สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๔ มีนาคม ๒๕๕๒

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เสนอแนะให้รัฐบาลเลิกภาษีสรรพสามิต ๒ เปอร์เซ็นต์ที่เก็บจากบริษัทมือถือ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขอบพระคุณท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ได้เสนอกฎหมายฉบับนี้นะครับ ที่จริงเสนอตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ แต่เปึนที่น่าเสียดายที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะมีกลุ่มเสื้อเหลือง คอยประท้วงนะครับ แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้วันนี้ได้กลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐบาลชุดนี้ ก็นับเปึนสิ่งที่ดี อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเกี่ยวกับคณะกรรมการ ต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าถ้าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาโดยกฎหมายฉบับนี้มีความเปึนธรรม ไม่ถูกครอบงําโดยนายทุนหรือนักการเมือง เราก็จะสามารถบริหารจัดการคลื่นความถี่หรือ แม้กิจการโทรคมนาคมต่าง ๆ ตามกฎหมายฉบับนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมคิดว่า กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่สําคัญอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการจัดหารายได้ของ แต่ละกิจการ ท่านประธานครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็น เดิมทีนั้น ในกิจการโทรคมนาคมท่านจะเห็นว่าองค์การโทรศัพท์ก็ดี การสื่อสารแห่งประเทศไทยก็ดี ให้สัมปทานโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ ๆ เอาที่รู้จักกัน ๓ รายด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึน เอไอเอส (AIS) ดีแทค (DTAC) หรือ ทรู (True) โดยการให้สัมปทานนั้นผู้รับสัมปทานคือเจ้าของ บริษัทมือถือต้องจ่ายค่าสัมปทานเปึนรายป้ กว่าจะได้เงินขึ้นมาหมายความว่า บริษัท มือถือต้องจ่ายเงินให้องค์การโทรศัพท์และการสื่อสาร จากนั้นองค์การโทรศัพท์และ การสื่อสารต้องไปทํางบดุลบัญชีของตนเอง เมื่อมีกําไรเท่าไรแล้วก็จะส่งคืนให้รัฐ กระทรวงการคลังผ่านกรมสรรพสามิต ท่านประธานทราบไหมครับว่า นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ท่านมีหัวสมองในการที่จะหาเงินเข้ารัฐเพื่อมาทํานโยบายต่าง ๆ ช่วยเหลือ รากหญ้า ท่านคิดครับ เพราะท่านมีประสบการณ์ในการทําธุรกิจ ท่านมองอย่างเดียวว่า กรมสรรพสามิตถ้าจะรอให้สิ้นป้งบประมาณแล้วได้เงินจากบริษัทเอกชนเจ้าของมือถือนั้น มันล่าช้าไม่ทันกาลท่านนี่แหละครับก็ได้คิดว่า ถ้าเราจะเอาเงินสัมปทานเหล่านั้นมาเข้ารัฐ เพื่อไปใช้จ่ายในงบประมาณแผ่นดินก่อนเวลาจะได้ไหม นี่แหละครับคือที่มาของภาษี สรรพสามิต ๒ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อนโยบายนี้ได้เกิดขึ้น ผมบังเอิญครับเปึนคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับมือถือนี่แหละ สมัยนั้นเขาอนุญาตให้ผมเปึนกรรมาธิการทุกคณะ ผมก็ได้เรียนถามบริษัทมือถือทั้ง ๓-๔ บริษัทว่า การที่เรียกเก็บเงินสรรพสามิต ๒ เปอร์เซ็นต์ทุกเดือนนี่ดีไหม กรมสรรพสามิตก็มาชี้แจงบอกเปึนสิ่งที่ดี ผมก็ถามว่าทําไมต้อง ๒ เปอร์เซ็นต์ ทําไม ไม่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เขาวิเคราะห์ให้ผมครับว่าจากรายได้ที่เขาเคยได้ต่อป้ เมื่อบริษัท องค์การโทรศัพท์หรือการสื่อสารไปคํานวณกําไรขาดทุนแล้ว เฉลี่ยแล้ว ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็เลยเปึนที่มาของตัวเลขที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เรียกเก็บก่อนจากบริษัท มือถือทุกเดือน เดือนละ ๒ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้เปึนตัวเลขที่เข้าท่าที่สุดครับ แล้วเงินรายได้ อย่างนี้มันเปึนรายได้ที่ต้องพึงได้จากภาครัฐอยู่แล้ว ก็นํามาใช้จ่ายในป้งบประมาณก่อน ไม่ต้องไปนั่งขูดรีดขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันเหมือนรัฐบาลชุดนี้ละครับ อันนี้คือวิสัยทัศน์ ของการเปึนนายกรัฐมนตรีที่รู้จักวิธีหาเงินเข้ารัฐ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือว่า สังคม โดนบิดเบือนกล่าวหาใส่ร้ายท่านว่าท่านได้รับประโยชน์ ท่านประธานฟังผมชี้แจงอย่างนี้ ท่านประธานเข้าใจไหมครับ ผมเชื่อว่าประชาชนที่ฟังผมพูดในวันนี้จะเข้าใจว่าเงินนี้ มันเปึนประโยชน์ที่จะมาบริหารบ้านเมือง แต่เปึนที่น่าเสียดายท่านถูกใส่ร้ายมาโดยตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ไม่รู้ทํากรรมอะไรมากมายถึงขนาดนั้น วันนี้ขอเสนอ ผ่านท่านประธานไปว่า สิ่งนี้ละครับเปึนสิ่งที่ดี ถ้ารัฐบาลนี้เห็นว่าไม่ดีก็เลิกภาษี สรรพสามิต ๒ เปอร์เซ็นต์สิครับ ทําไมยังต้องเก็บต่อเนื่องกันอีก และวันนี้ท่านประธาน การที่ออกกฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อว่าการสื่อสารแห่งประเทศไทย องค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศไทยก็ไม่ใช่เจ้าของสัมปทานในแง่ของโทรศัพท์มือถืออีกต่อไป หรือกิจการ โทรคมนาคม วันนี้เรากําลังจะโอนอํานาจไปให้ กสช. หรือคณะกรรมการตามที่กฎหมาย ฉบับนี้กําลังจะแต่งตั้งขึ้นมา ผมอยากจะถามว่า กสช. เหล่านี้มีความสามารถมากน้อย เพียงใด จะทําอย่างไรไม่ให้บริษัทมือถือเหล่านี้เอาเปรียบเรา ผมจะยกตัวอย่าง ท่านประธาน ผมนี่นะครับบังเอิญเปึนประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง และสถาบันการเงิน ไปดูงานที่ชายแดนฝัืงไทย-ลาว ผมนอนอยู่โรงแรมฝัืงนี้ละครับ แต่โทรศัพท์ของผมมันขึ้นแทงโก้ (Tango) ลาว หมายความว่าผมอยู่หนองคาย ผมต้องใช้ โทรศัพท์ไปต่างประเทศแล้วกลับเข้าประเทศไทย มีการเรียกเก็บเงินผมครับท่านประธาน ว่าผมไปใช้โทรศัพท์ที่ประเทศลาว ๗๐๐ บาท โดยบริษัทมือถือที่ผมใช้ทุกวันนี้ละ ผมก็เลย กลับมาแล้วก็ทําหนังสือไปให้กับบริษัทมือถือนั้น ว่าผมนี่ถูกละเมิดสิทธิ เอาเปรียบผม ผมยืนอยู่ฝัืงไทยแต่เหตุไฉนผมต้องไปเสียค่าโทรศัพท์ให้ประเทศลาว ท่านรู้ไหมครับ ว่าเกิดอะไรขึ้น บริษัทมือถือยอมรับสารภาพว่าได้เอาเปรียบ การคิดเงินนั้นไม่ถูกต้อง คืนเงินให้ผมครับ ท่านประธาน ๗๐๐ บาท ผมบอกว่าไม่ได้ ท่านจะต้องคืนให้คนไทยทุกคนที่ไปบริเวณนั้น แล้วก็บังเอิญขึ้นแทงโก้ ต้องไปจ่ายค่าโทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศ แบบนี้มันเปึนการ เอาเปรียบผู้บริโภค ผมฝากท่านรัฐมนตรีดูแลเรื่องนี้นะครับ ผมน่ะมันไม่ยอม สลึงหนึ่ง ผมก็ไม่ยอม มันเปึนความไม่ถูกต้อง แต่ประชาชนคนไทยนิสัยช่างมันเถอะ แล้วก็แล้วกันไป มันไม่ได้ครับ มันเปึนสิทธิของเรา เราใช้โทรศัพท์ในประเทศ เครือข่ายต้องครอบคลุมครับ ท่านประธาน บางทีผมเดินทางไปนี่ท่านประธาน แค่ในกรุงเทพฯ นี่นะครับ สัญญาณยัง ไม่ครอบคลุมก็ยังมี มันเกิดอะไรขึ้น ท่านรัฐมนตรีฟังนะครับ ท่านจัดการนะครับ แล้วเวลา เดินทางไปต่างจังหวัด บางคนก็โม้บอกว่าเครือข่ายต่อเนื่อง มันขาด ๆ ตอน ๆ หมุนใหม่ ก็เสียเงินเพิ่มทุกครั้ง อย่างนี้เสียหายครับท่านประธาน เราจะดูแลอย่างไร ผมก็หวังว่า คณะกรรมการชุดนี้ที่มาจากหน่วยงานต่าง ๆ นักวิชาการต่าง ๆ มีคุณสมบัติเปึนอาจารย์ คุ้มครองผู้บริโภค จะต้องดูแลสิ่งเหล่านี้ให้พี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดินเมื่อกฎหมายฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ ท่านประธานนอกจากนั้นแล้ว ผมยังมีประเด็นอีกไม่มากนะครับ เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกบอกให้พูด ๗ นาที แล้วตัวเองก็เดินหนีออกไป มันพูดไม่ทันรู้เรื่องเลย ๗ นาที ผมต้องขออีกสัก ๔–๕ นาทีนะครับท่านประธาน กรณีการส่งข้อมูล