สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๔ มีนาคม ๒๕๕๒

ประเสริฐ จันทรรวงทอง หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับโทรคมนาคมและวิทยุ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ และขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ชี้แจงเกี่ยวกับกระบวนการประชาพิจารณ์ และความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องนี้ นอกจากนี้ เธอยังพูดถึงการเมืองและความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาคณะกรรมการ กสช. และผลกระทบต่อประโยชน์ของสาธารณชน เธอเห็นด้วยกับร่างกฎหมายที่สมชาย วงศ์สวัสดิ์นำเสนอต่อสภา แต่ต้องการให้แน่ใจว่าผลประโยชน์จะไปสู่ประชาชนโดยทั่วไป ไม่ใช่กลุ่มบุคคลหรือนายทุน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของชาติจํานวนมหาศาล หลายแสนล้านบาท แล้วก็ เกี่ยวพันกับชุมชน พี่น้องประชาชนในการรับทราบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เปึนจํานวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกฎหมายฉบับนี้จะเปึนการทําให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ เปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในเรื่องการเกี่ยวข้องนั้น จริง ๆ แล้วจะเปึนการ ปฏิรูประบบโทรคมนาคม ระบบวิทยุ ระบบโทรทัศน์ และสื่อสารมวลชนทุกรูปแบบ ผมดีใจนะครับที่สาระสําคัญเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของวิทยุชุมชนที่ต่อไปนี้ถ้าร่างกฎหมาย ฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบและมีผลบังคับใช้ จะทําให้ชุมชนนั้นมีสิทธิได้เปึนเจ้าของ คลื่นความถี่ไม่น้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่อยากกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ผ่านมายังท่านประธานเพื่อนําไปสู่ กระบวนการในการแสดงความคิดเห็นและแก้ไขต่อไป

เรื่องแรกนั้นก็คือ เรื่องของกระบวนการร่างกฎหมายฉบับนี้ ทราบมาว่า กฎหมายฉบับนี้นั้นได้เปึนกฎหมายที่ถูกยกร่างมาเปึนระยะเวลาพอสมควร และในสมัยที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ไอซีที (ICT : Information and Communication Technology กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) ที่ชื่อ ดอกเตอร์มั่น พัธโนทัย นั้นได้เคยทําการ ประชาพิจารณ์มาแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๗ ผมยังมี ความไม่แน่ใจว่า ในการทําประชาคมนั้นมีการทําประชาคมที่มีความเพียงพอต่อการ รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเพียงพอหรือไม่ และข้อคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนที่ได้แสดงความเห็นในการประชาคมนั้น อยากจะเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ประชาชนนั้นมีความคิดเห็นในแต่ละประเด็นอย่างไร

