หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร พูดถึงการลงนามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น โดยพูดถึงความสำคัญของความตกลงนี้และข้อกังวลบางประการเกี่ยวกับข้อจำกัดของความตกลงนี้ เช่น การไม่ครอบคลุมถึงความร่วมมือทางด้านอื่น ๆ เช่น พลังงาน ข้อมูลและเทคโนโลยีการสื่อสาร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการขนส่ง
ขอบคุณมากครับท่านประธาน ผม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ บางทีชีวิตก็มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นระทึกใจในบางครั้งนะครับ ผมเปึนอาจารย์ ๑๗ ป้ เปึน ส.ส. ๑๒ ป้ ผมนึกว่าได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังมีของแปลกใหม่ให้เห็นจนได้ครับ นั่งอยู่เฉย ๆ ก็มีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์นโผล่มาให้รัฐสภาพิจารณา ท่านประธานครับ ผมทราบดีครับว่ากระบวนการเจรจาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในกรอบของพหุภาคีมันเปึนเรื่องที่ส่วนใหญ่จําเปึนต้องดําเนินการเปึนระยะยาว เปึนกระบวนการที่ต่อเนื่องข้ามป้ และในกรณีหนังสือสัญญาฉบับนี้ก็ได้มีการเจรจาถึง ๑๑ รอบ ท้ายที่สุดรอบสุดท้าย รอบที่ ๑๑ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ผมเข้าใจ ครับว่าในช่วงนี้มันเปึนช่วงรอยต่อของทางการเมือง รอยต่อเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ แต่ว่า การลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายนที่ผ่านมา เปึนการ ลงนามในช่วงที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้นํามาใช้แล้ว ดังนั้นผมนึกว่ามันอาจจะเปึน สิ่งที่ดีเพื่อให้สอดคล้องกับวิญญาณ ถึงแม้ว่าจะไม่เปึนสิ่งที่สอดคล้องกับตัวอักษรโดยตรง ของมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ที่ฝ์ายรัฐบาลจะนําเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมของรัฐสภา ก่อนที่จะมีการลงนาม แต่ว่าก็ลงนามไปแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่าที่มาเสนอในวันนี้เรามีสิทธิ ไม่ให้ความเห็นชอบหรือไม่นะครับ ถ้าเราเห็นชอบก็แล้วไปนะครับ แต่ถ้าไม่เห็นชอบจะทํา อย่างไรครับ จะไปขอแก้หรือครับ มันทําไม่ได้ครับ ดังนั้นผมคิดว่าฝ์ายรัฐบาลน่าจะให้ฝ์าย รัฐสภามีส่วนร่วมตั้งแต่แรกครับ ท่านรัฐมนตรีพูดถูกต้องครับ รัฐบาลได้มีการเสนอข้อมูล ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการบางคณะ เช่น คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แต่ผมขอกราบเรียนให้ท่านประธานทราบครับว่าถ้าท่านประธาน คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่าง ซึ่งต้อง ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามนะครับ ถ้าท่านไม่มีดําริที่จะเชิญเจ้าหน้าที่มาชี้แจงในเรื่องนี้ก็คง ไม่มีใครมาครับ ดังนั้นเรื่องนี้พูดได้ว่าเปึนเรื่องที่โผล่มาอย่างไม่ได้นึกฝันมาก่อนนะครับ และผมคิดว่าท่านเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่คงไม่มีเวลาที่จะมาเตรียมตัวศึกษาข้อดี ข้อเสีย ของหนังสือสัญญาฉบับนี้ แต่เอาเถอะครับ ผมชอบมองอะไรในทางที่สร้างสรร แล้วก็ ผมขอฝากข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะบางประการเกี่ยวกับหนังสือสัญญาฉบับนี้ต่อ ท่านประธานและต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้นะครับ กระผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน การค้าซึ่งเปึนเรื่องใหญ่ของหนังสือสัญญาฉบับนี้นะครับ คงจะมีผู้อื่นที่มีความเชี่ยวชาญ มากกว่านี้ มากกว่าผมนะครับที่จะมาพิจารณา มาวิเคราะห์ว่าผลได้ ผลเสีย หรือที่ ภาษาอังกฤษเรียกว่า เทรด ครีเอชั่น (Trade Creation) หรือ เทรด ไดเวอร์ชั่น รีเฟล็กซ์ (Trade Diversion Reflex) ของหนังสือสัญญาฉบับนี้เปึนอย่างไร ไม่เพียงแต่ในระยะสั้น เท่านั้น แต่ว่าในระยะยาวอีกด้วย