บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ หารือเรื่องผลการปฏิบัติงานประจําปี ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเรียกร้องการทราบความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติงานของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการชุมนุมและเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย และเตือนสมาชิกรัฐสภาว่าการชุมนุมครั้งนี้อาจมีความเสี่ยงต่อการจลาจล
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ในวาระการพิจารณาเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานประจําป้ ๒๕๔๙ ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ผมได้มีความสนใจมากครับ เพราะผมแลเห็นว่า กรรมการชุดนี้เปึนผลผลิตในระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ คณะกรรมการชุดนี้เปึนคณะกรรมการที่จะมาดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก การละเมิดสิทธิ วันนี้เราต้องยอมรับครับท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนยังไม่เข้าใจ แล้วก็ยังไม่ซึ้งพอเกี่ยวกับการใช้สิทธิของตัวเอง คนที่อยู่ต่างจังหวัด คนที่มีการศึกษาน้อย หรือคนยากคนจนบางครั้งถูกละเมิดสิทธิ ไม่รู้จะไปพึ่งใคร บางครั้งวิ่งไปพึ่งเจ้าหน้าที่ ของรัฐก็ถูกหลอก ถูกโกงเสียอีก จากรายงานเล่มนี้ ป้ ๒๕๔๙ ผมอ่านทุกหน้า ศึกษา ทุกหน้า แล้วท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่นั่งอยู่เปึนคนแรกผมติดตามผลงาน ท่านตลอด ท่านเปึนบุคคลที่ให้ความสนใจในเรื่องสิทธิของประชาชน ของชุมชน ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดนี้ผมมีอยู่ประเด็นเดียวที่จะตั้งคําถาม แล้วก็สอบถาม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะผมสงสัยเหลือเกินในความเที่ยงธรรมในการ ทําหน้าที่ของท่าน ผมบอกข้างต้นแล้ว ผมชื่นชมในการมีคณะกรรมการชุดนี้ เพราะเปึน คณะกรรมการที่ต้องดูแลสิทธิของประชาชนที่ไม่ได้รับความเปึนธรรม นั่นก็แปลความ ง่าย ๆ ว่าสังคมนั้นคนที่เอาเปรียบคนที่ไม่รู้เรื่องมันมีอยู่เยอะ เพราะฉะนั้นกรรมการชุดนี้ จึงมีหน้าที่เข้ามาพิทักษ์ความเปึนธรรมให้กับเขา ท่านประธานที่เคารพ รายละเอียดที่ผม อยากจะหยิบยกมาเปึนประเด็นซึ่งเปึนรายละเอียดอยู่ในหน้า ๗๘ ต้องขออนุญาต ท่านประธานที่จะอ่านรายละเอียดเรื่องนี้เพราะผมสนใจมาก สําคัญที่สุดครับ รายงาน ฉบับนี้เปึนรายงาน ป้ ๒๕๔๙ ช่วงนั้นมีการยึดอํานาจโดย คมช. แล้วก็ตั้งสภา สนช. ขึ้นมา แล้วท่านก็มารายงานในป้ ๒๕๕๐ มารายงานสู่ป้ ๒๕๕๑ แต่ช่างเถอะครับ จะล่าช้า อย่างไรก็ตาม แต่ความสนใจเรื่องนี้เปึนสิ่งที่น่าสนใจ แล้วก็สืบเนื่องจากเหตุการณ์ปัจจุบัน เหตุการณ์ความรุนแรงจากการปะทะกันของผู้ชุมนุมที่ท่านได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๙ และวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงมีดังนี้ครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ได้รับรายงานข่าว ที่น่าเชื่อถือว่ามีการจัดเตรียมและเคลื่อนย้ายกลุ่มคนจากหลายพื้นที่เพื่อเดินทางมา กรุงเทพมหานครโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะคัดค้านการชุมนุมของประชาชนผู้ร่วมฟัง รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ซึ่งกําหนดจัดขึ้น ณ สวนลุมพินี ตอนเย็นวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๙ และวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า กสม. หรือ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ความรุนแรงซึ่งอาจจะ เกิดขึ้นได้ และตระหนักว่าหากมีการปะทะกันย่อมจะนําไปสู่ความรุนแรง และไม่เปึนผลดี ต่อกระบวนการประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีเหตุการณ์ขยายบานปลายออกไป อาจจะมีผลกระทบต่อฐานะความชอบธรรมของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทราบเรื่องนี้ หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา แล้วท่านก็ได้ เสนอแนะเปึนข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความห่วงใย อย่างยิ่งต่อสถานการณ์ดังกล่าว และเห็นว่าการชุมนุมโดยความสงบเปึนสิทธิเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็นและความเชื่อ ทางการเมืองเปึนสิทธิเสรีภาพที่ทุกฝ์ายสามารถแสดงออกได้ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายบ้านเมือง จึงมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อขอให้สั่งการผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ยับยั้งเหตุการณ์ที่จะนําไปสู่ความรุนแรงดังกล่าว รวมทั้งดูแลปัองปราบมิให้การชุมนุม ดังกล่าวมีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งจะไม่เปึนผลดีต่อรัฐบาล และอาจส่งผลกระทบต่อฐานะ ความชอบธรรมของรัฐบาลด้วย
อนึ่ง นอกเหนือจากการมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลดังได้กล่าวแล้ว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ เพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้องดําเนินการดังต่อไปนี้
ข้อที่ ๑ ขอให้ทุกฝ์ายชุมนุมด้วยความสงบและสันติ ปฏิบัติตนภายใต้ หลักการสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ
ข้อที่ ๒ ขอให้ประชาชนทุกฝ์ายและกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ซึ่งมีสิทธิและ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าจะมีความเชื่อ ความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน ก็ต้องเคารพในความเชื่อและความคิดเห็นของ ทุกฝ์ายโดยไม่กระทบกระทั่งจนทําให้เกิดเหตุการณ์บานปลายและเกิดความรุนแรง
นี่คือสิ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้บรรจุอยู่ในเอกสาร ฉบับนี้ ผมกําลังจะบอกท่านว่าผมชื่นชมท่าน ท่านหยิบยกเหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น ซึ่งเหตุการณ์ขณะนั้นมีการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลซึ่งไม่แตกต่างกับคราวนี้ เพราะเปึนกลุ่มแกนนําเดียวกัน แต่ใช้การเคลื่อนไหวทางการรายการทีวี (TV) เมืองไทย รายสัปดาห์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านไม่นิ่งนอนใจ ท่านมีหน้าที่ตาม รัฐธรรมนูญ ท่านก็ออกมาแล้วก็เสนอแนะรัฐบาลห้ามใช้ความรุนแรง เพราะจะทําให้ รัฐบาลนั้นขาดความชอบธรรม