รัชดา ธนาดิเรก หารือเรื่องผลกระทบต่อธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ หากประเทศไทยลงนามในหุ้นส่วนเศรษฐกิจ อาเซียน - ญี่ปุ่น โดยมีการลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่น และเรียกร้องการถ่ายโอนความรู้และศักยภาพจากญี่ปุ่นมาใช้ในประเทศไทย โดยไม่ต้องการให้ไทยถูกเอาเปรียบ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็คงจะขออภิปรายในประเด็นที่เพื่อน สมาชิกยังไม่ได้พูดถึง เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องผลกระทบในด้านลบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์และอุตสาหกรรมยานยนต์ จากข้อมูลของกรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศได้สรุปออกมาว่า หากประเทศไทยนั้นลงนามในหุ้นส่วนเศรษฐกิจ อาเซียน - ญี่ปุ์น ผลกระทบที่จะตามมาก็คือประเทศไทยจะมีการนําเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๕ โดยนําเข้าจาก ญี่ปุ์นเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๖ ซึ่งการนําเข้าดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อธุรกิจอุตสาหกรรม ยานยนต์โดยตรง แม้ว่างานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นจะบอกว่าการที่ประเทศไทยของเราจะลด กําแพงภาษีลงในระดับจาก ๔๐ ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ไปเหลือ ๐ เปอร์เซ็นต์ในระยะยาวนั้น จะมีผลดีต่อการส่งออกยานยนต์ของเราในระยะยาว แต่ก็ต้องตั้งข้อสังเกตนิดหนึ่งค่ะว่า การนําเข้ารถยนต์และอุปกรณ์ยานยนต์ที่จะเกิดขึ้น ธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ ณ ปัจจุบันนี้ การผลิตใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เปึนวัตถุดิบในประเทศ ดิฉันจึงไม่แน่ใจว่าการลด กําแพงภาษีนําเข้าสินค้าจากญี่ปุ์นจะมีผลในเชิงบวกกับธุรกิจยานยนต์มากนักนะคะ อีกอันหนึ่งก็แน่นอนล่ะค่ะ หากว่ากําแพงภาษีได้ลดลงแล้ว ผู้บริโภคก็คงจะหันมานิยมใช้ รถญี่ปุ์นกันมากขึ้น มันเกิดอะไรขึ้นล่ะคะกับการที่ผู้บริโภคจะใช้รถญี่ปุ์นที่มีราคาถูกกว่า รถยุโรป มันมีผลกระทบต่อนโยบายทางด้านพลังงานของประเทศไทยของเราค่ะ เมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลแถลงนโยบายในเรื่องของพลังงาน บางช่วงก็จะบอกว่าอีโค่ คาร์ (Eco car) บางช่วงก็จะเน้น อี ๘๕ (E ๘๕) แต่ดิฉันคิดว่ามันเปึนอีหลักอีเหลื่อมากกว่า เพราะว่าผู้ประกอบการฝ์ายค่ายญี่ปุ์นก็บอกว่าขอเน้นอีโค่ คาร์ เท่านั้น ฝ์ายยุโรปบอกว่า ขอเปึน อี ๘๕ ทีนี้เมื่อกําแพงภาษีถูกลดลง คนก็จะต้องหันมานิยมใช้รถญี่ปุ์นมากขึ้น ก็เท่ากับว่ารถยนต์ที่จะใช้ในประเทศไทยนั้นจะเปึนรถจากค่ายญี่ปุ์น แล้วค่ายญี่ปุ์นนั้น ก็จะเปึนรถในลักษณะอีโค่ คาร์ แล้วนโยบาย อี ๘๕ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ดิฉันเองคงไม่ได้ฝากประเด็นนี้ไปยังกระทรวงพาณิชย์เท่านั้นหรอกค่ะ คงจะต้องฝากไปยัง กระทรวงพลังงานด้วยนะคะว่าจะบูรณาการทํางานในเรื่องของนโยบายพลังงานกับการ ลดกําแพงภาษีตรงนี้อย่างไร เพราะว่าท่านก็พูดไปแล้วนะคะว่าจะเน้นในเรื่องของ อี ๘๕
อีกเรื่องหนึ่งนะคะที่เปึนเรื่องที่สืบเนื่องจากที่ท่านสมาชิก ขออภัยที่ต้อง เอ่ยนาม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้กล่าวไว้ในตอนต้นว่า คําว่า หุ้นส่วน ทางเศรษฐกิจ นั้น ไม่ได้กําหนดกรอบความร่วมมือไว้เฉพาะทางด้านการค้าเท่านั้น มันยัง เปึนเรื่องของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ทรัพย์สินทางปัญญา ครั้งหนึ่งเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้ว บอกว่าต้องการที่จะพัฒนาให้ประเทศไทยของเราเปึนดีทรอยต์ ออฟ เอเชีย (Detroit of Asia) หรือว่าเปึนศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในเอเชีย ๒๐ ป้ของธุรกิจในอุตสาหกรรม ยานยนต์นี้เรายังไปไม่ถึงไหนเลยค่ะ เปึนได้เพียงแค่ฐานการผลิต เราไม่มีการพัฒนา ในเรื่องศักยภาพ มีการพัฒนาในเรื่องการถ่ายโอนความรู้ ญี่ปุ์นโรงงานมากมายนะคะ ที่มาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยของเรา แต่เขาให้ความรู้อะไรกับผู้ประกอบการของเรา บ้าง เปล่าเลยนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงคิดว่าโอกาสนี้ที่ประเทศไทยของเราลงนาม ในความร่วมมือเศรษฐกิจ ก็ขอให้ขยายคําว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นั้น เปึนมิติ ที่กว้างกว่าคําที่ใช้กันอยู่ทั่ว ๆ ไป คือมองแค่เศรษฐกิจคือเรื่องของการค้า อยากจะฝาก ไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเมื่อเราจะมีการลงทุน เพิ่มมากขึ้นในเรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ เราจะสามารถพัฒนาไปได้ไหมคะว่า ญี่ปุ์น หากหวังที่จะมีความสัมพันธ์อย่างจริงใจกับเรา หันมาในเรื่องของการถ่ายโอนความรู้บ้าง ได้ไหม อย่าใช้ประโยชน์จากของประเทศไทยเพียงอย่างเดียว ความรู้ศักยภาพ ที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ์นมี หัดที่จะถ่ายโอนมาบ้าง แน่นอนค่ะเรื่องนี้คง ไม่เกิดขึ้นหากทางฝ์ายไทยไม่มีกลไกที่จะสานต่อ ดิฉันเองก็อยากจะฝากกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็คณะรัฐบาลไปพิจารณาต่อว่า จากการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จะมีกลไก อย่างไรบ้างที่จะผลักดันให้มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เปึนคําว่า ทางเศรษฐกิจ จริง ๆ และอยากจะให้เน้นในเรื่องของการถ่ายโอนความรู้นะคะ เพราะว่าไม่อยากให้ ประเทศไทยสุดท้ายแล้วก็เปึนประเทศที่ถูกเอาเปรียบเหมือนที่ผ่านมาอย่างเช่นเคย ขอบคุณค่ะ