รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑ กันยายน ๒๕๕๑

จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ระหว่างอาเซียนกับประเทศญี่ปุ่น โดยเรียกร้องการสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ โดยมีกระทรวงต่างๆ มีส่วนร่วมในการบูรณาการและติดตามผลการปฏิบัติตามข้อตกลง รวมถึงการป้องกันการนำเข้าขยะพิษทางอุตสาหกรรม และช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในการได้รับประโยชน์จากข้อตกลงระหว่างไทยและญี่ปุ่น

นายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมอยากจะ ขออนุญาตท่านประธานแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ระหว่างอาเซียนกับประเทศญี่ปุ์น และผมอยากจะขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ขึ้นมา การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมานั้นผมทราบว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไร ในข้อตกลงได้ แต่ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะเปึนเครื่องมือ เครื่องมืออันหนึ่ง ในอนาคตที่รัฐบาลนั้นสามารถนําไปใช้เปึนเทคนิคในการเจรจาต่อรองกับต่างประเทศได้ ในอนาคต โดยที่ท่านอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเองก็จะใช้ประโยชน์จาก ตรงนี้ได้ และผมก็เชื่อมั่นว่าท่านเปึนคนที่มีความสามารถคนหนึ่ง แต่ผมคิดว่าท่าน คนเดียวนั้นไม่พอ ถามว่าทําไมไม่พอ เพราะว่าผมเห็นในข้อตกลงทางการค้าหรือความ ตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียน – ญี่ปุ์น นั้น ที่ท่านมาให้เราว่าความร่วมมือด้านเศรษฐกิจบอกว่า สาขาความร่วมมือต่าง ๆ คือ กระบวนการที่เกี่ยวกับการค้า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ทรัพย์สินทางปัญญา พลังงาน ข้อมูลและเทคโนโลยีการสื่อสาร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วิสาหกิจขนาดย่อมและ ขนาดกลาง การท่องเที่ยวและฮอสพิทอลิตี้ (Hospitality) การขนส่งและโลจิสติกส์ การเกษตร ประมงและป์าไม้ สิ่งแวดล้อม นโยบายการแข่งขัน สาขาอื่น ๆ ตามแต่จะ ตกลงกัน ท่านประธานจะเห็นครับ ท่านอธิบดีจะเห็นว่ามันกว้างมาก แล้วการกว้างมากนั้น ผมกราบเรียนได้ว่าลําพังวันนี้ให้กระทรวงพาณิชย์มาเปึนเจ้าภาพ แล้วนั่งอยู่คนเดียว โดด ๆ นั้น ผมว่ามันไม่พอ วันนี้สภาจะต้องให้อํานาจแล้วก็ให้บังคับให้ส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ผมอ่านมาเมื่อกี้นี้มันมีหลายมิติ หลายกระทรวง ท่านประธานครับในอนาคตถ้าเกิด อะไรขึ้นในทางลบเขาก็จะโยนกลองว่า กระทรวงพาณิชย์เปึนคนเจรจา เขาไม่มีส่วนรับรู้ รับเห็นในสิ่งต่าง ๆ ที่ทําไป ผมอยากจะให้เปึนว่าวันนี้ ความจริงเสียดายว่าน่าจะมี กระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีน่าจะมาด้วย