แล้วก็เสนอแนะผู้ชุมนุม ผู้จัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ บอกว่าจะต้องชุมนุมโดยใช้สิทธิเสรีภาพของตน นี่คือสิ่งที่บอกว่าท่านทําถูกแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ แต่สิ่งที่ต้องกลับถามท่านวันนี้เกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมือง ณ เวลานี้ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ที่ผ่านมานี้ เปึนเหตุการณ์ที่ทุกคน ในสภานี้ยกเว้นแต่พี่น้องสมาชิกที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมสภาที่ไม่รู้รายละเอียดในสภา วันที่ ๗ ตุลาคม เปึนวันที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย จะแถลงนโยบายตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมได้พูดเสมอว่ารัฐบาลนี้เปึนรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ผมก็พูดย้ําอยู่ตลอดเวลาว่ารัฐบาลนี้เปึนรัฐบาลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมี พระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ และ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๑ ผมพูดบ่อยครั้งว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคนไทยทั้งแผ่นดินจงรักภักดีกัน นี่คือกระบวนการ การเดินทางของรัฐบาลชุดนี้ ฉะนั้นการแถลงนโยบายก็เปึนข้อเปึนกติกา เปึนข้อเปึนกติกา ที่เขียนในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๖ รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยต้องยึดถือกฎหมาย รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุด จะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ต้องแถลงนโยบายว่าตัวเองจะทํา อะไรต่อรัฐสภาเสียก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์จะเกิดขึ้นวันที่ ๗ ในการ แถลงนโยบาย คนทั้งบ้านทั้งเมืองที่ติดตามการเมืองเขาทราบ สื่อมวลชนก็รู้ว่า วันที่ ๗ ตุลาคม ๐๙.๓๐ นาฬิกา จะมีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสมาชิกรัฐสภา สมาชิกรัฐสภาทุกคนรู้ มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ฝ์ายรัฐบาลพูดกี่ชั่วโมง ฝ์ายค้านซึ่งมี หน้าที่ตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลพูดกันกี่ชั่วโมง สมาชิกวุฒิสภาตรวจสอบรัฐบาล จะพูดกี่ชั่วโมง รู้หมด แต่นั่นแหละท่านประธานที่เคารพครับ เหตุบ้านการเมืองมันไม่ปกติ กลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลซึ่งขณะนี้ก็ยึดทําเนียบรัฐบาลอยู่ เขาก็รู้ว่ารัฐบาลจะแถลงนโยบาย เขาก็ประกาศ นับจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี เขาก็ประกาศตลอดเวลาว่าเขาไม่เอารัฐบาลชุดนี้ เขาไม่เอา รัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเปึนแกนนํารัฐบาล แล้วก็มีนายกรัฐมนตรีมาจากสมาชิก ส.