ประเด็นถัดมาก็คือว่าร่างกฎหมายฉบับนี้นั้น ผมมีความไม่สบายใจในเรื่อง การลิดรอนสิทธิของพี่น้องประชาชนในการมีส่วนร่วม และในการมีส่วนร่วม ในกระบวนการสรรหาคณะกรรมการ กสช. ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้ ได้กําหนดให้ผู้ที่มีสิทธิเสนอคณะกรรมการ กสช. นั้นเปึนองค์กรที่ต้องเปึนนิติบุคคล เท่านั้น และเปึนองค์กรที่เปึนองค์กรวิชาชีพ เปึนองค์กรที่เกิดจากสถาบันอุดมศึกษา ของรัฐที่มีการเป่ดสอนหลักสูตรนั้นหลักสูตรนี้เปึนระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ป้ การที่จะให้ ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงนั้น ผมต้องกราบเรียนว่าองค์กรภาคประชาชนนั้น ส่วนใหญ่เขาไม่ได้จดทะเบียน เปึนองค์กรที่รวมตัวกันภายใต้ความคิดเห็นที่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นองค์กรที่เกิดจากภาคประชาชนโดยแท้จริงนั้นอาจจะไม่สามารถมีส่วนเข้าไป เปึนกรรมการ กสช. ได้แม้แต่คนเดียว เมื่อประชาชนไม่มีโอกาส ประชาชนยังไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบรายชื่อองค์กรวิชาชีพ ต่าง ๆ องค์กรที่เกิดจากสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ เพราะว่ารายชื่อเหล่านี้อาจจะเปึน นอมินี อาจจะเปึนตัวแทนของกลุ่มทุน กลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร มิอาจทราบได้ นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของการจดทะเบียน เขาบอกว่าถ้ามีการ จดทะเบียนไว้ก่อนตามกฎหมายของป้ ๒๕๔๓ เมื่อมีการฟัองร้องแล้วก็องค์กรที่เปึน นิติบุคคลที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วถูกฟัองร้อง ถ้าศาลวินิจฉัยว่ามีที่มาโดยมิชอบนั้น เขาบอกว่าไม่มีผลกระทบต่อกิจการที่ได้ทําในเรื่องกระบวนการสรรหาดําเนินการไปแล้ว และไม่เปึนเหตุที่ต้องให้ระงับในการเปึนสิทธิในคณะกรรมการ กสช. ผมถือว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องแปลกพอสมควร นอกจากนั้นแล้วเรื่องการติดตามการตรวจสอบในการทํางาน ของ กสช. ผมเองต้องกราบเรียนว่า กสช. นั้นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นเองภายใน จริง ๆ แล้วการตรวจสอบที่ถูกต้องนั้นน่าจะเปึนการตั้งจากองค์การตรวจสอบภายนอก น่าจะมีประสิทธิภาพแล้วก็เปึนประโยชน์ต่อการทํางาน แล้วก็ต่อความโปร่งใส แล้วก็ยึด หลักธรรมาภิบาลที่ดีกว่า ถัดจากประเด็นการติดตามและตรวจสอบ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสงสัยอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องการเมือง เข้าไปครอบงํา ก็คือ เรื่องของที่มาของคณะกรรมการ กสช. ซึ่งมีจํานวนทั้งหมด ๑๐ ท่าน เริ่มจากองค์กรที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วเสนอชื่อขึ้นมาตามระบบ องค์กรเหล่านั้นได้เลือก กันเองจนได้จํานวนตามที่ได้กําหนดไว้คือประมาณ ๑๐ ท่าน หลังจากนั้นแล้วให้ เลขาธิการ กสช. ได้นําประวัติเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้เสนอ ต่อวุฒิสภา ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมมีความไม่สบายใจก็คือว่า ถ้ากระบวนการ สรรหาที่ผมได้กราบเรียนในเบื้องต้นนั้นผ่านไปแล้วไม่สามารถที่จะหาคณะกรรมการ กสช. ได้ครบ กฎหมายฉบับนี้ตามมาตรา ๑๓ ได้กําหนดเอาไว้ว่า ให้นายกรัฐมนตรี ได้เสนอชื่อบุคคลที่สมควรจะเปึนกรรมการ กสช. ต่อคณะรัฐมนตรีภายในสามสิบวัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีนําเสนอนี่ ผมเกรงนะครับว่า ตอนนี้ การเมืองนั้นอาจจะเข้ามาแทรก โดยไม่ผ่านกระบวนการสรรหาตั้งแต่ต้นนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งเหล่านี้จึงเปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตท่านประธาน เกินเวลานิดหน่อยนะครับประมาณ ๑ นาที ๒ นาที เนื่องจากว่า ได้ฟังความคิดเห็น ของมูลนิธิเอกชนแล้วก็เลยเกิดความสงสัยนะครับ เพราะว่าเขาได้กล่าวไว้ว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อาจจะรับรองความถูกต้องให้ อสมท. ซึ่งในอดีตนั้นเปึนเจ้าของ สัมปทานสถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ ช่อง ๙ แล้วก็มีวิทยุ อสมท. หลายแห่ง ปัจจุบันได้เข้าสู่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเปึนองค์กรมหาชน ซึ่งเราเกรงว่าจะนําคลื่นความถี่ ซึ่งเอาเปึนสมบัติของสาธารณชนเหล่านั้นไปแปลงเปึนทุนของเอกชนในรูปองค์การ มหาชนตามมาตรา ๗๗ ของร่างกฎหมายฉบับนี้ สิ่งเหล่านี้ผมเกรงว่าประโยชน์นั้น จะไม่ได้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความเห็นด้วยนะครับ เพราะ ร่างกฎหมายฉบับนี้เปึนร่างที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้กําลังจะ นําเอาร่างนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากจะเห็นก็คือ ไม่อยากจะเห็นการเมืองที่จะเข้ามาแทรกแซงในเรื่อง ของการแต่งตั้งคณะกรรมการ กสช. แล้วก็หวังเอาไว้ว่าผลประโยชน์นั้นจะเกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนโดยส่วนมาก ไม่ได้เกิดกับนายทุนหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ขอกราบ ขอบพระคุณครับ