สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ เสนอแนะให้รัฐบาลไทยเข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียนกับประเทศญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มยอดขายและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขยายตลาดและส่งเสริมการส่งออกของประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดสุรินทร์ เขต ๒ ท่านประธานครับ โดยส่วนตัวผมก็มีความเห็นด้วยที่ ทางกระทรวงพาณิชย์และทางรัฐบาลจะมีการทําความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน ญี่ปุ์น เนื่องจากว่าโดยพื้นฐานส่วนตัวแล้ว ก่อนที่จะมาเปึนนักการเมือง ผมเองก็มีพื้นฐาน ที่การทําธุรกิจก็เหมือนกับการเปึนพ่อค้า โดยส่วนตัวก็คิดว่าเวลาค้าขายแล้ว ในลักษณะ ตลาดที่จํากัดก็คือในประเทศของเรา ถ้าเราอยากจะเพิ่มยอดขายที่มากขึ้นก็ต้องมองหา ตลาดใหม่ ซึ่งตลาดที่จะเพิ่มมากขึ้นก็คงจะเปึนตลาดในต่างประเทศ ในการมองถึง ศักยภาพของต่างประเทศที่จะมีศักยภาพในการซื้อ ประเทศญี่ปุ์นก็เปึนประเทศหนึ่ง ที่ถือว่ามีศักยภาพอย่างมากในการที่มีกําลังซื้อสูง แล้วอีกทั้งญี่ปุ์นกับประเทศไทยเอง ก็มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนานด้วย แต่ทั้งนี้ในการทําความตกลงในการค้า ก็ย่อมมี ผลดีและผลเสีย มีข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบซึ่งกันและกัน โดยการทําข้อตกลง ที่ผ่านมาระหว่างไทยกับญี่ปุ์นเอง ที่เพิ่งผ่านมาก็คือ การทําตกลงในเรื่องของเจเทปา ที่มีการเจรจาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ แล้วก็จะมาบังคับใช้น่าจะเปึนวันที่ ๑ พฤศจิกายน ในป้นี้ วันนี้ข้อตกลงในลักษณะอาเซียนกับประเทศญี่ปุ์นก็มีหลาย ๆ อย่างที่คล้ายคลึงกัน แล้วก็ หลาย ๆ อย่างที่แตกต่างกันบ้าง แล้วก็มีบางรายการที่เราได้เปรียบมากขึ้น ได้ลดสัดส่วน ทางภาษีที่มากขึ้น ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่า การทําข้อตกลงในระหว่างอาเซียนเองกับทางญี่ปุ์น วันนี้เราก็คุยในลักษณะของกลุ่มประเทศอาเซียน คุยกับประเทศญี่ปุ์น ดังนั้นการทํา ข้อตกลงต่าง ๆ ก็อาจจะทําให้ได้ผลประโยชน์มากขึ้น แต่ทั้งนี้ที่มองเปึนลักษณะ ของข้อสังเกตก็คือว่า ในกลุ่มประเทศอาเซียนเราเอง ในกลุ่มประเทศ ๑๐ ประเทศ ของอาเซียนเรา ที่เรามีความตกลงที่เราเรียกว่า กลุ่มประเทศอาเซียน ตรงนี้ก็เปึนประเทศ ที่มีลักษณะภูมิประเทศที่คล้ายคลึงกัน มีวัฒนธรรมหรืออะไรหลาย ๆ อย่างที่คล้ายคลึงกัน เชื้อชาติอาจจะแตกต่างกันในเรื่องวัฒนธรรม ศาสนาบ้าง ตรงนี้ก็คือ ในกลุ่มอาเซียน ๑๐ ประเทศถ้าผมมอง เราทําความตกลงกันเนื่องจาก เราเปึนประเทศในภูมิภาคเดียวกัน มีลักษณะภูมิภาคใกล้เคียงกัน ติดต่อกัน ลักษณะปัญหาหรือการค้าก็ย่อมมีความ คล้ายคลึงกันเสียเปึนส่วนใหญ่ ทั้งนี้ถ้าเทียบกับกลุ่มประเทศที่เรียกว่า จี ๘ (G 8) ซึ่งเรา ก็มองว่า ถ้ากลุ่มตรงนั้นก็เปึนประเทศที่ร่ํารวย ถ้ามองเหมือนกับ พูดภาษาชาวบ้าน เหมือนเขากินวงแชร์ (Share) กัน แชร์นั้นก็เปึนโต๊ะที่มีแต่คนรวยคุยกัน