ปวีณ แซ่จึง หารือเรื่องการละเมิดสิทธิของ ส.ส. พรรคพลังประชาชน ในการเข้าร่วมประชุมสภา และเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคพลังประชาชน เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อยากจะให้ท่านได้กรุณาดู ตราสัญลักษณ์ของท่านนะครับ เอาตั้งแต่รูปดอกบัวเลย ก็คือความมีคุณธรรม ความเอื้ออาทรระหว่างเพื่อนมนุษย์อันเปึนจริยวัตรอันดีงามของ คนไทย ส่วนรูปมือก็คือความร่วมมือของภาคสังคมทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะในระหว่าง ประเทศหรือระดับประเทศ เพื่อโอบอุ้มคุ้มครองศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ โดยหลักแห่งความเสมอภาคและภราดร ส่วนเรื่องสีนั้นผมขออ่านข้อความสุดท้าย สีน้ําเงินก็คือความสามัคคีประสานพลังแห่งความหนักแน่นของทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อ สร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนในสังคม สรุปแล้วก็คือเพื่อให้มนุษย์ในสังคมในภาค ประชาคมของเรานั้นอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพราะฉะนั้นผมมองดูในภาวะปัจจุบัน รายงานของท่านที่ได้กรุณาสรุปมาผมคิดว่าคงจะเปึนเพียงหนึ่งในล้านของประเด็นกรณี ทุกกรณีที่เกิดขึ้นในเรื่องการละเมิดสิทธิในประเทศไทย อยากจะเรียนว่าเราคงจะต้องรอ ระยะเวลาอีกยาวนานและคงจะไกลแสนไกลที่จะทําให้บรรลุเปัาหมายถึงการที่เราจะดูแล เรื่องสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในขณะที่เรากําลังเรียกร้องเรื่องนี้อยู่ ขอฝากท่านว่าท่านได้ดูรูปตราของท่าน แล้วก็ขอฝากว่าท่านได้จงเปึนเหมือนรูปตรา สัญลักษณ์ที่ท่านได้กําหนดไว้ ถ้าท่านไม่สามารถรักษาสถานภาพและภาพลักษณ์ของ ท่านได้ ปัญหาของสังคมก็ไม่สามารถยุติได้ ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมเสียใจนิดหนึ่ง วันที่ ๗ ตุลาคม อยากจะบอกว่า ส.ส. กลุ่มหนึ่งพยายามปฏิบัติหน้าที่ ผมคงไม่พูด ฝ์ายผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ราษฎรเลือกมา ภาระหน้าที่ในการประชุมปฏิบัติ ภารกิจตามกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญต้องทําในความรู้สึกของผม ส่วนท่านใดไม่ทําไม่มีปัญหาครับ วันนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีท่านสมาชิกอภิปรายว่า มีคนบาดเจ็บและตายไหม ผมบาดเจ็บครับ ผมอยากจะบอก แต่ผมไม่เรียกร้องผมไม่เคย พูดข้อเท้าผมนี่ ประทานโทษท่านประธาน นิ้วโปังผมยังไม่หายเลย ผมป้นข้ามกําแพง ไม่ได้เคยคาดคิดมาก่อนตลอดชีวิตว่าการเปึน ส.ส. จะต้องมาจนมุมอย่างนี้ ผิดด้วยหรือที่ ผมประชุมวันนั้นเปึนสิทธิและหน้าที่ของผมไหมผมจะถาม แล้วอยากถามว่ามีบาดเจ็บ และตายไหม เหมือนคล้าย ๆ กับว่าถามเพื่อต้องการอะไร ตอนนี้ผมยังเดินไม่คล่องเลย นิ้วโปังผมจะต้องถอดเล็บ แต่ผมไม่เรียกร้อง ท่านไม่ต้องสอบผมหรอก เปึน ส.ส. แล้วยัง ปกปัองสิทธิของตัวเองไม่ได้นี่ เราคุ้มครองประชาชนไม่ได้ ผมไม่เรียกร้องในเรื่องนี้ แต่อยากจะกราบเรียนว่าสิทธิที่ท่านจะคุ้มครอง ขนาด ส.ส. ๓ คนจะขึ้นเครื่อง ท่านได้ สอบให้เขาไหมเขาโดนไม่ยอมให้ขึ้นเครื่อง เขาเสียหายไหม เขาจะกลับบ้าน ค่าโดยสาร เขามีสิทธิที่จะไม่มารับจากรัฐสภา ต้นหน่วยงานสังกัดไหม แล้วให้เขาลง ละเมิดสิทธิ เขาไหม สถาบันแห่งนี้เคยถูกกระทําอย่างนี้มากี่ครั้งแล้วตั้งแต่ตั้งขึ้นมา การปฏิเสธไม่ให้ ขึ้นเครื่องมีข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ วันที่ ๗ ผมเจ็บเท้าอยากจะกลับเครื่องจองตั๋วไปแล้ว ผมไม่กลับ ผมให้รถยนต์ที่บ้านมารับผมกลับ ผมกลัวเขาไล่ผมลงเครื่อง ขณะที่ เดินกระเผก ๆ ผมคงเดินไม่ไหว ยังไม่อยากให้เขาเอารถเข็นเข็นผมขึ้นลง นี่เปึนการละเมิด สิทธิไหม แล้วยังมากล่าวบอกว่า ส.