กระทรวงอุตสาหกรรมน่าจะมาด้วย แม้กระทั่งเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนก็น่าจะมานั่งรับฟังด้วย ไม่เว้นครับแม้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพัฒนาสังคม และทรัพยากรมนุษย์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่ามันต้องมีบูรณาการกันหมด แล้ววันนี้ ที่เห็นในภาพนี้ไม่สบายใจครับ ไม่สบายใจและไม่แน่ใจว่าการบูรณาการจะเกิดขึ้นแล้วก็ ไม่มั่นใจเลยว่าการบูรณการในเชิงปฏิบัติก็จะเกิดขึ้นด้วย ผมเห็นวันนี้แล้วผมกลัวว่า คําว่า ธุระไม่ใช่ ภาระของท่านอธิบดีคนเดียวผมว่าท่านแบกรับไม่ไหวครับ ท่านเปึนอธิบดี ท่านจะไปขอร้องกระทรวงอื่นปลัดกระทรวงให้มาร่วมประชุมท่านได้ไหม ไม่ได้ ท่านต้อง ใช้อํานาจของรัฐสภานี้บังคับความร่วมมือเกิดขึ้น ใช้สภานั้นเปึนแส้ ให้ทุกคนนั้นอยู่ในร่อง ในรอยว่านี่คือผลประโยชน์ของประเทศไทย ที่กระทรวงทุกคนจะต้องร่วมมือกัน ผมไม่อยากเห็นความเสียหายต่าง ๆ เหล่านี้ อย่าให้ซ้ํารอยประวัติศาสตร์ของข้อตกลง ทางการค้ากับประเทศอื่น สิ่งที่มีความเปึนห่วงใยครับ อยากจะให้ท่านอธิบดีได้กรุณา จดความห่วงใยของผมไว้ เพราะมันเกี่ยวข้องกันหลายกระทรวง แล้วก็ถ้าผมไม่มีโอกาส ไปเปึนกรรมาธิการกับเขา หรือสภาไม่ตั้ง ผมอยากจะได้ฟังคําตอบจากทางท่าน เพื่อให้ เกิดความสบายใจว่า สิ่งที่รัฐสภาจะอนุมัติไปนี้ คนไทยได้ประโยชน์ แล้วก็ไม่ใช่แค่คนไทย ได้ประโยชน์บนเอกสารเฉย ๆ ในเชิงปฏิบัติทุกกระทรวงต้องมีส่วนร่วม ผมเน้นนะครับ ทุกกระทรวงต้องมีส่วนร่วมในการขยายผลในเชิงประโยชน์ที่เราจะได้รับจากความตกลง ทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์น ท่านประธานครับ ผมไม่มีเวลาอ่านหนังสือที่ สภาจัดให้ ๑๘๗ หน้า อ่านไม่ทันครับ แล้วก็ของที่ท่านส่งมาให้ ก็อ่านไม่ทันประมาณ ๑๐๐ กว่าหน้า แต่อยากจะถามครับว่าทางกระทรวงพาณิชย์เมื่อไปเจรจากับเขา ตอนไป เริ่มก่อนเจรจาการเตรียมการมีกี่กระทรวงที่เข้าร่วมการเตรียมการกับกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็มีข้อตกลงระหว่างกระทรวงกันอย่างไรบ้าง มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมไหมครับ ติดตามผลการปฏิบัติตามข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์น ทุกกระทรวง เปึนกรรมการไหม มีแผนปฏิบัติการร่วมกันไหมว่าจะติดตามขยายผลสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ อย่างไรนะครับ แล้วคณะกรรมการที่ว่านี้ประกอบไปด้วยหน่วยงานใดบ้าง แล้วก็ผู้บริหาร ระดับไหนที่จะเข้าร่วมนะครับ แล้วการประชุมนี้มีการทบทวนทุก ๓ เดือน ทุก ๖ เดือน หรือว่าทุกเดือนในการติดตามผลนะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะรับคําชี้แจงจากท่าน

