รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันจันทร์ที่ ๑ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงาน การประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่
๕.๑ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น (ASEAN – Japan Comprehensive Economic Partnership – AJCEP) ซึ่ง (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ท่านรัฐมนตรียังไม่มาสักคนเลย เชิญท่านรัฐมนตรีไชยาครับ
ท่านประธาน รัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ ขอขอบคุณทุกท่านและสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้โอกาสรัฐบาลนําเสนอ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น หรืออาเซียน - เจแปน คอมพรีเฮนซีฟ อีโคโนมิค พาร์ทเนอร์ชิพ (ASEAN – Japan Comprehensive Economic Partnership) หรือเรียกว่าเอเจเซป (AJCEP) กระผมได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้นํามาชี้แจง เพื่อนําเสนอร่างความตกลงหุ้นส่วน เศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์น ต่อที่ประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ไทยเข้าร่วมเปึนภาคีของ ความตกลงเอเจเซป เหตุผลในการนําเสนอต่อรัฐสภาและประเด็นพิจารณา ความตกลงนี้ เปึนความตกลงที่อาเซียนและญี่ปุ์นได้ดําเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๗ และ สรุปผลการเจรจาทําความตกลงเสร็จสิ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ โดยไทยได้ลงนาม เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๑ ซึ่งขณะนี้ญี่ปุ์นและสิงคโปร์ได้ดําเนินการกระบวนการ ภายในเสร็จสิ้นแล้ว และคาดว่าทั้ง ๒ ประเทศจะสามารถให้สัตยาบันภายในเดือน สิงหาคมนี้ ซึ่งจะมีผลให้ความตกลงมีผลใช้บังคับกับ ๒ ประเทศดังกล่าวในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ โดยที่ไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ กําลังอยู่ระหว่างการ ดําเนินการกระบวนการภายใน เพื่อให้ความตกลงมีผลใช้บังคับได้ รัฐบาลพิจารณาแล้ว เห็นว่าความตกลงดังกล่าวอยู่ในขอบข่ายที่ระบุไว้ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งก่อนการแสดงเจตนา ได้มีผลผูกพันต่อประเทศหรือการให้สัตยาบันจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ประกอบกับรัฐบาลเล็งเห็นประโยชน์ที่จะได้รับเพิ่มเติมจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไทย - ญี่ปุ์น หรือเจเทปา (JTEPA) รวมทั้งเห็นว่าประโยชน์ของความตกลงอาจจะลด น้อยลงไป โดยเฉพาะเมื่อความตกลงมีผลใช้บังคับ ญี่ปุ์นและอาเซียนอื่น ๆ จึงมีความ จําเปึนเร่งด่วนที่จะนําเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความ เห็นชอบ ก่อนที่จะแจ้งประเทศสมาชิกอื่น ๆ ว่าไทยพร้อมที่จะผูกพันให้ความตกลงมีผล ใช้บังคับต่อไทย เหตุผลที่ต้องเข้าร่วม กระผมใคร่ขอเรียนถึงเหตุผลความจําเปึนที่จะต้อง เข้าความตกลงดังนี้ ในระยะที่ผ่านมานับจากอาเซียนได้ถูกก่อตั้งเมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๑๐ อาเซียนได้มุ่งมั่นที่จะสร้างประชาคมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่ครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง อาเซียนยังมุ่งเน้นที่จะปรับตัวให้ทันกระแสการค้าในยุคโลกาภิวัตน์ โดยจะเห็นได้จากวิสัยทัศน์ อาเซม เอเชีย วิชั่น (ASEM Asia Vision) ๒๐๒๐ ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่จะผลักดันให้อาเซียนมีบทบาทสําคัญในเวทีระหว่างประเทศ โดยเสริมสร้าง ความสัมพันธ์ให้แน่นแฟันกับประเทศคู่ค้า และต่อมาไทยได้ร่วมกับสมาชิกอาเซียนอื่น ลงนามในกฎบัตรอาเซียน และปฏิญาณว่าแผนการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สําคัญประการหนึ่งคือ ส่งเสริมให้ อาเซียนบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก โดยเจรจาจัดทําความตกลงการค้าเสรีกับประเทศ นอกกลุ่ม ซึ่งอาเซียนได้ดําเนินการมาตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๔ ก่อนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จะมีผลใช้บังคับ โดยปัจจุบันอาเซียนได้มีความตกลงการค้าเสรีระหว่างการเจรจาจัดทํา ความตกลงการค้าเสรีจํานวน ๖ ฉบับ กับประเทศคู่ค้าที่สําคัญต่าง ๆ คือจีน อินเดีย ญี่ปุ์น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป ไทยในฐานะที่เปึนสมาชิกของ อาเซียนและเปึนประเทศผู้ริเริ่มก่อตั้งอาเซียนได้เข้าร่วมเจรจาความตกลงการค้าเสรี ระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจามาโดยตลอด เพราะเล็งเห็นโอกาสในการขยายการค้า และการลงทุน รวมทั้งประโยชน์ เศรษฐกิจ และการค้าอื่น ๆ ที่จะได้รับการเจรจาต่อรองใน ฐานะกลุ่มอาเซียน การจัดทําความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์น เปึนสิ่งที่อาเซียนและญี่ปุ์นได้พิจาณาแล้วเห็นพ้องร่วมกันว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ ทางเศรษฐกิจร่วมกันและเพิ่มการขยายตัวของการค้าและการลงทุนระหว่างกันต่อไป ญี่ปุ์นเปึนคู่ค้าและผู้ลงทุนที่สําคัญของอาเซียนและไทย ดังที่ทราบกันว่าญี่ปุ์น เปึนประเทศมหาอํานาจที่มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคเอเชีย เปึนคู่ค้า ที่สําคัญอันดับหนึ่งของอาเซียนและของไทย โดยเปึนตลาดส่งออกที่สําคัญอันดับที่ ๓ ของอาเซียน รองจากสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปเปึนแหล่งนําเข้าลําดับที่ ๑ ของอาเซียน การค้าระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์นในป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีมูลค่าสูงถึง ๑๗๓,๘๘๘ ล้านเหรียญสหรัฐ ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ถึง ๒๕๕๐ การค้าระหว่างอาเซียนและ ญี่ปุ์นขยายตัวเปึนอัตราเติบโตเฉลี่ย ๑๑ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ ในส่วนของการค้าไทย - ญี่ปุ์น เปึนคู่ค้าที่สําคัญที่หนึ่งของไทย โดยญี่ปุ์นเปึนตลาดส่งออกที่สําคัญอันดับ ๒ ของไทย รองจากสหรัฐอเมริกา และเปึนแหล่งนําเข้าที่สําคัญลําดับที่ ๑ ของไทย การค้าระหว่างไทยและญี่ปุ์น ในป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีมูลค่ารวม ๔๖,๕๑๙ ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเปึนสัดส่วน ๑๖ เปอร์เซ็นต์ของการค้าทั้งหมดของไทยกับโลก ญี่ปุ์นเปึนผู้ลงทุนที่สําคัญอันดับที่ ๒ ของอาเซียนรองจากสหภาพยุโรป โดยในป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ถึง ๒๕๕๐ ญี่ปุ์นลงทุน ในอาเซียนเฉลี่ยป้ละ ๖,๑๖๓ ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเปึน ๑๘ เปอร์เซ็นต์ของการลงทุน ทั้งหมดในอาเซียน และในป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ มูลค่าการก่อสร้างของญี่ปุ์น ในอาเซียนคิดเปึน สัดส่วน ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของการลงทุนโดยตรงนอกประเทศทั้งหมดของญี่ปุ์น ญี่ปุ์นเปึนประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด โดยลงทุนเฉลี่ยป้ละ ๑,๖๓๒ ล้านเหรียญสหรัฐ ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ ถึงป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ในป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ นี้ มูลค่าการลงทุนของญี่ปุ์นในไทยคิดเปึนสัดส่วน ๔ เปอร์เซ็นต์ของการลงทุนโดยตรง นอกประเทศทั้งหมดของญี่ปุ์น นอกจากนี้อาเซียนยังเปึนฐานการผลิตและส่งออกที่สําคัญ ของญี่ปุ์นไปยังประเทศอื่นทั่วโลก อาเซียนเปึนกลุ่มประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยทรัพยากร แต่ไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในขณะที่ญี่ปุ์นเปึนประเทศที่มีความก้าวหน้า ทางด้านเทคโนโลยี แต่ไม่มีทรัพยากรทางธรรมชาติ อาเซียนและญี่ปุ์นจึงมีความสัมพันธ์ แบบพึ่งพาและต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น จึงเปึนกลไกที่ช่วยส่งเสริมให้เครือข่ายการผลิตอาเซียน - ญี่ปุ์นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ความเปึนมาและการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ กระผมขอเรียนสรุปลําดับความเปึนมา ของความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น และการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังนี้ เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๓ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและญี่ปุ์นมีมติ ให้ศึกษาการรวมกลุ่มเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์น โดยเล็งเห็นว่าการกระชับ เสริมสร้างและขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกัน มีความสําคัญอย่างยิ่ง ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทั้ง ๒ ฝ์าย ซึ่งผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการจัดทํา ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น จะก่อให้เกิดการขยายตัวทางด้านการค้า การเติบโตทางเศรษฐกิจทั้ง ๒ ฝ์าย การจ้างงานและการก่อให้เกิดความมั่นคง ทางเศรษฐกิจและภูมิภาค ซึ่งเปึนผลมาจากการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ โดยจะส่งผลให้ การส่งออกของอาเซียนและญี่ปุ์นขยายตัว ๔๔ เปอร์เซ็นต์ และ ๒๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียนและญี่ปุ์น การขยายตัวเพิ่มขึ้น ๑.๙๙ เปอร์เซ็นต์ และ ๐.๐๗ เปอร์เซ็นต์ตามลําดับ เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ผู้นําอาเซียนและญี่ปุ์นได้ประกาศเจตนารมณ์ในการจัดทําความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ อาเซียน - ญี่ปุ์น และต่อมาในป้ พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ลงนามในกรอบการเจรจา ซึ่งได้ระบุถึง แนวทางการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น โดยนําผลการเจรจา แบบทวิภาคีกับประเทศสมาชิกอาเซียนประกอบการจัดทําความตกลงในระดับภูมิภาค ต่อไป การเจรจาทําความตกลงเริ่มขึ้นเปึนทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยมีการเจรจารวมทั้งสิ้น ๑๑ รอบ โดยสามารถสรุปผลการเจรจาได้ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มีผลใช้บังคับในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนช่วงระหว่างการเจรจาครั้งที่ ๙ และครั้งที่ ๑๐ ซึ่งตามมาตรา ๓๐๕ (๕) ของรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ว่า การใดที่ได้ทําไปแล้วก่อนรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับ ให้เปึนอันใช้ได้ หลังจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีผลใช้บังคับ กระทรวงพาณิชย์ ได้ดําเนินการในส่วนที่เหลือของการจัดทําความตกลงให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ โดยได้เผยแพร่สาระสําคัญของความตกลงผ่านทางสื่อ ทางวิทยุ ทางหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และการจัดสัมมนาเพื่อให้ประชาชนผู้สนใจรับทราบความคืบหน้าของกรอบ การเจรจามาโดยตลอด และได้เสนอร่างความตกลงให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ ให้ลงนามความตกลง ซึ่งการลงนามยังไม่มีข้อผูกพันต่อไทย เนื่องจากข้อ ๗๙ ของ ความตกลงระบุไว้ว่า ความตกลงจะมีผลใช้บังคับเสมือนประเทศภาคีให้สัตยาบัน หลังจากการลงนามแล้วกระทรวงพาณิชย์ได้เป่ดเผยเนื้อหาทั้งหมดของความตกลง ผ่านทางเว็บไซต์ (Web site) ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และได้มีการสัมมนาเผยแพร่ความตกลงเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ การจัดเวที ประชาชนเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ พร้อมทั้งได้เข้าชี้แจงข้อมูลรายละเอียดของความตกลงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ได้แก่ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม คณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน เปึนต้น โดยเปึนการดําเนินการตามวรรค ๔ ของมาตรา ๑๙๐ ซึ่งระบุว่าหลังจากที่มี การลงนามความตกลงและก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีการผูกพันจะต้องให้ประชาชน สามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญา กระทรวงพาณิชย์ได้นําร่างความตกลง เสนอต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้งเพื่อขอความเห็นชอบให้เสนอร่างตามความตกลงเข้าสู่ การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อให้ความเห็นชอบในการให้สัตยาบันตามที่ระบุในวรรคสอง ตามมาตรา ๑๙๐ โดยเมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร วิป (Whip) รัฐบาลพิจารณา ซึ่งล่าสุดเมื่อ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ คณะกรรมการดังกล่าวมีมติเห็นชอบให้เสนอร่างความตกลง ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา สรุปสาระสําคัญของความตกลงหุ้นส่วนทาง เศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์น ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์น เปึนความตกลง เขตการค้าเสรีในระดับภูมิภาคประกอบด้วยประเทศสมาชิกรวม ๑๑ ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน กัมพูชา พม่า อินโดนีเซีย ฟ่ลิปป่นส์ ลาว มาเลเซียและญี่ปุ์น โดยมีเปัาหมายที่จะส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิกมากยิ่งขึ้น โดยที่ก่อน การจัดทําความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น ประเทศไทยและอาเซียนอื่น ยกเว้นลาว พม่าและกัมพูชา ล้วนแล้วแต่มีความตกลงเขตการค้าเสรีในระดับทวิภาคีกับ ญี่ปุ์น เปัาหมายหลักของการเจรจาจัดทําความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น ของประเทศสมาชิกอาเซียนจึงมุ่งเน้นที่จะให้ความตกลงนี้มีประโยชน์เพิ่มเติมมากขึ้นจาก ความตกลงทวิภาคี จึงได้ร่วมกันผลักดันจนท้ายที่สุดได้รับการลดภาษีเพิ่มเติมจากญี่ปุ์น และมีความยืดหยุ่นในเรื่องของกฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า ความตกลงครอบคลุมการค้า สินค้าเปึนหลักส่วนการค้าบริการและการลงทุนนั้นปัจจุบันยังไม่มีข้อผูกพันทางการเป่ดเสรี แต่อย่างใด มีเพียงการตกลงให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือด้านการเป่ด ตลาดการค้า บริการ และลงทุนภายใน ๑ ป้หลังจากที่มีความตกลงมีผลใช้บังคับความ ตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น มีสาระครอบคลุมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์นแบบรอบด้าน ประกอบด้วย ๑๐ บท โดยมีสาระสําคัญได้แก่ การลดภาษีญี่ปุ์นสินค้า ๙๖.๗ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการนําเข้าจากอาเซียนทั้งหมด จะถูก นํามาลดยกเลิกภาษีนําเข้าใน ๑๐ ป้ ได้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และยกเลิกภาษีทันทีที่มีความ ตกลงมีผลใช้บังคับ ไทย มาเลเซีย บรูไน ฟ่ลิปป่นส์ อินโดนีเซีย สินค้า ๙๓.๘ เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าการนําเข้าของแต่ละประเทศจากญี่ปุ์นจะถูกนํามาลดยกเลิกภาษีภายใน ๑๐ ป้ หลังจากความตกลงมีผลใช้บังคับ สิงคโปร์จะยกเลิกภาษีนําเข้าทั้งหมดหลังจากความ ตกลงมีผลใช้บังคับ เวียดนาม กัมพูชา ลาวและพม่า ได้รับความยืดหยุ่นสําหรับระยะเวลา การลดยกเลิกภาษีนานกว่าเปึน ๑๗ ถึง ๑๘ ป้ กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า กฎว่าด้วยถิ่น สินค้าภายใต้การตกลงนี้เป่ดโอกาสให้สามารถนําวัตถุดิบจากอาเซียนและญี่ปุ์นมาใช้ ในการผลิต จึงช่วยให้การได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีทําให้ง่ายขึ้นพร้อมทั้งกําหนดให้สินค้า บางกลุ่มที่ใช้วัตถุดิบนอกภูมิภาคไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทาง ภาษีและมีการรายงานสินค้าที่ยืดหยุ่นกว่าในเจเทปามาตรฐานการปกปัองสามารถใช้ มาตรการการปกปัองโดยการระงับการลดภาษีนําเข้าหรือการขึ้นภาษีนําเข้าเพื่อการ ปัองกันหรือเยียวยาความเสียหายอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมภายในของประเทศภาคี อันเนื่องมาจากการลดภาษีภายใต้ความตกลง มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ระบุให้มีการจัดตั้งอนุกรรมการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ที่เกี่ยวข้องและอํานวยความสะดวก ความร่วมมือในด้านนี้มาตรฐานกฎระเบียบทาง เทคนิค ตรวจสอบและการรับรอง ความตกลงนี้ระบุให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค การตรวจสอบและรับรองเพื่อประสานงานความร่วมมือและดําเนินการตามแผนงาน ที่จัดทําขึ้น เพื่อการอํานวยความสะดวกการยอมรับผลการตรวจสอบและรับรอง การระงับ ข้อพิพาท กําหนดให้มีกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศภาคี สําหรับกรณีนี้เกี่ยวกับ การตีความหรือการใช้ความตกลง เมื่อเห็นว่าผลประโยชน์ถูกละเมิดหรือทําให้เสียหาย อันเปึนผลมาจากการผิดพลาดในการปฏิบัติตามพันธกรณีในการตกลงของประเทศอื่น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้ความตกลงนี้ครอบคลุมสาขาต่าง ๆ เช่น พิธีการ ที่เกี่ยวกับการค้า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม พลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เกษตรกรรม การประมง การป์าไม้ เปึนต้น โดยจะมีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและ พิจารณาจัดทําแผนงานความร่วมมือต่อไป ผลประโยชน์และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ความตกลงนี้จะก่อให้เกิดเครือข่ายการผลิตขนาดใหญ่ ครอบคลุมเขตการค้าเสรีที่มีมูลค่า การค้าระหว่างกันสูงถึง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ผลของความตกลงจะก่อให้เกิด ประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ์าย ทั้งในด้านการค้าและการลงทุน โดยจะเปึนการลดต้นทุนการผลิต ให้สินค้าที่ผลิตในอาเซียน ส่งเสริมให้อาเซียนเปึนฐานการผลิตเพื่อการส่งออกสินค้าที่มี ความสําคัญและแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟัา อิเล็กทรอนิกส์ เปึนต้น และเปึนการดึงดูดการลงทุนของญี่ปุ์น ทําให้ อาเซียนแข่งขันกับประเทศขนาดใหญ่ที่มีประชากรและทรัพยากรจํานวนมากอย่างจีนและ อินเดียได้ ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น การเป่ดตลาดหรือ การลดภาษีสินค้าจากญี่ปุ์นและไทยมีความคล้ายคลึงกับการตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ไทย – ญี่ปุ์น เจเทปา ที่มีผลใช้บังคับแล้วในปัจจุบัน โดยไทยไม่ได้เป่ดตลาดสินค้าเร็วไป กว่าการเป่ดตลาดภายในเจเทปา ในขณะที่ญี่ปุ์นลดภาษีสินค้า จากรายงานการให้ความ ตกลงอาเซียน – ญี่ปุ์น ดีกว่าความตกลงไทย – ญี่ปุ์น เช่น สินค้าปลาหมึกปรุงแต่ง ผงโกโก้ เวเฟอร์ พิซซาแช่แข็ง เพสทรี และขนมจําพวกเบเกอรี่อื่นๆ ทั้งนี้ประโยชน์ ทางด้านภาษีที่ได้รับเพิ่มเติมจากความตกลงอาเซียน – ญี่ปุ์น เมื่อเทียบกับความตกลง ไทย – ญี่ปุ์น ได้แก่การเป่ดตลาดสินค้าเพิ่มขึ้น เร็วขึ้น ๗๐ รายการ คิดเปึนมูลค่า ๕๑ ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งยังมีประโยชน์เพิ่มเติมที่สําคัญคือ กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิด สินค้าที่ยืดหยุ่น ซึ่งทําให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้การตกลงของ อาเซียน – ญี่ปุ์น ได้มากขึ้นและง่ายขึ้นต่อความตกลงเจเทปา โดยวัตถุดิบในอาเซียนและ ญี่ปุ์นจะถือเปึนวัตถุดิบร่วมกันนํามาใช้ในการผลิตเพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ภาษีได้ นอกจากนี้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์น ยังเปึนพื้นฐานที่จะนําไปสู่ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับใหญ่ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น อาเซม บวก ๓ ซึ่งรวมอาเซียน ๑๐ ประเทศ กับ จีน ญี่ปุ์น เกาหลี หรือ อาเซม บวก ๖ อาเซม ๑๐ ประเทศ กับ จีน ญี่ปุ์น เกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย
ทั้งนี้ จากการศึกษาของสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ชี้ให้เห็นถึง ประโยชน์และผลกระทบจากการจัดทํา และไม่จัดทําตามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ อาเซียน – ญี่ปุ์น ในด้านต่าง ๆ ดังนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การจัดทําความตกลงจะช่วยกระชับ ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟันระหว่างไทยและญี่ปุ์น และแสดงความมุ่งมั่นทางการเมือง ระหว่างประเทศในการมุ่งสู่ความเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หากไม่จัดทํา ความตกลง ไทยจะสูญเสียโอกาสในความร่วมมือด้านต่าง ๆ ภายใต้ความตกลง และอาจ เสียเปรียบประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นในด้านข้อมูลยุทธศาสตร์ การเป่ดตลาดสินค้า การจัดทําความตกลงจะทําให้สามารถสะสมถิ่นกําเนิดสินค้าภายในอาเซียนได้ มีการ ผ่อนคลายถิ่นกําเนิดสินค้ามากกว่าเจเทปา บางกลุ่มสินค้ายังได้รับประโยชน์จากภาษี เพิ่มเติมจากเจเทปาเนื่องจากญี่ปุ์นเป่ดตลาดสินค้าเพิ่มขึ้น เร็วขึ้น หากไม่จัดทํา ความตกลงจะทําให้ไทยสูญเสียความสําคัญในฐานะที่เปึนเครือข่ายการผลิตของญี่ปุ์น ในอาเซียน ซึ่งอาจจะส่งผลประทบต่อการลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ์น ผลกระทบเศรษฐกิจภาพรวม การจัดทําความตกลงจะก่อให้เกิดผลดีกับเศรษฐกิจไทย ในภาพรวม โดยคาดว่าจีดีพี (GDP) ขยายตัวร้อยละ ๐.๓ การนําเข้าสินค้าทุนราคาถูกลง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓.๒ หากไม่จัดทําความตกลง อาจจะก่อให้เกิดการหดตัวของการลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ์น ซึ่งหากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจโดยรวมและการจ้างงาน ผลกระทบเศรษฐกิจหลายสาขา การจัดทําความ ตกลงคาดว่าจะส่งผลประโยชน์ต่อผู้ผลิตผัก ผลไม้ เมล็ดถั่ว ผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ และ เครื่องนุ่งห่ม โดยการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น หากไม่ทําจัดทําความตกลงจะทําให้ ผู้ผลิตสินค้าประมงสด แช่แข็ง พลาสติกและโลหะ ไม่ต้องแข่งขันกับสินค้านําเข้าจาก อาเซียนและญี่ปุ์น มาตรการรองรับ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมปัองกันเพื่อให้ผลกระทบที่ อาจเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศมีน้อยที่สุดเท่าที่จะทําได้ โดยในชั้นต้นไทยมิได้ ลดภาษีภายใต้เจเทปาเร็วไปกว่าภายใต้เจเทปาและได้ปัองกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ด้วยการจัดสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากการเป่ดตลาดไว้ในกลุ่มสินค้าที่ไม่นําภาษี มาลดหรือนํามาลดภาษี แต่ให้มีระยะเวลาในการปรับตัวนานกว่าสินค้ากลุ่มอื่น ๆ อย่างไรก็ดี หากความตกลงมีผลใช้บังคับแล้ว มีการนําเข้าสินค้าทะลักเข้ามา ก่อให้เกิด ความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศก็มีมาตรการปัองกันซึ่งเป่ดโอกาสให้ขึ้น ภาษีกลับไปยังอัตราเดิม เพื่อระงับและบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการลดภาษีนําเข้า สินค้า สําหรับธุรกิจที่ได้ผลกระทบจากเอฟทีเอ (FTA) สามารถขอใช้งบประมาณจาก กองทุนเพื่อการปรับตัวและภาคการผลิต ภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเป่ดเสรี ทางการค้า ซึ่งมีงบประมาณราว ๑๐๐ ล้านบาท ภายใต้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวง พาณิชย์ได้ อีกทั้งยังมีกองทุนปรับโครงสร้างภาคการเกษตรของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กองทุนปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมและกระทรวงอุตสาหกรรมรองรับด้วย อีกทางหนึ่ง การดําเนินการต่อไป หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการภายใต้ เพื่อรองรับการมีผลใช้บังคับของความตกลง เช่น การออกประกาศลดภาษีนําเข้าของกระทรวงการคลังแล้ว กระทรวงการต่างประเทศ จะมีหนังสือทางการทูตแจ้งต่อประเทศภาคีให้ทราบว่า ไทยพร้อมที่จะให้ความตกลงมีผล ใช้บังคับ ซึ่งความตกลงจะมีผลใช้บังคับในวันที่ ๑ ของเดือนที่ ๒ หลังจากที่อาเซียน อย่างน้อย ๑ ประเทศ และญี่ปุ์นมีหนังสือทางการทูตดังกล่าวแจ้งต่อประเทศภาคีแล้ว จึงเรียนสภาเพื่อโปรดทราบ
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ เนื่องจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์นนี้ รัฐสภาจะต้องพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ ซึ่งจะครบกําหนด ในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เรียนเชิญท่านแรก ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เรียนเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมได้ทําหนังสือขอเจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมชี้แจงด้วยครับ
เชิญเข้ามาได้ครับ อนุญาต
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านประธานที่เคารพ
ผมขออนุญาตนิดนะครับหม่อมครับ
กระผม สุขุมพันธุ์ บริพัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
หม่อมครับ ผมขออนุญาตนิดนะครับ คือจะประกาศรายชื่อของผู้ที่เข้าร่วมชี้แจง นางสาวชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมเจรจา การค้าระหว่างประเทศ นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ นางสุณี ป่ยะพันธุ์พงศ์ ผู้อํานวยการสํานักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ นายฤทธิ์ ศยามานนท์ ผู้อํานวยการส่วนนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ระหว่างประเทศ สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง นางสาวสุชยา ชิณวงษ์ เจ้าหน้าที่อากร ๘ ว. กรมศุลกากร นายวิชัย ศิริสุจินต์ ผู้อํานวยการกองพัฒนางานกฎหมายระหว่างประเทศ กรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เชิญหม่อมต่อได้ เชิญครับ
ขอบคุณมากครับท่านประธาน ผม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ บางทีชีวิตก็มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นระทึกใจในบางครั้งนะครับ ผมเปึนอาจารย์ ๑๗ ป้ เปึน ส.ส. ๑๒ ป้ ผมนึกว่าได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังมีของแปลกใหม่ให้เห็นจนได้ครับ นั่งอยู่เฉย ๆ ก็มีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์นโผล่มาให้รัฐสภาพิจารณา ท่านประธานครับ ผมทราบดีครับว่ากระบวนการเจรจาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในกรอบของพหุภาคีมันเปึนเรื่องที่ส่วนใหญ่จําเปึนต้องดําเนินการเปึนระยะยาว เปึนกระบวนการที่ต่อเนื่องข้ามป้ และในกรณีหนังสือสัญญาฉบับนี้ก็ได้มีการเจรจาถึง ๑๑ รอบ ท้ายที่สุดรอบสุดท้าย รอบที่ ๑๑ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ผมเข้าใจ ครับว่าในช่วงนี้มันเปึนช่วงรอยต่อของทางการเมือง รอยต่อเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ แต่ว่า การลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายนที่ผ่านมา เปึนการ ลงนามในช่วงที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้นํามาใช้แล้ว ดังนั้นผมนึกว่ามันอาจจะเปึน สิ่งที่ดีเพื่อให้สอดคล้องกับวิญญาณ ถึงแม้ว่าจะไม่เปึนสิ่งที่สอดคล้องกับตัวอักษรโดยตรง ของมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ที่ฝ์ายรัฐบาลจะนําเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมของรัฐสภา ก่อนที่จะมีการลงนาม แต่ว่าก็ลงนามไปแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่าที่มาเสนอในวันนี้เรามีสิทธิ ไม่ให้ความเห็นชอบหรือไม่นะครับ ถ้าเราเห็นชอบก็แล้วไปนะครับ แต่ถ้าไม่เห็นชอบจะทํา อย่างไรครับ จะไปขอแก้หรือครับ มันทําไม่ได้ครับ ดังนั้นผมคิดว่าฝ์ายรัฐบาลน่าจะให้ฝ์าย รัฐสภามีส่วนร่วมตั้งแต่แรกครับ ท่านรัฐมนตรีพูดถูกต้องครับ รัฐบาลได้มีการเสนอข้อมูล ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการบางคณะ เช่น คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แต่ผมขอกราบเรียนให้ท่านประธานทราบครับว่าถ้าท่านประธาน คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่าง ซึ่งต้อง ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามนะครับ ถ้าท่านไม่มีดําริที่จะเชิญเจ้าหน้าที่มาชี้แจงในเรื่องนี้ก็คง ไม่มีใครมาครับ ดังนั้นเรื่องนี้พูดได้ว่าเปึนเรื่องที่โผล่มาอย่างไม่ได้นึกฝันมาก่อนนะครับ และผมคิดว่าท่านเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่คงไม่มีเวลาที่จะมาเตรียมตัวศึกษาข้อดี ข้อเสีย ของหนังสือสัญญาฉบับนี้ แต่เอาเถอะครับ ผมชอบมองอะไรในทางที่สร้างสรร แล้วก็ ผมขอฝากข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะบางประการเกี่ยวกับหนังสือสัญญาฉบับนี้ต่อ ท่านประธานและต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้นะครับ กระผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน การค้าซึ่งเปึนเรื่องใหญ่ของหนังสือสัญญาฉบับนี้นะครับ คงจะมีผู้อื่นที่มีความเชี่ยวชาญ มากกว่านี้ มากกว่าผมนะครับที่จะมาพิจารณา มาวิเคราะห์ว่าผลได้ ผลเสีย หรือที่ ภาษาอังกฤษเรียกว่า เทรด ครีเอชั่น (Trade Creation) หรือ เทรด ไดเวอร์ชั่น รีเฟล็กซ์ (Trade Diversion Reflex) ของหนังสือสัญญาฉบับนี้เปึนอย่างไร ไม่เพียงแต่ในระยะสั้น เท่านั้น แต่ว่าในระยะยาวอีกด้วย แต่ผมขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในฐานะผู้ที่ ได้สนับสนุนหลักการว่าด้วยการค้าเสรีมาเปึนเวลานานแล้ว กระผมสนับสนุนหนังสือ สัญญาฉบับนี้ในหลักการครับ และก็ในฐานะที่เปึนผู้มีส่วนน้อย ๆ ในการส่งเสริม ความร่วมมือระดับภูมิภาคในกลุ่มอาเซียนมาเปึนเวลานานพอสมควรแล้ว กระผมก็ดีใจที่มีการยกร่างและลงนามหนังสือสัญญาฉบับนี้ ผมคิดว่าในระยะยาว หนังสือสัญญาฉบับนี้จะมีผลดีต่ออาเซียนโดยรวม ต่อการรวมตัวของอาเซียนและความ เจริญก้าวหน้าของอาเซียน ในทํานองเดียวกับที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราคํานึงถึงประเด็นที่ว่าประเทศญี่ปุ์น มีความสําคัญทางเศรษฐกิจและยังคงจะเปึนประเทศที่มีความสําคัญทางเศรษฐกิจ อย่างมากต่อไป แต่ในขณะเดียวกัน กระผมก็มีข้อกังวลบางข้อซึ่งกระผมขอฝากไว้ ณ ที่นี้ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์นฉบับนี้ ดังที่คิดว่าทุกท่านเข้าใจแล้ว เปึน ความตกลงที่เกี่ยวกับเรื่องการค้าเปึนหลัก แต่ในขณะเดียวกัน ความตกลงนี้ก็ใช้ชื่ออย่าง โก้หรูว่า พาร์ทเนอร์ชิป (Partnership) ความเปึนหุ้นส่วน แต่ว่าความเปึนหุ้นส่วนนี้ดู เหมือนว่าจํากัดอยู่ที่เรื่องการค้าอย่างเดียว ความร่วมมือทางด้านอื่น ๆ เกือบไม่มีการ พูดถึง ทิ้งไว้ในรายละเอียด ทิ้งไว้ให้เจรจากันต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่อง สําคัญ ๆ เช่น เรื่องพลังงาน เรื่องข้อมูลและเทคโนโลยีการสื่อสาร เรื่องการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ เรื่องวิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง การท่องเที่ยว การขนส่งและ โลจิสติกส์ (Logistics) การเกษตร ประมง ป์าไม้และสิ่งแวดล้อม หนังสือสัญญาฉบับนี้ ผมคิดว่าถ้าจะเปึนประโยชน์ระยะยาวจริง ๆ จะต้องสอดคล้องกับความต้องการของ อาเซียนและความคาดหวังของอาเซียนด้วย ซึ่งล่าสุดนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ความต้องการ ความคาดหวัง ผลประโยชน์ของอาเซียนก็ได้บรรจุลงในเอกสารที่เรียกว่า กฎบัตรอาเซียนหรืออาเซียน ชาร์เตอร์ (ASEAN charter) ผมมีข้อกังวลว่าความตกลง หุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น เปึนความตกลงซึ่งเปึนผลสืบเนื่องมาจากการทํางาน ของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง แต่ในขณะที่กฎบัตรอาเซียนนั้นโดยหลักแล้ว เปึนผลงานของกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้ที่กระทรวงการต่างประเทศเปึน ผู้มอบหมายให้ยกร่างขึ้นมา คําถามคือ ๒ เรื่องนี้จะเปึนเรื่องเดียวกันได้ไหมหรือไม่ ในที่สุด สิ่งที่เราได้ลงนามไปแล้วกับญี่ปุ์น จะสนับสนุนความคาดหวังและผลประโยชน์ ของอาเซียนตามที่ได้ระบุไว้ ได้กําหนดไว้ในกฎบัตรอาเซียนหรือไม่ ถ้าจะให้ญี่ปุ์นกับ อาเซียนเปึนหุ้นส่วนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เปึนคู่ค้าระหว่างกันเท่านั้น หนังสือสัญญาฉบับนี้ จะต้องเปึนกรอบของการที่จะสนับสนุนความคาดหวังของอาเซียนทางด้านเศรษฐกิจและ ในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวโยงกับเศรษฐกิจโดยตรงหรือโดยอ้อม ความคาดหวังในเรื่องใดบ้าง หากเราดูบทแรกของกฎบัตรอาเซียนเกี่ยวกับความมุ่งประสงค์และหลักการ จะเห็นได้ว่า อาเซียนมีความคาดหวังที่จะสร้างตลาดและฐานการผลิตเดี่ยวที่มีเสถียรภาพ มั่งคั่งและ มีความสามารถในการแข่งขันสูง และมีการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ อาเซียนมีความ มุ่งหวังที่จะบรรเทาความยากจนและลดช่องว่างการพัฒนาภายในอาเซียน อาเซียน มีความคาดหวังที่จะสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาเซียนมีความคาดหวังที่จะพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ อาเซียนมีความคาดหวังที่จะเพิ่มพูนความเปึนอยู่ที่ดี และการดํารงชีวิต ของประชาชนอาเซียนด้วยการให้ประชาชนมีโอกาสที่ทัดเทียมกัน ในการเข้าถึง การพัฒนามนุษย์ สวัสดิการสังคมและความยุติธรรม ท่านประธานครับ คําว่า ความเปึน หุ้นส่วน นี้ มีความหมายที่ลึกซึ้งมาก มีความหมายที่กว้างและลึกกว่า ความเปึนผู้ค้าหรือความร่วมมือทางด้านการค้า ความเปึนหุ้นส่วนมันต้องเปึนสิ่งที่ใกล้ หัวใจ ใกล้จิตวิญญาณของประเทศภาคีมากกว่าเรื่องการค้าอย่างเดียวครับ การค้า อย่างเดียวไม่เพียงพอครับ อาเซียนและญี่ปุ์นจะต้องทํางานหนักครับที่จะพัฒนาความ ร่วมมือทางด้านอื่น ๆ เพื่อให้อาเซียนบรรลุความคาดหวังที่ได้กําหนดไว้ในกฎบัตรอาเซียน ในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจหรือเรื่องที่เกี่ยวโยงกับเศรษฐกิจโดยตรง ท่านประธาน ความเปึนหุ้นส่วนนี้ผมคิดว่ามันมีความหมายที่กว้างและลึกมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจด้วย ซ้ํานะครับ ไม่ใช่เรื่องการค้าอย่างเดียวไม่เพียงพอเท่านั้น จะต้องดูเรื่องที่เกี่ยวกับ เศรษฐกิจอื่น ๆ อีกด้วย แค่นั้นก็ไม่พอครับผมคิดว่าในที่สุดแล้วมันจะต้องให้ความเปึน หุ้นส่วนที่ดีจะต้องสนับสนุนความคาดหวังทางการเมืองที่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองอีกด้วย ครับและในส่วนนี้อาเซียนตามที่ปรากฏในกฎบัตรอาเซียนก็มีความคาดหวังในหลายด้าน ด้วยกันครับ มีความคาดหวังที่จะเสริมสร้างประชาธิปไตย เพิ่มพูนธรรมาภิบาลและ หลักนิติธรรม ตลอดจนส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน อาเซียนมีความคาดหวังที่จะตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักความมั่นคง ที่ครอบคลุมในทุกมิติต่อสิ่งท้าทายทุกรูปแบบ อาชญากรรมข้ามชาติและสิ่งท้าทายข้าม พรมแดนอื่น ๆ อาเซียนมีความคาดหวังที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการสร้าง สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มั่นคง และปราศจากยาเสพติด อาเซียนมีความคาดหวังที่จะ ส่งเสริมอาเซียนที่มีประชาชนเปึนศูนย์กลางครับ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า ประเทศที่เปึนหุ้นส่วนกับอาเซียนจะต้องสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมประชาธิปไตยและ สิทธิมนุษยชนครับ ไม่ใช่คบค้าสมาคมกับประเทศเผด็จการ ให้ความช่วยเหลือกับ เผด็จการหรือให้ท้ายประเทศเผด็จการ และไม่ควรสนับสนุนประเทศที่ทําผิดหลักสิทธิ มนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแรงงานเด็กและอื่น ๆ เปึนต้น และหุ้นส่วนที่ดี จะต้องสนับสนุน มีกิจกรรมที่สนับสนุนความร่วมมือในเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการฟอกเงินและยาเสพติด และการค้ามนุษย์ และ หุ้นส่วนที่ดีจะต้องสนับสนุนกิจกรรมซึ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วไปครับ ตามความคาดหวังของอาเซียน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เปึนเรื่องง่ายครับ แต่ความหมายของผม คือว่า ความตกลงหนังสือสัญญาฉบับนี้เปึนเพียงกรอบครับ กรอบที่จะต้องพัฒนา ในอนาคตเพื่อจะทําให้อาเซียนบรรลุจุดมุ่งหมายได้ การค้าอย่างเดียวไม่พอ ดังนั้นผมขอ สรุปอย่างนี้ครับว่าในหลักการแล้วในเวลาที่เห็น ในเวลาที่มีโอกาสได้ศึกษา ผมก็คง ไม่ขัดข้องในหลักการนะครับที่จะให้ความเห็นชอบต่อหนังสือสัญญาฉบับนี้ แต่ผมขอฝาก ข้อเสนอไว้ครับว่าหนังสือสัญญาฉบับนี้จะต้องทํา ต้องใช้เปึนกรอบเพื่อจะทําให้ ความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์นลึกกว่านี้ กว้างกว่านี้ เพื่อทําให้ความร่วมมือ ดังกล่าวเปึนหุ้นส่วนระหว่างกันอย่างแท้จริง ที่จะมาทบทวนกันทุก ๕ ป้มันช้าเกินไปครับ สิ่งที่จําเปึนคือรัฐบาลของประเทศที่เกี่ยวข้องทั้ง ๑๑ ประเทศ จะต้องหาวิธีที่จะเดินหน้า พัฒนาความร่วมมือความเปึนหุ้นส่วนต่อไปอย่างจริงจังครับ ตรงนี้เปึนเรื่องที่ยากกว่าครับ เพราะผมยังมองไม่เห็นว่าประเทศอาเซียนบางประเทศจะให้ความสนับสนุนในเรื่องนี้ แค่ไหนอย่างไรครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญ คุณสงวน พงษ์มณี ครับ
