วรงค ชี้ JTEPA ยากประชาชนเข้าใจ-ห่วงเกษตรกร-เสนอผลักดันสมุนไพรไทยสู่ญี่ปุ่น

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑ กันยายน ๒๕๕๑

วรงค เดชกิจวิกรม หารือเรื่องเขตการค้าเสรีและห่วงโซ่เศรษฐกิจ โดยชี้ว่าเนื้อหาเป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะเข้าใจ และเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ศึกษาผลกระทบกับเกษตรกรอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งหารือประเด็นเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่นและเอเจเซป โดยชี้ให้เห็นประโยชน์ต่อพืชผลทางการเกษตร และเสนอให้ผลักดันสมุนไพรไทยสู่ตลาดญี่ปุ่นโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีเรื่องที่จะเรียน เปึนข้อสังเกตผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีและคณะที่มาชี้แจงในวันนี้ เกี่ยวกับเรื่อง การทําเขตการค้าเสรีหรือหุ้นส่วนเศรษฐกิจ อยากจะบอกว่าเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เปึนเรื่องที่ยากจริง ๆ ครับ ผมมีความรู้สึกว่าประชาชนทั่วไปไม่สามารถที่จะทําความรู้ ความเข้าใจกับเรื่องพวกนี้ได้ โดยเฉพาะขนาดพวกเราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เวลามีการพูดถึงเรื่องหุ้นส่วนเศรษฐกิจ เรื่องเอฟทีเอ ความรู้ความเข้าใจนั้นยากจริง ๆ เมื่อมันยาก มันจึงเกิดผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง อาทิเช่น พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ภาคเหนือ โดยเฉพาะพี่น้องที่ปลูกหอม ปลูกกระเทียม ท่านประธานคงจะทราบดีนะครับ ว่า ในช่วงมีปัญหาเรื่องหอม กระเทียม ออกสู่ตลาดทีไร พี่น้องหอม กระเทียมมักจะต้องมี การทําการประท้วงเพื่อให้ได้ราคาที่สูงขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้เปึนผลพวงที่เกิดจากการทํา เอฟทีเอกับต่างประเทศ ดังนั้นผมถือว่าเปึนความโชคดีที่รัฐธรรมนูญป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้กําหนดไว้ในมาตรา ๑๙๐ เมื่อรัฐบาลจะไปเซ็นสัญญาเกี่ยวกับการทําเรื่องการค้าที่มี ผลกระทบ ต้องมีการนําเสนอต่อสมาชิกรัฐสภาได้พิจารณา อย่างน้อยจะทําให้สมาชิก รัฐสภาได้มีการศึกษาเรื่องพวกนี้อย่างจริงจังและมีความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น และมี โอกาสไปทําความรู้ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งประเด็นตรงนี้ผมถือว่าเปึนโจทย์ ที่สําคัญว่า ทําอย่างไรที่กระทรวงพาณิชย์ที่เปึนเจ้าภาพในเรื่องนี้ จะสามารถทําความรู้ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เรื่องพวกนี้ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น นี่คือข้อสังเกตข้อที่ ๑

ข้อสังเกตข้อที่ ๒ เท่าที่ผมได้อ่านจากเอกสารที่ท่านได้ให้มา ท่านได้พูดถึง เอเจเซปกับเจเทปา ถ้าลําพัง พูดถึงเอเจเซปเฉย ๆ ประชาชนที่ฟังทางบ้านคงไม่เข้าใจ ผมจะพูดสั้น ๆ ว่า หุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ์น ในส่วนเอเจเซปก็คือหุ้นส่วนเศรษฐกิจ อาเซียน - ญี่ปุ์น และเจเทปาก็คือหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ์น ในเอกสารที่ท่านได้ แจกมา ท่านได้พูดถึงผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหลายอย่าง และถ้าดูแล้วจะมีผลประโยชน์ที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องพืชผลทางการเกษตร อาทิเช่น เรื่องกล้วย ได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น มะเขือยาวที่รักษาไว้ไม่ให้เสีย ได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น ขิงอ่อนปรุงแต่งได้รับ ประโยชน์มากยิ่งขึ้น หลังจากผมเห็นประเด็นตรงนี้แล้วผมนึกถึงเกี่ยวกับเรื่องสมุนไพร ซึ่งสมุนไพรไทย ที่ผ่านมานั้นเปึนที่นิยมใน หลาย ๆ ส่วน และบังเอิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปัจจุบันท่านเคยเปึนอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งท่านก็จะทราบดีว่าวันนี้ สมุนไพรไทย โดยเฉพาะกรมการแพทย์แผนไทยได้มีการพัฒนาเยอะ และได้มีการผลิต เอาไปใช้ มีการจดทะเบียน จดลิขสิทธิ์ นอกจากสิ่งที่กล่าวแล้วก็จะมีเรื่องการนวดหรือ หลักสูตรแพทย์แผนไทย ผมจึงอยากจะฝากท่านว่าเปึนไปได้ไหมที่จะมีการผลักดัน สมุนไพรไทย ไม่ว่าจะเปึนขมิ้นชัน ฟัาทะลายโจร หรือแม้กระทั่งกานพลู หรืออะไร หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างออกไปสู่ตลาดของญี่ปุ์น ซึ่งอยากจะฝากเปึนข้อสังเกต ให้กับท่านเอาไปพิจารณา

