รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑ กันยายน ๒๕๕๑

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช หารือเรื่องการเข้าสู่การค้าเสรีและผลกระทบต่อเกษตรกรและประชาชน โดยเฉพาะการค้าเสรีอาเซียน-ญี่ปุ่น และมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการลดภาษีนำเข้าของญี่ปุ่นและไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธาน ดิฉันคิดว่าสังคมได้ถกเถียงเรื่องเกี่ยวกับนําประเทศไทยเข้าสู่การค้าเสรี มานับหลายป้แล้ว ดิฉันเปึนคนหนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดตั้งแต่เอฟทีเอ ไทย จีน ซึ่งเปึนที่ทราบกันว่ามีผลกระทบต่อชาวเกษตรกรที่ปลูกหอมและกระเทียม และดิฉัน ยังจําได้ไม่ลืมว่ารัฐมนตรีในขณะนั้นบอกว่าปลูกหอม กระเทียมไม่ได้ก็ไปทําอย่างอื่น อันนั้นเปึนตัวอย่างที่เห็นได้ชัดกระทบกระเทือนเกษตรกรจํานวนมาก อันนั้นเปึนตัวอย่าง แรก ต่อมาก็ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อะไรต่าง ๆ ต่อมา ในป้ ๒๕๔๘ ดิฉันได้ตั้งญัตติขอให้ สภานี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจะศึกษาข้อดีข้อเสียของการทําเอฟทีเอ โดยรวม แต่วาระก็ไม่ได้รับการพิจารณาซึ่งน่าเสียใจมาก แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็ยังติดตามอยู่ แล้วก็วันนี้ท่านประธานคะดิฉันยินดีเปึนอย่างมากเพราะว่าตั้งแต่เข้ามาในสภานี้ดิฉันก็จับ เรื่องนี้ แล้วก็ได้ไปเห็นประชาชนเรียกร้องที่เชียงใหม่ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศเกือบจะ ออกจากโรงแรมไม่ได้ มีคนจํานวนมากเลยค่ะในวันนั้น อันนั้นเปึนเอฟทีเอกับอเมริกา มีข้อถกเถียงกันมากมาย แล้วก็ทุก ๆ ครั้งก่อนป้ ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ก็มีมาตรา ๒๒๔ ซึ่งดิฉันท่องขึ้นใจ เพียงแต่ว่ามาตรา ๒๒๔ ไม่ได้ให้รายละเอียด ไม่ได้พูด ให้ชัดเจน แต่จริง ๆ ความหมายเหมือนกัน เพราะว่าเราคนไทย เราคงจะไม่เซ็นเช็ค (Cheque) เปล่าให้ผู้มีอํานาจไปทําอะไรกับใคร ที่ไหนก็ได้ นําประเทศ ไปผูกพันกับประเทศอื่น เมื่อเราเซ็นแล้วนั่นหมายถึงว่าข้อผูกพันนั้น ๆ จะต้องผูกคนไทย ตลอดเวลา ถ้าท่านลองนึกภาพดูนะคะว่าเราทํากับเอฟทีเอ ประเทศโน้นประเทศนี้ โดย มองว่าเราจะทําการค้ากับเขา เราจะหากําไรจากการเซ็นเอฟทีเอ โดยไม่ได้พิจารณา คํานึงถึงประเด็นต่าง ๆ ซึ่งดิฉันจะได้อภิปรายต่อไป ลองนึกภาพนะคะว่าถ้าเราเอา ประเทศไทยไปผูกมัด ไปผูกพันกับประเทศต่าง ๆ ในด้านการค้า ไม่ว่าจะเปึนสินค้าอะไร ก็ตาม การลงทุน การบริการแล้ว ถ้าเผื่อท่านนึกภาพว่าเปึนเชือกผูกประเทศไทยเอาไว้ ลูกหลานก็ต้องถูกผูกไว้อย่างนั้น ถ้าทุกประเทศนั้นเขาดึงเชือกพร้อมกัน ประเทศไทย ไม่ตายอย่างเขียดหรือคะ ก่อนที่จะทําสิ่งเหล่านั้น เราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลนําข้อตกลง นํากรอบการเจรจาเข้าสู่สภา หรือเข้าสู่รัฐสภาเพื่อให้ผู้แทนของประชาชนได้ทราบว่า รัฐบาลผู้มีอํานาจกําลังทําอะไรกันอยู่ ประเทศที่เจริญแล้วอย่างอเมริกา ก่อนที่จะไปเจรจา เอฟทีเอกับไทย เขาก็ต้องขออนุมัติจากคองเกรส (Congress) ว่า ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ จะไปเจรจา กับไทย เพราะฉะนั้นการเจรจาเขาจะมีข้อต่อรองสูงมาก ถ้าอะไรที่เขาไม่ชอบ เขาก็จะต้อง บอกว่าคองเกรสไม่ยอม หรือจะต้องกลับไปถามคองเกรส แต่ประเทศไทยเรียนตรง ๆ เลย นะคะว่าข้าราชการของเรา เราถามบางทียังไม่ทราบเลยว่าธงของเราคืออะไร แล้วการ เซ็นสัญญาหลาย ๆ ครั้งไม่มีภาษาไทย ทําให้คนไทยโดยทั่วไปจะไม่ทราบเรื่องนี้เลยค่ะ ท่านประธาน ดิฉันดีใจมากค่ะ ที่มาตรา ๑๙๐ เริ่มทํางานแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดที่เรา ทราบโดยทั่วกันก็คือว่ากรณีเขาพระวิหาร รัฐบาลก็เหลิงมาก เพราะว่าทํามาได้โดยตลอด คิดอยากจะทํากับใคร อย่างไร เรามีอํานาจ รัฐบาลบอกว่าเปึนการค้าการขายปกติ ไม่จําเปึนที่จะต้องเข้ารัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรรู้เรื่องอะไร พวกเราถูกดูถูกมากนะคะ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีการนําเข้าสภาเช่นเดียวกับเขาพระวิหาร ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย แล้วว่าผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังช้าอยู่นะคะ ท่านประธานคะ ถ้ารัฐบาลรู้สึกว่าจะคุ้นเคยกับการใช้อํานาจโดยไม่ต้องบอกใคร สิ่งที่ดิฉันพูดไว้ว่ารัฐบาล มักจะคิดว่าเราจะทําการค้าเท่านั้น ๕๕ ล้านเหรียญเท่านั้นเท่านี้เหรียญ พูดถึงเรื่องเงิน เรื่องทองเปึนสําคัญ การค้าจะได้กําไร จะได้อะไร ประชาชนจะตายไม่เปึนอะไร คุณไป แก้ปัญหาของคุณเอง ดิฉันคิดว่าในฐานะเปึนผู้แทนราษฎร ดิฉันทนไม่ได้ ดิฉันได้คุยกับ องค์กรต่าง ๆ องค์กรพัฒนาเอกชนมาเสมอ เอฟทีเอ วอช (FTA Wash) ซึ่งเขาศึกษา วิจัย ค้นคว้า แล้วจริง ๆ คําว่า ศึกษา วิจัย ค้นคว้าก็ควรจะนํามาใช้กับการเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศ จะเปึนทวิภาคีหรือจะเปึนกลุ่มประเทศกับบางประเทศก็เช่นเดียวกันค่ะ ไม่มีการวิจัย ค้นคว้าดูว่าข้อดี ข้อเสียมีอะไรบ้างนะคะ ไม่ได้คํานึงถึงผลกระทบต่อ ประชาชนในด้านสุขอนามัย ในด้านสิ่งแวดล้อม ในด้านอาชีพ คราวนั้นเมื่อทําเอฟทีเอกับ ออสเตรเลียแล้วก็มีคนกล่าวว่าอาชีพพระราชทานต้องสูญเสียไป ดิฉันเชื่อว่าทุกท่านทราบดี เพียงแต่ว่าดิฉันไม่แน่ใจว่านโยบายรัฐบาลหรือรัฐบาลสั่งการ อย่างไรจึงได้ทําไปโดยไม่สนใจอาชีพเกษตรกรซึ่งเปึนคนส่วนใหญ่ แล้วก็เปึนคนจนของ ประเทศด้วยซ้ําไป เคยพูดไว้ว่าจะมีเงิน ๑๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท เพื่อเยียวยา แต่ดิฉันก็ยังไม่เห็น ท่านรัฐมนตรีได้พูดว่ามีกองทุนก็ดีใจค่ะ แต่ดิฉันคิดว่าควรจะทําไว้ ก่อนไม่ใช่รอให้เกิดแล้วจึงจะเอากองทุนนี้ ซึ่งการทํางานของรัฐบาลเราก็ทราบดีว่ากว่าจะ เอาเงินเบิกออกมาให้คนจนได้แต่ละบาทแต่ละสตางค์ยากเย็นแค่ไหน เพราะฉะนั้น นอกจากศึกษาวิจัยแล้วดูถึงผลกระทบ แล้วเตรียมการไว้ก่อน ท่านรัฐมนตรี เพราะว่า การเจรจาที่ท่านรัฐมนตรีพูดเมื่อเช้านี้ เริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ เพราะฉะนั้นดิฉันเชื่อว่าผู้ที่ทํา การเจรจาถึง ๑๑ รอบนี้จะต้องทราบค่ะ แน่นอนเราจะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เปึนไปไม่ได้ เราไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราได้ ๕๐ ไหม แล้วอีก ๕๐ ที่เสียนี้ รัฐบาลควรจะทําอะไร ล่วงหน้าก่อนที่จะมีเซ็นสัญญา แล้วถ้าประชาชนทราบ เขายินดี เขาก็จะได้มีการปรับตัว และมีกองทุนก็จะได้ช่วยเหลือเขาก่อนในการเปลี่ยนอาชีพ ท่านประธานคะ คนที่ทําอาชีพ มาเปึนหลายสิบป้หลายชั่วอายุคน คงไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนจากอาชีพหนึ่งไปอีกอาชีพหนึ่ง ภายในข้ามวันข้ามคืนหรือข้ามป้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากจุดนี้ไว้ด้วย มาตรการ การเยียวยา เช่นเดียวกันค่ะ เมื่อทราบแล้วจะเยียวยาอย่างไร แล้วก็จะปัองกันอย่างไร มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ดิฉันก็อยากจะให้คณะเจรจาหรือผู้รับผิดชอบได้ให้ความสนใจ เพราะว่าดิฉันติดตามเรื่องจีนกับไทยมากทีเดียว เพราะว่าเปึนประเทศแรก เขาไม่ได้กีดกัน เราเรื่องภาษีเลย แต่ผัก ผลไม้ที่เอาไป ๑. เมื่อไปถึงจีนแล้วจะต้องใช้รถของเขา ๒. ใช้รถ ของมณฑลนั้นไปอีกมณฑลหนึ่งไม่ได้ จะต้องตรวจสุขอนามัยของผัก ผลไม้ พืช และสัตว์นี้ จะให้รอกี่วัน มันเน่าหมดแล้วเทคโนโลยีเราก็ไม่ดีพอที่จะรักษาผัก ผลไม้ให้สด ได้นาน ๆ ในระหว่างที่รอการตรวจสอบ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้มีการพิจารณาหรือไม่ นี่เปึนประสบการณ์ที่ดิฉันติดตามมาโดยตลอด ท่านประธานคะ ทีนี้มาพูดถึงความตกลง หุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น ก่อนที่จะพูดถึงอาเซียน - ญี่ปุ์น ดิฉันก็อยากจะย้อนไป ว่าเจเทปาก็มีคนคัดค้านค่อนข้างมาก ดิฉันยอมรับว่าในช่วงนั้นก็ยื้อกันอยู่นาน แต่ว่า ในที่สุดรัฐบาลของ ท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ตัดสินใจไปเซ็นเจเทปาที่ญี่ปุ์นท่ามกลาง การคัดค้านของกลุ่มบุคคลจํานวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับขยะ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจจะมาในรูปของขยะหรืออาจจะมาในรูปของสินค้ามือสอง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่มองไม่เห็นก็คือกากนิวเคลียร์ ที่เขาบอกว่านิวเคลียร์ เรสซิโด คําตอบก็ยังไม่ชัดเจน ท่านจะให้คนไทยเสี่ยงต่อขยะพิษไปอีกนานเท่าไร ลูกหลานของท่าน ท่านประธานคะ ท่านอาจจะอายุมากกว่าคนอื่น ๆ แต่ว่าท่านก็มีลูกหลาน ซึ่งจะเจริญเติบโตมาในประเทศ นี้ ถ้ารัฐบาลผู้มีอํานาจผู้ปกครองประเทศคิดถึงแต่ประโยชน์เงินทองเปึนหลัก โดยไม่คิด ถึงประชาชน ลูกหลานเราก็จะหูหนวก ตาบอดหรือสมองเสื่อมไปได้ ถ้าได้รับมลพิษ เหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว โดยที่พ่อแม่เขาเปึนคนทิ้งตราบาปไว้ให้ลูกหลานไปนานชั่วนานเลย อันนั้นก็เปึนส่วนที่มี คนพูดกันมากทีเดียวเกี่ยวกับเจเทปา คือไทย - ญี่ปุ์น ต่อมาอาเซียน - ญี่ปุ์นก็เปึนเรื่องที่ ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม บอกว่าอยู่ดี ๆ ก็เสนอเข้ามา คือ พวกเราก็ตั้งตัวไม่ติดเหมือนกันว่ามีรายละเอียดค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นเราจะต้อง ทราบเสียก่อน แม้เราจะตายไปแล้ว แต่เราไม่ต้องการให้ลูกหลานของเราถูกกระทบจาก ผลกรรมที่เรามุ่งเน้นวัตถุและเงินมากจนเกินไป ขณะนี้ประเทศไทยเราเข้าใจและเรา ซาบซึ้งถึงเศรษฐกิจพอเพียง การดูแลสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะผลกระทบจากภาวะโลกร้อน เข้ามาทําโทษ ลงโทษมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ จากเหตุการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ จีนแผ่นดินไหวที่ ซีอานจัดโอลิมป่กสนุกสนานกันมากทั่วโลกชื่นชม ตอนนี้เจอแผ่นดินไหวอีกแล้ว นี่เปึน ตัวอย่างที่ใกล้ตัวใกล้บ้าน เห็นได้ชัดว่าถ้าเรามัวแต่ดูเรื่องเงินเปึนหลัก โดยลืมสิ่งที่ ธรรมชาติให้เรามา สิ่งแวดล้อมที่ดี เสียไปภัยพิบัติต่าง ๆ ก็จะตามมาคุกคามมาลงโทษ ลูกหลานของพวกเราทุกคน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่จะต้องตอบให้ชัดเจน ว่าท่านจะปล่อยให้ไทย - ญี่ปุ์น เจเทปา หรืออาเซียน - ญี่ปุ์นยังตามรอยเดิมอยู่หรือไม่ ในการเซ็นสัญญาครั้งนี้ตามกฎหมายบอกว่าเมื่อได้รับแล้วจะต้องอนุมัติหรือให้เสร็จ ภายใน ๖๐ วัน คือวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ ถ้าสมมุติตอบชัดเจนในวันนี้หรือไม่ชัดเจน จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็แล้วแต่ แล้วในที่สุดเราเห็นชอบท่านก็จะต้องมีข้อสังเกตต่าง ๆ และขณะนี้เมื่อเซ็นไปแล้วจะแก้ไขได้หรือไม่ ก็เปึนอีกคําถามหนึ่ง ดิฉันอยากจะตั้ง ข้อสังเกตเนื่องจากว่าดิฉันเปึนคนติดตามเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ในขณะนั้นวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๑ ท่านแอบเซ็นค่ะ เราทราบกันดีว่าท่านเปึน นักประชาสัมพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไทยคนหนึ่ง ท่านจะต้องประชาสัมพันธ์สิ่งที่ท่านทํา แต่การเซ็นเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๑ เรื่องเงียบเปึนเป์าสากเลย มันผิดปกติ แล้วถ้าพูดกันตรง ๆ ดิฉันก็ไม่ใช่จะเปึนคนที่หาเรื่องกับใครง่าย ๆ ถ้าพูดกันจริง ๆ แล้ว รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ได้บังคับใช้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๕๐ แล้ว การเซ็นสัญญาวันนั้น แม้การเจรจาจะล่วงเลยมาก็ตาม แต่ยังไม่มีผลบังคับจนกว่าจะเซ็นลงนาม ท่านทําผิด กฎหมายหรือเปล่า ที่ยังไม่ได้ผ่านรัฐสภาท่านไปแอบเซ็นใช่ไหม ดิฉันถามค่ะ ถ้าให้ ความเห็นชอบแล้วอะไรจะเกิดขึ้นขอทราบด้วย อะไรบ้างที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่กับประเทศไทย ไม่ใช่กับพวกเรากับลูกหลานเราต่อไป เพราะว่าถ้าเซ็นแล้วก็คือเซ็นเลย ถูกไหมคะ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตถามว่า ข้อตกลง ข้อผูกมัด ดิฉันไม่ลงรายละเอียดและ ผลประโยชน์ทางภาษี ถ้าเราเซ็นแล้วจะมีบังคับไทยกับญี่ปุ์น ไทยกับภาคีสมาชิกอาเซียน ๑๑ ประเทศใช่หรือไม่

คําถามที่ ๒ ข้อผูกพัน ข้อผูกมัด และผลประโยชน์ทางภาษีนี้ ภาคีสมาชิก ดับเบิ้ลยูทีโอจะขอเรียกร้องในข้อตกลงเช่นเดียวกันได้หรือไม่ แล้วก็ประเทศอาเซียนที่มี การค้าหลายอย่าง เนื่องจากเราอยู่ในภูมิภาคที่มีภูมิอากาศที่คล้ายคลึงกัน ทําการเกษตร ต่าง ๆ ที่ต้องแข่งขันกัน เราจะทําอย่างไร นอกจากเราแข่งขันกับคนอื่นนอกอาเซียนแล้ว เรายังจะต้องแข่งขันการค้ากับประเทศในอาเซียนด้วย ท่านมีมาตรการอย่างไร ท่านรัฐมนตรีบอกให้ทราบว่า คาดหวังว่าจะเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างอาเซียน ระหว่าง อาเซียนและญี่ปุ์นด้วย เพราะฉะนั้นการแข่งขันระหว่างอาเซียนเองนี้จะทําให้ไทย เพิ่มปริมาณการค้าอย่างที่คาดหวังไว้ได้หรือไม่ มีข้อสังเกตน้อย ๆ ค่ะท่านประธานคะ ดิฉันสังเกตดู ขอบเขตความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น มีทั้งหมด ๔ ด้าน ด้วยกัน สินค้า บริการ ลงทุน ความร่วมมือ แต่ว่าบริการและการลงทุน ท่านรัฐมนตรีบอก เอาเก็บไว้ก่อน ยังไม่เจรจาในครั้งนี้หรือยังไม่เซ็นในข้อตกลงในครั้งนี้ใช่ไหมคะ จะมีการหารือเพื่อเป่ดตลาดการค้าบริการและการลงทุนต่อไป ซึ่งหมายความว่า ใน เอฟทีเอ อาเซียน - ญี่ปุ์นครั้งนี้มีบริการและลงทุนด้วยหรือไม่ ข้อสังเกตต่อไปค่ะ ท่านประธานคะ การลดภาษีของญี่ปุ์นมีอยู่ ๓ หน้า ที่ในมือของดิฉัน มีสินค้าผักและผลไม้ สินค้าประมง สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม อัญมณี เครื่องประดับ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟัา ป่โตรเลียมและผลิตภัณฑ์พลาสติก ไม้และผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ อนินทรีย์และอินทรีย์ รองเท้า และชิ้นส่วนเครื่องหนัง เปึนต้น ดิฉันกวาดสายตาดู ดิฉัน เปึนนักวิทยาศาสตร์ ดิฉันก็ชอบดูตัวเลข ข้อสังเกตนะคะว่าภาษีนําเข้าปัจจุบันของญี่ปุ์น ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ ๑.