ท่านประธานครับ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน ผมดีใจที่มีโอกาสได้มาพูด ในนามของสมาชิกรัฐสภาถึงปัญหาที่ผมคิดว่าในชีวิตของนักการเมืองเราได้มาสนใจ ปัญหาที่เปึนเชิงหลักการในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ภายใต้สังคมความเชื่อที่ พยายามโน้มน้าวให้พวกเรามีความคิด มีกระบวนการคิดที่ต่อสู้กันอย่างแหลมคม ก่อนจะ พูดเรื่องอื่น ๆ ผมยืนยันว่าผมเต็มใจที่จะรับและก็สนับสนุน แต่ว่ามีคําถามจํานวนมาก ที่จะฝากให้สภาแห่งนี้ได้ดูแล ท่านประธานเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีบทเรียนและท่านรอง ประธานก็เปึนนักกฎหมายที่ยิ่งใหญ่ที่ผมชื่นชม ผมคิดว่าสิ่งที่เราควรจะพูดกันในขณะนี้ มันเปึนเรื่องเนื้อหาและแนวคิด ถ้าตีตรงนี้ไม่แตก วันนี้ก็เปึนเพียงพิธีกรรมในการรับ สนธิสัญญา หรือว่าสัญญา หรือหุ้นส่วนเท่านั้นเอง ทําไมผมพูดเรื่องนี้ เหตุผลก็เพราะว่า ผมเองตั้งใจที่จะมาฟัง จะมาหาความรู้จากการพิจารณาร่วมกันของ ๒ สภา ที่เราเรียกว่า รัฐสภา เพราะอะไรครับ มันเปึนเรื่องใหม่จริง ๆ มันเปึนการต่อสู้ ๒ แนวคิดในมาตรา ๑๙๐ ในส่วนหนึ่งเขียนเพิ่มขึ้นมาว่าอะไรบ้างต้องผ่านสภา อยากให้ท่านผู้มีความรู้ที่มาชี้แจง บอกพวกเราด้วยว่าต่อไปนี้อะไรบ้างที่ต้องผ่านสภา อันที่ ๒ มีกระบวนการว่าถ้าผ่านแล้ว เรื่องได้ประโยชน์นั้นไม่ต้องพูด บังคับต่อว่าถ้ามีผลกระทบกับชาวบ้านจะเยียวยาอย่างไร นี่เปึนสาระหลักของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมจะชี้ไปที่ส่วนที่ว่าการต่อสู้ ๒ แนวคิด ศาลรัฐธรรมนูญมีท่านหนึ่ง ผมไม่สามารถจะเอ่ยนามท่านได้ แต่บอกท่านว่ามีท่านหนึ่ง มาจากกระทรวงการต่างประเทศ ท่านเห็นว่าที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศท่านก่อนไปเซ็นไว้นี่ไม่ใช่ ไม่เข้า นั่นแสดงว่าท่านมองว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ที่เขียนไว้มันจะต้องอธิบายให้เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วมันหมายถึงอะไร ท่านครับ ท่านอ่านเพียงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ไม่ได้นะครับ ท่านต้องอ่านหลาย ๆ มาตราและ ท่านจะเห็นว่าในนี้มีสิ่งที่ผมเรียกว่าคุณธรรมสมมุติมากมาย วันนี้เราสมมุติว่าฝ์ายบริหาร ไม่ซื่อตรง ต้องระมัดระวัง กระทรวงการต่างประเทศก็ไม่น่าไว้วางใจ พาณิชย์ก็ยิ่งใช้ไม่ได้ ต้องผ่านสภาทุกเรื่อง แต่ผ่านกรอบนะครับท่าน รายละเอียดผ่านเสร็จ คุณไปทําเอง จะเปึนอย่างนี้ไหม หรือว่าเวลาจะทําใหม่ต้องมาขอทุกเรื่อง นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้ สภาแห่งนี้ช่วยกันศึกษาดู ท่านครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลและ พวกเราทุกท่านในที่นี้ ผมไม่อยากให้ความเข้าใจผมถูกต้องหมายความว่าอย่างไรครับ วันนี้ผมเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือกฎหมายประเทศนี้ใช้เฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น ทําไมผมกล่าวหาอย่างนี้ท่านประธานครับ ท่านดูสิ บางอย่างเปึนไปตามตัวหนังสือ ทั้งหมดเลยนะครับ แต่ไม่ต้องเข้า อะไรครับ ไปซื้อรถ ซื้อเครื่องบินจากต่างประเทศ เขียนชัดเจน ผูกพันงบประมาณอย่างมีนัยสําคัญ ชัดเจน จีทูจี (G to G) ชัดเจน มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศไหม มี ประเทศที่เขาเคยขายเทคโนโลยี (Technology) ให้เรา เขาก็ไม่ค่อยพอใจ แต่ไม่ต้องผ่านครับไม่ต้องผ่าน ผมต้องฝากท่าน ประธานไปยังรัฐบาลว่า เอาผ่านเถอะครับ เรารัฐบาลมีเสียงข้างมากอย่างไรมันก็ผ่าน รัฐสภาเห็นด้วยอย่างไร มันก็ผ่าน แต่ผ่านแล้วอะไรเกิดขึ้นครับ มีหลักประกัน มีภูมิคุ้มกัน คุณธรรม สมมุติในนี้ ไม่ได้มาเชือดเฉือนท่านอีกต่อไป ไม่อย่างนั้นท่านจ่ายเงินไป รอบหลังตายทั้งเปึน มันเปึนไปตามตัวหนังสือ แล้วจะเปึนไปได้อย่างไรที่จะไม่เอามาผ่านสภา วันนี้ครับ ท่านครับ การต่อสู้ ๒ แนวคิดในประเทศเรา ถ้าประเทศเราเปึนสังคมความรู้ ไม่อันตราย เมื่อวานนี้เราก็มีองค์ประชุมอย่างนี้แหละ เห็นชัดมาก เราไม่ใช่สังคมความรู้ครับผม เราเปึนสังคมความเชื่อ โน้มน้าวจนเชื่อว่านายคนนี้เปึนคนเลว มันทําอะไรเลวหมด ถ้าคนนี้เปึนคนดี ดีหมดครับท่านประธานครับ เปึนอย่างนี้เสียแล้ว ความแตกแยก มันกว้างขวาง ปัญหามันเยอะแยะ บางอย่างมันแย่ลงลึก ๆ ลึกไปจนผมกลัวครับ ท่านอาจจะไม่กลัว ผมกลัว กลัวอะไรครับท่านครับ ที่ผมพูดมันจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม เกี่ยวแน่นอน ท่านฟังผมนิดหนึ่ง ผมกลัวอย่างนี้ครับท่านครับ วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่งเสริมให้คนต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพและสิทธิ ไม่ต้องทําหน้าที่ ไม่ต้องมีวินัย ท่านครับต่อจากนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้นภายใต้การใช้กฎหมายที่ไม่เปึนธรรมสําหรับทุกคน สําหรับทุกฝ์ายอะไรจะเกิดขึ้นครับ การต่อสู้ต่อไปท่านฟังผมไว้นะครับ จะได้บันทึกไว้ ในสภาแห่งนี้ว่า การต่อสู้ต่อไปนี้จะเปึนเรื่องของชาติพันธุ์มนุษย์ครับท่าน เมื่อมีสงคราม เย็น ท่านฟังนะครับ เมื่อมีสงครามเย็น ประเทศใหญ่ประเทศหนึ่งล่มสลายครั้งที่ ๒ ๘๐,๐๐๐ คนยังเปึนประเทศเลยครับ นั่นคือปัญหาชาติพันธุ์มนุษย์ ท่านที่อยู่กระทรวง การต่างประเทศท่านเข้าใจดี วันนี้มันเกิดขึ้นในประเทศเราแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเรา จะพิจารณาสัญญาฉบับนี้นะครับ จะได้เปึนหุ้นส่วนกับเขาอย่างหน้าชื่นตาบาน ในรายละเอียดท่านที่มีความรู้ก็ให้คําแนะนํากับรัฐบาลบ้าง คนที่อยู่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ก็คงจะอยากจะทราบว่า กระเทียม ลําไย ลิ้นจี่ ข้าวของเรา ถ้าดับเบิลยูทีโอ (WTO) มันไม่ให้ช่วยชาวนา เราจะใช้ช่องทางในนี้ช่วยชาวบ้านเราได้ไหม ท่านรัฐมนตรีได้กรุณา บอกว่าเรามีกองทุนดูแลเยียวยาชาวบ้าน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้อธิบายให้พวกผมเข้าใจ สักนิดหนึ่ง จะได้ไปสร้างองค์ความรู้ร่วมกับประชาชน เพื่อจะช่วยผลักดันให้รัฐบาล ท่านได้ทํางาน โดยมั่นใจว่าทําไปแล้ว ตัวเองกลับไปแล้วจะได้อยู่กับลูกกับเมียได้อย่าง สบายใจ ผมพูดเล่น ๆ กับสมาชิกในรัฐสภานี้ว่า ถ้าทํางาน สนใจทํางานอย่างพวกผม คงได้อยู่เกิน ๔ ป้ ท่านประธานครับนี่ไม่ได้พูดเล่นนะ ไม่ใช่เกิน ๔ ป้ในสภานะ เกิน ๔ ป้ ในคุก คงต้องเข้าคุกสักวัน เพราะในนี้มันเต็มไปด้วยคุกตะรางเหลือเกิน วันนี้นะครับท่าน เรื่องการซื้อเครื่องบิน ก็ไม่ต้องลําบากใจให้พรรคพลังประชาชนไปสู้กับทหาร พวกผม ในกรรมาธิการการทหารจะช่วยดูแล แล้วจะเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภาว่าช่วยบอกให้ ฝ์ายบริหารนําเรื่องนี้เข้าสภาเถอะครับ ในเรื่องนี้ที่กําลังจะพูดกัน ผมคิดว่าผมพูดสั้น ๆ แค่นี้ ผมจะได้ถือโอกาสขอความรู้จากสมาชิกของรัฐสภา เพื่อจะประกอบให้ตัวเองพอมี ปัญญาไปพูดกล่าวกับชาวบ้านให้เข้าใจเหมือนกับที่ผมเข้าใจอยู่นี้ครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านวรินทร์ เทียมจรัส ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ข้อ ๑ สมาชิกแห่งสภาแห่งนี้มีหน้าที่จะต้องรักษา รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ไว้ และการวินิจฉัยชี้ขาดและการตัดสินใจทั้งหลายนั้นต้องอยู่ ในกรอบของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ข้อ ๒ คําว่า หุ้นส่วนทางการค้า ผมเข้าใจว่าผู้เปึนสมาชิก ในความตกลงนี้ ทุกคนนั้นมีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบทั้งข้อดีและข้อเสียด้วย ฉะนั้นจึงขอ ถามผู้ชี้แจงว่าข้อตกลงที่ทําไว้นี้นะครับ ประเทศไทยมีข้อเสียและมีผลกระทบอย่างไร เมื่อ จะต้องให้สัตยาบันสัญญาฉบับนี้ ข้อ ๓ ท่านได้ทําการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทั้งแง่ดีและ ข้อเสียและกรอบของความตกลงที่ทํามาแล้ว รวมตลอดถึงกรอบการตกลงซึ่งทํา ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะลงนาม เนื่องจากว่าผมมีความเห็นว่าความตกลงครั้งสุดท้ายนั้น ได้ทําเมื่อรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อความตกลงได้ทํา เมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีผลบังคับใช้แล้ว ต่อการตกลงที่ยังไม่เปึนผลสําเร็จ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ กําหนดว่าจะต้องขอกรอบการตกลง ด้วย นอกจากนั้นที่มาขอความเห็นชอบจากสภานี้คือขั้นตอนที่จะขอสัตยาบันใช่หรือไม่ ก่อนที่ท่านจะมาขอสัตยาบันนั้น โดยจะไปทําสัตยาบันนั้นนะครับ ท่านได้ดําเนิน กระบวนการที่ให้ความรู้หรือให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความตกลงในสัญญา ฉบับนี้อย่างไรหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ
เชิญดอกเตอร์กัลยา โสภณพนิช
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธาน ดิฉันคิดว่าสังคมได้ถกเถียงเรื่องเกี่ยวกับนําประเทศไทยเข้าสู่การค้าเสรี มานับหลายป้แล้ว ดิฉันเปึนคนหนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดตั้งแต่เอฟทีเอ ไทย จีน ซึ่งเปึนที่ทราบกันว่ามีผลกระทบต่อชาวเกษตรกรที่ปลูกหอมและกระเทียม และดิฉัน ยังจําได้ไม่ลืมว่ารัฐมนตรีในขณะนั้นบอกว่าปลูกหอม กระเทียมไม่ได้ก็ไปทําอย่างอื่น อันนั้นเปึนตัวอย่างที่เห็นได้ชัดกระทบกระเทือนเกษตรกรจํานวนมาก อันนั้นเปึนตัวอย่าง แรก ต่อมาก็ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อะไรต่าง ๆ ต่อมา ในป้ ๒๕๔๘ ดิฉันได้ตั้งญัตติขอให้ สภานี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจะศึกษาข้อดีข้อเสียของการทําเอฟทีเอ โดยรวม แต่วาระก็ไม่ได้รับการพิจารณาซึ่งน่าเสียใจมาก แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็ยังติดตามอยู่ แล้วก็วันนี้ท่านประธานคะดิฉันยินดีเปึนอย่างมากเพราะว่าตั้งแต่เข้ามาในสภานี้ดิฉันก็จับ เรื่องนี้ แล้วก็ได้ไปเห็นประชาชนเรียกร้องที่เชียงใหม่ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศเกือบจะ ออกจากโรงแรมไม่ได้ มีคนจํานวนมากเลยค่ะในวันนั้น อันนั้นเปึนเอฟทีเอกับอเมริกา มีข้อถกเถียงกันมากมาย แล้วก็ทุก ๆ ครั้งก่อนป้ ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ก็มีมาตรา ๒๒๔ ซึ่งดิฉันท่องขึ้นใจ เพียงแต่ว่ามาตรา ๒๒๔ ไม่ได้ให้รายละเอียด ไม่ได้พูด ให้ชัดเจน แต่จริง ๆ ความหมายเหมือนกัน เพราะว่าเราคนไทย เราคงจะไม่เซ็นเช็ค (Cheque) เปล่าให้ผู้มีอํานาจไปทําอะไรกับใคร ที่ไหนก็ได้ นําประเทศ ไปผูกพันกับประเทศอื่น เมื่อเราเซ็นแล้วนั่นหมายถึงว่าข้อผูกพันนั้น ๆ จะต้องผูกคนไทย ตลอดเวลา ถ้าท่านลองนึกภาพดูนะคะว่าเราทํากับเอฟทีเอ ประเทศโน้นประเทศนี้ โดย มองว่าเราจะทําการค้ากับเขา เราจะหากําไรจากการเซ็นเอฟทีเอ โดยไม่ได้พิจารณา คํานึงถึงประเด็นต่าง ๆ ซึ่งดิฉันจะได้อภิปรายต่อไป ลองนึกภาพนะคะว่าถ้าเราเอา ประเทศไทยไปผูกมัด ไปผูกพันกับประเทศต่าง ๆ ในด้านการค้า ไม่ว่าจะเปึนสินค้าอะไร ก็ตาม การลงทุน การบริการแล้ว ถ้าเผื่อท่านนึกภาพว่าเปึนเชือกผูกประเทศไทยเอาไว้ ลูกหลานก็ต้องถูกผูกไว้อย่างนั้น ถ้าทุกประเทศนั้นเขาดึงเชือกพร้อมกัน ประเทศไทย ไม่ตายอย่างเขียดหรือคะ ก่อนที่จะทําสิ่งเหล่านั้น เราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลนําข้อตกลง นํากรอบการเจรจาเข้าสู่สภา หรือเข้าสู่รัฐสภาเพื่อให้ผู้แทนของประชาชนได้ทราบว่า รัฐบาลผู้มีอํานาจกําลังทําอะไรกันอยู่ ประเทศที่เจริญแล้วอย่างอเมริกา ก่อนที่จะไปเจรจา เอฟทีเอกับไทย เขาก็ต้องขออนุมัติจากคองเกรส (Congress) ว่า ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ จะไปเจรจา กับไทย เพราะฉะนั้นการเจรจาเขาจะมีข้อต่อรองสูงมาก ถ้าอะไรที่เขาไม่ชอบ เขาก็จะต้อง บอกว่าคองเกรสไม่ยอม หรือจะต้องกลับไปถามคองเกรส แต่ประเทศไทยเรียนตรง ๆ เลย นะคะว่าข้าราชการของเรา เราถามบางทียังไม่ทราบเลยว่าธงของเราคืออะไร แล้วการ เซ็นสัญญาหลาย ๆ ครั้งไม่มีภาษาไทย ทําให้คนไทยโดยทั่วไปจะไม่ทราบเรื่องนี้เลยค่ะ ท่านประธาน ดิฉันดีใจมากค่ะ ที่มาตรา ๑๙๐ เริ่มทํางานแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดที่เรา ทราบโดยทั่วกันก็คือว่ากรณีเขาพระวิหาร รัฐบาลก็เหลิงมาก เพราะว่าทํามาได้โดยตลอด คิดอยากจะทํากับใคร อย่างไร เรามีอํานาจ รัฐบาลบอกว่าเปึนการค้าการขายปกติ ไม่จําเปึนที่จะต้องเข้ารัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรรู้เรื่องอะไร พวกเราถูกดูถูกมากนะคะ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีการนําเข้าสภาเช่นเดียวกับเขาพระวิหาร ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย แล้วว่าผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังช้าอยู่นะคะ ท่านประธานคะ ถ้ารัฐบาลรู้สึกว่าจะคุ้นเคยกับการใช้อํานาจโดยไม่ต้องบอกใคร สิ่งที่ดิฉันพูดไว้ว่ารัฐบาล มักจะคิดว่าเราจะทําการค้าเท่านั้น ๕๕ ล้านเหรียญเท่านั้นเท่านี้เหรียญ พูดถึงเรื่องเงิน เรื่องทองเปึนสําคัญ การค้าจะได้กําไร จะได้อะไร ประชาชนจะตายไม่เปึนอะไร คุณไป แก้ปัญหาของคุณเอง ดิฉันคิดว่าในฐานะเปึนผู้แทนราษฎร ดิฉันทนไม่ได้ ดิฉันได้คุยกับ องค์กรต่าง ๆ องค์กรพัฒนาเอกชนมาเสมอ เอฟทีเอ วอช (FTA Wash) ซึ่งเขาศึกษา วิจัย ค้นคว้า แล้วจริง ๆ คําว่า ศึกษา วิจัย ค้นคว้าก็ควรจะนํามาใช้กับการเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศ จะเปึนทวิภาคีหรือจะเปึนกลุ่มประเทศกับบางประเทศก็เช่นเดียวกันค่ะ ไม่มีการวิจัย ค้นคว้าดูว่าข้อดี ข้อเสียมีอะไรบ้างนะคะ ไม่ได้คํานึงถึงผลกระทบต่อ ประชาชนในด้านสุขอนามัย ในด้านสิ่งแวดล้อม ในด้านอาชีพ คราวนั้นเมื่อทําเอฟทีเอกับ ออสเตรเลียแล้วก็มีคนกล่าวว่าอาชีพพระราชทานต้องสูญเสียไป ดิฉันเชื่อว่าทุกท่านทราบดี เพียงแต่ว่าดิฉันไม่แน่ใจว่านโยบายรัฐบาลหรือรัฐบาลสั่งการ อย่างไรจึงได้ทําไปโดยไม่สนใจอาชีพเกษตรกรซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ แล้วก็เปึนคนจนของ ประเทศด้วยซ้ําไป เคยพูดไว้ว่าจะมีเงิน ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท เพื่อเยียวยา แต่ดิฉันก็ยังไม่เห็น ท่านรัฐมนตรีได้พูดว่ามีกองทุนก็ดีใจค่ะ แต่ดิฉันคิดว่าควรจะทําไว้ ก่อนไม่ใช่รอให้เกิดแล้วจึงจะเอากองทุนนี้ ซึ่งการทํางานของรัฐบาลเราก็ทราบดีว่ากว่าจะ เอาเงินเบิกออกมาให้คนจนได้แต่ละบาทแต่ละสตางค์ยากเย็นแค่ไหน เพราะฉะนั้น นอกจากศึกษาวิจัยแล้วดูถึงผลกระทบ แล้วเตรียมการไว้ก่อน ท่านรัฐมนตรี เพราะว่า การเจรจาที่ท่านรัฐมนตรีพูดเมื่อเช้านี้ เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ เพราะฉะนั้นดิฉันเชื่อว่าผู้ที่ทํา การเจรจาถึง ๑๑ รอบนี้จะต้องทราบค่ะ แน่นอนเราจะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เปึนไปไม่ได้ เราไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราได้ ๕๐ ไหม แล้วอีก ๕๐ ที่เสียนี้ รัฐบาลควรจะทําอะไร ล่วงหน้าก่อนที่จะมีเซ็นสัญญา แล้วถ้าประชาชนทราบ เขายินดี เขาก็จะได้มีการปรับตัว และมีกองทุนก็จะได้ช่วยเหลือเขาก่อนในการเปลี่ยนอาชีพ ท่านประธานคะ คนที่ทําอาชีพ มาเปึนหลายสิบป้หลายชั่วอายุคน คงไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนจากอาชีพหนึ่งไปอีกอาชีพหนึ่ง ภายในข้ามวันข้ามคืนหรือข้ามป้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากจุดนี้ไว้ด้วย มาตรการ การเยียวยา เช่นเดียวกันค่ะ เมื่อทราบแล้วจะเยียวยาอย่างไร แล้วก็จะปัองกันอย่างไร มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ดิฉันก็อยากจะให้คณะเจรจาหรือผู้รับผิดชอบได้ให้ความสนใจ เพราะว่าดิฉันติดตามเรื่องจีนกับไทยมากทีเดียว เพราะว่าเปึนประเทศแรก เขาไม่ได้กีดกัน เราเรื่องภาษีเลย แต่ผัก ผลไม้ที่เอาไป ๑. เมื่อไปถึงจีนแล้วจะต้องใช้รถของเขา ๒. ใช้รถ ของมณฑลนั้นไปอีกมณฑลหนึ่งไม่ได้ จะต้องตรวจสุขอนามัยของผัก ผลไม้ พืช และสัตว์นี้ จะให้รอกี่วัน มันเน่าหมดแล้วเทคโนโลยีเราก็ไม่ดีพอที่จะรักษาผัก ผลไม้ให้สด ได้นาน ๆ ในระหว่างที่รอการตรวจสอบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้มีการพิจารณาหรือไม่ นี่เปึนประสบการณ์ที่ดิฉันติดตามมาโดยตลอด ท่านประธานคะ ทีนี้มาพูดถึงความตกลง หุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น ก่อนที่จะพูดถึงอาเซียน - ญี่ปุ์น ดิฉันก็อยากจะย้อนไป ว่าเจเทปาก็มีคนคัดค้านค่อนข้างมาก ดิฉันยอมรับว่าในช่วงนั้นก็ยื้อกันอยู่นาน แต่ว่า ในที่สุดรัฐบาลของ ท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ตัดสินใจไปเซ็นเจเทปาที่ญี่ปุ์นท่ามกลาง การคัดค้านของกลุ่มบุคคลจํานวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับขยะ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจจะมาในรูปของขยะหรืออาจจะมาในรูปของสินค้ามือสอง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่มองไม่เห็นก็คือกากนิวเคลียร์ ที่เขาบอกว่านิวเคลียร์ เรสซิโด คําตอบก็ยังไม่ชัดเจน ท่านจะให้คนไทยเสี่ยงต่อขยะพิษไปอีกนานเท่าไร ลูกหลานของท่าน ท่านประธานคะ ท่านอาจจะอายุมากกว่าคนอื่น ๆ แต่ว่าท่านก็มีลูกหลาน ซึ่งจะเจริญเติบโตมาในประเทศ นี้ ถ้ารัฐบาลผู้มีอํานาจผู้ปกครองประเทศคิดถึงแต่ประโยชน์เงินทองเปึนหลัก โดยไม่คิด ถึงประชาชน ลูกหลานเราก็จะหูหนวก ตาบอดหรือสมองเสื่อมไปได้ ถ้าได้รับมลพิษ เหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว โดยที่พ่อแม่เขาเปึนคนทิ้งตราบาปไว้ให้ลูกหลานไปนานชั่วนานเลย อันนั้นก็เปึนส่วนที่มี คนพูดกันมากทีเดียวเกี่ยวกับเจเทปา คือไทย - ญี่ปุ์น ต่อมาอาเซียน - ญี่ปุ์นก็เปึนเรื่องที่ ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม บอกว่าอยู่ดี ๆ ก็เสนอเข้ามา คือ พวกเราก็ตั้งตัวไม่ติดเหมือนกันว่ามีรายละเอียดค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นเราจะต้อง ทราบเสียก่อน แม้เราจะตายไปแล้ว แต่เราไม่ต้องการให้ลูกหลานของเราถูกกระทบจาก ผลกรรมที่เรามุ่งเน้นวัตถุและเงินมากจนเกินไป ขณะนี้ประเทศไทยเราเข้าใจและเรา ซาบซึ้งถึงเศรษฐกิจพอเพียง การดูแลสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะผลกระทบจากภาวะโลกร้อน เข้ามาทําโทษ ลงโทษมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ จากเหตุการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ จีนแผ่นดินไหวที่ ซีอานจัดโอลิมป่กสนุกสนานกันมากทั่วโลกชื่นชม ตอนนี้เจอแผ่นดินไหวอีกแล้ว นี่เปึน ตัวอย่างที่ใกล้ตัวใกล้บ้าน เห็นได้ชัดว่าถ้าเรามัวแต่ดูเรื่องเงินเปึนหลัก โดยลืมสิ่งที่ ธรรมชาติให้เรามา สิ่งแวดล้อมที่ดี เสียไปภัยพิบัติต่าง ๆ ก็จะตามมาคุกคามมาลงโทษ ลูกหลานของพวกเราทุกคน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่จะต้องตอบให้ชัดเจน ว่าท่านจะปล่อยให้ไทย - ญี่ปุ์น เจเทปา หรืออาเซียน - ญี่ปุ์นยังตามรอยเดิมอยู่หรือไม่ ในการเซ็นสัญญาครั้งนี้ตามกฎหมายบอกว่าเมื่อได้รับแล้วจะต้องอนุมัติหรือให้เสร็จ ภายใน ๖๐ วัน คือวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ ถ้าสมมุติตอบชัดเจนในวันนี้หรือไม่ชัดเจน จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็แล้วแต่ แล้วในที่สุดเราเห็นชอบท่านก็จะต้องมีข้อสังเกตต่าง ๆ และขณะนี้เมื่อเซ็นไปแล้วจะแก้ไขได้หรือไม่ ก็เปึนอีกคําถามหนึ่ง ดิฉันอยากจะตั้ง ข้อสังเกตเนื่องจากว่าดิฉันเปึนคนติดตามเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ในขณะนั้นวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๑ ท่านแอบเซ็นค่ะ เราทราบกันดีว่าท่านเปึน นักประชาสัมพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไทยคนหนึ่ง ท่านจะต้องประชาสัมพันธ์สิ่งที่ท่านทํา แต่การเซ็นเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๑ เรื่องเงียบเปึนเป์าสากเลย มันผิดปกติ แล้วถ้าพูดกันตรง ๆ ดิฉันก็ไม่ใช่จะเปึนคนที่หาเรื่องกับใครง่าย ๆ ถ้าพูดกันจริง ๆ แล้ว รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ได้บังคับใช้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๕๐ แล้ว การเซ็นสัญญาวันนั้น แม้การเจรจาจะล่วงเลยมาก็ตาม แต่ยังไม่มีผลบังคับจนกว่าจะเซ็นลงนาม ท่านทําผิด กฎหมายหรือเปล่า ที่ยังไม่ได้ผ่านรัฐสภาท่านไปแอบเซ็นใช่ไหม ดิฉันถามค่ะ ถ้าให้ ความเห็นชอบแล้วอะไรจะเกิดขึ้นขอทราบด้วย อะไรบ้างที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่กับประเทศไทย ไม่ใช่กับพวกเรากับลูกหลานเราต่อไป เพราะว่าถ้าเซ็นแล้วก็คือเซ็นเลย ถูกไหมคะ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตถามว่า ข้อตกลง ข้อผูกมัด ดิฉันไม่ลงรายละเอียดและ ผลประโยชน์ทางภาษี ถ้าเราเซ็นแล้วจะมีบังคับไทยกับญี่ปุ์น ไทยกับภาคีสมาชิกอาเซียน ๑๑ ประเทศใช่หรือไม่
คําถามที่ ๒ ข้อผูกพัน ข้อผูกมัด และผลประโยชน์ทางภาษีนี้ ภาคีสมาชิก ดับเบิ้ลยูทีโอจะขอเรียกร้องในข้อตกลงเช่นเดียวกันได้หรือไม่ แล้วก็ประเทศอาเซียนที่มี การค้าหลายอย่าง เนื่องจากเราอยู่ในภูมิภาคที่มีภูมิอากาศที่คล้ายคลึงกัน ทําการเกษตร ต่าง ๆ ที่ต้องแข่งขันกัน เราจะทําอย่างไร นอกจากเราแข่งขันกับคนอื่นนอกอาเซียนแล้ว เรายังจะต้องแข่งขันการค้ากับประเทศในอาเซียนด้วย ท่านมีมาตรการอย่างไร ท่านรัฐมนตรีบอกให้ทราบว่า คาดหวังว่าจะเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างอาเซียน ระหว่าง อาเซียนและญี่ปุ์นด้วย เพราะฉะนั้นการแข่งขันระหว่างอาเซียนเองนี้จะทําให้ไทย เพิ่มปริมาณการค้าอย่างที่คาดหวังไว้ได้หรือไม่ มีข้อสังเกตน้อย ๆ ค่ะท่านประธานคะ ดิฉันสังเกตดู ขอบเขตความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น มีทั้งหมด ๔ ด้าน ด้วยกัน สินค้า บริการ ลงทุน ความร่วมมือ แต่ว่าบริการและการลงทุน ท่านรัฐมนตรีบอก เอาเก็บไว้ก่อน ยังไม่เจรจาในครั้งนี้หรือยังไม่เซ็นในข้อตกลงในครั้งนี้ใช่ไหมคะ จะมีการหารือเพื่อเป่ดตลาดการค้าบริการและการลงทุนต่อไป ซึ่งหมายความว่า ใน เอฟทีเอ อาเซียน - ญี่ปุ์นครั้งนี้มีบริการและลงทุนด้วยหรือไม่ ข้อสังเกตต่อไปค่ะ ท่านประธานคะ การลดภาษีของญี่ปุ์นมีอยู่ ๓ หน้า ที่ในมือของดิฉัน มีสินค้าผักและผลไม้ สินค้าประมง สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม อัญมณี เครื่องประดับ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟัา ป่โตรเลียมและผลิตภัณฑ์พลาสติก ไม้และผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ อนินทรีย์และอินทรีย์ รองเท้า และชิ้นส่วนเครื่องหนัง เปึนต้น ดิฉันกวาดสายตาดู ดิฉัน เปึนนักวิทยาศาสตร์ ดิฉันก็ชอบดูตัวเลข ข้อสังเกตนะคะว่าภาษีนําเข้าปัจจุบันของญี่ปุ์น ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ ๑.๕ ๗.๕ ๓ ถึง ๖ ๑ ถึง ๗ ๔.๘ ถึง ๙.๖ สูงที่สุด ๖ ถึง ๒๕.๕ จะมีการลดถ้าเซ็นแล้ว ดิฉันเข้าใจถูกไหมคะ ว่าถ้าเซ็นแล้วการลดภาษีนําเข้าของญี่ปุ์น ภายใต้อาเซียน - ญี่ปุ์นครั้งนี้ยกเลิกภาษีทันที หรือเปึน ๐ ภายใน ๕ ถึง ๗ ป้บ้าง ๕ ถึง ๑๕ ป้บ้าง ๗ ถึง ๑๐ ป้บ้าง หรือยกเลิกทันที แล้วแต่กรณี แต่พลิกไปอีกหน้าหนึ่ง ดิฉันดูการลดภาษีของไทย ท่านประธานคะ ท่านบอกว่า ๑ ถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ กับ ๓๐ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์นี้ ห่างกันไหมคะ ของไทยนะคะ สินค้าผักและผลไม้ ภาษีนําเข้า ปัจจุบันของไทย ๓๐ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของเขาเมื่อสักครู่นี้ ๑.๕ ถึง ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ของเราถ้าเซ็นปุ็บ ๓๐ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ยกเลิกภาษีทันที หรือลดภาษีจนเหลือ ร้อยละ ๐ ภายใน ๒ ถึง ๗ ป้ นี่เฉพาะรายการเดียวนะคะ ท่านประธานคะ สินค้าผัก และผลไม้ เช่นเดียวกันเลยค่ะ ของเขาลดไป ๑.๕ ถึง ๗.๕ ของเราลดทีเดียว ๓๐ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ท่านประธานคะ น้ํามัน ไขมันจากพืชและสัตว์ ๑๐ ถึง ๒๗ เปอร์เซ็นต์ สินค้าประมง อาหารกระปิอง และแปรรูป ๒๐ – ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ยกเลิกทันทีหรือเปึนศูนย์ภายใน ๔ - ๘ ป้ ดิฉัน ตั้งคําถามค่ะ อันนี้ผลประโยชน์ที่เราได้บวกหรือลบ แล้วลบ กระทบใคร รัฐบาลได้ ประโยชน์จากการค้าตรงนี้เท่าไร ดิฉันคงตั้งคําถามและเปึนข้อสังเกตและข้อห่วงใยว่า การที่จะนําพาประเทศหรือคนไทยทั้งประเทศเอาเชือกผูกไว้กับประเทศต่าง ๆ ตลอดไป เราเคยเซ็นสัญญากับประเทศต่าง ๆ ในอดีตหลายร้อยป้ก็ยังผูกมัดเราอยู่ เพราะฉะนั้น ขอให้ท่านพิจารณา วิเคราะห์ ฝากท่านประธานนะคะว่าให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบ เพราะว่าการทําครั้งนี้ไม่ใช่ทําเพื่อพวกเราเท่านั้นเอง เด็ก ๆ ถูกทําร้ายในยุคโลกาภิวัตน์นี้ มากพอแล้วค่ะ ยังมีเรื่องอื่น ๆ เรื่องอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic) เรื่องเกม (Game) เรื่องภัย ธรรมชาติ เรื่องอะไรต่างๆ อย่าให้เราต้องเปึนคนกําหนดตราบาปนี้เพื่อลูกหลานของ คนไทยในอนาคตเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านดอกเตอร์พูดได้ดี มากครับ เชิญท่านอภิสิทธิ์ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรค ประชาธิปัตย์ ความจริงมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านซึ่งคงจะมีแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลง หรือความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น แต่ว่าเมื่อสักครู่บังเอิญมี เพื่อนสมาชิกจากซีกรัฐบาลก็ได้ให้ประเด็นที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการของ การดําเนินการการทําข้อตกลงระหว่างประเทศ กระผมเองอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ที่จริงแล้วก็อยากจะให้เราตั้งมั่นอยู่บนความพอดี คือถามว่าวันนี้รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ มีปัญหาหรือมีความยากในการปฏิบัติหรือไม่ ก็ต้องกราบเรียนตรงไปตรงมาว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกนี้ยากครับ เพราะว่ามันก็จะมีบทเฉพาะกาลอยู่เช่นเดียวกัน ซึ่งก็ไปเขียนเอาไว้ว่าอะไรที่ทํามาก่อนก็ถือว่าทําได้ อะไรที่ค้างอยู่ก็ให้ทําตามนี้ แต่ว่า แต่ละคนก็มองไม่ค่อยตรงกันครับเส้นแบ่งที่ว่าตรงไหนที่ถือว่าทําไปแล้วไม่ต้องทําตามนี้ ตรงไหนที่ถือว่ายังค้างอยู่ ก็เห็นใจผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้โดยเฉพาะกรณีของข้อตกลงต่าง ๆ ซึ่งได้มีการดําเนินการมาก่อนหน้าอย่างเช่นกรณีนี้ ซึ่งก็ต้องกราบเรียนว่าคงจะ ไม่เหมือนกับกรณีเขาพระวิหาร หรือกรณีการซื้ออาวุธซึ่งมันเปึนเรื่องของการตกลงที่มี ขั้นตอนค่อนข้างชัดเจนในตัวของมันเองว่าก่อนหรือหลังรัฐธรรมนูญ แต่ว่าอยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ว่าความยากง่ายนี้ ที่จริงในที่สุดหรือวันข้างหน้าถ้าไม่หมดไปก็จะลดลง มาก ถ้าเราจะช่วยกันดําเนินการให้เปึนไปตามมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า นั่นก็คือเราจะต้อง มีการตรากฎหมายขึ้นมา ว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาตาม มาตรานี้ วันนี้ที่มันยุ่งก็เพราะว่ามันไม่มีกฎหมายฉบับนี้ครับที่จะเปึนเกณฑ์ ที่จะใช้อ้างอิงได้ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าที่จริงวันนี้เสียดายว่ามีเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอีกหลาย กระทรวง ทั้งที่รับผิดชอบทางด้านการต่างประเทศ ทางด้านกฎหมาย น่าจะได้มารับฟัง พวกเราบ้าง แล้วก็อยากจะเรียกร้องว่ารัฐบาลควรเร่งการตรากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาครับ มากกว่าที่จะไปตั้งชงว่าจะต้องแก้หรือไม่แก้ หรือจะยกเลิกมาตรา ๑๙๐ ประเด็นที่ผม อยากจะกราบเรียนต่อไปก็คือว่า ผมก็เข้าใจผู้ร่างมาตรา ๑๙๐ เราอาจจะมองในมุมหนึ่ง ผมก็ไม่โต้แย้งเพื่อนสมาชิกที่บอกว่า ประหนึ่งเปึนการเขียนไม่ไว้ใจคนทํางาน โดยเฉพาะ ฝ์ายบริหารหรือภาคราชการ แต่ว่าข้อเท็จจริงก็คือว่า วันนี้การทําหนังสือสัญญาข้อตกลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมหรือทางด้านอื่นใดย่อมจะต้องมีมากขึ้น เพราะโลกมีลักษณะไร้พรมแดน มากขึ้น และสิ่งสําคัญก็คือว่าผลกระทบจากการทําหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ มันก็จะมีลักษณะที่กว้างขวางแล้วลึกลงไปถึงความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชน ในระดับพื้นฐานมากขึ้น ผมจึงคิดว่าคุณธรรมสมมุติจะมีหรือไม่ก็ตาม แต่ว่ารูปธรรมจาก หนังสือสัญญาที่มีการทํามาก่อนหน้านี้แล้วมันปรากฏไปแล้วครับ แล้วก็เห็นได้ชัดเจนว่า หลาย ๆ เรื่องมันก็สะท้อนว่าเราไม่อาจดําเนินการปล่อยให้ฝ์ายบริหารทําสิ่งเหล่านี้ โดยลําพังแต่เพียงฝ์ายเดียวได้อีกต่อไป เพราะจะเกิดความไม่เปึนธรรมในหลาย ๆ ด้าน ผมไม่ปฏิเสธครับ ข้อตกลงในลักษณะที่เปึนการขยายการค้าการลงทุนมีประโยชน์ โดยหลักทั่วไปแล้วถ้าคู่เจรจาสมน้ําสมเนื้อกัน ให้ความเปึนธรรมซึ่งกันและกันก็ควรจะ เปึนประโยชน์กับทั้ง ๒ ฝ์าย และผมก็เชื่อว่าทุกข้อตกลงที่เราไปทํามาก็มีสิ่งที่เรา ได้ประโยชน์ แต่ว่าทุกข้อตกลงเวลาไปแลกเปลี่ยนกันมันก็ต้องมีสิ่งที่กระทบกับคน ในประเทศของเราที่จะต้องเสียประโยชน์ด้วย ซึ่งก็เปึนดุลพินิจของผู้บริหารว่ามันคุ้มค่า กันหรือไม่ แต่มันก็ตอบยากครับเพราะว่าจะเอาอะไรเปึนเกณฑ์วัด ลําพังเพียงแต่ว่า ตัวเลขการเกินดุล ขาดดุล ก็คงไม่ได้หรอกครับ เพราะสมมุติว่าบางอุตสาหกรรม ได้ประโยชน์เปึนตัวเลขมากแต่คนได้ประโยชน์มีหยิบมือเดียว ไปแลกกับการเสียประโยชน์ ซึ่งวัดเปึนจํานวนรวมน้อยกว่า แต่ปรากฏว่ากระทบกับคนจํานวนมากมายมหาศาล ผมยกตัวอย่างเช่นว่าผลกระทบจากข้อตกลงการค้าเสรีที่เราทํากับจีนแล้วก็ภายหลังเปึน อาเซียน – จีน ที่กระทบกับพี่น้องเกษตรกรภาคเหนือ ก็เปึนเรื่องยากครับที่จะใช้ดุลพินิจว่า ตรงไหนคุ้มค่า ตรงไหนเปึนธรรม สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ดังนั้นการทําหนังสือ สัญญาเหล่านี้มันก็แทบไม่แตกต่างอะไรกับเวลาที่รัฐบาลไปดําเนินโครงการขนาดใหญ่ จะไปสร้างเขื่อน จะไปทําโรงไฟฟัามันก็มีประโยชน์ของมัน แต่ก็มีคนที่ได้รับผลกระทบ เดือดร้อนอย่างชัดเจน ฉะนั้นตามหลักธรรมาภิบาลและก็การบริหารจัดการยุคใหม่เราถึง ต้องพูดกันมากเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และแน่นอนเมื่อจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ถ้าพวกเราที่อยู่ในห้องนี้ ถือเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยเราก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย หลักคิดมีเท่านี้ครับ ไม่ใช่ว่าจะต้อง ไปหวาดระแวงทางฝ์ายบริหาร แต่ถือว่าในยุคสมัยนี้มันเปึนสิทธิของพลเมือง เปึนสิทธิ ของผู้แทนปวงชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วม และบทบัญญัติที่เปึนหลักการตรงนี้ไม่ได้ สลับซับซ้อนเลยครับ หลายประเทศเขาก็ใช้กัน พูดง่าย ๆ ก็คือจะไปเจรจาอะไร บอกผู้แทนประชาชนหน่อยเอากรอบมาให้ดู แล้วหลังจากได้กรอบไปแล้วก็ไปเจรจา เมื่อจะลงนามในสัญญาหรือจะไปแสดงเจตนาผูกพันก็มาให้ความเห็นชอบ พร้อมทั้ง ได้มีการกําหนดชัดเจนว่าจะมีการชดเชยเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบในเชิงลบอย่างไร