ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย หารือเรื่องรายงานผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเติบโตความกล้าหาญในการปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ที่ถือเป็นกฎหมายสูงสุด
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ในรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ฉบับที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้ เปึนการดําเนินงาน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนป้ที่ ๕ นะครับ ดําเนินงานมาแล้ว ๕ ป้ นั่นหมายความว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้อยู่ทั้งในช่วงที่มีการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย และอยู่ในช่วงที่มีคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขด้วย ผมก็จึงไปดูว่าในช่วงที่มี การปฏิวัติรัฐประหารนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินี้ได้ไปดําเนินการเกี่ยวกับ การละเมิดสิทธิมนุษยชนเรื่องใดบ้าง ท่านประธานครับ ลองเป่ดไปดูหน้าที่ ๘๕ ข้อ ๗ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีข้อเสนอเพื่อประกันความเปึนอิสระและการ มีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมือง เสนอ ต่อคณะปฏิรูปเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ มีข้อเสนอที่น่าสนใจและเปึนเรื่อง ที่น่าชื่นชมเปึนอย่างยิ่งครับ นั่นก็คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เรียกร้อง ไปยังคณะปฏิรูปไว้ดังนี้ว่าขอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วและยกเลิกคําสั่งที่จํากัดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎอัยการศึกและการห้ามชุมนุมทางการเมือง เกิน ๕ คน นี่เปึนความกล้าหาญส่วนหนึ่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถามว่าผมชื่นชมไหม ผมชื่นชมครับ แต่ชื่นชมยังไม่เต็มที่ครับ ถ้าท่านย้อนกลับไปดู กฎอัยการศึกประกาศโดยคณะปฏิรูปกว่าจะยกเลิกเขาไม่ได้ฟังท่านหรอกครับ อยากจะให้ ท่านกล้าหาญกว่านี้อีกหน่อยว่าการกระทําปฏิวัติหรือรัฐประหารนั้น แน่นอนครับ มีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว ถ้าท่านกรุณาเติมความเห็นไปให้ชัดเจนว่า ในโอกาสต่อไป ก็อย่าได้มีการกระทําในเรื่องของการปฏิวัติรัฐประหารยึดอํานาจอีกต่อไป ก็จะเปึนความกล้าหาญที่น่าชื่นชมมากยิ่งขึ้นครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ คําว่า ฮิวแมน ไรท์ (Human right) หรือสิทธิมนุษยชนนั้น เปึนเรื่องที่เปึนหน้าเปึนตาของ อารยะประเทศเขา ถือว่าเปึนศิวิไลเซชั่น (Civilization) ท่านประธานครับ ผมยกเรื่องนี้ ขึ้นมาอยากจะให้ท่านประธานติดตามไปดูว่าหลังจากที่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ในป้ ๒๕๔๙ นี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีรายละเอียดไว้ใน เรื่องของการติดตามมาตรการการแก้ปัญหา ตามรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิ มนุษยชนในส่วนที่ ๓ หน้า ๕๙ ไว้ดังนี้ครับ น่าสนใจเปึนอย่างยิ่ง มีการร้องเรียนเรื่องการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนในป้ ๒๕๔๙ จํานวน ๖๔๔ เรื่อง ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่มี หนังสือแจ้งเปึนรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ๒๓๗ เรื่อง รายงานผล การตรวจสอบใน ๒๓๗ เรื่อง เปึนรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ๖๑ เรื่อง เปึนรายงานผลการพิจารณา ๑๗๖ เรื่อง นี่เปึนส่วนแรก ๒๓๗ เรื่อง
