รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑ กันยายน ๒๕๕๑

อภิวันท์ วิริยะชัย หารือเรื่องความตกลงความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น และเสนอให้รัฐสภาให้การสนับสนุน รวมถึงการเตรียมพร้อมด้านวิชาการ เงินลงทุน และเทคโนโลยี เพื่อรับมือกับการเจรจาการค้าเสรีในหมวดบริการและการลงทุน นอกจากนี้ยังแสดงความเห็นชอบต่อความตกลง และเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบและแก้ไขรายละเอียดในอนาคต

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ที่ รัฐบาลจะต้องนําความตกลงความเปึนหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น เข้ามาสู่รัฐสภา ของเรานั้นเปึนภาระผูกพันที่รัฐบาลมีต่อรัฐสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แต่อย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลไม่ได้นําเข้าขอรับความเห็นชอบก่อนการลงนามครั้งนี้ ก็เพราะว่าในเรื่องนี้เปึนเรื่องใหม่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมมั่นใจในศักดิ์ศรีของ ข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ทุกท่าน ท่านมีความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าการทําความ ตกลงครั้งนี้นั้นเปึนความตกลงที่เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองของเราอย่างแท้จริง จึงไม่ได้นําเข้าสู่การพิจารณาให้ความเห็นชอบของรัฐสภา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อรัฐบาล ได้รับทราบถึงภาระผูกพันครั้งนี้ได้นําเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาแห่งนี้ก็ถือว่าเปึนเรื่อง ที่ดี เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้ออกมาพูดว่าการค้า เสรีนั้นคือการเอาเปรียบทางการค้าของประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจ จริงครับ ท่านประธาน แต่หน้าที่ของเราในฐานะที่เปึนประเทศหนึ่งในสังคมโลกแล้วก็หนีกระแส โลกนี้ไม่ได้ ซุนวูบอกว่ารู้เขารู้เรา เปึนเรื่องสําคัญ หน้าที่ของประเทศของเราก็คือว่าเรา จะต้องรู้ว่าในเมื่อเราจะถูกเอาเปรียบจากประเทศบางประเทศนั้นเราจะทําอย่างไรให้เรา เสียเปรียบน้อยที่สุด แล้วเราได้ประโยชน์มากที่สุด ต่อความตกลงในเรื่องหุ้นส่วน เศรษฐกิจของอาเซียนและญี่ปุ์นนั้น ผมเห็นว่าในฐานะที่เราเปึนประเทศหนึ่งในสมาชิก อาเซียนซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๑๐ ประเทศ ประเทศไทยเราก็หนีไม่พ้นหรอกครับที่เราจะต้องมี ความร่วมมือร่วมใจกับบรรดามิตรประเทศของเราในอาเซียนที่จะทําข้อตกลงนี้ แต่เราก็ ต้องดูว่าเมื่อเราทําความตกลงไปแล้วประเทศไทยต้องได้ประโยชน์มากที่สุด และเสียประโยชน์น้อยที่สุด เนื่องจากมีเวลาจํากัดอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ในการทําความตกลงครั้งนี้นั้น ถ้าหากว่าเรามองให้ดีผลดีมีอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะ เปึนเรื่อง คอสท์ เอฟเฟคท์ (Cost Effect) ก็คือหมายถึงเรื่องว่า ราคาสินค้าที่เราผลิต ส่งออกนั้นจะมีราคาต่ําลง เราก็สามารถขยายตลาดได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเปึน เทรด เอฟเฟคท์ (Trade Effect) หรือเรื่องการตลาดในการส่งออกของประเทศของเรา ก็มีมากขึ้น ในขณะเดียวกันจะเห็นได้ว่าการร่วมมือของมิตรประเทศของเราในอาเซียน ก็จะทําให้เศรษฐกิจโดยรวมของอาเซียนของเรานั้นขยายตัว เมื่อเศรษฐกิจโดยรวมของ อาเซียนขยายตัว ไทยในฐานะที่เปึนประเทศหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนเศรษฐกิจของเราก็จะ ขยายตัวไปโดยปริยาย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่ารัฐสภาแห่งนี้น่าจะให้ การสนับสนุนการทําความตกลงครั้งนี้ด้วยเหตุผลดังกล่าวมา แต่อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีข้อสังเกตและข้อห่วงใยที่จะเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ ในระยะเวลาที่จํากัด ๓ ประเด็นครับ

ประเด็นแรกที่เราต้องพิจารณาก็คือว่าการทําความตกลงครั้งนี้นั้นข้อตกลง ได้กําหนดไว้ว่าจะมีการสามารถแก้ไขข้อตกลงได้ในทุก ๆ ๕ ป้ เพราะฉะนั้นหลังจาก ที่ความตกลงครั้งนี้เริ่มดําเนินการปฏิบัติก็ต้องขอความกรุณาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนะครับ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ศึกษาและพิจารณา ติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบรรดาสินค้าต่าง ๆ แล้วหาทางแก้ไข ไม่ว่าจะเปึนการตั้ง กองทุนเยียวยาซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว หรือสิ่งสําคัญอย่างหนึ่งที่เรา จะต้องเตรียมไว้ในการแก้ไขข้อตกลงในป้ที่ ๖ การแก้ไขไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ผมทราบดี เราจะต้องมีการศึกษาข้อมูลอย่างชัดเจน ต้องหามิตรประเทศในภูมิภาค ในอาเซียนของเราให้มีความคิดเห็นคล้อยตามกับจุดประสงค์ที่เราจะต้องการแก้ไข ข้อตกลงนั้น ๆ ด้วย ซึ่งจะต้องมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าในระหว่างระยะเวลา ๕ ป้

