รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๒๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกครับ บัดนี้มีสมาชิกมาลงชื่อครบองค์ประชุมแล้ว ผมขออนุญาตเป่ดโอกาสให้ เพื่อนสมาชิกได้หารือเรื่องต่าง ๆ ที่เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หรือเรื่องอื่น ๆ เรียนเชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคพลังประชาชน กระผมต้องขออนุญาตใช้เวลาของท่านประธานและ สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพแห่งนี้ได้นําความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดน่าน มากราบเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบได้โปรดแก้ไขปัญหาโดยด่วน ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ เปึนต้นมาจนถึงวันนี้ มีพี่น้องเกษตรกร ชาวจังหวัดน่านที่ประสบปัญหาเรื่องราคาข้าวโพดตกต่ําได้ร่วมกันชุมนุมเรียกร้องขอให้ รัฐบาลได้เข้าไปช่วยเหลือโดยการแทรกแซงรับจํานํา วันแรกเปึนกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีนิสัยดี ครับท่านประธาน ไปรวมกันที่หน้าศาลากลางยื่นเรื่องยื่นราวให้กับท่านผู้ว่าราชการ จังหวัด พวกผู้แทนราษฎรได้รับปากเขาไปดูแลช่วยเหลือเพื่อหามาตรการ ท่านประธาน ที่เคารพครับ พวกเราพยายามที่จะบอกกล่าวกับพี่น้องผู้ร่วมชุมนุมให้อยู่ในความสงบ แล้วนําประเด็นเหล่านั้นมากราบเรียน เพราะเรามั่นใจว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ได้นําเรื่องที่จะผ่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านโอฬาร ไชยประวัติ ได้นําเข้าสู่ การปรึกษาหารือในคณะรัฐมนตรีเพื่อกําหนดมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร แต่ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้เปึนสิ่งที่น่าผิดหวัง จากประชาชนเพียง ๑,๐๐๐ คน ขณะนี้ เริ่มขยายเปึน ๑๐,๐๐๐ คน ป่ดถนนทุกเส้นที่เข้าเมืองน่าน เนื่องจากว่าไม่มีการประชุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคเหนือได้หารือกันขอร้องท่านให้ออกมาตรการ เมื่อวานนี้ก็ไม่เปึนผล เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเองกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีไปยังรองนายกรัฐมนตรี ดอกเตอร์โอฬาร ไชยประวัติ ซึ่งขณะนี้ ทราบข่าวว่าบ่ายสองโมง หรือ ๑๔.๐๐ นาฬิกา จะมีการประชุมเร่งด่วนของ คณะกรรมการนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรแห่งชาติ หรือ คชก. เพื่อกําหนดมาตรการที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดน่าน จังหวัด พะเยาเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม เปึนต้นมา เชียงราย ลําปาง ลําพูน เชียงใหม่ พวกเราพยายามที่จะนําเสนอประเด็นเหล่านี้มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม มาถึงวันนี้ร่วม ๒ เดือน คือสิ่งที่ได้รับ ผมคิดว่ารัฐบาลเองโดยท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านรองนายกรัฐมนตรีต้องให้ความสนใจที่จะนําความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎร มาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ถ้าอย่างนั้นผ่านท่านประธาน ผมจะรอฟังว่าเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา มีการประชุมแล้วจะมีมาตรการอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ เมื่อเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา คณะ ส.ส. ภาคเหนือซึ่งรอคอยคําตอบมาถึง ๑๐.๐๐ นาฬิกา ไม่มีความก้าวหน้า เลยได้ประกาศแถลงข่าว ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับ
ข้อที่ ๑ เราขอให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีโอฬารในฐานะที่เปึนประธาน คชก. ได้ประกาศกําหนดวิธีการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร โดยประกาศที่จะรับจํานํา แทรกแซงราคาข้าวโพดตกต่ําภายในวันนี้ในราคาที่เหมะสม คือพวกเราขอที่ ๘.๕๐ บาท ท่านติดที่ ๘.๒๐ บาทเท่านั้นเอง ๓๐ สตางค์ครับท่านประธาน แล้วรับแทรกแซงจํานํา ข้าวโพดทั้งประเทศมี ๒ ล้านกว่าตัน แทรกแซงจํานําจริง ๆ ผมคิดว่าไม่น่าจะเกิน ๕ แสนตันด้วย ใช้เงินกี่บาทครับท่านประธาน แค่ ๔๐๐ – ๕๐๐ ล้านบาท แล้วเพิ่มราคา อีก ๓๐ สตางค์ ใช้เงินแค่ ๑๕๐ ล้านบาท ทําไม่ได้หรือครับท่านประธาน เงินภาษีอากร ของพี่น้องราษฎร เขาเดือดร้อน ต้องทํา
ข้อที่ ๒ เรายื่นข้อเสนอว่าถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรียังไม่ดําเนินการ นั่นหมายถึงเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ถ้ายังไม่ดําเนินการ พวกเราขอให้ท่านพิจารณาตนเอง อย่ามารับตําแหน่งนี้เลย มันไม่เหมาะสม
เกินเวลาแล้ว
ถ้าไม่รับผิดชอบ เราจะเข้าชื่อถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ให้ท่านนายกรัฐมนตรีปลดออก ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ปลดออก พวกผมที่เปึน ส.ส. ภาคเหนือ พวกเราได้ปรึกษาหารือกัน เราจะมีข้อพิจารณาที่จะ บอกกล่าวกับนายกรัฐมนตรีว่าพวกเราจะพิจารณาพวกเรากันเอง จะต้องรับผิดชอบต่อ พี่น้องเกษตรกร ท่านประธานครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ ผมอยากให้ท่านประธาน นําข้อหารือผม จะแจ้งเปึนลายลักษณ์อักษรอย่างไรก็ได้ ให้ประธาน คชก. ได้รับทราบ ผมทราบข่าวว่ามีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่จะพูดประเด็นนี้ อย่าให้ถึงกับการขับไล่ กันออกเลยครับท่าน มันเปึนเรื่องที่จะช่วยเหลือชาวบ้าน พวกผมไม่เคยต่อรอง เอาตําแหน่งใด ๆ ทั้งสิ้น จะต่อรองเพื่อไม่เปึน ส.ส. ด้วยซ้ําไปถ้าท่านไม่ทํา กราบขอบคุณ ท่านประธาน
ขออนุญาตสลับทางนี้บ้างนะครับ เชิญคุณสามารถ พิริยะปัญญาพร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสามารถ พิริยะปัญญาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือกับท่าน ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องราคาปุิยครับซึ่งพี่น้องเกษตรกรได้ร้องเรียนมาเยอะครับว่า วันนี้ราคาน้ํามันลดจาก ๑๔๐ กว่าเหรียญมาเปึน ๗๐ เหรียญเท่านั้น แต่ราคาปุิยเคมี และยาปราบศัตรูพืชนั้นไม่ลดตามครับ ซึ่งตอนที่ขึ้นนั้นเขาก็อ้างว่าราคาน้ํามันสูงขึ้นทําให้ ราคาปุิยต้องสูงตามนะครับ แต่วันนี้ราคาน้ํามันลดลงครึ่งหนึ่งแล้วครับ อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกดดันและก็ทําให้ราคาปุิยนั้นลงตามกลไกของตลาดโดยทันที ครับ เพราะว่าราคาน้ํามันนั้นลงมานานพอสมควรแล้วนะครับ
เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของค่าโดยสารรถ บขส. ต่างจังหวัด จากเดิมที่มีเฉพาะ รถใช้น้ํามันอย่างเดียวปัจจุบันมีรถใช้ เอ็นจีวี (NGV) แต่ราคาค่าโดยสารนั้นเท่ากัน ประชาชนก็เลยมีข้อสังเกตว่าทําไมรถที่ใช้เอ็นจีวี ค่าโดยสารควรจะถูกกว่ารถที่ใช้น้ํามัน อยากให้ท่านช่วยให้หน่วยงานได้พิจารณาปรับโครงสร้างราคาค่าโดยสารด้วยครับ
เรื่องสุดท้ายครับ พี่น้องชาวตําบลอ่างหิน อําเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ที่หมู่ ๒ มีน้ําจากห้วยไม้เต็งมาใช้แต่ตรงหมู่ ๓ และหมู่ ๗ นั้นซึ่งสูงกว่าหมู่ ๒ ไม่สามารถ ใช้น้ําได้รวมทั้งตําบลทุ่งหลวงด้วย อยากให้กรมชลประทานช่วยประสานงานสร้างสถานี สูบน้ําไฟฟัาที่หมู่ ๒ อ่างหิน ตําบลปากท่อเพื่อดูดน้ําไปให้หมู่อื่น ๆ ใช้ทั่วถึงครับ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เชิญท่านต่อไปครับ ท่านมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉัน มลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ สุรินทร์ เขต ๓ นะคะ สืบเนื่องมาจากว่าเกิดเหตุการณ์ เรื่องปราสาทพระวิหารทําให้ชื่อปราสาทต่าง ๆ ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย - กัมพูชา ปรากฏต่อสื่ออย่างมากมายตามที่เห็นมาแล้วนะคะ จากการลงพื้นที่ไปตามเขตแนว ชายแดนเพราะว่าเขต ๓ จังหวัดสุรินทร์เปึนเขตที่ยาวติดแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ตลอดแนวเลยนะคะ ทําให้ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนบอกว่าที่สื่อต่าง ๆ เรียกชื่อ ปราสาท เรียกชื่อโบราณสถานของเขาเรียกชื่อผิดนะคะ กลุ่มปราสาทบ้านตาเมือนธม เปึนกลุ่มปราสาทแนวชายแดน มีปราสาทตาเมือนธมแล้วก็ถัดเข้ามาจากปราสาท ตาเมือนธมก็จะเปึนปราสาทตาเมือน แล้วก็เปึนปราสาทตาเมือนโต๊ด แล้วก็มีปราสาทชื่อ ปราสาทตาวายนะคะ แต่สื่อเรียกว่าปราสาทตาควาย อันนี้ก็ขอแก้ไขด้วยนะคะ เพราะกลุ่มปราสาทเหล่านี้เปึนกลุ่มปราสาทที่สร้างขึ้นมาประมาณ ๘๐๐ – ๙๐๐ ป้ มาแล้ว จากการศึกษาทางประวัติศาสตร์ตามศิลปะที่เราพบเห็นในปราสาทโดยเฉพาะ เทวรูปต่าง ๆ ทําให้ทราบว่าปราสาทเหล่านี้มีอายุประมาณ ๘๐๐ – ๙๐๐ ป้มาแล้ว สร้างขึ้นในยุคสมัยศิลปะยุคบายน ดังนั้นก็ไม่สมควรที่จะมาถูกเปลี่ยนชื่อในยุคสมัย ของเรานะคะ ดังนั้นก็ฝากเรียนท่านประธานไปยังกรมศิลปากร แล้วก็สื่อต่าง ๆ ด้วยว่า ขอให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงนะคะว่า ปราสาทชื่อปราสาทตาวาย ไม่ใช่ ปราสาทตาควาย กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เช่นเดียวกับที่เพื่อนสมาชิกได้หารือเปึนอันดับแรก ท่านได้ เรียกร้องในเรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ํา โดยเฉพาะข้าวโพด เรื่องนี้อยากจะขอ กราบเรียนท่านประธานว่าให้รัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์และรองนายกรัฐมนตรี ท่านโอฬาร ไชยประวัติ ขอให้แสดงความจริงใจ แสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ํา โดยเฉพาะข้าวโพด และที่กําลัง ตามมาก็คือเรื่องข้าว มันสําปะหลัง ท่านประธานที่เคารพครับ เกษตรกรได้เรียกร้อง แล้วก็ป่ดถนนหลายจังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง แต่รัฐบาลไม่เคยจริงใจ ไม่เคยใส่ใจและไม่เคยให้ความสําคัญกับปัญหาปากท้องและ วิถีชีวิตของประชาชน ประชาชนไม่ได้ว่าต้องการสูงมาก เพียงแต่ว่าขอให้รัฐบาล แสดงความจริงใจ แล้วก็เสนอมาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหา นอกจากที่จังหวัดน่าน เชียงราย แพร่ พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พิษณุโลก ตาก และเพชรบูรณ์ กําลังก่อตัวกัน รวมตัวกันของกลุ่มพี่น้องเกษตรกรที่ประสบกับภาวะขาดทุนจากต้นทุน การผลิตที่สูง แล้วก็ราคาที่ตกต่ําและปราศจากความสนใจใยดีของรัฐบาลในการที่จะให้ ความสําคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ประสบภาวะ วิกฤติอยู่ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ขอให้ท่านประกาศอย่างชัดเจน จริงใจ แล้วก็เสนอมาตรการโดยเร่งด่วนที่สุดในการที่จะ แก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคพลังประชาชน ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานซึ่งได้เป่ดให้ท่านสมาชิก ท่านผู้ทรงเกียรติได้หารือถึง ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ สําหรับผมนั้นจากข้อหารือของ ท่านผู้ทรงเกียรติหลายท่านก็เปึนห่วงเปึนใยในเรื่องของภาคเกษตร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมอยากจะเรียกร้องให้ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งสภา ณ แห่งนี้ได้ร่วมกันสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประเทศชาติของเรา ซึ่งในขณะนี้ประเทศชาติของเราบอบช้ํามาก เพราะฉะนั้น ก็อยากจะขอร้องเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้จํานวนถึง ๔๗๐ คน ได้หันหน้ามาช่วยกัน แก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ปัญหาพืชผลเกษตรตกต่ําตรงนี้ มันเกิดจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศไม่มาลงทุนบ้านเรา ไม่มาซื้อขายยาง ทําให้ยางราคาตกต่ํา เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันครับ และข้าวโพดก็เหมือนกัน ซึ่งในขณะนี้ข้าวโพดได้ประสบปัญหามาก เห็นควรอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะเร่งแก้ไข แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็อยากจะเรียกร้องให้ท่านผู้ทรงเกียรติ ณ สภาแห่งนี้ ตลอดทั้งพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศให้ช่วยกันร่วมมือกันแก้ไขปัญหา สร้างความเชื่อมั่น สร้างความปรองดอง ให้กับสังคมในชาติ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ค่ะท่านประธาน ราคาสินค้าเกษตรของเราวันนี้ลดลงเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเปึนราคา ข้าวโพด ราคาปาล์ม ราคายางพารา ที่ดิฉันจะพูดในวันนี้คือในส่วนของราคายางพาราค่ะ ท่านประธาน เพราะดิฉันลงพื้นที่วันเสาร์ วันอาทิตย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาค่ะ ชาวบ้าน เกือบทุกแห่งทุกหนบอกกับผู้แทนของเขาว่า ผู้แทนช่วยดูในเรื่องราคายางพาราให้หน่อย ทําไมมันถึงตกวูบลงมาเยอะเหลือเกิน ตรงนี้ล่ะค่ะท่านประธาน ความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน เขาเดือดร้อนถึงขนาดต้องมาบอกกับผู้แทน โดยเฉพาะ ส.ส. ภาคใต้เราค่ะ ราคายางพาราจากเมื่อก่อนกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ในวันนี้ตกลงมาเหลือเกือบ ๕๐ บาท ค่ะท่านประธาน ดิฉันก็ไม่ได้โทษว่ามันมาจากหลาย ๆ ส่วนที่เกิดขึ้นมา แต่วันนี้รัฐบาล เรามัวทําอะไรอยู่คะ ราคาสินค้าเกษตรตกทุกอย่าง รัฐบาลอยู่ที่ไหนกันคะ วันนี้เป่ด ประชุมสภาวันแรก อาทิตย์ที่แล้วเราไม่มีการประชุมสภา นายกรัฐมนตรี ท่านคณะรัฐมนตรี ทุกท่านอยู่ที่ไหนกันคะ ดิฉันก็เลยอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีต่าง ๆ ว่าช่วยดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกจังหวัด ทุกภาคส่วน ให้ด้วยค่ะท่านประธาน กราบขอบพระคุณมากค่ะ
เชิญท่านเชาวริน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน ผมฟังสมาชิกทางซีกโน้นและซีกทางฝ์ายผมพูดมาหลายคน แปลกใจตรงที่ไม่มีใครพูดถึง เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่พวกเราซึ่งเข้ามาทําหน้าที่ในการประชุมรัฐสภาเพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาล หลังจากที่การแถลงนโยบายผ่านไปแล้วพวกเราต้องถูกกักขังไว้ในบริเวณรัฐสภาเปึนเวลา ๔ ชั่วโมงเศษ ทําให้เสื่อมเสียอิสรภาพนี่ชัดเจน แต่เท่านั้นไม่สําคัญหรอกครับ ชีวิตแทบ ไม่รอดท่านประธาน มีการเตรียมการกัน ถ้าตํารวจไม่เป่ดประตูด้านถนนราชวิถีให้สมาชิก รัฐสภาออกไปได้ ก็แน่นอนพอตะวันตกดินก็ป้นรั้วเข้ามา แล้วก็คงฆ่ากันไม่เว้นแม้กระทั่ง เจ้าหน้าที่รัฐสภา หรือแม้แต่นักข่าวสื่อมวลชน ซึ่งไม่สามารถแยกแยะว่าใครเปึน ส.ส. ใครเปึน ส.ว. ในชั่วโมงคับขันอย่างนั้น ผมเชื่อแน่ว่าถ้าหากว่าตํารวจไม่จัดการปลดปล่อย พวกผมออกไป พวกผมก็คงถูกฌาปนกิจเพราะมีการเตรียมยางกันมาราดน้ํามันเสร็จ เรียบร้อย ฆ่าเสร็จแล้วก็เผาเลย อย่างนี้ไม่มีใครพูดถึง ท่านประธานครับ ผมอยากจะใช้ โอกาสตรงนี้เรียนถามท่านประธานว่าที่ผ่านมาตั้งแต่ ๗ ตุลาคมถึงปัจจุบันนี้ ๒ สัปดาห์ มีแต่พูดกันถึงเรื่องของคนเจ็บ มีพูดเรื่องคนตาย ๑ คน แต่ต้นเหตุของการเกิดเหตุการณ์นี้ ไม่มีใครพูดถึง ยึดทําเนียบรัฐบาลตั้งแต่วันที่ ๒๖ สิงหาคม แล้วจะมายึดสภาต่อ ท่านประธาน ควรที่จะตั้งกรรมาธิการสอบสวนหรือกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตรงนี้ออกมาว่าใครอยู่ เบื้องหลังการถ่ายทํา ท่านประธานครับ ผมทราบมาว่าเพื่อนร่วมอาชีพของผม ท่านประธาน มันวิเศษมากมันพร้อมที่จะฆ่าผม ท่านประธานครับ ผมอยู่ในสภานี้มา ๓๐ ป้ ไม่เคย คิดเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เพื่อนร่วมอาชีพพร้อมที่จะฆ่าถ้ามันเข้ามาแน่นอนครับ ต้องเผากันในสภาแน่ ๆ ท่านประธานครับ ใครอยู่เบื้องหลังก็รู้ ๆ กันอยู่ บางคนบาดเจ็บ ถึงขนาดต้องหนีไปรักษาที่ต่างจังหวัด ไม่กล้ารักษาที่กรุงเทพมหานคร กลัวจะเปึนข่าว อย่างนี้เปึนต้น ผมอยากจะให้ท่านประธานสั่งให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ เอาข้อเท็จจริงออกมาพูดกับประชาชน เวลานี้นักข่าวรอยเตอร์เขาถามด้วยความสงสัยว่า มีแต่พูดถึงเรื่องคนเจ็บกับคนตาย ๑ คน แต่คนที่ก่อเหตุไม่มีใครพูดถึง คนที่ไปยึดทําเนียบ รัฐบาลไม่มีใครพูดถึง แล้วยึดทําเนียบรัฐบาลตั้งแต่วันที่ ๒๖ สิงหาคม ถ้ามันอยู่ในนั้น เฉย ๆ มันจะเจ็บมันจะตายไหม รัฐบาลก็อดทนและไม่ทําอะไรเลย ก็ยังเคลื่อนย้ายมา ล้อมสภา แต่ที่น่าเสียใจที่สุดก็คือเพื่อนร่วมอาชีพ ไปบงการไปกํากับดูแล ไปจัด กระบวนการอย่างนี้ ผมไม่ทราบว่าจะพูดอย่างไร ท่านประธานครับ ผมเองยังมีลูกมีเมีย ผมมาทําหน้าที่ของผมไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลก็เปึนสมาชิกรัฐสภา เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นี่เล่นกันถึงขนาดเอาชีวิตกันเลยหรือครับท่านประธาน ท่านประธานจะต้องไม่ปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านเลยไปเฉย ๆ ลําพังรัฐบาลตั้งกรรมการสอบสวน นั่นก็เปึนส่วนหนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรก็ควรที่จะตั้งกรรมการสอบสวนด้วยเช่นกัน เพราะสภาผู้แทนราษฎรก็เปึนองค์กรอีกองค์กรหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นก็ฝากตรงนี้
ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ ทีนี้ไม่เกี่ยวกับสมาชิกแล้ว เกี่ยวกับ บรรดาข้าราชการรัฐสภาทั้ง ๒ สภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งผมขอแสดง ความยินดีที่คณะกรรมการรัฐสภาได้มีมติให้เพิ่มเงินตอบแทนพิเศษไล่เรียงกันตั้งแต่ ซี ๑ (C – Common Level) ซี ๒ ได้เดือนละ ๔,๐๐๐ บาท ซี ๓ ซี ๔ ได้เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ซี ๕ ซี ๖ เดือนละ ๖,๐๐๐ บาท ซี ๗ ซี ๘ เดือนละ ๗,๐๐๐ บาท ระดับ ๙ เดือนละ ๘,๐๐๐ บาท ระดับ ๑๐ เดือนละ ๙,๐๐๐ บาท ระดับ ๑๑ เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้ ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับข้าราชการรัฐสภาทั้ง ๒ สภา ที่ได้สิทธิเท่ากับข้าราชการอื่น ๆ แต่ท่านประธานครับ อีกนิดเดียว ลูกจ้างครับท่านประธาน ลูกจ้างของรัฐสภาไม่ว่าจะเปึน สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎรมี ๑๔๔ คน วุฒิสภามี ๖๘ คน ท่านประธานครับ ลูกจ้างเขาก็เสมือนหนึ่งเปึนข้าราชการเหมือนกันทําไมถึงไม่เอื้ออาทร ไปถึงเขาบ้าง เงินตอบแทนพิเศษอย่างนี้ควรที่จะหยิบยื่นให้ลูกจ้างประจําด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมฝากประเด็นนี้ไว้ด้วย ขอบคุณครับ
เชิญคุณผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ
กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงในฐานะผู้ร่วมอาชีพครับ เพราะเมื่อสักครู่มีการพาดพิงกันว่า มีผู้ร่วมอาชีพนะครับซึ่งผมก็เข้าใจว่าอาชีพเดียวกันก็คืออาชีพผู้แทนรัฐสภาถึงจะฆ่ากัน ให้ตาย แล้วก็ทวงถามว่าทําไมไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์ วันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา ผมคิดว่าผมก็อยากพูดครับ ทุกคนก็อยากพูดแล้วก็อยากเห็นหน้าเห็นตาคนที่กระสัน แถลงนโยบายนักหนาหายไปไหนหมดครับ
ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิประท้วงท่านสมาชิกที่กําลังอภิปราย ท่านประท้วงที่ผมอภิปรายเมื่อสักครู่ แต่ท่านบังอาจใช้ถ้อยคําที่ไม่เหมาะสมในสภาแห่งนี้ ขอให้ถอนคําที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ครับ
ท่านเชาวรินครับ เดี๋ยวสักครู่นะครับ ผมฟังอยู่ เชิญท่านต่อสั้น ๆ นะครับ คือผมอยากให้ บรรยากาศการประชุมเราเริ่มต้นให้ไปด้วยดี เรามีเรื่องที่จะต้องปรึกษาหารือพิจารณากัน หลายเรื่องครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงนะครับ ให้ถอนคําว่า กระสัน จะไปพูดอย่างนั้นได้อย่างไร นายกรัฐมนตรี กระสันที่จะแถลงนโยบาย ไม่ใช่ครับ นายกรัฐมนตรีต้องแถลงตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญครับ ไม่ว่าใครมาเปึนนายกรัฐมนตรีก็ต้องแถลงทั้งนั้น ไม่ใช่ว่ามาใช้คําว่า กระสัน
ครับ ขอความกรุณาได้ไหมครับ ถอนคําว่า กระสัน หน่อยได้ไหมครับ
ถ้ารีบอย่างนั้นจะให้ผมใช้ คําว่าอย่างไรแทนครับ อยากใคร่จะแถลงนโยบาย ถอนนะครับ ถึงเวลาจริง ๆ หายหน้าไป ไหนหมด
ถอนนะครับ ท่านถอน กระสัน นะครับ
ครับผม
ท่านประธานครับ คําว่า หายหน้าไปไหน นี่ก็ไม่เหมาะที่จะใช้กับผู้นําประเทศในระดับนายกรัฐมนตรี ผมจะบอกให้ก็ได้เวลานี้ถูกม็อบพันธมิตรไม่ทราบถูกใครสั่งการให้ไปล้อมไว้ที่ทีโอที (TOT) ครับ
เอาอย่างนี้นะครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงจบหรือยังครับ เอาให้กระชับแล้วก็จบ
ท่านประธานครับ คือ พวกผมเองก็ตั้งใจว่าจะเป่ดสภาบรรยากาศดี ๆ หารือเรื่องที่พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน เพราะท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็เปึนผู้แทนบ้านนอกแบบพวกผมไม่ใช่เทวดา มาจากไหนกัน รู้ว่าวันนี้ประชาชนเดือดร้อนเรื่องอะไร ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ํา ทั้งประเทศครับ ไม่มีคนไหนพูดถึงเลยครับ มีแต่พวกผู้แทนราษฎร และพูดให้ใครฟังครับ พูดให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนคนบ้านนอกเหมือนกับผม หรืออยากจะพูด ให้พวกรัฐมนตรีฟังครับ ทุกคนที่นั่งอยู่ในสภาอยากพูดให้คนพวกนั้นฟังเพื่อไปแก้ปัญหา แต่พูดไปพูดมากี่ครั้ง ท่านประธานครับ เรานั่งหารือกับประธานและก็เขียนจดหมาย ถึงรัฐมนตรี กลัวอะไรนักหนากับสภาผู้แทนราษฎร ถึงวันอยากเปึนอยากกันนักหนา ยอมฝ์าดงเลือดเข้ามาเพื่อจะแถลงนโยบาย แต่พอถึงเวลาทําหน้าที่หนีหน้าผู้แทนราษฎร ในสภา
อย่างนี้นะครับ วันนี้ผมเป่ดโอกาสให้หารือ เพราะทราบว่าทุกท่านมีความอึดอัด เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎร จริง ๆ แล้ว เราก็มีโอกาสจะตั้งกระทู้ถามทั้งสด ทั้งกระทู้ธรรมดา ซึ่งเผอิญพรุ่งนี้เปึนวันหยุดเลยไม่มีโอกาสได้ถาม วันนี้ก็เป่ดโอกาส ให้ระบายกันเต็มที่ ก็อยากจะใช้เวลานี้ให้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้มาก ฉะนั้น ขอความกรุณาท่านกระชับหน่อยนะครับ เดี๋ยวท่านอื่น ๆ เข้าคิวหารืออีกยาวเลย เชิญต่อ แล้วก็กรุณากระชับหน่อยครับ
ผมตอบสั้น ๆ ครับ ว่าทําไม ไม่พูดเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม เดี๋ยวผมกําลังรอกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้ายื่น แล้วเดี๋ยวเราเจอกันแน่ เพราะว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกแถลงการณ์ มาถึงรัฐบาลกี่วันแล้วครับ เคยสํานึกจะทําอะไรบ้างหรือเปล่า
เชิญท่านผ่องศรี ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ดิฉันก็เปึนคนหนึ่ง ที่ทําหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ และในวันที่ ๗ ตุลาคม ก็ได้เตรียมตัวมาอภิปราย อย่างเต็มที่ เพราะว่าที่จังหวัดลพบุรีนั้นก็เปึนจังหวัดหนึ่งที่ประสบอุทกภัย แล้วก็ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเปึนอย่างมาก ดังนั้นวันที่ ๗ ก็ได้เตรียมที่จะมานําเสนอนโยบาย เพื่อการฟุ๋นฟูเยียวยาพี่น้องประชาชนหลังน้ําลด แต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็ไม่ได้มา ไม่มีโอกาสมา ซึ่งดิฉันก็มีเหตุผลของดิฉันเองที่จะแสดงจุดยืนที่จะไม่ได้เข้าร่วมประชุมนะคะ อย่างไรก็ตามในวันนี้เมื่อสภาเป่ดขึ้นมาดิฉันก็คิดว่าจะต้องนําเสนอในเรื่องนี้ กราบเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาลว่าดิฉันไม่ทราบว่าขณะนี้รัฐบาลได้มอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรีท่านใดได้ดูแลในเรื่องของการฟุ๋นฟูเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัย นะคะ เพราะว่าแต่เดิมรับทราบว่าได้มอบให้ท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เปึนผู้ดูแล แต่ว่าท่านได้ลาออกไปแล้ว ไม่ทราบว่ามอบหมายท่านใด แต่ว่าก็รับทราบว่า ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้ให้ข่าวว่าเงินชดเชย ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรนั้น ก็จะจ่ายให้ไม่เกินวันที่ ๑๖ ธันวาคม ซึ่งดิฉันก็ขอนําเรียนว่าพี่น้องประชาชน พี่น้อง เกษตรกรก็ได้ฝากมาว่าช่วยเร่งรัดด้วยนะคะ เพราะว่าขณะนี้หลังจากน้ําลดแล้วทุกคนก็ รอที่จะไถหว่าน ต้องการเงินไปลงทุน แล้วก็ช่วงนี้เปึนช่วงที่ต้องส่งเงินล้านนะคะ เงินคืน กองทุนหมู่บ้าน ๑ ล้านบาท บางหมู่บ้านน้ําท่วมทั้งหมู่บ้านเลยนะคะ ก็เสียหายทั้งหมด จะเปึนไปได้หรือไม่ถ้าหากว่ารัฐบาลจะได้ส่งสัญญาณไปว่าหมู่บ้านใดถ้าหากว่าจะได้มี การชะลอการส่งดอกเบี้ยหรือว่าช่วยเหลือในเรื่องนี้ก็จะทําให้เขาไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบ จะต้องเสียดอกแพงนะคะ นอกจากนั้นหนี้ ธ.ก.ส. ซึ่งก็ทราบว่าทางรัฐบาลก็มีนโยบาย แต่ว่าในเรื่องของการกู้ยืมมาลงทุนใหม่ก็อยากจะให้ดูแลด้วย รวมทั้งหนี้สหกรณ์ซึ่งมีอยู่ นอกจากนั้นแล้วการฟุ๋นฟูเส้นทางคมนาคมที่เสียหายหลังน้ําลด ดิฉันได้รับเรื่องว่า ถ้าหากว่าจะได้ทําอย่างเปึนระบบก็จะทําให้ไม่เสียงบประมาณมาก แล้วก็ถนนบางสาย ถนนขาดทุกป้ค่ะ ถ้าหากจะได้ดูให้รอบคอบแล้วเสียงบประมาณคราวเดียวก็จะเปึน ประโยชน์นะคะ เนื่องจากเวลาจํากัดก็อยากจะขอกราบเรียนว่ามีข้อมูลมากมาย ก็จะได้ นําเรียนต่อท่านประธานเพื่อนําเสนอต่อรัฐบาล
อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของผู้ใช้น้ํา เอ็มซี ๓ (MC 3) โครงการ เขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ ซึ่งขณะนี้ติดหนี้ค่ากระแสไฟฟัาของโครงการอยู่ประมาณ ๙ แสนบาท เนื่องจากว่าทางโครงการคิดว่าไฟฟัาราคาประมาณ ๓ บาทกว่าต่อยูนิต ทางเกษตรกร ก็ขอให้ทบทวน ลดราคาค่าไฟฟัาลง เพราะว่าไม่อย่างนั้นแล้วเกษตรกรก็จะแบกรับภาระ ไม่ไหว ซึ่งรายละเอียดจะได้ส่งเปึนเอกสารนะคะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด พะเยา ท่านประธานครับ อยากกราบเรียนฝากท่านประธานไปยังคณะรัฐบาลนะครับ ขอให้รีบแก้ไขเรื่องข้าวโพดโดยด่วน ในขณะนี้ทราบว่ามีม็อบเกิดขึ้นทุกจังหวัด ในภาคเหนือ ซึ่งปัญหาพวกนี้ พวกผมได้นําเสนอทางรัฐบาลมาไม่ต่ํากว่า ๒ เดือนแล้ว อยากจะให้รีบแก้ไขนะครับ ผมทราบดีว่าปัญหาเรื่องพืชผลทางการเกษตรตกต่ํานั้น เปึนเพราะบ้านเรานั้นเกิดปัญหาขึ้นมากมาย โดยเฉพาะสารพัดม็อบที่สร้างความเสียหาย กับประเทศชาติบ้านเมือง ไม่มีประเทศไหน ในโลกที่อยากจะคบค้าสมาคมกับ ประเทศไทย จะเห็นได้จากว่าหลังจากมีกลุ่มที่ไปป่ดท่าเรือกรุงเทพนั้น ข้าวโพดเริ่มตกต่ํา ตั้งแต่วันนั้นเปึนต้นมา ทั้ง ๆ ที่ป้ที่ผ่านมาข้าวโพดราคาดีมากนะครับ เปึนความหวังของ เกษตรกร แต่หลังจากป่ดท่าเรือกรุงเทพ แล้วก็มีผลกระทบนะครับ ไม่มีเรือเข้ามารับสินค้า ทางการเกษตร รวมไปถึงการเกษตรด้านอื่น ๆ ก็มีปัญหากระทบไปหมด ก็เพราะว่าเราเกิด ปัญหาต่าง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากฝากกราบเรียนไปยังรัฐบาลนะครับ ปัญหา ทางด้านการเมืองเราเข้าใจครับ แต่การที่จะมายึดทําเนียบก็สร้างความเสียหายให้กับ บ้านเมือง โดยเฉพาะประเทศชาตินั้น หลายชาติที่คบค้าสมาคมด้านการค้าขาย เขาไม่อยากซื้อสินค้าเกษตรจากบ้านเรา อันนี้ก็เกิดจากปัญหาทางด้านการเมืองนะครับ อยากจะให้นายกรัฐมนตรีใช้ความเด็ดขาดในการแก้ปัญหา แต่เดี๋ยวนี้ในขณะนี้ วันนี้ต้อง แก้ไขปัญหาข้าวโพดให้กับพี่น้องชาวภาคเหนือเสียก่อนนะครับ ขอให้มีการรับจํานําใน ราคา ๘.๕๐ บาท และประกาศว่าจะดําเนินการภายในวันนี้พรุ่งนี้ให้ชาวบ้านสามารถ จํานําข้าวโพดได้ ก็จะสามารถแก้ปัญหาม็อบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อันนั้นไม่ใช่ม็อบการเมือง ท่านประธานที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ เปึนม็อบของเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจาก การดําเนินการของรัฐบาลเราจริง ๆ เพราะฉะนั้นก็ขอวันนี้ท่านกรุณาได้ส่งเรื่องถึง นายกรัฐมนตรีโดยด่วนนะครับ กรุณาแก้ไข ขอบคุณอย่างสูงครับ
เชิญท่านเจือ ราชสีห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองขออนุญาตเรียนกับท่านประธานถึงผลผลิตทางด้านการเกษตร ตกต่ํา ๒ ตัวครับ อาจจะซ้ํากับเพื่อนสมาชิกที่พูดไปเมื่อสักครู่ แต่ว่าจะเรียนกับ ท่านประธานว่านั่นคือความเปึนจริงของบ้านเรา ท่านครับขณะนี้ราคายางที่ตกต่ํา อยู่ในขณะนี้ผมไม่แน่ใจว่าทางรัฐบาลได้รับรู้รับทราบแค่ไหน ผมเห็น ผมฟังข่าวโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีท่านเองตั้งใจเหลือเกินที่จะแก้กฎหมาย รัฐธรรมนูญ และก็จะเร่งตั้ง สสร. ผมอยากให้ความสนใจแบบนี้ท่านครับ ให้ไปสนใจเรื่อง การแก้ปัญหาราคายางพาราบ้านผมหรือราคายางพาราทั่วประเทศให้เหมือนกับ ความตั้งใจที่จะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะว่าขณะนี้อย่างที่รับทราบราคายางพารา ตกต่ํามาก ตอนนี้ราคาขาย ขายได้น้อยกว่าต้นทุน ต้นทุนกิโลกรัมละ ๕๐ บาท ตอนนี้ขาย กิโลกรัมละไม่ถึง ๕๐ บาท พี่น้องเดือดร้อนกันทั่ว พี่น้องชาวสุราษฎร์ธานีตอนนี้รวมตัวกัน พี่น้องหลายจังหวัดรวมตัวกัน จริง ๆ วันนี้รัฐบาลควรจะออกมาบอกท่าทีเรื่องนี้ไม่ต้องให้ พวกผมมาพูดในสภาหรอกครับ เพราะว่าเดือดร้อนกันมาหลายวันแล้ว เดือดร้อนกันมา เปึนเดือนแล้ว รัฐบาลต้องมีสมาธิพอสมควรที่จะสนใจเรื่องความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน กฎหมายรัฐธรรมนูญแม้จะแก้ให้สวยหรูอย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ถ้าพี่น้องอยู่ไม่ได้รัฐบาลก็น่าจะอยู่ไม่ได้เหมือนกัน แนวทางอยากจะเห็นรัฐบาลออกมา ชี้แจงว่าราคาที่ต่ําอยู่เรามีแนวทางอย่างไร เช่น ประชุมกันหรือยังระหว่างประเทศที่ผลิต ยางพาราด้วยกัน ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เราประชุมกันหรือยัง เราจะมีเงินกองทุน สักก้อนไหม เพื่อที่จะซื้อราคายางพาราเพื่อจะเก็บไว้ในสต็อก (Stock) เพื่อเราจะขาย ในเวลาที่ราคายางพาราดีขึ้นเพื่อจะช่วย และก็หลาย ๆ ประการ สุดท้ายที่ผมเองเคย เรียกร้องมาตลอดก็คือว่านิคมอุตสาหกรรมที่ฉลุงที่จังหวัดสงขลาท่านครับ น่าจะรื้อฟุ๋นมา เพื่อจะทําเปึนอุตสาหกรรมยางพารา เมืองยางพาราให้ครบวงจรจริง ๆ อันนี้อยากจะเห็น แนวทางของรัฐบาลที่จะได้ให้ราคายางพาราของพี่น้องทั่วประเทศได้มีราคายางพารา ที่ยั่งยืน ราคาผลผลิตตัวที่ ๒ ก็คือปาล์มน้ํามันท่านครับ ตอนนี้ปาล์มน้ํามันทั่วประเทศ ราคาเหลือกิโลกรัมละ ๒ บาทกว่า ๆ ต้นทุนของปาล์มน้ํามันตอนนี้ก็ ๓ บาทกว่า ตรงนี้ ผมอยากเห็นแนวทางของรัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเอาใจใส่เรื่องนี้จริง ๆ ครับ ทําง่ายนิดเดียวท่านครับ ผมอยากเรียนท่านประธานฝากไปบอกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่ต้องทําอะไรมากเลยครับ เรารณรงค์หรือ ทําเรื่องไบโอดีเซล (Bio - diesel) ให้เปึนจริงเปึนจังนะครับ เราเสียเงินเพื่อไปซื้อน้ํามัน จากต่างประเทศป้ละเปึนล้านล้านบาท เสียเงินขาดดุลการค้าไปเปึนจํานวนมากท่านครับ ถ้าเรามารณรงค์หรือให้เครื่องยนต์รถยนต์ใช้ บี ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือบี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ทํานี่ เราจะให้เกษตรกรมีความเปึนอยู่ที่ดีขึ้นราคาปาล์ม น้ํามันดีขึ้น แล้วเราไม่ต้องเสียเงินงบประมาณไปซื้อน้ํามันจากต่างประเทศให้เสีย ดุลการค้าป้หนึ่งหลาย ๆ ล้านล้านบาท ก็อยากจะนําเรียนเรื่องพวกนี้ท่านครับ อยากให้ รัฐบาลมีสมาธิให้ความสนใจกับพี่น้องเกษตรกรให้มากฝากท่านไปด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณวรศุลีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด มุกดาหาร ดิฉันอยากจะขอหารือท่านประธานค่ะ ขอบคุณมากนะคะท่านประธานที่ให้ โอกาส เมื่อหลังจากที่มีการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไปแล้วประชาชนทุก ๆ ท่านก็รอคอยการทํางานของคณะรัฐมนตรีทั้งหลายที่จะเอื้อ ความสะดวกสบายทุกสิ่งทุกอย่างให้กับประชาชนที่กําลังทุกข์ยากปากแห้งอยู่ในขณะนี้ นะคะ ดิฉันอยากจะขอเรียนฝากผ่านท่านประธานค่ะ ฝากถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์และก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ท่านดูแล เรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตร ไม่ว่าเรื่องมันสําปะหลังและข้าว ตอนนี้กําลังอยู่ใน ระหว่างฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งแต่ก่อนนั้นในช่วงที่ไม่ได้อยู่ในฤดูเก็บเกี่ยวนั้นราคาของ มันสําปะหลังอยู่ที่ ๒.๕๔ บาท แต่ตอนนี้ค่ะท่านเหลืออยู่แค่ ๙๕ สตางค์เองค่ะท่าน อยากจะขอฝากท่านผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ท่านกําหนดให้ทาง พื้นที่เหลือ ๙๕ สตางค์นั้น ในขณะที่ราคาปุิยท่านไม่ได้กําหนดให้ลดลงเลย จากที่ ๑ กระสอบ ๑,๒๕๐ บาท ตอนนี้ ๑,๔๓๐ บาท แต่พอมากําหนดในระหว่างที่กําลัง จะเก็บเกี่ยวนี้มันสําปะหลังอยู่ที่แค่ ๙๕ สตางค์ แล้วก็ข้าวเหมือนกันได้มีมติ ครม. แล้วก็ได้มีการประกันราคาไว้ที่ ๑,๒๐๐ บาท และ ๑,๕๐๐ บาท ท่านคะ แต่ก่อนนี้ประกัน ราคาอยู่ที่ ๑,๗๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๐ บาท อยากจะขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ หลังจากที่สมาคมผู้ค้าข้าวที่ได้ผลกําไรจากต้นป้ที่ผ่านมาจากราคาที่ ๒๐,๐๐๐ บาท หรือ ๒๔,๐๐๐ บาทนั้น ตอนนี้ขอให้ช่วยเอาผลกําไรที่ท่านได้มาช่วย รัฐบาลประกันราคาด้วย ในขณะที่รัฐบาลประกันราคาอยู่ที่ ๑,๒๐๐ บาท และ ๑,๕๐๐ บาทนี้ชาวนาไม่ได้ต้นทุนหรอกค่ะ ขาดทุนไปด้วย อยากจะขอฝากผ่าน ท่านประธานฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างไร อย่างไรขอให้ท่านช่วยดูแลเรื่องราคาปุิย ถ้าปุิย ตอนนี้ลดไม่ได้อย่างไร อย่างไรก็สนับสนุนปุิยอินทรีย์ โครงการอบรมปุิยอินทรีย์ลงพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมพัฒนาที่ดินที่ให้มีการขุดสระน้ําเล็กอยู่ที่พื้นที่ไร่นา แล้วก็มีการ ปรับที่ดินให้กับชาวเกษตรกร แล้วก็มีการอบรมเรื่องปุิยอินทรีย์ทําน้ําชีวภาพ หรือว่า พด. ๑ พด. ๕ ที่จะเปึนสารหมักให้กับปุิยหมักนั้น แล้วก็ยาย่อยสลายฟางข้าวเพื่อที่จะได้ ฟางข้าวนั้นมาเปึนปุิยให้กับเกษตรกร ก็ขอฝากผ่านท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เร่งดูดายเกษตรกรในส่วนนี้ด้วย ขอขอบคุณค่ะท่านประธาน
เชิญคุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคพลังประชาชน ดิฉันได้ลงพื้นที่แล้วก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชน ไม่ว่าด้วยการพูดด้วยวาจาหรือหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องราคาพืชไร่ อยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรกก็คือ ราคาพืชไร่ โดยเฉพาะราคาข้าวโพด ณ ขณะนี้ ซึ่งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ จังหวัดได้พูดมาแล้วว่า ตอนนี้ต้นทุนการผลิต ๗ บาทกว่า แต่เวลาขายได้ราคาแค่ ๔ บาทกว่า ก็สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกรเปึนอย่างมาก และอีกเรื่องหนึ่งคือมันสําปะหลัง ก็อยากให้ช่วยเหลือดูแล
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องปุิย แต่ก่อนนี้พวกเราชาวเกษตรกรเข้าใจว่าเมื่อก่อน มีราคาค่าขนส่งน้ํามันแพง ปุิยแพง เกษตรกรไม่ว่าอะไร แต่ขณะนี้น้ํามันได้ราคาลงแล้ว จาก ๔๐ กว่าบาท เหลือ ๒๕ บาทกว่า แต่ราคาปุิยก็ยังไม่ได้ลดลงเลย
เรื่องที่ ๓ เกี่ยวกับเรื่องปุิยปลอม ซึ่งพี่น้องเกษตรกรได้เปึนลูกค้าของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ได้ทําการกู้เงินเพื่อที่จะซื้อปุิยจากธนาคาร ธ.ก.ส. แต่ว่าได้ซื้อปุิยเคมีจากสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด หรือ สกต. จากธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์ แต่ปุิยที่ได้รับคือปุิยที่ไม่มีคุณภาพ ปุิยไม่มีมาตรฐานและ ไม่ครบสูตร ทั้ง ๓ เรื่องนี้ก็อยากกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ตลอดจนผู้ที่รับผิดชอบทั้ง ๓ เรื่องนี้โปรดช่วยเหลือเกษตรกรเหล่านี้ด้วย ดิฉันจะขอบพระคุณอย่างยิ่ง ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ ไม่อยู่นะครับ เชิญท่านสัมพันธ์
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดสุโขทัย ท่านประธานที่เคารพ ผมขอหารือกับทางท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัย ซึ่งสืบเนื่องมาจากได้มีพายุฝนที่เข้ามาตั้งแต่ เมื่อเดือนพฤษภาคมในป้นี้ จนถึง ณ บัดนี้เวลา ๖ เดือนแล้วนะครับ ซึ่งทําให้จังหวัดสุโขทัยนั้นได้เกิดน้ําท่วมในหลายพื้นที่ และทําให้ถนนหลายสาย ถูกตัดขาดไม่สามารถที่จะขนพืชไร่ต่าง ๆ ออกมาขายให้กับพ่อค้าคนกลางได้ ฉะนั้น จึงเปึนความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวจังหวัดสุโขทัย ซึ่งถนนนั้นตัดขาดหลายเส้น แต่ผมจะขอชี้ให้เห็นบางเส้นที่มีความจําเปึนจริง ๆ ก่อนในช่วงนี้ เพื่อที่จะให้ทางรัฐบาลนั้น เข้าไปดําเนินการ เข้าไปแก้ไขอย่างเร่งด่วนถึง ๓ เส้นด้วยกัน เส้นแรกนั้นผมขอให้รัฐบาล นั้นเข้าไปดําเนินการแก้ไข คือถนนสายบ้านทานตะวัน บ้านเนินใหญ่ ตําบล ศรีคีรีมาศ อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งถนนนี้มีความจําเปึนอย่างยิ่ง แล้วเปึนถนน ที่เชื่อมโยงเข้าไปในอุทยานเขาหลวง หรือที่เรียกว่าแหล่งท่องเที่ยวของเขาหลวงนั่นเอง จึงมีความจําเปึนที่จะต้องเข้าไปดําเนินการ เพราะถนนเส้นนี้ถูกน้ําตัดขาดไปทั้งเส้นเลย ทําให้เกิดความเสียหายรถไม่สามารถที่จะผ่านไปได้เลย แม้กระทั่งต้องใช้รถเพียง มอเตอร์ไซค์เท่านั้น เส้นนี้ขอให้ทางรัฐบาลเข้าไปดําเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งเปึน ความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทของกระทรวงคมนาคม และอีกเส้นหนึ่งเส้นที่ ๒ คือเส้นทางหลวงบ้านบางกระบาน ถนนหมายเลข ๑๒๙๓ ตําบลปากพระ อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเปึนถนนโครงข่ายซึ่งอยู่เลาะริมแม่น้ํายม ก็เปึนถนนที่ทําให้ผิวจราจรนั้น เสียหาย ราษฎรนั้นไม่สามารถที่จะเดินทางได้เลย ต้องไปซ่อมแซมผิวจราจรแบบเคปซีล (Cape seal) และถนนเส้นที่ ๓ คือถนนสายบ้านวังขวากฝัืงตะวันตก หมู่ ๑ ตําบล ปากพระ อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย และเปึนถนนเชื่อมของริมแม่น้ํายมอีกเส้นหนึ่ง เหมือนกัน ก็ถูกน้ํานั้นตัดขาดทําให้พี่น้องเกษตรกรนั้นไม่สามารถที่จะขนพืชไร่ไปได้เลย ก็ขอให้ทางรัฐบาลโดยเฉพาะทางกระทรวงคมนาคมในความรับผิดชอบของสํานักงาน ทางหลวงชนบทนั้นเข้าไปดําเนินการแก้ไข โดยขอให้นํางบอุทกภัยไปดําเนินการซ่อมแซม ในการราดผิวจราจรแบบเคปซีลให้ก่อน แล้วถนนสายเส้นที่ ๑ ที่ผมกล่าวไปนั้นควรที่จะ สร้างเปึนสะพานถึงจะแก้ไขปัญหาได้ ก็ต้องฝากกับทางสภาแห่งนี้บอกถึงทางรัฐบาล ต่อไป ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านสิริพงศ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคชาติไทย ท่านประธานครับ ในตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้รับเรื่องร้องเรียน ไม่เฉพาะจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษเท่านั้น แต่ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนจากทุกภูมิภาค แทบทุกภูมิภาคทั่วประเทศครับว่าตลอดช่วงสัปดาห์ ที่ผ่านมานั้นได้มีเว็บไซต์ (Website) ที่ได้มีการลงข้อความและบทความหรือกระทั่งกระทู้ ที่มีการกล่าวถ้อยคําที่จาบจ้วงล่วงเกินและกล่าวอาฆาตกับสถาบันอันสูงสุดของพวกเรา นั่นก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องกราบเรียนครับท่านประธาน ผมได้มีโอกาส เข้าไปเป่ดดูในเว็บไซต์นี้หลายครั้งปรากฏว่าถ้อยคําเหล่านั้นเปึนความจริง แต่ผม ขออนุญาตที่จะไม่พูดชื่อเว็บไซต์นั้น ณ สถานที่นี้ เนื่องจากว่าไม่อยากจะให้ชื่อเว็บไซต์ เหล่านี้เผยแพร่ออกไป จะขออนุญาตนําส่งเอกสารให้ท่านประธานในภายหลัง ท่านประธานครับ ในปัจจุบันนี้ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้น พระราชบัญญัติ ดําเนินการกับผู้กระทําความผิดทางคอมพิวเตอร์นั้นได้บังคับใช้แล้ว แล้วก็มีอยู่ หลายหน่วยงาน มีผู้ประกอบการอยู่หลายคนที่โดนผลของกฎหมายฉบับนี้ลงโทษ ผมเชื่อครับว่าด้วยศักยภาพในปัจจุบันนี้นั้นประกอบกับกฎหมายฉบับนี้ที่บังคับใช้ สามารถหาตัวได้อย่างแน่นอนครับว่าผู้ใดที่ไปกล่าวก้าวล่วง ล่วงเกินและกล่าวอาฆาต กับสถาบันกษัตริย์ ซึ่งผมเห็นว่าพวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นยอมไม่ได้ จึงต้องหารือท่านประธานได้กรุณาประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดําเนินการ กับผู้ที่กระทําการเช่นนี้ตามกฎหมายที่บัญญัติเอาไว้สูงสุด เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ ได้กล่าวเอาไว้ว่า บุคคลมีหน้าที่ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้ ต้องขอฝาก ท่านประธานครับ ช่วงนี้นั้นหลายต่อหลายคนพยายามเอาการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับ สถาบัน ดังนั้นผมจึงขอเรียกร้องท่านประธานครับผ่านไปยังสมาชิกทุกท่านครับว่า วันนี้ เมื่อเราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราจําเปึนครับที่จะต้องพิสูจน์ให้พี่น้องประชาชน ชาวไทยเห็นว่า คําว่า จงรักภักดีต่อสถาบัน นั้นไม่ใช่พวกเราพูดเพียงแต่ปาก ขอให้ทุกท่าน ช่วยกันสอดส่องดูแลและปกปักรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์เอาไว้ไม่น้อยไปกว่า การสอดส่องดูแลทุกข์สุขของพ่อ แม่ พี่น้องประชาชนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณวิวัฒชัยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวิวัฒชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชาชน ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่องสั้น ๆ
เรื่องที่ ๑ เปึนเรื่องเกี่ยวกับการก่อสร้างไฟฟัาขยายเขต ซึ่งเนื่องจากว่า ขณะนี้พี่น้องประชาชนหลายหมู่บ้าน หลายตําบล หลายจังหวัด ได้รับความเดือดร้อน เพราะการก่อสร้างไฟฟัาขยายเขตไปยังไม่ถึงก่อให้เกิดปัญหา จึงถือโอกาสนี้ เรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ได้ดําเนินการแก้ไขโดยเร็ว
เรื่องที่ ๒ เรื่องการคมนาคม สืบเนื่องจากว่าฤดูฝนกําลังจะผ่านไป ปรากฏว่าถนนหลายเส้นทางซึ่งอยู่ในเขตหมู่บ้าน ตําบล อําเภอและหลายจังหวัดได้รับ ความเดือดร้อน ได้รับการทรุดโทรมจากพายุต่าง ๆ จึงถือโอกาสนี้นําเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้สํานักงานทางหลวงชนบททุกจังหวัด ได้สํารวจเพื่อดําเนินการแก้ไขเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาอย่างสะดวก
เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องสุดท้ายเปึนเรื่องที่พี่น้องเกษตรกรที่ได้รับ ความเดือดร้อนประสบภัยจากธรรมชาติ ขอให้ทางรัฐบาลนั้นได้เร่งดําเนินการแก้ไข ช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ประสบความเดือดร้อนโดยเร็ว ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่อง ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ต้องขอบคุณท่านประธานสามารถนะครับที่ได้กรุณาแถลง ต่อสื่อมวลชนยอมรับว่า สมาชิกรัฐสภาอย่างน้อย ๓ ท่านไม่ได้ลงชื่อเข้าประชุม แต่มีการใช้สิทธิลงคะแนนเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ปัญหาที่กระผมนําเรียนเรื่องนี้ก็เพราะว่า มาตรา ๑๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย วรรคสาม สมาชิกคนหนึ่งย่อมมี เสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน ก็แปลว่าสมาชิกรัฐสภาอย่างน้อย ๑ คนหรือ ๒ คน หรือ ๓ คนใช้สิทธิเกิน ๑ ครั้ง แปลว่าการใช้สิทธินั้นย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยชัดแจ้ง จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าทางสภาผู้แทนราษฎรได้ดําเนินการตั้ง คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงหรือทํานองนี้นะครับ เพื่อที่จะหาว่าใครเปึนผู้กระทําเรื่องนี้ เพราะเหตุว่าท่านประธานคงจําได้ครับว่า ทันทีทันใดที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่ง ท่านใดถูกข้อหา ถูกจับกุม จะมีกฎหมายบอกว่าจับไม่ได้ในสมัยประชุม เพราะว่า ๑ เสียง ของสมาชิกผู้นั้นไม่ว่าเปึนใครหรอกครับมีผลสําคัญต่อการลงมติ รอบนี้ถึง ๓ ท่านนะครับ ท่านประธานคงทราบแล้ว เพราะว่ามีรายละเอียดจากกลุ่มงานทะเบียนประวัติของ สภาผู้แทนราษฎรออกชื่อมาแล้ว ๑. เปึนท่านรัฐมนตรี อีก ๒ ท่านเปึนสมาชิกนะครับ จึงอยากจะกราบเรียนถามท่านประธาน โดยเฉพาะท่านประธานสามารถนะครับ ที่ได้กรุณาแถลงยอมรับข้อนี้ว่าเราจะดําเนินการหาผู้ที่ดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร เพราะว่าเปึนการปฏิบัติผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๖ วรรคสาม โดยชัดแจ้ง แล้วก็ผิดต่อ มาตรฐานจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภาด้วย นั่นคือข้อที่ ๑ ครับท่านประธาน
ข้อที่ ๒ ผมอย่างนี้ครับ ในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ เช่นเดียวกันครับ กรณีนี้ เปึนกรณีการลงมติในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เหตุผลที่กระผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมากราบเรียน ก็เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎรก็ดี วุฒิสภาก็ดี ท่านประธานครับ ต้องอาศัยมติเปึนประมาณ เหตุผลที่กระผมนําเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า ผมมีเอกสารในมือครับ ท่านประธานชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ถามในที่ประชุมว่าในสมัยประชุมนิติบัญญัติไม่สามารถ แถลงนโยบายได้ จะแถลงนโยบายได้ต้องใช้มติเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งก็แปลว่า ต้องใช้ ๓๑๑ คะแนน ปรากฏท่านประธานชัยครับ ขอประทานโทษ บอกว่ามีการให้สมาชิก ลงมติครับ โปรดเสียบบัตร ใช้สิทธิลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบให้มีการอภิปรายให้กดปุ์ม เห็นชอบ ใครไม่เห็นชอบกดปุ์ม ไม่เห็นชอบ ใครงดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง นี่คือ การที่ท่านประธานชัย ชิดชอบ มีคําสั่งให้ที่ประชุมลงมติ ถูกไหมครับ นอกจากครั้งนั้นแล้ว ต่อมาท่านก็พูดอีก ช่วยเสียบบัตรดี ๆ บรรจงเสียบแล้วก็ลงคะแนน เริ่มได้เลยครับ ลงเสร็จหรือยังครับท่านผู้ใดยังไม่ลงมีไหมครับ นับผมกับนับท่านประธานวุฒิสภาด้วย อันนี้หมายถึงข้อความที่ท่านประธานชัยพูด ลงคะแนนเสร็จแล้วโปรดแสดง มีท่านใดยังไม่ ลงคะแนนมีไหมครับ มีผู้ร่วมประชุมวันนี้ทั้งหมด ๓๒๐ คนนะครับ ต่อไปครับ ท่านประธาน ชัย ชิดชอบ อีกครับขานมติ ท่านบอกว่าตอนนี้มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๑๔ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๐๗ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๕ ท่าน มันก็ครบองค์ประชุมครับ แต่เสียงยังไม่ถึง ๓๑๑ เสียง กระผมกราบเรียนถามท่านประธานสามารถ เหตุผลเพราะว่า เมื่อมติลงไปแล้วย่อมต้องยุติ ผมจําได้ครับวันนั้นท่านสุขุมพงศ์
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ ผู้ประท้วง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ผมขอประท้วงผู้ที่กําลังหารือต่อท่านประธานในขณะนี้ เนื่องจาก ข้อตกลงของเรานั้นในการหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนั้น เราจะมีนโยบาย หารือในเรื่องที่เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านผู้กําลังอภิปรายนั้นได้พูด ในประเด็นอื่นแล้วก็เกินเวลา ผมเกรงว่าจะทําให้สภาแห่งนี้เสียเวลาแล้วก็จะมีเพื่อน สมาชิกอีกหลายคนที่รอการหารือในประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอให้ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านผู้ประท้วงครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗ เขียนว่า อาจจะหารือเรื่องความเดือดร้อนของ ประชาชนหรือเรื่องอื่น ต้องเข้าใจว่าท่านผู้อภิปรายก็เอาเรื่องอื่นมาพูด ผมอยาก กราบเรียนท่านผู้อภิปรายนะครับ ประเด็นที่ท่านกําลังอภิปรายมันเปึนประเด็นที่คงจะต้อง วินิจฉัยกันในข้อกฎหมาย ซึ่งเราเอง ณ ที่นี้เราคงรับฟังและคงวินิจฉัยไม่ได้ ถ้าท่านคิดว่า เรื่องที่ผ่านมามันไม่ถูกต้องท่านก็ควรจะใช้สิทธิ ซึ่งก็ทราบว่ามีบางส่วนของท่านก็จะยื่น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ฉะนั้นผมคิดว่าท่านก็ไปดําเนินการตามกระบวนการนั้นเราก็จะได้ ข้อยุติ แต่ถ้าท่านอภิปรายในที่นี้แล้วซึ่งเราก็ไม่สามารถจะวินิจฉัยอะไรได้ว่ามันถูก มันผิดอย่างไร ก็ขอความกรุณานะครับจะได้ให้เพื่อนสมาชิกซึ่งตอนนี้เข้าชื่อหารือกันอีก หลายท่าน จะได้หารือเรื่องอื่นต่อ ฉะนั้นผมขอความกรุณาท่านสรุป แล้วถ้าท่านคิดว่า ติดใจประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านได้กล่าวมาก็ขอความกรุณาท่านได้ทําเรื่องผ่านกระบวนการ ตามสิทธิของท่านนะครับ เชิญต่อครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน นิดเดียวครับ เนื่องจากเปึนหลักที่สภาจะต้องยึด และขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสนะครับ มติ ที่ลงไปแล้ว เมื่อขานมติแล้วจะต้องจบถูกไหมครับ แต่ปรากฏว่าจะเอาเรื่องนี้เข้ามาใหม่ รัฐบาลต้องเสนอเข้ามาใหม่ถึงจะลงมติได้อีก นี่ปัญหาก็คือว่ามิฉะนั้นแล้วจะต้องมีการ ลงมติไปเรื่อย ๆ จนสมประโยชน์หรือไม่ ซึ่งผมเห็นว่ามันไม่ถูกต้องตามหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมนะครับ จึงกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าอย่างไรก็ตามผู้ตรวจการแผ่นดินคงจะต้องได้วินิจฉัย เรื่องนี้แล้วส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ปัญหานิดเดียวครับท่านประธานก็คือว่า รัฐบาล อย่าเพิ่งนําเสนอเรื่องบางเรื่องอย่าแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงไปที่สํานักพระราชวัง เดี๋ยวอาจจะระคายเคืองได้เพราะเหตุว่ายังไม่ยุติในข้อกฎหมาย ขอบพระคุณท่านประธาน ครับ
เชิญท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ครับ ก่อนอื่นต้อง ขอกราบขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งที่ให้โอกาสผมได้ทําหน้าที่ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวไทยและพี่น้อง ชาวจังหวัดชัยนาท ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรีในเรื่องของราคาพืชผลการเกษตร ระยะนี้ก็จะเห็นว่าราคาพืชผลการเกษตรนั้น อาจจะเรียกว่าทุกตัวเลยทีเดียวที่ตกต่ําถอยราคาลง อาจจะเปึนเพราะว่าคณะรัฐมนตรี ทั้งหลาย รัฐมนตรีทั้งหลายได้มีการเปลี่ยนแปลง และขณะเดียวกันก็ไม่มีโอกาส ได้ทําหน้าที่ในระยะที่ผ่านมา ๒ – ๓ อาทิตย์ ก็เปึนเหตุหนึ่งที่ทําให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น แทรกซ้อนเพิ่มเติมขึ้น ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในเรื่องของราคาข้าว โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในเขตภาคกลางแล้วก็ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ ซึ่งประเทศไทยของเราส่วนใหญ่นั้นปลูกข้าว ก็อยากจะกราบเรียนว่าข้าวขาวป้นี้รัฐบาล จะรับจํานําเอาไว้ที่ราคาตันละ ๑๒,๐๐๐ บาท ซึ่งเดิมนั้นเมื่อป้ที่แล้วหรือคราวที่แล้ว นาปรังนั้น ๑๔,๐๐๐ บาท อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ขอพี่น้อง ประชาชนในราคาเดิมได้ไหม ราคา ๑๔,๐๐๐ บาท เพราะว่าเหตุที่ผมเรียกร้องหรือ อยากจะพูดอย่างนี้เพราะว่า เมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรได้ทําลงไปแล้ว ไถหว่านแล้วก็ลงปลูกไปเรียบร้อยแล้ว ผลผลิตกําลังจะเกิดขึ้น ต้นทุนนั้นมันสูง ช่วงก่อน ราคาน้ํามันสูง พร้อมทั้งราคาปุิยก็สูง แต่พอเวลาเก็บเกี่ยวแล้วพี่น้องประชาชน จะขายในราคา ๑๒,๐๐๐ บาทนั้น ผมเห็นว่าไม่เกิดความยุติธรรม ในขณะเดียวกัน อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ถ้าเราทําหรือบริหารเช่นนี้ราคาข้าวที่เราจํานําไว้ คราวที่แล้ว ๑๔,๐๐๐ บาท เท่ากับเราหายไป ๒,๐๐๐ บาทต่อตันนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่น่าจะเปึนการบริหารจัดการที่น่าจะถูกต้อง เพราะฉะนั้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ขอให้คงราคา ๑๔,๐๐๐ บาทไว้ดังเดิมให้กับพี่น้อง เกษตรกร เพื่อพี่น้องเกษตรกรจะได้ไม่ขาดทุน ขอกราบขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญท่านอิสสระ สมชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้ทราบว่าทางรัฐบาลมีนโยบายที่จะรับจํานําข้าวนาป้ในป้นี้ โดยรับจํานําข้าวเปลือก ข้าวเจ้า ข้าวขาวในราคาตันละ ๑๒,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ ในราคาตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท และข้าวเปลือกเหนียวราคาตันละ ๙,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้กรุณาออกมาตรการแต่ต้นป้ เพราะอีก ไม่กี่เดือนข้าวนาป้ก็จะออกแล้ว สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะหารือผ่านไปทางรัฐบาลเกี่ยวกับ นโยบายการรับจํานําข้าวที่มันเปึนปัญหามาโดยตลอดเปึนอย่างนี้ครับท่านประธาน เกษตรกรจะได้รับผลประโยชน์จากโครงการรับจํานําข้าวนี้ค่อนข้างจะน้อย เพราะเหตุว่า
