รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพุธที่ ๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภาเกียกกาย
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เราก็เริ่มใช้ข้อบังคับใหม่นะครับ ได้มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำในเรื่องเกี่ยวกับการปรึกษาว่า ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานอนุญาตให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของประชาชน หรือปัญหาอื่นใดได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานสภา กำหนด และให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี หรือหน่วยงาน ของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในสามสิบวัน และแจ้งให้สมาชิกทราบ มีเปลี่ยนถ้อยคำนิดหนึ่ง คือเปลี่ยนว่า ส่งเรื่องให้รัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เป็น ส่งเรื่องให้ นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในสามสิบวัน อันนี้ก็เพิ่มเป็นนายกรัฐมนตรีเข้ามา ว่าส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรี เดิมนั้นก็มีเฉพาะส่งเรื่องให้ รัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ขอเรียนที่ประชุมได้รับทราบในเรื่องข้อบังคับใหม่นะครับ
ต่อไปนี้ผมขออนุญาตให้สมาชิกได้หารือไปตามลำดับ ซึ่งได้เสนอมาทั้งหมด ๔๐ ท่าน โดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน ๒๐ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาล ๒๐ ท่าน ๕ ท่านแรก ของแต่ละฝ่ายดังนี้ครับ พรรคร่วมฝ่ายค้าน ท่านแรก ๑. นายสิงหภณ ดีนาง ๒. นายนิรมิต สุจารี ๓. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ๔. นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ๕. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๕ ท่านแรกของพรรคร่วมรัฐบาล ๑. นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง ๒. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ๓. นายฉลอง เทอดวีรพงศ์ ๔. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๕. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ขอเชิญ ท่านสิงหภณ ดีนาง ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๖ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องที่จะนำเสนอหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ เนื่องจากถนนทางหลวง หมายเลข ๒๒๘ เชื่อมระหว่างอำเภอชุมแพ ไปอำเภอศรีชมพู จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๓๕ กิโลเมตร เป็นถนนลาดยาง ๒ ช่องจราจร ปัจจุบันมีรถยนต์สัญจรคับคั่งมากครับท่านประธาน อุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกวัน จึงอยากให้ กรมทางหลวงขยายไหล่ทางออกไปอีกข้างละ ๑ เมตร เพื่อจะได้ลดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะช่วง ตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมแพ ตำบลศรีสุข ตำบลวังเพิ่ม อำเภอศรีชุมพู จังหวัดขอนแก่น ให้ด้วยครับ ท่านประธานครับอำเภอชุมแพเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและเป็นเมืองเศรษฐกิจ อันดับ ๑ ของจังหวัดขอนแก่น สามารถเชื่อมโยงต่อไปยังภูมิภาคอื่นได้อีก ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง สู่กรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือสู่ยังประเทศพม่าก็ได้ครับ หรือแม้แต่ประเทศ สปป. ลาว เพราะอำเภอชุมแพถือว่าเป็นประตูสู่อีสาน เป็นประตู สู่อินโดจีนครับท่านประธาน ฉะนั้นจึงใคร่ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ได้ออกแบบสำรวจทางเลี่ยงเมืองให้กับอำเภอชุมแพด้วยครับ เพื่อรองรับการขยายตัวของ อำเภอชุมแพ ไม่แน่นะครับ อนาคตอำเภอชุมแพอาจจะเป็นจังหวัดชุมแพก็ได้ครับ
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านบ้านหนองจาน บ้านซำผักหนาม ตำบลนาหนองทุ่ง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ว่ามีชาวบ้านประมาณ ๕๐-๖๐ หลังคาเรือน ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ น้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ ได้รับการร้องเรียนเดือดร้อนทรมานมาหลาย สิบปีแล้วครับ ร้องเรียนไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ จึงฝากเรียนท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้โปรดดำเนินการโดยด่วนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ขอเรียน สมาชิกขอให้เราตรงเวลา ๒ นาที เพราะว่าจะได้จัดเวลาให้ได้ครบทุกคน โดยไม่กินเวลา รายการอื่นมากเกินไป ต่อไปนายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง แบบบัญชีรายชื่อ พรรครักผืนป่าประเทศไทย ผมเสนอโครงการป่ารักษ์น้ำโล่ใหญ่ชัยภูมิครับ ป่าโล่ใหญ่ตั้งอยู่ บนเทือกเขาภูแลนคา เนื้อที่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ไร่ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่เคยอุดมสมบูรณ์ ต่อมาได้มีการบุกรุกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศ ส่งผลให้สภาพป่าเสื่อมโทรม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิคนปัจจุบัน นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ทำแผนเพิ่ม พื้นที่ป่าชัยภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙ รวม ๒๐ ปี เพื่อรักษาผินป่าและพื้นที่สีเขียว โดยน้อมนำ พระราชดำรัส น้ำคือชีวิตและป่าในใจคนของในหลวงรัชกาลที่ ๙ แล้วก็ตามที่อาศัย ความร่วมมือทุกภาคส่วนมีจิตอาสาตามพระราชปณิธานทำความดีด้วยหัวใจของในหลวง รัชกาลที่ ๑๐ ร่วมกันทำความดีเพื่อแผ่นดินครับ เหตุการณ์สำคัญที่ดำเนินการมาแล้ว มีการสร้างน้ำโดยการสร้างสายชีวิต สร้างความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศ ๒. สร้างป่าโดยการ ปลูกต้นไม้ได้ ๒๙๖,๐๐๐ ต้น ๓. ผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญในการสร้างฝาย คือครูฝายจำนวน ๘๐๐ คน ผลที่ได้รับ ๑. เพื่อรักษาต้นน้ำป้องกันการบุกรุก ๒. เพื่อแก้ไข น้ำท่วมและแก้ภัยแล้ง ๓. เพื่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ๔. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ กระผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีที่จังหวัดเป็นตัวจักรสำคัญในการสร้าง ความรับผิดชอบความร่วมมือร่วมใจของคนในจังหวัด จึงขอนำเสนอท่านประธานสภา ส่งเรื่องนี้ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีการดูแลรักษาและเพิ่ม พื้นที่ป่า อาจจะใช้วิธีการเช่นนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณมากครับ ต่อไป นายนิรมิต สุจารี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๓ พรรคเพื่อไทย อำเภอโพนทอง อำเภอหนองพอก อำเภอเมยวดี ขอเรียนต่อท่านประธาน ขอภาพประกอบด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ตั้งแต่วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ได้เกิดพายุ ลูกที่ ๑ โพดุล ลูกที่ ๒ คาจิกิ ได้ไหลบ่าจากเทือกเขาภูพาน ลงสู่ลำน้ำยัง ผ่านอำเภอเขาวง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงมาที่อำเภอโพนทอง อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด และลงมาที่อำเภอเสลภูมิตอนท้ายจังหวัดร้อยเอ็ด ทำให้เกิดเหตุการณ์ความเดือดร้อน แก่พี่น้องประชาชน
๑. ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ขาดไฟฟ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ถนนหลายแห่ง ถูกตัดขาด คนชรา คนพิการไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้ โรงเรียนถูกปิดไม่สามารถเปิด การเรียนการสอนได้ จึงอยากจะเรียนต่อท่านประธานไปถึงหน่วยงานของรัฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ดูแลเรื่องสุขภาพจัดทีมแพทย์ลงช่วยเหลือรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วย ตัวอย่างเช่น คนผู้สูงอายุ คนพิการ
๒. เรื่องดอกเบี้ย ธกส. พวกที่กระทบจากน้ำท่วม
๓. เครื่องอุปโภคบริโภค เรื่องขาดแคลนอาหาร ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม ให้รัฐช่วยจัดโดยเร่งด่วน
๔. ถนนคมนาคม หรือทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท ทางหลวงอยู่ใน เขต อบจ. ให้เร่งดำเนินการซ่อมแซม ปรับปรุงแก้ไขเร่งด่วน เพื่อให้ชาวบ้านได้เดินทางสัญจร ไปมาอย่างสะดวก
๕. สถานศึกษาในเขตอำเภอโพนทอง อำเภอเมยวดี และในเขตอำเภอ ที่เกี่ยวข้องได้จัดซ่อมบำรุงเรื่องอุปกรณ์โดยเร่งด่วน
และท้ายที่สุดเงินค่าชดเชยให้แก่เกษตรกร ผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ และผู้มี เอกสารสิทธิต้องได้รับความช่วยเหลือเท่าเทียมกันครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธาน รายละเอียดจะส่งท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ส่งรายละเอียดนะครับ ผมจะส่งต่อให้ครับ ต่อไป นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองเตยและเขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันขออนุญาตปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของคนเมืองหลวงก็คือ กรุงเทพมหานครนี่เองนะคะ
เรื่องแรก เป็นเรื่องของสภาพผิวถนนบริเวณสุขุมวิท ถนนสุขุมวิท ทองหล่อ เอกมัย ปรีดีพนมยงค์ อันนี้เป็นสาเหตุที่เกิดจากปัญหาของการทำ ไปป์ แจ็กกิง (Pipe jacking) ของสำนักระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากว่าจริง ๆ โครงการนี้ เป็นโครงการที่ดี เพราะว่าจะแก้ปัญหาในเรื่องของปัญหาของน้ำท่วมขังในอนาคต นี่คือการ แก้ไขของกรุงเทพมหานครในการสร้างระบบในส่วนของ ไปป์ แจ็กกิง (Pipe jacking) นี้ แต่ว่าปัญหาที่เกิดก็คือว่าผู้รับเหมาค่ะ เนื่องจากว่าการรับสัญญาในส่วนของโครงการนี้ หมดสัญญาไปนานแล้ว แล้วก็มีการขยายสัญญาไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จนไม่ทราบว่า จะปิดสัญญาเมื่อไร จะปิดงานได้เมื่อไร สร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบให้กับ การจราจรในกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงการดำรงชีวิตของคนเมืองกรุงเป็นอย่างมากค่ะ ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย แล้วก็สั่งการให้กรุงเทพมหานคร ช่วยเร่งรัดผู้รับเหมาเร่งดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาให้กับคนกรุงด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ประเด็นในส่วนเรื่องของบาทวิถี บริเวณสุขุมวิท ๒๓ จนสุดเขต กรุงเทพมหานครฝั่งเลขคี่ เพราะว่าเลขคู่ได้ดำเนินการในส่วนของบาทวิถีเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าฝั่งเลขคี่จะมีปัญหาในเรื่องของพื้นฟุตพาท (Footpath) จะเห็นได้ว่าสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็เคยเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งหลายหนที่ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนมา ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ประชาชนทั่วไป รวมไปถึงนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ มีคนบาดเจ็บหลายท่าน ไม่ใช่เฉพาะสุขุมวิทเลขคี่ เท่านั้นที่ยังไม่ได้ปรับปรุง รวมไปถึงถนนพระราม ๔ ทั้ง ๒ ฝั่ง บริเวณถนนพระราม ๔ ทั้งเส้น ก็เกิดปัญหาสภาพเดียวกัน ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของกรุงเทพมหานครด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ โนนศรีชัย แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ครับ เรื่องที่ผมจะปรึกษาหารือนี้ อยากจะให้ท่านประธานช่วยนำเรื่องนี้ไปที่กรมการขนส่งทางบกแล้วก็รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม รวมทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินด้วยนะครับ เรื่องก็คือเนื่องจากว่า ทุกจังหวัดตอนนี้ ท่านสังเกตดูได้เลยว่ามีโรงเรียนสอนขับรถยนต์เกิดขึ้นมากมาย แล้วก็มีการ โฆษณาว่าคุณไม่จำเป็นต้องไปที่ขนส่งในการไปสอบใบขับขี่ หมายถึงว่าไปโรงเรียนก็ได้ ใบขับขี่เลย ซึ่งผมดูแล้วว่ามันแปลก ๆ เช่น เมื่อก่อนนี้กรมการขนส่งทางบกจะเข้มงวด เรื่องการให้ใบขับขี่มากนะครับ แต่ทำไมมาเอื้อเอกชนในการทำใบขับขี่โดยที่แบบไม่ต้อง ไปสอบที่ขนส่งเลยนะครับ ซึ่งผมได้ข่าวมาว่าคุณไปลงทะเบียนเรียน คุณก็ได้ใบขับขี่แล้ว ซึ่งทางภาคเหนือมีบริษัททัวร์จำนวนมากได้จ่ายเงินให้บริษัทสอนขับรถยนต์พวกนี้ เพื่อเอาใบขับขี่ให้นักท่องเที่ยวชาวจีนมากมาย ซึ่งตรงนี้ผมอยากให้ท่านประธานช่วย ส่งเรื่องนี้ให้ทางกระทรวงคมนาคม แล้วก็ สตง. ช่วยตรวจสอบด้วยว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ หรือเปล่าครับ ช่วงนี้ทำไมมีโรงเรียนพวกนี้เกิดขึ้นมากมายนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปนายฉลอง เทิดวีระพงศ์ ครับ ท่านฉลองไม่อยู่นะครับ ผมขออนุญาตผ่านไปที่ นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กวินนาถ ตาคีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการรังวัดที่ดินแนวเขตป่าบางละมุงนะครับ ที่ทับซ้อนกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในตำบลเขาไม้แก้ว หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๕ หรือที่รู้จักกันดีก็คือที่ดินแปลง ๘ ซึ่งที่ดินแปลงนี้เป็นปัญหามาเป็นระยะเวลาช้านาน หลายสิบปี ผ่านผู้แทนราษฎรมาก็หลายสิบคน แต่ทีนี้ยังติดปัญหาอยู่ที่ชาวบ้านยังอ้างว่า ณ ปัจจุบันนี้ได้พักอาศัยในที่ดินเขตป่า ซึ่งอาศัยสิทธิ สทก. แต่ว่ามีการออกหนังสือรับรอง การทำประโยชน์ได้ ตอนนี้ชาวบ้านก็ได้ร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานตั้งแต่ ปี ๒๕๓๔ ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ยังแก้ไม่ได้ ตอนนี้ยังติดปัญหาอยู่ที่ ๓ หน่วยงาน จากที่ชาวบ้าน ได้ร้องเรียน คือ กรมป่าไม้ กรมที่ดิน และกรมอุทานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมที่ดิน ได้แจ้งว่าที่ไม่ได้ทำการรังวัดเนื่องจากว่าทางกรมป่าไม้ยังไม่มาชี้แนวเขตให้ ในส่วนของทาง ป่าไม้ก็บอกว่าไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจของตัวเอง เป็นในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงอยากจะหารือมาทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้หาข้อยุติและเร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุด เพราะชาวบ้านเดือดร้อน ตอนนี้ ถูกดำเนินคดีอยู่ ในส่วนของรายละเอียดก็จะขอส่งรายละเอียดให้กับท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งนะครับ
เรื่องที่ ๒ คือในเรื่องของผิวถนนในเมืองพัทยา เมืองพัทยาไม่ว่าจะเป็น พัทยากลาง พัทยาเหนือ พัทยาใต้ ยังมีอีกหลายสายที่ถนนยังเป็นหลุมเป็นบ่ออยู่บ้าง แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากจะให้ทางเมืองพัทยาช่วยทำการสำรวจและซ่อมแซม เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะคะ เรื่องของถนนหนทาง โดยเฉพาะถนนที่ถ่ายโอนจากส่วนกลางไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ๓ เส้น ซึ่งปัจจุบันนี้ชำรุดเสียหายเยอะ เกินศักยภาพด้านงบประมาณที่ไม่มีเงินไปซ่อมให้กับพี่น้อง ประชาชน
เส้นแรก ถนนสายหนองกุ่ม จากตำบลศาลาลายไปออกตำบลดงขุย ข้างโรงเรียนมัธยมเด็กประมาณเกือบพันคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเดินทาง หน้าแล้ง ก็ฝุ่นเยอะ ตอนนี้หน้าฝนก็ขี้โคลนเยอะมาก เส้นนี้ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูแลด้วยนะคะ
อีกเส้นหนึ่ง ผิวการจราจรของถนนเส้นสามแยกซับพุทรา ตำบลซับพุทรา ไปออกที่บ้านโคกยาว ตำบลลาดแค อันนี้ผิวถนนก็เสียหายเยอะแยะมากมายหลายจุด เป็นเส้นทางซึ่งเกษตรกรขนพืชผลทางการเกษตรออกสู่ตลาด หลายปีที่ผ่านมาไม่ได้รับ การซ่อมแซมก็เสียหายมาก
อีกเส้นหนึ่ง ผิวการจราจรเส้นจากบ้านหนองใหญ่ ตำบลลาดแค ไปจดบ้านดงเจริญ อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร เส้นทางซึ่งบรรทุกสิ่งของการคมนาคมและพืชผลทางการเกษตร ออกสู่ตลาด ก็ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือโดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดงบประมาณให้กับท้องถิ่น อบจ. เพชรบูรณ์ และหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่เหล่านั้น ได้ไปดูแลให้พี่น้องประชาชนด้วยนะคะ
เนื่องจากดิฉันยังพอมีเวลาก็ขออนุญาตที่จะบอกว่านอกจากถนนหนทางแล้ว ในช่วงนี้เรื่องของภัยแล้งพอดีก็มีโครงการที่จะขุดลอกอ่างเก็บน้ำ
ไว้เสนอเป็นหนังสือนะครับ จะส่งต่อให้นะครับ
ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปท่าน นายดะนัย มหิทพันธ์ และผมเรียนเพิ่มไว้ ๕ ท่าน นายชูศักดิ์ แอกทอง นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นายคำพอง เทพาคำ นายพีระเพชร ศิริกุล นายธนกร ไชยกุล เชิญท่านดะนัยครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญครับ ท่านประธานครับ วันนี้มีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจะมาเรียนให้ท่านประธาน ได้ทราบเพื่อส่งไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอภาพด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ จังหวัดอำนาจเจริญ มีทั้งหมด ๗ อำเภอ วันนี้ทั้ง ๗ อำเภอได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ซึ่งเหมือนกับที่ จังหวัดร้อยเอ็ดพูด ก็เป็นพายุตัวเดียวกันก็คือโพดุลกับวันนี้คาจิกิก็เข้ามา แล้วก็ตกตลอด ทั้งวันในขณะนี้ ภาพที่ท่านประธานเห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น วันนี้ทุ่งนากลายเป็นทะเล ไม่มีทุ่งนาแล้ว ถนนเกือบทุกเส้นไม่ว่าจะเป็นถนนลูกรัง ถนนลาดยางก็ถูกน้ำกัดเซาะ พังไปหมด น้ำท่วมทุกที่ทุกแห่งในจังหวัดอำนาจเจริญ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานลงไปช่วยกัน คนอำนาจเจริญระดม สรรพกำลังทั้งหมด วันนี้ด้วยแรงใจของทุกคนที่ไปร่วมกันก็ต้องกราบขอบคุณพี่น้อง ชาวอำนาจเจริญที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ท่านประธานครับ อยากจะฝากท่านประธานว่า เมื่อน้ำลดก็อยากจะให้ท่านประธานได้แจ้งให้ท่านผู้เกี่ยวข้องได้รีบไปดำเนินการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสะพาน เรื่องคอสะพาน เรื่องฝาย มีทั้งฝายน้ำล้น ชลประทานขนาดเล็ก ขาดหมดเลย ถ้าไม่รีบดำเนินการผมว่าหน้าแล้งก็จะไม่มีน้ำที่จะใช้อีก เพราะฉะนั้นวันนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าความหนักหนาสาหัสของจังหวัดอำนาจเจริญเป็นความลำบากมาก โรงเรียนหลายแห่งตอนนี้ได้สั่งปิดโรงเรียนไปทั้งหมดแล้ว ก็ฝากท่านประธานว่าความเดือดร้อน ครั้งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็คงจะมองเห็นและลงไปดูแลพวกเรา กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ จะส่งต่อ ให้ครับ ต่อไปท่านสุทัศน์ เงินหมื่น หลังจากนั้นก็จะเป็นนางทัศนาพร เกษเมธีการุณ พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ เชิญท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ต่อเนื่องจากท่าน ส.ส. ดะนัย กระผมขอกราบเรียนว่าจังหวัดอำนาจเจริญเป็นจังหวัดที่ ๗๕ ของประเทศไทย และเป็นจังหวัดที่ ฯพณฯ ประธานเป็นผู้อนุมัติให้ตั้งขึ้นเมื่อขณะที่ ฯพณฯ เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ประสบความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ขอภาพด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ทุกอำเภอรวมทั้งสิ้น ๗ อำเภอ เจอกับปัญหาอย่างแสนสาหัส ถนนทุกสาย เกือบทุกสายขาด ไม่สามารถเดินทางติดต่อไปมาได้ น้ำท่วม สะพานบางแห่งก็กำลังทรุดและกำลังจะหักในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากนั้นแล้ว ในแต่ละอำเภอบางแห่ง เช่น อำเภอชานุมาน ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อสื่อสาร ทางโทรศัพท์มือถือ และไฟฟ้าไม่มีใช้เป็นระยะเวลา ๒ วันที่ผ่านมา ขณะที่กระผมกำลัง อภิปรายอยู่นี้ฝนยังไม่หยุด ในเขตเทศบาลอำนาจเจริญกำลังประสบกับปัญหาใหญ่หลวง กล่าวคือน้ำกำลังท่วมเขตเทศบาล ขณะเดียวกันกระผมก็ได้รับแจ้งจากทางเพจ (Page) ต่าง ๆ ของอำนาจเจริญ ได้ส่งข้อมูลมา ก็ขออนุญาตขอบคุณที่ผมเอารูปภาพดังกล่าวนั้น มาลงโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน หน่วยงานทุกหน่วยงานไม่ว่าราชการ เอกชน ได้ร่วมมือกัน อย่างเต็มที่ สิ่งที่กระผมอยากจะขออนุญาตหลังจากน้ำลดแล้วมีอยู่ ๓-๔ เรื่อง คือ ๑. จะต้อง ดำเนินการซ่อมแซมถนนหนทาง สะพานให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด ๒. จะต้องมีการยกเว้น ภาษี ยกเว้นดอกเบี้ย และหยุดพักการชำระหนี้ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี ๓. จะต้องเร่ง ดำเนินการชดเชย ทดแทนความเสียหายให้กับประชาชนที่เดือดร้อนอย่างเร็วที่สุด รายละเอียดกระผมจะขออนุญาตเรียนท่านประธานต่อไปครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายชูศักดิ์ แอกทอง ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชูศักดิ์ แอกทอง ผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารืออยู่ ๕ เรื่องครับ
เรื่องแรก พี่น้องบ้านโพธิ์ศรี หมู่ ๗ ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการตกค้าง ปี ๒๕๕๘ จำนวนเงิน ๒,๐๐๐ บาท อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องติดตามเงินส่วนที่เหลือให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ บ้านสวาย หมู่ที่ ๔ ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ มีประมาณ ๔๐๐ หลังคาเรือน อยู่กันมา ๕๐-๖๐ ปีแล้วยังไม่มีเอกสารสิทธิ อยากให้รัฐบาล ได้เข้าไปแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรื่องถนนลาดยางชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อ เชื่อมผ่าน ๓ หมู่บ้าน มีบ้านสระทอง หมู่ที่ ๒ บ้านสายทอง หมู่ที่ ๑๐ บ้านวังทอง หมู่ที่ ๑๕ ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คือกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เข้าไปดูแลและแก้ปัญหาให้ด้วย
เรื่องที่ ๔ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการ โรงพยาบาลปราสาท โรงพยาบาลปราสาทเป็นโรงพยาบาลทั่วไปของอำเภอปราสาท มีอยู่ ๒๖๕ เตียง รองรับให้บริการพี่น้อง ๓ อำเภอ รวมถึงพี่น้องชาวประเทศกัมพูชาที่มาใช้ บริการเป็นจำนวนมาก พื้นที่โรงพยาบาลมีอยู่ ๓๗ ไร่ คับแคบแออัดไม่มีที่จอดรถ ก็อยากจะ ฝากทางรัฐมนตรีให้ดำเนินการขอใช้พื้นที่ กองร้อย ตชด. ๒๑๗ ซึ่งอยู่ติดกัน ประมาณ ๒๐ ไร่ เพื่อให้พี่น้องได้ไปใช้บริการสำหรับผู้ป่วยเป็นที่จอดรถครับ
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๕ พี่น้องประชาชนมีความต้องการอยากได้ถนน ๔ ช่องจราจร สายยุทธศาสตร์ เส้นจังหวัดสุรินทร์ ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ ผ่านไปจังหวัดสระแก้ว เป็นเส้นทางหมายเลข ๒๒๔ เชื่อมต่อระหว่างสายสุรินทร์-ช่องจอม ผ่านอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ผ่านอำเภอบ้านกรวด อำเภอละหานทราย อำเภอโนนดินแดง ไปเชื่อมต่อถึง อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว อยากได้เป็น ๔ เลน โดยไม่ต้องมีเกาะกลางถนน จะได้ประหยัดงบประมาณครับ ฝากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ทัศนาพร เกษเมธีการุณ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องค่ะ
๑. ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาภัยแล้ง ภัยน้ำท่วมให้กับพี่น้อง เกษตรกร ดิฉันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ปัญหาที่พบมีเกษตรกรที่ไม่มีที่ดิน เป็นของตนเองได้เช่าที่ดินทำการเกษตร แต่ไม่มีสัญญาเช่าจึงไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ที่ทางรัฐบาลจ่ายให้ จึงขอให้รัฐบาลช่วยพิจารณาช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ด้วยค่ะ
๒. ขอให้เร่งดำเนินการออกเอกสารสิทธิที่ ส.ป.ก. ที่ดินทำกินเป็นโฉนด หากไม่เป็นโฉนดหรือเอกสารสิทธิ เกษตรกรเหล่านี้ก็จะไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือเยียวยา จากทางรัฐบาลเช่นกัน
๓. ขอเร่งประกันรายได้ ประกันราคาพืชผลทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าว ให้มีราคาสูงขึ้นกว่าปัจจุบันนี้ เพราะราคาปัจจุบันนี้ไม่คุ้มกับการลงทุน ของพี่น้องเกษตรกร ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังผู้มีอำนาจหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และมีพี่น้องเกษตรกร ฝากถามมาว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือภัยแล้งให้ตอนไหนและเมื่อไรค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพนะครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ขอหารือท่านประธานในเรื่องของสิทธิบัตรทองของประชาชน ตอนนี้ ประชาชนเข้ารักษาโดยการใช้สิทธิบัตรทอง แต่ไม่สามารถใช้ยานอกรายการได้ตามที่หมอสั่ง ซึ่งรัฐเคยแจ้งว่าหากมีความจำเป็นและหมอสั่งจ่ายยานอกบัญชี รัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ในขณะนี้ประชาชนได้แจ้งมาว่ากรมบัญชีกลางได้ขอความร่วมมือไปยังแพทย์ว่าหากไม่มี ความจำเป็นห้ามจ่ายยานอกบัญชี อันนี้เป็นการกระทำที่ป้องกันการเกิดเหตุการณ์ที่ชาวบ้านเรียกว่า หมอยิงยา ก็คือว่าต้องการ ยอดจากยารักษาโรคนอกบัญชี แต่การกระทำเพื่อป้องกันการคอร์รัปชันต่าง ๆ ไม่ควร ผลักภาระไปยังประชาชนเป็นผู้รับผลกระทบ ตอนนี้ประชาชนต้องได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์นี้ก็คือว่าไม่สามารถรับยาที่สามารถรักษาปัญหาตรงจุดได้
ประเด็นที่ ๒ จากชาวการเคหะแห่งชาติ ชาวบ้านได้ซื้อโครงการจาก การเคหะแห่งชาติ ในขณะที่ขายโครงการมีการโฆษณาว่าจะมีสวนสาธารณะ มีโรงเรียน อนุบาล มีพื้นที่ส่วนกลาง มีสวนหย่อม แต่เมื่อขายบ้านหมดกลับปักป้ายขายสวน กลับปักป้ายขายโรงเรียนอนุบาล แบบนี้ถือว่าหน่วยงานของรัฐกำลังหลอกหลวงผู้บริโภค กำลังหลอกลวงลูกค้าที่อยู่ในฐานะประชาชนใช่หรือไม่
ประเด็นที่ ๓ เรื่องการเร่งรัดการก่อสร้างถนนสายรองที่สามารถบรรเทา การจราจรในถนนพระรามสองได้ อาทิเช่น ถนนอนามัยงามเจริญ ถนนหลังสำนักงาน เขตบางขุนเทียน ถนนหลังเซ็นทรัลพระราม ๒ ถนนเลียบทางด่วนในเขตทุ่งครุต่อเนื่องจนถึง เขตบางขุนเทียน ถนนเลียบคลองพิทยาลงกรณ์ ถนนดังกล่าวสามารถบรรเทาการจราจร ในถนนพระราม ๒ ได้ หากมีการเร่งรัดการก่อสร้างให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอฝากท่านประธาน ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับร้องเรียนจากผู้ประกอบอาชีพนกเขาชวาเสียง แล้วก็ธุรกิจ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยนกเขาชวาเสียงเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ทำรายได้ปีละไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับนกเขาชวาเสียงมากมาย ตั้งแต่ผู้เพาะพันธุ์นกเขาชวาเสียงที่มีราคา ตั้งแต่ ๑๐๐ บาทต่อตัว จนถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แล้วนอกจากนั้นก็มีส่งเสริมในเรื่อง อาชีพการทำกรงนกเขาชวาเสียง การท่องเที่ยว แต่เนื่องจากในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เกิดโรคไข้หวัดนกระเบิดหนักในแถบภูมิภาคเอเชียทำให้นกเขาชวาเสียงที่จะส่งไปใน ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศสิงคโปร์ ไม่สามารถจะส่งไปได้ ทำให้ขาดรายได้ของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับนกเขาชวาเสียงในครั้งนี้ ก็เลยอยากจะให้ทาง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศอ.บต. กระทรวงมหาดไทย กรมปศุสัตว์ และกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ช่วยดำเนินการผลักดัน ซึ่งจะมี การประชุม ไอเอ็มทีจีที (IMT-GT) ครั้งที่ ๒๕ ในระดับรัฐมนตรีในวันที่ ๑๐ ถึงวันที่ ๑๓ เดือนกันยายนนี้ ที่โรงแรมโซฟิเทล จังหวัดกระบี่ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยผลักดันให้สามารถนำนกเขาชวาเสียงไปประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศสิงคโปร์ และขอฝากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ช่วยส่งเสริมกิจกรรมนกเขาชวาเสียงด้วยครับ และขอขอบคุณ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขา ศอ.บต. ที่ผลักดันเรื่องนี้โดยตลอด และวันนี้วันที่ ๔ ก็มีการประชุม ความพร้อมในการประชุมไอเอ็มทีจีที (IMT-GT) ที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายคำพอง เทพาคำ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอหารือเรื่องความทุกข์ร้อนของราษฎรที่ประสบกับปัญหาการประกาศเขตอุทยานรุกที่ทำกิน กรณีบ้านตามุยและอีกหลายหมู่บ้านในเขตอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี หมู่บ้านตามุย เป็นชุมชนดั้งเดิมมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ปี ๒๔๐๑ ยังชีพด้วยการทำไร่ทำนาในพื้นที่ อันจำกัด อาศัยป่าหัวไร่ปลายนาในการเก็บผักหวาน หน่อ เห็ด และหาปลาในแม่น้ำโขง แลกข้าว แลกเกลือ ขายยังชีพ ก็ปกติสุขดี แต่ในปี ๒๕๓๔ มีประกาศเขตอุทยานผาแต้มทีแรกเขตอยู่ที่แนวผาตก แต่ระยะหลังก็เริ่ม รุกเข้าที่ทำกินของชาวบ้าน ล่าสุดปี ๒๕๖๑ ก็ประกาศคลุมพื้นที่ทั้งหมดและดำเนินคดี กับชาวบ้านอ้างว่าบริเวณนี้ไม่มีร่องรอยการทำกินของราษฎรเลยนะครับ โดยอาศัยภาพถ่าย ทางอากาศพิสูจน์แนวแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นจึงขอให้ทางอุทยานได้ยุติการดำเนินการใด ๆ อันเป็นการรุกที่ทำกินของราษฎร ให้มีการดำเนินการตรวจสอบแนวเขตที่เป็นธรรม ให้ชาวบ้านทำกินโดยปกติ และขอให้ยุติการดำเนินคดีกับชาวบ้านในลักษณะเชือดไก่ จนกว่าจะมีการดำเนินการเรื่องของแนวเขตที่ชัดเจนและเป็นธรรมครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็เป็นตู้สล็อต (Slot) ที่อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะที่ตำบลนาเจริญระบาดหนัก ท่านนายกเทศมนตรี ตำบลนาเจริญ ก็เสี่ยงชีวิตเข้าไปแก้ไขปัญหา แต่ก็อยากจะฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องตู้สล็อต (Slot) ระบาดครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๓ วันนี้ผมมีเรื่อง จะหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องที่ ๑ เรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. ซึ่งในพื้นที่ของกระผมมีการทั้งออกเอกสารสิทธิให้ และดำเนินการ และยังไม่ได้ดำเนินการ อยากจะให้ท่านเร่งรัดไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งออกเอกสารสิทธิ ในพื้นที่ป่า โดยเฉพาะพื้นที่ป่าของกรมอุทยานและกรมป่าไม้ในนโยบายของ คทช. โดยเร่งด่วนครับ เนื่องจากว่าเป็นสิ่งจำเป็นของชาวบ้านในพื้นที่นั้น
เรื่องที่ ๒ เรื่องการขอใช้พื้นที่ป่าในการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานเรื่องต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการที่ทำในพื้นที่ป่า ตอนนี้เมื่อครั้งที่แล้ว ผมได้หารือไปยังท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังไม่มีความคืบหน้าเลยครับ และอีกทั้งตอนนี้ทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้อนุญาตให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ อปท. ต่าง ๆ ให้ใช้เงินสะสมได้ หลาย ๆ แห่งมีเงินสะสมเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากว่า ยังติดพื้นที่ป่าและยังไม่ได้รับอนุมัติ ถ้าหากเกิดใช้เงินสะสมขึ้นไปก็มีปัญหา จึงอยากให้เร่งรัด ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกครั้งหนึ่งนะครับ
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องการก่อสร้างเขื่อนแม่ละเมา หรืออ่างเก็บน้ำแม่ละเมา ตอนที่ ๒ เนื่องจากตอนนี้ได้สร้างอ่างเสร็จเรียบร้อยแล้วในตอนล่าง ตอนบนยังไม่ได้สร้าง กำลังอยู่ในช่วงศึกษา ถ้าหากทางกรมชลประทานได้เร่งรัดการออกแบบการก่อสร้างจะทำให้ มีชาวบ้านที่ได้รับประโยชน์จาก ๒ อ่าง เป็นจำนวนหลายพันครัวเรือนในของอำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด โดยเฉพาะตำบลแม่จะเรา จะสามารถใช้น้ำได้อย่างเต็มที่ เพราะที่ผ่านมานั้น แม่ละเมาไหลลงทิ้งแม่น้ำเมยเป็นประจำทุกปีเป็นมหาศาลครับ ขอฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายพีระเพชร ศิริกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๔ ขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ตามที่พี่น้อง ประชาชนร้องเรียนมา
๑. การขยายผิวทางจราจรทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๗ และหมายเลข ๒๐๔๑ จาก ๒ ช่องทางจราจร เป็น ๔ ช่องทางจราจร ช่วงสายสมเด็จ คำม่วง สามชัย ตอนอำเภอสมเด็จ บ้านดงแหลม อำเภอสหัสขันธ์ ตอนบ้านดงแหลม บ้านโพน บ้านคำพิมูล อำเภอคำม่วง ตอนบ้านโพน อำเภอคำม่วง สามชัย อำเภอสามชัย ซึ่งองค์การ บริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยท่าน ส.จ. วิรัตน์ ภูต้องใจ ได้ติดตามทวงถามมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่เกิดผล ซึ่งเส้นทางดังกล่าวนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับปากกับพี่น้องชาวอำเภอสมเด็จ อำเภอคำม่วง อำเภอสามชัย ในคราว ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์ว่าจะรีบเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ แต่ก็ยังไม่เกิดผลอะไรขึ้นมา
๒. โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยหลัว หรืออ่างเก็บน้ำผาเสวย ตำบลผาเสวย อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการตามขั้นตอนมา ตั้งแต่ ความเป็นมาของโครงการรายละเอียดวัตถุประสงค์ที่ตั้งโครงการ ขอบเขตพื้นที่ งบประมาณ พื้นที่รับประโยชน์ ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการเลยครับ
๓. การปรับปรุงซ่อมแซมถนนเศรษฐกิจเพื่อการเกษตร ช่วงตำบลคำสร้างเที่ยง กับตำบลสำราญใต้ ช่วงที่นาของนายวิจิตร ราราก อำเภอสามชัย
๔. ปัญหาชาวไร่ยาสูบทีได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีสรรพสามิต และแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ
๕. การออกเอกสารสิทธิที่อยู่อาศัยให้กับราษฎรที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ยังไม่ได้รับ เอกสารสิทธิในเขตอำเภอคำม่วง อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งรัฐบาลอ้างว่าไม่มีเงิน แต่ทางพี่น้องประชาชนยินดีจะออกค่าใช้จ่าย การแก้ไขปัญหาภัยแล้งน้ำท่วมจังหวัดกาฬสินธุ์ ภาคอีสาน โดยให้รัฐบาลจัดเงินอุดหนุนเพิ่มเติมให้กับท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นนั้นจัดซื้อ เครื่องจักรหนัก เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และอีกหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งทั้งหมด ๘ เรื่อง ตัวกระผมเองจะนำเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบ อีกนิดเดียว ครึ่งนาทีท่านครับ
พอแล้วครับ
มีน้ำ ไม่มีหนี้ มีที่ทำกิน ถนนสู่นา ไฟฟ้า สู่ไร่ มีน้ำใช้
พอแล้วครับ
ชลประทานระบบท่อ ขุดบ่อเลี้ยงปลา
ท่านส่งเรื่องมานะครับ ผมจะส่งให้ครับ ไม่กินเวลาเพื่อนนะครับ ต่อไป นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประเด็นหารือในวันนี้คือติดตามการดำเนินงานตามข้อหารือ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๖ ที่ดิฉันได้หารือเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผ่านสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันฟังเรื่องหารือของเพื่อนสมาชิกมีความคืบหน้า มีผลการ ดำเนินงานมารายงาน และได้ขอบคุณสภาแห่งนี้หลายท่าน แต่เรื่องขอดิฉันในพื้นที่ ปลายด้ามขวาน ชาวบ้านถามว่าทำไมไม่เห็นความคืบหน้า มีเพียงเรื่องเดียวที่รับการประสาน ทางโทรศัพท์แจ้งให้ทราบว่ามีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือขอให้วันสารทเดือนสิบ เป็นวันหยุดราชการในภาคใต้ โดย ศอ.บต. ล่าสุดกำลังเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา และคาดหวังว่าวันสารทเดือนสิบที่จะมีขึ้นเดือนกันยายนคือเดือนนี้ค่ะ สามารถเป็น วันหยุดราชการให้พี่น้องชาวไทยพุทธในพื้นที่ได้ค่ะ อีก ๔ เรื่อง เป็นเรื่องของความมั่นคง ชายแดนใต้ ไม่มีความคืบหน้าเลยแม้แต่เรื่องเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ดิฉันหารือไป เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม คือเรื่องนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ซึ่งตอนนั้นอยู่ในสภาพโคม่า (Coma) หมดสติหลังจากถูกควบคุมตัวโดยกฎหมายพิเศษในค่ายทหาร ๑ เดือนหลังจาก ที่ดิฉันได้หารือในสภา ๒๕ สิงหาคม นายอับดุลเลาะได้เสียชีวิตแล้วค่ะ ท่ามกลางข้อคำถาม มากมาย ขอฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ รายงานจาก คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ตั้งขึ้นมาได้รับความเชื่อถือมากมายแค่ไหน ขอให้มี การตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลาง เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย มีองค์ประกอบความเชี่ยวชาญ ครบถ้วนว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาที่ถูกควบคุมตัว ๒. ทบทวนการใช้กฎหมายพิเศษ ใช้มาตลอดระยะเวลา ๑๕ ปี ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะกลับมาใช้กระบวนการยุติธรรม ตามปกติแทนเฉกเช่นภูมิภาคอื่นของประเทศไทย ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายธนกร ไชยกุล ผมขอเรียนล่วงหน้าไว้หลังจากนั้นก็เป็น นายนิรามาน สุไลมาน นายไกลก้อง ไวทยการ นายนวัธ เตาะเจริญสุข นายบัลลังก์ อรรณนพพร นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชิญท่านธนกรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูงยิ่ง กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีข้อหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับความเดือดร้อน อย่างแสนสาหัส กรณีอุทกภัยซึ่งต่อเนื่องจากภัยแล้งที่เพิ่งผ่านพ้นไป ท่านประธานครับ จังหวัดยโสธรมีประชากร ๕๓๐,๐๐๐ คนเศษ ได้ประสบภัยที่เกิดจากพายุโพดุลที่สร้างความ เสียหายร้ายแรงในรอบ ๖๐ ปี ทำลายชีวิตของพี่น้องประชาชน ทรัพย์สินต่าง ๆ สัตว์เลี้ยง นาข้าว พืชผลการเกษตร การประกอบธุรกิจ วัดวาอารามต่าง ๆ โรงเรียน แล้วก็โรงพยาบาล กระผมมีภาพความรุนแรงเสียหายที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นี่คือภาพส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ อำเภอเลิงนกทา อำเภอไทยเจริญ อำเภอกุดชุม อำเภอป่าติ้ว อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอเมืองยโสธร อำเภอมหาชนะชัย ที่ได้รับความเสียหาย ท่านประธานครับ ทั้งหมดทั้งมวล คงเป็นภารกิจของพวกเราทุกคนที่จะต้องฟื้นฟูเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในระยะสั้น เฉพาะหน้าขณะนี้และในการวางแผนแก้ปัญหาในระยะยาว ภัยที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คือภัยแล้ง ณ ปัจจุบันคืออุทกภัยที่สร้างความรุนแรงเกิดขึ้นให้กับ พี่น้อง เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลัง น้ำลดอยากจะขอความอนุเคราะห์ให้กระทรวงคมนาคมในการซ่อมแซมถนนหนทาง แล้วก็ซ่อมแซมสะพานข้ามให้ประชาชนได้สัญจรไปมาได้สะดวกขึ้น กระทรวงสาธารณสุข ได้สนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์จัดหาและซ่อมแซมให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ดูแลเรื่องระบบชลประทานให้ซ่อมแซมกลับสู่สภาพปกติ แล้วก็ซ่อมแซม ชลประทานของเทศบาลสามแยก กระทรวงศึกษาธิการดูแลซ่อมแซมโรงเรียนต่าง ๆ ที่ถูกน้ำท่วม และสุดท้ายกระทรวงการคลังให้ดูแลลดดอกเบี้ยและพักชำระหนี้ให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ หลังจากนั้นนายระวี มาศฉมาดล นางนาที รัชกิจประการ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา นางกันตวรรณ ตันเถียร นายนัทธี ถิ่นสาคู ขอเชิญท่านณัฏฐพล ท่านณัฏฐพลไม่อยู่นะครับ ผมขอผ่านไปที่นายนิรามาน สุไลมานครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมกำลังเดินไปหาทางเจ้าหน้าที่ว่าไม่ทราบว่าท่านตกหล่นหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมอยู่ด้านหลัง ท่านประธานที่เคารพ นิรามาน สุไลมาน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะใช้เวลาให้อยู่ในกรอบกติกา เรื่องที่ผมเรียนหารือผ่านท่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศ ท่านรองนายกรัฐมนตรีประวิตร และแม่ทัพภาค ๔ อาจจะรวมถึงท่าน ผบ.ทบ. ด้วยก็ได้ รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกรณีการตายของ นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ซึ่งอยู่ในอับดุลเลาะสถานะของผู้ต้องสงสัยระหว่างการคุมตัว ของเจ้าหน้าที่ ท่านประธานครับ เรื่องโศกเศร้าเสียใจแบบนี้เกิดขึ้นแล้วนับตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เรามีกรณีเหยื่อที่เป็นที่สงสัยว่าถูกใช้ความรุนแรงจากผู้ควบคุม รวมแล้วประมาณ ๕๐ คน ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นภายใต้ ๙ ชั่วโมงแห่งความน่าสะพรึงกลัว เป็นปริศนา คาใจของผู้คนในพื้นที่ของผู้คนทั้งประเทศว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐคือเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ซึ่งเมื่อการหารือรอบที่แล้วผมก็ได้นำเสนอเรื่องการที่เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยขอให้มีตัวแทน ของภาคประชาชน ตัวแทนของเจ้าหน้าที่ทางด้านศาสนากรรมการอิสลาม ท่านก็ปฏิบัติตาม แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลาส่งตัวให้อยู่ในความรับผิดชอบของทหารไม่มีตัวกลาง ไม่มีคนที่เป็น สักขีพยานในการดูแลซักถาม จะเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครทราบ นี่คือเป็นปัญหาที่คาใจผู้คน ในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เกิดกับพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่ตกอยู่ในฐานะของ ผู้ต้องสงสัยว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องกรณีแบ่งแยกดินแดน ก็มีคำถามว่าทำไมจึงเป็นอย่างนี้ ถึงเวลาหรือยังท่านประธานที่เราจะต้องเปลี่ยนบริบทของการใช้กฎหมายเรื่องความมั่นคง กฎอัยการศึก พ.ร.บ. ฉุกเฉิน ต้องถึงเวลาทบทวนได้แล้วฝากด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณมากครับ ต่อไปครับ นายระวี มาสฉมาดล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ วันนี้กระผมขออนุญาตที่จะเรียนปรึกษาหารือ เรื่องค่าตอบแทนวิชาชีพการสาธารณสุข ชุมชน ด้วยปัจจุบันวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนได้ทำหน้าที่ในการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การควบคุมโรค การตรวจประเมินและการบำบัดโรคเบื้องต้น รวมถึงการ อาชีวอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งนักสาธารณสุขชุมชนเหล่านี้ชาวบ้านเรียกว่า หมออนามัย ดูแลประชาชนทั่วทั้งประเทศอย่างต่อเนื่องยาวนานมากว่าร้อยปีแล้ว ปัจจุบันหมออนามัยมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๔๕,๐๐๐ คน กระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ โดยมีจำนวนสมาชิกที่สอบขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชนจำนวน ๑๒,๓๘๖ คน และอยู่ระหว่างการรอที่จะขึ้นอนุมัติอีก ประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งผู้ประกอบการวิชาชีพดังกล่าวไม่เคยได้รับค่าตอบแทนวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชน ในขณะที่วิชาชีพอื่น ๆ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชและพยาบาล วิชาชีพได้รับค่าตอบแทนไปหมดแล้ว ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมเหมือนวิชาชีพอื่น พรรคพลังธรรมใหม่ใคร่ขอเสนอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณา จ่ายเงินค่าตอบแทนวิชาชีพให้แก่นักการสาธารณสุขชุมชนเป็นการเร่งด่วน เพื่อเป็นการสร้าง แรงจูงใจและขวัญกำลังใจให้กับหมออนามัยทุกคน นี่คือภาพที่แสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติ หน้าที่ของหมออนามัยซึ่งไม่ได้รับค่าตอบแทนวิชาชีพเหมือนวิชาชีพอื่นในวงการสาธารณสุข เหมือนกับเป็นลูกเมียน้อยที่ถูกทอดทิ้ง แต่กลับต้องปฏิบัติงานในการดูแลประชาชน ทั่วประเทศด้วยความยากลำบาก ต้องลุยน้ำ ลุยโคลน ขึ้นเขา ลงห้วย เขาเหล่านี้ คือหมออนามัยที่ร่วมกับ อสม. ทั่วประเทศในการดูแลสุขภาพคนไทยไม่ว่ายากดีมีจน ทั่วประเทศครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป นายไกลก้อง ไวทยาการ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ไกลก้อง ไวทยการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เรื่องที่ผมจะหารือท่านประธานในวันนี้คือเรื่องของการใช้แบบฟอร์ม ตม. ๓๐ ของกองบังคับการ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เรื่องนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ ที่พำนักในประเทศไทยมากครับท่านประธาน โดยชาวต่างชาติต้องกรอกรายงานการเข้าพัก หรือการออกจากที่พักภายใน ๒๔ ชั่วโมง ปกติเจ้าของที่พักจะเป็นผู้ดำเนินการให้ และหากไม่ดำเนินการตามกฎระเบียบนี้ก็จะเสียค่าปรับ ถ้าไม่เสียค่าปรับ ตม. ก็จะไม่ออก วีซ่า (Visa) ให้ชาวต่างชาติ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเกิดจากเจ้าของที่พักไม่ดำเนินการ จึงตกเป็นภาระ ของนักท่องเที่ยว หรือชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยและต้องไปดำเนินการ เรื่องนี้เองการกรอกฟอร์ม (Form) นี้สามารถทำทางออนไลน์ได้ครับ แต่ได้รับเสียงสะท้อนว่า มีปัญหาทั้งที่เข้าใช้งานไม่ได้และมีระบบเออเรอร์ (Error) จนทำให้ต้องเสียเวลาในการ ไปต่อคิวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ท่านประธานครับ เศรษฐกิจของเรากำลังมีปัญหา การท่องเที่ยวเป็นเรื่องรายได้หลักของประเทศ รวมทั้งโอกาสในการทำธุรกิจของชาวต่างชาติ เป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้นอย่าทำให้ชาวต่างชาติหรือว่านักท่องเที่ยวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย มีความรู้สึกว่าเราไม่ต้อนรับเขาด้วยกฎระเบียบที่ยิบย่อย ผมจึงขอเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองเพื่อทบทวนในมาตรการที่เข้มข้นในการกรอก ฟอร์ม (Form) ตม. ๓๐ นี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางนาที รัชกิจประการ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนาที รัชกิจประการ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย วันนี้จะขอ หารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก ในเรื่องของพิพิธภัณฑ์โนราห์ ที่วัดท่าแค หมู่ที่ ๑ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง สถานที่นี้เป็นสถานที่สำคัญนะคะท่านประธาน คือเป็นบ่อเกิดของปฐมบรมครู ขุนศรีศรัทธา ซึ่งโนราห์จะเคารพนับถือมาก ประเด็นที่ ๒ ที่นี่ยังเป็นแหล่งฝึกนักเรียนและ เยาวชนในเรื่องของโนราห์ ก็เลยอยากให้มีพิพิธภัณฑ์เพื่อที่เด็กหรือคนที่ไปได้เรียนรู้ ผ่านโนราห์ทั้ง ๑๒ ท่าค่ะ