๕ ๗.๕ ๓ ถึง ๖ ๑ ถึง ๗ ๔.๘ ถึง ๙.๖ สูงที่สุด ๖ ถึง ๒๕.๕ จะมีการลดถ้าเซ็นแล้ว ดิฉันเข้าใจถูกไหมคะ ว่าถ้าเซ็นแล้วการลดภาษีนําเข้าของญี่ปุ์น ภายใต้อาเซียน - ญี่ปุ์นครั้งนี้ยกเลิกภาษีทันที หรือเปึน ๐ ภายใน ๕ ถึง ๗ ป้บ้าง ๕ ถึง ๑๕ ป้บ้าง ๗ ถึง ๑๐ ป้บ้าง หรือยกเลิกทันที แล้วแต่กรณี แต่พลิกไปอีกหน้าหนึ่ง ดิฉันดูการลดภาษีของไทย ท่านประธานคะ ท่านบอกว่า ๑ ถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ กับ ๓๐ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์นี้ ห่างกันไหมคะ ของไทยนะคะ สินค้าผักและผลไม้ ภาษีนําเข้า ปัจจุบันของไทย ๓๐ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของเขาเมื่อสักครู่นี้ ๑.๕ ถึง ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ของเราถ้าเซ็นปุ็บ ๓๐ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ยกเลิกภาษีทันที หรือลดภาษีจนเหลือ ร้อยละ ๐ ภายใน ๒ ถึง ๗ ป้ นี่เฉพาะรายการเดียวนะคะ ท่านประธานคะ สินค้าผัก และผลไม้ เช่นเดียวกันเลยค่ะ ของเขาลดไป ๑.๕ ถึง ๗.๕ ของเราลดทีเดียว ๓๐ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ท่านประธานคะ น้ํามัน ไขมันจากพืชและสัตว์ ๑๐ ถึง ๒๗ เปอร์เซ็นต์ สินค้าประมง อาหารกระปิอง และแปรรูป ๒๐ – ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ยกเลิกทันทีหรือเปึนศูนย์ภายใน ๔ - ๘ ป้ ดิฉัน ตั้งคําถามค่ะ อันนี้ผลประโยชน์ที่เราได้บวกหรือลบ แล้วลบ กระทบใคร รัฐบาลได้ ประโยชน์จากการค้าตรงนี้เท่าไร ดิฉันคงตั้งคําถามและเปึนข้อสังเกตและข้อห่วงใยว่า การที่จะนําพาประเทศหรือคนไทยทั้งประเทศเอาเชือกผูกไว้กับประเทศต่าง ๆ ตลอดไป เราเคยเซ็นสัญญากับประเทศต่าง ๆ ในอดีตหลายร้อยป้ก็ยังผูกมัดเราอยู่ เพราะฉะนั้น ขอให้ท่านพิจารณา วิเคราะห์ ฝากท่านประธานนะคะว่าให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบ เพราะว่าการทําครั้งนี้ไม่ใช่ทําเพื่อพวกเราเท่านั้นเอง เด็ก ๆ ถูกทําร้ายในยุคโลกาภิวัตน์นี้ มากพอแล้วค่ะ ยังมีเรื่องอื่น ๆ เรื่องอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic) เรื่องเกม (Game) เรื่องภัย ธรรมชาติ เรื่องอะไรต่างๆ อย่าให้เราต้องเปึนคนกําหนดตราบาปนี้เพื่อลูกหลานของ คนไทยในอนาคตเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