สถาพร มณีรัตน์ พูดเรื่องการลงทุนของญี่ปุ่นในภาคเหนือไทย โดยเรียกร้องให้ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลของไทย และให้แลกเปลี่ยนด้านเทคนิคและด้านแรงงานในระหว่างประเทศ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ ในนามสมาชิกรัฐสภา พรรคพลังประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ กระผมเองนั้นเปึนพี่น้อง เกษตรกรทางภาคเหนือ ซึ่งก็ถือว่าเปึนตัวแทนของภาคเหนือ ซึ่งผมเองได้เฝัาติดตาม มีข้อห่วงใยหลายประการที่จะฝากทางกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น คือข้อเท็จจริงในพื้นที่กรณี การทําเอฟทีเอกับไทย - ญี่ปุ์นก็ดี หรือการมีหุ้นระหว่างอาเซียนไทย - ญี่ปุ์น ของญี่ปุ์นก็ดี ซึ่งข้อเท็จจริงในพื้นที่นั้น ความที่มีศักยภาพของประเทศญี่ปุ์นนั้นผมเชื่อว่าเขาได้ศึกษา โครงสร้าง ได้ศึกษาความได้เปรียบเสียเปรียบของเขาล่วงหน้า ผมสังเกตว่าเขาได้ ดําเนินการจัดกิจกรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะการลงทุนในเขตภาคเหนือนั้น เหมือนกับ โครงสร้างที่ท่านได้ไปตกลงกันแล้ว คือเขาเสมือนหนึ่งว่าเขาได้มาดําเนินการกิจกรรม ของเขา มารองรับข้อตกลงล่วงหน้านี่คือข้อห่วงใยของพวกเรา ไม่ว่าเรื่องของการมีหุ้นส่วน ในการประกอบกิจกรรมลงทุน เช่น ในโครงสร้างของเขตงานนิคมอุตสาหกรรมก็ดี โครงสร้างภาคเกษตรก็ดี โครงการสร้างในด้านแรงงานก็ดี หรือภาคบริการก็ดี ข้อห่วงใย ในฐานะที่พวกเราเองเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และไม่ได้เปึนพหูสูตครับ บางอย่างเราอาจจะไม่รู้ลึก แต่ผมเองก็ดีใจครับที่มาตรา ๑๙๐ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่างน้อยทําให้พวกเราได้มาศึกษา ได้มาตั้งข้อห่วงใยเพื่อฝากไปยังกรรมาธิการ กระผมขอฝากไปเรื่องที่หนึ่งครับ เรื่องโครงสร้างของเกษตรกรที่จะมีผลกระทบ ผมขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์ตรงในพื้นที่ของกระผมนั้น พี่น้องของผมปลูกมะม่วง เจ้าของไร่หนึ่งนั้นได้ทําคู่สัญญากับคนญี่ปุ์น อีกไร่หนึ่งนั้นไม่ได้ทําสัญญากับคนญี่ปุ์น เขาส่งออกครับ ปรากฏว่าทางประเทศญี่ปุ์นโดยบริษัทของเขานั้นได้ส่งนักเกษตรกร มาควบคุมตลอดเลยครับ ตั้งแต่การปลูก การให้ปุิย ให้ยาแฮคกิ้ง (Hacking) ส่งไปเลยครับ ส่วนอีกไร่หนึ่งซึ่งไม่ได้ส่งญี่ปุ์นนั้น ไม่สามารถสู้ได้ครับ แล้วเขาก็ล้อมรั้ว ไม่สามารถที่จะเข้าไปสู่ไร่ที่เขาส่งออก เหมือนนิคมของเขาเลยครับ เราจําเปึนอย่างไรว่า โครงสร้างภาคเกษตรเราจะเปลี่ยน เพราะเขามีทุนสูงครับ แล้วเหมือนกับว่าเขาเปึน เจ้าของที่ดินเลยครับ เราเข้าไม่ได้ครับ เขาจะป่ดสวน แล้วก็จ้างคนงาน คนงานส่วนใหญ่ จะเปึนพม่าครับ นี่คือข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่ผมเองได้เฝัาข้อสังเกตว่าเขาได้ดําเนินการตามข้อตกลง ไทย – ญี่ปุ์นหรือเปล่า ผมฝากข้อสังเกตเหล่านี้ครับ เรื่องสัญญาครับ เกษตรกรบ้านผมนั้น ไม่มีความรู้เรื่องสัญญาครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งมีการเซ็นสัญญาเอาลําไยส่งประเทศญี่ปุ์น เซ็นไปอย่างนั้นแหละครับ เขาบอกว่าราคาดี แต่พอถึงฤดูกาลลําไยเขาเบี้ยวเฉยเลยครับ เขาไม่มาซื้อ ผมก็ไม่รู้ว่าข้อสัญญาที่เราจะผูกมัดเขานั้นเกษตรกรเหล่านี้จะมีความรู้ อย่างไร ผมเองนั้นสนับสนุนนะครับในการเป่ดตลาดสินค้าใหม่ ๆ ภายใต้สัญญา ที่เปึนธรรม เราสนับสนุนอยู่แล้ว ไม่ได้ขัดขวาง แต่ภายใต้การสนับสนุนนั้นเราเองอยากจะ ให้เกษตรกรซึ่งมีความคิดว่าการได้คู่สัญญากับการค้าต่างประเทศนั้นจะเปึนโอกาสของ เขา เพราะฉะนั้นคณะกรรมการหรือกระทรวงพาณิชย์ในฐานะเจ้าภาพใหญ่ได้โปรดใส่ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ ตั้งข้อสังเกตที่กระผมเองได้ดําเนินกิจกรรมเหล่านี้ในพื้นที่ ด้านแรงงาน ครับ ท่านครับ วันนี้ทุนของประเทศญี่ปุ์นเปึนจํานวนเท่าไรผมไม่อาจทราบได้ แต่ผมรู้ว่ามี นักลงทุนจากประเทศญี่ปุ์นมาอยู่ที่ภาคเหนือเปึนจํานวนมาก ส่วนใหญ่พวกเราจะได้แต่ แรงงาน สกิล เลเบอร์ (Skill Labor) ซึ่งเปึนแรงงานที่ไม่สามารถที่จะพัฒนาไปขั้นสูงสุดได้ พอเข้าโรงงานญี่ปุ์นอายุประมาณ ๔๘ ป้ เขาก็เออร์ลี่ (Early) ครับ โรงงานเหล่านั้นจะ ไม่รับชายหนุ่มหญิงสาวที่มีอายุเกิน ๔๘ ป้ ถ้ามีอายุเกิน ๔๘ ป้ เขาก็จะจ้างให้ออก ๆ โดยอ้างว่าไร้สมรรถภาพ ผมอยากจะให้ทางข้อสัญญา พันธสัญญาช่วยสกรีน (Screen) นักลงทุนจากประเทศญี่ปุ์นที่จะมาใช้ทรัพยากรของเรานั้นเปึนนักลงทุนจริง ๆ มิฉะนั้น เราจะรับภาระแรงงานนอกระบบที่จะเข้าสู่สังคมเราอีก และผมก็ไม่ทราบว่าทําไมเขาถึง ไม่ค่อยรับผู้คนที่อายุเกิน ๔๘ ป้ ในนักลงทุนของญี่ปุ์น อันนี้เปึนข้อสังเกต แน่นอนที่สุด ครับเรามองแต่ตัวเลขของการลงทุน แต่ทรัพยากรบุคคลของพวกนั้นน่าเสียดายเหลือเกิน ครับ คนหนุ่มคนสาวที่เข้าโรงงาน เข้าในเขตนิคมโรงงานซึ่งเปึนโรงงานของนักลงทุนจาก ประเทศญี่ปุ์นนั้นมีมากมายเหลือเกินครับ แต่เขาเออร์ลี่ ถูกให้ออก ปลดออกอายุ ๔๘ ป้ คนที่จะเข้าสู่วัยชราภาพในอายุ ๔๘ ป้ เราต้องรับภาระหลายอย่างครับ ท่ามกลางความ ไม่พร้อม ตรงนี้เปึนข้อสังเกตครับ ว่าต่อไปนี้การลงทุนของประเทศญี่ปุ์นจะต้องให้ ความสําคัญกับทรัพยากรบุคคล และอย่างน้อยจะต้องมีการแลกเปลี่ยนด้านเทคนิคและ ด้านแรงงานในระหว่างประเทศ ผมทราบมาว่าคนไทยแต่ละคน แต่ละโรงงานที่จะเดินทาง