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะหารือท่านประธาน ในเรื่องของถนนและไฟฟ้า รอบพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว หมู่ที่ ๔ ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เพื่อส่งเสริมอาชีพและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่พี่น้องรอบพระบรมธาตุได้มีอาชีพ เพราะวันนี้ที่นี่ มีการเปิดตลาดท้ายวัง รวมถึงมีการทำกิจกรรมในเรื่องของการท่องเที่ยวรอบทะเลสาบด้วยค จึงขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง ๒ เรื่องค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายนวัธ เตาะเจริญสุข ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๗ ขอหารือท่านประธาน ฝากไปถึงคณะรัฐบาล เนื่องด้วยช่วงนี้พี่น้องประชาชนภาคอีสาน ภาคเหนือต่าง ๆ ก็เพิ่งโดน เรื่องภัยแล้ง หลังจากภัยแล้งได้ไม่นานตอนนี้ก็เจออุทกภัยเข้าไปอีก มันซ้ำเติมพี่น้อง ประชาชนลงไปอีก ฝากท่านประธานไปถึงคณะรัฐบาล รัฐมนตรี และกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ลงไปช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ทราบอยู่ว่าขณะนี้ไปนะครับ พรรคเพื่อไทยตอนนี้ ก็ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทางภาคอีสานอยู่ เพราะฉะนั้นฝากท่านประธาน อยากให้ ไปถึงรัฐบาลให้ไปช่วยกันแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร เช่นเมื่อเกิดปัญหาหลังน้ำท่วมแล้ว ไม่ใช่ว่าเกิดปัญหาน้ำท่วมจบแล้วเอาถุงยังชีพไปแจก แจก แจก แจกเสร็จแล้วก็จบ ไม่ใช่ครับ ต้องพยายามหาวิธีแก้ไขแบบยั่งยืน ฝากด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ฝากไปกับรัฐบาล ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือเกษตรกร เช่น พักหนี้เกษตรกร ช่วยเหลือสนับสนุนเงินต่าง ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกร ผมอยากฝากตรงนี้ไป ที่เป็นเรื่องสำคัญนะครับ และอยากฝากประเด็น สำคัญประเด็นสุดท้ายก็คือว่า เมื่อน้ำท่วมแล้วก็ต้องแก้ไขต่อ แก้ไขตรงไหนถนนหนทาง ถนนหนทางที่จะชำรุดเสียหายต่าง ๆ สะพานที่หักพังไป ก็อยากให้รัฐบาลลงไปแก้ไขโดยด่วน อย่าปล่อยให้เสียหายนานไปกว่านี้ งบประมาณเอาไปใช้อย่างอื่นมากมายมหาศาล เอาไปทำ กับพี่น้องเกษตรกรเถอะครับ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ได้มากที่สุด ผมขอฝาก ท่านประธานไปถึงรัฐบาลและผู้บริหารทุกท่านครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องที่ ๑ เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามจุดตัดทางรถไฟ กิโลเมตร ที่ ๑๑๘ ๑๕ ๑๖ ปากท่อ-บางเค็ม ซึ่งมีความยาว ๓๔๔ เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง ๒๑๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท เป็นสะพานข้ามทางรถไฟเพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุบัติเหตุ แต่ในขณะนี้ได้รื้อเครื่องกั้นทางรถไฟเดิมออก เตรียมปิดกั้นเส้นทางจราจรซึ่งจะปิดอย่างถาวร จึงสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเป็นอย่างมาก คือ ผู้ขับขี่รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และคนเดินเท้า ในชีวิตประจำวันไม่สามารถที่จะขึ้นสะพานสูงซึ่งยาวถึง ๓๔๔ เมตรนี้ได้ ทุก ๆ วันอย่างปลอดภัย สะพานแห่งนี้มีรถยนต์ รถบรรทุกสัญจรเป็นจำนวนมาก ไม่เหมาะ ที่จะใช้สะพานร่วมกันระหว่างรถจักรยานยนต์และรถยนต์นะคะ ในภาพนี้เป็นชีวิตประจำวัน ที่ประชาชนของดิฉันใช้อยู่ จากรายงานการประชุมเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๐ จะมีอุโมงค์ทางลอดใต้ทางรถไฟ แต่ขณะนี้น่าจะยกเลิกนะคะ แต่ถ้ามีการยกเลิกก็ขอให้ ช่วยสร้างเป็นสะพานลอยสำหรับรถจักรยานและรถจักรยานยนต์เพื่อคนเดินเท้าด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ วันนี้ดิฉันมีเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชนอำเภอสวนผึ้ง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ที่ดินส่วนใหญ่ได้ถูกประกาศเป็นที่ดินราชพัสดุภายใต้การดูแล ของกรมการทหารช่างและกองพลพัฒนาที่ ๑ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ให้งบประมาณภัยแล้งไปสู่ จังหวัดราชบุรีของดิฉัน แต่หลาย ๆ แห่งไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากต้องรออนุญาตก่อน ก็ขอฝากท่านประธานบอกผู้มีอำนาจช่วยอนุญาตด้วย ไม่อย่างนั้นบ้านดิฉันไม่มีน้ำดื่ม น้ำกิน น้ำบริโภคค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายบัลลังก์ อรรณนพพร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วย อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด และอำเภอพระยืน วันนี้กระผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่เรื่องเดียวครับ คือเรื่องภาวะน้ำท่วมของอำเภอบ้านไผ่ เนื่องจากวันที่ ๒๙-๓๐ เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดนพิษพายุโพดุลถล่มจังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะจุดศูนย์กลางอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ ได้เกิดน้ำท่วม เกิดความเสียหายในเขตพื้นที่ อำเภอบ้านไผ่อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในเขตเทศบาลมีทั้งหมด ๑๔ ชุมชน ๑,๒๐๐ ครัวเรือน น้ำได้พัดพังทั้งหลังและเป็นบางส่วน และสำคัญที่สุดในเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต ๑ ราย แล้วก็บริเวณรอบนอกอีกหลายอย่าง อำเภอบ้านไผ่เป็นอำเภอที่ถูกน้ำท่วมหนักภายในรอบ ๔๐ ปี เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงยิ่งที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโรงครัวให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านไผ่ แล้วผมขอ อนุญาตท่านประธานในสภาแห่งนี้ขอขอบคุณพี่น้องชาวไทย องค์กรต่าง ๆ ภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ให้การสนับสนุน ไม่ว่าเสื้อผ้า ข้าวสาร อาหารแห้ง ให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านไผ่ ที่ไปช่วยผู้ประสบภัยภัยแล้ง และเรื่องสำคัญที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ฝากท่านประธาน ไปถึงท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ช่วยเร่งเยียวยา แล้วก็งบประมาณ ส่งลงให้กับผู้ประสบภัยโดยด่วน เพราะว่าตอนนี้เดือดร้อนมาก เพราะว่าข้าวของที่ถูกน้ำท่วม ไม่ได้ย้ายออกสักอย่างเดียว ทั้งรถทุกอย่างพังไปหมดลอยไปกับน้ำครับ ท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางกันตวรรณ ตันเถียร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขอปรึกษาท่านประธานผ่านไปยัง ๒ กระทรวง คือกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับ การกัดเซาะชายฝั่งรุนแรง บริเวณตำบลเกาะคอเขา และบ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
จากภาพจะมีพื้นที่อยู่ ๒ พื้นที่ ภาพด้านบนจะเป็นพื้นที่บริเวณตำบลเกาะคอเขา ตำบลเกาะคอเขาจะเป็นพื้นที่ของพี่น้อง ประชาชนอยู่ประมาณ ๔๐๐ ครัวเรือน และภาพด้านล่างจะเป็นพื้นที่ของบ้านน้ำเค็ม ในอดีต พื้นที่ทางทะเลส่วนกลางซึ่งคั่นระหว่างเกาะคอเขาและบ้านน้ำเค็มจะมีสันทรายธรรมชาติ สันทรายธรรมชาตินี้จะสูง ๓ เมตร ทอดยาว และจะเป็นสันทรายซึ่งสามารถกันคลื่นลม ในการกระทบเข้าสู่ชุมชนตำบลเกาะคอเขาและชุมชนบ้านน้ำเค็ม แต่เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ สึนามิค่ะ สันทรายธรรมชาตินี้ก็ได้โดนทำลายไป สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือบริเวณตำบลเกาะคอเขา เกิดการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง จนทำให้พื้นดินของพี่น้องประชาชนสูญหายไป ในภาพ จะเป็นการกัดเซาะตลอด ๖ ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้การกัดเซาะทำให้เกิดตะกอน บริเวณปากร่องน้ำเค็ม ทำให้เป็นอุปสรรคกับพี่น้องชาวประมงกว่า ๓๐๐ ลำในการเดินทาง ดิฉันทราบว่าทางกรมเจ้าท่าได้ออกแบบเขื่อนกันทรายคลื่นลมให้กับพี่น้องประชาชนบริเวณ ดังกล่าว แต่ติดประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประกาศ ในพื้นที่ของจังหวัดพังงา ๗ อำเภอ พ.ศ. ๒๕๕๙ ดิฉันจึงเรียนมายังท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรี ๒ กระทรวง ช่วยกันบูรณาการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน ชุมชน ๒ ชุมชนนี้ เคยเกิดเหตุภัยพิบัติสึนามิสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน วันนี้เขาลุกขึ้นเข้ามาสู้อีกครั้งหนึ่ง ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนใน ๒ ชุมชนอย่างยั่งยืน กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ หลังจากนั้นก็เป็นนายประสงค์ บูรณพงศ์ นายสมัคร ป้องวงษ์ นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ นายวัน อยู่บำรุง นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ขอเชิญ ท่านวิสิษฐ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยครับ มีเรื่องหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องวันนี้
เรื่องแรกครับ ก็คือได้รับร้องขอ ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เกี่ยวกับเรื่องถนนที่ใช้ในการคมนาคมขนส่ง ซึ่งได้รับ ความเสียหายอย่างรุนแรงจากพายุฝน ดินถล่ม และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าก๊อก็พร้อม ที่จะเข้าดำเนินงาน มีงบประมาณ แต่ไม่สามารถจะเข้ากระทำได้ เพราะต้องขออนุญาต กับอุทยานแห่งชาติดอยหลวง และได้รับทราบจากอุทยานแห่งชาติดอยหลวงว่าต้องขออนุมัติ มาที่ส่วนกลาง คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลา ยาวนาน ทำให้พี่น้องได้รับความเดือดร้อน ซึ่งหนังสือฉบับนี้ในการร้องขอผมจะส่งให้ ท่านประธานต่อไปครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ในอำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย บริเวณตำบลบัวสลี ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างพุทธมณฑลของจังหวัดเชียงราย ในบริเวณดังกล่าวมีถนน ๔ เลน ถนนพหลโยธิน ช่วง กม. ที่ ๘๑๒-๘๑๔ ซึ่งปัจจุบันนี้มีพุทธมณฑลจังหวัดเชียงรายได้มาตั้งอยู่ สถานที่แห่งนี้ ทำให้การจราจรคับคั่ง พี่น้องได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างสูง เนื่องจากไม่มี การขยายไหล่ทาง ไม่มีจุดกลับรถ และถนนเส้นนี้ได้สร้างมาเป็นเวลานาน ไม่รองรับกับสภาพ ความแออัด และข้อเท็จจริงในปัจจุบัน พี่น้องประชาชนได้ลงชื่อมาร่วมหลายพันคน ผมจะได้ นำเรียนเอกสารนี้ เพื่อให้ท่านประธานได้นำเรียนไปที่แขวงการทางจังหวัดเชียงรายและ กรมทางหลวง เพื่อจะได้ดูแลขยายไหล่ทางเป็นการลดอุบัติเหตุ ลดการแออัด แล้วก็พี่น้อง ประชาชนจะได้รับความสะดวก และจังหวัดเชียงรายในการจัดงานก็ได้สะดวกยิ่งขึ้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายนัทธี ถิ่นสาคู ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นัทธี ถิ่นสาคู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ ขอใช้เวลา ของสภาเพื่อสะท้อนถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต ในเรื่องของ การได้รับการรักษาพยาบาลอย่างมีคุณภาพและทั่วถึง สภาพความเป็นจริงในขณะนี้ ก็คือจังหวัดภูเก็ตมีโรงพยาบาลไม่เพียงพอต่อการให้บริการกับจำนวนของประชากรของ ชาวจังหวัดภูเก็ต การสร้างโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ อย่างเร่งด่วน แล้วก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งว่าขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ตมีนโยบายที่จะจัดตั้งโครงการศูนย์กลางระบบสุขภาพที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อขยายการดูแลด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และภาคใต้ฝั่งอันดามัน ให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ทางมหาวิทยาลัยยังมีโครงการผลิตบุคลากร ด้านการแพทย์และพยาบาลในมหาวิทยาลัยควบคู่กันไปด้วย ผมจึงนำเรียนเรื่องนี้มายัง ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวงว่า หากโครงการนี้นำเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐบาล หน่วยงานและกระทรวง ที่เกี่ยวข้องขอได้โปรดให้การสนับสนุนช่วยเหลืออย่างเต็มที่ กรุณาอย่าได้ไปสร้างเงื่อนไข หรือกฎเกณฑ์ที่มันยุ่งยากทำให้โครงการนี้ต้องล่าช้า เพราะท่านประธานครับ งานนี้เป็นงานบุญ ใครก็ตามที่สนับสนุนโครงการนี้ขอให้ได้รับผลบุญร่วมกับพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ต รวมไปถึงท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ จังหวัดนครพนม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอกราบเรียนมายังท่านประธานเรื่องปัญหาของครูฝึกบินวิทยาลัยการบิน นานาชาติ มหาวิทยาลัยนครพนม ทำงานแล้วไม่ได้รับค่าตอบแทน ท่านประธานที่เคารพ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เกิดจากการหลอมรวมของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่ง ในนครพนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม ซึ่งเป็นตัวนำ ที่จะเกิดขึ้นในสมัยท่านประธานเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข แล้วก็มีวิทยาลัยการบินนานาชาติ เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคมนี้ ครูฝึกบินวิทยาลัยการบินนานาชาติ ได้มาพบกับผม แล้วก็ร้องเรียนว่าหลายเดือนแล้วไม่ได้รับเงินเดือน ได้รับความเดือดร้อนมาก ซึ่งก็กล่าวกับผมว่าเขาได้ใช้เงินไปทำอะไรบ้าง ข้อ ๑ มีการนำเงินของวิทยาลัยไปใช้ คณะอื่น ๆ ๒. มีการตัดค่าใช้จ่ายค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟของแผนกนี้ ๓. มีตัดค่าประกันภัยเครื่องบิน ตัดค่าน้ำมันเครื่องบิน ตัดงบประมาณค่าครองชีพ ของบุคลากรในมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับทุน ฟลาย โอแซด (Fly OZ) เมื่อเรียนจบแล้ว เขาก็ต้องมาทำงาน ทำงานแล้วก็ยังไม่มีสัญญา ยังไม่ได้รับเงินเดือนครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขอเรียนแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อได้ช่วยแก้ไขปัญหา เหล่านี้ด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีปัญหาอย่างมากคือปัญหา ของการบริหารบุคคล การบริหารวิชาการ แล้วก็การบริหารการเงิน ท่านประธาน เชื่อหรือไม่ในการบริหารวิชาการ สอนวิศวะมาแล้ว ๓ ปี บอกเด็กว่าเรียนไม่ได้แล้ว เพราะคณะนี้ไม่ได้อนุมัติให้ไปเรียนคณะอื่นแล้วจะให้ปริญญา น่าแปลกมากนะครับ หรือหลาย ๆ อย่าง เครื่องบินตกบ้าง อะไรบ้าง มีปัญหามากมาย การบริหารบุคลากร คนดี ๆ มีชื่อเสียง อย่างเช่น คณบดี พยาบาล ก็ถูกสอบสวนถึง ๓ ครั้ง ถูกไล่ออก แต่เมื่อฟ้องศาลปกครองแล้วก็ให้เข้ามาใหม่ เรื่องเหล่านี้กระผมขอฝากท่านประธานด้วย เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายของพรรคเสรีรวมไทยนั้นหยุดคอร์รัปชัน เป็นปัญหาสำคัญ ขอฝากด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หลังจากนั้นก็จะเป็น นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นายภราดร ปริศนานันทกุล นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ขอเชิญ คุณอัครเดชครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ใช่คิวของ ท่านสมัครหรือเปล่าครับท่าน ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ข้ามชื่อไปหรือเปล่าครับ เมื่อสักครู่นี้ ประกาศชื่อไปแล้วครับ
ใครนะครับ
สมัคร ป้องวงษ์ ครับ
เดี๋ยวถึงท่านสมัคร ป้องวงษ์ เดี๋ยวครับ ถึงท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ก่อนครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่งครับ มีข้อหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก ขอหารือท่านประธานสภาได้ประสานให้กระทรวงคมนาคม ประสานกรมทางหลวงได้แก้ไขท่อคอนกรีตลอดเหลี่ยมใต้ถนนเส้น ๓๓๙๔ ระหว่าง บ้านห้วยกระบอกถึงลูกแก ที่บริเวณหมู่ที่ ๙ ตำบลกรับใหญ่ ซึ่งท่อลอดเหลี่ยมดังกล่าวนั้น มีระดับสูงทำให้น้ำท่วมขัง อยากให้กรมทางหลวงได้แก้ไขให้ท่อดังกล่าวนั้นมีระดับต่ำลง เพราะปัจจุบันนี้น้ำได้ท่วมขังฝั่งบ้านหนองสองห้อง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและไร่นาของพี่น้อง ประชาชน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นเวลาหลายปี จึงขอให้กรมทางหลวงช่วยเร่ง ดำเนินการแก้ไขให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องหมู่ที่ ๓ ตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง ว่าได้ขอขยายการให้บริการการประปาไปยังการประปาส่วนภูมิภาค แต่การประปา ส่วนภูมิภาคแจ้งว่าขาดงบประมาณในการดำเนินการ เนื่องด้วยพี่น้องที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้น มีเป็นจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค จึงขอให้ท่านประธานสภา ได้ประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลการประปาส่วนภูมิภาคได้เร่งดำเนินการ ขยายเขตการบริการน้ำประปาให้พี่น้องประชาชนที่ตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่งด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าขณะนี้มีพี่น้องประชาชน จำนวนมากได้ทำงานกับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ไม่มีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทำให้ขาดความมั่นคงในการทำงาน เมื่อเวลาออกจากงานแล้วจึงขอให้ท่านประธาน ได้ประสานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ออกกฎหมายบังคับให้บริษัทข้ามชาติดังกล่าว ได้ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับพี่น้องประชาชนที่ทำงานให้กับบริษัท ข้ามชาติขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันนี้บริษัทข้ามชาติเหล่านี้เมื่อมีกำไรก็ขนเงินกลับไปที่ประเทศ ของตนเอง ฉะนั้นอยากให้นำเงินดังกล่าวแบ่งปันมาดูแลพี่น้องประชาชนที่ใช้แรงงานซึ่งมีอยู่ เป็นจำนวนมาก กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านสมัคร ป้องวงษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมัคร ป้องวงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสมุทรสาคร พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตเรียนหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องที่กระผมเคยนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังส่วนงาน ที่รับผิดชอบมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และได้รับหนังสือตอบรับจาก ส่วนงานที่รับผิดชอบเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ แจ้งว่ากำลังดำเนินการอยู่ สืบเนื่อง จากการที่กระผมได้ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาครไม่ว่าจะเป็น อำเภอเมือง อำเภอกระทุ่มแบน อำเภอบ้านแพ้ว ได้รับการร้องเรียนว่ามีโรงงานอุตสาหกรรม มีสถานประกอบการต่าง ๆ ได้ปล่อยมลพิษน้ำเน่าเสียลงสู่คูคลองสาธารณะเป็นจำนวนมาก ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นคลองภาษีเจริญ คลองกระทุ่มแบน คลองมะเดื่อ คลองแคราย คลองสี่วา และคลองแนวที่เขตคลองท่าเสาที่ได้รับผลกระทบ มาจากคลองมหาสวัสดิ์ มารวมอยู่ที่อำเภอกระทุ่มแบนเป็นจำนวนมาก ยังไม่ได้รับการแก้ไข สิ่งที่มีชีวิตที่อยู่ในคูคลองกุ้งหอยปูปลา ณ เวลานี้ครับท่านประธาน ได้สูญพันธุ์หมดแล้วครับ และยังมีสิ่งที่มีชีวิต ยังมีชีวิตอยู่นะครับ มีเพียงอย่างเดียวก็คือยุงเท่านั้นนะครับ ท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ การตื้นเขินของแม่น้ำคูคลองสาธารณะ ในเขตจังหวัดสมุทรสาคร ไม่ว่าจะเป็นอำเภอเมือง อำเภอกระทุ่มแบน อำเภอบ้านแพ้ว คูคลองต่าง ๆ ไม่เคยได้รับการ ขุดลอกเป็นเวลานับสิบปีแล้ว จึงขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังส่วนงาน ที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน ได้โปรดดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพยิ่งค่ะ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันขอเร่งรัดและขอบคุณไปยังกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งมั่นและดำเนินการแก้ปัญหาภัยแล้ง อย่างต่อเนื่องตลอดมา แต่ถ้าว่าในสัปดาห์นี้ พี่น้องหลายจังหวัดต้องประสบวิกฤตอุทกภัย จากพายุโซนร้อนโพดุลและที่ตามมาก็คือคาจิกิ ซึ่งในบ่ายวันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะจะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมช่วยเหลือที่ตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย ที่ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก ในเบื้องต้นก็ขอเรียนแจ้งไปยังพี่น้องจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัยว่า พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถจะไปร่วมช่วยพี่น้องประชาชนได้ เพราะวันนี้ จะมีพระราชกำหนดสำคัญเข้าระเบียบวาระสภา ถ้าเสียงสภาไม่พอก็อาจจะมีผลกระทบ อย่างสูงได้ ดิฉันมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับขวัญและกำลังใจจากท่านนายกรัฐมนตรี และคณะ ตลอดจนจะได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของขุดลอก คูคลอง ในเรื่องของปัญหาทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังปัญหาน้ำท่วม นั่นก็คือ ตลิ่งที่พังทลายจำนวนมาก โดยเฉพาะในจังหวัดสุโขทัย ๓๔ โครงการ ได้ดำเนินโครงการไว้ ในพื้นที่ ๔ อำเภอ ก็คืออำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอสวรรคโลก อำเภอศรีสำโรง และอำเภอเมือง ๓๔ โครงการ ระยะทาง ๙,๘๐๐ เมตร งบประมาณในราว ๙๐๐ ล้านบาท และขอเร่งรัดอีก ๑ โครงการ คือที่หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๗ ตำบลปากแคว อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ความยาว ๑,๕๐๐ เมตร งบประมาณ ๑๑๐ ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างก็ขอเร่งรัดให้ดำเนินการ โดยเร็วภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบพระคุณมากค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ขอเชิญท่านอิทธิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย มีเรื่องหารือกราบรบกวนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ
เรื่องแรก เป็นเรื่องอ่างเก็บน้ำห้วยโป่งผาก ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำในพระราชดำริ ของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ โครงการนี้ผ่านมาเป็นระยะเวลาร่วมกว่า ๒๐ ปีแล้วครับ พื้นที่อยู่ที่บ้านหมู่ที่ ๘ หนองหอย ตำบลเวียงมอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง พื้นที่ได้รับ ประโยชน์ประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่ งบประมาณทั้งสิ้น ๓๑๕ ล้านบาท สถานภาพ ณ ปัจจุบัน หรือความคืบหน้าโครงการ ตอนนี้กรมชลประทานได้ตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๓ จำนวน ๒๐ ล้านบาท เพื่อทำการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) ครับ แล้วก็มีการขอใช้พื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำนวน ๕๙๔ ไร่ แต่ปัจจุบันนี้ ปรากฏว่ายังไม่ได้รับงบประมาณในการที่ศึกษาวิเคราะห์อีไอเอ (EIA) เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ฝากไปยังกรมชลประทาน สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยพิจารณาเร่งรัดดำเนินการครับ
เรื่องที่ ๒ โครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำวัง บ้านวังยาว ตำบลแม่กัวะ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง โครงการผ่านมาแล้ว ๑๒ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ พื้นที่ รับประโยชน์ ๑๒,๐๐๐ ไร่ งบประมาณ ๗๐๐ ล้านบาท สถานภาพความคืบหน้าปัจจุบัน กรมชลประทานส่งรายงานอีไอเอ (EIA) ให้สำนักนโยบายและแผน กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐ ซึ่งคณะกรรมการผู้ชำนาญการ พิจารณาอีไอเอ (EIA) ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีมติให้ทำอีไอเอ (EIA) ใหม่ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๑ กรมชลประทานจะเสนออีไอเอ (EIA) ใหม่ภายใน เดือนมิถุนายน ๒๕๖๒ ผมก็อยากจะทราบความคืบหน้าและขอให้กรมชลประทาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เร่งรัดดำเนินการต่อไปด้วยครับ ความจริงมีหลายโครงการครับท่านประธาน ผมจะทำหนังสือถึงท่านประธานแล้วกันครับ ขอบคุณครับ
ทำหนังสือถึงผมนะครับ ต่อไป นายภราดร ปริศนานันทกุล ขอเชิญท่านภราดรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กระผมขอใช้เวลาของสภาหารือเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก เนื่องจากว่าขณะนี้เป็นฤดูน้ำหลากแล้ว ทางตำบลโผงเผง ของจังหวัดอ่างทอง หากท่านประธานได้ติดตามข่าวจะเห็นว่าในทุก ๆ ปีเมื่อเวลาถึงฤดูน้ำหลาก ตำบลโผงเผงจะได้รับผลกระทบก่อนเพื่อน ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนในหมู่ ๒ และหมู่ ๓ คือคุณกัลยา สุริยัน ว่าขณะนี้น้ำเริ่มเพิ่มระดับขึ้นและเริ่ม กัดเซาะตลิ่งที่บริเวณริมแม่น้ำทำให้บ้านเรือนที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำได้รับผลกระทบ จึงขอความกรุณาท่านประธานส่งผ่านไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ช่วยไปดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน แต่อย่างไรก็ดีต้องขอบคุณทางกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมโยธาธิการและผังเมืองที่ได้อนุมัติเงินงบประมาณในแต่ละปี ๆ แก้ไขปัญหาให้กับ ตำบลโผงเผงมาโดยตลอด
เรื่องที่ ๒ ที่จังหวัดอ่างทองมีค่ายลูกเสือซึ่งสังกัดอยู่กับสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา แต่ขณะนี้ไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปเป็นร่าง ทำให้ค่ายลูกเสือนั้นขณะนี้รกร้าง ว่างเปล่าครับ ทำให้ลูกหลานของคนจังหวัดอ่างทองหรือโรงเรียนที่อยู่ในจังหวัดอ่างทอง หากมีการอบรมลูกเสือ หรือมีการอบรมค่าย จะต้องไปจ่ายเงินให้กับค่ายในจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งผมคิดว่าเสียโอกาส จึงฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงศึกษาธิการ ให้ช่วยปรับปรุงซ่อมแซมค่ายลูกเสือของจังหวัดอ่างทอง พร้อมทั้งส่งบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อไปสำรวจออกแบบค่ายลูกเสือให้ได้มาตรฐานเพื่อรองรับนักเรียน น้อง ๆ นักศึกษา ในจังหวัดอ่างทองได้มีโอกาสทำกิจกรรมต่อไป ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายวัน อยู่บำรุง ครับ ถนนสายนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระการจราจรบนถนนเพชรเกษม ถนนพระราม ๒ และถนนเอกชัย โดยเชื่อมต่อถนนกาญจนาไปยังถนนราชพฤกษ์ มุ่งหน้าไปยังสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน เพื่อเข้าสู่ใจกลางย่านธุรกิจที่สาทร สีลม เชื่อมโยงกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ส่วนต่อขยายในพื้นที่ใกล้ใจกลางเมือง แต่ปรากฏว่าโครงการนี้กลับหยุดชะงักจะไปต่ออย่างไร ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งที่โครงการนี้ได้มีการใช้งบประมาณในการศึกษาความเป็นไปได้ ไปเรียบร้อยแล้ว ก็ขอฝากท่านประธานให้ทำหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ถนนเส้นนี้จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อใดแล้วจะแล้วเสร็จเมื่อไรครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ครับ
กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายวรินทร์ ทองใหญ่ และผู้ใหญ่เกรียงศักดิ์ สุกใส ตลอดจนลงลายมือของชาวบ้านหมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๕ ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม ปัญหาเรื่องของพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการ ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการกำหนดแนวเขตที่ดินทำกินของกรมป่าไม้ เนื่องจาก ต้นปี ๒๕๓๑ ได้มีทางเจ้าหน้าที่ของทหารเรือและกองร้อย ฉก. ๓๒๑ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทางกรมป่าไม้ได้แจ้งให้ราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณแนวริมถนนสายบ้านทุ่งขนาน-แหลมประทับ หมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๕ ให้พี่น้องประชาชนบริเวณดังกล่าวมาชี้แนวเขตแดนที่ดินทำกิน ของตนเองในแต่ละแปลง เพื่อที่จะได้จับพิกัดและได้รู้ว่าแต่ละครอบครัวครองพื้นที่จำนวนกี่ไร่ บริเวณตรงไหนบ้าง โดยเจ้าหน้าที่ได้อ้างบอกว่าเพื่อที่จะได้นำจำนวนพื้นที่ของแต่ละ ครอบครัวไปรวบรวม แล้วจัดทำแผนในการปรับปรุงพัฒนาที่ดินทำกิน เพื่อแก้ไขปัญหา บริเวณแนวป่าสงวนให้ถูกต้องต่อไป ปรากฏว่าหลังจากวัดแนวเขตแดนชี้พิกัดไม่นาน ได้มีเจ้าหน้าที่ทางตัวแทนของกองร้อย ฉก. ๓๒๑ ไปแจ้งความดำเนินคดีกับพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ๓๕ ครัวเรือน จำนวนกว่า ๖๐ คน ในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ พี่น้องเขาก็สงสัยว่าเขาจะบุกรุกได้อย่างไร เพราะเขาอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ดังกล่าวอยู่ ๓ ชั่วคน และพื้นที่ดังกล่าวก็มีบ้าน มีวัด มีโรงเรียน มีสิทธิทำกิน มี ส.ค. มี น.ส. ๓ ถูกต้อง เขาก็เลย ให้ดิฉันมานำเรียนผ่านท่านประธานให้ทำหนังสือไปยังกรมป่าไม้ ทางกองทัพเรือ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และให้หาความจริง เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับราษฎรในการพิสูจน์สิทธิที่ดินดังกล่าวค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัด อุบลราชธานี วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ได้รับหนังสือร้องเรียนจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าแดง เรื่องขอสะพานข้ามลำเซบก จากบ้านท่าลาดเหนือ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลเหล่าแดง อำเภอดอนมดแดง เพื่อจะข้ามไปบ้านจิกเทิง ตำบลจิกเทิง อำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี ขอถนนคอนกรีต เสริมเหล็ก สายหน้าที่ว่าการอำเภอดอนมดแดง บ้านศรีดอนมดแดง หมู่ ๑๓ ถึงบ้านยาง อำเภอดอนมดแดง
เรื่องที่ ๒ ในขณะนี้เกิดปัญหาภัยแล้ง ซึ่งต้นเดือนเราคุยเรื่องภัยแล้งกัน พอปลายเดือนก็เรื่องน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้พี่น้องประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับความ เดือดร้อนเป็นอย่างหนัก ซึ่งในขณะนี้น้ำท่วมมาก แล้วน้ำกำลังจะหลากมาจากน้ำมูล น้ำชี ลำเซบก ลำเซบาย จะมารวมที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อจะไหลลงน้ำโขง ในขณะนี้น้ำท่วม หนักมาก ก็อยากจะฝากรัฐบาลได้ไปดูแลพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วน มาตรการเร่งด่วนก็คือ ตอนนี้ต้องไปเยียวยาพี่น้องประชาชน หลังจากน้ำลดแล้วก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงรัฐบาลโดยเฉพาะ ธ.ก.ส. ได้ยกเว้นดอกเบี้ย แล้วก็พักหนี้ ธ.ก.ส. ให้กับประชาชน เพราะวันนี้อย่าถามว่าเงินที่จะมาจ่ายนะครับ เงินจะซื้อข้าวกินยังไม่มี วันนี้อยากจะวิงวอนถึงรัฐบาลว่าภัยแล้งจะจ่ายไร่ละเท่าไร วันหาเสียงบอกว่าจะจ่ายไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ครอบครัวละ ๒๐ ไร่ วันนี้จะจ่ายให้แค่ไร่ละ ๕๐๐ บาท ชาวบ้านก็ฝากมาถาม เสร็จแล้วอยากจะช่วยให้ทั้งภัยแล้งทั้งน้ำท่วมไปพร้อมกันให้มีเงินซื้อข้าวกินในช่วงน้ำลด นอกจากนั้นแล้วก็จะมีปัญหาเรื่องป่าดงภูหล่น ป่าดงตุงลุง ซึ่งพ้นสภาพป่า ก็อยากจะให้ พี่น้องประชาชนสามารถเช่าที่ป่าได้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ท่านรงค์ บุญสวยขวัญ ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม รงค์ บุญสวยขวัญ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๑ ผมมีเรื่องจะหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือน้ำท่วมเมืองนคร เรื่องที่ ๒ ก็คือ เรื่องพระธาตุนครศรีธรรมราชเป็นมรดกโลก เรื่องที่ ๓ ป่าพรุควนเคร็ง
เรื่องแรก น้ำท่วมเมืองนครได้รับการร้องเรียนและเป็นเหตุการณ์เชิงประจักษ์ว่า น้ำท่วมเมืองนครท่วมซ้ำซาก ๒ ปี ท่วม ๑ ครั้ง บางปีก็ท่วมหัวปีท้ายปี เพราะฉะนั้น น้ำท่วมแบบนี้จะก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะกินครอบคลุมพื้นที่ของเมืองนครศรีธรรมราช และบางส่วนของอำเภอพระพรหม อำเภอพรหมคีรี อำเภอลานสกา และท้องที่ลุ่มน้ำปากพนัง หรืออำเภอท่าศาลา ความเสียหายของน้ำท่วมเราจะเห็นว่าเคยปิดโรงพยาบาล เคยปิดสนามบิน ท่วมแม้กระทั่งถนนที่หน้าพระธาตุนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสันทราย เพราะฉะนั้นน้ำท่วม แบบนี้จึงเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาตลอดเวลา โดยทั้งนี้ทั้งนั้นขอฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมชลประทานพี่น้อง ประชาชนหลังโรงเรียนกัลยาณี ท่าโพธิ์ สะพานยาว หรือพื้นที่ต่าง ๆ ต่างก็เรียกร้อง ให้แก้ปัญหาน้ำท่วมโดยการทำคลองผันน้ำเลี่ยงเมืองตามแนวพระราชดำริ อันนี้ขอให้ กรมชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไขนะครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องพระธาตุเป็นมรดกโลก ชาวนครศรีธรรมราชเรียกร้อง พระธาตุเป็นมรดกโลกโดยกระบวนการทางสังคมมา ๖ ปีแล้วครับ ปีนี้อยากจะฝากไปยัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวัฒนธรรม เข้าไปหนุนเสริมพี่น้อง ในจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อที่จะยกระดับพระธาตุเป็นมรดกโลก
เรื่องที่ ๓ เรื่องป่าพรุควนเคร็งซึ่งเป็นป่าพื้นสำคัญในภาคใต้ตอนกลาง ทำอย่างไรครับ ป่าพรุควนเคร็งไฟไหม้อยู่ตลอดเวลาปีหนึ่งไหม้ตลอด ปีที่ ๒ ก็ไหม้นะครับ ฝากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปด้วยว่าทำอย่างไรที่จะมองป่าพรุควนเคร็ง โดยมีแผนแม่บทระยาวยาวเพื่อนำไปแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ มีท่านที่ไม่อยู่เมื่อตอนแรกแสดงความจำนงมา ท่านฉลอง เทอดวีระพงศ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อย่างสูง กระผม นายฉลอง เทิดวีระพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขออนุญาตนำเรียนหารือท่านประธานเรื่องเดียวครับ คือเรื่องปัญหาผักตบชวาและวัชพืช ปกคลุมในทะเลน้อย ท่านประธานครับ ทะเลน้อยเป็นทะเลสาบน้ำจืดเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญของจังหวัดพัทลุง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์ไซต์ (Ramsar site) แห่งแรกของประเทศไทย เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นนกน้ำ สัตว์น้ำ และสัตว์บก เป็นแหล่งที่มีความ สมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีพืชพันธุ์ต้นไม้นานาชนิด เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมากระผมพร้อมด้วย นายภูมิศิษฐ์ คงมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุงได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนพี่น้อง ชุมชนทะเลน้อย ได้รับแจ้งปัญหาความเดือดร้อนในกรณีผักตบชวาและวัชพืชปกคลุมในทะเลน้อย ทำให้พวกเขาได้รับความเดือดร้อนในการทำมาหากิน เช่น ในเรื่องของการทำประมง ไม่สามารถทำได้อย่างปกติ ไม่สามารถที่จะนำเรือออกไปในทะเลได้ เนื่องจากมีวัชพืชกีดขวาง การจราจรทางน้ำ ในเรื่องการท่องเที่ยวพี่น้องทะเลน้อยมีอาชีพเสริมส่วนหนึ่งก็คือการบริหารนักท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมธรรมชาติที่ทะเลน้อยเป็นจำนวนมาก สร้างรายได้ ให้กับพี่น้องชุมชนทะเลน้อย แต่มาบัดนี้นักท่องเที่ยวลดลงเนื่องจากสภาพปัญหาทางน้ำ การสัญจรทางน้ำไม่สะดวกนะครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานได้นำเรียนปัญหานี้ไปถึง หน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก้ไขดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป ท่านณัฏฐพล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ฝากไปยังการประปาส่วนภูมิภาค หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอเมืองจังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะ เขตเทศบาลเมืองตำบลสลักได ตำบลแกใหญ่ และตำบลท่าสว่าง ในเรื่องของน้ำประปา ที่ไม่ไหลติดต่อกันมานาน และเมื่อไหลแล้วพบว่าน้ำยังมีสีขุ่น ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ลงไปพื้นที่ติดตามปัญหาภัยแล้งพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ที่ผ่านมานั้น ท่านได้รับทราบปัญหา และรับปากว่าจะงดจัดเก็บค่าน้ำประปาเป็นเวลา ๑ เดือน แต่ปัญหาในตอนนี้คือพี่น้อง ประชาชนคนสุรินทร์ได้บอกมาว่า ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ช่วยเหลือในส่วนนี้ จะเป็นการดีมากหากการช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้ไม่ต้องมีการลงทะเบียน เพราะชาวบ้าน บางคนไม่ได้เล่นเฟซบุ๊ก ไม่ได้เล่นไลน์ และอาจจะไม่ทราบข้อมูลข่าวสารหรือขั้นตอน การลงทะเบียนอย่างทั่วถึง หรือไม่สะดวกในการเดินทางมาลงทะเบียนที่การประปา ทำให้ เสียโอกาสในการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ไหน ๆ ท่านก็จะช่วยแล้ว ก็อยากให้ช่วย ทุกครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบเลยดีหรือไม่ครับ ฝากท่านประธานด้วยความเคารพไปยัง การประปาส่วนภูมิภาคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธาน ประปาหมู่บ้านนะครับผมได้รับการร้องเรียน จากชาวตำบลจารพัต อำเภอศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ว่าโครงการก่อสร้างประปาหมู่บ้านนั้น ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางแล้ว แต่ไม่สามารถที่จะสร้างในที่สาธารณะได้ ซึ่งเป็นที่ดินของหลวง เพื่อการแก้ปัญหานะครับ ให้พี่น้องประชาชนในเรื่องสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐานอยากฝากท่านประธานได้ช่วยประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีการดำเนินการ แก้ไขกฎหมาย หรือระเบียบในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ จบวาระ ปรึกษานะครับ ซึ่งไม่อาศัยองค์ประชุม และเราได้ใช้เวลาเกินกว่าปกติไปเล็กน้อย เนื่องจาก มีเพื่อนสมาชิกบางท่านใช้เกินเวลาไปนะครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๙๑ คน
ผมขออนุญาตที่ประชุม ที่จะเข้าสู่การเปิดประชุมนะครับ มีสมาชิกมาลงชื่อ ๔๒๖ ท่าน ครบองค์ประชุม
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา
วาระต่อไปเป็นวาระกระทู้ถาม ซึ่งวาระนี้ก็ขอองค์ประชุมเพียง ๑๐๐ ท่าน เพราะฉะนั้นสมาชิกที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ กระทู้ถามเที่ยวนี้มีเริ่มใช้ ข้อบังคับใหม่ จึงมีกระทู้ถามสดด้วยวาจาในวาระที่ ๑.๑ ผมถือโอกาสเรียนเรื่องนี้นิดว่า เรื่องนี้ความจริงผมเองเป็นคนที่เรียนกรรมาธิการร่างข้อบังคับว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ที่เขียนไว้ใหม่กำหนดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภามีสิทธิ ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ โดยจะถามเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ ตามข้อบังคับการประชุมแห่งสภานั้น ๆ อย่างน้อยต้องกำหนดให้มีการตั้งกระทู้ถามสด ด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าไว้ด้วย รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบกระทู้เมื่อคณะรัฐมนตรี เห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญ ของแผ่นดิน ข้อบังคับที่เขียนขึ้นมาใหม่ที่เราได้ผ่านก็เลยต้องกำหนดเรื่องกระทู้ถามสด ด้วยวาจาไว้ด้วย อยู่ใน ข้อ ๑๖๐ กระทู้ถามสดด้วยวาจาเริ่มด้วย ข้อ ๑๕๖ ก่อนนะครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจาสมาชิกแต่ละคน มีสิทธิตั้งกระทู้ถามได้ครั้งละ ๑ กระทู้ในวันประชุมที่มีวาระการตอบกระทู้ถาม โดยไม่ต้อง แจ้งล่วงหน้า และต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ๑. เป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ใน ความสนใจของประชาชน ๒. เป็นเรื่องที่กระทบถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและ ประชาชน ๓. เป็นเรื่องเร่งด่วน ให้เป็นอำนาจของประธานสภาที่จะวินิจฉัยว่ากระทู้ถามใด เป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาหรือไม่ อันนี้คือข้อกำหนดเรื่องกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ ทีนี้การถามนั้น กระทู้ถามสดด้วยวาจาแต่ละกระทู้ถามได้เรื่องละไม่เกิน ๓ ครั้ง และต้องถามตอบให้เสร็จภายในกำหนดเวลา ๓๐ นาที เว้นแต่ในการประชุมครั้งใด มีกระทู้ถามสดด้วยวาจาน้อยกว่า ๓ กระทู้ ค่อยขยายเวลาออกไปอีกตามสัดส่วนภายในเวลา ๖๐ นาที อันนี้ก็คือข้อบังคับที่เขียนเพื่อให้สอดคล้องกับ มาตรา ๑๕๐ ของรัฐธรรมนูญ วันนี้ก็เป็นวันแรกที่มีกระทู้ แต่อย่างไรก็ตามกระทู้นั้นก็คงมีหลักของการอภิปรายทั้งผู้ถาม และผู้ตอบที่กำหนดไว้เหมือนเดิมก็คือว่า ต้องไม่ซ้ำซาก ต้องไม่วนเวียน ทั้งผู้ถามและผู้ตอบ อันนี้ก็เป็นข้อบังคับเดิมที่เราทุกคนทราบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมเรียนที่ประชุมรับทราบว่า เราเริ่มการมีกระทู้ถามสดด้วยวาจา วันนี้ก็มี ๓ กระทู้ ซึ่งจะขออนุญาตไล่ไปทีละกระทู้ ตั้งแต่กระทู้แรก ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าจะถามอะไร เพราะว่าไม่มีการเปิดเผย รู้แต่เพียงว่า ผู้ตั้งกระทู้ถามแรก ลำดับที่ ๑ คือ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จังหวัดนราธิวาส เรื่อง การเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ ซึ่งจะถามว่าอย่างไรอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผู้ถามกับผู้ตอบ จะดำเนินการต่อไป ผมเชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามแรกได้เริ่มกระทู้ถามสดด้วยวาจา ขอเชิญครับ ผู้ตอบคือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๐ ส. (นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ต้องขอบคุณท่านประธานครับ ผมเป็นคนใช้สิทธิคนแรกตามข้อบังคับการประชุมสภา ฉบับใหม่ ขอเรียนอย่างนี้ว่าประเด็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ผมจะตั้งคำถาม รัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผมไม่ทราบว่าวันนี้ท่านจะให้ใครมาตอบ แต่ก่อนอื่นผมขอเรียนว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจาวันนี้ หาใช่เฉพาะเป็นเรื่องที่ผมในฐานะ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชาติเพียงพรรคเดียว แต่เป็นประเด็นที่พรรคร่วม ฝ่ายค้านทั้ง ๗ พรรค ได้หารือร่วมกันแล้วว่ากระทู้สดที่ผมจะถามในวันนี้ เป็นเรื่องที่อยู่ใน ความสนใจของคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อำเภอในจังหวัดสงขลา ที่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งมาตลอดระยะเวลา ๑๕ ปี ขอบคุณทุกพรรคที่เล็งเห็นความสำคัญของปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน ผมดีใจครับ เพราะปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่อยากให้เป็นปัญหาที่คน ๓ จังหวัด ๔ อำเภอต้องรับถึงความรู้สึกและคิดแก้ปัญหาเพียงฝ่ายเดียว ผมเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่คนทั้งประเทศต้องเข้าใจร่วมกัน และบางกรณีต้องให้มี ความเข้าใจตรงกัน กรณีของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ สืบเนื่องมาจากว่า เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ภายใต้กฎหมายพิเศษที่บังคับใช้มา ๑๕ ปี เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจ โดยใช้อำนาจกฎอัยการศึก ไปที่บ้านนายอับดุลเลาะ มูซออีซอ ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ถูกเชิญตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยจากคำซัดถอดของบุคคลอื่น ซึ่งตามกฎหมาย ถือว่าเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาว่ามีความผิดหรือกระทำ ความผิด ปรากฏว่าในช่วงบ่ายของวันที่ ๒๐ อับดุลเลาะก็ให้ความร่วมมือด้วยดี ได้ไปกับ เจ้าหน้าที่ แล้วเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปที่ศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ถึงที่นั่นเวลาประมาณ ๔ โมงกว่า และเป็นปกติในทางปฏิบัติผมในฐานะ ทนายความที่อยู่ในพื้นที่ก่อนหน้านี้ทราบมาว่าระเบียบของ กอ.รมน. ภาค ๔ เวลาไปถึง ค่ายอิงคยุทธบริหารเพื่อเข้าสู่กระบวนการกรรมวิธีการซักถามจะต้องมีการตรวจร่างกาย ของผู้ต้องสงสัยก่อนโดยมีการถอดเสื้อผ้าและเชื่อว่ามีการเก็บเยื่อบุน้ำลายกระพุ้งแก้ม ดีเอ็นเอ (DNA) เก็บไว้ในฐานข้อมูล แล้วก็เชื่อว่านายอับดุลเลาะก็เช่นนั้นเหมือนกัน ตามข้อมูลที่ผมทราบผลการตรวจร่างกายของอับดุลเลาะแข็งแรงดีด้วยวัยเพียง ๓๔ ปี แต่เกิดอะไรขึ้น ผมจะถามอยู่ ๒-๓ คำถามตามสิทธิของผม
