สงวน พงษ์มณี เสนอคำถามต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยถามเกี่ยวกับงานของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และการรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ซึ่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ร้องขอให้ศาลปกครองกลางพิจารณาเรื่องนี้
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับผมมีประเด็นที่จะ ขอแลกเปลี่ยนกับทางท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องแรกคือ เรื่องงานของท่าน ท่านครับ ผมอ่านดูทั้งหมด ผมว่าท่านสุนี ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน ท่านเข้าใจที่ผมพูด ทั้งหมดมันเหมือนสันนิพนธ์ คือเปึนลักษณะเฉพาะเท่านั้น กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะรายงานต้องรายงานลักษณะของคติพจน์ คือจะต้องสรุปให้ได้ ว่าลักษณะงานทั่วไปของงานที่ท่านบันทึกมันคืออะไร ไม่เช่นนั้นผู้ที่รับปฏิบัติหรือผู้ที่อ่าน ก็จะเข้าใจเปึนเรื่อง ๆ เหมือนการอ่านสถานการณ์บางสถานการณ์เท่านั้นเอง วันนี้ ด้วยเหตุผลที่ผมดูผมจึงเข้าใจเอาเองว่าเอกสารชิ้นนี้มันเหมือนกับเอกสารที่อธิบาย สถานการณ์ที่ตัวเองได้พบเห็น ผมพูดประเด็นนี้แค่นี้นะครับท่าน แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อ ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน ขออ่านเอกสารนิดหนึ่ง ท่านประธานอนุญาตนะครับ คือ ผมอยากจะให้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านได้กรุณาจดหมายเลขคดีดํา ที่ ๑๖๐๕/๒๕๕๑ ของศาลปกครองกลาง ลงวันที่ ๙ เดือนตุลาคม เปึนการฟัองของ พันธมิตรซึ่งมาล้อมสภา ผู้ฟัองมี ๖ ท่าน ผู้ถูกฟัองมี ๔ ท่าน เริ่มต้นตั้งแต่ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านพัชรวาท ท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ทําไม ผมให้ท่านไปดูเอกสารฉบับนี้ เอกสารฉบับนี้มันจะเปึนการตอบคําถามของเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่พูด พูดอย่างไม่เข้าใจ พูดอย่างไม่อยู่ในเหตุการณ์ ท่านครับ ในหน้าที่ ๙ ศาลท่านสรุปว่าอย่างไร ท่านบอกว่าการชุมนุมในวันที่ ๗ ที่ป่ดล้อมรัฐสภา มิใช่การชุมนุมโดยสงบอันจะได้รับการคุ้มครองตาม มาตรา ๖๓ ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ท่านบอกว่าการกระทําวันนั้นไม่ใช่เปึนการชุมนุม โดยสันติ แล้วรัฐธรรมนูญไม่ได้คุ้มครอง ทําไมผมพูดประเด็นนี้ครับ ท่านครับ เพราะในนี้ เขาบอกชัดหมดเลยนะครับท่านว่าผู้ชุมนุมทําอะไรบ้าง ท่านครับ ผมไม่ต้องอ่าน เพราะผมนอนตรงนี้เอง ผมนอนอยู่ที่หลังสภา ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ประมาณ สักก่อนเที่ยงคืน ผมออกมา คนวุ่นวายหมดเลย รถวางปัูบ รั้วเหล็กปู๋ด ขันน๊อต ลวดหนามมา ยางมา น้ํามันราด นี่หรือครับการบุกยึด ท่านมองความรุนแรงอย่างไร ผมถามว่าท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านมองความรุนแรงอย่างไร สูงสุด ของสงครามไม่ใช่การฆ่า คือการยึด ในนี้ยังบอกอีกว่าผู้ยึดมีประสงค์จะห้ามการทํางาน ของรัฐสภาและขัดขวางรัฐบาลไม่ให้ปฏิบัติตาม มาตรา ๑๗๖ ศาลสั่งอย่างนี้ พูดอย่างนี้ ช่วยอ่านด้วย วันที่ ๙ แต่ท่านสรุปวันที่ ๑๓ ในประเด็นนี้ท่านไม่ต้องตอบคําถามผม ท่านอาจจะได้ไปตอบคําถามกับผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เพราะผมจะใช้ช่องทาง ตาม มาตรา ๒๔๔ (๑) (ค) ผมทําแน่นอนครับท่าน