ส่วนที่ ๒ มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้กับ ผู้ร้องเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓๑๖ เรื่อง ไม่รับไว้พิจารณา ส่งต่อให้หน่วยงาน เกี่ยวข้องดําเนินการ กสม. ไม่รับไว้ ส่งต่อให้หน่วยงานจํานวน ๗๔ เรื่อง กสม. ตรวจสอบเองแล้วปรากฏว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น ๓๔ เรื่อง ให้ยุติเรื่อง มากเหลือเกินครับ ๒๐๘ เรื่อง ละเมิดจริง ๆ ๓๔ เรื่อง ท่านประธานครับ นอกจากนั้นครับ ได้รับการแจ้งผลการดําเนินการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๕๖ เรื่อง ว่าได้ดําเนินการตามที่ กสม. ได้แจ้งไปแล้ว เปึนรายละเอียดดังนี้ครับ รายงานผลการดําเนินการของหน่วยงาน ตามมาตรการการแก้ไขและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของ กสม. ทั้งหมด ๓๓ เรื่อง มีหนังสือ ๔๙ ฉบับ เปึนรายงานผลความคืบหน้าจากผู้ร้องหรือจากหน่วยงาน ๒๓ เรื่อง มีหนังสือแจ้งมา ๒๙ ฉบับด้วยกัน ท่านประธานครับ นี่คือกระบวนการทํางาน สถิติของ กสม. ในรอบป้ ๒๕๔๙ สิ่งที่ผมอยากจะเพิ่มเติม ให้คณะ กสม. ได้ดําเนินการเพิ่มเติมก็คือว่า ผมอ่านแล้ว ๖๔๔ เรื่อง ผมไม่ทราบว่า เรื่องอะไรบ้าง เรื่องไหนยุติเรื่อง เรื่องไหน กสม. ได้พิจารณาแล้วมีการละเมิด ๓๔ เรื่อง ท่านไม่ได้มีรายละเอียดไว้ให้เลยครับ ถามว่า ผมต้องการรายละเอียดทั้งหมดไหม ผมไม่ต้องการเลยครับ ท่านกรุณาทําตารางได้ไหมครับ รายงานในฉบับต่อไปท่านกรุณา ทํารายงานเปึนตารางให้ทราบว่าชื่อเรื่องอะไรบ้างที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่านประธานขออนุญาตอีกสักนิดเดียว ผมจะสรุปแล้วครับ ผมจะสรุปอย่างนี้นะครับว่า สิ่งที่ผมพูดว่า เราเปึนอารยะประเทศที่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรามีสถิติ เรื่องร้องเรียนอย่างที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปแล้ว แต่ในท้ายที่สุด ท่านประธานครับ ท่านประธานลองอ่านบทสรุปดูครับ ข้อจํากัดและอุปสรรค ในการดําเนินงานของ กสม. บทที่ ๓ ครับ สิ่งที่เราเห็นว่าเราเปึนประเทศอารยะแล้ว ล่มสลายทันที ที่ผมว่าล่มสลายทันทีเพราะว่าบทสรุปตรงนี้ครับท่านประธาน ย่อหน้าที่ ๒ หน้าที่ ๑๒๖ ท่านสรุปไว้อย่างนี้ครับ กสม. พบว่า อุปสรรคข้อจํากัดที่ผ่านมาตั้งแต่ ป้แรกยังดํารงอยู่อย่างต่อเนื่องเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปสรรคที่สําคัญที่สุดคือ การที่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานภาครัฐ จนถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไม่เคารพและละเลย ต่อการปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ทั้งที่เปึนกฎหมายสูงสุด และทุกองค์กรของรัฐต้องมีพันธะผูกพัน ต้องปฏิบัติ แสดงให้เห็นว่าบทสรุปทั้งหมดนี้นะครับ เราอยากจะเห็นข้อจํากัด อุปสรรค ในป้ ๒๕๔๙ ท่านเล่นสรุปมาทั้งหมดเลย ถ้าเปึนไปได้ในป้หน้าถ้าท่านทํารายงานอย่างนี้ ท่านกรุณาสรุปมาเลยว่าสิ่งที่ท่านเสนอรัฐบาลไปเรื่องใดบ้างที่รัฐบาลไม่ได้ทําตามที่ กสม. เสนอ ท่านสรุปเปึนตารางมาสิครับ เราจะได้เห็นว่าเรื่องนั้นสําคัญมากน้อยแค่ไหน เปึนเรื่องอะไรบ้าง แล้วจะต้องดําเนินการอย่างไรต่อไปนะครับท่านประธาน นอกจากนั้น สภาผู้แทนราษฎรยังโดนหางเลขไปด้วย เขาสรุปไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน สรุปว่า อุปสรรคที่สําคัญและดํารงอย่างต่อเนื่องประกอบกับทิศทางการพัฒนาดังกล่าวคือการที่ รัฐบาลและรัฐสภาไม่ตรากฎหมายรองรับให้เปึนแนวทางปฏิบัติที่สมบูรณ์ ท่านประธาน ผมยืนยันสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้พยายามทําอยู่ แล้วเรื่องที่ท่านพูดถึง เรื่องละเมิด สิทธิมนุษยชนบางเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เสียด้วยซ้ําไป ฉะนั้น ข้อสรุปอย่างนี้เปึนการสรุปรวมทั้งหมด ความเสียหายตกอยู่กับรัฐบาล ตกอยู่กับรัฐสภา ถ้าเปึนไปได้กรุณาเถอะครับ ในป้หน้าท่านทํารายงานอย่างนี้ ท่านเขียนให้ชัดเจน ลงไปเลย ท่านทําตารางให้ชัดเจนไปเลยว่ามีอะไรบ้างที่เกิดความผิดพลาดในรัฐบาล ที่ความผิดพลาดของรัฐสภาแห่งนี้ ท่านทําตารางมาจะได้เห็นกันชัดเจน ขอบคุณ ท่านประธานที่เคารพครับ