ผมว่าหลักการนี้มันไม่ผิดหรอกครับ เพียงแต่ว่าขลุกขลักเพราะมันเปึนเรื่องใหม่ และถ้าต่อมาเราจะมีกฎหมายมีกฎเกณฑ์ผมก็คิดว่าเปึนหลักการที่ดี ผมเองกราบเรียน ท่านประธานว่ารู้สึกสะท้อนใจที่สุดวันที่รัฐบาลในอดีตไปเจรจาที่จะทําข้อตกลงการค้าเสรี กับสหรัฐอเมริกา ที่สะท้อนใจก็คือว่าไม่มีโอกาสที่จะได้มีส่วนร่วมอะไรในช่วงของการ เจรจาเลย แม้แต่การขอข้อมูลข้อเท็จจริง ฝ์ายนโยบายก็ไปถือว่าเปึนเรื่องของความลับ บอกรู้ไม่ได้ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมได้ รู้เรื่องเกี่ยวกับข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย - สหรัฐจากใคร ผู้แทนราษฎรสหรัฐเดินทางมา ประเทศไทย เขาทําหน้าที่เขาในการติดตามเรื่องของการเจรจาเขตการค้าเสรีไทย - สหรัฐ เขามาขอฟังความคิดเห็นของฝ์ายค้านประเทศไทย แปลกไหมครับ รัฐบาลของ ผมเองบอกว่าผมไม่มีสิทธิรู้ เปึนฝ์ายค้าน แต่รัฐบาลประเทศคู่ค้าเอามาเป่ดเผยให้หมด อยากจะรู้ว่าคนไทยคิดอย่างไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่าหลักการนี้เราอย่าไปปฏิเสธ มันเลยครับ แล้วก็ควรจะพยายามทําให้ถูกต้อง เพียงแต่ผมเห็นใจว่าในช่วงรอยต่อตรงนี้ ตีความกันไปก็อาจจะเปึนปัญหาได้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามข้อตกลงอาเซียน - ญี่ปุ์นก็เปึน ข้อตกลงซึ่งมันมีประเด็นทางเทคนิคที่เปึนข้อสังเกตอยู่หลายส่วนด้วยกัน จริง ๆ กรณีนี้ เปึนข้อตกลงที่มีความซับซ้อนยิ่งกว่าข้อตกลงทวิภาคีที่เราในฐานะประเทศไทย ทําทั่วไปด้วย เช่น เรามีความตกลงไทย - ญี่ปุ์นอยู่แล้ว วันนี้ก็เหมือนกับจะต้องสวมเข้าไป อยู่ในกรอบนี้ ขณะที่อาเซียนก็ยังไม่ได้สามารถพัฒนาตัวเองให้ไปเปึนกลุ่มประชาคม หรือกลุ่มเศรษฐกิจที่เปึนหนึ่งเดียว เพราะกฎบัตรของอาเซียนก็ยังไม่เรียบร้อย รอเรา รออินโดนีเซีย รอฟ่ลิปป่นส์ และในระหว่างที่ยังไม่เปึนเช่นนั้น ก็กลายเปึนว่าความตกลง อาเซียน – ญี่ปุ์น แต่ละประเทศก็ดําเนินการของตัวเองไป ใครอยากได้ประโยชน์ก็เข้าร่วม ผูกมัดอย่างที่ว่า พอแสดงเจตนารับรองแล้ว ๒ เดือนต่อมาก็จะมีผลบังคับ แต่ก็จะพ่วงไป กับประเทศที่ไปก่อนหน้า มันก็มีความซับซ้อน ข้อตกลงอาเซียน - ญี่ปุ์นถ้าหากว่า เหมือนกับไทย - ญี่ปุ์นเองมีประเด็นเยอะนะครับ ซึ่งจริง ๆ ก็อาจจะต้องสอบถามกันว่า มีทั้งเรื่องข้อห่วงใยก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเรื่องขยะพิษ เกี่ยวกับเรื่องของสิทธิบัตร ถ้าผมใช้คํา ไม่ผิดก็จุลชีพนะครับ มีเรื่องของกรณีปัญหากระบวนการทางกฎหมาย กรณีเกิดการ พิพาทกับผู้ลงทุนที่เปึนชาวต่างประเทศ มีกรณีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์เอง ซึ่งก็เปึนรูปธรรมเหมือนกันว่า ก่อนที่ไปทําข้อตกลงไทย - ญี่ปุ์น พอเปึนอุตสาหกรรม ยานยนต์ ผู้ได้รับผลกระทบ เขามีการรวมตัวกัน มีเสียงดังพอสมควรก็สามารถร้องเรียนได้ ไม่เหมือนกับกรณีของเกษตรกรหรือกลุ่มอื่น ๆ ทั่วไป อย่างนี้เปึนต้น แต่ว่าทั้งหมดนี้ครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า อยากจะขอปรึกษาท่านรัฐมนตรีคือ ถ้าวันนี้ท่านจะให้พวกเรา อภิปรายนะครับไล่เปึนประเด็นที่ข้องใจ สงสัย ผมไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง ที่สําคัญ ก็คือว่า เราลองมาทําให้มันเปึนแบบแผนได้หรือไม่ จะสอบถามท่านว่า จะมีข้อขัดข้อง อะไรในทางการบริหารไหมครับ ผมว่าสิ่งที่จะเปึนประโยชน์ที่สุดสําหรับกระบวนการของ รัฐสภาก็คือว่า เราตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา แต่ว่าไม่ใช่กรรมาธิการเหมือนพิจารณา กฎหมาย นะครับเพราะไปแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกครับ อันนี้ข้อตกลงอาเซียน เราจะไปเซ็น ไม่เหมือนกับประเทศอื่นในอาเซียนก็คงไม่ได้ ไม่มีการแก้ไขครับ แต่ว่ากรรมาธิการชุดนี้ จะไปศึกษาแล้วสรุปเปึนข้อเสนอกลับมายังรัฐสภาว่า เห็นว่ารัฐสภาควรหรือไม่ควร ให้ความเห็นชอบกับข้อตกลงนี้ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ผมเชื่อนะครับว่าแนวโน้มก็คือว่า พวกเราส่วนใหญ่ก็คงอยากให้ความเห็นชอบ แต่กระบวนการกรรมาธิการตรงนี้นอกจาก จะทําให้เกิดความรอบคอบแล้วนี่ครับ มันจะสมกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ อีกประการหนึ่งก็คือว่า เขาควรจะไปตั้งข้อสังเกตล่วงหน้าเลยว่า ใครได้รับผลกระทบ ในทางลบหรือแม้กระทั่งในทางบวกจากข้อตกลงนี้ในประเทศของเรา ใครได้ประโยชน์ก็จะ ได้สามารถเตรียมตัวได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่ที่สําคัญกว่าก็คือว่าคนที่พูดง่าย ๆ คือต้องเสียสละให้ส่วนรวม เพราะเรื่องนี้ดีกับ เศรษฐกิจส่วนรวม แต่ว่าตัวเขาต้องยอมสูญเสียเพื่อไปแลกกับข้อตกลงนี้ เราจะได้มีการ กําหนดเตรียมการล่วงหน้าในเรื่องของมาตรการที่จะไปชดเชยหรือเยียวยาความเสียหาย ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาแถลงว่าที่จริงเรามีกลไกตรงนี้อยู่คือกองทุนอยู่แล้ว เข้าใจว่า มีทั้ง ๒ กระทรวงนะครับ มีทั้งกระทรวงพาณิชย์ มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มีการ แต่งตั้งกองทุนลักษณะนี้ขึ้นมา แต่ว่าผมเชื่อว่าถ้าท่านประธานได้ติดตามจะพบว่า การเบิกจ่ายกองทุนเหล่านี้น้อย แล้วก็เทียบไม่ได้เลยกับความเดือดร้อนที่บางครั้งเกิดขึ้น จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี เพราะอะไรครับ เพราะที่ผ่านมาเราไปลงนามข้อตกลง เขตการค้าเสรีเสร็จ ผลกระทบตามมาพอเดือดร้อนก็ร้องเรียนกัน อาจจะมีการมาพูดกัน เปึนประเด็นทางการเมืองอยู่บ้าง แล้วเราก็บอกมีกองทุนนี้ แต่ผมถามว่าพี่น้องคนไทย จํานวนมากครับเขาไม่รู้หรอกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวเขามันเปึนผลโดยตรงหรือไม่ จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี เพราะเขาไม่ได้รู้ล่วงหน้านี่ครับ วันหนึ่งฝ์ายบริหารไปเซ็น กลับมา พอเกิดเรื่องก็มีการร้องเรียนกัน ผู้แทนราษฎรก็มาพูดเหมือนเวลามาพูดเรื่อง พืชผลตกต่ํา ภัยแล้ง น้ําท่วม เสร็จแล้วก็เถียงกันได้ว่าตกลงที่ราคาตกเปึนเพราะข้อตกลง หรือเปล่า หรือเปึนเพราะฤดูกาล หรือเปึนเพราะดิน ฟัา อากาศ หรือเปึนเพราะสภาพ ตลาดโลก แต่ถ้าเรามีกระบวนการอย่างเช่น กรรมาธิการศึกษาเสร็จตั้งข้อสังเกตไว้เลยว่า กลุ่มนั้นกลุ่มนี้คือกลุ่มเสี่ยงก็ได้ครับที่จะได้รับผลกระทบ มันก็จะได้มีข้อสังเกตไปยัง ฝ์ายบริหารทันทีว่าการมีกองทุนกลไกชดเชย เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบมีหลักเกณฑ์ อย่างไร สร้างความเข้าใจประชาสัมพันธ์ให้เขาอย่างไร เราก็จะได้ดูแลคนเหล่านั้นได้ ในฐานะที่เขาเสียสละให้กับส่วนรวมไม่ต่างจากพี่น้องที่เวลามีการก่อสร้างโครงการ ขนาดใหญ่แล้วอาจจะต้องสูญเสียที่ดิน ทรัพย์สินหรืออะไรก็แล้วแต่ ดังนั้นอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่ากระผมเปึนคนหนึ่งที่สนับสนุนเรื่องของการขยายความร่วมมือ ทางการค้า การลงทุน หลักการในเรื่องของการมีความตกลงกับญี่ปุ์นในนามของไทย หรืออาเซียน ผมสนับสนุนครับ แต่ว่าเราอยากจะรู้ผลกระทบ เราอยากจะเปึนผู้แทนของ ปวงชนชาวไทยที่ดีที่จะได้ช่วยเตรียมการให้กับคนของเราที่ต้องเสียสละเพื่อให้ส่วนรวม ได้ประโยชน์ เปึนไปได้ไหมครับ ขอเวลากรรมาธิการของรัฐสภาสัก ๓๐ วัน ๔๕ วัน แล้วก็ เอาเรื่องเหล่านี้ไปศึกษานํากลับมาเปึนข้อเสนอที่เปึนรูปธรรมว่าสภาควรเห็นชอบ มีข้อสังเกตไปให้ฝ์ายบริหารว่าถ้าไปทําความตกลงนี้แล้วมีกลุ่มใดบ้างประเด็นใดบ้าง ที่ต้องไปดูแลเปึนพิเศษเพื่อไม่ให้ผลเสียนั้นเปึนสิ่งที่เรามาเสียใจภายหลังว่าไม่ได้ คาดการณ์ ไม่ได้เตรียมตัวที่จะดูแลมาก่อน ถ้าท่านรัฐมนตรีจะกรุณาให้คําตอบตรงนี้ได้ แล้วก็ขอความเห็นใจว่าจริง ๆ แล้วผมอยากให้เห็นใจทุกฝ์ายนะครับ คือฝ์ายท่านเอง ก็ทํางาน ผมทราบเวลามันเพิ่มขั้นตอน เวลามันเพิ่มระยะเวลาก็มีความกังวล แต่ผมอยาก เห็นว่าไม่อยากให้ความตกลงเหล่านี้ในที่สุดมันจะกลายเปึนเรื่องที่เปึนประเด็นปัญหา ทางการเมืองตลอดเวลา เพราะเราไม่มีกระบวนการที่ดีที่รองรับ เราเอาสะดวกวันนี้ แต่วันข้างหน้าเราจะทําอะไรได้ยากขึ้น ๆ เรียนตรง ๆ ว่ามาตรา ๑๙๐ ก็มาเพราะเปึน ปฏิกิริยากับการรวบรัดตัดตอนการทําหนังสือสัญญาหลายฉบับก่อนหน้านี้ในอดีตนะครับ ก็กราบเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ แล้วก็ถ้าเปึนไปได้อยากได้คําตอบจากท่านรัฐมนตรี ด้วยครับ
ท่านสมาชิกรัฐสภาครับมีผู้อภิปราย ทั้งหมดขณะนี้มีชื่ออยู่กับผมนะครับ ส.ว. ก็ยังค้างอยู่ ๕ ท่าน คุณตวง คุณวิชาญ คุณชรินทร์ คุณธีระจิตต์ คุณสุรชัย ส่วนทางฝ์ายประชาธิปัตย์ก็ยังมี คุณจุติ คุณนริศ คุณไกรศักดิ์ คุณอสิ มะหะมัดยังกี คุณนคร มาฉิม ส่วนพรรคพลังประชาชนก็มีคุณสุรพงษ์ คุณนิรมิต คุณธเนศ คุณสาธิต คุณกุเทพ คุณจตุพร คุณสถาพร คุณจุมพฏ ผมอยากจะปรึกษาว่าเราควรจะจํากัดเวลาไหม หรือว่า ปล่อยไปอย่างนี้ ผมถามที่ประชุม เชิญ
ท่านประธานครับ ถ้าผมจะขออนุญาตท่านประธานกรุณาหารือ คือถ้าสมมุติว่ามันมี กรรมาธิการ ก็ไม่ต้องพูดกันมาก ใครสนใจประเด็นไหนก็ไปติดตามในกรรมาธิการได้ ถ้าอย่างนั้นจํากัดเวลาคงไม่ว่ากัน ก็แค่ฝากประเด็นกันไป แต่ว่าถ้าจะไม่ตั้งกรรมาธิการ ผมว่าถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ต้องจํากัดเวลา เป่ดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกทําได้เต็มที่ เสร็จแล้ว เห็นชอบก็จบ
ความเห็นของผมก็ไม่จํากัดเวลาแล้ว ตั้งแต่ต้น ถ้าอย่างนั้นก็ดําเนินการไปเลย ต่อไปคุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สลับกันไป เชิญท่านรัฐมนตรีก่อนคุณสุรพงษ์
กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมเองก็ต้องขอขอบคุณ ที่ท่านให้ความเปึนห่วง โดยเฉพาะเรื่องของกฎหรือที่เราไปเซ็นนี้ ทั้งหมดเราแก้ไขไม่ได้อยู่ แล้ว แต่สิ่งที่พวกท่านยื่นแสดงความคิดเห็นนั้นเปึนเรื่องของการทําให้เกิดความรอบคอบ แล้วก็ให้มีความเห็นพ้องต้องกันว่าสิทธิที่ไปเซ็นนั้นผลได้ผลเสียเปึนอย่างไร ผมเรียนว่า วันนี้ระเบียบวาระการประชุม ทางเราก็ส่งให้ทั้งหมดแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรจะให้ตั้งกรรมาธิการนั้น ผมก็ไม่ขัดข้อง เรียนว่าไม่ขัดข้องเพราะจะได้ ไปคุยกันในฟลอร์ (Floor) เล็ก เนื่องจากอันนี้เราประชุมกรอบใหญ่มาเปึนครั้งที่ ๙ ครั้งที่ ๑๐ แล้ว บังเอิญมาคาบเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ คือครั้งที่ ๙ และครั้งที่ ๑๐ เรียนว่าฝ์ายเราเองเขาดูอย่างรอบคอบ ผมก็เรียกแต่ละประเด็นมาดู ถามว่าทุกคน ก็รักชาติรักแผ่นดินเหมือนกัน เปึนห่วงเปึนใยว่าแล้วสิ่งที่เราไปเซ็นผูกพันไว้นั้น อนาคต ลูกหลานเราจะเปึนอย่างไร เราคิดเหมือนกัน ผมก็เชื่อว่าท่านผู้แทนทุกคน ผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านก็มีความนึกคิดเหมือนกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าจะต้องใช้เวลาตรงนี้ ด้วยความเปึนห่วงเปึนใยในเรื่องนี้ ผมเข้าใจและรู้ถึงความรู้สึกของคนที่เปึนตัวแทน ประชาชน ถ้าหากทางฝ์ายรัฐบาลพร้อมที่จะให้ตั้งกรรมาธิการพิจารณาถามกันในเรื่องนี้ ผมก็ยินดี โดยเฉพาะสิ่งหนึ่งที่จะตอบก็คือเดดไลน์ (Deadline) ผมต้องทราบให้จบก่อน วันที่ ๖ ตุลาคม ก็ประทานกราบเรียนท่านประธานสภาเพื่อหาข้อสรุปอาจจะตั้ง กรรมาธิการ ผมไม่ขัดข้อง กราบขอบพระคุณ
ก็เป่ดโอกาสให้แต่ละคนแสดง ความคิดเห็นไปสักหน่อย เพราะแต่ละคนก็มีเปัาหมายอันเดียวกัน เชิญดําเนินการไปก่อน แล้วก็ให้วิป (Whip) ๓ ฝ์าย วุฒิสภา ฝ์ายค้าน และฝ์ายรัฐบาล ไปตกลงกัน แล้วแจ้งให้ ผมทราบว่าจะดําเนินการอย่างไร ก็แจ้งให้ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบ ท่านสั่งการให้ท่านสาทิตย์กับท่านอื่นไปดําเนินการ เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับที่จริงแล้วมาตรา ๑๙๐ นั้น ผมเองไม่เห็นด้วย เนื่องจากว่าในตอนที่ มีการปฏิวัติและมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ มีการขอมติเพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญ หรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นั้น ผมเองเรียนตรง ๆ เลยว่าไม่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ เพราะผมเห็นว่ามีประเด็นหลาย ๆ ประเด็นที่ได้สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นกับ ประเทศชาติ อย่างมาตรา ๑๙๐ นี้ท่านประธาน ผมมองอย่างนี้ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่สภาต้องการ รับรู้ไปทุกเรื่อง เพราะเกรงกลัวว่าข้าราชการหรือนักการเมืองจะหาประโยชน์จากการไป ตกลงในข้อสัญญาระหว่างประเทศนั้น บางเรื่องแทนที่จะทําให้การดําเนินการของประเทศชาติเราไปได้ทันการรวดเร็วไม่ต้องไป พะวักพะวงสิ่งต่าง ๆ ที่จะเปึนข้อครหา ทําให้การค้าขายการแข่งขันในตลาดเสรีนั้น ไม่ทันกินเขา บ้านเมืองเสียหายไปเยอะครับ อย่างมาตรา ๑๙๐ ใช้ในบางเรื่องบางราว ก็เปึนสิ่งที่ดี แต่ใช้ในบางกรณีแล้วมันสร้างปัญหาครับ อย่างกรณีการค้าขายระหว่าง ประเทศ ผมเองได้อ่านข้อศึกษาที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ทําขึ้นมา รูปเล่มฉบับนี้แหละครับ ถามว่าดีไหม ผมว่าดีครับ เพราะการค้าที่เราจะได้ ประโยชน์จากการที่ร่วมลงนามในข้อตกลงอาเซียน – ญี่ปุ์น ก็คือว่าการลดภาษีสินค้าที่เรา ส่งไปขายประเทศญี่ปุ์น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรครับ ไม่ว่าจะเปึนทุเรียน ฝรั่ง มะม่วง มะละกอ กล้วย มะพร้าว ได้ประโยชน์ทั้งนั้น นอกจากนั้นนะครับอาหารทะเล ไม่ว่าจะเปึน กุ้ง ปู ปลา ปลาหมึก ได้ประโยชน์อีกครับ เพราะว่าเราจะทําให้สินค้าเกษตรของเรานั้น ได้ส่งไปขายในประเทศญี่ปุ์น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเลยครับว่า ๑๐ กว่าป้ ที่ผ่านมา ผมได้ไปประเทศญี่ปุ์น ชีวิตนี้ไม่เคยได้กินกุ้งตัวใหญ่ ๆ เท่าที่ผมไปได้กิน ในประเทศญี่ปุ์น ผมบังเอิญไปนั่งกินครับแล้วก็ถามพ่อค้าที่ญี่ปุ์นว่า กุ้งนี้มาจากไหน เขาบอกว่ามาจากประเทศไทย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แหละครับมันเปึนประโยชน์ พี่น้อง เกษตรกรชาวประมงก็จะได้รับประโยชน์ ในขณะเดียวกันผลไม้ที่เรานําเข้าจากประเทศ เขา ถ้าหากภาษีลดลงจาก ๔๐ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๐ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องประชาชนคนไทย จะได้กินผลไม้ฝรั่งราคาถูก ๆ เหมือนกันครับท่านประธานครับ เพื่อจะได้ทดสอบรสชาติ เพื่อจะได้มาพัฒนาสินค้าเกษตรของเราให้แข่งขันในตลาดโลกได้ ที่สําคัญที่สุด ท่านประธานผมได้ไปอังค์ถัด (UNCTAD) มา ไปเรียนพบท่านเลขาธิการอังค์ถัด ท่านดอกเตอร์ศุภชัย พานิชภักดิ์ ท่านพูดชัดเจนครับว่า ประเทศไทยควรจะทํามาค้าขาย ด้านการเกษตร ทํามันให้ดีกว่าประเทศอื่นได้ เพราะบรรพบุรุษของเรานั้นมีความเก่งกาจ ทางด้านเกษตรกรรม พี่น้องประชาชนคนไทยได้เปรียบประเทศอื่นครับ ภูมิอากาศของเรา ก็ดีกว่า เราไม่เจอพายุร้ายเหมือนประเทศอื่น ๆ สิ่งนี้แหละครับเปึนสิ่งที่คนไทยได้รับ ประโยชน์เปึนอย่างยิ่งนะครับ เราควรที่จะดําเนินการค้าการขายให้ทันกับสังคมโลก และวันนี้ผมได้ศึกษาร่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น ผมอ่านทั้งหมด นี่แหละครับท่านประธานก่อนที่ผมจะลุกขึ้นมาอภิปราย ผมเรียนตรง ๆ ว่าอ่านทั้งหมด แล้วง่วงนอนครับ อ่านแล้วก็ไม่ค่อยรู้เรื่องครับแต่รู้ว่ามันมีส่วนดีมาก กระทรวงพาณิชย์ คงจะไม่ทําให้ประเทศไทยต้องเสียหาย เวลาไปตกลงกับใครข้าราชการก็มีความรัก ในประเทศ คงไม่ยอมตกเปึนเบี้ยล่างของประเทศอื่น และถ้ามันไม่ดีอาเซียนเขาคง ไม่ลงนามอย่างนี้ เราจะต้องทําให้ทันเหตุการณ์ครับและเราเปึนผู้นําอาเซียนได้ในอดีต วันนี้อาจจะถอยหลังแล้วก็ได้ครับเพราะความวุ่นวายในประเทศ วันนี้เวียดนาม ประเทศ ต่าง ๆ เขาหัวเราะเยาะเราครับ เขาอาจจะดีใจด้วยก็ได้ครับเพราะวันนี้เขาอาจจะเอาเงิน มาสนับสนุนให้เกิดความวุ่นวายในประเทศเพื่อประเทศชาติเราจะได้ล้าหลังก็ได้ครับ อันนี้ ผมสันนิษฐานเอาเองท่านประธาน ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าผมได้ อ่านเหตุผลและศึกษาผลดีผลเสียของร่างความตกลงหุ้นส่วนฉบับนี้แหละครับเปึน สิ่งที่ดีครับ และผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้คงจะเห็นชอบตามมาตรา ๑๙๐ เพราะว่าต้องมาผ่านสภาแห่งนี้ ผมก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้ให้การสนับสนุนเห็นชอบ กับร่างฉบับนี้นะครับ และสิ่งที่ผู้นําฝ์ายค้านจะให้ตั้งกรรมาธิการ ผมก็เห็นดีด้วยครับ แต่ต้องให้ทันเหตุการณ์ ให้ทันเวลาตามที่กระทรวงพาณิชย์ต้องการเพื่อจะได้ไปลงนาม เพื่อประเทศชาติของเราจะได้มีการค้าการขายเจริญรุ่งเรืองไม่น้อยหน้ากว่าประเทศอื่น ๆ ครับผมฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ รวบรัดดีครับ เชิญ ท่านตวง อันทะไชย ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าประเด็นที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านได้เสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ เปึนประเด็นที่น่าสนใจและควรจะต้องรับฟัง แม้ว่าในส่วนตัวผมจะเห็นด้วยกับหลักการ และควรจะต้องดําเนินการตามข้อเสนอที่รัฐบาลเสนอต่อสภาแห่งนี้ แต่ว่ามันมีความ จําเปึนที่เราจะต้องทําตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐
ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเปึนประเด็นสําคัญที่ภาค ประชาสังคมได้สนใจมาตั้งแต่ก่อนที่เราจะทําเจเทปากับญี่ปุ์น เราสนใจเรื่องนี้มาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๘ ก็คือประเด็นที่คุณหญิงท่านเปึนสมาชิกได้กรุณาพูดถึงคือเรื่องของการที่จะ ต้องให้ประเทศไทยเปึนแหล่งในการที่ทิ้งขยะและของเสียอันตรายในอนาคตข้างหน้า ผมคิดว่าข้อตกลงเหล่านี้เปึนข้อตกลงที่จะต้องทําความเข้าใจให้พอสมควร ประเด็น ของผมก็คือท่านประธานครับ แม้ว่าเราจะมีประโยชน์มหาศาลต่อการเซ็นสัญญาเอเจเซป ในครั้งนี้ หรือแม้การเซ็นสัญญากับเจเทปาที่ผ่านมานั้น เราก็มีข้อข้องใจอยู่เสมอว่า ในการเซ็นสัญญาเหล่านั้นรัฐบาลจําเปึนที่จะต้องตอบให้สภาแห่งนี้และองค์กร ภาคประชาสังคมได้มั่นใจว่าได้มีมาตรการข้อตกลงที่กําหนดเกี่ยวกับการปัองกันเยียวยา ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับของเสียและอันตรายที่จะเปึนสิ่งที่จะต้องมาทําลาย สิ่งแวดล้อมและชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้ ข้อเสนอของผมก็คือว่าประการหนึ่ง ในสัญญาฉบับนี้คนที่รับผิดชอบช่วยอธิบายและเล่าให้สภาได้ฟังว่าได้คํานึงถึงเรื่องนี้มาก น้อยแค่ไหนอย่างไร
ประการที่ ๒ ข้อตกลงครั้งสุดท้ายเอเจเซปครั้งนี้ได้มีความเชื่อมโยง ผูกพันกับเจเทปาหรือไม่อย่างไร หลังจากที่เราไปเซ็นกับเจเทปาที่ผ่านมานั้น ผลกระทบ ที่เกิดขึ้นต่อเรื่องที่ทิ้งขยะและของเสียที่เรากังวล ที่เรามีความห่วงใยกันนั้นได้มีผล กระทบเกิดขึ้นกับประเทศไทยหรือไม่อย่างไร ผมคิดว่าข้อเสนอเหล่านี้เปึนข้อเสนอที่ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชนเองก็ควรที่จะต้องได้รับรู้และเข้าใจร่วมกัน ตลอดจน สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ก็ควรที่จะได้รู้ว่าผลที่จะเกิดขึ้นในการเซ็นสัญญาระหว่างประเทศนั้น กับประเทศไทยในเชิงสิ่งแวดล้อม ในเชิงนิเวศวิทยานั้นมันจะเกิดขึ้นอย่างไร แล้วมันคุ้ม หรือไม่กับการที่เราจะต้องมาเยียวยาดูแลรักษาประชาชนของตัวเองกับรายได้ที่เราได้มี มหาศาล
ผมฝากประเด็นท่านประธานไว้ตอนท้ายว่าวันนี้สังคมไทยอยู่บนพื้นฐานว่า เรากําลังชั่งใจอยู่ว่าระหว่างสิ่งที่เราได้มากับสิ่งที่เราจะเสียไปนั้นมันคุ้มค่ามากน้อย แค่ไหน ผมคิดว่าบทเรียนมาบตาพุดคือตัวอย่างชัดเจนว่า แม้เราจะมีรายได้มหาศาล แต่เราก็จําเปึนที่จะต้องใช้งบประมาณอย่างมหาศาลในการเยียวยาพี่น้องประชาชน ของเรา เช่นเดียวกันกับข้อตกลงครั้งนี้แม้จะมีประโยชน์มหาศาลตามข้อเสนอของรัฐบาล ที่เสนอต่อสภาแห่งนี้มันมีความจําเปึนที่จะต้องอธิบายว่าเราได้มีการปกปัองคุ้มครองและ ปัองกันอย่างไร เรามีแนวทางในการที่จะจัดการงบประมาณในการดูแลเยียวยาผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปคุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ คือมีชื่ออยู่แล้วไม่ต้องยกมือให้เมื่อยหรอกครับ เชิญ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมอยากจะ ขออนุญาตท่านประธานแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ระหว่างอาเซียนกับประเทศญี่ปุ์น และผมอยากจะขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ขึ้นมา การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมานั้นผมทราบว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไร ในข้อตกลงได้ แต่ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะเปึนเครื่องมือ เครื่องมืออันหนึ่ง ในอนาคตที่รัฐบาลนั้นสามารถนําไปใช้เปึนเทคนิคในการเจรจาต่อรองกับต่างประเทศได้ ในอนาคต โดยที่ท่านอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเองก็จะใช้ประโยชน์จาก ตรงนี้ได้ และผมก็เชื่อมั่นว่าท่านเปึนคนที่มีความสามารถคนหนึ่ง แต่ผมคิดว่าท่าน คนเดียวนั้นไม่พอ ถามว่าทําไมไม่พอ เพราะว่าผมเห็นในข้อตกลงทางการค้าหรือความ ตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียน – ญี่ปุ์น นั้น ที่ท่านมาให้เราว่าความร่วมมือด้านเศรษฐกิจบอกว่า สาขาความร่วมมือต่าง ๆ คือ กระบวนการที่เกี่ยวกับการค้า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ทรัพย์สินทางปัญญา พลังงาน ข้อมูลและเทคโนโลยีการสื่อสาร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วิสาหกิจขนาดย่อมและ ขนาดกลาง การท่องเที่ยวและฮอสพิทอลิตี้ (Hospitality) การขนส่งและโลจิสติกส์ การเกษตร ประมงและป์าไม้ สิ่งแวดล้อม นโยบายการแข่งขัน สาขาอื่น ๆ ตามแต่จะ ตกลงกัน ท่านประธานจะเห็นครับ ท่านอธิบดีจะเห็นว่ามันกว้างมาก แล้วการกว้างมากนั้น ผมกราบเรียนได้ว่าลําพังวันนี้ให้กระทรวงพาณิชย์มาเปึนเจ้าภาพ แล้วนั่งอยู่คนเดียว โดด ๆ นั้น ผมว่ามันไม่พอ วันนี้สภาจะต้องให้อํานาจแล้วก็ให้บังคับให้ส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ผมอ่านมาเมื่อกี้นี้มันมีหลายมิติ หลายกระทรวง ท่านประธานครับในอนาคตถ้าเกิด อะไรขึ้นในทางลบเขาก็จะโยนกลองว่า กระทรวงพาณิชย์เปึนคนเจรจา เขาไม่มีส่วนรับรู้ รับเห็นในสิ่งต่าง ๆ ที่ทําไป ผมอยากจะให้เปึนว่าวันนี้ ความจริงเสียดายว่าน่าจะมี กระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีน่าจะมาด้วย กระทรวงอุตสาหกรรมน่าจะมาด้วย แม้กระทั่งเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนก็น่าจะมานั่งรับฟังด้วย ไม่เว้นครับแม้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพัฒนาสังคม และทรัพยากรมนุษย์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่ามันต้องมีบูรณาการกันหมด แล้ววันนี้ ที่เห็นในภาพนี้ไม่สบายใจครับ ไม่สบายใจและไม่แน่ใจว่าการบูรณาการจะเกิดขึ้นแล้วก็ ไม่มั่นใจเลยว่าการบูรณการในเชิงปฏิบัติก็จะเกิดขึ้นด้วย ผมเห็นวันนี้แล้วผมกลัวว่า คําว่า ธุระไม่ใช่ ภาระของท่านอธิบดีคนเดียวผมว่าท่านแบกรับไม่ไหวครับ ท่านเปึนอธิบดี ท่านจะไปขอร้องกระทรวงอื่นปลัดกระทรวงให้มาร่วมประชุมท่านได้ไหม ไม่ได้ ท่านต้อง ใช้อํานาจของรัฐสภานี้บังคับความร่วมมือเกิดขึ้น ใช้สภานั้นเปึนแส้ ให้ทุกคนนั้นอยู่ในร่อง ในรอยว่านี่คือผลประโยชน์ของประเทศไทย ที่กระทรวงทุกคนจะต้องร่วมมือกัน ผมไม่อยากเห็นความเสียหายต่าง ๆ เหล่านี้ อย่าให้ซ้ํารอยประวัติศาสตร์ของข้อตกลง ทางการค้ากับประเทศอื่น สิ่งที่มีความเปึนห่วงใยครับ อยากจะให้ท่านอธิบดีได้กรุณา จดความห่วงใยของผมไว้ เพราะมันเกี่ยวข้องกันหลายกระทรวง แล้วก็ถ้าผมไม่มีโอกาส ไปเปึนกรรมาธิการกับเขา หรือสภาไม่ตั้ง ผมอยากจะได้ฟังคําตอบจากทางท่าน เพื่อให้ เกิดความสบายใจว่า สิ่งที่รัฐสภาจะอนุมัติไปนี้ คนไทยได้ประโยชน์ แล้วก็ไม่ใช่แค่คนไทย ได้ประโยชน์บนเอกสารเฉย ๆ ในเชิงปฏิบัติทุกกระทรวงต้องมีส่วนร่วม ผมเน้นนะครับ ทุกกระทรวงต้องมีส่วนร่วมในการขยายผลในเชิงประโยชน์ที่เราจะได้รับจากความตกลง ทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์น ท่านประธานครับ ผมไม่มีเวลาอ่านหนังสือที่ สภาจัดให้ ๑๘๗ หน้า อ่านไม่ทันครับ แล้วก็ของที่ท่านส่งมาให้ ก็อ่านไม่ทันประมาณ ๑๐๐ กว่าหน้า แต่อยากจะถามครับว่าทางกระทรวงพาณิชย์เมื่อไปเจรจากับเขา ตอนไป เริ่มก่อนเจรจาการเตรียมการมีกี่กระทรวงที่เข้าร่วมการเตรียมการกับกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็มีข้อตกลงระหว่างกระทรวงกันอย่างไรบ้าง มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมไหมครับ ติดตามผลการปฏิบัติตามข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์น ทุกกระทรวง เปึนกรรมการไหม มีแผนปฏิบัติการร่วมกันไหมว่าจะติดตามขยายผลสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ อย่างไรนะครับ แล้วคณะกรรมการที่ว่านี้ประกอบไปด้วยหน่วยงานใดบ้าง แล้วก็ผู้บริหาร ระดับไหนที่จะเข้าร่วมนะครับ แล้วการประชุมนี้มีการทบทวนทุก ๓ เดือน ทุก ๖ เดือน หรือว่าทุกเดือนในการติดตามผลนะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะรับคําชี้แจงจากท่าน
ประเด็นต่อมาคือกลไกที่ผู้เสียหายหรือผู้เดือดร้อนจะร้องเรียนผ่าน ส่วนราชการ ในกรณีที่มีการขอทบทวนความตกลงต่าง ๆ เหล่านี้ กลไกต่าง ๆ เหล่านั้น มีกระบวนการอย่างไร และเป่ดกว้างแค่ไหนให้ประชาชนนั้นสามารถเข้าถึงแล้วก็ร้องเรียน ถึงคณะกรรมการที่ว่านี้ได้ คณะกรรมการของท่านนั้นมีระบบเตือนภัยทางเศรษฐกิจ มีระบบเตือนภัยทางสังคมและด้านสิ่งแวดล้อมด้านอื่น ๆ ขณะนี้ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านอธิบดีหรือว่าผู้มาชี้แจงได้เห็นผ่านท่านประธาน ไปว่า ทุกวันนี้มีความเปึนห่วงว่าหลายคนพูดถึงขยะนะครับ ผมยกตัวอย่างให้ฟังเรื่องหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้ว ก็คือมีบริษัทนําเข้าบริษัทหนึ่ง นําเข้าขยะพิษทางอุตสาหกรรม ขยะสารเคมีมานี่เขาก็ไปซื้อที่ผืนใหญ่หลายร้อยไร่ในเขตกันดารในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ใกล้ภูเขาแล้วเขาก็มีใบนําเข้า ใบนําเข้านั้นเปึนภาษาอังกฤษ แล้วก็แถมเปึน เรื่องของเคมี ซึ่งขนาดผมอ่านภาษาอังกฤษได้ ผมก็ไม่เข้าใจว่าสารเคมีนี้มีผลเปึนพิษ อย่างไรและก็นานขนาดไหน และก็เมื่อเขาเปึนที่ของเขาแล้วเขาก็กั้นรั้วไม่มีใครเข้าไปได้ แล้วก็ขุดแล้วก็ฝังกลบสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ กรมควบคุมมลพิษก็เข้าไปไม่ถึง อบต. อบจ. ก็เข้าไปตรวจสอบไม่ได้เพราะเปึนที่ส่วนบุคคล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว และผมเชื่อว่า เมื่อมีข้อตกลงอาเซียนญี่ปุ์นหรือแม้กระทั่งไทย - ญี่ปุ์นเข้ามาแล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะ เกิดขึ้นมากขึ้น ถามว่ามากขึ้นเพราะอะไร มากขึ้นเพราะว่าเรามีการลดภาษีระหว่างกัน ฉะนั้นต้นทุนของการกําจัดขยะในประเทศญี่ปุ์นนั้นแพงมาก เปึนการง่ายและก็สะดวก ที่จะส่งออกสารขยะต่าง ๆ เหล่านี้มายังประเทศที่กําลังพัฒนา เช่น ในแถบประเทศ อาเซียน แต่ไม่ใช่สิงคโปร์หรือว่ามาเลเซีย เพราะว่าเขามีกฎหมาย กฎบัตรที่เข้มงวดมาก ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องของขยะแล้ว ผมอยากจะให้ทางกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีก็ได้ช่วยอธิบายครับว่าประโยชน์ที่ท่านบอกว่าคนไทยจะได้รับผู้ประกอบการ ไทยจะได้รับนี้นะครับ ท่านจะมีการขยายความได้ไหมว่ากลไกของกระทรวงพาณิชย์ที่จะ ช่วยผู้ประกอบการให้ได้ผลประโยชน์จากข้อตกลงตรงนี้ท่านจะดําเนินการอย่างไร ไม่ได้ถามว่าจะทําอะไรบ้างนะครับ จะดําเนินการอย่างไรในกรณีนี้ เช่น ไม่ใช่จัดสัมมนา ไม่ใช่จัดประชุม แต่ต้องให้เกิดประโยชน์ในการช่วงชิงผลประโยชน์ทางภาษีอากรแล้วก็ ขยายการส่งออกตรงนี้ไปด้วย
ข้อห่วงใยของผมอีกข้อหนึ่งซึ่งอยากจะฟังจากกระทรวงพาณิชย์ และจริง ๆ ก็อยากจะฟังจากกระทรวงการต่างประเทศ แม้กระทั่งกระทรวงแรงงาน กระทรวง อุตสาหกรรมด้วย คือวันนี้เมื่อประเทศไทยต้องลดภาษีศุลกากรลงนะครับ ท่านสมาชิก หลายท่าน ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายไปแล้วว่าภาษีศุลกากร ด้านอุตสาหกรรมของญี่ปุ์นนั้นเขาต่ํา ประเทศไทยสูง เมื่อเมืองไทยลดภาษีลงมาแล้ว ในที่สุดถามว่าจะมีปัจจัยอะไรที่จะปัองกันไม่ให้ญี่ปุ์นย้ายฐานการผลิตไปในกลุ่มประเทศ อาเซียนอื่น ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันนอกเหนือจากอํานาจขอบเขตของกระทรวงพาณิชย์เลย เห็นไหมครับว่าตรงนี้จึงต้องมีการบูรณาการ ผมยกตัวอย่างเลยว่าวันนี้ญี่ปุ์นมีโรงงาน ที่ผลิตในเมืองไทย แล้วก็ในขณะเดียวกันเมื่อข้อตกลงอาเซียนนี้สําเร็จ ประเทศที่มีต้นทุน ต่ํากว่าประเทศไทย เช่น เวียดนาม แม้กระทั่งกัมพูชา ในสินค้าหรือผลผลิตหลายชนิด เขาก็สามารถย้ายฐานการผลิตไปอยู่ที่นั่นได้ ผมถามว่าวันนี้กระทรวงต่าง ๆ มีมาตรการ อะไรบ้างที่เตรียมจะผูกมัด แล้วก็ดึงดูดให้ญี่ปุ์นนั้นไม่ย้ายฐานการผลิตสินค้าต่าง ๆ เหล่านั้นจากประเทศไทยไปอยู่ในประเทศอาเซียนอื่น ๆ นอกจากนั้นแล้วอยากจะถามว่า แผนปฏิบัติการของกระทรวงพาณิชย์ว่าประเทศไทยมีข้อตกลงไทย – ญี่ปุ์น การค้า ไทย – ญี่ปุ์นแล้ว วันนี้มีอาเซียน - ญี่ปุ์นมากขึ้น ผมเห็นเอกสารท่านท่านบอกว่าจะได้ ประโยชน์เพิ่ม แต่อยากจะให้ทราบว่าประเทศไทยขาดดุลต่อเนื่อง ขาดดุลการค้ากับญี่ปุ์น มา ๓๐ ป้แล้ว ผมจําได้ว่าเมื่อป้ ๑๙๘๖ ผมมีส่วนร่วมไปกับคณะที่ไปยื่นจดหมายกับ นายกรัฐมนตรีนากาโซเน่ในขณะนั้นนะครับ วันนั้นไทยขาดดุลการค้าเขาเพิ่มมากขึ้น เหลือเกิน เรามีความเปึนห่วง แต่หลังจากนั้นมาเราขาดดุลเพิ่มขึ้น ๆ ตลอด แล้วถามว่า มีหลักประกันอะไรที่เราจะขาดดุลการค้ากับญี่ปุ์นน้อยลง หากเรามีข้อตกลงกับเขา ตรงนี้ว่าเรามีผลประโยชน์เพิ่มขึ้น ท่านทราบท่านรู้ดีว่าญี่ปุ์นนั้นตั้งมาตรการกีดกันสินค้า ไทยที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร เปึนเรื่องของมาตรฐานสินค้า เปึนเรื่องของความปลอดภัยจากสารปนเปุ๋อน เปึนเรื่องมาตรฐานอุตสาหกรรม มาตรฐาน สิ่งแวดล้อมเขา ถามว่าตรงนี้แหละครับ มีแผนปฏิบัติการที่จะช่วยให้ประเทศไทยนั้น ผลิตได้ตามมาตรฐาน แล้วก็ส่งไปที่ประเทศญี่ปุ์นได้มากขึ้นเพื่อลดการขาดดุลการค้า ได้หรือไม่ และมันก็จะต้องเกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่น นี่เปึนที่มาว่าสภานี้จะต้องให้ ข้อบังคับหรือการบังคับว่ากระทรวงพาณิชย์นั้นจะต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงอื่น
นอกจากนั้นแล้วผมฝากอีก ๑ ประเด็นซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญมาก คือเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญาครับ ทรัพย์สินทางปัญญานั้นวันนี้เรามองข้ามไปมาก ผมบังเอิญป้นี้ โชคดีไปนั่งเปึนกรรมาธิการงบประมาณ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ได้ยิน ได้ฟังแล้วก็มีความสลดใจ สลดใจที่เราไม่พร้อมที่จะปกปักรักษามรดกไทยในเรื่องของ ทรัพย์สินทางปัญญา วันนี้นะครับ ความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของ ประเทศไทย สมุนไพรไทย ท่านเชื่อไหมครับคนที่มาเอาประโยชน์ตรงนี้คือประเทศญี่ปุ์น ครับ ประเทศญี่ปุ์นว่าจ้างคนไทยเยอะมาก เข้าไปทําวิจัยเพื่อจะไปจดสิทธิบัตรในการผลิต ยาต่าง ๆ เหล่านี้ แต่เรามีของของเราอยู่ในบ้านเราเอง เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้ ไม่ได้ ปกปัองอนุรักษ์มรดกไทยที่ปู์ ย่า ตา ทวดมอบไว้ให้เลย เรากลับปล่อยให้มันสูญเสียไป ผมอยากจะถามว่าวันนี้กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเปึนผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกรมทรัพย์สิน ทางปัญญาโดยตรง แต่ในเชิงปฏิบัติท่านต้องไปพึ่งกระทรวงวัฒนธรรม ท่านต้องไปพึ่ง กระทรวงสาธารณสุข ท่านต้องไปพึ่งกระทรวงมหาดไทย ท่านต้องไปพึ่งกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อปกปัองสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ผมถามว่าวันนี้ แผนปฏิบัติการที่ท่านจะทํามีหรือยัง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราจะเสียเปรียบญี่ปุ์นมาก เพราะมันมีตัวอย่างมาแล้ว ท่านก็ทราบว่านวดไทยที่ฤาษีดัดตนนะครับ หลายท่าน สมาชิกรัฐสภาอาจจะไม่ทราบว่าญี่ปุ์นนั้นขอไปจดขึ้นทะเบียนไว้ว่าฤาษีดัดตนเปึนของ ญี่ปุ์น แต่ว่าก็โชคดีที่ทางฝ์ายไทยดําเนินการทัน เราก็ชนะเขาในเรื่องของฤาษีดัดตน ปัจจุบันนี้ฤาษีดัดตนก็เปึนที่รับทราบกันว่าต้นกําเนิดนั้นมาจากประเทศไทย ไม่สูญเสีย เหล่านี้ไป นี่ถ้าเผื่อหน่วยราชการเราหลับยาม รู้ไม่เท่าทัน ฤาษีดัดตนวันนี้ก็จะเปึนฤาษี ดัดตนของประเทศญี่ปุ์นไปแล้ว ไม่ใช่ของประเทศไทย
ผมอยากจะถามคําถามต่อมาด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์สามารถให้สมาชิก รัฐสภาเห็นได้ไหมว่า ข้อตกลงที่จะเปึนประโยชน์นี้จะบังเกิดในแผนงานเม็ดเงินลงทุน ในประเทศไทยประมาณเท่าไร ในกี่ป้ แล้วเปึนเม็ดเงินประมาณกี่พันล้านบาทกี่หมื่น ล้านบาท ในโครงการที่จากข้อตกลงขยายความข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียน กับญี่ปุ์น ประเทศไทยจะมีเงินดอกเบี้ยต่ําจากประเทศญี่ปุ์นมาช่วยประกอบการ ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SME) คือขนาดกลาง ขนาดย่อมบ้างหรือไม่ เพราะว่านั่นอยู่ใน ประเด็นมิติทางข้อตกลงที่ท่านจะมีกับอาเซียนและญี่ปุ์น นอกจากนั้นแล้วพูดถึง ความเคารพในสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาที่ผมกล่าวไปแล้วนั้นจะมีมากมายขนาดไหน วันนี้ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาด้วยว่าลักษณะสําคัญของตลาด ญี่ปุ์นที่เปึนคู่ค้าสําคัญของประเทศไทยคือข้อจํากัดว่า ผู้บริโภคญี่ปุ์นนั้นส่วนใหญ่รู้จัก สินค้าไทยเฉพาะในโตเกียว ในเมืองต่าง ๆ ของที่ญี่ปุ์นนั้นยังมีการรับรู้สินค้าไทย คุณภาพ สินค้าไทยน้อยมาก ข้อที่ ๒ คือตลาดญี่ปุ์นนั้นเปึนตลาดผู้มีกําลังซื้อมาก ขณะนี้เปึน ผู้สูงอายุเสียเยอะ ถามว่ากระทรวงพาณิชย์วันนี้นอกจากจะส่งหมอนวด นวดแผนโบราณ นะครับ แล้วก็ส่งผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุ ส่งพ่อครัว ส่งใครไป ถามว่ามาตรฐานเราเตรียมพร้อม กับความต้องการกับมาตรฐานที่เขากีดกันของเราเข้าไปหรือไม่ เทคโนโลยีของ ตลาดญี่ปุ์นนั้นมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ถามว่าวันนี้เราตกลงกับเขาแล้ว อาเซียน – ญี่ปุ์น แล้วถามว่าวันนี้ประเทศไทยสู้สิงคโปร์ สู้มาเลเซีย เราจะเสียเปรียบเขาไหม ถ้าเราทํา ข้อตกลงตรงนี้ อยากจะทราบว่าความได้เปรียบ เสียเปรียบ ผมไม่คาดคั้นหรอกครับว่า ประเทศไทยนั้นจะต้องได้เปรียบเขาทุกข้อ แต่ว่าบวก ลบ คูณ หารแล้วนี่เราจะต้องมี ความพร้อมที่จะป่ดจุดด้อย แล้วก็เพิ่มประโยชน์ที่เราควรจะได้รับ