แต่ผมขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในฐานะผู้ที่ ได้สนับสนุนหลักการว่าด้วยการค้าเสรีมาเปึนเวลานานแล้ว กระผมสนับสนุนหนังสือ สัญญาฉบับนี้ในหลักการครับ และก็ในฐานะที่เปึนผู้มีส่วนน้อย ๆ ในการส่งเสริม ความร่วมมือระดับภูมิภาคในกลุ่มอาเซียนมาเปึนเวลานานพอสมควรแล้ว กระผมก็ดีใจที่มีการยกร่างและลงนามหนังสือสัญญาฉบับนี้ ผมคิดว่าในระยะยาว หนังสือสัญญาฉบับนี้จะมีผลดีต่ออาเซียนโดยรวม ต่อการรวมตัวของอาเซียนและความ เจริญก้าวหน้าของอาเซียน ในทํานองเดียวกับที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราคํานึงถึงประเด็นที่ว่าประเทศญี่ปุ์น มีความสําคัญทางเศรษฐกิจและยังคงจะเปึนประเทศที่มีความสําคัญทางเศรษฐกิจ อย่างมากต่อไป แต่ในขณะเดียวกัน กระผมก็มีข้อกังวลบางข้อซึ่งกระผมขอฝากไว้ ณ ที่นี้ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์นฉบับนี้ ดังที่คิดว่าทุกท่านเข้าใจแล้ว เปึน ความตกลงที่เกี่ยวกับเรื่องการค้าเปึนหลัก แต่ในขณะเดียวกัน ความตกลงนี้ก็ใช้ชื่ออย่าง โก้หรูว่า พาร์ทเนอร์ชิป (Partnership) ความเปึนหุ้นส่วน แต่ว่าความเปึนหุ้นส่วนนี้ดู เหมือนว่าจํากัดอยู่ที่เรื่องการค้าอย่างเดียว ความร่วมมือทางด้านอื่น ๆ เกือบไม่มีการ พูดถึง ทิ้งไว้ในรายละเอียด ทิ้งไว้ให้เจรจากันต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่อง สําคัญ ๆ เช่น เรื่องพลังงาน เรื่องข้อมูลและเทคโนโลยีการสื่อสาร เรื่องการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ เรื่องวิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง การท่องเที่ยว การขนส่งและ โลจิสติกส์ (Logistics) การเกษตร ประมง ป์าไม้และสิ่งแวดล้อม หนังสือสัญญาฉบับนี้ ผมคิดว่าถ้าจะเปึนประโยชน์ระยะยาวจริง ๆ จะต้องสอดคล้องกับความต้องการของ อาเซียนและความคาดหวังของอาเซียนด้วย ซึ่งล่าสุดนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ความต้องการ ความคาดหวัง ผลประโยชน์ของอาเซียนก็ได้บรรจุลงในเอกสารที่เรียกว่า กฎบัตรอาเซียนหรืออาเซียน ชาร์เตอร์ (ASEAN charter) ผมมีข้อกังวลว่าความตกลง หุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน - ญี่ปุ์น เปึนความตกลงซึ่งเปึนผลสืบเนื่องมาจากการทํางาน ของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง แต่ในขณะที่กฎบัตรอาเซียนนั้นโดยหลักแล้ว เปึนผลงานของกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้ที่กระทรวงการต่างประเทศเปึน ผู้มอบหมายให้ยกร่างขึ้นมา คําถามคือ ๒ เรื่องนี้จะเปึนเรื่องเดียวกันได้ไหมหรือไม่ ในที่สุด สิ่งที่เราได้ลงนามไปแล้วกับญี่ปุ์น จะสนับสนุนความคาดหวังและผลประโยชน์ ของอาเซียนตามที่ได้ระบุไว้ ได้กําหนดไว้ในกฎบัตรอาเซียนหรือไม่ ถ้าจะให้ญี่ปุ์นกับ อาเซียนเปึนหุ้นส่วนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เปึนคู่ค้าระหว่างกันเท่านั้น หนังสือสัญญาฉบับนี้ จะต้องเปึนกรอบของการที่จะสนับสนุนความคาดหวังของอาเซียนทางด้านเศรษฐกิจและ ในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวโยงกับเศรษฐกิจโดยตรงหรือโดยอ้อม ความคาดหวังในเรื่องใดบ้าง หากเราดูบทแรกของกฎบัตรอาเซียนเกี่ยวกับความมุ่งประสงค์และหลักการ จะเห็นได้ว่า อาเซียนมีความคาดหวังที่จะสร้างตลาดและฐานการผลิตเดี่ยวที่มีเสถียรภาพ มั่งคั่งและ มีความสามารถในการแข่งขันสูง และมีการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ อาเซียนมีความ มุ่งหวังที่จะบรรเทาความยากจนและลดช่องว่างการพัฒนาภายในอาเซียน อาเซียน มีความคาดหวังที่จะสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาเซียนมีความคาดหวังที่จะพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ อาเซียนมีความคาดหวังที่จะเพิ่มพูนความเปึนอยู่ที่ดี และการดํารงชีวิต ของประชาชนอาเซียนด้วยการให้ประชาชนมีโอกาสที่ทัดเทียมกัน ในการเข้าถึง การพัฒนามนุษย์ สวัสดิการสังคมและความยุติธรรม ท่านประธานครับ คําว่า ความเปึน หุ้นส่วน นี้ มีความหมายที่ลึกซึ้งมาก มีความหมายที่กว้างและลึกกว่า ความเปึนผู้ค้าหรือความร่วมมือทางด้านการค้า ความเปึนหุ้นส่วนมันต้องเปึนสิ่งที่ใกล้ หัวใจ ใกล้จิตวิญญาณของประเทศภาคีมากกว่าเรื่องการค้าอย่างเดียวครับ การค้า อย่างเดียวไม่เพียงพอครับ อาเซียนและญี่ปุ์นจะต้องทํางานหนักครับที่จะพัฒนาความ ร่วมมือทางด้านอื่น ๆ เพื่อให้อาเซียนบรรลุความคาดหวังที่ได้กําหนดไว้ในกฎบัตรอาเซียน ในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจหรือเรื่องที่เกี่ยวโยงกับเศรษฐกิจโดยตรง ท่านประธาน ความเปึนหุ้นส่วนนี้ผมคิดว่ามันมีความหมายที่กว้างและลึกมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจด้วย ซ้ํานะครับ ไม่ใช่เรื่องการค้าอย่างเดียวไม่เพียงพอเท่านั้น จะต้องดูเรื่องที่เกี่ยวกับ เศรษฐกิจอื่น ๆ อีกด้วย แค่นั้นก็ไม่พอครับผมคิดว่าในที่สุดแล้วมันจะต้องให้ความเปึน หุ้นส่วนที่ดีจะต้องสนับสนุนความคาดหวังทางการเมืองที่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองอีกด้วย ครับและในส่วนนี้อาเซียนตามที่ปรากฏในกฎบัตรอาเซียนก็มีความคาดหวังในหลายด้าน ด้วยกันครับ มีความคาดหวังที่จะเสริมสร้างประชาธิปไตย เพิ่มพูนธรรมาภิบาลและ หลักนิติธรรม ตลอดจนส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน อาเซียนมีความคาดหวังที่จะตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักความมั่นคง ที่ครอบคลุมในทุกมิติต่อสิ่งท้าทายทุกรูปแบบ อาชญากรรมข้ามชาติและสิ่งท้าทายข้าม พรมแดนอื่น ๆ อาเซียนมีความคาดหวังที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการสร้าง สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มั่นคง และปราศจากยาเสพติด อาเซียนมีความคาดหวังที่จะ ส่งเสริมอาเซียนที่มีประชาชนเปึนศูนย์กลางครับ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า ประเทศที่เปึนหุ้นส่วนกับอาเซียนจะต้องสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมประชาธิปไตยและ สิทธิมนุษยชนครับ ไม่ใช่คบค้าสมาคมกับประเทศเผด็จการ ให้ความช่วยเหลือกับ เผด็จการหรือให้ท้ายประเทศเผด็จการ และไม่ควรสนับสนุนประเทศที่ทําผิดหลักสิทธิ มนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแรงงานเด็กและอื่น ๆ เปึนต้น และหุ้นส่วนที่ดี จะต้องสนับสนุน มีกิจกรรมที่สนับสนุนความร่วมมือในเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการฟอกเงินและยาเสพติด และการค้ามนุษย์ และ หุ้นส่วนที่ดีจะต้องสนับสนุนกิจกรรมซึ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วไปครับ ตามความคาดหวังของอาเซียน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เปึนเรื่องง่ายครับ แต่ความหมายของผม คือว่า ความตกลงหนังสือสัญญาฉบับนี้เปึนเพียงกรอบครับ กรอบที่จะต้องพัฒนา ในอนาคตเพื่อจะทําให้อาเซียนบรรลุจุดมุ่งหมายได้ การค้าอย่างเดียวไม่พอ ดังนั้นผมขอ สรุปอย่างนี้ครับว่าในหลักการแล้วในเวลาที่เห็น ในเวลาที่มีโอกาสได้ศึกษา ผมก็คง ไม่ขัดข้องในหลักการนะครับที่จะให้ความเห็นชอบต่อหนังสือสัญญาฉบับนี้ แต่ผมขอฝาก ข้อเสนอไว้ครับว่าหนังสือสัญญาฉบับนี้จะต้องทํา ต้องใช้เปึนกรอบเพื่อจะทําให้ ความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ์นลึกกว่านี้ กว้างกว่านี้ เพื่อทําให้ความร่วมมือ ดังกล่าวเปึนหุ้นส่วนระหว่างกันอย่างแท้จริง ที่จะมาทบทวนกันทุก ๕ ป้มันช้าเกินไปครับ สิ่งที่จําเปึนคือรัฐบาลของประเทศที่เกี่ยวข้องทั้ง ๑๑ ประเทศ จะต้องหาวิธีที่จะเดินหน้า พัฒนาความร่วมมือความเปึนหุ้นส่วนต่อไปอย่างจริงจังครับ ตรงนี้เปึนเรื่องที่ยากกว่าครับ เพราะผมยังมองไม่เห็นว่าประเทศอาเซียนบางประเทศจะให้ความสนับสนุนในเรื่องนี้ แค่ไหนอย่างไรครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน