รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑ กันยายน ๒๕๕๑

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญา และมีคำเตือนเกี่ยวกับการใช้มาตรา 136 (5) ของรัฐธรรมนูญในการตั้งกรรมาธิการ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลา ๕ นาที เพื่อที่จะนําเรียนท่านประธานเกี่ยวกับญัตติที่เสนอเข้าสู่สภาในวันนี้ ทราบข่าวว่าข้อสรุป โดยรวมแล้วส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาศึกษาก่อนที่จะให้สภา ได้พิจาณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ท่านประธานครับ ด้วยความห่วงใย ด้วยความ เคารพท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนประเด็นเรื่องการให้ความเห็นชอบ ในส่วนตัวผมเองในฐานะสมาชิกรัฐสภาผมไม่ได้ติดใจ เพราะกระบวนการนี้เกิดมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๘ ๑๑ ครั้งที่ผ่านมา เอกสารรายละเอียดผมศึกษา แล้วก็เปึนหน้าที่ของรัฐมนตรี ด้วยที่มาชี้แจงหนังสือสัญญานั้นต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจนครับ แต่ถามว่า จะตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณามีประโยชน์หรือไม่ แล้วตั้งได้หรือไม่ มีประโยชน์หรือไม่ ผมไม่เถียงเลยครับ อะไรที่เรามีคณะบุคคล มีเวลาดูด้วยความรอบคอบเปึนประโยชน์ อย่างแน่นอน แต่ถามว่าการบรรจุระเบียบวาระเข้ามาในการประชุมของรัฐสภาเรา ในขณะนี้เปึนการบรรจุระเบียบวาระตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ (๑๕) คือการรับฟัง คําชี้แจงและการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๐ บังคับว่าจะต้องทํา แต่มีมาตรา ๑๓๖ รองรับว่าให้ทําได้ ในฐานะที่รัฐสภาจะให้ความเห็นชอบ มาตรา ๑๙๐ เขียนว่า รัฐสภาให้ความเห็นชอบ หลังจากที่ดูสัญญารายละเอียด ให้ความเห็นชอบ กรอบสัญญาด้วย ตามมาตรา ๑๙๐ ในวรรคสาม คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบสัญญา กรอบเจรจาให้สภาเห็นชอบ จริง ๆ ไม่ได้มีข้อสงสัยหรอกครับว่าจะต้องเข้ารัฐสภากี่ครั้ง ผมเองเห็นครั้งเดียวนะครับ คือตามวรรคสาม วรรคสองเปึนบทอารัมภบทว่าอะไร จะต้องเข้า ไม่เข้า มาเข้าเมื่อวรรคสาม แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเมื่อเข้าแล้ววันนี้รัฐสภา ไม่มีความเห็นเปึนอื่นนะครับ ต้องมีความเห็นว่าชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้นเอง เพราะว่า ญัตติที่ท่านเสนอเข้ามานี้ ท่านเสนอญัตติตามมาตรา ๑๓๖ (๑๕) ท่านไม่ได้เสนอเปึน ญัตติตาม (๕) ของมาตรา ๑๓๖ ท่านประธานครับ กลับมาตรงนี้ให้ดีนะครับ ผมเปึนห่วง จริง ๆ ถ้าสมมุติว่าหลังจากพิจารณาแล้วสภาแห่งนี้มีมติว่าให้ตั้งกรรมาธิการไปพิจารณา ศึกษา ผมเข้าใจว่าท่านทําเกินที่รัฐธรรมนูญกําหนด อาจจะไม่สอดคล้องรัฐธรรมนูญด้วย ผมเปึนห่วงจริง ๆ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ถ้าหลายฝ์ายเห็นว่าควรตั้งกรรมาธิการ ซึ่งผมเองไม่เห็นว่าจําเปึน ไม่เห็นว่าจําเปึนเลย การรับข้อสังเกตจากกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเปึนวิสามัญซึ่งเปึนอย่างอื่นไม่ได้ เพราะท่านใช้ ระเบียบข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรป้ ๒๕๕๑ ตามมาตรา ๑๓๗ รัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่มีข้อบังคับการประชุมร่วม ท่านประธานครับ ตรงนั้นเขียนว่า เปึนวิสามัญอย่างเดียว ไม่มีกรรมาธิการร่วม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานมี ๒ อย่างครับ ๑. ไม่จําเปึนต้องตั้งกรรมาธิการ ถ้าสภาแห่งนี้เห็นชอบ มันเปึนครั้งแรกของการพิจารณาตามมาตรา ๑๙๐ นะครับ หรือถ้าจะตั้งกรรมาธิการ ผมมี ทางออกให้ท่านประธาน ทางออกมาอย่างเดียวครับท่านประธาน ท่านประธานต้องบรรจุ เปึนระเบียบวาระใหม่ เสนอเปึนญัตติใหม่เท่านั้นเองครับ โดยอาศัยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ (๕) ที่เขียนบอกว่า มีมติให้รัฐสภาพิจารณาเรื่องอื่นในสมัยประชุมสามัญ นิติบัญญัติได้ตามมาตรา ๑๒๗ ท่านประธานจะทําไหมครับ ผมคิดว่าท่านประธานต้องทํา เพราะว่าถ้าไปใช้มาตรา ๑๓๖ (๕) พิจารณาแล้วตั้งกรรมาธิการ ผมคิดว่าไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญและจะบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของรัฐสภาไทยด้วย ผมขอกราบเรียนท่าน ประธานด้วยความเคารพครับ เพื่อหาทางออกอาจจะเปึนไปได้ท่านใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ท่านประธาน ข้อ ๔๖ อนุญาตให้เสนอญัตติเปึนปากเปล่าโดยไม่ต้องเปึนหนังสือล่วงหน้า ญัตติใน (๕) ข้อ ๔๖ ข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เราใช้วันนี้ ญัตติที่ ประธานอนุญาตตามที่เห็นสมควร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานถ้าจะพิจารณา ให้ถูกจะตั้งกรรมาธิการผมไม่ได้ขัดครับ แต่ว่าถ้าการนําเอาสัญญาต่าง ๆ ที่จะเข้ามา ในนามมาตรา ๑๙๐ ในครั้งต่อ ๆ ไป ผมเข้าใจว่าจะดีกว่านี้ เพราะเปึนกระบวนการ การเริ่มต้น วรรคสามจะเข้ามาก่อนก่อนที่จะเข้ามาตัดสินนะครับ ครั้งนี้ก็ได้ครับ ถ้าจะเอา เรื่องกรรมาธิการ แต่ผมขออนุญาตเสนอท่านประธานว่าเสนอเปึนญัตติให้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๕) และท่านประธานอนุญาตให้เสนอญัตติได้ และเสนอญัตติตาม มาตรา ๑๓๖ (๕) ให้รัฐสภาแห่งนี้มีมตินําเรื่องตั้งกรรมาธิการไปพิจารณาศึกษา หนังสือสัญญาของความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์น ตรงนี้ผมคิดว่าน่าจะกระทําได้ ฝากท่านประธานพิจารณาครับ