ส. ของพรรคพลังประชาชน ถามว่าที่เขาประกาศอย่างนี้เขาผิดไหม ตอบได้เลยว่า เขาไม่ผิด นี่คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่เขา จะมีความคิดความอ่านกับรัฐบาลอย่างไรก็ได้ เขาจะคิดไม่เห็นด้วย เห็นตรงกันข้าม เปึนเรื่องของเขา รัฐบาลจะสั่งว่าคุณต้องคิดเหมือนผมเปึนความผิดพลาดรัฐบาลสั่งไม่ได้ นี่คือความจริงในสังคมไทยที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน นี่คือความจริง แต่เหตุการณ์ มันเกิดขึ้น มีการเตรียมการอย่างชัดเจน วางแผนอย่างชัดเจนที่ไม่ต้องการให้รัฐบาล แถลงนโยบาย ที่ไม่ต้องการให้รัฐบาลนี้ปฏิบัติหน้าที่ได้ ผมบอกแล้วครับท่านประธาน ที่เคารพ การชุมนุมของประชาชนนั้นเปึนสิทธิขั้นพื้นฐาน หน้าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมเปึน ส.ส. มาก็หลายป้ พี่น้องเกษตรกรมาประชุมเรื่องมันสําปะหลัง พี่น้องชาวสวน ลําไย พี่น้องต่าง ๆ รถสามล้อเครื่อง รถตุ๊ก ๆ เขาเดือดร้อนอะไรเขาก็มาชุมนุมได้ เปึนสิทธิ ขั้นพื้นฐานที่เขาจะเรียกร้อง ถามว่าวันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ในทําเนียบจะเดินทางมาชุมนุม ที่หน้ารัฐสภาผิดไหม ตอบไม่ผิด เขาทําได้ เขาจะเกลียดรัฐบาลชุดนี้เปึนเรื่องของเขา เขาจะไม่ชอบหน้าสมาชิกรัฐสภาคนใดเปึนสิทธิของเขาแต่เขาก็ต้องเคารพสิทธิของคนอื่น ท่านประธานครับ วันนี้สมาชิกรัฐสภารู้กันอยู่ พูดอยู่ตลอดเวลาว่าการชุมนุมเปึนสิทธิ ขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ แต่ลืมดูวรรคสอง เขาให้ชุมนุมได้เปึนสิทธิ ขั้นพื้นฐานแต่คุณต้องเคารพสิทธิของบุคคลอื่น คุณอย่าไปละเมิดสิทธิของคนอื่น วันนี้ สภาผู้แทนราษฎรเขาจะทําหน้าที่ในการประชุม คุณมาประท้วง มาชุมนุมจะมาใช้สิทธิ กล่าวคําหยาบ ๆ คาย ๆ สามารถปฏิบัติได้ แต่วันนี้การชุมนุมต้องบอกนะครับ บอกพี่น้อง สมาชิกรัฐสภาของผมที่ไม่ได้อยู่ร่วมกับการชุมนุมว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่เปึนการชุมนุม ธรรมดาแต่เปึนการชุมนุมพร้อมที่จะก่อการจลาจล พร้อมที่จะทําลายทรัพย์สิน ทําลาย บุคคลที่คิดต่างทั้งนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น วันนี้ผมต้องเรียน อย่างนี้ครับท่านประธาน เหตุการณ์ชุมนุมทั้งหมดทั้งปวง หลังจากที่มีการแถลงนโยบาย เสร็จแล้ว สมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่รัฐสภาก็ออกไปไหนไม่ได้ ถูกขังไว้ ถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยวเปึนเวลาหลายชั่วโมง แค่เดินผ่านริมรั้วก็ถูกด่าแล้วครับ เดินเข้าใกล้เดี๋ยวก็ ถูกยิงใส่เข้ามา วันนี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นครับ วันนี้เจ้าหน้าที่รัฐสภาจะออกจากรั้วจะต้อง เดินหน้ากระดานเรียงหนึ่งแล้วขานชื่อแสดงบัตร ถ้าเปึนเจ้าหน้าที่รัฐสภาให้ออก แต่ถ้ามี บัตร ส.ส. ไปไกล ๆ อย่าให้เจอ ถูกทุบ นี่คือความจริง ผมไม่ได้ใส่ร้ายใครแล้วทุกคน ที่ชุมนุมต่าง ๆ ผมก็ไม่มีสาเหตุโกรธเคือง แต่ผมเปึนคนหนึ่งที่เคารพสิทธิเสรีภาพของ บุคคลอื่น ใครที่ทําให้ผมกระทบ ผมรู้ ผมต้องบอกว่าอย่างนี้ไม่ถูก แต่การชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้น มันห้ามกันไม่ได้ มันมีการยั่วยุจากแกนนํา พร้อมที่จะให้ทําลายทุกสิ่งทุกอย่าง พร้อมที่จะ ให้ใช้อาวุธ สั่งอะไรเขาทําหมด นี่คือความจริงครับ วันนี้พวกผมต้องป้นรั้วออกไปครับ หนีตาย อยู่ไม่ได้หรอกครับ ท่านสมาชิกที่ไม่ได้ประชุมท่านไม่รู้บรรยากาศครับ นี่คือ ความจริง