อีกประเด็นหนึ่งคือมาตรฐานในการนําเข้าสินค้าสูงนะครับ ซึ่งได้กล่าว มาแล้ว แล้วก็การใช้มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี นอกจากกรมเจรจาทางการค้าแล้ว อยากจะทราบว่าท่านมีแผนปฏิบัติการกับกระทรวงอุตสาหกรรม มาตรฐานอุตสาหกรรม ไหม มาตรฐานสินค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไหม ที่จะทําให้สินค้าไทยนั้น ผ่านเข้าตลาดญี่ปุ์นได้ เพื่อนสมาชิกผมได้อ่านว่าสินค้าไทยเข้าตลาดญี่ปุ์นได้มากมาย นั่นเปึนจํานวนประเภทสินค้า แต่ถามสิครับ ที่มาตรฐานได้ผ่านจริง ๆ น้อยนิดมาก เพราะเรายังไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วยังไม่ได้บูรณาการแผนปฏิบัติงานเราให้เกษตรกรไทย ผู้ส่งออกไทยได้ใช้ประโยชน์จากมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็สิ่งที่อยากจะกราบเรียน ต่อ ๆ ไปก็คือว่าถ้าท่านจะบอกได้ไหมว่าถ้าเผื่อรัฐสภานี้ไม่ให้ความเห็นชอบ ผลร้าย จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย อยากฟังตรงนี้เหมือนกัน เพราะว่าประเทศไทยมีข้อตกลง ทางการค้าระหว่างญี่ปุ์นอยู่แล้ว แล้วก็ได้ประโยชน์มาตรการทางภาษีอยู่แล้ว แล้วก็ ญี่ปุ์นนั้นก็มีภาษีศุลกากรที่ต่ําอยู่แล้ว ประเทศไทยก็ได้ประโยชน์ตรงนี้เต็มที่ไปอยู่แล้ว การเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยถามว่าคุ้มค่าไหม จําเปึนไหม ผมอยากจะฟังทั้งข้อดีและข้อเสีย ต่าง ๆ เหล่านี้ แต่หากว่าทางกระทรวงพาณิชย์หรือทางท่านรัฐมนตรีไม่ขัดข้องที่จะไป ตั้งคณะกรรมาธิการ ผมมีคําถามประมาณ ๔ หน้า ๕ หน้า ซึ่งขอสงวนไว้ว่าถ้าเผื่อจะไป ถามในคณะกรรมาธิการเพื่อประหยัดเวลาของสภา จึงอยากจะขอให้ทางผู้ที่ได้เตรียมมา ชี้แจงได้กรุณาตอบให้ทางรัฐสภาได้มีความมั่นใจว่า ข้อตกลงที่เราจะอนุมัติในหลักการนี้ เปึนประโยชน์ต่อคนไทยทุกส่วนทุกภาค ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณนิรมิต สุจารี ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ร้อยเอ็ด ฐานะรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อความเห็นความตกลงหุ้นส่วน เศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น ซึ่งผมมีความเข้าใจว่าการจัดทําความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ อาเซียน – ญี่ปุ์น นั้น ประเทศไทยของเราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าก่อนหน้านี้ได้มี การดําเนินการมาแล้ว แต่บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้ว่าจะต้องให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบ เพราะฉะนั้นก็มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่ทางผู้ที่เสนอสนธิสัญญาฉบับนี้ เข้ามาก็เพื่อที่จะให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบนั้น ในส่วนตัวของผมนั้นผมมีความคิดเห็นว่า เปึนสิ่งจําเปึนอยู่เองที่จะต้องมีคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาในเรื่องนี้เกี่ยวกับ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมว่าประเทศไทยของเราจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง และเราจะ ได้มีผลเสียอะไรบ้าง และขณะเดียวกันการขยายตัวของการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ จะเกิดขึ้นจริงหรือว่าเปึนเพียงข้อสันนิษฐานหรือความคาดหวังแค่นั้นเอง ถ้ามีการตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาแล้วจะเห็นว่าความสําคัญของการทําความตกลงหุ้นส่วน เศรษฐกิจอาเซียนของญี่ปุ์นนั้นจะเกิดขึ้นจริง เพราะว่าเราจะได้ศึกษาถึงว่าปริมาณการค้า การผลิต หรือการจ้างงานที่จะเพิ่มขึ้นเพิ่มจริงหรือไม่ ผลกระทบจากขยะที่ท่านผู้มีเกียรติ หลาย ๆ ท่านได้ตั้งข้อสังเกตในชั้นกรรมาธิการเราจะได้ศึกษาถึงวิธีการปัองกันและ ก็ผลเสียที่จะเกิดขึ้นต่อเยาวชนหรือประเทศชาติของเรา ผมจึงขอสนับสนุนในการที่จะรับ ให้ความยินยอมความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียนหรือญี่ปุ์น และก็ขอไปศึกษา รายละเอียดในชั้นกรรมาธิการต่อไป ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกรัฐสภา ในประเด็นเรื่องของ กรอบการค้าความตกลงทางการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ์น ก็มีข้อสังเกตอยู่หลายประการ จริง ๆ แล้วอย่างที่ท่านได้พูดไปก็คือว่าเราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากว่าได้มีการเจรจา กันมาในระดับหนึ่งแล้ว แล้วก็เปึนเรื่องกรอบของอาเซียน ขณะเดียวกันในข้อตกลงนั้น ในรายละเอียดเราคงจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่เปึนห่วงก็คือว่า การดูแลคนไทย เพราะว่าจากการที่อ่านเอกสารส่วนหนึ่งแล้วก็พยายามจะดูว่าอะไร จริง ๆ แล้วเปึนสิ่งที่เราได้ประโยชน์หรือว่าเสียประโยชน์ คงไม่ได้กังขาในเรื่องของส่วนที่ เปึนคณะเจรจาของฝ์ายไทย ในเรื่องของความรักชาติอะไรต่าง ๆ แต่สิ่งที่เปึนกังวล ก็คือว่าความรู้ที่ท่านพกไปในการเจรจานั้นท่านจะมีความรู้เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสินค้า เฉพาะตัวอย่างไร โดยกรอบรวมแล้วสิ่งซึ่งหลาย ๆ คนได้พูดถึงก็คือการเป่ดตลาดที่คิดว่า ประเทศไทยน่าจะได้ประโยชน์จากการทําสัญญาในครั้งนี้ เนื่องจากว่ามีสินค้าที่เพิ่มขึ้น อีกหลายรายการ แต่ขณะเดียวกันผมเองก็มองว่าที่จริงแล้วการขยายกรอบจากประเทศ ไทยกับญี่ปุ์นไปเปึนอาเซียนกับญี่ปุ์นนั้น ที่จริงแล้วเปึนการเพิ่มคู่แข่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ เราหวังว่าเราจะได้ประโยชน์นี้ผมเองอาจจะเกิดความสงสัยขึ้นมาแล้ว เพราะว่าอาเซียน ด้วยกันนี้แต่ละประเทศมีสภาพสินค้าที่ส่งออกคล้ายกันคือสินค้าเกษตร ฉะนั้นเมื่อ เป่ดตลาดขึ้นมาเราก็มีคู่แข่งมากขึ้น บางตัวที่เราเคยได้ประโยชน์อยู่แล้ว มันอาจจะ เสียประโยชน์ก็ได้ เนื่องจากมีคู่แข่งมากขึ้น ผมไม่แน่ใจว่าตรงนี้ได้มีการคิดคํานวณ หรือเปล่า ได้มีการลงไปในทางลึกหรือเปล่าว่าเราจะดูแลคนที่ได้รับผลกระทบ จริง ๆ แล้วเราคาดว่าจะได้ประโยชน์ แต่อาจจะเสียประโยชน์ อันนี้คือประเด็นที่หนึ่งที่มอง แล้วหลาย ๆ คนก็กังขาว่าการเป่ดตลาดกับญี่ปุ์น จริง ๆ แล้วสินค้าเกษตรตัวหนึ่งซึ่งเรา ไม่ได้อยู่ในรายการเลย แล้วก็เคยได้ข่าวจากคณะเจรจาว่าทางญี่ปุ์นเองต้องการจะให้เปึน เรื่องของทวิภาคีมากกว่าที่จะเปึนพหุภาคีอย่างกรณีของอาเซียนกับญี่ปุ์น ก็คือเรื่องข้าว จริง ๆ แล้วญี่ปุ์นเปึนตลาดที่บริโภคข้าวสูงสุดเปึนประเทศหนึ่งของโลก แล้วไทยเราเองก็ ผลิตข้าว ญี่ปุ์นเองก็ผลิตข้าวต้นทุนการผลิตข้าวสูงขั้นเรื่อย ๆ แต่เนื่องจากว่ารัฐบาล ญี่ปุ์นนั้นพยายามจะปกปัองเกษตรกรของตัวเอง โดยเฉพาะชาวนา เพราะฉะนั้นข้าวจึง ไม่ใช่เปึนสินค้าที่อยู่ในรายการ ผมคิดว่าถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในอาเซียนกับญี่ปุ์น ก็ฝาก ไปว่าถ้าในกรณีถ้าเราจะต้องหยิบยกประเด็นการทบทวนของเอฟทีเอ (FTA) ของไทย - ญี่ปุ์น น่าจะได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องข้าวขึ้นมาดูว่าเราจะเจาะตลาดเข้าไป อย่างไร
สิ่งที่เปึนกังวลในเรื่องต่อไปก็คือในเรื่องของถิ่นกําเนิดสินค้า ก็เปึนความ ได้เปรียบเรื่องของการเพิ่มแหล่งวัตถุดิบในอาเซียน ทีนี้มันมีบางส่วนที่จริงแล้วน่าจะ ได้ประโยชน์ แต่ก็ยังไม่มั่นใจก็คือเรื่องของสินค้าประมง เพราะว่าในเรื่องของแหล่งกําเนิด วัตถุดิบของสินค้าประมงนั้นหลาย ๆ ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาทูน่า เปึนปลาที่เราไม่ได้ จับในน่านน้ําไทย แล้วคนไทยเองก็ไม่ได้เปึนชาวประมงที่จะจับ ฉะนั้นในการไปเจรจานี้ เห็นมีเงื่อนไขหนึ่งก็ไปเชื่อมโยงกับเปอร์เซ็นต์ของลูกเรือ จํานวนของลูกเรือที่อยู่บนเรือ ในการทําการประมง ผมว่าในข้อเหล่านี้ที่เปึนเงื่อนไขนี้ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย นั่นสะท้อนถึงว่าในวิธีการเจรจา ความรู้ที่ไปในเรื่องของเทคนิคทั้งที่เกี่ยวข้องกับ การประมงนั้น คณะเจรจาอาจจะมีน้อย จึงไม่ได้หยิบยกในประเด็นที่ควรจะเจรจา ขึ้นมาแล้วก็พอทางญี่ปุ์นอาจจะยกเรื่องอื่นขึ้นมา เราก็ไม่เข้าใจแล้วก็เข้าไปในช่องทาง ที่เขาเป่ดขึ้นมา ฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝากว่าในการเจรจา ถ้าเกี่ยวกับเรื่องเทคนิคเฉพาะของภาคเกษตร ของภาคอุตสาหกรรมนี้มันควรจะมี คณะเจรจาที่มาจากภาคนั้นโดยตรงเข้าไปช่วยในการที่จะให้ข้อมูลทางเทคนิคที่จะเปึน ประโยชน์ในการเจรจาช่วยเหลือในการที่จะรักษาประโยชน์ได้มากขึ้น
ในประเด็นต่อไปก็คือในเรื่องของสิ่งที่กังวลมาก ก็คือเรื่องของมาตรการ ที่ไม่ใช่ภาษีหรือเรื่องสุขอนามัยก็ดี เรื่องของคุณภาพมาตรฐานสินค้าก็ดี สิ่งเหล่านี้ ประเทศกําลังพัฒนาทั้งหลายจะมีปัญหากับประเทศที่พัฒนาแล้ว การเป่ดทําเอฟทีเอกับ ประเทศต่าง ๆ สิ่งซึ่งหลาย ๆ คนมองก็คือเรื่องของมาตรการภาษี แต่ประเด็นปัญหา ที่เรามักประสบก็คือเรื่องของมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี แล้วก็ในเรื่องสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันมีรายละเอียดปลีกย่อยอยู่มากมายทีเดียว ฉะนั้นเรื่องในทางเทคนิคก็คือสิ่งที่เปึน ข้อกังวลว่าทําอย่างไร การเป่ดตลาดมันควรจะเปึนตลาดที่ยุติธรรมหรือภาษาฝรั่งบอกว่า แฟร์ เทรด (Fair - Trade) มากกว่าควรจะเปึน ฟรี เทรด (Free - Trade) แล้วสุดท้าย ที่อยากจะเรียนถามก็คือ อยากจะเรียนประเด็นที่เปึนข้อกังวลในเรื่องผลกระทบ คือผมคิดว่าจากการที่ข้อมูลที่มีการศึกษานั้น บางครั้งอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ เพราะยกตัวอย่างในเอกสารที่ส่งมาเปึนเรื่องประกอบการพิจารณา หน้า ๑๓ ที่บอก สินค้าไทยเราได้ประโยชน์ พอไปดูในรายการบอกว่าในเรื่องประมง เนื้อปลาแซลมอน แบบฟ่ลเล แห้งใส่เกลือ ปลาแซลมอนรมควัน ไม่รมควัน หอยนางรม คืออ่านดูแล้ว ปรากฏว่าไม่ใช่เปึนปลาไทยสักตัวหนึ่ง แล้วบอกว่าเปึนสินค้าที่ไทยได้ประโยชน์ ก็เลยงง ว่าตกลงมันได้ประโยชน์จริงหรือเปล่า แล้วบางตัวในหน้า ๑๔ ที่เปึนตอนท้ายบอกว่า อยู่ในคอลัมน์ (Column) เดียวกันก็คือได้ประโยชน์จากการตกลงอาเซียนมากกว่า ทวิภาคี ก็มีมะเขือยาว ปลาหมึกยักษ์ แต่ถามว่ามีข้อมูลเข้าไหมในป้ ๒๕๔๘ ไม่มีข้อมูล การนําเข้าเลย แล้วก็บอกว่าอันนี้เปึนสิ่งที่เราได้ประโยชน์ ก็เลยกังวลว่า ในการดูลึกลงไป ในรายสินค้านั้น มันน่าจะมีการดูลึกลงไปมากกว่านั้น ที่จะใส่แค่ประเด็นชนิดของสินค้า มันน่าจะดูลึกลงไปถึงผู้ประกอบการด้วยว่าจริง ๆ แล้วผู้ประกอบการเราได้ประโยชน์ จริงหรือเปล่า ในทํานองกลับกันผมว่าส่วนหนึ่งของการได้ประโยชน์ ตรงนี้เราต้อง ยอมรับว่าญี่ปุ์นเองคงจะได้ประโยชน์มากขึ้น แล้วก็จะเปึนสิ่งที่กังวลของเราก็คือว่า การขยายไปสู่อาเซียนนั้น แสดงว่าญี่ปุ์นเองในประเทศที่ยังไม่ได้ทําทวิภาคี ก็สามารถ ที่จะเข้าไปลงทุนแล้วก็ส่งสินค้ากลับไปถึงญี่ปุ์น โดยใช้เงื่อนไขสิ่งเหล่านี้ได้ ก็อาจจะเปึนคู่แข่งของเราในอนาคตด้วย แล้วเรื่องการเยียวยานั้น สิ่งที่เปึนความกังวล เมื่อสักครู่นี้เห็นมีบางท่านได้พูดถึงเรื่องกองทุนว่ามีกองทุนที่เกิดขึ้นในการเยียวยา โดยส่วนตัวเคยมีประสบการณ์การในการตั้งกองทุนของกระทรวงพาณิชย์ก็คือว่า ในจุดเริ่มต้นมีการตั้งกองทุนขึ้นมาจริง มีกรณีของปลาป์นที่ผ่านมาเมื่อ ๑๐ กว่าป้ที่แล้ว ชาวประมงก็ไม่ต้องการให้มีการนําเข้าปลาป์น เนื่องจากว่าการนําเข้ามา มันก็ทําให้ราคา ปลาป์นตกต่ําในประเทศ ทางกระทรวงพาณิชย์บอกไม่เปึนไรนําเข้ามาเดี๋ยวไปตั้ง เอาภาษี เอาเซอร์ชาร์จ (Surcharge) ที่เก็บมา ที่จะมาดูแล ที่จะมาเยียวยาชาวประมง พอหลังจากนั้นไปได้ ๒ ป้ เก็บเงินเข้ากองทุนไปเยอะแยะ พอชาวประมงจะใช้ ไม่ได้ใช้ แล้ววันนี้กองทุนนั้นก็เปลี่ยนเปึนกองทุนส่งเสริมการส่งออก ซึ่งไม่เกี่ยวกับประมงเลย มันหายวับไปกับตา โดยที่ชาวประมงไม่ได้ใช้ประโยชน์จากกองทุนนั้นเลย ก็เลยกังวลว่า ถ้าเปึนลักษณะเดียวกัน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ากองทุนเหล่านี้ที่เราจะตั้งขึ้นมาเพื่อดูแล ผู้ได้รับผลกระทบจากการเจรจาทวิภาคีก็ดี พหุภาคีก็ดี มันจะใช้ไปจริง ๆ แล้ว เพื่อประโยชน์ในการดูแลผู้รับผลกระทบจากการเป่ดตลาด ไม่ใช่ในจุดเริ่มต้นมันก็ เปึนอย่างนั้น แต่พอในท้ายที่สุดก็มีการเปลี่ยนแปลงไป สุดท้ายมีข้อสังเกตอีกนิดหนึ่ง ก็คือในหนังสือเล่มเล็กที่เปึนสรุปสาระสําคัญ ก็ด้วยความเคารพว่า ท่านได้เขียนไว้ ค่อนข้างจะดี แต่ประเด็นก็คือว่าท่านเขียนให้คนที่รู้เรื่องมาก่อนแล้วอ่าน คือผมคิดว่าในเล่มเล็กที่จริง แล้วน่าจะเขียนให้คนที่ไม่รู้เรื่องเลยทําอย่างไรไม่รู้เรื่องจะรู้เรื่อง เพราะว่าอย่าลืมว่าไม่ใช่ เฉพาะเราที่อยู่ที่นี่เท่านั้นที่จะอ่าน เกษตรกรที่อยู่ต่างจังหวัดเขาก็มีส่วนที่จะได้รับ ผลกระทบหรือได้ผลประโยชน์จากการเจรจาตรงนี้ แต่เอกสารเหล่านี้ไม่ได้ให้คําตอบเขา ว่าความเปึนมาเปึนไปมันเปึนอย่างไร แล้วทําไมเราต้องทําและมันมีความต่างอะไร อย่างไรบ้างที่จะไปเห็นลึก ๆ ว่าจริง ๆ แล้วเขาจะได้ประโยชน์หรือเขาจะได้รับผลกระทบ แล้วมันควรจะมีตามต่อไปคือว่าถ้าได้รับผลกระทบเขาจะต้องทําอย่างไร จะดูแลเขา ได้อย่างไร มีใครบ้างที่จะดูแลเขา มันควรจะมีความชัดเจนตรงนี้ด้วย เพราะว่าจริง ๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้เราใส่เข้าไปได้เนื่องจากว่าวันนี้ประเทศไทยมีข้อตกลงทางการค้ากับ ต่างประเทศอยู่หลากหลายอยู่แล้ว มันน่าจะได้มีการรวบรวมว่ามีใครที่มีหน้าที่เหล่านี้ ในการที่จะดูแลปกปัองคุ้มครองหรือรักษาผลประโยชน์ของเขาหรือว่าเยียวยาเขา ก็ขออนุญาตฝาก และก็ในสิ่งรายละเอียดที่เรียนมานี้ผมคิดว่าท่านประธานที่เคารพ ผมใคร่ขอเสนอว่าให้มีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อจะลงไปดูในรายละเอียดเพื่อจะให้ช่วย ในการที่จะให้ดูแลผลกระทบหรือผลประโยชน์ของชาติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความตกลง ระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์นให้เกิดประโยชน์ในทางที่ส่งผลสะท้อนกับผู้ประกอบการหรือ ประชาชนโดยตรง ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณธเนศอยู่ไหมครับ ถ้าคุณธเนศไม่อยู่ก็เชิญคุณสาธิต คุณธเนศสละสิทธินะครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดสุรินทร์ เขต ๒ โดยส่วนตัวกระผมเองก็มีความเห็นที่เห็นด้วยที่จะมีการทํา ข้อตกลงเรื่องอาเซียนและญี่ปุ์น
คุณสาธิต ขอโทษครับสลับผิด ไปหน่อยเปึนของคุณนริศ ขํานุรักษ์ รอสักเดี๋ยวเชิญครับ ประทานอภัยด้วยครับ
ขอบคุณ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ กระผม ขอสนับสนุนข้อเสนอของผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้กรุณาเสนอให้การพิจารณาในวันนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาพิจารณาก่อน สัก ๓๐ วัน หรือ ๔๕ วัน ก่อนที่รัฐสภาจะได้ให้ความเห็นชอบในข้อตกลงฉบับนี้ เหตุเพราะว่าข้อตกลงฉบับนี้ผู้เจรจาซึ่งเปึนตัวแทนประเทศไทยได้เจรจาในหลายประเด็น หลายสาขา หรือมากกว่า ๑๔ สาขา ซึ่งมีเนื้อหาสาระทั้งที่เปึนประโยชน์และผลกระทบ มากมายควรที่จะได้มีคณะทํางานขึ้นมาศึกษาในรายละเอียดโดยรอบคอบ
ข้อที่ ๒ การประชุมให้ความเห็นชอบข้อตกลงระหว่างประเทศครั้งนี้ เปึนครั้งแรกของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่จริงเราควรจะได้พิจารณาเรื่องเขาพระวิหาร เปึนเรื่องแรกแต่ว่าสิ่งนั้นได้ผ่านเลยไปจนเกิดความผิดพลาด จนเกิดความเสียหาย แล้วก็ เปึนบทเรียนกับรัฐสภา ข้อตกลงฉบับนี้จึงเปึนข้อตกลงฉบับแรกที่รัฐสภาจะได้ร่วมกัน พิจารณา กระผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าจึงต้องอาศัยความรอบคอบเปึนพิเศษ เพราะว่าเปึนการพิจารณาครั้งแรกจึงต้องมีคณะทํางานขึ้นมา
ข้อที่ ๓ ผมคิดว่าคณะรัฐมนตรียังไม่ให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟัง ความเห็นของประชาชนมาก่อนหน้าที่จะขอความเห็นชอบกับสภาในวันนี้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ที่ระบุว่า ครม. ต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ผมคิดว่าทางผู้เจรจาหรือทางคณะรัฐมนตรียังไม่ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง หรือกระทําไปก็ไม่กว้างขวางเพียงพอ ผมอยากให้กระทํากันอย่างกว้างขวาง เพียงพอ เพราะไม่อย่างนั้นต้องรับทราบนะครับว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ถูกรังเกียจ จากฝ์ายการเมืองว่าควรแก้ไข ยุ่งยาก มีปัญหาในทางปฏิบัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ต้องยอมรับว่าฝ์ายราชการก็รังเกียจนะครับ เพิ่มขั้นตอน เพิ่มความยุ่งยากในการปฏิบัติ แต่ผมกราบเรียนว่าถ้าผู้เกี่ยวข้องได้เห็นบรรยากาศการพิจารณาในวันนี้คงบอกได้เลยว่า ขั้นตอนการพิจารณาของข้อตกลงที่จะมาขอความเห็นชอบต่อรัฐสภา ตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญไม่ยุ่งยากเลย เพียงแต่ว่าผู้เจรจาต้องวางแผนเท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าผู้ร่าง กฎหมายต้องวางแผนเท่านั้นเองว่าการเจรจาเริ่มต้นใช้เวลาเท่าไร แล้วก็เว้นเวลาไว้ให้ รัฐสภาสัก ๒ เดือน ซึ่งไม่มากเลย ข้อตกลงนี้เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ ยาวมา ผมคิดว่าเว้นเวลา ไว้ให้รัฐสภาได้พิจารณาเพียง ๒ เดือนไม่มากเลยแล้วก็ไม่เกิดความยุ่งยากเลยนะครับ นี่เรื่องที่ ๑ ที่ผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่าไม่เกิดความยุ่งยากในการให้รัฐสภา ได้ผ่านความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แต่อย่างใด
ข้อที่ ๒ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ข้อตกลงระหว่างประเทศ ประเทศไทยได้ไปมีข้อตกลงระหว่างประเทศมากมายนะครับ ตั้งแต่สมัยพระนารายณ์ แล้วกันนะครับ แต่ว่าข้อตกลงที่ผ่านความเห็นจากรัฐสภาน้อยมาก ด้านสิ่งแวดล้อม มีข้อตกลงระหว่างประเทศ ๑๙ ข้อตกลง มี ๒ ข้อตกลงเท่านั้นที่ผ่านรัฐสภา คือความ หลากหลายทางชีวภาพกับไซเตส (CITES) จากการศึกษาพบว่าข้อตกลงที่ผ่านรัฐสภา เกิดปัญหาผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชนน้อยกว่าข้อตกลงที่ไม่ผ่านรัฐสภา เพราะผู้เกี่ยวข้อง เพราะว่าข้าราชการได้นําข้อสังเกต ข้อแนะนําจากที่ประชุมรัฐสภา ไปปฏิบัติจึงเกิดผลกระทบ ผมจึงไม่อยากให้ใครรังเกียจเลยต่อการที่จะให้กฎหมายหรือ ข้อตกลงได้มีโอกาสผ่านรัฐสภา และกราบเรียนท่านประธานว่ามีผู้มีอํานาจในบ้านเมือง ได้กล่าวว่า ขณะนี้ผู้เจรจาของประเทศไทยได้สูญเสียเกียรติภูมิ เพราะความยุ่งยากของ มาตรา ๑๙๐ ในการเจรจาระหว่างประเทศ ไม่กล้าเจรจา ไม่กล้าลงนาม ทําให้เสีย เกียรติภูมิ ผมอยากกราบเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยกับคําพูดนี้เปึนอย่างยิ่ง ผมคิดว่าการที่จะ ให้ข้อตกลงใด ๆ ได้ผ่านรัฐสภาต่างหากที่ทําให้ผู้เจรจามีเกียรติภูมิ ทําให้กระทรวง การต่างประเทศมีเกียรติภูมิ และทําให้รัฐสภาแห่งนี้มีเกียรติภูมิมากขึ้น
ขออนุญาตในรายงานเรื่องสนธิสัญญาบาเซิล (Basel) ว่าด้วยการควบคุม การเคลื่อนย้ายขยะพิษและของเสีย ผมขออนุญาตได้สอบถามว่าท่านได้เตรียมกฎหมาย ประกอบเรื่องนี้ไว้หรือท่านได้คิดแก้ไขเพื่อประกอบเรื่องนี้ที่จะออกตามสนธิสัญญา ข้อตกลงนี้ไว้อย่างไรบ้าง เพราะว่าท่านต้องรับทราบมาก่อนนะครับว่าประเทศไทยเรา การขนย้ายสิ่งเหล่านี้ขนด้วยการขนส่งใดก็ได้ การขนย้ายสิ่งเหล่านี้ขนด้วยพาหนะใดก็ได้ ภาชนะใดก็ได้ เวลาใดก็ได้ และผ่านชุมชนผ่านเมืองก็ได้ ทั้ง ๆ ว่าสิ่งเหล่านี้เปึนพิษเปึนภัย ต่อชุมชน ต่อสังคม ต่อมนุษย์มากมาย ท่านได้เตรียมกฎหมายที่จะแก้ไข ที่จะปัองกัน สิ่งเหล่านี้ไว้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร นี่เปึนคําถามจากผม
คําถามข้อที่ ๒ ถามว่า ข้อตกลงเมื่อมีผลบังคับใช้สมบูรณ์ ถามแบบ นักการเมืองมาจากชนบทครับว่า ข้าวราคาดีขึ้นหรือไม่ ถามว่ายางพาราดีขึ้นหรือไม่ ประมงล่ะ ถามว่าราคาน้ํามันจะลดลงหรือไม่ ช่วยตอบ คําถามเหล่านี้ว่า ข้อตกลงเหล่านี้เราได้ประโยชน์มากกว่าที่ผมได้ตั้งคําถามแล้วมากน้อย แค่ไหน อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงขออนุญาตได้สนับสนุนข้อเสนอของ ผู้นําฝ์ายค้านว่า ข้อตกลงดังกล่าวที่คณะเจรจาได้ไปเจรจาไว้มากมาย ๑๐ กว่าเรื่อง ๑๐ กว่าประเด็น และมีผลกระทบมากมายทั้งด้านบวก ด้านลบ เวลาที่จะให้รัฐสภา ได้พิจารณาในวันนี้ ผมเชื่อว่าไม่เพียงพอ แล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าผู้ตอบคําถามจะตอบคําถาม ได้อย่างละเอียด ตรงไปตรงมา มากน้อยแค่ไหน อย่างไร แต่ว่าถ้าจะได้มีคณะกรรมาธิการ ขึ้นมาสักชุดหนึ่งเพื่อศึกษาก่อน เปึนคณะกรรมาธิการที่มาจาก ๓ ฝ์าย ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้านและวุฒิสภา ได้พิจารณาได้อย่างรอบและมาให้ความเห็นโดยกรรมาธิการจะเปึน ผู้มาตอบคําถามในรัฐสภานี้เอง ผมคิดว่าพวกเราที่เปึนสมาชิกแห่งรัฐสภาจะให้ความ เห็นชอบต่อข้อตกลงนี้ได้อย่างสะดวกใจครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ
ต่อไป เชิญท่านสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ นะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดสุรินทร์ เขต ๒ ท่านประธานครับ โดยส่วนตัวผมก็มีความเห็นด้วยที่ ทางกระทรวงพาณิชย์และทางรัฐบาลจะมีการทําความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน ญี่ปุ์น เนื่องจากว่าโดยพื้นฐานส่วนตัวแล้ว ก่อนที่จะมาเปึนนักการเมือง ผมเองก็มีพื้นฐาน ที่การทําธุรกิจก็เหมือนกับการเปึนพ่อค้า โดยส่วนตัวก็คิดว่าเวลาค้าขายแล้ว ในลักษณะ ตลาดที่จํากัดก็คือในประเทศของเรา ถ้าเราอยากจะเพิ่มยอดขายที่มากขึ้นก็ต้องมองหา ตลาดใหม่ ซึ่งตลาดที่จะเพิ่มมากขึ้นก็คงจะเปึนตลาดในต่างประเทศ ในการมองถึง ศักยภาพของต่างประเทศที่จะมีศักยภาพในการซื้อ ประเทศญี่ปุ์นก็เปึนประเทศหนึ่ง ที่ถือว่ามีศักยภาพอย่างมากในการที่มีกําลังซื้อสูง แล้วอีกทั้งญี่ปุ์นกับประเทศไทยเอง ก็มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนานด้วย แต่ทั้งนี้ในการทําความตกลงในการค้า ก็ย่อมมี ผลดีและผลเสีย มีข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบซึ่งกันและกัน โดยการทําข้อตกลง ที่ผ่านมาระหว่างไทยกับญี่ปุ์นเอง ที่เพิ่งผ่านมาก็คือ การทําตกลงในเรื่องของเจเทปา ที่มีการเจรจาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ แล้วก็จะมาบังคับใช้น่าจะเปึนวันที่ ๑ พฤศจิกายน ในป้นี้ วันนี้ข้อตกลงในลักษณะอาเซียนกับประเทศญี่ปุ์นก็มีหลาย ๆ อย่างที่คล้ายคลึงกัน แล้วก็ หลาย ๆ อย่างที่แตกต่างกันบ้าง แล้วก็มีบางรายการที่เราได้เปรียบมากขึ้น ได้ลดสัดส่วน ทางภาษีที่มากขึ้น ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่า การทําข้อตกลงในระหว่างอาเซียนเองกับทางญี่ปุ์น วันนี้เราก็คุยในลักษณะของกลุ่มประเทศอาเซียน คุยกับประเทศญี่ปุ์น ดังนั้นการทํา ข้อตกลงต่าง ๆ ก็อาจจะทําให้ได้ผลประโยชน์มากขึ้น แต่ทั้งนี้ที่มองเปึนลักษณะ ของข้อสังเกตก็คือว่า ในกลุ่มประเทศอาเซียนเราเอง ในกลุ่มประเทศ ๑๐ ประเทศ ของอาเซียนเรา ที่เรามีความตกลงที่เราเรียกว่า กลุ่มประเทศอาเซียน ตรงนี้ก็เปึนประเทศ ที่มีลักษณะภูมิประเทศที่คล้ายคลึงกัน มีวัฒนธรรมหรืออะไรหลาย ๆ อย่างที่คล้ายคลึงกัน เชื้อชาติอาจจะแตกต่างกันในเรื่องวัฒนธรรม ศาสนาบ้าง ตรงนี้ก็คือ ในกลุ่มอาเซียน ๑๐ ประเทศถ้าผมมอง เราทําความตกลงกันเนื่องจาก เราเปึนประเทศในภูมิภาคเดียวกัน มีลักษณะภูมิภาคใกล้เคียงกัน ติดต่อกัน ลักษณะปัญหาหรือการค้าก็ย่อมมีความ คล้ายคลึงกันเสียเปึนส่วนใหญ่ ทั้งนี้ถ้าเทียบกับกลุ่มประเทศที่เรียกว่า จี ๘ (G 8) ซึ่งเรา ก็มองว่า ถ้ากลุ่มตรงนั้นก็เปึนประเทศที่ร่ํารวย ถ้ามองเหมือนกับ พูดภาษาชาวบ้าน เหมือนเขากินวงแชร์ (Share) กัน แชร์นั้นก็เปึนโต๊ะที่มีแต่คนรวยคุยกัน ดังนั้นเองการที่ คนรวยหรือประเทศกลุ่มที่จับรวมตัวกัน ซึ่งมีประเทศที่รวยอยู่ไม่กี่ประเทศ ก็ต้องมองหา ผลประโยชน์จากประเทศที่กําลังพัฒนาอยู่ กลุ่มประเทศอาเซียน ๑๐ ประเทศ ตรงนี้ที่เราจับความร่วมมือกัน มีความสัมพันธ์กัน ข้อสังเกตก็คือว่าวันนี้เราทําความตกลงกลุ่มประเทศ ๑๐ ประเทศในอาเซียนกับประเทศ ญี่ปุ์น ๑ ประเทศ เหมือน ๑ ต่อ ๑๐ ๑๐ ประเทศก็จะไปค้าขายนะครับกับประเทศญี่ปุ์น ๑ ประเทศ แต่ญี่ปุ์นเขาก็คงจะสามารถเลือกได้ที่จะทําค้าขายใน ๑๐ ประเทศนี้ได้ แต่โดย ส่วนตัวเองจากที่ผมก็มีโอกาสในการพบปะแล้วก็พูดคุยกับคนญี่ปุ์นเอง คนญี่ปุ์นเองก็มี ลักษณะที่ค่อนข้างจะชอบประเทศไทยของเราเปึนอย่างมาก เนื่องจากความโดดเด่นของ ประเทศไทยเราอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของคนไทยเราเปึนคนที่มีอัธยาศัยดี ประนีประนอม แล้วก็ให้ความสําคัญกับคนญี่ปุ์นค่อนข้างมากเหมือนกัน อีกทั้งประเทศเราเองก็มี การพัฒนามาหลายป้ มีการลงทุนในเรื่องสาธารณูปโภคต่าง ๆ ก็ถือว่าเปึนศักยภาพที่สูง ที่เราจะได้เปรียบในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศตรงนี้ เนื่องจากถ้ามองแล้ว ในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างที่ผมบอกแล้วว่าเราก็ต้องพูดว่าใน ๑๐ ประเทศตรงนี้ เราเปึนประเทศที่กําลังพัฒนาอยู่ แล้วหลาย ๆ ประเทศเองถ้าเทียบศักยภาพก็ยังต่ํากว่า ประเทศไทยเรา ในกลุ่มเราเองถ้าเราจะเปึนรองก็คงจะสิงคโปร์ แล้วก็คงไล่ ๆ กับมาเลเซีย แล้วก็อาจจะมีเวียดนามที่กําลังไล่แข่งขันเรามาอยู่ แต่ทั้งนี้จากปัญหาการเมืองในประเทศ เองที่ทําให้บรรยากาศลงทุนต่าง ๆ ที่มันเริ่มไม่เปึนสิ่งที่น่าลงทุนอีกต่อไป อาจจะทําให้ หลาย ๆ ประเทศที่เขากําลังต้องการพัฒนาและแข่งขันในด้านการค้าทําให้เขาก็คงจะได้ พัฒนาขึ้นมา ถ้าเรายังติดปัญหาตรงนี้อยู่ก็คงจะไล่กวดเรามาได้ทันนะครับ ก็คงจะเปึน ข้อสังเกต อย่างหนึ่งก็คือว่านอกจากเรื่องของผลประโยชน์ที่ทําในลักษณะเรื่องของภาษี ว่าได้ตรงนั้นเสียตรงนี้ก็คงจะฝากข้อสังเกตเรื่องให้ทางกระทรวงเองช่วยทําเรื่องของ ศักยภาพในแต่ละประเทศที่เราจะได้มีการแข่งขัน ความเปึนไปได้ในหลาย ๆ รายการ ความได้เปรียบ เสียเปรียบด้วย จริง ๆ การทําข้อตกลงระหว่างญี่ปุ์นเอง สิ่งที่เหมือนแล้วก็ แตกต่าง ความต้องการระหว่างไทยกับญี่ปุ์นก็คงจะเห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของ รายการสินค้า ก็คือทางประเทศไทยเราก็อยากขายสินค้าการเกษตร เพราะเราก็ถือว่าเปึน สินค้าหลักแล้วก็เปึนสินค้าที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเราเปึนผู้ผลิต แต่ทางญี่ปุ์นเอง ก็คงอยากที่จะค้าขายในสินค้าที่เปึนลักษณะเทคโนโลยี ก็คือจะเปึนเหล็ก รถยนต์ แล้วก็ เครื่องใช้ไฟฟัา ข้อสังเกตที่จะฝากตรงนี้ก็คือว่าบริษัทที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยในเรื่อง ของอุตสาหกรรมหนักส่วนมากก็คงเปึนประเทศญี่ปุ์นอยู่แล้ว ถ้ามองในแง่ดีอย่างหนึ่ง ถ้าไม่มองในแง่เสียอย่างเดียวว่า เราเปึนแค่การแลกเปลี่ยนหรือว่าในกรณีที่เราต้องลด ภาษีเรื่องเหล็กเรื่องอะไรต่าง ๆ เปึนข้อเสียเปรียบของเรา ข้อดีก็คือว่าพอลดภาษีตรงนี้ ก็ทําให้บริษัทที่ในการลงทุน คือบริษัทญี่ปุ์นเองที่มาลงทุนในเรื่องของการทําอุตสาหกรรมหนัก รถยนต์อะไรต่าง ๆ ก็ทําให้เปึนการดึงดูดนักลงทุนชาวญี่ปุ์นที่จะทําให้ได้ลงทุน ในประเทศไทยต่อไปในเรื่องของเหล่านี้ เพราะว่าการลงทุนก็คงต้องมีการลงทุนเปึน ระยะเวลายาวนานอยู่ ก็คงจะเปึนสิ่งที่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนตรงนี้ด้วย ตรงนี้นอกจาก เรื่องข้อดีตรงนี้แล้ว ผมก็มีข้อสังเกตที่อยากจะฝากอีกสัก ๒ เรื่อง ในการที่ทําข้อตกลงกับ ทางญี่ปุ์น จากปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมานะครับ อย่างเรื่องของสินค้าเหล็กที่เราทําความ ตกลงเจเทปาผ่านมามีข้อสังเกตอย่างหนึ่งก็คือว่าสินค้าเหล็กที่เราลดภาษีนําเข้ามาเกิด ปัญหาว่าเวลาต้องลดภาษี ผู้ได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่บริษัทที่ลงทุนอย่างจริง ก็คือ ในลักษณะว่าพอมีการลดภาษีเรื่องเหล็กลงมา พอมาถึงด่านศุลกากร ผู้นําเข้าอาจจะเปึน บริษัทที่เปึนบริษัทเทรดเดอร์ (Trader) หรือบริษัทกลางนําเข้ามา แต่พอนํามาใช้ ผู้ที่ลงทุน ผู้ที่ได้ใช้น่าจะได้รับผลประโยชน์จริง ๆ ก็น่าจะเปึนบริษัทที่ลงทุนในอุตสาหกรรมที่นํา เหล็กตรงนี้ไปแปรรูปต่อ อาจจะเปึนอุตสาหกรรมรถยนต์เอง ตรงนี้ก็คงมีปัญหา ซึ่งผมก็คงอยากจะฝากในลักษณะการทํางานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ซึ่งเปึนกระทรวง เจรจา เปึนการขยายตลาดกับทางกระทรวงการคลังในหน่วยงานกรมศุลกากรเองว่า ในการทําข้อตกลงต่าง ๆ เหล่านี้ เรื่องภาษี เรื่องอะไรต่าง ๆ มีอะไรที่มีปัญหาบ้าง
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะฝากก็คือเรื่องของลักษณะการเจรจาและการค้าขาย โดยส่วนตัวนอกจากเรามองในแง่ของตรง ๆ แล้วว่าเรามีสินค้าอะไรที่จะขายไป เรามี อะไรดีแล้วเราจะขาย แล้วเราต้องการที่จะให้เขาลดภาษีหรือตรงนี้ก็อยากจะมองให้ กว้างขึ้นว่า มันมีสินค้าอย่างอื่นหรือเปล่าที่ในประเทศญี่ปุ์นเขานําเข้าจากประเทศอื่น ๆ อยู่แล้ว ซึ่งในประเทศไทยเราอาจจะเปึนสินค้าที่อาจจะไม่ใช่สินค้าหลักหรือว่าผู้ผลิต ส่วนใหญ่ แต่เรามีศักยภาพในการที่จะสามารถทําสินค้าตรงนี้ได้ ก็คงอยากจะให้ลองดู เพื่อจะขยายตลาดแล้วก็ส่งเสริมตลาดให้มีสินค้าเหล่านี้ได้มากขึ้น ซึ่งในการเจรจาก็จะ ฝากว่าจริง ๆ ในการเจรจาเราก็คงจะมีเรื่องตรง ๆ บ้าง แล้วเราก็แอบลับ ๆ ไว้กับเขาบ้าง ล่อ ๆ เขาไว้บ้าง ก็คงอยากจะฝากว่าในการทําเจรจาข้อตกลง ส่วนหนึ่งในภาพรวมก็คิดว่า น่าจะขยายตลาดแล้วก็ทําให้มูลค่าการส่งออกของประเทศไทยมันมากขึ้น ในการที่ เปึนอุปสรรคในการเจรจา เราก็คงต้องทําลายลง อันไหนที่เราเสียเปรียบ เราก็ถอยบ้าง แย็บบ้าง เหมือนเปึนการต่อยมวย ก็คงอยากจะฝากข้อคิดเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ตรงนี้ให้กับ ทางกระทรวงและทางรัฐบาลได้ไปรับพิจารณาดู เพื่อที่จะให้ข้อตกลงระหว่างประเทศ ตรงนี้ให้เราได้เปรียบอย่างที่สุด ขอบพระคุณครับ