ประเด็นต่อมาคือกลไกที่ผู้เสียหายหรือผู้เดือดร้อนจะร้องเรียนผ่าน ส่วนราชการ ในกรณีที่มีการขอทบทวนความตกลงต่าง ๆ เหล่านี้ กลไกต่าง ๆ เหล่านั้น มีกระบวนการอย่างไร และเป่ดกว้างแค่ไหนให้ประชาชนนั้นสามารถเข้าถึงแล้วก็ร้องเรียน ถึงคณะกรรมการที่ว่านี้ได้ คณะกรรมการของท่านนั้นมีระบบเตือนภัยทางเศรษฐกิจ มีระบบเตือนภัยทางสังคมและด้านสิ่งแวดล้อมด้านอื่น ๆ ขณะนี้ผมอยากจะยกตัวอย่างให้ท่านอธิบดีหรือว่าผู้มาชี้แจงได้เห็นผ่านท่านประธาน ไปว่า ทุกวันนี้มีความเปึนห่วงว่าหลายคนพูดถึงขยะนะครับ ผมยกตัวอย่างให้ฟังเรื่องหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้ว ก็คือมีบริษัทนําเข้าบริษัทหนึ่ง นําเข้าขยะพิษทางอุตสาหกรรม ขยะสารเคมีมานี่เขาก็ไปซื้อที่ผืนใหญ่หลายร้อยไร่ในเขตกันดารในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ใกล้ภูเขาแล้วเขาก็มีใบนําเข้า ใบนําเข้านั้นเปึนภาษาอังกฤษ แล้วก็แถมเปึน เรื่องของเคมี ซึ่งขนาดผมอ่านภาษาอังกฤษได้ ผมก็ไม่เข้าใจว่าสารเคมีนี้มีผลเปึนพิษ อย่างไรและก็นานขนาดไหน และก็เมื่อเขาเปึนที่ของเขาแล้วเขาก็กั้นรั้วไม่มีใครเข้าไปได้ แล้วก็ขุดแล้วก็ฝังกลบสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ กรมควบคุมมลพิษก็เข้าไปไม่ถึง อบต. อบจ. ก็เข้าไปตรวจสอบไม่ได้เพราะเปึนที่ส่วนบุคคล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว และผมเชื่อว่า เมื่อมีข้อตกลงอาเซียนญี่ปุ์นหรือแม้กระทั่งไทย - ญี่ปุ์นเข้ามาแล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะ เกิดขึ้นมากขึ้น ถามว่ามากขึ้นเพราะอะไร มากขึ้นเพราะว่าเรามีการลดภาษีระหว่างกัน ฉะนั้นต้นทุนของการกําจัดขยะในประเทศญี่ปุ์นนั้นแพงมาก เปึนการง่ายและก็สะดวก ที่จะส่งออกสารขยะต่าง ๆ เหล่านี้มายังประเทศที่กําลังพัฒนา เช่น ในแถบประเทศ อาเซียน แต่ไม่ใช่สิงคโปร์หรือว่ามาเลเซีย เพราะว่าเขามีกฎหมาย กฎบัตรที่เข้มงวดมาก ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องของขยะแล้ว ผมอยากจะให้ทางกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีก็ได้ช่วยอธิบายครับว่าประโยชน์ที่ท่านบอกว่าคนไทยจะได้รับผู้ประกอบการ ไทยจะได้รับนี้นะครับ ท่านจะมีการขยายความได้ไหมว่ากลไกของกระทรวงพาณิชย์ที่จะ ช่วยผู้ประกอบการให้ได้ผลประโยชน์จากข้อตกลงตรงนี้ท่านจะดําเนินการอย่างไร ไม่ได้ถามว่าจะทําอะไรบ้างนะครับ จะดําเนินการอย่างไรในกรณีนี้ เช่น ไม่ใช่จัดสัมมนา ไม่ใช่จัดประชุม แต่ต้องให้เกิดประโยชน์ในการช่วงชิงผลประโยชน์ทางภาษีอากรแล้วก็ ขยายการส่งออกตรงนี้ไปด้วย

