นคร มาฉิม หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโลกและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยึดหลักตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และการปกป้องเกษตรกรไทยจากการเสียหายที่เกิดขึ้นจากการผูกพันสิทธิ นอกจากนี้ยังขอขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่กำหนดหลักเกณฑ์และบรรทัดฐานในการตกลงร่วมกับรัฐบาล
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพ ต่อความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่าน เราไม่ปฏิเสธ แล้วก็ต้องพร้อมที่จะรองรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก การเคลื่อนไหวของโลกาภิวัตน์ เราต้องมีความพร้อมที่จะรองรับทุกสถานการณ์จาก การเปลี่ยนแปลงของโลกต่าง ๆ เราไม่ปฏิเสธครับว่าโลกยุคปัจจุบันนั้นใกล้ แล้วก็มี ความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วมาก มีการรวมกลุ่มของกลุ่มเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั่วโลกในทุก ภูมิภาคไม่ว่าจะเปึนทางอเมริกา ทางยุโรป ทางเอเชียของเราก็ญี่ปุ์นถือว่าเปึนมหาอํานาจ ทางเศรษฐกิจ เราในฐานะที่อยู่ในเอเชียแล้วก็เปึนส่วนหนึ่งในภูมิภาคนี้ในสังคมอาเซียน ก็ต้องยอมรับกฎของสังคมและก็พลวัตรของโลกที่หมุนเวียนไป แต่ว่าทําอย่างไรประเทศ ของเราถึงจะเดินรับกับทุกสถานการณ์อย่างมีศักดิ์ศรี มีความเท่าเทียมและยุติธรรมกับ ทุกฝ์ายระหว่างคู่ค้าและคู่สัญญา ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อไม่ให้ซ้ําประเด็น ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพียงสั้น ๆ หลักการก็คือ
อันที่ ๑ ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้ทุกฝ์ายไม่ว่าจะเปึนรัฐสภา รัฐบาล ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องยึดหลักตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เพราะที่ผ่านมาก่อนที่จะมีมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ฝ์ายบริหารหรือรัฐบาลจะไปทําข้อตกลงจะไปทําสนธิสัญญา จะไปทําที่ทําให้สิทธิระหว่าง รัฐไทยไปผูกพันกับรัฐอื่น ๆ ไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาเลยเปึนสิ่งที่น่าเสียใจเปึน อย่างยิ่ง ยกตัวอย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ก็คือการทําเอฟทีเอ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างข้อเท็จจริง ไทยได้ทําเอฟทีเอกับอินเดียเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๗ ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ได้ทําเอฟทีเอกับนิวซีแลนด์มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๘ มีสินค้าที่ นิวซีแลนด์ให้สิทธิพิเศษแก่สินค้า ๗,๔๓๓ รายการ ไทยให้สิทธิพิเศษแก่สินค้า ๕,๕๐๕ รายการ ท่านประธานที่เคารพครับ ไทยกับออสเตรเลีย ๖,๑๐๘ รายการ ที่ออสเตรเลียให้สิทธิพิเศษแก่ไทย ไทยให้สิทธิพิเศษแก่ออสเตรเลีย ๕,๕๐๕ รายการ ท่านประธานที่เคารพครับ จํานวนสินค้านับพันรายการ เกือบหมื่นรายการบางประเทศ บางส่วนเปึนกระเทียม บางส่วนเปึนหัวหอม บางส่วนเปึนผลไม้ ลําไย ผลไม้เมืองหนาว ผัก ข้าวโพด สินค้าต่าง ๆ อีกหลายอย่าง รัฐบาลเคยคํานึงถึงผลกระทบที่เกษตรกรในกลุ่ม อาชีพต่าง ๆ ทั่วประเทศจะได้รับผลกระทบไหมครับ รัฐบาลผ่านความเห็นจากรัฐสภา ซึ่งเปึนผู้แทนปวงชนก่อนที่จะให้ความเห็นชอบไหมครับ ไม่เคย แล้วปัจจุบันนี้ผลกระทบ ก็เริ่มปรากฏชัดแล้วครับท่านประธานครับ หัวหอม กระเทียม พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน หนัก บ้านผมที่ผมเปึน ส.