สถาพร มณีรัตน์ สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย หารือเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ โดยชี้ให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ลงลึกถึงค่าตอบแทนที่รัฐจํากัดไว้ และไม่ควบคุมถึงจรรยาบรรณของสื่อ สถาพร มณีรัตน์ ยังชี้ให้เห็นว่าคลื่นชุมชนมีประโยชน์ต่อสังคมของประเทศชาติสูงสุด และต้องการให้กฎหมายฉบับนี้ริบคลื่นปัจจุบันเอามาจัดสรรให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง
กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เข้าในวาระวันนักข่าวพอดี ซึ่งวันนี้คงจะต้องวิพากษ์วิจารณ์เพื่อที่จะตั้ง เปึนข้อสังเกตให้กรรมาธิการเอาข้อติข้อติงของพวกเราไปช่วยกันพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ โดยภาพรวมแล้วยังไม่ถูกใจครับ ผมอยากจะให้มีบทเฉพาะกาลริบคลื่นความถี่ทั้งหมด มาจัดสรรกันใหม่ เช่น คลื่นของช่อง ๗ คลื่นต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะวันนี้คลื่นเหล่านี้นั้น ได้มีผลประโยชน์มหาศาล กฎหมายฉบับนี้ไม่ลงลึกถึงค่าตอบแทนที่รัฐที่จํากัดไว้ว่า คลื่นความถี่คือทรัพยากรของชาติ ทําไมคลื่นมือถือนี่ตอบแทนกับรัฐสูง แต่คลื่นเสียงกับ คลื่นเสียงที่มีภาพนี่เสียภาษีเท่าไรครับ เปลี่ยนรัฐบาลทุกสมัย เปลี่ยนล่าสุดก็ เอ็นบีที (NBT) เอะอะก็จัดการเสียแล้ว นี่ก็ชี้ให้เห็นว่าในคลื่นนั้นมันมีวังวนของผลประโยชน์อยู่ แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่ลงลึกครับ เปึนเพียงแต่ข้อจํากัดรอบ ๆ ขอบ ๆ ของวงผลประโยชน์ อันมหาศาลเท่านั้นเอง ผมเองนั้นสงสารวิทยุชุมชน การจัดตั้งกองทุนขึ้นมาหนึ่งก้อน ถ้าวิทยุชุมชนของผมซึ่งเปึนภาษาปากะยออยู่จังหวัดลําพูนนี่จะเข้าถึงคลื่นกองทุนตัวนี้ ได้หรือเปล่า รายละเอียดกองทุนจะกีดจะกันอะไรบ้าง ท่านไม่ต้องไปวิตกกังวลว่า วิทยุชุมชนจะสร้างความแตกแยก ชุมชนเขาดําเนินการเปึน เขาเรียกว่าเปึนเซนเซอร์ (Censor : ตรวจสอบ) เอง ยกตัวอย่างล่าสุด วิทยุคลื่นชุมชนของผมนี่ ดีเจ (DJ) ไปจีบแฟนชาวบ้านเขานี่ ปรากฏว่าตื่นมาแฟนชาวบ้านมาที่สถานีเลยครับ งดให้ดีเจคนนี้ห้ามออกรายการ ๗ วัน อย่างนี้ละครับ กรณีดีเจบางคนไปพาดพิงไม่ต้องไปแจ้งความครับ ถ้าไม่เปึนความจริง คนที่ถูกพาดพิงเอาไม้มาตีหัวเอง ความจริงก็คือความจริง เพราะฉะนั้นการที่มีวิทยุชุมชน ท่านไปจํากัดจําเขี่ยไปกลัวไปหวาดระแวงกันวุ่นวายไปหมด ท่านรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตอนที่อยู่คนละซีกกับผม ท่านก็คลื่นความถี่ เหลือเกิน ปกปัองกันทุกอย่างพอท่านได้เปึนเอาแล้ว คลื่นชุมชนนั้นต้องจัดการพูดเพื่อให้ เกิดความแตกแยก ผมไม่ได้พาดพิงนะท่าน เขาพูดจริง ๆ ไม่ต้องไประแวงครับ ชุมชนเขา ดําเนินการโดยสิทธิชุมชนถือว่าเปึนคลื่นของชุมชน คลื่นชุมชน วิทยุชุมชนมีประโยชน์ ใครเจ็บไข้ได้ป์วย ใครตายไม่ต้องพิมพ์การ์ด ไม่ต้องใช้โทรศัพท์ ไปบอกวิทยุชุมชน ประกาศจะเผาวันนี้ จะสวดวันนี้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะไปพบพี่น้องวันนั้นวันนี้ ดีครับ ผมก็เอาอานิสงส์ตรงนี้อัดเทปอัดบันทึกส่งไปให้วิทยุชุมชนเขาเป่ดคําอภิปราย ของพวกเรา ก่อนจะอภิปรายเพื่อนของผมโทรศัพท์มาบอก ผมก็บอกว่า ช่วยหน่อย ที่จังหวัดเชียงใหม่มีคลื่น ๑๐๖.๗๕ เปึนคลื่นของรัฐสภาช่วยลิงค์ (Link : เชื่อม) ต่อให้ พี่น้องเราฟังหน่อย มันก็มีความสุขครับ ผมเกรงว่ากฎหมายฉบับนี้จะไปตัดตอน วิธีคิดของ ดีเจ พื้นบ้าน โดยอาศัยอํานาจรัฐเข้าไปควบคุมดูแล วันนี้ กอ.