เพราะผมไม่อยากจะโต้เถียง ผมเอง เปึนคนซึ่งไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยพูดในเรื่องที่มันหยุมหยิม ท่านครับ วันนั้นเพื่อนสมาชิก ท่านไม่ได้อยู่ในสภา ผมผ่านเหตุการณ์ ๖ ตุลา นะครับท่าน ประมาณเที่ยงกับสิบห้านาที คนยืนอยู่หน้าสภาชี้อย่างนี้ ท่านครับ ฆ่ามัน ฆ่ามัน อย่างนี้เลย ผมก็นึกว่าเขาพูดเล่น ก็เดินไปใกล้ ๆ ท่านครับ ก็ชี้หน้าด่า ผมก็นึกว่านี่เอาแล้ว ๖ ตุลา อีกแล้ว เราคงโดนอีกแล้ว เตรียมเลยครับ ผมกับท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งคือท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เตรียมหาไม้มาพาดว่า จะต้องหนีแน่ พอควันดํามืด เสียงระเบิดดังขึ้น ควันดํามืด ผมตัดสินใจทันทีว่าจะต้องพา คณะของเราออกทางไหน ท่านครับ นี่คือสถานการณ์ ผมโชคดีครับท่าน เปึน ส.ส. รุ่นกระโดดกําแพงรุ่นที่ ๒ ขลังมาก มีแต่พระกระโดดกําแพง นี่ ส.ส. กระโดดกําแพง รุ่นที่ ๒ ท่านครับ นี่คือประเด็นสถานการณ์ พูดเรื่องนี้แค่นี้พอ ไม่ต้องพูดมาก ซีดี มีทั้งฝ์ายซ้าย ฝ์ายขวา ซ้ายคือฝ์ายล้อม ขวาคือฝ์ายตอบโต้ ก็ โอ.เค. มาดูกัน ท่านก็มีสิทธิ ไปดู แล้วก็ตัดสินใจและบอกว่าสถานการณ์อย่างนี้จะต้องทําอย่างไร แต่ท่านเล่นสรุปว่า เจ้าหน้าที่ผิด ใช้ความรุนแรง รัฐบาลผิด ง่ายไปไหมครับท่าน สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ผมกําลังจะถามท่านว่ากรอบวิธีทํางานของท่าน ท่านจะต้องอธิบายต่อสาธารณะ ใน ๒ เรื่องนะครับ ท่านครับ เรื่องที่ ๑ อาชีพ การทําหน้าที่ การใช้อํานาจ ไม่เหมือนกันเลย วันนี้ข้อแถลงของท่านในวันที่ ๑๓ ทําให้ครอบครัวของตํารวจทั่วประเทศสูญเสียความเปึน มนุษย์ในสังคมของเขา ทําไมพ่อเขาผิด ถ้าพ่อเขามาทําหน้าที่ ผู้ใช้อํานาจกับผู้มาทําหน้าที่ คนละเรื่องท่าน ท่านจะต้องมองเรื่องนี้ให้ออกว่าอาชีพ การทําหน้าที่และการใช้อํานาจ แล้วถึงจะอธิบาย เรื่องเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ นี่คือการสรุปโดยหลักการว่า หลักการทั่วไปมันคือว่าการใช้ อํานาจใครใช้อํานาจอย่างไร ท่านสามารถจะบอกได้ตรงนั้น การทําหน้าที่ตามคําสั่งกับ อาชีพเขา เขาจะต้องได้รับการปกปัอง ท่านครับ ผมยังมีเวลาที่พาดพิงอีกนิดหนึ่ง ผมกําลังจะพูดต่อไปนี้ครับ ทั้งหมดรายงานของท่าน ท่านพูดแต่เสรีภาพในการใช้สิทธิของ ประชาชนมันมีคําอยู่ ๔ คํา แต่ท่านพูดอยู่ ๒ คํา ท่านจับคู่ขัดแย้งไม่ถูกเลย สิทธิต้องคู่กับ หน้าที่ เสรีภาพคู่กับวินัย วันนี้เราต้องใช้เสรีภาพอย่างมีวินัย เราใช้สิทธิเราต้องทําหน้าที่ ใช้สิทธิยึดถนน ไม่ใช่ คุณมีหน้าที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วย วันนี้ถ้าน้ําในแก้วหน้า ท่านประธานเปึนสิทธิของท่าน ผมต้องมีหน้าที่ไม่แย่งกินของท่าน สิทธินั้นถึงจะเปึนจริง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องมีปรัชญาในการทํางานอย่างนี้ ไม่ใช่พูดแต่เรื่องการ ใช้เสรีภาพ มีเสรีภาพในการใช้สิทธิโดยไม่คํานึงถึงการมีหน้าที่เพื่อไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ท่านครับ ผมกําลังจะพูดถึงเรื่องพาดพิง ผมเพียงอธิบายให้สังคมทราบว่าสงคราม ประชาชนมันเกิดแล้ว ผมอธิบายนะครับท่าน ต่อจากสงครามประชาชนอะไรจะเกิดขึ้น ก็คือสงครามกลางเมือง จุดจบของมันคืออะไรครับ ประเทศแตกแยกเปึนหลายประเทศ แน่นอน ไม่ต้องอ้อมค้อม ใครจงใจ ความรุนแรงที่ผมบอกมันคืออะไร ทําให้เกิดสงคราม ประชาชน