คำถามแรก ที่ผมจะถามนี้ ผมขอเล่าข้อเท็จจริงให้ท่านประธานถึงรัฐมนตรี ที่จะตอบคำถามผมก่อนว่า ปรากฏว่าหลังจากที่อับดุลเลาะตรวจร่างกายเสร็จแล้ว ศูนย์ซักถามเขาจะไม่มีเวลาในการซักถามตายตัว เท่าที่ผมทราบมาจากคนที่ผ่านกระบวนการ ซักถาม นึกพอใจเวลาไหนก็จะซักถามเวลานั้น ข้อมูลที่ผมทราบวันนั้นวันที่ ๒๐ นายอับดุลเลาะ ถูกซักถามโดยเจ้าหน้าที่ท่านใดก็ยังเป็นปริศนาที่ยังไม่ทราบ ใช้เวลาซักถามเกือบ ๔ ทุ่ม ปรากฏว่าจากข้อเท็จจริงที่ทราบ เวลาประมาณตีสาม นายอับดุเลาะถูกพาไปที่โรงพยาบาล ในค่ายอิงคยุทธบริหารเพราะหัวใจหยุดเต้น ทำการปั๊มหัวใจอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง พอหัวใจ เริ่มทำงานปรากฏว่าสมองบวมเพราะขาดออกซิเจน ต้องพาไปที่โรงพยาบาลปัตตานี กล่าวโดยสรุปก็คืออยู่ที่โรงพยาบาลปัตตานี ๑ วัน วันแรกของรุ่งเช้าผมก็ไปเยี่ยม หลังจากนั้น ในเย็นวันเดียวกันของวันที่ ๒๑ ถูกพาไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ก็คือในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ในเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา ข้อเท็จจริงที่ผมเล่ามาทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
สมาชิกมีเวลา ๑๕ นาที ๓ ครั้งครับ
เราสูญเสียงบประมาณในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ มา ๓๐๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น ๒๐,๐๐๐ กว่าเหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิตเกือบ ๙,๐๐๐ คน หลายสิ่งหลายอย่างเหล่านี้ผมขอเรียนอย่างนี้ว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมกล่าว โดยสรุปก็คือว่าบนพื้นที่ความขัดแย้งมันเป็นเรื่องระหว่างผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครอง ผู้ถูกปกครองมีความรู้สึกว่าได้ถูกปกครองโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม มันเกิดจากสาเหตุหนึ่ง ก็คือความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมหรือความรู้สึกในเรื่องของประวัติศาสตร์ ซึ่งผมจะไม่กล่าวถึง เพราะเวลาน้อย ๒. ก็คือเกิดจากความเมื่อรู้สึกที่ไม่ดีแล้ว รู้สึกไม่เป็นธรรมแล้วก็เลยมี ความคิดที่ไม่ดีกับรัฐ สุดท้ายอันที่ ๓ เมื่อคิดไม่ดีก็กลายเป็นการกระทำ แสดงออกด้วยการกระทำ ๓ อย่างนี้ครับ แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงกรณีของนายอับดุลเลาะก็คือว่า เราไปเน้นการป้องกันและปราบปราม ซึ่งเป็นเรื่องของการแสดงออกการกระทำ
สมาชิกมีเวลาเหลือเพียง ๗ นาทียังไม่ได้เริ่มถามเลยนะครับ
ปัญหาสำคัญก็คือว่าหลังจากที่ นายอับดุลเลาะเสียชีวิต มีปัญหาที่สังคมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เคลือบแคลงสงสัย แม้ว่าจะมีคณะกรรมการป้องกันการละเมิดสิทธิ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แถลงข่าว ผลการสืบสวนสอบสวนแล้ว แต่ยังไม่เป็นที่พอใจ คำถามมีอยู่มากมายในสังคมข้างล่าง ประเด็นสำคัญก็คือว่า คนที่หัวใจหยุดเต้น ถ้าหยุดเต้นเป็นเวลานาน ครึ่งชั่วโมงหรือ ๑ ชั่วโมง ปั๊มหัวใจแค่ไหน หัวใจก็จะไม่ทำงาน แต่เวลา ๐๓.๐๐ นาฬิกาที่เจ้าหน้าที่ไปพบ ปรากฏว่ามีการนำนายอับดุลเลาะไปปั๊มหัวใจครึ่งชั่วโมงแล้วหัวใจทำงาน นั่นหมายความว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวคือใครอย่างไร และไปเจอนายอับดุลเลาะได้อย่างไรตีสาม การที่ปั๊ม หัวใจและหัวใจทำงานต่อนั่นหมายความว่า พึ่งไปพบนายอับดุลเลาะตอนตีสาม เพราะเหตุใด คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่อยู่ในสังคม รวมตลอดถึงบาดแผลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายของ นายอับดุลเลาะก่อนที่จะเสียชีวิต
คำถามแรก ผมถามว่าหลังจากที่นายอับดุลเลาะเสียชีวิตแล้วคณะกรรมการ ที่มีการแถลงข่าวแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัยข้อเคลือบแคลงใจของพี่น้องในพื้นที่ ทางฝ่าย เจ้าหน้าที่รัฐ ฝ่ายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการดำเนินการ ตั้งคณะกรรมการอื่นหรือไม่ที่เป็นคณะกรรมการที่เป็นกลาง ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทหาร เป็นประธานเหมือนเช่นคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้ทำการสืบสวนไว้แล้ว นี่คือคำถามแรกครับ
ท่านสมาชิกมีเวลาเหลือ ๕ นาที ๔๕ วินาที ท่านรัฐมนตรีมีเวลา ๑๕ นาที ท่านตอบ ๓ ครั้ง แล้วแต่ผู้ถามนะครับ
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในวันนี้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ผมขออนุญาตเรียนว่าเป็นปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวแล้ว ก็ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ในการแก้ไขปัญหานั้นรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา รวมทั้งรัฐบาล ชุดปัจจุบันก็ได้ดำเนินการโดยยึดถือและน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นหลักในการทำงาน สำคัญก็คือมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ ในพื้นที่ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในการดำเนินการนั้นรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรงในการที่จะแก้ไขปัญหาสถานการณ์ รัฐบาลให้ความสำคัญ ต่อการแก้ไขในการดูแลความสงบเรียบร้อย สำคัญอย่างยิ่งคือดูแลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด เมื่อสักครู่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กล่าวว่า ที่ผ่านมานั้น จากปัญหาความขัดแย้งนั้น ทำให้มีผู้ที่เสียชีวิตถึง ๙,๐๐๐ คนเศษ ซึ่งประชาชนทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก ผู้นำศาสนา หรือแม้ไม่ว่าพระ ก็ได้เสียชีวิต การดำเนินการต่าง ๆ นั้นนโยบาย สำคัญก็คือว่าจะต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม คือยึดหลักกฎหมาย สำคัญก็คือ จะต้องไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดำเนินการก็อยู่ในกรอบกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขออนุญาตเรียนกราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ เป็นอย่างมาก กำลังพลที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ก็ตามหรือกำลังพลที่อยู่ในหน้าที่ก็ตามที่จะปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลานั้น จะต้องได้รับการ อบรมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนทุกระดับอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ก่อนที่จะลงไปทำงานก็ตาม ระหว่างทำงานก็ตาม ทั้งนี้เพื่อที่จะป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสำคัญก็คือ เป็นการสร้างจิตสำนึกตระหนักรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นมา และโทษที่จะได้รับถ้ามีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ในเรื่องกรณี ของนายอับดุลเลาะที่เสียชีวิตนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง วันที่ท่าน ไปตรวจราชการจังหวัดยะลานั้น ท่านก็ได้พบกับภรรยาของนายอับดุลเลาะ พร้อมกับ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้าก็ตาม หรือศูนย์ อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ดูแลให้ความยุติธรรมอย่างทั่วถึง ถ้าเกิดว่าเจ้าหน้าที่นั้นดำเนินการเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ให้ลงโทษอย่างเด็ดขาด ทั้งอาญาและวินัย ให้สืบสวนตามความเป็นจริง แล้วก็ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งญาติ ผู้เสียชีวิต แล้วก็ทางเจ้าหน้าที่ด้วย ขออนุญาตเรียนว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นกองทัพ ภาคที่ ๔ ส่วนหน้าเองก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ คณะ ตามที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กล่าว คณะแรก คือคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรงนี้เป็นการปฏิบัติที่ตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ซึ่งจัดตั้งเองโดย กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า คณะที่ ๒ คือคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตรงนี้มีผู้แทนจากองค์กร ด้านสิทธิมนุษยชน ภาคประชาสังคม องค์กรศาสนา นักวิชาการ ภาคประชาชน เจ้าหน้าที่ ตรงนี้สำคัญก็คือว่าให้ตรวจสอบอย่างโปร่งใสในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการตั้ง คณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิตรงนี้ ๒ คณะ คณะอนุแรกไปดูเรื่อง สถานที่ไปซักถามเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ คณะที่ ๒ เป็นคณะกรรมการเกี่ยวกับ เรื่องของการแพทย์ เกี่ยวกับเรื่องของสาเหตุที่ทำให้นายอับดุลเลาะนั้นเสียชีวิต ในการดำเนินการนั้น คณะอนุกรรมการทั้ง ๒ คณะก็ได้ติดตามซักถามเจ้าหน้าที่ทุกคนเข้าไป ตรวจดูพื้นที่ เข้าไปดูการบันทึกภาพ เข้าไปดูรายละเอียดถึง ๒ ครั้ง คณะกรรมการแพทย์ ทั้ง ๓ โรงพยาบาล ครั้งแรกคือ โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร แล้วไปโรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ก็มีการดำเนินการตรวจสอบ สอบถามอย่างละเอียด แล้วผลการดำเนินการตรวจสอบนั้น ก็คงทราบว่าทางคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชน จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับสาธารณชนไปแล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ขออนุญาตเรียนว่า ประเด็นปัญหาที่อาจจะอยู่ในความเคลือบแคลงสงสัยก็คือว่าสาเหตุ การตายนั้นเกิดจากสิ่งใด ต้องขออนุญาตเรียนว่า อันนี้ก็เป็นเรื่องของทางด้านการแพทย์ หลักฐานทางการแพทย์นั้นคร่าว ๆ ว่า พบเลือดออกในสมอง ใต้เยื่อหุ้มสมองพบสมองบวม ไม่พบภาวะปอดบวม หมายความว่าไม่มีน้ำ ก็ไม่ได้เหมือนกับมีเคลือบแคลงว่าจะมีการใช้น้ำ และไม่พบจุดเลือดออกที่เยื่อบุตา ใบหน้า ลำตัว อาจแสดงถึงภาวะที่ถูกกระทำ ไม่ขาดออกซิเจน ตรงนี้เป็นผลการพิจารณาของแพทย์ ซึ่งแพทย์ทั้ง ๓ โรงพยาบาลนั้น ก็ได้มีการตรวจสอบแล้วก็ยืนยันผลการดำเนินการ
ต่อประเด็นคำถามของท่านว่า ผลการตรวจสอบนั้นท่านมีความเคลือบแคลง สงสัยจะมีตั้งคณะกรรมการดำเนินการหรือไม่ อย่างไร ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงว่าผลการ ตรวจสอบ ผลการชี้แจงของคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ดำเนินการแล้วก็ได้ข้อสรุปต่อสาธารณชนเรียบร้อยแล้ว กรณีที่จะมีการตั้งหรืออย่างไรนั้น ก็ต้องอยู่ที่ว่าญาติผู้เสียชีวิตในการดำเนินการนั้น ท่านก็สามารถที่จะใช้สิทธิของท่านอาจจะ ดำเนินการเรื่องอาญา เรื่องแพ่งในการดำเนินการ ท่านก็สามารถที่จะดำเนินการตามขั้นตอน ตามกฎหมายได้ต่อไป ตามสิทธิเสรีภาพที่ท่านสามารถดำเนินการได้ ขออนุญาตเรียน ยืนยันว่าในการดำเนินการนั้น รัฐบาลได้กำชับหน่วยในพื้นที่เด็ดขาดเรื่องสิทธิมนุษยชน และกำชับว่าถ้าเหตุที่เกิดจากเจ้าหน้าที่แล้วจะต้องลงโทษอย่างเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญา และจะต้องไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้เกิดขึ้น ขออนุญาตเรียนตอบในขั้นต้นนี้ครับ
ท่านสมาชิกถามครั้งที่ ๒ ครับ
คือคำถามที่ผมถามคำถามแรก ท่านบอกว่ามีการแถลงโดยคณะกรรมการที่ตั้งแล้ว แต่ประเด็นที่ผมถามเนื่องจากว่าตั้งแล้ว แถลงแล้ว แต่มันยังไม่ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการที่ตั้งแล้วมันไม่ได้มาจาก ทุกภาคส่วน มันก็เลยมีปัญหาเยอะในพื้นที่เกี่ยวกับคำถามในสังคมว่ามันเกิดอะไรขึ้น สำคัญที่สุดที่เป็นห่วงก็คือความจริงใจของรัฐ เพราะว่าก่อนหน้านี้ค่ายอิงคยุทธบริหาร มีเสียชีวิตแล้ว ๕ ราย ในปี ๒๕๖๒ นอกจากอับดุลเลาะก่อนหน้านี้บาดเจ็บสาหัส ๑ รายในปี ๒๕๖๒ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นข้อเคลือบแคลงสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในค่ายอิงคยุทธบริหาร เพราะว่าศูนย์ซักถามใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอยู่หลายที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์ใหญ่ ๆ ตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่มีการกำหนดไว้เป็นศูนย์ซักถาม ที่ศูนย์พิทักษ์สันติยะลาไม่เคยมีเรื่องเกิดขึ้นการเสียชีวิตของผู้เข้าสู่กระบวนการซักถาม แต่เพราะเหตุใดที่ค่ายอิงคยุทธบริหารจึงมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ผมหดหู่ใจมากครับ ผมไปเยี่ยมญาติของนายอับดุลเลาะ เขาบอกแวก็คือพี่ ช่วยพูดให้หน่อยได้หรือไม่ ขอให้ เคส (Case) ของอับดุลเลาะเป็นเคส (Case) สุดท้ายได้หรือไม่ในบ้านเรา ฟังแล้วรู้สึกอย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมจะถามทีเดียว ๒ คำถาม บนพื้นฐานข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
คำถามที่ ๒ ที่จะถามก็คือว่า ทราบข่าวมาว่าเมื่อวานจริงเท็จแค่ไหนไม่ทราบ ทาง ศอ.บต. ในฐานะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีการประชุมหารือว่าภายใต้ระเบียบ ที่มีอยู่ว่า หากมีการเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐให้จ่ายเงินเยียวยา ๕๐๐,๐๐๐ บาท เบื้องต้น แต่กรณีการเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดขึ้น ก็คือกรณีเหตุการณ์ตากใบเมื่อปี ๒๕๔๗ เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจในระหว่าง การควบคุมของเจ้าหน้าที่ รัฐก็ได้เยียวยาใช้ค่าเสียหายให้กับบุคคลที่ได้รับผลกระทบ แล้วก็เสียชีวิตก่อนหน้านี้แล้ว กรณีของนายอับดุลเลาะการดำเนินการเยียวยาของรัฐ ดำเนินการอย่างไรบ้าง อยากทราบตรงนี้เป็นคำถามที่ ๒ นะครับ แต่ก่อนจะตอบคำถามที่ ๒ ผมขอต่อเนื่องในประเด็นการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๕ ปี
ท่านถามคำถามที่ ๒ ให้ตอบก่อนหรือไม่ครับ ท่านมีเวลา ๒ นาที
ขอทีเดียวเลยครับ ๒ กับ ๓ เลยนะครับ
ครับ
คำถามที่ ๓ ก็คือว่าถึงเวลาหรือยัง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะมีการทบทวนหรือยกเลิกกฎอัยการศึกกับ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ มาตรา ๕ แล้วก็มาตรา ๗๗ ในวรรคสอง กฎหมายที่มีบังคับใช้แล้วต้องมีการทบทวน แล้วก็บังคับใช้เท่าที่จำเป็น ผมยกสรุป ๆ เพราะเวลาไม่มีแล้ว ๑๕ ปีของการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ผ่านมามันแก้ปัญหาจริงหรือไม่ เพราะว่ามันเป็นการผิดเจตนารมณ์ของคนที่ออกกฎหมายเมื่อคราวปี ๒๕๔๘ กฎอัยการศึก เป็นกฎหมายที่ใช้ในภาวะสงครามเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๗ ร้อยกว่าปีมาแล้ว แล้ว ๓ จังหวัดอยู่ใน ภาวะสงครามเหมือนเช่นสงครามโลก ครั้งที่ ๒ หรือไม่ หากเป็นผู้ป่วยเป็นการให้ยาที่ถูกโรค หรือไม่ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เจตนารมณ์กฎหมายที่คนออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ในขณะนั้นเขาใช้คำว่า ผู้ต้องสงสัย มีศักดิ์สูงกว่าผู้ต้องหา มาตรา ๑๑ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ก็ได้บัญญัติชัดเจนว่า เมื่อเชิญบุคคลที่ต้องสงสัยเกี่ยวกับการกระทำความผิดมีเจตนารมณ์เพื่อทำความเข้าใจ และปรับทัศนคติ แล้วก็ห้ามมิให้พาไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนหรือเรือนจำ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เจตนารมณ์ ของกฎหมายไม่ต้องการให้กระทบกระเทือนความรู้สึกของบุคคลที่ต้องสงสัย เกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ดูเสมือนว่ามีปัญหาในการปฏิบัติ ยิ่งนานวันยิ่งให้สิทธิกับผู้ต้องสงสัยน้อยกว่า ผู้ต้องสงสัยไม่มีสิทธิพบทนายเหมือนเช่นผู้ต้องหา ผู้ต้องสงสัยไม่มีสิทธิพบญาติสองต่อสอง เพราะเวลาญาติไปพบมีเจ้าหน้าที่ล้อมอยู่ ๔-๕ คน พูดอะไรก็ไม่ได้ ร้องเรียนอะไรก็ไม่ได้ แล้วเวลาเจ็บป่วยไม่ได้รับการรักษาเท่าที่ควร อย่างกรณีอับดุลเลาะภรรยาเขามาทราบเรื่องตอนไหนครับ ทำไมไม่แจ้งตั้งแต่ตีสาม ตีสี่ ภรรยาเขาทราบเรื่องเขาต้องการไปเยี่ยมสามีเขาที่โรงพยาบาล
ท่านกมลศักดิ์ หมดเวลา ของท่านแล้วครับ
นิดเดียวครับท่าน
จบเลยครับ เพื่อไม่ให้เป็น ตัวอย่าง
คำถามที่ ๓ ก็คือว่าท่านมีมาตรการ ที่จะทบทวนกฎหมายพิเศษใน ๓ จังหวัดอย่างไรบ้างครับ หลังจากเกิดเหตุการณ์อับดุลเลาะ อีซอมูซอครับ ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านมีเวลา ๗ นาทีเศษครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ขออนุญาตคำถามที่ ๒ เรื่องเยียวยานะครับ เมื่อวานทราบว่ามีการประชุมโดยคณะกรรมการใน ศอ.บต. ก็ได้มีการ พิจารณาตามแนวทางมาตรการในการที่จะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ความไม่สงบในพื้นที่ สรุปได้ว่ากรณีของนายอับดุลเลาะนั้นถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นผู้รับผลกระทบ เนื่องจากว่า นายอับดุลเลาะนั้นเป็นผู้ต้องสงสัย ก็ยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาในการดำเนินคดีใด ๆ สรุปว่า ในขั้นต้นในอำนาจหน้าที่ของ ศอ.บต. ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะต้องมีการพิจารณาเยียวยาในขั้นต่อไป ในขั้นของ ศอ.บต. นั้น ทราบว่าเมื่อช่วงเช้านั้น ท่าน ผอ. ศอ.บต. ท่านได้ชี้แจงให้กับท่าน สื่อมวลชนไปแล้ว ก็จะมีการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเป็นวงเงินทั้งสิ้นประมาณ ๕๓๒,๔๐๐ บาท อันนี้เป็นในขั้นต้น ถือได้ว่านายอับดุลเลาะนั้นก็เป็นผู้ที่ยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ แล้วก็เป็นผู้ที่ดำเนินการนะครับ มีคุณสมบัติตามระเบียบ ศอ.บต. สำหรับเรื่องของเยียวยา ช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ นั้น คณะอนุกรรมการก็ได้เสนอให้คณะกรรมการย่อว่า กพต. ที่ผม กล่าวคือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะพิจารณาใน เรื่องอื่น ๆ ด้วย ในวิธีอื่น ๆ ด้วย เช่นในเรื่องของทุนการศึกษาบุตร ซึ่งทราบว่า นายอับดุลเลาะนั้นมีบุตรเล็กอยู่ ๒ คน ๗ ขวบ กับ ๒ ขวบ รวมทั้งการช่วยเหลือด้านอาชีพ และคุณภาพชีวิตอื่น ๆ ตามสภาพความจำเป็น ตรงนี้ก็คงจะเป็นการดำเนินการในขั้นตอน ต่อไปในเรื่องของการเยียวยา
ประเด็นที่ ๓ ถามว่ามีแนวทางมาตรการในการทบทวนอย่างไร ก่อนทบทวน ขออนุญาตเรียนท่านประธานสภาได้กรุณาทราบว่า เหตุผลความจำเป็นในการใช้กฎหมาย พิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการบังคับใช้กฎหมายนั้น เนื่องจากว่าผู้ก่อเหตุรุนแรง นั้นจะทำเป็นเครือข่าย มีกลุ่มกระบวนการ การใช้กฎหมายปกตินั้นอาจไม่สามารถที่จะทำให้ การดำเนินการทั้งเรื่องของการป้องกัน และการดำเนินการคดีต่อเมื่อเกิดเหตุแล้วไม่สามารถ ที่จะจับกุมตัวได้ การดำเนินการนั้นตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวว่าจะใช้ตามความจำเป็นไม่ว่า จะเป็นกฎอัยการศึกก็ตามในการเชิญตัว ในเรื่องของ พ.ร.บ. ฉุกเฉินก็ตามในการที่จะควบคุม ตัวตามเวลาหรือตาม พ.ร.บ. ความมั่นคง ปี ๒๕๕๑ ซึ่งกรณีที่มีกลับใจหรือเข้ามาร่วมในการ ที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาร่วมกัน ขออนุญาตเรียนว่าในการดำเนินการนั้น การบังคับใช้กฎหมาย นั้น เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็นจะไม่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพ หรือภาพรวมของ บุคคลอื่น ๆ ขออนุญาต สำคัญก็คือว่าที่ผมเรียนในขั้นต้นว่าประชาชนในพื้นที่นั้นมีการสูญเสียมีการ เสียชีวิต ซึ่งประชาชนพวกนั้นได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เช่นเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่ ที่สูญเสียนั้นหรือบาดเจ็บนั้นก็มีครอบครัว มีคุณพ่อคุณแม่มีลูกเช่นเดียวกัน เขาย่อมได้รับ สิทธิในการคุ้มครองตามกฎหมายที่มีอยู่ เรื่องของการทบทวน ได้มีการทบทวนกันตามห้วง ระยะเวลาอย่างต่อเนื่องจะเป็นเรื่องของ ๓ เดือน ๖ เดือนก็ตาม มีการประเมินผล มีศูนย์ ประเมินผล โดยมีคณะกรรมการ ๓ ฝ่ายประกอบด้วย ฝ่ายความมั่นคง นักวิชาการจาก สถาบันการศึกษา เช่น มอ. ปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันกำหนดตัวชี้วัด ได้สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนต่อในพื้นที่ว่าจะมีการ ลดระดับการใช้ มีการปรับรูปแบบการดำเนินการทางด้านการบังคับใช้กฎหมายหรือไม่ ที่ผ่านมาก็ได้มีการลดระดับการบังคับใช้กฎหมายลง จากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นไปใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงอยู่ ๘ อำเภอ แล้วก็จะมีการเสนอเพิ่มเติมในอำเภอศรีสาครครั้งหนึ่ง อีกอำเภอหนึ่ง เนื่องจากพิจารณาแล้ว แล้วก็มีการประเมินแล้วว่าอำเภอต่าง ๆ นั้น สถานการณ์ต่าง ๆ นั้นน้อยลง หรือคิดว่าจะใช้กฎหมายปกติที่มีอยู่ต่อไป ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานสภาและท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ ในการดำเนินการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการดำเนินการของรัฐบาลนั้นให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีแผนงานโครงการต่าง ๆ ในการพัฒนาไปอยู่สนามบินเบตงก็ตาม สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่งก็ตาม เพื่อจะยกระดับประชาชนในพื้นที่ให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นควบคู่ ไปกับการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ เป้าหมายสำคัญก็คือว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนอยู่ในพื้นที่ได้อย่างมีความสุขบนพื้นฐานของสังคมพหุวัฒนธรรม มีความคิดที่จะดำเนินการร่วมกันภายใต้เป็นคนไทยด้วยกัน เชื่อมั่นในกระบวนการหลักนิติธรรม และสิทธิมนุษยชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ สิ่งที่ผมได้กล่าวนั้นจะสำเร็จไม่ได้เลยถ้าขาดการร่วมมือ ของทุกภาคส่วนรวมทั้งประชาชนทั้งหลายที่ขับเคลื่อนไปด้วยกัน ที่ร่วมมือร่วมใจกันในการที่ พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่ของความเป็นสันติสุขและสันติภาพอย่างยั่งยืนตลอดไป ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ โดยที่กระทู้ นี้ได้ใช้เวลาของท่านผู้ตอบรัฐมนตรีเหลืออยู่ ๑.๓๕ นาทีนะครับ แต่ว่าผมขอเรียนอย่างนี้ สิ่งแรกก็คือยินดีกับผู้ถามกระทู้ทุกท่านวันนี้เพราะว่าเป็นการเริ่มต้นของวาระใหม่ กระทู้ถามสด ด้วยวาจาก็อยากให้ได้ทำเป็นตัวอย่างนะครับ คือยึดข้อบังคับข้อ ๑๕๒ ซึ่งก็คือรักษา ประโยชน์ของเพื่อนทั้งหมด กล่าวคือ การตั้งกระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ย้ำเรื่องนี้เพื่อรักษาเวลาของพวกเราทุกฝ่ายแล้วก็เพื่อให้เป็น แบบอย่างของการตั้งกระทู้ถามต่อไปนะครับ ผมขออนุญาตให้พวกเราดำเนินการต่อไป ตามลำดับนะครับ
กระทู้ที่ ๒ ผู้ถามคือ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้ถาม เรื่อง ประสิทธิภาพ การบริหารจัดการน้ำและการรับมืออุทกภัย ได้รับรายงานว่าผู้ตอบถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะนี้รัฐมนตรีมาอยู่แล้ว ได้รับรายงานว่าผู้ตอบคือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๑ ส. (นายปดิพัทธ์ สันติภาดา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม
ขอเชิญท่านเจ้าของกระทู้ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ จากการหารือของเพื่อนพี่น้องสมาชิกเราทราบดีนะครับคงไม่ต้องอภิปราย แล้วว่าประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องที่ประสบอุทกภัยอยู่ในตอนนี้เดือดร้อนสาหัส แค่ไหนนะครับ แล้วผมต้องขอใช้โอกาสนี้ในการขอบคุณทุกภาคส่วน โดยเฉพาะทางฝั่ง รัฐบาลที่กำลังดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดี แต่อย่างไรก็ดีในการลงพื้นที่สำรวจประเด็นปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนร่วมกับเพื่อน ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่แล้วก็เพื่อน ส.ส. หลากหลายพรรคมีความเป็นห่วงเป็นใยว่านโยบายการจัดการน้ำ นโยบายการเยียวยา ผู้ประสบภัยอุทกภัยรัฐบาลมีมาตรการที่ดีเพียงพอหรือยัง โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารจัดการน้ำว่าถ้าสามารถทำได้ดีกว่านี้เราอาจจะมีความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนน้อยลงกว่านี้ก็ได้ ท่านประธานครับ ประเด็นปัญหาที่ผม อยากจะถาม โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย จริง ๆ ผมอยากจะเรียนถามไปที่นายกรัฐมนตรี เพราะว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลากหลายกระทรวง แต่ท่านลงพื้นที่อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกที่เป็น บ้านเกิดของผมอยู่ตอนนี้นะครับ ทีนี้ในปีนี้มันมีความพิเศษ เพราะถ้าเราจำกันได้ในสัปดาห์ ก่อน เรายังปรึกษากันเรื่องของภัยแล้งอยู่เลยใช่หรือไม่ครับ เรายังมีปัญหาเรื่องของน้ำ ในเขื่อนไม่เพียงพอ เรายังมีปัญหาของการที่น้ำในการทำการเกษตรกรไม่เพียงพอ แต่ในสัปดาห์นี้เรากลับต้องมาพูดกันเรื่องน้ำท่วม เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมอยากจะ เรียนถามไปที่นโยบายของการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมนะครับ เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะมีภัยแล้งควบคู่ไปกับน้ำท่วมภายในเวลาอันสั้นขนาดนี้ กรณีที่ผมได้รับการแจ้งข้อมูล มา อย่างเช่น ในเขื่อนปากมูลมีการเปิดประตูระบายน้ำช้ากว่ากำหนด กรณีที่เกิดขึ้นอีกที่หนึ่ง นะครับ อย่างเช่นในจังหวัดพิษณุโลกหรือจังหวัดขอนแก่นมีการก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นถนน หรือโครงการรัฐที่ทำให้การระบายน้ำของพื้นที่มีได้น้อยลง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตอนนี้ ผมอยากจะทราบนะครับ แล้วก็พี่น้องประชาชนค่อนข้างเป็นห่วงว่าถ้าพวกเขาจะต้องเจอ ภัยแล้งซ้ำซาก แล้วก็อุทกภัยที่ซ้ำซ้อน แล้วไม่มีทางแก้ไขในระยะยาวรัฐบาลจะมีคำตอบ เรื่องนี้อย่างไร ผมขอเรียนถามนะครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมต้องขอบคุณ ท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์เป็นอย่างยิ่งที่ได้นำความเดือดร้อนและท่านไปเยี่ยมเยียนประชาชน นำสิ่งเหล่านี้มาถามรัฐบาลถูกต้องแล้วครับ เราจะได้รู้ว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนอย่างไร เวลาเรากลับไปบ้านในฐานะที่เราเป็นผู้แทน ผมเป็นมา ๑๕ ครั้ง แล้ว รู้ทุกครั้งว่ามีปัญหาครั้งใดพี่น้องต้องการความอบอุ่นครับ คือพวกเราไปเยี่ยมเขาแล้วก็ ช่วยเหลืออย่างไร ผมขอเล่าอย่างนี้ก่อน ชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกทั้งสภาได้เข้าใจปีนี้เป็นเรื่อง ที่เกิดเหตุซ้ำซ้อนกันอย่างที่ท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์พูด เกิดภัยแล้ง
ท่านปดิพัทธ์นั่งลง เดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านปดิพัทธ์นั่งเลยครับ
เกิดภัยแล้งแล้วก็น้ำท่วมฉับพลัน ผมขอชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกทั้งสภาได้เข้าใจเลย ปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประเมินเอาไว้แล้วก็ชี้แจงเหตุการณ์ไว้ตลอด เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายนเป็นอย่างไรครับ ฤดูแล้งน้ำไม่มี พอเดือน พฤษภาคม วันที่ ๒๐ เราประกาศให้ทำนาปรัง เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือน กรกฎาคม เดือนสิงหาคม อีก ๔ เดือน เป็นอย่างไรครับ ฝนแล้งทิ้งช่วง รวมกันแล้ว ๘ เดือน เราก็ไม่คิดว่าจะเกิดการทิ้งช่วงยาวขนาดนี้ ปรากฏว่าฝนตกน้อยกว่าปีที่แล้ว ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ปีที่แล้วเราก็ว่าลำบากแล้ว เราก็คิดว่านาปรังจะทำไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วก็นาปีวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์เราเปิดน้ำ ตอนนั้น ขณะนั้น ๓๕ เขื่อนใหญ่ ๔๑๒ เขื่อนขนาดกลาง มีน้ำใช้ได้ ๑๗,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่ทั้งประเทศนะครับ ผมกำลังจะวกไปที่บ้านของท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์คือจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกจะมีอยู่ ๔ เขื่อนที่ร่วมกันคือเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และก็เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในวันที่เราพูดถึงปล่อยน้ำ วันที่ ๒๐ เรามีน้ำใช้เพียง ๑,๓๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เราก็คิดว่าไม่น่าจะทำนาปีได้แล้ว ลำบาก ก็ผ่อนกันมา ผ่อนกันมา ๘ เดือนท่านคิดดู คราวนี้พอปล่อยน้ำมาเริ่มทำนาปี ได้ ๒ เดือน ก็เริ่มแย่งน้ำ แบ่งน้ำ บ้านผมก็เป็นครับ จังหวัดสุพรรณบุรี ก็มีการฝนทิ้งช่วง ฝนแล้ง ก็ประกาศภัย ๑๖ จังหวัดด้วยกัน ซึ่งมีจังหวัดพิษณุโลกด้วย จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัด ต่าง ๆ ครั้งนั้นเสียหาย เสียหายนะครับ ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ เป็นนาข้าว ๒,๒๐๐,๐๐๐ ไร่ อยู่ดี ๆ พอถึงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ เกิดพายุโมดูล ไม่มีใครคาดคิดว่า น้ำจะมามากขนาดนี้ ปริมาณน้ำตอนนี้เข้าเขื่อนทั้งหมดเลย ตอนนั้นมี ๑๗,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ตอนนี้ ๒๐,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตร เฉพาะ ๔ เขื่อนนี้เพิ่มขึ้นมาอีก ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ที่จะช่วยเหลือตั้งแต่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิจิตร ลงมาถึงลุ่มน้ำ เจ้าพระยา มีน้ำใช้วันนี้ถึง ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จาก ๑,๓๐๐ ลูกบาศก์เมตรวันนั้น ท่านที่เคารพครับ วันนี้เกิดภัยแล้งอีก ผมกล่าวไปแล้ว ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วก็มาเกิด ประกาศภัยกันขึ้นมาแล้วอีก ๑๗ จังหวัดที่น้ำท่วม คราวนี้ผมจะกราบเรียนท่านทั้งหลายว่า การเยียวยาช่วยเหลือภาครัฐบาลเมื่อเกิดภัยแล้ง น้ำท่วม วาตภัย อัคคีภัย ภัยอะไรก็แล้วแต่ กระทรวงการคลังได้บัญญัติเอาไว้เป็นระเบียบเลย เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศภัย ประกาศภัยนะครับ และต้องเสียหายอย่างสิ้นเชิง กระทรวงการคลังก็จะเยียวยา ๑. ข้าวได้ ๑,๑๑๓ บาท ๒. ข้าวโพด ๑,๑๔๘ บาท ๓. พืชไร่ต่าง ๆ ๑,๖๔๐ บาท นี่เป็นข้อกำหนด มาหลายปีแล้ว ผมเห็นด้วยกับท่านว่ามันน้อย น่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ต้องเปลี่ยนแปลง ครับ ผมจะนำเรื่องนี้ไปบอกว่าวันนี้ที่ท่านประกาศเกือบ ๑๐ ปีแล้ว วันนี้ชาวบ้านไม่มีอะไร เหลือแล้ว ควรจะปรับการเยียวยาช่วยเหลือให้มากกว่านี้ แต่จะทำได้แค่ไหนนั้นผมจะนำ เรื่องนี้ไปให้กระทรวงการคลังได้ปรับปรุง
ประการที่ ๒ การช่วยเหลือของ ธ.ก.ส. ลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ทำประกันไว้ที่ไร่ละ ๘๕ บาท เขาก็จะให้อีก ๑,๒๖๐ บาท ข้าวโพดล่ะ ข้าวโพดได้ ๑,๕๐๐ บาท ท่านทั้งหลาย ครับ วันนี้ประกาศรอบหลังนี้เสียหาย ๑,๑๐๙,๐๐๐ ไร่ เป็นข้าวเท่าไร ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ เป็นพืชไร่ประมาณเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ก็ใช้ระเบียบอันเดียวกัน ผมบอกแล้วครับ น้ำท่วม ไฟไหม้ ฝนแล้ง ระเบียบอันเดียวกันคือต้องประกาศภัยแล้วถึงได้ชดเชย ต้องขอบคุณ ท่าน ส.ส. ชูวิทย์ กุ่ย ที่ท่านฝากถามมา ผมอยู่ที่นี่พอดี ธ.ก.ส. ล่ะ ธ.ก.ส. ก็จะดำเนินการ เหมือนกันครับ มีความห่วงใยเกษตรกร ช่วยเหลือเร่งด่วนรายละ ๕๐,๐๐๐ บาท กู้ไปเลยครับ จะไปปลูกถั่วปลูกผักอะไรก็ได้ ส่วนผู้ที่เสียหายมากกว่านั้นเราพักหนี้ครับ ผู้ที่กู้เงินเกินกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท และไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท เราพักหนี้ให้ ๓ ปี เงินต้นไม่ต้องส่งนะครับ ส่วนสหกรณ์สหกรณ์รัฐบาลก็ช่วยเหลือดอกเบี้ยให้กับสมาชิก ๑ เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นโครงสร้าง ที่กระทรวงการคลังได้วางระเบียบไว้ เป็นการช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ชาวนา ผมเห็นใจครับ ใครจะไปนึก แล้งแล้วก็น้ำท่วมในเวลาเดียวกัน เพิ่งจะเกิดในปีนี้ พี่น้อง เพื่อนสมาชิกทุกคน กลับบ้านต้องไปช่วยกันชี้แจงอย่างนี้ครับ แล้วมีอะไรที่ท่านอยากให้ช่วยเหลือต่อเราก็ยินดี รับไปปฏิบัติ วันนี้กระทรวงมหาดไทยได้มอบเงินช่วยเหลือภัยแล้งจังหวัดละ ๒๐๐ ล้านบาท ยกเว้นจังหวัดสุรินทร์กับจังหวัดบุรีรัมย์ ให้จังหวัดละ ๕๐๐ ล้านบาท รวมแล้ว ๑๕,๘๐๐ ล้านบาท นี่เป็นความตั้งใจของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงเป็นใย โครงการยังไม่ทันส่งมาเลยครับ น้ำท่วมแล้ว แล้วจะช่วยอย่างไรน้ำท่วม ผมได้กราบเรียน ไปแล้วครับ รอการรายงานในเบื้องต้นมาแล้ว ๑๗ จังหวัด เสียหาย ๑,๒๐๐,๐๐๐ ดังนั้น เพื่อนสมาชิกที่ถามว่าการระบายน้ำ แน่นอนครับ ชลประทานนี่นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าน้ำท่วม กะทันหันอย่างนี้ อย่างที่ท่านพูดถึง อย่างจังหวัดพิษณุโลก แม่น้ำยมกับแม่น้ำน่านเราก็ใช้ การระบาย ทั้งเครื่องจักรเครื่องมือพร้อมนะครับ ตอนนี้ยังลดระดับไม่มากนัก เพราะมีสิ่ง กีดขวาง ทั้งผักตบชวา แล้วก็มูลขยะ เราได้ใช้แบ็กโฮ (Backhoe) เข้าไปช่วยตอนนี้ อันนี้ เป็นการช่วยเหลืออย่างกะทันหันเร่งด่วน ขอฝากเพื่อนสมาชิกครับ ต้องขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย
เชิญถามครั้งที่ ๒ ได้ครับ
กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มากนะครับ ผมกราบขอบพระคุณที่มีมาตรการที่เร่งด่วน ที่แก้ไขปัญหาในระยะสั้นนะครับ แต่ท่านประธานครับ ถ้าเราอยากจะเห็นถึงการเกษตร ก้าวหน้าแล้วคิดถึงการที่เราจะสร้างความยั่งยืนให้กับพี่น้องเกษตรกร แล้วตอนนี้เรากำลัง เผชิญกับวิกฤตการณ์ใหม่ของโลกนะครับ ก็คือไคลเมต เชนจ (Climat change) หรือว่า วิกฤตการณ์ทางสภาพอากาศ เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการชดเชยไป เป็นครั้งต่อครั้งอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าไม่อย่างนั้นนะครับ ไม่ว่าเกษตรกรจะพัฒนาการเกษตร ของตัวเองไปอย่างไรก็ตาม ก็ยังติดปัญหาในเรื่องชลประทาน ยังติดปัญหาในเรื่องของอุทกภัย เป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอก็คือว่า เรื่องการแจ้งเตือน ในปีนี้ถ้าเราไม่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เราก็จะเจอปัญหาการแจ้งเตือนที่ช้าไปเสมอ เราจะเจอ น้ำท่วมเมื่อเราเห็นน้ำ พี่น้องที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงรายจะต้องสูดหมอกควันพิษ โดยที่กว่าจะรู้ตัวก็ออกจากบ้านไม่ได้แล้ว ผมขอฝากทางรัฐบาลแก้ไขเรื่องนี้นะครับ แล้วคาดหวังว่าจะได้เห็นมาตรการที่เป็นระยะกลางแล้วก็ระยะยาวเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้สมกับที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้นะครับว่าจะผลักดันประเทศไทยให้เป็นประเทศ ที่พัฒนาแล้วให้ได้ซึ่งในนโยบายย่อย ๆ ผมยังไม่เห็นนะครับ
ท่านประธานครับ คำถามข้อที่ ๒ นี้ เนื่องจากพูดถึงเรื่องการชดเชย ผมขอบคุณนะครับที่จะมีการพิจารณาเพิ่มเติม เพราะว่าถ้าเราชดเชยให้กับชาวนาไร่ละ ๑,๑๐๐ บาท ใช่ไหมครับ แล้วก็มีจำนวนไร่สูงสุดอยู่ที่ ๓๐๐ ต่อครอบครัวก็จะได้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับความเดือดร้อนที่ประสบอยู่ตอนนี้นะครับ แล้วก็พี่น้องที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร แต่พวกเขาจะต้องสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ไม่ว่า จะเป็นการศึกษาของลูก สถานพยาบาล สถานศึกษา ผมยังต้องการคำตอบจากรัฐบาล ที่ชัดเจนกว่านี้ด้วย เนื่องจากผมมีเวลาไม่มากนะครับ และจริง ๆ แล้วมีคำถามที่จะต้องฝาก เรียนไปที่กระทรวงมหาดไทย เพราะว่าประเด็นปัญหาที่ทำให้เกิดการไม่มีประสิทธิภาพ ในการแก้ปัญหาตอนนี้ ก็คือมันไม่มีการกระจายอำนาจไปที่ท้องถิ่น ตอนนี้ตามข้อสังเกต ที่ผมเห็นนี่พื้นที่ที่ได้รับการช่วยเหลือมากก็คือพื้นที่ที่รัฐมนตรีไปเยี่ยม พื้นที่ที่ได้รับ ความช่วยเหลือเป็นพิเศษก็คือพื้นที่ที่นายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าเรารอ แต่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีไปเยี่ยมโดยที่ท้องถิ่นไม่มีโอกาสในการบริหารจัดการตัวเอง หรือเพิ่มงบประมาณให้เขาในการแก้ไขปัญหา เราไม่สามารถจะเยียวยาแก้ไขปัญหาเฉพาะ หน้าได้ทัน คำถามของผมสืบเนื่องกับหนังสือฉบับนี้นะครับ ในวันที่ ๒๙ สิงหาคม มีหนังสือจากกระทรวงมหาดไทย ออกโดยท่านฉัตรชัย พรหมเลิศ ขออภัยที่เอ่ยนาม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ยกเว้นการใช้จ่ายเงิน สะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีเงินสะสมนั้น จริง ๆ แล้วจะเป็นอิสระของทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะมีโอกาส ในการบริหารจัดการตัวเอง แต่ในหนังสือเวียนฉบับนี้ ในเอกสารฉบับนี้มีการกำหนดนโยบาย ว่าจะให้เอาเงินสะสมเหล่านั้นไปใช้ทำอะไรบ้าง ยกตัวอย่าง มี ๕ ด้าน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว และด้านการศึกษา ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นการใช้จ่ายงบประมาณในตามงบประมาณที่สามารถ ตั้งเบิกได้อยู่แล้ว แต่ทำไมถึงมีหนังสือที่จะให้เอาเงินสะสมเหล่านี้ไปใช้ และเมื่อหนังสือฉบับ นี้ออกมาในวันที่ ๒๙ สิงหาคม เราประสบอุทกภัยในวันที่ ๓๐ สิงหาคมเป็นต้นมา จึงเป็น ที่น่าเคลือบแคลงใจและสงสัยมากว่าตอนนี้สภาพความคล่องตัวทางการเงินของรัฐบาลนั้น เป็นอย่างไร จึงทำให้ต้องมีหนังสือและมีคำสั่งในลักษณะนี้ออกมา ซึ่งอาจจะขัดกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๐ ที่กระทรวงมีหน้าที่ที่จะต้องส่งเสริมแล้วก็ให้การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถดำเนินกิจการของตัวเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่มีภัยพิบัติแบบนี้ อันนี้เนื่องจากทางกระทรวงมหาดไทยไม่ได้มาตอบผมก็จะฝากเรื่องนี้นำไปเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ
คำถามสุดท้ายที่ผมอยากจะถามทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ก็คือปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิในเรื่องของที่ดินของตัวเอง พวกเขาจะได้รับการเยียวยาหรือมีการชดเชยให้พวกเขาได้อย่างไร ปัญหาที่ดินยังเป็นปัญหา ที่เรื้อรังและยังไม่ได้รับการแก้ไข และเมื่อพวกเขาจะต้องประสบปัญหากับเรื่องของอุทกภัยอีก ตอนนี้สภาพของพี่น้องประชาชนเหล่านี้นั้นแทบจะเรียกได้ว่าสิ้นหวัง หมดเนื้อประดาตัว แล้วไม่มีโอกาสที่จะฟื้นฟู หรือพวกเขาจะได้รับเงินในการชดเชยเหล่านี้หรือไม่ พี่น้องเกษตรกร เหล่านี้ทำการเกษตรเป็นรายย่อย หรือพวกเขามีสัตว์ที่เขาดูแลอยู่อาจจะเป็นแค่หลัก ๕ ตัว หรือ ๑๐ ตัว แต่สำหรับครอบครัว ๆ หนึ่งที่มีทรัพย์สินเพียงแค่นั้นอุทกภัยเหล่านี้แทบจะพราก เอาอนาคตของพวกเขาไปเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนถามว่าสำหรับเกษตรกร ที่ไม่ได้เข้าข่ายในกลุ่มหลักที่จะได้รับเงินชดเชยหรือพี่น้องที่ไม่ได้ทำเกษตร โดยมีเอกสารสิทธิ เป็นของตัวเองจะได้รับการดูแลอย่างไรครับ
ท่านรัฐมนตรีมีเวลา ๕ นาที บริหารเวลาเองครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมขอทำความเข้าใจกับท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์ ที่ถามว่า ผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิล่ะ จะได้รับการช่วยเหลือหรือไม่ อย่างไร เพื่อนสมาชิกครับ ในระเบียบ เขียนไว้ชัดเจน การชดเชยเยียวยาจะให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนอยู่กับกรมส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใด ทุกครั้งการทำนา ปลูกพืชผล เลี้ยงสัตว์ ก็จะมีการขึ้นทะเบียน ทีนี้ขอกราบเรียนว่าผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิไม่กล้าขึ้นมา ไม่กล้ามา เพราะกลัวว่าเป็นที่ดิน ที่บุกรุกบ้าง แผ่วถางบ้าง ก็เลยไม่กล้ามาจดขึ้นทะเบียนเกษตรกร อันนี้ละที่เป็นปัญหา ผมก็ นำเรื่องนี้มาปรึกษากัน เวลานี้ท่านนายกรัฐมนตรีเองเป็นห่วงเรื่องนี้อย่างยิ่ง ต้องขอ ยกประโยชน์เรื่องนี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้ตั้งคณะกรรมการ คทช. ขึ้นมาพิจารณา ที่บุกรุกที่ไม่มีเอกสารสิทธิเวลานี้ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปดูนะครับ ท่านรัฐมนตรีวราวุธตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ ผู้ที่บุกรุกแล้วก็ไปอยู่ในอุทยานก็พยายามที่จะ ทำเป็นพื้นที่แปลงใหญ่ แล้วออกเอกสารสิทธิให้มากกว่า ๑ รายนะครับ แล้วออกเอกสิทธิ เป็นอำนาจตอนนี้ไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณา แล้วก็จะได้เอกสารสิทธิแล้ว เอกสารสิทธินี้เป็นเอกสารสิทธิรวมไม่ได้ให้ผู้หนึ่งผู้ใด ๕ ราย ๑๐ ราย ๒๐ ราย ๑๐๐ ราย ก็แล้วแต่ เขาเรียกว่าที่ดินแปลงใหญ่ ดังนั้นก็ฝากเพื่อนสมาชิกถ้าที่ไหนมีปัญหาให้ร้องเรียน รวมกลุ่มไปที่ท่านนายอำเภอ แล้วก็ผู้ว่าราชการจังหวัดเขาจะเอาเรื่องนี้มาพิจารณา มีระเบียบเป็นข้อ ๆ อยู่แล้วท่านจะได้เอกสารสิทธิ
ประการที่ ๒ เยียวยาผมเห็นด้วยว่ามันน้อย เมื่อวานนี้ใน ครม. เราก็พูดกันว่า เราต้องรีบดูแลเกษตรกรผู้ยากไร้ ผมก็เสนอเลยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หลังจากนี้ ๑. จะให้ปลูกพืชน้ำน้อย ประกันราคา มีตลาดนำ เช่น ถั่วเขียว ถั่วเขียวมีคนมาซื้อแล้ว เซ็นสัญญา ๖๐,๐๐๐ ตัน ท่านนายกรัฐมนตรีบอกให้รีบดำเนินการ แล้วก็จะแจกเมล็ดพันธุ์ฟรีให้ เพราะว่าทุกคนไม่มีสตางค์ แต่จะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรและผู้ที่ประสบภัยนี้ก่อนเริ่มก่อน ทั้งภัยแล้ง ทั้งน้ำท่วม แล้วก็รายอื่น ๆ ก็ร่วมด้วยนะครับ
ประการที่ ๒ ผมเห็นแล้วว่าสิ่งที่จะทำได้ในขณะนี้รวดเร็วคือเลี้ยงวัวผมไป ศึกษามาวันนี้ตลาดมีแล้วผมได้ไปเจรจากับคนจีนหรือตลาดจีนประเทศจีน เวลานี้เขาขาด เนื้อวัว เขาพร้อมที่จะเซ็นกับผมโดยกรมปศุสัตว์ ปีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตัว ผมบอกเลยว่า เราไม่สามารถจะผลิตให้ได้ เมื่อวานนี้ผมก็พูดขึ้นมาใน ครม. ว่าเราจะขอเงินแต่ว่าไม่ใช่ งบประมาณนะครับ ขอเงินช่วยดอกเบี้ยให้เกษตรกร โดยจะขอวงเงินกู้ ได้บอกกระทรวงการคลัง ไปว่า จาก ธกส. สัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้ปศุสัตว์จังหวัดไปทำกลุ่ม ใครก็ได้อยากจะเลี้ยงวัว ๙๐ วัน ไม่เกิน ๑๒๐ วัน น้ำหนักจะได้วันละ๑ กิโล ๑ กิโลครึ่ง แล้วประกันราคาที่กิโลกรัม ละ ๑๐๐ บาท อันนี้ได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญแล้ว เช่น ส.ส. ชูวิทย์ หรือ ส.ส. กุ่ย ท่านให้ข้อคิด มา ผมก็ไปดำเนินการเราจะตั้งฟีด (Feed) ทำอาหารให้ ให้ต้นทุนไม่เกิน ๔ บาท ๔.๕๐ บาท ต่อ ๑ กิโลกรัม แล้วเราขายวัวได้วันหนึ่ง ๑ กิโลครึ่ง มีการเจริญเติบโต แต่ต้องเลี้ยงไม่เกิน ๑๒๐ วัน เหมือนกับทำนาเลย ดังนั้นนี่ละเป็นการกระตุ้นแล้วก็สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่าง ฉับพลัน พอน้ำลดเราเริ่มได้ ๒ ประการนี้ทั้งปลูกพืชอายุสั้น เลี้ยงวัว อันนี้ละครับที่จะฟื้นฟู เศรษฐกิจให้กับพี่น้องชาวไร่ชาวนาได้อย่างทันท่วงที
ท่านรัฐมนตรีมีเวลาไม่ถึง ๑ นาทีแล้วครับ ไม่เผื่อไว้คำถามที่ ๓ หน่อยหรือครับ
คำถามที่ ๓ ก็หมดแล้วนะปดิพัทธ์ เราไม่ต้องถามแล้ว ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกไม่ติดใจกัน เชิญนะครับ ท่านมีสิทธิถามคำถามที่ ๓ ครับ
คำถามอื่นจะเป็นเรื่องของ กระทรวงมหาดไทยแล้วครับ กราบขอบพระคุณนะครับ สำหรับมาตรการที่จะมาช่วยเหลือ ฟื้นฟูเกษตรกรนะครับ แต่อย่างไรก็ดีเรายังอยากเห็นมาตรการหรือนโยบายที่ก้าวหน้า นะครับ เพราะตอนนี้เราปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติจะมาหาเราทุกปีนะครับ เพราะฉะนั้นการเกษตรก็ดีหรือว่าปศุสัตว์ก็ดีจะต้องเอาเรื่องของวิกฤตทางสภาพอากาศ มาเป็นตัวกำหนด ข้อจำกัดแล้วก็หาทางสร้างสรรค์ที่เราจะสามารถทำการเกษตรที่ก้าวหน้า ให้ได้นะครับ ไม่อย่างนั้นตอนนี้งบประมาณของประเทศจะต้องมาอยู่ในเรื่องของการเยียวยา ในการฟื้นฟูแล้วก็จะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกปีนะครับ ซึ่งผมคิดว่าจะทำให้ประเทศของเรา ไม่สามารถหลุดพ้นจากกับดักของรายได้ปานกลางหรือยากจนได้เลยนะครับ
ประการต่อไปผมอยากจะขอบคุณสำหรับเรื่องนโยบายที่จะมีการส่งเสริม การเลี้ยงวัวนะครับ แต่ผมอยากจะขอให้ช่วยนะครับว่าอยากให้เป็นความต้องการของท้องถิ่น จริง ๆ นะครับ เพราะถ้าเราส่งเสริมการเลี้ยงวัวในพื้นที่ แล้วก็เกษตรกรเข้าใจว่านี่คือหนทาง ที่รัฐบาลจะส่งเสริมเพื่อให้เขามีรายได้ในระยะกลางอีกนะครับ แล้วก็จะเกิดปัญหาของ ดีมานด์ (Demand) เทียม หรือว่าเกิดปัญหาของการผลิตปศุสัตว์ที่ไม่ตรงกับพื้นที่อีก ซึ่งอันนี้ ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลได้คำนึงถึงข้อจำกัดหรือว่าข้อกังวลตรงนี้ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณ ครับท่าน
ท่านรัฐมนตรีครับ ๕๑ วินาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง เหลือ ๕๑ วินาที จะรับข้อเสนอของ ท่าน ส.ส. ปดิพัทธิ์ แล้วก็ยินดีรับฟังท่านนะครับ เดี๋ยวเจอกันข้างหลังอีกที เพราะท่านจบ ปศุสัตว์มาผมก็อยากได้ความรู้จากท่านเพื่อมาช่วยพี่น้องให้ถูกต้อง ส่วนเรื่องของ กระทรวงมหาดไทยผมยินดีจะรับไปถามท่าน มท. ๑ ให้ครับ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณนะครับ ทั้งสองฝ่าย รักษาเวลาไว้ครับ
กระทู้ที่ ๓ ลำดับที่ ๓ ผู้ตั้งกระทู้ถาม นายวีระกร คำประกอบ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับ ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์มาแล้วครับ