ส. อยู่ที่พิษณุโลกข้าวโพดก็ราคาตกต่ํา ผักเพิ่งประท้วงกันไป เมื่อไม่นาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลยึดหลักการอันนี้ อยากจะให้ รัฐสภาไม่ยอมปล่อยหลักการอันนี้ว่าการกระทําใด ๆ ของรัฐบาลที่จะผูกพันระหว่าง รัฐไทยกับรัฐอื่น ไม่ว่าจะได้หรือเสีย หรือเท่าเทียมกันจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก รัฐสภา ตามบัญญัติของมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อปัองกันปัญหาที่ประเทศ ของเรา ลูกหลานของเราจะได้รับผลกระทบในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูรายละเอียดจากข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ จากรัฐบาลที่ได้เสนอมา ให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลงเอเจซีอีพี ผมอยากจะเรียนถามว่ามาตรการในการปกปัอง เรามีเพียงพอหรือยัง มาตรการปกปัองที่บัญญัติไว้ในข้อตกลงมีอยู่ ๒ อย่างก็คือ ขึ้นภาษี และลดภาษี แต่ว่าในกรณีบางข้อเท็จจริงซึ่งเกษตรกรที่จังหวัดพิษณุโลกได้ประสบก็คือ อย่างเช่นกรณีส่งมะม่วงไปที่ประเทศญี่ปุ์น ไม่มีมาตรการทางภาษีครับ แต่ว่ามีมาตรการ ในการกีดกันสินค้าทางการเกษตร เราจะต้องใช้เวลาในการพิสูจน์คุณภาพของผลิตผล ทางการเกษตร กว่าที่จะไปเป่ดตลาดญี่ปุ์นได้ใช้เวลาถึง ๑๕ ป้ ป้แรกต้องผ่าน ความเห็นชอบอะไรก่อนครับ ผิวไม่ดี ผิวไม่ได้มาตรฐาน ผ่านไปแล้ว ป้ที่ ๒ มีหนอน ป้ที่ ๓ มีสารเคมี ป้ที่ ๔ สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานครับ ป้ที่ ๑๕ บอกว่าผลิตภัณฑ์ที่บรรจุกล่อง คือกล่องไม่ได้เกี่ยวกับตัวเนื้อในของสินค้าไม่ได้มาตรฐาน คือบรรจุภัณฑ์ไม่ได้สวย ไม่ได้เปึนมาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ เราต้องใช้มาตรการในการดําเนินงานทั้งหมด ๑๕ ป้ กว่าที่จะเป่ดสินค้ามะม่วงไปที่ตลาดญี่ปุ์นได้ แล้วก็ยังมีอยู่จํากัด เพราะฉะนั้นผม จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าท่านมีมาตรการอย่างไรที่จะแก้ไข ที่จะส่งเสริม ที่จะปกปัองไม่ให้สินค้า ไม่ให้เกษตรกรของไทยได้รับผลกระทบ ได้รับ ความเดือดร้อนโดยมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี
ส่วนในกรณีอื่น ๆ อยากจะให้รัฐบาลสอบถามแล้วก็เร่งรัดแล้วก็ ประสานงานกับภาคีสมาชิกว่าในการลดภาษีต่าง ๆ เรามีระยะเวลาถึง ๑๐ ป้ บางครั้ง อาจจะได้เปรียบบ้าง บางครั้งอาจจะเสียเปรียบบ้าง แต่อยู่บนพื้นฐานเท่าเทียมกัน ซึ่งหลักการนี้ผมเห็นด้วย
เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะขอถือโอกานี้ได้ขอบคุณก็คือต้องขอถือโอกาสนี้ ในนามส่วนตัว ได้ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ได้วางหลักเกณฑ์ วางบรรทัดฐานไว้ว่า รัฐบาลก่อนที่จะทําข้อตกลงใด ๆ ยกกรณีเปึนคดีตัวอย่างก็คือ กรณีเขาพระวิหาร ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ซึ่งเปึนบรรทัดฐานที่ถูกต้องและดีที่สุด กราบขอบพระคุณครับ