ประการที่ ๑ บรรดาโรงสีที่จะมาเข้าร่วมโครงการนี้ มันน้อยไม่มีเพียงพอ บางอําเภอจะไม่มีเลย เมื่อไม่มีโรงสีเข้ามาร่วมโครงการ การรับจํานําข้าวก็ไม่มียุ้ง ไม่มีฉางจะจัดเก็บ เพราะฉะนั้นเกษตรกรจึงไม่สามารถจะเข้าไปร่วมโครงการได้ ในที่สุดแล้ว ก็ต้องนําข้าวนั้นไปขายให้กับบรรดาพ่อค้าในตลาด แล้วก็ถูกกดราคาอย่างที่เปึนมา โดยตลอด เพราะฉะนั้นกระผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าขอให้รัฐบาลได้เร่งดําเนินการ หาบรรดาโรงสีทั้งหลายให้เข้าร่วมโครงการ นั่นประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ เมื่อได้โรงสีเข้าร่วมโครงการแล้ว ผมอยากให้ทางรัฐบาลนี้ กําหนดมาตรการในการปรับราคารับจํานํา ไม่ใช่หักเปอร์เซ็นต์ความชื้น ที่ผ่านมานั้นหักเปอร์เซ็นต์ ความชื้นของข้าวที่มารับจํานํานี้ค่อนข้างจะสูงมาก แม้จะตั้งราคาไว้สูงเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าถูกหักความชื้นก็ดี สิ่งเจือปนก็ดี เปึนจํานวนถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เกษตรกรก็ไม่ได้ประโยชน์อยู่เหมือนเดิม จึงอยากจะให้ออกมาตรการส่วนนี้มา
ในประการที่ ๓ ท่านประธานครับ กรณีรับจํานําข้าวที่ผ่านมานั้น ผมอยากจะกราบเรียนว่าขอให้ดําเนินการอย่างทั่วประเทศอย่างเปึนธรรมและเท่าเทียม กัน ไม่เช่นนั้นแล้วมันจะเหมือนกับการรับจํานําข้าวนาปรังที่ไปรับจํานําข้าวเฉพาะ ภาคเหนือและภาคกลาง ส่วนภาคอีสานไม่ไปรับจํานํา และนอกจากนั้นแล้ว ไม่รับจํานํา ข้าวเปลือกเหนียวด้วยครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากให้มีการรับจํานําทั้งข้าวเปลือกเหนียว และข้าวเจ้า และดําเนินการอย่างที่ผมได้กราบเรียน ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับท่านกรรมการสถานศึกษา โรงเรียน พร้าววิทยาคม อําเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมานั่งสังเกตการประชุม ผมจะอนุญาต ให้เพื่อนสมาชิกได้หารืออีกสัก ๓ ท่านนะครับ เพราะว่าขณะนี้เราหารือมาแล้ว ๑ ชั่วโมงเต็ม เดี๋ยวจะได้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม สลับมาทางฝ์ายนี้บ้างนะครับ ขอเชิญท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ หลังจากที่ผมและเพื่อนสมาชิกฝ์าด่านเข้ามาฟังนโยบายของรัฐบาล ในวันที่ ๗ ซึ่งถือว่าเปึนการทําหน้าที่อย่างสมภาคภูมิ เพื่อให้ฝ์ายบริหารปฏิบัติภารกิจตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญที่กําหนดไว้ว่า การบริหารประเทศที่สมบูรณ์จะต้องแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา ผมฟังครับท่านประธาน เมื่อการแถลงนโยบายเสร็จเรียบร้อย พี่น้องประชาชน ของพวกผมทางภาคเหนือไชโยโห่ฮิ้วกันอย่างมีความสุขที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาแก้ไข ปัญหาอย่างสมบูรณ์แบบ ถึงแม้ว่าเพื่อนสมาชิกของพวกผมบางคนนั้นอาจจะกลัวฝูงชน ไปหน่อย ไม่เข้ามาไม่ว่ากัน ประวัติศาสตร์ต้องชําระ และต้องได้รับทราบในอนาคต ข้างหน้า แต่สิ่งที่ผมน้อยใจแทนพี่น้องประชาชนของกระผมก็คือว่า ราคาข้าวโพดซึ่งใน ภาคเหนือของกระผม ท่าน ส.ส. ทั้งหมด ๘ – ๙ จังหวัดได้ยื่นคําร้องต่อสภาผู้แทนราษฎร และต่อท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พี่น้องของกระผมนั้นได้ไปร่วมกัน ชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ๓ วัน ๓ คืน แล้วโดยธรรมชาติของพี่น้องของกระผม ที่ปลูกข้าวโพดส่วนใหญ่เปึนพี่น้องชาวเขา เขาต้องการราคาข้าวโพดในราคาประกัน ๘.๕๐ บาท รัฐบาลก็ใจดีเหลือเกิน ส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ บินด่วนไปพบ กับพี่น้องของกระผมที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับปากยืนยันกับเกษตรกรว่าจะต้อง นําเข้า ครม. เมื่อวานนี้ ผมมาจากจังหวัดลําพูนมาพร้อมความหวังครับ ปรากฏว่าเข้า เฉพาะ ๑ ประเภท คือเข้าได้เฉพาะการประกันราคาข้าว ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ส่วนราคา ข้าวโพดกับราคามันสําปะหลัง ทางรองนายกรัฐมนตรี โอฬาร ไชยประวัติ บอกว่าต้องหา ข้อมูล ผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธานว่าข้อมูลนั้น คชก. ได้ประชุมนอกรอบ เตรียมพร้อมหมดแล้ว วันนี้บ้านเมืองทางภาคเหนือจะลุกเปึนไฟ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรอย่างพวกกระผมนี่ลุกเปึนไฟเหมือนกันครับ เพราะความเดือดร้อนของประชาชน คือความเดือดร้อนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขีดเส้นใต้ ในฐานะปวงชนชาวไทย ผมจึง ได้ยกมือตั้งแต่เมื่อเช้า ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะครับ ก่อนท่านประธานจะนั่งอีก เพื่อที่ต้องการ ให้รัฐบาลมีความรู้สึกว่าเปึนความเดือดร้อนจริง ๆ วันนี้จังหวัดน่าน ๓ ชั่วโมงน้ํามันหมด ทั้งจังหวัดเลยนะครับ เขาป่ดถนนมา ๓ วัน ลําพูนของกระผมถ้าวันนี้เป์านกหวีดเปึนหมื่น เชียงใหม่เปึนหมื่น เราอยากให้อย่างนั้นหรือครับ ฝ์ายบริหารต้องรับความรู้สึก อย่าไป สนใจมือตบ อย่าไปสนใจ ปล่อยเขาไป สนใจว่าวันนี้ชาวบ้านให้ความหวังกับรัฐบาลชุดนี้ เข้ามาแก้ปัญหา ผมจึงได้ขออนุญาตใช้เวลาแห่งนี้พูดดัง ๆ ไปยังฝ์ายบริหารผ่านท่าน รัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ว่าบ่ายสามโมงวันนี้ ต้องรีบประชุม คชก. เสียนะครับท่าน ต้องรีบประชุม มันไม่มีเหตุผล อะไรเลย ราคาข้าวโพด ต้นทุนการผลิต พวกกระผมได้เสนอไปชัดเจนว่าราคากิโลกรัมละ เท่าไร ค่าปุิย ค่ายาเท่าไร ค่าไถ ค่าหว่านเท่าไร ค่าเก็บเกี่ยวเท่าไร ต้นทุนปุิย ยาเท่าไร พวกผมสรุปไปให้เรียบร้อยในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ์ายบริหารมีหน้าที่ไปหาเงิน มาใส่ เงินในจํานวนนั้นใช้ทั้งหมดประมาณ ๖๗๘ ล้านบาท แค่นั้นเอง ถ้าท่านหาเงิน ๖๗๘ ล้านบาท ไม่ได้ ผมว่าพวกเราจําเปึนที่จะต้องใช้มาตรการเด็ดขาดในการที่จะไป พบท่าน วันนี้ต้องพูด ไม่พูดไม่ได้เพราะพี่น้องประชาชนให้ความหวังกับพวกเรา ผมหวังว่า ท่านประธานไม่ต้องกดไมโครโฟน ผมเอาจริงถ้าบ่ายสามโมงไม่ประชุม คชก. ผมจะพา ส.ส. ภาคเหนือไปหาท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าเหตุใดไม่ประชุม แล้วต้องมีคําตอบ กราบขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านประท้วงหรือครับ เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธาน เนื่องจากท่านประธาน ให้สิทธิผมตั้งแต่แรก แล้วผมก็นําเรียนท่านประธานไว้ว่าเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา ขอใช้สิทธิ พาดพิงตัวเอง ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับเพราะผมเสียหาย เสียหายที่ผมกราบเรียน ท่านประธานในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า รองนายกรัฐมนตรีแจ้งผมบอกว่าจะประชุม คชก. บ่ายสองโมง ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านด้วยความผิดหวัง ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ มาที่นี่ ในฐานะเปึนส่วนหนึ่งของ คชก. ไม่ประชุม แล้วขณะนี้ที่คุยกันอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ การประชุมนะครับ เปึนการหารือว่าจะถ่วงเวลาไปอย่างไร ผมทนไม่ได้นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ ผมต้องเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาบอกว่าจะ แก้ปัญหาคนเมืองน่านทั้งเมืองตายอย่างไร ลําพูนตายอย่างไร
คุณหมอชลน่าน เอาอย่างนี้ได้ไหม เดี๋ยวขอความกรุณาท่านซึ่งห่วงใยราษฎรอย่างยิ่ง ผมก็ตระหนักดี อยากให้ท่านได้ประสานกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ได้ไปปรึกษาหารือกันเพื่อหาทางออก
ท่านประธานที่เคารพครับ กราบขอบคุณ คําแนะนําของท่านประธาน แต่ผมต้องร้องดัง ๆ ตรงนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์บอกท่านไม่รู้เรื่องเลยครับ ไม่มีการนัดหมาย เพราะฉะนั้นมาตรการที่ พวกผมแถลงข่าวไปเมื่อตอนเช้า ถ้าภายในเย็นนี้ไม่มีการประกาศแก้ไข ผมขอร้องพี่น้อง ส.ส. ภาคเหนือช่วยกันลงนาม ขับไล่รองนายกรัฐมนตรีโอฬารออกจากรองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่รู้เรื่อง และผมจะขอร้อง ส.ส. ภาคเหนือ วันนี้ไม่มีการประชุม ผมขออนุญาตที่จะไม่ ร่วมประชุม ขออนุญาต ส.ส. พี่น้องภาคเหนือวอล์คเอาท์ (Walk out)
ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ไปเรียนหารือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย ในนามของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระผมอยากจะกราบเรียนชี้แจงว่าปัญหาที่เพื่อนสมาชิก ได้หยิบยกขึ้นมาตั้งแต่ตอนเริ่มต้น ที่ท่านประธานได้กรุณาให้สมาชิกได้หยิบยกประเด็น ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในเขตพื้นที่ของตัวเองและในภาพรวมของประเทศ ได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ทางรัฐบาลได้ตระหนักแล้วก็ได้ให้ความสนใจ มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ในวันนี้ ได้ปรับตัวลดลงทุกประเภทของผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ก็คงจะได้ทราบสถานการณ์ว่าราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ปรับตัวลดลงนั้น สาเหตุมาจากอะไรบ้าง ผมเองไม่อยากจะมากล่าวโทษว่าเปึนสาเหตุจากอะไร แต่อยากจะกราบเรียนว่ารัฐบาล ก็ได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ เพราะรู้ครับว่าปัญหาที่สําคัญคือปัญหาของคนที่ประกอบ อาชีพการเกษตรซึ่งเปึนปัญหาของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจครับ หลังจากที่ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลเสร็จ ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม เสร็จ นั่นหมายถึงการเริ่มต้นนับ ๑ ในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มรูปแบบ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้กรุณาตั้งคณะกรรมการ ตั้งแต่คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ คณะกรรมการ คชก. คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวพันกับการแก้ไขปัญหาเรื่องผลผลิต ทางการเกษตร หลังจากแต่งตั้งเสร็จก็ได้มีการประชุมกัน ผมจะเอาเรื่องแรกก่อน ที่เมื่อวานนี้ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในเรื่องของการรับจํานําข้าวเปลือก ซึ่งจะเริ่มต้น รับจํานําในวันที่ ๑ พฤศจิกายน คือในสัปดาห์หน้า โดยราคาข้าวเปลือกที่จะรับจํานํานั้น จะเริ่มต้นรับจํานําที่ราคา ๑๒,๐๐๐ บาท จะเห็นว่าราคาที่รับจํานํานั้นราคาปรับลดลง ตันละ ๒,๐๐๐ บาท จากราคา ๑๔,๐๐๐ บาท เหลือราคา ๑๒,๐๐๐ บาท ซึ่งเหตุผล ที่คณะกรรมการข้าวแห่งชาติได้มีการปรับลดนั้นก็เนื่องจากเรามองถึงต้นทุนการผลิต เรามองถึงราคาตลาดโลก ซึ่งในวันนี้ความเปึนจริงอยู่ที่ตรงไหน ได้พิจารณากันอย่าง รอบคอบ ก็คิดว่าราคาต้นทุนการผลิตของเกษตรกรจะต้องเปึนตัวตั้งแล้วบวกด้วย ผลกําไรที่เกษตรกรอยู่ได้ พร้อม ๆ กับอิงราคาของตลาดโลกว่ามันควรจะอยู่ที่ตรงไหน เมื่อได้ราคาที่ ๑๒,๐๐๐ บาท ซึ่งเชื่อว่าราคาตรงนี้เกษตรกรอยู่ได้ และนอกจากนั้น เมื่อวานนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ไปปรับลดราคา ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เพราะตระหนักดีว่าวันนี้ราคาน้ํามันปรับตัวลดลง ราคา ผลผลิตทางการเกษตรมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลง เพราะฉะนั้นต้นทุนการผลิตของ เกษตรกรต้องปรับตัวลดลงเช่นกัน ไม่อย่างนั้นแล้วเกษตรกรอยู่ไม่ได้ครับ จึงได้มีมติ มอบหมายให้ทางกระทรวงพาณิชย์ไปดูสินค้าควบคุมซึ่งเปึนปัจจัยการผลิต ไม่ว่าจะเปึน ปุิย ยากําจัดศัตรูพืช ยากําจัดวัชพืช อาหารสัตว์ เครื่องไม้เครื่องมือในการประกอบ การเกษตรทั้งหลาย เรื่องประมง อวน แห ให้ทางกระทรวงพาณิชย์ไปปรับลดโดยใช้ อํานาจหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ปรับลด แล้วก็ยังมีสมาชิก ยังมีท่านรัฐมนตรีได้ให้ ข้อสังเกตว่าการปรับลดนั้นต้องปรับลดตามราคาตลาดโลกที่วันนี้ปรับตัวลดลง โดยเอา ราคาตลาดโลกเปึนตัวตั้งเพราะฉะนั้นกราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกว่าการจะปรับลดปัจจัย การผลิตในการเกษตรนั้นทางรัฐบาลจะให้ความสําคัญควบคู่ไปกับการรับจํานํา ข้าวเปลือก นั่นกรณีของข้าวเปลือกครับ ส่วนกรณีของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กรณีของ มันสําปะหลัง กรณีของผลิตผลทางการเกษตรตัวอื่น ๆ เช่น ยาง เช่น ปาล์ม ในวันนี้รัฐบาล ก็กําลังมองแนวทางในการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เอาปัญหาเรื่องข้าวโพดที่กําลัง ถกเถียงกันแล้วเพื่อนสมาชิกก็ได้หยิบยกขึ้นมาเปึนประเด็นการอภิปรายเมื่อสักครู่ว่า รัฐบาลได้มีการประชุมกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คํานึงถึงว่าควรจะรับจํานําราคา ที่เท่าไร ระหว่าง ๘.๕๐ บาท กับ ๘.๒๐ บาท รัฐบาลนั้นจําเปึนต้องดูความเปึนจริงว่าวันนี้ ราคาตลาดโลกเท่าไร ราคาต้นทุนเท่าไร ที่คิดอย่างนี้เพราะว่าถ้าหากว่าเกิดจํานําเกินกว่า ราคาที่เปึนจริง ผลผลิตทางการเกษตรของพืชทุกชนิดครับ จะเข้าสู่ระบบการรับจํานํา ทั้งหมด ตรงนี้จะเปึนภาระที่ใหญ่หลวงต่อการที่จะต้องเตรียมเงินให้กับ ธ.ก.ส. ให้กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้ามารับจํานําทั้งหมด ซึ่งเปึนปัญหาใหญ่มาก และที่สําคัญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลในเรื่อง ของ คชก. และก็รับผิดชอบในเรื่องของคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ ได้บอกว่ารัฐบาล ได้เตรียมไว้สําหรับผลผลิตในเรื่องของข้าวเปึนหลัก ส่วนผลผลิตตัวอื่น เช่น มันสําปะหลัง เช่น ข้าวโพด เช่น ผลผลิตตัวอื่นนั้นยังไม่ได้เตรียมตัว เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ขอให้ทาง ธ.ก.ส. ทางฝ์ายกระทรวงการคลังเขาได้มีเวลาหายใจในการที่จะเตรียมหาเงินทุนเอามา เพื่อใช้จ่ายในการหมุนเวียน ในการที่จะเข้ามารับจํานําผลผลิตทางการเกษตรเพื่อดึงราคา ไม่ให้ตกต่ําว่าราคาต้นทุนที่เกษตรกรลงทุนไปจริง วันนี้ข้าวโพดครับ ผมต้องกราบเรียนว่า ผมเข้าใจว่าอาจจะเปึนวันศุกร์คงจะมีการประชุมกัน เมื่อกี้ผมเดินเข้ามา ท่านชลน่าน ได้พาดพิงถึงผม บอกทําไมผมไม่เข้าประชุม คชก. ผมกับรัฐมนตรีประดิษฐ์เปึนกรรมการ คชก. ทั้งคู่ ผมก็ต้องกราบเรียนด้วยความสัตย์จริงครับว่าผมยังไม่ได้รับการติดต่อ ยังไม่ได้ รับการประสานงานมาว่าจะมีการประชุมในวันนี้ ผมก็เอาความจริงมาบอกกับเพื่อน ว่าจริง ๆ แล้วผมทั้ง ๒ คน มาทําหน้าที่ตรงนี้เพราะผมเปึนห่วงว่าสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจะไม่ครบองค์ประชุม เราก็มาทําหน้าที่สภาตรงนี้เปึนประเด็นหลัก พอได้ ทราบเรื่องว่าจะมีการประชุม ผมก็กําลังให้เลขานุการติดต่อไปว่ามีการนัดหมายหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ก็ยังไม่มีคําตอบครับ แต่ถ้ามีการประชุมหลังจากดําเนินการประชุมไปได้ องค์ประชุมครบเรา ๒ คนก็จะไปทําหน้าที่ตรงนั้น ผมต้องกราบเรียนว่ารัฐบาลได้ใส่ใจ ต่อปัญหาเรื่องผลผลิตทางการเกษตร เพราะรู้ครับ นี่คือปัญหาใหญ่ของคนทั้งประเทศ ถ้าหากว่าต้นทุนการผลิต ให้เกษตรกรมีรายได้เหลือ มีรายได้ในการที่จะเลี้ยงตัวได้ รัฐบาลไม่ต้องมาเผชิญกับปัญหามากมายนัก เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงกราบเรียนชี้แจงว่า รัฐบาลได้ดําเนินการไปเปึนขั้นตอน และผมเชื่อว่าในสัปดาห์หน้าเรื่องการรับจํานํา ข้าวโพด เรื่องการรับจํานํามันสําปะหลังก็จะดําเนินการพร้อม ๆ กับการดําเนินการ รับจํานําข้าวเปลือกครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตหยุดการหารือนะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านประท้วงหรือครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ เชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนว่าผมได้รับฟังท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ได้กรุณาพูดแนวทางในการแก้ไข
ตกลงท่านไม่ได้ประท้วงนะครับ
เรื่องสําคัญมากครับ เรื่อง ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ที่ผมเสียใจครับ เสียใจแทนพี่น้องชาวภาคใต้ เจ้าของ สวนยางพารา สวนปาล์ม วันนี้ราคาตกต่ํามาก ท่านไม่พูดสักคําหนึ่ง ท่านพูดเรื่องข้าว ข้าวโพด ซึ่งเปึนพื้นที่เลือกตั้งของท่าน ผมว่าเรื่องนี้ไม่ได้ครับ ไม่ได้ ท่านบอกว่ายางพารา ปาล์ม ต้องพิจารณาอย่างยั่งยืน วันนี้ต้องพิจารณาอย่างเฉพาะหน้า มิใช่ยั่งยืนครับ ยางราคาตกต่ํา ต่ํากว่าต้นทุน ทําไมท่านไม่พูดถึงสักคําหนึ่ง เรื่องที่น่าเศร้าใจมาก ท่านรัฐมนตรี ต้องพูดครบทุกภาคครับ ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน วันนี้เกษตรกร เขาเดือดร้อนทั่วหมดทุกภาคครับ ทําไมท่านไม่ให้ความสําคัญกับภาคใต้ ยางพารา ปาล์ม น้ํามัน ซึ่งพี่น้องเกษตรกรเขาทุกข์ใจมาก ท่านประธานครับ ท่านต้องยุติธรรมครับ ขอบพระคุณมากครับ
อย่างนี้นะครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านนิยมครับ ขอความกรุณาครับ ขอความกรุณานั่งลง ก่อนครับ ท่านครับ ท่านรัฐมนตรีจะเพิ่มเติมหรือครับ เชิญครับ
ผมขอโทษนะครับที่เมื่อสักครู่นี้ก็คิดว่าได้ตอบประเด็นหลักไปหมด ลืมไปว่า เรื่องยางพารากับเรื่องน้ํามันปาล์ม ผมกราบเรียนครับว่าเรื่องยางพาราในวันนี้ถ้าพวกเรา ติดตามสถานการณ์ยางพารา เราจะเห็นว่าวันนี้ยางพาราได้ปรับตัวราคาสูงขึ้น จากราคา กิโลกรัมละ ๔๐ กว่าบาท วันนี้ขึ้นมาถึง ๕๐ กว่าบาท สาเหตุหนึ่งที่ขึ้น ผมเข้าใจว่า พวกเราชาวภาคใต้ซึ่งเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่นั่น และพี่น้องเพื่อนจาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งประกอบอาชีพการปลูกต้นยางพาราก็รู้ว่าวันนี้ฝนเริ่มตกหนัก ทางภาคใต้ ทําให้การกรีดยางมีปัญหา กลุ่มผู้ซื้อตระหนักดีว่าวันนี้ยางน่าจะขาดแคลน ก็ซื้อในราคาที่สูงขึ้นเพื่อแย่งกัน นั่นคือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ เกิดจากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ไปดําเนินการ ตรวจสอบว่ายางซึ่งมีการซื้อขายกันล่วงหน้า ในราคากิโลกรัมละ ๘๐ บาท ๙๐ บาท ถึง ๑๐๐ บาท วันนี้ได้ส่งมอบไปแล้วเท่าไร ยังไม่ส่งมอบเท่าไร ซื้อขายกันที่เท่าไร และยัง ไม่ได้ส่งมอบเท่าไร ราคาในสต็อกเหลือเท่าไร วันนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําลัง ได้เร่งรีบตรวจสต็อกตรงนี้เพื่อดูการเอารัดเอาเปรียบของกลุ่มพ่อค้าคนกลางที่ซื้อแล้ว ขายล่วงหน้าไปแล้วในราคาสูง แต่กลับมาฉกฉวยกดราคาซื้อในราคาที่ต่ําในวันนี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ยอมหรอกครับ ตรงนี้มีพระราชบัญญัติเรื่องยาง กําหนดอยู่ และให้อํานาจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องนี้จึงไม่จําเปึนต้องมี คณะกรรมการขึ้นมา เปึนเรื่องที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดําเนินการ และวันที่ ๓๐ เราได้นัดหมายหารือกับกลุ่มประเทศร่วมค้า รัฐมนตรีของอินโดนีเซีย รัฐมนตรีของ มาเลเซีย รัฐมนตรีของไทย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยางโดยเฉพาะ จะนัดประชุมปรึกษาหารือ กันที่กรุงเทพมหานครครับ เพื่อวางแนวทางว่าวันนี้เปึนไปได้อย่างไร ความต้องการยาง ในตลาดโลกมีมากกว่าปริมาณยางที่วันนี้ออกมาสู่ท้องตลาด แต่ทําไมราคายางจึงมีการ ปรับตัวลดลงอย่างผิดสังเกต และที่สําคัญครับ พี่น้องเพื่อนสมาชิกที่อยู่ทางภาคใต้คงรู้ว่า ในช่วง ๓ สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีสินค้าทางการเกษตรตัวไหนที่ปรับลดลงอย่างผิดสังเกต เหมือนกับยางพารา ช่วง ๓ สัปดาห์ปรับลดลงถึง ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ วันนี้ทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ตระหนักเรื่องนี้ครับ จึงมีการตรวจสอบแล้วก็วิเคราะห์ว่าสาเหตุจริง ๆ เปึนอย่างไร เราจะไม่ยอมหรอกครับให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ เราจะใช้กฎหมาย ทางการยางที่มีอยู่เข้าไปดําเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และในขณะเดียวกันครับการปรับ ลดต้นทุนก็เหมือนกัน เมื่อวานนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีผมได้กราบเรียนไปแล้วก็บอกเลย ว่าปุิยตัวแรกที่จําเปึนจะต้องปรับลดก่อน และกําลังมีความจําเปึนต้องใช้คือปุิยเกี่ยวกับ เรื่องของยาง ก็สั่งให้ไปปรับลดตามราคาที่ วันนี้ประเทศแม่ผู้ผลิตขายออกเท่าไร ก็จะให้ ทางกระทรวงพาณิชย์ไปกํากับดูแลว่าราคาเมื่อบวกกับค่าขนส่งบวกกับผลกําไรแล้ว ต้องไม่เกินเท่าไร นี่คือสิ่งที่กําลังดําเนินการอยู่ ปาล์มก็เช่นเดียวกันครับ วันนี้ปาล์มเปึนไปได้ อย่างไรครับ จากกิโลกรัมละ ๖ บาทกว่า ๗ บาท วันนี้เหลือ ๒ บาท ๒๐ สตางค์ ทั้ง ๆ ที่ความต้องการปาล์ม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอาหาร วันนี้ยังมีความจําเปึนในท้องตลาด แต่มันถูกปรับลดลง นั่นหมายถึงว่ามันถูกแทรกแซง จากกลไกพิเศษ วันนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็กําลังติดตามเรื่องนี้ ผมกราบเรียน ว่าเราจะไม่ยอมปล่อยให้พี่น้องเกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบ เพียงแต่การดําเนินการ ของเราอาจจะไม่ทันใจเพื่อนสมาชิก แต่ก็ขอให้เพื่อนสมาชิกได้ทราบว่าการทํางาน มันไม่ใช่อาศัยประเทศไทยเพียงประเทศเดียว วันนี้ยังมีประเทศที่เปึนประเทศร่วมค้ากัน มันก็ต้องจับมือกันทํางานครับ จึงกราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ ต่อเนื่องนิดเดียวครับ ผมกราบเรียนว่าถ้าไม่พูดเรื่องนี้ชาวบ้านเข้าใจ ผิดครับที่ท่านรัฐมนตรีตอบ ท่านประธานครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่า รัฐบาลผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง วันที่ยางพาราตกจากราคา ๘๐ บาท มาเหลือ ๔๐ บาท รัฐบาลส่งสัญญาณ ๓ เรื่องครับ ถามว่าพี่น้องเกษตรกรเสียหายยับเยิน ประการที่ ๑ บอกว่าพ่อค้าหยุดซื้อ ประการที่ ๒ บอกว่ามาตรการให้พี่น้องโค่นยาง ประการที่ ๓ บอกว่าให้หยุดกรีด เรื่องนี้เสียหายครับ ผมบอกว่าเปึนคําแนะนําที่บ้องตื้นที่สุดครับ ที่แย่มากที่สุดครับ
ท่านสมาชิกครับ ขอความกรุณาให้ใช้ถ้อยคําที่เหมาะสมหน่อยนะครับ
พี่น้องเกษตรกรเกิดความ เสียหายครับ เพราะรัฐบาลส่งสัญญาณที่ผิด ทําให้พี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวสวนยางตกใจ รีบขายยางในราคาที่ต่ํากว่าทุน ต้นทุน ๕๗ บาท ขาย ๔๐ บาท ท่านประธานลองดูสิ วันนี้พอพี่น้องเกษตรกรขายยางหมด ยางขึ้นราคานิดหน่อย ถามว่าใครได้ประโยชน์ รัฐบาลทราบหรือเปล่าครับเรื่องนี้ ใครได้ประโยชน์ครับ เกษตรกร ไม่ได้ประโยชน์ครับ แต่พ่อค้าคนกลางได้ประโยชน์และราคาที่ท่านบอกวันนี้ว่า แนวโน้มสูงขึ้น ก็กราบเรียนว่าสูงขึ้นจริง ๆ ครับ แต่ที่ตลาดกลางยางท่านดี แต่ตลาด ท้องถิ่นผมโทรศัพท์ไปถามเมื่อสักครู่นะครับ ราคายัง ๔๐ กว่าบาท ท่านรัฐมนตรี ยัง ๔๐ กว่าบาทครับท่านรัฐมนตรี
ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับ วันนี้ก่อนเข้าระเบียบวาระผมอนุญาต ให้หารือ แต่จะกลายเปึนกระทู้ถามแล้ว ผมอยากขอความกรุณาท่านสมาชิก สัปดาห์หน้า วันพฤหัสบดีท่านตั้งกระทู้สดถามท่านรัฐมนตรีเลย จะได้ตอบกัน แล้วก็จะได้ซักได้ถามกัน ให้เต็มที่ ขอความกรุณานะครับ ตอนนี้ผมให้หารือเรื่องทั่วไปก่อน ไม่อย่างนั้นจะเปึน การตอบโต้กันไปมา เราก็ไม่ได้เข้าสู่วาระการประชุมสักที เชิญอีกนิดหนึ่งครับ
ท่านประธานเห็นว่าแม้แต่ เพื่อนสมาชิกในฝ์ายซีกรัฐบาลเขาไม่พอใจรัฐบาลครับ วันนี้พวกผมก็ไม่พอใจ เพราะว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาของกระดูกสันหลังของชาติให้ได้ วันนี้สินค้าเกษตรทุกตัวตกต่ํา แต่รัฐบาลมัวทําอะไรอยู่ ที่ไม่แก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้รัฐบาล ต้องเร่งรัดดําเนินการ มิฉะนั้นแล้วประเทศชาติอยู่ไม่ได้ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ ผมมาแต่เช้าแล้ว ผม นิยม วรปัญญา
ท่านนิยมครับ ท่านมาเช้าจริง แต่ที่จริงชื่อท่าน ท่านก็ไม่ได้ยกมือ ชื่อในนี้ก็ไม่มีนะครับ เชิญท่านนั่งก่อน เดี๋ยวให้จบเรื่องนี้ก่อน เดี๋ยวจะอนุญาตให้ท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าผมไม่ได้ลุกขึ้นมาชี้แจงเสียหายแน่ รัฐบาล ไม่เคยมีนโยบายนะครับ ในการที่จะสั่งให้หยุดกรีดยางหรือในการให้ตัดต้นยางทิ้ง ไม่มีนโยบาย ครับ นอกจากไม่มีนโยบายแล้วท่านทราบไหมครับ ๒ – ๓ วันติดต่อกันนี้กลุ่มเกษตรกร ผู้ปลูกยางมาพบผมที่กระทรวง ๓ – ๔ ชุด ได้ร้องขอ ว่าขออย่าให้มีนโยบายในเรื่องของ การหยุดกรีดยางเลย ขอร้องว่าอย่าใช้นโยบายการแทรกแซงแล้วด้วยการให้รัฐบาลเข้าไป แทรกแซงซื้อยาง เขาขอร้อง พวกท่านหาว่าการแทรกแซงไม่เคยตกถึงมือเกษตรกร และ ถ้าหากว่าสั่งให้หยุดกรีดยางก็จะเกิดผลเสียกับเขา ผมก็ถามว่าแล้วทางออกเปึนอย่างไร เขาก็บอกว่าให้กรีดสิครับ แล้วก็รับยาง น้ํายาง เข้ามา ในกรมวิชาการเกษตรมีโกดัง ในการเก็บ และในขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ต้องอะไรหรอกครับ หาเงินหมุนเวียนในช่วงที่ กําลังรอการขายยางให้กับเกษตรกร ซึ่งในวันนี้ผมได้สั่งการไปแล้วครับ ผมยืนยันว่า นโยบายในการตัดต้นยางนี้ไม่มีอย่างเด็ดขาด นโยบายในเรื่องของสั่งให้หยุดกรีดยาง ไม่มีอย่างเด็ดขาดครับ และผมยืนยันด้วยว่าผมเปึนคนพูดเองว่าวันนี้พอราคาตกจะสั่งให้ ตัดต้นยาง แล้วพออีก ๒ วันราคายางขึ้นบอกว่าให้ไปปลูกยาง ไปปลูกปาล์ม ไม่ใช่ นโยบายของรัฐบาลนี้แน่นอนครับ เราต้องคิดถึงอนาคต อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่า วันนี้ความต้องการยางในตลาดโลกยังมีอยู่สูงมาก วันนี้เรากําลังไปไล่เรียงว่าสิ่งผิดปกติ ตรงนี้ผิดปกติจากใคร แล้วเราจะไปไล่ดําเนินการในเรื่องนี้ ผมยังเชื่อว่าอนาคตตลาดยาง ยังไกลครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ขอให้เพื่อนสมาชิกสบายใจได้ว่าไม่มีนโยบายอย่างเด็ดขาด ในเรื่องสั่งให้ตัดต้นยางหรือในเรื่องสั่งให้งดกรีดยาง ไม่มีหรอกครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียว จริง ๆ ครับท่านประธาน ผมเกรงว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าใจว่าผมพูดไม่ตรงข้อเท็จจริง ผมถามว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านธีระชัยกับท่านได้คุยกันบ้างไหม ได้คุยบ้างไหมครับ เพราะว่ารัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธีระชัย พูดเรื่องนี้นะครับ ไปพูดที่หาดใหญ่ เพราะว่าเจ้าของสวนยางมาเล่าให้ผมฟัง บอกว่าเขาแก้ปัญหาอย่างนี้หรือ วันที่ราคา ตกต่ําเสนอ ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ให้โค่นยาง เรื่องที่ ๒ ให้หยุดกรีดยาง ผมถามว่าชาวบ้านเอา อะไรมากินครับ ในฐานะที่เศรษฐกิจวันนี้ยังไม่ลดนะครับ น้ํามันลดแล้ว สินค้าทุกตัว ในตลาดยังไม่ลดเลยครับ และถามว่าอย่างนี้ใช้ได้หรือเปล่า การแนะนําอย่างนี้ผมก็เปึน รัฐมนตรีได้ ชาวบ้านธรรมดาก็เปึนรัฐมนตรีได้ พอยางราคาลงก็บอกว่าโค่นยาง หยุดกรีด ยางเพื่อต้องการให้ปริมาณยางกับปริมาณที่ซื้อได้สมดุลกัน อย่างนี้ผมคิดว่าไม่เข้าท่าครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
คุณประกอบครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต
เชิญครับ ก็ท่านรัฐมนตรีชี้แจงแล้วก็จบนะครับเรื่องนี้ จะได้ไปอย่างอื่นต่อ
เรื่องการตัดต้นยาง ถ้าหากว่าท่านประกอบได้ฟังให้จบ จะหยุดข้อสงสัย เลยครับ ท่านรัฐมนตรีธีระชัยบอกว่าการตัดต้นยางหมายความว่ายางที่หมดอายุไปแล้ว ไม่สามารถจะให้น้ํายางได้เกินกว่าต้นทุนที่เกษตรกรผลิต ตรงนั้นสมควรและก็ต้องเร่งชดเชยให้ ต้องเร่งดําเนินการเรื่องนี้ให้ แต่ไม่ได้บอกว่าวันนี้ ให้ตัดต้นยางทั่ว ๆ ไปนะครับ หมายถึงยางที่วันนี้หมดอายุแล้ว ฉะนั้นตรงนี้ต้องกราบเรียน ว่าไม่ใช่นโยบายครับ นั่นเปึนสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีธีระชัยไปพูดไว้เปึนความจริง แล้วก็ ส่วนเรื่องราคายาง วันนี้ราคายางตลาดหาดใหญ่ ๕๘ บาทครับ ส่วนเกษตรกรนั้นที่ท่านว่า ผมก็เชื่อว่าวันนี้คงฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ เมื่อรู้ว่าราคากลางที่ตลาด หาดใหญ่วันนี้ ๕๘ บาท ผมก็เชื่อว่าเกษตรกรเขาไม่ก้มหน้าขาย ๔๐ กว่าบาทหรอกครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตเข้าระเบียบวาระการประชุมเลยนะครับ ให้หารือกันมา นานแล้ว
ท่านประธานผมมาแต่เช้าแล้ว ผม นิยม วรปัญญา
ท่านนิยมครับ ผมขอใช้อํานาจประธานนะครับ เข้าระเบียบวาระแล้วนะครับ เชิญ ท่านนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าค่อยหารือต่อนะครับ เรามีเรื่องสําคัญหลายเรื่อง ต้องพิจารณา เชิญท่านนั่งลงเลยครับ เชิญนั่งลงครับ ท่านสมาชิกครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องกระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม มีที่ไม่ปรากฏในระเบียบ วาระ จํานวน ๔ เรื่อง คือ
เรื่องที่ ๑ รับทราบเรื่องการลาออกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ด้วยท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้รับหนังสือจากแพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน กลุ่ม ๒ ขอลาออกจากสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร นับตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ และคุณประกอบ จิรกิติ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน กลุ่ม ๖ ขอลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นับตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๑ ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ ทั้ง ๒ ท่านลาออกด้วยเหตุผล จะไปดํารงตําแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดังนั้นสมาชิกภาพความเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของทั้ง ๒ ท่านจึงสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ (๓) นะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
เรื่องที่ ๒ รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีรายชื่อในลําดับ ถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แทนตําแหน่งที่ว่าง
ด้วยได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑๕ และ ๑๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ เรื่อง ให้ผู้มีชื่อในลําดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ เลื่อนขึ้นมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือ ๑. กลุ่มจังหวัดที่ ๒ ลําดับที่ ๔ ได้แก่ นายสัญชัย อินทรสูต ๒. กลุ่มจังหวัดที่ ๖ ลําดับที่ ๖ ได้แก่ นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์ ซึ่งได้มารายงานตัว และอยู่ในห้องประชุมนี้แล้ว ก็ขอเชิญคุณสัญชัย อินทรสูต และคุณบุรณัชย์ สมุทรักษ์ กรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าวคําปฏิญาณตน ซึ่งผมจะเปึนผู้กล่าวนํานะครับ
(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคําปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานในที่ประชุมได้กล่าวนํา พร้อมกัน)
“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และ ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ขอแสดงความยินดี และก็ขอต้อนรับท่านสมาชิกใหม่ทั้ง ๒ ท่านนะครับ เชิญนั่งลงครับ
เรื่องที่ ๓ รับทราบคําสั่งศาลฎีกา
ด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยื่นคําร้องขอให้ศาลฎีกาสั่งให้มีการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ ใหม่ แทน นายวิเชียร ขาวขํา และนายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๙ วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๑ ซึ่งศาลฎีกาได้มีคําสั่งให้รับคําร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ จึงมีผลให้สมาชิกทั้ง ๒ ท่านจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ ดังนั้นจํานวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ในขณะนี้จึงเท่ากับ ๔๖๙ ท่าน จึงแจ้งมาเพื่อที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
เรื่องที่ ๔ รับทราบเรื่องขอหารือการรักษาความสงบเรียบร้อยในวันประชุม สภาผู้แทนราษฎร
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธ และวันพฤหัสบดีทุกสัปดาห์ตลอดสมัยประชุม แต่เนื่องจากมีเหตุการณ์ความไม่สงบ เรียบร้อยบริเวณโดยรอบอาคารรัฐสภา เมื่อวันอังคารที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ซึ่งประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือหารือไปยังผู้บัญชาการทหารบกในฐานะประธานคณะกรรมการ ติดตามสถานการณ์ร่วมว่า หากสภาผู้แทนราษฎรจะมีการนัดประชุมสภาตามปกติจะเปึน เหตุให้คิดความวุ่นวายหรือความไม่สงบเรียบร้อยหรือไม่ และกองทัพบกจะมีแผนรักษา ความปลอดภัยอย่างไรนั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้มีหนังสือเรียนชี้แจงว่า
๑. คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วมจะมีอํานาจหน้าที่ในการติดตาม ตรวจสอบและประเมินว่าแนวโน้มของสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบ เรียบร้อยต่อประชาชนและเปึนภัยต่อความมั่นคงของรัฐพร้อมกับเสนอมาตรการและ แนวทางการปฏิบัติเพิ่มเติมต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ สถานการณ์ความไม่สงบ เรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังคงตกอยู่ในความรับผิดชอบหลักของสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ กองทัพบกจะสนับสนุนภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยในฐานะ ผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามแผนและขั้นตอนที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติกําหนดไว้ หากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยต่อรัฐสภาถือเปึนภาระหน้าที่ที่สํานักงานตํารวจ แห่งชาติจะต้องให้การรักษาความปลอดภัย
๒. รัฐสภา สามารถพิจารณาความเหมาะสมในประเด็นของห้วงเวลาและ สถานที่ในการประชุมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ หากมีสิ่งบอกเหตุที่จะมีการเผชิญ หน้ากันระหว่างมวลชนของฝ์ายต่าง ๆ ซึ่งรัฐสภาต้องใช้ประกอบการพิจารณากําหนด ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วย จึงแจ้งมาเพื่อทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
เรื่องที่ ๕ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ด้วยสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอรายงานผล การปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามพระราชบัญญัติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ (๗) ซึ่งสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้ท่านสมาชิกแล้ว วันนี้ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตัวแทนมาที่จะชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ ตอบ ข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกแล้ว
เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงตอน ท่านเสนอเรื่องเพื่อทราบเรื่องที่ ๔ ผมก็ยกมือขึ้นเพื่อที่จะสอบถามท่านเพิ่มเติมก่อนที่จะ เข้าสู่เรื่องรับทราบ เรื่องที่ ๕ ก็คือรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ คือประเด็นเรื่องที่ ๔ สักครู่นี้มีความสําคัญมาก เปึนเรื่องที่ทางกองทัพบกได้ทําหนังสือ ตอบข้อหารือของสภามา เกี่ยวกับเรื่องแผนในการรักษาความปลอดภัยเมื่อมีการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ในตอนท้ายของหนังสือที่มีการส่งมาความจริงถ้าท่านประธานได้กรุณา ได้สําเนาให้พวกเรา ก็จะได้เห็นรายละเอียดชัดว่าทางฝ์ายนั้นตอบมาอย่างไร แต่ว่าทาง พวกเราไม่ได้รับ แต่เท่าที่ผมฟังท่านประธาน ในหนังสือที่กองทัพบกตอบมามีอยู่ประการ หนึ่งซึ่งเกี่ยวกับสภาเราก็คือเขาบอกว่าแผนเกี่ยวกับเรื่องการดูแลสภา สภาเองก็คล้าย ๆ กับว่าจะต้องมีแผนของสภาเองด้วย ผมจึงเรียนสอบถามท่านประธาน ในฐานะที่เปึนตัวแทนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ ซึ่งโดยกฎหมาย โดยข้อบังคับแล้วก็ต้อง ปกครองบังคับบัญชาดูแลเรื่องของรัฐสภาโดยรวม ผมถามท่านประธานว่า รัฐสภาของเรา หรือสภาผู้แทนราษฎรมีแผนหรือไม่ ถ้าเกิดมีการชุมนุมกันอย่างเช่นวันที่ ๗ ตุลาคม อย่างที่เคยเกิดเหตุที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมนี้ ถ้าเกิดเหตุลักษณะ เช่นนั้นอีกสภาจะทําอย่างไร เพราะประเด็นมันมีครับว่าในวันที่ ๗ นี้เปึนที่ทราบกันว่าจะมี การประชุมแถลงนโยบาย แต่พอประชาชนมา มีการชุมนุมกันที่หน้ารัฐสภาแล้ว ก็มีการ อ้างกันว่าจําเปึนต้องแถลงนโยบายให้ได้ ทั้งที่เวลาตามรัฐธรรมนูญซึ่งกําหนดไว้ ๑๕ วัน นับแต่วันเข้าปฏิบัติหน้าที่ วันเข้าปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลก็คือวันถวายสัตย์ปฏิญาณ วันที่ ๒๕ กันยายนไปครบ ๑๕ วัน วันที่ ๙ ตุลาคมมีเวลาเหลือ ๒ วัน คําถามผมก็คือว่า มีการเตรียมแผนไว้ไหมว่า ๑. ในกรณีเช่นนั้นใช้อํานาจประธานเลื่อนการประชุมออกไปได้ หรือไม่ ๒. มีคําถามจากคนทั่วไปเหมือนกันว่าจะเปลี่ยนแปลงสถานที่ในการประชุม สภาผู้แทนราษฎรได้หรือไม่ ผมเองกับคณะก็พยายามจะตรวจสอบว่าในรัฐธรรมนูญก็ดี ในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ดีจะมีเขียนไว้ตรงไหนไว้ชัดเจนหรือไม่ ก็ต้อง เรียนท่านประธานว่าก็ยังไม่พบตรงไหนว่าเขียนไว้ชัดเจนว่าเปึนเช่นนั้น ได้ยินคําให้ สัมภาษณ์ของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานชัย บอกว่าถ้าประชุมสภา ก็ต้องประชุมที่สภาสิ จะไปประชุมที่อื่นได้อย่างไร ผมก็จะกราบเรียนถามว่ามันเปึน ข้อเท็จจริงเช่นนั้นหรือไม่ ๒. เรื่องนี้ความสําคัญ แผนในการรักษาความปลอดภัย มีความสําคัญ จะถามต่อว่าถ้ามีแผน แผนนั้นคํานึงถึงการรักษาความปลอดภัย ชีวิต ความสงบเรียบร้อยของประชาชนด้วยหรือไม่ หรือให้อํานาจของประธานในการใช้ดุลพินิจ อย่างเดียว ก็กราบเรียนถามท่านประธานเพื่อจะได้ตอบเรื่องนี้ ถ้าหากว่ายังไม่ได้ตอบ เรื่องนี้หรือยังไม่มีอย่างชัดเจนนี้ ผมก็กราบเรียนถามท่านประธานเลยว่าแล้วจะคุยกัน เมื่อไร เพราะเรื่องนี้จําเปึนและสําคัญ ครั้นคิดว่าเหตุการณ์จะไม่เกิดขึ้นแล้วก็ไม่มีใคร ทราบได้ เราก็ไม่ทราบฝ์ายใดนะครับ เพราะมีการประกาศกันตลอดเวลาว่าจะเอาคน ฝัืงโน้นฝัืงนี้มา โอกาสมันจะเกิดการปะทะกันก็มี เพราะฉะนั้นผมก็ไม่อยากจะเห็นภาพ การสูญเสียเช่นนั้นเกิดขึ้น และมีการมาชี้หน้าโทษคนนั้นคนนี้กันในสภาอีก แต่สภาผู้แทนราษฎรเราเปึนตัวแทนประชาชน แผนเช่นที่ว่านี้ต้องคํานึงถึงการทํางาน ขณะเดียวกันต้องคํานึงถึงความปลอดภัยของกลุ่มผู้มาชุมนุม ซึ่งเขาใช้สิทธิ ของเขาตามรัฐธรรมนูญด้วย อะไรที่ไม่ถูกต้องว่ากันไป แต่ไม่ควรเกิดเหตุความรุนแรง อย่างวันที่ ๗ ที่เกิดขึ้นมาอีก ก็ขอความกรุณาท่านประธานได้ตอบข้อซักถามข้อนี้ด้วยครับ
ต้องขอบคุณความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก วันนี้ท่านประธานชัย ท่านไปราชการ ต่างประเทศ ผมทําหน้าที่แทนท่าน ก็จะได้นําเอาข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่ท่านได้เสนอ กราบเรียนท่านประธาน ก็คงจะต้องมีการประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะกําหนดแผนและ นําเอาประสบการณ์ที่ผ่านมาเปึนบทเรียนที่จะปัองกันไม่ให้เหตุการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าว เกิดขึ้น ก็ต้องขอบคุณท่านสาทิตย์ที่ได้กรุณาให้คําแนะนํา เชิญท่านบุญยอด ครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาตที่จะต้องให้ข้อมูลกับท่านด้วยว่า ถ้าท่านจะใช้ตํารวจในแผนการรักษา ความปลอดภัยในสภานั้น ท่านคงจะต้องเลือกว่าท่านจะต้องใช้ตํารวจในชุดไหน นี่ก็ผลงานของตํารวจชุดที่แล้วครับ ตํารวจฆ่าประชาชน เดี๋ยวผมจะเอาซีดี (CD) นี้ไปให้ ท่านประธาน นี่คือข้อเท็จจริง นี่คือภาพจากกล้องโทรทัศน์ทุกตัวที่เกิดขึ้น ท่านได้ดูแล้ว หรือยัง นี่คือผลงานของตํารวจชุดนั้น เพราะฉะนั้นถ้าจะใช้ตํารวจอีกท่านต้องคัดเลือก เพราะจะต้องเปึนตํารวจที่มีความรู้ มีความคิด มีความสามารถในการที่จะควบคุม การชุมนุมได้อย่างแท้จริง ขอบคุณครับท่านประธาน
ประธานก็วางตนเปึนกลาง ก็ได้เห็นซีดี ทั้ง ๒ ชุดนะครับ ทั้งที่ท่านแสดงแล้วก็อีกชุดหนึ่ง ที่ตํารวจนํามาแสดง เชิญท่านจตุพร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าเหตุการณ์ในวันที่ ๗ นั้นควรที่จะเปึนอุทาหรณ์ที่สําคัญ ของสภาผู้แทนราษฎร รวมกระทั่งรัฐสภา ในเรื่องการวางมาตรการเรื่องความปลอดภัย ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๗ นั้น เปึนปรากฏการณ์ที่ยากที่ใครจะคาดคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น ผมเชื่อว่า สิ่งที่รัฐบาล แม้กระทั่งประธานรัฐสภาก็ตาม ที่รู้อยู่เต็มอกว่าวันสุดท้ายของการประชุม เพื่อแถลงนโยบายนั้นคือวันที่ ๙ ข้อตกลงที่ผมได้รับทราบในฐานะสมาชิก ไม่ได้มีโอกาส เปึนวิป (Whip) รัฐบาลกับเขา แต่ที่รับทราบก็คือว่าวิปรัฐบาล วิปฝ์ายค้าน วิปวุฒิสภา เขาไปตกลงกันว่าในระยะเวลาอภิปราย ๓ วันนั้น วันที่ ๗ ๘ ๙ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในซีกพรรคฝ์ายค้านเดิมได้ ๑๑ ชั่วโมง ก็มีการตกลงเจรจาขอเพิ่มเปึน ๑๓ ชั่วโมง แปลความว่าในแต่ละฝ์ายไม่ว่ารัฐบาล วุฒิสภา ฝ์ายค้าน รู้ว่าจะต้องมาทําหน้าที่ในการ แถลงนโยบายในวันที่ ๗ ๘ ๙ ประเด็นต่อมาที่ท่านประธานวิปฝ์ายค้านบอกว่า ไปดูแล้วก็ไม่พบว่าถ้าไม่สามารถแถลงนโยบายได้ภายในกรอบระยะเวลา ๑๕ วัน นับแต่วันถวายสัตย์ปฏิญาณนั้นจะมีผลหรือไม่อย่างไร ผมขอเรียนนะครับว่า ขนาดประเด็นเรื่องปราสาทพระวิหารเรื่องแถลงการณ์ร่วมไม่มีคําว่า อาจจะ อยู่ในรัฐธรรมนูญ ก็มีการวินิจฉัยโดยเติมถ้อยคําในรัฐธรรมนูญก็เกิดขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นคนเปึนรัฐบาล คนเปึนสมาชิกรัฐสภานั้น แน่นอนที่สุดไม่มีอะไรแน่นอน ในคําวินิจฉัย เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับประธานรัฐสภา ชัย ชิดชอบ ว่าสภาต้องประชุม ที่สภา หรือจะให้สภาไปประชุมที่ไหนล่ะครับ แปลความกันว่าถ้าพันธมิตรมาป่ดล้อมสภา สมาชิกรัฐสภาหนีไปประชุม ณ จุดใดจุดหนึ่ง แล้วพันธมิตรตามกันไปอีก ผมเชื่อว่าจะต้อง หนีพันธมิตรไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ในวันที่ ๗ ตุลาคม ปรากฏการณ์ ต้องรอผลการสอบสวนว่าวันนี้มีคณะกรรมการแต่ละฝ์าย มีแต่ละฝ์ายได้ตั้งขึ้นมา เหมือนกับกรณีหลังเหตุการณ์พฤษภา เหตุการณ์พฤษภานี่นะครับภาครัฐบาลก็ไปตั้ง ภาคทหารเรื่องการใช้กําลังก็ไปตั้ง ผมยกตัวอย่างว่าการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ในคราวนี้นั้น ฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องนะครับว่า อย่าให้เหมือนกับกรณีเหมือนเหตุการณ์พฤษภา เหตุการณ์พฤษภาภาคการใช้กําลังนั้น ปรากฏว่ากว่าจะเป่ดผลสอบได้ใช้เวลา ๘ ป้ แต่กรณีนี้ซีดีมันมี ๒ แผ่น แผ่นหนึ่ง ที่คุณบุญยอดถือนั่นล่ะครับ นั่นก็คือถ่ายมาจากฟากพันธมิตร แต่อีกซีดีหนึ่งก็เปึน อีกหัวข้อพันธมิตรฆ่าประชาชน ก็เปึนอีกฟากหนึ่งที่เขาถ่ายเข้าไป กล้องมันถือทั้ง ๒ ทาง ก็เปึนหน้าที่ของคนที่เปึนคณะกรรมการจะต้องไปสอบ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าควรจะ รอผลการสอบสวนให้ครบถ้วน ไม่ว่าการชันสูตร หรือรอผลไม่ว่ากรณีเกิดคาร์บอมบ์ (Car bomb) ที่หน้าพรรคชาติไทย หรือแม้แต่กระทั่งน้องผู้หญิงอังคณาที่ไปตายหลังจาก การป่ดล้อมรัฐสภาไปแล้ว อยู่บริเวณหน้า บช.น. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรัฐสภาเลย หรือแม้กระทั่งคาร์บอมบ์ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการป่ดล้อมรัฐสภาเลย แต่ปรากฏวันนั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าสิ่งที่ท่านประธาน ได้ตัดสินใจป่ดการประชุมอย่างรวดเร็วนั้น เพราะไม่มีหลักประกันอะไรเชื่อได้เลย แล้วผม เชื่อเลยว่าการบอยคอต (Boycott) ของเพื่อนสมาชิกในวันนั้นผมไม่รู้ว่าข้อเท็จจริง เปึนอย่างไร แต่ผมฝากกราบเรียนว่าวันนั้นใครต้องการทําอะไรในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ คาร์บอมบ์ที่ว่าจะมีการใช้ในรัฐสภาแห่งนี้หรือไม่ หรือจะมีการพังประตูเข้ามาหรือไม่ เพราะว่าทีวีวงจรป่ดทุกตัวได้มีการเอาผ้าดําเข้าไปคลุมป่ด ผมบอกว่าผมเห็นด้วยกับ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ว่าสมาชิกรัฐสภามีฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล มีวุฒิสมาชิก วุฒิสมาชิก ก็มีแต่ละฝ์าย เพราะฉะนั้นที่สําคัญที่สุดคือคนที่ไปทําหน้าที่สมาชิกรัฐสภานั้นจะต้องช่วย หาทางแก้ไขปัญหา ไม่ใช่เพิ่มปัญหา ไม่ใช่พาฝูงชนมาป่ดล้อมสมาชิกรัฐสภาซึ่งเปึนเพื่อน สมาชิกด้วยกัน หรือไปอยู่รอบนอกแล้วก็บอกว่าตัวเองถูกทําร้าย เพราะฉะนั้นผมจึง บอกว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเหล่านี้ ถ้าวันหนึ่งเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง เพราะฉะนั้นผมจะสรุป อย่างนี้ครับท่านประธาน รอคณะกรรมการสอบสวน ผมเชื่อว่ารัฐบาลถ้าผิดไม่มีใคร หน้าด้านอยู่หรอกครับ แต่ว่าควรจะรอผลการสอบสวนอย่างมีสติ แล้วก็นับจากนี้ไปมาตรการต่าง ๆ ที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยเพราะวันนั้นสิ่งที่ เปึนบทเรียนอย่างหนึ่งก็คือว่าถ้าฝูงชนบุกเข้ามาด้วยอาวุธเหมือนกับที่ปักแทงเจ้าหน้าที่ ตํารวจ หรืออะไรเข้ามาในที่สภาแห่งนี้ ขนาดวุฒิสมาชิกท่านหนึ่งพาสามีเข้ามา เจ้าหน้าที่ ตํารวจยังไม่รู้เลยนะครับว่าเข้ามาได้อย่างไร เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์อย่างนี้ที่จะฝาก กับท่านประธานก็คือว่ามาตรการเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาจะต้องวางแผนว่านอกจากกําลังที่ จะขอความร่วมมือแล้วฝ์ายของรัฐสภาเองควรจะมีการจัดตั้งกําลังของตัวเองเพื่อจะ รองรับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ภาพที่มีการกระแหนะกระแหนกัน การป้นกําแพงบ้าง อะไรบ้าง คือใครไม่เจอกับตัวเองไม่รู้หรอกนะครับ ผมเห็นใจเพื่อนสมาชิกผมเอง ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมเข้ามาไม่ได้ เพราะว่าไปแสดงขออภิปรายไว้ในวันที่ ๓ มีภารกิจอยู่ข้างนอกแต่ว่าเห็นใจเพื่อนสมาชิก เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายกันนั้นควรที่จะดูข้อมูลให้ครบถ้วนและที่สําคัญที่สุดว่าเมื่อต้องการบอยคอต แล้วนะครับก็ไม่สมควรจะมาทําหน้าที่ในการตรวจสอบคนอื่นก็ควรจะบอยคอตตลอดไป ขอบคุณท่านประธาน
เชิญท่านชํานิครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผมชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมคาดการณ์ไม่ผิดท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตท่านประธานเพราะว่าไม่เพียงแต่ ท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ก่อนหน้านี้ก็ได้มีความพยายามที่จะเชื่อมโยง เหตุการณ์แล้วก็กล่าวพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวพาดพิงถึงบุคคลที่ไม่เข้าร่วม การประชุมเมื่อวันที่ ๗ ผมจําเปึนต้องลุกขึ้นเพื่อกราบเรียนกับท่านประธาน กราบเรียนกับ เพื่อนสมาชิกครับว่าผมเปึนคนหนึ่งที่ไม่เข้าร่วมประชุมในวันที่ ๗ และการไม่เข้าร่วม ประชุมในวันที่ ๗ นั้นไม่ใช่เปึนความบังเอิญแต่เปึนความตั้งใจที่จะไม่เข้าร่วมประชุม และการเข้าประชุมหรือไม่เข้าร่วมประชุมก็ไม่ได้ตัวบ่งบอกเพียงทีเดียวว่าจะเปึนคน ได้ทําหน้าที่หรือไม่ทําหน้าที่ การเข้าร่วมประชุมสภานั้นเปึนการทําหน้าที่ของสมาชิกแน่นอน แต่การปฏิเสธการเข้าร่วมประชุม การบอยคอตการประชุมก็เปึนการทําหน้าที่อย่างหนึ่ง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกัน ผมตั้งใจที่กราบเรียนกับท่านประธานอย่าง รัดกุมและมีข้อความที่บอกกับท่านประธานครับว่าทําไมพรรคประชาธิปัตย์และผม ตัดสินใจไม่เข้าร่วมประชุมในวันนั้น ผมต้องกราบเรียนท่านประธานก่อนเปึนเบื้องแรกว่า ผู้ไม่เข้าร่วมประชุมไม่ได้เกี่ยวข้องกับการป่ดล้อมไม่ให้คนเข้ามาประชุมต้องเข้าใจ ให้ชัดเจนในเรื่องนี้เพราะไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใดไปก่อไปชวนคนมาชุมนุม เพื่อป่ดประตูไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาประชุมที่นี่ และแน่นอนที่สุด ๑๖๔ คนของ พรรคประชาธิปัตย์ ผมสามารถบอกกล่าวกับท่านประธานและปฏิเสธกับท่านประธานได้ว่า ไม่มีใครกระทําอย่างนั้น ทําไมจึงไม่เข้าร่วมประชุมท่านประธานครับ ผมบอกท่านประธาน เมื่อกี้ว่าการไม่เข้าร่วมประชุมไม่ใช่เปึนความบังเอิญแต่เปึนความตั้งใจของพวกผมที่จะไม่เข้า นั่นก็เพราะว่าเมื่อเช้าวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ได้มีความรุนแรงเกิดขึ้นที่หน้าสภาผู้แทนราษฎร และก็เปึนความรุนแรงที่เปึนที่ประจักษ์ชัดของคนทั้งประเทศ ประชาธิปัตย์ไม่ประสงค์ จะเดินฝ์าความรุนแรงเข้ามาสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นี่เปึนการประกาศที่ชัดเจน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นจะเกิดขึ้นจากฝ์ายใด เกิดขึ้นจากความประสงค์อะไร และเกิดขึ้น จากการยอมรับหรือไม่ยอมรับของวิกฤตการณ์การเมืองของประเทศหรืออย่างไรก็แล้วแต่ แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ประสงค์จะเดินฝ์าความรุนแรงเข้าสู่ที่ประชุม
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เราไม่ยอมรับให้การประชุมเปึนเพียงแบบ วิธีที่จะให้รัฐบาลเข้าสู่อํานาจโดยไม่สนใจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เปึนที่ ประจักษ์อยู่แล้ว
ประการที่ ๓ เพื่อตอบโต้ให้รัฐบาลได้แสดงความรับผิดชอบต่อความรุนแรง ที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ นี่ไม่ใช่เปึนสิ่งสมมุติขึ้นว่าเหตุผล ๓ ข้อ แล้วพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่มาประชุม แต่เหตุผล ๓ ข้อที่ผมได้แสดงกับท่านประธานนั้นมันเปึนเหตุผลที่มีอยู่จริง เปึนข้อเท็จจริง และก็ทําให้การเมืองไทยอยู่ในวิกฤติถึงขนาดวันนี้ว่าเรายังหาทางออกจาก วิกฤติอันนั้นไม่ได้ ผมกราบเรียนกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าไม่ต้องมาเยาะเย้ย ไม่ต้องมาถากถางและไม่ต้องมาเกี่ยวพัน เพราะการปฏิเสธการประชุมเปึนการทําหน้าที่ อย่างหนึ่งของเราในการปฏิเสธการใช้ความรุนแรง และรัฐบาลจะต้องแสดงความรับผิดชอบ ต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นด้วยตัวของรัฐบาลเองครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ท่านจะใช้สิทธิพาดพิงหรือ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ด้วยความเคารพผู้อภิปรายนะครับ เพราะว่า ส่วนตัวก็ดีกัน แต่ว่าโดยความรู้สึกในการทําหน้าที่นั้น ที่ท่านบอกว่า ๑๖๔ คนของ พรรคประชาธิปัตย์นั้น ท่านนับสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ด้วยใช่หรือไม่ รวมกระทั่งว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรบางคนที่ไปยืนอยู่ในกลุ่มพันธมิตรในการป่ดล้อมรัฐบาลด้วยหรือไม่ เพราะยอดเต็มของพรรคประชาธิปัตย์คือ ๑๖๔ คน นับสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ด้วยหรือไม่ เพราะว่าสมเกียรติเปึนคนนํากําลังมาสมทบในการป่ดล้อมรัฐสภา ปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้ ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ผมบอกว่ารัฐบาลได้แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนเสียก่อน ก่อนที่จะ ดําเนินการตัดสินใจกันอย่างไร เพราะฉะนั้นส่วนคนที่เปึนสมาชิกรัฐสภาและไม่ได้ทํา หน้าที่ของการเปึนสมาชิก เพราะผมเชื่อมากกว่านั้นก็คือว่า ผมเชื่อผู้อภิปรายว่าเจตนา ด้วยการบริสุทธิ์ แต่ผมเชื่อว่ามีบางคนเองไปรู้เห็นเปึนใจว่ามีแผนอะไรกันหรือไม่ ที่จะให้เกิดอะไรขึ้นในสภาในวันที่ ๗ ผมขอเรียนว่ามันไม่มีความสบายใจเลยนะครับ เพราะปรากฏการณ์คาร์บอมบ์ที่พรรคชาติไทยนั้นโดยรถจี๊ป (Jeep) ของคนพันธมิตร คนที่อยู่ในคาร์บอมบ์ก็เปึนพันธมิตรนั้น กําลังสงสัยกันอยู่ว่าคิดจะทําอะไรกับรัฐสภา แห่งนี้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตทําความเข้าใจนิดหนึ่งนะครับ เรากําลังพูดกัน เรื่องแจ้งเพื่อทราบ เรื่องที่ ๔ รับทราบเรื่องข้อหารือการรักษาความสงบเรียบร้อยในการ ประชุมสภา แต่เท่าที่ผมฟังมันจะกลายเปึนเรื่องอื่นแล้วนะครับ ก็ขอความกรุณาท่านเข้า ประเด็นกันหน่อยนะครับ เชิญท่านอสิครับ
ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล ผมขอพูดในฐานะที่ถูกพาดพิงครับ เพราะผมเปึนผู้ที่ถูก สะเก็ดระเบิดที่ท้องครับ และถามว่าทําไมผมมาดูเหตุการณ์ในวันก่อน เพราะผมมา สังเกตการณ์ครับ ผมไม่เคยมีความสัมพันธ์อย่างอื่นกับผู้ที่เปึนพันธมิตร ไม่เคยไป เกี่ยวข้อง แต่เราสงสัยว่าทําไมแก๊สน้ําตาถึงทําให้ขาขาดได้ ในฐานะที่เปึนผู้แทนปวงชน ผมต้องมาครับ ผมเปึนคนที่คิดแล้วพูด พูดแล้วทําครับ ถ้าใครรู้จักผมก็ขอให้รู้จักด้วย ถ้าไม่รู้จักก็ขอให้รู้จักวันนี้นะครับ และที่บอกว่าผมหนีไปรักษาตัวที่บ้าน เมื่อกี้มันไม่ใช่ครับ ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วเขาพูดตามหลักทางการแพทย์วันแรกจะไม่มีอาการ ถ้าโดน แรงอัดของระเบิด จะมีวันที่ ๒ ผมพูดโดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ไสยศาสตร์ เข้าป์า เข้าถ้ํา ไปหาทรัพย์สมบัตินั่นมันไม่เกี่ยวกันนะครับ เรามากัน ๕ คนครับ แต่ว่าที่ผมถูก ระเบิดกับ คุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ที่อยู่ข้างหน้าผมที่อยู่ข้างหน้าผมนะครับ เรามาดู ความจริงและผมเองก็เปึนห่วงเพื่อนผมหลายคนที่อยู่ในสภา เพราะเพื่อนผมหลายคน อยู่ฝ์ายรัฐบาล ความเปึนเพื่อนครับถึงอยู่คนละพรรคก็เปึนเพื่อนกัน ด้วยความจริงใจนะครับ ผมพูดด้วยความจริงใจ และก็ผมเองก็ไม่มีความประสงค์ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มี ความประสงค์ที่จะให้มีการล้มรัฐสภา เหมือนกับที่เราไม่มีความประสงค์ที่จะให้ ฝ์ายบริหารทําให้เกิดความแตกแยกเปึนสองฝักสองฝ์ายในชาติบ้านเมือง เหมือนกับที่มี การเกิดคดีมากมายในแผ่นดิน ไม่ใช่ความประสงค์ของเรานะครับ และเราก็ไม่ต้องการ ให้เกิดมีวิกฤติในบ้านเมือง แต่เราทราบว่ามีการปลุกระดมทุกคืนทางช่องเอ็นบีที (NBT) อย่างรุนแรงเพื่อให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น โดยสามเกลอที่หลายคนเรียกว่า หัวขาด แต่ผมว่า หัวเสียครับ หัวมันเสียไปแล้วครับ
ขอความกรุณานะครับ ช่วยกรุณาถอนคําพูดหน่อยได้ไหมครับ หัวขาดนั่นนะครับ
คนอื่นพูดว่า หัวขาด แต่ผมว่า ขอถอน ก็ไม่ใช่ผมพูดนะครับ ก็มีคนกลางพูดมาก่อน ถ้าท่านประธานให้ถอนผมก็ถอน
เชิญท่านจตุพร เขาถอนแล้วนะครับ
คือยังถอนไม่ครบครับ ท่านประธาน คือไม่ว่าจะหัวขาดหรือหัวเสียก็ตาม ผมบอกว่าผมพูดพาดพิงใครเกิดความ เสียหายก็ใช้สิทธิในทางศาลดําเนินคดี แต่ไม่ใช่มาใช้ลักษณะการดูหมิ่นเหยียดหยาม สภาแห่งนี้ไม่มีใครกลัวใครท่านประธาน เพราะฉะนั้นนะครับถอนคําว่า หัวขาด ไปแล้ว ถอนคําว่า หัวเสีย ไปด้วย
จะขอความกรุณาท่านถอน หัวเสีย อีกหน่อยได้ไหมครับ
ก็ไม่เปึนไรครับผมถอนได้ แต่ผมยังคิด อยู่ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพ วุฒิภาวะ แบบนี้ที่จะต้องมาสรุปกันแบบนี้ ถ้าถอนก็ต้องถอน ถ้าต่อไปนี้ในสภาบอกว่า ผมถอน แต่ผมยังคิดอย่างนี้อยู่ จะเอากันอย่างนี้ไหมในสภา ท่านประธานควรต้องให้เขาถอน และไม่ได้มีสร้อยตาม ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอความกรุณาเถอะครับ ถอนแล้วนะครับเราจะได้เดินหน้าไปเรื่องอื่นได้
ถอนความคิดด้วย ผมเคารพท่านประธาน นะครับ การที่ผมต้องถอน ต้องพูดถึงคุณจตุพร ผมรู้สึกเปึนความอัปยศของผมเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพ นี่ยังไม่ได้ ถอนใด ๆ นะครับ แล้วเติมคําว่า ถอนแล้วเปึนความอัปยศ นี่เปึนการดูถูกเหยียดหยาม ความเปึนมนุษย์ของผม ให้เขาถอนท่านประธาน
อย่างนี้นะครับ ผมนั่งฟังอยู่ ขอความกรุณาเถอะครับ ไม่อยากจะให้มันบานปลาย ขอความกรุณาท่านถอนนะครับ
ผมเคารพท่านประธาน ได้ครับ ตามที่ ท่านประธานต้องการ เพราะฉะนั้นผมถอนครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตไปเรื่องแจ้งเพื่อทราบ
เรื่องที่ ๕ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ด้วยสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามพระราชบัญญัติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ (๗) ซึ่งสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ขณะนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีหนังสือขออนุญาตให้ผู้แทนของสํานักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาก็ขออนุญาตให้เข้ามาได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอเชิญท่าน ที่มีรายนามดังต่อไปนี้เข้าชี้แจงในที่ประชุมครับ ๑. คุณสุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ๒. คุณอรินณพงศ์ สูตรสุคนธ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓. คุณวีรวิทย์ วีรวรวิทย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๔. คุณวารุณี เจนาคม ผู้อํานวยการสํานักงานวิจัยและนิติกรรม และ ๕. คุณเจษฎา ไชยคุปต์ ผู้อํานวยการกลุ่มงานประเมินและรายงาน เชิญครับ เชิญท่านสมาชิก ได้อภิปราย เชิญท่านบุญจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ในวาระการพิจารณาเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ผมได้มีความสนใจมากครับ เพราะผมแลเห็นว่า กรรมการชุดนี้เปึนผลผลิตในระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ คณะกรรมการชุดนี้เปึนคณะกรรมการที่จะมาดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก การละเมิดสิทธิ วันนี้เราต้องยอมรับครับท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนยังไม่เข้าใจ แล้วก็ยังไม่ซึ้งพอเกี่ยวกับการใช้สิทธิของตัวเอง คนที่อยู่ต่างจังหวัด คนที่มีการศึกษาน้อย หรือคนยากคนจนบางครั้งถูกละเมิดสิทธิ ไม่รู้จะไปพึ่งใคร บางครั้งวิ่งไปพึ่งเจ้าหน้าที่ ของรัฐก็ถูกหลอก ถูกโกงเสียอีก จากรายงานเล่มนี้ ป้ ๒๕๔๙ ผมอ่านทุกหน้า ศึกษา ทุกหน้า แล้วท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่นั่งอยู่เปึนคนแรกผมติดตามผลงาน ท่านตลอด ท่านเปึนบุคคลที่ให้ความสนใจในเรื่องสิทธิของประชาชน ของชุมชน ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดนี้ผมมีอยู่ประเด็นเดียวที่จะตั้งคําถาม แล้วก็สอบถาม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะผมสงสัยเหลือเกินในความเที่ยงธรรมในการ ทําหน้าที่ของท่าน ผมบอกข้างต้นแล้ว ผมชื่นชมในการมีคณะกรรมการชุดนี้ เพราะเปึน คณะกรรมการที่ต้องดูแลสิทธิของประชาชนที่ไม่ได้รับความเปึนธรรม นั่นก็แปลความ ง่าย ๆ ว่าสังคมนั้นคนที่เอาเปรียบคนที่ไม่รู้เรื่องมันมีอยู่เยอะ เพราะฉะนั้นกรรมการชุดนี้ จึงมีหน้าที่เข้ามาพิทักษ์ความเปึนธรรมให้กับเขา ท่านประธานที่เคารพ รายละเอียดที่ผม อยากจะหยิบยกมาเปึนประเด็นซึ่งเปึนรายละเอียดอยู่ในหน้า ๗๘ ต้องขออนุญาต ท่านประธานที่จะอ่านรายละเอียดเรื่องนี้เพราะผมสนใจมาก สําคัญที่สุดครับ รายงาน ฉบับนี้เปึนรายงาน ป้ ๒๕๔๙ ช่วงนั้นมีการยึดอํานาจโดย คมช. แล้วก็ตั้งสภา สนช. ขึ้นมา แล้วท่านก็มารายงานในป้ ๒๕๕๐ มารายงานสู่ป้ ๒๕๕๑ แต่ช่างเถอะครับ จะล่าช้า อย่างไรก็ตาม แต่ความสนใจเรื่องนี้เปึนสิ่งที่น่าสนใจ แล้วก็สืบเนื่องจากเหตุการณ์ปัจจุบัน เหตุการณ์ความรุนแรงจากการปะทะกันของผู้ชุมนุมที่ท่านได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๙ และวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงมีดังนี้ครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ได้รับรายงานข่าว ที่น่าเชื่อถือว่ามีการจัดเตรียมและเคลื่อนย้ายกลุ่มคนจากหลายพื้นที่เพื่อเดินทางมา กรุงเทพมหานครโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะคัดค้านการชุมนุมของประชาชนผู้ร่วมฟัง รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ซึ่งกําหนดจัดขึ้น ณ สวนลุมพินี ตอนเย็นวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๙ และวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า กสม. หรือ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ความรุนแรงซึ่งอาจจะ เกิดขึ้นได้ และตระหนักว่าหากมีการปะทะกันย่อมจะนําไปสู่ความรุนแรง และไม่เปึนผลดี ต่อกระบวนการประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีเหตุการณ์ขยายบานปลายออกไป อาจจะมีผลกระทบต่อฐานะความชอบธรรมของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทราบเรื่องนี้ หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา แล้วท่านก็ได้ เสนอแนะเปึนข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความห่วงใย อย่างยิ่งต่อสถานการณ์ดังกล่าว และเห็นว่าการชุมนุมโดยความสงบเปึนสิทธิเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็นและความเชื่อ ทางการเมืองเปึนสิทธิเสรีภาพที่ทุกฝ์ายสามารถแสดงออกได้ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายบ้านเมือง จึงมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อขอให้สั่งการผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ยับยั้งเหตุการณ์ที่จะนําไปสู่ความรุนแรงดังกล่าว รวมทั้งดูแลปัองปราบมิให้การชุมนุม ดังกล่าวมีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งจะไม่เปึนผลดีต่อรัฐบาล และอาจส่งผลกระทบต่อฐานะ ความชอบธรรมของรัฐบาลด้วย
อนึ่ง นอกเหนือจากการมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลดังได้กล่าวแล้ว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ เพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้องดําเนินการดังต่อไปนี้
ข้อที่ ๑ ขอให้ทุกฝ์ายชุมนุมด้วยความสงบและสันติ ปฏิบัติตนภายใต้ หลักการสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ
ข้อที่ ๒ ขอให้ประชาชนทุกฝ์ายและกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ซึ่งมีสิทธิและ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าจะมีความเชื่อ ความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน ก็ต้องเคารพในความเชื่อและความคิดเห็นของ ทุกฝ์ายโดยไม่กระทบกระทั่งจนทําให้เกิดเหตุการณ์บานปลายและเกิดความรุนแรง
นี่คือสิ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้บรรจุอยู่ในเอกสาร ฉบับนี้ ผมกําลังจะบอกท่านว่าผมชื่นชมท่าน ท่านหยิบยกเหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น ซึ่งเหตุการณ์ขณะนั้นมีการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลซึ่งไม่แตกต่างกับคราวนี้ เพราะเปึนกลุ่มแกนนําเดียวกัน แต่ใช้การเคลื่อนไหวทางการรายการทีวี (TV) เมืองไทย รายสัปดาห์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านไม่นิ่งนอนใจ ท่านมีหน้าที่ตาม รัฐธรรมนูญ ท่านก็ออกมาแล้วก็เสนอแนะรัฐบาลห้ามใช้ความรุนแรง เพราะจะทําให้ รัฐบาลนั้นขาดความชอบธรรม แล้วก็เสนอแนะผู้ชุมนุม ผู้จัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ บอกว่าจะต้องชุมนุมโดยใช้สิทธิเสรีภาพของตน นี่คือสิ่งที่บอกว่าท่านทําถูกแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ แต่สิ่งที่ต้องกลับถามท่านวันนี้เกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมือง ณ เวลานี้ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ที่ผ่านมานี้ เปึนเหตุการณ์ที่ทุกคน ในสภานี้ยกเว้นแต่พี่น้องสมาชิกที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมสภาที่ไม่รู้รายละเอียดในสภา วันที่ ๗ ตุลาคม เปึนวันที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย จะแถลงนโยบายตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมได้พูดเสมอว่ารัฐบาลนี้เปึนรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ผมก็พูดย้ําอยู่ตลอดเวลาว่ารัฐบาลนี้เปึนรัฐบาลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมี พระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ และ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๑ ผมพูดบ่อยครั้งว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคนไทยทั้งแผ่นดินจงรักภักดีกัน นี่คือกระบวนการ การเดินทางของรัฐบาลชุดนี้ ฉะนั้นการแถลงนโยบายก็เปึนข้อเปึนกติกา เปึนข้อเปึนกติกา ที่เขียนในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๖ รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยต้องยึดถือกฎหมาย รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุด จะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ต้องแถลงนโยบายว่าตัวเองจะทํา อะไรต่อรัฐสภาเสียก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์จะเกิดขึ้นวันที่ ๗ ในการ แถลงนโยบาย คนทั้งบ้านทั้งเมืองที่ติดตามการเมืองเขาทราบ สื่อมวลชนก็รู้ว่า วันที่ ๗ ตุลาคม ๐๙.๓๐ นาฬิกา จะมีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสมาชิกรัฐสภา สมาชิกรัฐสภาทุกคนรู้ มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ฝ์ายรัฐบาลพูดกี่ชั่วโมง ฝ์ายค้านซึ่งมี หน้าที่ตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลพูดกันกี่ชั่วโมง สมาชิกวุฒิสภาตรวจสอบรัฐบาล จะพูดกี่ชั่วโมง รู้หมด แต่นั่นแหละท่านประธานที่เคารพครับ เหตุบ้านการเมืองมันไม่ปกติ กลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลซึ่งขณะนี้ก็ยึดทําเนียบรัฐบาลอยู่ เขาก็รู้ว่ารัฐบาลจะแถลงนโยบาย เขาก็ประกาศ นับจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี เขาก็ประกาศตลอดเวลาว่าเขาไม่เอารัฐบาลชุดนี้ เขาไม่เอา รัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเปึนแกนนํารัฐบาล แล้วก็มีนายกรัฐมนตรีมาจากสมาชิก ส.ส. ของพรรคพลังประชาชน ถามว่าที่เขาประกาศอย่างนี้เขาผิดไหม ตอบได้เลยว่า เขาไม่ผิด นี่คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่เขา จะมีความคิดความอ่านกับรัฐบาลอย่างไรก็ได้ เขาจะคิดไม่เห็นด้วย เห็นตรงกันข้าม เปึนเรื่องของเขา รัฐบาลจะสั่งว่าคุณต้องคิดเหมือนผมเปึนความผิดพลาดรัฐบาลสั่งไม่ได้ นี่คือความจริงในสังคมไทยที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน นี่คือความจริง แต่เหตุการณ์ มันเกิดขึ้น มีการเตรียมการอย่างชัดเจน วางแผนอย่างชัดเจนที่ไม่ต้องการให้รัฐบาล แถลงนโยบาย ที่ไม่ต้องการให้รัฐบาลนี้ปฏิบัติหน้าที่ได้ ผมบอกแล้วครับท่านประธาน ที่เคารพ การชุมนุมของประชาชนนั้นเปึนสิทธิขั้นพื้นฐาน หน้าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมเปึน ส.ส. มาก็หลายป้ พี่น้องเกษตรกรมาประชุมเรื่องมันสําปะหลัง พี่น้องชาวสวน ลําไย พี่น้องต่าง ๆ รถสามล้อเครื่อง รถตุ๊ก ๆ เขาเดือดร้อนอะไรเขาก็มาชุมนุมได้ เปึนสิทธิ ขั้นพื้นฐานที่เขาจะเรียกร้อง ถามว่าวันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ในทําเนียบจะเดินทางมาชุมนุม ที่หน้ารัฐสภาผิดไหม ตอบไม่ผิด เขาทําได้ เขาจะเกลียดรัฐบาลชุดนี้เปึนเรื่องของเขา เขาจะไม่ชอบหน้าสมาชิกรัฐสภาคนใดเปึนสิทธิของเขาแต่เขาก็ต้องเคารพสิทธิของคนอื่น ท่านประธานครับ วันนี้สมาชิกรัฐสภารู้กันอยู่ พูดอยู่ตลอดเวลาว่าการชุมนุมเปึนสิทธิ ขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ แต่ลืมดูวรรคสอง เขาให้ชุมนุมได้เปึนสิทธิ ขั้นพื้นฐานแต่คุณต้องเคารพสิทธิของบุคคลอื่น คุณอย่าไปละเมิดสิทธิของคนอื่น วันนี้ สภาผู้แทนราษฎรเขาจะทําหน้าที่ในการประชุม คุณมาประท้วง มาชุมนุมจะมาใช้สิทธิ กล่าวคําหยาบ ๆ คาย ๆ สามารถปฏิบัติได้ แต่วันนี้การชุมนุมต้องบอกนะครับ บอกพี่น้อง สมาชิกรัฐสภาของผมที่ไม่ได้อยู่ร่วมกับการชุมนุมว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่เปึนการชุมนุม ธรรมดาแต่เปึนการชุมนุมพร้อมที่จะก่อการจลาจล พร้อมที่จะทําลายทรัพย์สิน ทําลาย บุคคลที่คิดต่างทั้งนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น วันนี้ผมต้องเรียน อย่างนี้ครับท่านประธาน เหตุการณ์ชุมนุมทั้งหมดทั้งปวง หลังจากที่มีการแถลงนโยบาย เสร็จแล้ว สมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่รัฐสภาก็ออกไปไหนไม่ได้ ถูกขังไว้ ถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยวเปึนเวลาหลายชั่วโมง แค่เดินผ่านริมรั้วก็ถูกด่าแล้วครับ เดินเข้าใกล้เดี๋ยวก็ ถูกยิงใส่เข้ามา วันนี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นครับ วันนี้เจ้าหน้าที่รัฐสภาจะออกจากรั้วจะต้อง เดินหน้ากระดานเรียงหนึ่งแล้วขานชื่อแสดงบัตร ถ้าเปึนเจ้าหน้าที่รัฐสภาให้ออก แต่ถ้ามี บัตร ส.ส. ไปไกล ๆ อย่าให้เจอ ถูกทุบ นี่คือความจริง ผมไม่ได้ใส่ร้ายใครแล้วทุกคน ที่ชุมนุมต่าง ๆ ผมก็ไม่มีสาเหตุโกรธเคือง แต่ผมเปึนคนหนึ่งที่เคารพสิทธิเสรีภาพของ บุคคลอื่น ใครที่ทําให้ผมกระทบ ผมรู้ ผมต้องบอกว่าอย่างนี้ไม่ถูก แต่การชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้น มันห้ามกันไม่ได้ มันมีการยั่วยุจากแกนนํา พร้อมที่จะให้ทําลายทุกสิ่งทุกอย่าง พร้อมที่จะ ให้ใช้อาวุธ สั่งอะไรเขาทําหมด นี่คือความจริงครับ วันนี้พวกผมต้องป้นรั้วออกไปครับ หนีตาย อยู่ไม่ได้หรอกครับ ท่านสมาชิกที่ไม่ได้ประชุมท่านไม่รู้บรรยากาศครับ นี่คือ ความจริง อยู่ต่อไปถ้ามืดเมื่อไร เสร็จครับ บุกเข้ามาเมื่อไรไม่เหลือครับ ทุกคนต้องป้นออก นอกรั้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ทั้งนั้นแหล่ะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ผมจะจดจําชั่วชีวิตผมว่ามาทําหน้าที่แล้วต้องหนีออกนอกรั้ว ท่านประธานครับ ฉะนั้น สิ่งหนึ่งซึ่งวันนี้ต้องพูดกับคณะกรรมการสิทธิและมนุษยชนแห่งชาติ ท่านคณะกรรมการ ที่มาจงฟังผมดี ๆ ครับ ผมชื่นชมท่าน ท่านทําหน้าที่ที่ผมเรียนข้างต้นได้ดีมาก แต่หลังจาก เหตุการณ์เกิดขึ้น ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ นายเสน่ห์ ในฐานะเปึน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพร้อมกับคณะกรรมการบางท่าน ท่านได้สรุปผลการสลายการชุมนุมครั้งนี้เกิดจากความต้องการของรัฐบาลในการแถลง นโยบายต่อรัฐสภาให้ได้ในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ เท่านั้น หาได้มีการสลายการชุมนุม เพื่อดําเนินการตรวจค้นและจับกุมตามกระบวนการยุติธรรมแต่ประการใดไม่ จึงได้มีการ ประชุมทั้งในส่วนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติและการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อวางแผน เตรียมการและสั่งการให้มีการสลายการชุมนุมตั้งแต่คืนวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ และในตอนเช้าวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ เจ้าหน้าที่ตํารวจก็ใช้กําลังและอาวุธแก๊สน้ําตา เข้าสลายการชุมนุมตามแผนที่ได้วางไว้ สรุปง่าย ๆ เพียง ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกแถลงว่าเปึนความผิด ของรัฐบาล วันนี้พอประกาศตูม ผู้ชุมนุมในทําเนียบรัฐบาล ไม่อยากจะเอ่ยชื่อ คุณจําลอง ศรีเมือง ประกาศทันทีเลย เห็นไหมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกมาพูดแล้ว ต้องผิด ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมจึงต้องพูดเรื่องนี้ ผมเคารพในการวินิจฉัยของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมไม่ก้าวล่วง ท่านจะมีวิธีการสืบสวน สอบสวน หาข้อเท็จจริงอย่างไร ผมไม่ก้าวล่วงท่าน เพราะท่านเปึนบุคคลที่มีวุฒิภาวะที่ท่านจะเปึน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ แต่วันนี้ท่านต้องมีความเที่ยงธรรมเปึนที่ตั้ง ท่านต้องมี ความเปึนกลางเปึนที่ตั้ง ท่านอย่ามีความลําเอียงเปึนเด็ดขาด ฉะนั้นศรัทธาในตัว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านจะไม่เหลือ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์เกิด วันที่ ๗ วันที่ ๑๓ สรุป ผมตั้งคําถามท่านว่า เหตุไฉนเลย ท่านจึงสรุปด้านเดียวล่ะ ท่านทําไมเอาปลายเหตุที่มีการใช้แก๊สน้ําตา ที่มีการทําให้คนบาดเจ็บ ที่มีคนเสียชีวิต ท่านสรุปแต่ตรงนั้นหรือ ท่านทําไมไม่ดูที่ต้นเหตุล่ะ เหตุใดจึงไปชุมนุมป่ดกั้นรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนจะถึงตรงนั้นผมต้องถามกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ วันนี้ บ้านเมืองมีการชุมนุมของผู้คนมีความคิดเห็นแตกต่าง เปึนเรื่องปกติ เขาป่ดถนน ราชดําเนิน บนสะพาน เปึนเวลาหลายเดือน เขาบุกมายึดเอ็นบีที ท่านก็รู้ เขาบุกมายึด ทําเนียบรัฐบาล วันนี้ก็อยู่ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปอยู่ไหน ทําไมไม่หยิบยก เรื่องอย่างนี้ขึ้นมา แล้วก็มาสอบสวน มาวินิจฉัย แล้วก็มีมติออกมาหน่อยว่าการกระทํา ด้วยเหตุการณ์ ๑ - ๒ - ๓ ที่ผมพูดทั้งหมดนี้เปึนการชุมนุมที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ไหม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านอยู่ไหน ท่านเสน่ห์ที่เคารพ นี่คือความจริงครับ ในป้ ๒๕๔๙ มีการสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเดินทางเข้า กรุงเทพมหานคร เพื่อมาชมรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ท่านยังใช้สิทธิของท่านบอกว่า อย่าไปสกัดกั้นเขา มันเปึนเสรีภาพ และให้รัฐบาลนั้นบอกชัดเจนว่าให้ชุมนุมอย่างเสรี แต่วันนี้การชุมนุมที่เกิดขึ้นของบุคคลที่มีความเห็นแตกต่าง ป่ดถนน ประชาชนใช้ ถนนหนทางนั้นเขาเดือดร้อนทั้งบ้านทั้งเมือง ป่ดถนนเปึนเวลา ๑๐๐ กว่าวัน บุกยึด ทําเนียบรัฐบาลซึ่งเปึนสัญลักษณ์ของประเทศไทย เปึนเวลาหลายสิบวัน ท่านกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปอยู่ไหนครับ ทําไมท่านไม่หยิบยกมาบ้าง ผมถามอีกสักคําเถอะ ท่านตอบผมหน่อย ให้ผมศรัทธา ให้ผมชื่นใจหน่อย แต่ถ้าท่านตอบไม่ได้ ผมหมด ศรัทธาแล้ว ท่านจะแถลงข่าวอะไรก็เท่านั้นล่ะ ท่านควรจะหยิบยกอย่างนี้ขึ้นมาให้ผู้ชุมนุม เขารู้ วันนี้ผมรู้ว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะตัดสินอะไรต้องอยู่บนพื้นฐานกติกา บ้านเมือง เพราะเราคือนิติรัฐ นิติธรรม เราต้องเอากฎหมายมา มาตรา ๖๓ เขียนว่า การชุมนุมเปึนเสรีภาพของประชาชน ท่านต้องอธิบายความต่อว่า ถ้าป่ดถนนมันเสรีภาพ ถูกต้องไหม มันผิดกฎหมายมาตราใดไหม มันไปละเมิดสิทธิของประชาชนไหม แล้วท่านต้องให้ความเห็นต่อสื่อสารมวลชน การบุกยึดทําเนียบรัฐบาลเปึนเวลา ๓๐ กว่าวัน ท่านจะต้องออกมาบอกว่าสิ่งอย่างนี้เปึนอย่างไร ออกมาว่ากล่าว ไม่ต้องว่ากล่าว เดี๋ยวเขาจะด่าท่านอีก ออกมาแนะนําก็ได้ บอกว่าอย่าทําเลย นี่มันเปึนสิ่งอย่างนี้ ๆ ฉะนั้นกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องทําครับ ท่านไม่ทํานี่ถือว่าท่านบกพร่องต่อหน้าที่ ที่สําคัญที่สุด สิ่งที่ไม่ยังไม่ควรจะทําท่านรีบทําเลย เขาป่ดสภาวันที่ ๗ วันที่ ๑๓ ท่านออกมาแล้ว ออกมาด้านเดียว ออกมาปลายเหตุ แต่ท่านไม่ดูต้นเหตุว่าเขาบุกรุกยึดสภา เขามีเหตุผล อะไร ผมจะบอกท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ทราบ ท่านกลับไปบอก ท่านประธานด้วยนะครับ เหตุเขาประกาศชัดเจนบอกการเดินเคลื่อนไหวมา เขาจะยึด สภาไม่ให้ ส.ส. ส.ว. เข้าประชุม ไม่ให้แถลงนโยบาย เขาประกาศชัด ใครที่คิดว่าไม่ชัด ลองโต้ผมมาซิ ผมมีหลักฐานทุกอย่าง เขาประกาศชัดต้องป่ดไม่ให้เข้า วันนี้ไม่เคยมีการ ชุมนุมแบบไหนเลยครับป่ดขนาดนี้ ผมบอกหน้าสภาเปึนสิ่งที่ประชาชนเขาจะต้องมา เรียกร้องปัญหาความเดือดร้อนของเขา นี่คือศูนย์รวมของตัวแทนประชาชน ความทุกข์ ความเดือดร้อนของประชาชนตรงนี้ต้องเอาไปแก้ ตรงนี้ต้องเอาไปดูแล มันเปึนเรื่องปกติ แต่วันนี้ผมบอกแล้วอย่างไรครับท่านกรรมการสิทธิไม่ใช่การประชุมธรรมดา ไม่ใช่ การชุมนุมธรรมดา แต่เปึนการป่ดกั้นแล้วพร้อมที่จะแตกหักถ้าคนคิดเห็นต่าง ทําไม ผมกล้าพูดคําว่า ฆ่า เพราะทั้งยาง ทั้งน้ํามันราดอยู่นั้นเลยครับ พร้อมเลยครับ ถ้าค่ําหน่อยเรียบร้อย วันนี้เราต้องหนีตายครับ เราต้องหนีตายจริง ๆ พี่น้องเพื่อนสมาชิก ที่อยู่ฝ์ายค้านที่รักของผม ผมพูดในฐานะที่เปึนสมาชิกว่าผมไม่เคยพบไม่เคยเจอเรื่อง แบบนี้ ฉะนั้นผมจึงบอกท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับว่า ที่ท่านทําอย่างนี้ ท่านทําไม่ถูก ท่านจะต้องมีการสอบสวนที่ต้นเหตุก่อนว่าการชุมนุมนี้เปึนอย่างไร เขามา ด้วยอาวุธใช่ไหม เขามาด้วยมีด ด้วยสิ่งต่าง ๆ ใช่ไหม สําคัญที่สุดท่านบอกเลยว่าหาได้มี การสลายการชุมนุมเพื่อดําเนินการตรวจค้นและจับกุมตามกระบวนการยุติธรรม แต่อย่างใด คํานี้แหล่ะครับประธานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง เพราะท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ท่านไม่เคยเรียกเจ้าหน้าที่ ผมกล้ายืนยันว่าท่านไม่เคย เรียกคนเกี่ยวข้องในนี้ เจ้าหน้าที่รัฐสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ว. หรือ ตํารวจสภาก็ได้ว่าการชุมนุมนี้เปึนอย่างไร เจ้าหน้าที่ตํารวจคนไหนกล้าไปจับครับ กล้าไป ตรวจค้นอาวุธ ตายครับ มันเข้าไม่ถึง วันนี้มันเข้าไม่ได้ เจรจากันก็เจรจาไม่ได้ครับ มันเปึน การยั่วยุของแกนนําพร้อมที่จะให้ผู้ชุมนุมที่เปึนทั้งหญิง ทั้งเด็ก ทั้งชาย พร้อมจะลุย ทําอะไรก็ได้ มันเหมือนกับกดปุ์มแล้วทําได้เลยครับ นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น ผมพูดจริง ๆ ฉะนั้นวิธีการละมุนละม่อมจะไปตรวจค้นอาวุธเขา เจ้าหน้าที่คนนั้นตายครับ ไม่เหลือหรอก นี่คือความจริงครับ ฉะนั้นจึงมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ มีเจ้าหน้าที่หลายคนที่เกิด การบาดเจ็บกันมากมาย ท่านต้องสอบเรื่องอย่างนี้ สอบต้นเหตุ สอบสาเหตุ แล้วสอบพฤติการณ์ของผู้ชุมนุมว่ามีการยั่วยุการยุยงประชาชนอย่างไร แล้วดูต่อว่า ผู้ชุมนุมนั้นทําร้ายร่างกายใครบ้าง ซึ่งเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเปึนเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านต้องทําให้ละเอียด ก่อนสรุป ต้องสรุป ๒ ฝ์าย ส่วนใครจะผิด ใครจะถูก ผมตอบไม่ได้ ผมบอกแล้วอย่างไร ผมไม่ก้าวล่วงการวินิจฉัยของท่าน แต่ท่าน ต้องสร้างมาตรฐานความเปึนกลาง ความเที่ยงธรรม ท่านออกมาอย่างนี้ เข้าทางถูกกลุ่ม ผู้ชุมนุมทันที เขาบอกกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชี้แล้ว ผมบอกอย่างนี้ใช้ไม่ได้ อย่างนี้บกพร่องต่อหน้าที่ ฉะนั้นวันนี้ผมจึงขอเรียนด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมมีเรื่องเดียวเรื่องนี้แหล่ะครับที่จะบอกกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วท่านกรุณา ไปวินิจฉัยไปทําเถอะครับ วันนี้ท่านก็เปึนส่วนหนึ่งที่จะสามารถทําให้บ้านเมืองสงบได้ ถ้าท่านชี้อย่างนี้ไม่สงบหรอกครับ เพราะท่านยังขาดความเที่ยงธรรมทันที ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เรามีเวลาจํากัดนะครับ ขอความกรุณาแต่ละท่านได้อภิปรายด้วยเวลา ที่พอสมควรด้วยครับ เชิญคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ เสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมคิดว่าเปึนการเสนอรายงานในช่วงระยะเวลาที่บ้านเมือง มีวิกฤติในความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันอย่างมากมาย ซึ่งต้องถือว่ารายงานฉบับนี้ถ้ามอง ในมุมบวกก็ควรที่จะเปึนรายงานซึ่งเตือนสติทุกฝ์าย ที่ได้รับทราบรายงานฉบับนี้ว่า เราควรจะมองสถานการณ์ในขณะนี้ด้วยท่าทีอย่างไร ผมคิดว่าการอภิปรายวันนี้ ท่านประธานครับ เปึนการพิสูจน์ถึงวุฒิภาวะของคนซึ่งทําหน้าที่เปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย ว่ามีวุฒิภาวะเหมาะสมที่จะทําหน้าที่เปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างเต็มภาคภูมิ ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่าทีของการมองปัญหาเรื่องของสิทธิมนุษยชนเปึนท่าที ที่ละเอียดอ่อนครับ มนุษยชนหรือสิทธิมนุษยชนเปึนเรื่องที่คนทั่วไปมักจะคิดว่าเปึนเรื่อง ของคนที่ใจอ่อน เปึนเรื่องของคนที่อ่อนแอ เปึนเรื่องของคนที่คิดในเรื่องที่ทําอะไร บางอย่างซึ่งอาจจะไม่ถูกใจ หรือพูดง่าย ๆ ว่าไม่สะใจ ถ้าประชาชนทั่วไปมองสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนเช่นนั้น ผมก็คิดว่าเปึนเรื่องที่น่าจะมีผลกระทบบ้างอยู่แล้ว แต่ถ้าหาก คนเปึน ส.ส. คนเปึน ส.ว. คนกุมอํานาจ คนเปึนรัฐบาล เปึนรัฐมนตรี เปึนนายกรัฐมนตรี แม้กระทั่งเปึนนายพลตํารวจหรือเปึนนายพลทหาร มองปัญหาสิทธิมนุษยชนเช่นนั้น แล้วกําหนดท่าทีตัวเองในลักษณะที่นิยมชมชอบความก้าวร้าวหรือรุนแรง ผมคิดว่า นั่นจะเปึนเรื่องอันตรายมากครับ รายงานฉบับนี้เสนอขึ้นมา ผมลุกขึ้นอภิปราย ผมต้องเรียนท่านประธานครับว่า ผมอภิปรายด้วยความเปึนห่วงอย่างยิ่ง ต้องเรียน ท่านประธานเบื้องต้นก่อนว่าบางฝ์ายอาจจะมองสถานการณ์การอภิปรายวันนี้ ว่าเหมือนกับคน ๒ ข้างจะมาเถียงกันอีกหรือเปล่า ฝ์ายหนึ่งเปึนฝ์ายที่เห็นด้วยกับรัฐบาล ไม่ชมชอบพันธมิตร อีกฝ์ายหนึ่งถูกนิยามว่าเปึนพวกสนับสนุนพันธมิตรแล้วไม่ชมชอบ รัฐบาล แต่ผมเรียนท่านประธานว่าสําหรับพวกผมแล้วไม่ใช่เช่นนั้นครับ เราทําหน้าที่ ในฐานะเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยครับ เราอยากเห็นปัญหาของประเทศวิกฤติ ความขัดแย้งได้ยุติลง ความสงบกลับมาสู่สังคมไทย แต่วันนี้วิกฤติความขัดแย้งมันร้าวลึก ครับ มันลงไปถึงคนในระดับรากหญ้า ผมฟังข่าวท่านพระพยอมเล่าให้ฟังครับ ท่านบอกว่าขนาดคนแก่นั่งรถมาวัดเถียงกันอยู่บนรถคิดเห็นกันคนละข้าง ถึงขนาดต้อง จอดรถแล้วเดินแยกกันไปคนละข้าง นี่คือข้อเท็จจริงในสังคมไทย วันนี้สภาต้องทําหน้าที่ เปึนตัวเชื่อมทุกอย่างกลับเข้ามาหากัน เราจะมองว่านั่นพวกเขานี่พวกเรา แล้วใช้ท่าที อย่างนั้นในการตัดสินปัญหาของประเทศนี้ ผมว่าประเทศนี้มันไม่มีทางสงบได้หรอกครับ ผมจึงเรียนท่านประธานว่าพวกเราในนามพรรคประชาธิปัตย์เราไม่ได้คิดเห็นเช่นนั้น เราไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเกิดจากฝ์ายใดก็ตาม นี่คือท่าทีที่ชัดเจน ของเราตั้งแต่ต้น สิ่งใดที่ถูกก็ต้องบอกว่าถูกครับ แต่สิ่งใดที่บอกว่าผิดก็ต้องผิดครับ นี่คือ ความเปึนห่วงข้อแรกที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสภาพสังคมน่าเปึนห่วงมาก
ประการที่ ๒ ซึ่งผมคิดว่าน่าเปึนห่วงก็คือการทําหน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติ เราเอง บางทีเราทําหน้าที่ ส.ส. เราอยู่ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งเราลืมเหมือนกันว่า รัฐธรรมนูญ บัญญัติให้เราเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทย ไม่ว่าคนนั้นจะเลือกเราหรือไม่ก็ตาม รัฐธรรมนูญไม่ได้กําหนดให้เราทําหน้าที่โดยรับผิดชอบเฉพาะคนที่เราคิดว่าเปึนพวกเรา ส่วนคนอีกฝ์ายหนึ่งจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามผมไม่สนใจ คุณจะตายคุณจะเจ็บเปึนเรื่อง ของคุณ ผมคิดว่าถ้าคิดอย่างนี้การทําหน้าที่ฝ์ายนิติบัญญัติสร้างปัญหามากกว่า แก้ปัญหาครับ
ประการที่ ๓ ผมเปึนห่วงบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการทําหน้าที่ในภาวะวิกฤติอย่างนี้อย่างยิ่งนะครับ การอภิปรายเมื่อสักครู่นี้สะท้อน ชัดเจนว่าบทบาทของท่านที่ออกมา อย่างน้อยก็มีความกระทบกระเทือนเกิดขึ้น แล้วก็มี ปฏิกิริยาต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ที่ผมต้องเรียนไม่ใช่เพราะว่า ท่านอาจจะเขียนรายงานหรือแถลงการณ์บางอย่างตรงใจผม ไม่ใช่ แต่ผมต้องเรียน ให้กําลังใจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะว่าโดยภาระหน้าที่ของท่าน ตามรัฐธรรมนูญ ท่านเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีภาระหน้าที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ชัดเจน ตั้งแต่ มาตรา ๒๕๖ เปึนต้นไป ภาระหน้าที่ของท่านประการหนึ่งถ้าจะพูดกันแบบ ภาษาชาวบ้านก็คือว่า ช่วยกระตุกคนที่มีอํานาจหน้าที่ในสังคมนี้ว่าทําอะไรคิดถึงสิทธิ ความเปึนคนและศักดิ์ศรีความเปึนคนด้วย ผมคิดว่าอันนี้สําคัญ คนไม่มีศรัทธา คนไม่มี ความหนักแน่นทําหน้าที่นี้ไม่ได้ครับ และยิ่งภาวะบ้านเมืองอย่างนี้เราต้องเผชิญกับ ความคิดที่มันสุดขั้วแล้วก็รุนแรงอย่างนี้เกิดขึ้นตลอดเวลา ผมจึงให้กําลังใจ แล้วก็แสดง ความเปึนห่วงการทําหน้าที่ของท่าน ผมต้องเรียนท่านประธานว่ารายงานฉบับ ป้ ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ ถ้าเราจะมองว่ารัฐสภาของเรา สภาผู้แทนราษฎรของเราในฐานะเปึน ตัวแทนปวงชนชาวไทย และบทบาทหน้าที่ของเราอย่างหนึ่งก็คือการควบคุมการทําหน้าที่ ของรัฐบาลนั้น รายงานฉบับนี้จะช่วยกระตุกต่อมสํานึกของความเปึนคนในการควบคุม การทําหน้าที่ของรัฐบาล และต่อฝ์ายอื่น ๆ ในสังคมได้อย่างดียิ่งครับ มันมีข้อเท็จจริง ที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้แล้วน่าสนใจมากท่านประธานครับ ถ้าเราเป่ดดูรายงานฉบับนี้ ในประมาณหน้า ๑๐ กว่า ที่พูดถึงสถิติต่าง ๆ นี่นะครับ มีการพูดถึงสถิติย้อนหลังกลับไป ๕ ป้ครับ คือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถูกตั้งขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วมี กฎหมายผมเข้าใจว่า ป้ ๒๕๔๒ หลังจากนั้น ซึ่งเปึนยุคของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เปึนคนออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนั้นขึ้นมา เรื่องของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีการดูเรื่องย้อนหลังกลับไป ๕ ป้ครับ ว่าใน ๕ ป้ที่ผ่านมานี้มีสถิติ ของการเกิดเหตุที่เรียกได้ว่าเปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนมีสถิติเปึนอย่างไรบ้าง ผมพบว่า ข้อมูลที่น่าสนใจครับ ก็คือว่าใน ๕ ป้ถอยหลังกลับไป กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับเรื่องร้องเรียนการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสูงขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ถึงป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ สถิติผมพบว่าสูงอยู่ในระดับ ใกล้เคียงกันโดยตลอดครับ เปึนข้อน่าสังเกตนะครับว่ารัฐบาลในช่วงป้ ๒๕๔๕ ต่อเนื่องกันมาจนกระทั่งถึงป้ปัจจุบันเปึนรัฐบาลที่มีทัศนคติในการใช้อํานาจไม่ค่อย ต่างกัน ผมไม่อยากระบุว่าเปึนฝ์ายใด แต่อันนี้พูดตามสถิตินะครับ ก่อนหน้านั้นไม่เห็น สถิติผมเข้าใจว่าน่าจะน้อยกว่าที่รายงานเอาไว้ เพราะดูในป้ ๒๕๔๕ มีเรื่องประมาณ ๒๑ เรื่อง แต่มาถึงป้ ๒๕๔๖ ทะลุขึ้นไป ๖๗ เรื่อง ไปถึงป้ ๒๕๔๘ ๖๓ เรื่อง ป้ ๒๕๔๙ ดร็อป (Drop) ลงมาเหลือ ๕๓ เรื่อง แต่สถิติก็ยังสูงอยู่ครับ ข้อที่น่าสนใจต่อไปก็คือว่า เมื่อดูข้อมูลเรื่องร้องเรียนพบว่าเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนสูงสุดที่มีการร้องเรียนคือ สิทธิ ในกระบวนการยุติธรรม หมายถึงว่ามีการใช้อํานาจหน้าที่ที่ไม่ถูกต้องในเรื่องของการ ให้สิทธิด้านความยุติธรรมแก่ประชาชนถูกละเมิดมากที่สุด ข้อมูลต่อมามันพบความจริง อีกเรื่องหนึ่งครับว่า ในข้อกล่าวหาทั้งหมด เมื่อจําแนกผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทําการละเมิด สิทธิมนุษยชนพบว่าภาครัฐคือหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหาว่ากระทําการ ละเมิดสูงกว่าภาคเอกชน คือหน่วยงานเอกชนและประชาชนถึง ๒ เท่า แปลว่าภาครัฐ ละเมิดสิทธิมนุษยชนสูงกว่าภาคเอกชนถึง ๒ เท่า ภาครัฐร้อยละ ๖๕.๙๙ เอกชนร้อยละ ๓๓.๓๙ แล้วเรื่องที่น่าแปลกท่านประธานครับ เมื่อนําข้อมูลภาครัฐในส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่าทําละเมิดมาจําแนกออกเปึน ประเภทข้าราชการพบว่า ข้าราชการตํารวจถูกกล่าวหาว่ากระทําการละเมิดสูงที่สุด นี่คือ ข้อเท็จจริง ที่พูดก็คงไม่ได้กล่าวหาว่าตํารวจจะเปึนเช่นนั้นทั้งหมดนะครับ ผมพูดเสมอว่า ข้าราชการตํารวจก็เหมือนข้าราชการฝ์ายอื่นมีทั้งคนดีมีทั้งคนไม่ดี แต่สถิติข้อนี้ มันปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าข้าราชการภาครัฐซึ่งละเมิดสิทธิมนุษยชนสูงเปึน ๒ เท่าของ ภาคเอกชนเปึนตํารวจอันดับที่หนึ่ง ซึ่งเปึนสถิติที่เห็นได้ชัดในรายงานฉบับนี้ครับ ถ้าจําแนกเปึนพื้นที่ก็พบว่ากรุงเทพมหานครมีการร้องเรียนโดยประชาชนสูงที่สุด ในเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมเรียนท่านประธานตรงนี้เพื่อชี้ให้ท่านประธานเห็น ข้อเท็จจริงประการหนึ่งว่าที่บอกว่ารายงานนี้มันน่าจะกระตุกต่อมสํานึกของคนทําหน้าที่ เปึนผู้แทนราษฎรในสภานี้ รวมถึงรัฐบาลในฐานะที่พวกเราเปึนฝ์ายกํากับควบคุมก็คือว่า นับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ถึงป้ ๒๕๔๙ และรายงานฉบับนี้ปรากฏสู่เรา ป้ ๒๕๕๐ กลับมา ป้ ๒๕๕๑ สถานการณ์เช่นว่านี้ไม่ได้ลดลงเลยครับ เหตุการณ์ วันที่ ๗ ตุลาคม ที่เพื่อน สมาชิกพูดถึงมันสะท้อนความจริงข้อนี้อีกแล้วว่ามันมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยภาครัฐ แล้วโดยข้าราชการตํารวจ เพื่อนสมาชิกพยายามกล่าวหาเมื่อสักครู่นี้ ผมต้อง เรียนเพื่อให้ความเปึนธรรมกับคนที่เขาไม่ได้อยู่ในสภานี้คือผู้บาดเจ็บหรือผู้ล้มตายครับ ผมเรียนท่านประธานว่าผมไม่ได้ยืนอยู่ฝ์ายไหน ผมก็เห็นใจเจ้าหน้าที่สภาจํานวนมาก ที่เข้ามาในสภาแล้วก็ออกจากสภาด้วยความยากลําบากแล้วก็ต้องเสี่ยง ท่านบอกว่า คนเหล่านั้นมาชุมนุมมีเจตนาจะบุกสภา ผมดูจากข่าวทั้งหมดยังไม่มีท่าทีการบุก นั่นไม่เปึนไรครับ แต่ผมถามด้วยความรู้สึกประชาชนธรรมดาว่าวันนี้ ส.ส. ที่ถูกป่ดไม่ให้ ออกจากสภาวันนั้นบาดเจ็บนอนโรงพยาบาลกี่คน ส.ว. บาดเจ็บนอนโรงพยาบาลกี่คน ขาขาดกี่คนครับ มีลูกของพวกเราที่อยู่ในทีนี้ได้รับบาดเจ็บจากการใช้ความรุนแรง ตายไหมครับ ตอบตัวเองสิครับว่ามันไม่มี แล้วพูดได้อย่างไรครับ ว่าคนเหล่านั้นมาชุมนุม สภาจะเข้ามาฆ่า ถ้าทัศนคติบอกคุณจะฆ่าผม ผมจึงฆ่าคุณก่อนอย่างนั้นถูกต้องหรือครับ นี่คือคําถามที่ถามความเปึนคน เราคิดดูเราเปึนพ่อของน้องคนที่ตายชื่ออังคณาเราคิด อย่างไรครับ ที่ผมบอกว่าสังคมน่าเปึนห่วงก็เพราะว่ามันเริ่มมีความคิดว่าใครตาย ใครบาดเจ็บช่างมันขอให้ไม่ใช่ลูกเราเพื่อนเราพวกเราเท่านั้นพอหรือครับ นี่คือสิ่งที่สังคม จะต้องถูกกระตุ้นต่อมสํานึกใหม่โดยรายงานคณะกรรมการกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่ใช่ลุกขึ้นมายืนประณามเขาว่าคุณทําอย่างนี้คุณมาต่อว่ารัฐบาล ผมเรียนท่านประธาน เลยว่าผมไม่เจตนาเลยที่จะชี้หน้ากล่าวหาฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง แต่นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ณ วันนั้น
คุณสาทิตย์ครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณบุญจงประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ต้องขออนุญาตท่านประธานที่เคารพว่าผู้กําลังอภิปรายนี้พาดพิงถึงผมชัดเจน ผมเปึน ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ก่อนท่านผู้ทําหน้าที่ ท่านกล่าวหาผมว่าการที่ผมอภิปราย เมื่อสักครู่เปึนการกล่าวหา ท่านประธานครับ ผมบอกแล้วอย่างไรครับ คนที่ไม่อยู่ ในเหตุการณ์ไม่ทราบ ผมไม่ได้ยุยงให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไปทําร้ายประชาชนนะครับ ต้องเข้าใจตรงกัน
คุณบุญจงครับ มีผู้ประท้วงคุณบุญจงต่อครับ สรุปแล้วคุณบุญจงประท้วงเรื่องอะไรครับ
ก็เรื่องที่ผู้อภิปรายบอกว่าผมไป กล่าวหาใส่ร้ายผมว่าสิ่งที่ผมอภิปรายนั้นเปึนการไปกล่าวหาเรื่องที่ไม่จริง พูดง่าย ๆ ฟังแล้วเปึนอย่างนี้นะครับ ฉะนั้นผมเล่าเหตุการณ์ให้ประธานฟังเพื่อถึงกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติในข้อที่เขาได้วินิจฉัยครับ
คุณบุญจงนั่งลงก่อนครับ ผมจะขอวินิจฉัย เท่าที่ฟังดูคุณสาทิตย์ยังไม่ได้เอ่ยชื่อนะครับว่า ท่านผู้อภิปรายที่ผ่านมาได้กล่าวหาใคร ผมไม่ได้ยินท่านว่าใคร
ท่านประธานที่เคารพ ถูกต้องครับ คุณสาทิตย์ไม่ได้เอ่ยชื่อบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แต่เอ่ยชื่อผู้อภิปรายเมื่อกี้นี้ ก็คือ ผมคนเดียวครับ ฉะนั้นผมอยากให้เพื่อนสมาชิกอภิปรายว่าไปเลย ท่านมีแนวคิดอย่างไร ท่านว่าไป คงไม่ต้องพาดพิงถึงผมหรอกครับ ต่างคนต่างมีมุมมองคิด ท่านจะเสนอแนะ กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเรื่องอะไรท่านเสนอไป อย่ามาพาดพิงถึงผม เดี๋ยวก็มีการประท้วง ผมขอบคุณครับ ผมพูดแค่นี้ล่ะครับ คุณสาทิตย์จะอภิปรายอะไร ว่าไปเลย จะเสนอแนะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าไป แต่ขอความกรุณา อย่าพาดพิงถึงผม ผมมีวิธีคิดอย่างนี้ผมก็บอกกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปอย่างนี้
ขอเชิญนั่งลงครับ คุณสาทิตย์ครับ
(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ผมขอวินิจฉัยเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นก่อนครับ คุณสาทิตย์ครับ เท่าที่ผมฟังดูคุณสาทิตย์ ก็ไม่ได้พูดเอ่ยว่าท่านอภิปรายที่ผ่านมาได้กล่าวหาใคร แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอให้ คุณสาทิตย์พูดไปในเรื่องที่เปึนเรื่องคุณสาทิตย์เห็นว่าเกิดขึ้นอย่างไรไป ไม่ต้องพาดพิง คนอื่น เชิญท่านผู้ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ในกรณีมีสมาชิกลุกขึ้นยืนแล้วก็ยกมือขึ้น แสดงการประท้วง และสุดท้ายก็มาอ้างว่าคือการขอใช้สิทธิพาดพิง ผมคิดว่าท่านประธาน ต้องวินิจฉัยได้ว่าการใช้สิทธิพาดพิงจะเกิดขึ้นเมื่ออีกฝ์ายหนึ่งอภิปรายจบไปแล้ว ฝ์ายที่ถูกพาดพิงก็มีสิทธิที่จะแก้ข้อกล่าวหา หรือข้อกล่าวร้ายนั้น ไม่ใช่ว่าอีกฝ์ายหนึ่ง อภิปรายหรือพอพาดพิงอะไรขึ้นมาเฉียดมาทางตัวเองก็ลุกขึ้นประท้วง อันนั้นไม่ใช่ การประท้วงท่านประธานครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยด้วยครับ การอภิปรายอาจจะมี การพาดพิงถึงใคร แล้วก็เจ้าตัวจะได้มีสิทธิแก้ เพราะเจ้าตัวอยู่ข้างใน ถ้าเจ้าตัว อยู่ข้างนอกค่อยประท้วงกันว่าพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ถ้าบุคคลภายในก็ใช้สิทธิแก้โดย ตัวเองได้ครับ
ผมจะวินิจฉัยอย่างนี้ การใช้สิทธิพาดพิงนี้สามารถใช้ได้ทันทีในเมื่อผู้ที่ถูกพาดพิง มีความรู้สึกว่าพาดพิงแล้วตัวเองเสียหาย แต่จะเสียหายหรือไม่เสียหายอย่างไรนั้น ประธานที่ประชุมจะเปึนผู้วินิจฉัย อย่างที่เมื่อกี้ผมได้วินิจฉัยไปแล้ว เพราะฉะนั้นทุกท่าน มีสิทธิประท้วง มีสิทธิพูดถึงเรื่องการถูกพาดพิงได้ แต่อย่างไรก็ตามประธานจะเปึน ผู้วินิจฉัยอย่างเปึนกลางที่สุด ขอเชิญคุณสาทิตย์ดําเนินการต่อครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมเรียนท่านประธานว่าขณะนี้วิทยุรัฐสภาไม่มีการถ่ายทอดสดการอภิปรายใน สภาผู้แทนราษฎร อยากให้ท่านตรวจสอบด้วยว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น เดี๋ยวกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่จะกลายเปึนการละเมิดสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารไป ผมเรียน ท่านประธานต่อครับว่าสิ่งที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ ผมพูดด้วยท่าทีที่คิดว่ารายงานฉบับนี้น่าจะ เปึนเรื่องกระตุ้นต่อมสํานึกของทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้อง ให้คํานึงถึงเรื่องสิทธิในร่างกาย ทรัพย์สิน หรือสิทธิมนุษยชนของคนเปึนด้านหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เปึนผู้กุมกลไก อํานาจรัฐ ผมคิดว่าท่าทีอย่างนี้สําคัญอย่างยิ่ง เหตุผลที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าท่าที ทัศนคติที่พูดถึงคนอื่นซึ่งไม่ใช่พวกนี้มันเริ่มถูกละเลยกันไปมากจากสังคม วันก่อนผมไป อภิปรายที่สถาบันพระปกเกล้าเขาจัด มีการหยิบยกเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคมขึ้นมาพูดถึงกัน มีนักเศรษฐศาสตร์คนหนึ่งอภิปรายในวงประชุมบอกว่า เหตุการณ์วันที่ ๗ ถือเปึน การเปลี่ยนผ่านก้าวหนึ่งของสังคม อาจจะมีการสูญเสียบ้าง น่าเศร้าใจมาก เขาคิดว่า คนตาย ๒ คน คนเจ็บ ๔๐๐ กว่าคน โดยการกระทําที่หลีกเลี่ยงความรุนแรงได้เปึนเรื่อง ต้องสูญเสียบ้าง มันพูดเช่นนั้นได้ เพราะไม่เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง นี่คือสิ่งซึ่งฝากเรียน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าเปึนประเด็นซึ่งท้าทายการทํางานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนอย่างยิ่ง บังเอิญเพื่อนสมาชิกก็พาดพิงถึง วันที่ ๗ ตุลาคมกรณีไม่เข้าประชุมของฝ์ายพรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอถือโอกาสนี้ เรียนเล็กน้อยเท่านั้นเอง พยายามให้อยู่ในประเด็นและผมจะได้ไปสรุปประเด็นของผม
ผมเรียนท่านประธานครับว่า เราให้ความร่วมมือในการประชุมรัฐสภา มาโดยตลอด แม้กระทั่งกลางคืนวันที่ ๖ ตุลาคม ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง ผมโทรศัพท์ ถามเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าถ้ามีคนชุมนุมกันยังจัดประชุมต่อหรือไม่ ท่านเลขาธิการบอกว่าท่านประธานยังไม่มีคําสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงการประชุม ผมก็มีการแจ้งเพื่อนสมาชิกว่าให้เตรียมมาประชุมตามปกติ แต่เหตุที่ทําให้เราต้อง เปลี่ยนแปลง เรื่องนี้เปึนประเด็นใหญ่ครับว่า เหตุการณ์มันเกิดขึ้นตอนประมาณ หกโมงยี่สิบนาที ตอนเช้าครับ สมาชิกส่วนใหญ่ก็ตื่นแล้ว เป่ดโทรทัศน์ดู เราทราบข่าวว่า มีผู้ชุมนุมมาอยู่ที่หน้ารัฐสภาเรียบร้อยแล้วตอนนั้น เราทุกคนเตรียมตัวจะมาประชุม แต่สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็คือว่ามีการใช้อาวุธ เท่าที่เราทราบและเห็นจากในโทรทัศน์ คือใช้แก๊สน้ําตายิงเข้าสู่ฝูงชนเพื่อเป่ดทางให้นายกรัฐมนตรีและคณะเข้ามาประชุม แถลงนโยบาย ลําพังถ้าเขาใช้วิธีการยิงลักษณะอย่างนั้นเปึนการควบคุมฝูงชน มีเฉพาะ กลุ่มแก๊สประชาชนแตกออกไป แล้วก็สามารถเป่ดทางได้ เปึนเรื่องที่ทุกฝ์ายเข้าใจได้ครับ แต่เหตุการณ์ที่ฟัองด้วยการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์มันคือเจตนาที่เราเห็นว่ายิงเข้าไป ในกลุ่มผู้ชุมนุม และทันทีนั้นเราเห็นภาพทางช่อง ๓ มีคนขาขาดนอนครวญคราง ตรงประตูทางเข้าสภาเลย ตรงนั้นกองเลือดเต็มเลยครับ ผมไม่ได้คิดเลยตรงนั้นว่าเปึน ฝ์ายใคร วันนั้นไม่จําเปึนต้องเปึนพันธมิตร เปึนฝ์ายอื่นใครก็ตาม ถ้าถึงขั้นให้พวกเรา มาประชุม แล้วตํารวจต้องยิงให้ขาขาดให้คนเจ็บ เพียงเพื่อเป่ดทางเข้ามาประชุม ผมถามท่านประธานว่าเราจะเดินข้ามความรุนแรงเช่นนั้นมาประชุมหรือครับ
คุณสาทิตย์มีผู้ประท้วงครับ คุณอํานวย คลังผา ใช่ไหมครับ ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคพลังประชาชน ขอประท้วงผู้อภิปราย ซึ่งในขณะนี้เรากําลังรายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรียนผู้อภิปรายด้วยความเคารพครับ หากท่านจะอภิปรายเรื่องนี้ผมอยากเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ให้ ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เปึนกรรมาธิการทุกท่านตามสัดส่วนของพรรค คือ ๓๕ ท่าน จะได้รับทราบรายงานแห่งนี้ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับว่า วาระที่เราประชุมกันอยู่นี้เปึนวาระการรับทราบ ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในป้ที่ผ่านมา แต่อย่างไร ก็ตามสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน ได้เอ่ยถึงเหตุการณ์ในวันที่ ๗ นั้น ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่เกี่ยวเนื่อง ผูกพันกัน ผมจึงได้อนุโลมให้แต่ละท่านได้อภิปรายได้โดยเท่าเทียมกัน แต่ผมเอง ไม่อยากจะให้เกิดเปึนวัฒนธรรมว่าการรับทราบผลงานของหน่วยงานหรือองค์กรอิสระ ต่าง ๆ ที่จะมีมาในอนาคต อยากจะฟังว่าเราเห็นว่าหน่วยงานนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ดีแล้ว หรือยัง ไม่ดีควรจะปรับปรุงอย่างไร อย่างนี้จะเปึนเรื่องที่ถูกต้องมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ผมจะอนุโลมให้ตามสมควร เชิญคุณสาทิตย์ต่อครับ
ขอบพระคุณครับ ผมคิดว่าผมจําเปึน ต้องพูดเรื่องนี้ เพราะว่าเกี่ยวเนื่องกัน รายงานฉบับนี้ผมก็บอกอยู่แล้วว่าเปึนเรื่องซึ่งน่า จะทําให้พวกเราได้เกิดความสํานึก แล้วบังเอิญมันก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของรัฐสภาของเรา ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ผมไม่จําเปึนต้องพูดเลยถ้าหากว่าไม่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา พูดถึง แล้วก็มีการกระทบพาดพิงก่อนในขณะนั้น ผมเพียงแต่เรียนสรุปแค่นั้นเอง ท่านประธานครับ ว่าตกลงเช้าวันที่ ๗ ความตั้งใจของพวกเราที่เข้ามา เราก็เลยคิดว่า ถ้าเราจะเข้ามาประชุมสภาเพื่อรับฟังแถลงนโยบาย โดยที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ยิงสลายฝูงชน เข้ามา เราควรรักษาชีวิตคน สภามีเวลาอีกอย่างน้อย ๒ วัน ตามรัฐธรรมนูญ เห็นควร น่าจะเลื่อนออกไป แม้ว่าท่านจะอ้างบอกว่าเปึนความจําเปึนที่ต้องแถลง มันก็ยัง เกิดคําถามอยู่ดีว่า ความจําเปึนเช่นที่ว่านั้นต้องเซ่นสังเวยด้วยชีวิตคนหรือความบาดเจ็บ หรือไม่ เอาล่ะครับท่านประธานเหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาแล้วที่เหลือก็คือความรับผิดชอบของคนที่ เกี่ยวข้อง แต่ประเด็นที่ผมยกขึ้นมาจากรายงานฉบับนี้มันมีข้อเท็จจริงข้อหนึ่งครับว่า จากสถิติมันชัดเลยเหตุการณ์ความรุนแรงมันเพิ่มสูงขึ้นภาครัฐละเมิดมากกว่าภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ตํารวจถูกร้องเรียนสูงสุด เหตุการณ์ผ่านมาไม่กี่ป้เองครับ จากป้ ๒๕๔๖ จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๔๙ ที่รายงานฉบับนี้และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาป้ ๒๕๕๐ ผมเชื่อว่า ถ้าดูสถิติกันใหม่เจ้าหน้าที่ตํารวจก็ยังเปึนฝ์ายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนถ้าจะถูกร้องเรียน สูงสุดเหตุการณ์วันที่ ๗ เปึนตัวชี้วัดครับประเด็นของผมก็คือว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาด บางอย่างเกิดขึ้นในสังคมไทยหรือเปล่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งใช้อํานาจ หน้าที่ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญพยายามหลายอย่างเหลือเกินผมดูจากอันนี้ครับ ผมกําลังตั้งข้อสังเกตว่ากลไกมาตรการที่เขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญกับในกฎหมาย มันเพียงพอหรือไม่ ง่ายที่สุดครับท่านเปึนคนยกขึ้นมาเองแล้วก็อยู่ในรายงานฉบับนี้ครับ ในหน้าที่ ๗๘ เหตุการณ์ความรุนแรงจากการปะทะกันของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีข้อเท็จจริงว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับรายงานข่าวที่น่าเชื่อถือว่ามีการจัดเตรียมเคลื่อนย้าย กลุ่มคนจากหลายพื้นที่เพื่อเดินทางมากรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดค้าน การชุมนุมของประชาชนผู้ร่วมฟังรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ท่านประธานคงคุ้นดีครับ สุดท้ายอันนี้พัฒนาขึ้นมาเปึนกลุ่มพันธมิตรแปลว่าเมื่อรายงานป้ ๒๕๔๙ เหตุการณ์นี้ ก็ยังคงเปึนรายงานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกังวลว่าจะปะทะกัน รายงานนี้ ถูกส่งต่อไปแล้วผมเชื่อว่าคณะรัฐมนตรีท่านคงส่งไปแล้วด้วย แต่การปะทะกันที่สะพาน มัฆวานรังสรรค์ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ ๗ ตุลาคมที่หน้าสภาก็ยังเกิดขึ้นอีกครับ วันนั้น มีการสูญเสียผู้ที่ตายก็ไม่สมควรตายหรอกครับ แต่พอมีการเกิดปะทะกันขึ้นเจ้าหน้าที่ ตํารวจก็อยู่ที่นั่น ผมไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์วันนั้นเปึนความจงใจให้ปะทะกันหรือไม่อย่างไร คนผิดต้องได้รับการดําเนินการนะครับ แต่มีคนตาย มันสะท้อนให้เห็นครับว่ารายงาน ฉบับนี้สุดท้ายแล้วรายงานถึง ครม. ไป ครม. มีทัศนคติท่าทีอย่างไรมันก็สะท้อนให้เห็น จากข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้นแล้วความรุนแรงเหล่านั้นก็ยังเกิดขึ้น แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น ท่านประธานครับวันนี้ไม่มีคนเกี่ยวข้องเปึนนายกรัฐมนตรีมารับฟังเลยผมตําหนินะครับ ตําหนิเพราะรายงาน กสม. ฉบับที่บอกว่าจะมีการเคลื่อนคนวันนี้มีอีกแล้วครับ คนของรัฐบาล เปึนคนประกาศว่าวันนี้เขาจะทําสงครามประชาชน ความหมายคือการเกณฑ์คน ระดม คนเข้ามาวันนี้หน้าสภาก็เริ่มมี เจตนาจะยั่วยุให้เกิดการปะทะกันของกลุ่มคน ประเด็น อย่างนี้ต้องถามท่าทีของคนที่กุมอํานาจรัฐครับว่าคิดอย่างไร เปึนเรื่องน่าเศร้ามากที่เรา ดูคําให้สัมภาษณ์ของคนเปึนนายกรัฐมนตรีกับเปึนรัฐมนตรีไม่เคยมีความกังวล เรื่องเหล่านี้เลย คนที่พูดเรื่องอย่างนี้ชัดมีผู้บัญชาการทหารเรือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่ท่านเปึนห่วงว่าสถานการณ์การชุมนุมและการปลุกระดมคนจะทําให้เกิดการปะทะกัน ผมจะกล่าวหาก็ได้ครับและก็มีข้อเท็จจริงซะด้วยว่ากลุ่มเคลื่อนไหว บางกลุ่มนอกสภา เชื่อมโยงกับรัฐบาล แต่ถ้าจะแก้ปัญหาครับมันก็เปึนเรื่องพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด การขัดแย้งกันก็พูดว่ามีการระดมกลุ่มคนจะโดยใครก็ตาม หน้าที่ของรัฐก็คือไปทําไม่ให้ สิ่งนั้นเกิดขึ้น แต่ที่ผมกังวลคือท่าทีของรัฐขณะนี้ครับกลับพยายามสร้างเงื่อนไขให้เกิดการ ปะทะกันขึ้นตลอดเวลา ทําทําไมครับ รายงานฉบับนี้มันถึงบอกว่าต้องมีอะไรผิดบางอย่าง ในกลไกของรัฐธรรมนูญหรือกลไกของกฎหมายหรืออาจจะไม่ใช่ แต่เปึนเพราะท่าทีของ ตัวรัฐบาลและผู้กุมกลไกอํานาจเสียเองที่ไม่ได้สํานึกถึงปัญหาที่จะเกิดการปะทะและ นองเลือดกันขึ้นในบ้านเมืองของเรา แถลงการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติฉบับที่ออกมามีการมองได้หลายแง่มุมครับ ในทางหนึ่งคนเขามองกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติได้ว่าทําไมโทษแต่รัฐบาล แต่เราลืมความจริงไปข้อหนึ่งครับว่ารัฐบาล คือคนใช้อํานาจรัฐ กินเงินภาษีประชาชน มีอํานาจสั่งการเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจตามกฎหมายและใช้อาวุธ ที่มาจากภาษีประชาชนด้วย ถ้ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่มุ่งไปที่การกระตุก ให้หยุดยั้งท่าทีที่รุนแรงของรัฐ แล้วถามว่าไปกระตุกต่อมสํานึกใคร ผมจึงเรียน ท่านประธานว่ารายงานฉบับนี้ควรทําให้เราสํานึกกันมากกว่า แต่ที่ผมตําหนินายกรัฐมนตรี กับรัฐมนตรีที่ไม่มาวันนี้เพราะว่าคาดหมายได้เลยว่าวันนี้สภาต้องยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด และรายงานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ชัดเจนมาก ผมก็อยากฟังว่าท่าที ต่อไปนี้นายกรัฐมนตรีจะเอาอย่างไร รัฐมนตรีจะเอาอย่างไรครับ วันนี้มีการชุมนุม ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าแล้วประกาศว่าจะมีการปะทะกัน รัฐบาลจะวางตัวอย่างไร มันทําเฉยไม่ได้นะครับ แม้แต่กระทั่งถอยหลังกลับมาจากรายงานฉบับนี้เช่นเดียวกัน ไม่ได้พูดถึงชัดเจนนักก็คือกรณีเยียวยา แต่ในรัฐธรรมนูญพูดชัดมากว่าอํานาจหน้าที่ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถที่จะเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครอง ก็ได้ ในกรณีเห็นชอบตามที่มีผู้ร้องเรียนว่า กฎ คําสั่ง หรือการกระทําอื่นใดในทางปกครอง กระทบต่อสิทธิมนุษยชน แม้แต่ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถฟัองคดีต่อ ศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหายเมื่อได้รับการร้องขอจากผู้เสียหายได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น อันนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า รายงานฉบับนี้คนที่เกี่ยวข้องก็ต้องมานั่งอยู่ด้วย แล้วต้องรับฟัง เพราะวันนี้สงครามประชาชนถ้าเกิดมันจะรุนแรงและมันจะนองเลือด กว่าทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น รายงานนี้เขียนเมื่อป้ ๒๕๔๙ ครับ แปลว่ามาถึงวันนี้เหตุการณ์ ต่าง ๆ ก็ยังเกิดขึ้นตลอดเวลา คําถามต่อไปของผมที่จะมีต่อกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติคือจะทําอย่างไรต่อครับ ผมเรียนว่าท่านจะหยุดยั้งเพียงแค่คําแถลงการณ์ ฉบับเดียวไม่พอนะครับ วันนี้รัฐเปึนผู้ถูกกล่าวหาว่าเปึนผู้จุดความรุนแรงให้เกิดขึ้น ยังไม่ แสดงความรับผิดชอบใด ๆ อ้างว่าจะมีกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ชุดหนึ่งขึ้นมาสอบสวน ตัวกรรมการเปึนคนให้ข่าวเองบอกว่าคณะกรรมการของเขามีอํานาจหน้าที่เพียงรวบรวม ข้อมูลข้อเท็จจริง แต่ไม่มีหน้าที่ชี้ผิดถูก กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะทําอย่างไร ต่อครับ ผมอยากทราบท่าทีในเรื่องนี้ เพราะผมกังวลว่าถ้าท่านไม่มีท่าทีใด ๆ ออกไป รายงานป้ ๒๕๕๒ เกรงว่าจะหนากว่านี้ เพราะต้องรายงานเรื่องการปะทะกัน นองเลือด ที่รุนแรงมากขึ้น แล้วถ้ารัฐมีท่าทีอย่างนั้นเสียเองคิดหรือยังว่าเราจะมีท่าทีอื่นหรือไม่ นอกเหนือจากแถลงการณ์ นอกเหนือจากนั่งแถลง นอกเหนือจากเรียกร้อง เรามีท่าทีอื่น อีกไหมครับ ต้องช่วยกันคิดครับ เพราะที่จะลุกขึ้นพูดกันต่อไปผมเชื่อเลยว่าจะมีทัศนคติ อย่างไม่เห็นด้วยหรือขัดแย้ง ตรง ๆ กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในสภานี้จะทําอย่างไรกับความเห็นลักษณะเชิงอย่างนี้เพื่อนําความสงบกลับมาสู่ สังคมไทย ผมก็อภิปรายแล้วก็ตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ด้วยความเปึนห่วงครับ และก็คิดว่า การมาชี้หน้ากล่าวหากันโดยที่คิดว่าอีกฝ์ายหนึ่งต้องไม่ใช่พวกของตน ไม่ใช่ท่าทีที่เรา ควรทําในสภาแห่งนี้ รายงานฉบับนี้จะวัดวุฒิภาวะของคนทําหน้าที่ตัวแทนปวงชน ชาวไทยว่าท่านทําหน้าที่ของท่านอย่างเหมาะสมและก็เต็มภาคภูมิหรือไม่ครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมขอชี้แจง ๒ เรื่องนะครับ เรื่องแรกคือเรื่องการถ่ายทอดสดของวิทยุ รัฐสภา ท่านรองเลขาธิการมารายงานเมื่อกี้นะครับว่าในระหว่างที่ฝนตกแล้วฟัาผ่า จานดาวเทียมเสียหายหยุดถ่ายทอดไป ๑๐ นาทีครับ ตอนนี้ใช้ระบบเคเบิ้ล (Cable) กลับมาถ่ายทอดตามเดิมแล้วนะครับ จึงเรียนให้บรรดาท่านสมาชิกได้ทราบ
เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ท่านผู้อภิปรายได้บอกว่าคณะรัฐบาลไม่ได้มีใครมาร่วม รับฟังการรายงานวันนี้เลย ก็เปึนความผิดพลาดของผมเองครับที่เมื่อตอนกลางวัน ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าไม่สามารถมาชี้แจงต่อ ที่ประชุมทราบ ผมจึงได้ประสานกับทางประธานวิปรัฐบาลว่าน่าจะนําร่างพระราชบัญญัติ ประมวลรัษฎากรเข้าแทน แต่ปรากฏว่าหลังจากประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง ก็ได้รับแจ้งจาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าท่านพร้อมที่จะมาชี้แจงให้พวกเราได้รับทราบ ก็เปึนข้อผิดพลาดในการประสานงาน ก็ต้องขออภัยไว้ด้วย
ท่านสมาชิกครับ มีผู้ประสงค์ที่จะอภิปรายที่ผมจดไว้ขณะนี้ไม่ต่ํากว่า ๑๖ ท่านนะครับ ทั้ง ๒ ท่านผมได้ให้โอกาสอภิปรายท่านละครึ่งชั่วโมงโดยถือว่าเปึน ท่านผู้อภิปรายนํา ท่านที่เหลือนั้นผมต้องขออย่างนี้ได้ไหมครับ ขอสักท่านละ ๑๒ นาที ครับผมคิดว่าเปึนเวลาที่พอเหมาะสมควร ก็ขอจับเวลาด้วยครับ เชิญคุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอพาดพิงหน่อย ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมเสียหาย
คุณสงวนพาดพิงอะไรครับ
มาบอกว่า สมาชิกที่จะประกาศสงคราม กับประชาชน ก็มีผมคนเดียวเท่านั้น เพราะว่าผมก็ขออภิปรายไปด้วย ผมขอพูดเรื่องนี้ เลยครับ
พาดพิงเรื่องอะไรนะครับ
เขาบอกว่าผมเปึนคนประกาศสงคราม ประชาชน ที่จะเอาคนมาเปึนขบวนเลย ผมคิดว่าผมไม่ได้โกรธกับผู้พูดแต่ว่าผมอยาก จะแสดงความคิดเห็นครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน จริง ๆ แล้วผมเสนอเปึนผู้อภิปรายอีกท่านหนึ่ง แต่ที่ต้องขอโอกาสพูดก็เพราะว่าเปึนการแสดงความคิดเห็นต่อเนื่อง ท่านประธานครับ สถานการณ์ขณะนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านจะต้องมีบทบาทในการแสดง ทรรศนะในเรื่องนี้นะครับ ผมจะพูดส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ต้องการพูด จะขอใช้สิทธิ ๑๒ นาทีนี้ และส่วนหนึ่งก็จะขออธิบายว่า ทําไมผมอธิบาย สถานการณ์ว่า ขณะนี้สงครามประชาชนเกิดแล้ว วันนี้มันพัฒนาเปึนสงครามการเมือง แล้วครับ
คุณสงวนครับ คุณสงวนมีรายชื่ออยู่ในที่ผมจดให้อภิปรายนะครับ เดี๋ยวผมจะอนุญาต ให้อภิปราย ๑๒ นาทีเต็ม ๆ เลย เอาอย่างนั้นจะดีกว่าไหมครับ เชิญคุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ ก่อนเลยครับ
ผมขอก่อนได้ไหมครับ เดี๋ยวผมก็จบแล้ว
ถึงตอนนั้นท่านเอาทั้งพาดพิงแล้วก็อภิปรายด้วยเลยครับ ผมให้ ๑๒ นาทีนะครับ
ได้ครับ
เชิญคุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน กระผมได้ติดตามการทํางานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาตั้งแต่สมัยที่ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภาชุดแรก กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตั้งขึ้นมา จากความจําเปึนที่เราถูกบังคับหรือให้เกิดขึ้นว่าในประเทศนี้ควรจะต้องมีคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชน เพื่อจะให้สังคมโลกยอมรับ อันนี้ปฐมเหตุ แต่หลังจากที่เราตั้งกรรมการ สิทธิมนุษยชนชุดแรกไปแล้ว ชุดสองไปแล้ว เราจะเห็นได้ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติในความรู้สึกของผม ท่านยังไม่เปึนหลักในการทํางานตามกรอบและระบบ ยังทํางานตามกระแสเหมือนงานผิวเผิน ผมเลยอยากขอเรียนถามท่านเปึนประเด็น ๆ เพื่อจะให้เกี่ยวข้อง
ประเด็นที่ ๑ ก่อนที่จะมาประชุมผมก็รู้สึกเสียใจจริง ๆ ผมเปึนวิปรัฐบาล เขาก็มาบอกว่า เสนอรายงานแล้วกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่มีเวลา มีภารกิจ ไม่สามารถจะมาได้ ผมรู้สึกเจ็บปวดว่าทําไมสถาบันสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนสถาบัน ตัวแทนของประชาชน เดี๋ยวนี้องค์กรอิสระซึ่งกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แค่สิทธิ มนุษยชนแห่งชาติของสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องทําหน้าที่ในฐานะเปึนตัวแทนของ ประชาชนเขายังไม่ให้สิทธิมนุษยชนด้านนี้เลยแล้วเขาจะให้กับประชาชนได้อย่างไร คําว่า สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นคือก็สิทธิและตามหน้าที่และตามกรอบในการทํางานของ แต่ละสัดแต่ละส่วนของสังคม หลังจากนั้นเราก็ตั้งใจจะเลื่อน เพื่อจะให้ถือว่าท่านไม่ ปฏิบัติหน้าที่นี้ เพื่อจะดําเนินการต่อไป หลังจากผมได้คุย ท่านมาแล้ว ก็ถือว่าเปึนความตั้งใจ ท่านมี ๘ คน มาไม่ได้สักคนหนึ่งเลยนี้นะครับ แต่เมื่อท่านมาแล้วก็อนุโมทนาที่ท่านยังเห็น สิทธิมนุษยชนแห่งชาติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ประเด็นที่ ๒ คือว่า รายงานชุดนี้เปึนรายงานของป้ ๒๕๔๙ ป้นี้ ป้ ๒๕๕๑ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญหมวดที่ ๒ มาตรา ๒๕๗ (๘) ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติจัดทํารายงานประจําป้เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในประเทศเสนอต่อรัฐสภา แล้วการดําเนินการต่าง ๆ ในการรายงานนั้น เขาบอกว่า รายงานประจําป้ นั่นคือรายงานประจําป้ที่จะต้องกระทําทุกป้ ผมไม่เชื่อหรอกครับ ถ้าท่าน ทํางาน ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ๓ ป้ กว่าจะทําเสร็จ ผมดูสาระแล้วไม่ใช่ เหมือนกับเปึนหนังสือรายงานธรรมดาของหน่วยงานราชการหรือบริษัทที่ทําประจําป้ จริง ๆ แล้วถ้าเราทํางานแค่นี้ใช้เวลา ๓ ป้ เพราะผมดูคําสั่งแต่งตั้งคณะทํางานขององค์กร สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ ๖๔/๒๕๔๙ แต่งตั้งคณะทํางาน เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ท่านใช้เวลาขนาดนี้เชียวหรือครับที่มาทํางาน กว่าจะรายงานสภา ถามว่าเหตุที่ ล่าช้าเพราะอะไร หรือเจตนาที่จะไม่รายงาน ถ้าเปึนเช่นนั้นผมถือว่าท่านทําผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ (๘) ไม่ใช่ว่ารายงานประจําป้ไม่รายงานทุกป้ ผมว่าไม่น่าเปึน อย่างนั้น เพราะประโยชน์ของการทํารายงานประจําป้มี ๒ ประการ ประการแรก ถือเปึน โอกาสที่ทําให้ท่านได้นําผลงานของท่านทั้งป้เลยมารายงานต่อประชาชน มารายงานต่อ สาธารณะว่าในห้วงป้ที่ผ่านมานี้ในพันธกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ปฏิบัติภารกิจหน้าที่ใด ๆ บ้างที่ทําให้ประชาชนไทยได้ถูกการกดขี่สิทธิมนุษยชนน้อยลง หรือถ้ามีกระทําการสิ่งใดบ้างที่แก้ไขปัญหานั้น นี่คือท่านได้รายงานผลงานของตัวเอง แล้ว ๒ ท่านก็อาศัยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภานี่แหละครับที่ท่านต้อง รายงานสะท้อนปัญหาของประชาชนแล้วรับเรื่องไปว่าสิ่งที่ท่านยังมองไม่เห็น สิ่งที่ท่านยัง ตกค้างอยู่มีอะไรบ้างในการฟังการรายงานหรือการวิเคราะห์วิจารณ์ ผมว่าการออก กฎหมายที่เปึนประโยชน์ที่ทําให้สถาบันในสังคมได้ถ่ายเท ได้แสดงทัศนคติต่อกันและกัน ในความรับผิดชอบต่อประชาชนในงานแต่ละเรื่อง เพราะฉะนั้นแล้วผมเลยเห็นว่าไม่เปึน ประโยชน์เลยครับที่ท่านมารายงานช้าถึง ๓ ป้ ผมถือว่าเปึนความบกพร่องที่จะต้อง จารึกไว้ แล้วผมอยากจะบอกทางสภาว่าน่าจะมีมาตรการ มีมติว่าคณะกรรมการของ องค์กรอิสระแต่ละประเภท แต่ละชุดนั้นจะต้องรายงานประจําป้จริง ๆ ถ้าเราทํางาน อย่างไร้ประสิทธิภาพอย่างนี้แล้วท่านคิดดูสิครับ ท่านจะไปติงข้าราชการที่เขาท้วงติง ต่าง ๆ เรื่องต่าง ๆ ทําไม่ได้หรอก เพราะองค์การเราตรวจสอบแล้ว รายงานสรุปแล้ว กว่าจะเสร็จเรายังใช้รายงานต่อสภาผู้รับผิดชอบช้าถึง ๒ – ๓ ป้ อันนี้คือความรู้สึกแรก ๆ
ประเด็นที่ ๓ กรอบคิดในการดําเนินงานที่ผมเห็นท่านรายงานเรื่องบัญชี เรื่องต่างประเทศ เหมือนรายงานโครงสร้างองค์กรของท่านในการปฏิบัติงานของ แต่ละกอง แต่จริง ๆ ถ้าท่านรายงานในสภาผมอยากสะท้อนภาพทั้งหมดเลย ท่านเชื่อไหม มีกรรมกรแรงงานที่ถูกใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมที่เอสเอ็มอี (SME) เล็ก ๆ ทําโรงงาน ขนมปังที่เคยถูกจับมากมาย ผมยังไม่เห็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติลงไปลึก แล้วเดี๋ยวนี้แก้ไขบ้างหรืออย่างไร คนที่ถูกกดขี่แรงงาน คือถ้าเรามองกันให้ลึกจริง ๆ แล้ว เราจะเห็นได้ว่าถ้าเราได้มองประชาชนทั้งองคาพยพโดยแบ่งจําแนกประเภท ประเภท แรงงาน ประเภทเด็กอะไรให้ชัด แต่ผมดูท่าน เรื่องต่างประเทศ เรื่องอะไร ทางเรา ไม่อยากจะดูนะครับ รายงานสรุปขององค์กร แต่เราอยากจะดูผลสะท้อนของกลุ่มคน ต่าง ๆ ที่โดน ณ วันนี้ ตั้งแต่มีองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาเปึนเวลาเกือบ ๑๐ป้ ปัญหาต่าง ๆ ลดลงหรือไม่ อย่างไร ถ้ายังไม่ลดต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่าไม่ลด เพราะอะไร ท่านมีมาตรการในการดําเนินการอย่างไรบ้าง เพราะว่าอํานาจหน้าที่ของท่าน ในกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ผมเห็นด้วยนะครับที่เพิ่มอํานาจเหมือนเปึนเจ้าพนักงาน ที่สามารถเข้าไปสอบ เข้าไปตรวจสอบ แล้วเข้าไปฟัอง เข้าไปดําเนินการยื่นเรื่อง ไม่ใช่แค่ รายงานต่อสภาเหมือนสมัยอดีต อันนี้ผมเห็นด้วยกับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เพิ่มอํานาจ ท่าน เมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่เพิ่มอํานาจท่านแล้วผมเชื่อได้ว่าท่านน่าที่จะใช้ ศักยภาพของกฎหมายใหม่พัฒนาการทํางานในเชิงรุกมากกว่านี้ เพราะได้ติดดาบ ติดอาวุธให้ท่านแล้ว ทีนี้จากการฟังรายงาน ไม่ว่าจะเปึนงานรูทีน (Routine) ของงาน ต่างประเทศ งานบัญชี งานอะไร ผมเชื่อว่าเสียดายครับ พิมพ์แพงด้วย และอยากฝาก เรียนท่านครับ สิ่งที่ประชาชนต้องการหรืออยากให้ท่านฟังวันนี้ อยากฟังเลยว่าสะท้อน ให้เห็น ถ้าท่านจะมีเรื่องแค่เคส (Case) ที่เพชรบูรณ์ เรื่องต่าง ๆ มันไม่ใช่หรอกครับ ผมอยากเห็นว่าองค์กรอิสระอย่าไปมองเรื่องปัจเจกบุคคล มองเรื่องโครงสร้างแรงงาน ทั้งหมดที่มีเดี๋ยวนี้อย่างไร คนงานของพม่าที่อยู่ในประเทศไทยเปึนแสนเปึนล้านคน ผมเชื่อว่าเขาถูกกดขี่ทาง สิทธิมนุษยชน เพราะอะไร เพราะต้องการจะกดขี่แรงงานเขาให้ต่ํา เลยทําให้แรงงานนี้ โดนกดขี่ค่าแรง แล้วมีเครียดก็เลยฆ่านายจ้างบ้าง ฆ่าอะไรบ้าง ท่านลองลงให้ลึก ๆ วิเคราะห์ดูสิปัญหาแรงงานพม่าในประเทศไทย เขาถูกกดขี่อย่างไร แล้วจัดทําให้ถูก แบบไต้หวัน แบบญี่ปุ์นเสียให้ชัด ไม่ต้องหนีกันแล้ว หน่วยงานไหนที่ต้องการที่จะจัดทํา แรงงานก็ทําเสนอกรมแรงงาน กรมแรงงานก็มีหน่วยงาน เขาเรียก กรมจัดหางาน ที่ต่างประเทศของพม่า เอาเสียให้ชัด ไม่ใช่ให้วิ่งใส่รถมา แล้วก็กินนายหน้ากัน แล้วที่แถว ตลาดสี่มุมเมือง พอถึงเวลาก็ไปจับเขา เราแก้ไขปัญหาไม่ครบวงจร ผมเชื่อเลยครับ ถ้าองค์กรสิทธิมนุษยชนลงศึกษารากฐานจริง ๆ ว่าใครได้ประโยชน์ของแรงงานพม่าบ้าง แล้วถ้าจัดระบบที่ดีจะทําอย่างไร ญี่ปุ์นเขาทําอย่างไร ไต้หวันเขาทําอย่างไร แล้วเพื่อให้ เขาทํางานเปึนระบบ เวลามีปัญหา เขาจะได้ให้บริษัทจัดหางานพม่า เขาจะรู้รากฐานของ ครอบครัว มีความรับผิดชอบ มีเงินประกัน มีใครมาต้องมีการตรวจยาเสพติด ตรวจโรค เราก็ต้องมีโรคเท้าช้าง มีโรคอะไรใหม่ ๆ มาจากแรงงานพม่า เพราะเราปล่อยให้มา อย่างไร้ระบบ ประโยชน์ก็คือโรงงานเราไปใช้แรงงานเขาต่ํา ถ้าเพียงท่านเอาเวลาทั้งป้ มาศึกษาแรงงานพม่าเปึนหมื่นเปึนแสนเปึนล้านคน คุ้มเงินเดือน แต่ผมดูรายงานท่าน เปึนปัจเจกบุคคล มันไม่ชื่นใจเลยครับที่องค์กรของท่านเปึนองค์กรใหญ่ระดับ อินเตอร์เนชั่นแนล (International) ในโลกนี้ ท่านทํางานแบบนี้ ลองเถอะครับ ทํางาน ให้เปึนระบบ ทํางานให้เปึนโครงสร้าง พอผลรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติออกมาแล้วมันน่าชื่นใจว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ศึกษาเรื่อง เปึนเรื่อง มีมาตรการชัดเจน ถ้าตราบใดถ้ายังทํางานรูทีนเปึนปัจเจกบุคคลเปึนเรื่อง ๆ ที่รายงาน ก็คือชาวม้ง ตําบลป์ากลาง อําเภอปัว จังหวัดน่าน ถูกขับไล่รื้อถอนต้นลิ้นจี่ อย่างนี้ มันไม่ใช่นะครับท่าน เรื่องอย่างนี้เปึนเรื่องที่องค์กรต่าง ๆ เขาทํากัน ฉะนั้น ถ้ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้ทําแล้วต้องส่งผลกระทบที่แรงกระเพื่อมที่สุด นี่คือ ความรู้สึกของผมที่อยากจะเห็น
ทีนี้อีกประการสุดท้ายที่เหลือเวลาอีก ๑ นาทีกว่า ผมอยากเห็นว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยนี้มีหลายระดับ แล้วมีกันจริง ๆ ท่านไม่ต้องมอง นะครับ ข้าราชการประจําก็ตามอะไรก็ตามมีความละเมิด ก็แล้วแต่ตามกระบวนการ อยากจะดูภาคเอกชนที่ละเมิดต่อสิทธิประโยชน์ของภาคเอกชนด้วยกัน แล้วท่านเชื่อไหม ครับ การละเมิดสิทธิมนุษยชนมีมากมายหลายเรื่อง ผมอยากเห็นมีสาระรายงานให้ท่าน ศึกษาเปึนระเบียบเปึนระบบให้ชัดเจนเลยว่า สิทธิมนุษยชนในโลกนี้ที่เขาละเมิดกัน มีอะไรบ้าง ประเทศไทยมีอะไรบ้าง แล้วประชาชนควรจะไปสอดส่อง สมมุติว่าท่านตั้ง อาสาสอดส่องเรื่องสิทธิมนุษยชน แล้วก็เข้ากรอบเข้าเฟรม (Frame) ไหนเปึนระบบ ผมเชื่อนะครับ ผมอยากเห็นว่ามันจะต้องลดลง มันจะต้องดําเนินการดีขึ้น เพราะฉะนั้น ผมขอฝากเปึนคําถามท่านว่าเหตุใดท่านจึงทํางานล่าช้าถึง ๓ ป้ ในการรายงาน แล้วก็ ผมถือว่าถ้าท่านทํางานล่าช้าด้วยความเจตนาหรือไร้ประสิทธิภาพ ผมถือว่าท่านทํางาน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ เรื่องนี้ผมขอให้ท่านได้พิจารณาแล้วก็ตอบคําถามด้วย ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมจะอ่านรายชื่อท่านที่ยกมือแล้วผมจดไว้ พร้อมทั้งท่านที่ทาง พรรคประชาธิปัตย์ส่งรายชื่อมา โดยสลับฝ์ายรัฐบาลกับฝ์ายค้าน เริ่มจากคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข คุณอรรถพร พลบุตร คุณนิสิต สินธุไพร อาจารย์สมัย เจริญช่าง คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน คุณถาวร เสนเนียม คุณสงวน พงษ์มณี คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คุณจุติ ไกรฤกษ์ คุณสุรเชษฐ์ ชัยโกศล คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ คุณไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ คุณปวีณ แซ่จึง อาจารย์ผ่องศรี ธาราภูมิ ๒๐ คนไว้ก่อน แต่มีทั้งหมดตอนนี้ นับรวมแล้ว ๓๗ ท่าน ถ้าให้เวลา ๑๒ นาที เราก็จะไปเลิกกันตอนตีหนึ่ง ขออนุญาตแบบนี้ ได้ไหมครับ ขอใช้เวลาสัก ๗ นาทีครับ จะเกินเลยนิดหน่อยผมจะอนุญาตให้โดยดูเนื้อหาด้วยนะครับ ขออภัยด้วยนะครับตั้งเวลาใหม่ ๗ นาทีครับ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณหมอวรงค์ มีอะไรครับ คุณประเสริฐครับ เผอิญมีผู้ประท้วงครับ
กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงประธานครับ พอดีเมื่อสักครู่นี้ ผู้อภิปรายคือตัวแทนฝัืงรัฐบาลแล้ว ครั้งนี้น่าจะเปึนคุณหมอบุรณัชย์ ที่เปึนตัวแทน ฝ์ายค้านมากกว่าครับ
ต้องขออภัยครับเผอิญเรียกคุณประเสริฐไปแล้ว เดี๋ยวต่อไปก็เปึนนายแพทย์บุรณัชย์ ก็แล้วกันนะครับ คุณประเสริฐเชิญต่อเลยครับ แล้วคุณสงวนก็มีอยู่ในรายชื่อนะครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานจัดให้ ผมพูดตอนท้ายเลยผมพูด ๒ – ๓ นาทีก็ได้ที่พาดพิง เพราะว่าพาดพิงมันเสียหาย ถ้าไม่อธิบาย เพราะว่าผมเสนอชื่อไปท่านเอาไปเรียงสุดท้ายเลยจะได้พูดหรือไม่ได้พูดไม่รู้
คุณสงวนครับ ผมฟังดูแล้วคุณสงวนคงจะต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะฉะนั้นผมจึง อยากให้คุณสงวนได้มีเวลาอภิปรายนานกว่า ๒ นาทีนะครับ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวถึงตอนนั้น ผมอาจจะเพิ่มให้เปึน ๘ นาที ตอนนี้ขอเชิญคุณประเสริฐก่อนครับ คุณประเสริฐ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับก่อนที่กระผมจะแสดง ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น กระผมขออนุญาตชี้แจงในเรื่องที่มีท่านสมาชิกจากพรรคฝ์ายค้านได้กล่าวพาดพิงถึงกรณี ที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นไม่ได้อยู่ในที่ประชุม แล้วก็กล่าวหาว่าท่านไม่ได้ให้ความสําคัญ ต่อรายงานฉบับนี้ ผมต้องกราบเรียนว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นได้ติดภารกิจรับเสด็จ ซึ่งเปึนภารกิจที่มีความสําคัญ แล้วอย่างไรก็ตามอยากจะเรียนพี่น้องที่ได้รับฟังการ ถ่ายทอดอยู่ทางบ้านว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้ให้ความสําคัญกับรายงานในเรื่องของ สิทธิมนุษยชนเปึนอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับผมขออนุญาตได้แสดงความ คิดเห็นในเรื่องรายงานฉบับนี้ เพราะว่าในเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นเปึนสิทธิขั้นพื้นฐานของ มนุษย์ มนุษย์ทุกคนนั้นจําเปึนจะต้องอาศัยหลักนี้ในการดํารงอยู่อย่างมีเกียรติ และมี ศักดิ์ศรี วันนี้รายงานฉบับนี้จะเปึนเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งในสถานการณ์ในการเมือง ปัจจุบัน อย่างไรก็ตามจากการได้ศึกษาดูรายงานฉบับนี้แล้ว เรื่องที่ดี ๆ ของรายงาน ฉบับนี้ก็มีอยู่เยอะ ประเด็นที่อยากจะขอชื่นชมในบางประเด็นที่อยากกล่าวถึงก็คือว่า ในเรื่องการจัดตลาดนัด ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนที่ได้จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่อําเภอ แม่อายนั้น สิ่งเหล่านี้เปึนประโยชน์อย่างยิ่งสําหรับพี่น้องประชาชน เพราะว่ากรณี เด็กหญิงคนหนึ่ง ที่ชื่อเด็กหญิงสุพัตรา ซอหริ่ง ได้ร้องสิทธิในการขอการเปึนคนถือ สัญชาติไทยมาเปึนระยะเวลานาน กว่าที่กรมการปกครองจะออกบัตรประชาชนให้ได้นั้น แล้วก็มีบันทึกใน ทร. ๑๔ นั้น เด็กคนนี้ได้ต่อสู้มาเปึนระยะเวลานานพร้อมกับพี่น้อง ประชาชนในเขตอําเภอแม่อาย ๑,๒๔๓ คน แต่ปรากฏว่าเมื่อได้สิทธิใน ทร. ๑๔ แล้ว น่าเสียดายครับ เด็กผู้หญิงคนนี้ประสบโรคร้ายแล้วก็อยากได้บัตรประจําตัวประชาชน ทําให้เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่มีสิทธิในการรักษาพยาบาล ๓๐ บาท รักษาทุกโรค และได้ เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเปึนเรื่องที่น่าเสียใจเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น จริง ๆ แล้วผมได้ดูรายงานฉบับนี้มีหลายเรื่องที่ น่าสนใจ แต่สิ่งที่ผมคิดว่ายังขาดหายไปก็คือเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องของ การละเมิดผ่านทางอินเทอร์เน็ต (Internet) วันนี้มีบุคคลเปึนจํานวนมากที่ถูกละเมิดสิทธิ โดยเอาข้อความต่าง ๆ ข้อความที่โพสต์ (Post) ผ่านทางเว็บไซต์ต่าง ๆ ข้อความที่ได้คุยกัน ทางอินเทอร์เน็ตได้ทําให้บุคคลเปึนจํานวนมากนั้นได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะบุคคล ที่เปึนสุภาพสตรี เร็ว ๆ นี้มีนักร้องถูกแอบถ่ายภาพแล้วก็นําไปเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องที่ไม่มีในรายงาน แล้วก็เปึนเรื่องที่เปึนภัยสังคมในยุคปัจจุบันอย่างยิ่ง แล้วก็ไม่มีรายงานที่ปรากฏเปึนปัจจุบันแต่อย่างใด
ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วเวลามีน้อยมาก ผมจะขออนุญาต ได้พูดถึงข้อห่วงใย ข้อห่วงใยต่อทรรศนะและท่าทีของท่านประธาน อาจารย์เสน่ห์ เพราะว่าท่าทีของท่านประธานนั้นจริง ๆ แล้วผมว่าเปึนท่าทีที่ไม่เปึนมิตรต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจําได้ว่าเมื่อเหตุการณ์ การปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายน นั้น ท่านเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การปฏิวัตินั้น เปึนทางออกของสังคมไทย เปึนทางออกสุดท้าย แล้วก็ไม่มีทางอื่น ๆ ที่จะแก้ไขแล้ว สื่อมวลชนได้ถามท่านว่า การปฏิวัตินั้นได้ถอยหลังเข้าคลองหรือไม่ ท่านประธานครับ ท่านตอบว่า อย่ามองว่าถอยหลัง เพราะเราถอยหลังมาจนถึงจุดสุดแล้ว รัฐธรรมนูญ ถูกต้อนเข้ามุม ดังนั้นส่วนตัวของผมมองว่าไม่ใช่เรื่องของการเดินหน้าหรือถอยหลัง แต่อย่างใด ท่าทีเหล่านี้ต้องเรียนว่าไม่เปึนมิตรกับระบอบประชาธิปไตยแต่อย่างใด ผมเปึนห่วงในวุฒิภาวะในการดํารงตําแหน่งประธานของท่านเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ เวลาผมมีเหลืออีก ๒ นาที ผมจะขออนุญาตเข้าสู่คําถาม เปึนคําถามที่พี่น้อง ประชาชน ๒๒๐ คน ได้ยื่นหนังสือถึงท่านเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
เรื่องแรก อยากจะเรียนถามท่านนะครับว่าการกระทําของกลุ่มพันธมิตร เมื่อวันที่ ๗ เดือนตุลาคม นั้น เปึนการละเมิดบุคคลอื่นหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมา ชุมนุม การป่ดล้อมรัฐสภาเพื่อปัองกันมิให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้เข้าร่วมประชุม ขอให้ท่านได้อาศัยหลักกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง หรือไอซีซีพีอาร์ (ICCPR) ที่รัฐบาลไทยนั้นเคยเปึนสมาชิกเมื่อวันที่ ๒๙ ป้ ๒๕๓๙ เนื่องจากว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายคนได้กล่าวว่าตํารวจนั้นได้ละเมิดสิทธิของพี่น้อง ประชาชน ผมคิดว่าเรื่องดังกล่าวนั้นเปึนการใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ตํารวจ แล้วก็ไม่เปึนการให้ ความเปึนธรรมแต่อย่างใด มีเจ้าหน้าที่ตํารวจหลายคนได้รับบาดเจ็บ บางคนถูกอาวุธ เหล็กแหลมแทงทะลุปอด บางคนถูกรุมทําร้าย สิทธิเหล่านี้ถามว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจได้รับ ความเปึนธรรมอย่างไรหรือไม่
เรื่องที่ ๒ การเสียชีวิตของราษฎรคนโคราช ชื่อนายณรงค์ศักดิ์ กอบไธสง และการเสียชีวิตของนางสาวอังคณา ท่านควรจะตรวจสอบว่าเปึนการละเมิดสิทธิตาม มาตรา ๖ ของไอซีซีพีอาร์หรือไม่ ที่ว่ามนุษย์ทุกคนนั้นมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ และบุคคลนั้น จะต้องไม่ถูกทําให้เสียชีวิตตามอําเภอใจ ท่านช่วยวินิจฉัยตามอํานาจหน้าที่ของท่านด้วย
เรื่องที่ ๓ พูดกันมากครับ เรื่องการบุกยึดทําเนียบรัฐบาล สถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที การป่ดล้อมรัฐสภา มีเพื่อนสมาชิกกล่าวเยอะแล้ว ผมไม่ขอพูดถึง แต่สิ่งที่ อยากจะสรุปเปึนเรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ จากรายงานของท่านนั้น เรื่องที่ เปึนเรื่องเสนอในข้อกฎหมายนั้นมีน้อยมาก การตั้งของท่านเปึนระยะเวลามา ๕ ป้แล้ว มีเรื่องเดียวที่ท่านเคยเสนอว่าน่าจะเปึนกฎหมายก็คือเรื่องพระราชบัญญัติป์าชุมชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นอกนั้นเปึนการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ แทบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแล้วอํานาจหน้าที่ของท่านผมคงไม่ต้องบอกนะครับ คงไม่ต้องบอก ว่ามีอะไรบ้าง อยากจะให้ท่านได้ทํางานในเชิงรุกแล้วก็นําสิ่งเหล่านี้ เรื่องไหน เปึนเรื่องสําคัญ บอกสภาผู้แทนราษฎร จะได้นําไปสู่กระบวนการแก้ไขในเรื่องของ การปรับปรุงกฎหมายในโอกาสต่อไป ขอขอบคุณมากครับ
เดี๋ยวจะให้อภิปรายอีก ๒ ท่านนะครับ แล้วก็จะเชิญกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ตอบชี้แจงครับ นายแพทย์วรงค์หารือนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขอประท้วงผู้ที่อภิปรายเสร็จไปเมื่อสักครู่นี้
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ข้อ ๖๑ ครับท่านประธาน ที่ท่าน มีการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลอื่น เมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปรายได้กล่าวพาดพิงถึงผู้ที่เสียชีวิต ไปแล้วคือน้องโบว์ ซึ่งผู้นี้เสียชีวิตไปแล้วแต่ผมถือว่าเราต้องปกปัองสิทธิและเกียรติภูมิ ของคนที่เสียชีวิตเช่นกัน เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อภิปรายได้มีการซักถามท่านกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าน้องโบว์นั้นละเมิดสิทธิหรือไม่ ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานว่า ผมไม่อยากให้ผู้ที่อภิปรายกําลังบิดเบือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือว่า บิดเบือนข้อเท็จจริง ผมขออนุญาตอ่านเอกสารสั้น ๆ เอกสารชิ้นนี้เปึนคํายืนยัน
เพราะว่านายแพทย์วรงค์ประท้วงผู้อภิปรายเมื่อกี้ ผมก็ต้องขอวินิจฉัย เดี๋ยวคุณหมอใช้โอกาส ในตอนที่คุณหมออภิปรายเลยนะครับ ตอนนี้ผมจะขอวินิจฉัยก่อนนะครับว่าผู้อภิปราย เมื่อกี้กล่าวพาดพิงถึงบุคคลภายนอกจะต้องรับผิดชอบเองนะครับ แล้วเมื่อกี้ที่ผมฟังไม่ได้ เปึนการกล่าวให้ร้ายหรือเสียดสีทําให้เสียหาย เพราะว่าผู้อภิปรายได้บอกว่าขอให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กรุณาตรวจสอบด้วยทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ ขอเชิญ คุณหมอวรงค์นั่งลงเถอะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะให้สิทธิตอนคุณหมอวรงค์อภิปรายนะครับ
ท่านประธานครับ โอ.เค. ครับ ผมเคารพในคําตัดสินของประธานครับ ผมอย่างนี้แล้วกันครับ เพื่อความเปึนธรรมครับ ผมขอใช้สิทธิในฐานะวิป เพื่อปรึกษาประธานว่า เมื่อสักครู่ท่านประธานให้ทางฝัืงรัฐบาล อภิปราย ๒ คน ขออนุญาตให้ประธานชี้ให้กับฝ์ายค้าน ๒ คนเช่นกันครับ แล้วหลังจากนั้น จะสลับทีละคนก็ได้ครับ ขอบคุณครับ
ก็เปึนสิทธินะครับ เชิญนายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตอภิปรายในส่วนสาระสําคัญของรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจําป้ ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมคิดว่าการให้ ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้น นับว่าเปึนหลักการพื้นฐานอาจจะกล่าวว่า ที่สําคัญที่สุดในระบอบประชาธิปไตยก็เปึนได้ สําคัญมากกว่าการยอมรับเสียงข้างมาก เพราะการยอมรับเสียงข้างมากนั้นต้องควบคู่ไปกับการเคารพความเห็นของเสียงข้างน้อย ในสังคม ไม่ว่าความเห็นนั้นจะแตกต่างจากจุดยืน ท่าที หรือความประสงค์ของผู้มีอํานาจ ผมว่าสิ่งนี้เปึนสิ่งเดียวที่แยกแยะระหว่างประเทศที่มีการปกครองที่ไม่เปึนประชาธิปไตย ที่นิยมอํานาจ ซึ่งประเทศเหล่านั้นก็อาจจะมีรัฐธรรมนูญ อาจจะมีสภา อาจจะมี การเลือกตั้ง หรือแม้อาจจะมีฝ์ายค้านที่รัฐบาลผู้มีอํานาจจ้างมา แต่สิ่งแตกต่างอย่างเดียว ที่สามารถแยกแยะได้นั้น ก็คือหลักของการเคารพสิทธิเสรีภาพ หลักมนุษยธรรม หลักสิทธิมนุษยชนนั้นเปึนสิ่งเดียวที่สามารถแยกแยะระหว่างสังคมอํานาจนิยมกับสังคม ประชาธิปไตย จึงอาจกล่าวได้นะครับท่านประธานว่า ระดับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ของแต่ละสังคมนั้นเปึนดัชนีที่วัดระดับความเปึนธรรมของผู้มีอํานาจที่ดีที่สุด แต่ท่านประธานครับในวันนี้ผมไม่แน่ใจครับว่าสังคมประชาธิปไตยประเทศไทยนั้นอยู่ใน กลุ่มประเทศชนิดไหน เพราะว่าเราเผชิญกับเหตุการณ์ที่ผู้มีอํานาจนั้นได้ใช้ความรุนแรง อย่างเปึนระบบทําร้ายประชาชนที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างจากผู้มีอํานาจอย่างต่อเนื่อง ยาวนานมาถึง ๓ รัฐบาล ประชาชนคนไทยถูกบังคับให้เลือกข้าง ผู้แทนประชาชนใช้ ความรุนแรงเปึนเงื่อนไขในการหวังประโยชน์ทางการเมือง มีการพูดกันครับว่า ผู้ที่มี ความคิดเห็นแตกต่างหากมาถึงจังหวัดของกระผมจะตีให้ตาย ถ้ามาอีกก็จะตีนี่คือสังคมประชาธิปไตย นี่คือสังคมประเทศไทยที่เราคุ้นเคยกันหรือครับ สังคมที่ในอดีตนั้นมีการสมานฉันท์ ไม่มีการแบ่งข้าง ไม่มีการแตกแยก ไม่มีการ หวาดระแวงกันอย่างเช่นที่เปึนอยู่ในทุกวันนี้ ผมอยากเท้าความว่าสาเหตุที่มีการชุมนุมกัน เกิดอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยนั้น มันเกิดขึ้นด้วยเหตุการณ์ความจงใจของผู้ชุมนุม หรือไม่ หรือกระผมมีสิทธิคิดหรือไม่ครับว่าเขาเหล่านั้นมีความรู้สึกว่าประเทศชาติ ถูกทําร้ายอย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องจากรัฐบาลที่แล้วการชุมนุมของการเมืองภาคประชาชนนั้น ทวีความเข้มข้นขึ้น หลังจากที่มีบุคคลที่เปึนรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดที่แล้วลาออกเพราะคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีความพยายามเดินเกม (Game) แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขปัญหายุบพรรคและปัญหาคดีของอดีตนายกรัฐมนตรี มีการพิพากษาตัดสิน การติดสินบน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและคดีที่มีการ ตัดสินเมื่อวานนี้ มีการตัดของศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาการแถลงการณ์ร่วมระหว่าง ไทย – กัมพูชา ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีการออกหมายจับสมาชิกแนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ นปก. ถึง ๒ คนครับ เวทีที่จัดโดยว่าที่โฆษกรัฐบาล และโฆษกรัฐบาล ในวันนี้ถือว่าเปึนเวทีที่รัฐบาลมีส่วนร่วมโดยตรง ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่เรา จะพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการป่ดสภาเมื่อวันที่ ๗ ที่ผ่านมา กระผมจะพูดถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ที่เปึนเหตุการณ์ครั้งแรกที่ตํารวจได้ใช้ ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุม โดยอ้างว่าต้องทําตามหมายศาล ณ บริเวณ ถนนราชดําเนินนอกต่อเนื่องมายังสะพานมัฆวานรังสรรค์ ในวันนั้นเราได้เห็นภาพของ การใช้ไม้เข้าตีท้ายทอยซึ่งเปึนบริเวณที่ทําให้ถึงแก่ชีวิตได้ด้วยความรุนแรงของ ผู้รับผิดชอบในการสลายการชุมนุม เราได้ประสบเหตุการณ์ด้วยตัวเองครับ ในบ่ายสามโมงในวันนั้นเอง ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เข้าไปเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ปรากฏว่าผู้ที่ถูกตีตั้งแต่ สิบโมงครึ่ง บ่ายสามโมง ตํารวจไม่อนุญาตให้รถพยาบาลเข้าไปรับ เพื่อได้รับการปฐมพยาบาล เยียวยา เหตุการณ์ตอนเย็นในวันที่ ๒๙ มีการใช้แก๊สน้ําตาสลายการชุมนุม ทางตํารวจ ได้ออกแถลงการณ์ว่าแก๊สน้ําตานั้นไม่ได้ถูกใช้โดยฝ์ายเจ้าหน้าที่ตํารวจ แต่เปึนผู้ชุมนุม โยนเข้ามาในบริเวณศูนย์บัญชาการตํารวจนครบาล ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ ที่ประชาชนรู้สึกว่าถูกทําร้าย ถูกการใช้อํานาจรัฐด้วยความรุนแรงไม่เปึนธรรมนั้น มันสืบเนื่องต่อมายังเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๕ วันที่ ๖ และวันที่ ๗ ตุลาคม เมื่อวันที่ ๕ ว่า ที่โฆษกรัฐบาลได้ออกมาพูดเหมือนกับการเตรียมการล่วงหน้าครับว่าจะมีเหตุระเบิด เกิดขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร อันนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการย้ายการชุมนุม มาที่หน้าบริเวณรัฐสภา ในคืนวันที่ ๖ มีการประชุมคณะรัฐมนตรีโดยเจาะจงว่าจะไม่มี การสั่งการเปึนลายลักษณ์อักษร จะสั่งการด้วยวาจา ขณะนี้หลักฐานไม่ปรากฏแจ้งชัด ก็ขอเรียนถามทางคณะกรรมการสิทธิว่าคําสั่งที่ออกมาโดยผู้บริหารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพื่อสลายการชุมนุมนั้นมาจากไหน แต่ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เราไม่คิดว่า จะเกิดขึ้น ได้เกิดขึ้นถึง ๓ ครั้งในวันที่ ๗ ตุลาคม นั่นก็คือเมื่อมีการใช้กําลัง โดยฝ์ายเจ้าหน้าที่ขอยืนยันว่า ณ เวลา ๐๖.๔๐ นาฬิกา ของวันที่ ๗ ตุลาคม นั้น ไม่มีการจลาจล ไม่มีการบุกรุกสถานที่ราชการ ไม่มีการทําลายทรัพย์สินของหลวง แต่อย่างใด คําตัดสินศาลปกครองได้พูดชัดนะครับว่ากลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ฟัองคดี แต่ละคนนั้นมีความประสงค์ที่จะล้อมรัฐสภาแต่เพียงเท่านั้น แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีผู้บาดเจ็บสาหัสจากการสลายการชุมนุมตอนเช้า สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ในตอนสาย ตอนบ่าย ตอนเย็น มีการใช้ความรุนแรงซ้ําอีกหลายครั้ง ผมอยากจะเรียนถามว่าผู้ที่มีอํานาจในการสลายการชุมนุม ในการสั่งการนั้น เมื่อเห็นว่า อาวุธที่ใช้คือแก๊สน้ําตานั้น สามารถยิงกิ่งไม้ท่อนใหญ่เท่าแขนให้ขาดลงได้ท่านไม่สงสัย หรือครับว่าเกิดการใช้อํานาจความรุนแรงเกินกว่าเหตุแล้ว ในวันนั้นนะครับท่านประธาน เวลา ๑๑.๓๑ นาฬิกา สํานักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) ได้ตีเผยแพร่ภาพความรุนแรงที่ เกิดขึ้นหน้าสภาไปทั่วโลก แต่นายกรัฐมนตรีและบุคคลที่อยู่ในรัฐบาลก็ไม่ได้ใช้อํานาจ ตัวเองยับยั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้นในตอนช่วงบ่ายและช่วงเย็น จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิต คือคุณอังคณา แต่สิ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้นนะครับ ก็คือหลังจากคุณอังคณาได้ตายลง ในวันที่ ๗ แล้วทางฝ์ายเจ้าหน้าที่ก็ได้ฆ่าคุณอังคณาอีกครั้งในวันที่ ๘ ตุลาคม โดยการ กล่าวหาบิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้ายผู้ถูกกระทําว่าหนีบระเบิดเข้าไปเอง ผมถือว่า พฤติกรรมเหล่านี้เปึนพฤติกรรมที่น่าละอายใจเปึนอย่างยิ่ง ในวันถัดไป วันที่ ๙ ตุลาคม ทางสถาบันแพทยศาสตร์ ๔ สถาบันจึงได้จัดประชุมวิชาการที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และบุคคลในระดับอดีตผู้อํานวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติเองก็ได้ระบุผลจากการชันสูตรศพของคุณอังคณาว่าเกิดจากการใช้แก๊สน้ําตายิง ในระยะประชิดโดยมิได้หวังผลจากควันแก๊ส แต่หวังผลจากการระเบิดและเปลวไฟ ผมอยากเรียนท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทุกท่านว่า มีทางใดไหมครับที่เราจะให้การสูญเสียชีวิตของคุณอังคณาโดยการกระทําเกินกว่าเหตุ ของเจ้าหน้าที่ภายใต้การสั่งการหรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีสมชาย เปึนคนสุดท้ายของสังคมไทย เปึนไปได้ไหมครับท่านประธาน ที่เราจะให้พฤติกรรม การจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริง การใส่ร้ายผู้ถูกกระทํา ซึ่งถือว่าเปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชน ขั้นร้ายแรงที่สุด นั่นก็คือการทําให้คนที่เสียชีวิตด้วยการกระทําของรัฐแปดเปุ๋อนมลทิน จากการกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ ผมถือว่าสิ่งนี้เปึนสิ่งอัปยศที่สุดตั้งแต่กรณีการอ้างว่า การเสียชีวิตของแม่ลูกตระกูลศรีธนขันธ์เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ ทั้ง ๆ ที่ตายไปด้วยฝ้มือของ เจ้าหน้าที่ตํารวจเอง ผมอยากจะสรุปครับท่านประธานว่าในตอนท้ายของรายงานของ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นได้มีการพูดถึงอุปสรรคที่สําคัญอย่างหนึ่ง ในหน้า ๑๒๖ และ ๑๒๘ ว่าอุปสรรคที่สําคัญที่สุดคือการที่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานภาครัฐจนถึง นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไม่เคารพและละเลยต่อการปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วย สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และนายกรัฐมนตรียังไม่พิจารณาดําเนินการตามมาตรการ แก้ไขปัญหาในรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดย กสม. ทําให้ ประชาชนที่เดือดร้อนเสียหายไม่ได้รับการแก้ไขหรือเยียวยา คณะกรรมการไม่ได้ระบุถึง นายกรัฐมนตรีคนไหนนะครับ แต่ระบุถึงผู้มีอํานาจในประเทศชาติสังคมประชาธิปไตย ของไทยว่ามิได้มีความสํานึกถึงหลักมนุษยธรรมในการปกครองบ้านเมือง พันธะสัญญา อนุสนธิต่าง ๆ ที่เรามีส่วนร่วมด้วย ผมคิดไม่ออกครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย จะเข้าร่วมการประชุมอาเซ็ม (ASEM) ในเดือนนี้ และจะเปึนประธานอาเซียน (ASEAN) ในเดือนหน้า ทั้ง ๆ ที่เรามีพันธะผูกพันทางด้านสิทธิมนุษยชนชัดเจนว่าท่านจะอธิบาย พฤติกรรมที่ใช้อํานาจโดยปราศจากความเปึนธรรม หรือจะอธิบายพฤติกรรมการใช้ความ รุนแรงต่อประชาชนคนไทยในการกล่าววิสัยทัศน์ได้อย่างไรครับ เพราะวิสัยทัศน์ ของการใช้อํานาจที่ปราศจากความเปึนธรรมนั้นคือวิสัยทัศน์ของทรราช และวิสัยทัศน์ ของคนที่ใช้ความรุนแรงทําร้ายประชาชนโดยไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้นคือ วิสัยทัศน์ของวิสามัญฆาตกรครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณนิสิตประท้วงหรือเปล่าครับ หรือต้องการอภิปราย ผมได้อ่านรายชื่อไว้ให้แล้วนะครับ ว่าท่านใดจะมีสิทธิอภิปรายตอนไหนนะครับ ของคุณนิสิตรู้สึกว่าจะมีอยู่ช่วงหลัง ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข แต่เมื่อกี้ตามที่ข้อตกลงที่ผมได้พูดกับหมอวรงค์ไว้เมื่อกี้ เนื่องจากว่าให้รัฐบาลไป ๒ ท่าน ครั้งนี้ก็สลับเปึนฝ์ายค้าน ๒ ท่าน แล้วเดี๋ยวก็ ฝัืงละท่าน ต่อไปจะเปึนคุณอรรถพร พลบุตร แล้วก็จะเปึนดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ขอเชิญคุณอรรถพร พลบุตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัด เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสได้อภิปรายรายงานผลการ ปฏิบัติงานประจําป้ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันนี้ผมมีความตั้งใจที่จะ อภิปรายใน ๒ สถานะด้วยกัน สถานะแรก คือความเปึนผู้แทนราษฎรของพี่น้องปวงชน ชาวไทย และสถานะที่ ๒ ก็คือในฐานะของคนที่เคยถูกตีถูกกระทืบถูกปราบปราม ในสงครามประชาธิปไตยมาหลายครั้ง ด้วยประสบการณ์ตรงนี้ผมเชื่อว่าผมมีความเข้าใจ อยู่ตามสมควรต่อแก่นของปัญหาและความเข้าใจตรงนี้ผมเชื่อว่าเปึนพื้นฐานอันสําคัญยิ่ง ต่องาน การสร้างสิทธิมนุษยชนให้เกิดขึ้นโดยทั่วไป ท่านประธานครับ อดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราได้รับการยกย่องเปึนอย่างยิ่งว่าเราเปึนผู้นําของภูมิภาคนี้ เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ในงานสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ เราเปึนความหวัง ไม่ว่าจะเรื่องของ การพัฒนาประชาธิปไตยหรือการส่งเสริมงานสิทธิมนุษยชน ซึ่งนั่นก็คือศักดิ์ศรีของ ความเปึนมนุษย์ แต่น่าเสียดายว่าช่วงเวลาหลายป้ที่ผ่านมา สถานะของงาน สิทธิมนุษยชนหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยได้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเอง ผมเชื่อว่าก็ได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงตรงนี้ และได้ปรากฏในรายงานฉบับนี้หลายบทหลายตอนด้วยกัน ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ เรามีการ เข่นฆ่าประหัตประหารในสงครามยาเสพติด เรามีประชาชนคนไทยเหมือนเรา ๒,๘๑๙ คนตายไป ส่วนหนึ่งอาจจะมีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับยาเสพติด นั่นเปึนเรื่อง ของประจักษ์พยานหลักฐาน แต่หลายคนตายไปวันนี้เขายังไม่รู้เลยว่าเขาทําอะไรผิด ตั้งศพสวดพระอภิธรรมก็ถูกตราบาปติดตัวไปทั้งชีวิตว่าเปึนพ่อค้ายาเสพติดทั้ง ๆ ที่วันนี้ ยังไม่มีพยานหลักฐานอะไรโยงไปเลยครับว่าเขาตายเพราะเรื่องอะไร แล้ววันนี้ก็ไม่มี ใครรับผิดชอบ ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๔๗ เกิดสงครามรุนแรงใน ๓ จังหวัดภาคใต้ พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดภาคใต้ถูกปราบปราม มีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ และการจัดสรรองค์กรการบริหารแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดภาคใต้ และความรุนแรง การปราบปรามก็เริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่ป้นั้นเปึนต้นมา ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นมา ในช่วงเวลาจนถึงวันนี้ ๕,๔๖๐ เหตุการณ์ และพี่น้องประชาชน ๓ จังหวัดภาคใต้ ตายไปแล้ว ๑,๗๓๐ คน เหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นที่กรือเซะและที่ตากใบ อย่าพูดถึง สิทธิมนุษยชนใน ๓ จังหวัดภาคใต้เลยครับ แค่สิทธิในการแสวงหาความยุติธรรมในชีวิต วันนี้ก็ยังหาไม่เจอ และนั่นคือต้นเหตุปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่จนถึงปัจจุบันไม่ต้องพูดถึงเหตุการณ์ ที่จังหวัดอุดรธานีไม่ต้องพูดถึงเหตุการณ์การป่ดหมายศาลที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่าเหตุการณ์ทั้ง ๒ เหตุการณ์นั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งจะมีใคร อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไรก็ได้ปรากฏอยู่ในข้อมูลข่าวสารได้ปฏิบัติหน้าที่อย่าง สมเหตุสมผลหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อเราร้อยเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ สงครามยาเสพติดจนถึงวันนี้มันเปึนเหตุการณ์ที่อยู่ในร่องในรอยเดียวกัน มันเปึน เหตุการณ์ซึ่งอยู่เหมือนในกระแสธารของความรุนแรงเช่นเดียวกันทั้งสิ้น มันสะท้อนให้เห็น ถึงแนวคิดอํานาจนิยมของคนที่เปึนผู้นําในช่วงเวลาที่ผ่านมาแนวคิดที่เชื่อมั่นในอํานาจรัฐ และกระทําทุกอย่างทุกวิธีการเพื่อให้บรรลุสู่เปัาหมาย เรียกว่า นโยบายกําปัุนเหล็ก ทุบไปได้ทุกที่เพื่อให้บรรลุสู่เปัาหมาย และเปัาหมายนั้นต้องยอมรับความจริงว่ามันก็คือ ฐานเสียงของพรรคการเมือง ความคิดอย่างนี้เปึนต้นเหตุของวิกฤตการณ์บ้านเมือง เปึนต้นเหตุของความขัดแย้งแตกแยกที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทยและเปึน ที่มาของเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ถ้าเรามองอย่างคนที่มาจากชาวบ้าน เราก็ต้องยอมรับความจริงว่าที่มาที่ไปของเหตุการณ์ ก่อนหน้านั้นจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร ซึ่งจะต้องชําระสะสางกันไปในเชิง ประวัติศาสตร์ แต่ต้องยอมรับความจริงว่าในวันนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทําการสลาย ฝูงชนด้วยความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุ ปราศจากวิธีการสลายฝูงชนซึ่งเปึนอารยะเหมือน นานาประเทศ เหมือนคนไทยด้วยกัน ปราศจากเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีการตรวจสอบ อย่างรัดกุมที่เอามาใช้กับคนไทยด้วยกัน เราไม่มีโอกาสเลยที่จะปฏิเสธถึงสิ่งเหล่านี้ที่มัน เกิดขึ้น ท่านประธานครับ จะโทษตํารวจเสียทั้งหมดก็พูดได้ไม่เต็มปาก เราต้องยอมรับ ความจริงว่ามากกว่า ๑๐๐ วันที่ผ่านมาที่ตํารวจเองก็ได้บ่มเพาะเชื้อแห่งความรุนแรงขึ้น จากการเผชิญหน้ามาเปึนเวลานานอยู่พอสมควร เชื้อแห่งความรุนแรงก็เพาะอยู่ในหัวใจ และพร้อมที่จะระเบิดออกมาเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และรัฐบาลเองซึ่งรู้เงื่อนไขภาวะวิสัย ตรงนี้ก็เปึนผู้จุดระเบิดเหตุการณ์ตรงนั้นขึ้นมา เชื้อตรงนี้มันก็ระเบิดขึ้นมา ถ้าจะโทษ ตํารวจ ผมโทษคนที่สั่งให้ปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน น่าเสียดายที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ รัฐบาลหลายคนก็เคยมีประสบการณ์เจ็บปวดกับสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะ ๑๔ ตุลา ๖ ตุลา พฤษภาวิปโยค เจ็บปวดถือป๋นเข้าป์ากันมากมาย น่าจะเรียนรู้ว่าเมื่อไรที่รัฐบาลผู้อํานาจ รัฐลั่นกระสุนก็ไม่มีคําว่า ชัยชนะเกิดขึ้น น่าเสียดายครับ ผมเอง เพื่อน ส.ส. หลายคน อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ใช่เพราะเราไปบงการ ไม่ใช่เพราะเราเกี่ยวข้อง เกี่ยวพัน เราไม่ได้ ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น แต่ชาวบ้านของเรามาอยู่ตรงนั้น ก็ต้องไปดูแลชาวบ้าน ไม่ให้ชาวบ้าน ถูกเข่นถูกฆ่า ไม่ให้ใครใช้ศพชาวบ้านเปึนเครื่องมือ ผมเห็นอะไร พวกเราเห็นอะไร เราเห็น คนไทยกลุ่มหนึ่งจํานวนไม่น้อยเลย สับสนไปด้วยบรรยากาศของความรุนแรงเนื้อตัว มีเลือดเต็มไปด้วยกลิ่นไอของแก๊สน้ําตา คนแขนขาดขาขาดที่สําคัญที่สุดแววตาของ คนเหล่านั้น เปึนแววตาของคนที่สับสนว่าเขาเปึนคนไทย เขามีสิทธิที่จะต่อสู้ตาม ความเชื่อ ความรัก และความศรัทธาของเขา ถูกผิดอย่างไรเขามีสิทธิตรงนี้ แล้วทําไมเขา ต้องถูกเข่นฆ่า หลายคนเขาเชื่อว่าเขาทําหน้าที่เพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน ไม่ให้รัฐบาลไหนมาโกงมากิน ทําไมเขาต้องถูกประหัตประหาร หลายคนเชื่อว่าเขาสู้ เพื่อในหลวง แล้วทําไมเขาต้องถูกปราบปราม สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่น่าเศร้าสลดใจ และนี่คือ การละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา คนเหล่านี้ไม่เหมือนพวกเรา ไม่ได้มีอาชีพเปึนนักการเมือง คนเหล่านี้ไม่ใช่มีความมุ่งหวังจะเปึนรัฐมนตรี เปึนสมาชิก สภานิติบัญญัติ เปึน สสร. ๓ หรือเปึนอะไรทั้งสิ้น เขาเปึนคนหาเช้ากินค่ํา ชนะก็ได้อมยิ้ม กลับบ้านไป ไปบอกลูกว่าวันหนึ่งพ่อได้ช่วยเหลือปกปัองผืนแผ่นดินซึ่งเปึนแผ่นดินเกิด แพ้มาก็เปึนคนแขนขาดขาขาด ทุพพลภาพอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ ผมจึงขอใช้โอกาสนี้ ร้องทุกข์ไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านต้องมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น เพราะวันนี้สถานการณ์บ้านเมืองนั้นลุกลามมามากแล้ว แล้วต้นเหตุของปัญหาหลักก็คือ แนวคิด อํานาจนิยม ความรุนแรงของคนที่กุมอํานาจรัฐ ท่านต้องช่วยกันสกัดยับยั้ง สิ่งเหล่านี้ รวมทั้งเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีไหนเขาต้องไม่ถูก ละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเปึนชาวบ้านของใคร ชีวิตของเขาต้องไม่ถูกใช้เปึนอาวุธ ในทางการเมือง หรือเพื่อการจัดตั้งรัฐบาลโดยเด็ดขาด มันจะมีประโยชน์อะไร ใครจะได้ กลับบ้านหรือไม่ได้กลับบ้าน จะมีประโยชน์อะไรกับชัยชนะบนซากปรักหักพังของ บ้านเมือง ช่วยกันเถอะครับ เพื่อให้แผ่นดินไทยของเราได้กลับมาสู่สันติสุขอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันช้าเกินไปหรือไม่ ขอบคุณครับ
ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดยโสธร กับรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประจําป้ ๒๕๔๙ ผมมีข้อสังเกต เกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมการดังต่อไปนี้