ส. พรรคพลังประชาชนนี่ไม่ให้โดยสาร ถามว่าละเมิด สิทธิไหมครับ ผมคงจะบอกแค่นี้ แล้ววันนั้นสถานการณ์ต่างกัน คนอยู่ข้างนอกกับคนอยู่ ข้างในไม่เหมือนกันหรอกครับ บังเอิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี่ไม่ได้มี สํานักงานอยู่ในอาคารรัฐสภา ถ้าท่านมีสํานักงานที่นี่ท่านจะรู้ว่าสถานการณ์ขณะนั้น คนที่อยู่ข้างในที่เปึน ส.ส. มีความรู้สึกอย่างไร ถามว่าผมกลัวไหม มันน่ากลัวไหมล่ะ ที่เขาบอกว่าให้เจ้าหน้าที่กับประชาชนทั่วไปออกไป ให้เหลือ ส.ส. ส.ว. คณะรัฐมนตรีให้เหลือไว้ตรงนี้ แต่ขณะนี้ที่อีกกลุ่มหนึ่งก็ร้องเพลง ปลุกระดม ลองมาอยู่ที่นี่ดูครับ เราอยู่ต่างสถานการณ์ ผมไม่โทษใครหรอก แต่อยากจะ บอกความจริงว่าท่านอยู่ข้างนอก ท่านก็มองสถานการณ์อย่างหนึ่ง ผมอยู่ข้างใน ผมอยู่ใน สถานการณ์นี้ก็เปึนอีกอย่างหนึ่ง คนที่อยู่ในสถานการณ์ในสมรภูมิรบกับคนที่อยู่บ้าน ไม่เหมือนกันหรอก ที่เขาฆ่ากันที่ชายแดนกัมพูชานั้นมีใครรู้บ้างไหมว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน เขาอยู่ด้วยกันดี ๆ เราไปทําอะไรให้มันเกิดความแตกแยก รู้ข้อเท็จจริงเบื้องหลัง จริง ๆ ไหมว่ามันเปึนอะไรที่เกิดขึ้น ผมจังหวัดศรีสะเกษ ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้ ผมเกิด ที่นั่น ผมเคยไปบริหารจัดการตรงนั้นในฐานะนายก อบจ. ศรีสะเกษ มันเกิดขึ้นเพราะ การเมือง ตั้งแต่สมัย พ.ศ. ๒๕๒๐ กว่า ไม่ใช่เพิ่งเกิด ก็จะพูดแค่นี้ เพราะฉะนั้นถึงอยากจะ เรียนว่ามันต่างสถานการณ์กัน ขณะนี้ผมอยากจะฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติว่า ท่านต้องดูเหมือนกระจก ๖ ด้าน ๒ ด้านไม่พอ ๔ ด้านไม่พอ ต้อง ๖ ด้าน แล้วอย่าด่วนสรุป ถ้าท่านสรุปก็เหมือนกับว่าเข้าทางคนใดคนหนึ่ง ลองมาถามเจ้าหน้าที่ รัฐสภาดู ถามได้เลยวันนั้นมีความรู้สึกอย่างไร ทุกคนอยากจะกลับบ้าน ทุกคนกลัว ลูกผมนี้โทรหาถี่ทุก ๆ ๑๕ นาทีจนแบตเตอรี่หมดไม่ต้องโทรเลย ผมข้ามรั้วไปแล้ว เสร็จแล้วแม่บ้านผมมารับที่สะพานควาย ผมไปถึงสะพานควายจุดนัดพบ ๓ ทุ่มพอดี ความรู้สึกผมเปึนอย่างไร แม่บ้านผมเปึนอย่างไร เจ้าหน้าที่เปึนอย่างไร ประชาชนทั่วไป คนที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงก็พูดอยู่อย่างนั้นแหละ ทําไมไม่สอบถามกันบ้าง ผมไม่พูดให้คนอื่นต่อ ประเด็นผม และผมไม่ต้องการให้ท่านตอบโต้ เพียงแต่ความรู้สึกของคนที่เปึนอย่างนี้ ถ้าบังเอิญวันนั้นขาผมหักล่ะ คงจะมีคนสักคนมาสมน้ําหน้าผม มันโง่มาประชุมแล้วขาหัก ฝากนะครับ ผมไม่ต่อประเด็นเพราะอยากให้ท่านต่อ เพียงแต่ว่าเราต่างความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องหักล้างกันทุกอย่าง บ้านเมืองต้องเอาไว้ให้อยู่ ผมบังเอิญเปึนลูกคนจีน เกิดในเมืองไทย ผมสํานึกในบุญคุณของแผ่นดิน องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อผมก่อนจะตายบอกว่าต้องจงรักภักดีต่อแผ่นดินที่ให้มึงอยู่ ผมต้องขอโทษที่ใช้คําว่า มึง เพราะตรงนั้นที่พ่ออยู่ไม่ได้ พ่อมาตรงนี้ แล้วต้องอยู่ด้วยความจงรักภักดี ผมจึงอยู่อย่าง ทุกวันนี้ แล้วพยายามปฏิบัติภารกิจให้ดีที่สุด ฝากเพื่อนสมาชิกครับ จะอย่างไรก็ตาม เราต่างสถานะเพียงแค่ความคิด เราก็คนไทยด้วยกันครับ