สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๑

นคร มาฉิม หารือเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเรื่องการมีสิทธิในการจัดที่ดินและป่าของชุมชน และเรียกร้องให้รัฐปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องและปรับเปลี่ยนกระบวนการในการพิสูจน์สิทธิ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอถือโอกาสนี้ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอาจริงเอาจัง ด้วยความ มุ่งมั่นที่จะให้สังคมได้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมกันของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ และต้องขอชื่นชมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผ่านท่านประธานว่า รายงานฉบับที่ท่านได้รวบรวมปัญหาความเดือดร้อนในทุก ๆ มิติ ในทุก ๆ ภาคส่วนของ สังคมไทยเสนอต่อรัฐสภานี้ถือว่าสมบูรณ์ที่สุด ตามบทบาทหน้าที่ที่ท่านได้รับอํานาจจาก บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในวรรค ก่อนสุดท้ายนะครับว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องคํานึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติและประชาชนประกอบด้วย ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเกริ่นนําสั้น ๆ แล้วก็กราบเรียนท่านประธานเนื่องจากว่าคนที่มีอํานาจและ ใช้อํานาจ มีอํานาจอยู่ในมือ มีกฎหมายรองรับก็คือในส่วนของภาครัฐ หรือส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง แต่ประชาชนไม่มีอํานาจ แต่ประชาชนไม่มีอาวุธ แล้วก็ไม่อนุญาตให้ใช้อาวุธโดยไม่จําเปึน เพราะฉะนั้นการที่มี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมารองรับเพื่อให้ถ่วงดุลกันระหว่างประชาชนกับผู้ใช้ อํานาจรัฐให้เกิดความเปึนธรรม ให้เกิดความสงบสุข ให้เกิดความปรองดอง และมีประโยชน์ต่อส่วนรวม ถือว่าเปึนสิ่งที่น่าชื่นชม แล้วท่านเดินมาถูกทางแล้ว ขออนุญาตชื่นชมไว้ ณ ที่นี้ ต่อประเด็นปัญหา ผมขออนุญาตเพิ่มเฉพาะรายงานหน้า ๑๒ ท่านประธานครับ หน้า ๑๒ สถานการณ์ปัญหาสิทธิในการจัดที่ดินและป์า ขออนุญาต อ่านสั้น ๆ เฉพาะประเด็นปัญหาหลัก ท่านประธานครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้สรุปปัญหาหลักเรื่องที่ดินและป์าไว้ ๕ ข้อ ข้อที่ ๑ ที่ปรากฏชัดเจนก็คือ การประกาศเขตป์าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า ทับที่ทํากิน ของชุมชน ทําให้ไม่มีความมั่นคงในที่ดิน รวมทั้งปัญหาจากพระราชบัญญัติป์าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ที่ถือว่าที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิเปึนพื้นที่ป์าไม้ทั้งหมด ข้อที่ ๒ การจับกุมประชาชน การข่มขู่คุกคาม การทําร้ายร่างกาย การขนย้ายทรัพย์สิน การทําลายอาสินพืชผล การอพยพชุมชนออกจากพื้นที่ และสภาพการณ์ปัญหานี้ ยังเปึนอยู่และหนักหน่วงขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อที่ ๓ ก็คือโครงการในการ พัฒนาของรัฐส่งผลกระทบต่อการทําลายพื้นที่ป์าและที่ทํากินของชุมชน ข้อที่ ๔ ก็คือชุมชนที่ไม่สามารถโค่นไม้ยาง ผมขออนุญาตบวกเพิ่มนิดหนึ่งก็คือยูคาลิปตัส ด้วยนะครับ และป์าไม้ที่ประชาชนขออนุญาตปลูก ที่กรีดจนหมดอายุแล้ว หรือว่าพอที่จะ ตัดปลูกใหม่ รวมทั้งไม่สามารถที่จะกู้เงิน แล้วก็ไม่สามารถที่จะเอามาใช้ประโยชน์ได้ อันนี้ คือปัญหาแล้วก็สภาพที่เปึนอยู่ ข้อที่ ๕ ข้อสุดท้ายก็คือชุมชนขอมีส่วนร่วมในการจัดการ พื้นที่ป์า เพื่อมิให้มีการทําลายป์า ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือสภาพปัญหาโดยรวม โดยเฉพาะข้อแรกที่ผมได้หยิบยกขึ้นมากราบเรียนท่านประธาน ก็คือการประกาศเขตป์า บนเอกสารและไปทับซ้อนกับที่อยู่ที่อาศัยที่ทํากิน สภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเห็นบางที่เปึนที่วัด บางพื้นที่เปึนที่โรงเรียน บางพื้นที่เปึนที่ชุมชน และชุมชนนั้นได้อยู่กันมาด้วยความสงบ ปกติสุข เป่ดเผย มีเจตนาเปึนเจ้าของต่อเนื่องกัน มายาวนานหลายชั่วอายุคน แต่สภาพในทางกฎหมายคือในทางนิตินัยกลายเปึน ที่ป์าสงวนแห่งชาติ กลายเปึนที่อุทยานแห่งชาติ กลายเปึนที่อนุรักษ์ ท่านประธานครับ ปัญหาที่ขัดข้องที่ประชาชนไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ ก็คือเวลาทําถนนก็ติดขัดเรื่องป์า เวลาจะนําไฟฟัาขึ้นไปเพื่อให้แสงสว่างกับชุมชนก็ติดขัดปัญหาเรื่องป์า เรื่องอุทยาน เวลาที่จะพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ติดกับปัญหาที่ป์า ติดกับปัญหาที่อุทยานแห่งชาติ ติดกับปัญหาที่อนุรักษ์ เพราะการทับซ้อนในสิทธิอันนี้ ถือว่าเปึนการละเมิดสิทธิของชุมชนและประชาชนที่ควรจะได้รับอย่างรุนแรง แล้วก็ อย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมจึงหวังผลว่าสิ่งที่ท่านเสนอแนวทาง ในการแก้ไขปัญหา ขออนุญาตสรุปสั้น ๆ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเวลามีจํากัดด้วย ความเคารพ ข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็คือ รัฐจะต้องปรับวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการที่ดินและป์า อันนี้ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ รัฐควรที่จะ เปลี่ยนแปลงกระบวนการในการพิสูจน์สิทธิของคณะกรรมการการแก้ไขปัญหา การบุกรุกที่ดินของรัฐหรือ กปร. อันที่ ๓ ก็คือรัฐควรนํามติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๗ และ วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๔๐ มาใช้บังคับ แล้วก็ควรที่จะเพิกถอนหรือปรับเปลี่ยนมติ คณะรัฐมนตรี วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ อันนี้คือเรื่องป์า ซึ่งกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้ คนที่เกี่ยวข้องจะทราบและเข้าใจปัญหา ข้อสุดท้าย ผมขออนุญาตสรุปครับ ควรที่จะปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวกับป์าหลายฉบับ นะครับผมจะไม่อ่าน ท่านประธานที่เคารพครับสุดท้ายผมเรียนเสริมแล้วก็เพิ่มเติม ต่อประเด็นปัญหาในฐานะที่ผมเปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการฝ์ายวิชาการในการแก้ไข ปัญหาที่ดินและป์าไม้ของภาครัฐ และการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ รัฐควรที่จะทบทวน นโยบายเรื่องป์าและที่ดิน รัฐควรที่จะเป่ดใจกว้างและยอมรับสภาพความเปึนจริงที่ใด ที่ประชาชนได้ครอบครองด้วยความสงบ เป่ดเผย มีเจตนาเปึนเจ้าของต่อเนื่องกันมาถึง เวลาแล้วครับที่จะยอมรับความจริงว่าเพิกถอนและออกกรรมสิทธิ์ รัฐก็ได้ประโยชน์ ประชาชนก็ได้ประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐควรที่จะมีแผนและแนวนโยบาย ในการที่จะเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าเพื่อกระจายการถือครองทรัพยากรที่ดินทั้งประเทศ ให้เกิดความเปึนธรรม อย่าไปให้กระจุกตัวเฉพาะบุคคลที่มีกําลังทุนมากเท่านั้น ทําไมรัฐ จึงไม่มองว่าประชาชนคือผู้สร้างและเปึนผู้มีสิทธิในฐานะเจ้าของประเทศ รัฐไม่ควรจะ มองว่าประชาชนคืออาชญากรที่จะต้องจับนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมจึง ขออนุญาตชื่นชมต่อรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับนี้เปึนอย่างยิ่ง และจะทําอย่างไรในเมื่อท่านมีอํานาจหน้าที่เสนอต่อรัฐสภาตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ พอเสนอต่อรัฐสภาแล้ว เราทําอย่างไรถึงจะสนองตอบต่อสิ่งที่ เปึนบทสรุปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้รัฐบาลไปดําเนินการอย่าง เปึนมรรคเปึนผลเพื่อประโยชน์สูงสุดของบ้านเมืองและของประชาชน ขอบพระคุณครับ