ในส่วนข้อสังเกตข้อที่ ๓ คือ วันนี้ประเทศไทยได้มีการเซ็นสัญญา โดยเฉพาะเปึนทวิภาคีระหว่างไทย - ญี่ปุ์น คือเจเทปา หรือหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ์น แต่ประเทศคู่แข่งของเรา ไม่ว่าจะเปึนลาว กัมพูชา หรือพม่า ไม่ได้มีการเซ็นสัญญา แบบทวิภาคีโดยตรง แต่ถ้ามีการเซ็นสัญญาเปึนหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์นขึ้นมา เมื่อไร เท่ากับว่าลาว กัมพูชา พม่า ก็จะเข้ามาเปึนคู่แข่งกับประเทศไทยทันทีในสินค้า บางรายการ จึงอยากจะทราบจากคําตอบท่านว่าถ้ามีการเซ็นสัญญาเปึนภาพรวม ระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์นจะมีสินค้าชนิดไหนบ้างที่มีผลกระทบกับผู้ประกอบการของไทย ท่านลองชี้แจงนะครับ ถ้ามีผลกระทบกับผู้ประกอบการของไทย โดยเฉพาะคู่แข่งประเทศ ใกล้เคียง คือ ลาว กัมพูชา พม่าแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะหาทางออกให้กับผู้ประกอบการ เหล่านี้อย่างไรบ้าง

ข้อที่ ๔ ผมได้ดูแล้วในเอกสารที่แจกมาท่านได้พูดถึงผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น เยอะมากจริง ๆ บอกว่าถ้ามีการเซ็นสัญญาหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน – ญี่ปุ์นแล้ว ถ้าเทียบกับเจเทปา คือไทย – ญี่ปุ์น แล้วปรากฏว่าจะมีการเป่ดตลาดสินค้าเพิ่มขึ้นอีก ๗๑ รายการ คิดเปึนมูลค่าสูงถึง ๕๓ ล้านเหรียญ ในความรู้สึกของผมแล้วการเซ็นสัญญา หรือการเซ็นเอกสารแต่ละครั้งมันไม่มีประโยชน์อย่างเดียวครับ วันนี้ในเอกสารที่แจกมา บอกว่าจะมีการเป่ดตลาดเพิ่มสินค้า ๗๑ รายการ อยากจะถามท่านว่า และมีรายการ ไหนบ้างที่ไทยจะเสียประโยชน์จากการเป่ดตลาดสินค้าในภาพของอาเซียน – ญี่ปุ์น ให้ท่านลองชี้แจงนิดหนึ่ง ในภาพของผลกระทบที่เกิดขึ้นที่มีการเซ็นสัญญาเปึน อาเซียน – ญี่ปุ์น ถ้าท่านสามารถแจงเปึนรายการให้พี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบผมว่า เปึนประโยชน์อย่างยิ่งครับ แล้วท่านลองหาทางออกด้วยว่าคนกลุ่ม ที่ได้รับผลกระทบในเชิงลบจากการเซ็นสัญญาอาเซียน – ญี่ปุ์น จากเจเทปาแล้วนะครับ เรามีเจเทปาเกิดขึ้นมาแล้ว มีอาเซียน – ญี่ปุ์นแล้ว