สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๔ มีนาคม ๒๕๕๒

ขจิตร ชัยนิคม หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และแก้ไขปัญหาการใช้คลื่นความถี่ในประเทศไทย โดยเสนอแนวคิดในการตั้งกองทุนเพื่อขยายการรับรู้และจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับสถานีท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสาร

นายขจิตร ชัยนิคม มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ที่เสนอเข้าสู่สภา และกําลังพิจารณาอยู่นี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อป้ ๒๕๔๓ เวลาเกือบ ๑๐ ป้ โดยรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ป้ ๒๕๔๐ ก็เกิด พระราชบัญญัตินี้ขึ้นนะครับ แล้วตลอดเวลาเกือบ ๑๐ ป้มายังไม่มีอะไรเปึนอะไร เปึนการสะท้อนสิ่งที่มีอิทธิพลอยู่ในวงการนี้นะครับ แล้วก็จะทําการเปลี่ยนแปลงอะไร ค่อนข้างจะยากทั้ง ๆ กําหนดไว้ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแล้ว ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน มาตรา ๔๗ บอกว่า คลื่นความถี่ที่ใช้ในการ ส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และวิทยุโทรคมนาคม เปึนทรัพยากรสื่อสารของชาติ ในวรรคหนึ่ง เขากําหนดกรอบไว้ชัดเจนว่า ให้ใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะ แล้วก็ให้มีองค์กร อิสระขึ้นมาโดยกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็กํากับองค์กรอิสระด้วยว่า การจัดการขออนุญาต ให้คํานึงถึงประโยชน์ของประชาชนเปึนหลัก ทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น แล้วก็ยังบอก ด้วยว่าประโยชน์สาธารณะนั้น โดยให้ลําดับว่าเพื่อประโยชน์ในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น ท่านประธานที่เคารพครับ คลื่นความถี่ เปึนทรัพยากรของชาติ ก่อนที่จะออกกฎหมาย ก่อนที่จะออกรัฐธรรมนูญมาตรานี้มา ได้ถูกเข้าไปใช้ได้ถูกเข้าไปสัมปทานโดยกลุ่มบุคคล โดยเอกชน โดยรัฐ โดยองค์กรของรัฐ โดยเฉพาะในองค์กรฝ์ายความมั่นคงทหารบ้าง ตํารวจบ้าง ทีนี้การเข้าไปใช้คลื่นเหล่านี้ หน่วยงานราชการครั้งแรกก็ใช้เพื่อความมั่นคง แต่ต่อมาก็เอาคลื่นนี้ไปขายโฆษณา ผลประโยชน์ก็เกิดขึ้นมหาศาล ทั้งเรื่องของวิทยุ ทั้งเรื่องของโทรทัศน์ ทั้งเรื่องของ โทรคมนาคม ผลประโยชน์มหาศาลเหล่านี้ป้หนึ่งถ้าเก็บภาษีเข้ารัฐอย่างตรงไปตรงมา จะเปึนป้ละหลายแสนล้านบาท แต่เนื่องจากว่าก่อนที่จะออกรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะออก กฎหมาย คลื่นเหล่านี้ได้ถูกใช้ไปแล้ว คณะกรรมการที่จะถูกกําหนดตามกฎหมายนี้ต้องวางมาตรการเพื่อที่จะเอาคลื่นที่ถูก สัมปทานถูกเช่าซื้ออะไรเหล่านี้กลับคืนมา เพื่อประโยชน์ของสาธารณะตามบัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญ ก็ขอกราบเรียนว่าจะเห็นว่าความยากลําบากในวงเกือบจะ ๑๐ ป้นี้ ก็กลับมาอีกครั้งหนึ่ง เปึนการเสนอและยกเลิกพระราชบัญญัติเดิม ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมมีข้อสังเกตที่จะฝากไปยังท่านกรรมาธิการที่จะไปร่างที่จะไปดูแลในวาระสอง คือโดยหลักการแล้วคลื่นความถี่ รัฐธรรมนูญเขาต้องการให้เปึนสมบัติแล้วใช้ เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ไม่ว่าระดับใดก็ตามในขณะนี้นะครับ ส่วนมากไม่ได้ใช้ ประโยชน์เพื่อสาธารณะไม่ว่าระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ในเรื่องวิทยุ ในเรื่องโทรทัศน์ก็ตาม พอทําไปทํามาเดี๋ยวนี้แม้แต่วิทยุชุมชนในท้องถิ่นก็กลายเปึนการเป่ดเพลงเสร็จแล้วก็ไป เอาโฆษณามาใส่ ยิ่งระยะหลังรัฐบาลได้ผ่อนคลายบอกว่าให้ใช้โฆษณาอะไรได้อย่างนี้ ก็กลายเปึนรายการไปหาผู้สนับสนุนแล้วก็เป่ดเพลงกันไปเกิดขึ้นหลายสถานี ผลประโยชน์ เรื่องสะท้อนกิจกรรมของสาธารณะในเรื่องการศึกษา ในเรื่องวัฒนธรรม ในเรื่อง ความมั่นคงของรัฐมีน้อยมากตามกรอบรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้เกิดขึ้น นี่คือข้อสังเกต อันที่ ๑

ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๓๘ บอกว่าให้ตั้งกองทุนขึ้น ตั้งกองทุนขึ้นฉบับเดิมที่ผมเคยร่างตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ เขาให้ใช้เพื่อที่จะขยายการรับรู้ ในกิจการโทรคมนาคม ในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เพื่อที่จะเปึนกองทุน เงินที่ได้จากภาษีหรือสัมปทานให้จัดไว้ส่วนหนึ่งเปึนกองทุน เพื่อที่จะขยาย อาจจะตั้ง สถานีให้ประชาชนในระดับท้องถิ่นประจําหมู่บ้าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับข่าวสาร จากภาษีหรือธรรมเนียมที่เก็บจากกิจการนี้ เดิมมีกองทุนตั้งไว้สําหรับพัฒนาการศึกษา ด้วย แต่ผมไม่ทราบว่าพอร่างฉบับใหม่ท่านทําไมถึงตัดออก เพราะว่ากิจการแรก ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔๗) ที่กําหนดไว้ในวันนี้ก็ตาม คือให้ประโยชน์สาธารณะ อันดับแรกที่เขาอ้างถึงก็คือเรื่องการศึกษา เพราะฉะนั้นก็ฝากกรรมาธิการที่จะไปพิจารณา บอกว่าในมาตราที่บอกว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมกิจการเหล่านี้ กิจการเหล่านี้ หมายถึงวิทยุโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรคมนาคม ก็ฝากด้วยว่าให้เอา กลับคืนมาว่าในการส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนาสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา ซึ่งวัตถุประสงค์ของกองทุนเดิมได้มีไว้ เพราะว่าได้ถูกกําหนดโดยกรอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ ซึ่งมีเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อยในเชิงที่จะควบคุมให้เปึนตามเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญไม่ให้สื่อครอบคลุมข้ามข่ายกัน ซึ่งเปึนการเขียนเพื่อให้แก้ไขปัญหาที่กําลัง เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ด้วยความหวังว่าถ้าหากเราสามารถที่จะไปจัดระเบียบการใช้ คลื่นความถี่ ซึ่งเปึนทรัพยากรที่มีค่ามหาศาลนั้นจะนําไปสู่ผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง แก่พี่น้องประชาชน ถ้าหากท่านกรรมาธิการยึดตามหลักนี้จะเปึนประโยชน์อย่างมากครับ ขอบคุณมากครับ