อยู่ต่อไปถ้ามืดเมื่อไร เสร็จครับ บุกเข้ามาเมื่อไรไม่เหลือครับ ทุกคนต้องป้นออก นอกรั้ว ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ทั้งนั้นแหล่ะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ผมจะจดจําชั่วชีวิตผมว่ามาทําหน้าที่แล้วต้องหนีออกนอกรั้ว ท่านประธานครับ ฉะนั้น สิ่งหนึ่งซึ่งวันนี้ต้องพูดกับคณะกรรมการสิทธิและมนุษยชนแห่งชาติ ท่านคณะกรรมการ ที่มาจงฟังผมดี ๆ ครับ ผมชื่นชมท่าน ท่านทําหน้าที่ที่ผมเรียนข้างต้นได้ดีมาก แต่หลังจาก เหตุการณ์เกิดขึ้น ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ นายเสน่ห์ ในฐานะเปึน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพร้อมกับคณะกรรมการบางท่าน ท่านได้สรุปผลการสลายการชุมนุมครั้งนี้เกิดจากความต้องการของรัฐบาลในการแถลง นโยบายต่อรัฐสภาให้ได้ในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ เท่านั้น หาได้มีการสลายการชุมนุม เพื่อดําเนินการตรวจค้นและจับกุมตามกระบวนการยุติธรรมแต่ประการใดไม่ จึงได้มีการ ประชุมทั้งในส่วนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติและการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อวางแผน เตรียมการและสั่งการให้มีการสลายการชุมนุมตั้งแต่คืนวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ และในตอนเช้าวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ เจ้าหน้าที่ตํารวจก็ใช้กําลังและอาวุธแก๊สน้ําตา เข้าสลายการชุมนุมตามแผนที่ได้วางไว้ สรุปง่าย ๆ เพียง ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ท่านประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกแถลงว่าเปึนความผิด ของรัฐบาล วันนี้พอประกาศตูม ผู้ชุมนุมในทําเนียบรัฐบาล ไม่อยากจะเอ่ยชื่อ คุณจําลอง ศรีเมือง ประกาศทันทีเลย เห็นไหมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกมาพูดแล้ว ต้องผิด ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมจึงต้องพูดเรื่องนี้ ผมเคารพในการวินิจฉัยของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมไม่ก้าวล่วง ท่านจะมีวิธีการสืบสวน สอบสวน หาข้อเท็จจริงอย่างไร ผมไม่ก้าวล่วงท่าน เพราะท่านเปึนบุคคลที่มีวุฒิภาวะที่ท่านจะเปึน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ แต่วันนี้ท่านต้องมีความเที่ยงธรรมเปึนที่ตั้ง ท่านต้องมี ความเปึนกลางเปึนที่ตั้ง ท่านอย่ามีความลําเอียงเปึนเด็ดขาด ฉะนั้นศรัทธาในตัว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านจะไม่เหลือ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์เกิด วันที่ ๗ วันที่ ๑๓ สรุป ผมตั้งคําถามท่านว่า เหตุไฉนเลย ท่านจึงสรุปด้านเดียวล่ะ ท่านทําไมเอาปลายเหตุที่มีการใช้แก๊สน้ําตา ที่มีการทําให้คนบาดเจ็บ ที่มีคนเสียชีวิต ท่านสรุปแต่ตรงนั้นหรือ ท่านทําไมไม่ดูที่ต้นเหตุล่ะ เหตุใดจึงไปชุมนุมป่ดกั้นรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนจะถึงตรงนั้นผมต้องถามกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ วันนี้ บ้านเมืองมีการชุมนุมของผู้คนมีความคิดเห็นแตกต่าง