อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ หารือเรื่องการก่อการร้ายในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 และเรียกร้องให้ตรวจสอบความเป็นธรรมและความยุติธรรมในการดำเนินการ โดยเฉพาะการตรวจสอบจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าการกระทำใดๆ ที่อาจเป็นการใช้ยุทธวิธีในการยึดอำนาจรัฐจะได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นรายงานฉบับนี้ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว รายงานฉบับนี้ถ้าหากเข้าสภาก่อนวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ และก่อนวันที่ ๑๓ ตุลาคม รายงานฉบับนี้ผมจะชื่นชมเปึนอย่างมากครับท่านประธาน แต่เมื่อผมได้ฟังรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกี่ยวกับเรื่องวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผมก็บังเกิดความสงสัย ทําไมผมถึงสงสัยครับท่านประธาน วันนั้นท่านประธานก็อยู่กับผมในนี้นะครับท่านประธาน ผมมีความสงสัยว่าผมนี้ถึงแม้จะ เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมมีสิทธิมนุษยชนเหมือนประชาชนทั่วไปหรือเปล่า ท่านประธาน ทําไมผมถึงถามเช่นนั้น ท่านประธานครับ ผมมีเลือดเนื้อ ผมมีชีวิต ผมมีร่างกาย มีลูก มีภรรยา มีครอบครัวที่มีความเปึนห่วงผม แต่ที่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น เปึนอย่างไรท่านประธานก็ทราบดี ตัดน้ํา ตัดไฟ อาหารส่งเข้ามาไม่ได้ ข้างนอกมีการ ปลุกเร้า หลังจากประชุมเสร็จถอดเสื้อ ถอดเนคไท (Necktie) ออกไป ท่านประธานครับ ท่านก็ได้ยินเหมือนผม ไอ้ตะกวดแปลงร่าง ดูมันสิไอ้ตะกวดแปลงร่าง ท่านประธานครับ ความรู้สึกในตอนนั้นเปึนอย่างไร คนที่ไม่มาแต่ไปเที่ยวพูดว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรง ตํารวจใช้ความรุนแรง เขารู้บ้างไหม ถ้าเกิดว่าตํารวจไม่ทําเช่นนั้นมันจะเกิดความรุนแรง ไหม มันจะมีคนตายไหม ข้างนอกมีการปลุกเร้าอย่างไร ให้เจ้าหน้าที่ออกไป แล้วจับมัน แขวนคอทีละคน ท่านประธานครับ หลังจากประชุมเสร็จเราต้องนั่งรอใช่ไหมครับ ท่านประธาน มีการที่จะเอาพวกเราออกไปตั้งแต่บ่ายสามโมงก็ไม่ได้ บ่ายสี่โมงก็แล้ว บ่ายสี่โมงครึ่งถึงได้ยินเสียงตึ้ง ๆ เริ่มตั้งแต่ตอนนั้น ท่านประธานครับ เราก็มีความรัก คนที่รักเราก็มี ทุกคนโทรเข้ามาด้วยความเปึนห่วงเปึนอย่างไรบ้างแล้ว ซึ่งเราก็ตอบ ไม่ได้ว่าเปึนอย่างไร ความรู้สึกในตอนนั้นเปึนอย่างไร บางท่านที่ไม่ทราบท่านจะลองดูก็ได้ นะครับท่านประธาน เอาคนไปล้อมบ้าน ให้ผมเอาคนไปล้อมบ้านก็ได้ ท่านกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยากลองก็ได้นะครับ ให้ผมเอาคนไปล้อมบ้าน ตัดน้ํา ตัดไฟ ไม่ให้เอาอาหารเข้าไป แล้วก็ปลุกระดมมัน ฆ่ามัน ฆ่ามันอยู่ข้างนอก ผมไม่กลัว คนปลุกระดมหรอก แต่ผมกลัวอย่างไรรู้ไหมท่านประธาน ผมเคยผ่านม็อบมาเหมือน ท่านประธาน ๑๔ ตุลา ๖ ตุลา เปึนอย่างไรครับ ถ้าเกิดม็อบมันคลั่งขึ้นมาแล้วใครห้าม มันได้ ถ้าเกิดมันเข้ามาจริง ๆ คนที่ปลุกระดมจะรับผิดชอบอย่างไร จะห้ามเขาอย่างไร ไม่ให้มาฆ่าพวกเรา คนตายจะต้องมี ถ้าเกิดวันนั้นไม่มีการสลาย แต่อาจจะเปลี่ยนข้าง ภาพที่ นปก. นปช. ที่วันนั้นมีการปะทะกับพันธมิตร ยังติดตาอยู่เลย คนล้มไปแล้ว โดนตีล้มไปแล้วยังมีการตีตามกระทืบซ้ําอยู่แบบนั้น มันติดตาอยู่กับพวกเรา ผลปรากฏว่า ที่ผมสงสัยเพราะอะไรท่านประธาน สงสัย เพราะเดี๋ยวนี้สังคมเปึนอะไรไป รถเชโรกี ที่จอดอยู่หน้าพรรคชาติไทยใครเอามาก็รู้ เปึนของใครก็รู้ แล้วมันมีอะไรข้างใน เปึนของหัวหน้าการ์ด (Guard) พันธมิตรมันมีระเบิด ระเบิดอย่างรุนแรงด้วย ท่านประธาน คิดดูสิ ผมไม่พูดถึงคาร์บอมบ์ เพราะเราไม่รู้วัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายของเขาเปึน อย่างไร ท่านประธานครับ ถ้าหากที่เขานําเข้ามาแล้วมีจุดมุ่งหมายอื่นเพื่อจะขยายความ รุนแรง เอาไปตรงโน้นหน่อย เอาไปตรงนี้หน่อยใช่ไหมครับ ไม่ต้องเข้าในสภา ข้างนอกเอง คนที่มาเพื่อเขาอะไรมันจะเกิดขึ้น มันจะตาย มันจะเจ็บมากกว่านี้หรือไม่ ผมอยากถาม ท่านประธาน วันนั้นเขาต้องการอย่างไร เราหลายคนรู้ เราทุกคนก็รู้ว่าเขาต้องการอย่างไร เพื่อยกระดับความรุนแรงให้ควบคุมไม่ได้ เหมือนกับที่เขาเคยวางแผนกันมา ป้ ๒๕๓๕ ก็เหมือนกัน ท่านประธานครับ แต่ผลเปึนอย่างไร คนที่กําลังเตรียมก่อการร้าย คนที่กําลัง จะเปึนฆาตกรกลับได้รับการยกย่องว่าเปึนวีรบุรุษ ตํารวจที่ทําหน้าที่ของเขา ปกปัอง พวกเรา ท่านประธานก็เดินออกไปกับผม ป้นรั้วไปด้วยกัน พอเขาเป่ดได้ ท่านประธาน เห็นไหมเราเดินออกไป เดินไปยังสี่แยกซังฮี้ บางคนข้ามสะพานซังฮี้ไป บางคนเลี้ยวซ้าย บางคนเลี้ยวขวา ตํารวจสองข้างมีอะไร มีโล่ บางคนก็ยืน บางคนก็นั่งพักผ่อนอย่างอ่อนเพลียเพราะเขาเหนื่อยมาทั้งวัน ผมเดินไป ผมขอบคุณเขาไปตาก็แสบ จมูกก็แสบ หน้าก็แสบ แล้วพวกเขาบางคนก็ตาแดง เขาก็ยัง แนะนําเรา ท่านครับ ๆ เอาน้ําราดเลยนะ เอาน้ําราดเลยอย่าไปขยี้นะ ผมต้องเดินขอบคุณ เขาไปตลอดทาง จนบัดนี้ผมก็ขอบคุณเขา เขารักษาชีวิตพวกเรา เขารักษาทรัพย์สิน ของพวกเรา เขารักษากฎหมาย พวกเรามาทํา เราก็ทําหน้าที่ตามกฎหมาย ท่านประธาน ครับ แล้วเปึนอย่างไรรายงานวันที่ ๑๓ ตุลาคมของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมไม่ต้องให้ท่านไปเอียงข้างนะครับ ขอให้ท่านยืนด้วยความเปึนกลางผมก็ขอบคุณ แล้วทุกคนรู้บางคนอายุมากกว่าผมเรียนมาเช่นเดียวกับผม พระพุทธเจ้าบอกว่าอย่างไร ต้องระงับที่เหตุ มีทุกข์ต้องระงับที่เหตุ เหตุนี้เคยถูกยกขึ้นมาหลายอย่างแล้ว แล้วก็ถูกดับ ไปแล้ว แต่ผลที่สุดมันก็ยังมีเหตุมันก็ยังเกิดทุกข์ขึ้นอยู่อีกมีเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นต้องมาดูอีกว่าเหตุนี้มันมีเหตุอะไรอีก แล้วท่านปฏิเสธได้ไหมว่าความรุนแรง ที่เกิดขึ้นมาจากการปลุกระดม ปลุกเร้า โฆษณาชวนเชื่อมาตลอด ๒ - ๓ ป้มานี้ท่านจะไป ปฏิเสธได้ไหมจากเอเอสทีวีที่ปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง ผมขอถามหน่อยว่าความ รุนแรงนี้ นอกจากว่ามันจะมีการทําร้ายกันทางร่างกายแล้วการที่ปลุกเร้ากันด้วยคําพูด