รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนำเสนอเรื่องร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง และขอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบในเรื่องนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สถาบันลุ่มน้ำโขงเป็นองค์การระหว่างประเทศที่อิสระและไม่หวังผลกำไร
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในนามของคณะรัฐมนตรี มีความยินดี เปึนอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสนําเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสถาบัน ความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ กระผม ขออนุญาตกล่าวถึงสาเหตุที่กระทรวงการต่างประเทศต้องเสนอร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองการดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ เนื่องจากในการตราพระราชบัญญัติคุ้มครอง การดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ซึ่งระบุว่า หนังสือสัญญาใดจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตามหนังสือสัญญา จะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา กระทรวงการต่างประเทศจึงใคร่ขอเสนอให้ สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว การที่สถาบันลุ่มน้ําโขงมีที่ตั้งในประเทศไทย และต้องอยู่ภายใต้การกํากับของกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องของไทย สถาบันจึงต้องได้รับการรับรองสถานะเปึนองค์การระหว่างประเทศ ของรัฐบาลไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพ ด้วยการจัดทําความตกลง เฮดควอเตอร์ส อะกรีเมนท์ (Headquarters Agreement) ระหว่างรัฐบาลไทยกับสถาบัน และจะต้องมีการ ตราพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... ในสถานะองค์การระหว่างประเทศ สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนา เศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... หรือชื่อที่รู้จักกันทั่วไปว่า สถาบันลุ่มน้ําโขง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า แม่โขง อินสติติวท์ เอ็มไอ (Mekong Institute MI : สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนา เศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง) ซึ่งตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นตั้งแต่ป้ ๒๕๓๙ เปึนโครงการ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของรัฐบาลนิวซีแลนด์ รัฐบาลไทยและมหาวิทยาลัยขอนแก่น วัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อฝ๊กอบรมและพัฒนาบุคลากรระดับกลางและระดับสูงทั้งภาครัฐ และเอกชนของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ในสาขาที่เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน การขจัดความยากจน การส่งเสริมความร่วมมือและบูรณาการในอนุภูมิภาคตลอดจน การปฏิรูปการบริหารภาครัฐ ผลการดําเนินงานของสถาบันจากอดีตจนปัจจุบันเปึนที่พอใจ ของทุกฝ์าย และเปึนที่ยอมรับของประเทศในอนุภูมิภาคว่า สถาบันดังกล่าวเปึนสถาบัน ฝ๊กอบรมที่ส่งเสริมความร่วมมือและสร้างสมรรถนะการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงแก่ผู้นํา ทั้งภาครัฐและเอกชน และได้รับการยกย่องเปึนศูนย์กลางแห่งความเปึนเลิศทางวิชาการ ของภูมิภาค ที่มีผู้สนใจเข้าร่วมหลักสูตรฝ๊กอบรมที่สถาบันเปึนจํานวนประมาณ ๒,๐๐๐ คนแล้ว ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงทั้ง ๖ ประเทศ กล่าวคือ จีน กัมพูชา ลาว ไทย พม่า และเวียดนาม จึงเห็นพ้องกันว่าควรจะยกระดับสถาบัน เปึนองค์การระหว่างประเทศ เปึนองค์กรที่อิสระที่ดําเนินงานโดยไม่หวังผลกําไร และไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และในขณะเดียวกันก็เป่ดโอกาสให้ประเทศสมาชิก มีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายและทิศทางการดําเนินงานของสถาบันมากขึ้น โดยการ บริหารงานของสถาบันอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของสภาองคมนตรี เดอะ เคาน์ซิล (The Council) ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกลุ่มประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง โดยที่ ประเทศไทยกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงได้ร่วมลงนามในกฎบัตรของสถาบัน ลุ่มน้ําโขงเมื่อป้ ๒๕๔๖ เพื่อก่อตั้งสถาบันลุ่มน้ําโขง และความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับสถาบันลุ่มน้ําโขงซึ่งจัดทําขึ้นเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๐ ได้กําหนดให้ตั้งสํานักงาน