ข้อห่วงใยของผมอีกข้อหนึ่งซึ่งอยากจะฟังจากกระทรวงพาณิชย์ และจริง ๆ ก็อยากจะฟังจากกระทรวงการต่างประเทศ แม้กระทั่งกระทรวงแรงงาน กระทรวง อุตสาหกรรมด้วย คือวันนี้เมื่อประเทศไทยต้องลดภาษีศุลกากรลงนะครับ ท่านสมาชิก หลายท่าน ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายไปแล้วว่าภาษีศุลกากร ด้านอุตสาหกรรมของญี่ปุ์นนั้นเขาต่ํา ประเทศไทยสูง เมื่อเมืองไทยลดภาษีลงมาแล้ว ในที่สุดถามว่าจะมีปัจจัยอะไรที่จะปัองกันไม่ให้ญี่ปุ์นย้ายฐานการผลิตไปในกลุ่มประเทศ อาเซียนอื่น ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันนอกเหนือจากอํานาจขอบเขตของกระทรวงพาณิชย์เลย เห็นไหมครับว่าตรงนี้จึงต้องมีการบูรณาการ ผมยกตัวอย่างเลยว่าวันนี้ญี่ปุ์นมีโรงงาน ที่ผลิตในเมืองไทย แล้วก็ในขณะเดียวกันเมื่อข้อตกลงอาเซียนนี้สําเร็จ ประเทศที่มีต้นทุน ต่ํากว่าประเทศไทย เช่น เวียดนาม แม้กระทั่งกัมพูชา ในสินค้าหรือผลผลิตหลายชนิด เขาก็สามารถย้ายฐานการผลิตไปอยู่ที่นั่นได้ ผมถามว่าวันนี้กระทรวงต่าง ๆ มีมาตรการ อะไรบ้างที่เตรียมจะผูกมัด แล้วก็ดึงดูดให้ญี่ปุ์นนั้นไม่ย้ายฐานการผลิตสินค้าต่าง ๆ เหล่านั้นจากประเทศไทยไปอยู่ในประเทศอาเซียนอื่น ๆ นอกจากนั้นแล้วอยากจะถามว่า แผนปฏิบัติการของกระทรวงพาณิชย์ว่าประเทศไทยมีข้อตกลงไทย – ญี่ปุ์น การค้า ไทย – ญี่ปุ์นแล้ว วันนี้มีอาเซียน - ญี่ปุ์นมากขึ้น ผมเห็นเอกสารท่านท่านบอกว่าจะได้ ประโยชน์เพิ่ม แต่อยากจะให้ทราบว่าประเทศไทยขาดดุลต่อเนื่อง ขาดดุลการค้ากับญี่ปุ์น มา ๓๐ ป้แล้ว ผมจําได้ว่าเมื่อป้ ๑๙๘๖ ผมมีส่วนร่วมไปกับคณะที่ไปยื่นจดหมายกับ นายกรัฐมนตรีนากาโซเน่ในขณะนั้นนะครับ วันนั้นไทยขาดดุลการค้าเขาเพิ่มมากขึ้น เหลือเกิน เรามีความเปึนห่วง แต่หลังจากนั้นมาเราขาดดุลเพิ่มขึ้น ๆ ตลอด แล้วถามว่า มีหลักประกันอะไรที่เราจะขาดดุลการค้ากับญี่ปุ์นน้อยลง หากเรามีข้อตกลงกับเขา ตรงนี้ว่าเรามีผลประโยชน์เพิ่มขึ้น ท่านทราบท่านรู้ดีว่าญี่ปุ์นนั้นตั้งมาตรการกีดกันสินค้า ไทยที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร เปึนเรื่องของมาตรฐานสินค้า เปึนเรื่องของความปลอดภัยจากสารปนเปุ๋อน เปึนเรื่องมาตรฐานอุตสาหกรรม มาตรฐาน สิ่งแวดล้อมเขา ถามว่าตรงนี้แหละครับ มีแผนปฏิบัติการที่จะช่วยให้ประเทศไทยนั้น ผลิตได้ตามมาตรฐาน แล้วก็ส่งไปที่ประเทศญี่ปุ์นได้มากขึ้นเพื่อลดการขาดดุลการค้า ได้หรือไม่ และมันก็จะต้องเกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่น นี่เปึนที่มาว่าสภานี้จะต้องให้ ข้อบังคับหรือการบังคับว่ากระทรวงพาณิชย์นั้นจะต้องได้รับความร่วมมือจากกระทรวงอื่น

นอกจากนั้นแล้วผมฝากอีก ๑ ประเด็นซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญมาก คือเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญาครับ ทรัพย์สินทางปัญญานั้นวันนี้เรามองข้ามไปมาก ผมบังเอิญป้นี้ โชคดีไปนั่งเปึนกรรมาธิการงบประมาณ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ได้ยิน ได้ฟังแล้วก็มีความสลดใจ สลดใจที่เราไม่พร้อมที่จะปกปักรักษามรดกไทยในเรื่องของ ทรัพย์สินทางปัญญา วันนี้นะครับ ความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของ ประเทศไทย สมุนไพรไทย ท่านเชื่อไหมครับคนที่มาเอาประโยชน์ตรงนี้คือประเทศญี่ปุ์น ครับ ประเทศญี่ปุ์นว่าจ้างคนไทยเยอะมาก เข้าไปทําวิจัยเพื่อจะไปจดสิทธิบัตรในการผลิต ยาต่าง ๆ เหล่านี้ แต่เรามีของของเราอยู่ในบ้านเราเอง เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้ ไม่ได้ ปกปัองอนุรักษ์มรดกไทยที่ปู์ ย่า ตา ทวดมอบไว้ให้เลย เรากลับปล่อยให้มันสูญเสียไป ผมอยากจะถามว่าวันนี้กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเปึนผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกรมทรัพย์สิน ทางปัญญาโดยตรง แต่ในเชิงปฏิบัติท่านต้องไปพึ่งกระทรวงวัฒนธรรม ท่านต้องไปพึ่ง กระทรวงสาธารณสุข ท่านต้องไปพึ่งกระทรวงมหาดไทย ท่านต้องไปพึ่งกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อปกปัองสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ผมถามว่าวันนี้ แผนปฏิบัติการที่ท่านจะทํามีหรือยัง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราจะเสียเปรียบญี่ปุ์นมาก เพราะมันมีตัวอย่างมาแล้ว ท่านก็ทราบว่านวดไทยที่ฤาษีดัดตนนะครับ หลายท่าน สมาชิกรัฐสภาอาจจะไม่ทราบว่าญี่ปุ์นนั้นขอไปจดขึ้นทะเบียนไว้ว่าฤาษีดัดตนเปึนของ ญี่ปุ์น แต่ว่าก็โชคดีที่ทางฝ์ายไทยดําเนินการทัน เราก็ชนะเขาในเรื่องของฤาษีดัดตน ปัจจุบันนี้ฤาษีดัดตนก็เปึนที่รับทราบกันว่าต้นกําเนิดนั้นมาจากประเทศไทย ไม่สูญเสีย เหล่านี้ไป นี่ถ้าเผื่อหน่วยราชการเราหลับยาม รู้ไม่เท่าทัน ฤาษีดัดตนวันนี้ก็จะเปึนฤาษี ดัดตนของประเทศญี่ปุ์นไปแล้ว ไม่ใช่ของประเทศไทย

ผมอยากจะถามคําถามต่อมาด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์สามารถให้สมาชิก รัฐสภาเห็นได้ไหมว่า ข้อตกลงที่จะเปึนประโยชน์นี้จะบังเกิดในแผนงานเม็ดเงินลงทุน ในประเทศไทยประมาณเท่าไร ในกี่ป้ แล้วเปึนเม็ดเงินประมาณกี่พันล้านบาทกี่หมื่น ล้านบาท ในโครงการที่จากข้อตกลงขยายความข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียน กับญี่ปุ์น ประเทศไทยจะมีเงินดอกเบี้ยต่ําจากประเทศญี่ปุ์นมาช่วยประกอบการ ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SME) คือขนาดกลาง ขนาดย่อมบ้างหรือไม่ เพราะว่านั่นอยู่ใน ประเด็นมิติทางข้อตกลงที่ท่านจะมีกับอาเซียนและญี่ปุ์น นอกจากนั้นแล้วพูดถึง ความเคารพในสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาที่ผมกล่าวไปแล้วนั้นจะมีมากมายขนาดไหน วันนี้ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาด้วยว่าลักษณะสําคัญของตลาด ญี่ปุ์นที่เปึนคู่ค้าสําคัญของประเทศไทยคือข้อจํากัดว่า ผู้บริโภคญี่ปุ์นนั้นส่วนใหญ่รู้จัก สินค้าไทยเฉพาะในโตเกียว ในเมืองต่าง ๆ ของที่ญี่ปุ์นนั้นยังมีการรับรู้สินค้าไทย คุณภาพ สินค้าไทยน้อยมาก ข้อที่ ๒ คือตลาดญี่ปุ์นนั้นเปึนตลาดผู้มีกําลังซื้อมาก ขณะนี้เปึน ผู้สูงอายุเสียเยอะ ถามว่ากระทรวงพาณิชย์วันนี้นอกจากจะส่งหมอนวด นวดแผนโบราณ นะครับ แล้วก็ส่งผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุ ส่งพ่อครัว ส่งใครไป ถามว่ามาตรฐานเราเตรียมพร้อม กับความต้องการกับมาตรฐานที่เขากีดกันของเราเข้าไปหรือไม่ เทคโนโลยีของ ตลาดญี่ปุ์นนั้นมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ถามว่าวันนี้เราตกลงกับเขาแล้ว อาเซียน – ญี่ปุ์น แล้วถามว่าวันนี้ประเทศไทยสู้สิงคโปร์ สู้มาเลเซีย เราจะเสียเปรียบเขาไหม ถ้าเราทํา ข้อตกลงตรงนี้ อยากจะทราบว่าความได้เปรียบ เสียเปรียบ ผมไม่คาดคั้นหรอกครับว่า ประเทศไทยนั้นจะต้องได้เปรียบเขาทุกข้อ แต่ว่าบวก ลบ คูณ หารแล้วนี่เราจะต้องมี ความพร้อมที่จะป่ดจุดด้อย แล้วก็เพิ่มประโยชน์ที่เราควรจะได้รับ

อีกประเด็นหนึ่งคือมาตรฐานในการนําเข้าสินค้าสูงนะครับ ซึ่งได้กล่าว มาแล้ว แล้วก็การใช้มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี นอกจากกรมเจรจาทางการค้าแล้ว อยากจะทราบว่าท่านมีแผนปฏิบัติการกับกระทรวงอุตสาหกรรม มาตรฐานอุตสาหกรรม ไหม มาตรฐานสินค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไหม ที่จะทําให้สินค้าไทยนั้น ผ่านเข้าตลาดญี่ปุ์นได้ เพื่อนสมาชิกผมได้อ่านว่าสินค้าไทยเข้าตลาดญี่ปุ์นได้มากมาย นั่นเปึนจํานวนประเภทสินค้า แต่ถามสิครับ ที่มาตรฐานได้ผ่านจริง ๆ น้อยนิดมาก เพราะเรายังไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วยังไม่ได้บูรณาการแผนปฏิบัติงานเราให้เกษตรกรไทย ผู้ส่งออกไทยได้ใช้ประโยชน์จากมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็สิ่งที่อยากจะกราบเรียน ต่อ ๆ ไปก็คือว่าถ้าท่านจะบอกได้ไหมว่าถ้าเผื่อรัฐสภานี้ไม่ให้ความเห็นชอบ ผลร้าย จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย อยากฟังตรงนี้เหมือนกัน เพราะว่าประเทศไทยมีข้อตกลง ทางการค้าระหว่างญี่ปุ์นอยู่แล้ว แล้วก็ได้ประโยชน์มาตรการทางภาษีอยู่แล้ว แล้วก็ ญี่ปุ์นนั้นก็มีภาษีศุลกากรที่ต่ําอยู่แล้ว ประเทศไทยก็ได้ประโยชน์ตรงนี้เต็มที่ไปอยู่แล้ว การเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยถามว่าคุ้มค่าไหม จําเปึนไหม ผมอยากจะฟังทั้งข้อดีและข้อเสีย ต่าง ๆ เหล่านี้ แต่หากว่าทางกระทรวงพาณิชย์หรือทางท่านรัฐมนตรีไม่ขัดข้องที่จะไป ตั้งคณะกรรมาธิการ ผมมีคําถามประมาณ ๔ หน้า ๕ หน้า ซึ่งขอสงวนไว้ว่าถ้าเผื่อจะไป ถามในคณะกรรมาธิการเพื่อประหยัดเวลาของสภา จึงอยากจะขอให้ทางผู้ที่ได้เตรียมมา ชี้แจงได้กรุณาตอบให้ทางรัฐสภาได้มีความมั่นใจว่า ข้อตกลงที่เราจะอนุมัติในหลักการนี้ เปึนประโยชน์ต่อคนไทยทุกส่วนทุกภาค ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