รมน. (กอง อํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน) ส่งคนไปดูว่ามีการพูดพาดพิงไหม ใครจะไปกล้า ครับ ใครจะไปบังอาจล่วงละเมิดสถาบันอันสูงสุด ไม่มีครับ เรารู้ความกันได้ เรากราบพระแล้ว กราบพ่อกราบแม่ ต้องมากราบรูปของเหนือหัวเรา มันอยู่ในจิตสํานึก ไม่ต้องไปแสดงออกมาก สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในจิตสํานึกของคนไทย พี่น้องครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สมัยผมเปึนเด็ก พ่อผมกว่าจะฟังคลื่นเอเอ็มของวิทยุกระจายเสียง สถานี วิทยุเสียงปักกิ่ง ต้องวิ่งขึ้นไปบนเขาบนห้วยครับ ฟังเสียงคลื่นตอนที่เขาอยากจะมีการ ประกันราคาข้าว อยากจะแก้ปัญหาสินค้าเกษตรอย่างไร คอมมิวนิสต์เขาแก้อย่างไร วันนี้คลื่นวิทยุเหล่านี้ได้เป่ดกว้างถือเปึนเสรีภาพของความคิด เราปล่อยเขาเถอะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะให้กฎหมายฉบับนี้เปึนประโยชน์ต่อสังคมของประเทศชาติสูงสุดก็คือ ริบคลื่นปัจจุบันนี้ เอามาจัดสรรให้เปึนประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่มีปฏิวัติครับ รับรองได้ สมมุติเราริบช่อง ๗ ทีวีของทหาร ไม่มีปฏิวัติ เราจะเอามาให้ประชาชน เพราะว่าดูแล้ว การตอบแทน ต่อภาษีต่อคลื่นความถี่เหล่านี้ตกถึงมือพี่น้องประชาชนยากมาก ผมอยากจะไปออกข่าวช่อง ๓ เปึนคลื่นของผมที่เปึนประโยชน์ มันไม่ออกครับ ช่อง ๗ ก็ไม่ออก เว้นเสียแต่ว่าเราไปทําความ เขาเรียกอะไร ข่าวดีเสียสตางค์ ข่าวร้ายไม่ต้อง เสียสตางค์อะไรทํานองนี้ครับ ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียสตางค์ อะไรลักษณะนี้ ซึ่งกลไก ของสื่อเองก็ไม่สามารถไปควบคุมได้ครับ มีองค์กรสื่อเหมือนกัน แต่องค์กรสื่อก็ไม่สามารถ ที่จะไปควบคุมบุคคลเหล่านี้ได้ จึงมีข่าวทุจริต มีบริษัทนั้นทุจริต ยักยอกค่าเวลาไปขาย ต่อกันวุ่นวายไปหมด มีสิ่งเหล่านี้ครับ ผมก็อยากให้กฎหมายฉบับนี้ควบคุมถึง จรรยาบรรณของสื่อ ซึ่งจะได้หมดยุคแมลงวันไม่ตอมแมลงวันสักทีหนึ่ง อยากให้กฎหมาย ฉบับนี้มีอํานาจจัดการ มีอํานาจบริหาร มีอํานาจในการริบคลื่นความถี่แล้วเอามาจัดสรร กันใหม่ อย่างน้อยบริษัทบ้านนอกอยากจะได้คลื่น ๙๗ ทําอย่างไร มันขายต่อกันเปึน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาทนะครับ มันไปขายต่อกันที่ต่างจังหวัด โฆษณากันบ้าเลือด ดารา อยากเปึนข่าว ถ้าเจอนักข่าวเยอะ ๆ ก็แหวกซ้ายแหวกขวา เขาเอามาลงครับ แล้วใครจะไปควบคุมเขาล่ะครับ ใครจะไปควบคุมเขา วิทยุชุมชนอย่างพวกเรา เวลาจะพูด อะไรระมัดระวังครับ เพราะมันเปึนการเกี่ยวเนื่องกับชุมชนแต่ข่าววงกว้าง ข่าวเล่า ข่าว กระแหนะกระแหนพูดจาส่อเสียด โดยเฉพาะ ส.ส. โดนกันเปึนประจํา ทําอย่างกับว่า อาชีพนักการเมืองนี่เปึนสิ่งที่เลวทรามต่ําช้าอย่างนั้นล่ะครับ พอมีข่าวนิดหน่อยก็ใส่แล้วครับ เปึน ๑๐ บาท มี ๑ บาท เล่าข่าวเสียเปึน ๑๐ บาท ใส่สีสัน ยกตัวอย่างเช่น กรณีพระ ที่จังหวัดลําพูน ซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่ใช่ใหญ่โตมโหฬารขนาดนั้น แต่สื่อเอามาใส่เสียจนกลายเปึนสิ่งที่ทําให้ วิตกกังวลกันทั่ววงการพุทธศาสนา สิ่งเหล่านี้ล่ะครับท่านประธานที่เคารพ ผมเองถือว่า กฎหมายฉบับนี้นั้นยังไม่ได้เข้าลงลึกถึงผลประโยชน์อย่างแท้จริงของพี่น้องประชาชน คําอภิปรายของผมเนื่องจากมีเวลาจํากัด ก็อยากจะฝากคณะกรรมาธิการว่าสิ่งเหล่านี้ ควรจะนําไปอย่างไร ถ้าเปึนไปได้กําหนดบทเฉพาะกาล ริบคลื่นความถี่มาดําเนินการ ใหม่หมดทั้งประเทศครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน