สุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสนอผลการประเมินของสิทธิมนุษยชน และเรียกร้องการสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำถึงข้อจำกัดที่ทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ค่อยได้รับการแก้ไข และเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐดำเนินการตามหน้าที่และพันธกรณี
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในนามของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะผู้บริหารของสํานักงาน ใคร่ขอขอบพระคุณต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้กรุณาอ่าน รายงานประจําป้ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างละเอียด แล้วก็มี คําแนะนําที่เปึนประโยชน์อย่างสูงนะคะ ดิฉันใคร่ขออนุญาตตั้งให้เห็นประเด็นนิดเดียวว่า หลายท่านได้ช่วยแนะนําว่ารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความล่าช้า ซึ่งทางคณะกรรมการเองก็น้อมรับและก็ยอมรับว่ามันช้าอยู่บางส่วน แต่อย่างไรก็ตามขออนุญาตที่จะย้อนกลับไปนิดหนึ่งว่ารายงานประจํา ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรและเสนอต่อวุฒิสภาเปึนที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติไม่เคยมีโอกาสเช่นนี้เลยที่จะได้มีโอกาสเข้ามารับฟังการอภิปรายของท่าน เนื่องจากว่ามักจะถูกบรรจุเปึนวาระเพื่อทราบแล้วก็ไม่มีท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปราย แม้แต่ท่านเดียว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงไม่มีโอกาสได้รับฟังคําแนะนําแล้วก็ ไม่มีโอกาสได้มาชี้แจง อันนี้ก็ต้องขออนุญาตว่าขอบคุณต่อสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ แล้วที่ท่านสมาชิกท่านสุดท้ายกรุณาอภิปรายดิฉันพูดถึงความล่าช้านิดเดียวก่อนว่า ก็เปึนเพราะว่าบางเรื่องถูกรอวาระ มันจึงไปตกค้างจนกระทั่งถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหวังอย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสร่วมใน การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า สนช. อันนี้ก็ต้องเรียนตามตรง เพียงแต่ไม่มี โอกาสบรรจุเข้าวาระและบังเอิญไปอยู่ในช่วงเวลาตอนนั้นทั้ง ๓ รายงาน โดยมีโอกาส ได้รับฟังคําแนะนําและไม่ได้มีโอกาสได้ชี้แจง
ประเด็นที่ ๒ หวังว่าเราจะแก้ตัวได้เล็กน้อยก็คือ ความจริง ป้ ๒๕๕๐ กําลังจะเตรียมยื่นต่อรัฐสภาแล้วนะคะ แล้วก็ป้ ๒๕๕๑ กําลังเร่งจัดทํา ดิฉันต้องขออภัย ในนามของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า เหมือนอย่างที่ท่านสมเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสมเกียรติอภิปรายว่าเดิมมีรายงานจดหมายของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่าอาจจะมาชี้แจงไม่ทัน เนื่องจากว่าเราเองก็มีโอกาสได้รับทราบ ไม่กี่วัน และงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมักจะมีการนัดหมายล่วงหน้า เช่น ไปต่างจังหวัดหรือว่ามีการประชุมที่เชิญผู้คนมากมาย อย่างเช่น ดิฉันเองวันนี้ ท่านสมเกียรติได้พูดถึงแรงงาน ดิฉันเลยขออนุญาตที่จะพูดถึงว่าวันนี้แท้จริงดิฉันมีการ ประชุมของอนุกรรมการสิทธิแรงงาน แล้วได้พูดกันเรื่องใหญ่มากก็คือกรณีการปลด สมาชิกของสหภาพแรงงานโดยเฉพาะผู้ก่อตั้งโรงงานโฮยาที่ลําพูน ซึ่งเราไม่สามารถแก้ไข ได้ด้วยกรณีเฉพาะ จึงเชิญทางการนิคมอุตสาหกรรม เชิญบีโอไอ (BOI) เชิญจังหวัด เชิญหลายฝ์ายที่เกี่ยวข้อง วันนี้มีการประชุมกันเต็มไปหมด แต่ดิฉันเองก็จําเปึนเห็นว่า ทางนี้ก็มีภารกิจสําคัญเช่นกัน อันนี้เปึนตัวอย่างค่ะ ขออนุญาตสรุปสั้น ๆ นิดเดียวว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในรายงานประจําป้ จะมีอยู่ ๓ ส่วน
ส่วนที่ ๑ ก็คือรายงานประจําป้ฉบับที่ท่านได้เห็นอยู่นี้เปึนรายงานประจําป้ ตามหน้าที่ขององค์กร เพราะฉะนั้นที่ท่านเห็นจึงมีงบการเงินหรือมีกรณีของสิทธิมนุษยชน ระหว่างประเทศหรือมีเรื่องของการบริหารจัดการ เพราะนี่เปึนการรายงานภารกิจของ องค์กรต่อรัฐสภา เนื่องจากว่าสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นก็เปึน ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ในขณะเดียวกันคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเอง ถ้าท่านสังเกตในกระบวนการของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็จะอยู่ในหมวดเกี่ยวข้องกับ รัฐสภา จึงผูกพันมาที่รัฐสภา มีหน้าที่รายงานการบริหารงานและภารกิจประจํา โดยเปึน ลักษณะย่อ ๆ
ส่วนที่ ๒ ก็คือรายงานประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ซึ่งหลายท่าน ได้กรุณาแนะนํา ก็คือเปึนรายงานเชิงภาพรวมและไม่ใช่ภาพรวมเฉพาะงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่หมายถึงภาพรวมของการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือความคลี่คลายที่ดีของสิทธิมนุษยชนทั้งสังคม ซึ่งไม่ได้หมายถึงภารกิจเฉพาะ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ส่วนที่ ๓ ก็คือที่ท่านได้กรุณาให้ความสนใจก็คือเปึนเรื่องของรายงาน เฉพาะเรื่อง ตอนนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีรายงานที่จัดพิมพ์ออกมาเปึน รูปเล่มจํานวนมาก โดยประมวลทุกกรณีที่มีการจัดทํารายงาน เช่น ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๕๐ ทุกกรณีที่มีรายงานฉบับเต็มสมบูรณ์ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีการจัดพิมพ์ทั้งหมดพร้อมที่ให้ใครก็ได้ ที่สามารถเอาไปศึกษาและเผยแพร่ได้นะคะ ดิฉันคิดว่าถ้าท่านสนใจ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ยินดีอย่างมากที่จะประมวล แต่ว่าค่อนข้างเยอะค่ะ เพราะว่า รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่พิมพ์ออกมาแล้วอาจจะประมาณ เกือบ ๑,๐๐๐ เรื่อง และแต่ละเรื่องบางเรื่องก็อาจจะหนามาก เพราะฉะนั้นถ้าท่านสนใจ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยินดีอย่างยิ่ง และบางส่วนเราก็ได้นําเผยแพร่ ในเว็บไซต์ หรือว่ามีการย่อยเปึนเอกสารต่าง ๆ นอกจากนี้ก็มีประเด็น อย่างเช่น ที่ดิน ที่มีหลายท่านพูดถึง หรือเรื่องรายงาน มีแรงงานสรุปบทเรียน ๖ ป้ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ดินและป์าเปึนกรณีพิเศษ หรือมีกรณีของ แรงงาน ของเรื่องผู้หญิง ของเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ ก็จะมีรายงานย่อย ๆ ของแต่ละประเด็น เพราะฉะนั้นเอกสารที่พยายามประมวลสถานการณ์การละเมิดสิทธิพร้อมข้อเสนอแนะ อย่างที่ท่านกรุณาแนะนําว่าทําไมจึงเสนอแต่เรื่อง พ.ร.บ. ป์าชุมชนแท้ที่จริงในรายงาน เฉพาะเรื่อง ในรายงานของเฉพาะประเด็นหรือในรายงานของทั้งป้หรือ ๖ ป้ จะมีข้อเสนอ เกี่ยวข้องกับกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลจํานวนมากซึ่งประมวลและวิเคราะห์ มาจากกรณีร้องเรียนของประชาชน ก็ขออนุญาตที่จะนําเสนอเพื่อท่านสมาชิกสนใจ ท่านกรุณาแจ้งไป แล้วทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะยินดีอย่างยิ่ง
ประเด็นที่ ๓ หน้าที่สําคัญที่พาดพิงกันไป ดิฉันขออนุญาตสรุปว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นแท้จริงเกิดจากการเคลื่อนไหวเรียกร้องของ ภาคประชาชนหลังจากขบวนการปฏิรูปการเมือง ป้ ๒๕๓๕ แล้วก็นํามา ซึ่งการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทําให้เกิดองค์กรคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปึนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีเจตนารมณ์ที่สําคัญว่าให้เปึนองค์กรอิสระ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนหรือกระทั่งหยิบยกเรื่องที่คิดว่ามีนัยสําคัญต่อ สถานการณ์ของสังคมขึ้นมาตรวจสอบแต่ไม่มีอํานาจสั่งการ ก็คือเมื่อตรวจสอบ ทําความจริงให้ปรากฏแล้ว ทํารายงานเสนอต่อหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ก็จะเปึนประเด็นที่ดิฉันจะได้เรียนสรุปในตอนท้ายว่า รายงานจํานวนมากของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งตรวจสอบมาแล้ว นําเสนอต่อหน่วยงาน มิใช่ เฉพาะทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แต่หมายถึง ทั้งกรมป์าไม้ กรมที่ดินหรือหน่วยงาน ต่าง ๆ เกือบจะทั่วทั้งหมดนี้นะคะ ก็ไม่ค่อยได้รับการแก้ไข เนื่องจากคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่มีอํานาจสั่งการ แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะมีการจัดประชุมเชิญหารือหน่วยงานต่าง ๆ หรือจังหวัด ต่าง ๆ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์เดือดร้อนของประชาชน แล้วในที่สุดมาตรา ๓๐ ของ พ.ร.บ. ก็บอกว่า ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อเสนอไปแล้ว ครบกําหนด ไม่ทําตามให้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี มีเรื่องราวไม่น้อยทีเดียวค่ะที่ได้เสนอต่อ นายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข อันนี้ก็เปึนประเด็นหนึ่งที่นํามาซึ่ง การสรุปเรื่องอุปสรรคและข้อจํากัดในเชิงของกลไกของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเอง แล้วกรณีของเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องเสนอต่อรัฐสภาตามมาตรา ๓๑ แต่ก็ต้องเรียนตรง ๆ ค่ะว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังเสนอเรื่องต่อรัฐสภาไม่มากนัก เนื่องจากทราบว่า รัฐสภาเองก็มีภารกิจจํานวนมาก จึงพยายามอย่างยิ่งที่จะปรึกษาหารือกับทางนายกรัฐมนตรี ให้พยายามมีกลไกในการช่วยเหลือแก้ไขเยียวยาเท่าที่ทําได้ ซึ่งในรัฐบาลก่อนหน้าชุดที่แล้ว ได้มีโอกาสได้ตั้งคณะกรรมการซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน แล้วนําเรื่องตรวจสอบ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งหมดเข้าไปพิจารณาว่าจะแก้ไขกันได้อย่างไร ซึ่งเปึนมาตรฐานที่ดีมาก แต่น่าเสียดายว่าเมื่อรัฐบาลชุดนั้นผ่านพ้นไป กลไกเหล่านี้ ยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้น ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพยายามจะนําเสนอซ้ําแล้ว ซ้ําอีกว่า ตราบใดก็ตามที่รัฐบาลไม่สร้างกลไกในการติดตามและแก้ไขเรื่องราวที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตรวจสอบมานับเปึนพันเรื่องมันก็แทบจะไม่ได้รับการแก้ไข เยียวยา อันนี้ก็เปึนเรื่องข้อจํากัดใหญ่หลวงที่เราก็เสนอทุก ๆ ครั้งของรายงานประจําป้
ส่วนที่ ๒ เมื่อนําเข้าสู่รัฐสภา ต้องขอขอบพระคุณอย่างมากต่อรายงาน ฉบับที่แล้ว คือเรื่องกรณีของคุณดลพรหรือคุณปรียนันท์ ซึ่งทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กรุณาช่วยอภิปราย แล้วท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวิชาญก็ได้ กรุณามานั่งรับฟังปัญหาตลอด ๔ ชั่วโมง แล้วนํามาซึ่งการเริ่มต้นในการแก้ไขเรื่อง ที่ตกค้างมายาวนานว่าให้แก้ไขความพิการของเด็ก อันนี้เปึนกรณีตัวอย่าง แต่เพิ่งมี ครั้งเดียวที่รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เข้ารัฐสภาได้มีโอกาสได้รับ การอภิปราย ตอนนี้นําเสนอมาที่สภาผู้แทนราษฎรแล้วอีก ๓ เรื่อง ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่มาก แล้วดิฉันขออนุญาตเรียนว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนกลไกองค์กรอิสระ แล้วเรื่องไหนที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐแก้ได้ เราจะไม่ต้องทํา พยายามไม่ทํา เพื่อให้ กลไกปกตินั้นทํา แต่เรื่องที่มาถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตอนนี้ประมาณ เกือบ ๕,๐๐๐ เรื่อง ส่วนใหญ่จะเปึนเรื่องที่ร้องเรียนผ่านหน่วยงานของรัฐหรือกลไกปกติ มาแล้วหลายป้ บางเรื่อง ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ เนื่องจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่มีอายุความ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติปฏิบัติตาม วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ และพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเปึนภาคี เพราะฉะนั้นเรื่องร้องเรียน แต่ละเรื่องจึงมีความสลับซับซ้อน แล้วเปึนเรื่องที่กลไกปกติไม่สามารถทําได้ อันนี้ก็ขอ อนุญาตนํากราบเรียนว่า รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่นําเสนอ ในครั้งนี้จึงเปึนเพียงรายงานย่อ ๆ เพราะว่าในรายงานฉบับจริงแต่ละเรื่องจะถูกปรากฏอยู่ ในรายงานอีกหลายลักษณะและหลายฉบับที่นําเสนอต่อสาธารณชนพร้อมที่จะเปึน บรรทัดฐาน หลายเรื่องก็ได้ถูกนําไปอ้างอิงที่ศาลท่านกรุณา ถือเปึนบรรทัดฐานในการ วินิจฉัยของศาล โดยที่ผู้ร้องเรียนนั้นมีโอกาสได้นําคดีไปสู่ศาล ไม่ว่าศาลยุติธรรม ศาลแรงงานหรือกระทั่งศาลปกครอง อันนี้ก็เปึนลักษณะที่ดิฉันขออนุญาตอธิบาย ภาพรวม
คราวนี้เรื่องที่ท่านได้พูดถึงกันมากหน่อย ดิฉันขอนําเสนอสั้น ๆ อย่างนี้ว่า กรณีเหตุการณ์ ๗ ตุลาคมนั้น เปึนกรณีซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในรายงานประจําป้ ๒๕๔๙ ได้ยกมาเรื่องหนึ่ง แท้ที่จริงแล้วในรายงานประจําป้เกือบทุกป้ จะมีเรื่องของเสรีภาพ การชุมนุมโดยสงบและการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้น แล้วคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองเมื่อดูจากมาตรฐานของรัฐธรรมนูญหรือ พันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน เราจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสําคัญต่อการปกปัองคุ้มครองสิทธิเสรีภาพการชุมนุม โดยสงบและปราศจากอาวุธ ในขณะเดียวกันก็จะต้องพยายามเสนอบรรทัดฐานของ การตีความ ก่อนจะมาถึงเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม มีรายงานฉบับของท่อก๊าซ ไทย – มาเลเซีย ซึ่งมีการใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม มีเรื่องราวของตากใบ กรือเซะ ขออนุญาตที่จะพาดพิงไปถึงกลุ่มเครือข่ายของ นปก. ที่ร้องเรียนมาถึงคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่ามีการสลายการชุมนุมโดยการใช้ความรุนแรงที่หน้าบ้าน สี่เสาเทเวศร์ รายงานฉบับนี้ได้เสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว แล้วก็สามารถที่จะนํามาอ้างอิงได้ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองได้ให้ความเปึนธรรมต่อทุกฝ์าย ในรายงานของ นปก. ที่มีการสลายการชุมนุมที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ดิฉันขออนุญาตเสนอสั้น ๆ ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ตรวจสอบอย่างละเอียดหนาประมาณเกือบ ๑๐๐ หน้าเพื่อให้ความเปึนธรรมต่อทุกฝ์าย แล้วก็มีข้อสรุปโดยย่อว่าการชุมนุมทาง การเมืองเปึนสิทธิเสรีภาพโดยสงบ แล้วก็เปึนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ขณะเดียวกัน การที่มีการใช้แก๊สน้ําตาและสเปรย์พริกไทยอยู่บ้างในการสลายการชุมนุม แล้วก็มีการบุก เข้าไปจับกุมแกนนําของ นปก. ในเหตุการณ์ที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์กลางคืนนั้น เปึนการกระทําที่เจ้าหน้าที่ตํารวจเองมีความบกพร่องต่อกระบวนการนี้ เพราะว่าผู้ชุมนุม ได้นั่งอย่างสงบบนถนนหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ การที่เจ้าหน้าที่ตํารวจใช้กําลังบุกขึ้นไป โดยคิดว่าจะจับกุมแกนนําในระหว่างที่มีการชุมนุม และขณะเดียวกันก็มีการใช้สเปรย์ พริกไทยและแก๊สน้ําตาบางส่วน เราก็ถือว่าเปึนการกระทําของเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ละเมิด ต่อหลักการในการสลายการชุมนุมที่ยังไม่ถูกต้อง แต่ขณะเดียวกันในรายงานฉบับนั้นก็ยัง ได้พูดถึงว่าการจัดเคลื่อนขบวนของทุกฝ์าย ไม่ว่าใครก็ตามจะต้องมีมาตรการ การตระเตรียมของตนเองที่จะดูแลมิให้เกิดความรุนแรง ก็เปึนข้อเสนอในสังคมภาพรวม ในรายงานฉบับนั้นว่าทุกฝ์ายจําเปึนจะต้องเคารพต่อความเห็นที่ต่าง ทุกฝ์ายจําเปึนต้อง เคารพต่อสิทธิเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบของฝ์ายอื่น ๆ คล้าย ๆ กับรายงานฉบับนี้ แต่ว่า รายงานของ นปก. นั้นเปึนรายงานที่ยาวมาก ในขณะเดียวกันรายงานที่มี การกระทบกระทั่งกันระหว่าง ๒ ฝ์ายก็ยังมีรายงานตามมาอีกในป้ ๒๕๕๐ ขออนุญาต พาดพิงไปถึง ก็คือรายงานที่มีกลุ่มของกลุ่มรักอุดรเองได้เข้าไปป่ดล้อมหรือว่า มีการกระทําที่ไม่เหมาะสมต่อการชุมนุมของพันธมิตร ของการจัดการประชุมที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ดิฉันจําเปึนต้องกล่าวถึงการชุมนุมหลายอย่างนี้เนื่องจากว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองแท้ที่จริงแล้วมีเรื่องมากมายที่เกี่ยวข้องกับ แรงงาน ที่ดิน ผู้ต้องขัง ผู้ลี้ภัยหรืออื่น ๆ แม้กระทั่งที่ดินและป์าไม้ของผู้คนมากมาย แต่เรื่องเสรีภาพทางการเมืองและการชุมนุนทางการเมืองก็มักจะเปึนประเด็นร้อน ๆ ของ สถานการณ์ แล้วถ้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ กําหนดไว้ว่าต้องสร้างบรรทัดฐานของสิทธิมนุษยชน ต้องช่วยกันทําให้อย่าตีกรอบ แค่กฎหมายเปึนหลัก แต่เราจะต้องยอมรับสิทธิต่าง ๆ เหล่านี้ ก็มีความจําเปึนอย่างยิ่ง จะต้องนําเสนอรายงานก็ขอย้อนไป เมื่อเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคมเกิดขึ้น คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหลังจากที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมคนเจ็บที่ แขนขาดและขาขาดในสถานการณ์ร้อน ๆ ตอนนั้นด้วยความเปึนห่วง เพราะว่าแท้จริงแล้ว มิได้หมายถึงว่าไปเยี่ยมใคร แต่หมายถึงเยี่ยมประชาชนที่กําลังได้รับการบาดเจ็บแล้วก็ ได้รับผลกระทบที่หนักหน่วงในช่วงเช้าของวันที่ ๗ ตุลาคม เราเองก็ได้ไปเยี่ยมตํารวจด้วย ที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงเช้าวันนั้น เพียงแต่ว่ายังไม่มีโอกาสได้เยี่ยม เพราะว่าอยู่ในห้อง ไอซียู (ICU) ในช่วงเวลานั้น เปึนที่น่าเสียใจว่าเมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กลับมาจากเหตุการณ์ที่เราเองก็ประหวั่นพรั่นพรึงมากว่าทําไมการใช้แก๊สน้ําตาตามที่ ตํารวจพูดถึงการสลายการชุมนุมจึงนํามาซึ่งบรรยากาศที่น่ากลัว แขนขาด ขาขาดเกิดขึ้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตอนเย็นวันนั้นได้รับทราบข่าวว่ามีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น หลายร้อยคนจากกรณีของสื่อมวลชน จึงมีมติให้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาตรวจสอบว่า การสลายการชุมนุมหรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นวันนั้นเปึนอย่างไร นี่เปึนที่มาของการ ตรวจสอบหลังจากวันที่ ๗ แล้วก็มีการมาแถลงในเบื้องต้นของคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ วันที่ ๑๓ นอกจากนั้นยังมีการร้องเรียนที่น่าสลดใจของกรณีของ ดิฉันขออภัย จําชื่อจริงท่านไม่ได้ ศิลป่นภาพวาดที่เคยไปรณรงค์ร่วมกับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และกลุ่มศิลป่นได้เดินทางมาจํานวนมาก หลังจากที่มีข่าวว่าตํารวจมีการแถลงว่าแขนของ เขาขาด เพราะว่าเขาถือระเบิดอยู่ในมือ ขณะเดียวกันก็มีการแถลงว่าคุณอังคณา เพราะมีระเบิดอยู่ จึงทําให้ได้รับการกระทบจนเสียชีวิต ก็เปึนที่มาของการที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่าความรุนแรงของการสลายการชุมนุมไม่เคย ปรากฏในประวัติศาสตร์ที่เราจะใช้แก๊สน้ําตา แล้วนํามาซึ่งความสูญเสีย อันนี้คือที่มาที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจําเปึนต้องหยิบยก แล้วเมื่อตรวจสอบผ่านตรงนั้น ไปแล้ว มีการร้องเรียนของคุณตี๋และครอบครัวที่น่าสลดใจ เพราะว่ามันได้ลามไป จนกระทั่งถึงสิทธิเสรีภาพในด้านอื่น เช่น สิทธิในเกียรติยศชื่อเสียงของคนที่ถูกกล่าวหา จากทางเจ้าหน้าที่ แล้วมีการแถลงข่าวอย่างใหญ่โต เมื่อตรวจสอบ จึงจําเปึนต้อง ตรวจสอบด้านนี้เปึนด้านหลักก่อน แท้ที่จริงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังไม่ได้ มีรายงานฉบับเต็มของเหตุการณ์ ๗ ตุลาคม คงจะได้จัดทําเปึนระยะ ๆ ต่อไป อย่างเช่น วันนี้คุณสุรสีห์เองก็กําลังสอบถามเยี่ยมเยียนตํารวจที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล ตํารวจ เพราะนี่เปึนโปรแกรม (Program) ที่ได้นัดหมายเอาไว้ล่วงหน้า จึงไม่สามารถที่จะ ได้มาชี้แจง แต่ว่าอาจจะพยายามมาตอนท้าย ถ้ามาทัน เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ ๗ ตุลาคม เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าประเด็นที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จําเปึนต้องมีการแถลงในเบื้องต้นด้วยความเจ็บปวด เพราะเราไม่ต้องการเห็นการสูญเสีย ของฝ์ายใดทั้งสิ้น จําเปึนต้องชี้ชัดลงไปว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคือองค์กร อิสระ เมื่อกลไกปกติเกิดปัญหา ถ้าเราไม่ชี้แจงบนบรรทัดฐานของสิทธิมนุษยชน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นจะบอกว่ามันไม่ใช่ความรุนแรง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติก็คงจะต้องถูกวิจารณ์อย่างหนักเช่นกันว่าอะไรมันเกิดขึ้น แต่เราไม่ได้ต้องการ ประณาม วิจารณ์ตํารวจ ท่าน ส.ส. บุญจง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านใช้คําที่ดีมากในตอน เริ่มต้นการอภิปราย ท่านบอกว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องเที่ยงธรรม คํานี้ ถูกต้องมาก แล้วก็เปึนธรรมหลักการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า ความเที่ยงธรรมของเราคือทําความจริงให้ปรากฏอย่างสมบูรณ์ ๒. ก็คือสร้างบรรทัดฐาน และมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของรัฐ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมันได้เกิดมาจากฝ์ายรัฐ เปึนด้านหลัก ทําไมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจําเปึนต้องแถลงอย่างนั้น เพราะว่าเหตุการณ์รูปธรรมมันเกิดขึ้นชัดเจนว่า กระบวนการในการสลายการชุมนุมนั้น โดยหลักการแล้วไม่ควรจะดําเนินการอย่างนั้น แล้ววันที่เรามีการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว แล้วรีบแถลงก็เพื่อปัองปรามว่าอย่าให้เกิดความรุนแรงอย่างนั้น อย่างน้อยที่สุด ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะเห็นได้ชัดว่านํามาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเวลาที่รวดเร็วมาก เช่น ทางท่านเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ได้เริ่มยอมรับว่ามันอาจจะมีปัญหาของการใช้แก๊สน้ําตา เมื่อนํามาซึ่งการทดสอบแก๊สน้ําตาและอื่น ๆ เราไปพบจํานวนมาก ต้องขอเรียนว่า ในรายงานเบื้องต้นที่ท่านได้อ่านนั้นอาจจะไม่มีข้อรายละเอียดทั้งหมด แต่แท้ที่จริง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สอบพยานบุคคลจํานวนมาก ทั้งหมอ ทั้งคนเจ็บ ทั้งตํารวจบางส่วน แล้วก็ทั้งสื่อมวลชนจํานวนมาก รวมทั้งดูภาพประกอบ ก็พยายาม ทํางานกันอย่างหนักเพื่อปัองปรามว่าขอความกรุณาอย่าให้เกิดความรุนแรงอย่างนี้ แล้วท่าทีของการแถลงของทางรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ก็ต้องยอมรับว่าได้เปลี่ยนท่าทีไป ระดับหนึ่ง ซึ่งเราเองด้วยความยินดีว่าการปัองปรามเหล่านี้น่าจะเปึนประโยชน์ต่อสังคม ท่านจะสังเกตเห็นได้ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติใช้คําว่า มีการสั่งการ โดยรัฐบาล เพราะแท้ที่จริงแล้ว ด้วยความเคารพต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจรายบุคคลที่ยืนอยู่ หน้ารัฐสภา เมื่อเวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๗ ดิฉันเชื่อว่าท่านเองก็จะเห็นด้วย ความเปึนธรรมว่า เราคงไม่สามารถจะสรุปได้ว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจ นาย ก นาย ข เปึนผู้ผิด เพราะว่าแท้ที่จริงแล้วมันสืบเนื่องมาจากกระบวนการที่ท่านใช้คําว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังไม่ได้ตรวจสอบความเปึนมาโดยสมบูรณ์ อันนี้ ก็ขออนุญาตที่จะนําเรียนอย่างสั้น ๆ ว่า รายงานยังไม่สมบูรณ์ รายงานนี้เพื่อปัองปราม และเตือนสติต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็ทําให้เกิดการตรวจสอบต่อไป และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองก็ยังตรวจสอบต่อไป วันนี้เร่งหาข้อเท็จจริงของ ทุกฝ์าย ข้อเรียกร้องของอาจารย์และนักวิชาการ รวมทั้งประชาชน ๒๐๐ กว่าคน ที่ไปยื่น ข้อเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็เปึนเรื่องที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองก็ตระหนักแล้วก็คิดว่าเราเองก็ให้ความสําคัญ อย่างยิ่งเช่นกัน เช่น ในกรณีที่เรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่าตํารวจได้รับบาดเจ็บ อย่างที่ ดิฉันเรียนไว้แล้วว่าเราตรวจสอบการใช้อํานาจของรัฐเปึนด้านหลัก เพราะฉะนั้น ในสถานการณ์เร่งด่วน จึงเร่งตรวจสอบความรุนแรงที่เกิดขึ้นซึ่งเปึนผลมาจากภาครัฐ แต่ในกรณีที่ตํารวจได้รับบาดเจ็บจากการใช้ความรุนแรงของทางอื่น เราเองก็จะตรวจสอบ ควบคู่ไปด้วย แต่อยากจะขอเรียนเปึนข้อสังเกตว่า แท้ที่จริงแล้วกลไกของรัฐโดยปกติสามารถ ดําเนินการได้ เช่น ท่านจะเห็นว่าเริ่มออกหมายจับคนที่มาชนตํารวจบ้าง คนที่มีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคงจะมีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการเจ็บหรือได้รับผลกระทบจากของตํารวจหรือประชาชนกลุ่มอื่น ๆ แต่ก็ อยากจะเรียนว่าในรายงานย่อมต้องให้น้ําหนักของการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือความ รุนแรงที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าทางภาครัฐหรือกลไกปกติของรัฐบาลสามารถตรวจสอบ หรือจับกุม หรือเอาผิดต่อคนที่ทําร้ายตํารวจรายกรณีได้ แต่ว่าเราก็จะติดตามด้วยไม่ใช่ว่า ปล่อยไปเรื่อย ๆ ก็ขออนุญาตว่ามีคําถามจํานวนมากซึ่งดิฉันเองอาจจะตอบไม่ได้หมด แต่ว่าเรียนว่ารายงานวันที่ ๗ ตุลาคม ยังไม่จบ รายงานวันที่ ๗ ตุลาคม ยังอยู่ใน กระบวนการ เราเร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ท่าทีของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเปึนอย่างไรต่อไปตามภารกิจของเราก็คือ ตรวจสอบทําความจริงให้ปรากฏอย่างเที่ยงธรรม ในขณะเดียวกันต้องเสนอด้วยว่า นโยบายของรัฐพึงกระทําอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราต้องสร้างบรรทัดฐาน การชุมนุมโดยสงบไม่ว่าใครก็ตาม แล้วมันก็จะมีมุมหนึ่งของมันที่สืบเนื่องมาจาก เหตุการณ์รายงานประจําป้ ๒๕๔๙ ที่ท่านกรุณาพูดถึงว่าเราจะต้องปัองปรามไม่ให้ใคร ก็ตามที่ความเห็นต่างแล้วไปใช้ความรุนแรงต่ออีกฝ์ายหนึ่ง อันนี้ก็น่าจะเปึนภารกิจของ ทุกฝ์ายร่วมกัน เพราะฉะนั้นเรื่องของกฎหมายก็คือ ขออนุญาตพูดสุดท้ายนี้ว่าขอฝาก ความหวังไว้กับสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ เนื่องจากจะมีรายงานอีก ๓ เรื่องรอจ่อคิว ท่านประธานช่วยนําเสนอบรรจุเข้าวาระ เปึน ๓ เรื่องเล็ก ๆ ของคนตัวเล็กตัวน้อยแต่เปึน คนกลุ่มใหญ่มาก แล้วรอการเยียวยาจากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาไม่ต่ํากว่า ๗ ป้ หรือ ๑๐ ป้ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็พยายามทุกวิถีทางแล้วจนถึง นายกรัฐมนตรีมีการเจรจาหลายครั้งไม่สามารถจะบรรลุได้ จึงขอบรรจุเข้าวาระของ รัฐสภาซึ่งก็คงเร็ว ๆ นี้จะมี ๓ เรื่อง ซึ่งทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคงจะมา รบกวนสภาอีกครั้งหนึ่ง สุดท้ายก็คือว่าที่ท่านบอกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ให้อํานาจต่อ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปึนเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาเราเจอ กฎหมายมากมายที่ไม่เปึนธรรม ขณะนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ใช้อํานาจ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไป ๒ เรื่อง
เรื่องแรก คือเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติ ๒๕๐๔ โดยเฉพาะมาตรา ๖ ก็คือประกาศอุทยานตามใจชอบแล้วก็ไป ทับซ้อนพื้นที่ของประชาชนโดยไม่มีการมีส่วนร่วม เรื่องร้องเรียนเฉพาะเรื่องกฎหมาย อุทยานนี้เข้ามาที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนร้อยเรื่อง เกี่ยวพันกับผู้คน ทั่วประเทศหลายจังหวัด เพราะฉะนั้นเมื่อเราเสนอรายงานต่อนายกรัฐมนตรีมา จํานวนมากแล้วไม่ได้แก้ จึงมีความจําเปึนต้องใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า พ.ร.บ. อุทยานมาตรานั้นมีปัญหาแน่นอนในการ ประกาศ แล้วก็ขอเรียนฝากท่านไว้ว่าขณะนี้ทางรัฐบาลเองก็กําลังเสนอประกาศอุทยาน ใหม่ ๓๘ แห่ง ถ้าไม่ได้แก้ไขแต่เนิ่น ๆ ก็อาจจะเกิดปัญหา
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องที่ท่านสมเกียรติเปึนห่วง วันนี้กฎหมายลูกจ้างเอกชน ซึ่งออกมายุคสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลิดรอนสิทธิของลูกจ้างเอกชนหลายหมื่นคน อย่างไม่เปึนธรรม และไม่สามารถแก้ไขเยียวยาใด ๆ ได้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน ขอให้วินิจฉัยว่า พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน มาตรา บางมาตรานั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพื่อหวังว่าจะได้เยียวยาเปึนเชิงรุกต่อผู้คนมากมาย ขอขอบพระคุณท่านประธานค่ะ