สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๔ มีนาคม ๒๕๕๒

ท่านประธานพูดถึงกฎหมายฉบับนี้ที่มีความสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 47 และมีความทันสมัย แต่ยังพบปัญหาในมาตรา 42 ที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้คลื่นความถี่

ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้นั้นนอกจากจะมีความสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๔๗ ในเรื่องของการรวมองค์กรกํากับ ต้องบอกว่า มีความทันสมัยครับ เนื่องจากว่าวันนี้รวมทั้งวิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคมไว้ในบอร์ด

(Board : คณะกรรมการ) ชุดเดียวกันในการพิจารณา และผมก็ชอบครับ คําพูดของ ท่าน ส.ส. อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านใช้ กสทช. คือรวมทั้งหมด เลย รวมทั้งวิทยุโทรทัศน์ และการกระจายเสียง ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ สื่อสารมวลชนนั้นเขามีศัพท์ใหม่ครับ เขาใช้คําว่า คอนเวอเจินซ์ (Convergence) ก็คือ แปลว่า การนํามาบรรจบกัน การนํามาหลอมรวมกัน วันนี้โทรศัพท์มือถือนั้นนอกจากคุย โทรศัพท์กันได้แล้วทางหูฟัง ยังสามารถดูทีวีได้ ยังสามารถมีรายการวิทยุ ถ้าบริษัท นั้น ๆ เขาต้องการที่จะทํา เพราะฉะนั้นการที่นํามาบรรจบกัน การที่นําเอาองค์กรกํากับ ดูแลมารวมกันต้องถือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีความทันสมัย และแน่นอนครับ หลักการและเหตุผลในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ทันสมัยเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ดีครับ ผมเองได้มีการดูถึงกฎหมายในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เปึนร่างของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องบอกว่าอ่านดูแล้วก็รู้สึกว่ามาตรา ๔๒ ตามร่างนี้นั้นมีความไม่ชัดเจนอยู่ครับ ต้องบอกว่าที่มาที่ไปของกฎหมายฉบับนี้นั้น มีหลายร่างนะครับ ก่อนจะมาเปึนร่างฉบับนี้ จะเข้าก็ไม่เข้า จะออกก็ไม่ออก อยู่กันแบบนี้ นะครับ ทําให้กฎหมายฉบับนี้นั้นมีการรวมกันหลากหลายทีเดียว ทั้งส่วนหนึ่งฟังมาจาก ประชาพิจารณ์ ทั้งส่วนหนึ่งฟังมาจากผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัย ต้องบอกว่ารวมแล้วยํารวม เพราะอ่านแล้วมีปัญหาในเรื่องของการบังคับใช้ครับ ขออนุญาตอธิบายก่อนที่จะเข้าถึง มาตรา ๔๒ ว่ากฎหมายในโลกที่เปึนกฎหมายสารบัญญัติจะเปึนกลุ่มประเทศคอมมอน ลอว์ (Common Law : กฎหมายจารีตประเพณี) นั่นก็คือกลุ่มประเทศอังกฤษ กลุ่มประเทศอเมริกาที่ลักษณะการร่างกฎหมายของเขานั้นเปึนระบบจารีตประเพณี เขาจะระบุถึงวิธีการขั้นตอนในการดําเนินธุรกรรมต่าง ๆ อยู่ในกฎหมายของเขา แต่พอ มาดูวิธีการร่างกฎหมายของระบบซีวิล ลอว์ (Civil Law : กฎหมายหรือประเพณีที่นํามา เขียนเปึนลายลักษณ์อักษร) อย่างญี่ปุ์น อย่างเยอรมัน รวมทั้งประเทศไทย เวลาเขา บัญญัติแปลว่าต้องมีสภาพบังคับ จะไม่ได้อยู่ในลักษณะของการเปึนไกด์ (Guide) ที่นํา เขียนเพื่อเปึนการแนะนําธุรกรรม อย่างเช่นรัฐธรรมนูญของเราเวลาอ่านแล้ว จะมีความรู้สึกเหมือนกับว่าเปึนการแนะนําว่าควรจะทําเช่นไร นั่นละครับ กฎหมาย คอมมอน ลอว์ มีลักษณะการร่างแบบนั้น วันนี้มาดูกฎหมายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เขียนคล้าย ๆ กับการร่างในระบบคอมมอน ลอว์ นั่นก็คือบอกถึงวิธีการทําธุรกรรม มีถ้อยคําตามมาตรา ๔๒ ที่อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจครับ เขาบอกว่า แผนปฏิบัติการในการ กํากับดูแลกิจการวิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม จะต้องจัดให้ภาคประชาชนได้ใช้ คลื่นความถี่ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบ คําถามถามว่าภาคประชาชนครับ ภาคประชาชนใน ที่นี้หมายถึงอะไรครับ หมายถึงภาคเอกชนด้วยหรือไม่ ไม่มีความชัดเจนครับ จะหมายถึง องค์กรภาคประชาชนที่ไม่มีประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องใช่ไหมครับ ถ้าอ่านดูผิวเผินอย่างนี้ ภาคประชาชนก็น่าจะแปลถึงที่เปึนองค์กรภาคประชาชนที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในเรื่องของ เงิน ๆ ทอง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เขียนอย่างนี้ผมว่าลอยไปนะครับ ควรจะระบุให้ชัดว่า ภาคประชาชนของท่านคืออะไรครับ เพราะว่าปัจจุบันนี้ภาคประชาชนนั้นถ้าให้ตีความ ภาคเอกชนก็เปึนภาคประชาชนอย่างหนึ่งนะครับ การใช้คลื่นความถี่ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๒๐ ของอะไรครับ ร้อยละ ๒๐ มีตั้งแต่ร้อยละ ๒๐ ของ แอร์ไทม์ (Air Time) ของชั่วโมง วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง จะแบ่งกันว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของ ๒๔ ชั่วโมง เปึนของภาคประชาชนอย่างนั้นหรือ หรือจะบอกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของคลื่นความถี่ ทั้งหมด พอมาดูคลื่นความถี่ทั้งหมดครับ คลื่นความถี่นั้นมันมีหลายชั้นกันนะครับ ตั้งแต่ชั้นที่ใช้ในการออกวิทยุ ชั้นตั้งแต่ใช้ในการออกทีวี ชั้นตั้งแต่ใช้ในการทําโทรคมนาคม แปลว่าอะไรครับ อันนี้ไม่ชัดเจนนะครับว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้นอยู่ในคลื่นความถี่ประเภทใด แล้วอย่างไรครับ ผมก็ได้มีโอกาสถามครับ แล้วค้นคว้าไปยังผู้รู้ว่าที่ใส่มาตรงนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เพราะอะไร ผู้เสนอกฎหมายตอบง่าย ๆ ว่า มาจากการทําประชาพิจารณ์ ผมก็พูดต่อครับ การทําประชาพิจารณ์นั้นท่านต้องตกผลึกทางความคิด นี่คือคนคิด ต้นร่างนะครับ ผมเรียนว่าอีก ๒ ร่างนั้นไม่มีเรื่องนี้ในมาตรานี้นะครับ ผู้ที่จะเปึนผู้เสนอร่าง ขึ้นมาในอนาคตต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รัฐสภาต่อไป ขอให้มีความคิดในการทํา ประชาพิจารณ์ที่ตกผลึกแล้ว มิฉะนั้นจะมีปัญหาในการตีความ ผมฝากเรื่องนี้ละครับ ไปยังท่านกรรมาธิการที่จะมีขึ้นในอนาคตว่าให้ระวังและให้มีความรอบคอบเปึนอย่างยิ่ง ในกฎหมายที่มีการเขียนและมีการร่างตามแบบของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หวังครับ ว่ากฎหมายที่จะออกโดยสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รัฐสภาของไทยจะมีความชัดเจน มีสภาพใช้บังคับได้จริง กราบขอบพระคุณครับ