหนึ่งเปึนกองทุน เพื่อที่จะขยาย อาจจะตั้ง สถานีให้ประชาชนในระดับท้องถิ่นประจําหมู่บ้าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับข่าวสาร จากภาษีหรือธรรมเนียมที่เก็บจากกิจการนี้ เดิมมีกองทุนตั้งไว้สําหรับพัฒนาการศึกษา ด้วย แต่ผมไม่ทราบว่าพอร่างฉบับใหม่ท่านทําไมถึงตัดออก เพราะว่ากิจการแรก ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔๗) ที่กําหนดไว้ในวันนี้ก็ตาม คือให้ประโยชน์สาธารณะ อันดับแรกที่เขาอ้างถึงก็คือเรื่องการศึกษา เพราะฉะนั้นก็ฝากกรรมาธิการที่จะไปพิจารณา บอกว่าในมาตราที่บอกว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมกิจการเหล่านี้ กิจการเหล่านี้ หมายถึงวิทยุโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรคมนาคม ก็ฝากด้วยว่าให้เอา กลับคืนมาว่าในการส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนาสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา ซึ่งวัตถุประสงค์ของกองทุนเดิมได้มีไว้ เพราะว่าได้ถูกกําหนดโดยกรอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ ซึ่งมีเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อยในเชิงที่จะควบคุมให้เปึนตามเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญไม่ให้สื่อครอบคลุมข้ามข่ายกัน ซึ่งเปึนการเขียนเพื่อให้แก้ไขปัญหาที่กําลัง เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ด้วยความหวังว่าถ้าหากเราสามารถที่จะไปจัดระเบียบการใช้ คลื่นความถี่ ซึ่งเปึนทรัพยากรที่มีค่ามหาศาลนั้นจะนําไปสู่ผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง แก่พี่น้องประชาชน ถ้าหากท่านกรรมาธิการยึดตามหลักนี้จะเปึนประโยชน์อย่างมากครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอรรถพร พลบุตร ครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติองค์กรคลื่นความถี่ในครั้งนี้นะครับ ผมอภิปรายวันนี้ด้วยความภูมิใจ ในฐานะของคนซึ่งเคยเปึนสื่อมาค่อนชีวิต เคยนอนท้องกิ่วอยู่ข้างแท่นพิมพ์ เคยเจ็บปวด เมื่อวันที่เจ้าของสื่อรับเงินเพื่อป่ดข่าว แล้วก็เคยอมยิ้มเมื่อวันที่เนื้องานนั้นปรากฏ ความสําเร็จขึ้นมา ความภูมิใจอีกอย่างหนึ่งเกิดขึ้นเพราะผมรู้ว่าการปฏิรูปสื่อ หรือการต่อสู้ให้สื่อเปึนสมบัติของประชาชนอย่างแท้จริงนั้นเปึนอุดมคติของคนในวงการ สื่อทุกคน หลายฝ์ายบอกว่ากระแสการปฏิรูปสื่อเกิดขึ้นเมื่อเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรมหรือ พฤษภาวิปโยค เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๕ ไม่จริงครับ กระแสความคิดการปฏิรูปสื่อ หรือการทวงคืนให้สื่อเปึนสมบัติของประชาชนเกิดขึ้นก่อนนั้นหลายสิบป้ วันที่แท่นพิมพ์ ของหนังสือพิมพ์บางฉบับถูกอํานาจเผด็จการทหารเอาโซ่ไปล่ามแท่นพิมพ์ เราก็พูดกันว่า นี่หรือคือเสรีภาพของสื่อมวลชนในประเทศไทย วันที่วีรบุรุษแห่งวงการสื่ออย่าง อิศรา อมันตกุล ทวี เกตะวันดี เดินเข้าคุกลาดยาว เราก็มองภาพนั้นตรงนั้นแล้วบอกว่า นี่หรือคือผลตอบแทนของการทํางานเปึนสื่อมวลชนของพี่น้องประชาชนคนไทย วันที่ คุณอารีย์ ลีวีระ เจ้าของหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยถูกยิงตายที่หัวหิน เรามองศพนั้น แล้วก็บอกว่า นี่หรือคือผลพวงของความขมขื่นของการทําหน้าที่สื่อเสรีในประเทศไทย และสิ่งซึ่งเปึนความเจ็บปวดขมขื่นที่สุดเกิดขึ้นในพุทธศักราช ๒๕๑๙ วันที่ ๖ ตุลาคม (วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙) ด้วยคลื่นซึ่งเปึนของรัฐ อํานาจรัฐควบคุมดูแล และคนเพียง ไม่กี่คน มีพลานุภาพเพียงพอที่ทําให้คนไทย เอาคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งไปแขวนคอ ที่ต้นมะขามท้องสนามหลวง คนไทยซึ่งอยู่ภายใต้ธงชาติเดียวกันเผาทั้งเปึนที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเกิดฆาตกรรมหมู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนั้น สิ่งเหล่านี้คือ ความขมขื่น คือความเจ็บปวด คือผลพวงที่เกิดจากการครอบงําสื่อของรัฐทั้งสิ้น เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรมหรือพฤษภาวิปโยคในป้ ๒๕๓๕ เปึนเพียงการจุดไฟ ให้กระแสการปฏิรูปสื่อได้ลุกโชนขึ้นมา และนํามาถึงการปฏิรูปการเมืองโดยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งได้มีบทบัญญัติคุ้มครองสื่อและให้สื่อเปึนสมบัติของประชาชนอย่างแท้จริง ในมาตรา ๔๐ นั่นคือความขมขื่นซึ่งเปึนที่มาของการปฏิรูปสื่อและเปึนที่มาของ ร่าง พ.ร.บ. องค์กรคลื่นความถี่ในวันนี้ แต่สิ่งซึ่งสําคัญไปกว่านั้นก็คือสิทธิของประชาชน สิทธิในการที่จะเสนอความคิดเห็นที่จะพูด ซึ่งสิทธิตรงนี้เปึนสิทธิธรรมชาติ แต่ก่อนหน้านี้ สิทธิตรงนี้ถูกอํานาจรัฐยึดถือเปึนกรรมสิทธิ์ส่วนตัว เช่น ร่างพระราชบัญญัติ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๔๙๘ ระบุชัดเจนว่า คลื่นทั้งหมดเปึนสมบัติ ของรัฐ ประชาชนไม่มีสิทธิใช้คลื่น ไม่มีสิทธิจะพูดถ้ารัฐไม่ให้ใบอนุญาต และถ้าพูดเกิน ขอบเขตที่รัฐกําหนดก็ไม่มีสิทธิจะพูด และในที่สุดสมบัติของสาธารณะตรงนี้ก็ถูกเซ็งลี้ กลายเปึนสินค้า เปึนสัมปทาน บางครั้งกลายเปึนสินค้าข้ามชาติขายให้ต่างชาติ ทุกประการที่กล่าวมาทั้งหมดมันนําไปสู่การที่ต้องสร้างกติกาและกลุ่มองค์กรที่มาจัดสรร สมบัติสาธารณะตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน แต่มันไม่ง่ายเลยนะครับ มันไม่ได้ราบรื่นเหมือน กรีน กอล์ฟ (Green golf) หลุมที่ ๑๘ วันนี้ต้องยอมรับว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาการต่อสู้ระหว่างภาคประชาชนของสื่อเสรีกับอํานาจรัฐซึ่งภายหลัง ก็ผนวกกับอํานาจทุน สู้แล้วยากที่จะชนะ แต่ความจําเปึนที่จะต้องสร้างองค์กรที่อิสระ กติกาที่เปึนธรรม และการทวงคืนสื่อให้เปึนสมบัติของประชาชนในทุกถิ่นที่เปึนเรื่องที่ จําเปึน หัวใจอยู่ที่ความเปึนอิสระและการกระจายประโยชน์โดยเท่าเทียม ผมเห็นหัวใจ ตรงนี้ปรากฏอยู่ในร่างพระราชบัญญัติองค์กรคลื่นความถี่ในร่างของคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ และคณะ เวลาจะหมดแล้วครับ ผมลงไปในรายละเอียดไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่ง ซึ่งผมชื่นชมก็คือเรื่องของที่มา เรื่องของคุณสมบัติ เรื่องของกลุ่มองค์กรที่ถูกกําหนด คุณสมบัติในการที่จะเลือกสรรโดยผ่านวุฒิสภาแล้วสร้างคนซึ่งจะทําหน้าที่ควบคุมดูแล ในสิ่งเหล่านี้ ผมชื่นชมในการกําหนดประเด็นที่ชัดเจนในการที่จะใช้คลื่นความถี่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น โดยคํานึงถึงสัดส่วน ที่เหมาะสมระหว่างผู้ประกอบการภาครัฐ ภาคเอกชน และให้สัดส่วนประชาชน ร้อยละ ๒๐ น้อยไปนิดหนึ่งครับ แต่ว่าก็เปึนเรื่องที่รับได้ ผมชื่นชมในส่วนของกองทุน ซึ่งจะมีส่วนอย่างยิ่งที่ทําให้วิทยุชุมชนทุกวันนี้ ซึ่งกลายเปึนผู้ร้ายของสังคมทั้ง ๆ ที่จริง เขาสู้ให้ชีวิตเขารอดเท่านั้นเอง ให้กองทุนเหล่านี้ได้มีส่วนเข้าไปพัฒนาให้วิทยุชุมชน ได้เปึนประโยชน์อย่างแท้จริงต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออีกนาทีเดียวนะครับว่า ผมฝากความหวังว่าถ้าร่างพระราชบัญญัติ คลื่นความถี่นั้นผ่านสภาทั้ง ๓ วาระแล้วมีผลบังคับใช้ ผมฝากอนาคตของวิทยุชุมชน ไว้ด้วย วันนี้เขาเปึนผู้ร้ายของสังคมและวันนี้ต้องยอมรับความจริงว่า มากกว่าร้อยละ ๗๐ ร้อยละ ๘๐ เขาถูกครอบงําด้วยอํานาจทุน ต้องยอมรับว่ามากกว่าร้อยละ ๙๐ เนื้อหา สาระของวิทยุชุมชนไม่ได้เปึนไปตามเจตนารมณ์ที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต้องยอมรับครับ แต่ว่าขณะเดียวกันเราก็ต้องยอมรับว่า ก็ใครล่ะที่เปึนกบฏต่ออํานาจรัฐ ในช่วงแรกของการปลดแอกเรื่องของสื่อ หลังจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีปรากฏการณ์ ๓ อย่าง ซึ่งผมถือว่านี่คือการเริ่มต้นของการปฏิรูปสื่อ นั่นคือพระราชบัญญัติองค์กร คลื่นความถี่ ป้ ๒๕๔๓ เรื่องของการเลือกสรรคณะกรรมการ กสช. และการเกิดวิทยุชุมชน ๒ ประการแรกล้มเหลวครับ วันนี้มาเริ่มต้นขึ้นและน่าจะสําเร็จในรัฐบาลชุดนี้ แต่สิ่งที่ผ่าน ก้าวตรงไปได้ก็คือวิทยุชุมชน เหมือนสมัยที่สงครามยังมีห่ากระสุนอยู่เขาก็เปึนนักรบด่าน หน้าที่ฝ์ากระสุนเข้าไปและปักหลักปักธง และเมื่อผ่านด่านหน้าไปแล้วเขาก็ไม่รู้จะทําอะไร ครับ วันนี้ผมเชื่อว่าเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะทําให้วิทยุชุมชนกลายเปึนเครื่องมือของระบบทุน แต่เขาอยู่ไม่ได้ เขาสู้เพื่อความอยู่รอด ตรงนี้จึงเปึนเรื่องที่คณะกรรมการ กสทช. หรือ กสช. จะต้องเข้าไปดูแลไปจัดสรรระบบ ไปคุ้มครองด้วยความเคารพในจิตวิญญาณของ ท้องถิ่น เคารพในความแตกต่างของพื้นที่ให้การศึกษาและที่สําคัญที่สุดก็คือ การควบคุมโดยระบบสิทธิชุมชน ปล่อยเปึนอนาธิปไตยอย่างนี้ไปไม่ได้ แต่ต้องคืนอํานาจนี้ ให้กับสิทธิชุมชน และรัฐต้องปล่อยวางไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมฝากสิ่งเหล่านี้ไว้เปึน ภาระหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ครับ และที่สําคัญที่สุด ในเรื่องสุดท้ายก็คือว่า ถ้าเรามีกติกาที่สมบูรณ์แบบ ถ้าเรามีบุคลากรที่เข้าไปควบคุม กติกาเพื่อจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน สิ่งที่สําคัญสูงสุดที่แท้จริงก็คือ จิตสํานึกของสื่อมวลชนที่จะต้องตระหนักถึงความขมขื่นเจ็บปวดในอดีตที่ผ่านมา และใช้ สิทธิเสรีภาพที่จะเกิดขึ้นตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดจริง ๆ รู้จักแยกดีแยกชั่ว รู้จักแยกคนสุจริตกับคนทุจริตและทําหน้าที่ตามอุดมคติซึ่งเราเรียกกันว่า จรรยาบรรณอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน 🔗

กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เข้าในวาระวันนักข่าวพอดี ซึ่งวันนี้คงจะต้องวิพากษ์วิจารณ์เพื่อที่จะตั้ง เปึนข้อสังเกตให้กรรมาธิการเอาข้อติข้อติงของพวกเราไปช่วยกันพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ โดยภาพรวมแล้วยังไม่ถูกใจครับ ผมอยากจะให้มีบทเฉพาะกาลริบคลื่นความถี่ทั้งหมด มาจัดสรรกันใหม่ เช่น คลื่นของช่อง ๗ คลื่นต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะวันนี้คลื่นเหล่านี้นั้น ได้มีผลประโยชน์มหาศาล กฎหมายฉบับนี้ไม่ลงลึกถึงค่าตอบแทนที่รัฐที่จํากัดไว้ว่า คลื่นความถี่คือทรัพยากรของชาติ ทําไมคลื่นมือถือนี่ตอบแทนกับรัฐสูง แต่คลื่นเสียงกับ คลื่นเสียงที่มีภาพนี่เสียภาษีเท่าไรครับ เปลี่ยนรัฐบาลทุกสมัย เปลี่ยนล่าสุดก็ เอ็นบีที (NBT) เอะอะก็จัดการเสียแล้ว นี่ก็ชี้ให้เห็นว่าในคลื่นนั้นมันมีวังวนของผลประโยชน์อยู่ แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่ลงลึกครับ เปึนเพียงแต่ข้อจํากัดรอบ ๆ ขอบ ๆ ของวงผลประโยชน์ อันมหาศาลเท่านั้นเอง ผมเองนั้นสงสารวิทยุชุมชน การจัดตั้งกองทุนขึ้นมาหนึ่งก้อน ถ้าวิทยุชุมชนของผมซึ่งเปึนภาษาปากะยออยู่จังหวัดลําพูนนี่จะเข้าถึงคลื่นกองทุนตัวนี้ ได้หรือเปล่า รายละเอียดกองทุนจะกีดจะกันอะไรบ้าง ท่านไม่ต้องไปวิตกกังวลว่า วิทยุชุมชนจะสร้างความแตกแยก ชุมชนเขาดําเนินการเปึน เขาเรียกว่าเปึนเซนเซอร์ (Censor : ตรวจสอบ) เอง ยกตัวอย่างล่าสุด วิทยุคลื่นชุมชนของผมนี่ ดีเจ (DJ) ไปจีบแฟนชาวบ้านเขานี่ ปรากฏว่าตื่นมาแฟนชาวบ้านมาที่สถานีเลยครับ งดให้ดีเจคนนี้ห้ามออกรายการ ๗ วัน อย่างนี้ละครับ กรณีดีเจบางคนไปพาดพิงไม่ต้องไปแจ้งความครับ ถ้าไม่เปึนความจริง คนที่ถูกพาดพิงเอาไม้มาตีหัวเอง ความจริงก็คือความจริง เพราะฉะนั้นการที่มีวิทยุชุมชน ท่านไปจํากัดจําเขี่ยไปกลัวไปหวาดระแวงกันวุ่นวายไปหมด ท่านรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตอนที่อยู่คนละซีกกับผม ท่านก็คลื่นความถี่ เหลือเกิน ปกปัองกันทุกอย่างพอท่านได้เปึนเอาแล้ว คลื่นชุมชนนั้นต้องจัดการพูดเพื่อให้ เกิดความแตกแยก ผมไม่ได้พาดพิงนะท่าน เขาพูดจริง ๆ ไม่ต้องไประแวงครับ ชุมชนเขา ดําเนินการโดยสิทธิชุมชนถือว่าเปึนคลื่นของชุมชน คลื่นชุมชน วิทยุชุมชนมีประโยชน์ ใครเจ็บไข้ได้ป์วย ใครตายไม่ต้องพิมพ์การ์ด ไม่ต้องใช้โทรศัพท์ ไปบอกวิทยุชุมชน ประกาศจะเผาวันนี้ จะสวดวันนี้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะไปพบพี่น้องวันนั้นวันนี้ ดีครับ ผมก็เอาอานิสงส์ตรงนี้อัดเทปอัดบันทึกส่งไปให้วิทยุชุมชนเขาเป่ดคําอภิปราย ของพวกเรา ก่อนจะอภิปรายเพื่อนของผมโทรศัพท์มาบอก ผมก็บอกว่า ช่วยหน่อย ที่จังหวัดเชียงใหม่มีคลื่น ๑๐๖.๗๕ เปึนคลื่นของรัฐสภาช่วยลิงค์ (Link : เชื่อม) ต่อให้ พี่น้องเราฟังหน่อย มันก็มีความสุขครับ ผมเกรงว่ากฎหมายฉบับนี้จะไปตัดตอน วิธีคิดของ ดีเจ พื้นบ้าน โดยอาศัยอํานาจรัฐเข้าไปควบคุมดูแล วันนี้ กอ.รมน. (กอง อํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน) ส่งคนไปดูว่ามีการพูดพาดพิงไหม ใครจะไปกล้า ครับ ใครจะไปบังอาจล่วงละเมิดสถาบันอันสูงสุด ไม่มีครับ เรารู้ความกันได้ เรากราบพระแล้ว กราบพ่อกราบแม่ ต้องมากราบรูปของเหนือหัวเรา มันอยู่ในจิตสํานึก ไม่ต้องไปแสดงออกมาก สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในจิตสํานึกของคนไทย พี่น้องครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สมัยผมเปึนเด็ก พ่อผมกว่าจะฟังคลื่นเอเอ็มของวิทยุกระจายเสียง สถานี วิทยุเสียงปักกิ่ง ต้องวิ่งขึ้นไปบนเขาบนห้วยครับ ฟังเสียงคลื่นตอนที่เขาอยากจะมีการ ประกันราคาข้าว อยากจะแก้ปัญหาสินค้าเกษตรอย่างไร คอมมิวนิสต์เขาแก้อย่างไร วันนี้คลื่นวิทยุเหล่านี้ได้เป่ดกว้างถือเปึนเสรีภาพของความคิด เราปล่อยเขาเถอะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะให้กฎหมายฉบับนี้เปึนประโยชน์ต่อสังคมของประเทศชาติสูงสุดก็คือ ริบคลื่นปัจจุบันนี้ เอามาจัดสรรให้เปึนประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่มีปฏิวัติครับ รับรองได้ สมมุติเราริบช่อง ๗ ทีวีของทหาร ไม่มีปฏิวัติ เราจะเอามาให้ประชาชน เพราะว่าดูแล้ว การตอบแทน ต่อภาษีต่อคลื่นความถี่เหล่านี้ตกถึงมือพี่น้องประชาชนยากมาก ผมอยากจะไปออกข่าวช่อง ๓ เปึนคลื่นของผมที่เปึนประโยชน์ มันไม่ออกครับ ช่อง ๗ ก็ไม่ออก เว้นเสียแต่ว่าเราไปทําความ เขาเรียกอะไร ข่าวดีเสียสตางค์ ข่าวร้ายไม่ต้อง เสียสตางค์อะไรทํานองนี้ครับ ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียสตางค์ อะไรลักษณะนี้ ซึ่งกลไก ของสื่อเองก็ไม่สามารถไปควบคุมได้ครับ มีองค์กรสื่อเหมือนกัน แต่องค์กรสื่อก็ไม่สามารถ ที่จะไปควบคุมบุคคลเหล่านี้ได้ จึงมีข่าวทุจริต มีบริษัทนั้นทุจริต ยักยอกค่าเวลาไปขาย ต่อกันวุ่นวายไปหมด มีสิ่งเหล่านี้ครับ ผมก็อยากให้กฎหมายฉบับนี้ควบคุมถึง จรรยาบรรณของสื่อ ซึ่งจะได้หมดยุคแมลงวันไม่ตอมแมลงวันสักทีหนึ่ง อยากให้กฎหมาย ฉบับนี้มีอํานาจจัดการ มีอํานาจบริหาร มีอํานาจในการริบคลื่นความถี่แล้วเอามาจัดสรร กันใหม่ อย่างน้อยบริษัทบ้านนอกอยากจะได้คลื่น ๙๗ ทําอย่างไร มันขายต่อกันเปึน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาทนะครับ มันไปขายต่อกันที่ต่างจังหวัด โฆษณากันบ้าเลือด ดารา อยากเปึนข่าว ถ้าเจอนักข่าวเยอะ ๆ ก็แหวกซ้ายแหวกขวา เขาเอามาลงครับ แล้วใครจะไปควบคุมเขาล่ะครับ ใครจะไปควบคุมเขา วิทยุชุมชนอย่างพวกเรา เวลาจะพูด อะไรระมัดระวังครับ เพราะมันเปึนการเกี่ยวเนื่องกับชุมชนแต่ข่าววงกว้าง ข่าวเล่า ข่าว กระแหนะกระแหนพูดจาส่อเสียด โดยเฉพาะ ส.ส. โดนกันเปึนประจํา ทําอย่างกับว่า อาชีพนักการเมืองนี่เปึนสิ่งที่เลวทรามต่ําช้าอย่างนั้นล่ะครับ พอมีข่าวนิดหน่อยก็ใส่แล้วครับ เปึน ๑๐ บาท มี ๑ บาท เล่าข่าวเสียเปึน ๑๐ บาท ใส่สีสัน ยกตัวอย่างเช่น กรณีพระ ที่จังหวัดลําพูน ซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่ใช่ใหญ่โตมโหฬารขนาดนั้น แต่สื่อเอามาใส่เสียจนกลายเปึนสิ่งที่ทําให้ วิตกกังวลกันทั่ววงการพุทธศาสนา สิ่งเหล่านี้ล่ะครับท่านประธานที่เคารพ ผมเองถือว่า กฎหมายฉบับนี้นั้นยังไม่ได้เข้าลงลึกถึงผลประโยชน์อย่างแท้จริงของพี่น้องประชาชน คําอภิปรายของผมเนื่องจากมีเวลาจํากัด ก็อยากจะฝากคณะกรรมาธิการว่าสิ่งเหล่านี้ ควรจะนําไปอย่างไร ถ้าเปึนไปได้กําหนดบทเฉพาะกาล ริบคลื่นความถี่มาดําเนินการ ใหม่หมดทั้งประเทศครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสถาพรคราวหน้าขอความกรุณาใส่สูท หรือใส่ชุดพระราชทาน หรือเครื่องแบบด้วย นะครับ ต่อไปคุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ครับ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขต ๑ สกลนคร ท่านประธานที่เคารพ ผมขอตั้ง ข้อสังเกตในร่างกฎหมายฉบับนี้เพียงสั้น ๆ ดังต่อไปนี้ครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ผมก็รู้สึกภูมิใจนะครับ และดีใจที่จะมีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ ในฐานะที่เคยทําทางด้านเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนตามหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วก็ถือว่า เปึนนักจัดรายการทางวิทยุกระจายเสียงขนาด ๑๐ กิโลวัตต์ ๕๐ กิโลวัตต์ ในท้องถิ่น ที่จังหวัดสกลนครของผมมาแล้วหลายป้นะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากตั้งข้อสังเกต ว่าในร่างกฎหมายฉบับนี้จริง ๆ แล้วน่าจะเปึนร่างของพรรคประชาธิปัตย์ ขอประทานอภัยครับ เปึนร่างหลักในการพิจารณา แต่ว่าเมื่อมีร่างเดิมอยู่แล้วนะครับก็ไม่ขัดข้อง แต่พอมาดู ในหลักการ ในรายละเอียดต่าง ๆ นั้น ในบางอย่างผมเห็นว่าเปึนภาระของ คณะกรรมาธิการอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะมีความแตกต่างกัน เปึนต้นว่า เรื่องโครงสร้างและชื่อขององค์กร แม้แต่อักษรย่อของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ร่างของรัฐบาลก็ใช้คําว่า กสช. ร่างของ พรรคประชาธิปัตย์นั้นใช้คําว่า กสทช. นะครับ ค่อนข้างยุ่งยากเหมือนกันนะครับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ร่างของรัฐบาลใช้คําว่า กกสท. ของพรรคประชาธิปัตย์ใช้ กสท. อย่างนี้เปึนต้นนะครับ อันนี้เปึนตัวอย่างนะครับ ก็ฝากคณะกรรมาธิการ สําหรับจํานวนและองค์ประกอบของรัฐบาลนั้น คณะกรรมการ กสช. มี ๑๐ คน ของพรรคประชาธิปัตย์มี กสทช. ๑๑ คน คณะกรรมการ กสท. ของรัฐบาลไม่เกิน ๗ คน มาจาก กสช. ๔ คน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง กสช. แต่งตั้งไม่เกิน ๓ คน แต่ว่าของพรรคประชาธิปัตย์มี กสท. ๕ คน มาจาก กสทช. ทั้งหมด และของรัฐบาล นั้น กกทค. ไม่เกิน ๕ คน มาจาก กสช. ๓ คน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมาจาก กสช. แต่งตั้ง ไม่เกิน ๒ คน ของพรรคประชาธิปัตย์มี กทค. ๕ คน มาจาก กสทช. ทั้งหมด ค่อนข้าง ยุ่งยากนะครับ ท่านประธานครับ ก็ฝากคณะกรรมาธิการ