ของสถาบันลุ่มน้ําโขงในประเทศไทยเพื่อดําเนินงานและปฏิบัติภารกิจอันเปึนหน้าที่ของ สถาบัน ดังนั้น เพื่อให้สถาบันลุ่มน้ําโขงและเจ้าหน้าที่ของสถาบันซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยได้รับเอกสิทธิ์ในการดําเนินงานและการปฏิบัติงาน ในประเทศไทยจึงมีความจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น การที่สถาบันลุ่มน้ําโขง เปึนองค์การระหว่างประเทศและได้รับเอกสิทธิ์การคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้จะเพิ่ม ความน่าเชื่อถือและยอมรับจากประชาคมระหว่างประเทศ อันจะส่งผลให้แหล่ง ความร่วมมือต่างประเทศในการให้การสนับสนุนการดําเนินการของสถาบันลุ่มน้ําโขง เพิ่มมากขึ้น การลงนามระหว่างรัฐบาลไทยกับสถาบันลุ่มน้ําโขงและการตรา พระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... เพื่อให้ความตกลงมีผลบังคับใช้จะเปึนการแสดงความจริงใจของ รัฐบาลไทยในการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงและสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ในสายตาประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน การยกระดับสถาบันลุ่มน้ําโขงให้เปึนองค์การระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศในอนุภูมิภาค เปึนการดําเนินงานที่สอดคล้องกับ นโยบายของไทยที่จะให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางทางวิชาการระหว่างประเทศ และเปึน ที่ตั้งสํานักงานขององค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ด้วย ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ คงจะเห็นด้วยกับผมว่าการที่สถาบันลุ่มน้ําโขงตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ก็ด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ เพราะจังหวัดขอนแก่นมีสภาพที่ตั้งใกล้กับ อนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงและมีปัจจัยด้านทรัพยากรมนุษย์ในการพัฒนาขีดความสามารถ ของประชาชนชาวไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสานและเปึนศูนย์กลาง การศึกษาของภูมิภาค การยกระดับสถาบันลุ่มน้ําโขงให้เปึนสถาบันนานาชาติย่อมจะ ช่วยเสริมสร้างเกียรติภูมิให้กับจังหวัดขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสาน ของไทย เปึนการเพิ่มโอกาสการจ้างงานสําหรับประชาชนในจังหวัดขอนแก่น และใกล้เคียง และเน้นย้ํานโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้เปึนประตูสู่อินโดจีน ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ กระผมขอสรุปสาระสําคัญของ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... ดังนี้
๑. ให้ยอมรับนับถือว่าสถาบันเปึนองค์การระหว่างประเทศที่มีสถานะเปึน นิติบุคคลและให้ถือว่ามีภูมิลําเนาในประเทศไทย
๒. ให้สถาบันได้รับยกเว้นภาษีทางตรง อากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัด อัตราศุลกากรและภาษีสําหรับการนําเข้าและส่งออกวัสดุอุปกรณ์ สิ่งของและยานพาหนะ ตามจํานวนที่สมควรซึ่งจําเปึนต้องใช้ในการปฏิบัติงาน
๓. ให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ได้รับเอกสิทธิ์ ยกเว้นภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรเฉพาะที่เรียกเก็บจากเงินเดือน และค่าตอบแทนในการทํางาน อากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรในการนําเข้า ของใช้ในครัวเรือนและการใช้ส่วนตัวแต่ไม่รวมถึงยานพาหนะ พร้อมทั้งยกเว้นการปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนคนต่างด้าว
ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ด้วยตระหนัก เห็นพัฒนาการของสถาบันตลอดระยะเวลา ๑๐ ป้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ จากโครงการ ความร่วมมือทางวิชาการที่ได้รับการยอมรับจากทุกประเทศในอนุภูมิภาคในผลงาน การจัดฝ๊กอบรมที่มีคุณภาพและสามารถพัฒนาบุคลากร ตลอดจนเล็งเห็นประโยชน์ ที่ทุกประเทศในอนุภูมิภาคจะได้รับจากการยกระดับสถาบันลุ่มแม่น้ําโขง เปึนองค์การ ระหว่างประเทศและจะเปึนสถาบันที่มีความยั่งยืนของอนุภูมิภาคซึ่งประเทศสมาชิก ทั้ง ๖ ประเทศ มีความสํานึกร่วมของความเปึนเจ้าของร่วมกัน และส่งเสริมความร่วมมือ ของกันและกันในอนุภูมิภาค อันจะนํามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของอนุภูมิภาค คณะรัฐมนตรีจึงได้ให้ความเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงาน ของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ําโขง พ.ศ. .... กระผมจึงใคร่ขอ กราบเรียนเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องข้างต้น ณ ที่นี้ ขอขอบพระคุณครับ