เปึนเรื่องปกติ เขาป่ดถนน ราชดําเนิน บนสะพาน เปึนเวลาหลายเดือน เขาบุกมายึดเอ็นบีที ท่านก็รู้ เขาบุกมายึด ทําเนียบรัฐบาล วันนี้ก็อยู่ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปอยู่ไหน ทําไมไม่หยิบยก เรื่องอย่างนี้ขึ้นมา แล้วก็มาสอบสวน มาวินิจฉัย แล้วก็มีมติออกมาหน่อยว่าการกระทํา ด้วยเหตุการณ์ ๑ - ๒ - ๓ ที่ผมพูดทั้งหมดนี้เปึนการชุมนุมที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ไหม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านอยู่ไหน ท่านเสน่ห์ที่เคารพ นี่คือความจริงครับ ในป้ ๒๕๔๙ มีการสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเดินทางเข้า กรุงเทพมหานคร เพื่อมาชมรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ท่านยังใช้สิทธิของท่านบอกว่า อย่าไปสกัดกั้นเขา มันเปึนเสรีภาพ และให้รัฐบาลนั้นบอกชัดเจนว่าให้ชุมนุมอย่างเสรี แต่วันนี้การชุมนุมที่เกิดขึ้นของบุคคลที่มีความเห็นแตกต่าง ป่ดถนน ประชาชนใช้ ถนนหนทางนั้นเขาเดือดร้อนทั้งบ้านทั้งเมือง ป่ดถนนเปึนเวลา ๑๐๐ กว่าวัน บุกยึด ทําเนียบรัฐบาลซึ่งเปึนสัญลักษณ์ของประเทศไทย เปึนเวลาหลายสิบวัน ท่านกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปอยู่ไหนครับ ทําไมท่านไม่หยิบยกมาบ้าง ผมถามอีกสักคําเถอะ ท่านตอบผมหน่อย ให้ผมศรัทธา ให้ผมชื่นใจหน่อย แต่ถ้าท่านตอบไม่ได้ ผมหมด ศรัทธาแล้ว ท่านจะแถลงข่าวอะไรก็เท่านั้นล่ะ ท่านควรจะหยิบยกอย่างนี้ขึ้นมาให้ผู้ชุมนุม เขารู้ วันนี้ผมรู้ว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะตัดสินอะไรต้องอยู่บนพื้นฐานกติกา บ้านเมือง เพราะเราคือนิติรัฐ นิติธรรม เราต้องเอากฎหมายมา มาตรา ๖๓ เขียนว่า การชุมนุมเปึนเสรีภาพของประชาชน ท่านต้องอธิบายความต่อว่า ถ้าป่ดถนนมันเสรีภาพ ถูกต้องไหม มันผิดกฎหมายมาตราใดไหม มันไปละเมิดสิทธิของประชาชนไหม แล้วท่านต้องให้ความเห็นต่อสื่อสารมวลชน การบุกยึดทําเนียบรัฐบาลเปึนเวลา ๓๐ กว่าวัน ท่านจะต้องออกมาบอกว่าสิ่งอย่างนี้เปึนอย่างไร ออกมาว่ากล่าว ไม่ต้องว่ากล่าว เดี๋ยวเขาจะด่าท่านอีก ออกมาแนะนําก็ได้ บอกว่าอย่าทําเลย นี่มันเปึนสิ่งอย่างนี้ ๆ ฉะนั้นกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องทําครับ ท่านไม่ทํานี่ถือว่าท่านบกพร่องต่อหน้าที่ ที่สําคัญที่สุด สิ่งที่ไม่ยังไม่ควรจะทําท่านรีบทําเลย เขาป่ดสภาวันที่ ๗ วันที่ ๑๓ ท่านออกมาแล้ว ออกมาด้านเดียว ออกมาปลายเหตุ แต่ท่านไม่ดูต้นเหตุว่าเขาบุกรุกยึดสภา เขามีเหตุผล อะไร ผมจะบอกท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ทราบ ท่านกลับไปบอก ท่านประธานด้วยนะครับ เหตุเขาประกาศชัดเจนบอกการเดินเคลื่อนไหวมา เขาจะยึด สภาไม่ให้ ส.ส. ส.