ผ่องศรี ธาราภูมิ หารือเรื่องรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปี 2549 และเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนและให้ความเข้าใจในการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและปัญหาที่ดินและป่าไม้ที่มีความรุนแรง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม และเรียกร้องให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องเตรียมการรับมือกรณีใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น
กราบขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับ รายงานผลการดําเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจําป้ ๒๕๔๙ แล้วก็จากการที่ได้รับฟังท่านสมาชิกทั้งหลายได้ร่วมอภิปราย ตลอดจนได้มีส่วนได้ใช้ บริการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันมีข้อสังเกตต่อรายงานฉบับนี้ เปึนกําลังใจด้วยว่า ๑๐ ป้ นับตั้งแต่พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กําเนิดขึ้น แล้วก็มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนคณะแรก ดิฉันก็ตามที่ท่าน ได้รับทราบแล้วว่าท่านได้ทํางานด้วยความยากยิ่ง เพราะว่าความรู้ความเข้าใจเรื่อง สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยก็คงยังมีน้อยดังปรากฏในอารัมภบทของท่านประธานเอง ที่เขียนว่าตลอด ๕ ป้ที่ผ่านมา กระบวนการทํางานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาตินี้เปึนประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาของคณะกรรมการเองด้วยนะคะ แล้วก็เปึนกระบวนการเรียนรู้ของภาคสังคม กระบวนการเรียนรู้ของประชาชน ผู้ด้อยโอกาสทั้งในเขตเมืองและก็เขตชนบท อันนี้สะท้อนให้เห็นว่าระหว่างการทํางาน ต้องมีกระบวนการเรียนรู้จากทํางานอย่างแท้จริง ระหว่างนี้ ๑๐ ป้ คงยังจะไม่เพียงพอ สําหรับความเข้าใจ คิดว่าเราคงต้องใช้เวลา ขนาดประชาธิปไตยเองยังต้องใช้เวลา อันยาวนาน ดังนั้นก็ขอให้กําลังใจ เพราะว่าท่านกําลังทํางานยากยิ่ง เพราะว่ามนุษย์เรา ก็มีความแตกต่างจากสัตว์ทั่วไปนะคะ ที่จะเปึนสัตว์ประเสริฐที่เขาบอกว่าต้องทํางานขัด กับหลักธรรมชาติ เพราะว่าความเสมอภาคกันในสังคมในธรรมชาติจะไม่มีความ เสมอภาคใช่ไหมค่ะ ถ้าเปึนกฎธรรมชาติก็คือสัตว์ใหญ่ก็เปึนเจ้าสัตว์เล็ก ปลาใหญ่ก็กิน ปลาเล็ก แต่ว่าในสังคมมนุษย์ก็คือทําอย่างไรที่จะให้คนเคารพสิทธิกันอย่างเท่าเทียม อันนี้เปึนสิ่งที่จะต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ สําหรับในเรื่องของฐานทรัพยากรที่ดิฉัน ขอกราบเรียนถึง เพราะว่ายังไม่มีใครได้กล่าวถึงในเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องปัจจุบันปัญหา ประชาชนถูกละเมิดสิทธิในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรณีของ ที่ดินและป์าไม้เปึนเรื่องที่มีปัญหาความรุนแรง แล้วก็กระจายอยู่ทุกพื้นที่ ดังปรากฏอยู่ใน รายงานฉบับนี้ว่าปัญหาเฉพาะในกลุ่มของที่ดินและป์าไม้ เปึนประเด็นปัญหาสูงสุด โดยในป้ ๒๕๔๔ – ๒๕๔๖ พบว่ามีการร้องเรียนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถึง ๖๐ กรณี ป้ ๒๕๔๗ ๖๓ กรณี ป้ ๒๕๔๘ ๑๗๓ กรณี แล้วก็ป้ ๒๕๔๙ ๑๖๕ กรณี ก็จะเห็นได้ว่าก็มีประเด็นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่อาจจะมีบางกรณีที่ไม่ได้เข้าสู่กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันเองเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาเอกสารสิทธิที่ดินทํากินนะคะ แค่เป่ดมาช่วงคัดเวลาของกรรมาธิการวิสามัญก็มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทั่วประเทศ มากมาย แค่ช่วง ๒ – ๓ เดือนที่ผ่านมา แล้วก็ตัวอย่างกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้หยิบยกมาในรายงานฉบับนี้ก็พบว่ามีอยู่ ๕ กลุ่มปัญหา ไม่ว่าจะเปึนสิทธิ ในการจัดการที่ดินและป์าไม้ ซึ่งเปึนปัญหาที่ยิ่งใหญ่มาก ไม่ว่าจะเปึนกรณีที่กฎหมาย บางฉบับ หรือว่านโยบายของรัฐไปละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชน ซึ่งส่งผลกระทบ ขณะนี้ดิฉันเองได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปก็คงจะคล้าย ๆ กับท่านกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเวลาที่ลงไปดูว่าพี่น้องประชาชนถูกล่วงละเมิดอย่างไร บางครั้ง บางชุมชนก็ได้ตั้ง ถิ่นฐาน ที่อยู่อาศัย บ้านเรือนมาก่อน แต่ว่ากฎหมายเองก็ได้ประกาศแล้วก็ไปทับซ้อนสิทธิ ของประชาชน อันนี้ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่จะต้องทําความเข้าใจกับภาครัฐด้วย แล้วก็ผู้กําหนด นโยบายว่ามีทั้งมติคณะรัฐมนตรีที่เปึนปัญหาที่เราจะต้องร่วมกันทบทวน ดูจากรายงาน ของคณะกรรมการก็บอกทางออกไว้บ้าง แต่เนื่องจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเองก็มีข้อจํากัดในการทํางาน เพราะว่ามีบุคลากรค่อนข้างน้อย แล้วก็ปัญหา ที่ร้องเรียนเข้ามาหลายฐานมากคิดว่ากว่าที่ท่านจะได้ศึกษาแต่ละกรณีก็ต้องใช้ความ ตั้งใจเปึนอย่างยิ่งก็ขอให้กําลังใจนะคะ ก็ดูจากการทํางานก็รับทราบ แต่ว่าสิ่งที่เปึน ปัญหาของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่อยากจะคิดว่าในช่วงป้หน้าจะครบวาระ ๖ ป้ใช่ไหมคะ ดิฉันก็เปึนห่วงว่าเปึนช่วงเปลี่ยนผ่าน ๕ ป้ในองค์ประกอบ กรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ๑๐ ท่านเมื่อครบวาระก็จะต้องมีการแต่งตั้งโดยสรรหา หรือว่าโดยการ เห็นชอบของวุฒิสภาในช่วงเปลี่ยนผ่านนี่ไม่ทราบว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้ มีประสบการณ์มาถึง ๕ ป้แล้วได้เตรียมการเรื่องนี้อย่างไร อันนี้ก็คงจะได้มองไปใน อนาคตด้วยนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ อํานาจที่ไม่มีสุด ๆ ของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในเรื่องของการที่หลังจากที่สรุปประเด็นปัญหาแล้วก็ยังไม่สามารถหาทางออกให้กับ สังคมได้ อันนี้ก็คงจะต้องหาแนวทางว่าจะทําอย่างไร รวมทั้งความซ้ําซ้อน เพราะ บางกรณีปัญหาช่องทางการร้องเรียนของพี่น้องประชาชนอาจจะไปร้องเรียนได้ที่ ผู้ตรวจการแผ่นดินใช่ไหมคะ หรือว่าศาลปกครอง อันนี้ไม่ทราบว่าในความร่วมมือกัน ที่จะทําให้การทํางานของการช่วยเหลือสิทธิมนุษยชนมีประสิทธิภาพได้มีการจับมือกัน อย่างไร หรือไม่ อันนี้ก็ขอฝากไว้เปึนข้อสังเกตนะคะ
สําหรับในเรื่องของสิทธิความเข้าใจของชุมชนดิฉันเองก็ขอหยิบยกว่า ท่านได้สร้างคุณูปการกับชุมชนอย่างมากนะคะ ที่จังหวัดลพบุรีประชาชนได้ถูกละเมิด สิทธิในเรื่องของการอนุรักษ์ภูเขาเอราวัณ ซึ่งเปึนทรัพยากรของชุมชน จากเดิมดิฉันเห็น ความเปลี่ยนแปลงหลังจากเขาเข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ แล้วได้เรียนรู้สิทธิของตนเอง สิทธิชุมชนในการปกปัองทรัพยากรในท้องถิ่น ก็ได้บังเกิด มรรคผลที่เห็นพัฒนาการว่าเกิดผลในการประกาศเปึนเขตห้ามล่าสัตว์ป์าจากพื้นที่ ที่พี่น้องประชาชนลุกขึ้นเรียนรู้ด้วยมือเปล่า แล้วก็ใช้คุณค่าของข้อมูลความรู้ในการต่อสู้ อันนี้ก็ถือว่าเปึนผลงานที่อยากจะกราบเรียนว่า ถึงแม้สิ่งที่ท่านได้ทํามาเปึนสิ่งที่ยากยิ่ง แต่ก็เกิดเปึนมรรคผลในรูปธรรมนะคะ ซึ่งขอขอบพระคุณแทนพี่น้องประชาชนด้วย สําหรับการละเมิดสิทธิอื่น ๆ ที่อยากจะให้ท่านเตรียมการรับมืออีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของ ภัยธรรมชาติ เพราะปัจจุบันไม่ว่าจะเปึนฝนแล้งหรือน้ําท่วม โดยเฉพาะน้ําท่วมมันเปึน ภัยธรรมชาติปรากฏการณ์ก็จริงนะคะ แต่จะเห็นได้ว่าช่วงเดือนที่ผ่านมาจะมีข่าวกรณี ความขัดแย้งระหว่างพื้นที่ ประชาชนที่ประสบภัยกับปัองกันภัยก็จะมีการล่วงละเมิดสิทธิ ซึ่งกันและกันนะคะ เพราะว่าบางทีปัองกันน้ําในที่แห่งหนึ่งก็ไปทําให้น้ําหลากไปท่วม อีกแห่งหนึ่ง อันนี้ก็เปึนสิ่งที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คงจะต้องเตรียมการสําหรับ กรณีใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณนะคะ เนื่องจากเวลาจํากัดก็ขอ ให้กําลังใจทุกท่านด้วย ขอขอบคุณค่ะ