ผมจัดลําดับไว้อย่างนี้ ท่านจะได้เตรียมตัวได้นะครับ ต่อไปก็เปึนท่านชรินทร์ ถัดไปท่านไกรศักดิ์ ต่อไปท่าน ร้อยโท กุเทพ ต่อไปท่านธีระจิตต์ อีกท่านหนึ่งก็คือท่านนคร เชิญท่านชรินทร์ก่อน ท่านชรินทร์เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดตาก ก่อนอื่นผมก็ต้องขอแสดงความเห็นอกเห็นใจข้าราชการ จากกระทรวงพาณิชย์ที่ใช้เวลาการเจรจามาหลายป้กว่าจะตกผลึกเรียบร้อย แล้วก็ จะต้องมาผ่านด่านพระอรหันต์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอันนี้ก็เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ในฐานะที่ผมเองเปึนข้าราชการเก่ากระทรวงพาณิชย์ ก็มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับเรื่อง เอฟทีเอหลายป้ แล้วในสมัยเรียนหนังสือก็สนใจวิชาเศรษฐกิจระหว่างประเทศหรือการค้า ระหว่างประเทศค่อนข้างจะมาก จึงซาบซึ้งถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการทําเขตการค้า เสรีหรือเอฟทีเอ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเปึนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่เบาบางที่สุด แล้วก็ ซิมเป่ล (Simple) ที่สุด ขอโทษที่ใช้ภาษาอังกฤษ เทียบกับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่มัน ลึกซึ้งขึ้นไปอีก เช่น สหภาพศุลกากรหรือคัสตอม ยูเนียน (Custom Union) ตลาดร่วมหรือ คอมมอน มาร์เก็ต (Common Market) แล้วก็สหภาพเศรษฐกิจ หรืออีคอนอมิคส์ ยูเนียน (Economics Union) เช่นเดียวกับสหภาพยุโรปทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นในความเห็นส่วนตัว ของผมจริง ๆ แล้วคิดว่าถ้าในแค่ระดับการทําเอฟทีเอหรือหุ้นส่วนเศรษฐกิจแบบไทยกับ ญี่ปุ์น เจเทปา หรือไทย - อินเดีย ผมว่าไม่น่าจะมาถึงสภาเลย เพราะว่าตามทฤษฎี เศรษฐศาสตร์ที่เราเคยเรียนกันมาแล้วในมหาวิทยาลัย มันชัดเจนเลยว่าการค้าเสรีนั้น จะทําให้เกิดประโยชน์มหาศาลแก่ประเทศที่เกี่ยวข้องที่ค้าขายซึ่งกันและกัน เพราะว่า เมื่อเปึนเขตการค้าเสรีก็หมายความว่าอุปสรรคในทางการค้ามันจะหมดไป ภาษีมันจะ เหลือศูนย์เท่านั้น เมื่อภาษีเหลือศูนย์ ประเทศที่ค้าขายกันนั้นก็จะส่งออกนําเข้าได้มากขึ้น ตามลําดับ ต่างกับการที่จะเปึนประชาคมตลาดร่วม อย่างกรณีตลาดร่วมยุโรป ซึ่งขณะนี้ อาเซียนเองก็มีเปัาหมายที่ชัดเจนว่าเราจะรวมกันเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อีกประมาณ ๗ - ๘ ป้ข้างหน้า ตรงนั้นที่จะเกี่ยวข้องกับจะต้องเสียอํานาจอธิปไตย บางอย่างไป เราจําเปึนจะต้องให้สภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาให้ความเห็นชอบ เมื่อไหน ๆ มาตรา ๑๙๐ บอกว่าจะต้องเข้าสภา กระผมก็เห็นว่าในกระบวนการศึกษานั้น ผมก็ยังสงสัยว่าจะศึกษาอะไร ไม่ทราบว่าท่านทราบหรือเปล่าว่าก่อนที่กระทรวงพาณิชย์ จริง ๆ ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์กระทรวงเดียว กระบวนการเขตการค้าเสรีหรือว่าการ รวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ กระทรวงที่เกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม บีโอไอ (BOI) ทั้งหลายล้วนแล้วแต่เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาทั้งสิ้นเลย นอกจากนี้หน่วยงาน เอกชนไม่ว่าจะเปึนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทยก็มีผู้แทนเข้ามาร่วมในการเจรจาปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด ผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ แล้วในแง่ของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมที่ขีด ความสามารถอาจจะด้อยกว่าคู่แข่งในต่างประเทศ เพราะฉะนั้นก็จําเปึนที่จะต้องขอให้ ทางภาคราชการว่า สินค้าบางตัวขอให้อย่าเพิ่งรีบลดภาษีเลย ผู้เจรจาเองก็ไม่ใช่คนโง่ มาจากไหน ผมกล้ายืนยัน ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ก็ดี กระทรวงการคลัง กระทรวง อุตสาหกรรม แต่ละคนระดับพระกาฬทั้งนั้น โดยเฉพาะอธิบดีท่านนี้ เชี่ยวชาญเรื่องการ เจรจามาหลายป้แล้วก็รู้เลยว่าอะไรเราควรจะยอม อะไรเรายอมได้ อะไรที่เรายอมไม่ได้ แม้ในขั้นตอนการเจรจาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะทําเอฟทีเอกับประเทศไหนก็ตาม ผมคิดว่า กระทรวงพาณิชย์และคณะเจรจาทั้งหลายได้ผ่านขั้นตอนการดําเนินการที่ควรจะทํามา โดยตลอดแล้ว โดยอันแรกจะต้องส่งให้สถาบันการศึกษาที่เชื่อถือได้ อาจจะเปึน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า (NIDA) หรือทีดีอาร์ไอ (TDRI) ได้ศึกษาถึงผลกระทบ ผลดี ผลเสีย มีอะไรบ้าง กว่าจะออกมาได้ก็ขั้นแรกแล้ว ต่อไปภาคเอกชนก็ต้องมาให้ความร่วมมือ ให้ข้อคิดเห็น ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในแง่ว่าผลดีผลเสียผมเองมีความเชื่อมั่นว่าผลการเจรจา ที่หน่วยราชการไปดําเนินการเจรจากับต่างประเทศกับคู่กรณี อย่างกรณีของหุ้นส่วน เศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์นนั้นก็ถือว่าเปึนการเจรจาระดับภูมิภาค ผลประโยชน์ที่ได้รับคือ อาเซียนกับญี่ปุ์นนั้นปริมาณการค้าจะต้องเพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว ตรงนี้ท่านไม่ต้องสงสัย มันเปึนทฤษฎีที่มันชัดเจนเลยว่าถ้า ๒ กลุ่มนี้ ญี่ปุ์นข้างหนึ่ง อาเซียนข้างหนึ่งลดอุปสรรค ทางการค้าระหว่างกันแล้วปริมาณการค้าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่นั่นแหละครับ ท่านที่เคารพครับว่ามันจะต้องมีอุตสาหกรรมบางอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากผล ของความร่วมมือตรงนี้ ตรงนี้ที่เปึนเรื่องสําคัญที่ผ่านมานั้นกระทรวงพาณิชย์ก็ดี กระทรวง อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พูดน้อยมากเลยกลายเปึนจุดอ่อนให้ถูกโจมตีว่า เมื่อไปลงนามใน เอฟทีเอเรียบร้อยแล้ว ทําให้ชาวสวน ชาวไร่ ที่ปลูกกระเทียมหรือผลไม้บางชนิด ต้องสูญเสียอาชีพไป กลับไปบอกว่าถ้าทําไม่ได้ก็ไปทําอย่างอื่นเสีย ผมก็เห็นด้วยว่า เปึนสิ่งที่ไม่ควรจะพูดเปึนอย่างยิ่ง แต่ก็สงสัยว่ามีคนพูดหรือเปล่า แต่ถ้าพูดจริงก็เปึนสิ่งที่ ไม่ควรจะพูดเปึนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นถ้ามองว่าระหว่างก่อนเจรจาได้มีการศึกษา ระหว่างการเจรจาได้มีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเปึน ผู้ประกอบการก็ดี หรือข้าราชการจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะมีความรู้ใกล้ชิด กับเกษตรกรอย่างมาก จากสถาบันเอกชนคือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งทั้ง ๒ สถาบันหลักตรงนี้เขามีนักวิชาการที่เชี่ยวชาญ เรื่องการรวมกลุ่มเศรษฐกิจหรือเอฟทีเอเปึนอย่างดีเลย หลายท่านที่อยู่ในคณะกรรมาธิการ การเศรษฐกิจก็รู้จักดีว่าเขาเหล่านั้นได้ศึกษาอย่างใกล้ชิด ได้ติดตามเรื่องราวต่าง ๆ ของ การเจรจาอย่างใกล้ชิดแล้วก็มีความรักชาติ มีความห่วงใยในผลประโยชน์ของเกษตรกร และผู้ประกอบการเปึนอย่างดี ถ้าระหว่างการเจรจาได้มีการดูแลอย่างดีแล้วและได้มี มาตรการที่เขาเรียกว่า เซฟการ์ด (Safeguard) นั่นก็คือถ้าเกิดสินค้าจากญี่ปุ์นหรือ จากประเทศใดก็ตาม ที่เราเจรจาการค้าด้วยเกิดสินค้าทะลักเข้ามา เรามีมาตรการ เซฟการ์ดหรือไม่ มาตรการเซฟการ์ดก็คือเราสามารถที่จะของดเว้นการลดภาษีชั่วคราว หรือว่าเก็บเซอร์ชาร์จ เก็บภาษีพิเศษขึ้นมาก็จะทําให้อุตสาหกรรมที่เราจะได้รับ ผลกระทบนั้นคลี่คลายลงไปได้ เมื่อเจรจาเสร็จเรียบร้อยแล้ว แน่นอนที่ผมได้เรียนตั้งแต่แรกแล้วว่ามันจะต้องมีบางกลุ่ม อุตสาหกรรมสินค้าบางตัวเขาได้รับผลกระทบ แน่นอนครับเจรจาเอฟทีเอนั้นไม่มีใคร ประเทศไหนเขาจะเสียประโยชน์ทุกอย่าง เขาจะได้ประโยชน์บางส่วน แล้วเราก็ได้ ประโยชน์หลายส่วน คนที่เสียประโยชน์นั้นก็จําเปึนจะต้องเสียสละ นั่นคือยอมให้เอฟทีเอ เกิดขึ้นได้โดยที่ตัวเองได้รับผลกระทบ แต่เราจะต้องให้ความโอบอุ้มดูแลเขา ต้องมี มาตรการเยียวยาให้เขา เพราะฉะนั้นที่ว่ากองทุนฟุ๋นฟู กองทุนเพื่อการปรับตัวก็ดี หรือว่า มาตรการเยียวยานั้นจะต้องไม่ใช่เปึนแค่ตัวอักษรสละสลวย จะต้องมีผลเปึนรูปธรรม นั่นก็คือสามารถให้ความช่วยเหลือเกษตรกรก็ดี หรือว่าโรงงานอุตสาหกรรมที่เขาจะต้อง ยกเลิกไปเขาจะต้องได้รับผลกระทบ เขาจะต้องได้รับการชดเชยที่คุ้มค่า นอกจากนี้ ที่กระผมอยากจะฝากก็คือว่าในการทําข้อตกลงในปัจจุบันก็ตามหรือใด ๆ ก็ตามนั้น ผู้ที่ ได้รับประโยชน์นั้นมีมากมายเลย เพราะจากการที่สามารถส่งสินค้าไปประเทศญี่ปุ์นได้ มากขึ้น ท่านได้รับประโยชน์มากมายนั้นเขาจะต้องเสียสละจ่ายเงินให้กองทุนที่ว่านี้บ้าง หรือเปล่า คือไม่ใช่เอาเงินมาจากภาษีราษฎรอย่างเดียว ไม่พอ เงินควรจะมาจาก อุตสาหกรรมที่เขาได้รับผลประโยชน์เต็ม ๆ จากการเป่ดเสรีตรงนี้
ฉะนั้นโดยสรุปผมก็คิดว่าเรื่องการเป่ดการค้าเสรีเปึนหน้าที่ที่ทางสภาเรา ควรจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะผมมีความเชื่อมั่นในหน่วยราชการไทยว่าเรามี บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีความรักชาติแล้วก็ตั้งใจปฏิบัติงานมาด้วยความ อุตสาหะมาตลอด แต่ว่าเพื่อความรอบคอบถ้าหากว่าทางสภาเห็นควรตั้งกรรมาธิการ ขึ้นมาศึกษา กระผมก็เห็นว่าไม่มีความจําเปึนใด ๆ เลยที่จะต้องศึกษาแบบลึกซึ้ง เพราะว่าจะเปึนการซ้ําซ้อน เราได้ให้สถาบันที่เรายอมรับ ไม่ว่าจะเปึนจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ศึกษา เรื่องต่าง ๆ เขาศึกษามาแล้วครับ แต่สิ่งที่ผมคิดว่าควรจะทําเปึนอย่างมากก็คือว่า เชิญผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ เราตั้งที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์มากมาย ล้วนแล้วแต่มีความรู้มากมายก่ายกอง เราเชิญท่านเหล่านั้นมาให้ ความเห็นว่าอุปสรรคบางอย่างหรือข้อติติงบางอย่างที่สังคมก็ดี หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบ เขาเปึนห่วงเปึนใยว่าเขาจะได้รับความเสียหายนั้น ในความเปึนจริงนั้นสามารถ จะเยียวยาได้หรือไม่ แล้วความเห็นโดยรวมแล้วประเทศไทยจะได้รับ ผลประโยชน์จริงอย่างที่เขาว่าหรือเปล่า ผมก็คงจะขอใช้เวลาเพียงเท่านี้ โดยสรุปคือ เห็นด้วย แต่ว่าถ้าใช้เวลาศึกษาก็อย่าให้เกิน ๓ สัปดาห์เลย หรือ ๑ เดือน เพราะว่า ไม่อย่างนั้นจะเกินกําหนดที่ข้อตกลงกําหนดไว้ว่า ๖ ตุลาคม ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา สะสมทรัพย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ ก่อนที่ผมจะขึ้นมาได้หารือกับวิปจากฝ์ายค้านแล้วก็วิปรัฐบาล ๓ วิป ก็คุยกัน ผลสรุปก็คือให้ตั้งกรรมาธิการ แล้วก็ขอใช้เวลาในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ๑๕ วัน ทุกฝ์ายก็เห็นพ้องต้องกัน เพราะฉะนั้นวันนี้การอภิปรายก็ขอเรียนว่าสิ่งที่ท่านสร้างนั้น หรือว่าพูดขึ้นมาทั้งหมดนั้นเราเข้าใจดี แล้วก็รู้ว่าพวกเราเองก็เปึนห่วงเปึนใย โดยเฉพาะ ผมถามเจ้าหน้าที่ที่มีการเข้าประชุมก็มีการทํากันอย่างรอบคอบ มีเวิร์คกิ้ง กรุ๊ป (Working group) สําหรับแต่ละกระทรวงครบหมด ฉะนั้นสิ่งที่พวกท่านเปึนห่วงก็ไม่ใช่ความผิด เพื่อให้เกิดความรอบคอบ เรามีเจตนาพ้องต้องกันว่าประเทศไทยของเราพวกเราต้องรัก พวกเราต้องเปึนห่วง ฉะนั้นวันนี้ผมว่าถ้าท่านผู้ที่มีรายนามที่อภิปราย ผมว่าเราคงไม่น่า จะต้องอภิปรายแล้ว เพราะผมเข้าใจดี แล้วก็ทราบปัญหา เราตั้งที่กรรมาธิการ แล้วก็คุยกัน เพราะมีเรื่องอื่นที่จะต้องพิจารณาอีก ๒ – ๓ เรื่อง เท่าที่ได้ทราบจากวิป ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านไกรศักดิ์ครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตคิดต่างกับท่านรัฐมนตรีสักนิดหนึ่งได้ไหมว่า ประสบการณ์ของผมนั้นมันไม่ใช่ใช้เพียง ๓๐ วันแค่นั้นแล้วก็จะพิจารณาในเรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้นะครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับการค้าเสรีระหว่างญี่ปุ์นกับอาเซียน โดย ประสบการณ์ของผม ผมคิดว่า ขออนุญาตนะครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ ทฤษฎี ว่าด้วยการค้าเสรีเปึนทฤษฎีจอมปลอม เปึนทฤษฎีของหมอผี หมอผีที่ทํางานใน บริษัทใหญ่ ๆ ที่มีอิทธิพลและมีอํานาจเหนือรัฐบาลนะครับ เหนือประชาชน ที่ไม่สามารถที่จะเข้าใจและไม่มีอํานาจการต่อรองได้ ท่านประธานครับ ตัวอย่างที่ดีที่สุด ที่มีมาก็คือว่าเกือบทุกประเทศแล้ว ตอนนี้ในลาตินอเมริกา เขาเรียกว่า อะมอรัส ซูลุส (Amorous Zulus) นะครับ ราว ๆ ๖ ถึง ๗ ประเทศด้วยกัน ปฏิเสธ อย่างสิ้นเชิงเลย ที่จะมีเขตการค้าเสรีอีกต่อไปกับสหรัฐอเมริกา การศึกษาของกรรมาธิการ การต่างประเทศที่ผมเปึนประธานมา ๖ ป้ ผมเดินทางไปลาตินอเมริกา ไปเห็นตัวอย่าง เขตการค้าเสรีระหว่างประเทศที่กําลังพัฒนาชื่อเม็กซิโกกับสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ ของกระทรวงการค้าของเขาก็ดี ไม่ว่าจะเปึนวุฒิสมาชิก สภาล่าง สภาบน ที่ผมเจอ เขาบอกว่าเสียเปรียบหมดครับ เสียเปรียบสหรัฐอเมริกา เพราะมันเริ่มต้นก็เสียเปรียบ อยู่แล้ว ประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า ที่ไปเซ็นสัญญาการค้าเสรีกับประเทศที่พัฒนากว่านั้น ไม่มีทางได้เปรียบ ไม่มีทางได้เปรียบเลย เพราะว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่วนใหญ่นโยบาย เขตการค้าเสรีจะจัดการโดยบริษัทข้ามชาติที่มีอิทธิพลอยู่ภายในประเทศนั้น อิทธิพล ต่อรัฐบาลที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ท่านประธานครับ ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ระบบของ โลกตอนนี้ที่ว่าด้วยดับเบิลยูทีโอเขาไม่สนับสนุนให้เป่ดเขตการค้าเสรีกันอย่างทั่วไป หลายประเทศจะสงวนตัวเองนะครับ จะสงวนที่จะรักษา เขาเรียกว่าเซคเตอร์ (Sector) ที่อ่อนแอที่สุดของเขาส่วนใหญ่จะเปึนเซคเตอร์ในภาคเกษตร อุตสาหกรรมขนาดเล็ก หัตถกรรม แล้วก็ภาคบริการที่ไม่สามารถที่จะแข่งขันกับประเทศที่ร่ํารวยได้ เราไม่เคย คํานึงถึงเรื่องนี้เลย การค้าเสรีครั้งแรกที่เราเซ็น ป้ ๒๕๔๕ ครับเซ็นกับจีนไม่มีใครรู้เรื่องเลย สินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาในเซคเตอร์หรือในภาคทางเศรษฐกิจของเราที่อ่อนแอที่สุดก็คือ เศรษฐกิจของภาคเกษตร แล้วเมื่อกี้คุณหญิงพูดถึงกระเทียม หอม ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ มันมีผักเข้ามาด้วย สารพัดชนิด ผักเขตหนาว เดี๋ยวดอกไม้เข้ามาอีกแล้วสินค้าอื่น ๆ ทะลักเข้ามาถามว่าเราได้ประโยชน์จากอันนี้หรือเปล่า เสียประโยชน์อย่างสิ้นเชิง ตัวเลข ออกมาแล้ว เมื่อสักครู่นี้ท่านวุฒิสมาชิกอภิปรายบอกว่า ข้าราชการของเราน่าจะรู้ดี ผมถามว่ารู้ดีจริงหรือเปล่า งานวิจัยของเราออกมา ภาคเกษตรในภาคเหนือทั้งภาคตกต่ํา ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในด้านทางการผลิต เพราะไม่สามารถที่จะแข่งขันกับสินค้าเกษตร จากจีนเข้ามาได้ เอาล่ะตั้งคําถามอีก ยกตัวอย่าง อันนี้ยกตัวอย่าง เราจะทํากับประเทศ ญี่ปุ์นอีก อันนี้ที่ทําไปแล้วกับประเทศญี่ปุ์นเรายังไม่ศึกษาเลยครับ ผมขอยกตัวอย่าง อีกสักนิดหนึ่งว่าที่ทํามากับออสเตรเลีย ทางการทูตก็ดี ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ดี จะอ้างถึงว่าเราเพิ่มขึ้นมหาศาล ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ สินค้าของเราเพิ่มขึ้น แต่ผมต้องดูแลท่านประธานครับ ผู้ที่สูญเสียในราว ๑๔๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว เกษตรกร โคนม ย่อยยับเลยตอนนี้ไม่สามารถที่จะแข่งขันกับนมที่ทะลักมาจากออสเตรเลียได้เลย เปึนนมผงทั้งนั้น ราคานมสดก็ลดลงอย่างมหาศาลไม่สามารถไปแข่งขันได้ ท่านครับ แน่ล่ะรัฐบาลคุณทักษิณสมัยก่อน แล้วก็รัฐบาลคุณสมัครก็เช่นเดียวกัน ก็บอกไม่เปึนไร เราจะช่วยชดเชยให้ ท่านรู้ไหมครับเขาชดเชยกันอย่างไร ท่านทราบไหมครับเขาชดเชย กันอย่างไร ถ้าเลิกปลูกกระเทียม เขาจะให้ครอบครัวละ ๑,๔๐๐ บาท แค่นั้น ๑,๔๐๐ บาท ทั้งชีวิตเลยครับ ส่วนโคนมเขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ให้ไปทําอย่างอื่นไปปลูกยาง ทั้ง ๆ ที่ทั้งครอบครัวบางที ๓ ชั่วคนเลี้ยงวัวมา นี่แหละครับวิธีการชดเชย แต่สิ่งที่ผม เปึนห่วงมากที่สุด เรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ์น ญี่ปุ์นคล่องแคล่วการเจรจาเหลือเกิน แล้วก็สามารถ ที่จะทําให้การเซ็นสัญญาการค้าเสรีระหว่างไทย - ญี่ปุ์น ไม่ใช่เปึนการค้าเสรี แต่เปึน การร่วมมือทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นไม่ต้องผ่านรัฐสภา แต่คราวนี้ก็ดิ้นไม่หลุด เพราะว่า มีมาตรา มีรัฐประหารขึ้นมา ประชาชนร้องเรียนต่อสภาที่ตั้งกันมาในสมัยรัฐประหาร เราเลยมีรัฐธรรมนูญใหม่ มาตรา ๑๙๐ เลยเกิดขึ้นมา แต่มาตรา ๑๙๐ ที่เอามาใช้ตอนนี้ ๓๐ วันแค่นั้นเองท่านประธานครับ ประเทศออสเตรเลียก่อนที่จะเซ็นสัญญากับ ประเทศไทย เขาใช้การศึกษา ๒ ป้ครึ่ง ๒ ป้ครึ่งผ่านรัฐสภาของเขาแล้วไม่รู้เท่าไร ผ่านอนุกรรมการ กรรมาธิการของเขา แล้วข้อมูลทั้งหมดที่ผมได้มาไม่ใช่จากรัฐบาลไทย เพราะว่ารัฐบาลไทย กรรมาธิการเราเรียกมาทีไรมีกระดาษครึ่งแผ่น แล้วก็ดูถูกพวกเรา เหมือนไม่รู้เรื่องอะไร แต่ข้อมูลที่ผมได้มาก็คือจากประธานของสภา ของออสเตรเลีย เขาได้รายละเอียดมาทั้งหมดเลยครับ แล้วก็แถลงการณ์เลยบอกว่าผลประโยชน์ที่จะได้ มากที่สุดก็คือว่า ของประเทศไทยก็คือบริษัทส่งรถออกครับ อุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่ง ๘๐ เปอร์เซ็นต์เปึนของญี่ปุ์นซึ่งเปึนเจ้าของ แล้วอุตสาหกรรมอีกชนิดหนึ่งที่ ชาวออสเตรเลียจะได้ แล้วคนไทยจะได้สม่ําเสมอก็คือ ท่านเชื่อไหมครับโทรคมนาคม แล้วเอ่ยชื่อด้วยนะครับ ไอพี สตาร์ ชิน คอร์ปอเรชั่น (IP Star Shin Corporation) ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเห็นห่วงมากที่สุด ก็คือการไม่เท่าเทียมของกําลังการลงทุน นี่คือ อีกประเด็นหนึ่งนะครับ แล้วความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การรู้เท่าไม่ถึงการณ์นี้บางที ประเทศไทยตั้งใจ เราตั้งใจที่จะทําให้กฎหมายของเราในการควบคุมสิ่งแวดล้อม กฎหมายควบคุมแรงงานของเรา อ่อนแอมาก อ่อนแอก็เพื่อว่าจะให้ประเทศไทยเปึน แหล่งที่เข้ามาลงทุนได้ง่าย ๆ อ่อนแอเสียจนว่าอุตสาหกรรมที่เขาปฏิเสธที่จะไปลงทุน ที่เสินเจิ้น มาลงทุนที่สมุทรปราการ สมุทรสาคร มาลงทุนที่อีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) เสียจนตอนนี้ ในเขตแถวนั้นมีคนป์วยสูงที่สุดในประเทศแล้ว เพราะว่า กฎหมายของเราไม่ควบคุมเรื่องเกี่ยวกับมลพิษ เจ้าหน้าที่ของเราไม่เอาใจใส่ มิหนําซ้ํา เรา จะมีธุรกิจ ตอนนี้นะครับจะเป่ดช่องให้มีธุรกิจในการบําบัดขยะพิษจากญี่ปุ์นอีก คุณพระช่วย คือขนาดของเราก็จะแย่อยู่แล้ว เรื่องเกี่ยวกับธรรมาภิบาลนี่อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ถ้าภาคเกษตรของเราพร้อมจริง ๆ ถ้าเจ้าหน้าที่ของเรานี่ตรงไปตรงมากับเกษตรกร ของเราจริง ๆ เกษตรกรก็ได้ประโยชน์ แต่ในการตรวจสอบของการเปึนวุฒิสมาชิก ผ่านมาที่ ๖ ป้ แล้วการเปึน ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์นี่ผมเห็นแต่มีเรื่องนะครับ เจ้าหน้าที่โกงกิน ช่วยเหลือกันในโครงการต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือเกษตรกร ลําไยหายเปึนพัน ๆ ตันเลยนะครับ ทุกวันนี้ยังจับกันไม่ได้เลยในการประกันราคา ท่านประธานครับ เราต้อง คิดให้ลึกจริง ๆ นะครับ ๓๐ วันนี้ผมไม่เห็นด้วย แต่ผมช่วยไม่ได้ เพราะผมอยู่ในพรรค ประชาธิปัตย์ ถ้าพรรคเขาเห็นด้วยผมก็ต้องคล้อยตาม แต่ในเรื่องส่วนตัวผมคิดว่าเรา เสียเปรียบแหง ๆ นะครับ ผมเสียเปรียบแหง ๆ เลย ผมคิดว่าเราไม่ทันเขาแน่นะครับ สิ่งที่ มันเห็นชัดเจน อยู่แล้วที่ญี่ปุ์นจะทําก็ในอุตสาหกรรมรถยนต์ ตอนนั้นคนที่นั่งอยู่ใน คณะบริหาร ใน ครม. ของคุณทักษิณเลยแอบมาบอกผม บอกว่าแอบมาบอกผมนะครับ เพราะเขาเปึนเจ้าของหุ้นส่วน รู้สึก ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เขาบอกว่าเราแย่แน่ ถ้าญี่ปุ์น เข้ามา อันนี้ผมอยากจะให้ จะถามพวกท่านว่ามันจริงหรือเปล่า ว่า ๑๐๐ กว่าบริษัท ที่ผลิตชิ้นส่วนให้โตโยต้า ให้อีซูซุจะเจ๊งหมด เพราะญี่ปุ์นเขามีบริษัทลูกของเขาที่จะ ผลิตชิ้นส่วน แล้วจะไม่ซื้อจากประเทศไทยเลย หรือชิ้นส่วนที่ทําโดยบริษัทที่เปึนไทยแท้ ๆ เลยร้อยเปอร์เซ็นต์ อันนี้มีการศึกษาไหมครับว่ามีการเปลี่ยนแปลงอันนี้ไหม มีการศึกษา ไหมว่าตั้งแต่เราเซ็นการค้าเสรีกับญี่ปุ์นไป ญี่ปุ์นมันเทค โอเวอร์ (Take Over) อุตสาหกรรมทุกอุตสาหกรรมรถยนต์แล้วใช่ไหมครับ แล้วจะไปภาคไหน ภาคโฆษณา การตลาดในด้านเซอร์วิส (Service) อีกหรือเปล่า อยากจะรู้เหมือนกันครับ
ประเด็นสุดท้ายที่ผมเปึนห่วงมากที่สุด แล้วเราก็จะหลงเชื่อ แล้วข้าราชการ ก็จะมาเกลี้ยกล่อมเรา บอกเขาจะเป่ดโอกาสให้เราไปลงทุนที่ญี่ปุ์นด้วย แล้วไปลงทุนอะไร ผมอยากจะรู้ นอกจากร้านอาหาร นวด อาบ อบ นวด แถมให้ด้วย เราจะไปลงทุนอะไร แต่ถ้าเราเป่ดให้เขามาลงทุนเขาจะเทค โอเวอร์ กี่เซคเตอร์ในประเทศไทยเรา กําลังเขา มากกว่าเราตั้งเยอะ เช่นเดียวกัน ในกรณีของออสเตรเลียเป่ดลิสท์ (List) ยาวเฟุ๋อยเลย แต่ไม่เห็นคนไทยไปลงทุนเลย เพราะไม่มีสตางค์ ไม่มีกําลังเพียงพอครับ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เปึนเรื่องเพ้อเจ้อจริง ๆ ที่ว่าเราจะได้ประโยชน์ในด้านการลงทุน มีแต่ว่าเขาจะมา ครอบเรา แล้วก็คนไทยนั้นก็จะต้องกลายไปเปึนเพียงแต่แรงงานในราคาถูก และเขาจะ เรียกร้องเรา ไม่ให้กรรมกรไทย แรงงานไทยมีอํานาจการต่อรองเพิ่มไปกว่านี้ จะเรียกร้อง ให้ประเทศไทยนั้นเข้มงวดเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้วยซ้ําไป เรื่องเกี่ยวกับมลพิษ เรื่องเกี่ยวกับขยะ เพื่อที่จะสร้างบรรยากาศของการลงทุน แล้วเราก็จะหลงเชื่อเขา ท่านรัฐมนตรีอาจจะรู้ดี เพราะตอนนี้ธุรกิจของท่านด้วย ของครอบครัวท่าน ประทานโทษ นะครับ
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นสุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธานครับ ก็คือว่า ในการตรวจสอบเอฟทีเอกับจีน เอฟทีเอกับนิวซีแลนด์ เอฟทีเอกับออสเตรเลีย เอฟทีเอกับ ญี่ปุ์น เราไม่เคยเห็นเอกสารที่เซ็นเลย เอกสารเราไม่เคยได้เลย เอกสารชิ้นจริงที่เซ็นกัน จริง ๆ ไม่เคยให้เรา คราวนี้ไม่ได้แล้วนะครับ เราอยากจะเห็นของแท้เลยนะครับ มิฉะนั้น การตั้งกรรมาธิการ ถึงแม้ผมคิดว่าเวลาก็น้อยเกินไป แต่เราอยากจะเห็นของจริง ไม่ใช่มีแต่พิมพ์ที่สวยหรูออกมานะครับ และมีแต่เรื่องดี ๆ ทั้งนั้น ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ต้องขอประทานโทษที่ใช้วาทศิลปีรุนแรงไปสักนิดหนึ่ง อารมณ์มันพาไปครับท่าน
ท่านรัฐมนตรี เชิญครับ
ท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม ไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องขอขอบคุณ ท่านอาจารย์โต้ง ขออนุญาตใช้นิคเนม (Nickname) เรียนอย่างนี้ครับว่า เรื่องการทํา เอฟทีเอกับญี่ปุ์นไม่มีพูดถึงเรื่องขยะในนี้ แล้วสิ่งแวดล้อมเรื่องเอ็นไวรันเมนท์ (Environment) ก็ไม่มีเขียนอยู่ในนี้ แล้วเรียนว่าเรื่องนมที่ออสเตรเลียว่าเราไปเซ็น แล้วเราเสียดุลการค้าในเรื่องการสั่งนมผงเข้ามา ผมเรียนอย่างนี้ว่าวันนี้ความต้องการ ใช้นมในประเทศที่ ๗ ล้านตัน แต่สัดส่วนของออสเตรเลียที่ส่งเข้ามาแค่ ๖๕,๐๐๐ ตัน เพราะเปึนนมผงเข้ามาเมื่อละลายน้ํา เราก็ควรจะมาแข่งกับน้ํานมดิบในประเทศ เราคํานึง ตรงนี้
ส่วนเรื่องของจีน ก็ขอเรียนว่าผมได้ประกาศควบคุมกระเทียม เพราะไม่ได้ เปึนสนธิสัญญาในการนําเข้าเปึนการลักลอบนําเข้าทางชายแดน ขณะนี้มีการควบคุมว่า การขนย้ายกระเทียมเกิน ๔๐๐ กิโลกรัม ต้องแจ้งให้ทราบ นี่คือสิ่งที่จะกราบเรียนกับ ท่านอาจารย์ครับ ขอเรียนว่าวันนี้เรื่องการทําเอฟทีเอ สมมุติถ้าหากทางสภาไม่เห็นด้วย ทุกคนก็ไม่มีสิทธิที่จะพูดอะไร แต่วันนี้สิ่งที่ท่านบอกกับผมว่า ๓๐ วัน ท่านยังเข้าใจผิด เมื่อสักครู่นี้ผมขึ้นแถลงบอก ๑๕ วัน ให้กรรมาธิการดําเนินการภายใน ๑๕ วันให้จบ แล้วนํากลับเข้าสู่สภา เพราะได้มีการคุยกับวิปทั้ง ๓ ฝ์ายแล้ว ฉะนั้นวันนี้การอภิปรายในนี้ จะอภิปรายอย่างไร หรือเข้าไปในกรรมาธิการอย่างไรก็แก้ไม่ได้ เพราะกรอบการเจรจานี้ จบหมดแล้ว เพียงแต่ไปรู้ให้ถึงความรอบคอบดีเทล (Detail) ในนั้นว่าต้องเปึนอย่างไร แค่นั้น ให้ตั้งข้อสังเกตและก็คุยกัน นี่คือสิ่งที่ผมจะกราบเรียน ฉะนั้นวันนี้จะพูดอย่างไร ก็แก้ไม่ได้ อยู่ที่ว่าให้สภาเห็นชอบ ผมก็มีแนวคิดว่าจากจํานวนสมาชิกที่จะขึ้นอภิปรายนั้น ส่วนมากประเด็นก็จะซ้ํา ๆ กัน ผมเรียนว่าถ้าหากเราตั้งกรรมาธิการทั้ง ๓ ฝ์าย แล้วก็ไป คุยกันในนั้น แล้วใช้เวลาสัก ๑๕ วัน เพื่อให้เห็นว่ามาตรา ๑๙๐ มีความศักดิ์สิทธิ์เคารพ ตรงนั้น ผมก็ยินดี กราบขอบคุณครับ
คิวต่อไปของท่านกุเทพ เดี๋ยวนะครับ เผอิญตอนนี้มีคนที่จะขออภิปรายอีก เท่าที่แจ้งมานะครับ อีก ๑๗ ท่าน เพราะฉะนั้นต่อไปนี้จะขอกําหนดกติกาได้ไหมครับ เริ่มตั้งแต่ท่านกุเทพ ๑๐ นาทีได้ไหม ขอ ๑๐ นาที เชิญท่านกุเทพเลยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรื่องเวลาคงไม่มีปัญหาครับ ท่านประธานครับ และผมก็เข้าใจความกังวลของท่านรัฐมนตรี วันนี้ต้องกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าท่านได้นั่งในตําแหน่งที่เหมาะสม มีความเอาใจใส่ กระตือรือร้นและติดตามงานมาตอบคําถามด้วยตัวเอง ถือว่าเปึนรัฐมนตรีที่ต้องชมเชยกัน แต่ถ้าจะให้สภาพิจารณาเรื่องใดในเรื่องกลไกของสภาเราต้องคุยกัน เราต้องทําให้ชัดเจน วันนี้ผมยังไม่ได้ไปดูเนื้อในของข้อตกลง และผมก็เชื่อตามท่านว่าเรื่องข้อตกลงนี้คงแก้ ไม่ได้ นั่นล่ะคือคําถามที่จะต้องนําโยงไปต่อว่าเมื่อสภานี้แก้ไม่ได้ การไปตั้งกรรมาธิการ แม้จะเปึนข้อเสนอที่ปรารถนาดีของท่านผู้นําฝ์ายค้าน ซึ่งพวกเราด้วยความรักกันด้วย ความเห็นว่าเปึนประโยชน์ร่วมกันอยากสมัครสมานสามัคคี สร้างตรงนี้ที่รัฐสภา ก็ยินดีด้วยกัน ท่านรัฐมนตรีเองก็มีมิตรน้ําใจต่อพวกเราว่าอยากตั้งก็ตั้ง แต่ผมมีคําถาม ท่านประธานครับว่าวันนี้มาตรา ๑๓๗ ของรัฐธรรมนูญนั้นให้เราใช้ข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรโดยอนุโลม วันนี้ถ้าเรามีการตั้งกรรมาธิการก็คงเปึนกรรมาธิการวิสามัญ ก็จะมีคําถามว่าถ้าเปึนข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา การตั้งกรรมาธิการของรัฐสภา ก็จะประกอบด้วยสัดส่วนของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่เมื่อเปึนกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ท่านสมาชิกวุฒิสภาก็คงจะต้องเปึนคนนอก ตรงนั้น เปึนสิ่งที่เราเข้าใจตรงกันอย่างนั้นแล้วใช่ไหม แล้วในชั้นพิจารณาท่านประธานครับ จะถือว่าเปึนการพิจารณาพระราชบัญญัติหรือไม่ และจะพิจารณาในลักษณะแบบใด พิจารณาโดยแก้ไม่ได้เลย คืออย่างไร พิจารณาแบบญัตติหรือเปล่า เหมือนกับ กรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาภัยแล้งแล้วไปดูเอกสารฉบับนั้น แล้วก็ตั้งข้อสังเกต ตั้งข้อสังเกตมาอย่างไร คําถามเหล่านี้เกิดขึ้นจากผลพวงของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งท่านได้เขียนไว้แต่เพียงว่าให้ความเห็นชอบของรัฐสภา และยังเขียนกําหนดไว้ว่า ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน ตั้งแต่วันรับเรื่องมา หนังสือนําส่งท่านประธาน ลงวันที่ ๗ สิงหาคมก็น่าจะรับวันที่ ๗ สิงหาคม นับจากวันนี้ไปก็ ๓๐ วัน ตั้งกรรมาธิการ ใช้เวลา ๑๕ วัน ไปเป่ดเอกสารเชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงถามคําถาม แล้วบันทึกเปึนข้อสังเกตของกรรมาธิการ นํากลับสู่สภา ถ้าวัตถุประสงค์เพียงแค่นี้แล้ว จะทําให้เราได้ประโยชน์สูงสุดผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ แต่ผมก็กราบเรียนถามเพื่อบันทึก ไว้ตรงนี้เท่านั้นเองว่า ถ้าต่อไปนี้บรรทัดฐานของเรื่องที่รัฐบาลจะเสนอเข้ามาสู่รัฐสภา แล้วตั้งกรรมาธิการกันจึงจะถือว่าพิจารณา มันก็จะเปึนบรรทัดฐานต่อไป และเราก็ต้อง เตรียมเรื่องเหล่านี้ไว้ เพราะจะเข้ามาอีกเยอะ วันนี้เรามีกังวลอยู่กับกลไกของสภานี้ที่จะ พิจารณาเรื่องทํานองนี้ มีหลายท่านเสนอว่าน่าจะมีคณะกรรมาธิการ หรือคณะกรรมการ พิเศษร่วมพิจารณาเรื่องนี้ แล้วเข้ามาก็มารับรองกัน มาเห็นชอบกัน แต่เมื่อจะเริ่มจากการ ตั้งกรรมาธิการซึ่งไม่รู้ว่าจะเปึนกรรมาธิการโฉมหน้าไหน เพราะข้อบังคับการประชุมนั้น เปึนของสภาผู้แทนราษฎร แล้วไปพิจารณาไม่ว่าจะเปึนญัตติ หรือไม่ว่าจะเปึน พระราชบัญญัติก็ไม่มีทางแก้ได้เลย ยิ่งเปึนพระราชบัญญัตินี้ถ้าบอกแบบนั้นก็เปึนอันว่า แทบจะหมดประโยชน์ แต่ก็จะได้ประโยชน์อยู่บ้างตรงที่ว่าท่านได้มาชี้แจง ท่านก็มา ชี้แจงอีกเพิ่มเติม ก็จะเปึนชี้แจงที่ท่านชี้วันนี้ล่ะครับ ก็คงไม่มากไปกว่านี้ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ก็คงไม่ขัดข้องกัน แต่ว่าในฐานะเราเปึนสมาชิก รัฐสภาจะต้องพูดถึงสิ่งที่เรารับอยู่ ว่าเราจะมีขั้นตอนวิธีการใดที่จะทําให้เกิดความ คล่องตัวเหมาะสมกับสถานการณ์ ผมไม่ใช้เวลาของท่านประธานถึง ๑๐ นาทีหรอกครับ แค่นี้ครับ เพราะว่ามีความจําเปึนต้องพูดให้ชัดเจนในเรื่องนี้ ขอบคุณครับ
ขอเชิญท่านธีระจิตต์ ครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ธีระจิตต์ สถิโรตมวงศ์ สมาชิวุฒิสภา ในนามของสมาชิก รัฐสภา ก็ต้องขอบคุณท่านประธานครับ ซึ่งจะมีขัดข้องอยู่ ๒ – ๓ ตอนที่บอกจะให้ไม่ต้อง มีการอภิปรายต่อไป ผมคิดว่าสิ่งที่ผมจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐบาล ท่านรัฐมนตรี แล้วก็คณะทํางานของกระทวงพาณิชย์ กระทรวงการคลังที่มาที่นี่ คิดว่า จะเปึนประโยชน์ ก็จะมีทั้งส่วนที่เห็นด้วยและส่วนที่ห่วงใย และส่วนที่จะเสนอแนะ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าทุกท่านหรือส่วนใหญ่ก็ทราบมาแล้วว่าคําว่า เอฟทีเอ นี้ ประเทศไทยเริ่มต้นมาอย่างไร เมื่อกี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้ อภิปรายไปเวลานั้นล้วนแต่เปึนเรื่องดีทั้งนั้น ไม่ว่าจะพูดถึงเรื่องการแข่งขัน อันนี้ล่ะครับ เปึนเรื่องอันดับแรกเลยที่ทําให้เกิดคําว่าเอฟทีเอขึ้นมา ถ้ามาท่านจําได้เมื่อ ๒๐ กว่าป้ก่อน อียู (EU) ซึ่งมีการเริ่มต้นมาก่อนอาฟตา (AFTA) ของเรา ๒๐ ป้ ประสบความสําเร็จ ขณะนั้นก็มีการเรียกว่า โกลบอลไลเซชั่น (Globalization) หรือโลกาภิวัตน์ ถ้าทุกท่าน คงจําได้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้คํานึงถึง เรื่องนี้แล้วก็ได้พยายามผลักดันให้ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรของเราให้มีการแข่งขัน ที่ ดี ขึ้ น มีคอมพิทิชั่นเนียส (Competitioneous) แล้วก็ได้เห็นความสําคัญของเรื่องฟรีเทรด ท่านได้มีการล็อบบี้ (Lobby) กับเฮด ออฟ สเตท (Head of state) โดยเฉพาะคนแรก ทางสิงคโปร์ โก๊ะ จ๊ก ตง รวมทั้งมาเลเซีย ฟ่ลิปป่นส์ อินโดนีเซีย บูรไน แล้วเราก็ได้มี ที่เรียกว่าสิงคโปร์ ดีแคลเรชั่น (Singapore Declaration) ขึ้นในป้ ๑๙๙๑ ถ้าผมจําไม่ผิด เจ้าหน้าที่ทางกระทรวงพาณิชย์อาจจะหลายท่านที่ยังนั่งอยู่นี่น่าจะได้ตามไปอันนั้น อันนี้ล่ะครับคือต้องการให้เขาได้เห็นแล้วว่า การแข่งขันถ้าประเทศไทยเรานี้ไม่มีการ ในเชิงรุกในเรื่องนี้แล้ว เราคงสู้เขาไม่ได้ เพราะฉะนั้นอาฟตาจึงได้เกิดขึ้น แต่คําว่า อาฟตา หลาย ๆ ท่านก็ได้ไปพูดถึงว่า แปลเปึนคําว่า แอคชั่น เฟ่ร์สท ทอล์ค เลตเตอร์ (Action first talk letter) ซึ่งก็จริง ก็เรามีแอคชั่นก่อน แล้วก็ได้มีการดําเนินการพูดมาโดยตลอด เปึนเวลา ๒๐ ป้ เราได้ประสบความสําเร็จ ผมเข้าใจว่าพอสมควรในระหว่างอาเซียน ด้วยกัน เริ่มต้นด้วย ๖ ประเทศ ฟ่ลิปป่นส์ บูรไน สิงคโปร์ ประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เสร็จแล้วรวมไปรวมมาก็มีทางลาว เวียดนาม กัมพูชา รวมเข้ามา ซึ่งเราก็ให้ แฮนดิแคป (Handicap) เขา เนื่องจากถือว่าเขายังพัฒนาด้อยกว่าเรา เสร็จแล้วเรื่อง ฟรีเทรดนี่มันโกลบอลไลเซชั่น ทุกคนไม่มีใครต้องหยุดยั้ง เมื่อสักครู่นี้มีท่านผู้ทรงเกียรติ พูดถึงนาฟตา (NAFTA) อเมริกา แม็กซิโก แคนาดา มันต้องเกิด แต่ว่าพี่ยักษ์ใหญ่แน่นอน ความได้เปรียบพยายามที่จะเอาเปรียบ แต่เราก็ต้องสู้ต้องพยายามหาช่องทาง และผมอยากจะกราบเรียนว่าทางรัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมานี่ ทั้งเจ้าหน้าที่ทุกคน ก็ได้ทําอย่างเต็มที่ ถึงแม้ในระยะแรก ๆ บางท่านบอกว่าเรานั่งเทียนทํากัน คําพูดนี้ เพราะว่าความไม่พร้อม ไม่พร้อมทั้งองค์กรหลาย ๆ แห่ง หลาย ๆ ส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะ องค์กรภาคเอกชน ทางภาครัฐเองในสมัยนั้น แต่ถึงขณะนี้ผมคิดว่าเราได้มีความบิลด์อัพ (Build up) ความแข็งแรงขององค์กรส่วนภาคเอกชน ไม่ว่าจะเปึนสมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รวมทั้งภาคเกษตร ซึ่งเปึนภาคที่สําคัญที่สุด อันนี้ล่ะครับที่เปึนส่วนที่สําคัญที่จะทําให้ทางภาคราชการก่อนที่ จะไปนีโกชิเอท (Negotiate) หรือไปคุยอะไรกับเขามีข้อมูลที่พร้อม ผมอยากจะกราบเรียน นิดหนึ่ง มีหลายท่านพูดถึงนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สมัยแรก ๆ เวลาประชุมกันเอฟทีเอ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เขามาถึงเขามีเอกสารมาเปึนป๊กเปึนตั้ง มีลิสท์ของ โปรดักส์ (Products) เข้ามาเปึนหมื่น ของฝัืงไทยเราไป ไปนั่งเฉย ๆ ปากเปล่า เตรียมไป นี่คือความไม่พร้อม แต่เดี๋ยวนี้ต่างกัน เนื่องจากมีองค์กรสนับสนุน แล้วผมก็หวัง เปึนอย่างยิ่งว่ารัฐบาลต้องเข้ามาสนับสนุนพวกนี้ ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ท่านประธานที่เคารพ กระผมเห็นว่าเอฟทีเอเปึนเรื่องจําเปึนที่เราจะต้องทํา ถึงแม้จะ เห็นว่ามีการเซ็นในอะกรีเมนท์ (Agreement) จะมีพวกนอร์มอล แทรค (Normal Track) มีพวกเซนซิทีฟ ลิสท์ (Sensitive list) ไฮลี่ เซนซิทีฟ ลิสท์ (Highly Sensitive list) แล้วแม้กระทั่ง เอ็กซ์คลูชั่น ลิสท์ (Exclusion list) ต่าง ๆ ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าพวกนี้เราจะต้องมีการ พิจารณาอย่างชัดเจน แล้วก็ได้ข้อมูลจากทางผู้ที่เกี่ยวข้อง อันนี้สําคัญมาก ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหลายอย่างที่หลายท่านพูดถึงเรื่องเทคนิคอล (Technical) เช่นคําว่า นอน แทริฟ แบริเออร์ (Non-tariff barrier) มากมาย ไม่ว่าจะเปึนทางด้านสุขอนามัย ทางด้าน สิ่งแวดล้อม อันนี้เราจะต้องมีความชัดเจนพอสมควร อย่าให้มีการตบตาเข้ามาได้ อันนี้จะ เสียเปรียบมาก ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีกเรื่องหนึ่งที่กระผมได้มีโอกาสไปกับ ท่านประธานที่ประเทศจีน ไปประชุมเอเชีย - ยุโรป พาเลียเมนทารี่ พาร์ทเนอร์ชิพ (Asia - Europe Parliamentary Partnership) ทางจีนได้ให้เกียรติประเทศไทยมาก เรียนท่านประธานบอกขอทางประเทศไทยส่งคนขึ้นเปึนโค แชร์แมน (Co-chairman) ในเรื่องการประชุมเรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้ล่ะครับโดฮา (Doha) ลาวซึ่งเกี่ยวกับเรื่อง ดับเบิลยูทีโอเกี่ยวกับเรื่องสินค้าเกษตร ลิงค์ (Link) จากทางด้านดับเบิลยูทีโอซึ่งเมื่อสักครู่ มีหลาย ๆ ท่านพูดถึงท่านดอกเตอร์ศุภชัย ซึ่งเคยเปึนหัวหน้าของดับเบิลยูทีโอก็พยายาม ผลักดัน แต่ท่านทราบไหมครับ ในการประชุมซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด ๓๓ ประเทศ ก็ให้คอมเมนท์ (Comment) กัน มันเปึนเรื่องของการแข่งขันกัน มันเปึนเรื่องของการ กีดขวางทางการค้า มีทางซับซิไดซ์ (Subsidize) ที่มากมาย ผมยกตัวอย่างอันหนึ่ง อย่างเช่น ประเทศแคมโบเดีย ขอเอ่ยนามจะส่งถั่วเหลืองไปญี่ปุ์นซึ่งผลิตที่แคมโบเดีย ค่าแรงก็ต่ําพื้นที่สมบูรณ์ เพราะโปรดักชั่น คอสท์ (Production Cost) ออกมานี่ถูกมาก ส่งไปญี่ปุ์นทรานส์พอร์เทชั่น คอสท์ (Transportation Cost) ระยะสั้น ๆ ก็ส่งมาก แต่ว่า ทําไมสู้ของอเมริกาไม่ได้ อเมริกาถูกกว่า เพราะประเทศเขาให้การอุดหนุนอย่างมหาศาล คือเรื่องของการแข่งขันกัน เพราะฉะนั้นฟรี เทรด เอฟทีเอจึงเปึนเรื่องจําเปึนแต่ว่า เราจะต้องให้มีความเข้าใจอย่างชัดเจนและก็อย่าไปหลงกลนะครับ ผมก็มีฝากเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องมาตรา ๑๙๐ ผมเห็นด้วยกับท่านทั้งหลายที่ว่าวันนี้ก็ดีใจมาตรา ๑๙๐ ที่ทําให้พวกเราต่อไปคืออย่างอันนี้มีการทําไปแล้วก็ไม่เปึนไร แต่ว่าในกาลข้างหน้า ในเรื่องอย่างนี้ทางรัฐสภาอยากจะขอเปึนอย่างยิ่งว่าขอให้มีการปรึกษาล่วงหน้า ขอบพระคุณครับท่านประธาน
คิวต่อไปเปึนของท่านนคร นะครับ และผมจะแจ้งคิวต่อไปจากนั้นก็คือ ท่านจตุพร ท่านนฤมล ท่านสถาพร ท่านวิทยา เชิญท่านนครนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพ ต่อความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่าน เราไม่ปฏิเสธ แล้วก็ต้องพร้อมที่จะรองรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก การเคลื่อนไหวของโลกาภิวัตน์ เราต้องมีความพร้อมที่จะรองรับทุกสถานการณ์จาก การเปลี่ยนแปลงของโลกต่าง ๆ เราไม่ปฏิเสธครับว่าโลกยุคปัจจุบันนั้นใกล้ แล้วก็มี ความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วมาก มีการรวมกลุ่มของกลุ่มเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั่วโลกในทุก ภูมิภาคไม่ว่าจะเปึนทางอเมริกา ทางยุโรป ทางเอเชียของเราก็ญี่ปุ์นถือว่าเปึนมหาอํานาจ ทางเศรษฐกิจ เราในฐานะที่อยู่ในเอเชียแล้วก็เปึนส่วนหนึ่งในภูมิภาคนี้ในสังคมอาเซียน ก็ต้องยอมรับกฎของสังคมและก็พลวัตรของโลกที่หมุนเวียนไป แต่ว่าทําอย่างไรประเทศ ของเราถึงจะเดินรับกับทุกสถานการณ์อย่างมีศักดิ์ศรี มีความเท่าเทียมและยุติธรรมกับ ทุกฝ์ายระหว่างคู่ค้าและคู่สัญญา ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อไม่ให้ซ้ําประเด็น ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพียงสั้น ๆ หลักการก็คือ
