สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๔ มีนาคม ๒๕๕๒

พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล หารือเรื่องการพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลาหรือเหรียญจักรมาลาแก่ข้าราชการ และเรียกร้องการแก้ไขเพื่อให้นักการเมืองทุกคนมีสิทธิ์ได้รับเหรียญนี้

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ท่านประธานครับ ก็เห็นด้วยทุกอย่าง และโดยเหตุผลในกฎหมายนี้ก็เพื่อขยายคําว่า ข้าราชการ ไปยังองค์กรใหม่ ๆ ที่ก่อตั้งขึ้น ภายหลังที่ไม่เคยมี แต่ที่ติดใจอย่างหนึ่งก็คือว่า คําว่า ข้าราชการการเมือง ขณะนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี สมาชิกวุฒิสภาก็ดี ถือบัตรข้าราชการการเมืองด้วยกัน นะครับ หรือแม้กระทั่งผู้ที่ไปดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วแต่ถือบัตรข้าราชการการเมือง แต่คราวนี้ให้ครอบคลุมไปทุกแห่ง ยกเว้นข้าราชการการเมือง เสมือนหนึ่งกระแสขณะนี้ รังเกียจนักการเมืองเสียมากเหลือเกิน ส.ส. ชั่วร้าย นักการเมืองชั่วร้าย เลวกันเสียหมด เปึนกระแสขณะนี้ แม้กระทั่งเหรียญจักรพรรดิมาลาหรือเหรียญจักรมาลาที่ให้แก่ ข้าราชการผู้ดํารงตําแหน่งหน้าที่มาครบ ๒๕ ป้แล้วควรจะได้รับพระราชทาน ก็ไปตัดสิทธิ ของข้าราชการการเมืองเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านทํางาน กันอยู่ในห้องนี้นะครับ แล้วก็ถึงจะมีกระแสรังเกียจอย่างไรก็ตามก็ต้องถือว่าบุคลากร เหล่านี้ตั้งแต่บรรพบุรุษ มีคุณูปการต่อประเทศชาติไม่ใช่น้อยในการที่จะออกกฎหมาย แต่ละเรื่อง ผมไม่เห็นด้วยเลยกับหนังสือของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ตอบมา และก็ทราบว่าคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติความเห็นในการที่จะให้มีการพระราชทานเหรียญนี้ แก่ข้าราชการการเมืองด้วย ผมเรียนท่านประธานครับ ผมมีเหรียญนี้ทุกรุ่นล่ะครับ ทั้งขนาดใหญ่ ทั้งขนาดเล็ก ตั้งแต่พระราชทานโดยพระพุทธเจ้าหลวง ไม่ใช่เหรียญ พระราชทานแก่ผม แต่เปึนพี่ที่ผมรักชอบส่วนตัวสะสมไว้ และในฐานะที่เคยดูแล กองกษาปณ์ของกรมธนารักษ์ ข้างหลังมีจารึกชื่อ นอกจากชื่อผู้รับแล้ว มีคําว่า ปรนนิบัติ ราชการดี เหรียญนี้แต่เดิมคือเหรียญปรนนิบัติราชการดีครับ ไม่ใช่ปฏิบัติราชการดี อย่างเดียว แล้วก็สมัยก่อนข้าราชการก็ยังไม่มากนัก คําว่า ข้าราชการพลเรือน ก็ค่อนข้าง จะจํากัด เหตุผลของคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งระบุว่า ต้องเปึนข้าราชการพลเรือนที่รับ ราชการในตําแหน่งที่ประจําเท่านั้น แล้วก็เสมือนหนึ่งว่าข้าราชการไม่ต่อเนื่อง หรือข้าราชการการเมืองหรือ ส.ส. เปึนไม่ต่อเนื่อง แต่คําว่าต่อเนื่องหรือไม่ต่อเนื่อง มันไม่ได้ผูกพันกับคําว่า ๒๕ ป้ ถ้าข้าราชการที่ต่อเนื่องอาจจะรับราชการ ๒๕ ป้ก็ครบ แต่ ส.ส. บางท่านก็นับเวลาที่ขาดตอนไป อาจจะช้าถึง ๓๐ ป้ ๔๐ ป้ก็แล้วแต่ แต่เมื่อรวมกันแล้วเกิน ๒๕ ป้ ก็ควรที่จะได้ ในนี้เขียนว่า ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ ผมไม่ทราบว่ากฤษฎีกา (คณะกรรมการกฤษฎีกา) ไปทราบเจตนารมณ์ของ พระพุทธเจ้าหลวงอย่างไร กฤษฎีกาไปทราบเจตนารมณ์ของพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างไร กฤษฎีกาไปทราบเจตนารมณ์ของพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลอย่างไร และมาตีความเอาเองว่าไม่สมกับเจตนารมณ์ ที่จะต้องพระราชทานให้เฉพาะข้าราชการพลเรือนเท่านั้น วันนี้เรายังพูดถึงอย่าง เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก ถวิล ไพรสณฑ์ พูดกันไปถึงว่า แม้กระทั่งข้าราชการเมืองพัทยา หรือข้าราชการ อบต. เราก็ยังคิดที่จะว่าผู้ที่รับราชการทํางานมาครบ ๒๕ ป้ ก็จะมี พระราชทานเหรียญนี้ด้วย แต่ทําไมนักการเมืองมันเลวร้ายเหลือเกินหรือครับสมัยนี้ ที่จะต้องถูกรังเกียจเสียหมดจากทุก ๆ ด้าน ผมว่าตรงนี้ยังกระทําได้ครับ เพราะกฤษฎีกา ไม่ได้ชี้ว่าการให้แก่ข้าราชการการเมืองผิดกฎหมาย แต่ไปตีความว่าเปึนเรื่องขัด เจตนารมณ์ ผมไม่เชื่อว่าพระพุทธเจ้าหลวงก็ดี สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ก็ดี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ดี จะมีเจตนารมณ์รังเกียจนักการเมืองด้วย แต่ความจริงขณะนั้นมันไม่มีข้าราชการการเมืองเท่านั้นแหละครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมฝากสิ่งเหล่านี้ที่ผมกราบเรียนทั้งหมดไปยังคณะกรรมาธิการ ที่แม้จะเพิ่งตั้งขึ้น เรายังแปรญัตติได้ครับ ยังแปรญัตติตรงนี้ใส่คําว่า ข้าราชการการเมือง ให้กับคนในสภาทุกคน รวมทั้งข้าราชการการเมืองที่จะต้องไปทําหน้าที่ประจํา อยู่ในทุกกระทรวง ทบวง กรมด้วยในต่อไป คําว่า ๒๕ ป้ ดังกล่าวนี้ ถึงแม้ไม่ต่อเนื่อง ก็นับเวลาที่ทํางานจริง ส.ส. บางท่านอาจจะไม่ต่อเนื่อง ๒๕ ป้ในสภานี้ บางช่วงก็ยุบสภาเสียบ้าง บางช่วงก็ไปสอบตกเสียบ้าง แต่ถ้าทํางานในสภาครบ ๒๕ ป้ แล้วพึงที่จะได้เหมือนข้าราชการทั้งหมด ผมฝากท่านรัฐมนตรีที่จะต้องไปทําหน้าที่ ประธานคณะกรรมาธิการ และใครก็ตามที่จะต้องไปทําหน้าที่ในกรรมาธิการครับ คนนอกหมิ่นหยามนักการเมืองมามากแล้ว อย่าให้พวกเราไปกระทําในลักษณะเช่นนี้ อีกเลยครับ ขอบพระคุณครับ