ดังนั้นเองการที่ คนรวยหรือประเทศกลุ่มที่จับรวมตัวกัน ซึ่งมีประเทศที่รวยอยู่ไม่กี่ประเทศ ก็ต้องมองหา ผลประโยชน์จากประเทศที่กําลังพัฒนาอยู่ กลุ่มประเทศอาเซียน ๑๐ ประเทศ ตรงนี้ที่เราจับความร่วมมือกัน มีความสัมพันธ์กัน ข้อสังเกตก็คือว่าวันนี้เราทําความตกลงกลุ่มประเทศ ๑๐ ประเทศในอาเซียนกับประเทศ ญี่ปุ์น ๑ ประเทศ เหมือน ๑ ต่อ ๑๐ ๑๐ ประเทศก็จะไปค้าขายนะครับกับประเทศญี่ปุ์น ๑ ประเทศ แต่ญี่ปุ์นเขาก็คงจะสามารถเลือกได้ที่จะทําค้าขายใน ๑๐ ประเทศนี้ได้ แต่โดย ส่วนตัวเองจากที่ผมก็มีโอกาสในการพบปะแล้วก็พูดคุยกับคนญี่ปุ์นเอง คนญี่ปุ์นเองก็มี ลักษณะที่ค่อนข้างจะชอบประเทศไทยของเราเปึนอย่างมาก เนื่องจากความโดดเด่นของ ประเทศไทยเราอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของคนไทยเราเปึนคนที่มีอัธยาศัยดี ประนีประนอม แล้วก็ให้ความสําคัญกับคนญี่ปุ์นค่อนข้างมากเหมือนกัน อีกทั้งประเทศเราเองก็มี การพัฒนามาหลายป้ มีการลงทุนในเรื่องสาธารณูปโภคต่าง ๆ ก็ถือว่าเปึนศักยภาพที่สูง ที่เราจะได้เปรียบในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศตรงนี้ เนื่องจากถ้ามองแล้ว ในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างที่ผมบอกแล้วว่าเราก็ต้องพูดว่าใน ๑๐ ประเทศตรงนี้ เราเปึนประเทศที่กําลังพัฒนาอยู่ แล้วหลาย ๆ ประเทศเองถ้าเทียบศักยภาพก็ยังต่ํากว่า ประเทศไทยเรา ในกลุ่มเราเองถ้าเราจะเปึนรองก็คงจะสิงคโปร์ แล้วก็คงไล่ ๆ กับมาเลเซีย แล้วก็อาจจะมีเวียดนามที่กําลังไล่แข่งขันเรามาอยู่ แต่ทั้งนี้จากปัญหาการเมืองในประเทศ เองที่ทําให้บรรยากาศลงทุนต่าง ๆ ที่มันเริ่มไม่เปึนสิ่งที่น่าลงทุนอีกต่อไป อาจจะทําให้ หลาย ๆ ประเทศที่เขากําลังต้องการพัฒนาและแข่งขันในด้านการค้าทําให้เขาก็คงจะได้ พัฒนาขึ้นมา ถ้าเรายังติดปัญหาตรงนี้อยู่ก็คงจะไล่กวดเรามาได้ทันนะครับ ก็คงจะเปึน ข้อสังเกต อย่างหนึ่งก็คือว่านอกจากเรื่องของผลประโยชน์ที่ทําในลักษณะเรื่องของภาษี ว่าได้ตรงนั้นเสียตรงนี้ก็คงจะฝากข้อสังเกตเรื่องให้ทางกระทรวงเองช่วยทําเรื่องของ ศักยภาพในแต่ละประเทศที่เราจะได้มีการแข่งขัน ความเปึนไปได้ในหลาย ๆ รายการ ความได้เปรียบ เสียเปรียบด้วย จริง ๆ การทําข้อตกลงระหว่างญี่ปุ์นเอง สิ่งที่เหมือนแล้วก็ แตกต่าง ความต้องการระหว่างไทยกับญี่ปุ์นก็คงจะเห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของ รายการสินค้า ก็คือทางประเทศไทยเราก็อยากขายสินค้าการเกษตร เพราะเราก็ถือว่าเปึน สินค้าหลักแล้วก็เปึนสินค้าที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเราเปึนผู้ผลิต แต่ทางญี่ปุ์นเอง ก็คงอยากที่จะค้าขายในสินค้าที่เปึนลักษณะเทคโนโลยี ก็คือจะเปึนเหล็ก รถยนต์ แล้วก็ เครื่องใช้ไฟฟัา ข้อสังเกตที่จะฝากตรงนี้ก็คือว่าบริษัทที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยในเรื่อง ของอุตสาหกรรมหนักส่วนมากก็คงเปึนประเทศญี่ปุ์นอยู่แล้ว ถ้ามองในแง่ดีอย่างหนึ่ง ถ้าไม่มองในแง่เสียอย่างเดียวว่า เราเปึนแค่การแลกเปลี่ยนหรือว่าในกรณีที่เราต้องลด ภาษีเรื่องเหล็กเรื่องอะไรต่าง ๆ เปึนข้อเสียเปรียบของเรา ข้อดีก็คือว่าพอลดภาษีตรงนี้ ก็ทําให้บริษัทที่ในการลงทุน คือบริษัทญี่ปุ์นเองที่มาลงทุนในเรื่องของการทําอุตสาหกรรมหนัก รถยนต์อะไรต่าง ๆ ก็ทําให้เปึนการดึงดูดนักลงทุนชาวญี่ปุ์นที่จะทําให้ได้ลงทุน ในประเทศไทยต่อไปในเรื่องของเหล่านี้ เพราะว่าการลงทุนก็คงต้องมีการลงทุนเปึน ระยะเวลายาวนานอยู่ ก็คงจะเปึนสิ่งที่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนตรงนี้ด้วย ตรงนี้นอกจาก เรื่องข้อดีตรงนี้แล้ว ผมก็มีข้อสังเกตที่อยากจะฝากอีกสัก ๒ เรื่อง ในการที่ทําข้อตกลงกับ ทางญี่ปุ์น จากปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมานะครับ อย่างเรื่องของสินค้าเหล็กที่เราทําความ ตกลงเจเทปาผ่านมามีข้อสังเกตอย่างหนึ่งก็คือว่าสินค้าเหล็กที่เราลดภาษีนําเข้ามาเกิด ปัญหาว่าเวลาต้องลดภาษี ผู้ได้รับประโยชน์อาจจะไม่ใช่บริษัทที่ลงทุนอย่างจริง ก็คือ ในลักษณะว่าพอมีการลดภาษีเรื่องเหล็กลงมา พอมาถึงด่านศุลกากร ผู้นําเข้าอาจจะเปึน บริษัทที่เปึนบริษัทเทรดเดอร์ (Trader) หรือบริษัทกลางนําเข้ามา แต่พอนํามาใช้ ผู้ที่ลงทุน ผู้ที่ได้ใช้น่าจะได้รับผลประโยชน์จริง ๆ ก็น่าจะเปึนบริษัทที่ลงทุนในอุตสาหกรรมที่นํา เหล็กตรงนี้ไปแปรรูปต่อ อาจจะเปึนอุตสาหกรรมรถยนต์เอง ตรงนี้ก็คงมีปัญหา ซึ่งผมก็คงอยากจะฝากในลักษณะการทํางานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ซึ่งเปึนกระทรวง เจรจา เปึนการขยายตลาดกับทางกระทรวงการคลังในหน่วยงานกรมศุลกากรเองว่า ในการทําข้อตกลงต่าง ๆ เหล่านี้ เรื่องภาษี เรื่องอะไรต่าง ๆ มีอะไรที่มีปัญหาบ้าง
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะฝากก็คือเรื่องของลักษณะการเจรจาและการค้าขาย โดยส่วนตัวนอกจากเรามองในแง่ของตรง ๆ แล้วว่าเรามีสินค้าอะไรที่จะขายไป เรามี อะไรดีแล้วเราจะขาย แล้วเราต้องการที่จะให้เขาลดภาษีหรือตรงนี้ก็อยากจะมองให้ กว้างขึ้นว่า มันมีสินค้าอย่างอื่นหรือเปล่าที่ในประเทศญี่ปุ์นเขานําเข้าจากประเทศอื่น ๆ อยู่แล้ว ซึ่งในประเทศไทยเราอาจจะเปึนสินค้าที่อาจจะไม่ใช่สินค้าหลักหรือว่าผู้ผลิต ส่วนใหญ่ แต่เรามีศักยภาพในการที่จะสามารถทําสินค้าตรงนี้ได้ ก็คงอยากจะให้ลองดู เพื่อจะขยายตลาดแล้วก็ส่งเสริมตลาดให้มีสินค้าเหล่านี้ได้มากขึ้น ซึ่งในการเจรจาก็จะ ฝากว่าจริง ๆ ในการเจรจาเราก็คงจะมีเรื่องตรง ๆ บ้าง แล้วเราก็แอบลับ ๆ ไว้กับเขาบ้าง ล่อ ๆ เขาไว้บ้าง ก็คงอยากจะฝากว่าในการทําเจรจาข้อตกลง ส่วนหนึ่งในภาพรวมก็คิดว่า น่าจะขยายตลาดแล้วก็ทําให้มูลค่าการส่งออกของประเทศไทยมันมากขึ้น ในการที่ เปึนอุปสรรคในการเจรจา เราก็คงต้องทําลายลง อันไหนที่เราเสียเปรียบ เราก็ถอยบ้าง แย็บบ้าง เหมือนเปึนการต่อยมวย ก็คงอยากจะฝากข้อคิดเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ตรงนี้ให้กับ ทางกระทรวงและทางรัฐบาลได้ไปรับพิจารณาดู เพื่อที่จะให้ข้อตกลงระหว่างประเทศ ตรงนี้ให้เราได้เปรียบอย่างที่สุด ขอบพระคุณครับ