ทําให้เกิดสงครามกลางเมือง แล้วจะแยกเปึนหลายประเทศเพราะอะไร เพราะ ความรุนแรงทางวัฒนธรรมที่เอเอสทีวีก่อกับประชาชน คนบ้านนอกบ้านนาเขาได้ ประโยชน์จากนโยบายของพรรคไทยรักไทย เขากลายเปึนคนผิดได้อย่างไร หลักการทั่วไป อย่างนี้ต้องไม่มี พูดได้อย่างไร ๓ วันว่า ทักษิณเอาเงินซื้อรากหญ้า ล้มในหลวง ซื้อตํารวจ ซื้อทหาร พูดอย่างนี้ได้อย่างไร นี่คือการละเมิดสิทธิความเปึนคนของผู้อื่น บ้านนี้เมืองนี้ จะต้องไม่เปึนอย่างนี้ มีใครบ้างครับที่ไม่เคารพต่อสถาบัน มีผู้ใดบ้าง ไม่มีเลย แต่ทําไม คุณพูดอย่างนั้น แล้วคุณได้รับคุ้มครอง ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติท่านดูเรื่องกฎหมายค้ําประกัน กฎสิทธิคนทั่วประเทศไม่แตะต้องกฎหมายฉบับนี้ ศาลปกครองท่านคุ้มครองเอเอสทีวี คุ้มครองอะไร ทําไมท่านไม่ถาม การคุ้มครองหมดไป พร้อมกับการแจ้งถอนคดีของกรมประชาสัมพันธ์หรือเปล่า ไม่มีใครพูด ไม่มีใครถาม นี่เปึนหลักการทั่วไปของการรักษาสิทธิของคน ผมจะจบลงตรงนี้ครับ ปัญหาสิทธิ มนุษยชนของประเทศไทย มันคืออะไรครับ มันคือปัญหาชาติพันธุ์มนุษย์ ถ้าวันนี้ชาติพันธุ์ มนุษย์อีสานกับชาติพันธุ์มนุษย์เหนือรู้สึกว่าทําอะไรก็ผิดหมด อะไรเกิดขึ้น วันนี้ใครที่ ไม่อยู่ในลัทธิของเอเอสทีวีจบแล้วครับ เปึนคนไม่ดีอย่างเดียว ท่านครับ ท่านประชุม สภาผู้แทนราษฎร ออกไปท่านดูเอเอสทีวี ท่านพูดในสภาผู้แทนราษฎรเสร็จ ท่านเดิน ไปที่โน้น เดินไปที่ทําเนียบรัฐบาลแล้วก็มาดูกันตรงนี้ นี่คือสถานการณ์เรื่องจริง เรื่องจริง ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เรื่องแตกแยกไม่ต้องพูดถึง วันนี้ไม่ต้องพูดว่าหลักการทั่วไป เปึนอย่างไร พูดว่าความจริงในสภาผู้แทนราษฎรคือแตกกันเปึน ๒ ฝ์าย ชัดเจน กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ยืนอยู่ฝ์ายโน้น ชัดเจน นี่เปึนข้อกล่าวหาจากผม ไม่ต้องตอบ ผมไม่ถอน ถ้าสั่งถอน ผมออกไป ทําไมผมพูดอย่างนี้ท่านครับ ความเจ็บปวดที่ผมมีมันเปึนสิ่งที่กดทับประชาชนบ้านผม ผมอธิบายเรื่องสงครามประชาชน ผมอธิบายเรื่องสงครามกลางเมือง เปึนคําอธิบาย สถานการณ์ แต่สิ่งที่ผมประกาศคืออย่างเดียว เปึนจิตวิญญาณของคนอย่างผม เมื่อไรที่มี การปฏิวัติคือการทําลายสิทธิมนุษยชนของประเทศ เมื่อนั้นรัฐบาลต้องไปอยู่เชียงใหม่ สู้กับใคร สู้กับผู้ทําลายสิทธิมนุษยชน นี่คือคําประกาศของคนชื่อสงวน ลําพูน ท่านครับ ผมไม่ค่อยพูด เวลาพูดดูท่าทางขึงขังแต่ใจจริงผมสบาย ๆ เพราะอะไรครับ เพราะว่าวันนี้ ไม่มีอย่างอื่น มันไม่มีอย่างอื่นจริง ๆ ท่านครับ มีอย่างเดียวว่าเราจะนําประเทศนี้ ไปทางไหน เราสู้กันในสภาต้องให้เหลือพรรคการเมืองเหลือสภา ทุกครั้งสู้กันมาเหลือ เผด็จการ ตอบคําถามสังคมอย่างไร เราสู้กันแล้วเผด็จการ ตอบคําถามสังคมอย่างไร ท่านครับ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผมคนหนึ่งที่ต่อสู้ให้มันมี ตอนแรกผมไม่เข้าใจ ตอนหลังผมหวงแหน วันนี้ก็ยังหวงแหน แต่อยากให้ท่านทําสิ่งที่เปึนลักษณะเฉพาะให้เปึน ลักษณะทั่วไป ท่านจําคําพูดผมไว้อย่างหนึ่ง ความล้มเหลวของท่านพอล พต คือการใช้ ลักษณะเฉพาะไปชี้นําลักษณะทั่วไป นั่นคือความล้มเหลวของเขา เราไม่ต้องเปึนอย่างนั้นอีก แต่ถ้าหากท่านไม่เชื่อผม ท่านเองจะต้องไปตอบคําถามกับตัวท่านเองไม่ใช่คนอื่น ว่ามันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้อย่างไร ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