สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๑

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกรณีการใช้กำลังในการยิงสลายฝูงชนในวันที่ 7 ตุลาคม และเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหานี้

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ขอบพระคุณครับ ผมคิดว่าผมจําเปึน ต้องพูดเรื่องนี้ เพราะว่าเกี่ยวเนื่องกัน รายงานฉบับนี้ผมก็บอกอยู่แล้วว่าเปึนเรื่องซึ่งน่า จะทําให้พวกเราได้เกิดความสํานึก แล้วบังเอิญมันก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของรัฐสภาของเรา ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ผมไม่จําเปึนต้องพูดเลยถ้าหากว่าไม่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา พูดถึง แล้วก็มีการกระทบพาดพิงก่อนในขณะนั้น ผมเพียงแต่เรียนสรุปแค่นั้นเอง ท่านประธานครับ ว่าตกลงเช้าวันที่ ๗ ความตั้งใจของพวกเราที่เข้ามา เราก็เลยคิดว่า ถ้าเราจะเข้ามาประชุมสภาเพื่อรับฟังแถลงนโยบาย โดยที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ยิงสลายฝูงชน เข้ามา เราควรรักษาชีวิตคน สภามีเวลาอีกอย่างน้อย ๒ วัน ตามรัฐธรรมนูญ เห็นควร น่าจะเลื่อนออกไป แม้ว่าท่านจะอ้างบอกว่าเปึนความจําเปึนที่ต้องแถลง มันก็ยัง เกิดคําถามอยู่ดีว่า ความจําเปึนเช่นที่ว่านั้นต้องเซ่นสังเวยด้วยชีวิตคนหรือความบาดเจ็บ หรือไม่ เอาล่ะครับท่านประธานเหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาแล้วที่เหลือก็คือความรับผิดชอบของคนที่ เกี่ยวข้อง แต่ประเด็นที่ผมยกขึ้นมาจากรายงานฉบับนี้มันมีข้อเท็จจริงข้อหนึ่งครับว่า จากสถิติมันชัดเลยเหตุการณ์ความรุนแรงมันเพิ่มสูงขึ้นภาครัฐละเมิดมากกว่าภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ตํารวจถูกร้องเรียนสูงสุด เหตุการณ์ผ่านมาไม่กี่ป้เองครับ จากป้ ๒๕๔๖ จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๔๙ ที่รายงานฉบับนี้และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาป้ ๒๕๕๐ ผมเชื่อว่า ถ้าดูสถิติกันใหม่เจ้าหน้าที่ตํารวจก็ยังเปึนฝ์ายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนถ้าจะถูกร้องเรียน สูงสุดเหตุการณ์วันที่ ๗ เปึนตัวชี้วัดครับประเด็นของผมก็คือว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาด บางอย่างเกิดขึ้นในสังคมไทยหรือเปล่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งใช้อํานาจ หน้าที่ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญพยายามหลายอย่างเหลือเกินผมดูจากอันนี้ครับ ผมกําลังตั้งข้อสังเกตว่ากลไกมาตรการที่เขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญกับในกฎหมาย มันเพียงพอหรือไม่ ง่ายที่สุดครับท่านเปึนคนยกขึ้นมาเองแล้วก็อยู่ในรายงานฉบับนี้ครับ ในหน้าที่ ๗๘ เหตุการณ์ความรุนแรงจากการปะทะกันของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีข้อเท็จจริงว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับรายงานข่าวที่น่าเชื่อถือว่ามีการจัดเตรียมเคลื่อนย้าย กลุ่มคนจากหลายพื้นที่เพื่อเดินทางมากรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดค้าน การชุมนุมของประชาชนผู้ร่วมฟังรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ท่านประธานคงคุ้นดีครับ สุดท้ายอันนี้พัฒนาขึ้นมาเปึนกลุ่มพันธมิตรแปลว่าเมื่อรายงานป้ ๒๕๔๙ เหตุการณ์นี้ ก็ยังคงเปึนรายงานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกังวลว่าจะปะทะกัน รายงานนี้ ถูกส่งต่อไปแล้วผมเชื่อว่าคณะรัฐมนตรีท่านคงส่งไปแล้วด้วย แต่การปะทะกันที่สะพาน มัฆวานรังสรรค์ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ ๗ ตุลาคมที่หน้าสภาก็ยังเกิดขึ้นอีกครับ วันนั้น มีการสูญเสียผู้ที่ตายก็ไม่สมควรตายหรอกครับ แต่พอมีการเกิดปะทะกันขึ้นเจ้าหน้าที่ ตํารวจก็อยู่ที่นั่น ผมไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์วันนั้นเปึนความจงใจให้ปะทะกันหรือไม่อย่างไร คนผิดต้องได้รับการดําเนินการนะครับ แต่มีคนตาย มันสะท้อนให้เห็นครับว่ารายงาน ฉบับนี้สุดท้ายแล้วรายงานถึง ครม. ไป ครม. มีทัศนคติท่าทีอย่างไรมันก็สะท้อนให้เห็น จากข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้นแล้วความรุนแรงเหล่านั้นก็ยังเกิดขึ้น แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น ท่านประธานครับวันนี้ไม่มีคนเกี่ยวข้องเปึนนายกรัฐมนตรีมารับฟังเลยผมตําหนินะครับ ตําหนิเพราะรายงาน กสม. ฉบับที่บอกว่าจะมีการเคลื่อนคนวันนี้มีอีกแล้วครับ คนของรัฐบาล เปึนคนประกาศว่าวันนี้เขาจะทําสงครามประชาชน ความหมายคือการเกณฑ์คน ระดม คนเข้ามาวันนี้หน้าสภาก็เริ่มมี เจตนาจะยั่วยุให้เกิดการปะทะกันของกลุ่มคน ประเด็น อย่างนี้ต้องถามท่าทีของคนที่กุมอํานาจรัฐครับว่าคิดอย่างไร เปึนเรื่องน่าเศร้ามากที่เรา ดูคําให้สัมภาษณ์ของคนเปึนนายกรัฐมนตรีกับเปึนรัฐมนตรีไม่เคยมีความกังวล เรื่องเหล่านี้เลย คนที่พูดเรื่องอย่างนี้ชัดมีผู้บัญชาการทหารเรือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่ท่านเปึนห่วงว่าสถานการณ์การชุมนุมและการปลุกระดมคนจะทําให้เกิดการปะทะกัน ผมจะกล่าวหาก็ได้ครับและก็มีข้อเท็จจริงซะด้วยว่ากลุ่มเคลื่อนไหว บางกลุ่มนอกสภา เชื่อมโยงกับรัฐบาล แต่ถ้าจะแก้ปัญหาครับมันก็เปึนเรื่องพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด การขัดแย้งกันก็พูดว่ามีการระดมกลุ่มคนจะโดยใครก็ตาม หน้าที่ของรัฐก็คือไปทําไม่ให้ สิ่งนั้นเกิดขึ้น แต่ที่ผมกังวลคือท่าทีของรัฐขณะนี้ครับกลับพยายามสร้างเงื่อนไขให้เกิดการ ปะทะกันขึ้นตลอดเวลา ทําทําไมครับ รายงานฉบับนี้มันถึงบอกว่าต้องมีอะไรผิดบางอย่าง ในกลไกของรัฐธรรมนูญหรือกลไกของกฎหมายหรืออาจจะไม่ใช่ แต่เปึนเพราะท่าทีของ ตัวรัฐบาลและผู้กุมกลไกอํานาจเสียเองที่ไม่ได้สํานึกถึงปัญหาที่จะเกิดการปะทะและ นองเลือดกันขึ้นในบ้านเมืองของเรา แถลงการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติฉบับที่ออกมามีการมองได้หลายแง่มุมครับ ในทางหนึ่งคนเขามองกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติได้ว่าทําไมโทษแต่รัฐบาล แต่เราลืมความจริงไปข้อหนึ่งครับว่ารัฐบาล คือคนใช้อํานาจรัฐ กินเงินภาษีประชาชน มีอํานาจสั่งการเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจตามกฎหมายและใช้อาวุธ ที่มาจากภาษีประชาชนด้วย ถ้ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่มุ่งไปที่การกระตุก ให้หยุดยั้งท่าทีที่รุนแรงของรัฐ แล้วถามว่าไปกระตุกต่อมสํานึกใคร ผมจึงเรียน ท่านประธานว่ารายงานฉบับนี้ควรทําให้เราสํานึกกันมากกว่า