ขอฝากอีกอย่างหนึ่งคือ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม อย่างมี การกําหนดคุณสมบัติเฉพาะด้าน แต่ด้านละกี่คน อันนี้เปึนของรัฐบาล แต่ของ พรรคประชาธิปัตย์นั้นก็เหมือนร่างรัฐบาล แต่ว่าเพิ่มตัวแทนองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค เข้าไปนะครับ อันนี้เปึนต้น สําหรับอายุนั้นไม่เกิน ๗๐ ป้เหมือนกันนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ ในการจัดตั้งกองทุนนั้น ของรัฐบาล มี ๑ กองทุน ได้แก่ กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ของพรรคประชาธิปัตย์ก็เหมือนรัฐบาล แต่ว่ามีความแตกต่างในรายละเอียดเกี่ยวกับ วัตถุประสงค์ การจัดตั้ง และองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารกองทุนต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขอฝากคณะกรรมการชุดที่จะแต่งตั้งในสภาวันนี้ได้พิจารณาให้รอบคอบ เพื่อให้ กฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้เปึนประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนและประเทศชาติของเรา อย่างมากที่สุดครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมได้มีส่วนร่วมในการที่จะอภิปรายพูดจาแสดงเหตุและผลในการที่จะ พิจารณาว่า เราจะรับร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ฉบับนี้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เข้าไปดูในรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ามันเปึนสิ่งที่สภาแห่งนี้คงต้องให้ ความรอบคอบ สภาแห่งนี้คงจะต้องพิจารณาด้วยความถี่ถ้วน ที่จะให้ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เปึนกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะสิทธิของ พี่น้องประชาชนที่จะได้รับจากการคลื่นความถี่ซึ่งเปึนสื่อสาธารณะตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ ผมดูหลักการและเหตุผลที่ทางคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอกฎหมาย ประกอบ กับกฎหมายของเพื่อนสมาชิกอีก ๒ ฉบับนะครับที่เสนอเข้ามา หลักการ เหตุผลไม่ได้ แตกต่างกัน แต่อาจจะมีตัวบทที่รองรับ อาจจะมีความแตกต่างกันไปบ้างท่านประธาน ครับ ในประเด็นนี้ถ้าสภาแห่งนี้จะมีมติที่จะรับหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ฉบับนี้ ผมคิดว่าไม่น่าจะมีประเด็นที่เปึนข้อกฎหมายหรือข้อปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับ ข้อบังคับหรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ ในหลักการและเหตุผล คงปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าจะไม่ยอมรับเพราะเปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนมีความคาดหวัง เพราะว่าสื่อสาธารณะเปึนสมบัติของพี่น้องประชาชน ต้องใช้บริการเปึนสาธารณะ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ แล้วก็มีบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐๕ (๑) ได้เขียนรองรับเอาไว้ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ในเรื่องหลักการและเหตุผลผมไม่ได้ปฏิเสธ ผมยินดีที่สนับสนุนให้กฎหมายฉบับนี้ได้ผ่าน ความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรเราผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา และกลับไปสู่ พี่น้องประชาชนเพื่อจะยังประโยชน์ให้สูงสุด แต่สิ่งที่ผมมีข้อกังวล มีข้อห่วงใยที่จะฝาก ท่านประธานไปสู่กรรมาธิการในการจะพิจารณาในรายละเอียดของบทมาตรามีอยู่หลาย ประเด็นท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๑ ผมขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการในเรื่องของ องค์กรที่มีการบัญญัติของตัวบทกฎหมายขึ้นมารองรับ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และองค์กรย่อยที่อยู่ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ตามรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๕ (๑) ให้มีองค์กรย่อยขึ้นมารองรับ ซึ่งท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานมาก สิ่งที่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญได้ให้โอกาส ให้อํานาจ เอาไว้นี่ การที่จะรวมเอาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการ โทรคมนาคมมาเปึนองค์กรหนึ่งที่เรียกว่า กสช. เปึนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ภายใต้องค์กรนี้เขามีองค์กรอีก ๒ องค์กร ที่เราเรียกว่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งมีตัวย่อว่า กกสท. และมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งขึ้นมารองรับในเรื่องของกิจการโทรคมนาคม เรียกว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม ท่านประธานครับ ด้วยความเปึนห่วงในเรื่องนี้ ผมไปดูบทบัญญัติที่เขียนมารองรับ เพื่อให้มีคณะกรรมการอยู่ตรงนั้น แล้วก็มีสํานักงานที่อยู่ในคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปึนสํานักงานเดียวกัน ตามเจตนารมณ์บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี่ไม่ว่าตัวกรรมการต้องมาจาก กสช. อย่างน้อย ๓ คน เข้าไปอยู่ในแต่ละองค์กร และปฏิบัติหน้าที่ในการกํากับการประกอบ กิจการ ความเปึนอิสระตรงนี้และความประสงค์ที่ต้องการให้มีการแยกองค์กรตรงนี้ มีข้อห่วงใยในข้อกริ่งเกรงว่าจะเปึนการแยกจากกันตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ฝากท่านกรรมาธิการเข้าไปดูในรายละเอียดของบทบัญญัติ

เรื่องต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของการเสนอชื่อการคัดเลือก ผู้ที่จะมาเปึนคณะกรรมการ ในมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และ มาตรา ๑๓ ผมมีข้อห่วงใยที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ เราให้สิทธิของทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่มีบทบัญญัติ บางมาตราที่ผมคิดว่าน่าจะเปึนการจํากัดสิทธิของภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนองค์กร หรือสถาบันที่เขาให้มีการขึ้นทะเบียน อาจจะมีจํานวนที่ไม่ครอบคลุมกับทุกภาคส่วน ที่ต้องมามีส่วนร่วมในการที่จะดูแลคลื่นสาธารณะของเขา โดยเฉพาะในเรื่องของ มาตรา ๘ ท่านประธานครับ และมาตรา ๙ กระผมฝากเรื่องนี้ว่าการตัดสิทธิขององค์กร ต่าง ๆ ควรจะให้ความสําคัญ ไม่ควรจะตัดสิทธิเขา ที่จําเปึนและสําคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ผมฝากคณะกรรมาธิการไว้ ฝากท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการคือ เรื่องของการคัดเลือก ไม่ว่าจะเปึนการคัดเลือกโดยตัวองค์กรต่าง ๆ หลังจากนั้นส่งให้ วุฒิสภาคัดเลือก กรณีถ้าไม่ครบจํานวนให้สิทธิของฝ์ายบริหารเขาเปึนผู้เสนอ ซึ่งเจตนารมณ์เรื่องนี้ ผมไม่แน่ใจทางผู้เสนอมีเจตนารมณ์อย่างไร เพราะมันสุ่มเสี่ยงต่อข้อ ครหานินทาที่จะให้พรรคพวกของตัวเองเข้าไปมีกลไกเปึนคณะกรรมการ กลไก ทางรัฐสภามันทําได้ง่ายมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ส่งรายชื่อไป ๒ เท่าให้วุฒิสภา เปึนผู้คัดเลือก โดยไล่เรียงจากคะแนนสูงสุดทั้งหมด ๙ คน ท่านประธานครับ ถ้าเกิด วุฒิสภาไม่เอาด้วย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าวุฒิสภาจะเอาด้วยหรือไม่เอาด้วย ถ้าวุฒิสภา ให้ไป ๓ คน แล้วอีก ๗ คน เสนอโดยฝ์ายบริหาร เสนอโดยฝ์ายบริหารเข้าสู่กระบวนการ การสรรหา ให้เขาเข้าเปึนคณะกรรมการ ตรงนี้สุ่มเสี่ยงมาก ผมฝากท่านประธาน ไปยังคณะกรรมาธิการนะครับว่าทําอย่างไรท่านจะไม่ถูกครหานินทาในประเด็นนี้

ประเด็นต่อไป ท่านประธานครับ ในการที่จะเข้ามาควบคุมดูแล ไปที่บทบาทอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ผมมีเวลาน้อย ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงที่สุด ก็คือว่าดูตามอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ จริงอยู่ท่านพยายาม จะเขียนให้สอดคล้องกับบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๔๗ ที่จะปัองกันไม่ให้ มีการผูกขาด ให้มีการแข่งขันอย่างเปึนเสรี แต่ท่านประธานครับ ในวงการสื่อสาร โทรคมนาคม ท่านประธานก็ทราบว่าใครเปึนผู้มีอิทธิพล ใครเปึนผู้มีโอกาสมากกว่ากัน คําว่า อิทธิพล ตรงนี้ในแง่ดีนะครับ ใครเปึนผู้มีโอกาสมากกว่ากัน แน่นอนครับ รายใหญ่ ถึงไม่ได้เขียนกฎหมายรองรับไว้นะครับว่า จะให้ความเปึนธรรมกับทุกองค์กรทุกภาคส่วน ที่เขาจะเข้ามามีโอกาสในการแข่งขัน แต่ผมไม่เชื่อครับ ด้วยกลไกของความเปึน ประชาธิปไตยของเราที่มีอยู่ในขณะนี้ที่ระบอบไม่สมบูรณ์แบบนี่ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ตลอดเวลา ก็ฝากประเด็นนี้ด้วยท่านประธานครับ โดยเฉพาะกฎหมายฉบับนี้เราต้องการ ให้มีกฎหมายให้เข้ามาควบคุมเรื่องของการสื่อสารที่เปึนลักษณะ ขออนุญาตใช้คํา ภาษาอังกฤษว่า ไวแมกซ์ (WiMAX : เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายความเร็วสูง) ท่านประธาน ทุกส่วนทุกอย่างเลยถ้ามีการควบคุมเข้าไปทุกส่วนทุกอย่างแล้วนี่ ถ้าเราได้กรรมการ ที่ไม่มีความชอบธรรม ที่ไม่เปึนกลาง ไม่เปึนอิสระอย่างจริงจังนี่ ผมคิดว่าตรงนี้ จะเอื้อประโยชน์ให้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่เปึนประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องของการให้สิทธิของ พี่น้องประชาชน โดยการกําหนดสัดส่วนร้อยละเอาไว้ในการจัดสรรคลื่นความถี่ ร้อยละ ๒๐ ให้กับภาคประชาชน เปึนธรรมหรือไม่ครับ ท่านเอาเกณฑ์ใดมาวัดว่าจะต้อง ร้อยละ ๒๐ คลื่นความถี่มีมากมายมหาศาลครับ เปึนสิทธิของเขาที่ควรจะได้รับ ผมฝากกรรมาธิการด้วยครับว่าเรื่องนี้ทําอย่างไรให้มัน ครอบคลุม ให้มันเปึนไปตามความจริง ให้เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมมีประเด็นฝาก จริง ๆ มีอยู่ หลายเรื่องแต่ว่าผมมีเวลาจํากัด สิ่งที่อยากจะฝากอีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นสุดท้าย เรื่องของเงินกองทุน คณะกรรมการควรจะให้ความสําคัญกับการสนับสนุนเรื่องของ วิทยุชุมชนหรือสื่อท้องถิ่นที่จะจัดสรรเงินลงทุนไปช่วยเหลือเขา เพื่อให้โอกาสกับพี่น้อง ที่อยู่ในภาคชนบทหรือในชุมชนเขาจะได้มามีส่วนร่วมในการใช้คลื่นสาธารณะ อย่างจริงจัง และที่สําคัญท่านประธานครับ อีกมาตราหนึ่งที่เปึนมาตราที่เปึนบทเฉพาะกาล สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๘๑ มาตรา ๘๑ เขียนรองรับไว้เพื่อให้คลื่น หรือ สื่อ หรือคลื่นความถี่ที่ได้รับการจัดสรรไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ สามารถดํารงคงอยู่ต่อไปได้โดย ไม่ต้องขอใบอนุญาต ฝากท่านกรรมาธิการไปช่วยดูสักนิดนะครับว่า ท่านจะให้สิทธิ สําหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ เพราะท่านเขียนไว้ทุกส่วนต้องเปึนไปในลักษณะ เดียวกัน อย่างเปึนธรรมและทั่วถึง แต่ว่าถ้าเขียนอย่างนี้จะมีสื่อบางสื่อที่ได้รับสิทธิ ประโยชน์เหนือจากคนอื่นเขา ไม่เปึนธรรมอย่างแน่นอนท่านประธานครับ ด้วยความ เคารพท่านประธาน สิ่งที่ผมฝากไว้ก็เปึนข้อสังเกตไปยังท่านกรรมาธิการในวาระสอง และผมคงจะมีการแปรญัตติเพื่อที่จะนําเสนอในประเด็นต่อไป กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พ.ร.บ. นี้กระผมดูตามมาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ บอกว่าคลื่นความถี่ที่ใช้ ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และวิทยุโทรคมนาคม เปึนทรัพยากรสื่อสาร ของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ ในวรรคสองบอก ให้ตั้งองค์กรอิสระขึ้นมา แล้วก็ ในวรรคสามก็ยังมีการกํากับลงมาในวรรคสอง การตั้งคณะกรรมการจะต้อง มีการคํานึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้าน การศึกษาวัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะอื่น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแข่งขันก็เปึนไปอย่างเสรีมีความเปึนธรรม รวมทั้งจะต้องจัดให้ภาคประชาชน มีส่วนร่วมในการสื่อสารมวลชนสาธารณะ การกํากับการประกอบกิจการตามวรรคสอง ต้องมีมาตรการเพื่อปัองกันมิให้การควบรวม การครองสิทธิข้ามสื่อ หรือการครอบงํา ระหว่างสื่อมวลชนด้วยกันเองหรือโดยบุคคลอื่นใด ซึ่งจะมีผลเปึนการขัดขวางเสรีภาพ ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารหรือป่ดกั้นการได้รับข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายของประชาชน ท่านประธานครับ กระผมก็ดูตรงนี้แล้วก็นึกถึงคลื่นแม่เหล็กไฟฟัา คลื่นแม่เหล็กซึ่งเปึน พลังงานส่งไปยังดวงอาทิตย์ ตั้งแต่คอสมิก เรย์ (Cosmic ray) เอ็กซเรย์ (X-ray) อุลตรา ไวโอเลต (Ultra violet) สเปคทรัม (Spectrum) อินฟราเรด (Infrared) คลื่นวิทยุ คลื่นโทรทัศน์ ท่านประธานครับ คลื่นนี้เปึนของประชาชน นี่คือเรื่องที่สําคัญที่สุด แล้วก็คลื่นของประชาชนในโลกยุคใหม่มันเปึนคลื่นซึ่งก่อให้เกิดผลประโยชน์มหาศาล ทีเดียว แล้วก็มีประโยชน์มากมายมหาศาลจริง ๆ ในการสื่อสาร ในการเดินทางทั้งหลาย ตลอดจนไม่ว่าแม้กระทั่งเครื่องบินที่บินไป หรือการใช้คลื่นโซน่าร์ (Sonar) ก็ใช้คลื่น แม่เหล็กไฟฟัาตรงนี้ทั้งนั้น แต่วันนี้มนุษย์ฉลาด มนุษย์ก็ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟัานี่ละครับ มาสร้างระบบการส่งภาพ ส่งเสียง ส่งข้อมูลกัน วันนี้สิ่งที่ผมมีความติดใจและข้องใจ วันนี้ พยายามจะดูครับ ร่างพระราชบัญญัติทั้งของฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ของ ส.ส. ผมว่า มันเยอะมาก เยอะมากจนกระผมไม่กล้าที่จะหยิบประเด็นในนี้ขึ้นมาวิพากษ์ แต่ก็ดูเปึน บางประเด็น แต่กระผมเข้าใจว่าเดี๋ยวมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา ในแต่ละมาตรา คงจะได้ว่าในรายละเอียด ซึ่งกระผมคิดว่าคงจะต้องมีการต่อสู้กันมากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ กระผมคิดถึง สิทธิของประชาชน ผมดูข่าวทีวี ฟังวิทยุ โทรทัศน์ ฟังอยู่บ่อย ๆ เห็นมีการใช้ข้อมูลข่าวสาร สื่อข้อมูลข่าวสารกันผิด ๆ ถูก ๆ ก็มี ทําลายผู้คนก็มี แม้กระทั่งผมเองก็ยังโดนคลื่นวิทยุ ซึ่งนักจัดรายการวิทยุบางคนถือว่าฝ้ปากกล้าครับ เสียงดีครับ เก่งมาก ก็ใช้วิธีนี้ล่ะครับ สื่อสารข้อมูลครับผ่านคลื่นวิทยุแล้วก็ครอบงํานะครับ โดยที่ประชาชนโดยที่กระผม ขณะนั้นไม่ได้เปึนผู้แทนจะให้ทําอย่างไรได้ล่ะครับ นี่ขนาดคนเคยเปึนผู้แทนยังถูกกระทํา อย่างนี้เลย ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นในร่าง พ.ร.บ. นี้กระผมถึงว่ามันมี รายละเอียดเยอะมาก แต่กระผมก็เห็นว่ามีแต่การที่จะตั้งองค์กรขึ้นมา ได้ครับ การตั้ง องค์กรก็ดีครับ แต่กระผมก็ไม่อยากจะเห็นว่าการตั้งองค์กรนี่มีแค่ ๑๐ คนหรือ ๑๑ คน หรือ ๑๒ คน ไม่ใช่เฉพาะมีแค่คนในวงการสื่อสารมวลชน กระผมว่าไม่พอครับ ทําไมครับ ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ กรรมกร พ่อค้าแม่ขายเปึนไม่ได้หรืออย่างไรครับ นักวิทยาศาสตร์ครับ วิศวกรครับ สถาปนิกครับ เปึนไม่ได้หรืออย่างไรครับ นักสิ่งแวดล้อมเปึนไม่ได้หรืออย่างไรครับ เพราะอะไรครับ เพราะมีองค์ความรู้อยู่เยอะมาก ไม่ใช่องค์ความรู้เฉพาะสร้าง ระบบสื่อสารขึ้นมา ยังต้องต่อไปในอนาคตยังหมายถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไป กระผม อยากจะถามว่า คณะกรรมการที่ท่านกําหนดกรอบมาแค่นี้ มันจะพอที่จะรู้ได้อย่างไร หรือไม่ครับว่า เทคโนโลยีที่ท่านใช้มันถูกต้องแล้ว มันดีที่สุดแล้ว มันเปึนประโยชน์ของ สาธารณะ เปึนประโยชน์ของประชาชน มีราคาถูกแล้ว แล้วมันจะมีระบบใหม่ ๆ ขึ้นมา รองรับอีกหรือเปล่า กระผมก็ไม่เข้าใจว่าถ้ามันมีขึ้นมาใหม่ ๆ แล้วคณะกรรมการนี้ ซึ่งมีอํานาจมาก ซึ่งให้อํานาจมากเหลือเกินในการทําหน้าที่ตรงนี้จะสามารถควบคุม ได้อย่างไร อย่างไรก็แล้วแต่ครับ อย่างที่กระผมเรียนแล้วว่า คลื่นเปึนคลื่นของประชาชน กระผมคงไม่ลงรายละเอียดในนี้ แต่อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ ใน พ.ร.บ. นี้ถ้ามีการแสดง ความคิดเห็นกันในระดับคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้ว ขอฝากประเด็นเลยครับว่า สิทธิ ของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกพาดพิง ซึ่งวันนี้ถ้าเปึนประเด็นอะไรที่ออกทีวีไป เราจะไปขอกับรายการทีวีไม่ได้แล้วนะครับ เขาไม่ให้ครับ กระผมก็ไม่เข้าใจว่าอย่างนี้ คณะกรรมการจะครอบคลุมถึงในรายละเอียดอย่างนี้หรือเปล่า แต่กระผมเข้าใจว่า ต้องครอบคลุมถึง การจะไปตั้งกองทุนต่าง ๆ ไปตั้งเถอะแต่กระผมไม่รู้ไปตั้งทําไม สิ่งสําคัญที่สุดคือท่านต้องลงมาดูแลผลประโยชน์ ดูแลความยุติธรรม ความชอบธรรม ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้บอกเลยครับว่า ที่ผ่านมาเห็นครับ ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี คณะรัฐบาล พี่น้องประชาชน ผู้คน ทั้งประเทศ พยายามที่จะทํางานให้ดีสักแค่ไหนอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าระบบการสื่อสาร ส่งข้อมูลกัน ถ้ามันไม่ดีมันไม่ถูกต้อง กระผมบอกเลยว่าสื่อนี่ครับจะเปึนตัวที่ทําให้ ประเทศของเรามีความล่าช้าและถูกบิดเบือนไป และไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ต่อประเทศนี้ เพราะฉะนั้นกระผมก็ขอฝากว่าในเรื่องสิทธิของประชาชนถ้าถูกละเมิดทางสื่อ อัตราค่าธรรมเนียมทั้งหลายต่าง ๆ ตลอดจนกรอบภาพพจน์ ภาพลักษณ์ของชีวิต ผู้คนทั้งประเทศนี้ คณะกรรมการที่ท่านจะตั้งขึ้นมา จะมีความสามารถที่จะรองรับ ได้ทั้งหมดหรือเปล่า ก็ขอฝากด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ประเด็นเริ่มซ้ํากันแล้วนะครับ ขออีกแค่เพียง ๒ ท่านก็แล้วกัน คุณทองดี มนิสสาร และคุณฐิติมา ฉายแสง นะครับ เชิญคุณทองดี มนิสสาร ก่อนครับ