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๒ ส. (นายวีระกร คำประกอบ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
เชิญท่านวีระกรทำให้เป็น ตัวอย่างหน่อยสิครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ สืบเนื่องจากขณะนี้เรือนจำทั่วประเทศมีความแออัดเป็นอย่างมาก เพราะเหตุว่าเรือนจำเป็นอะไร ที่ไม่มีใครเคยพูดถึงหรือคำนึงถึง แต่ถ้าท่านประธานได้มีโอกาสเข้าไปเห็นเรือนจำแทบจะทุกแห่ง ในประเทศไทยครับ แออัดไปด้วยนักโทษ ซึ่งเฉพาะเรือนนอนค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณครึ่ง ตารางเมตรต่อคนเท่านั้นเองครับ ครึ่งตารางเมตรต่อคนนี่ที่จังหวัดนครสวรรค์เป็นตัวอย่าง เวลานอนท่านประธานครับ ต้องเอา มือกอดหน้าอกเข้าไว้ เพราะว่ามันไม่มีทางที่จะทำเป็นท่าอื่นได้ ขาก็จะต้องสอดใส่กันมา ขาฝั่งตรงข้ามก็จะต้องสอดสลับหว่างขากันมากับคนที่นอนอยู่ พลิกตัวก็ไม่ได้ ถ้าออกไป เข้าห้องน้ำ กลับมาหาที่นอนก็ไม่ได้ครับท่านประธาน มันเป็นอะไรที่จริง ๆ แล้วขัดต่อ รัฐธรรมนูญ ในเรื่องสิทธิเสรีภาพ การเอาคนเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ไม่ได้แปลว่าต้องเอาเขาไป ทรมานในคุกครับท่านประธาน ตรงกันข้ามการที่เอาคนเข้าไปอยู่ในเรือนจำเป็นอะไรที่เราควร จะต้องให้โอกาส เมื่อเขากลับมาอยู่ในสังคม เขาสามารถที่จะมีความรู้ความสามารถ และแถม มีเงินทุนด้วยยิ่งดี ออกมาอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข วันนี้ก็เลยต้องเรียนถามทางท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับว่า ในขณะที่เรือนจำทั่วประเทศส่วนใหญ่สร้างกันมา ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ อย่างจังหวัดนครสวรรค์นี้สร้างเมื่อปี ๒๔๓๕ มีที่อยู่ ๙ ไร่ แล้วก็ ๙ ไร่ อย่างนี้มาตั้งแต่ ๑๓๐ ปีที่แล้ว ตั้งแต่มีนักโทษไม่เกิน ๒๐๐ คน วันนี้มีนักโทษ ๔,๕๐๐ คน ก็ยังคงแออัดกันอยู่อย่างนั้น พื้นที่ ๙ ไร่นี้ต้องเรียนกับท่านว่ามีทั้งเรือนนอน ห้องอาหาร ห้องครัว พื้นที่อาบน้ำ พื้นที่ซักรีด แล้วก็พื้นที่สำหรับเรียนฝึกฝนอาชีพ อยู่ใน ๙ ไร่นี้หมดเลย ครับ แทบจะเรียกว่าแออัดมากมายเหลือเกิน ทั้งที่พื้นที่ที่ดินของเรือนจำหรือที่สาธารณะ มีอยู่ทั่วไป ในจังหวัดนครสวรรค์นี้พื้นที่เรือนจำมีที่หนองน้ำขุ่นถึง ๗๐๐ กว่าไร่ แต่ต้องมา แออัดกันอยู่ในพื้นที่ ๙ ไร่ ทั้งนี้ก็เพราะว่าเราขาดความคิดที่จะช่วยเหลือคนเหล่านี้ครับ นึกว่าจับโยน ๆ ใส่เข้าไปในคุกอย่างไรก็อยู่ของมันจนได้ละ อย่างนั้นไม่ได้ครับ จึงเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับ ซึ่งท่านเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ ถามท่านว่า ท่านจะดำเนินการอย่างไรในการแก้ไขความแออัดของเรือนจำในประเทศไทย ครับ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดนครสวรรค์นะครับ ทั่วประเทศไทยเหมือนกันหมดเลยครับ ท่านครับ
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. วีระกร คำประกอบ จากจังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้พูดถึงงานของ กระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแออัดในเรือนจำหรือทัณฑสถานต่าง ๆ ทั่วประเทศ ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องจริง นะครับ และเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ต้องขัง สผ ๑๙/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ลลิตา ๓๓/๒ ในเรือนจำในประเทศไทยมีทั้งหมดประมาณ ๓๖๐,๐๐๐ คนเศษ จากตัวเลขเรือนนอนที่ได้ รวบรวมทั้งหมดทั่วประเทศ ๑๓๔ แห่ง มีประมาณ ๒๗๙,๖๐๓ ตารางเมตร ตัวเลขตรงนี้ ดูเหมือนเป็นจำนวนมากเพราะ ๒๗๐,๐๐๐ กว่า แต่ถ้าหากว่าเราดูตามมาตรฐานสากลยูเอ็น (UN) แล้วต้องใช้ถึง ๘๒๐,๓๔๖ ตารางเมตร มาตรฐานโลกกับสิ่งที่เรามีในประเทศไทยนี้ เราขาดแคลนครับ ต้องเอา ๒.๙ คูณ หรือ ๒.๙ เท่า ถึงจะมีเรือนนอนที่ครบ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ใช้มาตรฐานการเกลี่ยย้ายทั้งชายและหญิง ชายนี้เราจะใช้มาตรฐานประมาณ ๑.๒ ตารางเมตรต่อคนเป็นเรือนนอนนะครับ ที่นอน แต่หญิงก็ ๑.๑ ตารางเมตร เราเกลี่ยย้ายเป็นตัวเลขดังกล่าว แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว ขณะเรา เกลี่ยย้ายอย่างนี้แล้วก็ยังขาดแคลนอยู่ ผมคำนวณดูแล้วมาตรฐานของไทยเราใหญ่กว่าโลง ศพนิดเดียว ถ้าพูดถึงโลงศพลองไปวัดดูครับ ไปถามที่ขายโลงศพเขาบอกว่ากว้าง ๕๕ เซนติเมตร ยาว ๑๘๕ เซนติเมตร ก็ประมาณ ๑ ตารางเมตร มาตรฐานตัวเลขของเรา มากกว่าโลงศพนิดเดียว แต่ในข้อเท็จจริงลองจับหางยาวดูแล้วได้แค่ ๐.๗๖๖ ตารางเมตร ต่อคนในข้อเท็จจริงตรงนี้ จำเป็นที่จะต้องสร้างเรือนจำเพิ่มขึ้นอีกมากมาย ผมมาดูจาก ตัวเลขที่มีอยู่ทั่วโลกนะครับว่าประเทศไทยมีนักโทษเป็นลำดับที่ ๖ ของโลก เป็นลำดับที่ ๓ ของเอเชีย และเป็นลำดับที่ ๑ ของอาเซียน เราดูจากจำนวนประชากรเมื่อเทียบสถิติกันแล้ว ประเทศไทยมีนักโทษหรือผู้ที่อยู่ในเรือนจำเป็นผู้ต้องขัง ๐.๕๔ เปอร์เซ็นต์ ครึ่งเปอร์เซ็นต์ เศษ ๆ ใกล้เคียงกับใครครับ ใกล้เคียงกับประเทศที่มีนักโทษมากที่สุดคือประเทศ สหรัฐอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ๐.๖๕ เปอร์เซ็นต์ ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่ ๑ ประเทศไทยเป็นที่ ๒ จากสถิติตรงนี้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราจะสร้างเรือนจำให้เพียงพอ ต้องใช้เงินทองอีกมหาศาล การดูแลผู้ต้องขังทั้งหมดรัฐต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายดูแลผู้ต้องขังตรง นี้อย่างมากมาย หัวละประมาณ ๒๑,๐๐๐ บาทโดยเฉลี่ย เรามีผู้ต้องขัง ๓๖๐,๐๐๐ คน ก็จำเป็นที่จะต้องมีค่าเลี้ยงดูเขาตามปัจจัย ๔ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และแพทย์ พยาบาลดูแลรักษาโรคตรงนี้เป็นเงิน ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในปีหนึ่ง ๆ ซึ่งผมดูจากสถิติ ผู้ต้องขังที่มีจำนวนมากตรงนี้ ผมตั้งข้อสมมติฐาน ซึ่งแต่เดิมมาก็ยังไม่มีใครตั้งข้อสมมติฐาน ตรงนี้ไว้ว่า ๑. กฎหมายของเรามุ่งเน้นให้คนเข้าไปอยู่ในที่จองจำมากเกินไปหรือไม่ ถ้าใช่ ผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรของเราคงต้องออกมาช่วยดูกันในบางส่วนที่ทำอย่างไรให้สัดส่วน ต่าง ๆ ตรงนี้ลดน้อยลง ผมเห็นตัวเลขของประเทศอินโดนีเซียที่เขามีประชากร ๒๖๔ ล้านคน แต่เขามีผู้ต้องขัง ๒๖๔,๐๐๐ คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ไม่ทราบเขาเก็บตัวเลข ถูกต้องหรือเปล่า เพราะการมีผู้ต้องขังมากโชว์ออกไป ผมก็คิดว่าไม่ใช่เป็นประโยชน์สำหรับ ประเทศของเรามากเท่าไรนัก สิ่งต่าง ๆ ตรงนี้ต้องเรียนนะครับว่าอีกส่วนหนึ่งผู้ต้องขังที่ออก จากเรือนจำไปแล้ว พ้นโทษไปแล้วในปีแรกจะกลับเข้ามา สมมติว่าออกไป ๑๐๐ คน จะกลับ เข้ามาโดยเฉลี่ยแล้ว ๑๕ คน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ปีที่ ๒ คนกลุ่มนี้จะกลับมาอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ในปีที่ ๓ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ยเป็น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ออกแล้วกลับ สผ ๑๙/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) จงถนอม ๓๔/๒ ออกแล้วกลับ เราก็ต้องดูว่าแนวทางของการปฏิบัติของประเทศเราเกี่ยวกับผู้ต้องขัง ของราชทัณฑ์นั้นมีอะไรที่ดีหรือบกพร่องตรงไหนอย่างไร ซึ่งกระทู้ทางวาจาของท่านวีระกร วันนี้ต้องบอกว่าต้องขอขอบคุณ ซึ่งท่านได้พยายามติดตามงานของท่านที่ท่านได้เสนอเป็น ญัตติด่วนในเรื่องดังกล่าวตรงนี้ในครั้งหนึ่งแล้วแต่ยังไม่ถึงระเบียบวาระที่จะต้องพูดกัน ท่านก็นำมาเป็นกระทู้สด และได้พูดถึงเรือนจำหนองน้ำขุ่น ซึ่งปัจจุบันนี้เรือนจำหนองน้ำขุ่นมีที่ดินเยอะ แต่มีผู้ต้องขังน้อย เป็นพื้นที่ในเรื่องของเกษตร ผมได้ดูตามแนวทางพื้นที่ที่มีอยู่คิดว่าสามารถทำเป็นเรือนจำ ตัวอย่างที่ไว้สำหรับผู้ต้องขังได้ฝึกฝนอาชีพ เพราะเราดูแล้วคนที่เป็นผู้ต้องขังออกไปแล้ว กลับมาใหม่สันนิษฐานได้ ๒-๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ คือครอบครัวหรือผู้คนไม่ยอมรับ
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการศึกษาหรือการให้ความรู้ข้อมูลต่าง ๆ ไม่ดีพอ ทำให้ต้องกลับไปทำผิดแล้วกลับมาใหม่
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของการมีอาชีพ มีงานทำ เพราะฉะนั้นเรือนจำเกษตร อุตสาหกรรมที่เราจะคิดสร้างขึ้นมา หนองน้ำขุ่น จังหวัดนครสวรรค์ ที่ท่านวีระกรและคณะ ของ ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ได้แนะนำสถานที่ตรงนี้ก็อาจจะเป็นที่ฝึกอบรมผู้คนให้มีอาชีพ คนที่อยากจะเป็นเกษตรหรือปศุสัตว์อย่างที่ท่านรัฐมนตรีประภัตรได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้ เกี่ยวกับเรื่องของปศุสัตว์การเลี้ยงแพะ แกะ วัว กระบืออะไรต่าง ๆ เหล่านั้นโดยถูกต้องและ เลี้ยงเป็นตัวอย่างในเรือนจำก็ได้ เราก็เลยออกแบบในส่วนเบื้องต้นของเรือนจำหนองน้ำขุ่น ซึ่งเป็นแบบตัวอย่าง เป็นพรีลิม ดีไซน์ (Prelim Design) ออกมาในรูปแบบ แต่ต้องเรียนท่าน ทั้งหลายว่าไม่สามารถใช้งบประมาณปี ๒๕๖๓ ได้ เพราะไม่สามารถออกแบบให้ทันท่วงที การออกแบบนี้อาจจะใช้ได้ในปี ๒๕๖๔ ในส่วนของทางทิศเหนือประมาณ ๑๙๐ ไร่ ก็จะเป็น พื้นที่สำหรับการเกษตร ตรงกลางก็เป็นอุตสาหกรรม ๑๔๐ ไร่ และปศุสัตว์ในด้านทิศใต้ ประมาณ ๒๒๕ ไร่ อย่างเช่นเรื่องของอุตสาหกรรมเท่าที่มีทุกวันนี้จะเป็นพวกเย็บปักถักร้อย เรื่องงานเล็ก ๆ เป็นงานฝีมือส่วนใหญ่มากกว่า ถ้าหากว่าเรามองถึงเรือนจำซึ่งมีแรงงาน มากมายมหาศาล เราต้องเลี้ยงดู ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนตรงนี้ ถ้าใช้แรงงานตรงนี้มาทำเป็นพวก อุตสาหกรรม เช่น อิฐมวลเบา หรืออิฐอะไรต่าง ๆ สำหรับการก่อสร้าง และถ้าโรงงานหรือ สิ่งที่ผลิตในเรือนจำเกษตรกรอุตสาหกรรมตรงนี้ไม่ไกลจากชุมชนในการก่อสร้างมากมายก็จะ เป็นแหล่งที่ผลิตในเรื่องของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง อันนี้เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับเรื่องของการวางนโยบาย หรือคิด หรือดำเนินการออกแบบให้ครบทั้งหมดก็ยัง มีเวลาอยู่ ซึ่งผมต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. วีระกร และคณะ ส.ส. ของจังหวัดนครสวรรค์ที่ได้ ชี้แนะในเรื่องของที่ดินและแนวทางต่าง ๆ ของการแก้ปัญหาในภาพรวมเพียงเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น สผ ๑๙/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) พุทธชาติ ๓๕/๒ แต่ผมเชื่อว่าแนวทางที่ดีในการเริ่มต้นตรงนี้จะสามารถทำให้เกิดประโยชน์กับภาพรวมได้ ต้องขอขอบคุณเป็นเบื้องต้นไว้ก่อนครับ
ท่านรัฐมนตรีตอบไป ๑๑ นาทีนะครับ เชิญท่านวีระกรครับ เชิญคำถามที่ ๒ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ ขอถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามที่ ๒ นะครับว่า สืบเนื่องจากที่ท่านได้พูดเมื่อสักครู่นี้ว่าผู้ที่ ออกจากเรือนจำแล้วแนวโน้มที่จะต้องกลับไปในช่วง ๓ ปีแรกตามสถิติ ก็คือ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ทำอย่างไรเราจะไม่ให้กลับไป ก็ดังที่ท่านได้กรุณาพูดสักครู่นี้ว่า เรือนจำจะต้องเป็นที่บ่มเพาะ ความรู้ความสามารถด้วย นอกเหนือจากให้เข้าไปกักขังเพียงอย่างเดียว ฝากท่านด้วยนะครับ ว่านักโทษเองก็เป็นมนุษย์นี่ละครับ เป็นคนสมควรที่จะต้องมีพื้นที่ที่เหมาะสมด้วย ผมอยาก ฝากให้ท่านได้ออกแบบเรือนจำทั่วประเทศ ต้องมีสถานที่ออกกำลังกาย มีสวนสาธารณะได้พักผ่อน มีห้องสมุดที่จะเอาหนังสือออกมานั่ง อ่านในสวนสาธารณะของเรือนจำได้ มีโรงเรียนสอนวิชาชีพ ฝึกวิชาชีพต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ เรียนได้ถึงระดับปริญญาโดยทาง มสธ. หรือทางไปรษณีย์ หรือการเรียนทางไกลของ มสธ. ได้ ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วก็จะทำให้โอกาสที่เขาจะได้กลับไปสู่เรือนจำอีกนั้นก็คงจะน้อยลงกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์แน่นอนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขอฝากเรียนถามเป็นคำถามที่ ๒ ต่อ ท่านรัฐมนตรีว่า การปรับปรุงเรือนจำโดยเฉพาะถ้าท่านจะทำต้นแบบที่หนองน้ำขุ่นในพื้นที่ ประมาณ ๗๘๐ ไร่ ผมอยากจะให้นอกเหนือจากที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วก็คือว่า มีสถานที่ ออกกำลังกาย มีสวนสาธารณะ มีที่ฝึกฝนอาชีพแล้วนี่ครับ โอกาสที่เราจะทำให้เรือนจำเป็น สถานที่ที่ให้ความรู้ในทางปฏิบัติดังที่ท่านได้พูดเมื่อสักครู่นี้ ท่านอาจจะมองแค่ทำอิฐบล็อก เป็น ทำอิฐมวลเบาเป็น แต่ผมอยากจะฝากท่านไปถึงว่า ถ้าเป็นโรงงานที่มีคุณภาพให้เขาไป ตั้งแล้วใช้แรงงานในส่วนนี้เพื่อที่จะได้ฝึกฝนอาชีพด้วย เช่น โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า โรงงาน เครื่องหนัง ปัจจุบันเรือนจำนครสวรรค์มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศก็คือในเรื่องของ เฟอร์นิเจอร์ไม้ ผมอยากจะฝากท่านว่าควรจะต้องมีสินค้าเหล่านี้ ซึ่งท่านได้ไปเห็นแล้วว่า เรือนจำนครสวรรค์ท่าน ผบ. เรือนจำได้จัดปรับปรุงหน้าเรือนจำเป็นเหมือนพลาซ่า (Plaza) ที่ให้นักโทษชั้นดีหรือดีเยี่ยมได้ออกมาเปิดร้านกาแฟก็มี นวดแผนโบราณก็มี มีกระทั่งร้าน เสริมสวย สิ่งเหล่านี้จะทำให้เมื่อผู้คนที่จบออกจากวิทยาลัยเรือนจำแล้ว ออกมาแล้วก็จะไม่มี โอกาสเข้าไปแล้วครับ เพราะเขารู้แนวทางการประกอบอาชีพโดยสุจริตได้ไม่จำเป็นที่จะต้อง ไปทำอะไรที่มันผิดกฎหมายอีกต่อไป ก็เลยขอเรียนถามท่านว่า ท่านคิดว่าในการปรับปรุง เรือนจำเพื่อสร้างในระดับที่ ๒ ก็คือเพื่อสร้างพื้นฐานชีวิต เมื่อเขาออกไปแล้วเขาจะได้อยู่ใน สังคมได้อย่างสุจริตชนเป็นปกติ ท่านมีความคิดจะทำอย่างไรได้บ้างครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านมี เวลาอยู่ ๔ นาทีครับ ท่านบริหารเวลาตอบคำถามครั้งนี้แล้วก็อีกครั้งหนึ่งครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เป็นคำถามที่ท่านต้องการให้มีห้องสมุด สนามกีฬาเพื่อ เรียนหนังสือต่อไปได้ปริญญา ในเรื่องเหล่านี้เรือนจำหรือทัณฑสถานต่าง ๆ บางแห่งมีอย่างที่ ท่านได้กรุณาสอบถามดู แต่ว่าก็ยังไม่มากมายหรือว่าไม่มีวอลุ่ม (Volume) ที่ใหญ่พอสำหรับ การบริการหรือการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น หรือแม้แต่ในเรื่องของการตัดเย็บเครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ไม้อะไรต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็จะทำเป็นแบบตามสภาพของวัตถุดิบที่เรามีอยู่ใน ขณะนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้วแต่ยังไม่มากมาย แล้วก็มีความเฉพาะในตัวบุคคลหรือนักโทษที่ ดำเนินการอยู่ แต่สิ่งที่ผมพยายามจะดำเนินการแล้วออกแบบต่าง ๆ เหล่านั้น เมื่อสักครู่นี้ผม ไม่ได้พูดในส่วน ภาคเอ (A) จะเป็นพื้นที่สำหรับร้านค้าผลิตภัณฑ์และท่องเที่ยวเชิงเกษตรใน ส่วนเอ (A) ที่ด้านติดกับถนนใหญ่ก็จะดำเนินการ แต่ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ผม ยกตัวอย่างเรื่องอิฐมวลเบาบ้าง หรืออิฐก่อสร้างอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ผมเห็นว่าแรงงานของ ผู้ต้องขังมีตั้ง ๓๖๐,๐๐๐ คน ถ้าเราจะไปทำในเรื่องลักษณะของความชำนิชำนาญในฝีมือต่าง ๆ เหล่านั้น บางครั้งไปไม่ได้ ทั้งหมด แต่ถ้าเป็นเรื่องของอุตสาหกรรมต้องใช้กำลังแรงงานมาก ๆ เหล่านั้น ผมคิดว่ามันจะ เหมาะสมในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตามครับ ก็คงไม่ได้ฟิกซ์ (Fix) ไปว่าเป็นอย่างใด อย่างหนึ่ง ในฐานะที่ท่านรัฐมนตรีวีระกรเป็นวุฒิวิศวกร ผมเชื่อมั่นว่าในส่วนนี้ท่านจะให้ คำแนะนำและที่ปรึกษาได้อย่างดีที่สุด แบบที่เริ่มดำเนินการตรงนี้เป็นเพียงดีไซน์ (Design) เป็นเพียงการเริ่มต้น และผมเชื่อมั่นว่าในทุกขั้นตอนที่มีความพอดีหรือเพียงพอกับพื้นที่หรือ กำลังคน หรือสถานต่าง ๆ เหล่านั้น มันจะลงไปในแบบของแต่ละภูมิภาคต่าง ๆ เหล่านั้น ผมเชื่อมั่นว่าทุกอย่างก็จะเดินไปได้ด้วยความร่วมแรงร่วมใจกัน ผมต้องขอขอบคุณในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ในแบบต่าง ๆ ยังรอการช่วยเหลือหรือการสนับสนุนจากท่าน ต้องขอขอบคุณครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีมีเวลา เหลืออยู่ ๑ นาทีนะครับ ท่านวีระกรเชิญเลยครับ
ผมเหลืออีกประมาณ ๘ นาทีครับ ท่านประธานครับ
ใช่ครับ
ก็คงจะขอยาว ๆ นิดนะครับช่วงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีเป็นเหมือนข้อเสนอแนะนะครับ ว่าในส่วนที่นักโทษมีค่าอาหารปีหนึ่งประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท หรือถ้าหารกันออกมา ก็ประมาณวันหนึ่งมื้อหนึ่งก็คงจะประมาณสัก ๔๐ บาท ๕๐ บาท เป็นไปได้หรือไม่ว่าการที่ จะให้พื้นที่ซึ่งที่เรือนจำที่จะเป็นตัวอย่างที่จังหวัดนครสวรรค์ที่ท่านได้เอ่ยถึงว่าเป็นเรือนจำ เกษตรอุตสาหกรรม เราจะให้นักโทษได้มีโอกาสปลูกผัก ปลูกพืช เลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา แม้กระทั่งไก่ไข่ เอามาเป็นอาหาร ไม่ต้องไปซื้อข้างนอกหรอกครับ ยกเว้นข้าว อย่างเดียวที่ไม่ควรจะทำอยู่ข้างใน เพราะว่ามันใช้น้ำเยอะ พื้นที่ที่เรือนจำนี้น้ำอาจจะ ไม่เพียงพอ ใช้ได้เหมาะสำหรับเป็นพืชไร่ หรือเลี้ยงปลาได้ ผักได้ เอาเป็นค่าอาหารนี่ละครับ เป็นรายได้ให้กับนักโทษที่มาทำงานอยู่ในเรือนจำ ใครจะปลูกผัก ขายผักได้เท่าไร หักค่าใช้จ่ายแล้วคืนให้เป็นค่าแรงของนักโทษที่มาทำงานปลูกผัก นักโทษที่เลี้ยงปลา ปลาขายเป็นค่าอาหารได้เท่าไร หักค่าใช้จ่ายแล้วก็ให้เป็นเงินของนักโทษ เมื่อนักโทษจบ ออกมาก็สามารถที่จะมีเงินทุนด้วยครับท่านประธานครับ นอกเหนือจากเป็นค่าอาหารแล้ว ถ้าหากว่าเลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา หรือแม้แต่ปลูกผักชนิดที่เรียกว่าอินทรีย์สาร ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมี ซึ่งนักโทษทำได้เพราะนักโทษมีเยอะ นักโทษสามารถที่จะดูแลได้ อย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งต้องดูเป็น ๑๐ ไร่ ไม่ใช่อย่างนั้น แต่นี่นักโทษมีเยอะ ก็สามารถ ที่จะทำผักอินทรีย์ได้ ออกมาขายที่พลาซ่า (Plaza) หน้าเรือนจำได้ ซึ่งต่อไปนี่ถ้าหนองน้ำขุ่น เกิดขึ้นตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาพูดเมื่อสักครู่นี้ หน้าเรือนจำหนองน้ำขุ่นจะเป็นพลาซ่า (Plaza) ที่คนขึ้นจังหวัดเชียงใหม่ คนขึ้นจังหวัดกำแพงเพชร ต้องแวะแน่นอน เพราะมันจะมี ทั้งสินค้าที่เป็นผลิตผลจากเรือนจำ สินค้าเกษตรที่มีราคาถูก ซึ่งเป็นเรื่องของการเหลือจาก การแบ่งเป็นส่วนหนึ่งทำอาหาร อีกส่วนหนึ่งก็เอาออกมาขาย ปีหนึ่ง
ท่านวีระกรครับ อยากให้ ถามเลยครับ
เพราะเวลาผมเยอะครับ ท่านประธาน
ถ้าใช้เวลาไม่ครบ ไม่มี ความผิดเลยครับ
ผมกลัวท่านจะว่าเอาครับ
ท่านถามเลยครับ ท่านถามครับ
ท่านคิดว่ามันจะเป็นไปได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับที่ผมได้เรียนท่านมาทั้งหมด ก็เพียงแต่อยากจะเห็นว่าการที่เราจะทำ เรือนจำต้นแบบทั้งที เราก็อยากจะเห็นเป็นเรือนจำที่เหมาะสมกับแบบไทย ๆ นี่ละครับ ไม่ ต้องไปเอาแบบของอเมริกาเขามา จะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ของไทยนี่คนที่เข้าไปอยู่ใน เรือนจำท่านก็คงทราบดีว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์มาจากผู้ค้ายา ผู้ส่งยารายย่อยนี่ละ ไม่ใช่รายใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วก็คือหาอาชีพที่สุจริตทำไม่ได้ นึกอะไรไม่ออกก็ส่งยา ขายยา กำไรดี เพราะฉะนั้นต้องปลูกฝังในเรื่องของการสร้างอาชีพท่านคิดว่าในส่วนของการสร้าง อาชีพ จะทำในแนวนี้จะเหมาะสมหรือไม่อย่างไรครับ เชิญครับ
ท่านรัฐมนตรีท่านมีเวลา ๑ นาที เชิญเลยครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ เป็นแนวทางที่ถูกต้องเพราะปัจจุบันนี้ทัณฑสถานต่าง ๆ ก็ได้ดำเนินการ เช่น เอาผู้ต้องขังออกมาทำงานด้านนอก แต่ว่าก็ต้องมีการควบคุมดูแลในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ค่าแรงที่ได้ก็เป็นของผู้ต้องขังที่ออกไปทำงาน แต่มีข้อจำกัดด้วยเวลาการทำงานกว่าจะไป กว่าจะมา กว่าจะขนส่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมันจำกัดด้วยเวลา แต่ถ้าเราทำอยู่ในเรือนจำ หนองน้ำขุ่นตามที่ได้ออกแบบตรงนี้นักโทษจะไม่เสียเวลาที่จะต้องเคลื่อนย้ายไปมา เพราะฉะนั้นสิ่งคิดที่แนวทางต่าง ๆ ที่ท่านได้ถามมานั้นเป็นไปได้เลย แล้วก็ทำแล้วแต่ว่า ทำได้ขนาดจำนวนน้อย แต่ต่อไปจะเป็นจำนวนมาก ๆ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ จบกระทู้สดด้วยวาจานะครับ สมาชิกจะสังเกตว่าเวลาที่ใช้นั้นยาวกว่าปกติ เพราะข้อบังคับ ไปเขียนเพิ่มขึ้น เดิมกระทู้หนึ่งก็ ๒๐ นาทีก็ยาวอยู่แล้ว นี่ไปเพิ่มเป็น ๓๐ นาทีเราก็เห็น การใช้เวลากระทู้นี้มากผมก็เลยต้องขอร้องว่าถ้าเรายึดข้อบังคับกระทู้นี้จะเร็วครับ ก็เลย ขอร้องท่านวีระกรในฐานะสมาชิกเก่าว่า การตั้งกระทู้ถามสมัยก่อนก็จะอ่านกระทู้แล้วก็ถาม เลย ข้อบังคับเขาจึงเขียนไว้ต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปรายก็เรียนที่ประชุม ต่อไปนี้ก็เป็น วาระกระทู้ถามทั่วไป
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๒๑ เรื่องการปรับปรุงซ่อมแซมถนน (นายสมคิด เชื้อคง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ท่านสมคิด เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้มีเรื่องที่จะสอบถามกระทรวง คมนาคม ซึ่งดูแลเรื่องถนนหนทาง แต่ก่อนอื่นก็เรียนอย่างนี้นะครับว่าพี่น้องในภาคอีสาน ของพวกเรากำลังประสบปัญหาภัยพิบัติอย่างแรง พรุ่งนี้หลาย ๆ คนที่เป็นผู้แทนราษฎร ในภาคอีสานก็จะขอลาจำนวนหลายคนหน่อย เรียนท่านประธานล่วงหน้าครับ เพราะว่า ต้องไปดูแลพี่น้องประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานีบ้านผมก็เริ่มท่วมแล้วครับ อย่างนี้นะครับ เรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับเรื่องที่จะพูดก็คือเรื่อง ของกรมทางหลวง กรณีกรมทางหลวงที่ดำเนินการก่อสร้างต่าง ๆ ผมก็พอเข้าใจว่าวิธีการ การออกแบบการอะไรนี้พอได้ อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นเรื่องที่ต้องดูแลบ้าง เช่น กรณี เวลาทำถนนทางโค้ง กรณีที่เป็น ๔ เลนแล้วมีเกาะกลางถนน แรก ๆ น้ำก็ไหลผ่านอยู่นะครับ ประเภทโค้งซ้าย ถนนด้านขวายิ่งไปปูแอสฟัลต์ (Asphalt) ใหม่ ตัวนั้นน้ำจะไม่ไหลเป็นเรื่องเล็ก แต่ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย เรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าเรื่องเหล่านี้แรก ๆ ถนน ก็ไม่เป็นไร และมีท่อระบายเล็ก ๆ อาจจะ ๒ นิ้วอะไรอยู่ แต่พอนาน ๆ ไปท่อเหล่านั้นตัน ท่อเหล่านั้นไม่มีที่ระบาย ยิ่งหน้าฝนอย่างนี้ ถนนทางขวาด้านซ้ายก็จะน้ำขัง ถนนพอโค้งซ้าย ด้านขวาก็จะน้ำขัง เรื่องนี้อยากให้ทางกรมทางหลวงมีมาตรการช่วยดูแล
อีกเรื่องที่จะเล่าก็คือว่า เมื่อก่อน ๔-๕ ปีที่แล้วการก่อสร้างถนนผมเอง ก็เดินทาง บริษัทที่รับเหมาก่อสร้างไม่รู้อายอะไรหนักหนา ประมูลงานได้มาก็ดีอยู่แล้ว ไม่มี รายชื่อเลย รถที่วิ่งไม่มีเลย แต่ตอนนี้เริ่มมีแล้ว คือผมอยากให้ทางกระทรวงคมนาคมกำหนด ไปเลย หรือไม่กำหนดผมก็ไม่ทราบในทีโออาร์ ต้องบอกชื่อบริษัทติดรถเลย สาเหตุจาก ๑. เวลาเกิดอุบัติเหตุเขาจะต่อว่าได้ว่าบริษัทนี้ทำก่อสร้างดีไหม ไม่ดีไหม เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ใหญ่ แต่เป็นเรื่องที่พี่น้องเขาจะช่วยดูแลอีกแรงหนึ่งนะครับ ทีนี้คำถามอยากจะถามท่านรัฐมนตรีอย่างนี้นะครับว่า สร้างถนน สมมุติว่ากรมทางหลวง สร้างถนน ๒๐ กิโลเมตร แต่รถที่วิ่งท่านจะมีมาตรการดูแลอย่างไร รถที่วิ่งรถของบริษัท เหล่านั้น หรือรถร่วมเอาไปวิ่งหิน วิ่งดินใกล้ ๆ ถนนรอบ ๆ จะพังเป็นส่วนมาก ท่านมี มาตรการดูเรื่องนี้อย่างไร
๒. รถที่วิ่งไปเอาหินบ้างเอาทรายบ้างระยะทาง ๑๐๐ กิโลเมตร กว่าจะมาถึง ที่ก่อสร้าง ปรากฏว่าทำถนน ๔-๕ กิโลเมตร ๑๐๐ กิโลเมตร พังแล้ว วันนี้กรมทางหลวงต้อง มีมาตรการที่ดูแลกับคู่สัญญาของท่านว่าท่านจะมีอย่างไร บางบริษัทก็เก่งอีก ติดชื่อเป็น ภาษาอังกฤษพรวดเลย เรื่องจริงคือชาวบ้านเขาอยากรู้ว่าใครทำนะครับ เรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องใหญ่ แต่อยากให้กรมทางหลวงมีมาตรการที่ชัดเจนที่จะบอกให้พี่น้องประชาชนได้รู้ นะครับ
อีกเรื่องก็คือว่าเวลาท่านออกแบบถนน ผมเองก็รู้ละครับว่า แหมเวลา ออกแบบไฟมันเยอะเหลือเกินตามสี่แยกตามอะไรนี่บางครั้งก็เกินความจำเป็น แต่สิ่งที่จำเป็น กลับไม่ทำ เช่น บ็อกซ์ คัลเวิร์ต (Box Culvert) เช่น ท่อลอดถนน พอมีถนนมาสี่แยกยิ่งถนน บายพาส (Bypass) ยิ่งแล้วใหญ่เลย ผมอยากฝากรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้ให้ไปดูว่า งานออกแบบเหล่านั้นมันกลายเป็นเขื่อนกั้นเมืองเสียเลย เพิ่มบ็อกซ์ คัลเวิร์ต (Box Culvert) ไปมันจะเท่าไรครับ มันก็ไม่กี่สตางค์ เพิ่มท่อไปมันก็ไม่กี่สตางค์ยกระดับขึ้น แล้วก็ทำย้ำอยู่อย่างนั้นละ
อีกเรื่องก็คือว่าให้ตอบทีสิว่าเวลาในสี่แยกทำไมออกแบบมามันทีเดียวไม่ได้ หรือครับ อยู่ ๆ ทำเสร็จแล้วกำลังทำ ๆ อยู่ อ้าว รื้อเทคอนกรีตตามสี่แยกเพื่อรถบรรทุกหนัก ผมถามรวมเลยนะครับว่ามาตรการที่ท่านให้ผู้รับจ้างที่บรรทุกของมาท่านจะดูแลอย่างไร ผมเห็นแล้วน้ำหนักเกินเป็นส่วนมาก ท่านอาจจะมีหลายส่วนที่ไปเกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจหรือ อื่น ๆ เพราะฉะนั้นกรมทางหลวงเป็นเจ้าของเงิน เป็นทั้งคู่สัญญาจะมีมาตรการอย่างไร เป็น คำถามแรกนะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านสมคิด เชื้อคง ปัญหาที่ท่านได้ กรุณาถามกระทู้นี่ผมก็เจอเหมือนท่านนะครับ ตอนที่ยังไม่ได้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ขณะนี้ ต้องเรียนว่าหลังจากเข้าไปก็เจอปัญหาหลายเรื่อง ก็ได้บอกให้ทางท่านอธิบดีกับเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องให้ดูในเรื่องการออกแบบให้ดีว่าต้องมีการประชาคมกับพื้นที่ ไม่ใช่ว่าอยากจะทำ อะไรก็ทำตามที่ตัวเองอยากจะทำอย่างที่ท่านสมาชิกได้บอกนะครับ นอกจากนั้นเรื่อง ป้ายโครงการจริง ๆ ต้องมีชัดเจน
อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของรถบรรทุกที่บรรทุกเกินน้ำหนัก ก็ได้มีการทำ เรื่องหารือเวิร์กชอป (Workshop) กันอยู่กับกรมการขนส่งทางบกนะครับขณะนี้ เพราะว่า ปัญหานี้ผมรู้ดีว่าแบบของถนนที่อยู่ในประเทศไทยมันรองรับน้ำหนักได้ไม่มาก แต่รถบรรทุก ที่บรรทุกปัจจุบันก็พยายามจะแบกให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะได้มีต้นทุนในการบรรทุกต่ำ เพื่อจะ ได้มีกำไร ซึ่งตรงนี้ผมกำชับกรมการขนส่งทางบกไปแล้วว่า ท่านอย่าไปวิตกกังวลว่า รถบรรทุกจะเป็นของใคร ถ้าผิดขณะนี้มาตรการชัดเจนครับ ต้องยึดรถแล้วก็ฟ้องศาล แล้วก็ ไปว่ากันที่ศาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมบอกกรมการขนส่งทางบกว่าต้องทำให้เด็ดขาด ถ้าเราเด็ดขาด จัดระเบียบให้ได้สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นนะครับ นอกจากนั้นประเด็นในเรื่องที่ท่านสมาชิกได้ กรุณาสอบถามว่า ทำไมเวลาเราสร้างโครงการไปแล้วก็ต้องไปรื้อ แล้วก็ปรับปรุงอยู่ในที่เดิม ๆ นั่นละ สิ่งเหล่านี้ผมได้มอบเป็นนโยบายของกระทรวงนะครับว่าที่ผ่านมาผมก็ไม่ถือนะครับ เพราะว่าถือว่าเรายังไม่ได้เข้ามา แต่วันนี้เข้ามาแล้วผมคิดว่าในเรื่องการก่อสร้างท่านต้อง ออกแบบให้สมบูรณ์ ท่านต้องคิดว่าตรงนี้การจราจรที่ท่านกำลังจะทำนี่ทำเพื่อจะรองรับ การจราจรแบบไหน ยกตัวอย่าง อย่างที่เห็นอาจจะไกลบ้านเราหน่อยนะครับ อย่างที่มีโครงการที่เกิดขึ้นที่พระราม ๒ ที่ผมเข้าไปดูนี่ สร้างกันนานมากนะครับ ซึ่งพอเข้าไป ดูจริง ๆ ก็เห็นว่ามันมีการดำเนินการที่ผิดปกติ ขณะนี้ก็ได้มีการที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลง วิธีการก่อสร้าง แล้วต่อจากนี้สิ่งที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาบอกมาจะต้องไม่เกิดขึ้นใน กรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบท ก็ต้องกราบเรียนให้ท่านสมาชิกสบายใจ จริง ๆ ก็ อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกนอกจากนั้นนะครับ ก็คือว่าเวลาที่ถนนมีความเสียหาย ทางกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็มีขั้นตอนมาตรการในการที่จะ ดูแลซ่อมแซม แต่หลายสิ่งหลายอย่างผมก็เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเหมือนที่ท่านสมาชิกเห็น คือในเรื่องของการจัดลำดับความสำคัญของโครงการเราก็เห็นกันอยู่แล้วบางเส้นนี่ซ่อมอยู่นั่น ปูทับอยู่นั่นจนหนา แต่บางเส้นก็ทิ้งไป สิ่งเหล่านี้ผมบอกว่าจะต้องเอามาดูกันจริง ๆ ต้องจัดลำดับความสำคัญ และผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะสมบูรณ์ ถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจะได้มีส่วนในการที่จะช่วยดูในลำดับความสำคัญในแต่ละจังหวัด แต่อย่างไรก็ตาม ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกว่า งบประมาณที่ทางกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทขอรับ การสนับสนุนจาก พ.ร.บ.งบประมาณเราก็ไม่เคยได้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะได้ประมาณ เต็มที่ก็ไม่เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อจำกัด แต่ว่าทั้งหมดนี้ก็พยายามที่จะทำให้ สมบูรณ์ที่สุดครับ ก็เป็นการตอบกระทู้ถามที่หนึ่ง ของท่านสมาชิกครับ
ท่านสมคิดถามได้อีกครั้งครับ เชิญนะครับ
เรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า เมื่อสักครู่นี้ เป็นเรื่องของกรมทางหลวง ต่อไปนี้ก็อาจจะเป็นเกี่ยวเนื่องกับกรมทางหลวงชนบท ซึ่งจริง ๆ แล้ว อยากถามท่านรัฐมนตรีว่าวันนี้ทางหลวงชนบทเราทั้งหมดมีอยู่กี่กิโลเมตร แล้วที่เหลือที่ยัง ไม่ถึงขนาดทำลาดยางเหลือเท่าไร ท่านจะต้องใช้เงินอีกเท่าไร แต่ว่าอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า มาตรฐานการดูแลงานของกรมทางหลวงชนบทผมก็ดูด้วยสายตา บางทีผลออกมามันทั่ว ประเทศนี่ไม่ระบุว่าจุดใดจุดหนึ่ง ผมว่ายังไม่ได้มาตรฐานที่ดี ท่านอาจจะขาดคน ท่านอาจจะ ขาดบุคลากรหรืออะไรก็แล้วแต่ วันนี้เห็นได้ชัดว่าทางหลวงชนบทบางสายพอทำเสร็จใช้ได้ไม่ถึง ปี ลอกแล้วครับ พังแล้วครับ อย่างนี้กรมทางหลวงชนบทต้องเข้าไปดูแล ผมเห็นในเขตพื้นที่ ผมก็มี ในเขตจังหวัดอื่นก็มีมันสูญเสียงบประมาณเปล่า ๆ บางทีชาวบ้านมาบอกผมว่าได้ งบประมาณไปตั้ง ๑๐-๒๐ ล้านบาท อย่าว่าแต่รถบรรทุกเลย ฟ้าแลบก็มีปัญหาแล้ว คือเขา พูดทำนองนั้นไม่อยากให้เกิดกรณีอย่างนี้ เข้าใจว่า ๑. ตอนหลังจากฝนตกช่วงนี้หน้าฝน ท่านยิ่งต้องดูแลหนัก หลังฝนตกทุกปีผมเห็นกรมทางหลวงชนบทเท่าที่เราเดินทางมันขาด การซ่อมแซมบำรุง จนผมคิดประชดในใจว่าหรืออยากทำใหม่อีก ความจริงมันเป็นหลุม เป็นบ่อเป็นอะไรมันสามารถดูแลได้ แต่ผมก็เคยถามกรมทางหลวงชนบทที่เป็นพวก ๆ กัน บอกว่าเวลาทำนี่ ผมยกตัวอย่างจังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ของเขาอยู่ในจังหวัดเลยมันไม่มี หมวดการทางแบบกรมทางหลวง ท่านต้องไปปรับวิธีการซ่อม เพราะผมเข้าใจว่ามันจำนวน มากนะครับ มาจากทาง รพช. เก่าดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ก็เห็นใจคนทำอยู่ แต่ในเมื่อได้รับ งบประมาณไปแล้วเจ้าหน้าที่เราต้องแข็งขันที่จะเข้าไปดู ถ้าสามารถควบคุมไม่ได้ ก็อย่าไปทำ ทำแล้วให้มันได้ผลนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าเรื่องเล็ก ๆ แต่ชาวบ้านเขาเดือดร้อน ท่านประธานครับ ท่านประธานเห็นไฟตามถนนสีส้ม ๆ อะไร พอกรมทางหลวงชนบทผ่านหมู่บ้านไปอารามได้ไฟใหม่ โอ๊ยดีใจ เปิดไฟน่าดู แต่พอทีข้าวออกรวง ข้าวไม่ออกรวงนะครับ เสียหายหมด ความจริง เป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ว่าอยากให้เป็นหน้าที่กรมทางหลวงชนบทอธิบายให้ผู้นำหมู่บ้านทำ ผมเองก็เจอเรื่องร้องเรียนแบบนี้ว่าก็จะไปร้องเอาเรื่องกับทางหลวงชนบท ผมบอกเอาเรื่องเขา ไม่ได้หรอก เพราะว่าไฟส่องก็มีเรื่องความปลอดภัยอยู่ด้วย แต่ว่าเวลาหน้าข้าวจะออกนี่ ให้ผู้รับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทนี่ไปปิดเสีย เวลาข้าวตั้งท้อง อันนี้เสียหายเยอะ เสียหายตามริมถนนนะครับ เรื่องนี้กรมทางหลวงต้องใส่ใจ กรมทางหลวงชนบทต้องใส่ใจ
อีกเรื่องหนึ่งครับ เมื่อสักครู่นี้ผมเห็นว่าท่านรัฐมนตรีบอกว่าต่อไปนี้งาน ออกแบบควรจะทำประชาคมกับท้องถิ่นบ้าง เช่น อย่างผมยกตัวอย่างเรื่องท่อลอดถนน เรื่องอะไรเหล่านี้ แล้วก็ผมเพิ่งพูดหารือไป กรมทางหลวงชนบทเขาก็ดีนะ ทางจังหวัดอุบลราชบุรีเขาก็ดูแลแล้ว คือเรื่องเวลาไปทำนี่ไม่พูดเลย ใส่เขาเลย สูงเลยอย่างนี้ ชาวบ้านน้ำก็ท่วม ข้าง ๆ ในหมู่บ้าน เหล่านี้ผมอยากถามว่าวันนี้กรมทางหลวงชนบทมันเหลือกี่กิโลเมตรที่ยังไม่ได้ทำ แล้วที่ทำไป หลังหน้าฝนท่านจะซ่อมแซมไหวไหม ถ้าไม่ไหวท่านจะให้ใครช่วยซ่อม เรื่องซ่อมเรื่องใหญ่ ทางหลวงชนบทซ่อมได้น้อยนะครับ ผมเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่น้อยด้วย เรียนถามว่าเหลืออีก กี่กิโลเมตรทางหลวงชนบท ซึ่งพี่น้องประชาชนทั่วประเทศถึงจะได้เดินทางสัญจร สะดวกสบาย แล้วท่านมีนโยบายที่จะซ่อมแซมดูแลทั่วประเทศอย่างไร ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตตอบในภาพกว้างก่อนนะครับว่า ถนนที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ทั้งประเทศมีประมาณ ๔๗,๐๐๐ กิโลเมตร ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ต้องยอมรับนะครับว่าขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะก่อสร้างเป็น ถนนลาดยางได้หมด ก็พยายามที่จะดำเนินการให้ครอบคลุมที่สุด
ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับถนน เวลาที่หลังจาก ก่อสร้างไปแล้ว กรมทางหลวงชนบทก็มีมาตรการในการดำเนินการก่อสร้างอยู่ ๓ ลักษณะ ด้วยกัน
อันแรกเรียกว่าเป็นการซ่อมบำรุงปกติ ซึ่งก็เป็นลักษณะการเสียหายที่ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาบอกเมื่อสักครู่นี้ก็คือที่เป็นหลุมเป็นบ่อเป็นอะไรนี่นะครับ แต่ว่า สิ่งเหล่านี้ก็สามารถที่จะซ่อมแซมให้อยู่ในลักษณะการใช้งานได้ไม่นาน เพราะว่าลักษณะเป็น การแค่เอายางแอสฟัลท์ติก (Asphaltic) แบบผสมเย็นไปปูเท่านั้นเอง
ส่วนประเด็นที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการซ่อมบำรุงตามกำหนดเวลา เช่น งานฉาบ ผิวทาง งานเสริมผิวแอสฟัลท์ติก (Asphaltic) คอนกรีต ซึ่งเรื่องนี้ก็จะดำเนินการหลังจาก ก่อสร้างเสร็จในระยะประมาณ ๓-๕ ปี
ลักษณะสุดท้ายก็คือการซ่อมบำรุงพิเศษก็คืองานซ่อมสร้างทาง ลักษณะนี้ จะดำเนินการเมื่อเกิดการชำรุดทรุดโทรมเกินกว่าที่จะซ่อมบำรุงตามกำหนดเวลาได้ นี่คือสิ่งที่ เป็นมาตรการที่กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการ
ต่อประเด็นที่ว่าขณะนี้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสาน เมื่อเช้านี้ผมก็เพิ่งจัด ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video conference) ทั้งประเทศเลย ก็เห็นสภาพความเสียหาย รุนแรง อย่างจังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งจังหวัด อุบลราชธานีของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งขณะนี้น้ำกำลังจะมาถึง
เรื่องแรกเลยก็ให้ดูว่าตรงไหนที่มีสภาพความเสียหายที่พี่น้องประชาชน ไม่สามารถที่จะเดินทางได้ก็ต้องรีบเข้าไปแก้ไขก่อนในเบื้องต้น ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของ กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจะต้องทำให้ได้ภายใน ๗ วันหลังจากที่น้ำลดนะครับ ซึ่งขณะนี้ต้องเรียนว่าทั้งประเทศเหลือแค่ ๙ จุดเท่านั้นที่ไม่สามารถผ่านได้ บางแห่งเราใช้ สะพานแบลีย์ (Bailey) ที่เป็นสะพานเหล็กเอามาวางเพื่อให้เดินผ่านได้ก่อน แต่เมื่อน้ำลดลง แล้ว ทางกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทมีเงินฉุกเฉินที่จะเอาวัสดุไปปูให้พี่น้อง ประชาชนสามารถสัญจรได้ ผมได้กำหนดระยะเวลาให้ทางผู้ปฏิบัติ กรมทางหลวงและ กรมทางหลวงชนบทรีบสำรวจออกแบบหลังจากที่ภัยที่เกิดขึ้นหมดไปนะครับ ก็คือเดิม ให้เวลา ๔๕ วัน แต่ผมบอกว่า ๓๐ วันให้มาก่อนครั้งแรก ส่วนที่เหลืออีก ๑๕ วัน คือ ๔๕ วัน ก็ค่อยมาครั้งที่ ๒ ๓๐ วันมาถึงจะได้นำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ อนุมัติงบกลางไปดำเนินการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งถ้าท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่านได้กรุณาช่วยกระทรวงคมนาคม กรุณาช่วยกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ในการที่จะดู อย่างท่านสมาชิกที่ได้กรุณามาบอกว่าเกิดความ เสียหายอย่างไร อย่างใด นั่นเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะว่าในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้แสดงให้เห็นว่าท่านทำหน้าที่แทนพี่น้อง ประชาชนนะครับ ก็ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่า ถัดจากนี้ไปทาง กรมทางหลวง ทางกรมทางหลวงชนบท ก็พยายามที่จะสร้างช่องทางในการรับฟังความคิดเห็น รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยขณะนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้มีนโยบายที่จะจัดตั้งศูนย์ที่เรียกว่าโซเชียล พับลิก เฮียริ่ง (Social Public Hearing) เพื่อที่จะสามารถรายงานผ่านโซเชียล (Social) ได้เลยนะครับว่า เกิดปัญหา เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม ซึ่งทางผมเองแล้วก็ทาง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกับท่านผู้บริหารที่อยู่ในกระทรวงจะเข้าไปดูตลอดเวลา ผมขออนุญาตที่จะนำแอดเดรส (Address) เสนอไว้ที่นี่เลยก็แล้วกันเผื่อจะได้ใช้เวลาที่เกิด ปัญหา กรมทางหลวงเราใช้ เวิลด์ วาย เว็บ ดอต ดี โอ เอช ดอต จี โอ ดอต ที เอช (www.doh.go.th) นะครับ ส่วนกรมทางหลวงชนบทเราใช้ เวิลด์ วาย เว็บ ดอต ดี อาร์ อาร์ ดอต จี โอ ดอต ที เอช สแลช โฮม (www.drr.go.th/home) ส่วนกรมขนส่งทางบกถ้ามีปัญหา เกี่ยวกับเรื่องการบริการรถสาธารณะทั้งหมดนี่นะครับ ก็สามารถที่จะเสนอความเห็นหรือ ร้องเรียนมาได้ที่ เวิลด์ วาย เว็บ ดอต ดี แอล ที ดอต จี โอ ดอต ที เอช (www.dlt.go.th) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า ถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้ร่วมมือในการที่จะ สะท้อนปัญหาร่วมแรงในการที่จะช่วยตรวจสอบในสิ่งที่จะให้ทางฝ่ายประจำได้ดำเนินการ อย่างมีคุณภาพก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างยิ่งครับ ขออนุญาตตอบ กระทู้ที่ ๒ ครับ
ขอขอบคุณท่านผู้ถามและ ผู้ตอบนะครับ บริหารเวลาได้อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้นะครับ ขออนุญาตไป
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๒๓ เรื่องความคืบหน้าคดีเงินทอนวัด (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี รัฐบาลได้ส่งรัฐมนตรีมาตอบนะครับ
ขอเชิญท่านนิยม เชิญนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนถาม ท่านประธานถึงกระทู้เงินทอนวัด ซึ่งเป็นวาทกรรมของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สร้างขึ้น ท่านประธานครับ ความจริงเหตุการณ์ที่มีการจับกุมพระผู้ใหญ่แจ้งความดำเนินคดี เกิดขึ้นเมื่อสมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่รัฐบาลที่แล้วกับรัฐบาลปัจจุบันปรากฏที่นายกรัฐมนตรีคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรองนายกรัฐมนตรี คือ ดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม ทั้ง ๒ ท่าน ซึ่งกำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนา ผมเองต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรี เทวัญ ลิปตพัลลภ ที่กรุณาเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนามารับฟัง ท่านอาจจะต้องไม่ตอบ ชัดเจนเท่าไรก็ได้ เพราะว่าผมไม่มั่นใจว่าท่านจะมีข้อมูลทางนี้ลึกขนาดไหน แต่ขอยืนยันว่า ที่ผมจะถามท่านอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงคำถามบ้างเพราะผมยื่นไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน รอเข้าคิวอยู่จนวันนี้เหตุการณ์หลายอย่างเปลี่ยนแปลง ท่านประธานครับ เนื่องจากปัญหา กรณีเงินทอนวัดเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นสะเทือนวงการสงฆ์ สะเทือนวงการพุทธศาสนิกชน ทั้งประเทศ รวมถึงพุทธศาสนิกชนในต่างประเทศด้วย ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แก่วงการพระพุทธศาสนาของประเทศไทยต้องจารึกไว้เป็นครั้งที่ ๒ ที่เกิดขึ้น ครั้งแรกคือ เมื่อปี ๒๕๐๓ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีการสั่งจับกุมพระพิมลธรรมหรือ อาจ อาสภเถระ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์หรือสังฆมนตรี การปกครองยุคนั้น เอาไปจำคุกอยู่ ๖ ปี จนศาลฎีกาตัดสินเมื่อปี ๒๕๐๘ จำคุกโดยการใส่ชุดขาวนะครับ เพิกถอนในข้อหา คอมมิวนิสต์และเสพเมถุน ง่าย ๆ ใส่เข้าไปยุคนั้นไปขังอยู่ ๖ ปี สุดท้ายศาลฎีกาตัดสินว่า ไม่มีความผิด เลยบอกในคำพิพากษาศาลฎีกาผมไปอ่านดูแล้วบอกว่าเป็นเรื่องของบุญกรรม สุดท้ายท่าน กลับมารับตำแหน่งพระพิมลธรรม และสุดท้ายจริง ๆ เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์รักษาการณ์ สมเด็จพระสังฆราช อันนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๐๓ ถึงปี ๒๕๐๘ แต่บัดนี้เกิดขึ้นอีกรอบ หนึ่งเป็นเรื่องที่สะเทือนใจชาวพุทธอย่างยิ่ง วันนี้เป็นรัฐบาลยุคต่อเนื่องแต่ก็หวังว่ายุคนี้ ประชาธิปไตยกลับคืนมา ผมขอบคุณอีกครั้งหนึ่งท่านรัฐมนตรีเทวัญที่มารับเรื่องว่าวันนี้ พระสงฆ์มีความเจ็บปวดชาวพุทธ อุบาสก อุบาสิกา ด้วยทั้งหมดสลดสังเวชใจจากการที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติบุกไปจับพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ คำว่า ผู้ใหญ่ ในที่นี้ก็ไม่ธรรมดาครับ ระดับมหาเถรสมาคมถึง ๓ รูป รูปแรกก็วัดสามพระยา พระพรหมดิลก วัดสระเกศ พระพรหมสิทธิ อีกองค์หนึ่งท่านไม่ได้หนีคดีนะครับ พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ท่านหนีโจรภัยไปอยู่ที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน พร้อมจะกลับมาสู้คดีนะ เดี๋ยวผมจะถามต่อไป มันจึงเป็นเรื่องถึงบอกว่าวันนี้ความเจ็บปวด ของพุทธศาสนิกชนท่านถือดีเดย์ (D-day) เอาวันสำคัญเสียด้วยเขาบุกเข้าจับกุมคือวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ซึ่งวันนั้นพระสงฆ์ทั่วโลกจัดเป็นวันวิสาขบูชาโลกที่มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วังน้อย ซึ่งเป็นสถานที่ผมศึกษา ผมจบดอกเตอร์ ทางพระพุทธศาสนานะครับ ดุษฎีศาสตร์บัณฑิต สาขาพุทธจิตวิทยา มันเป็นความเจ็บปวด ผมบวชเรียนมาแต่เล็ก ๆ เรื่องพระผู้ใหญ่ท่านเป็นพระแล้วคลานไปนะผมไปกราบ แต่วันนี้ อำนาจของรัฐไปใช้กับพระผู้ใหญ่เหล่านี้มันจึงเป็นเรื่องที่เจ็บปวด ถ้าถามว่าเป็นธรรม นิติรัฐ นิติธรรม หายไป ผมมีหลักฐานชัดเจนจะมอบให้ท่านประธาน เพียงแต่ว่าผมไม่ลง รายละเอียดนัก จะอ่านว่าเงิน ๒ ก้อนที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเอามาให้วัดและ ให้หน่วยงานอื่นด้วย ผมขออ่านจำนวนวัดที่ได้แต่ว่าถูกดำเนินคดีแค่ ๒ วัด ขออ่านแค่จำนวน เงิน ผมไม่ลงรายละเอียด รายละเอียดผมจะให้ท่านประธานมอบให้ทางรัฐมนตรีไป วัดที่ได้เงินเหมือนกัน วัดพิชยญาติการาม ๑๐ ล้านบาท วัดเทพศิรินทราวาส ๑๐ ล้านบาท วัดสุทัศนเทพวราราม ๑๐ ล้านบาท วัดเทวราชกุญชร ๑๐ ล้านบาทวัดบวรนิเวศ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท วัดสามพระยา ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท วัดสัมพันธวงศ์ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท วัดอรุณราชวราราม ๑๐ ล้านบาท วัดกวิศรารามราชวรวิหาร ลพบุรี ๑๐ ล้านบาท แต่วัดที่ ถูกดำเนินคดีมีเพียง ๒ วัด คือวัดสามพระยาได้เงินไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท วัดสัมพันธวงศ์ ได้เงินไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันนี้ท่านอยู่ที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน ผมถึงต้อง กราบเรียนว่าวัดที่ถูกดำเนินคดีเป็นแค่ ๒ วัด ผมถามคำถามที่ ๑ เลยว่า แล้ววัดอื่นทำไม ไม่ถูกดำเนินคดี ต้องสอบถามไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นต้นเรื่องที่ พาตำรวจไปจับกุมไปเป็นกองทัพ พระแก่ ๆ อายุ ๗๐ กว่าปี ทำอะไรเป็นครับ ผมจะบอกว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุรู้เรื่องดี จึงเรียนถามว่าแล้ววัดที่เหลือทำอะไร ทำไมต้องมีความผิด ๒ วัดนี้ แล้วขอกราบเรียนว่า โดยเฉพาะวัดสามพระยาวันนี้ศาลชั้นต้นตัดสินไม่มีความผิดในเรื่องเงินทอน เพราะสำนักงาน พระพุทธศาสนาให้เงินมาแค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านสร้างศาลาการเปรียญหลังนี้หมด ๓๐ ล้านบาท ด้วยเงินของพุทธศาสนิกชนทั้งสิ้น จึงเป็นคำถามที่ ๑ ว่า แล้ววัดที่เหลือ สำนักงานพระพุทธศาสนาผมไม่เอ่ยชื่อผู้อำนวยการนะครับ ดำเนินการถูกต้องหรือยัง ดำเนินการด้วยเงื่อนไขอะไร จึงเฉพาะเจาะจงแค่ ๓ วัด ขอบคุณมากครับ
สรุปว่า ท่านถาม ๒ คำถามเลยใช่ไหมครับ
๒ คำถามใช่ไหม
คำถามที่ ๑ บอกว่าหลาย ๆ วัดทำไมจึงดำเนินการจับกุมแค่ ๒ วัด
คำถามเดียวเหมือนกันครับ คำถาม เดียวกันว่าทั้ง ๙ วัดที่เอาเงินให้ไปสำนักงานพระพุทธศาสนาทำไมดำเนินการแค่ ๒ วัด เดี๋ยวจะมีเงินอีกก้อนหนึ่ง เดี๋ยวจะถามอีกยังไม่จบครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสกลนคร ท่านนิยม เวชกามา ผมในฐานะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบ กระทู้เรื่องเงินทอนวัด ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า เรื่องของเงินทอนวัด จริง ๆ แล้วเป็น โครงการที่ดีมากนะครับ เป็นโครงการที่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจัดโครงการ เพื่อเป็นเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัด และการศึกษาของวัด การศึกษาของพระเณร เป็นการ ช่วยอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและบูรณะซ่อมแซมวัด ส่งเสริมการศึกษาของพระ เณร ส่งเสริม โรงเรียนพระปริยัติธรรม เผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กับทุกวัดในประเทศ เดิมทีเลยการจัดสรร งบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาที่ทำกันมาจะใช้เป็นก้อนเดียว หมายความว่า เบิกงบประมาณมาเป็นก้อนใหญ่ และวัดไหนจะใช้ก็มาแบ่งจากก้อนนั้นไป แต่หลังจากที่มี เหตุการณ์เงินทอนวัดแล้ว ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาก็เปลี่ยนแปลงใหม่ ก็จัดสรร งบประมาณเป็นแบบให้วัดต่าง ๆ ทั่วประเทศที่มีความประสงค์จะบูรณปฏิสังขรณ์หรือจะเผยแผ่ พระพุทธศาสนา หรือจะศึกษาพระเณร หรือเป็นพระปริยัติธรรมให้เสนอโครงการมา แต่ละวัด พอเสนอโครงการมาเสร็จแล้วก็จะนำโครงการต่าง ๆ นั้นมาผ่านยัง เราเรียกว่าเจ้าคณะตำบล จากเจ้าคณะตำบลก็มาเป็นเจ้าคณะอำเภอ ก็มีคณะกรรมการในอำเภอพิจารณาว่าวัดนั้น มีความจำเป็นขนาดไหนที่จะใช้เงินดังกล่าวเหล่านั้น หลังจากนั้นก็จะส่งมาที่จังหวัด ที่จังหวัด ก็มีพุทธศาสนาจังหวัดคอยดูแล แล้วก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคณะกรรมการ หลังจากนั้นก็ จะนำเรื่องราวทั้งหมดส่งมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในส่วนกลาง และเราก็จะ พิจารณางบประมาณต่าง ๆ และเราก็จะนำงบประมาณต่าง ๆ เข้ามาสู่งบประมาณกลาง ซึ่งก็จะมาผ่านสภาผู้แทนราษฎรเพื่อได้งบประมาณหมดแล้วเราถึงแจกจ่ายกลับไปยังจังหวัด และวัดที่มีความประสงค์ตามนั้น ฉะนั้นสิ่งที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านก็เป็นห่วงนะครับว่า มีเงินทอนไปหลายวัด มีเงินไปหลายวัดทำไมบางวัดโดน บางวัดไม่โดน เดี๋ยวผมจะกราบเรียน ต่อไปนะครับ แต่ผมให้คำยืนยันจากท่านได้นะครับว่าหลังจากนี้ไปแล้วจะไม่มีเกิดเหตุการณ์ เงินทอนวัดอีก ฉะนั้นผมเข้าใจท่านดีว่าท่านเป็นห่วงศรัทธา เป็นห่วงพุทธศาสนา ซึ่งอยู่กับ ประเทศไทยเรามาช้านานมากนะครับ ขอบคุณที่ท่านเป็นห่วงนะครับ ในกรณีที่ท่านพูดถึงการจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่นี้เรียนอย่างนี้นะครับว่าจากรายงานที่ผมได้รับ รายงานในเบื้องต้นนี้ พระท่านผู้ใหญ่หลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นพระพรหมดิลก จากวัดสามพระยา พระอรรถกิจโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสัมพันธวงศาราม พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ พระเมธีสุทธิกร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสระเกศ พระครูสิริวิหารการ พระวัดสระเกศ พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสระเกศ พวกนี้ส่วนมากตอนนี้จะได้ประกันตัวออกมาเรียบร้อย จริง ๆ ผมกราบเรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนิยมนะครับ ผมเอง ผมก็เป็นห่วงนะครับ เพราะพระที่กล่าวมา ทั้งหมดนี้ผมรู้จักดีอย่างพระวิจิตรธรรมาภรณ์นี้ท่านเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ผมบวช วัดสระเกศ ผมนอนอยู่กับท่าน ผมรู้จักพระต่าง ๆ เหล่านี้ผมรู้จักดีหมดครับ ท่านบอกว่าทำไม มีวัดหลายวัดที่ได้เงินสนับสนุนอุดหนุนจากสำนักงานพุทธศาสนา แต่ว่ามีวัด ๒ วัดแค่นั้นเอง ที่ถูกดำเนินคดี ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ก่อนมาผมได้รับรายงานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งทางดีเอสไอ (DSI) และทาง ปปป. ก็ได้รายงานว่าตอนนี้ ปัจจุบันมีเรื่องความคืบหน้า ในการดำเนินการตรวจสอบทั้งหมดอยู่นี้ อยู่ใน ป.ป.ช. นะครับ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ เงินทอนวัดทั้งหมด ๙๑ เรื่อง อยู่ในระหว่างการดำเนินการของ ป.ป.ช. ๕๘ เรื่อง ป.ป.ช. ดำเนินการแล้วเสร็จ ๓๒ เรื่อง ป.ป.ช. มีมติไม่รับดำเนินการ ๑ เรื่อง อยู่ระหว่าง การสอบสวนของกองปราบปราม ๒ เรื่อง บก.ปปป. ดำเนินการสอบสวนการดำเนินคดีแล้ว ๔๖ เรื่อง อยู่ระหว่างการสอบสวนของ ปปป. อีก ๖ เรื่อง ทั้งนี้ จากการสอบสวนของ ปปป. แล้วพบผู้กระทำความผิดทั้งหมด ๓๔ คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ ๑๕ คน พระ ๑๑ รูป ประชาชน ๘ คน วงเงินทุจริตทั้งหมด ๓๕๑,๗๐๐,๖๓๕ บาท ตอนนี้ก็อยู่ในการยึดทรัพย์มาได้แล้ว ๒๒๘ ล้านบาท ก็แบ่งเป็นเงินอุดหนุนการศึกษาพระ ปริยัติธรรม ๑๑๕ ล้านบาท เงินอุดหนุนส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนาอีก ๑๒๗ ล้านบาท แล้วก็เงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์อีก ๑๐๘ ล้านบาท ตอนนี้กำลังดำเนินคดีอยู่ พอดี ผมเพิ่งมารับตำแหน่ง ผมเลยไม่ทราบว่าวัดที่เหลือนี้อย่างไร แต่ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมก็เป็นห่วงเหมือนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็จะรีบดำเนินการไปเช็ก (Check) ดูว่าทำไม วัดที่เหลือที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านได้เรียนมาว่ายังไม่ได้ดำเนินการคดีหรืออย่างไร แต่อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่ผมเรียนให้ทราบอาจจะอยู่ในนี้ที่ผมเรียนแล้วนะครับ อาจจะเป็น เรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยังไม่เปิดเผยในเบื้องต้น ผมขอตอบแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง : เชิญท่านนิยมครับ คำถามที่ ๒ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านเทวัญ ที่ท่าน บอกว่าท่านบวชที่วัดสระเกศ คำถามต่อไปนี้จะอยู่ในวัดสระเกศครับ เงินก้อนนี้ผมจะบอกว่า ผมไม่ได้พูดถึงก้อนอื่น ผมจะพูดถึงแค่ ๒ ก้อน ก้อนแรกเมื่อสักครู่นี้ผ่านไปแล้ว เงินก้อนที่ ๒ ซึ่งผมจะพูดถึง ๗๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าเงินก้อนที่ ๒ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีบันทึกเป็นหนังสือเรียบร้อย ผมเตรียมมา ผมจะมอบให้ท่านประธาน ผมจะพูดถึงแต่ จำนวนเงิน ส่วนรายละเอียดผมจะมอบทีหลัง หลังจากผมถามเสร็จแล้ว เงินก้อนนี้ฟังให้ดี นะครับท่านรัฐมนตรี เป็นเงินที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยสำนักงบประมาณนี้ จัดสรรให้ ๔ หน่วยงาน หน่วยงานแรกซึ่งผิด พ.ร.บ. งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ เลย หน่วยงานแรกที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ ป.ป.ช. รับไป ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากสำนัก พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก้อนที่ ๒ ก้อนนี้ก็แบ่งมาคำสั่งเดียวกัน ให้สำนักงานส่งเสริม คุณธรรมและจริยธรรม ชื่อยาว แต่ผมเอาแค่นี้ สำนักงานนี้อยู่ที่วัดสระเกศ แต่งตั้งขึ้นโดย คณะมหาเถรสมาคม โดยข้อบังคับข้อกฎหมาย พระที่เป็นเจ้าอาวาส คือท่านเจ้าคุณเป็น ผู้บังคับบัญชาในสำนักงานนี้ สำนักงานนี้ได้รับเงินเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา พัฒนา บุคลากรรวมทั้งพระทั้งโยมด้วยส่งไปต่างประเทศด้วย ใช้เงินงวดนี้ ๒๐,๙๕๐,๐๐๐ บาท สำนักงานที่ ๓ ได้รับงบประมาณเหมือนกันจากสำนักพระพุทธศาสนา คือสำนักงาน ศาลยุติธรรม มีหลักฐานชัดเจนรับไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท สำนักงานอัยการสูงสุดรับเงินไป จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเหมือนกันไปอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมจึงเกิดความ สงสัยต้องถามเป็นข้อที่ ๒ สั้น ๆ ผมไม่ได้พูดยาวให้เป็นประเด็นว่า สำนักงานเหล่านี้ยังมีสิทธิ รับเงินจากสำนักงานพระพุทธศาสนาด้วยหรือ วัดสระเกศไม่ใช่เงินวัดสระเกศ แล้วที่ท่าน ฟ้องท่านเจ้าคุณวัดสระเกศอยู่ทุกวันนี้ ฟ้องบอกว่ารับเงินเอาเงินของสำนักงานปริยัติธรรมไป ใช้มีความผิดเป็นคดีฟอกเงิน แต่ความจริงเป็นเงินส่งเสริมพระพุทธศาสนาส่งไปยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกาอะไรนั่น ส่งไปภาคใต้ ภาคเหนือ พระเหล่านี้ต้องได้รับการฝึกอบรม ด้วยเงินก้อนนี้ ท่านฟ้องก็ผิดแล้วครับ บอกเงินส่งเสริมปริยัติธรรมไม่ใช่ครับ ผมจึง กราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีเทวัญว่าเงินเหล่านี้ไปจากก้อนเดียวกัน แต่วัดสระเกศ โดนเลย วันนี้ผมจะพูดต่อไปเป็นข้อที่ ๓ อยู่ แต่เอาข้อที่ ๒ เสียก่อนว่าแล้วทำไมจึงดำเนินคดี แต่เฉพาะวัดสระเกศ
ท่านนิยมครับ ท่านถามให้ครบเลยนะครับ ท่านมีสิทธิที่จะถามได้ ๒ คำถามครับ
ครบเลยใช่ไหมครับ อันนี้ข้อที่ ๒ นะครับ ว่าทำไมจึงดำเนินแต่วัดสระเกศ ข้อที่ ๓ เนื่องจากพระ ผมไม่ถามเรื่องเงิน แต่เรื่องเดียวกันนี้ ละในเรื่องคดีเงินทอนว่า พระที่ท่านจับสึกไปแล้วอะไรแล้ว แล้วรวมถึงพระพรหมเมธีที่อยู่ ประเทศเยอรมันท่านไปโดยโจรภัยไม่ได้หนีคดี แล้วตำรวจใหญ่ก็ตามไปทัน แต่ไม่ได้กลับมา แต่วันนี้ท่านพร้อมจะมารับมอบตัวสู้คดี เพียงแต่ว่าอยากถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะมีความ ปลอดภัยขนาดไหน มาแล้วถูกจับสึกไหม หรือต้องให้ท่านสู้ในกระบวนการของศาล เพราะ พระผู้ใหญ่เป็นถึงพระพรหมในทางพระพุทธศาสนาถือว่าตำแหน่งหิรัญบัฏนะครับ พระพวกนี้ รองสมเด็จพร้อมจะขึ้นสังฆราช แต่ท่านทำพระพวกนี้ เพราะฉะนั้นความมั่นคงยาก ที่สำคัญ พระพวกนี้ยังเป็นพระอยู่ครับ เพราะท่านจับกุมไปยัดเข้าห้องขัง เขาบอกเป็นระเบียบ กรมราชทัณฑ์ต้องเปลี่ยนเป็นชุดขาว เอาชุดไตรจีวรออก พระพวกนี้ยังไม่ได้กล่าววาจาสึก ยังเป็นพระอยู่ เพราะถ้ากล่าววาจาสึกพระพวกนี้ต้องกล่าวคำว่า สิกขัง ปัจจักขามิ คิหีติ มัง ธาเรถะ ต่อหน้าพระอุปัชฌาย์ถึงจะสึกเป็นฆราวาส จึงเป็นคำถามข้อที่ ๓ ว่าพระ กลุ่มพวกนี้จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหรือไม่ เพราะวันนี้พอกลับมาใส่ชุดเหลือง ไตรจีวรอีกครั้ง มาวันนี้มีตำรวจไปบีบไปคั้นบอกจะจับอีกครั้งหนึ่งในฐานะแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ จึงกราบเรียนถามไปยังรัฐมนตรี ความปลอดภัยความเป็นพระจะยังมีอยู่หรือไม่หรืออย่างไร หรือจะจับกุมกันต่อไป เอากันจนหัวกุดหัวขาดท่านประธาน เป็นคำถามข้อที่ ๓ ครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม เทวัญ ลิปตพัลลภ ผมตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนิยม เวชกามา
เรื่องแรก ท่านบอกว่ามีหลายหน่วยงานที่ได้รับเงินสนับสนุนจากทาง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็นศาลอุทธรณ์ อัยการสูงสุด อันนี้พอดีมันเป็นเรื่องของงบประมาณของปีก่อน ๆ ผมจะรับเรื่องนี้ไว้แล้วผมจะแจ้งไปถึง ท่านประธานนะครับว่าเหตุใดทางสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติถึงจัดสรรงบประมาณไปให้ สำนักงานที่ผมกล่าวมาแล้วทั้งหมดนะครับ
ส่วนที่ท่านบอกว่าถ้าท่านพรหมเมธี ท่านจะกลับมาสู้คดีที่เมืองไทยนะครับ ท่านบอกว่าความปลอดภัยทางเราจะรับผิดชอบได้ขนาดไหน ผมก็ยืนยันนะครับว่าถ้าท่าน กลับมาสู้คดีแล้วท่านก็จะได้รับความปลอดภัยเหมือนกับพระทุกรูป เหมือนกับประชาชน คนไทยที่ท่านกลับมาสู้คดี แล้วผมก็ยืนยันเลยครับว่าในฐานะที่ผมกำกับดูแลสำนักงาน พุทธศาสนาแห่งชาติก็จะดูแลท่านเป็นพิเศษถ้าท่านยินดีที่จะกลับมาสู้คดี ผมยินดีที่จะไปรับ ท่านที่สนามบินเลยครับ ก็ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมท่านสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนท่านบอกว่ามีตั้งหลายวัดที่ได้รับเงินอุดหนุนจากทางสำนักงาน พุทธศาสนาแห่งชาติแต่ทำไมดำเนินคดีเฉพาะที่วัดสระเกศ ผมเรียนท่านในเบื้องต้นไปแล้ว ขณะนี้ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ ๙๑ เรื่อง แล้วก็อยู่ระหว่างดำเนินคดีของ ป.ป.ช. ๕๘ เรื่อง แล้วก็มี ป.ป.ช. ดำเนินการแล้วเสร็จ ๓๒ เรื่อง แล้วก็ ป.ป.ป. ก็ดำเนินการอีก ๔๖ เรื่อง ฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่าวัดที่เหลือจะอยู่ในรายการนี้หรือเปล่า อาจจะเป็นเรื่องของ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยังไม่เปิดเผย ก็อาจจะมีเงินทอนวัดอีกต่อ ๆ ไปหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ แต่ผมรับที่จะไปตรวจสอบให้ท่านแล้วจะรีบตอบกลับมาให้ถึงท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านนิยม ยังมีอะไรข้องใจอยู่ไหมครับ เอาสั้น ๆ
ผมไม่ถามแล้วครับ ผมถามครบแล้ว เพียงแต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม เวชกามา
ท่านถาม เสร็จแล้ว รัฐมนตรีก็ตอบจบแล้ว ก็ถือว่าจบกระบวนการ
ผมก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่เมื่อสักครู่นี้ บอกว่าถ้าหากพระผู้ใหญ่ผม พระพรหมเมธีจะกลับมาจากเยอรมันท่านจะไปรับสนามบิน แล้วไม่ได้ยัดเข้าห้องขังอีก แล้วก็ฝากพระที่อยู่ในระหว่างประกันตัว เขาจะกลับมาครองจีวร ผ้าไตรอีกน่าจะทำได้ เพราะศาลก็สั่ง ก็ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่าไปดูกวดขันหน่อย อย่าให้ ตำรวจไปรบกวนไปเฝ้าไปอะไรเขา เตรียมจับเพราะใส่ข้อหาใหม่ เลียนแบบสงฆ์ ขอบคุณ มากครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ
ขอบคุณ ท่านนิยมครับ ก็รีบไปนิมนต์ท่านกลับมาจะได้จบ ๆ กัน ท่านสมาชิกครับต่อไปเป็น ระเบียบวาระที่ ๑.๒.๓ นะครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๒๔ เรื่องปัญหาสิทธิในการรักษาพยาบาลของครู เอกชนที่ด้อยกว่ากองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกองทุนประกันสังคม (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือถึงแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้เป็นเรื่อง เกี่ยวกับงานในหน้าที่ของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงขอมอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คือท่านรัฐมนตรี กนกวรรณ วิลาวัลย์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนท่าน ขอเชิญท่านวิโรจน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ปัญหาที่ผมนำมาตั้งเป็นกระทู้ในวันนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับครูในโรงเรียนเอกชนซึ่งมีอยู่ จำนวนไม่น้อย มีอยู่ประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคน ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคนนี่นะครับ ดูแลเด็กอยู่ ถึง ๒ ล้านเศษ โดยหลักการก่อนครับ ถ้าพูดถึงเรื่องสวัสดิการการรักษาพยาบาล ไม่ควรจะมีวิชาชีพใดที่มีสิทธิแล้วก็สวัสดิการในการรักษาพยาบาลต่ำกว่าสิทธิของ ประกันสังคม ซึ่งคุ้มครองลูกจ้างทุกสาขาวิชาชีพ หรืออย่างน้อย ๆ ก็ต้องไม่ด้อยกว่าสิทธิตาม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือที่เราเรียกว่า บัตรทองนี่นะครับ ที่ประชาชนคนไทยทุกคนมี สิทธิ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับครูโรงเรียนเอกชนครับ ปัญหามีอยู่ว่า สวัสดิการการรักษาพยาบาล ของครูเอกชนในทุกวันนี้ถูกกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชนกำหนดเพดานในการเบิก ค่ารักษาพยาบาลไว้อยู่ที่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี ฟังดูผิวเผินนะครับว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคนต่อปี ดูแล้วเหมือนไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าเกิดชีวิตครูคนนั้นประสบกับอุบัติเหตุฉกรรจ์ หรือต้องป่วยเป็นโรคร้ายแรงหรือเรื้อรัง ๑๐๐,๐๐๐ บาท เอาไม่อยู่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่พอ นะครับ ถ้าท่านตามข่าวดูจะพบว่า ครูหลายท่านเป็นหนี้เป็นสิน ขายบ้าน ขายรถ ขายทรัพย์สิน เพื่อเอามารักษาชีวิตรอด และนี่ก็คือปัญหาของเขาครับ
ต่อมาภายหลังมีการอนุมัติให้เบิกวงเงินเพิ่มได้ ดูเหมือนจะดีใช่ไหมครับ แต่วงเงินที่ให้จุ๋มจิ๋มมาก ๑๒,๕๐๐ บาท ๑๒,๕๐๐ บาทนี่อย่าเรียกว่า รักษาชีวิตรอดเลย ผมเรียกว่า เอาไว้ต่อลมหายใจยื้อชีวิตรอญาติดีกว่า และหนำซ้ำไม่ใช่ว่า ๑๒,๕๐๐ บาท แล้วได้เลยนะครับต้องจำกัดโรคที่เขาจะเบิกได้อีก ๓ โรคเท่านั้น คือโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต ถ้าเกิดครูคนนั้นป่วยด้วยโรคหลอดเลือดทางสมอง หรือโรคทางพันธุกรรมใด ๆ หรือโรคอื่นใดที่ไม่ใช่ ๓ โรคนี้เขาเบิกไม่ได้เลย นอกจากนี้เรื่องวงเงินนี่คือปัญหาแรก เรื่องระเบียบปฏิบัติก็เป็นปัญหาอีก ครูเอกชนถ้าจะไปรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยนอก คือไม่นอนโรงพยาบาล ผมคิดว่าทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ทราบดี ว่าต้องรักษาในโรงพยาบาลของรัฐหรือสถานบริการของทางราชการเท่านั้น นี่ก็เป็นข้อจำกัด อีกนะครับ จะไปเอกชนก็ไม่ได้ ครั้นเป็นผู้ป่วยในต้องนอนโรงพยาบาล สิทธิในการเบิก ก็ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคม เศรษฐกิจเลยครับ ค่าห้อง ๖๐๐ บาทต่อวัน เบิกได้ ๑๓ วัน อยากจะนอนห้องพิเศษไม่ใช่ว่านอนได้เลยนะครับ ต้องมีคณะกรรมการการแพทย์รับรอง ถึงจะนอนได้อีก ห้องพิเศษท่านคิดว่าเท่าไรครับ ๑,๐๐๐ บาท ผมไม่อยากจะคำนวณว่าเงิน ๖๐๐ บาท หรือ ๑,๐๐๐ บาท ซื้อข้าวเหนียวได้กี่ห่อ เพราะวันนี้ข้าวเหนียวก็แพงเต็มทนแล้ว คือมันไม่พอจริง ๆ ครับ หนำซ้ำนะครับ สมมุติว่าผมตัดปัญหาเลย ผมเป็นครู ผมบอกว่า ผมอยู่โรงพยาบาลรัฐบาลนี่ละ ปรากฏว่าผมจะเข้าโรงพยาบาลผมต้องไปขอหนังสือรับรอง สิทธิที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดก่อนนะครับ คือโดยธรรมชาติขอไม่ทันอยู่แล้ว ทำอย่างไรครับ ครูก็ต้องไปเข้ารักษาพยาบาลแล้วก็สำรองจ่ายไปก่อน เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ว่าครูโรงเรียนเอกชน สิทธิการรักษาพยาบาลนี้ต่ำกว่าบัตรทอง ไม่มีใครรู้นะ น้อยคนนักที่จะรู้ แล้วเข้า รักษาพยาบาลต้องออกเงินไปก่อน เงินเดือนก็น้อยไม่ใช่เงินเดือนมากนะครับ แล้วกว่าจะเบิก ได้ท่านถามดูว่ารอนานขนาดไหน และนี่คือปัญหา ถ้าเทียบสวัสดิการของครูโรงเรียนเอกชน ที่ได้รับอยู่ในทุกวันนี้เทียบกับลูกจ้าง พนักงานอื่น ๆ ที่ประกอบอาชีพอื่นที่มีสิทธิประกันสังคม ด้อยกว่ามาก ไม่ต้องไปเทียบกับลูกจ้างครับ เทียบกับประชาชนคนไทยมนุษย์ที่เกิดมาได้รับ สัญชาติไทยที่มีบัตรทองมีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ยังด้อยกว่า เราไม่เชื่อครับ เราแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า เราปล่อยให้ครูที่มีหน้าที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ต้องได้รับ สวัสดิการที่เหลื่อมล้ำอย่างนี้มาได้อย่างไร แล้วเป็นอย่างนี้มานานแล้วได้อย่างไร ทีนี้พอทุกคนรู้ครับ คนที่เคยทำงานเอกชนมาก่อน อยู่ในกองทุนประกันสังคมมาก่อน พอมา เป็นครูเอกชน บอกว่าโอเคผมไม่เชื่อมั่นแล้วกองทุนสงเคราะห์ครูจะดูแลชีวิตผมได้ อยากจะทำ ประกันตนเองต่อตามมาตรา ๓๙ ของกองทุนประกันสังคม ก็ทำไม่ได้อีก กีดกัน ทำไม่ได้อีก ต้องอยู่ในกองทุนสงเคราะห์ครูเท่านั้น ทีนี้ชีวิตไม่มีทางเลือกครับ เกิดเจ็บป่วย ชีวิตเกิดโชคร้าย เบิกค่ารักษาพยาบาลครบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อไร ทำอย่างไรครับ ขายบ้าน ขายรถ เป็นหนี้ เป็นสิน ชีวิตนี้ไม่แตกต่างจากเพลงของพี่เบิร์ดนะครับ คือคนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง ไม่มี ทางรอดครับ สุดท้ายทางรอดเหลือทางเดียวครับท่านประธาน คือลาออกจากความเป็นครู ทิ้งอาชีพที่เขาศรัทธา เพื่ออะไรรู้ไหมครับ ลาออกจากความเป็นครูเสร็จ ถึงจะได้สิทธิของ ประชาชนคนที่ป่วยคนหนึ่งแล้วได้บัตรทองเพื่อไปรักษาชีวิตให้รอด นี่คือข้อเท็จจริงครับ จนครูจำนวนไม่น้อยคิดว่าเงื่อนไขแบบนี้จงใจบีบให้ครูเอกชนที่เจ็บป่วยกลายเป็นผู้ที่หมด ประโยชน์แล้วต้องรีบบีบให้ออก เพื่อไม่ให้เป็นภาระของกองทุนสงเคราะห์ครู เพราะเขาไม่มี ทางเลือก สุดท้ายเขาต้องใช้บัตรทอง หลายคนที่ต้องผ่าตัดหัวใจต้องลาออกจากความเป็นครู แล้วใช้สิทธิบัตรทองในการผ่าตัดหัวใจ นี่คือสภาวะที่เกิดขึ้นจริง ถ้าท่านตามดูในเว็บไซต์หลาย เคส (Case) หลายกรณี ค่ารักษาพยาบาล ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ต้องลาออกจาก ความเป็นครูสถานเดียว ปัญหาดังกล่าวนี้ที่ผมเล่ามานี่นะครับ ผมไล่เรียงมาก่อนจะเข้า คำถาม มันเรื้อรังมานานครับ จากเดิมที่เป็นปัญหามันเริ่มกลายเป็นความเดือดร้อน พอเดือดร้อนหนักเข้ามันเริ่มเป็นความคับแค้น แล้วพอความคับแค้นสะสมนาน ๆ เข้า วันนี้ มันเศร้ากว่านั้นครับ เพราะไม่รู้จะแค้นไปทำไม มันกลายเป็นความสิ้นหวังของครูไปแล้ว ครูเอกชนก็ต้องทำอย่างไรครับ ต้องหาทางดิ้นรนไปเปลี่ยนอาชีพให้ได้ เด็ก ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนนะครับ ที่ครูเอกชนเหล่านี้รับอยู่ ปัญหานี้มีความพยายามในการแก้ปัญหามาแล้วมา อย่างยาวนาน ผมขอเท้าความตั้งแต่สมัยอดีตรัฐมนตรีคุณหมอธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ก็เคยมอบหมายให้กับ สช. หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชนไปหารือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. อยู่ ๒ ครั้ง เป็นอย่างน้อย ครั้งแรกวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๒ และอีกครั้งหนึ่งคือวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๐ แล้วก็วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๒ แต่ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ รับปากไว้สุดท้ายก็เงียบนะครับ แต่เป็นเรื่องที่โชคดีครับที่เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม วันนี้ผมดีใจมากที่เจอท่านรัฐมนตรีช่วยตัวเป็น ๆ เลยนะครับ วันที่ ๑ สิงหาคม ผมตามท่านมาโดยตลอดเลยครับ ท่านลงพื้นที่ที่เขตบางนา ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง และท่านรับปากด้วยนะครับว่าจะดูแลสวัสดิการของครูเอกชน ให้ดีกว่านี้ ให้เขามีความมั่นคงในชีวิต วันนี้เลยเป็นโอกาสดีที่ผมจะตั้งกระทู้ถามท่านเป็นข้อที่ ๑ ครับ ท่านมีแนวทางอย่างไรครับที่เป็นรูปธรรมในการที่จะปรับปรุงสวัสดิการ การรักษาพยาบาลของครูเอกชนให้ดีกว่าที่เป็นอยู่และมีความเท่าเทียม และมีกำหนด เสร็จหรือไม่ มีกรอบเวลาที่ชัดเจนหรือไม่ ที่ทำให้ครูเอกชนทั่วประเทศที่กำลังรับฟังอยู่นี้ มีความมั่นใจว่าปัญหานี้จะยุติเสียทีในรัฐบาลชุดนี้ คำถามข้อที่ ๑ ครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ดิฉันได้รับมอบอำนาจจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นผู้ปฏิบัติ ราชการและบริหารราชการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนหรือ สช. ซึ่งถ้านับกันคร่าว ๆ ก็เป็นระยะเวลาไม่ถึง ๒ เดือนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่นี้ แล้วก็ขออนุญาต ที่จะกราบเรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นให้ความสำคัญกับทุก ๆ ปัญหาไม่ว่าจะเป็นคุณครู เอกชน ไม่ว่าจะเป็นคุณครูของรัฐบาล เราคิดเสมอว่าคุณครูนั้นคือบุคคลที่สำคัญของ ประเทศชาติ เป็นผู้ที่จะสร้าง เป็นผู้ที่จะเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง แล้วก็สร้าง ความสำคัญที่จะวางรากฐานในด้านการศึกษาให้กับสังคมให้กับประเทศของเรา ดังนั้นอย่างที่ กราบเรียนวันนี้ดิฉันจึงรับหน้าที่มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ในโอกาสนี้ก็ต้องขอแสดงความยินดี กับพี่น้องครูเอกชนทั้งประเทศไทยที่มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาต ที่จะเอ่ยนามนะคะ ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้มีความห่วงใย ซึ่งกราบเรียนต่อไปเพิ่มเติม มากกว่านั้นในการที่ลงพื้นที่ของดิฉันตั้งแต่วันรับตำแหน่งไปในหลาย ๆ จังหวัดในพื้นที่ กทม. อย่างเขตบางนาที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้กรุณากล่าวถึง ดิฉันได้ไปใน หลาย ๆ จังหวัดหลาย ๆ ภาคของประเทศไทยได้ไปพบปะหลาย ๆ สมาคมไม่ว่าจะเป็นของ สมาคมคาทอลิกก็ดีที่มีการประชุมครูเอกชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องมาถึง ๔๙ ปี มาประชุม กัน ๔๐๐ กว่าโรงเรียน แล้วก็หลาย ๆ ภาคของประเทศไทย มากไปกว่านั้นก็ยังได้รับเกียรติ ได้รับความกรุณาจากสมาชิกวุฒิสภาหลาย ๆ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากทุก ๆ พรรคการเมืองได้ไปให้ข้อแนะนำ ซึ่งดิฉันยินดีเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นที่ กระทรวงศึกษาธิการก็ดี พบปะกันที่ไหนก็ดี ก็มีความห่วงใยในคุณครูเอกชนก็ต้อง ถือว่าคุณครูเอกชนนั้นมีความสำคัญกับสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านในประเด็นคำถาม ที่ท่านได้ถามดิฉันก็จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาอย่างนี้นะคะเพื่อที่จะให้ทราบ โดยทั่วกัน กองทุนสงเคราะห์นี้เป็นกองทุนที่ตามพระราชบัญญัติของโรงเรียนเอกชน ที่กำหนดให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ต่อไปดิฉันจะใช้คำพูดว่าครูเท่านั้นเพื่อที่จะเป็น การสั้น ๆ แต่เราเข้าใจในความหมายเดียวกันว่าเรารักครูเหมือนกันนะคะ ต้องใช้สิทธิ ค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนสงเคราะห์ โดยจ่ายเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ ซึ่งจะประกอบ ไปด้วย ๑. คุณครูจะเป็นผู้จ่ายเงิน ๓ เปอร์เซ็นต์ โรงเรียนจะสมทบให้ ๓ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลจะ สมทบให้ ๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในช่วงเวลานี้มีคุณครูที่เป็นสมาชิกและมีสิทธิ และนำส่งเงินสมทบ อยู่ที่ประมาณ ๑๑๔,๐๐๐ คน และมีโรงเรียนที่มีสิทธิและนำส่งเงินสมทบอยู่ที่จำนวน ๔,๔๑๔ โรงเรียน รายรับของกองทุนสงเคราะห์ก็คืออย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนก็คือจะเป็น ส่วนเงินสะสมของคุณครู ส่วนเงินสะสมของโรงเรียนเอกชนนำสมทบ และส่วนเงินสะสมที่ เป็นส่วนของรัฐบาล ๖ เปอร์เซ็นต์ ทุกท่านคะ เงินตรงนี้กองทุนนี้มีข้อระบุชัดเจนตาม กฎหมายสามารถที่จะใช้ได้เพียงดอกผลเท่านั้น ไม่สามารถที่จะนำเงินต้นมาใช้ได้ ถ้าเรามองเราได้เห็นอะไรเมื่อมันเป็นดอกผล แล้วหลายปีที่ผ่านมาเราก็เห็นแล้วรับรู้ได้ว่า สภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างไร การที่กองทุนจะต้องนำเงินไปลงทุน ไปฝาก
ในส่วนของประเด็นต่อไปที่ท่านได้ถามนั้น ต้องเรียนว่าเราก็ให้ความสำคัญ แล้วก็นำเรียนว่าดิฉันเองเมื่อได้รับฟังปัญหาก็ได้มีการประชุมหารือและหาวิธีการทุกอย่างที่ จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับครูเอกชนโดยร่วมกันกับ สช. คณะกรรมการกองทุน ซึ่งประกอบไปด้วยบุคคลหลายฝ่ายนะคะ ในข่ายนี้ต้องเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ด้วย พวกเราทุกคนมีความห่วงใยและต้องคำนึงถึงความยั่งยืน ของการบริหารกองทุน และความยั่งยืนของกองทุนที่จะดูแลครูเอกชนต่อไปในอนาคต จึงเป็นข้อที่จะต้องสังเกตถึงในเรื่องของงบประมาณแผ่นดินด้วยเพื่อที่จะให้สอดคล้อง และเกิดประโยชน์สูงสุดกับครูเอกชนนะคะ จึงได้มานำสิ่งเหล่านี้มานำเสนอแล้วดิฉันก็ให้นโยบายไปกับ สช. คณะกรรมการกองทุน โดยเน้นย้ำว่าจะต้องคำนึงถึงสิทธิประโยชน์ของครูเอกชนที่จะได้รับและขวัญกำลังใจและต้อง เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง แล้วให้คำนึงถึงการจัดมา การหามา ซึ่งรายได้จะมาในทางใด แล้วข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องและก็ตามข่าวที่ท่านได้ยินนะคะ ก็คือว่าจาก ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อคน ต่อปี เป็น ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อคน ต่อปี และจะเริ่ม บังคับใช้วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ขอกราบเรียนต่อในกระทู้ถามหนึ่งตามนี้ด้วยความเคารพ ขอบคุณค่ะ
เชิญ ท่านวิโรจน์ ท่านได้อีก ๑ คำถามนะครับ เชิญครับ
ครับ ก็จริง ๆ นะครับ เรื่องการเอาดอกผลนี่นะครับ ของกองทุนมาจ่ายสวัสดิการให้กับครู ผมแจ้งให้ทราบก่อนทุกท่าน ต้องทราบก่อนว่าสินทรัพย์นี่นะครับ ของกองทุนวันนี้มากกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเป็น สินทรัพย์หมุนเวียนนี่ ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท คือประมาณนี้บวกลบประมาณนี้ ต้องตั้ง คำถามว่า คณะกรรมการที่บริหารกองทุนนี้คิดค่าบริหารจัดการเท่าไร แล้วขีดความสามารถ ในการบริหารดอกผลจากเงิน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ซึ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ได้เท่าไร ผมทราบมาว่าดอกผลที่บริหารได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ที่ควรจะเป็นจริงหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นนั่นเท่ากับว่าเรากำลังเอาความด้อยประสิทธิภาพ ในการบริหารดอกผลของกองทุนนี้มาให้ครูเอกชน ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคนทั่วประเทศ เป็นแพะรับบาป เป็นผู้รับเคราะห์ ผมต้องการความชัดเจนตรงนี้ และสุดท้ายครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการครับ และระหว่างนี้ระยะสั้น ผมขอตั้งคำถามกับครูเอกชนที่กำลังจะเบิกครบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อสักครู่นี้ผมได้ยิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ผมดีใจขึ้นมานิดหนึ่งครับ แต่ความคับแค้น ยังดำรงอยู่ เหตุผลเพราะว่ามันเป็นสวัสดิการที่ไม่เท่าเทียมกันเลย เมื่อเทียบกับผู้ที่ประกอบ อาชีพอื่น ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการพูดดีครับว่า รักครูทุกคน ผมก็รักครับ แต่ถ้าจะรักจริง ๆ เขาต้องมีความเท่าเทียมเมื่อเทียบกับวิชาชีพอื่น ที่ได้ประกันสังคมและ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เขาต้องได้สิทธิ เขาไม่เคยขอร้องที่ได้สิทธิพิเศษอะไร เขาขอได้ เท่ากับบัตรทองได้หรือไม่ ระยะสั้นกลับมาที่คำถาม ผมจูงกลับมานิดหนึ่งครับ สำหรับคน ครูที่เบิกเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทไปแล้ว หรือใกล้จะถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ท่านมีมาตรการ จะช่วยเขาได้อย่างไร จะให้เขาใช้สิทธิบัตรทองได้หรือไม่ โดยที่เขาไม่ต้องทิ้งอาชีพแห่งความฝัน ของเขา เขาไม่ต้องลาออกจากความเป็นครู และกลายเป็นประชาชนที่ป่วย ๑ คน ที่ต้องใช้ สิทธิบัตรทองนะครับ สุดท้ายผมย้ำนะครับ คำถามคือดอกผลเป็นเท่าไร เทียบกับตลาดแล้ว เป็นอย่างไร ถ้าต่ำกว่ามันไม่ยุติธรรมเลยที่ต้องให้ครูเอกชนต้องมารับเคราะห์จากการบริหาร ที่ด้อยประสิทธิภาพของกองทุนนี้และระยะสั้นสำหรับครูที่เบิกเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทไปแล้ว ให้เขาใช้สิทธิบัตรทองได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ มีมาตรการช่วยเหลือเขาอย่างไร ขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กนกวรรณ วิลาวัลย์ ขอขอบคุณนะคะ ในความห่วงใยของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติค่ะ ดิฉันขออนุญาตที่จะนำเรียนท่านประธานว่า การลงทุนของกองทุนสงเคราะห์นะคะ จะมีประเภทของการลงทุนดังต่อไปนี้ เงินฝาก สลาก ธนาคาร กองทุนตลาดเงิน หุ้นกู้ กองทุน อสังหาริมทรัพย์นะคะ ซึ่งในการลงทุนนี้ก็ต้องคำนึงถึงกรอบที่สามารถที่จะลงทุนได้ และที่สำคัญก็ต้องคำนึงถึงอัตราของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนะคะ ก็ต้องระมัดระวังที่จะต้องไม่ให้ เกิดความเสียหายในระยะยาว ซึ่งส่งผลกับสมาชิกที่สมทบกองทุนแล้วก็เงินของรัฐบาล และเงินของทุกภาคส่วนที่สมทบมากับกองทุนนี้ ขออนุญาตที่จะนำเรียนอย่างนี้ว่า ด้วยข้อจำกัดแล้วก็ด้วยกฎหมาย ถึงจะต้องขอพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องก็จะต้องขอเรียน ตอบท่านสมาชิกผ่านไปยังท่านประธานว่าด้วยข้อจำกัด เมื่อเป็นสมาชิกกองทุนแล้วก็จะต้อง ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ เงื่อนไขกระทรวงศึกษาธิการเอง กองทุนเอง ก็ยังไม่สามารถที่จะ ในระยะนี้ และประกอบกับต้องเรียนว่าก็เคยมีการสอบถามไปยังสมาชิกครูด้วย สมาชิกส่วนใหญ่ ก็มีความเห็นว่ายืนยันที่จะยังใช้กองทุนสงเคราะห์นี้อยู่ มองในภาพรวมเราก็ต้องฟังเสียง สมาชิกส่วนใหญ่ที่ได้สอบถามมาแล้ว มีความประสงค์แบบนี้ และด้วยประกอบกับข้อจำกัด ของกฎหมายด้วย ก็ต้องขอตอบอย่างนี้นะคะ
ส่วนผลตอบแทนในปัจจุบันนั้น ระยะสั้นก็คือ ๒.๔๕ เปอร์เซ็นต์ ระยะยาวก็คือ ๓.๒๘ เปอร์เซ็นต์ ตลาดโดยทั่วไประยะสั้น ๒ เปอร์เซ็นต์ ระยะยาว ๒.๕๐ เปอร์เซ็นต์ นำเรียนเพื่อให้ท่านสมาชิกผ่านไปยังท่านประธานนั้นได้ทราบว่า ผู้บริหารกองทุนก็ได้เข้ามา อย่างมืออาชีพนะคะ ซึ่งก็มีการคัดสรรกันมาตามระบบ แล้วก็เป็นผู้บริหารที่เคยผ่าน การทำงานธนาคารมาก่อนแล้วก็สามารถที่จะบริหารกองทุนแล้วทำให้เกิดผลประโยชน์สูงขึ้น กว่าเดิมด้วยนะคะ แล้วก็ทำให้มีผลประโยชน์มากพอที่สามารถที่จะคาดคะเนและตั้งตัวเลข ที่จะได้ ๑๕๐,๐๐๐ บาท แต่ก็ต้องกราบเรียนว่ามันก็จะเป็นรอบของตามระยะที่กองทุน ส่วนข้อเสนอแนะที่ท่านสมาชิกให้มา กระทรวงศึกษาธิการน้อมรับไปและจะพยายาม หาวิธีการที่จะทำขวัญกำลังใจให้คุณครูเอกชนทั้งประเทศได้รับอย่างเร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ขอขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ กระทู้ถามทั่วไปทั้ง ๓ กระทู้ ก็ได้รับการตอบชี้แจงจบเป็นที่เรียบร้อยนะครับ ผมต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีทุกท่านที่กรุณาให้เกียรติสภามาตอบชี้แจงกับทางสมาชิกของพวกเรา ระเบียบวาระต่อไปนะครับ
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ
ตรงนี้อยากจะเรียนท่านสมาชิกได้ทราบครับว่า กระทู้ถามแยกเฉพาะนั้น เป็นกระทู้ใหม่ที่ข้อบังคับการประชุมสภาเราได้กำหนดนะครับ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่เรากำลัง ร่างระเบียบเพื่อที่จะพิจารณาส่งให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราได้ให้ การรับรองแล้วก็นำมาปฏิบัติ ฉะนั้นในระหว่างนี้กระทู้แยกเฉพาะก็ยังไม่มีนะครับ
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ ผมมีเรื่องที่จะแจ้ง ต่อที่ประชุมนะครับ ซึ่งไม่ได้มีปรากฏในระเบียบวาระ คือรับทราบเรื่องขอให้ส่งความเห็นไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๗๓ เพื่อวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ ไม่เป็นไปตาม มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติ ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อให้สภาพิจารณา ซึ่งได้บรรจุระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๒๒ เนื่องจากได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยเห็นว่าพระราชกำหนดดังกล่าว มิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้รับแล้ว จะต้องส่งความเห็นของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยและจะต้องรอการพิจารณา พระราชกำหนดฉบับนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ก่อนที่ประชุม จะพิจารณาระเบียบวาระต่อไปนะครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ คือเรื่องการเลือกตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากคงใช้เวลาไม่มากนักนะครับ ประกอบกับเพื่อเป็นประโยชน์ในกิจการของ สภาผู้แทนราษฎรของพวกเราจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมขออนุญาตนำเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ
เลือกตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ....
ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๒๘ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๒๑๙ วรรคสอง บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจ ตราข้อบังคับเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ รวมถึงมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้เป็นไปตามประมวล จริยธรรมที่กำหนดขึ้น ทั้งนี้ ตามบทเฉพาะกาลแห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๙๐ วรรคสอง กำหนดว่าเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง ให้สภา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ ตามมาตรา ๑๒๘ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๒๑๙ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันประกาศใช้ข้อบังคับนี้นะครับ ภายใน ๓๐ วันก็จะครบกำหนด ๓๐ วัน คือวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๒ นะครับ ฉะนั้นผมจึงขอ ปรึกษาที่ประชุมว่า สมควรจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น เพื่อยกร่างข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... จะมีสมาชิก ท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกมีความเห็นเป็นอื่นนะครับ ผมขอเชิญสมาชิกกำหนดจำนวนกรรมาธิการและ ขอผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๕ คนนะครับ เชิญท่านสมาชิกครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการ ๓๙ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองครบ ถูกต้องนะครับ จะมีท่านสมาชิกท่านใดเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ก็ตามที่ท่านสมาชิกได้เสนอคือจำนวน ๓๙ ท่านนะครับ ท่านสมาชิกจำนวนกรรมาธิการวิสามัญ ๓๙ ท่านนะครับ ผมขอสัดส่วนของกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองด้วยครับ ต้องขออภัย ที่ประชุมนะครับ เจ้าหน้าที่ยื่นมาแล้วก็ไม่บอก เป็นว่าที่ประชุมกำหนดจำนวนกรรมาธิการ ๓๙ ท่าน ดังสัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองดังนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๑ คน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๙ คน พรรคอนาคตใหม่ จำนวน ๖ คน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๔ คน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พรรคพลังชาติไทย พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลังไทยรักไทย พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคประชานิยม พรรคครูไทย เพื่อประชาชน พรรคประชาธรรม พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลเมืองไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคพลังธรรมใหม่ จำนวน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย จำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญท่านสมาชิกเสนอรายชื่อ กรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ๑๑ ท่าน ๑. นายนิยม เวชกามา ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. นายนิรมิต สุจารี ๔. นางมนพร เจริญศรี ๕. นางผ่องศรี แซ่จึง ๖. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๗. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๘. นายทศพร เสรีรักษ์ ๙. นายสุรสาล ผาสุข ๑๐. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และ ๑๑. นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคพลังประชารัฐครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ด็อกเตอร์พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๙ ท่าน ๑. นายสันติ กีระนันทน์ ๒. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๓. นายภิญโญ นิโรจน์ ๔. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๕. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๖. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๗. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๘. นายสุชาติ อุสาหะ และ ๙. นายรงค์ บุญสวยขวัญ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคอนาคตใหม่นะครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ๒. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๓. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๔. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ๕. นายสมัคร ป้องวงษ์ และ ๖. นายฐิตินันท์ แสงนาค ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคต่อไปครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมในสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน ดังต่อไปนี้ครับ ๑. ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๒. ท่านอิสสระ สมชัย ๓. ท่านรังสิมา รอดรัศมี ๔. นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน ๑. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ๔. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญตัวแทนของพรรค หลาย ๆ พรรคที่ผมได้อ่านแล้วนะครับ ประหยัดเวลา เชิญครับ ใครจะเป็นตัวแทน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของจำนวน ๔ พรรค แล้วก็ ในส่วนของ ๑๐ พรรค จำนวน ๒ ท่านครับ ในลำดับแรกขออนุญาตได้เสนอในสัดส่วนของ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไทย และพรรครักษ์ผืนป่า ประเทศไทย จำนวน ๑ ท่าน ขอเสนอชื่อ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ขออนุญาตต่อเลยครับ ท่านประธาน แล้วก็ในสัดส่วนของ ๑๐ พรรค ซึ่งประกอบไปด้วย พรรคพลังชาติไทย พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลังไทยรักไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชานิยม พรรคประชาธรรม พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลเมืองไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ และ พรรคพลังธรรมใหม่ ได้แก่ชื่อ นายปรีดา บุญเพลิง ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม อนุรักษ์ จุรีมาศ สมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายนิกร จำนง ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคเสรีรวมไทยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนพร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญ พลตำรวจตรี อภิชัย ศรีโสภิต ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๓ จังหวัดนราธิวาส ขอเสนอรายชื่อ สัดส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... สัดส่วนของ ๔ พรรค คือพรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทยและพรรคประชาชาติ ขอเสนอ ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ๑. นายนิยม เวชกามา ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. นายนิรมิต สุจารี ๔. นางมนพร เจริญศรี ๕. นางผ่องศรี แซ่จึง ๖. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๗. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๘. นายทศพร เสรีรักษ์ ๙. นายสุรสาล ผาสุข ๑๐. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๑๑. นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ๑๒. นายสันติ กีระนันทน์ ๑๓. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๑๔. นายภิญโญ นิโรจน์ ๑๕. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๑๖. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๑๗. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๑๘. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๑๙. นายสุชาติ อุสาหะ ๒๐. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๒๑. นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ๒๒. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๒๓. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๒๔. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ๒๕. นายสมัคร ป้องวงษ์ ๒๖. นายฐิตินันท์ แสงนาค ๒๗. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๒๘. นายอิสสระ สมชัย ๒๙. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๓๐. นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ๓๑. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ๓๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓๓. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ๓๔. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๓๕. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ๓๖. นายปรีดา บุญเพลิง ๓๗. นายนิกร จำนง ๓๘. พลตำรวจตรี อภิชัย ศรีโสภิต ๓๙. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา
ครบตามจำนวน ๓๙ ท่าน ขอเชิญท่านสมาชิกกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาการยกร่างข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... เชิญเสนอครับ กำหนดระยะเวลา
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ด็อกเตอร์พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอระยะเวลาพิจารณา ๖๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอเป็นอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีก็กำหนดระยะเวลา ในการพิจารณายกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. .... เป็นกำหนดระยะเวลา ๖๐ วันนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบเรื่องข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับแล้ว
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... แล้วนั้น บัดนี้ ข้อบังคับการประชุมสภาดังกล่าว ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๑๖ ง ลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ แล้ว ดังนั้น ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ เป็นต้นไป จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๒ รับทราบวุฒิสภาเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติซึ่งสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบแล้วจำนวน ๒ เรื่อง
(๑) ร่างพระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. ....
(๒) ร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. ....