ประการแรก ก็คือความล่าช้าของการเสนอรายงาน เมื่อสักครู่นี้ มีท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้พูดไปบ้างแล้วว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ ได้กําหนดไว้ ว่าให้คณะกรรมาธิการส่วนจัดทํารายงานประจําป้เพื่อประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศและเสนอต่อรัฐสภา พูดให้ชัดครับว่าต้องจัดทํารายงาน ประจําป้เพื่อประเมินสถานการณ์ ฉะนั้นถ้ามีการจัดทํารายงาน ผมเข้าใจว่ารายงาน ประจําป้ก็คือรายงานป้ต่อป้ ถ้าอย่างนั้นถ้าทํารายงานอย่างนี้แล้วเสนอต่อรัฐสภา และภายในป้ที่มันเกิดขึ้นภายในยุคของรัฐบาลที่ต้องดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ การพิจารณา รายงานก็คงจะเปึนประโยชน์มากกว่านี้ เพราะมันทันกับเหตุการณ์ ไม่อย่างนั้นหลายเรื่อง ที่จะนํามาเสนอมันก็จะเปึนเรื่องที่เก่า และหลายเรื่องเราหลายท่านอาจจะไม่ทราบ ข้อเท็จจริง ทําให้ความเห็นที่จะอยู่ในรายงานนั้นอาจจะมีปัญหาในข้อเท็จจริงเกิดขึ้นได้ ผมได้ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ลองตรวจสอบดูนะครับ ว่ารายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้เสนอรายงานต่อสภาอย่างไรบ้าง ก็ทราบว่ารายงานเมื่อป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ท่านได้เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาในการประชุมครั้งที่ ๕ เมื่อเดือนเมษายน ป้ ๒๕๔๙ เห็นไหมครับ รายงานป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ท่านมารายงาน เสนอประมาณป้ ๒๕๔๙ ถ้าไม่ผิดนะครับ ช้าไปแล้ว รายงานป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ นี่เท่าที่ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมาให้ผมดู มีการเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อเดือนมิถุนายน ป้ ๒๕๕๐ เห็นไหมครับล่าช้าไปอีกแล้ว เพราะฉะนั้นพอมาถึงป้ ๒๕๔๙ ก็จะรายงานต่อ รัฐสภา ก็คือป้ ๒๕๕๑ ถามว่าป้หน้าท่านก็จงส่งรายงานของป้ ๒๕๕๐ แล้วสภาก็จะ มีโอกาสพิจารณา ประมาณถ้าปลายสมัยอย่างนี้ก็ปลายป้ ๒๕๕๒ เข้าไปแล้ว อย่างน้อย ท่านช้าไป ๒ ป้ ข้อมูลมันจะเปลี่ยนไปมาก เหตุการณ์มันจะเปลี่ยนไป ความทัน ต่อเหตุการณ์มันก็จะเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นในข้อนี้ก็อยากจะให้คณะกรรมการ ได้ไปปรับปรุง ขอให้เปึนรายงานป้ต่อป้ ผมเข้าใจว่าที่ท่านสมาชิกบางท่านบอกว่า มันไม่น่าจะถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยอยู่เหมือนกัน ข้อที่ ๒ ที่อยากจะดู ก็คือถ้าดูตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ บอกว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอํานาจหน้าที่ตรวจสอบและรายงานการกระทําหรือการละเลย การกระทํา อันเปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือไม่เปึนไปตามพันธกรณีระหว่าง ประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเปึนภาคี และเสนอมาตรการแก้ไข ที่เหมาะสมต่อบุคคลหรือหน่วยงาน แต่ว่าถ้าอ่านดูรายงานตั้งแต่เรื่องแรก ๆ ที่ท่านบอกว่า เปึนรายงานสถานการณ์เด่นมีหลายเรื่อง แต่ท่านบอกว่ามีเรื่องเด่นอยู่ ๓ เรื่อง คือเรื่อง ภาคใต้ เรื่องสึนามิ แล้วก็เรื่องปัญหาสิทธิในการจัดการที่ดินและป์า รายงานเหล่านี้ก็เปึน รายงานถ้าดูจากเนื้อหาท่านพูดไปถึงภาพรวม ๆ ไป ก็เลยไม่ทราบว่าจริง ๆ เรื่องที่เปึนการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ (๑) บอกว่าให้รายงานสถานการณ์ ตรวจสอบการกระทําที่เปึนการละเลยหรือเปึนการละเมิดคืออันไหน ผมอยากจะเห็น รายงานเปึนเคสที่สําคัญมาให้ดู อย่างนี้สมาชิกสภาก็จะเห็นว่าเรื่องที่มีการละเมิด สิทธิมนุษยชนนั้นมันมีเรื่องไหนบ้าง ถ้าท่านพูดรวม ๆ อย่างนี้ก็จะไม่ค่อยเห็นภาพ ที่มันชัดเจน ฉะนั้นผมเคยอ่านดูรายงานของต่างประเทศเหมือนกัน เขาจะรายงาน เปึนกรณีที่ชัดเจนว่าเรื่องเกิดขึ้นได้อย่างไร ประการต่อไปความล่าช้าของท่าน ผมก็พลิกไปดูในเรื่องสุดท้ายที่ท่านพูดถึงเรื่องข้อปัญหาและอุปสรรค ท่านพูดไว้ ในหน้า ๑๒๘ บอกว่าปัญหาและอุปสรรคที่สําคัญก็คือว่าข้อจํากัดตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านเสนอให้มีการแก้ไขว่าให้คณะกรรมการสามารถเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ต่อศาลปกครองได้ สามารถฟัองศาลยุติธรรมได้ เห็นไหมครับ ในรายงานเมื่อป้ ๒๕๔๙ แต่ถ้ามาดูข้อเสนอ ๓ – ๔ ข้อนี้ มันถูกแก้ไขแล้วในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ แก้ไป เกือบหมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของท่านเมื่อป้ ๒๕๔๙ ผมก็อยากจะเห็นว่าเมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขาให้สิ่งที่ท่านขอนี้ให้ไปหมดแล้วมันเกิด อะไรขึ้น เห็นไหมครับความล่าช้าอย่างชัดเจนว่ามันก็เกิดผลอย่างนี้ นอกจากนั้นก็มีเรื่องที่ เกี่ยวกับข้อเสนอแนะที่ท่านบอกว่าเปึนปัญหาและอุปสรรคท่านพูดไว้บอกว่าหลายเรื่อง นะครับ นอกจากตัวบุคคลก็คือเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของภาครัฐจนถึงนายกรัฐมนตรี รัฐบาลไม่เคารพ และละเลยต่อการปฏิบัติตามบทของกฎหมายว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งท่านก็พูดต่อไปนะครับว่าปัญหาการละเมิดมันเกิดขึ้นที่สําคัญก็คือ เกิดมาจากแนวนโยบายของรัฐ ทิศทางการพัฒนาของรัฐที่เน้นตัวเลขความเติบโต ทางเศรษฐกิจไม่ให้ความสําคัญต่อการกระจายรายได้ที่เปึนธรรม เปึนผลจากแนวทาง การพัฒนาของรัฐที่บอกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นยังอยู่บนฐานของแรงงานราคาถูก สหภาพแรงงานต้องไม่เรียกร้องมากนัก ผมไม่ทราบว่าความคิดเห็นเหล่านี้เปึนผลจาก เรื่องจริงที่มันเกิดขึ้นหรือเปึนความเห็นของคณะกรรมการบางท่าน ตรงนี้ค่อนข้างจะ อันตรายนะครับถ้าท่านใส่ความเห็นส่วนตัวของท่านมาใส่เปึนรายงานอย่างนี้ผมว่าไม่ถูก เพราะฉะนั้นหลายเรื่องที่สมาชิกได้พูดไปเมื่อกี้นี้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายเรื่อง ถ้าท่าน ได้เอากฎหมายมาดู เอาข้อเท็จจริงมาดูแล้วรายงานเปึนอย่างนั้นตามความเปึนจริง เกิดขึ้นมันก็น่าจะมีความถูกต้องมากกว่า ฉะนั้นก็อยากจะเห็นว่าเรื่องที่เปึนความเห็นของ คณะกรรมการก็ขอให้เปึนความเห็นของกรรมการ แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะบอกว่ามีการละเมิด สิทธิมนุษยชนเพราะความเห็นไม่ตรงกับรายงานของคณะกรรมการบางท่าน
ประการสุดท้ายครับ คณะกรรมการชุดนี้ถ้าผมจําไม่ผิดมีวาระการดํารง ตําแหน่งมา ๖ ป้ ถ้าดูแล้วท่านน่าจะหมดวาระเมื่อกลาง ป้ ๒๕๕๐ อันนี้มันเลยเวลาป้กว่า แล้วนะครับ ถามว่าทําไมยังไม่มีการสรรหา ท่านบอกว่าท่านสงสัยว่าเมื่อเขายึดอํานาจ มาแล้วเมื่อ ป้ ๒๕๔๙ ท่านยังอยู่ไหม ในสารของประธานคณะกรรมการตอนต้น ท่านพูดถึงเอง ถามเอง ตอบเองว่าท่านยังอยู่ ยังปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครอง คณะกรรมการ ป้ ๒๕๔๒ ได้อยู่ แล้วถ้าอย่างนั้นมันมีปัญหาตรงไหน ทําไมไม่สรรหาล่ะครับ ก็อยากจะทราบเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่อยากจะขอคําชี้แจงจากทางคณะกรรมการด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านสุนี ไชยรส ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในนามของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะผู้บริหารของสํานักงาน ใคร่ขอขอบพระคุณต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้กรุณาอ่าน รายงานประจําป้ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างละเอียด แล้วก็มี คําแนะนําที่เปึนประโยชน์อย่างสูงนะคะ ดิฉันใคร่ขออนุญาตตั้งให้เห็นประเด็นนิดเดียวว่า หลายท่านได้ช่วยแนะนําว่ารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความล่าช้า ซึ่งทางคณะกรรมการเองก็น้อมรับและก็ยอมรับว่ามันช้าอยู่บางส่วน แต่อย่างไรก็ตามขออนุญาตที่จะย้อนกลับไปนิดหนึ่งว่ารายงานประจํา ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรและเสนอต่อวุฒิสภาเปึนที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติไม่เคยมีโอกาสเช่นนี้เลยที่จะได้มีโอกาสเข้ามารับฟังการอภิปรายของท่าน เนื่องจากว่ามักจะถูกบรรจุเปึนวาระเพื่อทราบแล้วก็ไม่มีท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปราย แม้แต่ท่านเดียว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงไม่มีโอกาสได้รับฟังคําแนะนําแล้วก็ ไม่มีโอกาสได้มาชี้แจง อันนี้ก็ต้องขออนุญาตว่าขอบคุณต่อสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ แล้วที่ท่านสมาชิกท่านสุดท้ายกรุณาอภิปรายดิฉันพูดถึงความล่าช้านิดเดียวก่อนว่า ก็เปึนเพราะว่าบางเรื่องถูกรอวาระ มันจึงไปตกค้างจนกระทั่งถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหวังอย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสร่วมใน การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า สนช. อันนี้ก็ต้องเรียนตามตรง เพียงแต่ไม่มี โอกาสบรรจุเข้าวาระและบังเอิญไปอยู่ในช่วงเวลาตอนนั้นทั้ง ๓ รายงาน โดยมีโอกาส ได้รับฟังคําแนะนําและไม่ได้มีโอกาสได้ชี้แจง
ประเด็นที่ ๒ หวังว่าเราจะแก้ตัวได้เล็กน้อยก็คือ ความจริง ป้ ๒๕๕๐ กําลังจะเตรียมยื่นต่อรัฐสภาแล้วนะคะ แล้วก็ป้ ๒๕๕๑ กําลังเร่งจัดทํา ดิฉันต้องขออภัย ในนามของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า เหมือนอย่างที่ท่านสมเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสมเกียรติอภิปรายว่าเดิมมีรายงานจดหมายของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าอาจจะมาชี้แจงไม่ทัน เนื่องจากว่าเราเองก็มีโอกาสได้รับทราบ ไม่กี่วัน และงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมักจะมีการนัดหมายล่วงหน้า เช่น ไปต่างจังหวัดหรือว่ามีการประชุมที่เชิญผู้คนมากมาย อย่างเช่น ดิฉันเองวันนี้ ท่านสมเกียรติได้พูดถึงแรงงาน ดิฉันเลยขออนุญาตที่จะพูดถึงว่าวันนี้แท้จริงดิฉันมีการ ประชุมของอนุกรรมการสิทธิแรงงาน แล้วได้พูดกันเรื่องใหญ่มากก็คือกรณีการปลด สมาชิกของสหภาพแรงงานโดยเฉพาะผู้ก่อตั้งโรงงานโฮยาที่ลําพูน ซึ่งเราไม่สามารถแก้ไข ได้ด้วยกรณีเฉพาะ จึงเชิญทางการนิคมอุตสาหกรรม เชิญบีโอไอ (BOI) เชิญจังหวัด เชิญหลายฝ์ายที่เกี่ยวข้อง วันนี้มีการประชุมกันเต็มไปหมด แต่ดิฉันเองก็จําเปึนเห็นว่า ทางนี้ก็มีภารกิจสําคัญเช่นกัน อันนี้เปึนตัวอย่างค่ะ ขออนุญาตสรุปสั้น ๆ นิดเดียวว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในรายงานประจําป้ จะมีอยู่ ๓ ส่วน
ส่วนที่ ๑ ก็คือรายงานประจําป้ฉบับที่ท่านได้เห็นอยู่นี้เปึนรายงานประจําป้ ตามหน้าที่ขององค์กร เพราะฉะนั้นที่ท่านเห็นจึงมีงบการเงินหรือมีกรณีของสิทธิมนุษยชน ระหว่างประเทศหรือมีเรื่องของการบริหารจัดการ เพราะนี่เปึนการรายงานภารกิจของ องค์กรต่อรัฐสภา เนื่องจากว่าสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นก็เปึน ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ในขณะเดียวกันคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเอง ถ้าท่านสังเกตในกระบวนการของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็จะอยู่ในหมวดเกี่ยวข้องกับ รัฐสภา จึงผูกพันมาที่รัฐสภา มีหน้าที่รายงานการบริหารงานและภารกิจประจํา โดยเปึน ลักษณะย่อ ๆ
ส่วนที่ ๒ ก็คือรายงานประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ซึ่งหลายท่าน ได้กรุณาแนะนํา ก็คือเปึนรายงานเชิงภาพรวมและไม่ใช่ภาพรวมเฉพาะงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่หมายถึงภาพรวมของการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือความคลี่คลายที่ดีของสิทธิมนุษยชนทั้งสังคม ซึ่งไม่ได้หมายถึงภารกิจเฉพาะ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ส่วนที่ ๓ ก็คือที่ท่านได้กรุณาให้ความสนใจก็คือเปึนเรื่องของรายงาน เฉพาะเรื่อง ตอนนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีรายงานที่จัดพิมพ์ออกมาเปึน รูปเล่มจํานวนมาก โดยประมวลทุกกรณีที่มีการจัดทํารายงาน เช่น ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๕๐ ทุกกรณีที่มีรายงานฉบับเต็มสมบูรณ์ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีการจัดพิมพ์ทั้งหมดพร้อมที่ให้ใครก็ได้ ที่สามารถเอาไปศึกษาและเผยแพร่ได้นะคะ ดิฉันคิดว่าถ้าท่านสนใจ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ยินดีอย่างมากที่จะประมวล แต่ว่าค่อนข้างเยอะค่ะ เพราะว่า รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่พิมพ์ออกมาแล้วอาจจะประมาณ เกือบ ๑,๐๐๐ เรื่อง และแต่ละเรื่องบางเรื่องก็อาจจะหนามาก เพราะฉะนั้นถ้าท่านสนใจ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยินดีอย่างยิ่ง และบางส่วนเราก็ได้นําเผยแพร่ ในเว็บไซต์ หรือว่ามีการย่อยเปึนเอกสารต่าง ๆ นอกจากนี้ก็มีประเด็น อย่างเช่น ที่ดิน ที่มีหลายท่านพูดถึง หรือเรื่องรายงาน มีแรงงานสรุปบทเรียน ๖ ป้ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ดินและป์าเปึนกรณีพิเศษ หรือมีกรณีของ แรงงาน ของเรื่องผู้หญิง ของเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ ก็จะมีรายงานย่อย ๆ ของแต่ละประเด็น เพราะฉะนั้นเอกสารที่พยายามประมวลสถานการณ์การละเมิดสิทธิพร้อมข้อเสนอแนะ อย่างที่ท่านกรุณาแนะนําว่าทําไมจึงเสนอแต่เรื่อง พ.ร.บ. ป์าชุมชนแท้ที่จริงในรายงาน เฉพาะเรื่อง ในรายงานของเฉพาะประเด็นหรือในรายงานของทั้งป้หรือ ๖ ป้ จะมีข้อเสนอ เกี่ยวข้องกับกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลจํานวนมากซึ่งประมวลและวิเคราะห์ มาจากกรณีร้องเรียนของประชาชน ก็ขออนุญาตที่จะนําเสนอเพื่อท่านสมาชิกสนใจ ท่านกรุณาแจ้งไป แล้วทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะยินดีอย่างยิ่ง
ประเด็นที่ ๓ หน้าที่สําคัญที่พาดพิงกันไป ดิฉันขออนุญาตสรุปว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นแท้จริงเกิดจากการเคลื่อนไหวเรียกร้องของ ภาคประชาชนหลังจากขบวนการปฏิรูปการเมือง ป้ ๒๕๓๕ แล้วก็นํามา ซึ่งการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทําให้เกิดองค์กรคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปึนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีเจตนารมณ์ที่สําคัญว่าให้เปึนองค์กรอิสระ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนหรือกระทั่งหยิบยกเรื่องที่คิดว่ามีนัยสําคัญต่อ สถานการณ์ของสังคมขึ้นมาตรวจสอบแต่ไม่มีอํานาจสั่งการ ก็คือเมื่อตรวจสอบ ทําความจริงให้ปรากฏแล้ว ทํารายงานเสนอต่อหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ก็จะเปึนประเด็นที่ดิฉันจะได้เรียนสรุปในตอนท้ายว่า รายงานจํานวนมากของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งตรวจสอบมาแล้ว นําเสนอต่อหน่วยงาน มิใช่ เฉพาะทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แต่หมายถึง ทั้งกรมป์าไม้ กรมที่ดินหรือหน่วยงาน ต่าง ๆ เกือบจะทั่วทั้งหมดนี้นะคะ ก็ไม่ค่อยได้รับการแก้ไข เนื่องจากคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่มีอํานาจสั่งการ แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะมีการจัดประชุมเชิญหารือหน่วยงานต่าง ๆ หรือจังหวัด ต่าง ๆ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์เดือดร้อนของประชาชน แล้วในที่สุดมาตรา ๓๐ ของ พ.ร.บ. ก็บอกว่า ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อเสนอไปแล้ว ครบกําหนด ไม่ทําตามให้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี มีเรื่องราวไม่น้อยทีเดียวค่ะที่ได้เสนอต่อ นายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข อันนี้ก็เปึนประเด็นหนึ่งที่นํามาซึ่ง การสรุปเรื่องอุปสรรคและข้อจํากัดในเชิงของกลไกของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเอง แล้วกรณีของเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องเสนอต่อรัฐสภาตามมาตรา ๓๑ แต่ก็ต้องเรียนตรง ๆ ค่ะว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังเสนอเรื่องต่อรัฐสภาไม่มากนัก เนื่องจากทราบว่า รัฐสภาเองก็มีภารกิจจํานวนมาก จึงพยายามอย่างยิ่งที่จะปรึกษาหารือกับทางนายกรัฐมนตรี ให้พยายามมีกลไกในการช่วยเหลือแก้ไขเยียวยาเท่าที่ทําได้ ซึ่งในรัฐบาลก่อนหน้าชุดที่แล้ว ได้มีโอกาสได้ตั้งคณะกรรมการซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน แล้วนําเรื่องตรวจสอบ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งหมดเข้าไปพิจารณาว่าจะแก้ไขกันได้อย่างไร ซึ่งเปึนมาตรฐานที่ดีมาก แต่น่าเสียดายว่าเมื่อรัฐบาลชุดนั้นผ่านพ้นไป กลไกเหล่านี้ ยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้น ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพยายามจะนําเสนอซ้ําแล้ว ซ้ําอีกว่า ตราบใดก็ตามที่รัฐบาลไม่สร้างกลไกในการติดตามและแก้ไขเรื่องราวที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตรวจสอบมานับเปึนพันเรื่องมันก็แทบจะไม่ได้รับการแก้ไข เยียวยา อันนี้ก็เปึนเรื่องข้อจํากัดใหญ่หลวงที่เราก็เสนอทุก ๆ ครั้งของรายงานประจําป้
ส่วนที่ ๒ เมื่อนําเข้าสู่รัฐสภา ต้องขอขอบพระคุณอย่างมากต่อรายงาน ฉบับที่แล้ว คือเรื่องกรณีของคุณดลพรหรือคุณปรียนันท์ ซึ่งทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กรุณาช่วยอภิปราย แล้วท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวิชาญก็ได้ กรุณามานั่งรับฟังปัญหาตลอด ๔ ชั่วโมง แล้วนํามาซึ่งการเริ่มต้นในการแก้ไขเรื่อง ที่ตกค้างมายาวนานว่าให้แก้ไขความพิการของเด็ก อันนี้เปึนกรณีตัวอย่าง แต่เพิ่งมี ครั้งเดียวที่รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เข้ารัฐสภาได้มีโอกาสได้รับ การอภิปราย ตอนนี้นําเสนอมาที่สภาผู้แทนราษฎรแล้วอีก ๓ เรื่อง ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่มาก แล้วดิฉันขออนุญาตเรียนว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนกลไกองค์กรอิสระ แล้วเรื่องไหนที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐแก้ได้ เราจะไม่ต้องทํา พยายามไม่ทํา เพื่อให้ กลไกปกตินั้นทํา แต่เรื่องที่มาถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตอนนี้ประมาณ เกือบ ๕,๐๐๐ เรื่อง ส่วนใหญ่จะเปึนเรื่องที่ร้องเรียนผ่านหน่วยงานของรัฐหรือกลไกปกติ มาแล้วหลายป้ บางเรื่อง ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ เนื่องจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่มีอายุความ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติปฏิบัติตาม วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ และพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเปึนภาคี เพราะฉะนั้นเรื่องร้องเรียน แต่ละเรื่องจึงมีความสลับซับซ้อน แล้วเปึนเรื่องที่กลไกปกติไม่สามารถทําได้ อันนี้ก็ขอ อนุญาตนํากราบเรียนว่า รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่นําเสนอ ในครั้งนี้จึงเปึนเพียงรายงานย่อ ๆ เพราะว่าในรายงานฉบับจริงแต่ละเรื่องจะถูกปรากฏอยู่ ในรายงานอีกหลายลักษณะและหลายฉบับที่นําเสนอต่อสาธารณชนพร้อมที่จะเปึน บรรทัดฐาน หลายเรื่องก็ได้ถูกนําไปอ้างอิงที่ศาลท่านกรุณา ถือเปึนบรรทัดฐานในการ วินิจฉัยของศาล โดยที่ผู้ร้องเรียนนั้นมีโอกาสได้นําคดีไปสู่ศาล ไม่ว่าศาลยุติธรรม ศาลแรงงานหรือกระทั่งศาลปกครอง อันนี้ก็เปึนลักษณะที่ดิฉันขออนุญาตอธิบาย ภาพรวม
คราวนี้เรื่องที่ท่านได้พูดถึงกันมากหน่อย ดิฉันขอนําเสนอสั้น ๆ อย่างนี้ว่า กรณีเหตุการณ์ ๗ ตุลาคมนั้น เปึนกรณีซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในรายงานประจําป้ ๒๕๔๙ ได้ยกมาเรื่องหนึ่ง แท้ที่จริงแล้วในรายงานประจําป้เกือบทุกป้ จะมีเรื่องของเสรีภาพ การชุมนุมโดยสงบและการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้น แล้วคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองเมื่อดูจากมาตรฐานของรัฐธรรมนูญหรือ พันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน เราจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสําคัญต่อการปกปัองคุ้มครองสิทธิเสรีภาพการชุมนุม โดยสงบและปราศจากอาวุธ ในขณะเดียวกันก็จะต้องพยายามเสนอบรรทัดฐานของ การตีความ ก่อนจะมาถึงเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม มีรายงานฉบับของท่อก๊าซ ไทย – มาเลเซีย ซึ่งมีการใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม มีเรื่องราวของตากใบ กรือเซะ ขออนุญาตที่จะพาดพิงไปถึงกลุ่มเครือข่ายของ นปก. ที่ร้องเรียนมาถึงคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่ามีการสลายการชุมนุมโดยการใช้ความรุนแรงที่หน้าบ้าน สี่เสาเทเวศร์ รายงานฉบับนี้ได้เสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว แล้วก็สามารถที่จะนํามาอ้างอิงได้ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองได้ให้ความเปึนธรรมต่อทุกฝ์าย ในรายงานของ นปก. ที่มีการสลายการชุมนุมที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ดิฉันขออนุญาตเสนอสั้น ๆ ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ตรวจสอบอย่างละเอียดหนาประมาณเกือบ ๑๐๐ หน้าเพื่อให้ความเปึนธรรมต่อทุกฝ์าย แล้วก็มีข้อสรุปโดยย่อว่าการชุมนุมทาง การเมืองเปึนสิทธิเสรีภาพโดยสงบ แล้วก็เปึนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ขณะเดียวกัน การที่มีการใช้แก๊สน้ําตาและสเปรย์พริกไทยอยู่บ้างในการสลายการชุมนุม แล้วก็มีการบุก เข้าไปจับกุมแกนนําของ นปก. ในเหตุการณ์ที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์กลางคืนนั้น เปึนการกระทําที่เจ้าหน้าที่ตํารวจเองมีความบกพร่องต่อกระบวนการนี้ เพราะว่าผู้ชุมนุม ได้นั่งอย่างสงบบนถนนหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ การที่เจ้าหน้าที่ตํารวจใช้กําลังบุกขึ้นไป โดยคิดว่าจะจับกุมแกนนําในระหว่างที่มีการชุมนุม และขณะเดียวกันก็มีการใช้สเปรย์ พริกไทยและแก๊สน้ําตาบางส่วน เราก็ถือว่าเปึนการกระทําของเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ละเมิด ต่อหลักการในการสลายการชุมนุมที่ยังไม่ถูกต้อง แต่ขณะเดียวกันในรายงานฉบับนั้นก็ยัง ได้พูดถึงว่าการจัดเคลื่อนขบวนของทุกฝ์าย ไม่ว่าใครก็ตามจะต้องมีมาตรการ การตระเตรียมของตนเองที่จะดูแลมิให้เกิดความรุนแรง ก็เปึนข้อเสนอในสังคมภาพรวม ในรายงานฉบับนั้นว่าทุกฝ์ายจําเปึนจะต้องเคารพต่อความเห็นที่ต่าง ทุกฝ์ายจําเปึนต้อง เคารพต่อสิทธิเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบของฝ์ายอื่น ๆ คล้าย ๆ กับรายงานฉบับนี้ แต่ว่า รายงานของ นปก. นั้นเปึนรายงานที่ยาวมาก ในขณะเดียวกันรายงานที่มี การกระทบกระทั่งกันระหว่าง ๒ ฝ์ายก็ยังมีรายงานตามมาอีกในป้ ๒๕๕๐ ขออนุญาต พาดพิงไปถึง ก็คือรายงานที่มีกลุ่มของกลุ่มรักอุดรเองได้เข้าไปป่ดล้อมหรือว่า มีการกระทําที่ไม่เหมาะสมต่อการชุมนุมของพันธมิตร ของการจัดการประชุมที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ดิฉันจําเปึนต้องกล่าวถึงการชุมนุมหลายอย่างนี้เนื่องจากว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองแท้ที่จริงแล้วมีเรื่องมากมายที่เกี่ยวข้องกับ แรงงาน ที่ดิน ผู้ต้องขัง ผู้ลี้ภัยหรืออื่น ๆ แม้กระทั่งที่ดินและป์าไม้ของผู้คนมากมาย แต่เรื่องเสรีภาพทางการเมืองและการชุมนุนทางการเมืองก็มักจะเปึนประเด็นร้อน ๆ ของ สถานการณ์ แล้วถ้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ กําหนดไว้ว่าต้องสร้างบรรทัดฐานของสิทธิมนุษยชน ต้องช่วยกันทําให้อย่าตีกรอบ แค่กฎหมายเปึนหลัก แต่เราจะต้องยอมรับสิทธิต่าง ๆ เหล่านี้ ก็มีความจําเปึนอย่างยิ่ง จะต้องนําเสนอรายงานก็ขอย้อนไป เมื่อเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคมเกิดขึ้น คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหลังจากที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมคนเจ็บที่ แขนขาดและขาขาดในสถานการณ์ร้อน ๆ ตอนนั้นด้วยความเปึนห่วง เพราะว่าแท้จริงแล้ว มิได้หมายถึงว่าไปเยี่ยมใคร แต่หมายถึงเยี่ยมประชาชนที่กําลังได้รับการบาดเจ็บแล้วก็ ได้รับผลกระทบที่หนักหน่วงในช่วงเช้าของวันที่ ๗ ตุลาคม เราเองก็ได้ไปเยี่ยมตํารวจด้วย ที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงเช้าวันนั้น เพียงแต่ว่ายังไม่มีโอกาสได้เยี่ยม เพราะว่าอยู่ในห้อง ไอซียู (ICU) ในช่วงเวลานั้น เปึนที่น่าเสียใจว่าเมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กลับมาจากเหตุการณ์ที่เราเองก็ประหวั่นพรั่นพรึงมากว่าทําไมการใช้แก๊สน้ําตาตามที่ ตํารวจพูดถึงการสลายการชุมนุมจึงนํามาซึ่งบรรยากาศที่น่ากลัว แขนขาด ขาขาดเกิดขึ้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตอนเย็นวันนั้นได้รับทราบข่าวว่ามีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น หลายร้อยคนจากกรณีของสื่อมวลชน จึงมีมติให้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาตรวจสอบว่า การสลายการชุมนุมหรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นวันนั้นเปึนอย่างไร นี่เปึนที่มาของการ ตรวจสอบหลังจากวันที่ ๗ แล้วก็มีการมาแถลงในเบื้องต้นของคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ วันที่ ๑๓ นอกจากนั้นยังมีการร้องเรียนที่น่าสลดใจของกรณีของ ดิฉันขออภัย จําชื่อจริงท่านไม่ได้ ศิลป่นภาพวาดที่เคยไปรณรงค์ร่วมกับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และกลุ่มศิลป่นได้เดินทางมาจํานวนมาก หลังจากที่มีข่าวว่าตํารวจมีการแถลงว่าแขนของ เขาขาด เพราะว่าเขาถือระเบิดอยู่ในมือ ขณะเดียวกันก็มีการแถลงว่าคุณอังคณา เพราะมีระเบิดอยู่ จึงทําให้ได้รับการกระทบจนเสียชีวิต ก็เปึนที่มาของการที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่าความรุนแรงของการสลายการชุมนุมไม่เคย ปรากฏในประวัติศาสตร์ที่เราจะใช้แก๊สน้ําตา แล้วนํามาซึ่งความสูญเสีย อันนี้คือที่มาที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจําเปึนต้องหยิบยก แล้วเมื่อตรวจสอบผ่านตรงนั้น ไปแล้ว มีการร้องเรียนของคุณตี๋และครอบครัวที่น่าสลดใจ เพราะว่ามันได้ลามไป จนกระทั่งถึงสิทธิเสรีภาพในด้านอื่น เช่น สิทธิในเกียรติยศชื่อเสียงของคนที่ถูกกล่าวหา จากทางเจ้าหน้าที่ แล้วมีการแถลงข่าวอย่างใหญ่โต เมื่อตรวจสอบ จึงจําเปึนต้อง ตรวจสอบด้านนี้เปึนด้านหลักก่อน แท้ที่จริงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังไม่ได้ มีรายงานฉบับเต็มของเหตุการณ์ ๗ ตุลาคม คงจะได้จัดทําเปึนระยะ ๆ ต่อไป อย่างเช่น วันนี้คุณสุรสีห์เองก็กําลังสอบถามเยี่ยมเยียนตํารวจที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล ตํารวจ เพราะนี่เปึนโปรแกรม (Program) ที่ได้นัดหมายเอาไว้ล่วงหน้า จึงไม่สามารถที่จะ ได้มาชี้แจง แต่ว่าอาจจะพยายามมาตอนท้าย ถ้ามาทัน เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ ๗ ตุลาคม เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าประเด็นที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จําเปึนต้องมีการแถลงในเบื้องต้นด้วยความเจ็บปวด เพราะเราไม่ต้องการเห็นการสูญเสีย ของฝ์ายใดทั้งสิ้น จําเปึนต้องชี้ชัดลงไปว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคือองค์กร อิสระ เมื่อกลไกปกติเกิดปัญหา ถ้าเราไม่ชี้แจงบนบรรทัดฐานของสิทธิมนุษยชน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นจะบอกว่ามันไม่ใช่ความรุนแรง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติก็คงจะต้องถูกวิจารณ์อย่างหนักเช่นกันว่าอะไรมันเกิดขึ้น แต่เราไม่ได้ต้องการ ประณาม วิจารณ์ตํารวจ ท่าน ส.ส. บุญจง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านใช้คําที่ดีมากในตอน เริ่มต้นการอภิปราย ท่านบอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องเที่ยงธรรม คํานี้ ถูกต้องมาก แล้วก็เปึนธรรมหลักการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ความเที่ยงธรรมของเราคือทําความจริงให้ปรากฏอย่างสมบูรณ์ ๒. ก็คือสร้างบรรทัดฐาน และมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของรัฐ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมันได้เกิดมาจากฝ์ายรัฐ เปึนด้านหลัก ทําไมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจําเปึนต้องแถลงอย่างนั้น เพราะว่าเหตุการณ์รูปธรรมมันเกิดขึ้นชัดเจนว่า กระบวนการในการสลายการชุมนุมนั้น โดยหลักการแล้วไม่ควรจะดําเนินการอย่างนั้น แล้ววันที่เรามีการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว แล้วรีบแถลงก็เพื่อปัองปรามว่าอย่าให้เกิดความรุนแรงอย่างนั้น อย่างน้อยที่สุด ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะเห็นได้ชัดว่านํามาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเวลาที่รวดเร็วมาก เช่น ทางท่านเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ได้เริ่มยอมรับว่ามันอาจจะมีปัญหาของการใช้แก๊สน้ําตา เมื่อนํามาซึ่งการทดสอบแก๊สน้ําตาและอื่น ๆ เราไปพบจํานวนมาก ต้องขอเรียนว่า ในรายงานเบื้องต้นที่ท่านได้อ่านนั้นอาจจะไม่มีข้อรายละเอียดทั้งหมด แต่แท้ที่จริง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สอบพยานบุคคลจํานวนมาก ทั้งหมอ ทั้งคนเจ็บ ทั้งตํารวจบางส่วน แล้วก็ทั้งสื่อมวลชนจํานวนมาก รวมทั้งดูภาพประกอบ ก็พยายาม ทํางานกันอย่างหนักเพื่อปัองปรามว่าขอความกรุณาอย่าให้เกิดความรุนแรงอย่างนี้ แล้วท่าทีของการแถลงของทางรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ก็ต้องยอมรับว่าได้เปลี่ยนท่าทีไป ระดับหนึ่ง ซึ่งเราเองด้วยความยินดีว่าการปัองปรามเหล่านี้น่าจะเปึนประโยชน์ต่อสังคม ท่านจะสังเกตเห็นได้ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติใช้คําว่า มีการสั่งการ โดยรัฐบาล เพราะแท้ที่จริงแล้ว ด้วยความเคารพต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจรายบุคคลที่ยืนอยู่ หน้ารัฐสภา เมื่อเวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๗ ดิฉันเชื่อว่าท่านเองก็จะเห็นด้วย ความเปึนธรรมว่า เราคงไม่สามารถจะสรุปได้ว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจ นาย ก นาย ข เปึนผู้ผิด เพราะว่าแท้ที่จริงแล้วมันสืบเนื่องมาจากกระบวนการที่ท่านใช้คําว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังไม่ได้ตรวจสอบความเปึนมาโดยสมบูรณ์ อันนี้ ก็ขออนุญาตที่จะนําเรียนอย่างสั้น ๆ ว่า รายงานยังไม่สมบูรณ์ รายงานนี้เพื่อปัองปราม และเตือนสติต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็ทําให้เกิดการตรวจสอบต่อไป และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองก็ยังตรวจสอบต่อไป วันนี้เร่งหาข้อเท็จจริงของ ทุกฝ์าย ข้อเรียกร้องของอาจารย์และนักวิชาการ รวมทั้งประชาชน ๒๐๐ กว่าคน ที่ไปยื่น ข้อเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็เปึนเรื่องที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองก็ตระหนักแล้วก็คิดว่าเราเองก็ให้ความสําคัญ อย่างยิ่งเช่นกัน เช่น ในกรณีที่เรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่าตํารวจได้รับบาดเจ็บ อย่างที่ ดิฉันเรียนไว้แล้วว่าเราตรวจสอบการใช้อํานาจของรัฐเปึนด้านหลัก เพราะฉะนั้น ในสถานการณ์เร่งด่วน จึงเร่งตรวจสอบความรุนแรงที่เกิดขึ้นซึ่งเปึนผลมาจากภาครัฐ แต่ในกรณีที่ตํารวจได้รับบาดเจ็บจากการใช้ความรุนแรงของทางอื่น เราเองก็จะตรวจสอบ ควบคู่ไปด้วย แต่อยากจะขอเรียนเปึนข้อสังเกตว่า แท้ที่จริงแล้วกลไกของรัฐโดยปกติสามารถ ดําเนินการได้ เช่น ท่านจะเห็นว่าเริ่มออกหมายจับคนที่มาชนตํารวจบ้าง คนที่มีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคงจะมีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการเจ็บหรือได้รับผลกระทบจากของตํารวจหรือประชาชนกลุ่มอื่น ๆ แต่ก็ อยากจะเรียนว่าในรายงานย่อมต้องให้น้ําหนักของการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือความ รุนแรงที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าทางภาครัฐหรือกลไกปกติของรัฐบาลสามารถตรวจสอบ หรือจับกุม หรือเอาผิดต่อคนที่ทําร้ายตํารวจรายกรณีได้ แต่ว่าเราก็จะติดตามด้วยไม่ใช่ว่า ปล่อยไปเรื่อย ๆ ก็ขออนุญาตว่ามีคําถามจํานวนมากซึ่งดิฉันเองอาจจะตอบไม่ได้หมด แต่ว่าเรียนว่ารายงานวันที่ ๗ ตุลาคม ยังไม่จบ รายงานวันที่ ๗ ตุลาคม ยังอยู่ใน กระบวนการ เราเร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ท่าทีของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเปึนอย่างไรต่อไปตามภารกิจของเราก็คือ ตรวจสอบทําความจริงให้ปรากฏอย่างเที่ยงธรรม ในขณะเดียวกันต้องเสนอด้วยว่า นโยบายของรัฐพึงกระทําอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราต้องสร้างบรรทัดฐาน การชุมนุมโดยสงบไม่ว่าใครก็ตาม แล้วมันก็จะมีมุมหนึ่งของมันที่สืบเนื่องมาจาก เหตุการณ์รายงานประจําป้ ๒๕๔๙ ที่ท่านกรุณาพูดถึงว่าเราจะต้องปัองปรามไม่ให้ใคร ก็ตามที่ความเห็นต่างแล้วไปใช้ความรุนแรงต่ออีกฝ์ายหนึ่ง อันนี้ก็น่าจะเปึนภารกิจของ ทุกฝ์ายร่วมกัน เพราะฉะนั้นเรื่องของกฎหมายก็คือ ขออนุญาตพูดสุดท้ายนี้ว่าขอฝาก ความหวังไว้กับสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ เนื่องจากจะมีรายงานอีก ๓ เรื่องรอจ่อคิว ท่านประธานช่วยนําเสนอบรรจุเข้าวาระ เปึน ๓ เรื่องเล็ก ๆ ของคนตัวเล็กตัวน้อยแต่เปึน คนกลุ่มใหญ่มาก แล้วรอการเยียวยาจากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาไม่ต่ํากว่า ๗ ป้ หรือ ๑๐ ป้ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็พยายามทุกวิถีทางแล้วจนถึง นายกรัฐมนตรีมีการเจรจาหลายครั้งไม่สามารถจะบรรลุได้ จึงขอบรรจุเข้าวาระของ รัฐสภาซึ่งก็คงเร็ว ๆ นี้จะมี ๓ เรื่อง ซึ่งทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคงจะมา รบกวนสภาอีกครั้งหนึ่ง สุดท้ายก็คือว่าที่ท่านบอกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ให้อํานาจต่อ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปึนเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาเราเจอ กฎหมายมากมายที่ไม่เปึนธรรม ขณะนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ใช้อํานาจ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไป ๒ เรื่อง
เรื่องแรก คือเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติ ๒๕๐๔ โดยเฉพาะมาตรา ๖ ก็คือประกาศอุทยานตามใจชอบแล้วก็ไป ทับซ้อนพื้นที่ของประชาชนโดยไม่มีการมีส่วนร่วม เรื่องร้องเรียนเฉพาะเรื่องกฎหมาย อุทยานนี้เข้ามาที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนร้อยเรื่อง เกี่ยวพันกับผู้คน ทั่วประเทศหลายจังหวัด เพราะฉะนั้นเมื่อเราเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีมา จํานวนมากแล้วไม่ได้แก้ จึงมีความจําเปึนต้องใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า พ.ร.บ. อุทยานมาตรานั้นมีปัญหาแน่นอนในการ ประกาศ แล้วก็ขอเรียนฝากท่านไว้ว่าขณะนี้ทางรัฐบาลเองก็กําลังเสนอประกาศอุทยาน ใหม่ ๓๘ แห่ง ถ้าไม่ได้แก้ไขแต่เนิ่น ๆ ก็อาจจะเกิดปัญหา
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่ท่านสมเกียรติเปึนห่วง วันนี้กฎหมายลูกจ้างเอกชน ซึ่งออกมายุคสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลิดรอนสิทธิของลูกจ้างเอกชนหลายหมื่นคน อย่างไม่เปึนธรรม และไม่สามารถแก้ไขเยียวยาใด ๆ ได้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน ขอให้วินิจฉัยว่า พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน มาตรา บางมาตรานั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพื่อหวังว่าจะได้เยียวยาเปึนเชิงรุกต่อผู้คนมากมาย ขอขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
เดี๋ยวผมเชิญ ท่านสมัย เจริญช่าง แล้วก็ต่อด้วยท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และ ท่านนิสิต สินธุไพร นะครับ เชิญท่านสมัย เจริญช่าง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตเรียนขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผมได้อภิปรายในวันนี้ นะครับ จากรายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะล่วงเลยมา ๒ ป้ แต่ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้เปึนประโยชน์ ต่อสังคมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเปึนอย่างยิ่ง ก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านอาจารย์สุนี ไชยรส ที่ท่านได้ให้เกียรติต่อสภาผู้แทนราษฎรได้ให้เกียรติเดินทางมา ร่วมประชุมกับพวกเราทุกครั้งที่มีเรื่องของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าสู่ การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ จากเอกสารของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่อยู่ ในมือของพวกเราในวันนี้ กระผมขออนุญาตได้เรียนต่อท่านประธานว่าเอกสารฉบับนี้ เปึนประโยชน์ต่อการศึกษาของพวกเราเปึนอย่างยิ่ง เพราะได้สรุปทั้งเรื่องประเด็น ข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะ ในส่วนหนึ่งของเอกสารฉบับนี้กระผมขออนุญาตที่จะได้ อภิปรายถึงสิ่งที่เปึนห่วงเปึนใยจากกรณีผลกระทบจากการที่ไม่มีความคืบหน้าในการ คลี่คลายคดีการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้เสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๔๙ จากเอกสาร ดังกล่าวนี้จะเห็นได้ชัดเจนว่าทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับหนังสือ ร้องเรียนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย หรือเอเซียน ฮิวแมน ไรท์ คอมมิสชั่น (The Asian Human Rights Commission) ซึ่งเปึนองค์การเอกชนเกี่ยวกับ การเพิกเฉยของรัฐบาลไทยต่อการคลี่คลายคดีการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รับผิดชอบการสอบสวนคดีดังกล่าวนั้นลาออก ทั้งนี้ เอเอชอาร์ซี (AHRC) ได้มีการร้องเรียนไปยังสหประชาชาติและสหภาพยุโรปเพื่อพิจารณา เรื่องดังกล่าวด้วย นั่นคือบทสรุปจากข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้นําเสนอต่อพวกเรา สําหรับข้อเสนอแนะ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความเห็นว่าหากการคลี่คลายคดีการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร ยังไม่มี ความคืบหน้าใด ๆ เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในระดับสากลของรัฐบาลไทย ในการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชน เนื่องจากคดีดังกล่าวกําลังเปึนจุดสนใจระดับโลกยิ่งขึ้น เรื่อย ๆ ในการนี้ได้ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดําเนินการ คลี่คลายคดีดังกล่าวโดยเร็วต่อไป จากเอกสารฉบับนี้กระผมขออนุญาตได้เรียนต่อ ท่านประธานที่เคารพว่า กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยของเรานั้น การละเมิดสิทธิประชาชนตาดํา ๆ นั้นก็คงจะมีอยู่ในทุกภาคส่วน แต่ในกรณีที่มีการละเมิด สิทธินักกฎหมายซึ่งเปึนทนายความและมีพันธกิจในการที่จะต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง ความเปึนธรรมในสังคมมิให้มีการใช้อํานาจเกินขอบเขตสําหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เรื่องนี้ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่นานาอารยประเทศเขายอมรับไม่ได้ ก็คงจะต้องขออนุญาตได้เรียนต่อ ท่านประธานว่ากระผมอภิปรายวันนี้ในฐานะที่ต้องการจะเห็นกฎหมายบ้านเมืองนั้น ศักดิ์สิทธิ์ ต้องการที่จะได้เห็นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การออกนโยบาย ออกคําสั่งและรับแผน ไปดําเนินการนั้นได้รับผลร้ายตามกฎหมาย หาไม่แล้วในที่สุดในสังคมนี้จะไม่มีใครที่จะ พูดได้เต็มปากเต็มคําว่าประชาชนคนไทยทุกคนนั้นอยู่ภายใต้กฎหมายเท่าเทียมกัน สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องที่กระผมต้องขออนุญาตได้เรียนท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ผมให้กําลังใจท่านในการที่จะดําเนินการเรื่องนี้ต่อไป ถึงแม้ว่า จะยาก ประหนึ่งว่ายกภูเขาออกจากอกก็ตาม สิ่งที่จะต้องขออนุญาตเรียนท่านประธาน ครับว่า คุณสมชาย นีละไพจิตร เปึนนักกฎหมายที่มีความซื่อสัตย์ ผมพูดอย่างนี้ได้เต็ม ปากเต็มคําเพราะว่าสมชายเปึนเพื่อนผม ผมคบกับสมชายมาเปึนระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ ป้ เสียดายในช่วงที่เกิดเหตุการณ์เมื่อป้ ๒๕๔๗ ผมไม่ได้อยู่ในสภาแห่งนี้ ก็ได้แต่ ติดตามสดับตรับฟังว่าอํานาจรัฐที่มีอยู่ในวันนั้นได้คลี่คลายปัญหาเหล่านี้ให้ลุล่วงไปได้ มากน้อยแค่ไหน เพียงใด ผมเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่าเหตุการณ์ความรุนแรง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็อาจจะเปึนส่วนหนึ่งจากกรณีการหายตัวไปอย่างลึกลับของ สมชาย นีละไพจิตร เพราะในวันก่อนนั้นเมื่อเกิดปัญหาความอยุติธรรม มีนักกฎหมาย ที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ทนายความในพื้นที่ไม่มีใครกล้าทําคดีให้ พี่น้องประชาชน ในภาคใต้เขาก็ขึ้นมาใช้บริการของนักกฎหมายในเมืองหลวง คุณสมชายเปึนประธาน ชมรมนักกฎหมายมุสลิม ผมรู้จักเขาดีตั้งแต่เขาเริ่มว่าความ เปึนลูกน้องของ คุณณัฐ เศรษฐบุตร ซึ่งมีสํานักงานอยู่ที่ถนนมหาชัย ผมรู้ดีครับว่าคนคนนี้เปึนคนที่ไม่ได้เห็นแก่ ประโยชน์ส่วนตน เขาทําทุกอย่างเพื่อต้องการจะพิทักษ์ความถูกต้อง ได้ช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนไม่เฉพาะคนมุสลิมที่นับถือศาสนาเดียวกับสมชาย ในกรณีเช่น มีนิสิต คณะสหวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คนหนึ่งซึ่งเปึนชาวพุทธ แต่บ้านเดิมอยู่ อําเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ถูกเจ้าหน้าที่ตํารวจสถานีตํารวจนครบาลทองหล่อ กล่าวหาว่ามีความผิดในเรื่องยาเสพติด และนิสิตคนนั้นก็ถูกพักการเรียน เกือบจะเสียหาย ในเรื่องอนาคต ทางคณบดี ขออนุญาตเอ่ยนาม รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน ขอให้ทนายสมชายเข้ามาช่วยว่าความในคดีดังกล่าว ในที่สุดศาลยกฟัอง เพราะเปึนคดี ที่ไม่มีมูล สิ่งเหล่านี้เปึนการช่วยเหลือโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องศาสนา ในกรณีความ ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิเช่น กรณีของโต๊ะกูเฮง จากเหตุการณ์ที่เกิดการเผาโรงเรียน ๓๘ โรงเรียน เมื่อ ๑ สิงหาคม ๒๕๓๖ ซึ่งในวันนั้น ศาลก็ได้พิพากษาให้โต๊ะกูเฮงเปึนผู้บริสุทธิ์ นอกเหนือจากนั้นครับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง วันนี้ก็มาร่วมเปึนหนึ่งจากสมาชิกในสภาแห่งนี้ครับ นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ คุณหมอแวมาฮาดี ก็เปึนส่วนหนึ่งจากผลิตผลของความอยุติธรรมในคดีเจไอ (JI) ที่ถูกจับกุมมาคู่กับโต๊ะครูมันโซ้ร ซึ่งเปึนโต๊ะครูของปอเนาะมานังตายอ สิ่งเหล่านี้มันเปึน เรื่องที่สังคมได้พิสูจน์ว่าเขาได้ช่วยเหลือเอาตัวเองเข้าเสี่ยงภัยในการที่จะพิทักษ์ความ ถูกต้องในสังคม ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่า วันนี้คุณสมชาย นีละไพจิต อยู่ที่ไหน ไม่มีใครตอบได้ คุณสมชาย นีละไพจิตร ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือกรณีหนึ่ง ซึ่งผมเองได้รับทราบเหตุการณ์นี้โดยตลอด เพราะว่าลูกทายาทของคนที่ได้รับผลกระทบ คือนายเจ๊ะอาเต๊ะปูยู บ้านอยู่ตําบลตํามะลัง อําเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล บุตรสาวของ เขาเปึนเพื่อนกับลูกสาวผม เพราะเรียนหนังสือด้วยกัน ปรากฏว่านายเจ๊ะอาเต๊ะปูยู ถูกอุ้มตัวไป ครอบครัวนั้นมาใช้บริการคุณสมชาย คุณสมชายก็ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ นําครอบครัวของคุณเจ๊ะอาเต๊ะปูยูไปร้องขอความเปึนธรรมจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ปรากฏว่าวันนี้ทั้งเจ๊ะอาเต๊ะปูยู ทั้งสมชายยังไม่กลับมาบ้าน ผมขออนุญาตเรียนครับว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกรณีของคุณสมชาย ผมคิดว่าถ้าหากในบ้านนี้เมืองนี้ เราไม่ช่วยกันคลี่คลายที่จะให้กฎหมายเปึนกฎหมาย โดยที่ไม่เลือกปฏิบัติ ผมเรียน ท่านประธานว่าอนาคตของบ้านเมืองจะมืดมนอีกมาก ในช่วงสุดท้ายผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานว่าผมได้มีโอกาสพบกับสมชายก่อนที่สมชายจะสูญหายไป ๔ วันครับ ผมพบ ครั้งสุดท้ายที่สมาคมมุสลิมบ้านสมเด็จวันอาทิตย์ที่ ๙ มีนาคม รับประทานอาหารร่วมกับ ทนายสมชายเปึนมื้อสุดท้าย คุณสมชายเล่าถึงกระบวนการตามล่าที่เกิดขึ้นจาก ผู้มีอํานาจในเครื่องแบบสีกากีได้ติดตามเขาไปทุกหนทุกแห่ง เวลาที่เขาลงไปในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกครั้งหนึ่งครับ คุณสมชายได้ปราศรัยในงานของโรงเรียนมูลนิธิ อิสลามสันติชนที่แขวงวังทองหลาง ได้เอ่ยชื่อท่าน พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ ซึ่งวันนั้น เปึนรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติและเปึนผู้ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เปึนหัวหน้า ชุดคลี่คลายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ที่จริงแล้วผม ต้องการจะทวงถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชื่อ โกวิท วัฒนะ ท่านเองน่าจะได้เปึนบุคคลที่มีส่วนในการคลี่คลายเรื่องการหายตัวไปของ คุณสมชาย นีละไพจิตร ได้มากกว่าใครทั้งหมด ถ้าหากว่ารัฐบาลนี้ยังยืนยันในการที่จะบริหาร บ้านเมือง ด้วยการบริหารแบบธรรมาภิบาล ผมเรียกร้องครับ ให้ พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบในการที่จะช่วยเหลือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติในการคลี่คลายปัญหาดังกล่าวนี้ เพื่อความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนได้มลาย หายไป ก็คงขออนุญาตใช้เวลาของสภาแห่งนี้เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ในรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ฉบับที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้ เปึนการดําเนินงาน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนป้ที่ ๕ นะครับ ดําเนินงานมาแล้ว ๕ ป้ นั่นหมายความว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้อยู่ทั้งในช่วงที่มีการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย และอยู่ในช่วงที่มีคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขด้วย ผมก็จึงไปดูว่าในช่วงที่มี การปฏิวัติรัฐประหารนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้ได้ไปดําเนินการเกี่ยวกับ การละเมิดสิทธิมนุษยชนเรื่องใดบ้าง ท่านประธานครับ ลองเป่ดไปดูหน้าที่ ๘๕ ข้อ ๗ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีข้อเสนอเพื่อประกันความเปึนอิสระและการ มีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมือง เสนอ ต่อคณะปฏิรูปเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ มีข้อเสนอที่น่าสนใจและเปึนเรื่อง ที่น่าชื่นชมเปึนอย่างยิ่งครับ นั่นก็คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เรียกร้อง ไปยังคณะปฏิรูปไว้ดังนี้ว่าขอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วและยกเลิกคําสั่งที่จํากัดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎอัยการศึกและการห้ามชุมนุมทางการเมือง เกิน ๕ คน นี่เปึนความกล้าหาญส่วนหนึ่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถามว่าผมชื่นชมไหม ผมชื่นชมครับ แต่ชื่นชมยังไม่เต็มที่ครับ ถ้าท่านย้อนกลับไปดู กฎอัยการศึกประกาศโดยคณะปฏิรูปกว่าจะยกเลิกเขาไม่ได้ฟังท่านหรอกครับ อยากจะให้ ท่านกล้าหาญกว่านี้อีกหน่อยว่าการกระทําปฏิวัติหรือรัฐประหารนั้น แน่นอนครับ มีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว ถ้าท่านกรุณาเติมความเห็นไปให้ชัดเจนว่า ในโอกาสต่อไป ก็อย่าได้มีการกระทําในเรื่องของการปฏิวัติรัฐประหารยึดอํานาจอีกต่อไป ก็จะเปึนความกล้าหาญที่น่าชื่นชมมากยิ่งขึ้นครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ คําว่า ฮิวแมน ไรท์ (Human right) หรือสิทธิมนุษยชนนั้น เปึนเรื่องที่เปึนหน้าเปึนตาของ อารยะประเทศเขา ถือว่าเปึนศิวิไลเซชั่น (Civilization) ท่านประธานครับ ผมยกเรื่องนี้ ขึ้นมาอยากจะให้ท่านประธานติดตามไปดูว่าหลังจากที่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ในป้ ๒๕๔๙ นี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีรายละเอียดไว้ใน เรื่องของการติดตามมาตรการการแก้ปัญหา ตามรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิ มนุษยชนในส่วนที่ ๓ หน้า ๕๙ ไว้ดังนี้ครับ น่าสนใจเปึนอย่างยิ่ง มีการร้องเรียนเรื่องการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนในป้ ๒๕๔๙ จํานวน ๖๔๔ เรื่อง ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่มี หนังสือแจ้งเปึนรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ๒๓๗ เรื่อง รายงานผล การตรวจสอบใน ๒๓๗ เรื่อง เปึนรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ๖๑ เรื่อง เปึนรายงานผลการพิจารณา ๑๗๖ เรื่อง นี่เปึนส่วนแรก ๒๓๗ เรื่อง
ส่วนที่ ๒ มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้กับ ผู้ร้องเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓๑๖ เรื่อง ไม่รับไว้พิจารณา ส่งต่อให้หน่วยงาน เกี่ยวข้องดําเนินการ กสม. ไม่รับไว้ ส่งต่อให้หน่วยงานจํานวน ๗๔ เรื่อง กสม. ตรวจสอบเองแล้วปรากฏว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น ๓๔ เรื่อง ให้ยุติเรื่อง มากเหลือเกินครับ ๒๐๘ เรื่อง ละเมิดจริง ๆ ๓๔ เรื่อง ท่านประธานครับ นอกจากนั้นครับ ได้รับการแจ้งผลการดําเนินการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๕๖ เรื่อง ว่าได้ดําเนินการตามที่ กสม. ได้แจ้งไปแล้ว เปึนรายละเอียดดังนี้ครับ รายงานผลการดําเนินการของหน่วยงาน ตามมาตรการการแก้ไขและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของ กสม. ทั้งหมด ๓๓ เรื่อง มีหนังสือ ๔๙ ฉบับ เปึนรายงานผลความคืบหน้าจากผู้ร้องหรือจากหน่วยงาน ๒๓ เรื่อง มีหนังสือแจ้งมา ๒๙ ฉบับด้วยกัน ท่านประธานครับ นี่คือกระบวนการทํางาน สถิติของ กสม. ในรอบป้ ๒๕๔๙ สิ่งที่ผมอยากจะเพิ่มเติม ให้คณะ กสม. ได้ดําเนินการเพิ่มเติมก็คือว่า ผมอ่านแล้ว ๖๔๔ เรื่อง ผมไม่ทราบว่า เรื่องอะไรบ้าง เรื่องไหนยุติเรื่อง เรื่องไหน กสม. ได้พิจารณาแล้วมีการละเมิด ๓๔ เรื่อง ท่านไม่ได้มีรายละเอียดไว้ให้เลยครับ ถามว่า ผมต้องการรายละเอียดทั้งหมดไหม ผมไม่ต้องการเลยครับ ท่านกรุณาทําตารางได้ไหมครับ รายงานในฉบับต่อไปท่านกรุณา ทํารายงานเปึนตารางให้ทราบว่าชื่อเรื่องอะไรบ้างที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่านประธานขออนุญาตอีกสักนิดเดียว ผมจะสรุปแล้วครับ ผมจะสรุปอย่างนี้นะครับว่า สิ่งที่ผมพูดว่า เราเปึนอารยะประเทศที่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรามีสถิติ เรื่องร้องเรียนอย่างที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปแล้ว แต่ในท้ายที่สุด ท่านประธานครับ ท่านประธานลองอ่านบทสรุปดูครับ ข้อจํากัดและอุปสรรค ในการดําเนินงานของ กสม. บทที่ ๓ ครับ สิ่งที่เราเห็นว่าเราเปึนประเทศอารยะแล้ว ล่มสลายทันที ที่ผมว่าล่มสลายทันทีเพราะว่าบทสรุปตรงนี้ครับท่านประธาน ย่อหน้าที่ ๒ หน้าที่ ๑๒๖ ท่านสรุปไว้อย่างนี้ครับ กสม. พบว่า อุปสรรคข้อจํากัดที่ผ่านมาตั้งแต่ ป้แรกยังดํารงอยู่อย่างต่อเนื่องเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปสรรคที่สําคัญที่สุดคือ การที่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานภาครัฐ จนถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไม่เคารพและละเลย ต่อการปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ทั้งที่เปึนกฎหมายสูงสุด และทุกองค์กรของรัฐต้องมีพันธะผูกพัน ต้องปฏิบัติ แสดงให้เห็นว่าบทสรุปทั้งหมดนี้นะครับ เราอยากจะเห็นข้อจํากัด อุปสรรค ในป้ ๒๕๔๙ ท่านเล่นสรุปมาทั้งหมดเลย ถ้าเปึนไปได้ในป้หน้าถ้าท่านทํารายงานอย่างนี้ ท่านกรุณาสรุปมาเลยว่าสิ่งที่ท่านเสนอรัฐบาลไปเรื่องใดบ้างที่รัฐบาลไม่ได้ทําตามที่ กสม. เสนอ ท่านสรุปเปึนตารางมาสิครับ เราจะได้เห็นว่าเรื่องนั้นสําคัญมากน้อยแค่ไหน เปึนเรื่องอะไรบ้าง แล้วจะต้องดําเนินการอย่างไรต่อไปนะครับท่านประธาน นอกจากนั้น สภาผู้แทนราษฎรยังโดนหางเลขไปด้วย เขาสรุปไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน สรุปว่า อุปสรรคที่สําคัญและดํารงอย่างต่อเนื่องประกอบกับทิศทางการพัฒนาดังกล่าวคือการที่ รัฐบาลและรัฐสภาไม่ตรากฎหมายรองรับให้เปึนแนวทางปฏิบัติที่สมบูรณ์ ท่านประธาน ผมยืนยันสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้พยายามทําอยู่ แล้วเรื่องที่ท่านพูดถึง เรื่องละเมิด สิทธิมนุษยชนบางเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เสียด้วยซ้ําไป ฉะนั้น ข้อสรุปอย่างนี้เปึนการสรุปรวมทั้งหมด ความเสียหายตกอยู่กับรัฐบาล ตกอยู่กับรัฐสภา ถ้าเปึนไปได้กรุณาเถอะครับ ในป้หน้าท่านทํารายงานอย่างนี้ ท่านเขียนให้ชัดเจน ลงไปเลย ท่านทําตารางให้ชัดเจนไปเลยว่ามีอะไรบ้างที่เกิดความผิดพลาดในรัฐบาล ที่ความผิดพลาดของรัฐสภาแห่งนี้ ท่านทําตารางมาจะได้เห็นกันชัดเจน ขอบคุณ ท่านประธานที่เคารพครับ