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ แนวทาง การตรากฎหมายว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่และการกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อดําเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย

๑.๑ ข้อสังเกตต่อร่างแก้ไขพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่

๑.๒ บทความที่เกี่ยวข้อง ทําไมจึงไม่ควรยุบรวม กสช. กับ กทช. ปมเงื่อน พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่

๑.๓ การสรุปวิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติองค์กรคลื่นความถี่ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ท่านประธานครับ วิทยุชุมชนหรือที่เปึนของประชาชนโดยแท้จริงนั้นเกิดจากชุมชน เกิดจากแนวคิดในการ รวมกลุ่มรวมตัวของพี่น้องประชาชน รายการและการจัดการรายการทุกวันนี้ส่วนหนึ่งจะมี การถูกข่มขู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับการจัดสรรรายการและการจัดสรรคลื่นความถี่ เกี่ยวกับ พ.ร.บ. ความมั่นคง เพราะฉะนั้นตรงนี้การแสดงออกบางครั้งบางเวลาของในทางการเมือง ของพี่น้องประชาชนนั้นมีส่วนหนึ่งบางครั้งก็ต้องนํามาเพื่อกระจายและให้พี่น้องประชาชน รากหญ้าอยู่ท้องไร่ท้องนานะครับ วิทยุหิ้วไปแล้วก็ฟังไปจะได้ประโยชน์ว่าสื่อสารมวลชน และสื่อที่ออกไปนั้น การรับฟังข้อมูลข่าวสารนั้นมีทั้งบวกและลบ การให้แนวทางแก่พี่น้อง ประชาชนในทางที่เปึนประโยชน์ต่อสังคมนั้นกระผมคนหนึ่งที่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง แต่บางครั้งบางเวลาบางโอกาสการมีเกณฑ์หรือการคัดสรรบุคคลเข้ามาสู่ในระบบ ในการให้ข้อมูลข่าวสารนั้นบางครั้งบางเวลาตรงนี้กราบเรียนท่านประธานฝากถึง คณะกรรมการผู้ที่ได้รับมอบหมายจากสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะไปดูแลตรงนี้ ขอให้ได้ประโยชน์กับสังคมชุมชนกับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ในการจัดสรรคลื่นความถี่ ที่เปึนผลประโยชน์อันมหาศาลในตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การให้ข้อมูลข่าวสารนั้น ถ้าให้ฝ์ายเดียวแล้วแม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในทางด้านการเมืองนะครับ กระผมเคยได้เดินทาง ไปที่แรงงานไปที่ประเทศญี่ปุ์น ที่โอซาก้า ในวันนั้นครับที่จังหวัดอุดรธานี เหตุเกิดที่ จังหวัดอุดรธานีเกี่ยวกับความไม่เข้าใจซึ่งกันและกันเกี่ยวกับทางด้านการเมือง ผู้หลักผู้ใหญ่ในต่างประเทศดูข้อมูลข่าวสารและสื่อจากโทรทัศน์ทุกช่องอ่านหนังสือพิมพ์ ทุกฉบับหรือหลาย ๆ ฉบับบอกว่า ข้อมูลตรงนี้ชัดเจนแล้ว กระผมก็นําเรียนว่า ท่านครับ ท่านได้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนทุกขั้นตอนกระมัง เพราะตามที่กระผมอยู่ ตรงนั้นเหตุการณ์จริง ๆ มันไม่ใช่อย่างนั้น อันนี้เปึนการนําข้อมูลที่บางครั้งบางเวลา เพราะฉะนั้นฝากท่านคณะกรรมาธิการว่าใครที่มีส่วนในตรงนี้ฝากด้วย ว่าการจัดสรรอะไร แล้วเพื่อเปึนประโยชน์กับพี่น้องจริง ๆ แล้วขอให้มีกรอบและมีกติกาที่ชัดเจน ใครสมควรที่ อยู่ตรงไหนอย่างไรแล้วในการจัดตรงนี้ไม่ลงรายละเอียด เพราะฉะนั้นการได้บุคลากร หลาย ๆ สาขาอาชีพเข้ามานั้กระผมสนับสนุนบางท่านที่อภิปรายไปแล้วไม่ซ้ําประเด็นว่า ๑. บุคลากรเราต้องหลายสาขาอาชีพหรือที่มาของแต่ละคนแต่ละท่าน เพราะฉะนั้นตรงนี้ กราบเรียนด้วยความเคารพว่า สิ่งใดที่มีประโยชน์มหาศาล สิ่งนั้นบางครั้งบางเวลาก็จะมีโทษอันมหาศาลเหมือนกัน สิ่งใดที่เปึนของประชาชนจริง ๆ แล้วก็ขอให้สิ่งนั้นเปึนของประชาชนโดยสมบูรณ์ที่สังคม ที่ยื่นให้พี่น้องประชาชนได้รับในส่วนนี้ ไม่ใช่ว่าให้ไปแล้วถ้ามีอะไรขึ้นมาในทางการสื่อสาร ไปแล้วก็ออกมาข่มขู่ตลอดเวลาว่าถ้าไม่ดําเนินการหรือดําเนินการตามนี้มี กอ.รมน. ไปควบคุมกํากับดูแลว่าจะยึดสถานีวิทยุ เพราะฉะนั้นตรงนี้บางครั้งบางเวลาข้อมูล ข่าวสารทางราชการที่พี่น้องจะได้รับ บางครั้งก็เอาสื่อสิ่งพิมพ์นั้นละครับไปอ่าน อ่านแล้วก็ถือว่า ทําไมถึงให้ข่าวโดยไม่ถูกไม่ต้อง เพราะฉะนั้นการที่บรรณาธิการจะออกมาเปึนสื่อสิ่งพิมพ์ ได้นะครับ ก็ถือว่าได้ผ่านขั้นตอนในการกลั่นกรองแล้วใช่ไหม แล้วถ้าเอาตรงนั้นมาอ่าน อ่านแล้วทําไมถึงจะต้องป่ดวิทยุชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อุดรธานี ขอกราบเรียนฝาก ท่านคณะกรรมาธิการที่มีส่วนรับผิดชอบในตรงนี้ที่ท่านเปึนตัวแทนของสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านได้รับการแต่งตั้งเพื่อจะไปทําให้สมบูรณ์ที่สุด วันนี้เปึนวาระแรกนะครับ ผมคนหนึ่ง ที่ยินดีและก็สนับสนุนเต็มที่ ขอบคุณมาก สวัสดีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณฐิติมา ฉายแสง ครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันทราบดีขณะนี้เรากําลังพูดถึงเรื่องการที่เราจะรับหลักการหรือไม่ ของร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ซึ่งท่านประธาน เมื่อสักครู่ได้พูดว่าประเด็นมันซ้ํา ๆ กัน แต่ดิฉันคิดว่าประเด็นที่ดิฉันอยากจะกราบเรียน ท่านประธานนั้นคงจะไม่ค่อยซ้ํากับใครเท่าไรนัก เพราะว่าสิ่งที่จะดิฉันจะพูดต่อไป เปึนเรื่องของความเปึนห่วงเปึนใยถึงกระบวนการหรือขั้นตอนของการที่จะเสนอชื่อ หรือคัดเลือกบุคคลที่จะมาเปึนกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาตินี้ ว่ากระบวนการนั้นเปึนกระบวนการที่ในหลักการของ ส.ส. แต่ละคณะที่เสนอมานั้นมันไม่เหมือนกัน ดิฉันสนใจหลักการของคุณเจริญ จรรย์โกมล และคณะ ซึ่งโดยรวมถือว่ายึดโยงกับประชาชน แต่ในขณะเดียวกันดิฉันไม่เห็นด้วยกับ หลักการของคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ และคณะ ถามว่าไม่เห็นด้วยอย่างไร ท่านประธานคะ ดิฉันสนใจในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ที่ต่อเนื่องกัน ถ้าของคุณเจริญ จรรย์โกมล นั้นได้บอกไว้ว่าการคัดเลือกกรรมการนั้นจะผ่านเลขาธิการ กสช. แล้วก็มาที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แล้วก็มาที่ ครม. มาที่ ส.ส. แล้วจึงไป ส.ว. แล้วก็โปรดเกล้าฯ แต่ในขณะที่หลักการของคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ และคณะนั้นเปึนหลักการที่ถือว่าผ่านไปเพียงแค่เลขาธิการแล้วก็ไปที่ ส.ว. ซึ่งดิฉันคิดว่า ตรงนี้เปึนประเด็นที่ดิฉันอยากจะพูดว่า ส.ว. ขณะนี้เราทราบดีว่าตามรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๕๐ เปึน ส.ว. ที่มีการเลือกตั้งมา ๗๖ คน มาจากประชาชน แต่อีก ๗๔ คนนั้น มาจากการคัดสรรจาก ๗ องค์กรด้วยกัน ซึ่ง ๔ ใน ๗ นั้นเรารู้อยู่ว่าสนิทสนมเปึนอย่างดี กับ คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) เพราะฉะนั้น ส.ว. ๗๔ คน แน่นอนไม่ใช่ทั้งหมด แต่อาจจะส่วนใหญ่ซึ่งจะมาเปึนผู้มี อํานาจในการที่จะคัดเลือกบุคคลที่จะมาเปึนกรรมการ เพราะฉะนั้นขณะนี้พวกเรา ทราบกันดีอยู่แล้วว่า บ้านเมืองไทยหรือประเทศไทยนั้นเปึนประเทศที่ไม่เปึนนิติรัฐ ที่สมบูรณ์ บางคนบอกว่าไม่มีขื่อไม่มีแปด้วยซ้ํา เราจะเห็นความยุ่งเหยิงในประเทศไทย เยอะมากท่านประธาน แต่แล้วเรากําลังจะให้อํานาจกับวุฒิสภา ซึ่งหลายคนอย่างที่ดิฉัน บอกก็คงทําตามใบสั่งของ คมช. อยู่เช่นเคย เพราะฉะนั้นคณะกรรมการชุดนี้ตามหลักการ ของคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ และคณะ จึงเปึนหลักการที่ดิฉันไม่เห็นด้วย ดิฉันคิดว่า การทํางานของเมืองไทยตอนนี้ โดยเฉพาะเรื่องของสื่อสารมวลชนซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญ เหลือเกินท่านประธาน ส.ส.เองก็สนใจ ส.ว. สนใจ ประชาชนส่วนใหญ่สนใจ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งสื่อสารมวลชนที่วันนี้ตั้งใจฟังกันอย่างยิ่งแน่นอน จึงอยากจะรู้ว่าองค์กรนี้ ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาจะเปึนอิสระจริงหรือไม่ จะเปึนกลางจริงหรือไม่ ดิฉันคิดว่าถ้าเกิดว่าคณะกรรมการชุดนี้ การจะได้รับคัดเลือก การจะได้รับเสนอชื่อ ถ้าผ่าน ส.ส. ซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชน ผ่าน ส.ว. ซึ่งก็เปึนตัวแทนของประชาชน แต่บังเอิญเปึนเพียงแค่ ๗๖ คน ๗๔ คนนั้นดิฉันคิดว่าเรามีปัญหาแน่นอน อันนี้คือสิ่งที่ ดิฉันคิดว่าหลักการของพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนที่แท้จริง ดิฉัน จึงคิดว่าดิฉันไม่สามารถที่จะรับหลักการถ้าเปึนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปึนเพียงผ่าน ส.ว. เท่านั้น อยากจะให้ผ่านไปที่หลักการของคุณเจริญ จรรย์โกมล เสียมากกว่า เพราะคณะกรรมการที่เรากําลังพูดถึงนั้นเปึนคณะกรรมการที่มีอํานาจเยอะเหลือเกิน ท่านประธาน จะสั่งพักจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการอะไรก็ได้ แต่น่าเสียดาย ที่ของคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นั้นได้พูดไว้ในเรื่องของกองทุนวิจัยนี้ดีนะคะ ดีที่บอกว่า เปึนหลักการที่ โอ้โฮ สนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมที่ไปเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเยาวชน ครอบครัว แล้วก็ยังบอกว่ายึดโยงกับประชาชน แต่ยึดโยงอย่างไร ในเมื่อยึดโยงบอกว่า โดยคํานึงถึงในมาตราอะไร ในหน้าที่ ๕๕ ของหนังสือเล่มที่เรากําลังดูอยู่นี่นะคะ บอกว่า โดยคํานึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น น่าเสียดายนะคะ เปึนคนเสนอเองในหลักการของตัวเอง แต่ว่าหลักการใหญ่ที่ใหญ่กว่าตรงนี้ไม่ได้ยึดโยงกับ ประชาชนเลย น่าเสียดายจริง ๆ ค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายกันมาเปึนเวลาพอสมควรนะครับ ผมเห็นควรป่ด การอภิปราย มีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ ก่อนการลงมติครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปอีกครั้งหนึ่ง มีผู้เสนอท่านใดต้องการใช้สิทธินี้ไหมครับ เชิญคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเปึนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พร้อมกับเพื่อนสมาชิก อีก ๓๐ ท่าน กระผมมีโอกาสได้รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ทุกท่าน นะครับ แล้วก็แต่ละท่านก็ได้แสดงความเห็นตามข้อมูล ตามความรู้พื้นฐาน ซึ่งท่านเหล่านั้นได้ศึกษา ได้มีประสบการณ์โดยตรงต่อปัญหาการจัดสรรคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งทุกท่านที่ได้ลุกขึ้นอภิปรายล้วนมีความเห็นพ้อง ต้องกันว่า เปึนความจําเปึนอย่างเร่งด่วนที่กฎหมายฉบับนี้ควรจะได้มีการประกาศใช้ เพื่อที่จะให้มีองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่มาทําหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้ตอกย้ํากับที่ประชุมสภาแห่งนี้เมื่อช่วงเวลาที่ได้มีการเสนอร่างว่า ร่างพระราชบัญญัติที่นําเสนอเข้าสู่การพิจารณาในสภาในวันนี้ทั้ง ๓ ฉบับเปึนร่างที่มี ข้อแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญอยู่หลายประเด็นมาก และการพิจารณาในวาระสองในชั้น กรรมาธิการต่อไปก็จะต้องนําเอาความแตกต่างเหล่านี้มาพิจารณาอย่างรอบคอบ ท่านประธานครับ ตั้งแต่เรื่องของที่มาขององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ที่เรียกว่า คณะกรรมการ กสทช. ตั้งแต่ชื่อเรื่อง ซึ่งได้มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้กรุณาลุกขึ้น ชี้ให้เห็นว่าการที่มีชื่อที่มีความแตกต่างกันนั้นมันสะท้อนนัยของการให้ความสําคัญ ขององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ทั้ง ๒ ด้าน หรือ ๒ แท่ง ภายในคณะกรรมการชุดนี้ที่มา ของคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งจําเปึนที่จะต้องมีภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุม อย่างเปึนตัวแทนที่มาจากผู้มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ อย่างครอบคลุมทั่วด้าน เปึนสิ่งที่มีความสําคัญในร่างที่กระผมและเพื่อนสมาชิกได้เสนอนั้นขอยืนยันกับ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าได้มีความครอบคลุมมีความรอบด้านในการสรรหา ในการแบ่งส่วนตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ อย่างแท้จริงมีคนจากผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยุกระจายเสียง ทางด้านโทรทัศน์ ทางด้านโทรคมนาคม ทางด้านความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย และมีหลักประกันว่า ตัวแทนขององค์กรคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ทางด้าน กิจการโทรคมนาคม ก็มีที่นั่งอยู่ในคณะกรรมการ กสทช. อันนี้ ซึ่งความหลากหลาย ในคณะกรรมการ กสท. เหล่านี้แหละครับที่จะเปึนหลักประกันสําคัญที่สุดที่จะทําให้ การจัดสรรคลื่นความถี่และการกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคมในอนาคตมีหลักประกันว่าจะมีความเปึนธรรมมีหลักธรรมาภิบาล และมีการถ่วงดุลกันภายในอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ การที่จะได้กําหนด หลักการสําคัญไว้อีกอันหนึ่งในเรื่องของกองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียง ซึ่งเพิ่ม บทบาทให้มีวัตถุประสงค์เพิ่มขึ้นในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค การมีส่วนร่วมและ การมีส่วนสําคัญในการผลิตสื่อสร้างสรรค์ ทั้งสื่อที่เปึนวิทยุโทรทัศน์และสื่อที่จะเกิดขึ้น ใหม่ตามความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางด้านโทรคมนาคม อันนี้เปึนเรื่องสําคัญ และที่เพื่อนสมาชิกให้ความสนใจกันมาก ก็คือการที่ให้องค์กร ให้ภาคประชาชนได้มี บทบาทมีส่วนสําคัญอย่างยิ่งในการเข้ามาใช้คลื่นความถี่อย่างทั่วถึงและเปึนธรรม โดยเฉพาะการกําหนดให้ภาคประชาชนมีสัดส่วนในการถือครองคลื่นวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ร้อยละ ๑๒๐ อันนี้เปึนหัวใจสําคัญที่ภาคประชาชนได้เรียกร้องและ เปึนหลักประกันที่จะให้ภาคประชาชนและชุมชนได้มีส่วนเปึนเจ้าของคลื่นความถี่ อย่างแท้จริง และสุดท้ายก็คือหลักประกันว่าเราจะสามารถเข้าไปจัดการกับคลื่นความถี่ ที่ผู้ถือสัมปทานเดิมได้ถือครองอยู่ที่จะสามารถมีหลักประกันในวันข้างหน้าได้ว่าจะต้องไม่ มีสิทธิประโยชน์เหนือกว่าผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะเข้าสู่กระบวนการแข่งขันในอนาคต ร่างของพรรคประชาธิปัตย์และของกระผมและเพื่อนสมาชิกที่ได้นําเสนอนี้จะมีเนื้อหา เหล่านี้ครอบคลุมและเปึนหลักประกันที่แท้จริงว่าพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... จะเปึนร่างพระราชบัญญัติที่จะสามารถตอบโจทย์ตอบปัญหา และก็ตอบคําถามของพี่น้องประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงนี้ได้อย่างแท้จริง กระผมจึงขอความสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกให้รับรองร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อนําเข้าสู่การพิจารณาในวาระสองต่อไป กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญท่านรัฐมนตรี ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ครับ

ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร

ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านนะคะ ผู้ร่วมอภิปรายทุกท่านที่ได้แสดงความคิดเห็นที่เปึนประโยชน์มากเลยนะคะ ประเด็นต่าง ๆ แล้วก็ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ดิฉันเองได้จดประเด็นทั้งหมดนี้เพื่อที่จะเข้าสู่ใน คณะกรรมาธิการ แล้วก็จะได้ไปพิจารณาในร่างต่อไปนะคะ ไม่ว่าจะในประเด็นต่าง ๆ เช่น ส่วนใหญ่ประเด็นต่าง ๆ ก็ในเรื่องของคณะกรรมการสรรหา กสช. เปึนหลักนะคะ แล้วก็ ในเรื่องของการจัดระเบียบของวิทยุชุมชนก็ดี ในเรื่องของการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือแม้แต่คุณสมบัติของท่านผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายว่าทําไมถึงไปจํากัดสิทธิขนาดนั้น ทําไม ไม่มีมากกว่านี้ อย่างนี้เปึนต้นนะคะ หรือแม้แต่ในเรื่องของกองทุนต่าง ๆ ดิฉันเองในนาม ของคณะรัฐมนตรีก็คงต้องขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ได้จุดประเด็นในเรื่องของการอภิปราย แล้วก็ได้มีข้อเสนอแนะมากมายเช่นนี้นะคะ แล้วก็ข้อเสนอแนะต่าง ๆ นั้นดิฉันจะรวบรวม ให้เปึนเอกสารในการนําเข้าในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญในครั้งนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริระชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปจะเปึนการลงมตินะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติด้วยครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริระชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญสมาชิกเตรียมลงมติด้วยครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วกรุณากดปุ์มแสดงตน ด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ขอเจ้าหน้าที่ส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๓๖ ท่าน เกินองค์ประชุม รู้สึกจะเกินอยู่นะครับ ไม่เปึนไรครับ ถือว่าครบองค์ประชุม

ต่อไปจะเปึนการลงมตินะครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนั้น มีหลักการเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะลงมติทีเดียวทั้ง ๓ ฉบับ แล้วที่ประชุม ก็จะเสนอว่าให้นําร่างพระราชบัญญัติฉบับไหนมาเปึนหลักในการพิจารณา ขอถามมติ ดังนี้ครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านใดยังไม่ลงมติหรือมีข้อขัดข้องกรุณายกมือด้วยนะครับ ป่ดการลงมติครับ ขอผลคะแนน มีสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุม ๒๗๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๙ ท่าน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มีมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับครับ

ต่อไปจะเปึนการตั้งกรรมาธิการครับ ขอผู้เสนอจํานวนคณะกรรมาธิการ ด้วยครับ เชิญท่านรัฐมนตรีระนองรักษ์ครับ

ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร

ดิฉันขอเสนอในสัดส่วนของรัฐบาลนะคะ จํานวน ๕ ท่าน ท่านแรก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออภัยครับ จะขอให้เสนอจํานวนก่อนนะครับ ท่านเสนอเลยก็ได้ครับ ว่าทั้งหมดเท่าไร นะครับ

ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร

ขออภัยค่ะ ในสัดส่วนของรัฐบาลจํานวน ๕ ท่านนะคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จํานวนรวมทั้งหมดนะครับ ขออภัยครับ ท่านชินวรณ์ก็ได้ครับ เสนอแทนก็ได้นะครับ

ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร

๔๕ ท่านค่ะ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเสนอ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจํานวน ๔๕ ท่านครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ไม่มีผู้เห็นเปึนอื่นนะครับ คุณเจริญ จรรย์โกมล ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดชัยภูมิ ผมใคร่ขอความกรุณาท่านประธานและด้วยความเคารพ ท่านประธานวิปของรัฐบาลว่า ทุกครั้งที่เราเคยเสนอกฎหมายตั้งคณะกรรมาธิการ ส่วนมากจะ ๓๖ นะครับ อันนี้เมื่อท่านตั้ง ๔๕ ท่าน เสนอเข้ามานี่อยากจะสอบถาม นิดหนึ่งว่ามีเหตุผลพิเศษอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเปึนกรรมาธิการหลายคณะ แล้วก็เปึนประธานหลายคณะเช่นเดียวกัน ปัญหาอุปสรรคต่อการประชุมและองค์ประชุมนั้น เปึนอุปสรรคมากในการพิจารณากฎหมายของสภาเรา ฉะนั้นถ้าเปึน ๓๖ อย่างที่เราเคย ประพฤติปฏิบัติมันก็ไม่น่าจะมีปัญหา ถือว่าองค์ประชุมเราก็น่าจะพอไปได้ แต่ถ้า ๔๕ ท่าน ผมไม่ทราบว่าท่านประธานวิปรัฐบาลมีเจตนาอย่างไร อยากจะทราบนิดหนึ่งนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ในฐานะเปึนผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ตามจริงก็ได้มีการสอบถามความคิดเห็นกันหลายฝ์ายนะครับ ทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล ก็เห็นว่าเนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมาย ที่มีความสําคัญนะครับ เพราะว่าเปึนกฎหมายที่ได้มีบทบัญญัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ และมีความพยายามหลายฝ์ายที่จะดําเนินการในการที่จะให้มีองค์กร อิสระขึ้นมาดําเนินการเกี่ยวกับสาธารณสมบัติของชาติคือเรื่องคลื่นความถี่ เรื่องการกํากับสถานีวิทยุโทรทัศน์และเรื่องกิจการโทรคมนาคม ประกอบกับมีผู้สนใจ จากภาคประชาชนนะครับ ที่แต่ละพรรคสามารถที่จะส่งเข้ามาร่วมเพื่อเปึนการ เป่ดพื้นที่ด้วย ผมคิดว่าถ้าหากมีกรรมาธิการถึง ๔๕ คน ก็จะเปึนการเป่ดกว้างให้ แต่ละฝ์ายได้มีโอกาสมาร่วมในการเปึนกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเจริญไม่ติดใจนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ไม่ติดใจครับ ท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการ ๔๕ ท่านนะครับ ขอเชิญ คณะรัฐมนตรีครับ เสนอในสัดส่วน ๕ ท่านครับ

ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ในสัดส่วนของรัฐบาลจํานวน ๕ ท่านนะคะ ท่านแรก นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านที่ ๒ นายดิสทัต โหตระกิตย์ กรรมการร่างกฤษฎีกา ๓. นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ๔. นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ๕. นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกําจร เลขาธิการ กทช. ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอผู้รับรองด้วยนะครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ผู้รับรองครบนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๑๖ ท่านครับ

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเพชรบูรณ์ค่ะ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ สามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... สัดส่วน ของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๑๖ คน ตามรายชื่อดังนี้ค่ะ ๑. นายเจริญ จรรย์โกมล ๒. นายนวัธ เตาะเจริญสุข ๓. นายนิรมิต สุจารี ๔. นายสุรชัย เบ้าจรรยา ๕. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๖. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๗. นางสาวประไพ ยั่งยืน ๘. นายสงวน พงษ์มณี ๙. นายวิทยา ทรงคํา ๑๐. นายสุนัย จุลพงศธร ๑๑. นางปานหทัย เสรีรักษ์ ๑๒. นายกนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์ ๑๓. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ๑๔. นางฐิติมา ฉายแสง ๑๕. นายจักรพันธุ์ ยมจินดา ๑๖. นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๔ ท่านครับ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๔ คน ดังนี้ค่ะ ๑. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๒. ดอกเตอร์ทิวา เงินยวง ๓. ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ๔. นายเชน เทือกสุบรรณ ๕. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๖. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๗. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๘. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๙. นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ๑๐. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิรงรอง รามสูต ๑๑. นายชวรงค์ ลิมปีปัทมปาณี ๑๒. นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ๑๓. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม ๑๔. นางอานิก อัมระนันทน์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ

นายณัฐวุฒิ สุขเกษม บุรีรัมย์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ สุขเกษม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย โดยมีรายชื่อดังนี้ ๑. นายสุภาพ คลี่ขจาย ๒. นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ๓. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ

นายวิทยา บุตรดีวงค์ มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา บุตรดีวงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน ๑. นายณัฐวุฒ จิตะสมบัติ ๒. นายแพทย์มารุต มัสยวานิช ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนาครับ ๒ ท่าน

นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายนามกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน คือนายภราดร ปริศนานันทกุล และนายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๑ ท่านครับ

นายไกร ดาบธรรม เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ไกร ดาบธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาราช ๑ ท่านครับ

นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเสนอกรรมาธิการ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... สัดส่วนของพรรคประชาราช ๑ ท่านครับ นางสาวตรีนุช เทียนทอง ครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคกิจสังคม พรรคราษฎร ๑ ท่านครับ

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคกิจสังคม ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคราษฎร และพรรคกิจสังคม จํานวน ๑ ท่าน คือดอกเตอร์สาคร สุขศรีวงศ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ เชิญครับ จะแก้ไขรายชื่อใช่ไหมครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเปลี่ยนในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยครับ จากผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ เปึน นายรณฤทธิชัย คานเขต ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... จํานวน ๔๕ ท่าน ๑. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๒. นายดิสทัต โหตระกิตย์ ๓. นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ๔. นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ ๕. นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกําจร ๖. นายเจริญ จรรย์โกมล ๗. นายนวัธ เตาะเจริญสุข ๘. นายนิรมิต สุจารี ๙. นายสุรชัย เบ้าจรรยา ๑๐. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๑๑. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๑๒. นางสาวประไพ ยั่งยืน ๑๓. นายสงวน พงษ์มณี ๑๔. นายวิทยา ทรงคํา ๑๕. นายสุนัย จุลพงศธร ๑๖. นางปานหทัย เสรีรักษ์ ๑๗. นายกนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์ ๑๘. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ๑๙. นางฐิติมา ฉายแสง ๒๐. นายจักรพันธุ์ ยมจินดา ๒๑. นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ๒๒. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๒๓. ดอกเตอร์ทิวา เงินยวง ๒๔. ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ๒๕. นายเชน เทือกสุบรรณ ๒๖. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๒๗. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๒๘. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๒๙. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๓๐. นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ๓๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิรงรอง รามสูต ๒. นายชวรงค์ ลิมปีปัทมปาณี ๓๓. นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ๓๔. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม ๓๕. นางอานิก อัมระนันทน์ ๓๖. นายสุภาพ คลี่ขจาย ๓๗. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ๓๘. นายรณฤทธิชัย คานเขต ๓๙. นายณัฐวุฒ จิตะสมบัติ ๔๐. นายมารุต มัสยวานิช ๔๑. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๔๒. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ๔๓. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ๔๔. นางสาวตรีนุช เทียนทอง และ ๔๕. ดอกเตอร์สาคร สุขศรีวงศ์ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปขอเชิญเสนอกําหนดเวลาแปรญัตติด้วยครับ คุณเจริญ จรรย์โกมล ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ขอเสนอ ๑๕ วันครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ เปึนอันว่าสภาแห่งนี้เห็นด้วยกับการแปรญัตติ ใน ๑๕ วัน ขอผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติที่จะเปึนร่างหลักในการพิจารณาครับ เชิญนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก เมื่อสักครู่นี้ผมได้รับฟังคําชี้แจงจากท่านรัฐมนตรีระนองรักษ์ ซึ่งท่านก็บอกว่า ร่างของรัฐบาลอาจจะมีจุดไม่สมบูรณ์อยู่บ้างแต่ก็พร้อมที่จะไปปรับปรุง แก้ไขในชั้นกรรมาธิการ ดังนั้นขอเสนอเอาร่างของรัฐบาลเปึนร่างหลัก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติใช้ร่างของรัฐบาลเปึนหลักในการพิจารณาในวาระสอง นะครับ ในวาระที่ขั้นแปรญัตตินะครับ เปึนอันว่าจบการอภิปรายในระเบียบวาระที่ ๔

ต่อไปเปึนวาระที่ ๕ ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา

เรื่องที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)

ขอเชิญคณะรัฐมนตรีได้แถลงเหตุผลด้วยครับ

นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีมานําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีสาระสําคัญโดยสรุปได้ว่า เปึนการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคําว่า ข้าราชการฝ์ายพลเรือน เพื่อให้ครอบคลุมถึงข้าราชการในหน่วยงานอื่นของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายเฉพาะอื่น ๆ

เหตุผลและความจําเปึน ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สืบเนื่องมาจากพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้มีการประกาศใช้บังคับมาเปึนเวลานานแล้ว โดยพระราชบัญญัตินี้มีการแก้ไขเพิ่มเติม มาแล้วรวม ๒ ครั้ง คือใน ป้ ๒๔๘๕ และในป้ ๒๕๐๗ ซึ่งต่อมาในภายหลังได้มีการจัดตั้ง หน่วยงานของรัฐและองค์กรอิสระต่าง ๆ ขึ้นหลายหน่วยงาน ส่งผลให้มีข้าราชการ พลเรือนประเภทใหม่เกิดขึ้น ดังนั้น เพื่อให้ข้าราชการในหน่วยงานอื่นของรัฐที่จัดตั้ง ขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก็ดี หรือจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะก็ดี มีโอกาสได้รับการพิจารณาเสนอขอรับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาเช่นเดียวกับ ข้าราชการฝ์ายพลเรือนอื่น ๆ คณะรัฐมนตรีจึงเห็นสมควรขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยาม คําว่า ข้าราชการฝ์ายพลเรือน ซึ่งกําหนดไว้ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติ เหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๗ ให้ครอบคลุมถึงข้าราชการดังกล่าวด้วย นอกจากนี้เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สามารถบังคับใช้ได้โดยไม่ต้องมีการแก้ไขบ่อยครั้ง จึงได้กําหนดบทนิยามของข้าราชการ ฝ์ายพลเรือนให้รวมถึงข้าราชการอื่นซึ่งปฏิบัติราชการในลักษณะเดียวกันกับข้าราชการ ฝ์ายพลเรือนตามที่พระราชกฤษฎีกากําหนดให้เปึนข้าราชการฝ์ายพลเรือน ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีหวังเปึนอย่างยิ่งว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้จะได้รับความเห็นชอบจาก ฝ์ายนิติบัญญัติให้ประกาศบังคับใช้เปึนกฎหมายต่อไป เพื่อเปึนขวัญและกําลังใจ แก่ข้าราชการผู้ปฏิบัติงานอันเปึนประโยชน์ยิ่งต่อประเทศชาติและประชาชน และเปึน เกียรติแก่วงศ์ตระกูลสืบต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกท่านใดต้องการอภิปรายไหมครับ เชิญท่านถวิล ไพรสณฑ์ ครับ