อันที่ ๑ ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้ทุกฝ์ายไม่ว่าจะเปึนรัฐสภา รัฐบาล ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องยึดหลักตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เพราะที่ผ่านมาก่อนที่จะมีมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ฝ์ายบริหารหรือรัฐบาลจะไปทําข้อตกลงจะไปทําสนธิสัญญา จะไปทําที่ทําให้สิทธิระหว่าง รัฐไทยไปผูกพันกับรัฐอื่น ๆ ไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาเลยเปึนสิ่งที่น่าเสียใจเปึน อย่างยิ่ง ยกตัวอย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ก็คือการทําเอฟทีเอ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างข้อเท็จจริง ไทยได้ทําเอฟทีเอกับอินเดียเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๗ ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ได้ทําเอฟทีเอกับนิวซีแลนด์มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๘ มีสินค้าที่ นิวซีแลนด์ให้สิทธิพิเศษแก่สินค้า ๗,๔๓๓ รายการ ไทยให้สิทธิพิเศษแก่สินค้า ๕,๕๐๕ รายการ ท่านประธานที่เคารพครับ ไทยกับออสเตรเลีย ๖,๑๐๘ รายการ ที่ออสเตรเลียให้สิทธิพิเศษแก่ไทย ไทยให้สิทธิพิเศษแก่ออสเตรเลีย ๕,๕๐๕ รายการ ท่านประธานที่เคารพครับ จํานวนสินค้านับพันรายการ เกือบหมื่นรายการบางประเทศ บางส่วนเปึนกระเทียม บางส่วนเปึนหัวหอม บางส่วนเปึนผลไม้ ลําไย ผลไม้เมืองหนาว ผัก ข้าวโพด สินค้าต่าง ๆ อีกหลายอย่าง รัฐบาลเคยคํานึงถึงผลกระทบที่เกษตรกรในกลุ่ม อาชีพต่าง ๆ ทั่วประเทศจะได้รับผลกระทบไหมครับ รัฐบาลผ่านความเห็นจากรัฐสภา ซึ่งเปึนผู้แทนปวงชนก่อนที่จะให้ความเห็นชอบไหมครับ ไม่เคย แล้วปัจจุบันนี้ผลกระทบ ก็เริ่มปรากฏชัดแล้วครับท่านประธานครับ หัวหอม กระเทียม พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน หนัก บ้านผมที่ผมเปึน ส.ส. อยู่ที่พิษณุโลกข้าวโพดก็ราคาตกต่ํา ผักเพิ่งประท้วงกันไป เมื่อไม่นาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลยึดหลักการอันนี้ อยากจะให้ รัฐสภาไม่ยอมปล่อยหลักการอันนี้ว่าการกระทําใด ๆ ของรัฐบาลที่จะผูกพันระหว่าง รัฐไทยกับรัฐอื่น ไม่ว่าจะได้หรือเสีย หรือเท่าเทียมกันจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก รัฐสภา ตามบัญญัติของมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อปัองกันปัญหาที่ประเทศ ของเรา ลูกหลานของเราจะได้รับผลกระทบในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูรายละเอียดจากข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ จากรัฐบาลที่ได้เสนอมา ให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลงเอเจซีอีพี ผมอยากจะเรียนถามว่ามาตรการในการปกปัอง เรามีเพียงพอหรือยัง มาตรการปกปัองที่บัญญัติไว้ในข้อตกลงมีอยู่ ๒ อย่างก็คือ ขึ้นภาษี และลดภาษี แต่ว่าในกรณีบางข้อเท็จจริงซึ่งเกษตรกรที่จังหวัดพิษณุโลกได้ประสบก็คือ อย่างเช่นกรณีส่งมะม่วงไปที่ประเทศญี่ปุ์น ไม่มีมาตรการทางภาษีครับ แต่ว่ามีมาตรการ ในการกีดกันสินค้าทางการเกษตร เราจะต้องใช้เวลาในการพิสูจน์คุณภาพของผลิตผล ทางการเกษตร กว่าที่จะไปเป่ดตลาดญี่ปุ์นได้ใช้เวลาถึง ๑๕ ป้ ป้แรกต้องผ่าน ความเห็นชอบอะไรก่อนครับ ผิวไม่ดี ผิวไม่ได้มาตรฐาน ผ่านไปแล้ว ป้ที่ ๒ มีหนอน ป้ที่ ๓ มีสารเคมี ป้ที่ ๔ สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานครับ ป้ที่ ๑๕ บอกว่าผลิตภัณฑ์ที่บรรจุกล่อง คือกล่องไม่ได้เกี่ยวกับตัวเนื้อในของสินค้าไม่ได้มาตรฐาน คือบรรจุภัณฑ์ไม่ได้สวย ไม่ได้เปึนมาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ เราต้องใช้มาตรการในการดําเนินงานทั้งหมด ๑๕ ป้ กว่าที่จะเป่ดสินค้ามะม่วงไปที่ตลาดญี่ปุ์นได้ แล้วก็ยังมีอยู่จํากัด เพราะฉะนั้นผม จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าท่านมีมาตรการอย่างไรที่จะแก้ไข ที่จะส่งเสริม ที่จะปกปัองไม่ให้สินค้า ไม่ให้เกษตรกรของไทยได้รับผลกระทบ ได้รับ ความเดือดร้อนโดยมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี
ส่วนในกรณีอื่น ๆ อยากจะให้รัฐบาลสอบถามแล้วก็เร่งรัดแล้วก็ ประสานงานกับภาคีสมาชิกว่าในการลดภาษีต่าง ๆ เรามีระยะเวลาถึง ๑๐ ป้ บางครั้ง อาจจะได้เปรียบบ้าง บางครั้งอาจจะเสียเปรียบบ้าง แต่อยู่บนพื้นฐานเท่าเทียมกัน ซึ่งหลักการนี้ผมเห็นด้วย
เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะขอถือโอกานี้ได้ขอบคุณก็คือต้องขอถือโอกาสนี้ ในนามส่วนตัว ได้ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ได้วางหลักเกณฑ์ วางบรรทัดฐานไว้ว่า รัฐบาลก่อนที่จะทําข้อตกลงใด ๆ ยกกรณีเปึนคดีตัวอย่างก็คือ กรณีเขาพระวิหาร ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ซึ่งเปึนบรรทัดฐานที่ถูกต้องและดีที่สุด กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่านจตุพร นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบ สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมอยากให้ทางรัฐมนตรีและรัฐบาลในฐานะผู้เสนอขอความเห็นชอบต่อรัฐสภานั้นได้ใช้ ความอดทนในการที่จะพิจารณาในเรื่องนี้ เหตุผลอย่างที่สมาชิกหลายคนได้เรียนกับ ท่านประธานว่า กรณีปราสาทพระวิหาร การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ วรรคสองนั้น และเปึนการวินิจฉัยที่ไม่มีอยู่ในบทบัญญัติ คือการเติมคําว่า อาจจะ วรรคสองบอกว่า หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย ปรากฏว่า ศาลรัฐธรรมนูญไปเติมในคําวินิจฉัยบอกว่า หนังสือสัญญาใดอาจมีบทเปลี่ยนแปลง อาณาเขตไทย เพราะฉะนั้นการวินิจฉัยข้อกฎหมายมาตรา ๑๙๐ นั้น ผมบอกว่ารัฐบาล ควรใช้บทเรียนด้วยความระมัดระวัง และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องดําเนินการ ด้วยความเร่งรีบ กรณีของความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น คือคนไทยเรามี บทเรียนจากกรณีการเจรจาความเรื่องเอฟทีเอกับประเทศต่าง ๆ มันมีบทเรียนที่สะท้อน อย่างหนึ่งว่าถ้าการกระทําอะไรทุก ๆ อย่างนั้นไม่สามารถอธิบายให้กับพี่น้องประชาชนได้ ครบถ้วนก็จะมีปัญหาตามมา ท้ายที่สุดเมื่อมีปัญหาตามมาแล้วนั้น การแก้ไข ของกระบวนการจะกลายเปึนอุปสรรค ผมยกตัวอย่างกับท่านประธานว่า ถ้าเอาตามที่ ทางท่านผู้นําฝ์ายค้านได้ให้ความแนะนําว่าควรจะตั้งคณะกรรมาธิการ ถ้าในกรณีนี้ ไม่ได้ใช้มาตรา ๓๐๕ (๕) ที่งดเว้นวรรคสามของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แปลความว่า ในเรื่องเดียวที่จะมีการผ่านเข้าข่ายตามวรรคสองนี้จะต้องมีการประชุมรัฐสภาถึง ๓ ครั้ง เมื่อทางผู้นําฝ์ายค้านได้มีการเสนอว่าควรให้มีกฎหมายตามวรรคห้า ให้มีกฎหมาย ว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง ปัญหาต่อมาก็คือว่า กฎหมายที่ออก ตามวรรคห้านั้น จะไปขัดกับวรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ได้หรือไม่ เพราะ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มีทั้งหมด ๖ วรรคครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่าง กับท่านประธานว่า คนที่เขียนรัฐธรรมนูญอันมีเหตุจากกรณีที่มีปัญหาเรื่องเอฟทีเอ ผมอ่านให้ท่านประธานฟัง เอาวรรคสองว่า หนังสือสัญญาใดที่มีบทเปลี่ยนแปลง อาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอํานาจ ตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติ เพื่อให้มีการเปึนไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือสังคมอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณ ของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาจะต้อง พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันรับเรื่องดังกล่าว แต่ท่านประธานลองมาดู เถอะครับว่าในวรรคสาม เรื่องนี้ที่เกิดขึ้นมาก่อนที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ แต่ว่าเรื่องนี้ ถ้าเข้าข่ายตามวรรคสองจะต้องเลี้ยวเข้ามาที่วรรคสามก่อนครับท่านประธาน คือก่อน ดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ ตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน นี่ไม่ขัดข้อง และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย สรุปกันว่าเรื่อง ๑ เรื่องดังต่อไปนี้ที่เข้าข่ายตามวรรคสอง ๑. ต้องรับฟังความคิดเห็น ผมเห็นด้วย แต่ว่าจะเห็นได้ชัดว่าจะต้องผ่านที่ประชุมรัฐสภาถึง ๓ ครั้ง ครั้งแรก เมื่อเข้า คุณสมบัติตามวรรคสองจะต้องเข้ามาที่วรรคสามก่อน นั่นคือมาขอกรอบการเจรจา ต่อรัฐสภา รัฐสภาให้ความเห็นชอบกรอบการเจรจากับท่านอย่างไรท่านก็ไปเจรจาตาม กรอบนั้น แล้วท่านจึงกลับมาเสนอต่อรัฐสภาใหม่ นี่ครั้งที่ ๒ เหมือนวันนี้นะครับ นี่เข้าวรรคสอง เพราะท่านงดเว้นวรรคสาม ความจริงท่านต้องมาที่รัฐสภาแห่งนี้ตาม วรรคสามก่อน เข้ามาที่วรรคสองเหมือนกับวันนี้ แล้วก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการ เอาล่ะ อยู่ในกรอบระยะเวลา ๖๐ วัน จะ ๑๕ วัน ๓๐ วัน ๔๐ วันของคณะกรรมาธิการร่วมกัน เห็นไหมครับ ส่งกลับมาที่รัฐสภาใหม่อีกครั้งหนึ่งก็จะกลายเปึนว่าต้องมีการประชุม ในเรื่องเดียวกัน ๓ ครั้งของรัฐสภา ท่านประธานลองยกตัวอย่างว่ากรณีเรื่องเดียวเท่านั้น แล้วเรื่องที่มีผลผูกพันทางการค้า กระทบเศรษฐกิจและสังคม ความมั่นคงที่ต้องมี การเจรจาความกับต่างประเทศนี่เต็มหมด เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าการรับรู้ของ ประชาชนก็มีความจําเปึน แต่ในโลกแห่งความเปึนจริงในการปฏิบัตินั้นนะครับวันนี้ผมเอง ยังไม่ได้เห็นประโยชน์อะไรว่าการตั้งคณะกรรมาธิการ ณ วันนี้มีเพียงแค่ไปรับรู้เพิ่มเติมว่า มีอะไรที่เปึนข้อสงสัยบ้าง แล้วคนที่เปึนคณะกรรมาธิการก็มาบอกสภาว่าเราจะให้ ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกันอย่างไรเท่านั้น เพราะไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่ว่ากรณีนี้อย่างที่ผมบอกว่าจะต้องดําเนินการกันด้วยความอดทน เพราะว่ากรณี รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มันเปึนเส้นทางที่ค่อนข้างจะมีรายละเอียดอย่างมาก สมมุติว่า มีคณะกรรมาธิการ กลับมามีการประชุมรัฐสภาแล้วให้ความเห็นชอบ เมื่อพวกท่าน ไปเจรจาแล้วนะครับท่านประธาน คณะรัฐบาลไปลงนามเจรจาแล้ว ต่อไปก็เข้าตาม วรรคสี่แล้ว เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มี ผลผูกพันคณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของสัญญานั้น และในกรณีที่มีการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน คณะรัฐมนตรีต้องดําเนินการแก้ไขหรือเยียวยาให้ผู้กระทบนั้นอย่างรวดเร็ว เหมาะสม แปลความกันว่ามันมี ๔ ขยักที่สําคัญ อนุมัติเห็นชอบไปแล้ว เซ็นกลับมาแล้วยังใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้เรื่องนี้ต้องแยกเปึน ๒ ขั้นตอน ขั้นตอนหนึ่งเราต้องยอมรับ ความเปึนจริงว่าการไปทําเอฟทีเอหรือความตกลงร่วมหรือหุ้นส่วนอะไรก็ตาม ที่มีลักษณะ เปึนเอฟทีเอหรือการเจรจาความใด ๆ ก็ตามนั้นมันกระทบต่อผู้คน นี่เปึนการปฏิเสธเรื่องนี้ ไม่ได้
ประเด็นต่อมาก็คือว่าความกระทบที่เกิดขึ้นนั้นจะอยู่ในขั้นตอนไหน ที่จะต้องดําเนินการต่อไป แต่วิธีการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้ ท่านประธานเปึน ประธานวุฒิสภา เปึนรองประธานรัฐสภา สภาประชุมสมัยหนึ่ง ๔ เดือนครับท่านประธาน ที่เคารพ เว้น ๒ เดือน ประชุม ๔ เดือนนะครับ แล้วแต่ละสภาก็มีวันประชุมของตัวเองกัน ครบถ้วนอยู่แล้ว การประชุมลักษณะรัฐสภา นี่ผมยกตัวอย่างแค่เรื่องเดียว ต้องประชุม ๓ ครั้ง เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่ากรณีการทําแต่ละเรื่องนั้นไม่ได้อยู่ในกรอบ ๖๐ วัน ๖๐ วันนี้อยู่ในวรรคสอง แต่ในวรรคสามนั้นไม่รู้ว่าอยู่ในระยะเวลาเท่าไร เพราะฉะนั้น ผมจึงบอกว่าเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญแต่ละเรื่องนั้นใช้เวลาเปึนร้อยวัน ถ้าว่าตามนี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็คือว่าเมื่อยังมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้อยู่ การที่จะไปร่างข้อบังคับหรือ กฎหมายที่จะรับรองต่อไปนั้นก็มีความจําเปึน แต่ที่ผมบอกว่าถ้าไปขัดกับวรรคดังกล่าวมา มันจะปฏิบัติอย่างไรได้ต่อ แต่ว่าในส่วนของรัฐบาล ในส่วนของข้าราชการเองนั้นก็จะต้อง ปรับในการลําดับในแต่ละเรื่อง เพราะผมดูว่าในเอกสารการชี้แจงของหนังสือเล่มนี้ ก็เหมือนกัน เพราะก็ไม่มีความชัดเจนในมาตรา ๓๐๕ เพราะมาตรา ๓๐๕ บอกว่าในกรณี ที่ว่าได้มีการดําเนินการก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ มิให้นําบทบัญญัติ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม มาบังคับใช้ แต่ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม มาบังคับใช้กับการดําเนินการที่ยังคงค้างอยู่ และต้องดําเนินการต่อไป จะเห็นได้ชัดว่าในส่วนท่านก็ระมัดระวัง ก็ยังไปวางกรอบการ เจรจา เพียงแต่ว่าไม่ได้ผ่านตามกระบวนการรัฐสภาเพราะว่ารัฐธรรมนูญมันคาบลูก คาบดอกเหลือเกิน เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าด้วยเวลาอันน้อยนิดก็คือว่าวันนี้ ๒ ส่วน ต้องไปคู่กัน และต้องยอมรับว่ามันเปึนอุปสรรคกันจริง ๆ เรื่องข้อเท็จจริง ผลกระทบ เจ้าของประเทศเขาต้องมีสิทธิรู้ เพียงแต่ว่ากระบวนการกันอย่างไร แต่ถ้าว่าตามทุกเรื่อง ต่อไปนี้ ๑๐๐ วันต่อเรื่อง ผมยังไม่เชื่อว่าประเทศไทยต่อไปนี้ เราสามารถจะเจรจาความ กับประเทศอื่นในเรื่องอื่น ๆ นอกจากกรณีอย่างนี้ได้ป้ละถึง ๓ ประเทศหรือไม่ บรรยากาศ เนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่เหมาะกับประเทศที่ต้องการเป่ดประเทศ มันเหมาะกับ ประเทศที่ต้องการป่ดประเทศเท่านั้น ขอขอบพระคุณท่านประธาน
ต่อไปเชิญท่านนฤมล
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อนสมาชิกทั้งหลายตั้งแต่เช้า เริ่มต้นตั้งแต่คุณชายสุขุมพันธุ์ได้อภิปรายในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมาย ในส่วนที่เกี่ยวกับ ความไม่ชัดเจนในขั้นตอนการดําเนินงานต่าง ๆ ข้อได้ข้อเสีย ผลได้ผลเสีย ใครได้ใครเสีย ที่จะเกิดขึ้นจากการลงนามในข้อตกลงอันนี้ ดิฉันเองคิดว่าการที่พวกเราได้พยายามที่จะ เสนอความคิด ข้อห่วงใย ความเห็นนั้น น่าจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งและเปึนสิทธิของ พวกเราที่จะได้มีโอกาสพูดและแสดงความรู้สึกออกไป เพราะในฐานะที่เปึนผู้ที่จะต้องให้ ความเห็นชอบและไม่ให้ความเห็นชอบใด ๆ ก็ตาม เราควรที่จะมีโอกาสได้แสดงความรู้สึก อันนี้ ดิฉันเรียนยืนยันว่าในอดีตที่ผ่านมานี้ เราได้ผิดพลาด ดิฉันได้ติดตามในเรื่องเหล่านี้ มาพอสมควร เราได้ผิดพลาด ครั้งนี้ถ้าจะมีโอกาสที่จะทําให้ดีกว่าครั้งก่อน เราจึงไม่ควรที่ จะผ่านไปโดยง่าย เพราะฉะนั้นเมื่อท่านรัฐมนตรีบอกว่าอยากที่จะหยุด ไม่ต้องฟังพวกเรา ที่จะอภิปรายกัน ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่น่าเสียดาย แล้วก็ดีใจที่ที่ประชุมแห่งนี้ยืนยันว่าเรา จะต้องพูดกัน ประเด็นของดิฉันไม่มีมากมาย หลายท่านได้พูดหลายประเด็นแล้ว ในเรื่อง ของสิ่งที่ห่วงใยอยู่นี้มีอยู่ ๒ ประเด็นเท่านั้นเอง นอกเหนือจากท่านอื่น ๆ ที่ได้พูดไปแล้ว ท่านประธาน มาตรการที่เราจะต้องดูแล มาตรการหรือกลไกที่จะดูแลภาคเอกชน ภาคธุรกิจของเรา ในกรณีที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้น ขณะนี้ไม่ทราบว่ามีข้อตกลงที่ชัดเจนหรือยัง ในเรื่องของอนุญาโตตุลาการ ๓ ฝ์าย ๕ ฝ์าย องค์คณะของอนุญาโตตุลาการต่าง ๆ นั้น ชัดเจนหรือยัง แน่ใจหรือไม่ว่าเมื่อมีการตั้งขึ้นมาในจํานวนองค์คณะอย่างนั้นแล้ว จะเปึน ประโยชน์และจะเปึนธรรม ประเทศเราใครจะทําหน้าที่ที่จะดูแล ใครจะเปึนเจ้าภาพที่จะ ปกปัองสิทธิและประโยชน์ของเราในส่วนนั้น นี่คือในส่วนแรกของดิฉัน
ในส่วนที่ ๒ ก็จะเปึนส่วนของมาตรการปกปัองสินค้า ญี่ปุ์นเปึนผู้ที่ ทําการค้า เชี่ยวชาญชํานาญ พวกเราทราบ ทุกเรื่อง ถ้ามาตรการทางกฎหมาย ทางภาษี ผ่านได้ ก็จะมี นอน แทริฟ แบริเออร์ ซึ่งเข้ามาที่จะกีดกันการทําการค้าของเรา ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ท่านสมาชิกที่เคารพ อย่างกรณีตัวอย่างที่ญี่ปุ์นต้องการรักษา มาตรการปกปัองสินค้าเกษตรของเขา อาทิเช่น ข้าว ถั่วเหลือง อย่างนี้ แน่นอนเขาอยาก ที่จะปกปัองสินค้าซึ่งรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรของเขาอย่างเต็มที่ตลอดไป แล้วประเทศที่เปึนผู้ที่ตกลงไปทําสัญญา ไปผูกพันไว้อย่างเรา ซึ่งมีสินค้าเกษตรคือ ข้าวเปึนหลัก มีถั่วเหลือง ถั่วเขียว เราก็ย่อมอยากที่จะให้ช่วงเวลาในการที่จะมีการ ปัองกันสินค้าเกษตรของญี่ปุ์นสั้นลง ในช่วงที่ท่านเรียกว่าเปึน ทรานซิชั่นแนล พีเรียด (Transitional period) เรามีการกําหนดไหมว่าเราจะใช้เวลาเท่าไร เราจะใช้กี่ป้ในการที่ ช่วงทรานซิท (Transit) ของข้อตกลงมาตรการในการปกปัองสินค้านั้น ญี่ปุ์นอยากจะให้ เรารอไปถึงดับเบิลยูทีโอ มีผลบังคับใช้ ดิฉันคิดว่าประเทศไทยเสียประโยชน์ เพราะฉะนั้น ในสิ่งเหล่านี้อาจจะมองแล้ว วันนี้ยังไม่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าข้อพิพาทเกิดขึ้น แน่นอนค่ะ เราเสียโอกาสไปเยอะจากการที่เราไม่ทันเกมในกรณี พิพาทต่าง ๆ เพราะฉะนั้นขออนุญาตฝากเอาไว้ ๒ ประเด็นค่ะ ไม่ใช้เวลามากกว่านี้เพราะ เราตกลงกันไว้ ๑๗.๓๐ นาฬิกาจะจบนะคะ ดิฉันก็ขอขอบคุณค่ะที่ให้โอกาส ขอบคุณค่ะ
ต่อไปท่านสถาพร อยู่ไหม ครับ เปลี่ยนเปึนท่านอภิวันท์นะครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ที่ รัฐบาลจะต้องนําความตกลงความเปึนหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น เข้ามาสู่รัฐสภา ของเรานั้นเปึนภาระผูกพันที่รัฐบาลมีต่อรัฐสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แต่อย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลไม่ได้นําเข้าขอรับความเห็นชอบก่อนการลงนามครั้งนี้ ก็เพราะว่าในเรื่องนี้เปึนเรื่องใหม่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมมั่นใจในศักดิ์ศรีของ ข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ทุกท่าน ท่านมีความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าการทําความ ตกลงครั้งนี้นั้นเปึนความตกลงที่เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองของเราอย่างแท้จริง จึงไม่ได้นําเข้าสู่การพิจารณาให้ความเห็นชอบของรัฐสภา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อรัฐบาล ได้รับทราบถึงภาระผูกพันครั้งนี้ได้นําเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาแห่งนี้ก็ถือว่าเปึนเรื่อง ที่ดี เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้ออกมาพูดว่าการค้า เสรีนั้นคือการเอาเปรียบทางการค้าของประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจ จริงครับ ท่านประธาน แต่หน้าที่ของเราในฐานะที่เปึนประเทศหนึ่งในสังคมโลกแล้วก็หนีกระแส โลกนี้ไม่ได้ ซุนวูบอกว่ารู้เขารู้เรา เปึนเรื่องสําคัญ หน้าที่ของประเทศของเราก็คือว่าเรา จะต้องรู้ว่าในเมื่อเราจะถูกเอาเปรียบจากประเทศบางประเทศนั้นเราจะทําอย่างไรให้เรา เสียเปรียบน้อยที่สุด แล้วเราได้ประโยชน์มากที่สุด ต่อความตกลงในเรื่องหุ้นส่วน เศรษฐกิจของอาเซียนและญี่ปุ์นนั้น ผมเห็นว่าในฐานะที่เราเปึนประเทศหนึ่งในสมาชิก อาเซียนซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๑๐ ประเทศ ประเทศไทยเราก็หนีไม่พ้นหรอกครับที่เราจะต้องมี ความร่วมมือร่วมใจกับบรรดามิตรประเทศของเราในอาเซียนที่จะทําข้อตกลงนี้ แต่เราก็ ต้องดูว่าเมื่อเราทําความตกลงไปแล้วประเทศไทยต้องได้ประโยชน์มากที่สุด และเสียประโยชน์น้อยที่สุด เนื่องจากมีเวลาจํากัดอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ในการทําความตกลงครั้งนี้นั้น ถ้าหากว่าเรามองให้ดีผลดีมีอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะ เปึนเรื่อง คอสท์ เอฟเฟคท์ (Cost Effect) ก็คือหมายถึงเรื่องว่า ราคาสินค้าที่เราผลิต ส่งออกนั้นจะมีราคาต่ําลง เราก็สามารถขยายตลาดได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเปึน เทรด เอฟเฟคท์ (Trade Effect) หรือเรื่องการตลาดในการส่งออกของประเทศของเรา ก็มีมากขึ้น ในขณะเดียวกันจะเห็นได้ว่าการร่วมมือของมิตรประเทศของเราในอาเซียน ก็จะทําให้เศรษฐกิจโดยรวมของอาเซียนของเรานั้นขยายตัว เมื่อเศรษฐกิจโดยรวมของ อาเซียนขยายตัว ไทยในฐานะที่เปึนประเทศหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนเศรษฐกิจของเราก็จะ ขยายตัวไปโดยปริยาย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่ารัฐสภาแห่งนี้น่าจะให้ การสนับสนุนการทําความตกลงครั้งนี้ด้วยเหตุผลดังกล่าวมา แต่อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีข้อสังเกตและข้อห่วงใยที่จะเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ ในระยะเวลาที่จํากัด ๓ ประเด็นครับ
ประเด็นแรกที่เราต้องพิจารณาก็คือว่าการทําความตกลงครั้งนี้นั้นข้อตกลง ได้กําหนดไว้ว่าจะมีการสามารถแก้ไขข้อตกลงได้ในทุก ๆ ๕ ป้ เพราะฉะนั้นหลังจาก ที่ความตกลงครั้งนี้เริ่มดําเนินการปฏิบัติก็ต้องขอความกรุณาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนะครับ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ศึกษาและพิจารณา ติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบรรดาสินค้าต่าง ๆ แล้วหาทางแก้ไข ไม่ว่าจะเปึนการตั้ง กองทุนเยียวยาซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว หรือสิ่งสําคัญอย่างหนึ่งที่เรา จะต้องเตรียมไว้ในการแก้ไขข้อตกลงในป้ที่ ๖ การแก้ไขไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ผมทราบดี เราจะต้องมีการศึกษาข้อมูลอย่างชัดเจน ต้องหามิตรประเทศในภูมิภาค ในอาเซียนของเราให้มีความคิดเห็นคล้อยตามกับจุดประสงค์ที่เราจะต้องการแก้ไข ข้อตกลงนั้น ๆ ด้วย ซึ่งจะต้องมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าในระหว่างระยะเวลา ๕ ป้
ประเด็นที่ ๒ ที่จะตั้งข้อสังเกตและความห่วงใยก็คือว่าในข้อตกลงครั้งนี้นั้น ได้มีส่วนหนึ่งที่กําหนดไว้ชัดเจนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ว่าจะต้องมีการตั้ง คณะอนุกรรมการพิจารณาการค้าเสรีในหมวดการค้าอยู่ ๒ เรื่องที่สําคัญและเปึนเรื่องที่ ละเอียดอ่อน เรื่องนั้นก็คือการค้าเสรีในหมวดสินค้าบริการและหมวดสินค้าการลงทุน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานได้เปึนหัวหน้าคณะเดินทางไปประชุมรัฐสภา เอเชีย ยุโรป ร่วมกับท่าน ส.ว. ธีระจิตต์ และผมเองก็เปึนหนึ่งในนั้นที่ไปร่วมประชุม ประเทศสมาชิกอภิปรายกันออกมาเปึน ๒ อย่าง ๒ กลุ่ม กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือมีอํานาจทางเศรษฐกิจสูงก็จะพยายามผลักดันให้บรรดาประเทศที่กําลังพัฒนา เป่ดการค้าเสรีในหมวดบริการและหมวดการลงทุน อันนี้คือความได้เปรียบอย่างสูง ที่ประเทศต่าง ๆ ที่พัฒนาแล้วจะมีต่อประเทศที่กําลังพัฒนา ในการประชุมครั้งนั้น ผู้แทนรัฐสภาของเอเชียทุกคนล้วนไม่ยอมรับการเจรจาในครั้งนี้เหมือนกับการที่ไม่ตกลง ในการเจรจาในรอบโดฮา เพราะฉะนั้นก็ขอฝากนะครับ คณะกรรมการในชุดนี้ให้พิจารณา ให้ถ่องแท้ การที่เราจะยอมรับในอนาคตของการค้าเสรีในหมวดบริการและ หมวดการลงทุนนั้นประเทศไทยของเราต้องพร้อมทั้งทางด้านวิชาการ ทั้งด้านเงินลงทุน และทางด้านเทคโนโลยี
ประเด็นข้อห่วงใยประเด็นที่ ๓ ในเรื่องข้อตกลงครั้งนี้ได้อนุญาตให้ประเทศ ภาคีสามารถซื้อขายสินค้า เศษหรือกาก หรือสิ่งที่ไม่ได้ใช้แล้วระหว่างกันได้ ซึ่งเรื่องนี้เปึน เรื่องอันตรายครับ เปึนเรื่องที่เราไม่สามารถจะไปป่ดกั้นการค้าขายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กากสารจากเคมีหรือกากกัมมันตภาพรังสี ผมในฐานะที่เปึนวิศวกรคนหนึ่งครับก็อยากจะ เรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าการกําจัดกากจากสารเคมีต้องใช้ต้นทุนในการกําจัดสูงมาก สูงมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกําจัดกากกัมมันตภาพรังสีนั้นเปึนการลงทุนที่ขาดทุน อย่างเดียวครับ เปึนการลงทุนที่ไม่คุ้มทุน เพราะฉะนั้นในประเทศคู่ค้าของเราแทบ ทุกประเทศก็จะพยายามเอากากสารเคมีและกากกัมมันตภาพรังสีไปกําจัดในประเทศอื่น เรื่องนี้เราป่ดกั้นไม่ได้ แต่เราป่ดกั้นทางอ้อมได้ครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมออกกฎหมายในการกําจัดกากอันตรายให้เคร่งครัด เริ่มตั้งแต่การบรรทุกรถ ออกมาจากท่าเรือ เริ่มจากการที่จะเข้าไปกําจัดจะต้องมีกรรมวิธีที่เข้มแข็ง มีการ ตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อให้การลงทุนต้องใช้ทุนสูง เพื่อโน้มน้าวจิตใจไม่ให้มี นักธุรกิจท่านใดเห็นประโยชน์จากการทําธุรกิจกําจัดกากสารเคมีหรือกําจัดกากจากสาร กัมมันตภาพรังสีเท่านั้นล่ะครับจึงจะทําให้บ้านเมืองของเราปราศจากสิ่งแวดล้อม ที่เปึนพิษได้
ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากเวลาจํากัด ผมเห็นด้วยกับความตกลง ฉบับนี้ และก็เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อไปศึกษาผลกระทบรายละเอียด ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปฏิบัติตาม รายละเอียดที่เราจะต้องแก้ไขในอนาคตข้างหน้า แต่อย่างไรก็ตามระยะเวลาของเรามีจํากัด เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเท่านั้นครับ ที่จะรู้ว่าการพิจารณาของคณะกรรมาธิการควรจะใช้เวลาเท่าไร อย่างไรก็ตามอยากเสนอ ข้อคิดเห็นอย่างนี้ครับว่า ถ้าหากว่ามีความจําเปึนรัฐสภาแห่งนี้เราให้ความเห็นชอบ ไปก่อน แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาศึกษา เพราะอย่างไรก็ตามเรา ไม่สามารถจะไปแก้ไขถ้อยคําใด ๆ ได้อีกแล้ว แต่ก็ยังเปึนประโยชน์สําหรับให้เจ้าหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติไปตามความตกลงครั้งนี้ นําไปปฏิบัติใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ชาติ บ้านของเราครับ ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านวิทยาครับ
ท่านประธาน ครับ กระผม สถาพร มณีรัตน์ ครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านประธาน ไม่เห็นผมครับ ผมวิ่งเข้ามาข้างหลัง ท่านก็เรียก ผมยกมือแล้วท่านไม่เรียกผมครับ
ให้สิทธิท่านครับ
ผมต้องขอสิทธิ ของผมคืนครับ
เชิญท่านสถาพร
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ ในนามสมาชิกรัฐสภา พรรคพลังประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ กระผมเองนั้นเปึนพี่น้อง เกษตรกรทางภาคเหนือ ซึ่งก็ถือว่าเปึนตัวแทนของภาคเหนือ ซึ่งผมเองได้เฝัาติดตาม มีข้อห่วงใยหลายประการที่จะฝากทางกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น คือข้อเท็จจริงในพื้นที่กรณี การทําเอฟทีเอกับไทย - ญี่ปุ์นก็ดี หรือการมีหุ้นระหว่างอาเซียนไทย - ญี่ปุ์น ของญี่ปุ์นก็ดี ซึ่งข้อเท็จจริงในพื้นที่นั้น ความที่มีศักยภาพของประเทศญี่ปุ์นนั้นผมเชื่อว่าเขาได้ศึกษา โครงสร้าง ได้ศึกษาความได้เปรียบเสียเปรียบของเขาล่วงหน้า ผมสังเกตว่าเขาได้ ดําเนินการจัดกิจกรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะการลงทุนในเขตภาคเหนือนั้น เหมือนกับ โครงสร้างที่ท่านได้ไปตกลงกันแล้ว คือเขาเสมือนหนึ่งว่าเขาได้มาดําเนินการกิจกรรม ของเขา มารองรับข้อตกลงล่วงหน้านี่คือข้อห่วงใยของพวกเรา ไม่ว่าเรื่องของการมีหุ้นส่วน ในการประกอบกิจกรรมลงทุน เช่น ในโครงสร้างของเขตงานนิคมอุตสาหกรรมก็ดี โครงสร้างภาคเกษตรก็ดี โครงการสร้างในด้านแรงงานก็ดี หรือภาคบริการก็ดี ข้อห่วงใย ในฐานะที่พวกเราเองเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และไม่ได้เปึนพหูสูตครับ บางอย่างเราอาจจะไม่รู้ลึก แต่ผมเองก็ดีใจครับที่มาตรา ๑๙๐ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่างน้อยทําให้พวกเราได้มาศึกษา ได้มาตั้งข้อห่วงใยเพื่อฝากไปยังกรรมาธิการ กระผมขอฝากไปเรื่องที่หนึ่งครับ เรื่องโครงสร้างของเกษตรกรที่จะมีผลกระทบ ผมขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์ตรงในพื้นที่ของกระผมนั้น พี่น้องของผมปลูกมะม่วง เจ้าของไร่หนึ่งนั้นได้ทําคู่สัญญากับคนญี่ปุ์น อีกไร่หนึ่งนั้นไม่ได้ทําสัญญากับคนญี่ปุ์น เขาส่งออกครับ ปรากฏว่าทางประเทศญี่ปุ์นโดยบริษัทของเขานั้นได้ส่งนักเกษตรกร มาควบคุมตลอดเลยครับ ตั้งแต่การปลูก การให้ปุิย ให้ยาแฮคกิ้ง (Hacking) ส่งไปเลยครับ ส่วนอีกไร่หนึ่งซึ่งไม่ได้ส่งญี่ปุ์นนั้น ไม่สามารถสู้ได้ครับ แล้วเขาก็ล้อมรั้ว ไม่สามารถที่จะเข้าไปสู่ไร่ที่เขาส่งออก เหมือนนิคมของเขาเลยครับ เราจําเปึนอย่างไรว่า โครงสร้างภาคเกษตรเราจะเปลี่ยน เพราะเขามีทุนสูงครับ แล้วเหมือนกับว่าเขาเปึน เจ้าของที่ดินเลยครับ เราเข้าไม่ได้ครับ เขาจะป่ดสวน แล้วก็จ้างคนงาน คนงานส่วนใหญ่ จะเปึนพม่าครับ นี่คือข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่ผมเองได้เฝัาข้อสังเกตว่าเขาได้ดําเนินการตามข้อตกลง ไทย – ญี่ปุ์นหรือเปล่า ผมฝากข้อสังเกตเหล่านี้ครับ เรื่องสัญญาครับ เกษตรกรบ้านผมนั้น ไม่มีความรู้เรื่องสัญญาครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งมีการเซ็นสัญญาเอาลําไยส่งประเทศญี่ปุ์น เซ็นไปอย่างนั้นแหละครับ เขาบอกว่าราคาดี แต่พอถึงฤดูกาลลําไยเขาเบี้ยวเฉยเลยครับ เขาไม่มาซื้อ ผมก็ไม่รู้ว่าข้อสัญญาที่เราจะผูกมัดเขานั้นเกษตรกรเหล่านี้จะมีความรู้ อย่างไร ผมเองนั้นสนับสนุนนะครับในการเป่ดตลาดสินค้าใหม่ ๆ ภายใต้สัญญา ที่เปึนธรรม เราสนับสนุนอยู่แล้ว ไม่ได้ขัดขวาง แต่ภายใต้การสนับสนุนนั้นเราเองอยากจะ ให้เกษตรกรซึ่งมีความคิดว่าการได้คู่สัญญากับการค้าต่างประเทศนั้นจะเปึนโอกาสของ เขา เพราะฉะนั้นคณะกรรมการหรือกระทรวงพาณิชย์ในฐานะเจ้าภาพใหญ่ได้โปรดใส่ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ ตั้งข้อสังเกตที่กระผมเองได้ดําเนินกิจกรรมเหล่านี้ในพื้นที่ ด้านแรงงาน ครับ ท่านครับ วันนี้ทุนของประเทศญี่ปุ์นเปึนจํานวนเท่าไรผมไม่อาจทราบได้ แต่ผมรู้ว่ามี นักลงทุนจากประเทศญี่ปุ์นมาอยู่ที่ภาคเหนือเปึนจํานวนมาก ส่วนใหญ่พวกเราจะได้แต่ แรงงาน สกิล เลเบอร์ (Skill Labor) ซึ่งเปึนแรงงานที่ไม่สามารถที่จะพัฒนาไปขั้นสูงสุดได้ พอเข้าโรงงานญี่ปุ์นอายุประมาณ ๔๘ ป้ เขาก็เออร์ลี่ (Early) ครับ โรงงานเหล่านั้นจะ ไม่รับชายหนุ่มหญิงสาวที่มีอายุเกิน ๔๘ ป้ ถ้ามีอายุเกิน ๔๘ ป้ เขาก็จะจ้างให้ออก ๆ โดยอ้างว่าไร้สมรรถภาพ ผมอยากจะให้ทางข้อสัญญา พันธสัญญาช่วยสกรีน (Screen) นักลงทุนจากประเทศญี่ปุ์นที่จะมาใช้ทรัพยากรของเรานั้นเปึนนักลงทุนจริง ๆ มิฉะนั้น เราจะรับภาระแรงงานนอกระบบที่จะเข้าสู่สังคมเราอีก และผมก็ไม่ทราบว่าทําไมเขาถึง ไม่ค่อยรับผู้คนที่อายุเกิน ๔๘ ป้ ในนักลงทุนของญี่ปุ์น อันนี้เปึนข้อสังเกต แน่นอนที่สุด ครับเรามองแต่ตัวเลขของการลงทุน แต่ทรัพยากรบุคคลของพวกนั้นน่าเสียดายเหลือเกิน ครับ คนหนุ่มคนสาวที่เข้าโรงงาน เข้าในเขตนิคมโรงงานซึ่งเปึนโรงงานของนักลงทุนจาก ประเทศญี่ปุ์นนั้นมีมากมายเหลือเกินครับ แต่เขาเออร์ลี่ ถูกให้ออก ปลดออกอายุ ๔๘ ป้ คนที่จะเข้าสู่วัยชราภาพในอายุ ๔๘ ป้ เราต้องรับภาระหลายอย่างครับ ท่ามกลางความ ไม่พร้อม ตรงนี้เปึนข้อสังเกตครับ ว่าต่อไปนี้การลงทุนของประเทศญี่ปุ์นจะต้องให้ ความสําคัญกับทรัพยากรบุคคล และอย่างน้อยจะต้องมีการแลกเปลี่ยนด้านเทคนิคและ ด้านแรงงานในระหว่างประเทศ ผมทราบมาว่าคนไทยแต่ละคน แต่ละโรงงานที่จะเดินทาง ไปฝ๊กงานที่ประเทศญี่ปุ์นที่อยากจะได้ทักษะได้เทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศญี่ปุ์นนั้นยาก เหลือเกินครับ เขาคัดแล้วคัดอีก และทําสัญญาที่ผูกมัดชนิดที่ว่าคนที่ได้ทุนนั้นไม่อยากจะ ไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ์นผ่านโรงงานของนักลงทุนเหล่านั้น ซึ่งเปึนข้อห่วงใยของกระผมว่า ถ้าเราปล่อยให้บรรยากาศการลงทุนไปอย่างนี้ ประเทศของเราจะเสียประโยชน์ในด้าน ทรัพยากรบุคคล เพราะเรามองแต่ตัวเลขการเติบโตด้านเม็ดเงินลงทุน แต่เราลืมไปว่า ภายใต้การเติบโตของเม็ดเงินลงทุนนั้นศักยภาพของผู้คนที่เราได้ใส่เข้าไปตรงนั้น จะมีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคต ผมอยากจะฝากกรรมาธิการที่จัดตั้งขึ้นว่าตั้งข้อสังเกต เหล่านี้ด้วยว่าการลงทุนนั้นไม่ใช่ว่าได้กําไรจากผู้คนของเราแล้ว แต่ว่าละทิ้ง คนอีกประเภทหนึ่ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้น ผมเองอยากจะให้กรรมาธิการที่จัดตั้งขึ้นมา ศึกษาภายใน ๓๐ วัน ถึงแม้จะแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ขอให้ตั้งข้อสังเกตสิ่งเหล่านี้ นอกจากนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตนิคมอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ์นมาลงทุนก็ดี ในเขตดินแดน ที่ญี่ปุ์นท่านได้มาซื้อสินค้าเกษตรก็ดี ปัญหาอย่างนี้เปึนปัญหาที่จะต้องลงลึกครับ ในห้องประชุมหรือในวงสัมมนาอาจจะ ทอดทิ้ง หรืออาจจะยังไม่สามารถลงลึกได้ ผมเองก็สนับสนุนในการที่จะมีการตั้ง อนุกรรมการ ซึ่งอยู่ในฝ์ายของข้าราชการประจํา และฝ์ายของผู้ลงทุนเข้ามาร่วมกัน เพื่อศึกษาลงลึกจริง ๆ การลงทุนนั้นผมถือว่าเปึนการลงทุนที่ดี การลงทุนข้ามชาติ ถ้าเปึน การลงทุนที่ลงทุนพร้อมทุกอย่าง ทุกด้าน ไม่ละทิ้งด้านใดด้านหนึ่งนั้น ผมเชื่อมั่นว่า จะทําให้เศรษฐกิจของแต่ละประเทศนั้นพึ่งพาอาศัยกันได้ แต่การลงทุนบางอย่าง ทิ้งบางอย่างไว้ และเอาเปรียบบางสิ่งบางอย่างนั้นถือว่าเปึนการลงทุนที่ไม่บริสุทธิ์ ท้ายที่สุดนี้ผมเองนั้น มีข้อห่วงใยพี่น้องของกระผมเหลือเกิน การจะทําพันธสัญญาใด ๆ ขอให้กรรมาธิการซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเปึนข้าราชการประจํา แล้วก็อยู่ในกรุงเทพมหานคร เสียส่วนใหญ่ได้มองครอบคลุมถึงภาคชนบท ภาคครัวเรือนที่อาจจะมีผลกระทบ ขอให้ ท่านได้ละเอียดเพื่อที่จะทําให้สัญญาที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้านั้นเปึนสัญญาที่ พวกเราภูมิใจและเปึนสัญญาที่ลูกหลานของเราไม่ได้ตําหนิพวกเราในอนาคตข้างหน้า ผมส่วนตัวยินดีที่จะสนับสนุนสัญญาภายใต้ที่มีคณะกรรมการที่จะได้ตั้งข้อสังเกต ในอนาคตต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมครับ ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ นะครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ได้ฟังประเด็นของการอภิปรายนะครับ แล้วก็ได้มีประเด็นหารือกับท่านสมาชิกรัฐสภา เพื่อให้ได้ข้อยุติในการบริหารการจัดการด้านเวลา แล้วก็ท่านรัฐมนตรีผู้เสนอรายละเอียด สู่รัฐสภาในเรื่องของความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์น มาให้รัฐสภาได้มี โอกาสพิจารณาตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๙๐ มีผู้เสนอตามรายชื่อตามที่ ท่านประธานได้อ่าน แล้วก็ประเด็นสําคัญที่จับใจความแล้วนะครับ ทุกคนเห็นว่าน่าจะตั้ง กรรมาธิการวิสามัญ แล้วหลาย ๆ ฝ์ายก็เห็นพ้องต้องกัน แต่ว่ายังมีบุคคลหรือเพื่อน สมาชิกรัฐสภาที่แจ้งความประสงค์ที่จะอภิปรายไว้จํานวนหลายท่าน กระผมก็ได้หารือ ท่านประธานวิปฝ์ายค้าน ก็ขอแสดงความประสงค์สัก ๑๕ นาที ๒ ท่าน ทางวุฒิสภา อีกสัก ๒ ท่าน ๑๕ นาที จึงขอให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณาเวลาดังกล่าว หลังจากนั้น ก็ขออนุญาตป่ดการอภิปราย แล้วก็ตั้งกรรมาธิการกันครับ ขออนุญาตนําเรียนท่าน ประธานรัฐสภา ขอกราบขอบพระคุณครับท่านครับ
ครับ เอาตามนี้ก็แล้วกัน นะครับ ก็อีก ๓ ท่านดีไหมครับ คือต่อไปนี้ที่เรียกไปแล้วคือท่านวิทยา อินาลา แล้วขอ ประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน พลังประชาชนอีก ๒ ท่านได้ไหมครับ เชิญท่านวิทยา อินาลา นะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครพนม ในฐานะเปึนสมาชิก รัฐสภา จริง ๆ แล้วผมเตรียมตัวที่จะพูดตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้วนะครับ ก็เห็นสมาชิกแย่งกัน พูดเหลือเกิน ในเรื่องของการทําข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์นนี่นะครับ จริง ๆ แล้วเมืองไทยเราน่าจะทําตั้งนานแล้ว เราสูญเสียโอกาสทุกวันนี้นะครับ เปึนการค้าแบบโลกไร้พรมแดน เราไม่รู้ว่าอาเซียนของเรา ญี่ปุ์นทําการค้ากับสิงคโปร์ มาเลเซียเขาไปถึงไหนแล้ว เรามัวแต่ คิดถึงอดีต คิดถึงแต่เดิม ๆ ทําให้ประเทศไทยเราเปึนอย่างนี้ ทุกวันนี้การค้า การขาย ทั้งโลกนี้ถือว่าจะเปึนตลาดเดียวกันแล้วครับ แต่มันมีการกีดกันทางการค้า เพราะอะไร ครับ เพราะประเทศแต่ละกลุ่มที่มีภูมิประเทศใกล้เคียงกัน เขาก็จะจับกลุ่มกัน อย่างอเมริกาเขาก็เปึนนาฟต้า ยุโรปเขาก็เปึนอียู อาเซียนเราก็เปึนอาเซียนหรืออาฟตา ทางอินเดีย ทางอเมริกาใต้ ทางอัฟริกาเขาก็จะจับกลุ่มกัน เพราะฉะนั้น เรามัวแต่คิดว่าคนไทยจะเสียเปรียบอย่างโน้นอย่างนี้ การค้าท่านจะเอาชนะคนเดียว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เปึนไปไม่ได้ ท่านไม่มีเพื่อนหรอกครับถ้าท่านทําอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ในเมื่อเราอยู่ในอาเซียน มีข้อตกลงกับญี่ปุ์น เราก็ต้องทําตามมติของอาเซียน เพราะว่า เราไม่ได้อยู่คนเดียว อาเซียนมี ๑๐ ประเทศ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยในการที่ เราจะทําความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียนและญี่ปุ์น หรือเราเรียกว่า เอเจซีอีพี แต่จริง ๆ แล้วข้อตกลงเราอ่านว่า อาฟเซพ จริง ๆ แล้วไม่ถูกนะครับ ต้องอ่านว่า เอเจซีอีพี นะครับ ขอให้เข้าใจตรงนั้นด้วย ไม่ทราบว่าผมถูกหรือเปล่านะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมบอกแล้วว่าเราอยู่ในสังคมของโลก เราต้องให้ความสําคัญกับข้อตกลงของอาเซียน เราเคยทําข้อตกลงระหว่างไทยกับญี่ปุ์นแล้ว หรือว่าเราเรียกว่าเจเทปา แต่เจเทปา เราไม่ได้ประโยชน์เต็มที่นะครับ ถ้าเราเปรียบเทียบกับอาเซียนกับญี่ปุ์น เราจะได้ประโยชน์ มากกว่า ทําไมล่ะครับ ผมจะพูดถึงประเด็นของสินค้า กฎกําเนิดแหล่งสินค้าเจเทปา หรือว่าไทย - ญี่ปุ์น เรากําหนดเฉพาะแหล่งกําเนิดที่ไทยกับญี่ปุ์นเท่านั้น แต่ถ้ามาพูดถึง อาเซียนกับญี่ปุ์นแล้ว แหล่งกําเนิดสินค้าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนใน ๑๐ ประเทศอาเซียนและ ญี่ปุ์นมาผลิตในเมืองไทย เวลาเราส่งออกเราก็ได้สิทธิพิเศษทางภาษีเมื่อเราส่งไปที่ญี่ปุ์น เพราะญี่ปุ์นค่อนข้างที่จะเปึนประเทศที่ป่ด เพราะฉะนั้นเขาจะสร้างกําแพงภาษีเพื่อกีดกัน ทางการค้า แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามถ้าเราผ่านข้อตกลงตรงนี้ไปก็จะทําให้ไทยได้สิทธิประโยชน์ ในการส่งสินค้าไปญี่ปุ์น เพราะว่าค่าสินค้าจะถูกและก็สามารถจะแข่งขันกับประเทศอื่นได้ แต่ในขณะเดียวกันถ้าเรายังมัวแต่ช้าอยู่ อีก ๙ ประเทศเขาทําแล้ว แล้วสิ่งที่เรากลัวที่สุด คืออะไร ตอนนี้ยักษ์ใหญ่ครับ ประเทศจีน ถ้าจีนทํากับญี่ปุ์นแล้วไทยเราสู้ไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์นนี้ผมเห็นด้วย แล้วคนญี่ปุ์นจากที่ ผมคบค้ากันมาเกือบ ๒๐ ป้ ทําธุรกิจกันมา คนญี่ปุ์นเปึนคนที่ เจนเทิลแมน รอยัลตี้ (Gentleman Royalty) มากที่สุดครับ เขาเชื่อในกฎกติกาไม่เหมือนประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ ในเอเชีย ผมจะไม่เอ่ยว่าประเทศอะไร เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนให้กับสมาชิก ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านทราบว่า ถ้าเราทําแล้วแน่นอนครับการค้าเราได้ประโยชน์ เราได้ส่งออก แล้วก็เราจะได้นักลงทุนมาลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด จากที่ผมได้ไป ศึกษามาไปค้นมาว่าความสําคัญของญี่ปุ์นต่อไทย การค้าเมื่อป้ ๒๕๕๐ ญี่ปุ์นประเทศคู่ค้าสําคัญเปึนอันดับหนึ่งของเมืองไทย มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ์น มีมูลค่าในป้ที่แล้ว ๔๖,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญ ยู.เอส. ดอลลาร์ ไทยส่งออกไปญี่ปุ์นป้ที่แล้ว เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ยู.เอส. ดอลลาร์ อันนี้เราทําแค่ไทยกับญี่ปุ์น แต่ถ้าเมื่อไร ก็ตามถ้าเรามีอาเซียนขึ้นมา มีญี่ปุ์นขึ้นมา การทําธุรกิจตรงนี้ก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทีนี้เรา มาดูความสําคัญของญี่ปุ์นต่อไทยในเรื่องของการค้า ประเทศไทยค้าขายกับญี่ปุ์นป้ที่แล้ว เปึนอันดับ ๒ อันดับ ๑ ก็คือสหรัฐอเมริกา อันดับ ๓ คือจีน ส่วนอาเซียนของเราคือ สิงคโปร์อันดับ ๔ มาเลเซียอันดับ ๖ อินโดนีเซียอันดับ ๘ ฟ่ลิปป่นส์ อันดับ ๑๔ ทีนี้มาดู การจัดอันดับผู้ลงทุนในประเทศไทยในป้ ๒๕๔๑ ถึง ๒๕๕๐ ประเทศญี่ปุ์นเปึนอันดับแรก ที่มาลงทุนในเมืองไทย มีจํานวนโครงการทั้งหมด ๒,๗๔๖ โครงการ คิดเปึนเงินลงทุน ๑ ล้านล้านบาทโดยประมาณ ทีนี้ถามว่าความสําคัญระหว่างญี่ปุ์นกับอาเซียนนี้ เปึนอย่างไร อาเซียนและญี่ปุ์นเปึนหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่มีความใกล้ชิดระหว่างกัน มานานแล้ว โดยที่ผ่านมานี้ญี่ปุ์นมีการค้ารวมกับอาเซียนมากเปึนอันดับต้น ๆ ด้วย การลงทุนในป้ ๒๕๔๕ ถึง ๒๕๔๙ ญี่ปุ์นเข้ามาลงทุนในอาเซียนสูงเปึนอันดับ ๒ อาเซียน คือ ๑๐ ประเทศนะครับ ทีนี้การค้าระหว่างญี่ปุ์นกับอาเซียนนี้เปึนอย่างไร จากสถิติ ในป้ ค.ศ. ๒๐๐๖ ก็คือญี่ปุ์นนี้เราค้าขายถือว่าเปึนอันดับ ๓ อันดับ ๑ คืออเมริกา อันดับ ๒ คือ อี.ยู. ทีนี้การลงทุนในอาเซียน - ญี่ปุ์นถือเปึนประเทศที่ให้ความสําคัญกับอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยและเวียดนาม เวียดนามนี้จริง ๆ แล้วญี่ปุ์นต้องการไปลงทุน ในเวียดนาม แต่เวียดนามมีปัญหาเรื่องของเงินเฟัอ พอป้นี้เงินเฟัอเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนเรื่องความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียนและญี่ปุ์น แต่ถ้าจะ ทําให้ดีและสมบูรณ์ก็ขอสนับสนุนให้รัฐสภาของเราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ตรงนี้ เพื่อที่จะเปึนแนวทางในอนาคตว่าถ้ารัฐบาลจะทําสัญญาอะไรก็ต้องเข้ามาผ่าน ในรัฐสภาตรงนี้ เพื่อให้รัฐสภาได้เห็นชอบด้วย ผมขอขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ต่อไปเชิญท่านรัชดา ธนาดิเรก ขอ ๗ นาทีเท่านั้นนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็คงจะขออภิปรายในประเด็นที่เพื่อน สมาชิกยังไม่ได้พูดถึง เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องผลกระทบในด้านลบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์และอุตสาหกรรมยานยนต์ จากข้อมูลของกรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศได้สรุปออกมาว่า หากประเทศไทยนั้นลงนามในหุ้นส่วนเศรษฐกิจ อาเซียน - ญี่ปุ์น ผลกระทบที่จะตามมาก็คือประเทศไทยจะมีการนําเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๕ โดยนําเข้าจาก ญี่ปุ์นเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๖ ซึ่งการนําเข้าดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อธุรกิจอุตสาหกรรม ยานยนต์โดยตรง แม้ว่างานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นจะบอกว่าการที่ประเทศไทยของเราจะลด กําแพงภาษีลงในระดับจาก ๔๐ ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ไปเหลือ ๐ เปอร์เซ็นต์ในระยะยาวนั้น จะมีผลดีต่อการส่งออกยานยนต์ของเราในระยะยาว แต่ก็ต้องตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งค่ะว่า การนําเข้ารถยนต์และอุปกรณ์ยานยนต์ที่จะเกิดขึ้น ธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ ณ ปัจจุบันนี้ การผลิตใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เปึนวัตถุดิบในประเทศ ดิฉันจึงไม่แน่ใจว่าการลด กําแพงภาษีนําเข้าสินค้าจากญี่ปุ์นจะมีผลในเชิงบวกกับธุรกิจยานยนต์มากนักนะคะ อีกอันหนึ่งก็แน่นอนล่ะค่ะ หากว่ากําแพงภาษีได้ลดลงแล้ว ผู้บริโภคก็คงจะหันมานิยมใช้ รถญี่ปุ์นกันมากขึ้น มันเกิดอะไรขึ้นล่ะคะกับการที่ผู้บริโภคจะใช้รถญี่ปุ์นที่มีราคาถูกกว่า รถยุโรป มันมีผลกระทบต่อนโยบายทางด้านพลังงานของประเทศไทยของเราค่ะ เมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลแถลงนโยบายในเรื่องของพลังงาน บางช่วงก็จะบอกว่าอีโค่ คาร์ (Eco car) บางช่วงก็จะเน้น อี ๘๕ (E ๘๕) แต่ดิฉันคิดว่ามันเปึนอีหลักอีเหลื่อมากกว่า เพราะว่าผู้ประกอบการฝ์ายค่ายญี่ปุ์นก็บอกว่าขอเน้นอีโค่ คาร์ เท่านั้น ฝ์ายยุโรปบอกว่า ขอเปึน อี ๘๕ ทีนี้เมื่อกําแพงภาษีถูกลดลง คนก็จะต้องหันมานิยมใช้รถญี่ปุ์นมากขึ้น ก็เท่ากับว่ารถยนต์ที่จะใช้ในประเทศไทยนั้นจะเปึนรถจากค่ายญี่ปุ์น แล้วค่ายญี่ปุ์นนั้น ก็จะเปึนรถในลักษณะอีโค่ คาร์ แล้วนโยบาย อี ๘๕ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ดิฉันเองคงไม่ได้ฝากประเด็นนี้ไปยังกระทรวงพาณิชย์เท่านั้นหรอกค่ะ คงจะต้องฝากไปยัง กระทรวงพลังงานด้วยนะคะว่าจะบูรณาการทํางานในเรื่องของนโยบายพลังงานกับการ ลดกําแพงภาษีตรงนี้อย่างไร เพราะว่าท่านก็พูดไปแล้วนะคะว่าจะเน้นในเรื่องของ อี ๘๕
อีกเรื่องหนึ่งนะคะที่เปึนเรื่องที่สืบเนื่องจากที่ท่านสมาชิก ขออภัยที่ต้อง เอ่ยนาม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้กล่าวไว้ในตอนต้นว่า คําว่า หุ้นส่วน ทางเศรษฐกิจ นั้น ไม่ได้กําหนดกรอบความร่วมมือไว้เฉพาะทางด้านการค้าเท่านั้น มันยัง เปึนเรื่องของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งหนึ่งเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้ว บอกว่าต้องการที่จะพัฒนาให้ประเทศไทยของเราเปึนดีทรอยต์ ออฟ เอเชีย (Detroit of Asia) หรือว่าเปึนศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในเอเชีย ๒๐ ป้ของธุรกิจในอุตสาหกรรม ยานยนต์นี้เรายังไปไม่ถึงไหนเลยค่ะ เปึนได้เพียงแค่ฐานการผลิต เราไม่มีการพัฒนา ในเรื่องศักยภาพ มีการพัฒนาในเรื่องการถ่ายโอนความรู้ ญี่ปุ์นโรงงานมากมายนะคะ ที่มาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยของเรา แต่เขาให้ความรู้อะไรกับผู้ประกอบการของเรา บ้าง เปล่าเลยนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงคิดว่าโอกาสนี้ที่ประเทศไทยของเราลงนาม ในความร่วมมือเศรษฐกิจ ก็ขอให้ขยายคําว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นั้น เปึนมิติ ที่กว้างกว่าคําที่ใช้กันอยู่ทั่ว ๆ ไป คือมองแค่เศรษฐกิจคือเรื่องของการค้า อยากจะฝาก ไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเมื่อเราจะมีการลงทุน เพิ่มมากขึ้นในเรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ เราจะสามารถพัฒนาไปได้ไหมคะว่า ญี่ปุ์น หากหวังที่จะมีความสัมพันธ์อย่างจริงใจกับเรา หันมาในเรื่องของการถ่ายโอนความรู้บ้าง ได้ไหม อย่าใช้ประโยชน์จากของประเทศไทยเพียงอย่างเดียว ความรู้ศักยภาพ ที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ์นมี หัดที่จะถ่ายโอนมาบ้าง แน่นอนค่ะเรื่องนี้คง ไม่เกิดขึ้นหากทางฝ์ายไทยไม่มีกลไกที่จะสานต่อ ดิฉันเองก็อยากจะฝากกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็คณะรัฐบาลไปพิจารณาต่อว่า จากการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จะมีกลไก อย่างไรบ้างที่จะผลักดันให้มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เปึนคําว่า ทางเศรษฐกิจ จริง ๆ และอยากจะให้เน้นในเรื่องของการถ่ายโอนความรู้นะคะ เพราะว่าไม่อยากให้ ประเทศไทยสุดท้ายแล้วก็เปึนประเทศที่ถูกเอาเปรียบเหมือนที่ผ่านมาอย่างเช่นเคย ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านคุณหมอก่อนก็ได้ หรือว่า ท่านอลงกรณ์ก่อนแล้วแต่ เชิญครับ ๒ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพกระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม
(นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา (ภาควิชาการ) ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ
ครับผม
ผมประท้วงครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอประท้วงท่านประธานครับ
ประท้วงข้อบังคับข้อไหนครับ
ข้อบังคับ ข้อ ๖๐ ครับท่านประธาน
ครับ
ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๖๐ เขียนไว้ว่า ในกรณีที่มีผู้ขออภิปรายหลายคนให้เปึนสิทธิของท่านประธานที่จะจัดให้ใครอภิปราย ลําดับก่อนหลังก็ได้ ทีนี้กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าเมื่อเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกาเศษ ท่านประธานได้ประกาศรายชื่อผู้ที่จะมีสิทธิอภิปรายในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา มีชื่อ กระผมอยู่ด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมคอยจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ๑๘.๑๐ นาฬิกา ผมยังไม่ได้รับการเรียกให้อภิปรายเลยครับ ทั้ง ๆ ที่ท่านประธานได้ใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๐ จากรายชื่อผู้มีสิทธิอภิปรายและท่านประธานเปึนคนประกาศในห้องประชุม แห่งนี้ไว้ครับ สุดท้ายมากําหนดกันใหม่ว่าให้ ส.ว. คือท่านวิทยาเปึนคนสุดท้าย แล้วผม ไม่มีสิทธิอภิปรายแล้ว เพราะฉะนั้นผมต้องขออนุญาตใช้สิทธิประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๐ ครับว่าประธานที่ประชุมทําผิดข้อบังคับครับ ขอท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยครับ
ก็ยังไม่ผิดเพราะผมเพิ่งมานั่งครับ ยังไม่ผิดเพิ่งทราบครับ
ผมรอท่านประธาน เพราะว่าท่านประธานคนเมื่อสักครู่ไปจัดลําดับการประชุมใหม่
ท่านเขียนไว้ให้ผม
ท่านประธานช่วยดูครับ มีชื่อผมไหมครับ
ไม่มีชื่อท่านเลยครับ
นั่นล่ะครับ ผมถึงต้องใช้สิทธิประท้วงท่านประธาน เพราะว่าตอนบ่ายสองโมงครึ่ง ท่านประธานอ่านชื่อผม
เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ ผมขอ อนุญาตสักนิดหนึ่งนะครับ เอาใจคุณสุรชัยสักนิดหน่อยให้คุณสุรชัยพูดสัก ๕ นาที เชิญครับเพื่อไม่ให้เสียศักดิ์ศรีของวุฒิสภา เชิญนั่งก่อนครับ
ท่านประธานไหน ๆ ท่านจะกรุณาผมแล้วนะครับ คนที่ได้อภิปรายตอนต้นไม่ถูกจํากัด เวลาเลย พอผมทวงสิทธิที่ผมได้รับจากท่านประธานเองตอนบ่ายสองโมงครึ่ง ท่านประธานกรุณาผม ๕ นาที
เชิญอภิปรายเลยครับ
อภิปรายนะครับ
ถ้าเห็นว่าวนเวียนเหมือนกับ คราวที่แล้วก็หมายความว่าคนเขาพูดแล้วก็ไม่จําเปึนต้องพูด พูดในสิ่งที่ใหม่ ๆ ครับ เชิญครับ
สิ่งที่ผมเตรียมจะพูดไม่ซ้ําครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานและขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่กรุณาให้สิทธิตามที่ผมทวงถามนะครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ครับว่า สําหรับประเด็นเรื่องของการพิจารณาในวาระเรื่องการให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์นนั้น กระผมว่ามีปัญหาที่เราจะต้องช่วยกัน พิจารณาอยู่ ๓ เรื่องท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องความชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ และ
เรื่องที่ ๓ เรื่องมาตรการในการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น
สิ่งที่ผมจะกราบเรียนต่อไปนี้ถ้าเปึนไปได้ท่านรัฐมนตรีและคณะผู้ชี้แจง สามารถชี้แจงได้ในวันนี้ก็จะเปึนการให้ความกระจ่างกับพวกเรา แต่ถ้าท่านชี้แจงในวันนี้ไม่ได้ ก็ขอความกรุณาให้ท่านเตรียมข้อมูลไปชี้แจงเพิ่มเติมหรือชี้แจงในที่ประชุม คณะกรรมาธิการที่เราจะได้จัดตั้งขึ้น
ขออนุญาตเริ่มที่ประเด็นที่ ๑ ประเด็นเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผมขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่กําหนดกติกาหรือแบบแผนในการที่รัฐจะไปทําการตกลงในรูปของสนธิสัญญา หรือหนังสือสัญญาอันมีผลกระทบต่อประเทศชาติในด้านต่าง ๆ ซึ่งผมคงไม่รบกวนที่จะ อ่านรายละเอียด แต่ด้านต่าง ๆ ด้านใดบ้างนั้นรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ได้มีบทบัญญัติ กําหนดไว้ชัดเจนครับ เปึนกรอบกติกาว่าถ้าเข้าหลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แล้ว หน่วยงานของรัฐจะไปทําความตกลงก่อนมิได้ถ้าไม่ผ่าน ขั้นตอนดังต่อไปนี้
ประการที่ ๑ ได้แก่การที่ต้องผ่านขั้นตอนในการที่จะต้องจัดให้มีข้อมูลและ จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน ผมถามท่านว่าก่อนที่ท่านจะเอา ความตกลงเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์นมาเสนอให้รัฐสภาพิจารณาในวันนี้ ท่านได้ผ่านความเห็นชอบด้วยการจัดข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน แล้วหรือยัง หรือที่เรียกว่าการจัดให้มีพับบลิค เฮียริ่ง (Public hearing) ถ้าจัดแล้วผลของ ความเห็นของพี่น้องประชาชนที่ท่านไปจัดนั้นมีรูปแบบของการจัดและได้ผลของการ จัดเปึนเช่นไร ที่ผมต้องขอความกรุณาว่าต้องชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการจัดนั้น เนื่องจากมีบ่อยครั้งที่รัฐใช้วิธีการจัดการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนผ่าน รูปแบบที่ไม่ถูกต้อง
ประเด็นที่ ๒ ที่จะต้องกราบเรียนให้ท่านได้ทําความเข้าใจเกี่ยวกับกติกา ของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่า เมื่อท่านได้จัดให้มีข้อมูลและจัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนแล้ว ท่านจะต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับรายละเอียด ของหนังสือสัญญานั้นด้วย แล้วจึงนํามาสู่การขอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา ประเด็นปัญหาที่ยังมีความไม่ชัดเจนว่าสิ่งที่ท่านมาขอความเห็นชอบจากรัฐสภาในวันนี้นั้น เปึนเรื่องของการให้ความเห็นชอบสําหรับการที่ท่านจะไปมีเจตนาในการทําหนังสือเจตนา ให้มีผลผูกพันหนังสือสัญญาที่ท่านไปเซ็นแล้วหรือไม่ หรือท่านจะให้เรา ให้ความเห็นชอบในกระบวนการของการที่ท่านจะไปทําหนังสือสัญญา เมื่อเช้า ผมพยายามนั่งฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจงก็ปรากฏว่ายังไม่มีความชัดเจนในกระบวนการ ตรงนั้น ทําไมผมต้องหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาพูดครับ ท่านประธานครับ เพราะตรงนี้มันมี ผลกระทบเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๕ (๕) ได้เขียนถึงหนังสือสัญญาต่าง ๆ ที่หน่วยงานของรัฐได้ไปกระทําการไว้ ในระหว่างที่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ยังไม่มีผลใช้บังคับ ให้ไม่ต้องผ่านกระบวนการ ตามมาตรา ๑๙๐ แต่ถ้าส่วนใดที่ยังคงค้างอยู่จะไม่ได้รับการยกเว้นที่ไม่ต้องเข้าข่ายบังคับ ของมาตรา ๑๙๐ คําชี้แจงของท่านรัฐมนตรีเมื่อเช้านี้ไม่ได้บอกให้เราฟังให้ชัดเจน โดยปราศจากข้อสงสัยว่าสิ่งที่หน่วยงานของรัฐไปทํามาเกี่ยวกับความตกลงฉบับนี้นั้น ก่อนรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ มีผลใช้บังคับท่านทําถึงขั้นตอนไหน และหลังจากที่รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ คือหลังวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ท่านได้ดําเนินการถึงขั้นตอนไหน เพื่อที่จะให้เราได้มีโอกาสพิจารณาทราบได้ว่าสิ่งที่ท่านมาขอความเห็นชอบจากเรานั้น มันอยู่ในขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคไหน นี่คือสิ่งที่ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนเปึนประเด็นในเรื่องของความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของผลกระทบ ผมขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ ท่านประธานครับ เรื่องของผลกระทบในการทําความตกลงความร่วมมือหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ระหว่างอาเซียน - ญี่ปุ์นนั้น จริง ๆ แล้วถ้าเราจะบอกว่าหนังสือความตกลงฉบับนี้เปึนการ ต่อยอดเกี่ยวกับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย – ญี่ปุ์น ก็อาจจะเปึนได้ เพราะความ ตกลงฉบับนั้นเปึนความตกลงในระดับทวิภาคี ซึ่งไทยกับญี่ปุ์นได้ทําความตกลงกัน เรียบร้อยแล้ว ผลได้ ผลเสีย ทางได้ ทางเสียระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ์น ท่านได้ ลงนามกันไปเรียบร้อยแล้ว ฉบับนี้เปึนการขยายความร่วมมือในระดับพหุภาคี ขยายความ ตกลงจากไทย – ญี่ปุ์น เปึนประชาคมอาเซียนกับประเทศญี่ปุ์น ผลกระทบที่เกิดขึ้นมัน ไม่ได้ง่าย เพียงแค่เราคิดว่าต่อยอดในเรื่องของอาณาเขตพื้นที่ที่จะมีผลใช้บังคับข้อตกลง ไปเท่านั้น แต่สิ่งที่เราเคยคิดว่าจะได้จากประเทศญี่ปุ์นในข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ระหว่างไทย – ญี่ปุ์น อาทิเช่น การหลั่งไหลเข้ามาของการลงทุนจากประเทศญี่ปุ์นเข้าสู่ ประเทศไทย มันอาจจะไม่ใช่แล้วครับ มันอาจจะไปเข้าสู่ประเทศใดในกลุ่มประชาคม อาเซียนก็ได้ เพราะญี่ปุ์นเขามีทางเลือกหลาย ๆ ทางเลือกในทุก ๆ ประเทศของกลุ่ม ประเทศอาเซียน ขึ้นอยู่กับว่าประเทศใดในกลุ่มอาเซียนจะให้เงื่อนไขในการที่เขาจะไป ลงทุนได้ดีกว่าประเทศไทย นั่นหมายความว่า ข้อตกลงที่ไทยทํากับญี่ปุ์นจะถูกลบล้างด้วยข้อตกลงฉบับนี้หรือไม่ ท่านไม่ได้พูดให้เราฟัง นะครับ นั่นคือผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งที่หน่วยงานของรัฐไปทํามาด้วยกันเอง จากความตกลง ๒ ฉบับ ซึ่งผมกราบเรียนท่านประธานแล้วว่า ความจริงดูเหมือนจะเปึน การต่อยอด แต่อาจจะกลายเปึนการตอนยอดกันเองก็ได้ นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากให้ท่าน ชี้แจงให้พวกเราได้มีความเข้าใจเพิ่มขึ้น
ประการสุดท้ายผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นมีหลายประการตามเอกสาร ที่ท่านแจกให้เราได้รับทราบ แต่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นนี้ท่านไม่ได้ดําเนินการตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างที่ผมกราบเรียนไว้แล้วครับว่า สิ่งที่ท่านทําไปแล้วก่อนที่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับ ท่านได้รับข้อยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม แต่ในเรื่องของ มาตรการการเยียวยาความเสียหาย ท่านยังไม่ดําเนินการ เพราะฉะนั้นท่านจะต้อง ดําเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ได้พูดให้เราฟังว่าท่านจะดําเนินการ เยียวยาความเสียหายที่พี่น้องประชาชนจะได้รับอย่างไร ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อ ผู้ประกอบการขนาดกลาง ต่อผู้ประกอบการขนาดย่อมจะได้รับการเยียวยาอย่างไร เพราะฉะนั้นจึงเปึนประเด็นคําถามข้อที่ ๓ สําหรับผมที่จะต้องให้ท่านชี้แจงว่า ท่านมี มาตรการในการเยียวยาผู้เสียหายที่อาจจะได้รับความกระทบจากผลกระทบที่ท่านเขียน มาเองในเอกสารที่ท่านแจกให้กับพวกเรา ว่าท่านได้เตรียมการในเรื่องนี้แล้วอย่างไรบ้าง กราบเรียนท่านประธานครับว่า สิ่งที่ผมได้ขออนุญาตนําเสนอทั้งหมดตามสิทธิที่ผมได้ เข้าชื่อไว้ตั้งแต่ตอนเช้า ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่งที่ท่านได้ กรุณาเมตตาให้ผมได้รับสิทธิอันนั้น แต่สุดท้ายสิ่งที่ผมอยากจะฝากในช่วงสุดท้ายนี้ก็คือ ความกังวล ความห่วงใยของผมเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกระบวนการ ต่าง ๆ ในการจัดทําความตกลงฉบับนี้ เราไม่อยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ํารอย แล้วสภา แห่งนี้ไม่อยากเปึนตรายางที่ผิดกฎหมาย ท่านจะต้องเป่ดเผยข้อเท็จจริงให้เราได้รับทราบ อย่างชัดเจนนะครับว่า กระบวนการต่าง ๆ ที่ท่านไปทํามาแล้ว แท้ที่จริงการที่ท่านมา ขอความเห็นชอบจากเรานั้น เปึนการขอความเห็นชอบในขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคไหนครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญหมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีเรื่องที่จะเรียน เปึนข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีและคณะที่มาชี้แจงในวันนี้ เกี่ยวกับเรื่อง การทําเขตการค้าเสรีหรือหุ้นส่วนเศรษฐกิจ อยากจะบอกว่าเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เปึนเรื่องที่ยากจริง ๆ ครับ ผมมีความรู้สึกว่าประชาชนทั่วไปไม่สามารถที่จะทําความรู้ ความเข้าใจกับเรื่องพวกนี้ได้ โดยเฉพาะขนาดพวกเราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เวลามีการพูดถึงเรื่องหุ้นส่วนเศรษฐกิจ เรื่องเอฟทีเอ ความรู้ความเข้าใจนั้นยากจริง ๆ เมื่อมันยาก มันจึงเกิดผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง อาทิเช่น พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ภาคเหนือ โดยเฉพาะพี่น้องที่ปลูกหอม ปลูกกระเทียม ท่านประธานคงจะทราบดีนะครับ ว่า ในช่วงมีปัญหาเรื่องหอม กระเทียม ออกสู่ตลาดทีไร พี่น้องหอม กระเทียมมักจะต้องมี การทําการประท้วงเพื่อให้ได้ราคาที่สูงขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้เปึนผลพวงที่เกิดจากการทํา เอฟทีเอกับต่างประเทศ ดังนั้นผมถือว่าเปึนความโชคดีที่รัฐธรรมนูญป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้กําหนดไว้ในมาตรา ๑๙๐ เมื่อรัฐบาลจะไปเซ็นสัญญาเกี่ยวกับการทําเรื่องการค้าที่มี ผลกระทบ ต้องมีการนําเสนอต่อสมาชิกรัฐสภาได้พิจารณา อย่างน้อยจะทําให้สมาชิก รัฐสภาได้มีการศึกษาเรื่องพวกนี้อย่างจริงจังและมีความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น และมี โอกาสไปทําความรู้ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งประเด็นตรงนี้ผมถือว่าเปึนโจทย์ ที่สําคัญว่า ทําอย่างไรที่กระทรวงพาณิชย์ที่เปึนเจ้าภาพในเรื่องนี้ จะสามารถทําความรู้ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เรื่องพวกนี้ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น นี่คือข้อสังเกตข้อที่ ๑
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ เท่าที่ผมได้อ่านจากเอกสารที่ท่านได้ให้มา ท่านได้พูดถึง เอเจเซปกับเจเทปา ถ้าลําพัง พูดถึงเอเจเซปเฉย ๆ ประชาชนที่ฟังทางบ้านคงไม่เข้าใจ ผมจะพูดสั้น ๆ ว่า หุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ์น ในส่วนเอเจเซปก็คือหุ้นส่วนเศรษฐกิจ อาเซียน - ญี่ปุ์น และเจเทปาก็คือหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ์น ในเอกสารที่ท่านได้ แจกมา ท่านได้พูดถึงผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหลายอย่าง และถ้าดูแล้วจะมีผลประโยชน์ที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องพืชผลทางการเกษตร อาทิเช่น เรื่องกล้วย ได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น มะเขือยาวที่รักษาไว้ไม่ให้เสีย ได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น ขิงอ่อนปรุงแต่งได้รับ ประโยชน์มากยิ่งขึ้น หลังจากผมเห็นประเด็นตรงนี้แล้วผมนึกถึงเกี่ยวกับเรื่องสมุนไพร ซึ่งสมุนไพรไทย ที่ผ่านมานั้นเปึนที่นิยมใน หลาย ๆ ส่วน และบังเอิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปัจจุบันท่านเคยเปึนอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งท่านก็จะทราบดีว่าวันนี้ สมุนไพรไทย โดยเฉพาะกรมการแพทย์แผนไทยได้มีการพัฒนาเยอะ และได้มีการผลิต เอาไปใช้ มีการจดทะเบียน จดลิขสิทธิ์ นอกจากสิ่งที่กล่าวแล้วก็จะมีเรื่องการนวดหรือ หลักสูตรแพทย์แผนไทย ผมจึงอยากจะฝากท่านว่าเปึนไปได้ไหมที่จะมีการผลักดัน สมุนไพรไทย ไม่ว่าจะเปึนขมิ้นชัน ฟัาทะลายโจร หรือแม้กระทั่งกานพลู หรืออะไร หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างออกไปสู่ตลาดของญี่ปุ์น ซึ่งอยากจะฝากเปึนข้อสังเกต ให้กับท่านเอาไปพิจารณา
ในส่วนข้อสังเกตข้อที่ ๓ คือ วันนี้ประเทศไทยได้มีการเซ็นสัญญา โดยเฉพาะเปึนทวิภาคีระหว่างไทย - ญี่ปุ์น คือเจเทปา หรือหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ์น แต่ประเทศคู่แข่งของเรา ไม่ว่าจะเปึนลาว กัมพูชา หรือพม่า ไม่ได้มีการเซ็นสัญญา แบบทวิภาคีโดยตรง แต่ถ้ามีการเซ็นสัญญาเปึนหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์นขึ้นมา เมื่อไร เท่ากับว่าลาว กัมพูชา พม่า ก็จะเข้ามาเปึนคู่แข่งกับประเทศไทยทันทีในสินค้า บางรายการ จึงอยากจะทราบจากคําตอบท่านว่าถ้ามีการเซ็นสัญญาเปึนภาพรวม ระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์นจะมีสินค้าชนิดไหนบ้างที่มีผลกระทบกับผู้ประกอบการของไทย ท่านลองชี้แจงนะครับ ถ้ามีผลกระทบกับผู้ประกอบการของไทย โดยเฉพาะคู่แข่งประเทศ ใกล้เคียง คือ ลาว กัมพูชา พม่าแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะหาทางออกให้กับผู้ประกอบการ เหล่านี้อย่างไรบ้าง
ข้อที่ ๔ ผมได้ดูแล้วในเอกสารที่แจกมาท่านได้พูดถึงผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น เยอะมากจริง ๆ บอกว่าถ้ามีการเซ็นสัญญาหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์นแล้ว ถ้าเทียบกับเจเทปา คือไทย – ญี่ปุ์น แล้วปรากฏว่าจะมีการเป่ดตลาดสินค้าเพิ่มขึ้นอีก ๗๑ รายการ คิดเปึนมูลค่าสูงถึง ๕๓ ล้านเหรียญ ในความรู้สึกของผมแล้วการเซ็นสัญญา หรือการเซ็นเอกสารแต่ละครั้งมันไม่มีประโยชน์อย่างเดียวครับ วันนี้ในเอกสารที่แจกมา บอกว่าจะมีการเป่ดตลาดเพิ่มสินค้า ๗๑ รายการ อยากจะถามท่านว่า และมีรายการ ไหนบ้างที่ไทยจะเสียประโยชน์จากการเป่ดตลาดสินค้าในภาพของอาเซียน – ญี่ปุ์น ให้ท่านลองชี้แจงนิดหนึ่ง ในภาพของผลกระทบที่เกิดขึ้นที่มีการเซ็นสัญญาเปึน อาเซียน – ญี่ปุ์น ถ้าท่านสามารถแจงเปึนรายการให้พี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบผมว่า เปึนประโยชน์อย่างยิ่งครับ แล้วท่านลองหาทางออกด้วยว่าคนกลุ่ม ที่ได้รับผลกระทบในเชิงลบจากการเซ็นสัญญาอาเซียน – ญี่ปุ์น จากเจเทปาแล้วนะครับ เรามีเจเทปาเกิดขึ้นมาแล้ว มีอาเซียน – ญี่ปุ์นแล้ว
คุณหมอค่อยไปเอาตอนตั้ง กรรมาธิการ
กําลังสรุป ครับ และผมกําลังร่อนลงให้สวย ๆ ครับ คืออยากจะทราบว่าผลกระทบนั้นจะมีอะไรบ้าง และก็ให้ท่านชี้แจงครับ แล้วท้ายที่สุดนี้ผมสรุปเลยครับว่าผมเห็นด้วยกับการตั้ง คณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณชลน่านก่อน แล้วคุณอลงกรณ์ป่ดท้ายเพราะเปึนผู้ใหญ่ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลา ๕ นาที เพื่อที่จะนําเรียนท่านประธานเกี่ยวกับญัตติที่เสนอเข้าสู่สภาในวันนี้ ทราบข่าวว่าข้อสรุป โดยรวมแล้วส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาศึกษาก่อนที่จะให้สภา ได้พิจาณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ท่านประธานครับ ด้วยความห่วงใย ด้วยความ เคารพท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนประเด็นเรื่องการให้ความเห็นชอบ ในส่วนตัวผมเองในฐานะสมาชิกรัฐสภาผมไม่ได้ติดใจ เพราะกระบวนการนี้เกิดมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๘ ๑๑ ครั้งที่ผ่านมา เอกสารรายละเอียดผมศึกษา แล้วก็เปึนหน้าที่ของรัฐมนตรี ด้วยที่มาชี้แจงหนังสือสัญญานั้นต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจนครับ แต่ถามว่า จะตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณามีประโยชน์หรือไม่ แล้วตั้งได้หรือไม่ มีประโยชน์หรือไม่ ผมไม่เถียงเลยครับ อะไรที่เรามีคณะบุคคล มีเวลาดูด้วยความรอบคอบเปึนประโยชน์ อย่างแน่นอน แต่ถามว่าการบรรจุระเบียบวาระเข้ามาในการประชุมของรัฐสภาเรา ในขณะนี้เปึนการบรรจุระเบียบวาระตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ (๑๕) คือการรับฟัง คําชี้แจงและการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๐ บังคับว่าจะต้องทํา แต่มีมาตรา ๑๓๖ รองรับว่าให้ทําได้ ในฐานะที่รัฐสภาจะให้ความเห็นชอบ มาตรา ๑๙๐ เขียนว่า รัฐสภาให้ความเห็นชอบ หลังจากที่ดูสัญญารายละเอียด ให้ความเห็นชอบ กรอบสัญญาด้วย ตามมาตรา ๑๙๐ ในวรรคสาม คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบสัญญา กรอบเจรจาให้สภาเห็นชอบ จริง ๆ ไม่ได้มีข้อสงสัยหรอกครับว่าจะต้องเข้ารัฐสภากี่ครั้ง ผมเองเห็นครั้งเดียวนะครับ คือตามวรรคสาม วรรคสองเปึนบทอารัมภบทว่าอะไร จะต้องเข้า ไม่เข้า มาเข้าเมื่อวรรคสาม แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเมื่อเข้าแล้ววันนี้รัฐสภา ไม่มีความเห็นเปึนอื่นนะครับ ต้องมีความเห็นว่าชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้นเอง เพราะว่า ญัตติที่ท่านเสนอเข้ามานี้ ท่านเสนอญัตติตามมาตรา ๑๓๖ (๑๕) ท่านไม่ได้เสนอเปึน ญัตติตาม (๕) ของมาตรา ๑๓๖ ท่านประธานครับ กลับมาตรงนี้ให้ดีนะครับ ผมเปึนห่วง จริง ๆ ถ้าสมมุติว่าหลังจากพิจารณาแล้วสภาแห่งนี้มีมติว่าให้ตั้งกรรมาธิการไปพิจารณา ศึกษา ผมเข้าใจว่าท่านทําเกินที่รัฐธรรมนูญกําหนด อาจจะไม่สอดคล้องรัฐธรรมนูญด้วย ผมเปึนห่วงจริง ๆ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ถ้าหลายฝ์ายเห็นว่าควรตั้งกรรมาธิการ ซึ่งผมเองไม่เห็นว่าจําเปึน ไม่เห็นว่าจําเปึนเลย การรับข้อสังเกตจากกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเปึนวิสามัญซึ่งเปึนอย่างอื่นไม่ได้ เพราะท่านใช้ ระเบียบข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรป้ ๒๕๕๑ ตามมาตรา ๑๓๗ รัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่มีข้อบังคับการประชุมร่วม ท่านประธานครับ ตรงนั้นเขียนว่า เปึนวิสามัญอย่างเดียว ไม่มีกรรมาธิการร่วม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานมี ๒ อย่างครับ ๑. ไม่จําเปึนต้องตั้งกรรมาธิการ ถ้าสภาแห่งนี้เห็นชอบ มันเปึนครั้งแรกของการพิจารณาตามมาตรา ๑๙๐ นะครับ หรือถ้าจะตั้งกรรมาธิการ ผมมี ทางออกให้ท่านประธาน ทางออกมาอย่างเดียวครับท่านประธาน ท่านประธานต้องบรรจุ เปึนระเบียบวาระใหม่ เสนอเปึนญัตติใหม่เท่านั้นเองครับ โดยอาศัยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ (๕) ที่เขียนบอกว่า มีมติให้รัฐสภาพิจารณาเรื่องอื่นในสมัยประชุมสามัญ นิติบัญญัติได้ตามมาตรา ๑๒๗ ท่านประธานจะทําไหมครับ ผมคิดว่าท่านประธานต้องทํา เพราะว่าถ้าไปใช้มาตรา ๑๓๖ (๕) พิจารณาแล้วตั้งกรรมาธิการ ผมคิดว่าไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญและจะบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของรัฐสภาไทยด้วย ผมขอกราบเรียนท่าน ประธานด้วยความเคารพครับ เพื่อหาทางออกอาจจะเปึนไปได้ท่านใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ท่านประธาน ข้อ ๔๖ อนุญาตให้เสนอญัตติเปึนปากเปล่าโดยไม่ต้องเปึนหนังสือล่วงหน้า ญัตติใน (๕) ข้อ ๔๖ ข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เราใช้วันนี้ ญัตติที่ ประธานอนุญาตตามที่เห็นสมควร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานถ้าจะพิจารณา ให้ถูกจะตั้งกรรมาธิการผมไม่ได้ขัดครับ แต่ว่าถ้าการนําเอาสัญญาต่าง ๆ ที่จะเข้ามา ในนามมาตรา ๑๙๐ ในครั้งต่อ ๆ ไป ผมเข้าใจว่าจะดีกว่านี้ เพราะเปึนกระบวนการ การเริ่มต้น วรรคสามจะเข้ามาก่อนก่อนที่จะเข้ามาตัดสินนะครับ ครั้งนี้ก็ได้ครับ ถ้าจะเอา เรื่องกรรมาธิการ แต่ผมขออนุญาตเสนอท่านประธานว่าเสนอเปึนญัตติให้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๕) และท่านประธานอนุญาตให้เสนอญัตติได้ และเสนอญัตติตาม มาตรา ๑๓๖ (๕) ให้รัฐสภาแห่งนี้มีมตินําเรื่องตั้งกรรมาธิการไปพิจารณาศึกษา หนังสือสัญญาของความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์น ตรงนี้ผมคิดว่าน่าจะกระทําได้ ฝากท่านประธานพิจารณาครับ