ประเด็นที่ ๒ ที่จะตั้งข้อสังเกตและความห่วงใยก็คือว่าในข้อตกลงครั้งนี้นั้น ได้มีส่วนหนึ่งที่กําหนดไว้ชัดเจนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ว่าจะต้องมีการตั้ง คณะอนุกรรมการพิจารณาการค้าเสรีในหมวดการค้าอยู่ ๒ เรื่องที่สําคัญและเปึนเรื่องที่ ละเอียดอ่อน เรื่องนั้นก็คือการค้าเสรีในหมวดสินค้าบริการและหมวดสินค้าการลงทุน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานได้เปึนหัวหน้าคณะเดินทางไปประชุมรัฐสภา เอเชีย ยุโรป ร่วมกับท่าน ส.ว. ธีระจิตต์ และผมเองก็เปึนหนึ่งในนั้นที่ไปร่วมประชุม ประเทศสมาชิกอภิปรายกันออกมาเปึน ๒ อย่าง ๒ กลุ่ม กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือมีอํานาจทางเศรษฐกิจสูงก็จะพยายามผลักดันให้บรรดาประเทศที่กําลังพัฒนา เป่ดการค้าเสรีในหมวดบริการและหมวดการลงทุน อันนี้คือความได้เปรียบอย่างสูง ที่ประเทศต่าง ๆ ที่พัฒนาแล้วจะมีต่อประเทศที่กําลังพัฒนา ในการประชุมครั้งนั้น ผู้แทนรัฐสภาของเอเชียทุกคนล้วนไม่ยอมรับการเจรจาในครั้งนี้เหมือนกับการที่ไม่ตกลง ในการเจรจาในรอบโดฮา เพราะฉะนั้นก็ขอฝากนะครับ คณะกรรมการในชุดนี้ให้พิจารณา ให้ถ่องแท้ การที่เราจะยอมรับในอนาคตของการค้าเสรีในหมวดบริการและ หมวดการลงทุนนั้นประเทศไทยของเราต้องพร้อมทั้งทางด้านวิชาการ ทั้งด้านเงินลงทุน และทางด้านเทคโนโลยี

ประเด็นข้อห่วงใยประเด็นที่ ๓ ในเรื่องข้อตกลงครั้งนี้ได้อนุญาตให้ประเทศ ภาคีสามารถซื้อขายสินค้า เศษหรือกาก หรือสิ่งที่ไม่ได้ใช้แล้วระหว่างกันได้ ซึ่งเรื่องนี้เปึน เรื่องอันตรายครับ เปึนเรื่องที่เราไม่สามารถจะไปป่ดกั้นการค้าขายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กากสารจากเคมีหรือกากกัมมันตภาพรังสี ผมในฐานะที่เปึนวิศวกรคนหนึ่งครับก็อยากจะ เรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าการกําจัดกากจากสารเคมีต้องใช้ต้นทุนในการกําจัดสูงมาก สูงมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกําจัดกากกัมมันตภาพรังสีนั้นเปึนการลงทุนที่ขาดทุน อย่างเดียวครับ เปึนการลงทุนที่ไม่คุ้มทุน เพราะฉะนั้นในประเทศคู่ค้าของเราแทบ ทุกประเทศก็จะพยายามเอากากสารเคมีและกากกัมมันตภาพรังสีไปกําจัดในประเทศอื่น เรื่องนี้เราป่ดกั้นไม่ได้ แต่เราป่ดกั้นทางอ้อมได้ครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมออกกฎหมายในการกําจัดกากอันตรายให้เคร่งครัด เริ่มตั้งแต่การบรรทุกรถ ออกมาจากท่าเรือ เริ่มจากการที่จะเข้าไปกําจัดจะต้องมีกรรมวิธีที่เข้มแข็ง มีการ ตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อให้การลงทุนต้องใช้ทุนสูง เพื่อโน้มน้าวจิตใจไม่ให้มี นักธุรกิจท่านใดเห็นประโยชน์จากการทําธุรกิจกําจัดกากสารเคมีหรือกําจัดกากจากสาร กัมมันตภาพรังสีเท่านั้นล่ะครับจึงจะทําให้บ้านเมืองของเราปราศจากสิ่งแวดล้อม ที่เปึนพิษได้

ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากเวลาจํากัด ผมเห็นด้วยกับความตกลง ฉบับนี้ และก็เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อไปศึกษาผลกระทบรายละเอียด ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปฏิบัติตาม รายละเอียดที่เราจะต้องแก้ไขในอนาคตข้างหน้า แต่อย่างไรก็ตามระยะเวลาของเรามีจํากัด เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเท่านั้นครับ ที่จะรู้ว่าการพิจารณาของคณะกรรมาธิการควรจะใช้เวลาเท่าไร อย่างไรก็ตามอยากเสนอ ข้อคิดเห็นอย่างนี้ครับว่า ถ้าหากว่ามีความจําเปึนรัฐสภาแห่งนี้เราให้ความเห็นชอบ ไปก่อน แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาศึกษา เพราะอย่างไรก็ตามเรา ไม่สามารถจะไปแก้ไขถ้อยคําใด ๆ ได้อีกแล้ว แต่ก็ยังเปึนประโยชน์สําหรับให้เจ้าหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติไปตามความตกลงครั้งนี้ นําไปปฏิบัติใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ชาติ บ้านของเราครับ ขอขอบคุณครับ