นายถวิล ไพรสณฑ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมโดยเหตุผลและหลักการไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่ว่าผมเข้าใจว่า ในคํานิยามเรื่อง ข้าราชการพลเรือนนั้น เมื่อดูทั้งมาตราที่แก้ไขแล้วน่าจะตกไป ๒ องค์กร ก็คือ พนักงาน เมืองพัทยากับพนักงานองค์การบริหารส่วนตําบล ซึ่งท่านอาจจะอ้างว่าได้เขียนเอาไว้ ในตอนท้ายว่า ข้าราชการฝ์ายพลเรือนและมีพระราชกฤษฎีกากําหนดให้เปึนข้าราชการ ฝ์ายพลเรือนตามพระราชบัญญัตินี้ ผมก็ต้องถามกลับไปว่า ในกรณีกรุงเทพมหานคร ทําไมใส่ไปว่า ทําไมไปกําหนดให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามกฎหมาย ว่าด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงานเทศบาลตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย ระเบียบพนักงานเทศบาล ซึ่งเท่ากับว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่นจาก ๓ องค์กรได้บัญญัติ ไว้ในตัวร่างอันนี้ แต่ว่าอีก ๒ องค์กรคือเมืองพัทยากับองค์การบริหารส่วนตําบลไม่ได้ ใส่เอาไว้ แล้วก็ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นเขาใช้คําคําเดียวก็คือว่า ข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น ไปแล้ว จึงเรียนมาเพื่อให้กรรมาธิการที่แต่งตั้งต่อไปได้มีโอกาสพิจารณา ในประเด็นนี้ด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ท่านประธานครับ ก็เห็นด้วยทุกอย่าง และโดยเหตุผลในกฎหมายนี้ก็เพื่อขยายคําว่า ข้าราชการ ไปยังองค์กรใหม่ ๆ ที่ก่อตั้งขึ้น ภายหลังที่ไม่เคยมี แต่ที่ติดใจอย่างหนึ่งก็คือว่า คําว่า ข้าราชการการเมือง ขณะนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี สมาชิกวุฒิสภาก็ดี ถือบัตรข้าราชการการเมืองด้วยกัน นะครับ หรือแม้กระทั่งผู้ที่ไปดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วแต่ถือบัตรข้าราชการการเมือง แต่คราวนี้ให้ครอบคลุมไปทุกแห่ง ยกเว้นข้าราชการการเมือง เสมือนหนึ่งกระแสขณะนี้ รังเกียจนักการเมืองเสียมากเหลือเกิน ส.ส. ชั่วร้าย นักการเมืองชั่วร้าย เลวกันเสียหมด เปึนกระแสขณะนี้ แม้กระทั่งเหรียญจักรพรรดิมาลาหรือเหรียญจักรมาลาที่ให้แก่ ข้าราชการผู้ดํารงตําแหน่งหน้าที่มาครบ ๒๕ ป้แล้วควรจะได้รับพระราชทาน ก็ไปตัดสิทธิ ของข้าราชการการเมืองเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านทํางาน กันอยู่ในห้องนี้นะครับ แล้วก็ถึงจะมีกระแสรังเกียจอย่างไรก็ตามก็ต้องถือว่าบุคลากร เหล่านี้ตั้งแต่บรรพบุรุษ มีคุณูปการต่อประเทศชาติไม่ใช่น้อยในการที่จะออกกฎหมาย แต่ละเรื่อง ผมไม่เห็นด้วยเลยกับหนังสือของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ตอบมา และก็ทราบว่าคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติความเห็นในการที่จะให้มีการพระราชทานเหรียญนี้ แก่ข้าราชการการเมืองด้วย ผมเรียนท่านประธานครับ ผมมีเหรียญนี้ทุกรุ่นล่ะครับ ทั้งขนาดใหญ่ ทั้งขนาดเล็ก ตั้งแต่พระราชทานโดยพระพุทธเจ้าหลวง ไม่ใช่เหรียญ พระราชทานแก่ผม แต่เปึนพี่ที่ผมรักชอบส่วนตัวสะสมไว้ และในฐานะที่เคยดูแล กองกษาปณ์ของกรมธนารักษ์ ข้างหลังมีจารึกชื่อ นอกจากชื่อผู้รับแล้ว มีคําว่า ปรนนิบัติ ราชการดี เหรียญนี้แต่เดิมคือเหรียญปรนนิบัติราชการดีครับ ไม่ใช่ปฏิบัติราชการดี อย่างเดียว แล้วก็สมัยก่อนข้าราชการก็ยังไม่มากนัก คําว่า ข้าราชการพลเรือน ก็ค่อนข้าง จะจํากัด เหตุผลของคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งระบุว่า ต้องเปึนข้าราชการพลเรือนที่รับ ราชการในตําแหน่งที่ประจําเท่านั้น แล้วก็เสมือนหนึ่งว่าข้าราชการไม่ต่อเนื่อง หรือข้าราชการการเมืองหรือ ส.ส. เปึนไม่ต่อเนื่อง แต่คําว่าต่อเนื่องหรือไม่ต่อเนื่อง มันไม่ได้ผูกพันกับคําว่า ๒๕ ป้ ถ้าข้าราชการที่ต่อเนื่องอาจจะรับราชการ ๒๕ ป้ก็ครบ แต่ ส.ส. บางท่านก็นับเวลาที่ขาดตอนไป อาจจะช้าถึง ๓๐ ป้ ๔๐ ป้ก็แล้วแต่ แต่เมื่อรวมกันแล้วเกิน ๒๕ ป้ ก็ควรที่จะได้ ในนี้เขียนว่า ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ ผมไม่ทราบว่ากฤษฎีกา (คณะกรรมการกฤษฎีกา) ไปทราบเจตนารมณ์ของ พระพุทธเจ้าหลวงอย่างไร กฤษฎีกาไปทราบเจตนารมณ์ของพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างไร กฤษฎีกาไปทราบเจตนารมณ์ของพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลอย่างไร และมาตีความเอาเองว่าไม่สมกับเจตนารมณ์ ที่จะต้องพระราชทานให้เฉพาะข้าราชการพลเรือนเท่านั้น วันนี้เรายังพูดถึงอย่าง เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก ถวิล ไพรสณฑ์ พูดกันไปถึงว่า แม้กระทั่งข้าราชการเมืองพัทยา หรือข้าราชการ อบต. เราก็ยังคิดที่จะว่าผู้ที่รับราชการทํางานมาครบ ๒๕ ป้ ก็จะมี พระราชทานเหรียญนี้ด้วย แต่ทําไมนักการเมืองมันเลวร้ายเหลือเกินหรือครับสมัยนี้ ที่จะต้องถูกรังเกียจเสียหมดจากทุก ๆ ด้าน ผมว่าตรงนี้ยังกระทําได้ครับ เพราะกฤษฎีกา ไม่ได้ชี้ว่าการให้แก่ข้าราชการการเมืองผิดกฎหมาย แต่ไปตีความว่าเปึนเรื่องขัด เจตนารมณ์ ผมไม่เชื่อว่าพระพุทธเจ้าหลวงก็ดี สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ก็ดี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ดี จะมีเจตนารมณ์รังเกียจนักการเมืองด้วย แต่ความจริงขณะนั้นมันไม่มีข้าราชการการเมืองเท่านั้นแหละครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมฝากสิ่งเหล่านี้ที่ผมกราบเรียนทั้งหมดไปยังคณะกรรมาธิการ ที่แม้จะเพิ่งตั้งขึ้น เรายังแปรญัตติได้ครับ ยังแปรญัตติตรงนี้ใส่คําว่า ข้าราชการการเมือง ให้กับคนในสภาทุกคน รวมทั้งข้าราชการการเมืองที่จะต้องไปทําหน้าที่ประจํา อยู่ในทุกกระทรวง ทบวง กรมด้วยในต่อไป คําว่า ๒๕ ป้ ดังกล่าวนี้ ถึงแม้ไม่ต่อเนื่อง ก็นับเวลาที่ทํางานจริง ส.ส. บางท่านอาจจะไม่ต่อเนื่อง ๒๕ ป้ในสภานี้ บางช่วงก็ยุบสภาเสียบ้าง บางช่วงก็ไปสอบตกเสียบ้าง แต่ถ้าทํางานในสภาครบ ๒๕ ป้ แล้วพึงที่จะได้เหมือนข้าราชการทั้งหมด ผมฝากท่านรัฐมนตรีที่จะต้องไปทําหน้าที่ ประธานคณะกรรมาธิการ และใครก็ตามที่จะต้องไปทําหน้าที่ในกรรมาธิการครับ คนนอกหมิ่นหยามนักการเมืองมามากแล้ว อย่าให้พวกเราไปกระทําในลักษณะเช่นนี้ อีกเลยครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณฐิติมา ฉายแสง ครับ ท่านนายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ ครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานในเรื่องนี้นะครับ ผมขอเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของ เหรียญจักรพรรดิมาลา ซึ่งผมคิดว่า มี ๒ ประเด็นที่ผมอยากจะเสนอนะครับ

ประเด็นแรกคือ ในเรื่องของคุณค่าของเหรียญที่ผู้ที่สมควรจะได้รับ ซึ่งจะต้องปฏิบัติราชการมาเปึนเวลาอย่างน้อย ๒๕ ป้ ในหมู่ข้าราชการที่ได้รับเหรียญนี้ ซึ่งผมก็เปึนผู้หนึ่งที่ได้รับเหรียญนี้ ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการนะครับ ความรู้สึกอันหนึ่ง ก็คือความภาคภูมิใจที่ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวจนกระทั่งครบ ๒๕ ป้ และเลย ๒๕ ป้ เปึนป้ที่ ๓๕ และได้รับเหรียญนี้ก็ด้วย ความภาคภูมิใจ แต่ในส่วนหนึ่งนะครับ ของข้าราชการที่ได้รับเหรียญนี้ไปนะครับ กลับมี ความรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจจะเปึนเรื่องของค่านิยมหรือความเชื่อของข้าราชการผู้นั้น หรือผู้ที่ทราบว่าเพื่อน ๆ ได้รับเหรียญนี้ก็อาจจะมองในแง่ว่าเปึนเหรียญดื้อ คือทนที่จะ รับราชการต่อไปเพื่อจะให้ได้รับเหรียญนี้ ก็เลยไม่เกิดความเห็นคุณค่าหรือ ความภาคภูมิใจของการที่ได้รับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลานี้นะครับ เพราะฉะนั้น ในเมื่อมีการเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นใหม่ก็อยากจะให้เปลี่ยนค่านิยมความเชื่อ ของผู้ที่จะได้รับเหรียญนี้นะครับ ว่านี่คือคุณค่าของการที่รับราชการหรือทํางานในส่วนใด ก็ตามที่เปึนการรับใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติว่าสมควรแห่ง ความภาคภูมิใจที่ได้รับเหรียญนี้ อย่าได้มีความรู้สึกเปึนอย่างอื่นเลยนะครับ อันนี้เปึน ประเด็นแรกที่ผมใคร่ขอแสดงความคิดเห็นผ่านท่านประธานสภาไปยังคณะกรรมาธิการ ที่จะมีขึ้นรวมทั้งรัฐบาลด้วย

ประเด็นที่ ๒ ผมเห็นด้วยกับความคิดเห็นของท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ครับ ผมมีความคิดแล้วก็เชื่อมั่นว่าข้าราชการการเมืองนั้นถือเปึนอาชีพอย่างหนึ่งที่มี ความภาคภูมิใจและมีคุณภาพ มีมาตรฐานของการปฏิบัติงานเฉกเช่นวิชาชีพอื่น ๆ จิตสํานึก หรือคุณภาพ หรือความรับผิดชอบไม่ได้แตกต่างกับวิชาชีพอื่น ๆ เพราะฉะนั้น ในการที่ช่วยกันมองว่าอาชีพนักการเมืองนั้นถือเปึนวิชาชีพหนึ่ง จึงสมควรที่จะได้รับ เหรียญจักรพรรดิมาลาเหมือนกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญเปึนการยกระดับ ทําให้สังคมมองเห็นว่าสิ่งเหล่านี้นักการเมืองเปึนอาชีพหนึ่งที่สมควรแห่งการภาคภูมิใจ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมาเปึนนักการเมือง และผมก็เชื่อว่านักการเมืองตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันเปึนผู้ที่มีคุณภาพ เปึนผู้ที่ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย และนําสิ่งที่เปึนประสบการณ์นั้นมาพัฒนาบ้านเมืองผ่านสภาผู้แทนราษฎร หรือผ่าน คณะรัฐบาลก็ตาม ผมคิดว่าอาชีพนี้มีความสําคัญยิ่งยวดไม่น้อยกว่าอาชีพอื่น ๆ ที่ได้รับ การยอมรับจากสังคม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงเปึนการสมควรแล้วครับที่ว่าข้าราชการการเมืองก็ควรที่จะได้รับพระราชทานเหรียญนี้ เช่นเดียวกัน เพื่อเปึนการยกระดับความรู้สึกของสังคมโดยทั่วไปว่า อาชีพนักการเมืองนั้น ก็เปึนวิชาชีพหนึ่งที่เปึนวิชาชีพที่ควรได้รับการยกย่องยอมรับ และเปึนอาชีพที่มีมาตรฐาน ของการทํางานเฉกเช่นเดียวกับวิชาชีพอื่นที่มีมาตรฐานสูงเช่นเดียวกัน ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ผมขออนุญาตท่านประธานย้ํา ด้วยความรู้สึกอย่างยิ่งในเรื่องนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ กรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ พวกเราเข้าสภาแต่ละครั้งเลือกตั้งกันมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย แล้วเราไปที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เรายืนอยู่เบื้องพระบรมสาทิสลักษณ์ เราสาบานตน ต่อหน้านพปฎลมหาเศวตฉัตร ต่อหน้าพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ผมว่าศักดิ์ศรี เราไม่แพ้ข้าราชการที่ไหนด้วยละครับ มันจะมีคนดีคนชั่วคนอะไรปะปนมาบ้าง มันก็เหมือนข้าราชการทั่วไปที่มันก็มีทั้งดีทั้งเลว แต่สิ่งหล่านี้มันไม่ได้อยู่ที่ว่าอยากได้ เหรียญหรือไม่อยากได้เหรียญ แต่มันเปึนการหยามศักดิ์ศรีกันเกินไป ทําไมให้ขยายหมด ทุกอย่าง ยกเว้น ส.ส. ยกเว้นข้าราชการการเมือง ซึ่งในท่ามกลางกระแสนี้มันกระเทือน อารมณ์ บางทีเขาก็บอกว่าต่อเนื่องกัน ๒๕ ป้ เปึน ส.ส. นี่มันลําบาก เพราะเราจะถูกยุบ สภาบ้าง เราถูกปฏิวัติเสียบ้าง สภาเราถูกล้มเสียบ้าง มันจะ ๑๐๐ ป้ ๑,๐๐๐ ป้ ก็ช่างเถอะ แต่ว่าถ้ารวมกันแล้วใครอยู่เปึน ส.ส. ในสภานี้ครบ ๒๕ ป้ มีเวลาถึง เขามีสิทธิพึงจะได้ มันเปึนเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่จะไปเปึน กรรมาธิการก็ขอฝากประเด็นเรื่องนี้เข้าไปด้วยนะครับ ผมคิดว่าข้าราชการการเมือง อย่างพวกเรา ข้าราชการพลเรือนทั่วไปเขามาไม่ได้สาบานตนหรอกครับ ก่อนจะ ปฏิบัติหน้าที่เรายังต้องปฏิญาณตนในห้องนี้ ทุกคนเปึน ส.ส. เข้ามาเราไปยืนอยู่ ใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตรนะครับ เรารอพระเจ้าอยู่หัว ใครสักคนหนึ่งมาเป่ดรัฐสภา ซึ่งจัดพิธีให้ ผมถือว่าในความรู้สึกส่วนตัวผมถือว่าสําคัญครับ ผมมีเหรียญนี้ทุกรุ่นครับ และทุกครั้งที่ผมเอามาดูนี่ผมนึกถึงชื่อที่จารึกไว้ข้างหลัง ผมนึกถึงคําว่า ปรนนิบัติราชการดี ที่มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานให้แก่พสกนิกรและข้าราชการของพระองค์ แต่วันนี้ เสมือนหนึ่งพวกเราเปึนพวกเดียวที่ถูกกําจัดที่จะไม่ให้รับสิทธิอันนี้โดยกฤษฎีกา และกฤษฎีกาก็ไม่ได้มีความเห็นว่าจะเปึนการผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร ไม่ได้พูดถึง ในเรื่องประเด็นข้อกฎหมายเลย แต่ไปบอกว่าเจตนารมรณ์ ผมมีความรู้สึกว่า เจตนาสู่รู้ เกินไปครับ กฤษฎีกาไปสู่รู้เจตนารมณ์พระพุทธเจ้าหลวงในขณะที่ตั้งแต่ยังไม่มี ส.ส. อย่างนั้นหรือครับ และกฤษฎีกาจะไปสู่รู้เจตนารมณ์ขององค์พระมงกุฎเกล้าตั้งแต่เรายัง ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรเลยอย่างนั้นหรือครับว่า ท่านมีเจตนารมณ์ว่าถ้าอนาคต ถ้ามี สภาผู้แทนราษฎร หรือมีข้าราชการการเมือง ห้ามที่จะรับเหรียญปรนนิบัติราชการดี จักรพรรดิมาลาอันนี้ มันเปึนเรื่องความรู้สึกครับท่านประธานครับ ผมไม่คิดว่าผมจะมี โอกาสรับ เพราะผมอาจจะต้องรออีกสักกี่ป้ไม่รู้ เดี๋ยวยุบสภา เดี๋ยวปฏิวัติ เดี๋ยวอะไรกันอยู่ อย่างนี้ อีกนานเท่าไรผมไม่รู้หรอกครับกว่าที่จะรวบรวมเวลาครบ ๒๕ ป้ อาจจะอายุ ๘๐-๙๐ ป้ไปแล้วก็ตามนะครับ แต่ว่ามันคือศักดิ์ศรีครับ คือศักดิ์ศรีของพวกเราครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้มั่นใจนะครับ แล้วก็ภูมิใจว่าพวกเราทุกคน สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนั้นได้รับการยอมรับ ได้รับการยกย่องจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ดีไม่ใช่เปึนง่ายนะครับ เราต้องมีวิญญาณ ของความเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง ก็ขอให้ทุกท่านได้ภูมิใจไว้นะครับ ถึงแม้ว่าบางครั้ง เราอาจจะมีข้อความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้าง ก็เปึนเรื่องธรรมดาของกระบวนการ ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขครับ ขอให้กําลังใจพวกเรา ทุกคนนะครับ คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญ จักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้นที่พวกเรากําลังพิจารณาอยู่ ผมมีความเห็นว่า ในส่วนขององค์ประกอบเกี่ยวกับเรื่องเหรียญดังกล่าวนั้นการจัดสร้างขึ้นมาก็มี วัตถุประสงค์ชัดเจนว่า เพื่อที่จะมอบให้กับข้าราชการหรือบุคคลนะครับที่รับราชการ ซึ่งบางครั้งเองในขณะที่มีพระราชบัญญัติเดิมออกมาแล้วก็ไม่ได้ดูความมุ่งหมายสําคัญ โดยเฉพาะ จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงแล้วก็เพิ่มบางส่วนขึ้นไปเพื่อความเหมาะสม ในแต่ละยุคแต่ละสมัย ประเด็นก็คือว่า เหรียญดังกล่าวนั้นพวกเราเองมีส่วนในการที่ จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกหลายท่านเองนะครับ มีความเห็นสอดคล้องกันว่า การที่ทุกคนเองนั้นได้รับเหรียญตราต่าง ๆ หรือเหรียญที่เปึน เหรียญพระราชทาน หรือเหรียญที่สร้างขึ้นมาแต่ละส่วนแต่ละเวลานะครับ ก็เปึนความหมายว่า เหรียญดังกล่าวนั้นเปึนเหรียญที่เหมาะสมสําหรับบุคคล ที่ได้รับพระราชทาน หรือได้รับไปเพื่อที่จะได้เปึนเกียรติประวัติแก่ตนเองและวงศ์ตระกูล ท่านประธานครับ วันนี้เหรียญบางส่วนเองนั้นถูกจํากัดอยู่ในความหมาย อยู่ในลักษณะ ของการออกกฎหมายเพื่อที่จะมอบให้กับบุคคลบางกลุ่มบางเหล่า แต่เราเองนั้น เปึนผู้ออกกฎหมายบางสิ่งบางอย่างสภาแห่งนี้นะครับท่านประธาน แม้จะพิจารณา หลายเรื่องหลายอย่างที่เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองแห่งนี้นะครับ เราพิจารณากฎหมาย พิจารณาเงินเดือน พิจารณาขั้น พิจารณากรอบต่าง ๆ ที่เปึน ประโยชน์ แต่ท้ายที่สุดพอลองว่าจะมาคิดอะไร พิจารณาอะไรกับตัวเองนั้นปรากฏว่า สังคมเองมองว่า ผู้แทนราษฎรหรือคนที่ทํางานในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภานั้นทํางานเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม แม้กระทั่งเงินเดือน บําเหน็จบํานาญที่เคยเสนอกว่าจะเพิ่มอัตราเงินเดือนขั้นต่าง ๆ ถูกต่อว่าในสิ่งต่าง ๆ มากมาย วันนี้ก็เปึนอีกส่วนหนึ่งครับที่จะเปึนการยกระดับในส่วนของสภาแห่งนี้ซึ่งเปึน สภาที่พี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจนะครับ ตัวสมาชิกเองหลายท่านเองนั้นได้รับ เลือกตั้งขึ้นมาหลายครั้งหลายสมัยบางท่านก็ติดต่อกัน บางท่านก็ขาดช่วง สิ่งนี้นั้น ผมบอกได้เลยว่าคนที่เปึนข้าราชการเองนั้นหรือประชาชนเองอาจจะมองว่าสภาแห่งนี้ หรือในส่วนของสมาชิกทุกคนเองที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาถูกมองในลักษณะอย่างไรผมไม่ว่า แต่พวกเราเองทํางานในลักษณะผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ดังนั้น สิ่งที่ผมได้นําเรียนเพิ่มเติมว่าการพิจารณาในส่วนนี้มันเปึนเกียรติยศนะครับ เปึนศักดิ์ศรี ที่จะเทียบเคียงให้กับบรรดาคนที่มองเห็นว่าเราเองนั้นได้ทํางานทําหน้าที่จนได้รับนะครับ ในส่วนของการพิจารณาที่เหมาะสมที่จะได้รับการทํางานที่ต่อเนื่อง จะบอกว่า ๒๕ ป้ ต่อเนื่องหรือไม่เพราะงานในส่วนของระบบราชการนั้นเปึนงานประจํา แต่งานการเมืองนั้น เปึนการที่จะต้องเสนอสนองตอบ ถ้าประชาชนเขาเชื่อถือก็จะได้รับการสนองตอบ โดยได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ผมเองมองเห็นว่าตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็เปึนสิ่งที่ บ่งบอกว่าคนที่ได้รับเหรียญตรานี้จะเปึนความภาคภูมิใจว่ามีอายุการทํางานที่ต่อเนื่อง มีความไว้วางใจกับพี่น้องประชาชนจึงได้รับเลือกตั้งเข้ามาเปึนการแสดงออกส่วนหนึ่ง และผมฝากต่อไปครับว่ายังมีข้าราชการการเมืองอีกส่วนหนึ่งที่อยู่ในระดับล่าง เช่น อบต. (องค์การบริหารส่วนตําบล) นะครับ หรือแม้กระทั่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่มาจากการเลือกตั้ง เหมือนกับพวกเรา มันไม่แปลกหรอกว่ากลุ่มเหล่านี้เองก็เปึนกลุ่มที่ทําประโยชน์ให้กับ สังคมให้กับส่วนรวมพี่น้องประชาชน บางครั้งอาจจะต้องเอาอายุในเรื่องของการได้รับเงิน ซึ่งเปึนเงินเดือนในส่วนหนึ่งที่เปึน เงินโดยตรงนะครับ เช่น อบต. หรือสมาชิกเทศบาล ถ้าเขาอยู่ในตําแหน่ง อบต. ต่อเนื่องกัน หรือขยับขึ้นมาเปึนในตําแหน่งสมาชิกสภาจังหวัด แล้วมาต่อเนื่อง เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขั้นต่าง ๆ ที่เขาได้รับตั้งแต่วันแรกนี่ถ้าจะพิจารณากัน แล้วก็เปึนสิ่งหนึ่งซึ่งบ่งบอก เหมือนกับข้าราชการละครับ รับตําแหน่งวันแรกก็มีส่วนของ ตําแหน่งตั้งแต่ระดับชั้นต่าง ๆ ขึ้นมาจนก้าวหน้าจนถึงเปึนอธิบดีหรือปลัดกระทรวง แต่เขาเปึนงานประจํา ของเราเองนั้นเปึนงานทางการเมือง คนที่พิจารณาในเรื่องดังกล่าวนั้น ก็คือพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตเห็นด้วยและสนับสนุนเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ที่ได้อภิปรายไปว่า เหรียญดังกล่าวนั้นควรที่จะมีการมอบให้กับหลายส่วน อาจจะต้อง มีการแปรญัตติเพิ่มเติมหรือในส่วนของกรรมาธิการที่จะต้องเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าว มีความเหมาะสมครับที่จะมอบให้กับข้าราชการก็เหมาะสม และเพิ่มเติมในส่วนของ องค์กรอิสระก็เหมาะสม และในส่วนของข้าราชการการเมืองตั้งแต่ในระดับล่างที่สุด ก็คือในระดับของตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งนะครับ ไม่ว่าจะเปึนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือในส่วนของ อบต. เทศบาล สมาชิกสภาจังหวัด จนมาในส่วนของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสมาชิกในรัฐสภาครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับกลุ่มสตรีสากลจากจังหวัดกระบี่นะครับ ขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญ จักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระแรกอยู่นะครับ ขอให้ท่านเยี่ยมชม สภาผู้แทนราษฎรแล้วเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพครับ ต่อไปคุณสงวน พงษ์มณี ครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมขอใช้โอกาสเล็กน้อยในการร่วมแสดง ความคิดเห็น ผมย้ําก่อนนะครับว่าสภาแห่งนี้มีอํานาจพิจารณาแล้วก็สร้าง คิด ทําในเรื่อง ที่เปึนยุทธศาสตร์ของประเทศ ผมจะอ่านรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรา เพื่อที่จะให้กรรมาธิการ ซึ่งจะต้องจัดทํากฎหมายฉบับนี้ได้อธิบายว่า เหตุผลที่ท่านเห็นว่านักการเมืองไม่ควร ได้รับมันขัดหรือแย้งกับสิ่งที่ผมจะอ่านนี้อย่างไร มาตรา ๒ ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตอ่านนะท่านประธานครับ ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข กฎหมายฉบับนี้มีขึ้นก็เพราะ มาตรา ๒ ถ้าเราปกครองระบอบอื่นไม่มีแน่นอน มาตรา ๓ นี่ชัดมาก ผู้ที่อธิบายว่า นักการเมืองไม่ควรได้รับ ท่านฟังตรงนี้แล้วท่านลองตั้งใจแล้วอธิบายต่อว่าเหตุผลอะไร ไม่ควรได้รับ มาตรา ๓ เขียนอย่างนี้นะครับ อํานาจอธิปไตยเปึนของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปึนประมุขทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา ทางคณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ท่านตัดรัฐสภาออกไปได้อย่างไร คนในสภาแห่งนี้ ที่ลุกขึ้นมาพูดรวมทั้งผมด้วยนี่โอกาสจะได้รับไม่มี แต่ทางยุทธศาสตร์มันต้องมี วันนี้ก็มี หลายท่านที่ถึง ๒๕ ป้ ผมพูดเรื่องนี้เพียงเพื่อจะเปึนบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่า คนรุ่นผมซึ่งมาทําหน้าที่ถือว่าได้รับเกียรติอย่างมากจากประชาชน มีเกียรติมาก ที่มอบอํานาจให้ผมได้มายืนตรงนี้เพราะผมชนะเลือกตั้ง แต่มันไม่ได้หมายความว่า ผมดีกว่าผู้ได้คะแนนน้อยกว่าผม เพียงแต่ว่าผมได้รับอํานาจตามอธิปไตยของประชาชน มอบให้ วันนี้มาทําหน้าที่จะต้องร่างกฎหมายหลายเรื่องหลายอัน แต่มาถูกคําวินิจฉัยว่า ไม่ควรได้รับ ผมว่าไม่ใช่ กฎหมายฉบับนี้ถ้าไม่แก้ไขในยุคนี้สมัยนี้ให้เปึนไปอย่างนั้น ผมไม่มีความเห็น แต่ถ้าจะแก้ไขในยุคนี้สมัยนี้ท่านกรุณาอ่านรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรานี้ก่อน แล้วท่านที่ไม่ใส่ไว้ต้องอธิบายอย่างเปึนเหตุเปึนผลนะครับว่า รัฐสภานี้ไม่ได้ปฏิบัติราชการ ไม่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกปัองหรือเชิดชูในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข ผมจบแค่นี้ล่ะครับท่านครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ครับ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขต ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอฝาก เปึนประเด็นสั้น ๆ เพื่อเปึนข้อสังเกต และเปึนข้อคิดสําหรับคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น เพื่อพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ผมเห็นด้วยกับท่านผู้มีเกียรติหลายท่านที่อภิปรายไปแล้ว เกี่ยวกับเรื่องเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลานะครับ ในประเด็นของผมนั้น ผมอยากจะกราบเรียนว่า ยกตัวอย่างว่าผมเคยรับราชการมาก่อน เมื่อผมรับราชการ มาก่อน สมมุติว่า ๒๐ ป้นะครับ พอมาทําหน้าที่เปึนนักการเมืองต่ออีก ๔-๕ ป้นะครับ ก็ควรจะนับเวลาราชการที่เปึนข้าราชการประจํา กับนับเวลาการเปึนข้าราชการเมือง ร่วมเข้าไปด้วย เพื่อให้มีสิทธิได้รับเหรียญนี้ แต่ในความเห็นของผม ผมเข้าใจในชีวิต ราชการ เพราะผมเคยรับราชการมาก่อนดังกล่าวแล้วนะครับ แต่ในขณะเดียวกัน ที่ผมมาเปึนนักการเมือง ผมก็เห็นว่าการเปึนนักการเมืองนั้นเราเปึนนักการเมือง ๒๔ ชั่วโมงท่านประธานครับ ไม่มีเวลาหลับเวลานอน แล้วบางคน ขอประทานอภัย นักการเมืองยุคก่อน ๆ นั้นถึงขายทรัพย์สิน ขายไร่ ขายนา เพื่อมาต่อสู้ทางการบ้าน การเมืองนะครับ เพื่อให้ได้มีโอกาสได้รับเลือกตั้งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมว่าเมื่อข้าราชการประจําได้รับสิทธิได้รับเหรียญนี้ ข้าราชการการเมือง ผมคิดว่าถ้าข้าราชการประจํามีสิทธิ ๒๕ ป้ขึ้นไปถึงมีสิทธิ ข้าราชการการเมืองนั้น ควรจะปรับลดลงมาสัก ๑๐ ป้ หรือ ๑๕ ป้ หรือแล้วแต่ความเหมาะสม ก็ขอฝาก คณะกรรมาธิการได้พิจารณาด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายกันมาพอสมควรนะครับ ไม่มีผู้ประสงค์จะอภิปรายต่อ ผมเห็นควรป่ดการอภิปรายนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ก่อนการลงมติ ผู้เสนอมีสิทธิ อภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรี ดอกเตอร์วีระชัย วีระเมธีกุล จะสรุปอีกสักครั้งไหมครับ ใช้สิทธินี้ไหมครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณสําหรับข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่เปึนประโยชน์ของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะครับ ผมฟังดูมีอยู่ ๒ ประเด็น คือเกี่ยวกับเรื่องข้าราชการการเมือง แล้วก็ เกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่น ก็จะขอนําข้อคิดเห็นที่เปึนประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้ไปใช้ในชั้นของ กรรมาธิการ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ดอกเตอร์วีระชัย วีระเมธีกุล ต่อไปจะเปึนการลงมติครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมตินะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้ว กรุณากดปุ์มแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ขอผลการแสดงตนด้วยครับ ทําไมตัวเลขเท่าเมื่อสักครู่ล่ะครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๓๖ ท่านครับ ครบองค์ประชุมครับ ดูด้วยตาเปล่าน่าจะเกินนะครับ แต่ไม่เปึนไรครับ ตัวเลขออกมาอย่างนี้

ต่อไปจะเปึนการลงมตินะครับรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ เหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ ท่านสมาชิก ท่านใดเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กดปุ์ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นชอบ กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติกรุณายกมือด้วยนะครับมีเหตุขัดข้อง ท่านรัฐมนตรีอิสสระ เรียบร้อยนะครับ ป่ดการลงมติครับ ขอผลการลงมติด้วยครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๔๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ เหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ

ต่อไปจะเปึนการตั้งคณะกรรมาธิการขอเชิญท่านสมาชิกเสนอจํานวน คณะกรรมาธิการด้วยครับ ท่านชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผม ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๖ คนครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอื่นนะครับ มีคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๖ ท่านครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเสนอในสัดส่วนของ ครม. (คณะรัฐมนตรี) ครับ

นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ รัฐบาลขอเสนอ ๕ ท่านครับ ๑. นายวีระชัย วีระเมธีกุล ๒. นายคมจิต ลุสวัสดิ์ ๓. นางโฉมศรี อารยะศิริ ๔. นายสมชาย พฤฒิกัลปี ๕. นางสาวจันทร์กานต์ เชิดชู

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอผู้รับรองด้วยนะครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่านครับ ขอเชิญผู้แทนพรรคเพื่อไทยครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ขออนุญาตท่านประธาน ขออนุญาตให้พรรคประชาธิปัตย์เสนอก่อนพอดีรายชื่ออยู่ที่เจ้าหน้าที่ครับท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่านครับ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและ เหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๑ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี ๒. นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ ๓. นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ๔. นายสัญชัย อินทรสูต ๕. พลเอก พลัฏฐ์ เพ็ชรสดศิลปี ๖. นายวิชัย ล้ําสุทธิ ๗. นายสามารถ พิริยะปัญญาพร ๘. นางสาวสุพัชรี ธรรมพชร ๙. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี ๑๐. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๑๑. นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลา และเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จํานวน ๒ ท่าน ประกอบไปด้วย ๑. นายมาโนช เฮงยศมาก ๒. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ

นายวิทยา บุตรดีวงค์ มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุตรดีวงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด มุกดาหาร ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน ๑. นายเฉลิมชัย ตันติวงศ์ ๒. นายกว้าง รอบคอบ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน ๑. นายเจรจา เที่ยงธรรม และ ๒. นายภคิน ปริศนานันทกุล ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่านครับ

นายไกร ดาบธรรม เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ไกร ดาบธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคกิจสังคม จํานวน ๑ ท่าน นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาราชและพรรคราษฎร ๑ ท่านครับ

นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ครับ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาราช นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่านครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายเชิดพงศ์ ราชปัองขันธ์ ๒. นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ๓. นายสุริยา พรหมดี ๔. นายฉลาด ขามช่วง ๕. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๖. นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์ ๗. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๘. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ๙. นายนิยม ช่างพินิจ ๑๐. ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ๑๑. พลเรือโท โรช วิภัตภูมิประเทศ ๑๒. นายพงษ์พิสุทธิ์ จินตโสภณ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ ท่าน ๑. นายวีระชัย วีระเมธีกุล ๒. นายคมจิต ลุสวัสดิ์ ๓. นางโฉมศรี อารยะศิริ ๔. นายสมชาย พฤฒิกัลปี ๕. นางสาวจันทร์กานต์ เชิดชู ๖. นายเชิดพงศ์ ราชปัองขันธ์ ๗. นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ๘. นายสุริยา พรหมดี ๙. นายฉลาด ขามช่วง ๑๐. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๑๑. นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์ ๑๒. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๑๓. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ๑๔. นายนิยม ช่างพินิจ ๑๕. ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ๑๖. พลเรือโท โรช วิภัติภูมิประเทศ ๑๗. นายพงษ์พิสุทธิ์ จินตโสภณ ๑๘. พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี ๑๙. นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ ๒๐. นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ๒๑. นายสัญชัย อินทรสูต ๒๒. พลเอก พลัฏฐ์ เพ็ชรสดศิลปี ๒๓. นายสามารถ พิริยะปัญญาพร ๒๔. นายวิชัย ล้ําสุทธิ ๒๕. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ๒๖. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี ๒๗. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๒๘. นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ๒๙. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ๓๐. นายมาโนช เฮงยศมาก ๓๑. นายเฉลิมชัย ตันติวงศ์ ๓๒. นายกว้าง รอบคอบ ๓๓. นายเจรจา เที่ยงธรรม ๓๔. นายภคิน ปริศนานันทกุล ๓๕.นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ และ ๓๖. นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอผู้เสนอกําหนดวันแปรญัตติด้วยครับ ท่านชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุญยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอแปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอื่นนะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้กําหนดแปรญัตติ ๗ วันนะครับ เปึนอันจบวาระที่ ๕.๑ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ดอกเตอร์วีระชัย วีระเมธีกุล ด้วยครับ

ต่อไปเปึนวาระที่ ๕.๒ เปึนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง การดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ท่านรัฐมนตรี กษิต ภิรมย์ แถลงเหตุผลครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในนามของคณะรัฐมนตรี มีความยินดี เปึนอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสนําเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสถาบัน ความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ กระผม ขออนุญาตกล่าวถึงสาเหตุที่กระทรวงการต่างประเทศต้องเสนอร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองการดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ เนื่องจากในการตราพระราชบัญญัติคุ้มครอง การดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ซึ่งระบุว่า หนังสือสัญญาใดจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตามหนังสือสัญญา จะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา กระทรวงการต่างประเทศจึงใคร่ขอเสนอให้ สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว การที่สถาบันลุ่มน้ําโขงมีที่ตั้งในประเทศไทย และต้องอยู่ภายใต้การกํากับของกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องของไทย สถาบันจึงต้องได้รับการรับรองสถานะเปึนองค์การระหว่างประเทศ ของรัฐบาลไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพ ด้วยการจัดทําความตกลง เฮดควอเตอร์ส อะกรีเมนท์ (Headquarters Agreement) ระหว่างรัฐบาลไทยกับสถาบัน และจะต้องมีการ ตราพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... ในสถานะองค์การระหว่างประเทศ สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนา เศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... หรือชื่อที่รู้จักกันทั่วไปว่า สถาบันลุ่มน้ําโขง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า แม่โขง อินสติติวท์ เอ็มไอ (Mekong Institute MI : สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนา เศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง) ซึ่งตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นตั้งแต่ป้ ๒๕๓๙ เปึนโครงการ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของรัฐบาลนิวซีแลนด์ รัฐบาลไทยและมหาวิทยาลัยขอนแก่น วัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อฝ๊กอบรมและพัฒนาบุคลากรระดับกลางและระดับสูงทั้งภาครัฐ และเอกชนของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ในสาขาที่เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน การขจัดความยากจน การส่งเสริมความร่วมมือและบูรณาการในอนุภูมิภาคตลอดจน การปฏิรูปการบริหารภาครัฐ ผลการดําเนินงานของสถาบันจากอดีตจนปัจจุบันเปึนที่พอใจ ของทุกฝ์าย และเปึนที่ยอมรับของประเทศในอนุภูมิภาคว่า สถาบันดังกล่าวเปึนสถาบัน ฝ๊กอบรมที่ส่งเสริมความร่วมมือและสร้างสมรรถนะการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงแก่ผู้นํา ทั้งภาครัฐและเอกชน และได้รับการยกย่องเปึนศูนย์กลางแห่งความเปึนเลิศทางวิชาการ ของภูมิภาค ที่มีผู้สนใจเข้าร่วมหลักสูตรฝ๊กอบรมที่สถาบันเปึนจํานวนประมาณ ๒,๐๐๐ คนแล้ว ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงทั้ง ๖ ประเทศ กล่าวคือ จีน กัมพูชา ลาว ไทย พม่า และเวียดนาม จึงเห็นพ้องกันว่าควรจะยกระดับสถาบัน เปึนองค์การระหว่างประเทศ เปึนองค์กรที่อิสระที่ดําเนินงานโดยไม่หวังผลกําไร และไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และในขณะเดียวกันก็เป่ดโอกาสให้ประเทศสมาชิก มีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายและทิศทางการดําเนินงานของสถาบันมากขึ้น โดยการ บริหารงานของสถาบันอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของสภาองคมนตรี เดอะ เคาน์ซิล (The Council) ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกลุ่มประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง โดยที่ ประเทศไทยกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงได้ร่วมลงนามในกฎบัตรของสถาบัน ลุ่มน้ําโขงเมื่อป้ ๒๕๔๖ เพื่อก่อตั้งสถาบันลุ่มน้ําโขง และความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับสถาบันลุ่มน้ําโขงซึ่งจัดทําขึ้นเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๐ ได้กําหนดให้ตั้งสํานักงาน ของสถาบันลุ่มน้ําโขงในประเทศไทยเพื่อดําเนินงานและปฏิบัติภารกิจอันเปึนหน้าที่ของ สถาบัน ดังนั้น เพื่อให้สถาบันลุ่มน้ําโขงและเจ้าหน้าที่ของสถาบันซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยได้รับเอกสิทธิ์ในการดําเนินงานและการปฏิบัติงาน ในประเทศไทยจึงมีความจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น การที่สถาบันลุ่มน้ําโขง เปึนองค์การระหว่างประเทศและได้รับเอกสิทธิ์การคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้จะเพิ่ม ความน่าเชื่อถือและยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศ อันจะส่งผลให้แหล่ง ความร่วมมือต่างประเทศในการให้การสนับสนุนการดําเนินการของสถาบันลุ่มน้ําโขง เพิ่มมากขึ้น การลงนามระหว่างรัฐบาลไทยกับสถาบันลุ่มน้ําโขงและการตรา พระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... เพื่อให้ความตกลงมีผลบังคับใช้จะเปึนการแสดงความจริงใจของ รัฐบาลไทยในการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงและสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ในสายตาประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน การยกระดับสถาบันลุ่มน้ําโขงให้เปึนองค์การระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศในอนุภูมิภาค เปึนการดําเนินงานที่สอดคล้องกับ นโยบายของไทยที่จะให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางทางวิชาการระหว่างประเทศ และเปึน ที่ตั้งสํานักงานขององค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ด้วย ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ คงจะเห็นด้วยกับผมว่าการที่สถาบันลุ่มน้ําโขงตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ก็ด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ เพราะจังหวัดขอนแก่นมีสภาพที่ตั้งใกล้กับ อนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงและมีปัจจัยด้านทรัพยากรมนุษย์ในการพัฒนาขีดความสามารถ ของประชาชนชาวไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสานและเปึนศูนย์กลาง การศึกษาของภูมิภาค การยกระดับสถาบันลุ่มน้ําโขงให้เปึนสถาบันนานาชาติย่อมจะ ช่วยเสริมสร้างเกียรติภูมิให้กับจังหวัดขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสาน ของไทย เปึนการเพิ่มโอกาสการจ้างงานสําหรับประชาชนในจังหวัดขอนแก่น และใกล้เคียง และเน้นย้ํานโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้เปึนประตูสู่อินโดจีน ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ กระผมขอสรุปสาระสําคัญของ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... ดังนี้

๑. ให้ยอมรับนับถือว่าสถาบันเปึนองค์การระหว่างประเทศที่มีสถานะเปึน นิติบุคคลและให้ถือว่ามีภูมิลําเนาในประเทศไทย

๒. ให้สถาบันได้รับยกเว้นภาษีทางตรง อากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัด อัตราศุลกากรและภาษีสําหรับการนําเข้าและส่งออกวัสดุอุปกรณ์ สิ่งของและยานพาหนะ ตามจํานวนที่สมควรซึ่งจําเปึนต้องใช้ในการปฏิบัติงาน

๓. ให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ได้รับเอกสิทธิ์ ยกเว้นภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรเฉพาะที่เรียกเก็บจากเงินเดือน และค่าตอบแทนในการทํางาน อากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรในการนําเข้า ของใช้ในครัวเรือนและการใช้ส่วนตัวแต่ไม่รวมถึงยานพาหนะ พร้อมทั้งยกเว้นการปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนคนต่างด้าว

ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ด้วยตระหนัก เห็นพัฒนาการของสถาบันตลอดระยะเวลา ๑๐ ป้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ จากโครงการ ความร่วมมือทางวิชาการที่ได้รับการยอมรับจากทุกประเทศในอนุภูมิภาคในผลงาน การจัดฝ๊กอบรมที่มีคุณภาพและสามารถพัฒนาบุคลากร ตลอดจนเล็งเห็นประโยชน์ ที่ทุกประเทศในอนุภูมิภาคจะได้รับจากการยกระดับสถาบันลุ่มแม่น้ําโขง เปึนองค์การ ระหว่างประเทศและจะเปึนสถาบันที่มีความยั่งยืนของอนุภูมิภาคซึ่งประเทศสมาชิก ทั้ง ๖ ประเทศ มีความสํานึกร่วมของความเปึนเจ้าของร่วมกัน และส่งเสริมความร่วมมือ ของกันและกันในอนุภูมิภาค อันจะนํามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของอนุภูมิภาค คณะรัฐมนตรีจึงได้ให้ความเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงาน ของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... กระผมจึงใคร่ขอ กราบเรียนเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องข้างต้น ณ ที่นี้ ขอขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยกับหลักการแล้วก็เหตุผลที่ทางรัฐบาลได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... ที่ได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ แต่ว่าเนื่องจากว่าแม่น้ําโขงหรือลุ่มน้ําโขง ที่อยู่ในภูมิภาคนี้มีผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม แล้วก็ อารยธรรมในภูมิภาคลุ่มน้ําโขงมากพอสมควร ซึ่งก็หวังว่าสถาบันแห่งนี้จะเปึนที่ปกปัอง รักษาทั้งวัฒนธรรม ทั้งอารยธรรม ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชาติต่าง ๆ ในลุ่มน้ําโขงได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากข้อห่วงใยไปถึงคณะกรรมาธิการ คณะรัฐบาล เพื่อเปึน ข้อสังเกตก็คือ ในปัจจุบันนี้การสร้างเขื่อนใหญ่ ๆ ในต้นน้ําโขง พูดกันง่าย ๆ ก็คือ อย่างประเทศจีนซึ่งเปึนประเทศมหาอํานาจ ค่อนข้างที่จะกระทบต่อปริมาณน้ํา การขึ้นลง ของน้ํา แล้วก็วิถีชีวิต วิถีเศรษฐกิจ แล้วก็อารยธรรมต่าง ๆ ในภูมิภาคที่อยู่ตอนปลายน้ํา หรือตอนกลางน้ํา ดังนั้นอยากจะขอคําชี้แจงในเชิงลึกว่ารัฐบาลมีมาตรการใด ๆ ที่จะเข้าไป เจรจาต่อรองเพื่อมิให้การป่ดเขื่อน การปล่อยน้ําของเขื่อน ของอ่างเก็บน้ําต่าง ๆ ของประเทศต้นน้ํานี่นะครับ มีผลกระทบต่อประเทศไทยหรือประเทศปลายน้ําอื่น ๆ

เรื่องที่ ๒ ครับ การมีความร่วมมือแล้วก็จัดตั้งให้มีสถาบันแล้วก็เปึน นิติบุคคล แล้วก็ขอให้มีเอกสิทธิ์ต่าง ๆ ของสถาบันตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ซึ่งเปึนสิ่งที่ดี แล้วก็เปึนการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ แต่ว่าจะทําอย่างไรที่จะให้สถาบันแห่งนี้เปึนแหล่งรวม เปึนแหล่งศึกษา เปึนแหล่งค้นคว้า เปึนแหล่งวิจัย แล้วก็เปึนแหล่งเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมิตรภาพต่าง ๆ ของภูมิภาค ให้กระชับแน่นแฟัน แล้วก็จัดสรรผลประโยชน์ของลุ่มน้ําโขงให้เกิดประโยชน์ทั้งประเทศ ต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ปลายน้ําให้ดีที่สุด ก็อยากจะได้ฟังคําชี้แจงจากรัฐบาลผู้เสนอร่าง ต่อสภาแห่งนี้ด้วย ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิกท่านใด เชิญครับ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ โดยหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ผมไม่มีอะไร ขัดข้องครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่ออกตามข้อตกลงระหว่างไทย กับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง รวมทั้งไทยด้วยเปึน ๖ ประเทศนะครับ แล้วหลังจากนั้นประเทศไทยก็มาตกลงกับสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ลุ่มแม่น้ําโขง เราก็เลยจําเปึนต้องมาออกกฎหมายฉบับนี้ครับ กฎหมายฉบับนี้จึงเปึนกฎหมายที่มีชื่อว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของ สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... นะครับ เมื่อพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้วนี่ สถาบันนี้ก็จะเปึนสถาบันเหมือนกับองค์กรต่างประเทศ ทั่ว ๆ ไปนะครับ องค์กรระหว่างประเทศ มีศักดิ์และสิทธิเท่า ๆ กันแหละครับกับองค์กร ระหว่างประเทศอื่น ๆ นะครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงก็คือสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนา เศรษฐกิจอันนี้นะครับ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ ฝ๊กอบรมและพัฒนา บุคลากรระดับกลาง สูง ทั้งในภาครัฐและเอกชนตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงนะครับ การฝ๊กอบรมนี่จะต้องทําพร้อม ๆ กันไปทั้ง ๖ ประเทศนะครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านนคร มาฉิม ก็ได้พูดว่าเรื่องผลกระทบ ผมมีโอกาสได้ล่องแม่น้ําโขงครับ จากที่เชียงแสนไปจนถึงประเทศจีน ผมพบเห็นหลายอย่างครับ

ประการที่ ๑ ก็คือ เรื่องของคนขับเรือ ไม่มีครับ คนไทยไม่มีเลย มีแต่คนจีน เท่านั้นที่สามารถขับเรือล่องมาทางแม่น้ําโขงจากมณฑลยูนนานถึงจังหวัดทางตอนเหนือ ของประเทศไทยได้ ผมไปดูเขาสร้างเขื่อนครับ ตรงกันครับกับที่ท่านนคร มาฉิม พูด เขาสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ เขาสร้างเปึนตอน ๆ จากน้ําสูงมาน้ํากลาง น้ําจากเขื่อนที่ ๑ ไหลมา เขื่อนที่ ๒ เขื่อนที่ ๒ ไหลไปเขื่อนที่ ๓ มันมีผลกระทบครับ เมื่อมาถึงประเทศไทย น้ําทางประเทศไทยจะเปึนตอนกลางไปจนถึงปลายน้ํา ประเทศไทยจะมีผลกระทบ เรื่องน้ําอย่างไร ท่านรัฐมนตรีต้องรับไปศึกษาหน่อยนะครับ ส่วนที่สําคัญครับ เนื่องจาก สถาบันอันนี้ต้องใช้เงิน เงินที่ได้ก็ส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลไทย รัฐบาลไทยให้เงินไปแล้ว ๒ ครั้งครับ ครั้งที่ ๑ เมื่อป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ป้ละ ๑๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๒ ป้ ๒๕๕๒ ป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ อีกป้ละ ๑๐ ล้านบาท จากการประเมินของสถาบัน ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศซึ่งเปึนหน่วยงานขึ้นตรงกับกระทรวง การต่างประเทศ ที่เปึนหน่วยงานที่ให้เงินกับสถาบันนี้ การประเมินออกมาพบว่า การปรับปรุงระบบรายจ่ายและการบริหารการเงินเพื่อลดต้นทุนการดําเนินการ ยังเปึนปัญหาอยู่ การบริหารการเงินที่ไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควรก็ยังเปึนปัญหาอยู่ การขาดระบบการควบคุมรายจ่ายที่ไม่ได้มาตรฐานก็ยังเปึนปัญหาอยู่ ต้นทุนการจัด หลักสูตรของสถาบันอยู่ในอัตราสูงกว่าสถาบันอื่น ๆ ก็ยังเปึนปัญหาอยู่นะครับ ด้านการบริหารก็ยังมีกลไกบริหาร ๒ ระดับ แต่ขาดความเชื่อมโยงอาจนําไปสู่การขาด ประสิทธิภาพ สถาบันยังไม่มีแผนการพัฒนาบุคลากรของสถาบันที่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้ เปึนปัญหาของสถาบันครับ สถาบันนี้ความจริงเปึนประโยชน์กับประเทศไทย เปึนประโยชน์กับอนุภูมิภาคในลุ่มแม่น้ําโขง แต่ทําอย่างไรครับจะให้สถาบันนี้ มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล เพราะใช้เงินงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทยเช่นกัน ถ้าทําได้ การค้าชายแดน การค้าในภูมิภาคนี้ต้องมีอัตราการเติบโตที่สูง ปัญหาโครงสร้าง พื้นฐาน ปัญหาด้านกฎระเบียบ ปัญหาด้านการขาดประสิทธิภาพของภาคเอกชน แนวทางการพัฒนาการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ (Logistics : กระบวนการวางแผน การดําเนินงานและการควบคุมการเคลื่อนย้ายทั้งไปและกลับ) ในอนุภูมิภาค จีเอ็มเอส (GMS : Greater Mekong Subregion : โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง) นี้ต้องมีประสิทธิภาพดีกว่าเดิมครับ ฝากเปึนประเด็นให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้นําไปพิจารณาต่อครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ดิฉันได้เห็นเอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงาน ของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... ซึ่งลุ่มแม่น้ําโขงนี้ เนื่องจากว่าจังหวัดมุกดาหารของดิฉันอยู่ติดกับลุ่มแม่น้ําโขง แล้วผลประโยชน์ต่าง ๆ เกี่ยวกับลุ่มแม่น้ําโขงแถบอินโดจีนนี้ ได้มีการสืบเนื่องและได้มีการร่วมสัมพันธไมตรี ระหว่าง ๗ ประเทศที่ล้อมรอบอยู่ในนี้ ซึ่งผลประโยชน์นั้นควรที่จะต้องลงสู่ที่ประเทศไทยนี้ มากกว่าปัจจุบัน ซึ่งดิฉันได้เห็นและได้อ่านอยู่ในเล่มนี้เปึนเอกสารเพื่อที่จะเอานําเข้า คณะกรรมาธิการพิจารณา เห็นว่าทั้งหมดนี้ในกรณีโครงการพัฒนา จีเอ็มเอส ดิฉันได้เห็นว่า จีเอ็มเอส นี้แปลจากภาษาอังกฤษ ซึ่งเปึนภาษาสากล ซึ่งดิฉันก็คงไม่เข้าใจนะคะ ไม่เข้าใจเรื่องนี้ แต่เห็นว่าในจังหวัดมุกดาหารของดิฉันได้เอามาแปล เปึนคําว่า กู๊ด (Good) ดี เอ็ม (M) มันนี่ (Money) เอส (S) คือมาก นี่ได้มองเห็นเลยว่า จีเอ็มเอส ถ้าจะแปลเปึนภาษาอังกฤษแบบง่าย ๆ นะคะ ก็คงจะเห็นแล้วมองว่าคําว่า จีเอ็มเอส นี้ สามารถที่จะเอาดึงเอา มันนี่ นี้เข้ามาในประเทศไทยนี้ได้มาก แต่มาดูสภาพปัจจุบันนี้ จังหวัดมุกดาหารได้มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําโขงแห่งที่ ๒ ไว้ป้ ๒๕๕๐ และได้ทํา การเป่ดใช้แล้ว ณ ปัจจุบัน แต่ท่านคะ ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นในด้านการท่องเที่ยว ในด้าน การเศรษฐกิจ ในด้านการสังคมล้วนแล้วที่บรรจุอยู่ในเอกสารนี้ทั้งนั้น แต่ก็ไม่ทราบว่า ในกรณีที่เราเริ่มมีการดําเนินการของสถาบันความร่วมมือนี้ให้อะไรเรามา พอได้เห็นว่า จะมีร่างกฎหมายคุ้มครองนี้เกิดขึ้น ดิฉันถึงบอกว่าดีมากค่ะ ปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านเขียนอยู่ในนี้ เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นในชายแดนทั้งหมดเลย ๗๐๐ กว่ากิโลเมตรที่จากแถบชายแดนนี้ มวลรวมทั้ง ๗ จังหวัดในประเทศไทย ซึ่งเปึนผลกระทบไม่ว่าจะเปึนจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งฝัืงตรงกันข้ามของประเทศลาว จังหวัดเชียงแสน ซึ่งเปึนเปึนฝัืงตรงกันข้ามก็มีพม่า จังหวัดมุกดาหารของเรานี้จากจังหวัดมุกดาหารข้ามไปก็คือลาว จากลาวไปก็เวียดนาม จากเวียดนามนี้ไปที่จีนแดง มีการสํารวจมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ในโครงการ อีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ (East-West Corridor : โครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก) ซึ่งดิฉันได้ดูแล้วว่าโครงการนี้มีผลประโยชน์ต่อการดําเนินการก่อสร้างสะพานข้าม แม่น้ําโขง แต่พอมาเห็นปัจจุบันนี้ ท่านคะ ไทยของเราน่าจะมีสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาเพื่อที่จะได้ ให้สถาบันนี้ในการร่วมมือด้านการเศรษฐกิจแถบลุ่มแม่น้ําโขงนี้ได้ประโยชน์เกิดแก่ ประเทศไทยได้มากกว่านี้ ในกรณีที่มีการสํารวจเรื่องถนน ๔ เลน จนลามมาถึงเรื่อง ทางรถไฟ ทางรถไฟจากแม่สอด-มุกดาหาร แล้วก็มีถนนแหลมฉบัง-มุกดาหาร แม่สอด- มุกดาหาร ๒ เส้นทางนี้มีการสํารวจตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งได้ฟังจากท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าได้มีการเซ็นสัญญาร่วมดําเนินการเรื่องของสถาบันนี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ก็คงเช่นเดียวกันในกรณีที่มีการสํารวจ ๒ เส้นทางนี้นะคะ อีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ ที่ดิฉัน ได้บอกกล่าวไปเบื้องต้น แล้วก็จะมีทางรถไฟที่มาจากบัวใหญ่มาถึงจังหวัดมุกดาหาร เส้นทางนี้แล้วก็ตรงไปถึงจังหวัดนครพนม ซึ่งความหมายก็คือต้องการอยากจะให้เส้นทางนี้ เปึนการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรและจะได้สร้างการท่องเที่ยวเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับ สร้างเศรษฐกิจของด้านโลจิสติกส์มากขึ้นอีก แต่ปัจจุบันนี้เห็นโครงการนั้นหายไป ในขณะที่ สะพานข้ามแม่น้ําโขงนั้นเกิดขึ้นแล้ว จึงเปึนปัญหากับนักท่องเที่ยวและนักเศรษฐกิจ ที่ไปถึงสะพานแห่งนี้ เพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นรถยนต์ที่ขนส่งผลผลิตหรือนักท่องเที่ยว ข้ามมาประเทศไทยของเรานี้ขับพวงมาลัยด้านขวาทุก ๆ ท่านก็คงทราบ และในเอกสารนี้ ก็ได้ระบุและได้เขียนเอาไว้นะคะ ดิฉันจึงดีใจว่าถ้าหากว่ามีกฎหมายคุ้มครอง ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นการติดต่อประสานงานก็คงจะดีขึ้น จังหวัดมุกดาหารมีสะพาน ข้ามแม่น้ําโขง แต่ท่านทราบไหมคะว่า ขาดสถานที่ สต็อก สินค้า ขาดสถานที่จุดตรวจ สินค้าผ่านแดน ซึ่งคงต้องไปอาศัยแล้วก็ไปใช้จุดตรวจสินค้าของเอกชน ซึ่งมีการลงทุน ของคนต่างประเทศ แล้วจะเห็นได้หรือยังคะว่า การพัฒนาคําว่า จีเอ็มเอส ซึ่งแปลง่าย ๆ จากคนภาคอีสาน คนที่ด้อยการศึกษา หรือท่านว่า อาจไม่มีความรู้ แต่เขาคิดมาย่อ ๆ เลยนะคะว่า จีเอ็มเอส นี้น่าจะผลิตมันนี่ให้กับเขา ได้มากกว่านี้ แต่สิ่งที่เขาได้รับนั้นตกไปอยู่ที่ ๖ ประเทศที่ล้อมรอบประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนลาว ไม่ว่าจะเปึนเวียดนาม ไม่ว่าจะเปึนจีนแดง สินค้าตอนนี้จากจีนแดง เข้ามาถึงเวียดนาม จากเวียดนามเข้ามาถึงลาว เข้ามาถึงลาวข้ามมาส่งเข้ามาทางฝัืงไทย แต่เราได้รับอะไรกับเขา สินค้าของเขานําเข้า แต่สินค้าของเรานําออก เราไม่ได้เก็บภาษี จากเขา นี่ล่ะค่ะเปึนสิ่งที่ดิฉันดีใจที่มีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้น ก็คงจะต้องขอตั้งข้อสังเกต ให้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้นะคะ ในการประสาน ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะด้านสังคม เพราะในจังหวัดมุกดาหารของดิฉันเดี๋ยวนี้ นะคะ ๗ อําเภอค่ะท่าน ท่านประธานนะคะ ๗ อําเภอ ประชากร ๓๓๐,๐๐๐ คน ประชากร ๓๓๐,๐๐๐ คนนี้มีสถิติตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ จนเท่าปัจจุบันไม่มีการเพิ่ม แต่ประชากรที่เพิ่มนั้นก็คือลูกของคนต่างด้าว ลูกของคนต่างด้าวที่มาอยู่อาศัยที่ฝัืงไทย ไม่ว่าลาว ไม่ว่าเวียดนาม ไม่ว่าจีน ตอนนี้อยู่ที่จังหวัดมุกดาหาร แต่ในส่วนที่เราจะได้ สิ่งต่าง ๆ จากเขานั้นไม่มีค่ะ พราะว่าเขาไม่มีบัตรประชาชน นี่ล่ะค่ะเปึนสิ่งหนึ่งที่ ความบกพร่องที่เกิดขึ้นในลุ่มแม่น้ําโขงจังหวัดมุกดาหารของดิฉัน จึงอยากจะขออภิปราย ในส่วนนี้เพื่อเปึนจุดตั้งข้อสังกตให้กับคณะกรรมาธิการพิจารณาว่าถ้ามีกฎหมายนี้ เกิดขึ้นแล้วในการคุ้มครองนี้ควรจะครอบคลุมไปถึงทุกระดับ ไม่ว่าจะเปึนด้านสังคม เศรษฐกิจ แล้วก็ผลผลิตทางการเกษตรด้วย

อีกอันหนึ่งนะคะ ลุ่มแม่น้ําโขงนี้จังหวัดมุกดาหารมีอยู่ ๗๐ กิโลเมตรที่ติด แม่น้ําโขง แต่ในสนธิสัญญาที่กล่าวเอาไว้ตั้งแต่ป้ ๒๔๖๑ ถ้าดิฉันจําไม่ผิดนะคะ และบอก ว่า ร่องน้ําลึกนั้นเปึนของไทย ท่านทราบไหมว่า ฤดูฝนแต่ละฤดูกาลที่ฝนตกแล้วก็เซาะ ตลิ่งพังนั้น จังหวัดมุกดาหารนี้พังไปป้ละ ๓๐ ไร่ในส่วนแผ่นดินนั้น แต่ในส่วนแผ่นดิน พอจะก่อสร้างเขื่อนทีไรก็จะมีการตั้งงบประมาณให้ก่อสร้างเขื่อน พอก่อสร้างเขื่อนนั้น ต้องไปขอความเห็นชอบกับกรรมการลุ่มแม่น้ําโขง นี่แหละค่ะสิ่งที่ดิฉันเห็นว่าความล่าช้า เกิดขึ้นของงบประมาณที่จะให้สร้างความพัฒนาเกิดขึ้นให้กับเขตริมแม่น้ําโขงนี้นะคะ ดิฉันจึงขอตั้งข้อสังเกตนี้เพื่อที่จะให้กรรมาธิการนั้นไว้พิจารณา แต่อย่างไร ๆ ดิฉันก็ขอ ฝากความตั้งใจนี้ไว้ให้โครงการ อีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ หรือต่าง ๆ นั้น โครงการรถไฟ สะพานข้ามแม่น้ําโขงนี่นะคะ ก็ขอฝากไว้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ เพราะสมาชิกทุก ๆ ท่าน ขอบอกว่าพอแล้ว ก็ขอฝากท่านประธานนะคะว่า สิ่งที่ดิฉันได้พูดไปวันนี้เปึนประโยชน์ แก่ประเทศไทยมากในแถบลุ่มแม่น้ําโขงนี้ ขอบคุณมากค่ะ ท่านประธานค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ ลุ่มแม่น้ําโขงนะครับ ชายแดนซึ่งมีธุรกิจระหว่างสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ คือ จีน ไทย เวียดนาม พม่า ลาว นะครับ รวมแล้วเปึนเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ซึ่งมีประชากรร่วมพันกว่าล้านคน ท่านประธานที่เคารพครับ สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ เศรษฐกิจของภาคเหนือตอนบนนั้นตั้งแต่ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ นะครับ ได้พูดเกี่ยวกับการพัฒนา ลุ่มแม่น้ําโขงนะครับ แล้วก็เปลี่ยนสนามรบเปึนสนามการค้า จนถึงท่านทักษิณ ชินวัตร นะครับ ก็ได้พยายามที่จะทําให้สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจเปึนจริงขึ้นมา แต่แล้ววันนี้งานก็ยัง ไม่คืบหน้านะครับ ขณะนี้ถนนจากจีนมาทางอําเภอแม่สายก็เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยังใช้ ประโยชน์อยู่ แต่ว่าพม่านั้นมีด่านเล็ก ด่านน้อย มีชนกลุ่มน้อยนะครับ แล้วก็เก็บส่วย เก็บค่าผ่านทางทําให้ต้นทุนในการขนส่งสูงมาก ในส่วนของประเทศลาวนั้นถนนเรียบร้อย หมดแล้วยังเหลือสะพานข้ามแม่น้ําโขงจุดที่อําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ข่าวว่าจะมีการลงเสาเข็มเดือนสิงหาคมนี้ ก็ฝากทางรัฐบาลช่วยให้เปึนจริงด้วยนะครับ เพราะว่าขณะนี้พี่น้องตามแนวชายแดนจังหวัดเชียงรายก็เตรียมเรียนภาษาจีนไว้ เพื่อรองรับพี่น้องนักธุรกิจชาวจีนไว้เบื้องต้นแล้วนะครับ เรื่องของสะพานก็ยังรออยู่ แล้วก็ท่าเรือพาณิชย์แห่งที่ ๒ ที่อําเภอเชียงแสน ก็ได้เวนคืนที่ดินไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ ดําเนินการก่อสร้างนะครับ ก็ฝากทางรัฐบาลด้วย เรื่องของรถไฟที่จะเชื่อมต่อผ่าน ประเทศไทยไปทางเชียงของแล้วก็ไปทางประเทศลาวไปประเทศจีน จากเด่นชัยไป จังหวัดเชียงรายก็มีแต่โครงการนะครับ สมัยเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วใช้งบประมาณประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้ถ้าก่อสร้างไปแล้วก็คงราคาไม่สูงนะครับ แต่ตอนนี้น่าจะเปึน ๒ เท่าตัว ท่านประธานครับ ถึงอย่างไรความร่วมมือลุ่มแม่น้ําโขงนั้นก็ยังไม่พ้นอิทธิพล ของประเทศจีนซึ่งเปึนมาเฟ้ยใหญ่นะครับ ช่วงที่ผ่านมาประเทศจีนได้ระเบิดเกาะแก่ง ทางลุ่มแม่น้ําโขง ทําให้ไม่มีแก่งมารองรับความแรงของน้ําในฤดูฝน ทําให้อําเภอเชียงของ อําเภอเชียงแสน น้ําท่วมรุนแรงมากนะครับ ป้นี้พี่น้องชาวเกษตรกรของ ๒ อําเภอนี้ เดือดร้อนมากนะครับ เพราะว่าเกาะแก่งถูกระเบิด แล้วก็เวลาน้ําไหลหลากช่วงฤดูฝนนี่ ทําให้น้ําแรงมากนะครับ พื้นดินถูกกัดเซาะ อย่างไรแล้วที่อําเภอเวียงแก่นนั้นขณะนี้ มีแต่โฉนดนะครับแต่ไม่มีที่ดิน เพราะว่าถูกน้ํากัดเซาะไปเปึนจํานวนมากนะครับ ทางกรมเจ้าท่าอย่างไรก็ช่วยไปดูแลหน่อยครับ เพราะว่าผืนแผ่นดินไทยแต่ละตารางนิ้วนั้น มีความหมายมีความสําคัญต่อพี่น้องชาวไทย ก็ขอฝากรัฐบาลช่วยดูแลเรื่องตลิ่งนะครับ ทําเขื่อนกันตลิ่งพังด้วยนะครับ ก็ฝากท่านประธานช่วยดูแลคนที่อยู่ในเขตลุ่มน้ําโขงด้วย นะครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง ครับ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ริมฝัืงโขง ก็อยากแสดง ความคิดเห็นนะครับ เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้นําข้อมูลต่าง ๆ เพื่อจะนําไป พิจารณาในการออกกฎหมายต่อไปนะครับ ผมจะพูดอยู่ ๓-๔ ประเด็นนะครับ เพื่อให้เห็นภาพ

เรื่องแรกเปึนเรื่องเขื่อนในแม่น้ําโขง เขื่อนในแม่น้ําโขงมีเขื่อนใหญ่ ๆ หลายเขื่อนนะครับ เท่าที่ได้เดินทางไปดูเขื่อนก็เห็นว่าเขื่อนใหญ่โตมโหฬารมากนะครับ เขื่อนในแม่น้ําโขงนะครับ โดยเฉพาะที่เมืองจิ่งหงหรือเมืองเชียงรุ้งเรานะครับ ผมได้ร่วมกับ คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ได้ไปดูเขื่อนช่วงน้ํากําลังท่วมจังหวัดหนองคาย นะครับ จากการไปดูแล้วตรงกันข้าม ก็แปลกประหลาดเหมือนกันว่า เราไปดูเราคิดว่า ประเทศจีนปล่อยน้ําในเขื่อนขนาดใหญ่ พอไปถึงจริง ๆ แล้วปล่อยธรรมดา น้ําในเขื่อน ไม่มาก แต่ทางประเทศเราน้ําท่วม อันนี้ก็แปลกประหลาดอันนี้ก็น่าสนใจนะครับ อันนี้เรื่องเขื่อน เรื่องการใช้ทรัพยากรน้ําด้วยกันทั้ง ๕-๖ ประเทศในลุ่มแม่น้ําโขงนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็อยากให้เห็นภาพก็คือเรื่องพืชเศรษฐกิจก็คือยางพารา ผมอยากพูดดัง ๆ ให้ทางรัฐบาลได้สํานึกนะครับ ได้คิด ตอนนี้คิดได้แล้ว ในประเทศจีน ปลูกยางพารามากเหลือเกิน ถ้าเราคิดว่าจะปลูกยางพาราไปขายให้ประเทศจีน ให้ระวัง อีก ๒ ป้ข้างหน้า ถ้าเขาได้กรีดยางพาราแล้วผมว่าประเทศไทยจะเอายางพาราไปเผาถ่าน นะครับ อันนี้ก็ให้ระมัดระวัง เปึนหลายล้านไร่นะครับ อันนี้ก็อยากให้ผู้เกี่ยวข้องกับ เรื่องเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ําโขง โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์ อะไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ตาม ถ้าไม่ไปดูแล้วท่านจะมองภาพไม่เห็น อยากเรียกร้องให้ไปดูนะครับ มันจะไม่มากําหนดทิศทางผิดพลาดกับเกษตรกรไทย บ้านเรานะครับ โดยเฉพาะตามเส้นทางจากตั้งแต่ประเทศลาวขึ้นไป ไปจนถึงสิบสองปันนา จากสิบสองปันนาลงมาตามลําน้ําโขง ทั้งระหว่างประเทศจีน ประเทศพม่า ภูเขาแต่ละลูกเต็มไปด้วยยางพารานะครับขี่รถใช้เวลาเปึน ๑๐ กว่าชั่วโมงมีแต่ สวนยางพาราสูงเสียดฟัาภูเขานะครับ อันนี้ก็อยากฝากผู้เกี่ยวข้องในโอกาสต่อไป

อีกเรื่องหนึ่งที่เราจะมองข้ามไม่ได้ก็คือคนชนเผ่าต่าง ๆ ในประเทศจีน โดยเฉพาะใกล้ชายแดนไทยขึ้นไป ไปถึงเซียงหงพวกนี้มีชนเผ่าไตหรือเผ่าไทเรานี่ เยอะนะครับ แม้แต่ผู้ปกครองระดับจังหวัดหรือระดับถ้าเทียบบ้านเราก็คือผู้ว่าราชการ จังหวัดเขายังเปึนชนเผ่าไต พูดภาษาไทยได้นะครับ อันนี้ก็เปึนที่น่าสนใจเพราะเขาเปึน ชนเผ่าเดียวกันกับพวกเรานี่ล่ะตามที่เราเรียนประวัติศาสตร์มาก็น่าศึกษา น่าสนใจ ถ้าเรา มีโครงการอย่างนี้ขึ้นไปเราก็อาจจะมีการเชื่อมโยงในเรื่องภาษา เรื่องวัฒนธรรมนะครับ จะทําให้ภูมิภาคแถวนี้ให้สงบร่มเย็นเพราะเราเปึนเผ่าเดียวกันนะครับ

เรื่องที่ ๔ เรื่องสุดท้ายคือ อยากสนับสนุนคุณวรศุลีที่ได้อภิปรายไปแล้ว เรื่องอธิปไตยเหนือดินแดนของไทย โดยเฉพาะอธิปไตยอันนี้ไม่ต้องไปสู้รบกับใคร เราสู้รบ กับน้ําโขงนี่ล่ะที่มันไหลผ่านกับชายแดนเราเสียไปป้ละมากนะครับ ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐ กิโลเมตรไล่ตั้งแต่จังหวัดเชียงรายลงมาจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี เราเสียดินแดน ไม่น้อย เราจะทําอย่างไรเสียดินแดนโดยไม่ต้องใช้กําลังทหาร ผมอยากให้มีคนคิดหรือว่า คนที่เขียนกฎหมายเปึน ผมไม่ถนัดเรื่องนี้ อยากสนับสนุนให้เขียนเปึนพระราชบัญญัติ ในการรักษาอธิปไตยของประเทศจากการพังทลายของแม่น้ําต่าง ๆ ไม่ว่าแม่น้ําโขง แม่น้ําสาย แม่น้ําสาละวินก็ตามนะครับอันนี้อยากให้มีพระราชบัญญัติเรื่องนี้ขึ้นมา นะครับ ผมจะมีความภูมิใจอย่างยิ่งนะครับคนที่เขียนกฎหมายเปึนก็ให้เสนอกฎหมาย ส่วนนี้มาด้วยครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับด้านหลังครับ

นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ลําปาง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําปาง พรรคเพื่อไทย อยากจะขออภิปรายในร่างกฎหมาย พ.ร.บ. การคุ้มครอง การดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... จริง ๆ แล้ว ผมอยากจะเรียนครับว่าเจตนารมณ์จริง ๆ ในคําจํากัดความก็บอกอยู่แล้วครับว่า ดําเนินงานเฉพาะการคุ้มครองเฉพาะสถาบัน วันนี้ได้ฟังท่านสมาชิกได้อภิปรายนะครับ ผมคิดว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องจริง ๆ นะครับคงจะไม่ครอบคลุมไปถึงในเรื่องของการพัฒนา ทางด้านเศรษฐกิจในเรื่องของ จีเอ็มเอส สักเท่าไรนะครับ ทั้ง ๗ มาตราโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตในเรื่องของให้สถาบันนั้นมีสิทธิได้รับการสื่อสาร ไม่น้อยกว่าที่รัฐบาลให้แก่องค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ ผมอยากจะเรียนครับว่าตรงนี้ มันมีความสําคัญ เพราะว่าในเรื่องของความมั่นคงของประเทศนั้น ถ้าสมมุติว่าสิทธิ ที่ทางองค์กรที่จะได้รับนั้น ได้รับในเรื่องของความมั่นคงระหว่างประเทศนั้น ผมไม่แน่ใจว่า มันจะมีความอ่อนไหวมากหรือน้อยเพียงใด อันนี้ตั้งข้อสังเกตนะครับ แต่สําหรับ ที่อยากจะเรียนนะครับว่าท่านผู้มีเกียรติได้อภิปรายถึงเรื่องความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ ในหลาย ๆ ด้าน ผมคิดว่าในข้อตกลงของรัฐบาลที่เราได้ไปทําความร่วมมือกับอนุ ทั้ง ๖ ประเทศนั้น ผมคิดว่าตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะ เปึนในเรื่องของการเป่ดเส้นทางรถไฟระหว่างจังหวัดหนองคาย-ท่านาแล้ง ประเทศลาว นี่ก็ยังไม่ได้ดําเนินการเป่ดเปึนทางการ ผมก็คิดว่าหลาย ๆ เรื่องที่ในส่วนที่ จีเอ็มเอส ที่ได้ทําความตกลงระหว่างประเทศไว้ แล้วก็ร่างกฎหมายต่าง ๆ ที่ยังรอค้างอยู่ ที่คณะรัฐมนตรีก็ยังมีอยู่เยอะ แต่ผมคิดว่าที่ได้เสนอในสถาบันความร่วมมือนี้คงจะไม่เกี่ยวโยงกับในเรื่องของการร่วมมือ ทางด้านเศรษฐกิจหรือด้านอื่น ๆ อยากจะเรียนฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ ในฐานะที่ผม ก็ได้เปึนอนุกรรมการวิปในเรื่องของ จีเอ็มเอส นี้ด้วยนะครับ ก็ฝากให้ท่านในเรื่องที่ เราเคยได้ไปตกลงนะครับ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่ผ่านมาหลาย ๆ เรื่อง ก็ขอให้ท่านได้ ดําเนินการประสานงานต่อนะครับ ในเรื่องงบประมาณที่จะต่อจากสถานีรถไฟท่านาแล้ง ไปถึงเวียงจันทน์ อันนี้ที่เราได้ไปรับปากเขาไว้ อันนี้ก็ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีมีอะไรชี้แจงไหมครับ เรียนเชิญครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 🔗

ขอบคุณ ครับท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนชี้แจง ๓-๔ ประเด็นนะครับ แต่ว่าก่อนอื่น ขอขอบพระคุณมากครับสําหรับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แล้วก็ข้อห่วงกังวล

ประเด็นแรกเลย ผมขอกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า สถาบันอันนี้เปึนสถาบันเพื่อการฝ๊กอบรมบุคลากรนะครับ แล้วก็จะมีการขยายงานไปสู่ การวิจัย เพราะว่าเท่าที่ผ่านมาก็ได้ทําที่เรียกว่า เอกสารสําหรับการฝ๊กอบรมไปแล้ว เปึนสิบ ๆ ฉบับนะครับ รวมทั้งที่ใช้ภาษาอังกฤษว่า อีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ คือเส้นทาง เชื่อมโยงจากตะวันตกไปตะวันออกนะครับ

ประเด็นที่สอง รัฐบาลไทยได้ให้ความช่วยเหลือกับสถาบันนี้ ๒ ครั้ง ๒๐ ล้านบาทจริงนะครับ แต่ต่อป้มีค่าใช้จ่ายประมาณ ๕๐ กว่าล้านบาท อีก ๔๐ ล้านบาทนั้นได้รับความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกอื่น ๆ แล้วก็ประเทศ ผู้ให้ความช่วยเหลือ เช่น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์หรือว่าสหรัฐอเมริกา เปึนต้นนะครับ การบริหารงานของสถาบันนั้นมีคณะมนตรีของ ๖ ประเทศนะครับ แล้วก็มีคณะกรรมการ กํากับที่เรียกว่า สเตียริง คอมมิทที (Steering committee) แล้วก็มีผู้อํานวยการซึ่ง ณ วันนี้ เปึนคนไทย ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับประสิทธิภาพการบริหารงานที่จะต้องปรับปรุง แผนงานอะไรต่าง ๆ นั้นผมขอน้อมรับไว้เพื่อจะนําไปแจ้งให้ทางคณะมนตรี แล้วก็ คณะกรรมการกํากับได้รับทราบด้วยนะครับ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า ในการร่วมมือกับประเทศสมาชิกในลุ่มน้ําโขง นั้นเรามีหลายกรอบด้วยกันนะครับ

กรอบที่ ๑ ก็สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ดังที่ท่านผู้แทนสมาชิกจากเชียงรายได้ กล่าวไว้

กรอบที่ ๒ ก็คือที่เรียกว่า จีเอ็มเอส นะครับ

กรอบที่ ๓ เราก็มีการประชุมกับทางฝ์ายจีนในกรอบของอาเซียนที่เรียกว่า อาเซียน-จีน ไดอะล็อก (Asian-China Dialogue)

อีกกรอบหนึ่งก็คือ ในกรอบของสํานักงานสหประชาชาติที่เรียกว่า เอสแคป (ESCAP : คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟ่ก) ที่ถนนราชดําเนิน นะครับ ในกรอบของคณะกรรมการลุ่มแม่น้ําโขงตอนล่าง กรอบต่าง ๆ เหล่านี้เปึน การร่วมมือในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การคมนาคม การสื่อสารต่าง ๆ ประเด็นปัญหาที่คั่งค้างอยู่นั้นก็จะขอรับไว้นะครับ แล้วก็ในฐานะ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้ประสานงานก็จะไปช่วยขับเคลื่อนด้วยนะครับ กับองค์กรเหล่านี้ แล้วก็กับหน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นแล้วในการร่วมมือ พัฒนา โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน จะเปึนรถไฟก็ดี ถนนหนทาง สะพานก็ดีนั้น นอกจาก ที่ประเทศไทยจะให้ความช่วยเหลือต่อรัฐบาลลาวมาแล้วโดยเฉพาะการที่จะสร้างสะพาน แห่งที่ ๓ นะครับ แล้วก็ร่วมมือกับต่างประเทศในสะพานที่ ๔ แล้วเราก็ได้ประสบ ความสําเร็จในการต่อทางรถไฟไปให้ ๕ กิโลเมตรนะครับ แล้วพรุ่งนี้ก็จะมีพิธีเป่ด โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี นอกจากนั้นแล้วเราก็ได้รับความ ช่วยเหลือจากธนาคารเพื่อการพัฒนาของเอเชียด้วย แล้วก็ล่าสุดนั้นรัฐบาลญี่ปุ์นได้ ตัดสินใจที่จะให้ความช่วยเหลือลุ่มแม่น้ําโขงอย่างจริง ๆ จัง ๆ ในกรอบที่เขาเรียกว่า เจแปน-แม่โขง ซัมมิท (Japan-Mekong Summit) แล้วก็จะเน้นการพัฒนา อีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ ดังกล่าวนี้นะครับ

ส่วนเรื่องของประเด็นปัญหาว่าร่องน้ําลึกเปึนของใครต่าง ๆ นั้น เรากับ รัฐบาลลาวได้ตกลงกันแล้วว่าการเจรจาเพื่อให้มีการข้อยุติเสร็จสิ้นเกี่ยวกับเส้นเขต ผ่าบนลุ่มแม่น้ําโขงหรือที่เกี่ยวกับร่องน้ําลึกนั้นมีเปัาหมายว่าจะทําให้เสร็จภายใน สิ้นป้หน้านะครับ ส่วนเขตแดนบนดินนั้นก็จะทําให้เสร็จภายในสิ้นป้นี้ ก็คิดว่าภายใน ๒ ป้ นั้นประเด็นปัญหาทางเขตแดนระหว่างไทยกับลาวคงจะไม่มีอีกแล้วนะครับ

ส่วนประเด็นปัญหาของการที่จีนได้สร้างเขื่อน เราก็ได้มีการไปดูงาน ไปเยี่ยมเยียน แล้วก็เราเริ่มที่จะมีการเจรจาต่อรอง โดยเฉพาะในกรอบของ จีเอ็มเอส แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้สิ่งที่ประเทศทางด้านปลายน้ําทั้ง ๔-๕ ประเทศ ก็ได้บอก กับจีนว่าจะทําอะไรนั้นเพื่อความโปร่งใสอยากจะได้รับข้อมูล อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ทางกระทรวง การต่างประเทศกําลังติดตามแล้วก็ประสานกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายต่าง ๆ เหล่านี้ นะครับ เพราะฉะนั้นความห่วงใยทั้งหลายนั้นก็จะเร่งดําเนินการให้โดยเร็วที่สุด แล้วมันก็มีกรอบ ต่าง ๆ ที่เราจะประสานความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านคมนาคม แล้วก็การจะ ดําเนินการใด ๆ ในการที่จะคํานึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่อการโยกย้ายผู้คนต่าง ๆ เหล่านี้ เราก็ทําด้วยความระมัดระวัง เพราะเปึนนโยบายอันหนึ่งที่สําคัญของรัฐบาลไทย ในชุดนี้นะครับ คือการรักษาสิ่งแวดล้อม แล้วก็การที่จะดูแลทุกข์สุขของประชาชนที่จะ ได้รับผลกระทบต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ก็ขอขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ถือว่าการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงาน ของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... เปึนอันยุติลงนะครับ

ต่อไปผมจะขอถามมติว่าท่านจะรับหลักการหรือไม่ ก่อนถามมติ ก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนลงมติครับ

(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ ท่านที่อยู่ ในห้องประชุมแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน การลงมติครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมด้วยครับ ท่านที่เข้ามา ในห้องประชุมแล้วขอความกรุณากดบัตรแสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

พร้อมนะครับ ทุกท่านกดบัตรแสดงตนแล้วนะครับ ขอทราบผลหน่อยครับ จํานวนผู้ที่อยู่ ในห้องประชุมที่แสดงตน ๒๓๒ ท่าน ครึ่งหนึ่งพอดีนะครับ ก็ถือว่าครบองค์ประชุม มีใครยังไม่ได้แสดงตนครับ

นายชุมพล กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ บัตรมีปัญหา ครับ ท่านประธานครับ เห็นด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็อีก ๑ เสียงนะครับ เปึน ๒๓๓ เสียง

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลี เมื่อสักครู่นี้บัตรกดไม่ได้ค่ะ อีก ๑ เสียงค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๓๔ ท่านครับ ก็ถือว่า

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ มีการกดแทนกันด้วยนะครับ ผมไม่มั่นใจว่าจะครบไหมครับ ถ้าเกิดว่าขานชื่อผมว่า ไม่ครบครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ เพื่อให้ทุกอย่างมันชัดเจน เพราะหลายท่านก็กดไม่ได้ ผมขอเจ้าหน้าที่ล้างคะแนนออกก่อนนะครับ แล้วก็ให้ท่านสมาชิกได้กรุณากดบัตร แสดงตนอีกครั้งหนึ่งครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ไม่มีท่านใดมีปัญหานะครับ กดทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ มีจํานวนผู้เข้าประชุม ๒๒๐ ท่าน ไม่ครบองค์ประชุมนะครับ

ฉะนั้นท่านสมาชิกครับ ผมขอเลื่อนการลงมติร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไปในการประชุมคราวหน้านะครับ ขออนุญาตป่ดการประชุมก่อนครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๐.๑๐ นาฬิกา