เชิญคุณอลงกรณ์ สุดท้ายแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริงกระผมมีอยู่ ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องโจรสลัดชีวภาพและโจรขยะ
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าว และ
ประเด็นที่ ๓ คือประเด็นเรื่องการทํางานร่วมกันระหว่างรัฐสภากับรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเอฟทีเอภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐
เรื่องแรกคือเรื่องที่เราจําเปึนอย่างยิ่งครับที่จะต้องทํางานใกล้ชิดภายใต้ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะว่าหลังจากที่การเจรจาการค้าเสรีรอบโดฮาขององค์การ การค้าโลกหรือดับเบิลยูทีโอประสบความล้มเหลวเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในการประชุมที่ฮ่องกง นั่นคือความล้มเหลวตลอด ๗ ป้ที่ผ่านมาในการทําความตกลงเรื่องการค้าขององค์การ การค้าโลก นับแต่ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมา ยังป่ดยกไม่ได้ ยังป่ดฉากไม่ได้ ยังไม่สามารถ บรรลุข้อตกลง เพราะฉะนั้นจึงทําให้กระแสของการทําเอฟทีเอนั้นสูงมาก ๗ ป้ของความ ล้มเหลวในการเจรจารอบโดฮาของดับเบิลยูทีโอนั้น ก่อให้เกิดการแสวงหาความตกลง ในรูปแบบของทวิภาคี หรือทวิภาคีแบบพหุภาคีในรูปเอฟทีเอนั้น ไม่น้อยกว่า ๕๔ ข้อตกลงจากทั่วโลก สําหรับประเทศไทยนั้นท่านประธานคงทราบว่าเรามีข้อตกลง การค้าเสรี ๕ ฉบับด้วยกัน ฉบับ ๑ ก็คือ ไทย - ออสเตรเลีย เอฟทีเอ ไทย - นิวซีแลนด์ เอฟทีเอ ไทย - อินเดีย ซึ่งมีจํานวนสินค้ายังอยู่จํากัดอยู่ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ฉบับที่ ๔ ก็คือ เขตการค้าเสรีอาเซียน - จีน คล้าย ๆ วันนี้ครับ อันนี้เขตการค้าเสรี อาเซียน - ญี่ปุ์น แล้วก็ฉบับที่ ๕ คือเขตการค้าเสรีไทย – ญี่ปุ์น ที่เรียกว่าเจเทปา ความจริงเจเทปาหรือว่าเขตการเสรีไทย - ญี่ปุ์นที่ทําความตกลงไป รายการสินค้า ความแตกต่างที่ได้สิทธิประโยชน์ระหว่างไทยญี่ปุ์นนั้นกับกรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน ญี่ปุ์นที่กําลังพิจารณาในรัฐสภาแห่งนี้นั้น ถ้าคิดเปึนมูลค่าต่างกันไม่ถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ครับ ไม่ได้มากมายอะไรหรอก แต่ถามบอกว่าจําเปึนไหมในแนวทางที่เราต้องเดิน เพราะว่าประเทศไทยโดยโครงสร้างเศรษฐกิจ รายได้การส่งออกของเราสูงถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เราไม่มีทางหลีกเลี่ยงเลยในเมื่อประเทศของเรานั้นพึ่งพารายได้ จากการส่งออก เพราะฉะนั้นการขยายตลาดหรือการขยายการค้าที่เรียกว่าเทรด ครีเอชั่น จําเปึนเหลือเกินไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม และที่สําคัญคือในเอเชียครับเรามีรายได้ การท่องเที่ยวทอป ไฟว์ (Top five) ๕ อันดับแรกของนักท่องเที่ยวที่เข้ามา มาจากเอเชีย ใน ๕ อันดับแรก แต่ทางด้านการค้าในเอเชียของเรานั้นยังอยู่ในระดับต่ํา เพราะฉะนั้น การทําข้อตกลงในเรื่องเขตการค้าเสรีอาเซียน - ญี่ปุ์น ซึ่งไทยเปึนส่วนหนึ่งนั้นเปึนความ จําเปึน และเรียนท่านประธานว่าผมเห็นชอบด้วยเพราะว่ามันริเริ่มและดําเนินการในสมัย รัฐบาลชวน ๒ จําได้ว่าตอนนั้นวันที่ ๗ ตุลาคม ป้ ๒๕๔๓ ที่เชียงใหม่เปึนการประชุม คณะกรรมการเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์น ครั้งที่ ๗ คือจุดก่อกําหนดของการเกิดขึ้นของ เอเจเซปครับจนถึงวันนี้ ดังนั้นเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่สําคัญก็คือรูปแบบการทํางาน จากนี้ เพราะว่าเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ก็คือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง รัฐมนตรี เศรษฐกิจอาเซียนก็มีการประชุมกันที่สิงคโปร์เพื่อที่จะให้บรรลุในความตกลงให้เกิดขึ้น ก็คือ ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน - อินเดีย แล้วก็ภายในสิ้นป้นี้คือเดือนธันวาคม เนื่องจากเราเปึนประธานอาเซียนด้วย ก็หวังว่าเขตการค้าเสรีอาเซียน - ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ก็คงจะบรรลุความตกลงได้ นั่นจะแสดงให้เห็นว่ารัฐสภาจะต้องมี การพิจารณาตามขั้นตอนมาตรา ๑๙๐ อย่างต่อเนื่อง แต่วันนี้เอาเถอะเราไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว ทําให้กระบวนการเหล่านี้จบสิ้นลงและภายใต้ความเห็นชอบ ของรัฐสภา แต่ผมเรียนท่านประธานว่าหากเปึนไปได้อยากให้มีคณะกรรมาธิการของ รัฐสภาในการติดตามในเรื่องของเอฟทีเอภายใต้มาตรา ๑๙๐ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้นะครับ ทําต่อไปเพราะยังมีประเด็นวันที่ ๑๗ กันยายนนี้ ผมติดตามนะครับ กระทรวงพาณิชย์ ท่านก็จะเป่ดสัมมนาผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องของการทําเอฟทีเอระหว่างอาเซียนกับอียู เพราะฉะนั้นท่านประธานครับขอเวลานิดเดียวครับที่จะฝากไว้ก็คือว่า ในเรื่องของข้าว ซึ่งท่านประธานก็คงเปึนห่วงเหมือนผมนะครับ อีกประมาณ ๑ นาทีครับ ก็คือว่าผมได้รับ มอบหมายจากท่านประธานร่วมไปเปึนคณะผู้แทนไทยในการประชุมสหภาพรัฐสภา ที่แอฟริกาใต้เมื่อเดือนเมษายน ผมได้เปึนหัวหน้าคณะในการเจรจากับคณะผู้แทนรัฐสภา ของญี่ปุ์น ซึ่งก็คืออดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเปึนคนที่ทําการ เจรจาในเรื่องเอฟทีเอ ไทย - ญี่ปุ์น ท่านประธานครับ สิ่งเดียวที่เขาปฏิเสธมาตลอดในการนั่งคุยกัน ๒ ฝ์าย ใกล้ชิดมาก ปรากฏว่าเรื่องข้าวและสินค้าเกษตรครับ และนั่นคือสิ่งที่ทําให้รัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาล ท่านทักษิณนั้นในระหว่างการเจรจาเจเทปา หรือเขตการค้าเสรีไทย – ญี่ปุ์น ต้องยอมถอน สินค้าข้าวออกจากการเจรจา ซึ่งความจริงแล้วผมไม่อยากให้ถอนเลยครับ เกษตรกร ผู้ผลิต ปลูกข้าวของเรานั้นถือเปึนกระดูกสันหลังต้องสู้ต่อไปครับโดยความร่วมมือ ในรูปแบบใดก็ตาม ส่งวัตถุดิบแล้วเขาก็แปรรูป เขาเก่งการตลาด อย่างนี้เกษตรกรไปได้ หรือในรูปแบบของความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิต เกษตรกรของเรากับเกษตรกร ผู้บริโภคของญี่ปุ์น อย่างสหกรณ์โตโต้ (TOHTO) อย่างนี้เปึนต้น มันร่วมมือได้ในรูปแบบ ที่พลิกแพลงต่อไป เพราะว่าการค้าเปึนทั้งคู่ค้าและคู่แข่ง มีเรื่องของความได้เปรียบและ เสียเปรียบ แน่นอนทุกประเทศต้องการที่จะรักษาประโยชน์ของตน แต่ว่ายุทธศาสตร์วิน วิน (Win Win) ของเราที่ยึดมาตลอดของประเทศไทยนั้นก็บรรลุได้ถึงข้อตกลงมาได้ ๕ ฉบับ แต่ขณะเดียวกันมันไม่จบอยู่วันนี้ครับ ยังต้องมีการทบทวน ยังต้องมีการเจรจา ต่อรอง และในเรื่องการแก้ไขผลกระทบที่จะต้องบรรเทาต่อกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับ ผลกระทบ หรือกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นที่ได้รับผลกระทบนั้นเราก็มีมาตรการเอสเอชจี (SHG) ในการแก้ไขบรรเทาสิ่งเหล่านี้ แต่ว่าต้องทํางานต่อเนื่องกันนะครับ
ผมขอสรุปในท้ายที่สุดว่าขอฝากถึงท่านรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็คณะ ผู้เจรจา ตลอดจนคณะกรรมาธิการที่เราจะมีการตั้งขึ้น นั่นก็คือในเรื่องของความตกลง ฉบับนี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของขยะพิษแล้วก็ขยะอุตสาหกรรม ตลอดจนในเรื่องของ ทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งยังมีจุดอ่อนครับ เขาเรียกว่า ทิปส์ พลัส (Tips plus) ยังเปึนจุดอ่อนจริง ๆ เรามีประสบการณ์เมื่อป้ ๒๕๔๕ ท่านประธานคงจําได้ว่า รัฐบาลคราวที่แล้วโน้นนะครับเมื่อป้ ๒๕๔๕ ได้เสนอเรื่องกองทุนป์าเขตร้อน ไทย - สหรัฐครับ แต่ว่าเข้ามาในสภาแห่งนี้เราก็ได้ให้เห็นว่ามีอันตรายจากเรื่องของ โจรสลัดชีวภาพ จนกระทั่งรัฐบาลยอมรับว่ามีช่องโหว่ตรงนั้นจริง ๆ ในที่สุดก็ถอนไป เพราะฉะนั้นความตกลงต่าง ๆ นั้นมันเปึนเรื่องของความได้เปรียบเสียเปรียบ เปึนเรื่อง ของการที่ดูแลในเรื่องผลประโยชน์ของชาติ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องระมัดระวังครับ วันนี้ ไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขใด ๆ ผมไม่ทราบว่าจะมีจุดอ่อนมากน้อย แค่ไหน แต่ว่าต่อไปข้างหน้าเราจะต้องระมัดระวัง แล้วถ้าเปึนไปได้ในช่วงของการที่มีผล บังคับใช้แล้ว หรือข้อตกลงเอฟทีเอกับกลุ่มต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไป ผมคิดว่าเราต้องป่ด ช่องและรับฟังความหลากหลายทางความคิดที่สะท้อนมา
คงจะพอกระมังครับ
นั่นคือ ประโยชน์ของชาตินะครับ เพราะฉะนั้นต้องขอขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่ให้ โอกาสในการนําเสนอประเด็นต่าง ๆ ว่าด้วยในเรื่องความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ระหว่างอาเซียน - ญี่ปุ์น ครับ ขอบคุณมากครับ
การอภิปรายก็สิ้นสุดแล้วนะครับ เนื่องจากว่าการให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในเรื่องไทย - ญี่ปุ์น สัญญาไทย - ญี่ปุ์น นี้นะครับ เพื่อจะให้กระบวนการตามรัฐธรรมนูญผมก็อยากจะให้ทางท่านรัฐมนตรี มอบหมายให้อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ช่วยชี้แจงสักเล็กน้อยเพื่อบันทึก ไว้เปึนหลักฐาน เชิญครับ คือว่าเรื่องราวที่เขาถามมาบางประเด็นนะครับ
กระผม ขออนุญาตให้อธิบดีกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศชี้แจงครับ
เชิญครับ เพราะเขาสงสัยว่าไปเซ็น เมื่อไร อะไร อย่างไร เซ็นแล้วหรือยังอะไรต่าง ๆ ต้องชี้แจงให้เข้าใจครับ
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกรัฐสภาครับ ผม วิชัย ศิริสุจินต์ ผู้อํานวยการกองพัฒนางานกฎหมายระหว่างประเทศ กรมสนธิสัญญาและ กฎหมาย จะขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับในแง่กฎหมายนะครับ ประเด็นในแง่กฎหมายเกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เท่าที่ได้ฟัง
ท่าน ผอ. ครับ ท่านช่วยชี้แจงในกรณี เรื่องนี้ ไม่ต้องไปยาวหรอกครับ เรื่องนี้ไปเซ็นสัญญาเมื่อไร แล้วมีข้อผูกพันอย่างไรนะครับ
ครับผม ที่ฟังมาก็มีประเด็นที่ทางรัฐสภาเห็นว่ายังจะมีอะไรที่ไม่สอดคล้องกับ มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะมีประเด็นในเรื่องกรอบการเจรจามีประเด็น ในเรื่องการลงนาม แล้วก็เรื่องการเสนอขอความเห็นชอบจากสภาเปึนขั้นตอนไหนของ มาตรา ๑๙๐ ผมจะขอเรียนชี้แจงสั้น ๆ นะครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง หนังสือสัญญาใดบ้างที่จะต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งก็มีหนังสือสัญญาที่มี ผลผูกพันทางด้านการค้า การลงทุน งบประมาณของประเทศ ซึ่งผมคิดว่าการตกลง ฉบับนี้เปึนความตกลงที่มีผลผูกพันทางด้านการค้า รัฐบาลจึงได้เสนอเรื่องนี้เพื่อขอความ เห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง นะครับ ทีนี้ก่อนมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ก่อนการดําเนินการเพื่อให้หนังสือสัญญาตามวรรคสองนะครับ คณะรัฐมนตรีต้องให้ ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับ หนังสือสัญญาฉบับนั้น ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา เพื่อขอความเห็นชอบด้วย
ท่าน ผอ. ครับ ผมเรียนเมื่อสักครู่แล้ว คือว่าเขาอยากทราบว่าความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์นเราไปเซ็นสัญญา เมื่อไร เซ็นแล้วหรือยัง หรือยังไม่ได้เซ็น
ถ้าอย่างนั้นจะขอความกรุณาชี้แจง
สั้น ๆ ไม่ต้องยาว ที่ท่านพูดไป มันยาว มาตรา ๑๙๐ เขารู้กันเต็มสภาแล้วครับ พวกผู้แทนราษฎร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางสาวชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ขอเรียนชี้แจง เกี่ยวกับการเซ็นสัญญาฉบับนี้นะคะ สัญญาอาเซียน - ญี่ปุ์นเริ่มเจรจากันตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ แล้วเจรจาเสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งขณะนั้นเรามีรัฐธรรมนูญ บังคับใช้เมื่อปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังนั้น มาตรา ๓๐๕ วรรคห้า ได้บอกว่า ในเรื่องของการขอกรอบเจรจาเรื่องใดที่ดําเนินการไปแล้วก็ให้ถือว่าไม่ต้องมาขอ กรอบเจรจา แต่หลังจากนั้นเราได้มีการลงนามในสัญญานี้ ไปเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งการลงนามในสัญญาอันนี้เขาได้มีข้อบทเขียนเอาไว้ในข้อบทของสัญญา ว่า ทุกประเทศสมาชิกจะต้องลงนามในสัญญาแล้วสัญญานี้จะยังไม่มีผลใช้บังคับจนกว่า จะมีการยื่นสัตยาบัน ศาลผูกพันให้มีผลบังคับใช้กับประเทศนั้น ๆ อันนี้เขียนไว้ในสัญญา ชัดเจน ดังนั้นเมื่อมีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ บัญญัติใช้ กระทรวงพาณิชย์จึงได้นําเสนอ เพื่อของความเห็นชอบต่อรัฐสภาก่อนที่จะไปให้สัตยาบันให้มีผลบังคับใช้กับประเทศไทย ขอบคุณค่ะ
ก็พอทราบคร่าว ๆ ว่าหลังจาก กฎหมายรัฐธรรมนูญได้ประกาศใช้แล้วนะครับ ตามที่ท่านวุฒิสมาชิกได้เรียนเมื่อสักครู่ คุณสุรชัย ได้เรียนแล้วนะครับ ปัญหามันก็จําเปึนที่จะต้องดําเนินการ ทีนี้กระผมใคร่จะ เรียนถามว่า มันไม่ใช่ตัวร่างพระราชบัญญัติ ถ้าเราโหวตลงมติเห็นชอบไปเลย ไม่จําเปึนต้องตั้งกรรมาธิการนะครับ ฉะนั้นผมอยากปรึกษาว่า ถ้ากระบวนการของ สภาผู้แทนราษฎรเรานั้น เราก็ใช้มาตรา ๑๓๖ (๑๕) เปึนหลัก ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ เราใช้เปึนหลักเลยว่า เมื่อชี้แจงแล้วเราก็ยังไม่เห็นชอบตอนนี้ เราก็มีสิทธิที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณาก่อนที่จะลงมตินะครับ มันก็เข้าในรูปนั้นใช่ไหมครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ เชิญช่วยชี้แจงหน่อยครับ เพราะว่าท่านเปึน คนเสนอ ความจริงก็ขอเห็นชอบ ไม่เห็นชอบเท่านั้นเองครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ เมื่อช่วงบ่ายหลังจากที่กระผมเสนอแล้วก็ท่านรัฐมนตรีไม่ขัดข้อง ท่านก็ ให้กระผมไปบอกทางวิปนะครับ ผมได้รับแจ้งจากทางวิปว่าตกลงกันว่าจะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการ แล้วก็กรอบเวลาขอ ๑๕ วัน นั่นคือสิ่งที่ผมรับทราบครับ ต้องถาม ทางวิปครับ
ถ้าจะเอาอย่างนั้นก็คือหมายความว่า เรายังไม่รับว่าเห็นชอบ เราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาก่อน อย่างนั้นใช่ไหมครับ ในกรณีเรื่องนี้ อย่างนั้นหรือเปล่าครับ ผมถามที่ประชุม เชิญครับท่านกุเทพครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้กราบเรียนต่อที่ประชุม ก่อนหน้านี้นะครับว่าเมื่อใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ ก็ทําให้เกิดปัญหาอยู่เหมือนกันว่าการตั้งกรรมาธิการนั้นจะออกมาแบบใด และที่สําคัญก็คือว่าการพิจารณาจะพิจารณาในฐานะเปึนร่างพระราชบัญญัติหรือญัตติ และที่สําคัญท่านประธานครับเมื่อตั้งกรรมาธิการแล้วท่านประธานก็ต้องเรียกประชุม รัฐสภาอีกครั้งหนึ่งเพื่อมารับรอง และผมก็คิดว่าตรงนั้นก็คงเปึนภาระของพวกเรา แต่ว่า ก็ไม่ได้ขัดข้องหรอกครับท่านประธานครับ แต่เพียงกราบเรียนให้เห็นว่าความจําเปึน ที่จะต้องทําถึงขั้นนั้นจําเปึนไหม เพราะวันนี้ก็ได้ฟังและก็ไปศึกษาก็จะไม่ได้แก้เลย ท่านรัฐมนตรีก็ยืนยันว่าแก้ไม่ได้เลย แล้วก็อาจจะไปทําเพียงข้อสังเกตมาว่ามีความเห็น อย่างไร แล้วก็มาสู่ที่ประชุมนี้อีกครั้งหนึ่ง การประชุมร่วมรัฐสภาก็คงไม่ใช่ทําได้ง่าย ๆ นัก ผมก็คิดว่าตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับทางพวกเราว่าจะตกลงกันอย่างไร เพราะท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรท่านก็เสนอด้วยเจตนาดีนะครับ ผมก็เพียงแต่กราบเรียนตรงนี้ครับ
เชิญท่านวิทยาครับ ช่วยชี้แจงหน่อย
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอประทานโทษนะครับท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่เรียนว่าวิปมีการ หารือกัน ผมเรียนตามข้อเท็จจริงว่าประเด็นของตัวกระผมเองนั้นเสนอความคิดเห็นว่า ให้ขอความเห็นในกรณีว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ แต่ท่านสมาชิกบางท่านบอกว่า ก่อนที่จะแสดงความเห็นชอบน่าจะมีการศึกษาหรือตั้งกรรมาธิการ เพื่อดูประเด็นนี้ก่อนว่า เปึนอย่างไร แต่ความเห็นส่วนตัวผมเรียนตามตรง ด้วยความเคารพท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เมื่อเช้าผมได้ฟังการอภิปรายแสดงความคิดเห็นในส่วนนี้ก็ยัง เปึนประเด็นที่ผมยังบอกว่าผมมีมติในส่วนของวิปพิจารณาให้ความเห็นชอบก็น่าจะ พอเพียงสําหรับการเสนอโดยกระทรวงพาณิชย์ โดย ฯพณฯ รัฐมนตรีได้เสนอขอความ เห็นชอบจากรัฐสภา ส่วนตัวผมเองขออนุญาตนําเรียนด้วยความเห็นว่าหากรัฐสภาแห่งนี้ ได้แสดงความเห็นชอบโดยไม่ตั้งกรรมาธิการ ตัวกระผมเองไม่ขัดข้องครับท่านประธาน
เชิญคุณวรินทร์ เทียมจรัส
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม วรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกของรัฐสภานะครับ ในฐานะวุฒิสภานะครับ ผมเห็นว่าการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษา แล้วก็จะเห็นว่า ถ้ามันมีข้อบกพร่องกระบวนการต่อไปก็คือว่ารัฐสภาแห่งนี้จะรับหรือไม่รับคือไปพิจารณา อีกขั้นตอนหนึ่ง ไม่ใช่สุกเอาเผากิน ทําเหมือนสภาขี้เกียจที่จะทํางานว่ากันตรง ๆ อย่างนั้น ก็ได้ครับ เรามีหน้าที่ที่จะต้องพิจารณากฎหมายทุกฉบับที่มีผลกระทบโดยตรงกับ ประชาชน ผมไม่แน่ใจว่ากฎหมายฉบับนี้จะต้องผ่านกระบวนการลงประชามติก่อนหรือไม่ เพราะว่าขั้นตอนตามมาตรา ๑๙๐ นั้นจะหมดขั้นตอนไว้ทั้งหมดที่วุฒิสภาแห่งนี้จะต้องทํา ให้ถูกต้องทั้งสิ้น ขอบคุณครับ
เชิญคุณสาทิตย์
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ์ายค้านนะครับ ผมถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานเพื่อจะเล่าข้อเท็จจริงให้ฟังว่ามีการพูดคุยกันก่อน หน้านี้นะครับ โดยผมแล้วก็ประธานวิปรัฐบาล
เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ คือเอกสารที่ ท่านเซ็นกันทั้ง ๓ ท่านนั้น ทั้ง ส.ว. ทั้งวิปฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลถึงผมนี่นะครับ ผมทราบ แล้วว่าตั้งคณะกรรมาธิการ
ใช่ครับ
ทีนี้กระบวนการในการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญจะทําอย่างไร เพราะว่าตัวเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องพระราชบัญญัติ หรือญัตติ มันเรื่องสัญญา ผมก็ไม่เคยผ่านเรื่องนี้ จึงต้องปรึกษาที่ประชุมครับ
ก็แปลว่า ตกลงกันแล้วว่าจะต้องตั้งกรรมาธิการ ถูกไหมครับ บังเอิญสักครู่นี้มีการหารือกันว่า ตั้งหรือไม่ตั้งอย่างไร ก็เลยลุกขึ้นมายืนยันเท่านั้นแหละครับว่า ก็คุยกันแล้ว อย่างที่ ท่านประธานทราบว่าจะตั้งนะครับ ส่วนกรณีจะตั้งอย่างไรมันก็เปึนขั้นตอนที่หลังจากนี้เรา ก็คงให้ความเห็นชอบ ส่วนคณะที่ตั้งกันไปนี้จะเรียกว่าเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือไม่ อย่างไร ก็จะเปึนคณะซึ่งรัฐสภาเห็นชอบไปศึกษาเรื่องที่รัฐสภามีการประชุมกัน วันนี้ ก็คือข้อตกลงเรื่องของหุ้นส่วนเศรษฐกิจเรื่องอาเซียน – ญี่ปุ์น แล้วก็กําหนด กรอบระยะเวลาไป ผมก็คิดว่าสามารถที่จะดําเนินการตั้งแล้ว แล้วก็กําหนดระยะเวลา แล้วก็กลับมารายงานต่อรัฐสภาครับ
คือคงไม่มีปัญหา เพราะว่าเรา ประชุมร่วมรัฐสภา รัฐสภานี้ออกอะไรมาก็ได้ ถ้ามติที่ประชุมเกินกึ่งหนึ่งแล้วใช้ได้ทั้งนั้น ไม่มีปัญหาครับ ก็เห็นมีคุณชัยวัฒน์ มีอะไร ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ชัยนาท ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งครับ แล้วก็ได้เรียกเป่ดประชุมรัฐสภาในครั้งนี้ เพื่อที่จะให้พวกเราได้พิจารณา แม้ว่าเมื่อวานนี้ จะมีความเหน็ดเหนื่อย เมื่อคืนถึงตีหนึ่งเศษนะครับเกือบตีสอง พวกเราก็ยังมาปฏิบัติ หน้าที่ ก็ห่วงแต่ท่านประธานนะครับ ก็อาวุโสพอสมควรอายุ ก็ยังแข็งแรงก็ขอให้ดูแล สุขภาพด้วยท่านประธานครับ อยากจะให้เปึนคุณพ่อผมอยู่นาน ๆ ท่านประธานครับ คืออย่างนี้ครับ ในเรื่องของสนธิสัญญานี้ครับ ในเมื่อเราได้ไปดําเนินการในเรื่องของ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียนของญี่ปุ์นแล้ว ก็ต้องอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า โดยข้อบังคับของรัฐธรรมนูญ และก็แนวปฏิบัติ ซึ่งท่านประธานก็บอกยังไม่มี ได้เห็นได้พบ หรือได้ดําเนินการ แม้ท่านประธานจะอยู่สภาแห่งนี้มาเนิ่นนานก็ตามแต่ ผมอยากจะ กราบเรียนด้วยระยะเวลาของข้อตกลงที่เราจะต้องปฏิบัติ ซึ่งมีระยะเวลาเหลือเพียง ไม่กี่วัน เพื่อให้ดําเนินการได้สําเร็จเสร็จสิ้น เรียบร้อย แล้วก็ในโอกาสต่อไปพวกเราก็จะได้ พิจารณาในข้อคิดเห็นอื่น ๆ นะครับ จะเปึนเรื่องใดก็ตามแต่ ซึ่งจะเปึนข้อสังเกตในเรื่องนี้ ที่เราพิจารณา หรือแม้แต่สมาชิกทั้งหลายได้พิจารณาแล้ว แต่วันนี้ขอเปึนการ ลงมติผ่านไปก่อนนะครับท่านประธาน ผมเห็นควรเปึนอย่างนั้นนะครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ถ้ามันผ่านเห็นชอบไปแล้วนะครับ ก็ตั้งไม่ได้ ถ้าเห็นชอบก็ทําไปเท่านั้นเอง เชิญคุณพิษณุ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ จากที่ได้ฟังเพื่อนสมาชิกทุกท่านอภิปรายมา ผมเห็นว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ที่เราพิจารณานี้อยู่ ๒ – ๓ กฎหมาย อันดับแรกคือกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ซึ่งเปึนหน้าที่ของรัฐสภาเราพิจารณา นอกจากนั้นก็มีมาตรา ๑๓๖ ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา แล้วอีกอันหนึ่งก็คือข้อบังคับ ข้อ ๔๖ เพราะฉะนั้น รวมทั้ง ๓ อย่างแล้วกระผมใคร่ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์น เพื่อให้เราได้รับทราบข้อเท็จจริงก่อนที่เรา จะตัดสินใจต่อไป ขอผู้รับรองด้วยครับ
ครับ มีผู้รับรองเกิน ๑๐ คนก็ใช้ได้ ใช้ได้แล้วครับ ท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่น มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ นําเรื่องความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์นไปศึกษาก่อนความเห็นชอบ แล้วนําสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้งหนึ่ง ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นครับ ตั้งคณะกรรมาธิการอะไรครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ชื่อคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น และก็ขอเสนอ สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ จํานวน ๓๖ คนท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ สัดส่วนของ คณะกรรมาธิการก็มีดังต่อไปนี้ รัฐบาล ๓ ส.ว. ๘ ส.ส. ๒๕ เดี๋ยวผมแจ้งให้ทราบ ก่อนครับ ส่วนพรรคต่าง ๆ มีสัดส่วนดังนี้คือ ส.ว. ท่านรับไป ๘ ท่านแล้ว แล้วก็ พลังประชาชน ๑๒ ท่าน ประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน ชาติไทย ๒ ท่าน เพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน มัชฌิมาธิปไตย ๑ ท่าน รวมใจไทยชาติพัฒนาและประชาราช ๑ ท่าน
ท่านประธานครับ
เชิญครับ ที่ ๓ ท่านเสนอมา มันผิดพลาดนะครับ ทีหลังท่านต้องระมัดระวังก่อนครับ อย่าหลอกประธานเรื่อย ๆ อย่างนี้ไม่ดีครับ เชิญคุณพิษณุ
ไม่ได้หลอกท่านประธานครับ ดูว่าท่านประธานง่วงหรือเปล่า ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหม่และก็เปึนเรื่องสําคัญด้วย ซึ่งเราดูแล้วเปึนหน้าที่ ของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งจากการสังเกตแล้วจากการศึกษาแล้ว ทาง ครม. ก็ไม่มีส่วนก็คือ อาศัยโควตาของพรรคการเมืองต่าง ๆ จึงขอเสนอท่านประธานสัดส่วนดังนี้ ส.ว. ๙ คน ส.ส. ๒๗ คน พรรคพลังประชาชน ๑๓ คน พรรคประชาธิปัตย์ ๙ คน พรรคชาติไทย ๒ คน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย ๑ คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคประชาราช ๑ คน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ผมเรียนถาม ที่ประชุมต้องนับองค์ประชุมให้ครบไหมครับ ต้องไหม ถือว่าที่ประชุมครบแล้ว ๔๐๐ กว่าท่านใช่ไหมครับ ก็ถือว่าที่ประชุมไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอื่น ช่วยเสนอชื่อเลย ฝ์ายรัฐบาลเสนอก่อน ถ้าอย่างนั้นรัฐบาลไม่เกี่ยว เชิญวุฒิสมาชิก เสนอก่อน ท่านวิทยา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกรัฐสภา ในฐานะที่เปึนเลขานุการคณะกรรมาธิการ วิสามัญกิจการวุฒิสภา ขอเสนอรายชื่อในสัดส่วนของสมาชิกวุฒิสภา จํานวน ๙ ท่าน ดังนี้ ๑. ท่านนฤมล ศิริวัฒน์ ๒. ท่านวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ๓. ท่านสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ๔. ท่านพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ๕. ท่านถนอม ส่งเสริม ๖. ท่านรสสุคนธ์ ภูริเดช ๗. ท่านอนุศักดิ์ คงมาลัย ๘. ท่านชลิต แก้วจินดา และ ๙. คุณสุรจิต ชิรเวทย์ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด หนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์น จํานวน ๑๓ ท่านดังนี้ครับ ๑. นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ๒. นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ๓. นายวีรชัย พลาศรัย ๔. ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ๕. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ๖. นายสุทธิชัย จรูญเนตร ๗. นายนิรมิต สุจารี ๘. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๙. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ๑๐. นายสงวน พงษ์มณี ๑๑. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๑๒. นางนฤมล ธารดํารงค์ ๑๓. นายธเนศ เครือรัตน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป ก็ประชาธิปัตย์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายนามของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ อาเซียน – ญี่ปุ์น ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ดังนี้ ๑. ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ๒. นายเกียรติ สิทธีอมร ๓. นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ๔. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๕. ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ๖. หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ๗. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ๘. ดอกเตอร์คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และ ๙. นายจุติ ไกรกฤษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป พรรคชาติไทย ๒ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรีจากพรรคชาติไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาในส่วนของพรรคชาติไทย ขอเสนอ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร และนายยุทธนา โพธสุธน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรค เพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน เชิญครับ
ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นครราชสีมา) : ดิฉัน ร้อยตรี (หญิง) ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอ ชื่อคณะกรรมาธิการพิจารณาความตกลงหุ้นสวนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น นายนรพล ตันติมนตรี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป พรรคมัชฌิมาธิปไตย ๑ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมาโนช เฮงยศมาก สมาชิกรัฐสภา ขอเสนอ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน ตามสัดส่วน ของพรรคมัชฌิมาธิปไตย ๑ ท่าน คือนายสมนึก เฮงวาณิชย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไป พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคประชาราช ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น ในสัดส่วนพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และ ประชาราช จํานวน ๑ ท่าน ได้แก่ นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญ ท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อทบทวนอีกครั้ง จะมีการแก้ไขหรือไม่อย่างไรครับ เชิญครับ
รำ ย นำ ม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น ๑. นางนฤมล ศิริวัฒน์ ๒. นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ๓. นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ๔. นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ๕. นายถนอม ส่งเสริม ๖. นางรสสุคนธ์ ภูริเดช ๗. นายอนุศักดิ์ คงมาลัย ๘. นายชลิต แก้วจินดา ๙. นายสุรจิต ชิรเวทย์ ๑๐. นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ๑๑. นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ๑๒. นายวีรชัย พลาศรัย ๑๓. ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ๑๔. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ๑๕. นายสุทธิชัย จรูญเนตร ๑๖. นายนิรมิต สุจารี ๑๗. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๑๘. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ๑๙. นายสงวน พงษ์มณี ๒๐. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๒๑ นางนฤมล ธารดํารงค์ ๒๒. นายธเนศ เครือรัตน์ ๒๓. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ๒๔. นายเกียรติ สิทธีอมร ๒๕. นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ๒๖. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๒๗. นายศุภชัย ศรีหล้า ๒๘. หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ๒๙. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ๓๐. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ๓๑. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๓๒. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ๓๓. นายยุทธนา โพธสุธน ๓๔. นายนรพล ตันติมนตรี ๓๕. นายสมนึก เฮงวาณิชย์ และ ๓๖. นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์
ท่านสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านจะ ตกลงว่าจะนําความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์นนี้ไปศึกษากี่วันครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากว่าเวลาเรา มีจํากัด ท่านประธานครับ ทั้งจะต้องเร่งให้เสร็จเพื่อที่จะให้ทันกับทุกประเทศที่รอเราอยู่ เพราะฉะนั้นผมเสนอ ๑๕ วันครับท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านผู้ใด มีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้นําเรื่อง ข้อตกลงเรื่องหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น ๑๕ วันนะครับ ก็เปึนการจบการพิจารณา เรื่องข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น เชิญคุณเอกพจน์ ปานแย้ม เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายเอกพจน์ ปานแย้ม ครับ
เดี๋ยวครับ ผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ และท่านรัฐมนตรีนะครับ กลับไปพักผ่อนได้ครับ ๑๕ วันครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม เอกพจน์ ปานแย้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคชาติไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตได้อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ครับ และขอให้ที่ประชุมได้พิจารณา ขอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมเรื่องอื่น ๆ ในเรื่องของ การเลือกตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. .... ได้ขึ้นมา พิจารณาก่อน ซึ่งกระผมได้มีเหตุผลที่จะนําเรียนต่อท่านประธานว่า จะสังเกตว่า ในการประชุมของทั้ง ๒ สภา ในขณะนี้เราได้มีการใช้ข้อบังคับในแต่ละสภามาเปึน ระยะเวลาหนึ่งแล้วนะครับ แต่เนื่องจากว่าในช่วงนี้เราจะต้องมีการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา
คือท่านเสนอเลื่อนใช่ไหมครับ
ผมจะได้นําเรียนเหตุผลท่านประธานว่า ได้มีเหตุผลในการที่จะขอเลื่อนครับ สั้น ๆ ครับ ท่านประธาน
ท่านบอกเลยว่าเปึนอย่างไร ไม่ต้อง ให้เหตุผลหรอก เพียงแต่ว่าท่านขอผู้รับรองก็แล้วกัน เพื่อรวบรัด
ถ้าอย่างนั้นก็ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ทีนี้ผมขอ ปรึกษาที่ประชุมนะครับ คือการพิจารณาเรื่องที่มีความสําคัญ เช่น ร่างข้อบังคับนี้ ที่ประชุมต้องมีสมาชิกเข้าอยู่ในที่ประชุมเกินกึ่งหนึ่งนะครับ จึงครบและดําเนินการได้ แล้วมั่นใจไหมครับ ผมห่วงจะมีปัญหา เพราะว่าสมาชิกพอท่านโหวตเสร็จท่านก็กลับไป หมดแล้ว ผมจึงขอเลื่อนไปพิจารณาโอกาสหน้าในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ขอป่ดประชุมครับ