ปลุกเร้าอารมณ์ โฆษณาชวนเชื่อถือว่าเปึนความรุนแรงหรือไม่ในความหมายของท่าน ดังนั้นความรุนแรงถ้าเกิดจะพูดว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรงทําไมท่านไม่พูดถึงเหตุของความ รุนแรงอีกด้านหนึ่งด้วย ท่านบอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความโน้มเอียง ว่าจะตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐเพราะว่ารัฐเปึนผู้ใช้อํานาจ ท่านประธานครับ ศาลปกครองก็เปึนเจ้าหน้าที่รัฐเพียงแต่เขาใช้อํานาจตุลาการ แต่เขาเปึนเจ้าหน้าที่รัฐ การคุ้มครองเอเอสทีวีให้ระดมคนให้มีอารมณ์รุนแรงให้คนหลงผิดแล้วก็มีอารมณ์อย่าง รุนแรง แล้วก็เลือกข้างทําให้แตกแยกขัดแย้งกันมากมายจนปัจจุบันนี้ยังหาทางลงไม่เจอ ท่านเคยเข้าไปตรวจสอบการคุ้มครองนี้บ้างไหม เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าขอให้ทําหน้าที่ ด้วยความเปึนกลางก็พอ สิ่งที่ผมสงสัยก็คือว่าในเมื่อเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมเพิ่งผ่านไปนี้ ท่านออกมามันเหมือนกับเลือกข้าง ที่จริงท่านไม่ออกมาเสียยังดีกว่ามันจะยิ่งสงบ ตอนนี้สื่อเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ สื่อพยายามบอกเราต้องเสนอข่าวให้ลดความ รุนแรง แต่รายงานวันที่ ๑๓ ตุลาคม ที่เพิ่งผ่านมา ท่านยังไม่เคยมาถามพวกผมเลย พวกผมก็เปึนผู้ที่เสียหายเปึนคนอยู่ร่วมในเหตุการณ์ ท่านไปถามใครผมไม่รู้ แต่ถาม ส.ว. ส.ส. รัฐมนตรีที่อยู่ ๓๐๐ กว่าคนนี้ ท่านเคยมาคุยด้วยไหม แล้วท่านก็ไปสรุปอย่างนั้น ผมถึงเกิดความสงสัยว่าแล้วที่ท่านทํามานี้ผมจะเชื่อได้แค่ไหน ก็ในเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม นี้ ผมยังคิดว่ามันยังไม่ค่อยถูกต้องเท่าไร แล้วรายงานฉบับนี้ตั้งหลายป้แล้วจะให้ผมเชื่อได้ อย่างไร
ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมพูดมา ทั้งหมดนี้เปึนความจริงและในวันนี้ผมก็สงสัย และสิ่งที่สําคัญคือท่านประธานกับผม สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน เคยผ่านเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๖ ตุลาคมมาแล้ว ตอนนั้น เปึนการต่อสู้ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกับเผด็จการ หรือฝ์ายเผด็จการกับ ประชาธิปไตย แต่มีส่วนร่วมของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่พยายามทําให้พวกเราแตกกัน ตอนนั้น มียุทธวิธีอย่างไรครับท่านประธาน ยุทธวิธีป์าล้อมเมือง ในที่สุดไม่สําเร็จก็ใช้ป์าประสานเมือง ตอนนี้ผมสงสัยแล้วครับท่านประธาน ผมฟังมา ผมดูเหตุการณ์มาทุกอย่างแล้ว ผมสงสัย จริง ๆ ว่ามันจะมีการใช้ยุทธวิธีในประสานนอก ในประสานนอกคืออะไร ในสภาประสาน นอกสภาเพื่อจะยึดอํานาจรัฐ ผมเริ่มสงสัยแล้ว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ช่วยกรุณาตรวจสอบให้ด้วย เพราะการใช้อํานาจหรือการยึดอํานาจรัฐ หรือการปฏิวัติ รัฐประหารมันเปึนการทําลายสิทธิและเสรีภาพของผู้คนอย่างรุนแรงในประเทศนั้น ๆ ขอบคุณครับ