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุม ได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติ เห็นชอบแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๓ รับทราบเรื่อง ส่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ตรวจสอบ
ด้วยสำนักงานศาลปกครองได้ส่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งรายละเอียดระเบียบ ดังกล่าวสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดส่งให้ท่านสมาชิกได้ไปถึงท่านสมาชิก แล้วนะครับ ดังนั้นหากสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับระเบียบนี้ทั้งหมด หรือไม่เห็นด้วย บางส่วนนะครับ ก็ขอให้ท่านสมาชิกได้เสนอเป็นญัตติเพื่อให้สภาพิจารณาและมีมติภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๒ ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง เมื่อท่านสมาชิกท่านใด ไม่เห็นด้วยกับระเบียบนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ขอให้เสนอเป็นญัตติเพื่อให้สภาพิจารณา และมีมติภายใน ๓๐ วัน ๓๐ วันนี้ก็นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ซึ่งจะครบกำหนด ในวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๒ ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามในเรื่องระเบียบ ของที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๒ ไม่ทราบว่ามีท่านสมาชิกท่านใดยังติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดติดใจก็ขออนุญาตผ่านเรื่องนี้ไป เมื่อไม่มีท่านผู้ใดติดใจก็ต้องขออนุญาต ผ่านไป ท่านสมาชิกครับ ก็เข้าสู่ระเบียบวาระ
๒.๔ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐
ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๒๒ (๘) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งรายละเอียดของรายงานประจำปีดังกล่าว สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่ง ให้ท่านสมาชิกไปแล้วนั้น ก็คิดว่าท่านสมาชิกก็คงได้เปิดอ่านกันแล้ว ท่านสมาชิกมีประเด็น ปัญหาติดใจที่จะซักถามเกี่ยวกับรายงานประจำปีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีท่านสมาชิกได้ส่งรายชื่อมาถึงเจ้าหน้าที่แล้วตอนนี้มีทั้งหมด ๑๑ ท่าน ผมขออนุญาตเรียงตามที่เจ้าหน้าที่ได้เสนอมาเพื่อที่จะได้ไม่สับสน ขอเชิญผู้แทน ของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เข้าชี้แจงในที่ประชุมท่านที่ ๑ พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านที่ ๒ ท่านดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ ขออภัยที่ประชุมนะครับ ท่านเปลี่ยนตัวบุคคล ลำดับที่ ๒ พันตำรวจตรี ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักด์ ท่านที่ ๓ นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านที่ ๔ นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านที่ ๕ นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านที่ ๖ นายไพบูลย์ เหล็กพรหม รองเลขาธิการคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ท่านที่ ๗ นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมือง และการเลือกตั้ง ท่านที่ ๘ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย และคดี ท่านที่ ๙ นายสาโรชไพเราะ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ท่านที่ ๑๐ นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ๑ ท่านที่ ๑๑ นายสมพล พรผล ผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมือง วันนี้ทางตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาเต็มเลยนะครับ เพื่อที่จะได้ชี้แจงท่านสมาชิกของพวกเราที่จะสอบถามต่อไป ท่านสมาชิกครับ ตอนนี้ผมได้รายชื่อท่านสมาชิกที่มีความสนใจอยากจะสอบถามในการดำเนินงานของ กกต. ในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ฉะนั้นจากนี้ไปผมก็ขอเรียนเชิญท่านสมาชิกได้อภิปรายกัน ๔ ท่านแรก ขออนุญาตแจ้งล่วงหน้านะครับ ๑. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ๒. นายนริศ ขำนุรักษ์ ๓. นายรังสิมันต์ โรม ๔. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญท่านพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่วันนี้ท่านอุตส่าห์มากันมากมายหลายสิบท่าน ก็ขอบพระคุณนะครับ วันนี้เราก็เข้าสู่ เดือนกันยายนของปี ๒๕๖๒ นะครับท่านประธาน แต่ก็เป็นเรื่องที่เป็นคำถามไปถึง ท่านประธานผ่านไปยังทาง กกต. นะครับว่าเพราะเหตุใดวันนี้เราถึงยังเป็นการพิจารณาถึง ผลการปฏิบัติงานของปี ๒๕๖๐ อยู่ ซึ่งเป็นความล่าช้าที่ปรากฏขึ้น จริง ๆ แล้ววันนี้เราน่า ที่จะมาพิจารณาผลการปฏิบัติงานของปี ๒๕๖๑ ซึ่งผมก็ได้เห็นรายงานดังกล่าวปรากฏอยู่ บนเว็บไซต์ของ กกต. แล้ว ก็อยากที่จะให้ทาง กกต. ได้พยายามทำให้มันรวดเร็วยิ่งขึ้นนะครับ เพื่อเราจะได้มีการพิจารณากันทันท่วงทีนะครับ ในส่วนของรายงานเล่มนี้ผมก็ได้ใช้เวลา ดูทั้งเล่มแล้วก็ศึกษาทั้งหมดแล้วก็รับทราบดีครับว่าวันนี้เราจะมาพูดคุยกันในส่วนของปี ๒๕๖๐ ไม่ใช่ปี ๒๕๖๒ หรือการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมานะครับ ดังนั้นผมก็จะพยายาม ที่จะให้กรอบการอภิปรายของผมอยู่ในเนื้อหาของรายงานฉบับนี้ เมื่อดูเข้าไปครับ ท่านประธาน เราดูในงบการเงินที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้โดยเฉพาะในส่วนของรายจ่าย และรายรับในผลการดำเนินงาน ผมพบอย่างนี้ครับ ผมพบว่าตามรายงานหน้า ๑๒๓ งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน พบว่า กกต. มีรายจ่ายที่มากกว่างบประมาณที่ได้รับ จัดสรรไว้ในปี ๒๕๖๐ นี้ ๓๔๐ ล้านบาท เมื่อดูลึกลงไปครับปรากฏว่าเป็นงบค่าใช้จ่าย ในส่วนของบุคลากรที่มากกว่างบที่จัดสรรไว้ถึง ๓๐๐ ล้านบาทครับ ผมก็ดูย้อนหลังไปครับ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมครับในปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๐ ๓ ปีนะครับ ปรากฏว่า ทั้ง ๓ ปีเมื่อรวมกันแล้ว กกต. มีรายจ่ายที่มากกว่างบประมาณที่จัดสรรไว้รวมกันแล้วถึง ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาทครับ และใน ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาทนี้เป็นสัดส่วนของค่าใช้จ่ายหรือ บุคลากรถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน นั่นจึงเป็นคำถามครับที่ผมอยากจะเรียนต่อ ท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ครับว่าเพราะเหตุใดจึงปรากฏการตั้งงบประมาณที่น้อยกว่า รายจ่ายถึง ๓ ปีติดต่อกัน ถ้าเทียบนะครับว่า กกต. นั้นเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง การวางแผนงบประมาณแบบนี้มันสะท้อนให้เห็น ถึงประสิทธิภาพในการทำงาน ถึงความสามารถในการบริหารองค์กรนะครับท่านประธาน และถ้าหากเราดูถึงปริมาณจำนวนอัตราการจ้างของบุคลากรก็ยิ่งเป็นเรื่องแปลกครับ เพราะว่าทั้ง ๓ ปี คือปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๐ จำนวนบุคลากรไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหารระดับสูง ระดับกลางหรือผู้ปฏิบัติงานในระดับสูง ระดับกลาง รวมถึงลูกจ้างประจำ ล้วนแล้วแต่มีจำนวนแทบจะเท่ากันทั้ง ๓ ปี ดังนั้นก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังทาง กกต. ว่า เพราะเหตุใดจึงเป็นอย่างที่ปรากฏในงบประมาณทั้ง ๓ ปี
เราไปกันต่อครับ ท่านประธานครับ เมื่อผมดูในส่วนของผลการปฏิบัติงาน ตามยุทธศาสตร์ซึ่งปรากฏอยู่ในรายงานเล่มนี้ ในส่วนที่ ๒ ผลงานการปฏิบัติงานตาม แผนยุทธศาสตร์ ก็ต้องขอเรียนอย่างตรงไปตรงมาและชื่นชมต่อทาง กกต. ว่า ยุทธศาสตร์ทั้ง ๕ ด้านที่ท่านกำหนดขึ้นมานั้น มีเนื้อหาที่เหมาะสมและถูกต้อง ผมจะไม่ขออ่านทั้งหมด แต่ว่าอยากจะกล่าวถึงยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่เขียนไว้คือ การพัฒนาระบบและกระบวนการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือนะครับ ยุทธศาสตร์นี้มีความสำคัญมาก และเชื่อว่าทาง กกต. เองก็ให้ความสำคัญครับ เพราะว่าเมื่อเราไปดูในงบประมาณที่ได้ ตั้งเอาไว้ใน ๕ ยุทธศาสตร์นี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ถูกตั้งงบประมาณไว้สูงที่สุด แต่เป็นเรื่องที่ น่าเสียดายนะครับ งบประมาณถูกตั้งเอาไว้รวมกันทั้ง ๕ ยุทธศาสตร์ ๒๒๐ ล้านบาท เฉพาะ ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ๘๕ ล้านบาท ขออภัยครับท่านประธาน ถูกตั้งไว้ ๒๐๙ ล้านบาทนะครับ และยุทธศาสตร์ที่ ๑ ตั้งไว้ที่ ๘๕ ล้านบาท แต่การเบิกจ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณกลับ เบิกจ่ายได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นนะครับ อันนี้ก็เป็นคำถามที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังทาง กกต. ว่า เพราะเหตุใดแผนงานที่ตั้งเอาไว้ งบประมาณที่ วางเอาไว้ถึงเบิกจ่ายได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ในรายงานเล่มนี้มีการระบุถึงโครงการต่าง ๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ว่าดำเนินการไปในส่วนใดบ้าง แต่ติดนิดเดียวครับ อยากที่จะ เสนอแนะต่อทาง กกต. ว่า ในรายงานครั้งต่อไปอยากจะเห็นท่านระบุให้ชัดเจนว่า ในโครงการต่าง ๆ ท่านแบ่งงบประมาณใช้จ่ายอย่างไรนะครับ เพราะในรายละเอียดที่ระบุ ในรายงานฉบับนี้ท่านเพียงระบุว่า ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ท่านเบิกจ่าย ๔๐ ล้านบาท เบิกงบประมาณมา ๔๐ ล้านบาท แต่ไม่ปรากฏให้เห็นว่าท่านใช้จ่ายในโครงการใดนะครับ ยอดเงินเท่าไร เพราะมิเช่นนั้นแล้วเราจะประเมินงานกันยากมากครับท่านประธาน ว่าเม็ดเงินที่ใช้ไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่ มีผลสัมฤทธิ์คุ้มค่าต่องบประมาณที่ลงทุนไปหรือไม่
ในส่วนของยุทธศาสตร์ที่ ๑ มีโครงการที่น่าสนใจครับ คือโครงการพัฒนา นวัตกรรมการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามตินะครับ ภายใต้โครงการนี้ทาง กกต. ก็มีหลายกิจกรรมครับ กิจกรรมไอโหวตที่ให้ประชาชนที่ต้องการที่จะโหวตที่อยู่ ในต่างประเทศสามารถใช้การโหวตแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้นะครับ หรือจะเป็นโครงการ ที่พัฒนาระบบรายงานผลการเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อมาถึงตรงนี้ก็จะขออนุญาต ชี้แจงแนะนำผ่านท่านประธานไปยัง กกต. ว่า อยากจะให้ท่านลองพิจารณาและศึกษาดู ในยุโรปบางประเทศ อย่างเช่นประเทศเอสโตเนียมีพัฒนาการที่น่าสนใจในการโหวตทาง อิเล็กทรอนิกส์นะครับ ล่าสุดในประเทศเอสโตเนีย สามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จะออกเสียงโหวตได้แล้ว โดยแสดงอัตลักษณ์หรือยืนยัน ตัวตนแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ อันนี้ก็จะเป็นนวัตกรรมที่ก้าวหน้าที่อยากให้ทาง กกต. ได้ศึกษา ค้นคว้า ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ ๑ มีอีกกิจกรรมหนึ่งนะครับ โครงการหนึ่ง โครงการนี้คือ การพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ โดยกิจกรรมที่ทำคือ การอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในรายงานนี้ทาง กกต. ระบุไว้ชัดเจนครับว่า ปัญหาจากการเลือกตั้งหลาย ๆ ครั้งนั้นเกิดจากความไม่เป็นมืออาชีพของกรรมการ การเลือกตั้ง เกิดจากความผิดพลาดบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทาง กกต. ทราบดี แต่ทีนี้พอเรามาดูในรายละเอียดของการดำเนินงาน การอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนั้น ทำอย่างไร ท่านประธานครับ ปรากฏว่าตัวชี้วัดที่ระบุไว้คือต้องการให้ผู้ที่เข้ารับการอบรม ผ่านเกณฑ์ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านไม่ได้ระบุตัวชี้วัดนะครับ สิ่งหนึ่งที่ท่านควรระบุคือว่า ท่านจะอบรมจำนวนกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเท่าไร ผลการดำเนินงานปรากฏว่า ท่านมีการอบรมไป ๔ รุ่น มีผู้ได้รับการอบรมอยู่ ๑๘๕ คน สำหรับเอไลเซนส์ (A license) และบีไลเซนส์ (B license) อีก ๘๗๖ คน แต่ผมเชื่อว่าทุกท่านในที่นี้ทราบกันดีนะครับว่า เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม การเลือกตั้งทั่วไปที่เกิดขึ้นเรามีหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศถึง ๙๒,๐๐๐ กว่าหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแค่ ๑ คนต่อ ๑ หน่วย ก็ต้องใช้ถึง ๙๒,๐๐๐ คน แต่ผลการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้น ๒ ปีก่อนการเลือกตั้ง การเตรียมพร้อม ๒ ปีก่อนการเลือกตั้ง ท่านไม่สามารถที่จะอบรมเจ้าหน้าที่ได้เพียงพอ และผมมีสิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ว่าเมื่อกรรมการประจำ หน่วยเลือกตั้งไม่มีความเข้าใจในการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับท่านประธานในมือผม คือเอกสารที่เรียกว่า ส.ส. ๕/๑๖ ๕/๑๗ และ ๕/๑๘ คืออะไรครับท่านประธาน นี่คือ เอกสารจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ผมพูดถึงปี ๒๕๖๒ แต่ว่ามันเกี่ยวเนื่อง ถึงปี ๒๕๖๐ นะครับท่านประธาน เพราะนี่คือการดำเนินงานเพื่อเตรียมพร้อมในการเลือกตั้ง ที่ไม่เพียงพอและทำให้เกิดข้อผิดพลาดที่อยู่ในมือผม ผมจะไล่เลียงให้ท่านประธานฟังครับ ส.ส. ๕/๑๖ คือผลการนับคะแนนการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต ใบนี้ชัดเจนครับท่านประธาน ปกติเขาจะต้องระบุว่ามีบัตรที่ใช้เลือกตั้งในหน่วยนี้กี่ใบ บัตรดีกี่ใบ บัตรเสียกี่ใบ และบัตรไม่เลือกผู้ใด กี่ใบ ด้วยความที่เป็น ๕/๑๖ ล่วงหน้าในเขตจำนวนเสียงจะน้อยเป็นพิเศษ อย่างในมือผมใบนี้ครับ หน้าแรกเขียนไว้ว่ามี ๙ บัตรที่ใช้ไป บัตรดีมี ๖ ใบ บัตรเสียมี ๑ ใบ ไม่เลือกใครมี ๒ ใบ ก็รวมเป็น ๙ ใบ ก็น่าจะถูกต้องใช่ไหมครับ แต่พอไปดูในตารางว่าเขตนี้ประชาชนเลือก ผู้สมัครท่านใด เลือกพรรคการเมืองใด ปรากฏว่ามีการเลือกพรรคภูมิใจไทย ๑ คะแนน ขออนุญาตที่เอ่ยนะครับ พรรคพลังประชารัฐ ๒ คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ ๒ คะแนน พรรคประชาชาติ ๑ คะแนน และพรรคพลังท้องถิ่นไทย ๓ คะแนน รวมไปแล้วบัตรดีไม่ใช่ ๖ ใบแล้วนะครับ บัตรดีคือ ๙ ใบครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าหลังจากนี้ท่าน กกต. อยากได้ มาเอาที่ผมได้นะครับ ใบต่อไปนะครับ ใบนี้เป็น ๕/๑๘ ใบนี้มีความผิดปกติ ขออนุญาตดู นิดหนึ่งนะครับท่านประธาน พอดีเอกสารมีเยอะ เจอแล้วครับท่านประธาน ใบนี้คืออย่างนี้ครับ ใบนี้คือ ๕/๑๘ คือเป็น บัตรรายงานคะแนนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ สำหรับใบนี้ข้อผิดพลาด ที่เกิดขึ้นคือจำนวนใบดีครับ จำนวนใบดีที่เขียนอยู่บนเอกสารใบนี้คือเขียนไว้ที่ ๖๓๔ บัตร ไม่ว่าจะเป็นหน้าแรกและหน้าหลัง แต่เมื่อรวมคะแนนครับท่านประธานรวมอย่างไรก็ได้ ๖๓๓ บวกเกินมา ๑ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะผ่านไปหลักฐานทีเด็ดดีกว่าครับ ใบนี้ครับท่านประธาน ใบนี้ผมเรียกว่า งง กันเลยครับใบนี้ ใบนี้ก็เป็น ๕/๑๘ นะครับ ๕/๑๘ ใบนี้ปกติ ๕/๑๘ เขาจะลงคะแนนกันแบบนี้นะครับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สมาชิกทุกท่านว่าจะมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยนี้ว่ามีเท่าไร แล้วก็จะบอกจำนวน ผู้มาแสดงตน คือผู้มาใช้สิทธิ เพราะฉะนั้นจำนวนผู้มาแสดงตนจะต้องเท่ากันกับจำนวนบัตร ที่ใช้ไปนะครับ บัตรเลือกตั้งที่ใช้ไป ปรากฏว่าหน่วยนี้ครับ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมี ๓๙๘ คน ผู้มาแสดงตนมี ๑ คน ได้ยินไม่ผิดเขียนในนี้ชัดเจนครับว่าผู้มาแสดงตนมี ๑ คน แต่จำนวน บัตรเลือกตั้งที่ใช้คือ ๒๘๓ ไปต่อท่านประธาน ล่าสุดครับผมไปเจอใบนี้ ถึงตรงนี้แล้ว ท่านประธานอาจจะสงสัยว่าทำไมพิจารณ์มันรู้เยอะจัง มันมีเยอะจัง คือเรื่องของเรื่อง คือตอนนี้พรรคอนาคตใหม่เรากำลังรวบรวมคะแนนทั้ง ๙๒,๐๐๐ กว่าหน่วยครับ นั่งคีย์ (Key) กัน เรียกว่า หามรุ่งหามค่ำ แต่ก็ยังไม่เสร็จนะครับ เพราะเยอะมาก ล่าสุดผมเจอ บัตรนี้ครับท่านประธานครับ ถ่ายสำเนามาจากทางกรรมการ กกต. จังหวัดท่านก็กรุณา เซ็นชื่อประทับตราสำเนาให้ อ่านไม่ได้เลยครับ ตัวเลขที่อยู่บนนี้มองไม่เห็นว่าเขียนว่าอะไรครับ ซีร็อกซ์ (Xerox) มา ทางเจ้าหน้าที่ก็กรุณาเซ็นสำเนาถูกต้องให้ด้วย แม้ว่าจะอ่านไม่ออกว่า คะแนนที่ปรากฏทั้ง ๓ แผ่นนี้มันเป็นคะแนนอะไร ผมจะไปพิมพ์ต่อก็พิมพ์ไม่ได้ครับ แล้วลักษณะนี้มีเยอะมาก ล่าสุดผมพยายามติดต่อไปที่ กกต. จังหวัด จังหวัดหนึ่งนะครับ ทางนิติกรแจ้งผมว่าที่เขาก็เป็นแบบนี้ครับ ไม่มีตัวที่ชัด ผมก็ถามว่าแล้วจะทำอย่างไรละครับ อยากได้คะแนนต้องทำอย่างไรครับ เขาบอกว่าต้องยื่นศาลเพื่อขอเปิดหีบแล้วนับกันใหม่ อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าวิธีปฏิบัติมันถูกต้องหรือไม่ เอาละครับ ก็พอหอมปากหอมคอ จริง ๆ มีเยอะกว่านี้ แต่ว่าเดี๋ยวจะเปลืองเวลาที่ประชุมแห่งนี้ เมื่อสักครู่ผมกำลังกล่าวถึงว่า เป็นโครงการหนึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ ๑ คือการอบรม กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ดังนั้น กล่าวมาทั้งหมดในส่วนของยุทธศาสตร์ที่ ๑ ผมกำลังจะชี้ให้เห็นครับว่า ท่านตั้งงบประมาณ สำหรับยุทธศาสตร์ที่ ๑ เอาไว้ ๘๐ กว่าล้านบาท เบิกจ่ายไปเพียงครึ่งเดียวคือ ๔๐ กว่าล้านบาท ไปเทียบกับงบประมาณทั้งปีนะครับ ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพียง ๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ท่านให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบกระบวนการการเลือกตั้ง และสร้างความเชื่อถือ ต่อประชาชนน้อยเกินไป นี่คือปัญหา น้อยเกินไปมาก ๆ ยุทธศาสตร์ตั้งไว้ดีครับ แต่งบประมาณที่จัดสรรไว้เรียนว่าน้อยเกินไปครับ
นอกจากนั้นในยุทธศาสตร์ที่ ๒ คือยุทธศาสตร์ที่เสริมสร้างวิถีประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนผมคิดว่ายุทธศาสตร์นี้และผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ถือว่าเป็นไปด้วยดี ผมถือว่ายุทธศาสตร์ข้อนี้เราดูเคพีไอ (KPI) ง่าย ๆ ตัวหนึ่งคือจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ๒๔ มีนาคม ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ยอมรับได้ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี เมื่อเปรียบกับเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ นะครับ หลายโครงการในนี้เขียนไว้ว่า ใช้คำ ๆ หนึ่ง คีย์เวิร์ด (Keyword) ๑ คำคือ การมีส่วนร่วมของประชาชน คำนี้ใช้เยอะมากนะครับ ภายใต้ยุทธศาสตร์นี้ ผมติงนิดเดียวครับ ภายใต้ยุทธศาสตร์นี้นะครับ กราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังทางท่านเลขาธิการ กกต. นะครับ ท่านอยากจะสร้างการมีความส่วนร่วมของประชาชน แผนงานที่ท่านวางเอาไว้นะครับ เคพีไอ (KPI) ที่เกิดขึ้นยอมรับได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคมครับท่านประธาน ประชาชนอยากมีส่วนร่วมครับ ไปอยู่ที่หน่วยเลือกตั้งไปรอดูตอนนับคะแนนครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ โต๊ะนับคะแนนนั้นอยู่ห่างเหลือเกินครับ มองจนไม่เห็นครับว่า คะแนนที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งนั้นขีดให้พรรคใด ร้องขอให้กรรมการประจำหน่วยขยับโต๊ะ มาให้มองเห็น ทำไม่ได้ครับ อยากจะถ่ายรูป ถ่ายคลิปวิดีโอ (Clip video) หลายหน่วย เลือกตั้งไม่ให้ทำครับ เนื่องจากผมอยู่ในส่วนของการตรวจสอบคะแนนการเลือกตั้งก็จะได้รับ เรื่องร้องเรียนได้พูดคุยกับประชาชนมากมายต่อปัญหาเหล่านี้ บางกรณีครับ เราไปจัดการ เลือกตั้งมีหน่วยเลือกตั้งอยู่ในโรงเรียนนะครับ หน่วยเลือกตั้งก็จะอยู่ในห้องเรียนต่าง ๆ ท่านประธานนึกออกไหมครับ ห้องเรียนจะมีประตูเข้าใช่ไหมครับ หน่วยเลือกตั้งอยู่ด้านใน ตอนลงคะแนนเราก็เดินเข้าห้องเรียนไปครับ เข้าคูหา แต่ตอนนับคะแนนเขาบอกให้ ประชาชนอยู่นอกห้องเรียนครับ มีประตูเล็ก ๆ ๒ บาน ประชาชน ๑๐-๒๐ คนก็ไปชะโงก เบียด ๆ กันเพื่อดูการนับคะแนน สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธานครับ คือ กกต. ไม่ได้สะท้อนนะครับ การทำงานไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงว่าท่านได้สร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนอย่างแท้จริง
สุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมดูนะครับ ที่วิสัยทัศน์ พันธกิจ ปรัชญา องค์กรที่ปรากฏอยู่ในหน้า ง ด้านหน้าของผลการปฏิบัติงานเล่มนี้นะครับ ก็ต้องเรียนว่า เป้าประสงค์ที่ท่านกำหนดเอาไว้ ๕ ข้อในหน้านี้เขียนไว้ได้อย่างสวยงามถูกต้องที่สุดนะครับ แต่ต้องเรียนว่าถ้าดูการจัดสรรงบประมาณ ดูโครงการที่ท่านปฏิบัติยังไม่สามารถที่จะสะท้อน และตอบโจทย์เป้าประสงค์นี้ได้ ข้อนี้เลยครับท่านประธานครับ ในข้อ ๑ เขียนว่า ประชาชน มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งในและนอกราชอาณาจักร เข้าถึงและใช้สิทธิเลือกตั้งโดยสะดวก รวดเร็ว และมีภาระในการใช้สิทธิน้อยที่สุด นี่คือแผนที่ท่านตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ นะครับ และเป็นแผน ๒๐ ปีครับ สำหรับปี ๒๕๖๐ ถึง ปี ๒๕๗๙ ตั้งไว้ ๒ ปีผ่านมาครับ การเลือกตั้ง ในปี ๒๕๖๒ เป็นข่าวปรากฏทั้งในโซเชียลมีเดีย (Social media) และสื่อต่าง ๆ มากมาย ถึงการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร รวมถึงการเลือกตั้งในประเทศนะครับ ที่การแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้สมัครไม่ตรงกับรูป ไม่ว่าจะเป็นอาชีพของผู้สมัครก็ไม่ตรง ไม่ว่าจะเป็นกรณี ของผลคะแนนจากประเทศนิวซีแลนด์ที่ไม่ถูกนับ และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นก็อยากที่จะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ว่าอยากจะให้ท่านได้ทบทวนถึงแผนการดำเนินงาน เพื่อที่จะให้เราสามารถที่จะบรรลุเป้าประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ ผมเป็นห่วง กกต. เป็นพิเศษครับ ท่านประธาน ล่าสุดนะครับ เชนจ์ ดอต โอ อาร์ จี (Change.org) นี่ละ ล่ารายชื่อเพื่อ ถอดถอน กกต. ล่าสุด เมื่อคืนผมเข้าไปดู ๘๕๔,๐๐๐ กว่าคนแล้วครับ ดังนั้นก็กราบเรียน ท่านประธาน เพราะผมไม่อยากที่จะเห็นว่า กกต. ที่ปรากฏบนสื่อโซเชียล (Social) ต่าง ๆ แทนที่จะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งกลับถูกเรียกว่าเป็นคณะกรรมการโกงเลือกตั้งไปเสีย อย่างนั้นนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านนริศครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าการรับทราบและ อภิปรายผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งผ่านสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ บรรยากาศน่าจะเงียบเหงากว่าทุกครั้ง เหตุเพราะว่าเป็นรายงานที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นปีที่ไม่มีการเลือกตั้ง ๒. เป็นรายงานของคณะกรรมการเลือกตั้งชุดที่แล้วด้วยนะครับ ซึ่งไม่ใช่ชุดปัจจุบัน ซึ่งอาจจะทำให้บรรยากาศผิดแผกแตกต่างจากกันทุกครั้ง แต่ว่าผมมี เหตุผลความจำเป็นบางประการที่จะอภิปรายด้วยเหตุที่ว่ากระผมเองผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง รวมทั้งรับทราบการเลือกตั้งในระดับต่าง ๆ ทั้งท้องถิ่นมาเป็นอย่างดี คิดว่าประสบการณ์ เหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการอภิปรายในครั้งนี้
๒. เหตุผลที่จำเป็นต้องอภิปราย เพราะผมคิดว่า กกต. เป็นองค์กรที่ใช้ งบประมาณแผ่นดินจำนวนไม่น้อยนะครับ ใช้ร่วม ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี มากกว่า บางกระทรวงของเราเสียอีก แต่ที่สำคัญที่ต้องอภิปราย เพราะว่าผมเชื่อมั่นใน กกต. ว่า ท่านยังเป็นหน่วยงานที่เป็นความหวังอยู่นะครับ ผมขออนุญาตที่จะเริ่มว่าผมอยากให้ท่าน ให้ความสำคัญโดยการรณรงค์และโหมโฆษณาให้คนไทยเชื่อว่านักการเมืองที่ทุจริตการเลือกตั้ง และรัฐบาลที่มาจากการทุจริตในการเลือกตั้งนี่เป็นความเลวร้ายที่สุดนะครับ ไม่มีสิ่งใด เลวร้ายเท่านี้นะครับ เพราะทั้งนักการเมืองและรัฐบาลที่ทุจริตการเลือกตั้งจะเข้าไปแสวงหา ผลประโยชน์ไปถอนทุนคืนและจะทำความเสียหายและไม่เพียงแต่เกิดความเสียหาย ในประเทศ ผมคิดว่าชื่อเสียงในระดับประเทศรวมทั้งเศรษฐกิจ รวมทั้งการลงทุน ก็จะได้รับ การกระทบไปด้วยนะครับ ผมจึงขออนุญาตตั้งข้อซักถามและข้อเสนอแนะในบางประการว่า สำหรับการเลือกตั้งทุกครั้ง ข้าราชการที่เพิกเฉย ทั้ง ๆ ที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ที่ร่วมกระทำผิดกันเสียเอง กกต. ต้องสร้างกลไกขึ้นมานะครับ เพื่อที่จะเอาผิดลงโทษให้ได้ บางจังหวัดรู้ทั้งรู้ว่ามีการกระทำผิดผู้ว่าราชการจังหวัดเฉย นายอำเภอเฉย ธุระไม่ใช่ ในบางพื้นที่ เลือกตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตอนกลางคืนซื้อเสียง เดินซื้อเสียงตามครัวเรือน เช้ามามานั่งเป็น กรรมการเลือกตั้งนะครับ เดินเข้ามาขยิบตาเลยครับ ว่าต้องเลือกนะครับ เพราะเมื่อคืนผมไป พบมาแล้ว กกต. ต้องมีกลไกครับ ผมบอกว่ามีกลไกหนึ่งคือการประเมินกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนี่ครับ ต้องใช้หลักประชาธิปไตยเข้ามาประเมินด้วย หมู่บ้านใด ตำบลใด ที่มีการทุจริตเลือกตั้ง อย่าให้ผ่านนะครับ ต้องเอากำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นออกจากตำแหน่งให้ได้ ผมคิดว่าน่าจะเป็น หนทางที่พอจะไปได้อยู่นะครับ
ประการถัดมา ผมขออนุญาตเสนอแนะเรื่องหนึ่งว่า ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง กกต. ใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์สูงมาก ท่านติดป้าย ท่านโฆษณา ท่านออกสื่อ ที่จริงท่านใช้ ให้น้อยที่สุดได้เลยครับ เพราะหน้าที่เหล่านี้เป็นหน้าที่ของผู้สมัครและพรรคการเมืองที่เข้าไป รณรงค์เลือกตั้ง ชาวบ้านรู้ครับ จากพวกเราปราศรัยว่าเลือกตั้งวันไหน หน่วยไหน เลือกใคร ชาวบ้านทราบครับ แต่ว่างบประมาณ กกต. ใช้เป็นก้อนใหญ่สุดสำหรับ การเลือกตั้ง อันนี้ผมรู้สึกเสียดายนะครับ การเลือกตั้งครั้งต่อไปท่านใช้ให้น้อยนะครับ ท่านสำรวจได้เลยครับว่าชาวบ้านรู้การเลือกตั้งจากใครมากที่สุด ผมคิดว่าจากป้าย กกต. น้อยสุด จากพวกเราปราศรัยมากสุด
ถัดมาผมไม่ทราบเหตุผลใดว่า การเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ เราใช้เวลาสำหรับ การเลือกตั้ง ๗ ชั่วโมง ๘ โมงเช้าถึง ๓ โมงเย็น ท่านให้มีกรรมการหน่วยเลือกตั้ง ๙ คน รวม รปภ. ๒ คน เป็น ๑๒ คน และท่านได้ตั้งเป็นผู้อำนวยการหน่วยเลือกตั้ง ๑ คน ก็ทำหน้าที่ ๗ ชั่วโมง ใช้ได้ครับ แต่พอมาเลือกตั้งครั้งล่าสุด ท่านใช้เวลาในการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นมาอีก ๒ ชั่วโมง เป็น ๙ ชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งท่านลดลงเหลือ ๕ คน บวก รปภ. ๒ คน เป็น ๗ คน และไม่ได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง ไม่มีเจ้าภาพนะครับ แต่ละหน่วย ท่านลองกลับไปดูคำสั่งของท่าน ผมคิดว่าต้องแก้ไขนะครับ
เรื่องสุดท้าย ผมอยากให้ท่านใช้งบประมาณสักก้อนหนึ่งใหญ่ ๆ จากกองทุน พัฒนาพรรคการเมืองก็ได้ หรือผมเชื่อว่าท่านจะขอจากรัฐบาลหรือท่านขอจากใครก็ไม่มีใคร ขัดข้องเพื่อมาทำเรื่องวิจัยนะครับ ป้องกันการซื้อเสียง ป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง ผมอยากให้ ท่านลองวิจัยครับว่า วาระของผู้แทนราษฎร ๔ ปี เหมาะหรือยัง ๔ ปี บางครั้งนักลงทุน ในทางการเมืองอาจจะชอบนะครับ ๔ ปี ท่านลองขยับมาน้อยหน่อยได้ไหมครับ เหลือ ๒ ปี อย่างนี้ ผมคิดว่าคนซื้อเสียงขยาดนะครับ ท่านลดลงมา ๒ ปี บางครั้งคนซื้อเสียงไม่กล้าซื้อ นะครับ เพราะว่าอาจจะไม่คุ้ม ท่านลองศึกษาดูว่าตัวเลขวาระกี่ปีเหมาะที่สุดและคนไม่กล้า ซื้อเสียง ๒. ถ้าท่านไม่ใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นกรรมการหน่วยประจำหน่วยเลือกตั้งได้ไหม ท่านจะใช้ใครได้ดีกว่านี้ เพราะผมอภิปรายมาตั้งแต่ต้นว่าบางหมู่บ้านกลางคืนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปใช้เงินซื้อเสียงแล้วกลับมานั่งเป็นกรรมการเลือกตั้ง แต่ครั้งหนึ่งการเลือกตั้ง เมื่อปี ๒๕๔๔ ทาง กกต. เลือกคนอื่นไม่ใช่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยอื่น ส่วนตัวเห็นว่าได้ผล แต่ว่าเผื่อว่าผมเห็นคนเดียว ท่านใช้เงินสักก้อนศึกษาครับว่าใครควรจะเป็นกรรมการประจำ หน่วยเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพและป้องกันการซื้อเสียงได้มากที่สุด ท่านลองกลับไปศึกษา อีกสักครั้งเถอะครับว่าการนับคะแนนรวม ไม่นับคะแนนที่เป็นหน่วย อันไหนที่จะป้องกันซื้อเสียง ป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง
ท่านนริศครับ ขออนุญาตนิดหนึ่ง ผมฟังท่านย้ำว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลางคืนซื้อเสียง
ผมใช้บางท่าน บางคนก็ได้ครับ
ผมว่ามันระบุ จำเพาะเจาะจงเกินไปจะเสื่อมเสียกับองค์กรของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเขา ฉะนั้นผมขอท่าน เปลี่ยนคำพูดเป็นว่า ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ อะไรก็ว่าไปอย่างนี้ได้ไหมครับ
ได้ครับท่านประธาน
หรือท่านจะพูด อย่างไรก็ได้ในชุมชน อย่าให้กระทบกระเทือนถึงองค์กรใดองค์กรหนึ่ง
ผมใช้คำว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบางคน ทุกครั้งครับ
ทุกครั้งก็ได้ครับ
ผมยืนยันตามสคริปต์ (Script) นะครับ ใช้กำนันผู้ใหญ่บ้านบางคน ไม่ใช่ทุกคน และไม่ใช่องค์กรนะครับ ขออนุญาตเรียนกับ ท่านประธานว่าไม่ได้ใช้องค์กรนะครับ แต่ว่าลองใช้หน่วยงานอื่นดู มาเป็นกรรมการเลือกตั้งดู เผื่อว่าจะมี การป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง และสุดท้ายผมอยากให้ท่านช่วยวิจัยหน่อย ศึกษา หน่อยว่า การใช้บัตรเลือกตั้ง ๑ ใบกับ ๒ ใบ อันไหนจะดีกว่ากัน อันไหนจะป้องกันการทุจริต การเลือกตั้งได้มากกว่ากันนะครับ ทั้งหมดที่ผมเสนอมาเพื่อเป็นข้อเสนอแนะ กับ ๒. เพื่อซักถาม ในบางประการ แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมขออนุญาตขอบพระคุณคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่พยายามเลือกตั้ง แม้มีข้อจำกัดแต่ว่าก็เลือกตั้งมาได้อย่างดีที่สุดในระดับหนึ่ง และยังจะให้ กำลังใจท่าน เพราะผมเชื่อมั่นว่าท่านยังเป็นความหวังของการเลือกตั้ง ยังเป็นความหวังของ ประชาธิปไตย และยังเป็นความหวังของประเทศไทยอยู่ กราบขอบคุณครับ
เชิญท่าน รังสิมันต์ โรม ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ขอบพระคุณนะครับ ที่ได้มีโอกาสมาพูด แล้วก็ขอบคุณผ่านท่านประธานไปยังท่าน พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ที่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่อาจจะมีความหลังกับ กกต. เยอะหน่อย ก็ได้โอกาสอภิปรายอยากจะลองให้คำแนะนำเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับ กกต. เพื่อพัฒนาการเลือกตั้ง การลงประชามติต่อไป โดยเฉพาะประชามติหากในอนาคต มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้ว กกต. มีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ ผมคิดว่าความเจ็บปวด ที่เคยเกิดขึ้นของการลงประชามติ หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะได้ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ท่านประธานครับ ผมมีหลากหลายประเด็นด้วยกัน แต่ผมอยากจะเริ่มด้วยประเด็นแรก ในประเด็นที่อาจจะคล้ายคลึงกับที่ผมเคยได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือ ความจำเป็นของการมีที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ตำแหน่งผู้ช่วยของ กกต. ท่านประธานทราบ ไหมครับว่า กกต. ๑ ท่าน สามารถมีตำแหน่งเหล่านี้รวมกันทั้งสิ้น ๗ คน หากเป็นประธาน กกต. จะมีตำแหน่งที่เป็นผู้ช่วยเหล่านี้รวมกันทั้งสิ้นถึง ๘ คน โดยตำแหน่งที่เป็นที่ปรึกษา ได้รับเงินเดือนทั้งสิ้นอยู่ที่ ๖๐,๐๐๐ บาท คิดเป็น ๑ อัตรา ตำแหน่งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ มีเงินเดือน ๔๐,๐๐๐ บาท มีได้มากถึง ๓ อัตรา ตำแหน่งเลขานุการ มีเงินเดือนทั้งสิ้น ๔๕,๐๐๐ บาท คิดเป็น ๑ อัตรา นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วยเลขานุการ คิดเงินเดือนตาม วุฒิการศึกษาตั้งแต่ ๑๕,๐๐๐-๒๓,๐๐๐ บาท ขึ้นอยู่กับวุฒิการศึกษา กกต. เป็นองค์กรอิสระ ชอบเรียกกันว่ามี ๕ เสือ กกต. นะครับ ซึ่งทั้ง ๕ คนนี้นะครับ สามารถแต่งตั้งทีมงาน เหล่านี้ได้ ประเด็นปัญหาก็คือว่า กกต. มีพนักงาน มีเจ้าหน้าที่ของ กกต. เองอยู่ที่ ๒,๕๑๗ คน มีหลักพัน คำถามก็คือว่า กกต. มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมีทีมงานส่วนตัวแบบนี้ และมี อัตราเงินเดือนมากขนาดนี้ กกต. ทั้ง ๕ คน สามารถที่จะใช้งานเจ้าหน้าที่ที่สังกัดของตัวเอง ได้อยู่แล้ว กกต. ไม่ได้ไปลงพื้นที่ ไม่ได้รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน วันนี้ปัญหา น้ำท่วมที่ภาคอีสานหรือภาคเหนือตอนล่าง กกต. ไม่ได้ไปรับฟังปัญหาเหล่านี้ กกต. ไม่ได้ มีหน้าที่ในการมาอภิปรายในสภา หน้าที่ของ กกต. มีแค่เพียงประการเดียว คือการจัดการ เลือกตั้งหรือการลงประชามติให้บรรลุผล ซึ่งแต่ละปีถามว่ามีสักกี่ครั้งที่เราจะมีวาระโอกาส ของการเลือกตั้ง อย่างรอบล่าสุดนะครับ กกต. ชุดที่แล้ว มีการเลือกตั้งท่านไม่ได้จัดด้วยไม่มีด้วย มีแค่การลงประชามติ มีแค่ครั้งเดียว ถามว่า การที่ท่านต้องมีทีมงานส่วนตัวแบบนี้มีไว้เพื่ออะไร เรามาช่วยกันประหยัดเงินภาษี ของประชาชนได้ไหม ท่านอาจจะบอกผมว่า กกต. มีแค่ ๕ คน ทีมงานส่วนตัวไม่เยอะรวมกัน แล้วไม่เยอะคิดเป็นเงินไม่เยอะเมื่อเทียบกับการไปซื้อเรือดำน้ำหรือรถถัง แต่ถามว่าเมื่อพูดถึง ความจำเป็นท่านมีความจำเป็นอะไร ผมจึงคิดว่าถ้าเป็นไปได้เลิกได้ไหมกับตำแหน่งทีมงาน ส่วนตัวแบบนี้ เอาเงินเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นดีกว่าหรือเปล่า ผมคิดว่าถ้าฝากไปถึง กกต. ได้ผมอยากให้เลิกตำแหน่งส่วนตัวเหล่านี้ เพราะท่านไม่มีความจำเป็นเลย มากที่สุด เต็มที่ที่สุดท่านมีได้แค่ผู้เป็นเลขานุการ ๑ คนเท่านั้น แล้วไม่ใช่อัตราเงินเดือนแบบนี้ด้วย
ประเด็นถัดไป คือประเด็น พตส. เป็นหลักสูตรพิเศษพัฒนาการเมืองและ การเลือกตั้งระดับสูง ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าหลักสูตรปัจจุบันนั้นคือหลักสูตรที่ ๑๐ ซึ่งหลักสูตรนี้มีบิ๊กเนม (Big name) หลายคนครับ บางคนก็เพิ่งมีประเด็นข่าวในเรื่องของ การคอร์รัปชัน แต่เอาละเขาลาออกไปแล้วไม่ว่ากัน ผมพยายามที่จะไปหารายชื่อของ พตส. ทั้งรุ่น ๑๐ รุ่น ๙ รุ่น ๘ ไล่ลงไป ท่านประธานทราบไหมว่า ปรากฏว่าหาข้อมูลนี้ได้อย่าง ยากเย็น ผมไม่แน่ใจว่าเนื่องจากมันเป็นกระแสข่าวที่โด่งดังที่ว่ามีบิ๊ก (Big) ท่านหนึ่งนั้น ไปเรียน พตส. ด้วย ผมคิดว่าถ้า กกต. โปร่งใสท่านช่วยอัปโหลด (Up load) ข้อมูลเหล่านี้ ขึ้นในเว็บไซต์ (Web site) หน่อย ให้เห็นกันไปเลยว่ารายชื่อของคนที่ไปเรียนหลักสูตร ของท่าน ๑๐๐ คน ในแต่ละปีมีใครบ้าง มากไปกว่านั้นหลักสูตรเหล่านี้เป็นไปได้ในอนาคต ผมอยากให้ยกเลิก ผมรู้ดีว่าเรามีเพื่อนสมาชิกของเรา หรือแม้กระทั่งจากพรรคอนาคตใหม่ ก็ไปเรียน ผมไม่ได้ตำหนิใครเป็นการเฉพาะเจาะจง แต่หลักสูตรแบบนี้ที่มีทั้งผู้พิพากษา มีทั้งนายกเทศมนตรี มีนักการเมือง มีนักธุรกิจ คนที่มีความประสงค์ดีก็คงไม่ว่ากัน ก็อาจจะ ใช้โอกาสและประโยชน์จากความรู้และคอนเนกชัน (Connection) เป็นประโยชน์ของ ประเทศชาติได้ แต่เราก็ต้องเรียนรู้ว่าหลาย ๆ ครั้งมันไม่เป็นแบบนั้น สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือ มันกลายเป็นพื้นที่ของการหาคอนเนกชัน (Connection) เป็นพื้นที่ในการแสวงหาคอนเนกชัน (Connection) เพื่อไปทำเรื่องที่มักจะเป็นผลร้ายต่อประเทศชาติ เวลาท่านเข้าไปเรียน หลักสูตรแบบนี้สิ่งแรก ๆ ที่ท่านทำคือตั้งกรุ๊ป ไลน์ (Group line) ท่านตั้ง กรุ๊ป ไลน์ (Group line) มีทั้งผู้พิพากษา นักธุรกิจ นักการเมือง วันดีคืนดีท่านมีปัญหาไปยิงเสือดำตาย ขึ้นมาแล้วท่านต้องการที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในผลของคดี ท่านก็อาจจะ รู้จักกับใครบางคนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของท่านได้ กรณีแบบนี้ผมไม่อยากให้เกิดขึ้น แล้วผม ก็หวังว่าหลักสูตรแบบนี้ควรจะถูกยกเลิก แล้วผมก็เชื่อว่า กกต. เป็นองค์กรที่มีความรู้ ท่านประสงค์อยากจะเผยแพร่ความรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ท่านเปิดตลาดวิชาเลยครับ ถ้าท่าน ไม่รู้ทำอย่างไร ท่านเสิร์ช (Search) เลยครับ ฟิวเจอร์ ฟอร์เวิร์ด ปาร์ตี้ (Future Forward Party พรรคอนาคตใหม่ เรามีตลาดวิชาแบบนี้ ท่านสามารถใช้สื่อของท่าน ซึ่งวันนี้คนที่กดไลก์ (Like) ในเพจ เฟซบุ๊ก (Page Facebook) ของ กกต. มีกดไลก์ (Like) ทั้งสิ้น ๒๗๐,๐๐๐ คน มากกว่าพรรคการเมืองหลายพรรคด้วยซ้ำไป ท่านใช้ประโยชน์แบบนี้ดีกว่าครับ ความรู้เหล่านี้ ควรจะเป็นความรู้ที่เข้าถึงได้ของประชาชนทั่วไป เลิกเถอะครับกับหลักสูตร พตส. ผมคิดว่า ไม่มีประโยชน์และเปลืองภาษีประชาชนด้วย
ประเด็นถัดไปครับท่านประธาน อย่าหาว่าแต่ตำหนินะครับ ผมดูรูปเล่ม เมื่อสักครู่ยังไม่มีใครได้พูดว่ารูปเล่มของท่านท่านทำดี ท่านเก่ง หลายเรื่องท่านไม่เก่งเลย แต่เรื่องการทำรูปเล่มท่านทำได้ดี สวยนะครับ แต่อาจจะมีรูปการทำงานเป็นการโพรปากันดา (Propaganda) มากเกินไปหน่อย ผมคิดว่าท่านเน้นไปที่เนื้อหาสาระจะเป็นประโยชน์กว่านี้ อย่างไรก็ตามครับ ผมพยายามดูในแผนยุทธศาสตร์ในหน้าที่ ๒๙ ผมพบว่าท่านมีโพรเจกต์ (Project) มีโครงการหลายเรื่องนะครับ ตัวอย่างเช่น ท่านได้มีการ ทำระบบรับสมัครเลือกตั้งทางอินเทอร์เน็ต (Internet) และการจัดทำฐานข้อมูลการสมัคร รับเลือกตั้ง ผมไม่แน่ใจนะครับว่า ส.ส. ที่นั่งกันอยู่ที่นี่ทั้ง ๕๐๐ คน มีใครสมัครผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วเข้ามาเป็น ส.ส. บ้างหรือเปล่า ผมไม่รู้ว่าระบบนี้ใช้ได้จริงไหม แต่ถ้าใช้ได้จริง ผมอยากให้มีการประชาสัมพันธ์มากกว่านี้หน่อย
ประเด็นถัดไปท่านได้มีการทำระบบลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรก่อนวันเลือกตั้งทางอินเทอร์เน็ต (Internet) เรื่องนี้ผมและพรรคอนาคตใหม่ เราต้องขอบคุณ กกต. เพราะทำให้เด็กและเยาวชนที่มีภูมิลำเนากับที่อยู่ตามความเป็นจริง คนละที่ มีโอกาสได้ลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งตามที่ตัวเองมี ถ้าไม่มีระบบแบบนี้ผมและ พรรคอนาคตใหม่ก็คงไม่แน่ใจว่าจะได้มายืนอภิปรายแบบนี้หรือเปล่า ก็ต้องขอบคุณและต้อง ขอชมเชย
ประเด็นถัดไปที่เป็นรายละเอียดกิจกรรมท่านได้มีแผนจะพัฒนาระบบการรายงาน ผลคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๐ โดยท่านได้มีการวางตัวชี้วัดเอาไว้ว่า ระบบนี้จะเป็นระบบที่สามารถรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ภายใน ๓ ชั่วโมง โดยมีความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ ๐.๕ ครบทุกหน่วยเลือกตั้ง ทุกเขตเลือกตั้ง ทั่วประเทศ เมื่อสักครู่ผมฟังท่าน ส.ส. พิจารณ์ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม และผมก็ช้ำใจ เพราะ จนถึงวันนี้นะครับคะแนนหลาย ๆ อย่างของท่านสะเปะสะปะ ท่านวางแผนกิจกรรมเอาไว้ ท่านกำหนดตัวชี้วัดเอาไว้ แต่ผลลัพธ์ท่านขีดครับ และท่านไปเขียนในหน้าถัดไปว่า เพราะว่า มันไม่มีการเลือกตั้ง ผมฟังแล้วผมเจ็บหัวใจ ท่านเขียนได้จับใจแต่ผมนี่เจ็บใจ แทนที่ระบบ แบบนี้ถ้าท่านทำได้จริง วันนี้เราไม่ต้องมานั่งตำหนิ กกต. ในเรื่องผลการเลือกตั้งของ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา วันนี้เราพบว่ากว่าท่านจะรายงานผล ๙๕ เปอร์เซ็นต์ได้ ท่านใช้เวลา ๔ วัน ไม่ต้องพูดถึงความคลาดเคลื่อนครับ เขย่งกันทันที นี่คือสภาพที่มันเกิดขึ้นขององค์กร กกต. ที่ใช้ภาษีของประชาชน ประธาน กกต. ได้เงินเดือนมากกว่านายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำนะครับ แต่นี่คือฝีไม้ลายมือที่ท่านได้ทำเอาไว้ ท่านใช้เวลาถึง ๒ ปี ในการพัฒนาระบบ นอกจาก จะไม่ก้าวหน้าแต่ถอยหลังลงคลอง ท่านประธานครับ ผมพูดถึงตรงนี้ผมไม่ได้ตำหนิ กกต. ชุดปัจจุบันสักทีเดียวทั้งหมด ก็ต้องแยกส่วนกันไป เพราะในรายงานฉบับนี้ ผมเข้าใจว่าผู้ที่ จัดทำรายงานฉบับนี้เป็นคนละชุดกัน ประธาน กกต. ในชุดที่แล้วนำโดย ท่านศุภชัย สมเจริญ เป็นประธาน กกต. ท่านได้เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการจัดทำประชามติในครั้งที่ผ่านมา ในการลงประชามติครั้งนั้นประเด็นสำคัญก็คือว่า ตกลงแล้วเราจะให้ ส.ว. มาจาก คสช. หรือไม่ และเราจะให้ ส.ว. เป็นผู้ที่โหวตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่และ เรื่องที่สำคัญ แต่เกิดอะไรขึ้นครับ ปรากฏว่ามีการจับกุมดำเนินคดีกับคนที่พยายามรณรงค์ไม่ รับร่างรัฐธรรมนูญจำนวนมากมาย มีคนที่ถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติมากถึง ๑๖๖ คดี คิดเป็นจำนวนคนคือ ๑๕๐ กว่าคน คดีเหล่านี้มีอัตราโทษสูงสุดถึง ๑๐ ปี หลายคดี ยังคงดำเนินอยู่ และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ท่านประธานในเวลานั้น กกต. สามารถที่จะเข้าไป มีบทบาทในการสร้างความถูกต้องทำให้การรณรงค์เกิดอย่างเป็นกลางและเป็นธรรม สุจริตโปร่งใสเหมือนดั่งคำขวัญของท่านได้ แต่ที่ผ่านมาเรากลับพบว่า กกต. กลับให้ คำอธิบายต่อสังคมในชนิดที่หมิ่นเหม่ หลายครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ เวลาเขาเห็น คนรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เขาก็จับไว้ก่อน จับไปจับมา เอาคนไป ขังบ้างละ ผมนี้ไปนอนอยู่ในห้องขังถึง ๑๓ วัน นี่คือสภาพของความเป็นจริง สุดท้ายเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายมีการลงประชามติ ความตั้งใจของคนที่ไม่อยากจะรับร่างรัฐธรรมนูญที่เขาต้องการ เอาข้อมูลข่าวสาร เนื้อหาสาระไปเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนก็ไม่สามารถไปได้ เพราะจัดทีไร ก็ถูกดำเนินคดีหรือถูกจับกุมอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นว่าคนที่รณรงค์ในเวลานั้นกลับมีอยู่แค่ ข้างเดียวคือ กรธ. ที่นำโดยปู่มีชัย กกต. ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเอง เพื่อสร้างความ ถูกต้องให้เกิดขึ้นเลยในช่วงการรณรงค์ประชามติที่ผ่านมา ผลที่ตามมาก็คือว่ามีคนจำนวน ไม่น้อยไปลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญด้วยความเข้าใจผิด แต่ผมสบายใจได้อย่างหนึ่งว่า ผมเชื่อว่าเกินครึ่งของห้องนี้ไปโหวตไม่รับร่าง อยู่ข้างเดียวกับผมแน่ ๆ แต่เอาละ เมื่อผล ออกมากลายเป็นรัฐธรรมนูญ คดีความต่าง ๆ ที่เคยมีการดำเนินกัน หลายคนก็เริ่มได้รับ ความยุติธรรม อาจจะมาช้าบ้าง แต่ได้รับความยุติธรรมอยู่บ้าง แต่ความยุติธรรมนี้ไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงผลของการลงประชามติที่เกิดขึ้นในวันที่ ๗ สิงหาคมได้ รัฐธรรมนูญถูกบังคับใช้ และประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เราอยู่กับมรดกที่เราไม่ได้ต้องการ ซึ่งส่วนหนึ่งของ ความผิดพลาดนี้เกิดจาก กกต. วันนี้ผมรู้ดีว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนที่ดูเหมือนว่าจะอยู่ ตรงกันข้ามกับผม แต่ผมมั่นใจว่าจริง ๆ แล้วท่านหลายคนที่นั่งอยู่ในที่นี้กล้ำกลืนฝืนทน ท่านอยู่กับสิ่งที่ท่านไม่ได้ต้องการ ท่านอยู่กับความเจ็บปวด ท่านอยู่กับสิ่งที่ท่านเคยปฏิเสธ ท่านอยู่กับสิ่งที่ท่านไม่ชอบ แต่ท่านต้องกล้ำกลืนฝืนทน หลายคนที่ไปเข้าร่วม ครม. หลายคน ที่ไปเข้าร่วมเป็นฝั่งรัฐบาล ผมรู้ดีว่าพวกท่านนี้ไม่ได้เต็มใจและเจ็บปวด แต่ท่านไม่มีทางเลือก นี่คือความผิดพลาดที่เราอาจจะเปลี่ยนแปลงอดีตที่ผ่านมาไม่ได้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องบอกว่า กกต. คือองค์กรที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างเต็มประดัง แต่ไม่เป็นไร วันนี้เราอยู่กันในสภาแห่งนี้ ตัวผมเองครับท่านประธาน ผมคาดหวังว่าหน้าที่ของสภาแห่งนี้ ภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้นั้น มีอยู่ ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกมรดกบาปที่เราไม่ได้ยินยอมกับมัน และเราพยายามแล้วที่จะปฏิเสธ ผมอยากจะเชิญชวนท่านประธาน ทุก ๆ คน เพื่อนสมาชิก เอามือปิดพรรคก่อน ปิดในสิ่งที่เราเคยพูดก่อน มาร่วมกัน แล้วแก้รัฐธรรมนูญด้วยกัน เอาความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตแก้ไขมันเสีย ส่งมอบอนาคตให้กับคนรุ่นใหม่ ในรัฐธรรมนูญที่เป็นความหวังของสังคมไทย เรื่องที่ ๒ ที่เราต้องทำ คือเราต้องสร้างความ เชื่อมั่นของสภาแห่งนี้ให้กลับคืนมาให้ได้ และนี่คือสิ่งที่ผมเรียกร้องต่อท่านประธานและ ต่อเพื่อนสมาชิกทุกคน และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในวันที่เราจะต้องลงประชามติอีกครั้ง เพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ผมอยากเห็น กกต. ทำหน้าที่ ผมไม่ขอให้ท่านทำหน้าที่เพอร์เฟกต์ (Perfect) เลย ผมขอให้ท่านทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสเหมือนคำขวัญ ที่ท่านได้พยายามพูดอยู่ตลอดเวลา พอได้แล้วกับสภาพแบบที่เคยเกิดขึ้น ที่ กกต. ชุดที่แล้วถึงขนาดมีท่านผู้มีอำนาจคนหนึ่งชมว่าทำงานได้ดี และสุดท้ายวันนี้ก็มาเป็น สว. เกาหลังกันไปเกาหลังกันมา พอได้แล้วสังคมไทยจะเดินหน้าได้ก็ต่อเมื่อเราทำด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริตถูกต้องตามกฎหมาย เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญด้วยกัน สร้างความเชื่อมั่นของ ระบอบรัฐสภากลับมาอีกครั้ง ผมเชื่อว่าสังคมไทยจะมีความหวัง ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณ ท่านรังสิมันต์ โรม ต่อไป เชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ผมขออภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ท่านประธานสภาที่เคารพ ต้องขอชมเชย กกต. ในการทำรายงานโดยเฉพาะการทำให้เห็นภาพเป็นรูปเล่มที่สวยงาม แล้วก็ดูได้โดยเห็นภาพ ถึงกิจกรรม ถึงเป้าหมาย ถึงตัวชี้วัด แล้วก็ผลดำเนินงานแล้วก็ผลลัพธ์ อันนี้ก็ขอชมเชยไว้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นประโยชน์กับการที่ กกต. จะได้นำไปพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ ปรับปรุงในการดำเนินงานต่อไป ผมเข้าใจว่า ๒ เรื่องใหญ่ที่เราคุยกันแล้วเพื่อนสมาชิก หลายคนได้พยายามอธิบายพูดถึงบทบาทของ กกต. ในการทำหน้าที่ ในส่วนที่ ๑ ผมเรียนว่า กกต. มีหน้าที่ในเรื่องของดำเนินการในเรื่องของการจัดกระบวนการเลือกตั้ง ทำการเลือกตั้ง ออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วเกิดความน่าเชื่อถือ ของประชาชน อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็ส่งเสริมสนับสนุนพรรคการเมือง ให้มีความเข้มแข็ง อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่ามีความสำคัญ อย่างไรก็ตามในรายงานในส่วนนี้ เนื่องจากว่าใน กกต. ชุดที่ทำรายงานเป็น กกต. ชุดที่แล้ว ซึ่งมีท่านประธานสมชัย สมเจริญ เป็นประธาน กกต. ในรายงานส่วนใหญ่จึงไม่แปลกว่าในปี ๒๕๖๐ จะไม่มีการเลือกตั้ง ไม่มีกระบวนการเลือกตั้ง แต่อย่างไรในกระบวนการดำเนินงานในส่วนนี้ ผมเห็นในรายงาน ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของการผลิตรายการโทรทัศน์บ้าง ทำเรื่องประชาสัมพันธ์ แล้วก็ทำ ในเรื่องของสื่อสัญจรซึ่งก็เป็นส่วนที่หนึ่งที่ผมคิดว่าได้พยายามรายงาน แต่วันนี้ผมขอเรียน ท่านประธานว่าผมจะเสนอในส่วนที่ ๒ คือส่วนที่เขียนไว้ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ผมเข้าใจว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งของประชาชน ที่เขียนไว้ ในส่วนของเสริมสร้างประชาธิปไตย วิถีประชาธิปไตย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และส่งเสริมความเข้มแข็งของพลเมือง ซึ่งในส่วนนี้เป็นส่วนที่ได้ดำเนินการหลายเรื่อง ผมเรียนว่าส่วนหนึ่งก็ทำไปด้วยโครงการหลาย ๆ โครงการ เนื่องจากว่าในรายงานส่วนใหญ่ ก็จะเป็นเรื่องระบุถึงกิจกรรม เช่น การเสริมสร้างดีเจประชาธิปไตยชุมชน แล้วก็พูดในเรื่อง ของการส่งเสริมและพัฒนาในรูปแบบของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยในระดับตำบล แล้วก็ไปพูดเรื่องของการบรรจุเรื่องพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตยในคู่มือของนักศึกษาวิชาทหาร แล้วก็พูดเรื่องการทำหลักสูตรการอบรมในส่วนนี้ แต่ผมอยากจะนำเรียนว่านี่คือสิ่งที่ได้ ดำเนินการที่ปรากฏในรายงาน แต่ผมเข้าใจว่าวิธีการที่จะทำให้เกิดเป้าหมายหรือไปสู่ ความสำเร็จได้นั้นในการส่งเสริมประชาธิปไตยและส่งเสริมพลเมือง ซึ่งผมคิดว่ามีความสำคัญ ต่อความเป็นต้นทางในการจัดการเลือกตั้ง เพราะถ้าเราจะทำการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ มีความ น่าเชื่อถือและมีความยุติธรรม นอกจากท่านจะได้วินิจฉัยโดยการสืบสวนสอบสวนแล้ว ผมเข้าใจว่าในเรื่องอื่น ๆ ที่อาจจะไม่ใช่เรื่องอบรม ไม่ใช่เรื่องของการทำหลักสูตร ซึ่งก็มี ข้อจำกัดมากถ้าดูจากรายงานไม่ได้แพร่หลายไปมากนัก มีข้อจำกัดอาจจะเรื่องงบประมาณ อาจจะเรื่องจำนวนผู้ที่เข้ามาอยู่ในกิจกรรมนั้น ๆ แต่ผมอยากจะเสนอแนะว่าในการสร้าง ความเป็นพลเมืองและการขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยที่มีอยู่ทุกตำบลนั้น อยากจะเสนอว่าท่านต้องทำให้ชัดเจน อาจจะทำในรูปแบบอื่น ๆ เช่น อาจจะเป็น การประกวดหรือทำศูนย์ต้นแบบ จริง ๆ แล้วในรายงานมันไม่ค่อยมีปรากฏเรื่องเหล่านี้ ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับ กกต. ว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องทำ เรื่องให้มากกว่านี้ ทำเป็นต้นแบบ ทำเป็นแบบอย่าง ผมอยากจะเรียนนิดหนึ่งว่าในองค์กร เล็กที่ทำในเรื่องเหล่านี้มีหลายองค์กร เช่น สถาบันพระปกเกล้า เขาก็ทำเรื่องศูนย์พลเมือง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรของเราก็ทำหลายเรื่อง ทำเรื่องความเป็น ประชาธิปไตย ประกวดโครงการนวัตกรรมประชาธิปไตยที่ดึงภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามา เพราะฉะนั้นท่านอาจจะไปบูรณาการหรือเชื่อมโยงกับกลไกและองค์กรเหล่านี้ ซึ่งผมคิดว่า ยังมีหน่วยชุมชน องค์กรท้องถิ่นที่เขามีการคิดเรื่องดี ๆ ที่จะช่วยได้ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันจะ ทำให้เป้าหมายที่เราพูดเรื่องของการมีส่วนร่วมและการส่งเสริมวิถีประชาธิปไตยไปสู่ ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น
