สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๔ มีนาคม ๒๕๕๒

นิยม เวชกามา หารือเรื่องการควบคุมสื่อ โดยเฉพาะสื่อชุมชน โดยกล่าวว่าปัจจุบันสื่อชุมชนถูกครอบงำโดยพรรคการเมือง และไม่มีผู้ควบคุม ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม และมีภาษาที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังกล่าวว่ากฎหมายที่จะควบคุมสื่อควรผ่านสภาและประกาศใช้เพื่อให้มีการควบคุมและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ผม นิยม เวชกามา สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมรู้สึกดีใจมาก จริง ๆ ที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งเปึนร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ กํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ฉบับนี้เข้ามาสู่สภาอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมา ก็มีปัญหาในเรื่องแต่งตั้งจัดสรรคณะกรรมการ กสช. เพราะว่ามีปัญหาในหลายด้าน ทําให้สื่อในลักษณะที่เปึนไม่ว่าวิทยุชุมชน และสื่อทางกิจการโทรคมนาคมไม่มีหางเสือ ไม่มีหน่วยงานที่ควบคุมตามกฎหมาย ทําให้มีปัญหาตามมามากมาย โดยเฉพาะสื่อ ระดับท้องถิ่นและสื่อระดับชาติ ออกอากาศกระจายเสียงและวิทยุไปโดยที่ไม่มีหน่วยงานใด ที่ควบคุม ทําให้ประโยชน์สูงสุดของประชาชนต้องเสียไป บางสถานีวิทยุ บางสถานีโทรทัศน์ ที่ออกอากาศโดยที่ไม่มีการควบคุมนั้น ใช้ภาษาในหลายด้านไม่ถูกต้อง วิทยุชุมชนเปึนเรื่องดีครับ เปึนเรื่องดีครับ เพราะว่าประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร แต่วันนี้ วิทยุชุมชนเองไร้ทิศทางจริงๆ ที่บ้านผมที่จังหวัดสกลนคร ๔๐ กว่าสถานีตั้งกันมาโดยที่ ไม่รู้ว่าใครกํากับดูแล ไม่รู้เปึนใครกํากับว่าการใช้ภาษาอะไรถูกต้องหรือไม่ เพราะวันนี้ ผมเห็นว่ากลุ่มผู้จัดรายการวิทยุโทรทัศน์ วิทยุชุมชนใช้ภาษาตามความชอบใจของตนเอง พูดอันไหนที่ตัวเองไม่เกี่ยวข้อง อันไหนที่เปึนคู่ต่อสู้ เปึนคู่ปรับในด้านทางการเมืองบ้าง ในด้านเกี่ยวกับหลายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการโฆษณา เพราะว่าเดี๋ยวนี้สื่อต่าง ๆ เกิดขึ้น เหมือนดอกเห็ดแล้วไม่มีผู้ใดกํากับดูแล ผมเองเป่ดฟังวิทยุในลักษณะวิทยุชุมชนเอา ในความเห็นใกล้ ๆ ที่ผมเห็นเกือบทุกวัน เป่ดฟังมันเปึนเรื่องที่กระจายออกไปสู่หลายพื้นที่ เปึนเรื่องดี แต่ต้องมีผู้กํากับดูแล ปรากฏว่าคณะกรรมการชุดนี้ยังไม่เกิดขึ้น พอกฎหมาย ประกาศใช้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ แต่ว่าไม่มีคณะกรรมการกํากับดูแล มันก็เหมือนเรือที่ไร้หางเสือ ไม่มีคนกํากับ วันนี้จึงเห็นว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านสภาตรงนี้เปึนการถูกต้องและมี คณะกรรมการดูแลอย่างจริงจัง ณ วันนี้ผมจึงเห็นว่ามันเปึนเรื่องดี แต่บังเอิญว่าวันนี้ มันมีวิทยุชุมชนซึ่งเต็มบ้านเต็มเมืองแต่ไม่มีผู้กํากับดูแล เท่าที่ผมทราบตอนนี้ ปรากฏว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคที่จังหวัดสกลนครเข้าไปครอบงําสื่อประเภทนี้ โดยเข้าไปเช่าเวลาไม่น้อยกว่าวันละ ๓ ชั่วโมง ผมทราบว่าเดือนหนึ่งเขาจ่ายกัน ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งบังเอิญว่าข้อกฎเกณฑ์บางอย่างไประบุว่าวิทยุชุมชนไม่มี สิทธิที่จะไปรับสปอนเซอร์ (Sponsor : ผู้อุปถัมภ์) โฆษณา เพราะฉะนั้นวิทยุกลุ่มนี้ ไม่สามารถจะอยู่ได้ถ้าไม่มี สปอนเซอร์ ไม่มีผู้ซื้อโฆษณาก็จัดกันสะเปะสะปะ มีนายทุน เข้าไปดูแลไม่ใช่วิทยุชุมชนจริง ๆ แต่เปึนนายทุนเข้าไปจัดซื้อจัดตั้งให้ แล้วเอาผู้ไปจัด ซึ่งไม่มีการผ่านการอบรม วันนี้จึงเห็นว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคถือโอกาส ถือโอกาส ไปเช่าเวลาแล้วไปโปรโมท (Promote : สนับสนุน) ตัวเองโดยที่ทําให้คู่แข่งทางการเมือง เสียหาย แล้วการใช้ภาษาในหลายเรื่องที่ดูแล้วเปึนการด่ากันทางอากาศ เปึนการบอก เปึนการชักชวนให้มาทําโน่นทํานี่ ซึ่งไม่มีการกลั่นกรอง ไม่มีการบันทึกเทป ออกอากาศแล้ว ออกอากาศไป เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าวันนี้ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภามันจึง เปึนเรื่องที่ต้องประกาศนําไปใช้ แต่ผมเองต้องขอกราบเรียนท่านประธานสภาแห่งนี้ว่า ฝากความหวังไว้กับคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วยว่า หลาย ๆ เรื่องที่ผมเป่ดดูในรายละเอียด ของกฎหมายฉบับนี้ยังมีความจําเปึนต้องไปแก้ไขกฎหมาย ๓ ฉบับที่ต้องไปผ่าน กรรมาธิการชุดนี้ แล้วรวมมาเปึนฉบับรวมกัน แต่หลายอันผมยังมองว่าการคัดสรร คณะกรรมการ กสช. มันต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน คณะรัฐมนตรีไม่น่าจะไปเกี่ยวข้อง เพราะว่ามันจะเปึนการครอบงําสื่อ ณ วันนี้หลายด้านไปมองว่าสื่อถูกครอบงํา ครอบงํา แบบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าบทบาทของสื่อต้องอาศัยนายทุน ต้องอาศัย แรงงานและแรงผลักดันอีกคนกลุ่มหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็อยู่ไม่ได้เพราะทุนในส่วนนี้ สื่อยังไม่มีความสามารถที่จัดสรรหามาได้ ผมเองอยู่ในวงการสื่อมา ๒๐ กว่าป้เห็นว่า ถ้าปล่อยให้ภาครัฐเข้าไปวุ่นวายไปครอบงําอย่างต่อเนื่องเต็มที่แล้ว สื่อไม่สามารถที่จะทํา หน้าที่ของสื่อได้จริง ๆ ซึ่งเห็นชัดเจนคือวิทยุชุมชนที่เป่ดกันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง อยู่ในปัจจุบันนี้ถูกครอบงําครับ ครอบงําเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะว่าผมถึงบอกว่า อยู่ไม่ได้ถ้าไม่เป่ดโอกาสให้เขามีสปอนเซอร์บ้าง ไม่ใช่บอกว่าไม่ได้เลย สื่อวิทยุชุมชน ไม่ได้ มีสปอนเซอร์ไม่ได้ ถ้ามีแล้วผิดกฎหมายในเรื่องนี้มันเปึนเรื่องที่เปึนไปไม่ได้ครับ เพราะว่ามันจะทําให้อีกภาคหนึ่งต้องเข้ามาแทรกแซง แทรกแซงแล้วถือโอกาสโปรโมท ซึ่งเอาเปรียบคู่ต่อสู้คู่แข่งทางการเมืองอย่างยิ่งครับ ผมจึงเห็นว่า จึงฝากความหวังว่า คณะกรรมการชุดนี้ต้องเข้าไปแก้ไขในหลายเรื่อง โดยเฉพาะภาครัฐจะเข้าไปเกี่ยวข้อง ไปครอบงําสื่อไม่ได้เปึนเด็ดขาดครับ