เชิญท่านนิสิต สินธุไพร และจะต่อด้วยท่านถาวร เสนเนียม เชิญท่านนิสิตครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ จากการอ่านรายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งก็เปึนรายงานที่มีผู้ท้วงติงว่ามีความล่าช้า แล้วก็ทางท่านกรรมการก็ได้ชี้แจงไปว่าล่าช้าเพราะอะไร แต่ผมเองก็อยากจะให้ ประสิทธิภาพในการรายงานนั้นเกิดผล เพราะองค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กรก็มี ปัญหาในเรื่องการรายงานล่าช้า เมื่อคราวที่แล้วนะครับ ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาเองก็มีความล่าช้า สภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ก็มีการเสนอแนะต่อมาก็มีการรายงานเปึนป้ต่อป้ ก็ทําให้เราได้เห็นวิวัฒนาการว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้น ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ทีนี้ประเด็นที่ผมเองกราบเรียนต่อ ท่านประธานก็คือว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกิดจากแนวความคิดปรัชญา ทางการเมืองที่เปึนประชาธิปไตย ประเทศที่มีแนวความคิดที่จะพัฒนาประชาธิปไตย จะต้องมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อกลั่นกรองตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ การใช้อํานาจต่าง ๆ ของกลุ่มบุคคลด้วย จึงทําให้ประชาธิปไตยมีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็จะมีส่วนในการคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมือง สถานการณ์สังคม การเอารัดเอาเปรียบกันทางสิทธิเสรีภาพหลายเรื่อง อย่างกรณี หลายเรื่องที่คณะกรรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เข้าไปคลี่คลายในรายบุคคล ก็ทําให้ บุคคลได้รับสิทธิมากขึ้นและได้รับการเยียวยามากขึ้นและหลายครั้งคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติเข้าไปคลี่คลายบางประเด็นก็ทําให้เปึนปัญหามากขึ้นในเรื่องความเห็น ความแตกต่างเกิดขึ้น ผมเองกราบเรียนว่าถ้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดํารงแนวความคิดที่ไม่ศรัทธาเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยจะทําให้การวินิจฉัยการ มองปัญหานั้นบิดเบือนไป ก็จะทําให้ปัญหานั้นยิ่งซ้ําเติมมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นขณะนี้ สังคมไทยมีความแตกต่างทางความคิดและนําไปสู่ความแตกแยกทางความคิด อย่างรุนแรง ผมเองปริวิตกกังวลมากว่ามันรุนแรงถึงขนาดแบ่งภาคกัน วันนี้ชัดเจนว่า ภาคอีสาน ภาคเหนือนั้นมีความคิดคล้ายคลึงกันทางการเมืองและเปึนแนวเดียวกัน ภาคใต้ก็มีความคิดคล้ายคลึงกันกับกรุงเทพมหานคร ภาคกลางก็เกลี่ยกันล่าสุดโพลล์ (Poll) สํารวจประชามติออกมาว่าคนที่มีแนวความคิดเห็นสนับสนุนพันธมิตร ๓๐.๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ๑๘ จังหวัด ๒. คนที่เห็นด้วยกับ รัฐบาล ๓๑ เปอร์เซ็นต์ จุดจําไม่ได้เมื่อวานนี้ นั่นเห็นได้ชัดเจนว่าความแตกต่างทาง ความคิดทางการเมืองของประชาชนได้พัฒนาการไปถึงความแตกแยก คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งยวดว่าจะต้องเปึนคนที่มีความเชื่อมั่น ศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตยจึงจะสามารถช่วยคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ได้ แต่ถ้ามี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมองปัญหาเลือกข้างเหมือนกับองค์กรสถาบันทั่วไป ก็จะเกิดปัญหา ยิ่งซ้ําเติมปัญหาไปอีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เสนอแนะในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จึงเปึนประโยชน์ ผมมีความเชื่อว่าทางการเมืองนั้นทุกคน มีความเชื่อมั่นศรัทธาทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่มีความเห็นแตกต่างกัน ผมเองอ่านรายงานของท่านนะครับ มีหลายเรื่องโดยเฉพาะผลการดําเนินงาน ส่วนที่ ๑ สถานการณ์เด่นซึ่งท่านสรุปอยู่ ๓ เรื่อง ก็มีเรื่องปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องของสึนามิ แล้วก็เรื่องสิทธิที่ดินและป์า ซึ่ง ๓ เรื่อง แต่สิ่งที่คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติไม่มีปรากฏในรายงานป้ ๒๕๔๙ เลย ก็คือเรื่องการยึดอํานาจ การรัฐประหาร วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ไม่ปรากฏในรายงานเลย ทั้ง ๆ ที่การยึด อํานาจการรัฐประหารนั้นเปึนการละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นรุนแรงต่อประชาชน เพราะฉะนั้น ไม่ทราบว่าเปึนเพราะอะไรจึงไม่มีรายงานที่นี่ไม่มีเลยนะครับ ขอให้ท่านกรรมการ ได้ตอบด้วย แล้วก็ไม่มีข้อมูลว่าประชาชนในช่วงที่มีการยึดอํานาจมีการถูกคนละเมิดสิทธิ โดยคณะ คมช. หรือไม่ มีคนร้องเรียนมากี่ราย แล้วคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ หรือว่าการปฏิวัติรัฐประหารนั้นไม่ใช่หน้าที่และ ไม่ใช่เรื่องการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างรุนแรง นี่เปึนเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์ กันได้ แล้วก็เปึนที่น่ากังขามากที่วันหลังจากวันปฏิวัติรัฐประหาร ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่าน ศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สัมภาษณ์เห็นพ้องต้องกันกับการปฏิวัติยึดอํานาจ ซึ่งหลักฐาน ก็อ่านไปเมื่อสักครู่นี้ ท่านเห็นว่าการปฏิวัติคือทางออกของสังคมไทย เพราะฉะนั้นนี่คือ พื้นทางฐานทางความคิดทางการเมืองว่าการปฏิวัติไม่ใช่การละเมิดสิทธิเสรีภาพของ ประชาชน นี่ขนาดประธานนะครับ ประธานมีแนวคิดอย่างนี้ ถามว่าเลือกข้างไหม ผมไม่ทราบ เพราะฉะนั้นเมื่อกระบวนการความคิดเปึนอย่างนี้มันจะนําไปสู่การวินิจฉัย ปัญหา การมองปัญหาที่แบ่งข้าง เพราะวันนี้สังคมไทยมันแตกแยกเปึนเสี่ยง ๆ ส่วนหนึ่ง สนับสนุนพันธมิตร ซึ่งก็อุดหนุน คมช. มาเปึนทางเดียวกัน เรียกร้องให้ปฏิวัติเหมือนกัน อีกส่วนหนึ่งก็ต่อต้านพันธมิตรไม่เห็นด้วย ถ้าประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติมีแนวความคิดเห็นด้วยกับปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอํานาจ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นี้ ก็แปลว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมองไม่เห็นกับการยึดอํานาจนั้นเปึนเรื่องร้ายแรง ไม่ใช่เปึนการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ประเด็นที่ ๒ ผมก็ถามกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่ามีกรรมการ ท่านหนึ่ง ก็คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จรัล ดิษฐาอภิชัย เปึนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านนี้เปึนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสรรหาเมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต่อมาได้มี การออกไปเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการ คมช. ก็ปรากฏว่าถูกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง และในที่สุดก็นําไปสู่การปลดดอกเตอร์จรัล ดิษฐาอภิชัย ในที่ประชุมสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ถามว่าถ้าเหตุการณ์อย่างนี้ เกิดขึ้นนี่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีการปกปัองกันหรือไม่อย่างไร หรือแนวความคิดของดอกเตอร์จรัลนั้นเปึนแนวความคิดที่ตรงกันข้าม
ประเด็นที่ ๓ ผมอยากถามว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องได้รับ ความเปึนธรรม และผมเองก็จะได้รับความเปึนธรรมจากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขณะนี้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๖ วรรคสี่ กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีวาระดํารงตําแหน่ง ๖ ป้ นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดํารงตําแหน่งได้เพียงวาระเดียว ขณะนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดของ ท่านขณะนี้ดํารงตําแหน่งป้ ๒๕๔๖ จนถึงวันนี้วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ๖ ป้แล้ว จะเข้าป้ที่ ๗ เกิน ๖ ป้ รัฐธรรมนูญให้ ๖ ป้ แต่นี่จะเข้า ๗ ป้นี้แล้วนี่ ทําไมไม่มีกระบวนการ สรรหาหรือมีบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขอให้ตอบด้วย เพราะว่าเปึนที่กังขา ของพี่น้องประชาชนมากว่า อยู่ ๖ ป้ ทําไมคณะนี้จึงอยู่จะเลย ๗ ป้แล้ว
ประเด็นที่ ๔ กรรมการสิทธิมนุษยชนในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ วรรคสาม คุณสมบัติลักษณะต้องห้าม การถอดถอน และการกําหนดค่าตอบแทน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้เปึนไปตามกฎหมายที่บัญญัติ กฎหมายที่บัญญัติของ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ป้ ๒๕๔๒ พ.ร.บ. รองรับนะครับ กรรมการห้ามมีอายุเกิน ๗๐ ป้ เกิน ๗๐ ป้ดํารงตําแหน่งไม่ได้ แต่วันนี้ก็ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น ท่าน ศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ประธานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้ ๗๒ ป้แล้ว เกิน ๗๐ ป้ เกินกฎหมาย ก็ขอให้ท่านได้ตอบว่า ถ้าเปึนอย่างนี้มันผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๒ หรือไม่ของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เลยเวลา ๓ นาทีแล้วนะครับ
กระผมเองเห็นท่านตรวจสอบเหตุการณ์ ทางการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมเองอยากจะเห็นรายงานการตรวจสอบ เหตุการณ์ ล้อมทําเนียบรัฐบาล ยึดทําเนียบรัฐบาล และเหตุการณ์บุกยึดเอ็นบีที เหตุการณ์วันที่ ๗ ท่านแถลงไปแล้ว รีบแถลง และเหตุการณ์วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เหตุการณ์ สลายการชุมนุมที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ท่านก็เพิ่งมาชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็อยากจะให้การตรวจสอบเปึนทางลึกแล้วก็ชัดเจนทุกป้ ไม่ใช่เลือกตรวจสอบ ไม่ใช่เลือก หยิบยก วันนี้ผมจึงกราบเรียนต่อท่านประธานว่า กรรมการองค์กรตามรัฐธรรมนูญนี้ ประชาชนกังขาทุกองค์กร องค์กรท่านเขาก็กังขา ผมไม่อยากให้เกิดกระบวนการยุติธรรม ทางเดียว มันจะทําให้สังคมไทยล่มสลาย ไม่มีสถาบันใดเลยเปึนทางออกของสังคมไทย ทุกสถาบันเลือกข้างหมด แม้แต่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมเองจึงไม่อยากจะ เห็นการรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนไปในลักษณะที่ ขอประทานโทษท่านประธานครับ เลือกข้าง แล้วก็หยิบยกบางประเด็นขึ้นมาเพื่อจะ ตอกย้ําให้อีกฝ์ายหนึ่งเสียหาย เพราะหลายเหตุการณ์ผมเองใจเปึนธรรมครับ เพราะทุกเรื่องที่มันเกิดขึ้นนั้นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา อย่างนี้กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะได้รับการเชิดชู เชื่อมั่น ศรัทธา และช่วยกันรักษาองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ ผมไม่อยากจะเห็นสังคมไทยเปึนกระบวนการยุติธรรมทางเดียว เกิดขึ้น ครั้งแล้วครั้งเล่าทุกองค์กร ทุกสถาบัน จนทําให้สังคมแตกแยกอย่างรุนแรง วันนี้เห็น ชัดเจนแล้วครับ ภาคอีสาน ภาคเหนือ ท่านอย่าลืมนะครับ ภาคเหนือมันคือ ล้านนา ล้านช้าง ภาคใต้ศรีวิชัย กรุงเทพมหานคร รัตนโกสินทร์ ท่านอย่าให้มันย้อนยุคไปนะครับ ถ้าทําไปมาก ๆ มันจะย้อนยุคเปึนอาณาจักรใครอาณาจักรมัน ท่านอย่าลืมนะครับ อย่าลืมว่ามันเปึนไปไม่ได้ วันนี้ผมลงพื้นที่ผมกลัวมาก เพราะอะไร เพราะกระบวนการ ยุติธรรมทางเดียวทําให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นต่อองค์กรอื่นเลย เดี๋ยวนี้เขาเชื่อมั่นต่อตัวเอง จึงกราบเรียนต่อท่านประธานสรุปนะครับว่า ขอให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น ดํารงตัวเองเปึนกลางทางการเมือง เปึนกลางทางสังคม เปึนกลางอะไรต่าง ๆ วินิจฉัย จะทําให้ได้รับการยอมรับนับถือและทําให้การเยียวยาสังคมนั้นจากการแตกแยก ให้ดียิ่งขึ้น อันนี้เปึนความหวังดี เราจะใช้ภาษาวิลิศมาหราอย่างไรก็ตามในสภาแห่งนี้ แต่นี่คือความจริง ก็ขอฝากท่านประธานถึงคณะกรรมการว่าให้กําลังใจครับ ยังมีเวลา เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ให้บทบาทเยอะเหลือเกิน องค์กรนี้ก็เปึนองค์กรต้องดํารง อยู่ต่อไป แต่ต้องตอบคําถามผมนะครับว่าคราวที่แล้วก็ไม่ตอบว่าดํารงตําแหน่งวาระ ๖ ป้ ทําไมเดี๋ยวนี้ ๗ ป้แล้ว อายุ ๗๒ ป้ ทําไมอยู่ได้ กฎหมายให้อยู่ ๗๐ ป้
๑๔ นาทีแล้วครับ
ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านถาวร เสนเนียม อยู่ไหมครับ ถ้าไม่อยู่เชิญ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการแสดงความคิดเห็น และมีโอกาสเสนอข้อเสนอแนะต่อรายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมทราบดีว่ารายงานชิ้นนี้เปึนรายงานที่เกิดขึ้นในห้วงระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๔๘ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งเปึนช่วงของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรีและต่อเนื่องกับเหตุการณ์รัฐประหารในช่วงเวลาประมาณ ๑๐ วัน เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้จึงเน้นหนักในช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๔๘ ถึง ต้นเดือนของเดือนกันยายนเสียมากกว่าครับ แล้วก็เปึนการดําเนินงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีเนื้อหาแม้ว่า อาจจะไม่ตรงร้อยเปอร์เซ็นต์กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่ว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้นคล้ายคลึงกันก็คือการคุ้มครองสิทธิของปวงชนชาวไทยในด้านต่าง ๆ อย่างจริงจัง แล้วก็มากกว่าในช่วงเวลาใด ๆ ในอดีต คําว่า สิทธิของปวงชนชาวไทย ที่ระบุไว้ใน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นกว้างขวางและก็หลากหลายนะครับทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพ ในร่างกาย เรื่องความเท่าเทียมกันในสิทธิของการศึกษา การรักษาพยาบาล สิทธิชุมชน สิทธิในครัวเรือน การเดินทาง การเลือกที่อยู่อาศัย การแสดงออกการชุมนุมประท้วง การนับถือศาสนา รวมทั้งเสรีภาพทางความคิดและสิทธิในเรื่องของการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ของประชาชน ทุกประเด็นล้วนรองรับอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้งสิ้นนะครับ ดังนั้น ในรายงานของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิต่อ ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ์าย ทุกประเด็นปัญหา ก็ควรที่ได้รับการบันทึกไว้ในรายงานฉบับนี้ เพราะว่าเอกสารฉบับนี้ต้องถือว่าเปึนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่งที่ต้องให้คน รุ่นหลังได้ศึกษาและได้ตรวจสอบในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ จากการอ่าน รายงานฉบับนี้ก็พบว่าปัญหาการละเมิดสิทธิด้านการรับรู้ของประชาชนโดยเฉพาะเรื่อง ของการคุกคามต่อสื่อสารมวลชน ซึ่งเปึนการละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ประเด็นหนึ่งปรากฏว่าไม่มีการบันทึกไว้ในรายงานฉบับนี้ทั้ง ๆ ที่เปึนเรื่องใหญ่หรือเปึน เรื่องครึกโครมมากต้องยอมรับนะครับว่าในป้ ๒๕๔๙ มีประเด็นปัญหาเรื่องการคุกคาม สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนรุนแรงมากที่สุด ในช่วงรัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมา ปัญหาการคุกคามแทรกแซงสื่อมวลชนเปึนปฐมบท ของการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการทําหน้าที่ของสื่อมวลชนนั้นเกิดขึ้นมาก มีการพัฒนา รูปแบบกลวิธีที่สลับซับซ้อนและก็ไม่เคยปรากฏมาก่อนในแวดวงสื่อสารมวลชน เมื่อสื่อมวลชนถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ย่อมทําให้การทําหน้าที่ไม่สมบูรณ์แล้วก็ต่อเนื่องมา ทําให้สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ที่เปึนจริงของพี่น้องประชาชนก็ถูกละเมิด ไปด้วย นี่เปึนเรื่องที่ต้องตระหนัก ท่านประธานที่เคารพครับในรายงานของสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งบันทึกไว้ในโอกาสวันนักข่าวเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๐ เขารายงานเหตุการณ์เมื่อ ป้ ๒๕๔๙ เขาบอกชัดนะครับว่าในช่วง ป้ ๒๕๔๙ สื่อมวลชนไทยต้องเผชิญกับการคุกคามหลากหลายรูปแบบทั้งอํานาจมืดและอํานาจ ที่เป่ดเผยท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ปะทุรุนแรงถึงขีดสุดอีกครั้งหนึ่ง ในประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่าการคุกคามสื่อมวลชนมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องและค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อาทิ ผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ถูกปลดออกจากตําแหน่งการรายงานและการนําเสนอข่าว การฟัองร้องเรียกค่าเสียหายจาก สื่อเปึนหลักร้อยล้านบาท ม็อบคาราวานคนจนบุกป่ดล้อมอาคารเดอะเนชั่น และม็อบ จักรยานยนต์รวมตัวประท้วงหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฯลฯ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่เพียงแต่เท่านั้นในรายงานในแถลงการณ์เนื่องในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๙ สมาคมวิชาชีพทางด้านสื่อสารมวลชนในประเทศไทยได้ร่วมกันออก แถลงการณ์ยุคการสร้างอาณาจักรแห่งความกลัวและความเกลียดชัง อันนี้ชัดเจนมากว่ามันมีความรุนแรงเกิดขึ้นในเรื่องของการละเมิดสิทธิเสรีภาพของ สื่อมวลชน เขาบอกอย่างนี้ครับ เขาบอกว่าตลอดยุคของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เสรีภาพของสื่อมวลชนไทยอยู่ในภาวะถดถอยมาโดยตลอด เนื่องจากถูกแทรกซึม แทรกแซง แบ่งแยก ภาวะเช่นนี้ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นเปึนทวีคูณ เมื่อเกิด วิกฤตการณ์ทางการเมืองในช่วงปลายป้ ๒๕๔๘ มาถึงปัจจุบัน กล่าวได้ว่าเสรีภาพ สื่อมวลชนไทยในรอบป้ที่ผ่านมาเข้าสู่บรรยากาศแห่งความกลัวและความเกลียดชัง นอกจากนั้นเขาบอกว่าสถานการณ์เลวร้ายเมื่อรัฐบาลประสบวิกฤติทางการเมือง โดยมี ข้อมูลที่เชื่อได้ว่าคนวงในรัฐบาลให้การสนับสนุนและจัดตั้งกลุ่มคนเพื่อทําการคุกคามสื่อ ในรูปแบบที่ไม่น่าเกิดขึ้นในอารยะประเทศ เช่น กรณีมีกลุ่มบุคคลใช้กําลังเข้าป่ดล้อม หนังสือพิมพ์คมชัดลึก การนําขบวนจักรยานยนต์ไปสร้างความกดดันที่หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการและหนังสือพิมพ์แนวหน้า สถานการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเปึนการคุกคาม การทําหน้าที่ของสื่อมวลชนที่รุนแรง โดยหวังให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลตกอยู่ใน อาณาจักรแห่งความกลัวเพื่อสยบยอมต่ออํานาจทางการเมืองหรือยอมเซนเซอร์ (Sensor) ตัวเองเพื่อป่ดกั้นเสรีภาพในการนําเสนอข่าวสาร ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ปรากฏอยู่และเปึนเรื่องที่ครึกโครมมาก แต่กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติไม่ได้หยิบเรื่องนี้มาบันทึกไว้ในรายงาน ผมคิดว่าประเด็นเรื่องนี้มีความสําคัญ นอกเหนือจากการที่ประเด็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพได้ระบุไว้ชัดเจนแล้วก็ยังปรากฏว่า คนของรัฐบาลไปจัดตั้งสื่อมวลชนในสังกัดของตัวเองขึ้นมา ทั้งสื่อวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อจัดตั้งเหล่านี้เปึนปฏิบัติการเพื่อเปึนกระบอกเสียงและเปึน เครื่องมือในการทําสงครามตอบโต้ข่าวสาร และก็ถูกผู้คนในแวดวงสื่อเรียกว่าเปึนกลุ่มสื่อเทียม และน่าสนใจครับ บรรดาขบวนการสื่อเทียมจนถึงวันนี้ก็ได้พัฒนาตัวเองแล้วก็ได้รับการ หนุนเสริมสนับสนุนจากคนในรัฐบาล จากผู้มีอํานาจรัฐเพื่อทําตัวเปึนเครื่องมือ เปึนกระบอกเสียงให้กับกลุ่มการเมืองบางฝ์ายมาจนทุกวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ สื่อเทียมได้ทําลายหลักการจรรยาวิชาชีพขั้นพื้นฐานของสื่อมวลชนอย่างรุนแรง และละเมิดต่อสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ ร้ายกว่านั้นก็คือว่าบรรดาสื่อเทียมทั้งหลายไปก่อกระแสปลุกระดมพี่น้องคนไทยบางกลุ่ม บางอาชีพให้ปฏิบัติการที่ก้าวร้าวรุนแรง ซึ่งถ้าท่านประธานได้ย้อนกลับไปถึงในช่วง ป้ ๒๕๔๙ เราได้เห็นวิทยุชุมชนบางแขนง บางช่อง ที่ออกมาโจมตีบุคคลในแวดวงตุลาการ ต่อผู้พิพากษาที่มาแสดงความคิดเห็น ที่เรียกร้องให้ กกต. ในช่วงนั้นลาออก นอกจากนั้น ก็ยังปลุกระดมให้ผู้คนที่สนับสนุนรัฐบาลเดินทางไปป่ดล้อมอาคารเดอะเนชั่นซึ่งผม ได้เรียนกับท่านประธานตั้งแต่ตอนต้น นี่เปึนปฏิบัติการของการใช้สื่อเทียมในการไปกดดัน แล้วก็สร้างความเสียหาย คนพวกนี้แหละครับ วันนี้ได้ทําสิ่งเหล่านั้นจนกลายเปึนสิ่งที่ ปกติธรรมดาในแวดวงสื่อสารมวลชนไปแล้ว ท่านประธานครับ มาจนถึงเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม สื่อมวลชนที่มีปัญหาในเรื่องของการนําเสนอข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนก็มี หลักฐานที่ชัดเจน โครงการศึกษาและเฝัาระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคมหรือว่า มีเดีย มอนิเตอร์ (Media monitor) ซึ่งประกอบด้วยอาจารย์ นักวิชาการทางด้าน สื่อสารมวลชน เขาได้ศึกษาข่าว การเสนอข่าวสารการชุมนุมทางการเมืองในช่องฟรีทีวี ทั้งหลายในวันที่ ๗ ตุลาคม พบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจมากครับ ในเรื่องของการนําเสนอ ข่าวสารของแต่ละช่องเขาเปรียบเทียบให้เห็น และก็พบว่าสื่อมวลชนของรัฐก็คือเอ็นบีที เสนอข่าวสารที่มีปัญหามากที่สุด โน้มเอียงมากที่สุด อคติมากที่สุด โดยเฉพาะเขาบอกว่า ขณะที่ช่องเอ็นบีทีนั้นเน้นแหล่งข่าวฝ์ายรัฐบาลที่ชัดเจน และแหล่งข่าวที่จะมานําเสนอใน สถานีโทรทัศน์นั้นไม่มีการพูดถึงแหล่งข่าวที่เปึนแกนนํา ผู้ชุมนุม ผู้ได้รับบาดเจ็บจาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่สะท้อนให้เห็นว่าการนําเสนอข่าวสารที่ไม่จําเปึนต้องยึดความเปึนกลาง ไม่จําเปึนต้อง ยึดถือความรอบด้านนี่ได้กลายเปึนเรื่องปกติในสังคมของสื่อสารมวลชนของคนกลุ่มหนึ่ง แล้ว ช่องเอ็นบีทีนี่เปึนรายงานของมีเดีย มอนิเตอร์มีหลายคําถามที่ถามในลักษณะชี้นํา ทางความคิดกับผู้ชม เช่น ความต้องการของพันธมิตรคือการขัดขวางไม่ให้มีการชุมนุม รัฐสภาในวันพรุ่งนี้หรือคะ ข้อร้องเรียนต่าง ๆ ของพันธมิตรที่มีมาก่อนหน้านี้แล้วแต่ทําไม ถึงเคลื่อนการชุมนุมในวันนี้ ลักษณะการถามนําในลักษณะเช่นนี้เปึนการนําไปสู่ ความรุนแรง คําถามที่ก่อให้เกิดความรุนแรงก็มีอีก เช่น ตอนนี้ไม่ทราบว่าสถานการณ์ จะทําให้ตํารวจเข้ามาสมทบกําลังหรือไม่ เพราะว่าจากรายงานว่าจะมีนักรบศรีวิชัย ของพันธมิตรกําลังเคลื่อนพลมายังรัฐสภา ลักษณะเช่นนี้ล่ะครับที่ทําให้ภาพของการ เสนอข่าวทางโทรทัศน์ออกไปในโทนของความรุนแรง เขามีข้อเสนอว่า สื่อฟรีทีวี จาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรลดการนําเสนอข่าวที่เน้นประเด็นความรุนแรงของเหตุการณ์ลง สื่อควรจะนําเสนอข้อมูลอย่างรัดกุม ไม่ควรนําเสนอข้อมูลที่สร้างความตระหนก การตั้ง คําถามของสื่อมวลชนควรเปึนไปในลักษณะที่ไม่สร้างความแตกแยก ควรเน้นการรายงาน ข่าวในเชิงวิเคราะห์ ตีความ เพื่ออธิบายเหตุการณ์กับพี่น้องประชาชนให้เข้าใจเหตุการณ์ ได้มากขึ้นและที่สําคัญก็คือว่า สื่อฟรีทีวีทั้งหมดควรวางตัวเปึนกลาง ปราศจากอคติ ไม่มี ความลําเอียง ไม่ฝักใฝ์ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งโดยเฉพาะ นําเสนอข้อเท็จจริงของข่าวอย่าง รอบด้าน หลากหลาย เปึนธรรม ไม่ควรชี้นําความคิดของผู้ชมไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเรายังสนับสนุนให้บรรดาสื่อเทียม หรือคนที่ไม่มีวุฒิภาวะเข้ามาประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน แล้วก็บิดเบือนเนื้อหาสาระ ของข่าวสารไปทําให้พี่น้องประชาชนกระทบต่อสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของพี่น้อง ประชาชน ถ้ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่าสิ่งเหล่านี้มีความสําคัญ และคิดว่า ภาวะแบบนี้เปึนอันตรายต่อบ้านเมืองและกระทบกับสิทธิของผู้คนในสังคม ผมคิดว่า เรื่องนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาแล้วก็ต้องบันทึกไว้ ในรายงาน อย่างน้อยที่สุดต้องนํามาแสดงต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในการ รายงานในป้ต่อ ๆ ไปด้วย กราบขอบพระคุณครับ
เพื่อนสมาชิกครับ มีผู้ประสงค์จะอภิปรายเหลืออีก ๒๐ ท่านนะครับ ขอความกรุณารักษา เวลาท่านละ ๗ นาที ก็ใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมงกว่า เชิญ ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคพลังประชาชน จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ก็ต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ชี้แจงแล้วก็สอบถามจากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ได้อ่าน รายละเอียดแล้ว เพื่อนสมาชิกหลายคน หลายท่านก็ได้พูดกันมาตั้งแต่ต้นว่าสิทธิของ ตัวเองมีอะไรบ้าง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องดูแลตรงไหนบ้างให้กับพี่น้อง ประชาชน วันนี้ผมต้องขอบคุณท่านนะครับที่ท่านมาชี้แจง เพราะช่วงเช้าผมประชุมวิป รัฐบาลก็ทราบว่า ทีแรกบอกจะไม่มา ก็ไม่ได้เตรียมข้อมูลกันไว้ สุดท้ายท่านมาก็รู้สึกดีใจ ที่ยังจะเห็นองค์กรนี้ ยังจะเห็นประเทศนี้ยังมีสิทธิที่จะต้องทํากันต่อไป ท่านครับผมขอฝาก ตรงนี้ หลายคนก็พูดไปแล้ว พอดีเมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกพูดเรื่องสื่อ ตัวผมเองเปึนคน จังหวัดลพบุรี ท่านครับอยากจะฝากสิทธิท่านสักนิดเดียว ท่านลองไปดูที่เอเอสทีวี (ASTV) ทําไมผมต้องพูดอย่างนี้ท่านครับ ตรงนี้ถามว่าแตกแยกไหม พี่น้องประชาชนจังหวัดลพบุรี เอาแค่สามีภรรยาท่านครับ ผมยกตัวอย่างเลย ผมไม่พูดอ้อมค้อม เมื่อสักครู่มีคนพูดเรื่อง สื่อลืออย่างโน้นอย่างนี้ เรื่องละเมิดสื่อ เรื่องสิทธิ เอเอสทีวี ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ ที่จังหวัดลพบุรี สามีกับภรรยาดูทีวีอยู่ ๒ คน ภรรยาบอกกูทนไม่ไหวแล้ว เอาส้นตีนถีบ ทีวีแตกต้องไปซื้อใหม่ นี่คือเรื่องจริงท่านประธานครับ นี่ความแตกแยกเกิดบนสิทธิที่สื่อ เปึนคนกําหนดแล้วพูดตลอดเปึนคนปลุกระดมตลอด ผมถึงบอกว่าวันนี้สิทธิประชาชน ในประเทศแทบจะไม่เหลือ ท่านครับ อยากจะให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าไป ดูว่า สิทธิตรงนี้จะขอร้องกันอย่างไร จะให้ประเทศเดินหน้าไปได้อย่างไร พูดตั้งแต่เช้า ยันสว่าง ใครดีชม ใครไม่ดีด่า เมื่อวันก่อนผมนั่งดูทีวี เอเอสทีวี ที่ลพบุรี ผมจําได้เลยครับ ประธานสหภาพการไฟฟัา นครหลวง นายเพียร ยงหนู ขอเอ่ยนาม ซึ่งเปึนพวกเอ็นจีโอ (NGO) เปึนสายแรงงานมา สายเดียวกับผม พันธมิตรก็คือพวกผมทั้งหมดครับท่านประธาน อยู่ด้วยกันมา นี่คือสื่อ สุดท้าย สมศักดิ์ โกศัยสุข ขุดตระกูลเพียร ยงหนู มาด่า เพราะเพียร ยงหนู เอาดอกไม้ ไปเชียร์สมชาย วงศ์สวัสดิ์ บอกไอ้เพียรมันมีแผล มันกู้เงินสหกรณ์ ทั้ง ๆ ที่คบมาด้วยกัน ครับ นี่คือสื่อ ก็เลยบอกว่าวันนี้อยากจะฝากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถ้าอยากจะ ให้ประเทศสงบ อยากจะให้ประเทศเกิดความถาวร วันนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็เหมือนเปึนกรรมการกลาง ถ้าพูดตรง ๆ นะครับ เหมือนท่านเปึนกรรมการฟุตบอลตัดสิน คนอื่น ถ้าฝัืงละ ๑๑ คนก็ตัดสินกันไปได้ แต่ถ้าฝัืงหนึ่งลง ๑๑ คน อีกฝัืงหนึ่งลง ๑๕ คน ท่านต้องห้ามครับ ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องห้าม ท่านอย่าไปเข้าข้าง คนใดคนหนึ่งเลย หลายคนพูดมาตั้งแต่เช้าครับท่านประธาน หลายคนมาพูดตั้งแต่เช้า เรื่องสภา ถ้าใครไม่อยู่วันนั้นไม่รู้หรอกครับ ข้างนอกเอาคนมาด่า ผมเปึนผู้นําแรงงาน ด่าข้างนอก ถ้าเปึนเจ้าหน้าที่ออกได้ ไอ้ ส.ส. พรรคพลังประชาชนเอามันไว้ เดี๋ยวจะเข้ามา กระทืบมัน ผมไปยืนอยู่ข้างหน้า ท่านประธานครับ เดินกลับมา เจ้าหน้าที่สภา เด็กตัว เล็ก ๆ ที่เจ้าหน้าที่สภาเอาลูกไปอยู่โรงอาหาร ผมเดินกลับไป ท่าน ส.ส. แล้วใครจะรักษา สิทธิหนู ใครจะดูแลหนู ถ้าเขาบุกเข้ามาแล้วเขาบุกเข้ามาทําร้ายหนูแล้วหนูจะอยู่กับใคร คุณแม่จะไปทางไหนดี นี่คือลูกเขาครับท่านประธาน นี่เปึนการละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง ฝากท่านประธานให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าเรื่องอย่างนี้ ต้องมีอยู่ในรายงาน การประชุมนะครับ ตรงนี้ฝากท่านด้วย เพราะว่าเอเอสทีวีไม่ใช่ว่าเพิ่งทํามาครับ ท่านประธาน ทํามานานแล้ว ผมเองเคยถามอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ว่าเข้าไประงับ ได้ไหม เข้าไปไม่ให้เกิดความแตกแยกได้ไหม เขาบอกไม่ได้ เขาบอกว่ามาตามขั้นตอน นี่แหละครับ ก็เลยฝากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าอย่างน้อยถ้าอยากจะเห็น ประเทศมีความสามัคคีในประเทศก็ต้องดูเรื่องสื่ออย่างที่ผู้ทรงเกียรติได้พูดไปเมื่อกี้นี้ว่า การละเมิดสื่อ แต่ถ้าสื่อละเมิดใครจะเปึนคนห้าม หาคนห้ามไม่เจอครับตอนนี้ ต้องฝาก กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปห้าม
แล้วประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง คือประเด็นละเมิดอํานาจของคนอื่น หรือละเมิดสิทธิของคนอื่น การชุมนุม ท่านประธานครับ ผมเคยพาพวกเดินขบวนมาไม่รู้ เท่าไร ตั้งแต่อยู่คุรุสภาเราก็ไม่เคยแบบนี้ ไม่เคยมีที่ไปยึดทําเนียบรัฐบาลอยู่เกือบเปึน ร้อย ๆ วัน แล้วสุดท้ายก็บอกว่าต้องการไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าต้องการไปตรงไหน ก็ฝาก กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าอย่างน้อยถ้าท่านเปึนคนกลางได้ อยากจะเห็นประเทศ สามัคคี สิ่งที่มันผิดต้องบอกผิด สิ่งที่มันถูกต้องบอกถูก อย่างคุณไปยึดทําเนียบรัฐบาล ต้องบอกเลยครับว่าทําเนียบรัฐบาลเปึนหน้าตาของประเทศไทย สุดท้ายนะครับ ผมยก คําพูดตรงนี้นะครับ มีเจ้าอาวาสที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมไม่ขอเอ่ยนาม เขาโทร มาหาผม บอกท่านสุชาติ เคยเห็นออกทีวี ทีแรกฉันก็ไม่เข้าข้างโยมหรอกเพราะว่าโยมอยู่ ฝัืงรัฐบาล แต่สุดท้าย ล่าสุดนี้ฉันก็ทนไม่ไหว พอยึดทําเนียบรัฐบาลเสร็จ ขังปุ็บ เอาทําเนียบรัฐบาลไปไถนา เอากางเกงในไปตากอยู่ในทําเนียบรัฐบาล นี่เปึนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านยังพูดต่อผมนะครับ ผมขอพูดผ่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปก็แล้วกันว่า คนที่ไปทําอย่างนี้เขาบอกว่าเวรกรรมมีจริง สักวันหนึ่งฟัาดินจะต้องลงโทษ ไปทําใน ทําเนียบรัฐบาล เขาเอาไว้ทําประกอบรัฐพิธี เอาไว้ทําพิธีใหญ่ ๆ ของสภา เอาไว้ต้อนรับ แขกบ้านแขกเมือง แต่คุณไปทํากันปูัยี้ปูัยํา สุดท้ายพระท่านบอกผมว่าอย่างไรครับ ฝากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไป พระเปึนคนบอกผมว่าคนไหนทําอัปรีย์จัญไร ต้องได้กับตัวเอง ท่านประธานครับ ไม่ได้เล่า ไม่ได้ว่านะครับ พระเปึนคนบอกผม เพราะวันหนึ่งที่ไปยึดอยู่ทําเนียบรัฐบาลมีพระที่โกนหัวแต่ไม่ได้โกนคิ้วไปนั่งบิณฑบาตอยู่ ในสภาผู้แทนราษฎร ไปนั่งบิณฑบาตอยู่ในทําเนียบรัฐบาล นี่พระเปึนคนโทรมานะครับ ใช้คําพูดผ่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไป
อีกประเด็นหนึ่ง ท่านครับ ที่อ่านแล้วก็รู้สึกชื่นชม เรื่องอุทกภัยที่หาดใหญ่ ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เห็น ได้ทําว่าต่อไปจะต้องมีการแก้ไข ที่แต่ก่อน น้ําท่วมหาดใหญ่จะต้องมีเขื่อน มีอะไร ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็เข้าไปดูแล เข้าไปตอบสนองตรงนั้นให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดหาดใหญ่ แต่ผมฝาก ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินิดหนึ่งในฐานะที่ผมเปึนคนจังหวัดลพบุรี ช่วงบน ท่านครับ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็จะมา ส่วนหนึ่งก็มีเอ็นจีโอผสมอยู่ด้วย พวกเดียวกัน เขื่อนแก่งเสือเต้น ท่านครับ ผมขอย้อนกลับไปถึงท่านอีกนิดหนึ่ง เขื่อนแก่งเสือเต้นถ้าสร้างแล้วจะเปึน มโหฬารกับประเทศไทย ทําไมถึงพูดอย่างนี้ท่านประธานครับ พอน้ําท่วม ไม่มีใครไปดู น้ําแล้ง ไม่มีใครไปดู ประชาชนตั้งแต่จังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร ชัยนาท ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เดือดร้อนหมด สร้างเขื่อนไม่ได้ กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติต้องไปดูเรื่องนี้ เพราะอะไรท่านครับ เพราะเอ็นจีโอไปบอกว่าถ้าสร้าง แมลงตับเต่าจะหายไป นกยูงอีก ๓ ตัว จะหายไป พอไม่สร้างเสร็จ ฝนตก น้ําก็มาท่วม ตั้งแต่จังหวัดพิษณุโลกยันถึงกรุงเทพมหานคร ตรงนี้ถ้ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยังคิดว่าสิทธิเวลาเดือดร้อนของประชาชน เพราะว่าท่านเขียนมาในรายงานนี้ที่หาดใหญ่ ผมก็เลยบอกว่าเอาตัวอย่างว่าถ้าสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นได้ ก็ขอร้องเอ็นจีโอและ ผมก็ขอร้องรัฐบาลว่าขอให้ทําเถอะครับ พอฝนตก น้ําท่วม ไม่มีที่อยู่อาศัย ประชาชน เดือดร้อน ขาดสิทธิ พอน้ําแล้ง ประชาชนขาดสิทธิ แต่เวลาจะสร้าง สร้างไม่ได้ ท่านประธานครับ ก็ขอวิงวอนฝากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปถึงทางรัฐบาลผ่าน ไปทางท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านอาจารย์ผุสดี ตามไท
ขอบพระคุณท่านประธาน ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ จะขออนุญาต ใช้เวลาตรงนี้อภิปรายในเรื่องของรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็จะ มีอยู่สัก ๒ – ๓ ประเด็น ว่าด้วยเรื่องของอุปสรรคเรื่องความเชื่อมโยงถึงสนธิสัญญา แล้วก็ ส่วนสุดท้ายจะเปึนเรื่องของข้อเสนอแนะ ก่อนอื่นก็ต้องขออนุญาตชื่นชม ดิฉันทราบว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งเปึนคณะกรรมการชุดแรก หลังจาก การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๐ เพราะทํางานยากลําบากเหลือเกิน ภายใต้ ความไม่เข้าใจแล้วก็ออกจะไม่ใช่เปึนวัฒนธรรมของเราเสียด้วย ก็อาจจะยากสักหน่อย ท่านประธานคะ ในรายงานฉบับนี้บอกไว้ว่าสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งต่อ รายบุคคล ชุมชน แล้วก็ต่อสังคมโดยรวมนั้น มันนับวันจะทวีจํานวนแล้วก็มีความรุนแรง เพิ่มขึ้น แต่ที่น่าสนใจในรายงานยังบอกว่า พบว่าเปึนผลจากนโยบายของรัฐที่เน้น ทิศทางการพัฒนาที่ให้ความสําคัญต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ แล้วก็การส่งออก โดยไม่ให้ความสําคัญต่อมิติการกระจายรายได้ที่เปึนธรรม และการเคารพต่อสิทธิของ ชุมชนท้องถิ่น การพัฒนาดังกล่าวนี้มีผลให้รัฐละเลยต่อการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิ คนทํางาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทั้งในโรงงานอุตสาหกรรม ภาคบริการ ภาคเกษตร คนรับงานไปทําที่บ้านและอีกสารพัด รวมไปถึงแรงงานข้ามชาติด้วย ดิฉันไม่แน่ใจว่า น่าเสียดายตรงนี้ ความจริงเปึนสาระสําคัญที่ทุกคนน่าจะต้องเอาไปพิจารณาในการ กําหนดนโยบายในอนาคต
ท่านประธาน จากสถานการณ์ตรงนี้ ดิฉันขออนุญาตไปถึงเรื่องอุปสรรค ซึ่งได้เขียนไว้ในรายงานฉบับนี้ บอกไว้ว่า อุปสรรคสําคัญที่สุดต่อการดําเนินงานของ คณะกรรมการ ก็คือการที่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานภาครัฐ จนถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไม่เคารพและละเลยต่อการปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญนั้นเปึนกฎหมายสูงสุด และทุกองค์กรของรัฐก็ต้องมีพันธะผูกพัน ต้องปฏิบัติด้วย ตรงนี้ล่ะค่ะ และสําคัญยิ่งไปกว่านั้นท่านประธาน ในรายงานยังระบุ ไว้ด้วยอีกว่า อุปสรรคที่กล่าวถึงนี้ยังคงดํารงอยู่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การทํางานในป้แรก จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๔๙ ซึ่งเปึนป้ที่ ๕ ตามที่รายงานฉบับนี้เขียนไว้ ดิฉันก็ขออนุญาต ฝากเปึนประเด็นอย่างนี้ เมื่อมันอยู่ต่อเนื่อง ๆ มาทุกป้แล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง รวมทั้ง เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหรือ ๒ สัปดาห์ที่แล้วนี้นะคะ ก็ยังคงสะท้อน ในเรื่องนี้อยู่ ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตลองฝากเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ถ้าหากท่านฝันได้แล้วก็มีอํานาจ ท่านคิดว่า จะหาวิธีขจัดอุปสรรคที่ว่าตรงนี้ได้อย่างไรบ้าง นั่นก็เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าอย่างนี้ การดําเนินงานของ คณะกรรมการจะมีโอกาสประสบความสําเร็จได้มากเลย ต่อเมื่อทุกฝ์ายในสังคมเห็นด้วย เชื่อในหลักการแห่งสิทธิมนุษยชน แล้วก็รวมทั้งสมาชิกในสังคมนั้นมีวัฒนธรรม สิทธิมนุษยชน เหล่านี้ก็คือ นี่เปึนแนวคิดที่เปึนทิศทางสากล แล้วก็องค์การสหประชาชาติก็ได้พยายามผลักดัน ให้ทุกประเทศที่เปึนสมาชิกได้มีการพัฒนาไปในทิศทางนี้ ท่านประธานคะที่จริงถึงวันนี้ แล้วเรามองเห็นชัดเจนว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมานั้นล้วนแล้วแต่สะท้อนให้เห็นถึง ความที่เราไม่มีวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนเอาเสียเลย ยังคงมีการใช้ความรุนแรงแก้ไข ปัญหาอยู่ไม่น้อยเลย อยากจะเรียนท่านอย่างนี้ว่าประเทศไทยนั้นได้ไปเปึนภาคีของ อนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติหลายฉบับด้วยกัน อย่างน้อยก็ ๗ ฉบับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อนุสัญญาว่าด้วย การขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก อนุสัญญา ว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ อนุสัญญาต่อต้านการทรมาน อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ ทั้งหมดนี้สหประชาชาติถือว่าเปึนสนธิสัญญา ด้านสิทธิมนุษยชนหลัก ๆ ซึ่งเราไปเซ็นเปึนภาคีแล้ว ดิฉันมองเห็นว่าอํานาจหน้าที่ ประการหนึ่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นก็ต้องติดตามตรวจสอบ ทั้งการ กระทําและการละเลยการกระทําที่ไม่เปึนไปตามพันธกรณีของสนธิสัญญาเหล่านั้นด้วย ดิฉันพยายามจะพลิกดูนะคะก็อาจจะมีความเกี่ยวพันอยู่ในเรื่องของกิจกรรมต่างประเทศ แต่ยังมองไม่เห็นความเชื่อมโยงของการติดตามตรวจสอบการละเมิดหรือไม่ละเมิด ก็แล้วแต่ที่เปึนไปตามพันธกรณีเหล่านี้ ดิฉันคิดว่าอยากจะขออนุญาตฝากไว้เปึน ข้อสังเกตว่าในครั้งต่อ ๆ ไป การรายงานตรงนี้จะช่วยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น มองเห็นถึงพันธกรณีที่พวกเราเองทุกคนมีต่อสนธิสัญญาซึ่งไปเซ็นเอาไว้
ในเรื่องสุดท้าย คือเรื่องข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะที่ท่านเขียนไว้นั้น เปึนเรื่องของการผลักดันและพัฒนากฎหมายและนโยบาย แต่ว่าเมื่ออ่านในรายละเอียด ก็จะพบว่าเปึนข้อเสนอแนะนโยบายที่เกี่ยวกับกรณีเฉพาะไม่ว่าจะเปึนจีเอ็มโอ (GMO) หรือเรื่องอื่น ๆ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดท่านประธานคะที่มันเปึนรากเหง้าจริง ๆ ของปัญหา การละเมิดสิทธิมนุษยชนนั่นก็คือเรื่องของทัศนคติ วิธีคิด ความเชื่อ แล้วก็การเคารพต่อ คุณค่าและศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์อย่างเสมอกัน ซึ่งตรงนี้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ได้มีข้อเสนอแนะเอาไว้ว่าการหล่อหลอมทัศนคติ การสร้าง วัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนนั้นจะทํากันได้อย่างไร หากไม่เช่นนั้นแล้วคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คงจะต้องทํางานหนัก แล้วก็ในรายงานนี้ก็ยังคงจะสะท้อนถึงการ ที่จะต้องดูแลเปึนรายกรณี ๆ โดยที่ยังอาจจะมองไม่เห็นภาพใหญ่ก็ขออนุญาตฝากไว้ใน ๓ ประเด็น ขอบพระคุณค่ะ
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสงวน พงษ์มณี ครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับผมมีประเด็นที่จะ ขอแลกเปลี่ยนกับทางท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องแรกคือ เรื่องงานของท่าน ท่านครับ ผมอ่านดูทั้งหมด ผมว่าท่านสุนี ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน ท่านเข้าใจที่ผมพูด ทั้งหมดมันเหมือนสันนิพนธ์ คือเปึนลักษณะเฉพาะเท่านั้น กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะรายงานต้องรายงานลักษณะของคติพจน์ คือจะต้องสรุปให้ได้ ว่าลักษณะงานทั่วไปของงานที่ท่านบันทึกมันคืออะไร ไม่เช่นนั้นผู้ที่รับปฏิบัติหรือผู้ที่อ่าน ก็จะเข้าใจเปึนเรื่อง ๆ เหมือนการอ่านสถานการณ์บางสถานการณ์เท่านั้นเอง วันนี้ ด้วยเหตุผลที่ผมดูผมจึงเข้าใจเอาเองว่าเอกสารชิ้นนี้มันเหมือนกับเอกสารที่อธิบาย สถานการณ์ที่ตัวเองได้พบเห็น ผมพูดประเด็นนี้แค่นี้นะครับท่าน แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อ ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน ขออ่านเอกสารนิดหนึ่ง ท่านประธานอนุญาตนะครับ คือ ผมอยากจะให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านได้กรุณาจดหมายเลขคดีดํา ที่ ๑๖๐๕/๒๕๕๑ ของศาลปกครองกลาง ลงวันที่ ๙ เดือนตุลาคม เปึนการฟัองของ พันธมิตรซึ่งมาล้อมสภา ผู้ฟัองมี ๖ ท่าน ผู้ถูกฟัองมี ๔ ท่าน เริ่มต้นตั้งแต่ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านพัชรวาท ท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ทําไม ผมให้ท่านไปดูเอกสารฉบับนี้ เอกสารฉบับนี้มันจะเปึนการตอบคําถามของเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่พูด พูดอย่างไม่เข้าใจ พูดอย่างไม่อยู่ในเหตุการณ์ ท่านครับ ในหน้าที่ ๙ ศาลท่านสรุปว่าอย่างไร ท่านบอกว่าการชุมนุมในวันที่ ๗ ที่ป่ดล้อมรัฐสภา มิใช่การชุมนุมโดยสงบอันจะได้รับการคุ้มครองตาม มาตรา ๖๓ ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ท่านบอกว่าการกระทําวันนั้นไม่ใช่เปึนการชุมนุม โดยสันติ แล้วรัฐธรรมนูญไม่ได้คุ้มครอง ทําไมผมพูดประเด็นนี้ครับ ท่านครับ เพราะในนี้ เขาบอกชัดหมดเลยนะครับท่านว่าผู้ชุมนุมทําอะไรบ้าง ท่านครับ ผมไม่ต้องอ่าน เพราะผมนอนตรงนี้เอง ผมนอนอยู่ที่หลังสภา ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ประมาณ สักก่อนเที่ยงคืน ผมออกมา คนวุ่นวายหมดเลย รถวางปัูบ รั้วเหล็กปู๋ด ขันน๊อต ลวดหนามมา ยางมา น้ํามันราด นี่หรือครับการบุกยึด ท่านมองความรุนแรงอย่างไร ผมถามว่าท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านมองความรุนแรงอย่างไร สูงสุด ของสงครามไม่ใช่การฆ่า คือการยึด ในนี้ยังบอกอีกว่าผู้ยึดมีประสงค์จะห้ามการทํางาน ของรัฐสภาและขัดขวางรัฐบาลไม่ให้ปฏิบัติตาม มาตรา ๑๗๖ ศาลสั่งอย่างนี้ พูดอย่างนี้ ช่วยอ่านด้วย วันที่ ๙ แต่ท่านสรุปวันที่ ๑๓ ในประเด็นนี้ท่านไม่ต้องตอบคําถามผม ท่านอาจจะได้ไปตอบคําถามกับผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เพราะผมจะใช้ช่องทาง ตาม มาตรา ๒๔๔ (๑) (ค) ผมทําแน่นอนครับท่าน เพราะผมไม่อยากจะโต้เถียง ผมเอง เปึนคนซึ่งไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยพูดในเรื่องที่มันหยุมหยิม ท่านครับ วันนั้นเพื่อนสมาชิก ท่านไม่ได้อยู่ในสภา ผมผ่านเหตุการณ์ ๖ ตุลา นะครับท่าน ประมาณเที่ยงกับสิบห้านาที คนยืนอยู่หน้าสภาชี้อย่างนี้ ท่านครับ ฆ่ามัน ฆ่ามัน อย่างนี้เลย ผมก็นึกว่าเขาพูดเล่น ก็เดินไปใกล้ ๆ ท่านครับ ก็ชี้หน้าด่า ผมก็นึกว่านี่เอาแล้ว ๖ ตุลา อีกแล้ว เราคงโดนอีกแล้ว เตรียมเลยครับ ผมกับท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งคือท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เตรียมหาไม้มาพาดว่า จะต้องหนีแน่ พอควันดํามืด เสียงระเบิดดังขึ้น ควันดํามืด ผมตัดสินใจทันทีว่าจะต้องพา คณะของเราออกทางไหน ท่านครับ นี่คือสถานการณ์ ผมโชคดีครับท่าน เปึน ส.ส. รุ่นกระโดดกําแพงรุ่นที่ ๒ ขลังมาก มีแต่พระกระโดดกําแพง นี่ ส.ส. กระโดดกําแพง รุ่นที่ ๒ ท่านครับ นี่คือประเด็นสถานการณ์ พูดเรื่องนี้แค่นี้พอ ไม่ต้องพูดมาก ซีดี มีทั้งฝ์ายซ้าย ฝ์ายขวา ซ้ายคือฝ์ายล้อม ขวาคือฝ์ายตอบโต้ ก็ โอ.เค. มาดูกัน ท่านก็มีสิทธิ ไปดู แล้วก็ตัดสินใจและบอกว่าสถานการณ์อย่างนี้จะต้องทําอย่างไร แต่ท่านเล่นสรุปว่า เจ้าหน้าที่ผิด ใช้ความรุนแรง รัฐบาลผิด ง่ายไปไหมครับท่าน สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมกําลังจะถามท่านว่ากรอบวิธีทํางานของท่าน ท่านจะต้องอธิบายต่อสาธารณะ ใน ๒ เรื่องนะครับ ท่านครับ เรื่องที่ ๑ อาชีพ การทําหน้าที่ การใช้อํานาจ ไม่เหมือนกันเลย วันนี้ข้อแถลงของท่านในวันที่ ๑๓ ทําให้ครอบครัวของตํารวจทั่วประเทศสูญเสียความเปึน มนุษย์ในสังคมของเขา ทําไมพ่อเขาผิด ถ้าพ่อเขามาทําหน้าที่ ผู้ใช้อํานาจกับผู้มาทําหน้าที่ คนละเรื่องท่าน ท่านจะต้องมองเรื่องนี้ให้ออกว่าอาชีพ การทําหน้าที่และการใช้อํานาจ แล้วถึงจะอธิบาย เรื่องเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ นี่คือการสรุปโดยหลักการว่า หลักการทั่วไปมันคือว่าการใช้ อํานาจใครใช้อํานาจอย่างไร ท่านสามารถจะบอกได้ตรงนั้น การทําหน้าที่ตามคําสั่งกับ อาชีพเขา เขาจะต้องได้รับการปกปัอง ท่านครับ ผมยังมีเวลาที่พาดพิงอีกนิดหนึ่ง ผมกําลังจะพูดต่อไปนี้ครับ ทั้งหมดรายงานของท่าน ท่านพูดแต่เสรีภาพในการใช้สิทธิของ ประชาชนมันมีคําอยู่ ๔ คํา แต่ท่านพูดอยู่ ๒ คํา ท่านจับคู่ขัดแย้งไม่ถูกเลย สิทธิต้องคู่กับ หน้าที่ เสรีภาพคู่กับวินัย วันนี้เราต้องใช้เสรีภาพอย่างมีวินัย เราใช้สิทธิเราต้องทําหน้าที่ ใช้สิทธิยึดถนน ไม่ใช่ คุณมีหน้าที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วย วันนี้ถ้าน้ําในแก้วหน้า ท่านประธานเปึนสิทธิของท่าน ผมต้องมีหน้าที่ไม่แย่งกินของท่าน สิทธินั้นถึงจะเปึนจริง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องมีปรัชญาในการทํางานอย่างนี้ ไม่ใช่พูดแต่เรื่องการ ใช้เสรีภาพ มีเสรีภาพในการใช้สิทธิโดยไม่คํานึงถึงการมีหน้าที่เพื่อไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ท่านครับ ผมกําลังจะพูดถึงเรื่องพาดพิง ผมเพียงอธิบายให้สังคมทราบว่าสงคราม ประชาชนมันเกิดแล้ว ผมอธิบายนะครับท่าน ต่อจากสงครามประชาชนอะไรจะเกิดขึ้น ก็คือสงครามกลางเมือง จุดจบของมันคืออะไรครับ ประเทศแตกแยกเปึนหลายประเทศ แน่นอน ไม่ต้องอ้อมค้อม ใครจงใจ ความรุนแรงที่ผมบอกมันคืออะไร ทําให้เกิดสงคราม ประชาชน ทําให้เกิดสงครามกลางเมือง แล้วจะแยกเปึนหลายประเทศเพราะอะไร เพราะ ความรุนแรงทางวัฒนธรรมที่เอเอสทีวีก่อกับประชาชน คนบ้านนอกบ้านนาเขาได้ ประโยชน์จากนโยบายของพรรคไทยรักไทย เขากลายเปึนคนผิดได้อย่างไร หลักการทั่วไป อย่างนี้ต้องไม่มี พูดได้อย่างไร ๓ วันว่า ทักษิณเอาเงินซื้อรากหญ้า ล้มในหลวง ซื้อตํารวจ ซื้อทหาร พูดอย่างนี้ได้อย่างไร นี่คือการละเมิดสิทธิความเปึนคนของผู้อื่น บ้านนี้เมืองนี้ จะต้องไม่เปึนอย่างนี้ มีใครบ้างครับที่ไม่เคารพต่อสถาบัน มีผู้ใดบ้าง ไม่มีเลย แต่ทําไม คุณพูดอย่างนั้น แล้วคุณได้รับคุ้มครอง ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติท่านดูเรื่องกฎหมายค้ําประกัน กฎสิทธิคนทั่วประเทศไม่แตะต้องกฎหมายฉบับนี้ ศาลปกครองท่านคุ้มครองเอเอสทีวี คุ้มครองอะไร ทําไมท่านไม่ถาม การคุ้มครองหมดไป พร้อมกับการแจ้งถอนคดีของกรมประชาสัมพันธ์หรือเปล่า ไม่มีใครพูด ไม่มีใครถาม นี่เปึนหลักการทั่วไปของการรักษาสิทธิของคน ผมจะจบลงตรงนี้ครับ ปัญหาสิทธิ มนุษยชนของประเทศไทย มันคืออะไรครับ มันคือปัญหาชาติพันธุ์มนุษย์ ถ้าวันนี้ชาติพันธุ์ มนุษย์อีสานกับชาติพันธุ์มนุษย์เหนือรู้สึกว่าทําอะไรก็ผิดหมด อะไรเกิดขึ้น วันนี้ใครที่ ไม่อยู่ในลัทธิของเอเอสทีวีจบแล้วครับ เปึนคนไม่ดีอย่างเดียว ท่านครับ ท่านประชุม สภาผู้แทนราษฎร ออกไปท่านดูเอเอสทีวี ท่านพูดในสภาผู้แทนราษฎรเสร็จ ท่านเดิน ไปที่โน้น เดินไปที่ทําเนียบรัฐบาลแล้วก็มาดูกันตรงนี้ นี่คือสถานการณ์เรื่องจริง เรื่องจริง ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เรื่องแตกแยกไม่ต้องพูดถึง วันนี้ไม่ต้องพูดว่าหลักการทั่วไป เปึนอย่างไร พูดว่าความจริงในสภาผู้แทนราษฎรคือแตกกันเปึน ๒ ฝ์าย ชัดเจน กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ยืนอยู่ฝ์ายโน้น ชัดเจน นี่เปึนข้อกล่าวหาจากผม ไม่ต้องตอบ ผมไม่ถอน ถ้าสั่งถอน ผมออกไป ทําไมผมพูดอย่างนี้ท่านครับ ความเจ็บปวดที่ผมมีมันเปึนสิ่งที่กดทับประชาชนบ้านผม ผมอธิบายเรื่องสงครามประชาชน ผมอธิบายเรื่องสงครามกลางเมือง เปึนคําอธิบาย สถานการณ์ แต่สิ่งที่ผมประกาศคืออย่างเดียว เปึนจิตวิญญาณของคนอย่างผม เมื่อไรที่มี การปฏิวัติคือการทําลายสิทธิมนุษยชนของประเทศ เมื่อนั้นรัฐบาลต้องไปอยู่เชียงใหม่ สู้กับใคร สู้กับผู้ทําลายสิทธิมนุษยชน นี่คือคําประกาศของคนชื่อสงวน ลําพูน ท่านครับ ผมไม่ค่อยพูด เวลาพูดดูท่าทางขึงขังแต่ใจจริงผมสบาย ๆ เพราะอะไรครับ เพราะว่าวันนี้ ไม่มีอย่างอื่น มันไม่มีอย่างอื่นจริง ๆ ท่านครับ มีอย่างเดียวว่าเราจะนําประเทศนี้ ไปทางไหน เราสู้กันในสภาต้องให้เหลือพรรคการเมืองเหลือสภา ทุกครั้งสู้กันมาเหลือ เผด็จการ ตอบคําถามสังคมอย่างไร เราสู้กันแล้วเผด็จการ ตอบคําถามสังคมอย่างไร ท่านครับ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผมคนหนึ่งที่ต่อสู้ให้มันมี ตอนแรกผมไม่เข้าใจ ตอนหลังผมหวงแหน วันนี้ก็ยังหวงแหน แต่อยากให้ท่านทําสิ่งที่เปึนลักษณะเฉพาะให้เปึน ลักษณะทั่วไป ท่านจําคําพูดผมไว้อย่างหนึ่ง ความล้มเหลวของท่านพอล พต คือการใช้ ลักษณะเฉพาะไปชี้นําลักษณะทั่วไป นั่นคือความล้มเหลวของเขา เราไม่ต้องเปึนอย่างนั้นอีก แต่ถ้าหากท่านไม่เชื่อผม ท่านเองจะต้องไปตอบคําถามกับตัวท่านเองไม่ใช่คนอื่น ว่ามันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้อย่างไร ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
กราบขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับ รายงานผลการดําเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจําป้ ๒๕๔๙ แล้วก็จากการที่ได้รับฟังท่านสมาชิกทั้งหลายได้ร่วมอภิปราย ตลอดจนได้มีส่วนได้ใช้ บริการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันมีข้อสังเกตต่อรายงานฉบับนี้ เปึนกําลังใจด้วยว่า ๑๐ ป้ นับตั้งแต่พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กําเนิดขึ้น แล้วก็มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนคณะแรก ดิฉันก็ตามที่ท่าน ได้รับทราบแล้วว่าท่านได้ทํางานด้วยความยากยิ่ง เพราะว่าความรู้ความเข้าใจเรื่อง สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยก็คงยังมีน้อยดังปรากฏในอารัมภบทของท่านประธานเอง ที่เขียนว่าตลอด ๕ ป้ที่ผ่านมา กระบวนการทํางานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาตินี้เปึนประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาของคณะกรรมการเองด้วยนะคะ แล้วก็เปึนกระบวนการเรียนรู้ของภาคสังคม กระบวนการเรียนรู้ของประชาชน ผู้ด้อยโอกาสทั้งในเขตเมืองและก็เขตชนบท อันนี้สะท้อนให้เห็นว่าระหว่างการทํางาน ต้องมีกระบวนการเรียนรู้จากทํางานอย่างแท้จริง ระหว่างนี้ ๑๐ ป้ คงยังจะไม่เพียงพอ สําหรับความเข้าใจ คิดว่าเราคงต้องใช้เวลา ขนาดประชาธิปไตยเองยังต้องใช้เวลา อันยาวนาน ดังนั้นก็ขอให้กําลังใจ เพราะว่าท่านกําลังทํางานยากยิ่ง เพราะว่ามนุษย์เรา ก็มีความแตกต่างจากสัตว์ทั่วไปนะคะ ที่จะเปึนสัตว์ประเสริฐที่เขาบอกว่าต้องทํางานขัด กับหลักธรรมชาติ เพราะว่าความเสมอภาคกันในสังคมในธรรมชาติจะไม่มีความ เสมอภาคใช่ไหมค่ะ ถ้าเปึนกฎธรรมชาติก็คือสัตว์ใหญ่ก็เปึนเจ้าสัตว์เล็ก ปลาใหญ่ก็กิน ปลาเล็ก แต่ว่าในสังคมมนุษย์ก็คือทําอย่างไรที่จะให้คนเคารพสิทธิกันอย่างเท่าเทียม อันนี้เปึนสิ่งที่จะต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ สําหรับในเรื่องของฐานทรัพยากรที่ดิฉัน ขอกราบเรียนถึง เพราะว่ายังไม่มีใครได้กล่าวถึงในเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องปัจจุบันปัญหา ประชาชนถูกละเมิดสิทธิในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรณีของ ที่ดินและป์าไม้เปึนเรื่องที่มีปัญหาความรุนแรง แล้วก็กระจายอยู่ทุกพื้นที่ ดังปรากฏอยู่ใน รายงานฉบับนี้ว่าปัญหาเฉพาะในกลุ่มของที่ดินและป์าไม้ เปึนประเด็นปัญหาสูงสุด โดยในป้ ๒๕๔๔ – ๒๕๔๖ พบว่ามีการร้องเรียนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถึง ๖๐ กรณี ป้ ๒๕๔๗ ๖๓ กรณี ป้ ๒๕๔๘ ๑๗๓ กรณี แล้วก็ป้ ๒๕๔๙ ๑๖๕ กรณี ก็จะเห็นได้ว่าก็มีประเด็นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่อาจจะมีบางกรณีที่ไม่ได้เข้าสู่กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันเองเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาเอกสารสิทธิที่ดินทํากินนะคะ แค่เป่ดมาช่วงคัดเวลาของกรรมาธิการวิสามัญก็มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทั่วประเทศ มากมาย แค่ช่วง ๒ – ๓ เดือนที่ผ่านมา แล้วก็ตัวอย่างกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้หยิบยกมาในรายงานฉบับนี้ก็พบว่ามีอยู่ ๕ กลุ่มปัญหา ไม่ว่าจะเปึนสิทธิ ในการจัดการที่ดินและป์าไม้ ซึ่งเปึนปัญหาที่ยิ่งใหญ่มาก ไม่ว่าจะเปึนกรณีที่กฎหมาย บางฉบับ หรือว่านโยบายของรัฐไปละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชน ซึ่งส่งผลกระทบ ขณะนี้ดิฉันเองได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปก็คงจะคล้าย ๆ กับท่านกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเวลาที่ลงไปดูว่าพี่น้องประชาชนถูกล่วงละเมิดอย่างไร บางครั้ง บางชุมชนก็ได้ตั้ง ถิ่นฐาน ที่อยู่อาศัย บ้านเรือนมาก่อน แต่ว่ากฎหมายเองก็ได้ประกาศแล้วก็ไปทับซ้อนสิทธิ ของประชาชน อันนี้ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่จะต้องทําความเข้าใจกับภาครัฐด้วย แล้วก็ผู้กําหนด นโยบายว่ามีทั้งมติคณะรัฐมนตรีที่เปึนปัญหาที่เราจะต้องร่วมกันทบทวน ดูจากรายงาน ของคณะกรรมการก็บอกทางออกไว้บ้าง แต่เนื่องจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเองก็มีข้อจํากัดในการทํางาน เพราะว่ามีบุคลากรค่อนข้างน้อย แล้วก็ปัญหา ที่ร้องเรียนเข้ามาหลายฐานมากคิดว่ากว่าที่ท่านจะได้ศึกษาแต่ละกรณีก็ต้องใช้ความ ตั้งใจเปึนอย่างยิ่งก็ขอให้กําลังใจนะคะ ก็ดูจากการทํางานก็รับทราบ แต่ว่าสิ่งที่เปึน ปัญหาของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่อยากจะคิดว่าในช่วงป้หน้าจะครบวาระ ๖ ป้ใช่ไหมคะ ดิฉันก็เปึนห่วงว่าเปึนช่วงเปลี่ยนผ่าน ๕ ป้ในองค์ประกอบ กรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ๑๐ ท่านเมื่อครบวาระก็จะต้องมีการแต่งตั้งโดยสรรหา หรือว่าโดยการ เห็นชอบของวุฒิสภาในช่วงเปลี่ยนผ่านนี่ไม่ทราบว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้ มีประสบการณ์มาถึง ๕ ป้แล้วได้เตรียมการเรื่องนี้อย่างไร อันนี้ก็คงจะได้มองไปใน อนาคตด้วยนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ อํานาจที่ไม่มีสุด ๆ ของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในเรื่องของการที่หลังจากที่สรุปประเด็นปัญหาแล้วก็ยังไม่สามารถหาทางออกให้กับ สังคมได้ อันนี้ก็คงจะต้องหาแนวทางว่าจะทําอย่างไร รวมทั้งความซ้ําซ้อน เพราะ บางกรณีปัญหาช่องทางการร้องเรียนของพี่น้องประชาชนอาจจะไปร้องเรียนได้ที่ ผู้ตรวจการแผ่นดินใช่ไหมคะ หรือว่าศาลปกครอง อันนี้ไม่ทราบว่าในความร่วมมือกัน ที่จะทําให้การทํางานของการช่วยเหลือสิทธิมนุษยชนมีประสิทธิภาพได้มีการจับมือกัน อย่างไร หรือไม่ อันนี้ก็ขอฝากไว้เปึนข้อสังเกตนะคะ
สําหรับในเรื่องของสิทธิความเข้าใจของชุมชนดิฉันเองก็ขอหยิบยกว่า ท่านได้สร้างคุณูปการกับชุมชนอย่างมากนะคะ ที่จังหวัดลพบุรีประชาชนได้ถูกละเมิด สิทธิในเรื่องของการอนุรักษ์ภูเขาเอราวัณ ซึ่งเปึนทรัพยากรของชุมชน จากเดิมดิฉันเห็น ความเปลี่ยนแปลงหลังจากเขาเข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ แล้วได้เรียนรู้สิทธิของตนเอง สิทธิชุมชนในการปกปัองทรัพยากรในท้องถิ่น ก็ได้บังเกิด มรรคผลที่เห็นพัฒนาการว่าเกิดผลในการประกาศเปึนเขตห้ามล่าสัตว์ป์าจากพื้นที่ ที่พี่น้องประชาชนลุกขึ้นเรียนรู้ด้วยมือเปล่า แล้วก็ใช้คุณค่าของข้อมูลความรู้ในการต่อสู้ อันนี้ก็ถือว่าเปึนผลงานที่อยากจะกราบเรียนว่า ถึงแม้สิ่งที่ท่านได้ทํามาเปึนสิ่งที่ยากยิ่ง แต่ก็เกิดเปึนมรรคผลในรูปธรรมนะคะ ซึ่งขอขอบพระคุณแทนพี่น้องประชาชนด้วย สําหรับการละเมิดสิทธิอื่น ๆ ที่อยากจะให้ท่านเตรียมการรับมืออีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของ ภัยธรรมชาติ เพราะปัจจุบันไม่ว่าจะเปึนฝนแล้งหรือน้ําท่วม โดยเฉพาะน้ําท่วมมันเปึน ภัยธรรมชาติปรากฏการณ์ก็จริงนะคะ แต่จะเห็นได้ว่าช่วงเดือนที่ผ่านมาจะมีข่าวกรณี ความขัดแย้งระหว่างพื้นที่ ประชาชนที่ประสบภัยกับปัองกันภัยก็จะมีการล่วงละเมิดสิทธิ ซึ่งกันและกันนะคะ เพราะว่าบางทีปัองกันน้ําในที่แห่งหนึ่งก็ไปทําให้น้ําหลากไปท่วม อีกแห่งหนึ่ง อันนี้ก็เปึนสิ่งที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คงจะต้องเตรียมการสําหรับ กรณีใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณนะคะ เนื่องจากเวลาจํากัดก็ขอ ให้กําลังใจทุกท่านด้วย ขอขอบคุณค่ะ
ขอเชิญท่านปวีณ แซ่จึง ท่านปวีณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคพลังประชาชน เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อยากจะให้ท่านได้กรุณาดู ตราสัญลักษณ์ของท่านนะครับ เอาตั้งแต่รูปดอกบัวเลย ก็คือความมีคุณธรรม ความเอื้ออาทรระหว่างเพื่อนมนุษย์อันเปึนจริยวัตรอันดีงามของ คนไทย ส่วนรูปมือก็คือความร่วมมือของภาคสังคมทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะในระหว่าง ประเทศหรือระดับประเทศ เพื่อโอบอุ้มคุ้มครองศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ โดยหลักแห่งความเสมอภาคและภราดร ส่วนเรื่องสีนั้นผมขออ่านข้อความสุดท้าย สีน้ําเงินก็คือความสามัคคีประสานพลังแห่งความหนักแน่นของทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อ สร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนในสังคม สรุปแล้วก็คือเพื่อให้มนุษย์ในสังคมในภาค ประชาคมของเรานั้นอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นผมมองดูในภาวะปัจจุบัน รายงานของท่านที่ได้กรุณาสรุปมาผมคิดว่าคงจะเปึนเพียงหนึ่งในล้านของประเด็นกรณี ทุกกรณีที่เกิดขึ้นในเรื่องการละเมิดสิทธิในประเทศไทย อยากจะเรียนว่าเราคงจะต้องรอ ระยะเวลาอีกยาวนานและคงจะไกลแสนไกลที่จะทําให้บรรลุเปัาหมายถึงการที่เราจะดูแล เรื่องสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในขณะที่เรากําลังเรียกร้องเรื่องนี้อยู่ ขอฝากท่านว่าท่านได้ดูรูปตราของท่าน แล้วก็ขอฝากว่าท่านได้จงเปึนเหมือนรูปตรา สัญลักษณ์ที่ท่านได้กําหนดไว้ ถ้าท่านไม่สามารถรักษาสถานภาพและภาพลักษณ์ของ ท่านได้ ปัญหาของสังคมก็ไม่สามารถยุติได้ ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมเสียใจนิดหนึ่ง วันที่ ๗ ตุลาคม อยากจะบอกว่า ส.ส. กลุ่มหนึ่งพยายามปฏิบัติหน้าที่ ผมคงไม่พูด ฝ์ายผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ราษฎรเลือกมา ภาระหน้าที่ในการประชุมปฏิบัติ ภารกิจตามกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญต้องทําในความรู้สึกของผม ส่วนท่านใดไม่ทําไม่มีปัญหาครับ วันนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีท่านสมาชิกอภิปรายว่า มีคนบาดเจ็บและตายไหม ผมบาดเจ็บครับ ผมอยากจะบอก แต่ผมไม่เรียกร้องผมไม่เคย พูดข้อเท้าผมนี่ ประทานโทษท่านประธาน นิ้วโปังผมยังไม่หายเลย ผมป้นข้ามกําแพง ไม่ได้เคยคาดคิดมาก่อนตลอดชีวิตว่าการเปึน ส.ส. จะต้องมาจนมุมอย่างนี้ ผิดด้วยหรือที่ ผมประชุมวันนั้นเปึนสิทธิและหน้าที่ของผมไหมผมจะถาม แล้วอยากถามว่ามีบาดเจ็บ และตายไหม เหมือนคล้าย ๆ กับว่าถามเพื่อต้องการอะไร ตอนนี้ผมยังเดินไม่คล่องเลย นิ้วโปังผมจะต้องถอดเล็บ แต่ผมไม่เรียกร้อง ท่านไม่ต้องสอบผมหรอก เปึน ส.ส. แล้วยัง ปกปัองสิทธิของตัวเองไม่ได้นี่ เราคุ้มครองประชาชนไม่ได้ ผมไม่เรียกร้องในเรื่องนี้ แต่อยากจะกราบเรียนว่าสิทธิที่ท่านจะคุ้มครอง ขนาด ส.ส. ๓ คนจะขึ้นเครื่อง ท่านได้ สอบให้เขาไหมเขาโดนไม่ยอมให้ขึ้นเครื่อง เขาเสียหายไหม เขาจะกลับบ้าน ค่าโดยสาร เขามีสิทธิที่จะไม่มารับจากรัฐสภา ต้นหน่วยงานสังกัดไหม แล้วให้เขาลง ละเมิดสิทธิ เขาไหม สถาบันแห่งนี้เคยถูกกระทําอย่างนี้มากี่ครั้งแล้วตั้งแต่ตั้งขึ้นมา การปฏิเสธไม่ให้ ขึ้นเครื่องมีข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ วันที่ ๗ ผมเจ็บเท้าอยากจะกลับเครื่องจองตั๋วไปแล้ว ผมไม่กลับ ผมให้รถยนต์ที่บ้านมารับผมกลับ ผมกลัวเขาไล่ผมลงเครื่อง ขณะที่ เดินกระเผก ๆ ผมคงเดินไม่ไหว ยังไม่อยากให้เขาเอารถเข็นเข็นผมขึ้นลง นี่เปึนการละเมิด สิทธิไหม แล้วยังมากล่าวบอกว่า ส.ส. พรรคพลังประชาชนนี่ไม่ให้โดยสาร ถามว่าละเมิด สิทธิไหมครับ ผมคงจะบอกแค่นี้ แล้ววันนั้นสถานการณ์ต่างกัน คนอยู่ข้างนอกกับคนอยู่ ข้างในไม่เหมือนกันหรอกครับ บังเอิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี่ไม่ได้มี สํานักงานอยู่ในอาคารรัฐสภา ถ้าท่านมีสํานักงานที่นี่ท่านจะรู้ว่าสถานการณ์ขณะนั้น คนที่อยู่ข้างในที่เปึน ส.ส. มีความรู้สึกอย่างไร ถามว่าผมกลัวไหม มันน่ากลัวไหมล่ะ ที่เขาบอกว่าให้เจ้าหน้าที่กับประชาชนทั่วไปออกไป ให้เหลือ ส.ส. ส.ว. คณะรัฐมนตรีให้เหลือไว้ตรงนี้ แต่ขณะนี้ที่อีกกลุ่มหนึ่งก็ร้องเพลง ปลุกระดม ลองมาอยู่ที่นี่ดูครับ เราอยู่ต่างสถานการณ์ ผมไม่โทษใครหรอก แต่อยากจะ บอกความจริงว่าท่านอยู่ข้างนอก ท่านก็มองสถานการณ์อย่างหนึ่ง ผมอยู่ข้างใน ผมอยู่ใน สถานการณ์นี้ก็เปึนอีกอย่างหนึ่ง คนที่อยู่ในสถานการณ์ในสมรภูมิรบกับคนที่อยู่บ้าน ไม่เหมือนกันหรอก ที่เขาฆ่ากันที่ชายแดนกัมพูชานั้นมีใครรู้บ้างไหมว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน เขาอยู่ด้วยกันดี ๆ เราไปทําอะไรให้มันเกิดความแตกแยก รู้ข้อเท็จจริงเบื้องหลัง จริง ๆ ไหมว่ามันเปึนอะไรที่เกิดขึ้น ผมจังหวัดศรีสะเกษ ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้ ผมเกิด ที่นั่น ผมเคยไปบริหารจัดการตรงนั้นในฐานะนายก อบจ. ศรีสะเกษ มันเกิดขึ้นเพราะ การเมือง ตั้งแต่สมัย พ.ศ. ๒๕๒๐ กว่า ไม่ใช่เพิ่งเกิด ก็จะพูดแค่นี้ เพราะฉะนั้นถึงอยากจะ เรียนว่ามันต่างสถานการณ์กัน ขณะนี้ผมอยากจะฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติว่า ท่านต้องดูเหมือนกระจก ๖ ด้าน ๒ ด้านไม่พอ ๔ ด้านไม่พอ ต้อง ๖ ด้าน แล้วอย่าด่วนสรุป ถ้าท่านสรุปก็เหมือนกับว่าเข้าทางคนใดคนหนึ่ง ลองมาถามเจ้าหน้าที่ รัฐสภาดู ถามได้เลยวันนั้นมีความรู้สึกอย่างไร ทุกคนอยากจะกลับบ้าน ทุกคนกลัว ลูกผมนี้โทรหาถี่ทุก ๆ ๑๕ นาทีจนแบตเตอรี่หมดไม่ต้องโทรเลย ผมข้ามรั้วไปแล้ว เสร็จแล้วแม่บ้านผมมารับที่สะพานควาย ผมไปถึงสะพานควายจุดนัดพบ ๓ ทุ่มพอดี ความรู้สึกผมเปึนอย่างไร แม่บ้านผมเปึนอย่างไร เจ้าหน้าที่เปึนอย่างไร ประชาชนทั่วไป คนที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงก็พูดอยู่อย่างนั้นแหละ ทําไมไม่สอบถามกันบ้าง ผมไม่พูดให้คนอื่นต่อ ประเด็นผม และผมไม่ต้องการให้ท่านตอบโต้ เพียงแต่ความรู้สึกของคนที่เปึนอย่างนี้ ถ้าบังเอิญวันนั้นขาผมหักล่ะ คงจะมีคนสักคนมาสมน้ําหน้าผม มันโง่มาประชุมแล้วขาหัก ฝากนะครับ ผมไม่ต่อประเด็นเพราะอยากให้ท่านต่อ เพียงแต่ว่าเราต่างความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องหักล้างกันทุกอย่าง บ้านเมืองต้องเอาไว้ให้อยู่ ผมบังเอิญเปึนลูกคนจีน เกิดในเมืองไทย ผมสํานึกในบุญคุณของแผ่นดิน องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อผมก่อนจะตายบอกว่าต้องจงรักภักดีต่อแผ่นดินที่ให้มึงอยู่ ผมต้องขอโทษที่ใช้คําว่า มึง เพราะตรงนั้นที่พ่ออยู่ไม่ได้ พ่อมาตรงนี้ แล้วต้องอยู่ด้วยความจงรักภักดี ผมจึงอยู่อย่าง ทุกวันนี้ แล้วพยายามปฏิบัติภารกิจให้ดีที่สุด ฝากเพื่อนสมาชิกครับ จะอย่างไรก็ตาม เราต่างสถานะเพียงแค่ความคิด เราก็คนไทยด้วยกันครับ
เชิญคุณนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอถือโอกาสนี้ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอาจริงเอาจัง ด้วยความ มุ่งมั่นที่จะให้สังคมได้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมกันของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ และต้องขอชื่นชมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผ่านท่านประธานว่า รายงานฉบับที่ท่านได้รวบรวมปัญหาความเดือดร้อนในทุก ๆ มิติ ในทุก ๆ ภาคส่วนของ สังคมไทยเสนอต่อรัฐสภานี้ถือว่าสมบูรณ์ที่สุด ตามบทบาทหน้าที่ที่ท่านได้รับอํานาจจาก บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในวรรค ก่อนสุดท้ายนะครับว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องคํานึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติและประชาชนประกอบด้วย ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเกริ่นนําสั้น ๆ แล้วก็กราบเรียนท่านประธานเนื่องจากว่าคนที่มีอํานาจและ ใช้อํานาจ มีอํานาจอยู่ในมือ มีกฎหมายรองรับก็คือในส่วนของภาครัฐ หรือส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง แต่ประชาชนไม่มีอํานาจ แต่ประชาชนไม่มีอาวุธ แล้วก็ไม่อนุญาตให้ใช้อาวุธโดยไม่จําเปึน เพราะฉะนั้นการที่มี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมารองรับเพื่อให้ถ่วงดุลกันระหว่างประชาชนกับผู้ใช้ อํานาจรัฐให้เกิดความเปึนธรรม ให้เกิดความสงบสุข ให้เกิดความปรองดอง และมีประโยชน์ต่อส่วนรวม ถือว่าเปึนสิ่งที่น่าชื่นชม แล้วท่านเดินมาถูกทางแล้ว ขออนุญาตชื่นชมไว้ ณ ที่นี้ ต่อประเด็นปัญหา ผมขออนุญาตเพิ่มเฉพาะรายงานหน้า ๑๒ ท่านประธานครับ หน้า ๑๒ สถานการณ์ปัญหาสิทธิในการจัดที่ดินและป์า ขออนุญาต อ่านสั้น ๆ เฉพาะประเด็นปัญหาหลัก ท่านประธานครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้สรุปปัญหาหลักเรื่องที่ดินและป์าไว้ ๕ ข้อ ข้อที่ ๑ ที่ปรากฏชัดเจนก็คือ การประกาศเขตป์าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า ทับที่ทํากิน ของชุมชน ทําให้ไม่มีความมั่นคงในที่ดิน รวมทั้งปัญหาจากพระราชบัญญัติป์าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ที่ถือว่าที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิเปึนพื้นที่ป์าไม้ทั้งหมด ข้อที่ ๒ การจับกุมประชาชน การข่มขู่คุกคาม การทําร้ายร่างกาย การขนย้ายทรัพย์สิน การทําลายอาสินพืชผล การอพยพชุมชนออกจากพื้นที่ และสภาพการณ์ปัญหานี้ ยังเปึนอยู่และหนักหน่วงขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อที่ ๓ ก็คือโครงการในการ พัฒนาของรัฐส่งผลกระทบต่อการทําลายพื้นที่ป์าและที่ทํากินของชุมชน ข้อที่ ๔ ก็คือชุมชนที่ไม่สามารถโค่นไม้ยาง ผมขออนุญาตบวกเพิ่มนิดหนึ่งก็คือยูคาลิปตัส ด้วยนะครับ และป์าไม้ที่ประชาชนขออนุญาตปลูก ที่กรีดจนหมดอายุแล้ว หรือว่าพอที่จะ ตัดปลูกใหม่ รวมทั้งไม่สามารถที่จะกู้เงิน แล้วก็ไม่สามารถที่จะเอามาใช้ประโยชน์ได้ อันนี้ คือปัญหาแล้วก็สภาพที่เปึนอยู่ ข้อที่ ๕ ข้อสุดท้ายก็คือชุมชนขอมีส่วนร่วมในการจัดการ พื้นที่ป์า เพื่อมิให้มีการทําลายป์า ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือสภาพปัญหาโดยรวม โดยเฉพาะข้อแรกที่ผมได้หยิบยกขึ้นมากราบเรียนท่านประธาน ก็คือการประกาศเขตป์า บนเอกสารและไปทับซ้อนกับที่อยู่ที่อาศัยที่ทํากิน สภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเห็นบางที่เปึนที่วัด บางพื้นที่เปึนที่โรงเรียน บางพื้นที่เปึนที่ชุมชน และชุมชนนั้นได้อยู่กันมาด้วยความสงบ ปกติสุข เป่ดเผย มีเจตนาเปึนเจ้าของต่อเนื่องกัน มายาวนานหลายชั่วอายุคน แต่สภาพในทางกฎหมายคือในทางนิตินัยกลายเปึน ที่ป์าสงวนแห่งชาติ กลายเปึนที่อุทยานแห่งชาติ กลายเปึนที่อนุรักษ์ ท่านประธานครับ ปัญหาที่ขัดข้องที่ประชาชนไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ ก็คือเวลาทําถนนก็ติดขัดเรื่องป์า เวลาจะนําไฟฟัาขึ้นไปเพื่อให้แสงสว่างกับชุมชนก็ติดขัดปัญหาเรื่องป์า เรื่องอุทยาน เวลาที่จะพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ติดกับปัญหาที่ป์า ติดกับปัญหาที่อุทยานแห่งชาติ ติดกับปัญหาที่อนุรักษ์ เพราะการทับซ้อนในสิทธิอันนี้ ถือว่าเปึนการละเมิดสิทธิของชุมชนและประชาชนที่ควรจะได้รับอย่างรุนแรง แล้วก็ อย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมจึงหวังผลว่าสิ่งที่ท่านเสนอแนวทาง ในการแก้ไขปัญหา ขออนุญาตสรุปสั้น ๆ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเวลามีจํากัดด้วย ความเคารพ ข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็คือ รัฐจะต้องปรับวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการที่ดินและป์า อันนี้ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ รัฐควรที่จะ เปลี่ยนแปลงกระบวนการในการพิสูจน์สิทธิของคณะกรรมการการแก้ไขปัญหา การบุกรุกที่ดินของรัฐหรือ กปร. อันที่ ๓ ก็คือรัฐควรนํามติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๗ และ วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๔๐ มาใช้บังคับ แล้วก็ควรที่จะเพิกถอนหรือปรับเปลี่ยนมติ คณะรัฐมนตรี วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ อันนี้คือเรื่องป์า ซึ่งกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ คนที่เกี่ยวข้องจะทราบและเข้าใจปัญหา ข้อสุดท้าย ผมขออนุญาตสรุปครับ ควรที่จะปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวกับป์าหลายฉบับ นะครับผมจะไม่อ่าน ท่านประธานที่เคารพครับสุดท้ายผมเรียนเสริมแล้วก็เพิ่มเติม ต่อประเด็นปัญหาในฐานะที่ผมเปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการฝ์ายวิชาการในการแก้ไข ปัญหาที่ดินและป์าไม้ของภาครัฐ และการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ รัฐควรที่จะทบทวน นโยบายเรื่องป์าและที่ดิน รัฐควรที่จะเป่ดใจกว้างและยอมรับสภาพความเปึนจริงที่ใด ที่ประชาชนได้ครอบครองด้วยความสงบ เป่ดเผย มีเจตนาเปึนเจ้าของต่อเนื่องกันมาถึง เวลาแล้วครับที่จะยอมรับความจริงว่าเพิกถอนและออกกรรมสิทธิ์ รัฐก็ได้ประโยชน์ ประชาชนก็ได้ประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐควรที่จะมีแผนและแนวนโยบาย ในการที่จะเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าเพื่อกระจายการถือครองทรัพยากรที่ดินทั้งประเทศ ให้เกิดความเปึนธรรม อย่าไปให้กระจุกตัวเฉพาะบุคคลที่มีกําลังทุนมากเท่านั้น ทําไมรัฐ จึงไม่มองว่าประชาชนคือผู้สร้างและเปึนผู้มีสิทธิในฐานะเจ้าของประเทศ รัฐไม่ควรจะ มองว่าประชาชนคืออาชญากรที่จะต้องจับนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมจึง ขออนุญาตชื่นชมต่อรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับนี้เปึนอย่างยิ่ง และจะทําอย่างไรในเมื่อท่านมีอํานาจหน้าที่เสนอต่อรัฐสภาตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ พอเสนอต่อรัฐสภาแล้ว เราทําอย่างไรถึงจะสนองตอบต่อสิ่งที่ เปึนบทสรุปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้รัฐบาลไปดําเนินการอย่าง เปึนมรรคเปึนผลเพื่อประโยชน์สูงสุดของบ้านเมืองและของประชาชน ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิก ๕ ท่านต่อไปจะเปึนคุณสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ท่านนายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี คุณประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ท่านอาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ และคุณนริศ ขํานุรักษ์ เชิญคุณสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เข้ามาชี้แจง รายงานประจําป้ ๒๕๔๙ นะครับ ตลอดจนเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม สุรเชษฐ์ ชัยโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กราบเรียนท่าน ด้วยความเคารพว่าวันนี้รู้สึกดีใจที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มาชี้แจง แต่สิ่งหนึ่ง ที่อยากจะสอบถามว่าสาเหตุใดที่ ป้ ๒๕๕๐ ถึง ป้ ๒๕๕๑ จึงไม่มีรายงานหรือเปึน เพราะว่าในช่วง ป้ ๒๕๕๐ ถึง ป้ ๒๕๕๑ เปึนช่วงที่มีคณะรัฐบาลที่มีทหารปฏิวัติ แล้วไม่ต้องทําหน้าที่ซึ่งก็ฝากตั้งเปึนข้อสังเกตไว้ด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายในเรื่องของเหตุการณ์ในวันที่ ๗ ตุลาคม กระผมอยู่ในเหตุการณ์ ผมทราบดีถึงความรู้สึกของเจ้าหน้าที่ในสภาตลอดจนสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติ หลาย ๆ ชาติมีทั้งญี่ปุ์น ทั้งฝรั่ง ซึ่งในวันนั้นทุกท่านทราบดีว่าอยู่ในสภาวะอะไรนะครับ ไม่เพียงแค่ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้นที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤตินะครับ ผมขอชื่นชมกับ คณะสมาชิกวุฒิสภาที่วันนั้นเปึนการประชุมร่วมทั้ง ๒ สภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคล ที่ผมรู้จักท่านอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านฐิระวัตร กุลละวณิชย์ ซึ่งเปึน ส.ว. อดีตท่านก็คืออธิบดีกรมการปกครอง ท่านก็มาร่วมประชุมแล้วก็จะเปึนน้องชายของท่านองคมนตรี พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ อีกท่านหนึ่งผมชื่นชมเลยนะครับซึ่งท่านก็เปึนผู้ที่เคยดํารงตําแหน่งขั้นสูงในสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ท่าน พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ นะครับ ท่านเคยดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ท่านก็ตกอยู่ในสภาพที่โดนกดดันครับ เรียนด้วยความ เคารพนะครับท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เคารพอย่างสูงในวันนั้นพวกเรา อยู่ในสภาพอย่างไร ถ้าท่านนึกภาพออกแล้วท่านจะรู้ว่าผมพูดด้วยความจริงใจ และอยากเรียนท่านด้วยความเคารพว่าเปึนอีกมุมหนึ่งที่พวกเราจะสะท้อนถึงผู้ที่อยู่ในวันนั้น ผมตลอดจนเพื่อนสมาชิก ๓๐๐ กว่าท่านที่มาร่วมแสดงตนกดบัตรและทําหน้าที่ ในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ ด้วยความเคารพครับว่าเราตั้งใจที่จะมาทําหน้าที่ เพราะทราบดีว่าเวลา ๓ วัน ที่จะต้องแถลงนโยบาย ถ้าเราไม่แถลงนโยบายในวันที่ ๗ วันที่ ๘ วันที่ ๙ ซึ่งทุกท่านในฐานะสมาชิกรัฐสภาทราบดีว่าจะต้องปฏิบัติหน้าที่ แต่มีการ วางงานของกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อเรียกตัวเองว่าพันธมิตร ซึ่งเรียนด้วยความเคารพเลยว่า ผมพยายามเฝัาติดตามวิธีการดําเนินงานของคณะบุคคลกลุ่มนี้โดยตลอด เรียนด้วย ความเคารพว่าเขาเล่นการเมืองครับ ไม่ใช่ว่าเขาทําเพื่อพี่น้องประชาชนหรือปกปัอง สถาบันอย่างใดทั้งสิ้นนะครับ ทําเพื่อธุรกิจของตัวเองแน่นอนครับ ถ้าพันธมิตรไม่ทําเพื่อ ธุรกิจของตัวเอง ถามว่าทําไมถึงต้องรับสตุ้งสตางค์จากชาวบ้านที่คอยเรี่ยไร และถามว่า ทําไมปลุกระดมอย่างนั้นครับในวันที่ พลตรี จําลอง ศรีเมือง ได้เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง มีการจัดวางงานกันอย่างเปึนระบบนะครับ หกโมงเช้าเขียนจดหมายให้นางสาวอัญชลี ไพรีรักษ์ ให้บอกเลยว่าถ้าถูกควบคุมตัวก็ให้อ่านจดหมายตอนเก้าโมง และในระหว่าง อ่านจดหมายผมก็เฝัาดูปฏิกิริยาอาการ เรียกร้องไปทุกจังหวัด บอกจุดขึ้นรถตู้ รถบัส ที่ศาลากลางบ้าง ที่สถานีรถไฟบ้าง และก็เอามือตบ เต็มออก เต็มออก ไม่อั้น เต็มออก เต็มออก รถราไม่ต้องออก เต็มออก เต็มออก ใครให้ทุนครับ ถ้าไม่มีบุคคลผู้อยู่เบื้องหลัง ฉะนั้นการเรียกร้องวันนี้เพื่อให้พรรคพลังประชาชนไม่ได้เปึนรัฐบาลเท่านั้นครับ เพื่ออยาก ให้ใครเปึนรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็ปรากฏตัวแล้ว ผมก็ขอแสดงความยินดี ล่วงหน้า แต่ผมไม่เห็นด้วยนะครับ ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนด้วยความเคารพว่า ผมในฐานะผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันนั้นหลังจากที่มีเหตุการณ์วิกฤติ ผมโดนตัดน้ํา ตัดไฟ เข้าห้องน้ํา ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เคารพ กดน้ํา ยังไม่มีเลยนะครับ เข้ามาข้างในก็ไม่มีแอร์ เป่ดเสียงเบา ๆ เข้าไปทานก๋วยเตี๋ยวไม่มีนะครับ มีเพียงแต่หม้อต้มน้ํา ๑ ใบ เห็นเส้นแต่ไม่เห็นวิญญาณหมูหรือเนื้อหรือปลาที่จะมาใส่ นะครับ ไม่มีอาหารรับประทาน กระทั่งมาม่าที่มินิมาร์ท (Mini mart) ก็หมดไม่มีอาหาร ทานครับ สภาพวันนั้นท่านรู้สึกอย่างไรถ้าท่านเปึนกระผม ผมได้รับเพียงแค่ปอเปู้ยะ เท่านิ้วก้อย ๒ ชิ้น ซึ่งวันนั้นผมไปตอนนั้นก็อาหารหมดแล้ว สภาพที่อยู่ทั้งวันอยู่อย่างนั้น ท่านถามว่าเปึนการลิดรอนสิทธิของผู้ที่มาทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ ผมถามว่า ทําไมพวกปลา พวกหมูทําไมมาไม่ได้ เขาบอกเขาไม่ให้ผู้แทนราษฎรทานหรอกครับ เพราะว่าพวกนี้เปึนพวกขายชาติ ผมเดินไปเยี่ยมตํารวจ วันนั้นมีรองผู้การที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ตลอดจนสารวัตรหลาย ๆ สภ. ตํารวจ วันนั้นมาเข้าเวรมีทั้ง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม ซึ่งวันนั้นผมก็ไปให้กําลังใจว่าอย่างไร ช่วยหาทางเอาพวกเราออกไปหน่อยนะครับ ผมโดนด่าทุกถ้อยคําที่หยาบคายที่สุดเท่าที่ ชีวิตผมเคยได้ยินมา พวกบนเวทีบอกฆ่ามัน ฆ่ามัน คําพูดเหล่านี้ถ้ามืดค่ําแล้วจะทํา อย่างไรถ้าไม่เป่ดทางให้ผมออก ผมป้นกําแพงรูดต้นไม้ครับ สมบัติที่ผมหวงแหนมากที่สุด ในชีวิตที่ พ่อ แม่ ให้ผมมาอันเดียวต้องรูดต้นไม้ลงนะครับ เสียหายมาก ซึ่งผมไม่สามารถ ให้ดูได้ครับ ของแข็งที่ไม่คมผมเป่ดเผยไม่ได้ ฉะนั้นมีความเสียหายอย่างใหญ่หลวงครับ และวันนี้ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ผมมีหลักฐานครับ คืนนั้นผมมาเอารถออก ตอนสามทุ่มกว่า สี่ทุ่ม ผมมีหมวกตํารวจ สน. ไหนไม่ทราบแตกอยู่แล้วก็วางเกลื่อนอยู่ ตรงนั้น และก็มีโล่ สน. ประชาชื่น แตกอยู่ อันนี้ผมให้ลูกน้องไปซ่อมมานะครับ นายก อบต. บ้านปัอม มารับผมกลับ ผมเอารถมา ๓ คัน ด้วยความเคารพครับ รถสื่อมวลชนทุกช่องจอดอยู่ในที่จอดรถ ไม่สามารถเอาออกไปได้ ถ้าจะสอบถามผมว่า ผมโดนกระทําอย่างไร โดนย่ํายีอย่างไร โดนสถานะที่เปึนอยู่อย่างไร รถรา ๓ คันออกไม่ได้ ลูกน้องผมวิ่งกระจัด กระจายและมาเห็นภาพหนึ่งที่ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องจดจําไว้เลยว่า วันนั้นพันธมิตรมีป๋นยิงตํารวจ ๒ คน กองต่อหน้าต่อตา และผมต้องกลับมาอีกครั้ง ตอน ๔ ทุ่ม ก็มาได้โล่นี้กับหมวกนี้ นายก อบต. บ้านปัอมมารับผมมาเก็บสิ่งเหล่านี้ไป และผมมาขับรถออก รถผมมีมา ๓ คัน คืนนั้นผมเปึนห่วงรถมาก ผมเอาลูกน้องมา ๓ คัน ก็อยู่ในสภาพเดียวกัน ไม่ว่าจะเปึนนายก อบต. มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมพยายาม ที่จะเอามาเพื่อที่จะอุ้มผมเอาซากผมกลับไปที่บ้านให้ได้ เพราะผมรู้ดีเหลือเกินว่าวันนี้ ถ้ามาแล้วจะต้องมีประจักษ์พยานหลักฐาน ผมกระโดดขึ้นรถผมผ่าวงออกไปครับ ผมไป กับท่านฐิระวัตรซึ่งเปึนน้องท่านองคมนตรีออกไปที่พระที่นั่งวิมานเมฆไปพักผ่อน เจ้าหน้าที่ ของสํานักพระราชวังใจดีครับให้น้ําให้ท่าและให้แอร์เย็น ๆ นั่งครับ ท่านหัวหน้าบรรหารก็ดี ท่านอดีตหัวหน้าพรรคมหาชน ฯพณฯ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ อยู่ในสภาพเดียวกันครับ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเรารู้จักพวกพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ใช่ใครอื่นก็เปึน พรรคพวกกันทั้งนั้น แต่วันนี้เล่นการเมือง แต่ต้องมาโกรธกัน ผมอยากเห็นบ้านเมือง มีความอยู่ดีมีสุข อยากเห็นบ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์ เพราะฉะนั้นวันนี้ฝากโล่ผ่านไป ยังท่านประธานแล้วก็ฝากให้ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดูนะครับ โล่นี่แตกครับ แต่นี่ผมไปอู่ผมซ่อมมาแล้วเผื่อว่าตํารวจจะได้ไปใช้ได้ใหม่ เดี๋ยวขออนุญาตส่งหลักฐาน ให้ท่านประธานคืนให้กับ สน. ประชาชื่นด้วยความเคารพครับ เพราะฉะนั้นตํารวจวันที่มา ปกปัองพวกเราไม่มีอาวุธครับ มีหน้าที่เอาหัวมารับไม้อย่างเดียวด้วยความเคารพ ฉะนั้น ก็จะขอปกปัองศักดิ์ศรีตํารวจ ขอบคุณครับ
นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล ผมก็จะพูดถึงวาระนี้ก็คือ การรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ก็คงจะต้องพูดถึงรายงานด้วยว่าที่ท่านทํามา ผมว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ดีพูดแบบ กลาง ๆ แล้ว และพอดูหน้าตาของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่วนใหญ่ก็ขอวิจารณ์ว่า เปึนผู้ที่น่าเชื่อถือในสังคมนะครับ แต่บางคนที่เปึนกรรมการก็ไม่ขอวิจารณ์ดีกว่านะครับ ทั้งนี้ก็ให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งกําหนดไว้ใน มาตรา ๒๕๖ และมาตรา ๒๕๗ ครับ ผมพูดในความเชื่อที่ว่าประเทศเราเปึนประเทศ ศิวิไลซ์ (Civilize) ไม่ใช่ประเทศป์าเถื่อนที่มีการไล่ฆ่าประชาชนตามอําเภอใจของผู้มีอํานาจ และผมเคารพในความคิดของทุกฝ์าย ไม่ว่าฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายค้านหรือฝ์ายอื่นใดก็ตาม ผมก็เห็นใจหลายคนที่อยู่ในสภาในวันนั้นเปึนเพื่อนผมหลายคน เจ้าหน้าที่สภา ก็เห็นใจมากเพราะอยู่ในเหตุการณ์ที่น่าตระหนกตกใจ แต่ถ้าเราพูดถึงเหตุผลว่า ความเปึนมาอย่างไรถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็คงมีความเห็นที่ไม่ตรงกันไปหลายอย่าง มันก็พูดกันยาวเพราะฉะนั้นอย่าพูดกันดีกว่าในเรื่องของที่มาของเหตุการณ์อันนี้ครับ การสํารวจ การสืบสวน การหาผู้กระทําความผิดก็ว่ากันไปตามเหตุผลตามหลักฐาน แต่ขออย่าให้มีการใช้อํานาจบิดเบือนความจริงก็แล้วกัน นี่คือสิ่งที่สําคัญ และผมก็เชื่อที่ว่า สิทธิมนุษยชนจะแก้ปัญหาในประเทศได้ต้องมีการปฏิบัติจริง ถ้าหน่วยงานของรัฐไม่ยอม ทําตาม รัฐบาลไม่ยอมทําตาม ผมชื่อว่าปฏิบัติไม่ได้ครับ และผมก็เชื่อว่าถ้ากลุ่มประเทศ ที่เอาเรื่องสิทธิมนุษยชนมาบังคับใช้ในโลกเปึนผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเอง มันก็เปึน เรื่องลวงโลกทํานั้นสิทธิมนุษยชนนี่นะครับ เพราะฉะนั้นทุกฝ์ายที่พูดแล้วต้องทําครับ
ผมจะพูดประเด็นแรก ในเรื่องของสถานการณ์รุนแรงในจังหวัดชายแดน ภาคใต้นะครับ นโยบายฆ่าตัดตอน นโยบายปราบผู้มีอิทธิพลบีบบังคับให้มาเปึนพวก เปึนต้นเหตุของเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ตามด้วยความเชื่อของคน บางคนที่ว่าการฆ่าสามารถแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ มีคนมีปัญหา ๒๐๐ - ๓๐๐ คนฆ่ามันให้หมด แต่ในที่สุดแสดงให้เห็นแล้วว่าผิดครับคิดแบบนี้ ตายหนึ่ง เกิดสิบ ตายสิบเกิดแสนครับ ตอนนี้เกิดเหตุการณ์รุนแรงอย่างที่ไม่สามารถที่จะไปควบคุม บังคับได้ ในเรื่องการปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชนของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผมเห็นว่า มีประโยชน์อย่างมาก ในข้อที่ ๑ สิทธิในชีวิตและร่างกายท่านทําได้ดีครับ สิทธิในการ ได้รับการเยียวยาจากรัฐก็ดีครับ นอกจากว่าบางกรณีไม่ได้ บางคนได้ บางคนไม่ได้ นี่ยังมี ปัญหาอยู่ ก็ต้องฟังจากทหาร จากตํารวจ จากปกครอง บางคนก็เปึนศัตรูกัน มีอคติต่อกัน ก็ไม่ยอมผ่านให้ นี่ก็มีปัญหาอยู่ ขอให้ท่านตรวจสอบให้ดีนะครับว่าทําไมบางคนได้ บางคนไม่ได้ สิทธิทางการศึกษาก็ดีครับ ท่านก็ให้ไปพอสมควร แต่ผมเห็นว่าที่มีปัญหาคือ สิทธิในกระบวนการยุติธรรมยังไม่ดีเท่าที่ควร เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เคยผิดครับ ที่ผ่านมา ผมเปึนชนส่วนน้อยในสังคมแต่ผมรักชาตินะครับ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผมอยู่ ในฝ์ายที่เชื่อมั่นในระบบรัฐสภาตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึน ประมุข ผมเชื่อในพรรคการเมืองว่าสามารถจะแก้ปัญหาได้ แต่ไม่เคยมีความผิดของ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีของทหารยิงเด็กที่กําลังเล่นซ่อนหาตาย ๒ คนที่ ตําบลบานา อําเภอเมือง จังหวัดปัตตานีได้ดําเนินการตามกฎหมายไปถึงไหน วันที่ ๑๓ เมษายน ป้ ๒๕๕๐ กับกรณี สมชาย นีละไพจิตร คุณสมัย เจริญช่าง ก็ได้พูดไปแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถจับได้เพราะหลักฐานไม่ถึง กรือเซะ จริง ๆ สามารถล้อมจับได้ แต่ยิง ถล่มเข้าไป ใครคือคนสั่งฆ่า ยังไม่มีผลออกมาจนถึงตอนนี้ ตากใบบอกว่าทับกันตาย เปึนสิบ แล้วบอกว่าที่ตายเพราะไม่ยอมหายใจเอง มันไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้นต้องมีคนผิด ใครคือคนสั่ง กรณีสะบ้าย้อย นักฟุตบอลเยาวชนตายเปึนหมู่ มีการป่ดประตูตีแมวครับ ฆ่าเยาวชน ใครคือผู้สั่งฆ่า ตอนนี้ก็ยังไม่มี พูดผิด ในหลักการของศาสนาอิสลาม การพูด ความจริงต่อหน้าผู้ปกครองที่อาจทําคือสิ่งที่เราต้องทําครับ เพราะฉะนั้นท่านไม่ให้ ความยุติธรรมแก่ประชาชน เหตุการณ์ความสงบ ความรุนแรงจะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ ความสงบจะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่สามารถหาผู้กระทําผิดมาลงโทษได้ นี่คือเรื่องสําคัญสําหรับ คนมุสลิม ฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องที่จะต้องฝากไปว่าท่านจะต้องทําให้ได้ว่าหาผู้กระทําผิด ต้องมีการลงโทษ
สําหรับประเด็นที่ ๒ คือเรื่องวันที่ ๗ บังเอิญว่าผมเปึนผู้ที่มาสังเกตการณ์ ตอนห้าโมงเย็น ตอนที่ม็อบกําลังจะสลาย ผมโดนระเบิดเข้าที่ท้องครับ ครั้งแรกโดนแก๊ส น้ําตา เหม็นครับ ครั้งที่ ๒ โดนระเบิดที่เปึนยางเข้าไป ผมมาด้วย เพราะว่าผมสงสัยที่ทีวี บอกว่ามีแต่แก๊สน้ําตาแล้วทําไมมีคนขาขาด ก็อยากมาดูด้วยตาของตัวเองครับ แต่ได้ข่าว ว่ามีบางคนจะไปฟัองพวกผม ๔ - ๕ คนก็ไม่เปึนไร ถ้ามีข้อผิดกฎหมายข้อไหนก็ฟัองได้ ความจริงชีวิตเลยผ่านวัยแห่งความฝันไปแล้ว ก็อยากฝันอะไรที่มันไม่มีประโยชน์ต่อ ประเทศชาติ ก็แล้วแต่ท่าน จะฟัองก็ฟัอง ผมก็มีคําถามอยู่ ๓ - ๔ ข้อว่าทําไมผมโดน ระเบิดที่ท้องแล้วผมต้องนอนโรงพยาบาล ๓ วัน วันนี้วันที่ ๑๕ ผมยังหายใจไม่ทั่วท้อง เดินประมาณ ๒๐๐ – ๓๐๐ เมตรเร็ว ๆ ผมก็ยังเหนื่อยอยู่ครับ ตอนนี้ยังไม่หายดี คุณยุคล โดนเข้าที่เท้า โดนระเบิดที่ขาข้างซ้ายเปึนรอยช้ํา มีรอยสะเก็ดระเบิด เข้าคลินิก ตอนนี้ ทานยาอยู่ แพทย์บอกว่ากล้ามเนื้อฉีกขาด แล้วก็เขียนว่ายังเดินเสียวอยู่ ผมเข้าใจว่า คงเสียวที่ขาที่โดนครับ เพราะฉะนั้นคําถามที่ผมจะถาม ใกล้จะหมดเวลาแล้ว ผมจะถามว่า ๑. ระเบิดที่ผมโดนนี่เปึนชนิดไหน ถูกกฎหมายหรือไม่ ที่ผมกับคุณยุคลโดนนะครับ ถ้าถูกกฎหมายก็ไม่เปึนไร ผมก็สมควรจะโดนเพราะผมก็มาด้วย แต่ถ้าผิดกฎหมาย ผมไม่ยอมครับ ๒. มีผู้เสียชีวิตหลายคนเกิดจากระเบิดชนิดไหน แก๊สน้ําตาทําให้คน เสียชีวิตหรือครับ ๓. หลังจากไล่ผู้ชุมนุมหนีไป แล้วมีการยิงตามหลังเข้าไปอีก อันนี้คือ การสลายม็อบที่ถูกกฎหมายหรือไม่ นี่คือข่าวจากสื่อมวลชนนะครับ และผมสงสัยในการ ทํางานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่ ๒ ข้อ ๔. คือท่านได้เสนอแนะ นโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายและกฎต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรีเพื่อ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างใดบ้าง ผมยังไม่ทราบว่าท่านได้เสนออะไรบ้าง ยังไม่เห็นเปึนรูปธรรม และข้อสุดท้าย กรณีที่หน่วยงานไม่ดําเนินการ นายกรัฐมนตรี ไม่ดําเนินการ ท่านมีอํานาจอะไรจะไปบังคับเขา มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าหน่วยงาน อยู่เฉย ๆ นายกรัฐมนตรีอยู่เฉย ๆ ไม่ทําอะไรทั้งสิ้น ท่านมีอํานาจอะไรที่จะไปบังคับเขา นี่คือสิ่งที่ประชาชนเขาก็สงสัยว่าอํานาจของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีจริงหรือไม่ มีอย่างไร และสามารถที่จะใช้บังคับผู้กระทําผิดถ้ากรณีเปึนผู้บริหารได้จริงหรือเปล่า ขอบคุณครับ
คุณประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมดีใจที่ได้มีองค์กร เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน องค์กรอิสระหลาย ๆ องค์กรซึ่งเกิดจาก รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ มีความหมายมากมายในการที่จะทําให้สังคมมีความสุข มีความหมายมากมายในการที่จะทําให้เกิดความมั่นคงของชีวิตมนุษย์ หลาย ๆ องค์กร ที่ผ่านมาเห็นแล้วว้าเหว่ วันนี้กระผมได้มาพูดกับท่าน เพราะท่านเปึนองค์กรในการที่จะ รักษาสิทธิของมนุษยชน วันนี้ในเอกสารที่ท่านได้จัดเตรียมไว้ ผมไม่ติดใจเรื่องของการใช้ งบประมาณ ผลงาน หรือวัตถุประสงค์ต่าง ๆ แต่ผมเองสงสัยว่าวันนี้ท่านทราบหรือเปล่า ว่าประเทศของท่านกําลังจะแตกเปึนเสี่ยง ๆ จะได้มีทางปัองกันไว้ได้หรือไม่ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมว่าวันนี้เปึนหน้าที่ที่สําคัญที่สุดของท่านในการที่จะเปึนหนึ่ง ในอีกองค์กรอิสระหนึ่งที่มีพลังที่จะโน้มน้าวเหนี่ยวนําทําให้สังคมเมืองไทยกลับมาอยู่ อย่างมีความสุขสงบเหมือนเดิมได้หรือเปล่า นี่คือสิ่งซึ่งกระผมวันนี้ต้องลุกขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพ ผมว่าพาประเทศเดิน เอาองค์กรขนาดใหญ่เดิน มันไม่ง่ายนะครับ แต่สําคัญที่สุดประเทศนี้ สังคมนี้ ยึดโยงด้วยอะไร วันนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านใช้ปรัชญาอะไรควบคุม ท่านใช้หลักการอะไรควบคุม หลักการนี้ ปรัชญานี้แฝงอยู่บน ความรักหรือไม่ มีความรักเปึนพื้นฐาน มีความเอื้ออาทรเปึนพื้นฐาน ท่านต้องการที่จะ สร้างสิทธิให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ผมว่านั่นคือผล แต่ผมว่าลึกกว่านั้นลงไปมันมี ท่านประธานที่เคารพ มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ก็เพราะว่า มนุษย์ไม่ใช่มีแค่ความจํา หรือมีสัญชาตญาณ แต่สิ่งที่มนุษย์นั้นแตกต่างกัน ที่บอกว่ามนุษย์เปึนสัตว์ประเสริฐ ท่านทราบได้อย่างไรว่าประเสริฐ ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าทําไมถึงบอกว่ามนุษย์เปึน สัตว์ประเสริฐ วันนี้เห็นในการฆ่ากัน เห็นในความขัดแย้งกันมาก ๆ อยู่ในเหตุการณ์ ก็หลายครั้ง กราบเรียนตรง ๆ เลยครับว่าจิตวิญญาณ มนุษย์มีจิตวิญญาณ มนุษย์ แตกต่างจากสัตว์ แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นก็เพราะมีจิตวิญญาณ และจิตวิญญาณ ตัวนี้ที่จะเปึนแรงผลักดัน เราจะเรียกจิตวิญญาณนี้เปึนจิตวิญญาณแห่งสิ่งที่ดีได้หรือไม่ ความรู้ต้องถูกสอนและความรู้ต้องเรียน ปรัชญา หลักการ เหตุผล ในการบริหาร การจัดการเพื่อให้มนุษย์มีสิทธิ ผมว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ความรัก อยู่ภายใต้ การมีจิตวิญญาณที่แท้จริง คณะกรรมการทุกท่าน วันนี้เปึนหน้าที่ของท่านแล้วนะครับ ผมบอกว่าประเทศนี้กําลังจะแตกออกเปึน ๒ เสี่ยง แล้วจะก่อให้เกิดจลาจลในอนาคต อีกไม่นานนี้ ถ้าท่านเปึนองค์กรอิสระที่สามารถช่วยได้ และผมก็หวังว่าอยากให้ท่านช่วย สิ่งสําคัญที่สุด ท่านได้สร้างหรือเปล่า ท่านได้ทําความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศได้ทราบหรือเปล่าว่า หน้าที่ของท่าน ผมคิดว่าสิทธิมนุษยชนมันมีขั้นที่ เหนือกว่าคือศักดิ์ศรีแห่งความเปึนมนุษย์ ถ้าท่านสามารถทําให้คนทุกผู้ทุกคน ในประเทศไทยของเราได้เข้าใจในเรื่องของศักดิ์ศรีแห่งความเปึนมนุษย์หรือฮิวแมน ดิกนิตี้ (Human Dignity) ต้องมีศักดิ์ศรีแห่งความเปึนมนุษย์ก่อน ถึงจะมีฮิวแมน ไรท์ ถึงจะมี สิทธิของความเปึนมนุษย์ และเมื่อมีสิทธิความเปึนมนุษย์จะเกิดฮิวแมน ซีเคียวริตี้ (Human Security) ได้ วันนี้ผมถึงกราบเรียนว่าพาประเทศใหญ่ ๆ เดิน พาองค์กรใหญ่ ๆ เดิน ไม่ใช่จะเดินไปตามสถานการณ์ แต่ท่านต้องเดินด้วยปรัชญา หลักการ คุณธรรม จริยธรรม และสําคัญที่สุดความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ท่านต้องเหนี่ยวนําและแก้ไขให้ได้ ถ้าท่านรัก ถ้าท่านเข้าใจในสิทธิมนุษยชน ท่านต้องสร้างศักดิ์ศรีเขาขึ้นมา วันนี้ไม่อยากเห็นศักดิ์ศรีแห่งความเปึนคนไทย ถูกทําลายหมด ศักดิ์ศรีแห่งความเปึนประเทศไทยถูกทําลายหมด ผมถึงกราบเรียนว่าวันนี้ ไม่พูดเรื่องไหนเลยครับ ปรัชญา หลักการ เหตุผล จิตวิญญาณนํามาเปึนอุดมการณ์ ในการกําหนดกรอบการทํางานให้เกิดความมุ่งมั่นขยันอดทน เพื่อที่จะสร้างให้เกิดสิ่งที่ ดีงามขึ้นมาและผมก็อยากจะขอว่า ผมขอให้องค์กรของท่านได้ยืนอยู่อย่างตรง ๆ ยืนอยู่ อย่างแข็งแกร่ง อย่ายืนไปตามกระแส วันนี้เพื่อน ส.ส. ก็มาฝ์ายรัฐบาล ผมก็อยู่ใน เหตุการณ์ รู้สึกมากเลยว่าพวกกระผมถ้าไม่สามารถออกจากรัฐสภานี้ในเวลากลางวันได้ ถ้าเข้ากลางคืนเมื่อไร ผมบอกตายเยอะครับ แต่ผมก็สงสัยครับทําไมศักดิ์ศรีของความเปึน ตํารวจ ศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์อีกหลาย ๆ อาชีพ ถูกทําลายไปในขณะเดียวกัน ที่มีการนําเสนอข่าว ผิดบ้าง ถูกบ้าง จริงบ้าง เท็จบ้าง วันนี้ผมคิดว่าองค์กรของท่าน ท่านต้องเปึนอีกหนึ่งในองค์กรที่เข้ามายืน ยืนอยู่ตรง ๆ และท่านต้องคอยไปกํากับเพื่อให้ คณะกรรมการที่ให้การตรวจสอบข้อมูลทั้งหลายต้องนําความจริงมาตีแผ่ครับ ไม่ใช่ บิดเบือนไปตามกระแส วันนี้การนําเสนอข่าวเปึนการปลุกระดมทั้งหมด น่าเสียดาย เหลือเกิน แล้วก็ทําลายศักดิ์ศรีแห่งความเปึนมนุษย์คนไทย ทําลายศักดิ์ศรีความเปึน ประเทศไทย ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลย ไม่ได้มีประโยชน์เลย วันนี้เอเอสทีวีก็ยังเปึนต้นตอ แห่งการแพร่ข่าวและมีการด่าทอกันอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่าคณะกรรมการของท่านจะ เปึนอีกองค์กรหนึ่งที่สําคัญที่พวกกระผมหวังว่าท่านจะมาช่วยในเรื่องนี้ได้ ได้โปรดเถอะ ครับ ทําให้ประเทศไทยเรากลับมา ทําให้มันมีศักดิ์ศรีแห่งความมนุษย์คนไทย ทําให้มันมี ศักดิ์ศรีแห่งความเปึนประเทศไทย มันจะได้เกิดสิทธิมนุษยชนขึ้นมาอย่างแท้จริง และต้องก่อเกิดความผาสุกขึ้นมา หน้าที่นี้เปึนหน้าที่ของท่านครับ กระผมต้องขอฝากด้วย ขอบคุณครับ
อาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ครับ
ท่านประธาน ขอบคุณ ในโอกาสนี้ผมรอวันนี้มาเปึนเวลายาวนานในสภานี้ รายงานของคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ เพราะว่าตอนเราเปึนวุฒิสมาชิกเราเถียงกันเอง ทะเลาะกันเองเสียจน ไม่ได้ให้โอกาสคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รายงานเลย นี่เปึนครั้งแรก นะครับ แล้วผมรู้สึกค่อนข้างจะรู้สึกเปึนห่วงมาก เปึนห่วงจากรายงานของท่านด้วย เปึนห่วงประเทศชาติที่มีนักการเมืองที่มีปฏิกิริยาต่อรายงานของท่าน แต่ถ้าพูดถึงเรื่อง ส่วนตัวของผมแล้ว ผมคิดว่ารายงานของท่านค่อนข้างจะครบนะครับ ค่อนข้างจะสมบูรณ์ แต่พอดูในภาพรวมแล้วการละเมิดสิทธิที่ท่านรายงานมาเกือบทั้งเล่ม ทั้งการละเมิดสิทธิ การไร้สิทธิของสื่อ ละเมิดแรงงาน และโดยเฉพาะที่น่าสนใจที่สุดและน่ากลัวที่สุดก็คือ ที่ท่านเขียนถึงว่า การใช้ความรุนแรงต่อประชาชน ส่วนใหญ่เปึนการใช้ความรุนแรงโดย อํานาจของรัฐ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หมายถึงว่าประเทศไทยเปึนประเทศที่เจ้าหน้าที่ ของรัฐทารุณกรรม ทําร้ายประชาชนเปึนส่วนใหญ่ใช่ไหมครับ ใน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของการ ละเมิดสิทธิในประเทศไทยเปึนการละเมิดสิทธิโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยรัฐ และโดยทุกรัฐบาลตั้งแต่ ๕ ป้ที่ท่านรายงานมาใช่ไหมครับ ผมว่าอันนี้มันหมายถึงอะไร สําหรับผมนะครับ เวลาผมอ่านแล้วผมเริ่มสรุปกับเพื่อน ๆ ผมที่เปึนมุสลิมจากปัตตานี จากยะลา ก็คือว่าเราเริ่มเพิ่งจะเห็นแสงสว่างว่าประเทศไทยเปึนประเทศประชาธิปไตย เพียงในนามแค่นั้นใช่ไหมครับ โดยแท้จริงไม่ใช่ใช่ไหมครับ โดยแท้จริงเปึนประเทศ ที่เจ้าหน้าที่นั้นมีสิทธิที่จะทําร้ายประชาชนใช่ไหมครับ ในทุกเรื่องก็ได้ใช่ไหมครับ ถ้าเราดู ตัวเลขที่ท่านให้มาแล้ว เฉพาะป้ ๒๕๔๖ ตายไป ๒,๘๐๐ คน ภายใน ๓ เดือนแรกของ ป้นั้น การละเมิดสิทธิเฉพาะการใช้ความรุนแรงนะครับ ป้ ๒๕๔๖ มาถึงป้ ๒๕๔๙ สูงที่สุด ในประวัติศาสตร์ ๔๐ ป้ของประเทศไทยเลย ๕๐ ป้ก็ได้ ไม่เคยมีสถิติสูงกว่านี้ และมาจาก รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อันนี้น่ากลัวมากครับ แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือว่ามีผู้ ที่อภิปรายและปราศรัยกันปฏิเสธหมดเลยครับ ปฏิเสธรายงานพวกท่านหมดเลยว่า พวกท่านไม่พูดความจริง พวกท่านไม่ได้ให้ความเปึนธรรมต่อเจ้าหน้าที่ ผมถามอย่าง นะครับ ผมถามสักนิดหนึ่ง ถามในที่ประชุม ถามท่านประธานนะครับไปสู่กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติและอื่น ๆ ด้วยนะครับว่า ยกตัวอย่างกรณีที่ทีมฟุตบอลสักทีมหนึ่ง โดนยิงหัวตายหมดเลยที่สะบ้าย้อยป้ ๒๕๔๗ มีเจ้าหน้าที่สักคนไหมครับที่โดนจับ มีการ สอบสวนสักคนหนึ่งไหมครับ ย้อนกลับไปอีกก็ได้ ป้ ๒๕๔๖ ที่มีการตายกันเกือบ ๒,๘๐๐ กว่าคน รายงาน คตน. ที่ทางฝ์ายบอกว่าเปึนเผด็จการที่มายึดอํานาจ ตั้งขึ้นมาใน คตน. เขาบอกว่ามีราว ๆ ๔๐๐ คดีที่กําลังสอบสวนอยู่ว่าเปึนฆาตกรรมโดยวิสามัญ ตํารวจ คดีต่าง ๆ เหล่านั้นหายไปไหนหมดครับ ผมคิดว่าท่านต้องไปดูรายงานในนี้ด้วย ในประวัติของการละเมิดสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่อาจจะใหญ่ ที่สุดในช่วงเวลาที่สั้นที่สุด มีการฆ่าคนนะครับ ในราว ๘ คนต่อวัน ภายใน ๓ เดือน ในป้ ๒๕๔๖ ไม่มีเจ้าหน้าที่โดนจับสักคนหนึ่งเลย ไม่มีเลย ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ไปดูที่ ตากใบนะครับ ถ้าท่านเป่ดเทปดู เป่ดซีดีดู ท่านจะเห็นเลยครับเจ้าหน้าที่หน้าตา เปึนอย่างไร ทําอะไรกับประชาชนบ้าง ใช้ความรุนแรงอย่างไร เห็นหน้าเห็นตาหมดเลย รู้ยศหมดเลย ตอนนี้เปึนใหญ่เปึนโตหมดแล้ว บางคนก็มาอยู่ในรัฐบาลนี้แล้ว ท่านครับ อันนี้เปึนการกระทําที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ถ้าดูตัวเลขทั้งหมดแล้วภายใน ๕ ป้ที่ท่าน แสดงให้เห็นในรายงานของท่าน คนไทยทั้งประเทศตายไปเกือบ ๔,๐๐๐ กว่าคนนะครับ ผมอยากจะถามท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่ามีประเทศไหนในโลกบ้างที่มี รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้วคนได้ตายไปจากการกระทําของเจ้าหน้าที่เหมือนกับ ประเทศไทย ไปดูที่ทวีปแอฟริกานะครับ อาจจะเปึนซิมบับเวหรือคองโกที่มีสงคราม กลางเมืองกัน อินโดนีเซีย มาเลเซีย มีที่ไหนบ้างครับเจอกันถึงขนาดนี้ ท่านครับ แนวของ ผมที่จะพูดถึงกับรายงานของท่านอาจจะแตกต่างกับพรรคประชาธิปัตย์อื่น ๆ อาจจะ แตกต่างแน่นอน ต้องแตกต่างกับพรรคพลังประชาชนแน่ ผมยังจําได้เลยนะครับว่า ป้แรก ๆ ที่ท่านได้ตั้งขึ้นมา ผมได้สอบสวนท่านนะครับ ตรวจสอบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าทําไม ท่านไม่ทํางาน ทําไมเราเห็นคนตายกันระเนระนาดที่ภาคใต้ ทําไมท่านไม่ทําอะไรเลย แต่ผมเห็นแล้วครับ ผมเห็นแล้วครับว่าท่านทําอะไรยากมาก เพราะว่าหน้าที่ของท่าน จะต้องรายงานต่อรัฐบาล ต้องรายงานต่อรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีแค่นั้นหรือเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบแค่นั้น ที่จะให้ความยุติธรรมต่อประชาชนได้ มาถึงวันนี้ครับรัฐธรรมนูญใหม่ อนุญาตให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้วที่จะฟัองศาล ฟัองคดีอาญา ท่านครับ หลักฐานมันเต็มตักแล้ว มันเห็นยิ่งกว่าชัดยิ่งกว่าชัดแล้วครับ ว่าใครทําอะไร ต่อใคร ใครละเมิดสิทธิ ใครใช้อํานาจในการปราบปรามประชาชนและใช้อย่างไร และผิดกฎหมายอย่างไร ถึงเวลาหรือยังครับว่าประเทศไทยเปึนประเทศที่ให้ความ ยุติธรรมต่อประชาชนบ้าง ถึงเวลาหรือยังครับว่าเจ้าหน้าที่เวลาเขาจับกุมคน เขาเอาคนไป ทรมานไม่ได้ เอาคนไปฆ่าไปแกงไม่ได้ ถึงเวลาหรือยังครับว่า สหประชาชาติเขาต้องเลิก สอบสวนเราเสียที เขาสอบสวนเราไปแล้ว ป้ ๒๕๔๙ เขาถือว่าเราละเมิดสิทธิตั้ง ๒๖ ข้อ ๒๖ ครั้ง หรือ ๒๖ เรื่องนะครับ ทั้งตากใบ ทั้งกรือเซะ ทั้งสะบ้าย้อย ทั้งปราบปราม ยาเสพติด คือเปึนประเทศที่ละเมิดสิทธิพอ ๆ กับบางประเทศในแอฟริกา รู้สึกว่าประเทศ เดียวที่มีการละเมิดสิทธิมากกว่าประเทศไทยก็คือประเทศซิมบับเว ผมรู้สึกว่ามันถึงเวลา แล้วที่ท่านจําเปึนแล้วนะครับท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าอาจจะต้องใช้ อํานาจของท่านทําให้ประเทศไทยเปึนประเทศไม่ใช่เพียงแต่นิติรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ให้วัฒนธรรมไทยเปึนวัฒนธรรมที่ต้องรังเกียจการใช้การรุนแรงด้วยต้องรังเกียจผู้ที่ ออกมาสนับสนุนการใช้ความรุนแรง อย่างเช่นวันนี้ ในการวิพากษ์วิจารณ์งานของ พวกท่าน ท่านประธานครับ ถ้าตราบใดเราไม่มีความยุติธรรม การรุนแรงก็จะเกิดขึ้น การที่มาป่ดสภา การที่ฝ์ายต่อต้านรัฐบาลข้างถนนที่มีการใช้ความรุนแรงทางวาทศิลปี หรือเตรียมพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงก็เพราะว่าความรุนแรงมันเริ่มต้นจากรัฐครับ มันถึง เวลาแล้วครับท่านครับ ที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติใช้สิทธิของท่านจริง ๆ เลยครับ แก้ไขปรับปรุงพัฒนาศีลธรรม วัฒนธรรมทางการเมืองของไทยเสียที ขอบพระคุณครับ
คุณนริศ ขํานุรักษ์ และท่านสุดท้ายท่านเจะอามิง โตะตาหยง นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอภิปราย ผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แม้ว่าผมจะ สนใจเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกด้านนะครับ แต่ว่าผมขออนุญาตอภิปรายเพียง ด้านเดียวนะครับ คือ สถานการณ์ปัญหาสิทธิในการจัดการที่ดินและป์าไม้นะครับ ซึ่งตามรายงานปรากฏชัดว่ามีแนวโน้มที่จะมีปัญหาด้านนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้สรุปปัญหาว่าปัญหามีอยู่ประมาณ ๕ ลักษณะ ผมขออนุญาตอภิปรายเพียงบางลักษณะคือเรื่องการประกาศเขตป์าสงวน เขตอุทยาน แห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์าทับที่ดินทํากินของชุมชน ทําให้ไม่มีความมั่นคงในที่ดิน รวมทั้งปัญหาจาก พ.ร.บ. ป์าไม้นะครับ ผมกราบเรียนว่าผมเห็นด้วยกับการรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทุกประการว่าประเทศไทยเปึนประเทศที่ประกาศป์าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า ประกาศง่ายมาก แล้วก็ยกเลิกยาก การประกาศดูแผนที่ระวาง ๑ ต่อ ๕๐,๐๐๐ แล้วก็ขีดวงเลย ประกาศเปึนพระราชกฤษฎีกา ประกาศเปึนกฎกระทรวง แล้วก็ไปป่ดประกาศเหล่านี้ไว้ที่ชุมชนไว้ที่บ้านกํานันผู้ใหญ่บ้านให้ประชาชนมาร้อง คัดค้าน ซึ่งการร้องคัดค้านประชาชนใช้สิทธิน้อยมาก แทบไม่มีเลย บางอุทยานครอบคลุม ชุมชน ครอบคลุมบ้านเรือนประชาชนเปึนพัน ๆ ครอบครัว ไม่มีการร้องคัดค้านแม้แต่ รายเดียว จึงสรุปได้ว่าประกาศง่าย แล้วก็ยกเลิกยากมาก กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติต้องไปทบทวนเรื่องนี้ ไปสั่งให้หน่วยงานได้ทบทวนเรื่องนี้ด้วย ที่ผมบอกว่า เลิกยาก ทับที่ชาวบ้านมากมาย พิสูจน์กันแล้วว่าทับที่ก็ยังยกเลิกไม่ได้ ทับชุมชนชาวบ้าน เปึนชุมชนโรงเรียน หมู่บ้านก็ยังยกเลิกไม่ได้ บางทีขัดขวางการพัฒนาที่ทั้งหน่วยงานและ ประชาชนอยากจะพัฒนาร่วมกันก็ยกเลิกไม่ได้ บางทีขัดขวางการพัฒนาประเทศ จากการศึกษาวิเคราะห์พบว่าถ้าทําได้ก็จะเปึนการพัฒนาประเทศ แต่ว่าเขายกเลิกไม่ได้
อีกประการหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ก็คือเรื่องแนวเขตป์า ผมกราบเรียน ท่านประธานไปยังกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าตราบใดที่แนวเขตป์าในประเทศไม่มี ความชัดเจน ไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาป์าไม้ได้ และการละเมิดสิทธิของประชาชนจะถูก ละเมิดสิทธิอยู่ร่ําไป ไม่มีวันจบสิ้นได้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องเรียกร้องไปยัง รัฐบาลให้จัดการแนวเขตป์าให้เสร็จโดยเร็ว แล้วก็ไม่เกินความสามารถใช้งบประมาณ ก็ไม่มาก เพราะแนวเขตป์าที่เปึนแนวเขตธรรมชาติก็มากอยู่แล้ว ให้รังวัดแนวเขตแยก พื้นที่ระหว่างที่ราชการ ที่หลวง ที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์าหรือป์าอนุรักษ์ กับของชาวบ้านแยกกันออกให้ชัดเจน มีแนวเขตที่ชัดเจน กั้นรั้วได้ กั้นรั้ว บางประเทศ ทํากําแพง เพราะว่าถ้าแนวเขตไม่ชัดเจนไม่สามารถแยกออกได้ ผมคิดว่าปัญหาป์าไม้ ของประเทศไม่มีวันยุติได้นะครับ ผมจึงกราบเรียนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ท่านต้องแก้ ๑. ต้องประกาศ ประกาศต้องประกาศให้ยาก ๒. ยกเลิกได้ง่าย แล้วก็ทํา แนวเขตให้ชัดเจน ผมคิดว่าแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิด้านป์าไม้ข้อแรกของท่านไปได้