อีกส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่ามีความสำคัญ ซึ่งเขียนไว้ในหน้า ๙๐ จริง ๆ ผมเอง มีความสนใจก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานสภาไปยัง กกต. ว่าการให้บริการวิชาการของ กกต. ผมยังเห็นว่ามีความจำเป็น แต่ก็ต้องดูให้ดีนะครับ ผมขอยกตัวอย่างที่เขียนไว้ในหน้า ๙๐ หน้า ๙๑ แล้วก็ต้องชมเชย กกต. ที่ทำรายงานว่ากล้าที่จะระบุปัญหาและอุปสรรคขึ้นมา ให้ทราบว่าเป็นอย่างไร ในหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและหลักสูตรการเลือกตั้งระดับสูง ซึ่งเปิดโอกาสให้นักการเมืองระดับชาติ องค์กรปกครองท้องถิ่น อาจจะเป็นผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้บริหารหน่วยงานองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนเข้ามาในการฝึกอบรม แล้วก็ ทางรายงานได้สะท้อนถึงปัญหาอุปสรรคที่บอกความจริงให้ปรากฏ แต่ผมคิดว่าต้องมี ข้อแนะนำและข้อเสนอในรายงานที่ชัดเจนให้มากกว่านี้ ผมยกตัวอย่างเช่นเราไปพูดเรื่องของ ผู้อบรมที่เข้าในหลักสูตรอาจจะ ไม่สามารถใช้เวลามาศึกษาอบรมได้เต็มเวลา ซึ่งก็เป็นประเด็นที่ต้องยอมรับว่าเราจะ แก้ปัญหานี้อย่างไร ในส่วนของงบประมาณก็ดี ในส่วนปัญหาอื่น ๆ ซึ่งมันพัวพันในเรื่อง กระบวนการเรียนรู้ กระบวนการทำกิจกรรมในการฝึกอบรม ผมคิดว่าตรงจุดนี้ละในรายงาน ก็พูดไม่ค่อยชัดเจนนักว่าจะทำอย่างไร ถ้าจะให้ข้อเสนอก็ขอเรียนท่านประธานไปว่า ผมเห็นว่า การทำความตกลงในการอบรมมีความสำคัญ เพราะว่าเป้าหมายของหลักสูตรในการบริการ เราต้องการให้ผู้ที่ไปอบรมได้มีความรู้ทางการเมือง ทางการเลือกตั้ง มีความรู้ในการพัฒนา ประชาธิปไตยแก่ประชาชน เพราะฉะนั้นผู้อบรมส่วนใหญ่ก็จะมีหลากหลายองค์กร ทั้งนักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่นและองค์กรส่วนอื่น ๆ ก็อาจจะต้องทำความตกลง เพื่อไม่ให้การอบรมสูญเสียเปล่า แล้วก็เป็นการแก้ปัญหาว่าผู้อบรมไม่มีเวลาที่จะอบรม แต่เราสามารถทำความตกลงกับผู้อบรมเป็นราย ๆ ไปว่า เมื่อจบหลักสูตรแล้วจะไปพัฒนา อย่างไรในองค์กรของท่านหรือในชุมชนที่ท่านอยู่ ในหน่วยงานที่ท่านอยู่ เพื่อจะทำให้มีความ ชัดเจนมากขึ้น ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้ต้องทำให้ชัดเจนก็ขอถามไปยัง กกต. ว่าจะทำอย่างไรกับวิธี คิดแบบนี้
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเห็นการทำรายงานเอกสารต่าง ๆ ของผู้อบรมก็ดี หลายรุ่นไม่แน่ใจว่าต้องรายงานว่า ในการทำรายงานได้ตอบโจทย์สิ่งที่เป็นไป ตามวิสัยทัศน์ เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของ กกต. หรือไม่อย่างไร เพราะว่า เอกสารรายงานเป็นเอกสารทางวิชาการที่มีที่ปรึกษา ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิมาคอยให้คำแนะนำ เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นประโยชน์ซึ่งเราไม่ค่อยเห็นในรายงานปรากฏว่ามีรายงานเรื่องอะไรบ้าง แนวโน้มมันไปอย่างไร แต่ผมคิดว่าเพื่อเป็นการพัฒนาทั้ง ๒ ระบบ คือระบบกระบวนการ เลือกตั้ง ระบบการจัดการเลือกตั้ง ระบบการออกเสียงประชามติ และส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การสนับสนุนวิถีประชาธิปไตยและการสร้างพลเมือง ผมคิดว่าทั้ง ๒ เรื่องสามารถหยิบยกไป ให้ผู้ที่เข้าอบรมหรือในส่วนที่ กกต. ได้วางเป้าหมายไว้ จะต้องทำให้ชัดเจนว่าไปในแนวทางนี้ หรือไม่ อย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ว่า อาจจะต้อง ประมวลให้เราเห็นภาพว่าที่ผ่านมามีสัดส่วนเกี่ยวข้องกับส่วนกระบวนการเลือกตั้งกับสัดส่วน ของการสร้างวิถีประชาธิปไตยอย่างไร ก็ขอเรียนด้วยความเคารพว่าการแก้ปัญหาที่ต้นทาง ในการสร้างพลเมืองนี่ผมเห็นด้วย แต่ กกต. ต้องมีความชัดเจนมียุทธศาสตร์ มีกลยุทธ์ ที่ชัดเจนว่าจะเดินไปอย่างไร ถ้าผมดูจากรายงานตามกิจกรรมที่ทำ ผมว่ายังทำน้อยไป มันจะต้องทำมากกว่านี้ในส่วนที่ผมพยายามเสนอแนะ คือถ้าดูรายงานอบรมเสียเกือบ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างอื่นทำได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นอาจจะเห็นด้วยในบางเรื่อง เช่นส่งเสริมศูนย์ประชาธิปไตยตำบล เป็นต้น แต่ก็ยังไม่เห็นรายงานว่าจะไปอย่างไร เพราะว่าตำบลมี ๘,๐๐๐ กว่าตำบล เราอาจจะเอามาให้เห็นภาพสักส่วนหนึ่งที่เป็นแบบอย่างได้ไหม เพราะฉะนั้นการทำเป็นแบบอย่างจึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างวิถีประชาธิปไตย การทำเรื่องของการส่งเสริมในรูปแบบอื่น ๆ เรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าจะต้องทำให้มาก เพราะฉะนั้นเมื่อประชาชนมีความเข้าใจเรื่องการเลือกตั้ง ประชาชนมีความเข้าใจเรื่องการ ทำให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม ประชาชนเห็นว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปด้วย กระบวนการที่ถูกต้องมีความน่าเชื่อถือ นี่คือต้นทางของระบอบประชาธิปไตยที่เราไม่ต้องพูด ถึงปลายทาง ปัจจุบันนี้เราพูดถึงปลายทางของการเลือกตั้ง แล้วก็พูดถึงระบบ ผมเห็นด้วยว่า ส่วนที่มันยังมีปัญหาเราต้องปรับปรุงแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นตัวรัฐธรรมนูญ ตัวของผู้ที่เกี่ยวข้อง กับการจัดกระบวนการเลือกตั้งให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะฉะนั้น ๒ เรื่อง ที่ผมพยายามอภิปรายผ่านไปยังท่านประธานและฝากไปยังท่านผู้ที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวกับเรื่องที่ กกต. กำลังดำเนินการนั้นว่าได้ช่วยดำเนินการในส่วนที่ผมได้ตั้งคำถามแล้วก็เสนอแนะไปว่า ในรายงานจะต้องปรับปรุงอย่างไร แล้วก็เพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคตข้างหน้า ซึ่งบทบาท กกต. จะต้องอยู่กับเราตลอดไปในกระบวนการทั้ง ๒ เรื่อง จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ
ท่านพิเชษฐ์ มีอะไรเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะหารือท่านประธานว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงาน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๐ แล้วพวกเราก็อภิปรายโดยไม่กำหนดเวลา ซึ่งมันก็วนเวียนอยู่ เหมือนกันท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ท่านที่จะพูดได้เตรียมตัวที่ดีแล้วก็กระชับ อยากจะให้ท่านประธานได้กำหนดเวลาว่าสัก ๗ นาทีหรือ ๑๐ นาทีนี่จะได้ไหมครับ หารือ ท่านประธาน เพราะว่าเหลือท่านที่จะอภิปรายอีกเป็น ๒๐ ท่านนะครับ อยากจะให้ ท่านประธานได้วินิจฉัยหน่อยว่าสมควรจะกำหนดเวลาไหม สัก ๗ นาที ๑๐ นาที ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ครับ มีท่านสมาชิกประสงค์จะอภิปรายเกือบ ๒๐ ท่าน เราจะลองสักเท่าไร ๗ นาทีก่อนดีไหมครับ ลองดูนะครับ พยายามให้กระชับอยู่ในประเด็น อย่าซ้ำซากนะครับ เชิญท่านนิกร จำนง ครับ ตามด้วยท่านไกลก้อง พรรคอนาคตใหม่ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เบื้องแรกผมต้องขออนุญาต ท่านพิเชษฐ์นะครับ เพราะว่าผมขอเวลาไปเตรียมที่จะมาอภิปราย ๒๐ นาทีนะครับ รายละเอียดอยู่ในที่ส่งไปแล้วนะครับ เตรียมมาแล้วต้องขออนุญาตนะครับ เกี่ยวกับรายงาน ท่านประธานเรื่องของ กกต. ในครั้งนี้ก็อยากจะเรียนว่าเป็นเรื่องที่เราไม่ลงรายละเอียดมากนัก เพราะว่ามันเป็นของเก่าเป็นของประมาณปี ๒๕๖๐ แล้วก็ในส่วนนั้นเองบุคคลที่อยู่ที่เป็น คณะกรรมการก็ไม่อยู่ ณ ที่นี้แล้วนะครับ แล้วในขณะนั้นเองอยากจะเรียนว่าเป็นช่วงที่มี การบริหารโดย คสช. กกต. เองก็ไม่ได้มีการเลือกตั้งนะครับ แล้วก็กฎหมายอะไรต่าง ๆ ก็ไม่มี พรรคการเมืองมีอยู่จริงนะครับ แต่ว่าปรากฏว่าพรรคการเมืองนั้นมิได้มีการดำเนินการ ทางการเมืองใด ๆ ก็เหมือนกับว่าไม่มีนั่นเอง ดังนั้นผมก็จะมาอภิปรายในช่วงที่ว่าประกาศ การใช้รัฐธรรมนูญก็เป็นประเด็น คือ กกต. ช่วงนั้นรายงานฉบับนี้จะอยู่ในปี ๒๕๖๐ นะครับ ปี ๒๕๖๐ เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ไปจบปี ๒๕๖๐ ในรัฐธรรมนูญขณะนั้นออกมาประมาณเดือน เมษายน ๒๕๖๐ แล้วกฎหมายต่าง ๆ กฎหมายลูก ไม่ว่ากฎหมายของ กกต. เอง กฎหมาย เกี่ยวกับการเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมืองออกมาหลังหมด ออกมาประมาณเดือนข้างหลัง มากเลย ปลายปี ดังนั้นกิจกรรมใด ๆ ไม่ว่าจะต้องรับผิดชอบดูแลพรรคการเมือง หรือแม้แต่ตัว กกต. เอง ก็อยู่ในช่วงรอยต่อหมด ดังนั้นรายงานฉบับนี้เองก็จะเรียนว่ามันก็เลยน่าจะ ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นข้างหลัง มันอยู่ในรอยต่อ ดังนั้นผมก็จะไม่ซีเรียส (Serious) กับ เรื่องรายงานฉบับนี้นัก แต่ว่าจะมาให้ความเห็นว่า ที่ กกต. สรุปมาในนี้ กกต. ไปทำช่วงหลัง คือแผนยุทธศาสตร์ปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๗๙ ตรงนี้เป็นประเด็น เพราะว่าในรายงานฉบับนี้ ยืนยันแล้วว่าใช้ยุทธศาสตร์ตามนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงหลังจากนี้ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ก็ยังยืน ตรงนั้นไปถึงปี ๒๕๗๙ โดยประมาณ ๒๐ ปี ตรงนี้เป็นประเด็นที่อยากจะเรียนว่า กกต. ช่วงนั้น ผมจำได้ว่าทำแผนยุทธศาสตร์ตามรัฐธรรมนูญ พอรัฐธรรมนูญออกก็ทำแผนยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี เพราะเรามีข่าวว่า เราจะมียุทธศาสตร์ ๒๐ ปีควบคุม ก็เอาตามเข้าไป ตรงนี้เป็นประเด็นมาก เพราะว่าท่านคิดหรือว่าใน ๒๐ ปีที่จะมีต่อจากนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง และแผน ยุทธศาสตร์ตอนหลังเราได้มีการเข้าไปต่อสู้ มีการพูดคุยขณะนี้เป็น ๕ ปี ๕ ปี ๔ ครั้ง ๒๐ ปี หมายความว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทุก ๕ ปี ดังนั้นเรื่องแผนยุทธศาสตร์ของ กกต. ที่กำหนด ไว้ที่ยืนไปจนถึง ๒๐ ปี ท่านต้องทบทวนใหม่เลยนะครับ ต้องทบทวนใหม่เพราะว่าท่าน สามารถทบทวนได้ ขนาดยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ที่ประกาศเป็นรัฐธรรมนูญ ประกาศเป็น กฎหมายยังทบทวนได้โดยมาตรา ๑๑ ยังเปลี่ยนแปลงได้ ตรงนี้ผมเห็นมันลีจิต (Legit) มันหนักแน่นเกินไป แล้วมันตรึงตัวเองไว้ ต้องเปลี่ยนแปลงว่าสถานการณ์มันเป็นอย่างไร มันไม่ได้อยู่แบบนี้ไป ๒๐ ปีหรอกครับ ทีนี้ประเด็นที่ท่านนำเสนอไว้ในรายงานฉบับนี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ซึ่งท่านลากไปหลายปีเลยต่อจากนี้จนถึงปี ๒๕๗๙ ปี ๒๕๘๐ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาระบบและกระบวนการเลือกตั้ง งบประมาณที่ใช้ ๔๐ ล้านบาทเอง อันนี้เราพูดถึงว่า อยู่ในรอยต่อ ในรอยต่อที่ไม่มีกิจกรรมใด ๆ ถูกฟรีซ (Freeze) หมด กกต. ก็ถูก ฟรีซ (Freeze) พรรคการเมืองก็ถูกฟรีซ (Freeze) การเลือกตั้งไม่มี ยุทธศาสตร์ที่ ๒ เสริมสร้าง วิถีประชาธิปไตยการมีส่วนร่วม ๓๗ ล้านบาทเท่านั้นเอง ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ส่งเสริมสนับสนุน พรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองใช้งบประมาณไป ๒๖๐,๐๐๐ กว่าบาท รวมกับ เงินกองทุน เงินกองทุนตรงนี้ใช้ไป ๖๓ ล้านบาท เป็นค่าบริหารก็หลายตัง ก็ใช้ไปบ้างเท่านั้นเอง ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ที่ท่านกำหนดอยู่ในเล่มนี้ก็คือพัฒนาระบบและกระบวนการสืบสวน สอบสวนการเลือกตั้ง ๓๑ ล้านบาทในช่วงปี ๒๕๖๐ ซึ่งไม่มีการเลือกตั้ง ยุทธศาสตร์ที่ ๕ พัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กรก็คือ ความโปร่งใสขององค์กร ๖ ล้านกว่าบาท นี่คือ งบประมาณที่ใช้ในปี ๒๕๖๐ ประเด็นที่ผมจะตั้งคำถามตรงนี้ก็คือว่า ปีงบประมาณ ๒๕๖๒ เราข้ามมาเลย เพราะว่าท่านก็ทำเรื่องนี้อยู่ ๒๕๖๒ ยังยืนอยู่แบบไหน เพราะว่ากฎหมาย เปลี่ยนแล้ว รัฐธรรมนูญเปลี่ยนแล้ว กฎหมายเลือกตั้งมีแล้ว กฎหมาย กกต. มีแล้ว งานมัน เปลี่ยนหน้าหมดแล้ว งบประมาณปี ๒๕๖๒ เป็นคำถามว่ามีเท่าไร แล้วงบประมาณปี ๒๕๖๓ กำลังจะพิจารณาตอนนี้ปี ๒๕๖๒ งบกองทุนเรามีน้อยมากคือมันอยู่ในรอยต่อ แต่ช่วงปี ๒๕๖๓ งบกองทุนจะต้องมาสนับสนุนพรรคการเมือง ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญได้ขอไปเท่าไร อย่างไร มีแผนงานอย่างไรในปี ๒๕๖๓ ที่กำลังจะทำอยู่ แล้วผมเชื่อว่าคงมีการดำเนินการเตรียมการ ที่จะทำแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นคำถามนะครับ จะได้เห็นว่าเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็แล้วไป และอยู่ ในรอยต่ออย่างที่ผมเรียนแล้ว แต่เรื่องที่จะเกิดในวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้จะต้องพิจารณากันดี ๆ แล้วท่านเองแม้ว่าไม่เป็นฝ่ายของผู้บริหารคุมนโยบาย แต่เป็นฝ่ายปฏิบัติ เป็นคนเสนอ งบประมาณเอง สามารถจะกำหนดความเปลี่ยนแปลงได้ ผมมีความเห็นและข้อสังเกต เป็นข้อเสนอแนะว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้จริง ๆ แล้วเราจะเห็นว่าในหมวด ๑๖ ของการปฏิรูปประเทศเรื่องสำคัญที่สุดก็คือ ก. ๑ คือปฏิรูปการเมือง ข้อ ก. ๑ แล้วต่อจากนั้น ก็เป็นเรื่องระบบราชการบ้าง อะไรบ้างว่ากันไป แต่การเมืองเป็นเรื่องแรก ในนี้เองมีการ กำหนดไว้ชัดเจนว่าปัญหาที่มี ผมจำได้ว่าท่านจรุงวิทย์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านอยู่ในกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ส่งเรื่องไปให้ท่านมีชัย ส่งเรื่องไปให้ฝ่ายที่เขายกร่างอยู่ว่า ปัญหาสำคัญของประเทศขณะนี้ก็คือวัฒนธรรมประชาธิปไตย การพัฒนาตรงนี้เขาก็เขียน เป็นข้อ ๑ ก. ๑ เรื่องการตรงนี้นะครับ เป็น ๒-๓ ข้อ แล้วเรื่องที่ในรัฐธรรมนูญกำหนดว่า การทำนโยบายจะต้องมีแผนงบประมาณอะไรต่าง ๆ เหล่านี้มันปรากฏใน ๕-๖ ข้อ ปฏิรูป ข้อ ก. ๑ ประเด็นปัญหาที่มีก็คือว่าปฏิรูปอื่นปฏิรูปการศึกษามีกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิรูปตำรวจ มีตำรวจ ปฏิรูปการเมืองซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน แล้วก็เป็นเรื่องที่ทำให้ประเทศบอบช้ำมาก จากเรื่องการเมือง ไม่มีหน่วยงานใด ๆ เลยที่รับผิดชอบ ไม่มี เราพยายามกันตอนนั้น ก็คือว่า จะขอตั้งหน่วยงานโดยการที่จะไปแก้กฎหมาย ผมเป็นประธานอนุกรรมการยกร่างกฎหมาย ก็คือว่าจะไปแก้กฎหมายเอาสภาพัฒนาการเมืองมาจัดการเรื่องนี้ ไปหาท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เสียด้วยซ้ำตอนนั้น แล้วก็มีความพยายามยกร่างเป็นกฎหมายแล้ว แต่ปรากฏว่าทาง สภาพัฒนาการเมืองเขาอยากจะอยู่ตามเดิม ผมได้ข่าวมาแล้วว่าจะต้องถูกยุบแน่สุดท้าย ก็ถูกยุบ ก็เลยไม่มี พอไม่มีเราก็มองต่อไปผมสอนพระปกเกล้า คือเดิมจะทำคู่ให้สภาพัฒนาการเมือง เป็นตัวรุก เป็นฝ่ายบู๊ แล้วฝ่ายบุ๋นนี้ก็จะเอาสถาบันพระปกเกล้าเป็นฝ่ายบุ๋นอยู่กับสภา เพื่อพัฒนา เพราะว่าการเมืองมีปัญหามาก เราต้องการจะพัฒนาอย่างเอาจริงเอาจังก็ปรากฏว่า เรื่องนี้ล้มเหลวไม่มี พอไม่มีแล้วก็มีความหวังขึ้นมาตอนที่ กกต. มาตั้งคณะกรรมการ พัฒนาการเมืองช่วงนั้นตั้งตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็ผมเชิญพรรคการเมือง มีเชิญพรรคเพื่อไทยไป พรรคประชาธิปัตย์ไป ท่านชำนิ ศักดิเศรษฐ์ มีผมเข้าไป มีท่านอนุทินเข้าไป แล้วมีกรรมการ มีการเตรียมงานกันเสร็จว่าจะมีการพัฒนา แล้วท่านเอนกเป็นประธาน ท่านเอนกซึ่งตอนหลัง มาเป็นประธานปฏิรูป ตอนหลังท่านลาออกมา คณะนี้ตอนนี้หายไป ผมไม่เกี่ยวว่าไม่ใช่ว่า อยากกลับไปเป็นใหม่ แต่ผมมองว่านัยสำคัญตอนนี้เราไม่มีหน่วยงานในการพัฒนาการเมืองเลย กกต. จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้หมายถึงต้องมาช่วยเรื่องนี้ด้วย ดังนั้นงานในการพัฒนา การเมือง กกต. คงจะต้องหลงลืมไม่ได้แล้วก็ยับยั้งไม่ได้ เพราะว่าการพัฒนาทางการเมือง เท่านั้นที่จะทำให้การเมือง ท่านสู้เรื่องการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม มีทางเดียวก็คือความ เข้าใจในทางการเมืองของประชาชนเท่านั้น เพราะว่าเราแก้ปัญหาเรื่องการซื้อเสียง อย่างเดียวไม่ได้ การขายสิทธิก็เป็นปัญหาหนึ่งเหมือนกันนะครับ ตามความเข้าใจเรื่องทาง การเมืองเรามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ประชาชนยากจนใครเอาเงินให้เขาก็เอาเงิน แต่ว่า การพัฒนาเรื่องความเข้าใจทางการเมืองมีความสำคัญอย่างไรจะเป็นนัยสำคัญ
อีกเรื่องที่ผมแย้งตอนนั้นที่เขียนมาว่าพรรคการเมืองจะต้องชี้แจงเรื่องเงิน ในการทำนโยบาย ตรงนี้เองผมแย้งไปยังผู้ร่างรัฐธรรมนูญตอนนั้นว่าตรงนี้มันเป็นเรื่องที่ ยากมากแล้ว กกต. มีหน้าที่จะต้องดูแลเรื่องนี้ คือขณะนี้พรรคการเมืองขายฝันไม่ได้ เราไป ป้องกันการทำนโยบายประชานิยม แต่เราไปปิดกั้นพรรคการเมืองทั้งหมด ให้พรรคการเมือง ไม่สามารถจะให้ประชาชนมีความฝันได้ เขาจะได้เห็นว่าพรรคการเมืองเราเลือกพรรคนี้ กับเงิน ๕๐๐ บาท ที่คนเอามาให้นี่เราเลือกพรรคการเมืองดีกว่าครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม นายคารม พลพรกลาง ขออนุญาตประท้วงผู้อภิปรายนะครับ ตามข้อ ๖๙ นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด ก็ต้องขออภัยที่ต้องขึ้นพูดนิดหนึ่งแม้ว่าจะด้วยความเคารพต่อความอาวุโสของผู้อภิปราย ผมเห็นด้วยกับคุณพิเชษฐ์นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม จริง ๆ ผมสังเกตผู้อภิปรายมานานแล้วครับ ไม่ใช่เพราะวาระนี้ นอกจากจะวนเวียนซ้ำซาก พูดยกย่องรัฐธรรมนูญ พูดถึงนายมีชัย ผมนี่ชื่อยังไม่อยากได้ยินนายมีชัย ไม่อยู่ในประเด็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นจึงบอกว่า เรื่องอื่นที่สำคัญมีกว่านี้ ต้องเรียนเลยครับว่าไม่อยู่ในประเด็น ยกย่องวิษณุ ยกย่องมีชัย พูดอย่างนั้น อย่างนี้ ถามว่า ทำอะไรได้ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นขอให้กำชับอย่าวนเวียนซ้ำซาก ขอบคุณครับ
ผมฟังอยู่ เนื่องจากที่ผมอนุญาต ๒๐ นาที ตามที่ขอรายชื่อส่งมาก่อน มีการตกลงกันผมก็เลยอนุญาต เป็นรายสุดท้ายให้พูดได้ยาวนิดหนึ่ง พอท่านต่อไปก็คงจะอยู่ในเวลา ๗ นาที ท่านกระชับ หน่อยครับ เชิญครับ
ผมจะตัดให้สั้นลง ดังนั้นผมก็เลย คิดว่าทาง กกต. เองนี่จะต้องทำเรื่องนี้ให้มากขึ้น เรื่องการให้ความรู้ประชาชนหรือ เรื่องใด ๆ ให้มากขึ้น เพราะว่ามันจะเป็นตัวช่วย เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครมารับผิดชอบ เรื่องนี้อย่างจริงจังเป็นปัญหาใหญ่ เป็นปัญหาในการปฏิรูปประเทศทางด้านการเมือง แต่ไม่มีหน่วยงานมาดูแล เห็นแต่ กกต. ตรงนี้ก็อยากจะให้ กกต. อย่าละเลยตรงนี้ เพราะว่า การที่ว่าการพัฒนาวัฒนธรรมทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนเท่านั้น ที่ผมกล่าวอ้างแล้วเมื่อสักครู่นี้แล้วว่า มันถึงจะเป็นตัวที่จะช่วยให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ได้มีทางเดียวเท่านั้นเอง ความเข้าใจทางการเมืองครับ ผมก็ขอยุติแค่นี้พอครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านไกลก้องครับ พรรคอนาคตใหม่อยู่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ไกลก้อง ไวทยการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมจะพยายามอภิปรายให้อยู่ในเวลา ๗ นาที แต่จริง ๆ แล้วเนื้อหาเตรียม ไว้ประมาณ ๑๐ นาที เรื่องแรก ที่ผมอยากจะอภิปรายในรายงานการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ๒๕๖๐ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่การทำงานที่เริ่มต้นในปี ๒๕๖๐ ส่งผลมาถึงการทำงานของปี ๒๕๖๒ อย่างไรก็ตาม ท่านจรุงวิทย์ ภุมมา ท่านเลขาธิการ ท่าน ก็ได้เห็นต่อเนื่อง ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ เรื่องแรกที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือผมเอาใจ ช่วยในเรื่องของการพัฒนา เรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศของ กกต. มาโดยตลอด โดยเฉพาะเมื่อปี ๒๕๖๐ ที่ กกต. เปิดตัวเว็บไซต์ (Website) ข้อมูลเปิด ชื่อว่า โอเพน เดตา ดอต อีซีที ดอต จีโอ ดอต ทีเอช (Open Data.ect.go.th) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ (Website) ที่เป็นการเปิดข้อมูลการเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้เรื่องของความโปร่งใสและ การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเลือกตั้งมีประโยชน์มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในรายงาน ผมไม่ได้เห็นเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่เปิดตัวในปี ๒๕๖๐ บรรจุอยู่ในรายงาน แล้วก็วันนี้ ผมก็ไม่ทราบ ว่าท่านยังจดจำได้หรือเปล่าว่าท่านทำเว็บไซต์ (Website) นี้ไว้ เพราะว่าไม่ได้มีการอัปเดต (Update) มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ แล้ว แต่อย่างไรก็ตามนะครับ เรื่องที่ระบุในรายงานนี้เรื่องหนึ่ง ที่ผมสนใจเป็นพิเศษ นั่นก็คือในยุทธศาสตร์ที่หนึ่ง ข้อ ๖ การพัฒนาระบบและกระบวนการ เลือกตั้ง การออกเสียงประชามติที่เป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่น โดยเฉพาะการพัฒนา ระบบการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นระบบที่ท่านเรียก แอปพลิเคชัน (Application) นี้ว่า แรปพิด รีพอร์ต (Rapid Report) เรื่องแรปพิด รีพอร์ต (Rapid Report) จริง ๆ แล้วท่านเคยใช้มาแล้วในการลงประชามติรัฐธรรมนูญ เมื่อปี ๒๕๕๙ ตอนนั้นท่านทำในรายงานนี้ไม่ได้ปรากฏนะครับ แต่ว่าในระบบจัดซื้อจัดจ้าง ของราชการบอกว่าท่านใช้ราคากลางประมาณ ๑๙๐,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นในปี ๒๕๖๐ ก็มีการพัฒนาต่อเนื่องด้วยวงเงิน ๒.๗ ล้านบาท สำหรับการทำระบบแอปพลิเคชัน แรปพิด รีพอร์ต (Application Rapid Report) นี้ ตัวชี้วัดในเรื่องของระบบรายงานผลคะแนน การเลือกตั้งนี้ก็คือได้ระบบโปรแกรมมา ๑ ระบบ ระบบโปรแกรมนั้นประกอบด้วย
๑. แอปพลิเคชัน (Application) ที่ใช้รายงานผลการเลือกตั้ง
๒. นั่นก็คือเรื่องของระบบบริหารจัดการการเลือกตั้ง ศักยภาพก็คือ รายงานผลอย่างไม่เป็นทางการร้อยละ ๙๕ ได้ภายใน ๓ ชั่วโมง แล้วก็ทำได้รายงานผล คะแนนได้ทุกหน่วยทุกเขต อันนี้คือสิ่งที่ท่านตั้งใจทำในปี ๒๕๖๐ อย่างไรก็ตาม ปี ๒๕๖๐ ไม่มีการเลือกตั้ง เลื่อนมาปี ๒๕๖๑ ก็ยังไม่มีการเลือกตั้ง แล้วมาเลือกตั้งกันในปี ๒๕๖๒ ผลที่เกิดขึ้นจริง ของการใช้แอปพลิเคชัน (Application) ที่ท่านใช้เวลาพัฒนามาร่วม ๓ ปี นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ นะครับ เห็นผลอย่างชัดเจนเมื่อคืนวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ นั่นก็คือ ประชาชนรอที่จะดูผลคะแนนการเลือกตั้ง ผ่านทางสื่อต่าง ๆ ที่มีสื่อกว่า ๔๐ แห่งลงทุน ที่จะต่อเชื่อมระบบกับระบบรายงานผลการเลือกตั้งที่ท่านพัฒนา สิ่งที่ปรากฏก็คือหลังปิดหีบเมื่อนับคะแนนเริ่มต้นตอน ๑๗.๐๐ นาฬิกา รายงานจาก ทีมที่ดูแลระบบของสื่อบอกว่าระบบไม่ส่งข้อมูลมา ล่มแทบทุก ๕ นาที พอถึงช่วง ๓ ทุ่ม ระบบกลับมาทำงานได้ปกติ ส่งข้อมูลมาเรื่อย ๆ จนถึงเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา จาก ๒๓.๐๐ นาฬิกา ก็ไม่มีข้อมูลส่งมา แต่ข้อมูลยังไม่หมดที่ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลถูกส่งมาอีกครั้งเมื่อเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๒๕ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนข้อมูลบางส่วน เช่น มีผลคะแนนของบาง พรรคเพิ่มขึ้นมากขึ้น ดังนั้นเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจว่าท่านพัฒนาระบบที่ทำให้เกิดการรายงาน ผลคะแนนแบบเรียลไทม์ (Real time) แต่ว่ากว่าเราจะเห็น ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ข้ามไปอีกวัน แล้วก็ระบบพักการส่ง แล้วก็หยุดทำงานเป็นพัก ๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นคำถามที่สำคัญ อย่างไร ก็ตามได้รับคำชี้แจง ถ้าย้อนไปดูในการแถลงข่าวของ กกต. ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรองเลขาธิการ ท่านณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล ท่านบอกว่าเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ท่านบอกว่ามี แฮ็ก (Hack) ระบบ รวมถึงระบบล่มเนื่องจากฮิวแมน เออร์เรอร์ (Human error) ก็เป็นเรื่อง ที่ท่านหาสาเหตุอยู่แล้วบอกว่า จะชี้แจงภายหลัง ซึ่ง ณ บัดนี้ผมก็ยังไม่เห็นคำชี้แจงของ ระบบที่เกิดความผิดพลาดในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะมีข้อเสนอแนะ ถ้าท่านอยากจะทำให้การใช้ระบบ สารสนเทศในการรายงานการเลือกตั้งและการทำงานเรื่องการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปกติระบบเช่นนี้ ระบบรายงานผลการเลือกตั้งคือการนับคะแนนต้องผ่านการตรวจสอบ และดูการทำงานของระบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศ อันนี้เป็นสิ่งที่ท่านต้องทำ ๒. การเปิดเผยขึ้นตอนการทำงานของระบบแรปพิด รีพอร์ต (Rapid Report) ให้สาธารณชนได้รู้ว่าระบบของท่านทำงานอย่างไร เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน เมื่อใช้ระบบแล้วการเปิดเผยคะแนนดิบอย่างไม่เป็นทางการของ แรปพิด รีพอร์ต (Rapid Report) ต่อสาธารณะ ซึ่งเรื่องนี้พรรคอนาคตใหม่ขอท่านตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง วันนี้เราก็ได้ เห็นคะแนนดิบเป็นกระดาษที่เพื่อนสมาชิกคุณพิจารณ์ เพื่อนร่วมพรรคผมบอกแล้วว่า ต้องเอากระดาษมานั่งพิมพ์ใหม่ แล้วก็แผนกำกับการดูแลที่ดีของการใช้ระบบ แล้วก็ สนับสนุนผู้ใช้งาน ถ้าหากมีปัญหาเรื่องนี้ท่านต้องทำ ผมไม่แน่ใจว่าท่านทำเรื่องเหล่านี้หรือไม่ หรือทำอย่างเพียงพอหรือไม่ และหากท่านยังมีแผนที่จะใช้งานเครื่องลงคะแนนเลือกตั้ง อัตโนมัติที่ท่านมีแผนอยู่แล้วในรายงาน ขออนุญาตต่ออีกสักนิดนะครับ แล้วผมจะรีบสรุป ในรายงานท่านบอกว่าท่านซ่อมบำรุงไป ๒๕๐ เครื่อง สำหรับเครื่องรุ่นเก่า และทำต้นแบบ ทัชสกรีน (Touch screen) ดังนั้นมาตรการในการป้องกันการแฮ็ก (Hack) ระบบเลือกตั้ง ต่าง ๆ หรือว่าการที่ทำให้ระบบมั่นคงปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เรื่องนี้เครือข่าย การเลือกตั้งนานาชาติ เครือข่ายการเลือกตั้งแห่งเอเชียเตือนท่านมาก่อนการใช้งานระบบ แรปพิด รีพอร์ต (Rapid Report) แล้ว แต่ว่าก็ยังไม่เห็นทาง กกต. ดำเนินการใด ๆ ทั้งนั้น ดังนั้นหากการเลือกตั้งครั้งต่อไปหนีไม่พ้นว่าท่านต้องใช้ระบบสารสนเทศในการรายงานผล นี้อีก ดังนั้นผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังทาง กกต. นะครับว่าท่านควร เร่งปรับปรุงระบบนี้ให้มีความมั่นคง เชื่อถือได้ โปร่งใส เพื่อทำให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือ ขอบคุณครับ
ต่อไป อีก ๓ ท่าน ท่านกัลยา พรรคพลังประชารัฐ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญท่านกัลยาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปราย จริง ๆ แล้วรายงานฉบับนี้เป็นของปี ๒๕๖๐ ซึ่งก็ไม่ใช่รายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในชุดปัจจุบัน แต่โอกาสที่จะได้พบเจอท่านคณะกรรมการเต็มชุดอย่างนี้ก็นับว่าหายาก ดังนั้นดิฉันจะใช้ เวลาของสภาเพียงเล็กน้อย เพื่อที่จะพูดเรื่องที่สำคัญมากว่าการเลือกตั้งที่เป็นเป้าหมาย ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะให้มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วก็ถูกต้อง ตรงตามเจตนารมณ์ของผู้ที่ไปใช้สิทธินะคะ แต่ดิฉันมาดูในเล่มรายงานผลการปฏิบัติงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งของท่านในหน้าที่ ๙๖ ในเรื่องของการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ ความรู้เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็จะมีบอกในรายละเอียดถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญต่าง ๆ แล้วก็กลุ่มเป้าหมาย แล้วก็เป็นเรื่องของการสาธิตการประชาสัมพันธ์ด้วยเครื่องลงคะแนน การสนับสนุนในการ ลงคะแนนเลือกตั้ง ตรงนี้ดิฉันเห็นว่าท่านอาจจะเตรียมมาในปี ๒๕๖๐ ในเรื่องของการจะใช้ เครื่องในการที่จะเลือกตั้งนะคะ แต่เมื่อปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา การเลือกตั้งวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ นี้เป็นการใช้บัตรเลือกตั้ง ซึ่งดิฉันคิดว่าบัตรเลือกตั้งเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะกำกับ การเลือกตั้งให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของคนที่ไปใช้สิทธิ ท่านประธานคะ บัตรเลือกตั้ง ในครั้งนี้ที่ผ่านมาเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านเลยที่ผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้มาอย่างสะบักสะบอม ดิฉันคิดว่าคงจะมีความรู้สึกไม่แตกต่างกันนะคะ ในเขตพื้นที่ของแต่ละท่านนั้นบัตรเสีย ดิฉัน คิดว่าถ้ารวมกันทั่วประเทศต้องมีถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ คะแนน เพราะว่าอะไร คนไปใช้สิทธิ สับสน บัตรเลือกตั้งของท่านอันแรกข้างหน้าจากบัตรเลือกตั้งของท่านนะคะ ช่องแรกเลย เป็นหมายเลขของผู้สมัคร ช่องที่ ๒ ก็เป็นโลโก้ (Logo) ของพรรคการเมือง ช่องที่ ๓ ซึ่งเป็นช่องที่ยาวที่สุด กินพื้นที่ที่สุดก็เป็นช่องของชื่อพรรคการเมือง แต่ท่านประธาน ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่มีพรรคการเมืองมากมายมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่ดิฉันเคยเลือกตั้ง มาถึง ๓ ครั้ง ก็ทำให้เบียดช่อง ช่องนี่ตัวเล็กมากแล้วถ้าตราบใดเรายังใช้การเลือกตั้งที่ กำหนดอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีไปจนสิ้นสุดไม่มี ไม่ได้บอกว่า ๕๐ ปี เลือกตั้งไม่ได้ ฉะนั้นท่านก็ต้อง คำนึงถึงคนที่เกิน ๕๐ ปีที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย ในคูหาเลือกตั้งมีแต่ปากกากับบัตรผู้ที่ ประสงค์จะลงคะแนนเดินถือเข้าไป ฉะนั้นเมื่อรายละเอียดของบัตรเลือกตั้งท่านละเอียด ยิบขนาดนั้น เวลาเข้าไปขนาดดิฉันเองคิดว่าแน่ ๆ ก็ยังต้องเอาข้างล่างทับขึ้นมา เพื่อที่ว่า เดี๋ยวเกิดไปกาให้ผู้สมัครรายอื่นก็เป็นอันเสร็จกันใช่ไหม ตัวเองยังลงคะแนนให้ตัวเองผิด อย่างนี้ก็ไม่ได้ แล้วคิดดูว่าคนที่อายุมาก ๆ จะกาผิดหรือกาถูกเป็นส่วนใหญ่ แล้วที่สำคัญ ช่องกาที่ประชาชนไปกาอยู่สุดท้ายเลย ต้องลากไปนะคะท่านประธาน ลากไปถึงจะไปเจอ ช่องนะแล้วส่วนใหญ่ทุกท่านเวลาหาเสียงดิฉันมั่นใจว่าทุกคนเลยผู้สมัคร ยิ่งเฉพาะช่วงโค้ง สุดท้าย สัปดาห์สุดท้าย อย่างดิฉันนี่นะคะ ขออนุญาตยกตัวอย่างท่านประธาน ดิฉันขึ้นรถ หาเสียงดิฉันก็จะถือไมโครโฟนตะโกนอยู่บนรถนะคะ พี่น้องเลือกกัลยากาเบอร์ ๔ กาเบอร์ ๔ นะคะพี่น้อง อย่าลืมนะคะ ๒๔ มีนาเข้าคูหา กาเบอร์ ๔ กาเบอร์ ๔ ท่านประธาน กาเบอร์ ๔ จริง ๆ ค่ะ เพราะว่าพ่อแก่แม่เฒ่าพี่ป้าน้าอานัดกันไปลงคะแนนเลือกกัลยาเข้าไป กาทับเบอร์ ๔ ปรากฏว่าอ่านบัตรเลือกตั้ง ๔ เสีย ๔ เสีย ท่านประธานคะ บัตรดิฉัน หน่วยหนึ่ง ผู้เลือกตั้งมีสักพันต้น ๆ เสียไป ๓๐๐ คะแนนที่กาเบอร์ ๔ แล้วดิฉันคิดว่า สภาพแบบนี้ไม่ใช่เป็นดิฉันคนเดียว เป็นหลายท่านมาก ๆ ที่ว่า มีปัญหาในเรื่องของบัตร เลือกตั้งครั้งนี้ ฉะนั้นมันเท่ากับบัตรเลือกตั้งไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้ไปใช้สิทธิลงคะแนน เขาตั้งใจจะเลือกผู้แทนคนไหนเขาก็ต้องได้ผู้แทนคนนั้น แต่กลายเป็นบัตรเสียอย่างนี้ เป็นจำนวนมากทั่วประเทศต้องมีเป็นล้าน ๆ เลย ถ้านับดูต่อเขตแล้วรวมกัน อันนี้เป็นไปได้ไหมท่านกรรมการการเลือกตั้งที่เคารพทุกท่าน อันนี้ดิฉันสะท้อนเป็นข้อเสนอแนะฝากไว้เพื่อเป็นการพิจารณาว่า ถ้ายังไม่มีการใช้เครื่อง ลงคะแนนและยังจะต้องใช้บัตรอีกในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดิฉันขอให้ช่วยปรับรูปแบบ บัตรเลือกตั้ง ถ้าท่านจะรณรงค์ให้การเลือกตั้งมีการใช้สิทธิที่ถูกต้อง แล้วก็ยุติธรรมตรงตาม ความต้องการของคนไปเลือกก็ต้องง่ายกว่านี้ ต้องคิดถึงคนที่มีอายุสูง ๆ แล้วเขาเข้าไป ใช้สิทธิ ช่องเลือกตั้งควรจะติดกับเบอร์ เหมือนทุกครั้งที่เราผ่านมา ท่านประธานก็เคย ผ่านการเลือกตั้งก่อนครั้งนี้นะคะท่านประธาน แล้วก็ครั้งที่ผ่าน ๆ มาบัตรเลือกตั้งเรามีเลข แล้วก็ช่องว่างเลย คนแก่ คนเฒ่า หรือคนที่ยังไม่ละเอียดเรียบร้อยแต่เขาตั้งใจเขาก็กาถูกเขา ก็เข้าไปเห็นเบอร์เขาก็กา แต่อันนี้เห็นเบอร์เห็นโลโก้ (Logo) อ่านชื่อบางคนก็อ่านไม่ค่อยเก่ง ลากนิ้วลากไปจนถึงสุดท้ายนิ้วตกลงมาหน่อยหนึ่ง เพราะว่าเส้นมันยาว ท่านประธานกำลัง ไม่พอนิ้วตกลงมาไปกาให้เบอร์คู่แข่งอย่างนี้มันก็ไม่ถูกนะคะ เพราะเขาตั้งใจไปเลือกอีกเบอร์ หนึ่ง ดิฉันก็อยากจะฝากว่าช่วยออกแบบบัตรเลือกตั้งให้ตรงกับเจตนารมณ์ของคนที่ตั้งใจไป กาผู้แทนของเขาในแต่ละเขตจะเป็นพรรคไหนก็ได้
อีกเรื่องเดียว ท่านประธาน เรื่องเมื่อสักครู่ก็จบแล้วกัน ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันก็อยากจะฝากเรื่องของคะแนนหลังการเลือกตั้งว่าในเมื่อมันเป็นคะแนนที่เปิดเผยเวลา ประกาศผลในแต่ละหน่วยก็เปิดเผยอยู่แล้ว แต่ทำไมพอเลือกตั้งเสร็จผู้แทนหรือประชาชนที่ อยากจะรู้ไปขอผลคะแนนรายหน่วยก็ไม่สามารถขอได้ที่จังหวัด ไปขอที่ กกต. กลางประสาน ไปก็ไล่ไป กกต. จังหวัด ก็ไล่กันไปไล่กันมา ตกลงว่าทำไมท่านไม่ทำใส่เป็นระบบดิจิทัล แล้วก็ ส่งให้พรรคการเมืองทุกพรรคไปเลย เพราะว่าทุกคนก็ต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว แล้วก็ ไม่ให้เสียประโยชน์ไม่อย่างนั้นก็ต้องไปถ่ายเอกสารกันเป็นตั้ง ๆ ก็ใช้เวลาอันน้อยนิดเพื่อฝาก เรื่องสำคัญยิ่งกับท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เคารพทุกท่าน ขอบคุณค่ะ
เชิญท่าน ประกอบครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าการเสนอรายงานของคณะกรรมการ การเลือกตั้งในวันนี้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้ และเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักเลือกตั้งทั้งหลาย ผมคิดว่าจริง ๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเราที่มา จากการเลือกตั้งต้องมาพูดถึงเหตุการณ์ข้อเท็จจริงสิ่งที่เกิดขึ้นกับ กกต. และสำนักงาน กกต. และสิ่งที่พวกเราได้รับผลกระทบ ผมไม่สบายใจเรียนท่านประธานที่เคารพว่าเพื่อนสมาชิก ของเราบางคนเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยมีความสำคัญ แล้วก็เร่งรัดให้มีการพูดจากันในเวลา ที่จำกัด แต่ผมกลับคิดตรงกันข้าม วันนี้เราต้องมาพูดกัน ในเรื่องที่เรามาพูดวันนี้ไม่ใช่ว่า ล้าหลัง ถึงแม้ว่าเป็นรายงานของปีงบประมาณ ๒๕๖๐ แต่ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ปฏิบัติต่อเนื่องและมีเรื่องต่าง ๆ ทุกเรื่องทั้งดี ไม่ดี ควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติเหมือนกัน ต่อเนื่องกัน คล้ายคลึงกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องเก่า ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่พวกเราต้องพูดคุยกัน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ การเลือกตั้งทุกระดับเป็นหัวใจที่มีความสำคัญ ตราบใดที่การเลือกตั้งขาดความโปร่งใส ไม่ตรงไปตรงมา ฉ้อฉล ทุจริต ท่านประธาน เชื่อผมเถอะ ประเทศชาติไปไม่ได้ วังวนในเรื่องของการทุจริตการคอร์รัปชันจะไม่มีวัน ขาดหายไปจากประเทศนี้ การเลือกตั้งถือว่าเป็นต้นน้ำเป็นต้นเหตุที่มีความสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นผมถึงให้ความสำคัญของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงาคณะกรรมการ การเลือกตั้งอย่างที่สุด เพราะผมเชื่อว่าท่านเป็นต้นน้ำแห่งความโปร่งใสหรือขุ่นมัว ท่านนี่ละ เป็นสาเหตุที่มีความสำคัญที่ให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขบรรลุผลหรือไม่อย่างไร ผมเรียนว่าปัญหาของการเลือกตั้งวันนี้ มี ๒ เรื่องใหญ่ ๆ
เรื่องที่ ๑ เยาวชน พี่น้องประชาชนขาดความเข้าใจ ไม่ให้ความสำคัญของการ เลือกตั้ง เขายังมองว่าการเลือกตั้งทุกระดับไม่ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้ง ส.ว. การเลือกตั้ง ส.ส. เป็นเรื่องไกลตัว ใครเอาอะไรมาแลกเอา ตรงนี้ละครับเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิด การไม่ชอบมาพากลในเรื่องของการเลือกตั้ง ทำอย่างไร ให้ กกต. ให้สำนักงานการเลือกตั้ง ทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัดได้มีโอกาสเผยแพร่ให้ความรู้ ให้ความตระหนักแก่เยาวชน พี่น้องประชาชน ไม่เฉพาะนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเหมือนที่ท่านได้รายงานในฉบับนี้ แต่ผมกราบเรียนว่าการสั่งสอนการให้ความรู้กับเยาวชน ซึ่งยังไม่มีสิทธิที่จะเลือกตั้ง แต่เขา เป็นเยาวชนของชาติ เราต้องเพิ่มความตระหนักให้เขามีความรู้ความเข้าใจในระบบ การเลือกตั้ง ว่าการเลือกตั้งทุกระดับมีความสำคัญอย่างไร การซื้อเสียง การขายสิทธิจะทำให้ ประเทศชาติวิบัติอย่างไร ท่านต้องให้ความตระหนัก เงินซื้อเสียง ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท มันมากกว่าค่าที่ทำประเทศชาติล่มสลายหรือไม่ ผมคิดว่าถ้าเกิดคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกระดับได้ให้ความสำคัญและตระหนักในเรื่องนี้ ดีกว่าที่ท่านเอางบประมาณที่ไปจัดทำหลักสูตรที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณา ให้ข้อสังเกตหลายเท่าตัว สร้างตระหนักให้กับเยาวชนกับพี่น้องประชาชน ให้เห็นความสำคัญ ถึงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ และสิ่งที่สำคัญที่สุดท่านต้องตระหนักว่าเยาวชนของชาตินั้น มีความสำคัญมีความจำเป็นที่จะให้เขาเหล่านั้นได้มีความรู้มีความเข้าใจอย่างชัดเจน
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องการซื้อเสียงขายสิทธิ ผมกราบเรียนว่า ผมไม่เชื่อว่า กกต. ข้าราชการในสำนักงาน กกต. เพื่อน ส.ส. พี่น้องประชาชนไม่รู้ไม่เห็น ปฏิเสธว่าบ้านเมืองเรานี้การเลือกตั้งทุกระดับมีการซื้อเสียง มีการขายเสียง ผมขออนุญาต อีก ๕ นาที มีการซื้อเสียง มีการขายสิทธิ เพราะว่าท่านก็รู้ แต่ผมถามท่านว่าตั้งแต่มี กกต. มา ตั้งแต่มีสำนักงาน กกต. มา เรื่องนี้ท่านได้พัฒนาขึ้นหรือไม่ การซื้อเสียงการขายสิทธิ รุนแรงขึ้นหรือไม่ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ในการปกป้อง คุ้มครองการซื้อเสียงการขายสิทธิ มีส่วนร่วมกระทำความผิดดังเช่นที่ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ได้ให้ข้อสังเกตในที่ประชุมแห่งนี้ หรือไม่ ผมถามท่านว่าเรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญ กกต. สำนักงาน กกต. ทำอย่างไรให้ปัญหา เหล่านี้หมดสิ้นไปจากประเทศของเรา ที่ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ตราบใดที่ กกต. สำนักงาน กกต. ยังปล่อยปละละเลย ขออภัยครับ ผมขอถอนคำว่า ปล่อยปละละเลย ยังไม่จริงจังกับเรื่องการซื้อเสียงขายสิทธิ ประชาธิปไตยในประเทศไทยนี้ ไปไม่ได้ครับ เราวนเวียนอย่างนี้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นผมขอฝากเป็นเรื่องพิเศษครับ สุดท้ายครับ ผมคิดว่าหัวใจของการปฏิบัติงานของ กกต. และสำนักงาน กกต. ท่านต้อง ทำงานภายใต้สโลแกนสัก ๔ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เที่ยงธรรม ท่านต้องมีความเที่ยงธรรม ทั้งผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง ในคดี ซื้อเสียง ขายสิทธิอย่างตรงไปตรงมา อย่าเห็นแก่พรรคพวก เพื่อนฝูง หรือเห็นแก่อะไร ที่ทำให้ความเที่ยงธรรมมันสูญหายไป ที่ผมกราบเรียนเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า ท่านไม่เที่ยงธรรม แต่ว่ากระบวนการที่ผ่านมานั้นส่อให้เห็นว่าความเที่ยงธรรม ยังไม่เที่ยงธรรม
เรื่องที่ ๒ ฉับไว ท่านประธาน หลายคดีที่ทำผิดระเบียบกฎหมายการเลือกตั้ง เป็นเรื่องเชิงประจักษ์ที่เห็นชัด ๆ หลายคดี แต่ว่าผมไม่แน่ใจว่า กกต. ตั้งใจประวิงเวลา หรือว่ามีกำลังไม่พอ แต่เรื่องบางเรื่องนี้ช้าเกินไป แทนที่จะทำให้เสร็จภายใน ๑ เดือน ๑ สัปดาห์ เพราะว่าเป็นเรื่องทุจริตเชิงประจักษ์ มีหลักฐานไม่ต้องไปสืบพยานแล้ว อย่างนี้ต้องเร็วต้องฉับไว
เรื่องที่ ๓ โปร่งใส กระบวนการของท่าน ถ้าเกิดท่านไม่โปร่งใส ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนก็ไม่ศรัทธา เพราะฉะนั้นในกระบวนการสืบสวน สอบสวน กระบวนการ ทุกอย่าง ท่านต้องมีความโปร่งใส และสุดท้าย สะอาด คำว่า สะอาด ก็คือ มือสะอาด ผมไม่ได้กล่าวหาว่า กกต.
