เกียรติกร พากเพียรศิลปี พูดถึงปัญหาการควบคุมสื่อในประเทศไทย โดยเฉพาะการควบคุมสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งเกิดความไม่โปร่งใสและไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ในการออกกฎหมายร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และ กํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ร่างนี้ได้เข้าสภาเมื่อสมัยที่แล้ว ๒ ครั้ง ก็มีการหารือในสภาในวิปรัฐบาล ก่อนที่จะเข้าสภา ก็มีการเอากลับไปแก้ใหม่ถึง ๒ ครั้ง เพราะปัญหาคือ การที่มาของ คณะกรรมการ กสช. ซึ่งจัดตั้งโดยคณะรัฐมนตรี ผมกลัวว่ามันเกิดความไม่โปร่งใสของ คณะกรรมการนะครับ เพราะฉะนั้นปัญหาเลยเกิดขึ้นมาว่า ถ้ากรรมการที่มาจาก คณะรัฐมนตรีนั้น ถ้ามีความโปร่งใสแล้ว การทํางานของสื่อทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ก็จะเกิด การบิดเบือนในทางข่าวสาร ซึ่งจะให้ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ตรง ทําให้ประชาชนที่รับฟัง ทางบ้านหรือที่ดูทางทีวีนั้นมีความคลาดเคลื่อนว่าสิ่งที่ได้รับข้อมูลจากเสียงตามสายหรือ ทางทีวีและโทรทัศน์ ทางวิทยุนั้นเปึนเรื่องจริงหรือเรื่องไม่จริง เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าที่มา ของคณะกรรมการนั้นควรจะโปร่งใส โดยอิสระจากนักการเมือง จากคณะผู้บริหารคือ คณะรัฐมนตรีครับ ควรจะสรรหาโดยความยุติธรรม โดยความเปึนกลาง เพราะต่อไป ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะใช้ต่อไปเปึนระยะเวลายาว ไม่ใช่คณะเดียว ใครเปึนรัฐบาล ก็จะเปลี่ยนคณะกรรมการ กสช. ตลอดไป ปัญหาก็เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากว่าใครเปึนรัฐบาล ก็ได้เปรียบ เพราะฉะนั้นผมอยากให้การสรรหาของคณะกรรมการนี้มีความยุติธรรม ก็คือ โดยโปร่งใส โดยไม่ได้มาจากคณะรัฐมนตรีนะครับ เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านที่ฟังสื่ออยู่ ได้ยินเสียงทางวิทยุและโทรทัศน์ทําให้เกิดการแบ่งพวก แบ่งฝ์าย เพราะการรับข้อมูล ข่าวสารนั้นไม่รู้ว่าจะเชื่อฝ์ายไหนนะครับ ทุกวันนี้บ้านเมืองได้แตกแยกเปึน ๒ ฝ์าย เพราะเกิดจากการรับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง บางครั้งอาจจะถูกต้อง ถูกใจ แต่ไม่ใช่ เรื่องจริง แต่ถูกใจประชาชน ทําให้เกิดความขัดแย้งอย่างมากนะครับ อย่างที่บ้านผมนั้น วิทยุชุมชนจะแบ่งขั้วในการพูดออกวิทยุเลยว่า คนไหนดี คนไหนไม่ดี ซึ่งไม่มีการควบคุม ที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมอยากเห็นว่าการเปึนมาของกรรมการนั้น จะกําหนดใครที่เปึนออกสื่อวิทยุนั้นขอให้เปึนเรื่องจริง และพูดจาให้ไพเราะ เพราะว่าเด็ก และเยาวชนที่อยู่ทางบ้านเห็นการออกมาโจมตีในทางสื่อแล้ว ครูไม่สามารถบอกได้ว่าถูก หรือผิด เพราะเด็กนักศึกษาเหล่านั้น เยาวชนเหล่านั้น จะเชื่อสื่อทางโทรทัศน์เปึนจํานวนมาก อย่างเช่น การพัฒนาเกี่ยวกับปุิยนะครับ เกษตรกรหลงเชื่อว่าปุิยชนิดนี้ดี เพราะว่าไม่มีการตรวจสอบที่แท้จริงว่าปุิยนี้ดีหรือไม่ดี ชาวบ้านหลงซื้อปุิยก็ต้องแพงนะครับ แล้วบางเรื่องการใส่ร้ายปัายสีทางสื่อก็เปึนสิ่งที่ไม่ดี และทําให้ชาวบ้านหลงเชื่อ ทําให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยก เพราะฉะนั้น พระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าได้สําเร็จแล้วตั้งกรรมาธิการออกมาเปึนสิ่งที่ดี คิดว่าบ้านเมือง เราจะสงบแล้วก็ปกครองด้วยดี ผมก็อยากเสนอคณะกรรมการชุดนี้ว่าทั้ง ๓ ฉบับนั้น ก็เปึนพระราชบัญญัติที่มีส่วนดีและคล้าย ๆ กัน ซึ่งทางคณะกรรมการ ทางประธาน ก็เอามารวมกัน เพื่อจะใช้เปึนเล่มเดียวกันและจะบัญญัติต่อไปในมาตรา ๔๗ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นก็เปึนสิ่งที่ดี ซึ่งผมก็ตามเรื่องนี้มานานพอสมควร เพราะผมก็จบด้านนี้อยู่ก็อยากให้คณะกรรมการชุดนี้ได้เล็งเห็นความถูกต้องแต่ละมาตรา ให้ละเอียดรอบคอบ เพราะเมื่อนําไปใช้แล้วบ้านเมืองของเรานั้นมันอยู่ที่สื่อ การนําสื่อ ทําให้คนเชื่อหรือไม่เชื่อก็อยู่ที่คณะกรรมการชุดนี้ เพราะทุกวันนี้สื่อในหนังสือพิมพ์ บางเล่ม บางฉบับ หรือสื่อทางวิทยุ โทรทัศน์นั้นเมื่อออกสู่สังคมไปแล้ว ความขัดแย้ง ยิ่งเกิดขึ้น เมื่อเราควบคุมสื่อไม่ได้ สื่อที่อิสระต้องยอมรับต้องให้สื่อมีอิสระ แต่อิสระแล้ว ต้องมีความรับผิดชอบในการที่นําสื่อออกไปนั้น เพราะชาวบ้านบางทีดูอยู่แค่ช่องเดียว หลงอยู่ช่องเดียว อีกช่องไม่ยอมดูก็หลงสื่ออยู่ช่องเดียว เพราะฉะนั้นอยากให้สื่อแต่ละช่อง ต่อไปนี้ เมื่อคณะกรรมการชุดนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้ว ก็กําหนดแผนนโยบายการออกนําเสนอ ข่าวสารว่าทิศทางใดสามารถเสนอได้ ทิศทางใดไม่สามารถเสนอได้ และตั้งข้อบังคับ ข้อกฎหมายให้เข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นแล้วประชาชนส่วนมากทั้งประเทศไทยจํานวน ๖๕ ล้านคน พอดูสื่อช่องนี้แล้วก็หลงระเริงไปกับช่องนี้ เหมือนละครครับ เหมือนติดนางทาส ทุกวันนี้ ก็ติดเรื่องเมียหลวง อย่างนี้นะครับเปึนต้น ผมก็อยากว่าให้คณะกรรมการชุดนี้เล็งเห็น นะครับว่า การทําพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนพระราชบัญญัติที่สําคัญมากของ ประเทศชาติ เพราะเปึนพระราชบัญญัติที่ว่าคนทั้งประเทศได้ดู ได้เฝัา ได้ฟังทางวิทยุ เพราะทุกวันนี้พอฟังแล้วไม่รู้จะเชื่อสื่อด้านไหนดีช่องไหนดี บางทีข่าวออกแต่ละช่อง ยังไม่เหมือนกันเลย ช่องนี้ออกอีกอย่างหนึ่ง ช่องนี้ออกอีกอย่างหนึ่ง จนคนสงสัยว่า ช่องไหนของแท้ ช่องไหนของเทียม บางทีงานของรัฐบาลเองออกไปตามสื่อยังไม่ตรงกันเลย เรื่องต่าง ๆ อย่างเช่น เรื่องผู้สูงอายุ บางคนบอกว่าได้ ๖ เดือน ช่องนี้ได้ ๖ เดือน อีกช่อง บอกว่าได้ตลอดชีวิต คือทําให้ชาวบ้านสงสัยว่า วิธีการในการออกสื่อนั้นอันไหนคือถูกต้อง แล้วการประชาสัมพันธ์ของสื่อของรัฐบาลชุดนี้ผมถือว่าน้อยมาก ทําให้ชาวบ้านสงสัย ในปัญหาต่าง ๆ ก็ฝากถึงรัฐบาลชุดนี้ด้วยว่า การกระจายข่าวการทํางานของรัฐบาลนั้น ควรจะมากกว่านี้ และชาวบ้านรับรู้มากกว่านี้ ทุกวันนี้ชาวบ้านรับรู้ได้น้อยมากนะครับ ขอบคุณมากครับ