แต่ที่ผมตําหนินายกรัฐมนตรี กับรัฐมนตรีที่ไม่มาวันนี้เพราะว่าคาดหมายได้เลยว่าวันนี้สภาต้องยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด และรายงานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ชัดเจนมาก ผมก็อยากฟังว่าท่าที ต่อไปนี้นายกรัฐมนตรีจะเอาอย่างไร รัฐมนตรีจะเอาอย่างไรครับ วันนี้มีการชุมนุม ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าแล้วประกาศว่าจะมีการปะทะกัน รัฐบาลจะวางตัวอย่างไร มันทําเฉยไม่ได้นะครับ แม้แต่กระทั่งถอยหลังกลับมาจากรายงานฉบับนี้เช่นเดียวกัน ไม่ได้พูดถึงชัดเจนนักก็คือกรณีเยียวยา แต่ในรัฐธรรมนูญพูดชัดมากว่าอํานาจหน้าที่ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถที่จะเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครอง ก็ได้ ในกรณีเห็นชอบตามที่มีผู้ร้องเรียนว่า กฎ คําสั่ง หรือการกระทําอื่นใดในทางปกครอง กระทบต่อสิทธิมนุษยชน แม้แต่ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถฟัองคดีต่อ ศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหายเมื่อได้รับการร้องขอจากผู้เสียหายได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น อันนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า รายงานฉบับนี้คนที่เกี่ยวข้องก็ต้องมานั่งอยู่ด้วย แล้วต้องรับฟัง เพราะวันนี้สงครามประชาชนถ้าเกิดมันจะรุนแรงและมันจะนองเลือด กว่าทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น รายงานนี้เขียนเมื่อป้ ๒๕๔๙ ครับ แปลว่ามาถึงวันนี้เหตุการณ์ ต่าง ๆ ก็ยังเกิดขึ้นตลอดเวลา คําถามต่อไปของผมที่จะมีต่อกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติคือจะทําอย่างไรต่อครับ ผมเรียนว่าท่านจะหยุดยั้งเพียงแค่คําแถลงการณ์ ฉบับเดียวไม่พอนะครับ วันนี้รัฐเปึนผู้ถูกกล่าวหาว่าเปึนผู้จุดความรุนแรงให้เกิดขึ้น ยังไม่ แสดงความรับผิดชอบใด ๆ อ้างว่าจะมีกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ชุดหนึ่งขึ้นมาสอบสวน ตัวกรรมการเปึนคนให้ข่าวเองบอกว่าคณะกรรมการของเขามีอํานาจหน้าที่เพียงรวบรวม ข้อมูลข้อเท็จจริง แต่ไม่มีหน้าที่ชี้ผิดถูก กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะทําอย่างไร ต่อครับ ผมอยากทราบท่าทีในเรื่องนี้ เพราะผมกังวลว่าถ้าท่านไม่มีท่าทีใด ๆ ออกไป รายงานป้ ๒๕๕๒ เกรงว่าจะหนากว่านี้ เพราะต้องรายงานเรื่องการปะทะกัน นองเลือด ที่รุนแรงมากขึ้น แล้วถ้ารัฐมีท่าทีอย่างนั้นเสียเองคิดหรือยังว่าเราจะมีท่าทีอื่นหรือไม่ นอกเหนือจากแถลงการณ์ นอกเหนือจากนั่งแถลง นอกเหนือจากเรียกร้อง เรามีท่าทีอื่น อีกไหมครับ ต้องช่วยกันคิดครับ เพราะที่จะลุกขึ้นพูดกันต่อไปผมเชื่อเลยว่าจะมีทัศนคติ อย่างไม่เห็นด้วยหรือขัดแย้ง ตรง ๆ กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในสภานี้จะทําอย่างไรกับความเห็นลักษณะเชิงอย่างนี้เพื่อนําความสงบกลับมาสู่ สังคมไทย ผมก็อภิปรายแล้วก็ตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ด้วยความเปึนห่วงครับ และก็คิดว่า การมาชี้หน้ากล่าวหากันโดยที่คิดว่าอีกฝ์ายหนึ่งต้องไม่ใช่พวกของตน ไม่ใช่ท่าทีที่เรา ควรทําในสภาแห่งนี้ รายงานฉบับนี้จะวัดวุฒิภาวะของคนทําหน้าที่ตัวแทนปวงชน ชาวไทยว่าท่านทําหน้าที่ของท่านอย่างเหมาะสมและก็เต็มภาคภูมิหรือไม่ครับ