ว. เข้าประชุม ไม่ให้แถลงนโยบาย เขาประกาศชัด ใครที่คิดว่าไม่ชัด ลองโต้ผมมาซิ ผมมีหลักฐานทุกอย่าง เขาประกาศชัดต้องป่ดไม่ให้เข้า วันนี้ไม่เคยมีการ ชุมนุมแบบไหนเลยครับป่ดขนาดนี้ ผมบอกหน้าสภาเปึนสิ่งที่ประชาชนเขาจะต้องมา เรียกร้องปัญหาความเดือดร้อนของเขา นี่คือศูนย์รวมของตัวแทนประชาชน ความทุกข์ ความเดือดร้อนของประชาชนตรงนี้ต้องเอาไปแก้ ตรงนี้ต้องเอาไปดูแล มันเปึนเรื่องปกติ แต่วันนี้ผมบอกแล้วอย่างไรครับท่านกรรมการสิทธิไม่ใช่การประชุมธรรมดา ไม่ใช่ การชุมนุมธรรมดา แต่เปึนการป่ดกั้นแล้วพร้อมที่จะแตกหักถ้าคนคิดเห็นต่าง ทําไม ผมกล้าพูดคําว่า ฆ่า เพราะทั้งยาง ทั้งน้ํามันราดอยู่นั้นเลยครับ พร้อมเลยครับ ถ้าค่ําหน่อยเรียบร้อย วันนี้เราต้องหนีตายครับ เราต้องหนีตายจริง ๆ พี่น้องเพื่อนสมาชิก ที่อยู่ฝ์ายค้านที่รักของผม ผมพูดในฐานะที่เปึนสมาชิกว่าผมไม่เคยพบไม่เคยเจอเรื่อง แบบนี้ ฉะนั้นผมจึงบอกท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับว่า ที่ท่านทําอย่างนี้ ท่านทําไม่ถูก ท่านจะต้องมีการสอบสวนที่ต้นเหตุก่อนว่าการชุมนุมนี้เปึนอย่างไร เขามา ด้วยอาวุธใช่ไหม เขามาด้วยมีด ด้วยสิ่งต่าง ๆ ใช่ไหม สําคัญที่สุดท่านบอกเลยว่าหาได้มี การสลายการชุมนุมเพื่อดําเนินการตรวจค้นและจับกุมตามกระบวนการยุติธรรม แต่อย่างใด คํานี้แหล่ะครับประธานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง เพราะท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ท่านไม่เคยเรียกเจ้าหน้าที่ ผมกล้ายืนยันว่าท่านไม่เคย เรียกคนเกี่ยวข้องในนี้ เจ้าหน้าที่รัฐสภา หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ว. หรือ ตํารวจสภาก็ได้ว่าการชุมนุมนี้เปึนอย่างไร เจ้าหน้าที่ตํารวจคนไหนกล้าไปจับครับ กล้าไป ตรวจค้นอาวุธ ตายครับ มันเข้าไม่ถึง วันนี้มันเข้าไม่ได้ เจรจากันก็เจรจาไม่ได้ครับ มันเปึน การยั่วยุของแกนนําพร้อมที่จะให้ผู้ชุมนุมที่เปึนทั้งหญิง ทั้งเด็ก ทั้งชาย พร้อมจะลุย ทําอะไรก็ได้ มันเหมือนกับกดปุ์มแล้วทําได้เลยครับ นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น ผมพูดจริง ๆ ฉะนั้นวิธีการละมุนละม่อมจะไปตรวจค้นอาวุธเขา เจ้าหน้าที่คนนั้นตายครับ ไม่เหลือหรอก นี่คือความจริงครับ ฉะนั้นจึงมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ มีเจ้าหน้าที่หลายคนที่เกิด การบาดเจ็บกันมากมาย ท่านต้องสอบเรื่องอย่างนี้ สอบต้นเหตุ สอบสาเหตุ แล้วสอบพฤติการณ์ของผู้ชุมนุมว่ามีการยั่วยุการยุยงประชาชนอย่างไร แล้วดูต่อว่า ผู้ชุมนุมนั้นทําร้ายร่างกายใครบ้าง ซึ่งเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเปึนเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านต้องทําให้ละเอียด ก่อนสรุป ต้องสรุป ๒ ฝ์าย ส่วนใครจะผิด ใครจะถูก ผมตอบไม่ได้ ผมบอกแล้วอย่างไร ผมไม่ก้าวล่วงการวินิจฉัยของท่าน แต่ท่าน ต้องสร้างมาตรฐานความเปึนกลาง ความเที่ยงธรรม ท่านออกมาอย่างนี้ เข้าทางถูกกลุ่ม ผู้ชุมนุมทันที เขาบอกกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชี้แล้ว ผมบอกอย่างนี้ใช้ไม่ได้ อย่างนี้บกพร่องต่อหน้าที่ ฉะนั้นวันนี้ผมจึงขอเรียนด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมมีเรื่องเดียวเรื่องนี้แหล่ะครับที่จะบอกกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แล้วท่านกรุณา ไปวินิจฉัยไปทําเถอะครับ วันนี้ท่านก็เปึนส่วนหนึ่งที่จะสามารถทําให้บ้านเมืองสงบได้ ถ้าท่านชี้อย่างนี้ไม่สงบหรอกครับ เพราะท่านยังขาดความเที่ยงธรรมทันที ขอบคุณครับ