ประการที่ ๒ ขณะนี้เจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป์าฟัองประชาชนที่บุกรุกเข้าไปปลูกสวนผลไม้ บุกรุกทําสวนยางพาราไม่เพียงแต่ ฟัองทางอาญานะครับ ไปฟัองแพ่งด้วย ซึ่งชาวบ้านลงทุนปลูกผลไม้ ปลูกอาสิน ปลูกทรัพย์สินลงไปแล้วถูกฟัองคดีอาญา มีเงินลงทุนมีคดีอาญาติดตัว แล้วก็ต้องชดใช้ ทางแพ่งด้วย ซึ่งเกินกว่าที่ประชาชนจะสามารถแก้ปัญหาของตัวเองได้ อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องกฎหมาย ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รวบรวมเปึนข้อที่ ๕ ว่า เรื่องชุมชน ขอมีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ป์าเพื่อไม่ให้มีการทําลาย ที่จริงผมกราบเรียน ท่านประธานว่าหน่วยราชการได้พยายามปฏิบัติไปตามคําแนะนําของกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติที่จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกฎหมายด้านป์าไม้ทั้งหมด ๕ ฉบับ มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ ว่า ให้ส่วนราชการที่ดูแลกฎหมายฉบับ นั้น ๆ แก้ไขกฎหมาย ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญทั้ง มาตรา ๖๖ รับรองสิทธิชุมชน มาตรา ๖๗ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม และมาตรา ๘๘ ให้รัฐบาล มีนโยบายด้านทรัพยากร ธรรมชาติ ที่ดินและสิ่งแวดล้อม เขาแก้จบแล้วครับ แก้เรียบร้อยแล้ว ส่งไปถึงหน้าห้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ในมติคณะรัฐมนตรีบอกว่าให้ปรับปรุงเพิ่มเติมกฎหมายป์าไม้ให้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญ และให้เปึนไปตามข้อเรียกร้องของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ขณะนี้เลยมาแล้วครับ ส่วนราชการก็กังวลมาก เขาทําจบกระบวนการตามมติคณะรัฐมนตรี คือ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ถึงห้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ว่าขณะนี้ รัฐมนตรีเก็บเรื่องนี้เอาไว้ เก็บกฎหมายฉบับนี้เอาไว้ ผมคิดว่ากรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติต้องไปเรียกร้องเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ได้ออกมานะครับ ผมมีเวลานิดเดียว ผมขออนุญาตที่จะชื่นชม ท่านได้ให้งบประมาณจัดทําโครงการเพื่อการศึกษาวิจัยด้าน สิทธิมนุษยชนทั้งหมด ๓ เรื่อง ๑ ใน ๓ เรื่องคือโครงการศึกษาปัญหาการกัดเซาะชายฝัืง กับปัญหาสิทธิมนุษยชนของชายฝัืงทะเลฝัืงชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ผมขอ อนุญาตได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับท่านนิดเดียวครับท่านประธานว่าที่จริงปัญหาการพังทลาย ของชายฝัืงมีทั้ง ๒ ฝัืงนะครับ มีทั้งอ่าวไทย มีทั้งอันดามัน และมีทั้งทะเลสาบ พื้นที่ ความยาวของแนวทะเลที่พังทลายอยู่อย่างรุนแรงขณะนี้ทั้งหมดมี ๑,๖๐๐ กิโลเมตร เราสูญเสียที่ดินไปป้ละ ๓๒,๐๐๐ ไร่ทุกป้ครับจากการพังทลายทุกวันนี้ครับ ถ้าไร่ละ ๑ ล้านบาท เท่ากับว่าประเทศไทยเราเสียทรัพย์สินไปป้หนึ่งประมาณ ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท ต่อป้ แล้วผมได้คํานวณโดยให้เจ้าหน้าที่เขาคํานวณว่าเราจะใช้งบประมาณเพื่อปัองกัน การพังทลายของตลิ่ง เพราะว่าไม่เพียงแต่เรารักษาตลิ่ง เรารักษาชุมชนไว้ด้วยที่อยู่ ข้างหลังตลิ่ง ใช้งบประมาณเพียง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ผมคิดว่า ถ้าสภาผู้แทนราษฎรได้เรียกร้อง ผมคิดว่าถ้ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ร่วมกัน เรียกร้องสิ่งเหล่านี้เปึนจริงได้นะครับ ผมจึงขออนุญาตได้ฝากท่านประธานไปยังกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติถึงข้อเรียกร้องและข้อแนะนําของผม และข้อสังเกตจากกระผม เพื่อที่จะสามารถแก้ไขเยียวยาปัญหาการละเมิดสิทธิด้านป์าไม้ แล้วก็ด้านทรัพยากร ชายฝัืงครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ยังเหลืออีก ๓ ท่านนะครับ ต้องขอเปึนทางฝ์ายรัฐบาลก่อนนะครับ ท่านเจะอามิงครับ คุณอํานวย คลังผา คุณเจะอามิง โตะตาหยง คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แล้วก็จะขอให้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ชี้แจงด้วยนะครับ ต่อจากนั้น คุณอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคพลังประชาชน ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มา ชี้แจงข้อเท็จจริงในวันนี้ให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบในวันนี้นั้น ต้องขอขอบคุณ
เรื่องแรกก็คงจะเสนอท่านนะครับว่า จากการที่ผมได้อ่านสรุปประเด็น ต่าง ๆ นั้น สรุปสถานการณ์ความรุนแรงทั้งหมด อย่างกรณีต่าง ๆ และประเด็นต่าง ๆ นั้น และข้อเท็จจริง ตลอดทั้งมาตรการการแก้ไข เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากจะสรุปเปึน ข้อเท็จจริงและมาตรการการแก้ไข สําหรับเหตุการณ์ทุกวันนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติคงจะทราบดีอยู่แล้วครับว่าในขณะนี้บ้านเมืองของเรานั้นเกิดวิกฤติอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมขออนุญาต จริง ๆ แล้วผมไม่อยากจะเอ่ยนาม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกลุ่มพันธมิตร ที่ในขณะนี้กําลังปลุกปัืนคนให้ขาดสติ ขาดความยั้งคิด ชั่งใจ เอาแต่ใจ มุ่งแต่บรรลุเปัาหมาย ขาดจริยธรรม ขาดความถูกต้องชอบธรรม แอบอ้างเปึน เจ้าของสถาบันสําคัญของชาติ ผูกขาดเปึนเจ้าของประเทศ ทั้ง ๆ ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ ในบ้านเมือง เปึนผู้ที่สร้างความรักความสามัคคีในอดีตที่ผ่านมา โดยยึดหลักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตรงนี้ผมอยากจะฝากให้ท่านเปึนคนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนกลางที่จะประสานทั้ง ๒ ฝ์ายในขณะนี้ ซึ่งความแตกแยกของคนในชาติในขณะนี้ ท่านคงจะทราบดีอยู่แล้ว อยากจะให้ท่านเปึนคนกลางได้เปึนผู้เชิญทุกส่วนมาประชุม ทั้งองค์กรอิสระทั้งหมด ทั้งฝ์ายรัฐบาล ทั้งฝ์ายค้าน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในขณะนี้ได้มา ประชุมปรึกษาหารือว่าแนวทางจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร ในฐานะที่ผมขออนุญาต ตั้งให้ท่านเปึนคนกลางมาเจรจาทั้ง ๒ ฝ์าย หากฝ์ายหนึ่งฝ์ายใดไม่ยอมรับการเจรจาก็ให้ท่านได้ชี้นําสังคมว่ากลุ่มนี้ไม่ยอมรับ การเจรจาในเรื่องของความสมานฉันท์ ความปรองดองของคนในชาติ ก็อยากจะฝากประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นในขณะนี้ความจริงทั้งหมดมันมีอยู่แล้ว ก็อยากจะให้คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติได้ศึกษาหาความเปึนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากจะฝากไว้ว่า ประเด็นความถูกต้องและชอบธรรม ผมเคยพูดอยู่ตลอดนะครับว่า ผู้นําที่มีคุณธรรมพี่น้อง ประชาชนจะไม่เดือดร้อน ผู้ใดหากว่าไม่มีคุณธรรมนี่ประชาชนเดือดร้อนแน่นอน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะฝากให้ท่านคณะกรรมการทุกท่านได้นําเรื่องที่ผมได้ชี้แจงมานี้ ถือว่าท่านเปึนคนกลางมาแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติบ้านเมืองเพื่อความสงบร่มเย็น ขอบคุณครับ
คุณเจะอามิง โตะตาหยง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน ขออนุญาตกล่าวถึงรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจําป้ ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านประธานครับ กระผมได้ อ่านรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้ทํารายงานแถลงต่อสภา ผมให้ ความสําคัญแล้วก็ได้อ่านดูในรายงานแล้วผมเรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น อ่านดูในรายงานแล้วมันเกิดจากพื้นฐานการใช้อํานาจ รัฐ การใช้กลไกของรัฐต่อผู้ถูกกระทําโดยอํานาจรัฐแทบทั้งสิ้น ท่านประธานครับ นี่คือ ในระบบรัฐสภาที่เปึนห่วงในการทํางานของฝ์ายบริหาร ผมได้เปึนห่วงอยู่ตลอดว่าอํานาจ เปึนที่มาแห่งอํานาจ ทางการเมืองเปึนที่มาแห่งอํานาจ และผู้บริหารได้อํานาจไปบริหาร บ้านเมืองเกิดการใช้อํานาจเหนือกว่ากฎหมาย นั่นแหละครับ เปึนที่มาที่จะต้องมี การร้องเรียนถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ท่านประธานที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้พูดถึงเรื่องสถานการณ์ ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ว่า สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะป้เดียวในป้ ๒๕๔๙ มีทั้งหมด ๕,๔๖๐ เหตุการณ์ และในกระบวนการทั้งหลายเหล่านี้ ประชาชนและสังคมในประเทศ ก็ทราบครับว่ามันมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีการละเมิดพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้กันมากมาย และหลายเรื่องหลายคดีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติก็ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ มีการตรวจสอบเพียงบางคดีก็มีความพอใจในฐานะ ที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ แต่อย่างที่ท่านได้ให้ความสนใจในการเข้าไปดูแล ในปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะต้องเรียนอย่างตรงไป ตรงมาว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการละเมิดสิทธิเปึนขั้นพื้นฐาน แต่การที่จะต้อง มาตรวจสอบกันดูนะครับ อํานาจในการใช้ของกลไกของรัฐในระดับพื้นที่ ผมขออนุญาต เรียนทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ช่วยไปดูในระดับนโยบาย เพราะปัญหา ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าติดตามกันให้ดีไม่ว่ากรณีกรือเซะ ไม่ว่า กรณีตากใบมันเกิดขึ้นจากการให้นโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้นให้นโยบายเข้าไปแก้ไข ปัญหาและใช้ช่องทางและการสื่อสารในการสั่งการและการใช้อํานาจ แม้กระทั่งมีการตรวจสอบว่าในทําเนียบรัฐบาลมีการสั่งการโดยการใช้โทรศัพท์หลายสิบครั้ง ในการสั่งการไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมไม่ทราบว่า เรื่องเหล่านี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีข้อมูลอยู่ในมือหรือไม่ และได้เคย ตรวจสอบเรื่องเหล่านี้หรือไม่ ทั้งหลายทั้งปวงปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศนี้เกิดจาก นโยบายของรัฐบาลผิดพลาด นําไปสู่การแก้ไขปัญหา นําไปสู่ถึงความเปึนความตายของ พี่น้องประชาชน แม้ว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือที่ไหนทั้งหมด ก็เกิดจากนโยบายของ รัฐบาลทั้งหลายนั่นล่ะครับ ผมไม่อยากที่จะเห็นว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปึนตรายาง ซึ่งเปึนทางผ่าน สิ่งที่ผมเปึนห่วงก็คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องไปตรวจสอบกลไกของรัฐ อํานาจรัฐที่ทํางานที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และรายงานให้รัฐบาล ถ้าเกิดคนสั่งการและเปึนนโยบายในระดับนโยบายของรัฐบาล ท่านจะทําอย่างไร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติช่วยตอบพวกผมให้หน่อยครับ ถ้าระดับนโยบายมีการใช้อํานาจรัฐ มีการสั่งการโดยละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่านจะสรุป ให้กับใคร สิ่งเหล่านี้ล่ะครับที่ผมเปึนห่วง ท่านสรุปให้ใคร สรุปให้รัฐบาล และเกิดนโยบาย ของรัฐบาลผิดพลาด ท่านจะทําอย่างไร ท่านมีอํานาจอะไรอยู่ในมือไหม สิ่งเหล่านี้ ที่ผมเปึนห่วงเพราะว่าในขณะนี้มันเกิดกับผม ในขณะที่ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ให้ความสนใจในการเข้าไปแก้ไขในการ ตรวจสอบตามอํานาจหน้าที่ของประธานคณะกรรมาธิการ ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมนี้ ผมฟัองท่านประธาน และฟัองไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติว่าผมได้ออกหนังสือเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ รองโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้บังคับการกองพลาธิการและสรรพาวุธ บุคคลเหล่านี้ไม่มาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ผมว่า การกระทําเหล่านี้ถ้ากลับไปดูในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมอาศัยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตามอํานาจหน้าที่ของประธานคณะกรรมาธิการในมาตรา ๑๓๕ กรรมาธิการมีสิทธิที่จะ เรียกข้อมูลจากคนเหล่านี้ เพื่อทําการสอบสวนหาข้อมูล ข้อเท็จจริงเพื่อเสนอต่อสาธารณะ แต่เมื่อบุคคลเหล่านี้ไม่มา คณะกรรมาธิการก็เหมือนเปึนกลไกที่เกิดอัมพฤกษ์นะครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงก็เหมือนท่านล่ะครับ มันเปึนอัมพฤกษ์ แต่ผมกําลังจะบอกท่านว่าคนที่ ไม่มาชี้แจงต่อกรรมาธิการกําลังละเมิดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมจะต้อง ตามต่อไป แต่ผมเรียนอย่างนี้ที่ผมเปึนห่วงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเปึนเหมือน ประธานคณะกรรมาธิการ ขณะนี้กลไกในรัฐสภา กลไกของสภาผู้แทนราษฎรเกิดความ อัมพฤกษ์แล้ว ทํางานไม่ได้ เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาล และวันหนึ่งท่านก็ ไม่ได้รับความร่วมมือรัฐบาลเหมือนกัน คงไม่แตกต่างจากพวกผม ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ
คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นรายงานฉบับนี้ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว รายงานฉบับนี้ถ้าหากเข้าสภาก่อนวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ และก่อนวันที่ ๑๓ ตุลาคม รายงานฉบับนี้ผมจะชื่นชมเปึนอย่างมากครับท่านประธาน แต่เมื่อผมได้ฟังรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกี่ยวกับเรื่องวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผมก็บังเกิดความสงสัย ทําไมผมถึงสงสัยครับท่านประธาน วันนั้นท่านประธานก็อยู่กับผมในนี้นะครับท่านประธาน ผมมีความสงสัยว่าผมนี้ถึงแม้จะ เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมมีสิทธิมนุษยชนเหมือนประชาชนทั่วไปหรือเปล่า ท่านประธาน ทําไมผมถึงถามเช่นนั้น ท่านประธานครับ ผมมีเลือดเนื้อ ผมมีชีวิต ผมมีร่างกาย มีลูก มีภรรยา มีครอบครัวที่มีความเปึนห่วงผม แต่ที่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น เปึนอย่างไรท่านประธานก็ทราบดี ตัดน้ํา ตัดไฟ อาหารส่งเข้ามาไม่ได้ ข้างนอกมีการ ปลุกเร้า หลังจากประชุมเสร็จถอดเสื้อ ถอดเนคไท (Necktie) ออกไป ท่านประธานครับ ท่านก็ได้ยินเหมือนผม ไอ้ตะกวดแปลงร่าง ดูมันสิไอ้ตะกวดแปลงร่าง ท่านประธานครับ ความรู้สึกในตอนนั้นเปึนอย่างไร คนที่ไม่มาแต่ไปเที่ยวพูดว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรง ตํารวจใช้ความรุนแรง เขารู้บ้างไหม ถ้าเกิดว่าตํารวจไม่ทําเช่นนั้นมันจะเกิดความรุนแรง ไหม มันจะมีคนตายไหม ข้างนอกมีการปลุกเร้าอย่างไร ให้เจ้าหน้าที่ออกไป แล้วจับมัน แขวนคอทีละคน ท่านประธานครับ หลังจากประชุมเสร็จเราต้องนั่งรอใช่ไหมครับ ท่านประธาน มีการที่จะเอาพวกเราออกไปตั้งแต่บ่ายสามโมงก็ไม่ได้ บ่ายสี่โมงก็แล้ว บ่ายสี่โมงครึ่งถึงได้ยินเสียงตึ้ง ๆ เริ่มตั้งแต่ตอนนั้น ท่านประธานครับ เราก็มีความรัก คนที่รักเราก็มี ทุกคนโทรเข้ามาด้วยความเปึนห่วงเปึนอย่างไรบ้างแล้ว ซึ่งเราก็ตอบ ไม่ได้ว่าเปึนอย่างไร ความรู้สึกในตอนนั้นเปึนอย่างไร บางท่านที่ไม่ทราบท่านจะลองดูก็ได้ นะครับท่านประธาน เอาคนไปล้อมบ้าน ให้ผมเอาคนไปล้อมบ้านก็ได้ ท่านกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยากลองก็ได้นะครับ ให้ผมเอาคนไปล้อมบ้าน ตัดน้ํา ตัดไฟ ไม่ให้เอาอาหารเข้าไป แล้วก็ปลุกระดมมัน ฆ่ามัน ฆ่ามันอยู่ข้างนอก ผมไม่กลัว คนปลุกระดมหรอก แต่ผมกลัวอย่างไรรู้ไหมท่านประธาน ผมเคยผ่านม็อบมาเหมือน ท่านประธาน ๑๔ ตุลา ๖ ตุลา เปึนอย่างไรครับ ถ้าเกิดม็อบมันคลั่งขึ้นมาแล้วใครห้าม มันได้ ถ้าเกิดมันเข้ามาจริง ๆ คนที่ปลุกระดมจะรับผิดชอบอย่างไร จะห้ามเขาอย่างไร ไม่ให้มาฆ่าพวกเรา คนตายจะต้องมี ถ้าเกิดวันนั้นไม่มีการสลาย แต่อาจจะเปลี่ยนข้าง ภาพที่ นปก. นปช. ที่วันนั้นมีการปะทะกับพันธมิตร ยังติดตาอยู่เลย คนล้มไปแล้ว โดนตีล้มไปแล้วยังมีการตีตามกระทืบซ้ําอยู่แบบนั้น มันติดตาอยู่กับพวกเรา ผลปรากฏว่า ที่ผมสงสัยเพราะอะไรท่านประธาน สงสัย เพราะเดี๋ยวนี้สังคมเปึนอะไรไป รถเชโรกี ที่จอดอยู่หน้าพรรคชาติไทยใครเอามาก็รู้ เปึนของใครก็รู้ แล้วมันมีอะไรข้างใน เปึนของหัวหน้าการ์ด (Guard) พันธมิตรมันมีระเบิด ระเบิดอย่างรุนแรงด้วย ท่านประธาน คิดดูสิ ผมไม่พูดถึงคาร์บอมบ์ เพราะเราไม่รู้วัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายของเขาเปึน อย่างไร ท่านประธานครับ ถ้าหากที่เขานําเข้ามาแล้วมีจุดมุ่งหมายอื่นเพื่อจะขยายความ รุนแรง เอาไปตรงโน้นหน่อย เอาไปตรงนี้หน่อยใช่ไหมครับ ไม่ต้องเข้าในสภา ข้างนอกเอง คนที่มาเพื่อเขาอะไรมันจะเกิดขึ้น มันจะตาย มันจะเจ็บมากกว่านี้หรือไม่ ผมอยากถาม ท่านประธาน วันนั้นเขาต้องการอย่างไร เราหลายคนรู้ เราทุกคนก็รู้ว่าเขาต้องการอย่างไร เพื่อยกระดับความรุนแรงให้ควบคุมไม่ได้ เหมือนกับที่เขาเคยวางแผนกันมา ป้ ๒๕๓๕ ก็เหมือนกัน ท่านประธานครับ แต่ผลเปึนอย่างไร คนที่กําลังเตรียมก่อการร้าย คนที่กําลัง จะเปึนฆาตกรกลับได้รับการยกย่องว่าเปึนวีรบุรุษ ตํารวจที่ทําหน้าที่ของเขา ปกปัอง พวกเรา ท่านประธานก็เดินออกไปกับผม ป้นรั้วไปด้วยกัน พอเขาเป่ดได้ ท่านประธาน เห็นไหมเราเดินออกไป เดินไปยังสี่แยกซังฮี้ บางคนข้ามสะพานซังฮี้ไป บางคนเลี้ยวซ้าย บางคนเลี้ยวขวา ตํารวจสองข้างมีอะไร มีโล่ บางคนก็ยืน บางคนก็นั่งพักผ่อนอย่างอ่อนเพลียเพราะเขาเหนื่อยมาทั้งวัน ผมเดินไป ผมขอบคุณเขาไปตาก็แสบ จมูกก็แสบ หน้าก็แสบ แล้วพวกเขาบางคนก็ตาแดง เขาก็ยัง แนะนําเรา ท่านครับ ๆ เอาน้ําราดเลยนะ เอาน้ําราดเลยอย่าไปขยี้นะ ผมต้องเดินขอบคุณ เขาไปตลอดทาง จนบัดนี้ผมก็ขอบคุณเขา เขารักษาชีวิตพวกเรา เขารักษาทรัพย์สิน ของพวกเรา เขารักษากฎหมาย พวกเรามาทํา เราก็ทําหน้าที่ตามกฎหมาย ท่านประธาน ครับ แล้วเปึนอย่างไรรายงานวันที่ ๑๓ ตุลาคมของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมไม่ต้องให้ท่านไปเอียงข้างนะครับ ขอให้ท่านยืนด้วยความเปึนกลางผมก็ขอบคุณ แล้วทุกคนรู้บางคนอายุมากกว่าผมเรียนมาเช่นเดียวกับผม พระพุทธเจ้าบอกว่าอย่างไร ต้องระงับที่เหตุ มีทุกข์ต้องระงับที่เหตุ เหตุนี้เคยถูกยกขึ้นมาหลายอย่างแล้ว แล้วก็ถูกดับ ไปแล้ว แต่ผลที่สุดมันก็ยังมีเหตุมันก็ยังเกิดทุกข์ขึ้นอยู่อีกมีเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นต้องมาดูอีกว่าเหตุนี้มันมีเหตุอะไรอีก แล้วท่านปฏิเสธได้ไหมว่าความรุนแรง ที่เกิดขึ้นมาจากการปลุกระดม ปลุกเร้า โฆษณาชวนเชื่อมาตลอด ๒ - ๓ ป้มานี้ท่านจะไป ปฏิเสธได้ไหมจากเอเอสทีวีที่ปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง ผมขอถามหน่อยว่าความ รุนแรงนี้ นอกจากว่ามันจะมีการทําร้ายกันทางร่างกายแล้วการที่ปลุกเร้ากันด้วยคําพูด ปลุกเร้าอารมณ์ โฆษณาชวนเชื่อถือว่าเปึนความรุนแรงหรือไม่ในความหมายของท่าน ดังนั้นความรุนแรงถ้าเกิดจะพูดว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรงทําไมท่านไม่พูดถึงเหตุของความ รุนแรงอีกด้านหนึ่งด้วย ท่านบอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความโน้มเอียง ว่าจะตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐเพราะว่ารัฐเปึนผู้ใช้อํานาจ ท่านประธานครับ ศาลปกครองก็เปึนเจ้าหน้าที่รัฐเพียงแต่เขาใช้อํานาจตุลาการ แต่เขาเปึนเจ้าหน้าที่รัฐ การคุ้มครองเอเอสทีวีให้ระดมคนให้มีอารมณ์รุนแรงให้คนหลงผิดแล้วก็มีอารมณ์อย่าง รุนแรง แล้วก็เลือกข้างทําให้แตกแยกขัดแย้งกันมากมายจนปัจจุบันนี้ยังหาทางลงไม่เจอ ท่านเคยเข้าไปตรวจสอบการคุ้มครองนี้บ้างไหม เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าขอให้ทําหน้าที่ ด้วยความเปึนกลางก็พอ สิ่งที่ผมสงสัยก็คือว่าในเมื่อเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมเพิ่งผ่านไปนี้ ท่านออกมามันเหมือนกับเลือกข้าง ที่จริงท่านไม่ออกมาเสียยังดีกว่ามันจะยิ่งสงบ ตอนนี้สื่อเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ สื่อพยายามบอกเราต้องเสนอข่าวให้ลดความ รุนแรง แต่รายงานวันที่ ๑๓ ตุลาคม ที่เพิ่งผ่านมา ท่านยังไม่เคยมาถามพวกผมเลย พวกผมก็เปึนผู้ที่เสียหายเปึนคนอยู่ร่วมในเหตุการณ์ ท่านไปถามใครผมไม่รู้ แต่ถาม ส.ว. ส.ส. รัฐมนตรีที่อยู่ ๓๐๐ กว่าคนนี้ ท่านเคยมาคุยด้วยไหม แล้วท่านก็ไปสรุปอย่างนั้น ผมถึงเกิดความสงสัยว่าแล้วที่ท่านทํามานี้ผมจะเชื่อได้แค่ไหน ก็ในเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม นี้ ผมยังคิดว่ามันยังไม่ค่อยถูกต้องเท่าไร แล้วรายงานฉบับนี้ตั้งหลายป้แล้วจะให้ผมเชื่อได้ อย่างไร
ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมพูดมา ทั้งหมดนี้เปึนความจริงและในวันนี้ผมก็สงสัย และสิ่งที่สําคัญคือท่านประธานกับผม สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน เคยผ่านเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคมมาแล้ว ตอนนั้น เปึนการต่อสู้ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกับเผด็จการ หรือฝ์ายเผด็จการกับ ประชาธิปไตย แต่มีส่วนร่วมของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่พยายามทําให้พวกเราแตกกัน ตอนนั้น มียุทธวิธีอย่างไรครับท่านประธาน ยุทธวิธีป์าล้อมเมือง ในที่สุดไม่สําเร็จก็ใช้ป์าประสานเมือง ตอนนี้ผมสงสัยแล้วครับท่านประธาน ผมฟังมา ผมดูเหตุการณ์มาทุกอย่างแล้ว ผมสงสัย จริง ๆ ว่ามันจะมีการใช้ยุทธวิธีในประสานนอก ในประสานนอกคืออะไร ในสภาประสาน นอกสภาเพื่อจะยึดอํานาจรัฐ ผมเริ่มสงสัยแล้ว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ช่วยกรุณาตรวจสอบให้ด้วย เพราะการใช้อํานาจหรือการยึดอํานาจรัฐ หรือการปฏิวัติ รัฐประหารมันเปึนการทําลายสิทธิและเสรีภาพของผู้คนอย่างรุนแรงในประเทศนั้น ๆ ขอบคุณครับ
พรรคประชาธิปัตย์ขออีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านนายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ แล้วก็เดี๋ยว จะเชิญท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ชี้แจงตอบครับ เชิญคุณหมอเธียรชัยครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่ผมได้อ่านรายงานผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว ผมก็เห็นว่ามีหลายรายงานที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาก ตลอดป้ ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ จากตัวเลขที่รายงานถึงการรับเรื่องราวเกี่ยวกับการ ละเมิดสิทธิ ๖๔๔ เรื่อง โดยทางสํานักงานทําได้ ๒๓๗ เรื่อง ก็หมายถึงว่าได้รับการ พิจารณาและแก้ไขผ่านคณะกรรมการอันนี้ไปประมาณ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ครับ นั่นหมายถึง อะไรครับ เปึนเรื่องสิ่งสะท้อนให้เห็นว่ายังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกมากมาย ในประเทศไทยที่เรายังไม่สามารถให้การคุ้มครองเขา หรือให้การช่วยเหลือเขาให้ถูกต้อง ได้ตามกลไกของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้ ท่านประธานครับ หลายท่าน ได้พูดถึงเรื่องเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ผ่านไปแล้วนะครับ มันมีหลากหลายมาก ในเรื่องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประเทศนี้นะครับ ผมมีเรื่องหนึ่งที่อ่านแล้ว สะดุดใจก็คือเรื่องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของชุมชนครับ การละเมิดสิทธิของชุมชนได้เกิด เหตุการณ์นี้มาประมาณเกือบ ๘ ป้แล้วนะครับ เหตุเกิดที่อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก เกิดจากการที่สารปนเปุ๋อนแคดเมียม (Cadmium) จากการทําแร่สังกะสี เรื่องราวทั้งหมด จนกระทั่งถึงวันนี้ก็ถือว่าได้รับการแก้ไขมาในแนวทางที่เปึนเมตตาธรรมระหว่างผู้ที่ ก่อให้เกิดความเสียหายกับสิ่งแวดล้อมและประชาชน ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่มีกลไก ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งตามรายงานนี้นะครับ ทางคณะกรรมการ ได้เปึนตัวจักรกลอันสําคัญยิ่งในการที่จะจี้ไชไปยังหน่วยราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ การเริ่มให้ก่อตั้ง อนุญาต รวมถึงการควบคุมสภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ทําให้เหตุการณ์ที่ ชาวบ้านได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงนั้นค่อยบรรเทาลง นี่คือตัวอย่างของการที่อํานาจรัฐ ไม่สามารถที่จะควบคุมให้เปึนไปตามกฎหมายที่ได้เขียนไว้อย่างชัดเจน ถ้ากลไกของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่สามารถที่จะทําได้อย่างมีประสิทธิภาพผมก็ เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาในเรื่องแคดเมียมซึ่งปนเปุ๋อนอยู่ในข้าวของชาวบ้านที่อําเภอ แม่สอด คงไม่สามารถที่จะแก้ไขได้รวดเร็วเท่าที่ปรากฏนะครับ ท่านประธานครับ ในเรื่อง เกี่ยวกับงบประมาณ เมื่ออ่านดูแล้วก็ปรากฏว่าคณะกรรมการแห่งนี้ ในป้ ๒๕๔๙ ได้รับ งบประมาณ ๑๑๘ ล้านบาท เมื่อเทียบกับภารกิจต่าง ๆ ที่ได้ทํามาก็จะเห็นว่าไม่สามารถ ที่จะบรรลุผลสําเร็จได้ตามปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นก็แสดงให้เห็นถึงว่าผู้ที่ถูกละเมิดนั้นมีอยู่มากมายเปึนการสะท้อนให้เห็นถึงว่า ประชาชนคนไทยยังมีผู้ด้อยโอกาสอีกมากที่ไม่สามารถเข้าถึงคณะกรรมการแห่งนี้ได้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังคณะกรรมการว่าเราคงจะต้อง ปรับปรุงในเรื่องเกี่ยวกับการผลักดันให้สังคมของเราทุกภาคส่วนคํานึงถึงศักดิ์ศรีของ ความเปึนมนุษย์ให้มากยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่ต้นกระบวนการยุติธรรมก็คือกระทรวงศึกษาธิการ เราคงจะต้องเรียนให้ทางคณะกรรมการให้คํานึงถึงระบบการศึกษาเพื่อที่จะบรรจุใน หลักสูตรต่าง ๆ ถึงเรื่องของศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีการสาธิต ในรูปแบบต่าง ๆ
ในเรื่องที่ ๒ ที่ผมยังเปึนห่วงก็คือเรื่องการใช้อํานาจของข้าราชการ โดยเฉพาะสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมเห็นว่ารายงานได้เป่ดการศึกษาและมีหลักสูตร อยู่ในโรงเรียนนายร้อยตํารวจแล้ว แต่ผมเห็นว่าไม่เพียงพอควรจะขยายไปถึงโรงเรียน พลตํารวจนะครับ และตํารวจทุกภาคส่วนถือเปึนเรื่องสําคัญมาก เพราะตํารวจก็คือ ผู้ที่รักษากฎหมายจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้เข้าใจถึงกระบวนการในการบําบัดทุกข์ หรือในการระงับเหตุต่าง ๆ เพื่อให้เหตุการณ์นั้นไม่บานปลาย ผมเชื่อว่าในยามคับขัน ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมอยู่ในอารมณ์ แต่ถ้าได้มีการพูด ศึกษาแล้ก็มีการสาธิตวิธีการต่าง ๆ ผมเชื่อว่าไม่พ้นความสามารถของตํารวจไทยครับ นอกจากนี้ยังมีกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงแรงงานในเรื่องเกี่ยวกับการส่งกองทัพไทยไปหาแรงงาน ในต่างประเทศ ผมถือว่าบุคคลเหล่านี้เปึนนักรบผู้กล้าหาญที่สละบ้านเกิดเพื่อไปทํามา หากินในต่างแดน เพื่อนําเงินตราเข้าประเทศ พวกนี้สมควรได้รับการยกย่องเปึนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเราจึงควรต้องพยายามวางมาตรการต่าง ๆ ที่ทําให้เกิดการเคารพศักดิ์ศรี มนุษย์ในเรื่องของกฎหมายก็ดี เพื่อดูแลพวกเขาให้มีสภาพการว่าจ้างที่ถูกกฎหมาย มีสวัสดิการในด้านการทํางานที่ดีขึ้น นอกจากนี้กระทรวงที่สําคัญอีกแห่งหนึ่งก็คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้มี กฎหมายที่ออกแล้ว นั่นก็คือกฎหมายเบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งผมก็ยังติดใจอยู่ว่ามีการละเมิด ทั้ง ๆ ที่มีการบัญญัติเปึนกฎหมายผ่านการใช้มาแล้ว แต่กฎหมายก็ยังไม่สามารถที่จะ สร้างให้เกิดความเปึนธรรมได้มีผู้สูงอายุหลายท่านก็ไม่สามารถที่จะได้รับเงิน ทั้ง ๆ ที่มี สิทธิทุกอย่างสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ก็คือความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นทั่วไปตามท้องถิ่น ทุกจังหวัดครับ ซึ่งเปึนเรื่องที่น่าเสียดายที่รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีซึ่งเปึนหัวหน้า ผู้บริหารจะต้องใส่ใจและให้ความเปึนธรรมอย่างสูงกับบุคคลผู้ที่อ่อนแอกว่าทางสังคม มีทั้งผู้สูงอายุก็ดี ผู้ป์วยโรคเอดส์ก็ดี หรือผู้ที่มีความพิการก็ดีครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคง ไม่สามารถที่จะพูดลงลึกรายละเอียดไปมากกว่านี้เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงว่าเราจําเปึน ที่จะต้องปรับปรุงกระบวนการเรื่องรักษาสิทธิมนุษยชน โดยให้การศึกษาให้ทั่วถึงกับ ประชาชนทั่วไป ขอขอบคุณครับ
เชิญกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คุณสุนี ไชยรส หรือท่านรองเลขาธิการ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน อรินณพงศ์ สูตรสุคนธ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอชี้แจงในประเด็นการสรรหา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกรณีที่มีท่านสมาชิกท้วงว่าคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติบางท่านอายุเกิน ๗๐ ป้แล้ว อาจจะเปึนการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขอเรียน ว่าคณะกรรมการชุดนี้ครบวาระ เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ซึ่งขณะนั้นสํานักงาน ในฐานะเลขานุการของการสรรหาก็เริ่มกระบวนการสรรหาอยู่ก็ยังไม่แล้วเสร็จ ก็ได้มีการ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เปลี่ยนแปลง สาระสําคัญของพระราชบัญญัติกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในหลายประการ โดยเฉพาะในเรื่องของการสรรหามี ๒ มาตรา ที่กําหนดไว้ว่าคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การถอดถอน เปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติและในบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๙๙ บัญญัติ ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดปัจจุบันต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการ ตราพระราชบัญญัติฉบับใหม่ให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงได้ยกร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ขึ้นมาเสนอต่อรัฐบาล คณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๑ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ในเรื่องนี้ก็มีผู้ที่ร้องเรียน ไปยังศาลปกครอง ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้มีการสรรหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคําวินิจฉัยออกมาว่าจะต้องแก้ไขกฎหมายก่อนจึงจะ ดําเนินการสรรหาได้ ผู้ตรวจการแผ่นดินเองก็มีข้อยุติว่าเปึนไปตามศาลปกครองกลาง เพราะฉะนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดปัจจุบันยังคงปฏิบัติหน้าที่ตาม รัฐธรรมนูญ ในโอกาสนี้ดิฉันก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้ช่วยสนับสนุน พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่จะเสนอต่อสภาเพื่อให้ผ่านสภา โดยเร็วด้วย ขอขอบคุณค่ะ
เชิญคุณสุนี ไชยรส ครับ
ในนามของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉัน สุนี ไชยรส ก็ขอขอบพระคุณต่อท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน เพราะว่าได้รับคําแนะนําที่เปึนประโยชน์ ทั้งใน เชิงของภาพรวมและก็ข้อเสนอแนะที่เปึนรูปธรรมหลายประการ และคิดว่าอีกไม่นานนัก รายงานประจําป้ ๒๕๕๐ ก็คงจะได้มีโอกาสกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในเวลาไม่นานนี้เอง ร่วมกับรายงานผลการตรวจสอบที่ดิฉันได้นําเสนอไปแล้วว่าต้องขอ พึ่งสภาให้ช่วยดําเนินการในหลาย ๆ เรื่องที่ไม่สามารถจะแก้ไขเยียวยาได้ ดิฉันเอง ในฐานะที่เปึนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่มาประมาณ ๗ ป้ ขอเรียนตรง ๆ ว่าเคยได้ทํางานร่วมกับกรรมาธิการหลายชุดของสภาผู้แทนราษฎร หรือกรรมาธิการ ของวุฒิสภาในการช่วยแก้ไขเยียวยาปัญหาหรือว่าช่วยกันรณรงค์แก้ไขนโยบายของรัฐ หรือตัวกฎหมายบางประการ อันนี้ก็เปึนหลายชุดสภานะคะ ก็หวังว่าจะมีโอกาสได้ทํางาน ร่วมกันกับทางกรรมาธิการสภาต่อไป ดิฉันฟังเรื่องราวของเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ด้วยความสะเทือนใจเช่นเดียวกันกับท่าน และคิดว่าทุกท่านที่อยู่ในสังคมไทยวันนี้ล้วนแต่ สะเทือนใจและเจ็บปวดกับเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ไม่ว่าท่านจะอยู่มุมไหนของเหตุการณ์ เช่นดังที่ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้กรุณาเล่าให้เห็นบรรยากาศความสะเทือนใจและ ปัญหาของท่านที่อยู่ในสภาในช่วงเวลาของเหตุการณ์เช้าวันที่ ๗ ตุลาคม ดิฉันคิดว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองเรียนสั้น ๆ ว่าก็ถูกวิจารณ์จากหลายฝ์ายเช่นกัน ไม่ว่า ฝ์ายใดก็ตาม เพราะฉะนั้นที่ท่านอาจจะตั้งข้อสังเกตว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง ขอเรียนว่าเราถูกวิจารณ์จากทุกฝ์าย ขณะเดียวกันกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติเองพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เหมือนทําหน้าที่คนกลางเสียทีเดียว เพราะ เราไม่มีอํานาจหน้าที่โดยตรงอย่างนั้น แต่ได้พยายามเป่ดเวทีที่จะรับฟังความเห็นของคน ที่อาจจะไม่ใช่คนอยู่ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง เพื่อให้สังคมได้ร่วมกันสะท้อนความรู้สึกหรือว่า ช่วยกันคิดหาทางออก เพราะคิดว่าวันนี้สังคมไทยเห็นปัญหาร่วมกัน แต่ว่านั่นก็เปึนเพียง มุมหนึ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดําเนินการไปบ้าง แต่ไม่สามารถที่จะไป มีผลสะเทือนหรือว่าแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้โดยตรง
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ดิฉันขออนุญาตตอบคําถามที่ท่านสมาชิกได้เป่ด ประเด็นไว้ แต่ว่าแม้ท่านจะไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่หวังว่าท่านจะได้รับฟังด้วย ก็คือท่าทีของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต่อการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน เนื่องจากว่า รายงานฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐประหาร ๑๐ วัน ดังที่มีบางท่านช่วยกรุณาเตือนให้ อันที่ ๒ ก็คือในรายงานประจําป้ ๒๕๕๐ ซึ่งจะเข้ามาเร็ว ๆ นี้ก็จะมีบางประเด็นที่ คาบเกี่ยวกับการรัฐประหารมากขึ้น แต่เรียนว่าเราเองในนามของคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติก็แสดงท่าทีวิจารณ์หรือมีข้อเสนอต่อคณะ คมช. แล้วก็รัฐบาลที่แต่งตั้ง โดย คมช. เปึนระยะ ๆ ทําเสมือนหนึ่งว่านี่คือกระบวนการปกติในความหมายว่ากรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบในความเปึนอิสระแล้วก็วิจารณ์รัฐบาล รัฐบาลทุกยุค ทุกสมัยเองก็วิจารณ์กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาโดยตลอดว่ากรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาตินั้นทําตัวเสมือนเปึนฝ์ายค้าน เนื่องจากว่ามีข้อเสนอ มีข้อวิจารณ์ ติติง รัฐบาลอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากว่าคิดว่าการทํางานเชิงรุกของสิทธิมนุษยชนนั้นต้องแก้ไข กฎหมายหลายฉบับที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในขณะเดียวกันก็ต้องเร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐ ตระหนักจึงจะแก้ไขปัญหารูปธรรมได้ เพราะฉะนั้นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงโดนข้อหานี้มาตลอดทุกยุค ทุกสมัยของรัฐบาลตั้งแต่เกิดขึ้น คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกิดขึ้นว่าทําตัว เสมือนหนึ่งฝ์ายค้านของรัฐบาล อันนี้ก็เนื่องจากภารกิจที่จําเปึนจริง ๆ ส่วนที่ ๒ ก็คือว่า หลายท่านได้ติติงว่าทําไมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงไม่ตรวจสอบเรื่องนั้น เรื่องนี้ ดิฉันลองยกตัวอย่าง ๒ เรื่อง เช่นกรณีที่มีการไปยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีอันนี้ก็ไป เข้าข่ายของกระบวนการซึ่ง พ.ร.บ. ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีข้อห้ามไว้ว่า ถ้าอยู่ในกระบวนการของศาลหรือเปึนประเด็นเดียวกันท่านจะ สังเกตเห็นว่ากรณีเอ็นบีทีนั้นมีการจับกุมคน แล้วก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้น ก็อยู่ในกระบวนการที่ศาลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ควร จะต้องไปตรวจสอบซ้ําซ้อน อันนี้ดิฉันยกเปึนตัวอย่างว่าเรามีมาตรา ๒๒ ที่บางอย่าง ก็ไม่สามารถก้าวล่วงอํานาจของศาลได้ ข้อที่ ๒ หลายเรื่องเช่นกรณีที่ท่านอาจจะวิจารณ์ พันธมิตรว่าไปยึดทําเนียบรัฐบาล อันนี้อาจจะเปึนข้อสังเกตโดยส่วนตัว ดิฉันคิดว่ากรณี ของรัฐบาลมีอํานาจรัฐ มีกลไกของรัฐ เพราะฉะนั้นหลายเรื่องในกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติจะย้ําอยู่ในแถลงหรือจดหมายเสมอบอกว่าเคารพเอกสิทธิ์ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นการทํางานของรัฐบาลหลายเรื่อง ก็ต้องเปึนเอกสิทธิ์ของรัฐบาล เรื่องนี้ เปึนประเด็นทางการเมือง เรื่องนี้เปึนความขัดแย้งทางการเมือง เพราะฉะนั้นคณะรัฐบาล เองจะต้องแก้ปัญหาตรงนั้น คือดิฉันไม่ได้ปฏิเสธว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่ควรไปตรวจสอบพันธมิตร เพราะมีข้อร้องเรียนมาอยู่แล้ว ซึ่งเดี๋ยวเราก็คงจะต้อง ดําเนินการบางประเด็นต่อไป แต่ว่าบางเรื่องนั้นอยู่ในกลไกอํานาจรัฐ ปกติสามารถ ดําเนินการได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นบางเรื่องอาจจะไม่ได้อยู่ในประเด็นที่กรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบ ข้อที่ ๓ ก็คือว่า ๗ ตุลาคม ดิฉันขอย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังไม่ได้จบภารกิจ แล้วก็กําลังเดินหน้า ซึ่งท่าน สมาชิกก็ได้กรุณาให้ข้อมูลที่เปึนประโยชน์หลายเรื่อง แล้วก็หวังอย่างยิ่งว่าถ้าท่านเต็มใจ แล้วก็พร้อมที่จะให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสอบถามเพิ่มเติม หรือมี ข้อแนะนําว่าควรจะรับฟังเรื่องอะไรเพิ่มเติม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ยินดีเสมอ เพราะว่ายังอยู่ ในกระบวนการของการตรวจสอบให้ครบถ้วน ข้อเสนอสุดท้าย อยากจะเรียนอย่างนี้ค่ะว่าสิทธิมนุษยชนนั้นไม่สามารถใช้กฎหมายบังคับได้ เพราะฉะนั้น หลายเรื่องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงเสนอในเชิงของการรณรงค์หรือ นโยบายของรัฐที่เปลี่ยนแปลง แต่ว่าพยายามย้ําเสนอต่อรัฐบาลโดยตลอดว่ากรุณา อย่าใช้แต่กฎหมาย เพราะว่าความขัดแย้งในสถานการณ์ทางการเมืองหรือปัญหาของ คนจน หรือปัญหาของแรงงานที่กําลังประท้วง วันนี้มีผู้คนประท้วงด้วยความเดือดร้อน มากมาย จึงไม่สามารถใช้แต่กฎหมายมาเปึนตัวตั้ง เฉกเช่นกรณีของความขัดแย้งทาง การเมืองปัจจุบัน ซึ่งไม่สามารถใช้กฎหมายใด ๆ อย่างเดียวอย่างหนึ่งมาได้ เพราะฉะนั้น ก็คงจะต้องร่วมมือกับท่านว่าเราจะทําอย่างไรมิให้ความเห็นที่ต่างกัน ณ วันนี้ พัฒนาไปสู่ ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น แล้วทําอย่างไรจะรณรงค์สร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน แห่งชาติที่ความเห็นต่างสามารถอยู่ได้ โดยไม่ปล่อยให้ใครใช้ความรุนแรง คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านเปึนผู้ตั้งขึ้นมาโดยวุฒิสภาจากการสรรหา คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติจึงมีหน้าที่สร้างบรรทัดฐานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติร่วมกับท่าน แล้วก็จะต้องช่วยกันปัองกันไม่ให้ใครก็ตามใช้อํานาจความรุนแรง ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะทาง การเมืองสูงแค่ไหน อันนี้ก็เปึนหลักการโดยทั่วไป ในขณะเดียวกันผู้ต่ําต้อยแม้แต่นักโทษ ผู้ต้องขัง ผู้ค้ายา หรือแม้แต่คนที่ถูกหาว่าเปึนผู้ก่อความรุนแรงบางระดับ เช่น กรณีของ ภาคใต้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติย่อมต้องสร้างบรรทัดฐานเช่นเดียวกัน ดิฉัน ก็ขออนุญาตที่จะรบกวนเวลาของท่านประธาน แล้วก็ขอขอบพระคุณที่ให้โอกาส คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชี้แจงมาโดยตลอด ขอบคุณค่ะ
มีท่านซักถามอีกท่านนะครับ คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ใช้เวลา ๑๐ กว่านาที ในการตั้งประเด็นซักถามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติว่าในช่วงป้ ๒๕๔๙ ตามรายงานของท่าน เปึนช่วงป้ที่มีการละเมิดสิทธิ เสรีภาพของสื่อมวลชน มีการคุกคามการทําหน้าที่ของสื่อสารมวลชนอย่างรุนแรงที่สุด ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการสื่อสารมวลชนด้วยซ้ํา แต่ว่าไม่มีอยู่ในบันทึกรายงาน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็อยากจะขอคําชี้แจงเรื่องนี้ด้วย แล้วก็เปึนไปได้หรือไม่ว่าในป้ต่อ ๆ ไปการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนถือว่าเปึน การละเมิดต่อสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน เปึนภาระหน้าที่หนึ่งของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่จะต้องไปตรวจสอบแล้วก็บันทึกรายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในอนาคตด้วยครับ
ก่อนจะตอบเชิญคนสุดท้ายเลยนะครับ คุณสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระผม สุรเชษฐ์ ชัยโกศล ขอตั้งประเด็นเปึนข้อสังเกตนะครับว่า หลังจากที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งโดยท่านประธาน เสน่ห์ จามริก ได้แถลงในวันที่ ๑๓ แล้วนั้น ยังไม่ได้ข้อมูลครบถ้วน กระผมในฐานะที่ถูกละเมิดทางสิทธิมนุษยชนไม่ว่าจะเปึนด้านการกระทําก็ดีนะครับ แล้วก็ในด้านสื่อสารมวลชนของทีวีซึ่งเปึนที่ทราบกันว่าเอเอสทีวีด่าแต่ผู้แทนของ พรรคพลังประชาชน และแม้กระทั่งคําตัดสินเมื่อวานนี้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผู้แทนของ พรรคพลังประชาชนเลยก็ยังไปบอกว่ากระแสพรรคพลังประชาชนต่อไปก็คงจะทําให้มี กระแสลดลง ผมเรียนด้วยความเคารพนะครับว่าเราเปึนผู้แทนราษฎร เราไม่เคยย่อท้อ นะครับเปึนนักการเมือง ฉะนั้นในตลอดระยะเวลาที่ผมเปึนนักการเมือง ผมเปึนอดีต สจ. เปึนอดีตนายก อบจ. เรื่องการเลือกตั้งแพ้ชนะเปึนเรื่องเล็ก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอให้เปึนสิ่งที่ เปึนความต้องการของประชาชนและหวังเปึนอย่างยิ่งว่าขอให้เคารพในสิทธิ แล้วก็ขอให้ เชื่อในคําตัดสินของประชาชนบ้าง ลดทิฐิมานะลงบ้างเพื่อสังคมจะได้อยู่ได้ และผมหวังใจ เปึนอย่างยิ่งว่าสักวันหนึ่งถ้าความจริงปรากฏ ท่าน อาจารย์เสน่ห์ จามริก คงจะขอโทษ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่ถูกย่ํายีด้วยศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะ เปึนผู้แทนราษฎรหรือว่าจะเปึนน้องชายของท่านองคมนตรี ท่านฐิระวัตร กุลละวณิชย์ หรือแม้กระทั่งคนภาคใต้ที่เปึน ผบ.ตร. หรือแม้กระทั่งอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ท่านบรรหาร ถ้าวันนั้นคาร์บอมบ์เกิดขึ้นในสภา สิ่งที่น่าเศร้าก็คงจะเกิดขึ้นกับชื่อเสียงของ ประเทศชาติ ความมั่นคงถาวรเสถียรภาพของการเมืองในประเทศไทยก็คงจะล่มสลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมหวังว่าวันหนึ่งผู้ที่ทําผิดพลาดจะขอโทษต่อผู้ที่โดนละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเหตุการณ์วันที่ ๑๓ เปึนอุทาหรณ์ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรจะใช้ ความไตร่ตรองรอบด้าน แล้วก็อยากจะเห็นรายงานฉบับนี้ว่าคณะกรรมการแต่ละท่าน ลงความเห็นอย่างไรจึงด่วนสรุปโดยไม่มีการซักถามข้อมูลรอบด้าน ไม่มีการดูข้อมูล ที่เกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร ไปดูแค่หนังสือพิมพ์เท่านั้นหรือ หรือว่าดูทีวีที่มี ความโน้มเอียงที่เลือกข้างแล้ว ฉะนั้นก็อยากจะฝากไว้เปึนประเด็นว่าถ้าดูแต่ทีวีอย่างนั้นแล้ว สังคมไม่มีวันที่จะเกิดความอยู่ดีมีสุขแน่นอน สังคมจะเกิดความแตกแยก จะเปึน ๑ ประเทศ ๒ ระบบ หรือ ๑ ประเทศ ๒ นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีภาคใต้คนหนึ่ง นายกรัฐมนตรีภาคเหนือคนหนึ่ง อย่างนั้นผมไม่อยากเห็น ผมอยากเห็นประเทศไทย เกิดความออมชอมกันแล้วก็อยู่ด้วยความเคารพกติกาของสังคมที่เปึนมาตรฐาน เคารพ ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพและกฎหมายของบ้านเมืองเปึนหลัก ขอบคุณครับ
เชิญคุณสุนี ครับ
ต้องขอขอบคุณ นะคะ คิดว่ากรณีประเด็นการละเมิดสื่อ เรียนค่ะว่าเรามีอนุกรรมการว่าด้วยสิทธิของ เสรีภาพสื่อแล้วก็อนุกรรมการว่าด้วยเสรีภาพแสดงความคิดเห็น เรื่องที่อาจจะไม่ปรากฏ ในรายงานเท่าที่ดิฉันลองทบทวนดูบางส่วนนั้นอาจจะมีการไปประชุม ไปเสวนาเรื่องสื่อ กันจํานวนมากอันนี้เปึนกรณีการละเมิดสื่อ แต่ว่าอาจจะไม่ใช่เปึนรายงานที่ปรากฏ สําเร็จรูปมาเรียบร้อยแล้วในป้ ๒๕๔๙ คืออาจจะอยู่ในกระบวนการสัมมนาบ้าง ตรวจสอบไปบ้างแล้วก็ไม่ได้ทํารายงานที่เสร็จสมบูรณ์อันนี้ก็อาจจะกรณีนั้น แต่ไม่ได้ หมายความว่าไม่มีรายงานแล้วไม่มีกระบวนการ ถ้าท่านติดตามดูจะพบว่ามีการประชุม เสวนาหรือว่าถกเถียงกันหรือข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องสื่อ อันนี้ก็ขออนุญาตอธิบายเพียงเท่านี้ แต่ว่าคิดว่าจะมีอยู่ในรายงานประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนนี้อีกฉบับหนึ่ง แล้วประเด็นที่ ๓ ก็คือว่า ขอน้อมรับคําเสนอของท่านว่าในรายงานป้ต่อไปเราจะตรวจสอบ เรื่องราวเหล่านี้ประมวลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ทีนี้ในส่วนข้อเสนอสุดท้าย ตอนแรกดิฉันคิดว่าจะไม่ได้ชี้แจงอะไร แต่คิดว่า มันมีประเด็นนัยสําคัญที่ขออนุญาตท่านประธาน พอดีท่านได้พูดว่าถ้าหากว่าในอนาคต เกิดอะไรขึ้น อาจารย์เสน่ห์ จามริก และดิฉันด้วย รวมทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติน่าจะต้องเหมือนกับขอโทษต่อสภา คํานี้ทําให้ดิฉันจําเปึนต้องขออนุญาต แลกเปลี่ยนด้วย เพราะว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองถ้าท่านลองทบทวน จากที่ได้นําเสนอนะคะ ในรายงานที่มีการแถลงไปในเบื้องต้นจะอยู่ในวันศุกร์ที่ ๑๗ ตุลาคม คือเกิดเหตุการณ์วันที่ ๗ แน่นอนอาจจะมีการสัมภาษณ์หรืออาจจะมีการถามไถ่ อะไรต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งรายบุคคลหรือบางกรณี แต่รายงาน ที่ออกมาเบื้องต้นที่เปึนข่าวคือวันศุกร์ที่ ๑๗ ตุลาคม แต่ว่านั่นไม่ใช่นัยสําคัญ เพราะว่า ดิฉันเข้าใจประเด็นความรู้สึกของท่านดีว่าไม่ใช่ประเด็นแค่ระยะเวลาเพียง ๑๐ วัน หรือ ๘ วัน แต่มันหมายถึงว่าท่านคิดว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้นําทางไปสู่การ ทําให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น เพราะฉะนั้นขออนุญาตย้ํานิดหนึ่งนะคะว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ได้ดูแต่สื่อ แต่หมายถึงว่าได้ใช้กระบวนการ และจํานวนคนจํานวนมากทีเดียวในการเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังจาก หลายฝ์ายในเบื้องต้น เพราะฉะนั้นเรายังไม่จบรายงาน ที่ท่านทักท้วงดิฉันเห็นชอบด้วย แต่ว่ากรณีของความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น ในภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติไม่มีทางหลีกเลี่ยงเลยว่าเราจะเห็นภาพของความรุนแรงแล้วก็ความสูญเสีย ของผู้คน ทั้งการเสียชีวิตและการสูญเสียอวัยวะ รวมทั้งการเจ็บปวด แล้วให้กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นนิ่งเฉย ดิฉันอยากให้ท่านลองทบทวนว่ามันมิได้หมายถึงว่า ไม่เปึนธรรมต่อใคร กรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติโดนวิจารณ์จากทั้งพันธมิตร จากทั้งหลาย ๆ ฝ์ายอยู่มาเปึนประจําค่ะ เพราะฉะนั้นการได้ตรวจสอบความรุนแรง เพื่อปัองปรามสังคมในช่วงสถานการณ์ที่กําลังเกิดความร้อนแรงและยังไม่ท่าทีที่จะสงบ ดิฉันอยากให้ท่านลองพิจารณาอย่างเที่ยงธรรมนะคะว่าบทบาทของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นถ้าขืนไม่พูดเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในขณะนั้นและช่วย คลี่คลายสถานการณ์ว่าความอึมครึมที่เกิดขึ้นนั้นมันเปึนผลมาจากอะไร เพราะว่ามีทั้ง คนบอกว่าตํารวจขว้างระเบิดใส่ประชาชน นั่นก็หนักไป หรือบอกว่ามีการใช้ป๋นยิงจํานวน มากจนทําให้เกิดบรรยากาศที่สูญเสียอวัยวะ กระทั่งเสียหาย แต่การตรวจสอบครั้งนี้ ช่วยทําให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่ามันเปึนกระบวนการของหลายเรื่อง เช่น ขั้นตอนของการ สลายการชุมนุมที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งหวังว่าจะเปึนบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต เพราะมันเปึน มาตรฐานทางสากล แล้วก็รัฐธรรมนูญไทยเองก็รับรอง
อันที่ ๒ ก็คือว่าท่านคงเห็นพ้องกับดิฉันว่าการใช้วิธีการยิงที่อาจจะไม่ได้ มีการฝ๊กมาอย่างดีพอก็เลยทําให้เกิดประเด็นปัญหาว่าทําไมจึงทําให้เกิดเรื่องขึ้นมาว่า ความรุนแรงต่อการสูญเสียวันนั้นเกิดอะไรขึ้น และส่วนที่ ๓ ก็คือว่าการไปค้นพบว่า แก๊สน้ําตาซึ่งอาจจะมีปัญหาของเรื่องคุณภาพหรือมาตรฐานทางสากล นี่เปึนเพียงข้อสรุป เบื้องต้น แต่เราต้องยอมรับร่วมกันค่ะว่าตํารวจเจ็บปวด แล้วก็สูญเสียไปจํานวนไม่ใช่น้อย แต่ขณะเดียวกันถ้าท่านพิจารณาอย่างเปึนธรรม เหตุการณ์ ๐๗.๐๐ นาฬิกานั้นได้เกิด ขึ้นมาก่อนที่จะนําไปสู่ความรู้สึกที่กดดันหรือความรู้สึกที่โมโห เคียดแค้นของอีกฝ์ายหนึ่ง แล้วก็เกิดเรื่องราวที่ตํารวจบาดเจ็บตามมาในช่วงเวลาบ่าย ที่พูดนี้มิได้หมายถึงว่า กล่าวโทษตํารวจหรือกล่าวโทษฝ์ายที่บาดเจ็บตรงนั้น แต่ดิฉันอยากเรียนเพื่อความ เปึนธรรมว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทําตามหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แล้วท่านเองก็มีอํานาจหน้าที่ในการวิจารณ์หรือว่าช่วยแนะนํา หรือกระทั่งอย่างที่ ท่าน ส.ส. สงวน ได้พูดไว้ว่าท่านอาจจะนําไปสู่กระบวนการที่ใช้ช่องทางของผู้ตรวจการ แผ่นดิน ซึ่งตรงนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ น้อมรับ เพราะถือว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองก็ต้องถูกตรวจสอบจากสภา แล้วก็ถูกตรวจสอบจากองค์กรอื่น ๆ หรือตรวจสอบจากประชาชน อันนี้ก็เปึนพันธะ ที่เราเองต้องน้อมรับ เหมือนที่ท่านหนึ่งได้อภิปรายว่าทําไมอาจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย ถูกถอดถอน ถูกอภิปรายอย่างหนักโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แล้วคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นด้วยกับการรัฐประหารหรืออย่างไร จึงไม่ปกปัองอาจารย์จรัล ซึ่งถ้าท่านทบทวนช่องทางตามรัฐธรรมนูญทั้งหมดท่านก็จะเห็นว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคารพต่อสภาผู้แทนราษฎร เคารพต่อวุฒิสภา วันนั้น สนช. ทําหน้าที่ในนามของวุฒิสภา เพราะฉะนั้นเมื่อมีการถอดถอน แม้แต่ถอดถอน อาจารย์เสน่ห์ จามริก ถอดถอนดิฉันเอง ดิฉันลองยกเปึนตัวอย่าง คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติน้อมรับกระบวนการตรวจสอบและถอดถอน เพราะถือว่าเปึนไปตามรัฐธรรมนูญหรือกระบวนการที่เราไม่สามารถไปอ้างอิงว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นอยู่เหนืออํานาจอะไร และไม่สามารถมีใคร ถอดถอนได้ ประวัติศาสตร์ก็คงจะต้องเปึนผู้ตรวจสอบเหมือนกันว่าอะไรเกิดขึ้น ดิฉันเอง ก็ขออนุญาตที่จะต้องพาดพิงเรื่องนี้ แล้วเรียนว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทําตามอํานาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มิได้หมายถึงว่าเอียงข้างหรืออะไรก็ตาม พยายาม อย่างที่สุด อย่างเที่ยงธรรม แล้วก็พร้อมที่จะรับการตรวจสอบจากทุกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบผลการดําเนินงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๔๙ เปึนที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คุณสุนี ไชยรส ท่านรองเลขาธิการ อรินณพงศ์ สูตรสุคนธ์ และเจ้าหน้าที่อีก ๓ ท่านนะครับ คือคุณวีรวิทย์ วีรวรวิทย์ คุณวารุณี เจนาคม คุณเจษฎา ไชยคุปต์ ขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน ข้าราชการของสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ป่ดประชุมครับ ขอบคุณครับ