ไปฝ๊กงานที่ประเทศญี่ปุ์นที่อยากจะได้ทักษะได้เทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศญี่ปุ์นนั้นยาก เหลือเกินครับ เขาคัดแล้วคัดอีก และทําสัญญาที่ผูกมัดชนิดที่ว่าคนที่ได้ทุนนั้นไม่อยากจะ ไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ์นผ่านโรงงานของนักลงทุนเหล่านั้น ซึ่งเปึนข้อห่วงใยของกระผมว่า ถ้าเราปล่อยให้บรรยากาศการลงทุนไปอย่างนี้ ประเทศของเราจะเสียประโยชน์ในด้าน ทรัพยากรบุคคล เพราะเรามองแต่ตัวเลขการเติบโตด้านเม็ดเงินลงทุน แต่เราลืมไปว่า ภายใต้การเติบโตของเม็ดเงินลงทุนนั้นศักยภาพของผู้คนที่เราได้ใส่เข้าไปตรงนั้น จะมีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคต ผมอยากจะฝากกรรมาธิการที่จัดตั้งขึ้นว่าตั้งข้อสังเกต เหล่านี้ด้วยว่าการลงทุนนั้นไม่ใช่ว่าได้กําไรจากผู้คนของเราแล้ว แต่ว่าละทิ้ง คนอีกประเภทหนึ่ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้น ผมเองอยากจะให้กรรมาธิการที่จัดตั้งขึ้นมา ศึกษาภายใน ๓๐ วัน ถึงแม้จะแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ขอให้ตั้งข้อสังเกตสิ่งเหล่านี้ นอกจากนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตนิคมอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ์นมาลงทุนก็ดี ในเขตดินแดน ที่ญี่ปุ์นท่านได้มาซื้อสินค้าเกษตรก็ดี ปัญหาอย่างนี้เปึนปัญหาที่จะต้องลงลึกครับ ในห้องประชุมหรือในวงสัมมนาอาจจะ ทอดทิ้ง หรืออาจจะยังไม่สามารถลงลึกได้ ผมเองก็สนับสนุนในการที่จะมีการตั้ง อนุกรรมการ ซึ่งอยู่ในฝ์ายของข้าราชการประจํา และฝ์ายของผู้ลงทุนเข้ามาร่วมกัน เพื่อศึกษาลงลึกจริง ๆ การลงทุนนั้นผมถือว่าเปึนการลงทุนที่ดี การลงทุนข้ามชาติ ถ้าเปึน การลงทุนที่ลงทุนพร้อมทุกอย่าง ทุกด้าน ไม่ละทิ้งด้านใดด้านหนึ่งนั้น ผมเชื่อมั่นว่า จะทําให้เศรษฐกิจของแต่ละประเทศนั้นพึ่งพาอาศัยกันได้ แต่การลงทุนบางอย่าง ทิ้งบางอย่างไว้ และเอาเปรียบบางสิ่งบางอย่างนั้นถือว่าเปึนการลงทุนที่ไม่บริสุทธิ์ ท้ายที่สุดนี้ผมเองนั้น มีข้อห่วงใยพี่น้องของกระผมเหลือเกิน การจะทําพันธสัญญาใด ๆ ขอให้กรรมาธิการซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเปึนข้าราชการประจํา แล้วก็อยู่ในกรุงเทพมหานคร เสียส่วนใหญ่ได้มองครอบคลุมถึงภาคชนบท ภาคครัวเรือนที่อาจจะมีผลกระทบ ขอให้ ท่านได้ละเอียดเพื่อที่จะทําให้สัญญาที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้านั้นเปึนสัญญาที่ พวกเราภูมิใจและเปึนสัญญาที่ลูกหลานของเราไม่ได้ตําหนิพวกเราในอนาคตข้างหน้า ผมส่วนตัวยินดีที่จะสนับสนุนสัญญาภายใต้ที่มีคณะกรรมการที่จะได้ตั้งข้อสังเกต ในอนาคตต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมครับ ขอขอบคุณครับ