พอแล้วครับ
สำนักงาน กกต. ไม่สะอาด แต่ว่ามีหลายครั้งหลายคราว เข้าหูพี่น้องประชาชน บอกว่าถ้าใครเรียนถึง คำว่า เรียนถึง เป็นภาษาบ้านผม ภาคใต้ถ้าเอาทุเรียนไปฝากแล้วจะได้ดีทุกคน สมัยนั้นนะครับ นั่นหมายถึง ว่าถ้ามีคดีสินบน มีอะไรสักอย่างหนึ่งท่านก็สามารถที่จะเสกคดี สามารถที่จะไม่นำพา พยานหลักฐานอะไรมาให้พร้อม สรุปว่าช่วยด้วยช่วยกัน
พอสมควร แล้วครับคุณประกอบ
ซึ่งไม่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตฝาก กกต. ฝากสำนักงาน กกต. ว่าในเรื่องของการสร้างธรรมาภิบาล ท่านต้องตระหนักและขอให้จริงจัง ท่านต้องขจัดในเรื่องของการซื้อสิทธิ การขายเสียงให้ได้ และประเทศชาตินี้ก็จะเจริญ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่าน สาทิตย์ต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่า การอภิปรายในรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งวันนี้เท่าที่ฟังเพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายมาก็ครอบคลุมในหลายประเด็น แต่ว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้มันจะครอบคลุม เรื่องอยู่ ๒-๓ เรื่อง ซึ่งผมคิดว่าสำคัญ
ประการแรก ก็คือผมอยากให้ กกต. ได้ทบทวนถึงเรื่องที่มาของ กกต. ซึ่งท่านเองก็เขียนเอาไว้ในส่วนที่ ๑ ซึ่งเสมือนเป็นบทนำของท่านว่าการมี กกต. ขึ้นมา โดยรัฐธรรมนูญเมื่อฉบับปี ๒๕๔๐ นั้นมีความมุ่งหมายอย่างไร สิ่งที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะถามท่านทั้งหลายในตอนจบว่า ณ วันนี้เราได้เดินไปถึงจุดเหล่านั้นหรือไม่ วันนี้ กกต. ฟังสภาอาจจะไม่ค่อยมีดอกไม้มากนัก แต่สิ่งที่เราจะส่งให้ท่านมันเป็นข้อเท็จจริงที่อยาก ให้ท่านไปทบทวน ในรายงานของ กกต. เองเขียนไว้ชัดว่าสมัยเมื่อรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ นั้น มันมีประเด็นเรื่องของการปฏิรูปการเมือง มีแนวคิดเรื่องธรรมาภิบาลและมีการพูดถึง เรื่องการแก้ปัญหาระบบการเมืองไทย คือทำให้ระบบการเมืองและระบบราชการ มีความสุจริตและมีความชอบธรรมในการใช้อำนาจโดยต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกตั้ง เพราะซึ่ง เป็นกระบวนการคัดคนเข้าสู่ระบบการเมือง ผมคิดว่าตอนนั้นรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ตั้งเป้าหมายไว้สวยหรูมาก แต่คำถามที่มาจนกระทั่งถึงตอนนี้อำนาจของ กกต. ตาม รัฐธรรมนูญ และโดยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้น ท่านต้องถือว่าเป็นองค์กรที่มีอำนาจ ครบถ้วน ยิ่งกว่ากระทรวงมหาดไทยในอดีต ซึ่งเคยควบคุมกำกับดูแลการเลือกตั้งอีก เพราะ กกต. มีอำนาจตั้งแต่ ๑. ออกกฎระเบียบทั้งหลายในการจัดการเลือกตั้ง ๒. เป็นคน ดำเนินการจัดการเลือกตั้งเอง และ ๓. มีอำนาจกึ่งตุลาการ ในการชี้การเลือกตั้งวินิจฉัยถูกผิด สั่งให้ยุติกระบวนการเลือกตั้งในเขตต่าง ๆ พูดง่าย ๆ คือให้ใบเหลือง ให้ใบแดง ให้ใบนั้นใบนี้ ได้เป็นอำนาจกึ่งตุลาการ เพราะฉะนั้นอำนาจของ กกต. ที่ครอบคลุมกว้างขวางเช่นนี้จึงต้อง เป็นอำนาจที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบ สิ่งที่สังคมคาดหวังจาก กกต. ก็คือการสร้าง กระบวนการทางการเมืองให้เกิดความสุจริต ความเที่ยงธรรม ตรงกันเลยกับที่ท่านเขียน เอาไว้ตั้งแต่ต้น แต่ว่าสิ่งที่ กกต. อธิบายในรายงานปี ๒๕๖๐ ๒๐ ปี หลังจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้บัญญัติเรื่องขององค์กรอิสระที่ชื่อว่า กกต. เอาไว้ก็คือว่า กกต. เขียนเอาไว้ ในรายงานตัวเองหน้า ๕๕ บอกว่าภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งของ กกต. ก็คือพัฒนาและ ส่งเสริมความเข้มแข็งของพรรคการเมือง แต่สภาพแวดล้อมในปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ ยังขาดจิตสำนึกในวัฒนธรรมการเมืองที่สอดคล้องกับวิถีประชาธิปไตย โดยเฉพาะวัฒนธรรม การเมืองในระบบอุปถัมภ์และระบบเครือญาติในสังคมไทย มีการซื้อสิทธิขายเสียงกัน เป็นจำนวนมากโดยนักการเมืองและพรรคการเมืองบางส่วนที่ยังขาดคุณธรรมและจริยธรรม มุ่งหวังชัยชนะและผลประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่เคารพกฎหมายเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม แล้วมีเรื่องประเด็นของผู้สมัครรับเลือกตั้งใหม่
ประเด็นที่ผมกำลังจะพูด ก็คือว่าสมมติฐานของ กกต. ในประเด็นนี้ โยนทุกอย่างให้กับประชาชนว่ายังขาดจิตสำนึกประชาธิปไตย และโยนให้กับพรรคการเมือง หรือนักการเมืองที่ขาดจริยธรรมซึ่งผมยอมรับว่ามีอยู่จริง คำถามมีว่า ๒๐ ปีให้หลังประเด็น ที่ท่านเขียนเหมือนกันเลยกับ ๒๐ ปีแรกที่เราคิดให้มี กกต. ขึ้นมาในประเทศนี้จัดการ เลือกตั้งแทนกระทรวงมหาดไทย เกิดอะไรขึ้นครับ ความจริง กกต. ควรจะประเมิน แล้วก็ ตั้งคำถามถามตัวเองมากกว่า ๒๐ ปีผ่านมาให้หลังทำไมเราจึงยังมีประเด็นปัญหาเหล่านี้ ให้ กกต. เขียนเสมือนเป็นสมมติฐานให้กับยุทธศาสตร์และการทำงานของท่าน มันจึงเป็นที่มาของเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นเพื่อนสมาชิก ก็พูดว่าการดำเนินการของ กกต. ดูเหมือนว่าในประเด็นนี้ถ้าจะให้คะแนนผมคิดว่าสอบตก เอาง่ายที่สุด การเลือกตั้งครั้งหลังสุดซึ่งหลายฝ่ายเคยคิดว่าถ้าจะปฏิรูปการเมืองอำนาจ กกต. บางเรื่อง อย่างอำนาจกึ่งตุลาการถอดออกได้ไหม ให้องค์กรด้านศาลหรืออื่น ๆ ไปดำเนินการ ให้ กกต. เฉพาะออกระเบียบและกำกับดูแลการเลือกตั้ง เพื่อให้มีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน แต่ปรากฏว่าในการออกแบบ กกต. โดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นกลับให้อำนาจของ กกต. เพิ่มมากขึ้นอีกมีกลไกที่เรียกว่าผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งมีการรับสมัคร มีกระบวนการ ลงไปทำงานแล้วพยายามที่จะส่งไปจังหวัดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่จังหวัดของตนเอง คำถามผมมีว่า เราจับคดีทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงได้กี่คดี ฟ้องร้องดำเนินคดีแล้วทำให้ผลการเลือกตั้ง เปลี่ยนแปลงไปในทางสุจริตเพิ่มขึ้นกี่คดี ถ้ามีท่านตอบผมหน่อย ที่น่าเศร้าใจคือว่า บางเขตเลือกตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งโทรไปบอกผู้สมัครรับเลือกตั้งบางคนที่สนิทกันบอกว่า เขตคุณเขาจัดปราศรัยแจกสตางค์กัน คนนี้ก็ถามว่าแล้วทำไมคุณไม่ดำเนินการ คนนี้ก็บอกว่า ผมไม่กล้าเข้าไปทำถ้าคุณมีหลักฐานคุณก็ไปฟ้องร้องดำเนินคดี สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นอะไร อันนี้เป็นประสิทธิภาพความมุ่งหวังโดยตรงของ กกต. มาถึงปี ๒๕๖๐ ๒๐ ปีครับที่มีการตั้ง เรื่องนี้ขึ้น แต่ที่ผมประหลาดใจมากและกังวลใจมาก ๆ ในรายงาน กกต. เองนะครับ ท่านเขียนเองซึ่งผมก็ชื่นชมว่าท่านเขียนตรงไปตรงมาดี หัวใจของ กกต. คือการรวบรวม ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในการดำเนินคดีและแก้ต่างคดี หน้า ๗๗ ท่านเขียนข้อเท็จจริงว่า กกต. มีสภาพปัญหาจากส่วนงานต่าง ๆ ใน กกต. บางส่วนขาดความเข้าใจและไม่ให้ ความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยจัดส่งข้อเท็จจริงและพยานเอกสารหลักฐาน ไม่ครบถ้วน และไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ เห็นว่าการดำเนินการทางคดี เป็นงานของสำนักกฎหมายและคดีในอันที่จะต้องดำเนินการแต่ฝ่ายเดียว ประเด็นคือมันมี ปัญหาภายใน แล้วท่านสรุปในรายงานของท่านว่า สภาพปัญหาดังกล่าวย่อมส่งผลให้เกิด ปัญหาต่อการประสานงานกับพนักงานอัยการและเกิดความล่าช้าในการดำเนินการฟ้องคดี หรือแก้ต่างคดีและอาจส่งผลให้รูปคดีเสียหาย ผมไม่ทราบเรื่องอะไรนะครับ แต่ถ้าเป็น ประเด็นของการทำงานภายใน กกต. เองเป็นแบบนี้เราจะคาดหวังอะไรได้จากการทำงาน ขององค์กรอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งเราคาดหวังกันอย่างมากมาย ในหน้าที่ ๑๑๒ ท่านเขียนอีกครั้งหนึ่งครับในประเด็นดังกล่าว ก็คือการรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานในการดำเนินคดีและแก้ต่างคดีอาจจะเป็นประเด็นที่ กกต. ถูกฟ้องไหม ผมไม่ทราบ แต่ทำให้เข้าใจว่าในการดำเนินคดีต่าง ๆ มีเรื่องนี้เกิดขึ้น เรื่องนี้หรือไม่ที่ทำให้ เกิดข่าวลือต่าง ๆ นานาว่าคุณสู้เท่าไรเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดการต่อรองกันหรือไม่ครับ นี่เป็นปัญหาหนึ่งขององค์กรอิสระที่มีอำนาจมาก มีประเด็นเหล่านี้เกิดขึ้น ป.ป.ช. เพิ่งชี้มูลความผิดรองเลขาธิการคนหนึ่งซึ่งมีประเด็นเรื่องทุจริตเงินมหาศาลมาก ทำให้ ชวนคิดหรือไม่ครับว่าประเด็นเหล่านี้เกิดจากปัญหาอะไร ท่านจะมีคำตอบและให้คำตอบ บางอย่างกับสภาหรือไม่
สุดท้ายนะครับ เป็นเรื่องของงบการเงิน รายงานผู้สอบบัญชี ประทานโทษ ผมไม่ใช่นักบัญชี อ่านแล้วงงมากเลย แต่มันมีประเด็นหนึ่งครับที่ผมสงสัยและอยากให้ ท่านตอบนะครับ ในรายงานผู้สอบบัญชี หน้า ๑๔๖ ซึ่งนักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ ได้ทำรายงานของผู้สอบบัญชีเสนอประธานกรรมการการเลือกตั้ง ภาษาอ่านยาก แต่ในตอนจบเขาเขียนไว้อย่างนี้ว่า ในเรื่องของกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองที่เขามี การตรวจสอบบัญชี เขามีการพูดถึงเรื่องความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญของเรื่องที่อาจจะเกิด เรื่องทุจริตหรือความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เขาเขียนอย่างหนึ่งว่า สรุปเกี่ยวกับความเหมาะสมของเกณฑ์การใช้บัญชีสำหรับดำเนินงาน ต่อเนื่องของผู้บริหาร และจากหลักฐานการสอบบัญชีที่ได้รับ สรุปว่ามีความไม่แน่นอน ที่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัย อย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถของหน่วยงานในการดำเนินงานต่อเนื่องหรือไม่ สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินได้ข้อสรุปว่า มีความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญเกิดอะไรขึ้นครับ ผมขอความกรุณาให้ท่านช่วยอธิบายเรื่องนี้ เพราะถ้า ๒ ประเด็นนี้ ๑. เรื่องของประเด็น การทำงานภายในของ กกต. เอง กับเรื่องผลการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชี กกต. สะท้อน ปัญหาภายใน กกต. คำถามมีอยู่ว่า ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ เฉพาะปีที่มีการเลือกตั้งปีนี้ จะมีนัยสำคัญหรือปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาภายในเกิดขึ้นหรือไม่ แล้วถ้ามีจริง ท่านช่วยตอบสภาหน่อย และเรื่องนี้ถ้ายังเป็นประเด็นปัญหาต่อไปยากท่านครับ ที่เราจะ บรรลุวัตถุประสงค์ที่ประชาชนตั้งความหวังไว้ตั้งแต่เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วว่า กกต. มาจากการ เลือกตั้งแล้วต้องสุจริต ต้องเที่ยงธรรมกว่าหน่วยงานอื่น ๆ ที่ผ่านมา ให้กำลังใจ แต่ท่านต้อง ให้ความโปร่งใสชัดเจนกับสภาและกับพี่น้องประชาชนด้วย ขอบพระคุณครับ
ต่อไป อีก ๓ ท่านครับ ท่านบัญญัติ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านศุภชัย ท่านเทพไท เชิญท่าน หมอบัญญัติครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ให้อภิปรายรายงานประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือที่เรียกย่อว่า กกต. เพราะองค์กร กกต. นั้น เป็นองค์กรที่มีความสำคัญระดับชาติ เหตุที่ผมว่า กกต. เป็นองค์กร ที่มีความสำคัญระดับชาติก็เพราะว่า กกต. นั้น เปรียบเสมือนฝ่ายบุคคลของประเทศในการที่ จะคัดบุคลากรทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองระดับชาติ เช่น ส.ส. ส.ว. หรือ นักการเมืองระดับท้องถิ่น ตั้งแต่ สจ. อบต. อบจ. การเมืองในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ว่าอย่างนั้นนะครับ ซึ่ง กกต. นั้นก็มีข้อจำกัด ข้อจำกัดของ กกต. นั้นในระดับชาติ กกต. ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของ กกต. เอง ในการเป็นฝ่ายบุคคล นักการเมืองที่ดีหรือไม่ดีในระดับ ท้องถิ่นก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของท้องถิ่น กกต. มีข้อจำกัดพอสมควร แต่ กกต. นั้นก็เป็น องค์กรเดียวที่จะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการคัดสรรบุคคลเข้ามาเป็นบุคลากรทางการเมืองของ ประเทศเปรียบเสมือนฝ่ายบุคคลของบริษัท หรือถ้าผมจะขออนุญาตเปรียบเทียบใน พระพุทธศาสนา กกต. นั้นก็คืออุปัชฌาย์ พระคู่สวด พระอันดับ ซึ่งจะต้องมีระเบียบ มีวินัย ที่จะปฏิบัติว่าอย่างไรที่จะต้องได้มาซึ่งศาสนทายาท อันนี้เทียบในพระพุทธศาสนา เนื่องจาก ผมเคยบวชมาแล้วก็เลยจะเข้าใจตรงนี้ว่าจะต้องมีกรอบมีวินัย ที่จะเข้ามาสู่ในสายพาน การผลิตนักการเมือง ซึ่งในรัฐธรรมนูญก็กำหนดให้ทุกคนที่มีคุณสมบัติที่สามารถเข้ามาสู่ นักการเมืองได้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ไม่ใช่เป็นคุณสมบัติที่มีความจำกัดมากมายอะไร เป็นมนุษย์มีสติสัมปชัญญะดี มีร่างกายแข็งแรงดี แล้วก็มีข้อจำกัดอีกไม่กี่อย่างเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นโอกาสที่มีทัศนคติหรือเรียกว่า เป็นคนดีหรือไม่ดีมันมีโอกาสที่จะมาสมัครได้ ทั้งสิ้น แต่กลไกในการคัดเลือกคนที่ว่าดีหรือไม่ดีให้มาเป็นนักการเมืองมันก็ไม่มีมาก เพราะว่า ไม่ได้มีการสอบทฤษฎี แล้วก็ไม่ได้มีการวัดอะไรมากนัก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการดูคุณสมบัติ แล้วก็ดูเรื่องของกติกาในการแข่งขันเสียมาก เปิดโอกาสให้หาเสียงกี่วัน เปิดโอกาสให้ดำเนินกิจกรรมได้กี่วัน ใครที่ไม่สามารถทำตามกติกา ได้ถูกจับฟาวล์ (Foul) ออก หรือสุดท้ายประชาชนเลือกน้อย หรือประทานโทษ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า ปอปปูลาร์ โหวต (Popular vote) น้อยก็ถูกคัดออกไปโดยปริยาย ดังนั้น กกต. ไม่ใช่องค์กรที่จะเป็นการจัดการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว กกต. นั้น ในกฎหมาย ยังเป็นองค์กรที่จะต้องส่งเสริม เรียกว่า เสริมสร้างวิถีประชาธิปไตยการมีส่วนร่วม ของประชาชน อันนี้ผมนำมาจากวิสัยทัศน์ พันธกิจของท่าน การที่ผมจะอภิปรายเกี่ยวกับ รายงานของ กกต. ปี ๒๕๖๐ นั้น อาจจะย้อนหลังไปถึง ๒ ปีกว่า ในรูปเล่มต่าง ๆ ท่านทำได้ ดี กะทัดรัด เข้าใจง่าย แต่ถ้าจะอภิปรายย้อนไปขนาดนั้นซึ่งก็ไม่ได้มีการเลือกตั้งอะไร เป็นขั้นตอนการเตรียมองค์กร ท่านก็เตรียมองค์กรได้ดี ผมขออภิปรายสิ่งที่มันอยู่ในเล่ม คงจะสัก ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นเอง เรื่องวิสัยทัศน์ผมจะไม่อภิปรายในองค์กรของท่าน เพราะว่าวิสัยทัศน์ท่านเขียนไว้ได้เป็นอย่างดี ว่าเป็นองค์กรหลักในการบริหารจัดการ เลือกตั้งทุกระดับ การออกเสียงประชามติที่สังคมยอมรับและเชื่อมั่น และสร้างสถาบัน พรรคการเมืองให้เจริญก้าวหน้ามั่นคง แต่พันธกิจผมขออภิปรายเพื่อฝากข้อสังเกตให้ท่าน นิดหนึ่งว่า พันธกิจบริหารจัดการเลือกตั้งออกเสียงประชามติดำเนินการสืบสวน สอบสวน วินิจฉัยและดำเนินคดีในชั้นศาลให้มีความสุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรม ข้อนี้ก็ไม่ขอวิจารณ์ ก็คิดว่าก็ดำเนินการไปได้ด้วยดีพอสมควร
ส่วนข้อเสริมสร้างวิถีประชาธิปไตยและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ของประชาชนเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายว่าอาจจะอ่อนไป ด้อยไปสักนิดหนึ่ง เพราะผมสังเกตดูว่าตั้งแต่ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ มานี่ วิถีประชาธิปไตยและพัฒนากระบวนการ เรียนรู้ของประชาชนเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขนั้นผมว่ายังไม่ไปถึงไหน ไม่เช่นนั้นคงจะไม่มีประชาชน บางกลุ่มเขาอ้างว่า ตนเป็นประชาธิปไตย แล้วก็อ้างว่าคนนั้นไม่ใช่ประชาธิปไตย คนนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย แสดงว่าประชาธิปไตยมีหลายโมเดล (Model) หลายรูปแบบเหลือเกิน แล้วผมก็เฝ้ามองว่า จะมีองค์กรใดออกมาตอบ มาชี้แจงว่าก็ประชาธิปไตยมันเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ สิ่งนี้อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนไปหรือไม่ อย่างไรผมก็หวังว่า กกต. เปรียบเสมือนอุปัชฌาย์ อาจารย์น่าจะต้องมาบอกว่าประชาธิปไตยอย่างนี้คือประชาธิปไตย อย่างนั้นคือ ประชาธิปไตยหรือไม่
อีกประเด็นหนึ่ง ประทานโทษ ส่งเสริมพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมือง ที่เข้มแข็ง ผมว่า ๒-๓ ปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองไม่เข้มแข็งเลย เพราะพรรคการเมืองนั้น อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับ กกต. แต่ว่าอาจจะเกี่ยวกับกฎหมายอย่างอื่น อยู่ในภาวะเกร็งไม่กล้า ทำอะไร ไม่กล้าทำอะไร ก็นิ่ง ๆ เฉย ๆ ผมว่าขณะนี้ต้องผ่อนคลายในส่วนนี้ ส่งเสริมให้ พรรคการเมืองเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งให้จงได้
ประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องของ กกต. นั้น จะต้องสร้างค่านิยมของการเป็น นักการเมืองที่ดีตั้งแต่เด็กและเยาวชนขึ้นมา ว่านักการเมืองที่ดีนั้นเป็นแบบไหน ไอดอล (Idol) เป็นแบบไหน ให้เขารู้ว่าคนดีที่จะเหมาะเป็นนักปกครองหรือนักการเมืองตัวแทน ประชาชนควรจะมีบุคลิกภาพและควรจะมีพฤติกรรมแบบไหนไปเรื่อย ๆ แล้วอีกหน่อย ผู้สมัครที่มาเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งนั้นแทบจะไม่ต้องคัดเลย แทบจะไม่ต้องคัดถึงขั้น จับฉลากได้ก็เป็นได้ทุกคน ถ้าเป็นเช่นนั้นผมว่าประเทศไทยคงจะเป็นประชาธิปไตยในฝัน ที่เรามุ่งหวังอย่างแน่นอนครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านศุภชัยครับ
ขออภัยครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มี การอภิปรายไปยังท่านคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จริงพวกเราที่นี่ทุกคน ๕๐๐ ท่าน ล้วนแล้วแต่เป็นลูกค้าท่านทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นวันนี้เหมือนกับเราได้พบผู้บริโภค พบประชาชนหรืออะไรทำนองนั้น กระผมจะอภิปรายกับท่านด้วยความระมัดระวังอยู่ตลอด หลายท่านก็บอกว่าวันนี้ไม่มีดอกไม้ให้ แต่ผมยืนยันว่าสิ่งที่ได้สัมผัสคณะกรรมการ การเลือกตั้งในช่วงเวลาของการเลือกตั้ง เรารู้ว่าท่านมีความตั้งใจในการที่จะทำงาน ด้วยความโปร่งใสและอำนวยความเที่ยงธรรมให้กับการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่เรากำลังจะมาพูดนี้ เป็นการพูดในสิ่งที่มันเกิดขึ้นก่อนที่พวกผมจะได้เข้าสู่การเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามผมรู้ว่า ในขณะนั้นท่านเองก็กำลังเตรียมการ เตรียมตัว เพื่อที่จะทำการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วย ความบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม จากที่ได้อ่านรายงานผลการปฏิบัติงานของท่านประจำปี ๒๕๖๐ เห็นว่ามันมีส่วนที่มีสาระสำคัญอยู่เป็น ๔ ส่วน แต่สาระสำคัญจริง ๆ น่าจะอยู่ในส่วนที่ ๒ เรื่องผลการปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร์ ส่วนที่ ๓ ปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ซึ่งผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในส่วนที่ ๒ ก่อนอื่นก็ต้องขอชมเชยว่าจริง ๆ แล้วแนวคิด ในการปฏิบัติของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะให้ได้ใช้แผนยุทธศาสตร์ ๒๕๕๖-๒๕๖๐ นั้น เป็นหลักเป็นการดำเนินการรวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ ดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพ ในช่วงปี ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดทำรายงานนี้ เป็นช่วงที่เราก็ต้องยอมรับว่าประเทศเราอยู่ในภาวะการปกครองโดยคณะ คสช. ซึ่งการปกครองช่วงนั้นการเลือกตั้งในทางการเมืองของเราก็โดนระงับไม่ให้ดำเนินการอะไร ทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามผมก็เห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้จัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการที่จะจัดการการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีขึ้นมาในอนาคต วันใดวันหนึ่งในช่วงเวลานั้น ซึ่งต่อมาแน่นอนใช้เวลาไม่นานนัก อยู่อีก ๔-๕ ปี ก็ได้มี การเลือกตั้งกันในช่วงที่ คสช. กำหนดให้มีการเลือกตั้งเราก็จะได้เห็นว่าในรายงานหน้า ๒๗ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ ในเรื่องของการพัฒนาระบบและกระบวนการเลือกตั้งการออกเสียง ประชามติให้เป็นที่ยอมรับ และได้รับความเชื่อมั่นโดยมีกลยุทธ์และยุทธวิธีต่าง ๆ ในกลยุทธ์ มีโครงการอีกหลายโครงการซึ่งผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ดี และผมเห็นว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งก็มีความพยายามในการที่จะจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ต้องยอมรับครับท่านประธานว่าในช่วงการเลือกตั้งจริง ๆ มันมีเรื่องใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ กฎหมายเลือกตั้งใหม่ และการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจะมีการเลือกตั้งกันทั้งประเทศ ๓๕๐ เขตนั้น กกต.จะต้องร่วมมือกับบุคคลซึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นกรรมการประจำหน่วย หรือสิ่งที่เรียกว่า กปน. ซึ่งเป็นบุคลากรซึ่งมาจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการในพื้นที่จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งท่านต้องใช้คนเหล่านี้นับเป็นจำนวนล้านคน เพื่อเข้ามาเป็นกรรมการประจำหน่วยและ กรรมการนับคะแนน ดังนั้นการที่จะให้บุคคลเหล่านั้นมาทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพให้มัน เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดมันไม่ง่ายเลย ผมนึกสภาพเท่าที่เห็นมาแล้ว รู้ว่ามันยากมากที่จะให้บุคคลเหล่านั้นซึ่งมากันต่างถิ่นต่างที่ ไม่มีประสบการณ์เข้ามาดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบตามกฎหมาย แล้วก็ให้มีมาตรฐาน เดียวกันตามรัฐธรรมนูญซึ่งได้กำหนดขึ้น คือรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ แล้วก็กฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งเป็นฉบับใหม่ทั้งฉบับเลย ผมเป็นนักกฎหมายผมก็อ่านกฎหมาย พ.ร.บ. เลือกตั้งก็ดี รัฐธรรมนูญก็ดีก็ปวดหัวมาตลอดว่ามันยากที่จะเข้าใจได้ง่าย ๆ ก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญกำหนด มา แล้วต่อมา พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็มีการกำหนดกติกาเกี่ยวกับการ เลือกตั้งระบบใหม่บัตรใบเดียว เบอร์ผู้สมัครพรรคเดียวกันแต่เป็นคนละเบอร์ ซึ่งปวดหัวมาก แต่ท่านก็สามารถที่จะทำให้มันสำเร็จได้ การเลือกตั้งมีสมาชิกหลายท่านบอกว่ามันมีความ สับสนวุ่นวาย แต่ก็เห็นว่าในที่สุดแล้วการดำเนินการก็บรรลุล่วงมาด้วยดีถ้าไม่ดีพวกเรา ก็ไม่นั่งกันอยู่ที่นี่ ๕๐๐ คน แน่นอนสิ่งที่เราต้องยอมรับว่าทุกครั้งไม่ว่าจะมีการเลือกตั้ง สมัยไหน สมัยไหน การเลือกตั้งที่ผ่านมาที่เราเรียกกันว่าใบแดง คนที่ได้ใบแดงส่วนใหญ่ หรือแทบทุกครั้งบุคคลที่ได้ใบแดงก็คือคนที่ปราศรัยหาเสียงใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แต่คนใช้เงิน ซื้อเสียงไม่เคยโดนใบแดงกันสักครั้ง ซึ่งผมคิดว่าในอนาคตต่อไปการทำงานของ กกต. คงน่าจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น คือได้มีการให้ใบแดงกับคนที่ใช้สิทธิในทางมิชอบโดยการ ซื้อเสียงได้ สักวันใดวันหนึ่ง แต่คงไม่ใช่รอบนี้หรอก เพราะรอบนี้ผมเข้าใจว่าทุกคนที่มาอยู่ ที่นี่เราไม่ได้มีการซื้อเสียงกันมาเลย ทุกคนก็อยู่ที่นี่กันด้วยความใสสะอาด สภานี้เป็นสภาที่ เรามากันด้วยเสียงศรัทธาประชาชน
สิ่งที่อยากจะเรียนกับท่านสุดท้าย ก็คือผมเป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค วันนี้ระบบของผมกับระบบของท่านปวดหัวมากครับ ของผมมีสมาชิกอยู่ดี ๆ พอตอนนี้ส่งไป หาท่าน รอบหนึ่งส่งไป ๓๐,๐๐๐ คน ตอนนี้พอไปเช็ก (Check) ๓๐,๐๐๐ คนผมไม่เหลือสัก คนหนึ่ง เราทำอย่างไรให้มันแมตช์ (Match) กันให้ได้สักที บางทีก็มีปัญหาว่าของผม ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม่ได้เป็นสมาชิกของผม แต่ปรากฏว่ามีการไปตรวจสอบกับท่าน บอกคนเหล่านั้นเป็นสมาชิกพรรคผม ซึ่งผมว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราควรจะต้องทำให้มัน เกิดความสมบูรณ์ เพราะว่าทั้ง กกต. หรือว่าพรรคการเมืองเราคิดเหมือนกันก็คือว่าความ เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องสนับสนุน เราพูดถึงไพรมารี (Primary) ซึ่งแปลว่ามาจากฐานล่างขึ้นมาสู่ข้างบน เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียน กกต. ว่าผมยินดี สนับสนุนในการทำงานของท่านต่อไป พรรคภูมิใจไทยเราท่านก็คงทราบดีว่าพวกเรายึดถือ เรื่องกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะฉะนั้นในฐานะลูกค้าขอยืนยันครับว่าเป็นลูกค้าที่ดี ของท่านครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ลำดับต่อไปเชิญท่านเทพไท เสนพงศ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ได้อภิปรายแสดงความเห็นเรื่องรายงานการประชุม การรายงานการทำงาน ของ กกต. ซึ่งทุกปีผมก็มีโอกาสที่ได้อภิปรายแสดงความเห็น แต่ว่าได้ว่างเว้นไปเป็นเวลา ๕ ปี อันนี้ก็กลับมาอีกครั้งหนึ่งก็ถือโอกาสนี้อภิปรายแสดงความเห็นเรื่องรายงานผล การปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งได้เกิดขึ้นมาด้วยเจตนารมณ์ของคนทั้งประเทศที่ผ่านการเลือกตั้ง การจัดการ เลือกตั้งจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตอนนั้นก็เห็นอยู่ว่ากระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง แล้วเกิดข้อร้องเรียนเกิดข้อครหามากมาย คนที่เป็นรัฐบาลที่รักษาการในช่วงการเลือกตั้ง ควบคุมกระทรวงมหาดไทยให้กระทรวงมหาดไทยไปจัดการเลือกตั้ง มีการทุจริต มีการใช้ อำนาจรัฐมากมาย ทุกคนก็เรียกหาองค์กรกลางขึ้นมาองค์กรหนึ่งเป็นองค์กรอิสระ นั่นคือที่มาของคณะกรรมการการเลือกตั้งจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จนถึงวันนี้ ๒๕๖๒ ๒๔ ปีแล้วครับท่านประธาน ถ้าเป็นคนก็ถือว่าบรรลุนิติภาวะ ถ้าหากจะบอกว่าจะเข้าสู่ วัยเบญจเพสก็ว่าครับท่านประธาน แต่ถ้าหากว่าท่านประธานเปรียบเทียบดู ผมเชื่อว่า ท่านประธานก็คงผ่านประสบการณ์การจัดการเลือกตั้ง โดยกระทรวงมหาดไทยมาแล้ว ตอนที่ท่านประธานเป็น ส.ส. ครั้งแรก ท่านประธานก็ลองหลับตาดู แล้วก็คิดดูว่าระหว่าง การจัดการเลือกตั้งของกระทรวงมหาดไทยใน ๒๔ ปีที่ผ่านมากับการจัดการเลือกตั้ง ของคณะกรรมการเลือกตั้งในปีนี้หรือในปีที่ผ่านมาที่มีคณะกรรมการการเลือกตั้งต่างกัน อย่างไร หลายคนก็บอกกับผมว่าไม่ค่อยต่างกันนะครับ เรากำลังหนีเสือปะจระเข้ เพียงแต่ว่า รูปแบบมันแตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่อารมณ์ความรู้สึกของแต่ละท่าน ซึ่งผมก็ไม่สามารถ ที่จะไปตัดสินได้นะครับ แต่ว่าถ้าดูจากรายงานของการทำงานของ กกต. ชุดนี้ ซึ่งเป็นปี ๒๕๖๐ ผมก็คงจะไม่ลงรายละเอียดอะไรมากหรอกครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องเก่า แต่ว่า เอาที่มันเกี่ยวเนื่องกับชุดปัจจุบัน และก็ที่จะทำในอนาคต ถ้าดูอย่างผิวเผินพูดถึงโครงการ ต่าง ๆ ในการพัฒนาตามยุทธศาสตร์กลยุทธ์ เรื่อง เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถ้าดูกิจกรรมตั้งแต่การรณรงค์หมู่บ้านไม่ขายเสียง การรณรงค์สร้างจิตสำนึกวิถีทาง หลายโครงการท่านประธาน ถ้าเราเอาผลจากการเลือกตั้งที่ ท่านศุภชัย ใจสมุทร ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม บอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรม ใสสะอาด นั่นก็แสดงว่าการไปจัดกิจกรรมรณรงค์ไม่ขายเสียง และกิจกรรมที่ผ่านมาของ กกต. ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาท่านประธานก็เห็นว่า กกต. ไม่สามารถให้ใบแดงในการทุจริตซื้อเสียงได้แม้แต่คนเดียว นั่นก็หมายความว่าประสบ ผลสำเร็จในการรณรงค์ไม่ให้มีการซื้อสิทธิขายเสียง
ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากจะพูดแต่เวลาค่อนข้างจำกัดมาก ซึ่งผมก็พูด ทุกองค์กรละครับ ก็คือการจัดการศึกษา หลักสูตร พตส. ก็เรียนกับท่านประธานเลยว่า ผมเองเป็นคนหนึ่งที่เรียนหลักสูตรอยู่ในหลายหลักสูตร แต่ว่าหลักสูตรที่ผมเรียน เป็นหลักสูตรขององค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และไม่เกี่ยวข้องกับองค์กร อิสระ ซึ่งที่ผมต่อต้านในเรื่องนี้ก็คือว่า ผมเห็นปรากฏการณ์จากกลุ่มคนเพื่อนฝูงของผม กลุ่มในที่เรียนในหลักสูตรเหล่านี้มีไม่เกิน ๓,๐๐๐ คนหรอกครับท่านประธาน แห่กันไป ชวนกันไปเรียนกันไปเรียนกันมา สุดท้ายก็มาเรียนที่หลักสูตรขององค์กรอิสระ และองค์กรที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ไปสร้างคอนเนกชัน (Connection) กันท่านประธาน ไปสร้างความเป็นพรรคพวกกัน คือท่านอาจจะปฏิเสธว่าไม่จริงหรอก ไม่สามารถที่จะทำได้ หรอกทุกอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ท่านประธานเชื่อไหมว่าในสังคมไทย ในสังคมที่มีระบบ อุปถัมภ์นี่เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ ความเป็นเพื่อนฝูงบางทีเราเพิกเฉยไปก็จะทำให้ ความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นได้ครับ ผมเองต่อต้านเรื่องนี้แล้วก็พูดเรื่องนี้ในองค์กรที่มารายงาน ต่อสภาแห่งนี้ทุกองค์กรที่เป็นองค์กรเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระ ซึ่งผม ต้องเรียนว่าถ้าดูรายละเอียดของหลักสูตรนี้แล้ว ตั้งแต่รุ่นที่ ๘ จนถึงรุ่นปัจจุบันใช้งบไป ประมาณเกือบ ๒๐ ล้านบาทนี่นะครับท่านประธาน ซึ่งวัตถุประสงค์ก็ไม่ต่างกันมาก แต่ว่า สิ่งที่ผมไม่สบายใจก็คือคนที่ไปเรียนเป็นคนของพรรคการเมือง เป็นนักการเมืองเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็ไปเรียนร่วมกับเจ้าหน้าที่ กกต. ระดับ ผอ. ระดับกลาง แล้วก็รู้จักกัน
- ๘ ๙ / ๑ ไปรู้ไปเรียนกับคนนั้นคนนี้ในเครือข่ายที่ต้องให้ความยุติธรรมกัน ไปรู้จักกัน ไปสร้าง คอนเนกชัน (Connection) กันบางกลุ่มบางคนที่เป็นพ่อค้า ที่เป็นนักธุรกิจที่เป็น นักการเมืองใหญ่ ให้เงินไปบริจาคเงินจำนวนมากหลักล้าน ท่านประธานว่าเขาไม่เกรงใจ หรือท่านประธาน มีความเกรงใจเกิดขึ้นแน่นอนเลยเพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่า ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยกับการจัดหลักสูตรอบรมในส่วนขององค์กรอิสระและองค์กรที่เป็น กระบวนการยุติธรรมผมไม่ต่อต้านละครับ วปอ. วตท. ปปร. อันนี้เราถือว่าไม่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการยุติธรรม ผมให้โอกาสและผมสนับสนุน แต่ว่าสำหรับองค์กรที่ให้ความยุติธรรม กับทุก ๆ ฝ่ายชี้เป็นชี้ตายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ผมก็อยากจะวิงวอนละครับว่า ถ้าทบทวนได้ ก็อยากจะให้ทบทวน เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานยังไปถึง กกต. ละครับ แล้วก็ให้กำลังใจ และหวังว่าปีหน้าก็คงจะได้พบกันอีกครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฏฐ์ชนนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว ตำบลสำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ วันนี้หลังจากที่ผมได้รับรายงานแผนปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ไม่สามารถจะวิจารณ์อะไรได้มาก เพราะเป็นรายงาน ประจำปี ๒๕๖๐ ผมเองก็เพิ่งได้มาเป็น ส.ส. ในปีนี้ ท่านประธานสภาที่เคารพ ต้นทางของ คณะกรรมการการเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๐ มาพร้อมกับรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เกิดขึ้นครั้งที่ ๒ หลังจากมีการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ มีการร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ กกต. ก็เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญฉบับนั้น การปฏิวัติรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ ทำให้ กกต. ชุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากมีรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ จะเห็นได้ว่าช่วงระยะเวลาแต่ละช่วงปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๖๐ การปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งมีความแตกต่างไม่ว่า จะเป็นการจัดการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของนักการเมือง ของประชาชนและอารยประเทศ ท่านประธานสภาที่เคารพ สิ่งที่ผมบอกว่าเป็นต้นทางก็คือรัฐธรรมนูญ สิ่งที่บังคับให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินงานก็คือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ดังนั้นในวันนี้ ผมไม่สามารถที่จะไปกล่าวหาคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมดได้ เพราะสิ่งที่เขาต้อง ดำเนินการทั้งหมดก็คือต้องทำตามรัฐธรรมนูญ ต้องทำตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง ท่านประธานสภาที่เคารพ วันนี้นอกจากสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๕๐๐ คน ท่านประธาน มีพี่น้องคนไทยทั้งประเทศกำลังติดตามชม การอภิปรายเรื่องของ กกต. เพราะว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งนอกจากที่จะจัดการ เลือกตั้ง ส.ส. พวกผมแล้ว มีการเลือกตั้งท้องถิ่นครับ ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล และอีกหลายหน่วยงาน และสิ่งที่สำคัญครับ กกต. มีหน้าที่ในการทำประชามติ เห็นไหมครับ ว่าอำนาจวันนี้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของ กกต. ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมบอกแล้ว พวกเราในฐานะนักการเมือง ผมเองเป็น สจ. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ สิ่งแรกที่ลงการเลือกตั้ง ๑. เรามีความเชื่อมั่นในคณะกรรมการการเลือกตั้งในขณะนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้เช่นกัน ท่านประธานที่เคารพครับ วันที่ผมไปสมัคร ผมก็มีความเชื่อมั่นว่า กกต. ย่อมมีความ เป็นธรรมให้กับผู้สมัครทุกพรรคการเมืองและทุกหมายเลข วันนี้นะครับ ผมก็เลยจะบอกว่า ความเชื่อมั่นที่พวกเรามีทั้งหมดคิดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะให้กับทุกคน ผมก็เลยต้องบอกว่าวันนี้ กกต. เองก็ทำตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้งเหมือน ที่ผมบอก ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ของพรรคการเมือง สิ่งที่สำคัญที่สุดวันนี้ที่น่าเห็นใจของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็คือกติกาที่ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ชัดเจน โดยเฉพาะ การเลือกตั้งครั้งนี้ครับท่านประธาน สิ่งที่เราเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นบัตรเลือกตั้ง หลายคน ท้วงติงบอกว่าให้มี ๒ ใบ แต่ กกต. ไม่สามารถดำเนินการให้มี ๒ ใบได้ ถ้าเกิด กกต. ไม่ดำเนินการตามกฎหมายที่ได้กำหนดไว้ กกต. จะติดคุก เพราะเคยมี กกต. ๑ คณะติดคุก มาแล้ว กกต. เอนเอียงไปทางฝั่งหนึ่งฝั่งใดก็จะถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นกลาง สิ่งที่สำคัญทั้งหมด วันนี้ข้อผิดพลาดที่ กกต. ชุดที่ผ่านมาไปดำเนินการทำให้คนเข้าใจผิด ก็คือแจกบัตร ผิดเขตเลือกตั้ง แล้วก็ในการเลือกตั้งล่วงหน้ามีปัญหา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการกำหนดสูตร ปาร์ตี้ลิสต์ให้มีความชัดเจน และเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปัจจุบันมีเพื่อนสมาชิกพรรค การเมือง พรรคการเมืองหนึ่งยุบพรรคตัวเอง อนาคตที่จะเกิดขึ้นวันนี้เป็นภารกิจของ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะให้ความเป็นธรรม ให้ความชัดเจน ผมก็เลยต้องบอกครับ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่าน วันนี้ กกต. อยู่ในฐานะลำบาก จะไปซ้ายก็โดน หนาม จะไปขวาก็ตกน้ำ จะอยู่กับที่ก็โดนด่า สิ่งที่สำคัญที่สุดเหมือนที่ผมบอกรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมหวังว่าถ้าจะให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนี้ หรือว่าชุดหน้า สามารถปฏิบัติได้ตามความต้องการของพวกเรา ผมคิดว่าระเบียบข้อบังคับ การแก้ไขในอนาคตเพื่อจะให้เกิดความโปร่งใสและคณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถที่จะ ปฏิบัติงานได้ตอบสนองคนไทยทั้งประเทศ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้ผมก็ในฐานะ ส.ส. พวกเราเองย้ำตลอด สิ่งที่นักการเมืองจะโดนประณามมากที่สุด ก็คือนักการเมือง ประณามกันเอง กกต. ก็เช่นกันครับ สิ่งที่จะทำให้ กกต. เสื่อม ก็คือ กกต. ประณามกันเอง ดังนั้นผมขอย้ำว่าวันนี้สิ่งที่พวกเราหวังนักการเมืองทั้งหมด ไม่ว่าระดับประเทศ ระดับท้องถิ่น ก็คือความยุติธรรมจากพวกท่านทั้งหลาย ดังนั้นในอนาคตถ้ามีการเลือกตั้ง ขอให้ท่านใช้งบประมาณของรัฐบาลอย่างประหยัด แล้วก็ให้ท่านให้ความยุติธรรมและ ความชัดเจนในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง เพราะวันนี้การทำหน้าที่ กกต. ของท่าน เด็กเยาวชน รุ่นใหม่กำลังดูอยู่ คนไทยทั้งประเทศกำลังดูอยู่ สิ่งที่สำคัญ อารยประเทศกำลังดู การปฏิบัติงานของ กกต. ขอบคุณมากครับ
ต่อไป อีก ๔ ท่านนะครับ คงต้องกำชับนิดหนึ่งนะครับ รักษาเวลาสักนิดครับ เพราะว่าต้องให้เวลา เจ้าหน้าที่ กกต. ตอบนะครับ ท่านรังสิมา รอดรัศมี ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ท่านอิสระ สมชัย ท่านสุรทิน พิจารณ์ เชิญท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้ดิฉันจะอภิปรายเกี่ยวกับรายงานผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ดิฉันเคยอภิปรายในการ ประชุมที่ผ่านมาเกี่ยวกับแผนปฏิรูป ๒๐ ปีที่ผ่านมา ถ้าทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ฟัง ดิฉันแล้วนี่ท่านก็จะเข้าใจว่าดิฉันอภิปรายไปในแนวทางไหนนะคะ วันนี้ก็จะมีแนวทางเดิม เผื่อบางท่านไม่ได้ฟัง แต่ก็จะมีเพิ่มในบางประเด็น คือจากการเลือกตั้ง ดิฉันก็ลงสมัครมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ แล้วก็ได้เป็น ส.ส. มา ๕ สมัยติดต่อกันก็ไม่เคยเห็นว่า มีการเลือกตั้งเจอผู้สมัครเฉพาะวันสมัคร แต่หลังจากสมัครแล้วดิฉันไม่เห็นผู้สมัคร หาเสียงเลยนะคะ ก็แจกสตางค์อยู่บ้านโดยที่ไม่ต้องออก ดิฉันเดินแทบตายเลย แต่ดิฉันก็เป็น คนที่โชคดีที่เกิดในจังหวัดสมุทรสงคราม แต่ถ้าดิฉันไม่เกิดจังหวัดสมุทรสงครามป่านนี้ แพ้ไปตั้งแต่สมัยที่ ๒ แล้ว เพราะว่าสมัยแรกดิฉันก็แพ้จากการซื้อเสียง ดิฉันไม่ได้ซื้อเสียง แต่ดิฉันก็ได้ปฏิญาณตนไว้ว่าถ้าดิฉันจะเป็นนักการเมืองให้ดิฉันไปซื้อเสียงแล้วมาโกงแผ่นดิน ดิฉันไม่เป็นดิฉันไปทำอาชีพอื่น ดิฉันไปเป็นพยาบาลก็ได้ ไปเป็นอาชีพที่ดิฉันชอบทำ ร้านอาหารก็ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเรียนทาง กกต. ว่าจาก ๖ สมัยที่ดิฉันลงสมัครมา เพิ่งเจอครั้งนี้ว่ามันมีความผิดปกติหลายอย่าง การซื้อเสียงท่านรู้อยู่แก่ใจเลยว่ามันซื้อกัน จนแบบทั้งวันทั้งคืน ดิฉันเคยอภิปรายเมื่อคราวที่แล้วว่าคนรับหลายเบอร์ ๔ เบอร์ ๕ เบอร์ เหมือนการประมูลกันเลย พรรคนี้ซื้อ ๓๐๐ บาท พรรคนี้ซื้อ ๕๐๐ บาท พรรคนี้ซื้อ ๑,๐๐๐ บาท พรรคนี้ซื้อ ๑,๕๐๐ บาท แต่อย่างจังหวัดดิฉันสูงสุดแค่ ๑,๕๐๐ บาท แต่จังหวัดอื่นดิฉันทราบว่า ๓,๐๐๐ บาทต่อคน บางคนได้ตั้ง ๔,๐๐๐ กว่าบาท แล้วไม่รู้จะ เลือกใคร ก็มหาดิฉันว่าคุณหมอจะเลือกใครดี ดิฉันบอกเลือกรังสิมา รอดสิมา สิคะ เบอร์ ๑๒ ดิฉันได้เข้ามา ก็คือจากเขาไม่สามารถที่จะตัดสินเลือกใครได้ เพราะมันซื้อหลายเบอร์ เพราะฉะนั้นการซื้อเสียงทั้งประเทศมีความรุนแรงมากขึ้น ดิฉันลงมา ๖ ครั้ง ครั้งนี้ เป็นครั้งที่รุนแรงมากที่สุด แต่ก็ไม่สามารถที่จะจับได้เลยแม้แต่คนเดียวท่าน กกต. ก็ทราบดี แต่ว่าการทำงานของท่านดิฉันก็ขอติงว่า อย่างเช่น ดิฉันเห็นว่ามีการซื้อเสียงกันดิฉันวิ่งไปดู ดิฉันก็เห็นว่ามันมีการซื้อเสียงแล้วก็ร้องไปที่ กกต. กกต. จังหวัดก็บอกว่ามีพนักงาน แค่ ๒ คน เพราะว่ามันซื้อกันหลายจุดมากเลย เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอไม่รู้จะไปจับตรงไหน ก่อนได้พอจะไปจับตรงนี้ ตรงนี้ซื้อเสร็จแล้ว พอไปตรงนั้นตรงนั้นก็ซื้อเสร็จแล้ว แล้วมี แค่ ๒ คน เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอคือเขาก็ให้ทำงานทั้งสำนักงานด้วย แล้วก็เป็นคนที่หาข่าว ด้วยออกไปจับการซื้อเสียงด้วยมันไม่สามารถทำได้หรอกค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า การทำงานของท่านมันไม่ได้ประสิทธิภาพไม่ได้ประสิทธิผล เพราะว่าคนทำงานท่าน ไม่เพียงพอ ท่านต้องแยกระหว่างเจ้าหน้าที่ที่อยู่สำนักงานออฟฟิศกับคนที่หาข่าวลงพื้นที่ ต้องแยกกัน แต่ถ้าท่านให้ทั้ง ๒ คนมาทำหน้าที่พร้อมกัน พออกไปหาข่าวข้างนอก ที่สำนักงานมีคนมาร้องเรียนต้องมาทำเรื่องเอกสารอย่างนี้มันก็ไม่ได้งานเท่าที่ควร แล้วก็ไม่มีประสิทธิภาพ
อีกประการหนึ่ง คือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการเลือกตั้งดิฉันก็ถามเขาว่า เขาไปทำอะไร คือดิฉันมีเพื่อนอยู่ผู้ตรวจการการเลือกตั้ง เขาก็บอกว่าครั้งแรกเขาได้จับสลาก ไปอยู่ต่างจังหวัด แล้วจังหวัดที่เขาได้ไปเขาก็ไม่รู้พื้นที่เลย พอเขาไปแล้วเขาก็ไม่รู้จัก ประชาชนอีก เพราะว่าเขาไม่ใช่คนในพื้นที่นั้น แล้วก็ไม่มีอำนาจอะไร เพราะฉะนั้นเวลาไป แล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาได้เงินค่าตอบแทนเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วยังได้ค่ารถ ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พักอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นบางจังหวัดมี ๕ คน มี ๘ คน แล้วแต่จังหวัดเล็ก จังหวัดใหญ่ ค่าใช้จ่ายอันนี้ดิฉันคิดว่ามันสูญเสียเปล่าประโยชน์ เมื่อมีผู้ตรวจการการเลือกตั้ง แล้วไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่ไปจับผิด กกต. อย่างนี้ดิฉันก็คิดว่าเจ้าหน้าที่ กกต. ที่อยู่ประจำเขาก็หมดขวัญกำลังใจ แทนที่ว่าจ้างเขาตั้ง ๕๐,๐๐๐ บาท ให้เขาไปทำงาน อย่างอื่นจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะฉะนั้นอันนี้ดิฉันคิดว่าน่าจะไปปรับปรุง แล้วก็แก้ไขหน้าที่อำนาจต่าง ๆ ที่จะให้เขา แต่ว่าเพื่อนดิฉันเขาบอกว่าควรจะยกเลิกไปเลยไม่ควรมีอันนี้นะคะ ผู้ตรวจการการเลือกตั้ง เพราะมันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย และ
อีกประการหนึ่ง คือทาง กกต. ทางผู้หลักผู้ใหญ่ใน กกต. ดิฉันมองว่าไม่ได้ให้ ความสำคัญกับพนักงานสอบสวนเลย ดิฉันคิดว่าพนักงานสอบสวนก็มีความสำคัญ ที่จะต้องทำงานทางด้านการสืบสวนสอบสวน แต่ดิฉันเห็นว่าท่านไปเน้นเรื่องการ ประชาสัมพันธ์มากกว่า ประชาสัมพันธ์อะไรลงเฟซบุ๊ก ลงไลน์ เปิดป้ายถ่ายรูปอะไรอย่างนี้ ถ่ายรูปเพื่อไปลงไลน์ ไปลงเฟซบุ๊ก อันนี้ไม่ค่อยได้ประโยชน์เท่าที่ควร คือได้แต่ไม่ได้คุ้มค่า ดิฉันก็มองว่าท่านต้องปรับการทำงานของ กกต.
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องยุทธศาสตร์ที่ ๒ หน้า ๓๘ ดิฉันอ่านแล้ว เรื่องการ เสริมสร้างวิถีประชาธิปไตยการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน กิจกรรมคือรณรงค์ หมู่บ้านไม่ให้มีการขายเสียง และมีการมอบโล่ว่าไม่มีการขายเสียง แต่ดิฉันเห็นไม่มีหมู่บ้าน ไหนไม่ซื้อเสียงเลย ซื้อทุกหมู่เลยนะคะ แล้วก็ไม่มีการมอบโล่ว่าไม่ซื้อเสียง คนที่รับโล่ เป็นหัวคะแนนในการซื้อเสียง
อีกประการหนึ่ง อีกนิดนะคะ คือการเลือกตั้งครั้งหน้าจะยิ่งมีความรุนแรง มากขึ้น ท่านลองคิดดู เลือกผู้ใหญ่บ้านจังหวัดสมุทรสงครามซื้อหัวละ ๕,๐๐๐ บาท เพราะมันมีแค่ ๑๐๐ คน ซื้อหมู่หนึ่งก็ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่เล่นการพนันได้เป็น ล้านบาท เพราะฉะนั้นการพนันทำให้การเลือกตั้งเปลี่ยนไปไม่ว่าจะเลือก ส.ส. ส.ว. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะมี อบต. นายก อบจ. อีก การเลือกตั้งถ้าการพนันเข้ามาก็จะทำให้การเมือง เปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถ้าเกิดท่านแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ ถ้าจะยุบ กกต. ไปรวม ให้มหาดไทยทำจะดีไหม คือถ้ามันทำแล้วมันไม่ได้ผล ดิฉันเคยเห็นการเลือกตั้งที่ผ่านมา บอกว่าการซื้อเสียงซื้อไปเลย กกต. เคลียร์ได้ ถ้ามันจับไม่ได้ก็สบายไป แต่ถ้ามันจับได้ เคลียร์ได้ อันนี้ความศรัทธาของพี่น้องประชาชนมันก็จะหมดไป เพราะฉะนั้นคนมีเงินมันก็ซื้อ ดิฉันอยากให้ท่านแก้ลำ คือไม่อยากให้ไปรณรงค์ว่าอย่าไปเลือกคนซื้อเสียง อยากให้ท่านพูด ไปเลยใครซื้อเอาให้หมด แล้วให้มันหมดหมดไปเลยล่มจมไปเลยหมด ทรัพย์สินหมดไป แต่ท่านต้องไปให้ความรู้ประชาชนให้ความรู้ ให้การศึกษาตั้งแต่เด็ก ครู ว่าอย่าเลือก คนซื้อเสียง แต่เวลาใครเอาเงินมาให้ให้รับไว้ เงินไม่ใช่งูไม่กัด แต่ถ้าเลือกคนซื้อเสียงประเทศ จะล่มจมฉิบหาย ขอบคุณค่ะ
ท่านองอาจเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเราดูรายงานผล การปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ถึงแม้ว่าจะ เป็นรายงานของฉบับปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ แต่ถ้าเราดูที่มาของ กกต. เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า ภาระหน้าที่ซึ่งเป็นภาระหน้าที่หลักที่ทำให้ กกต. กำเนิดเกิดขึ้นและจนกระทั่งจัดให้มี การเลือกตั้งนั้นเพราะอะไรครับ ผมคิดว่าในส่วนที่ ๑ ที่มาของคณะกรรมการเลือกตั้งพูดไว้ ชัดเจนว่า เรามี กกต. เพื่อทำให้ระบบการเมืองและระบบราชการมีความสุจริต และมี ความชอบธรรมในการใช้อำนาจ โดยต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการคัดคน เข้าสู่ระบบการเมือง เพราะหากผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาโดยการซื้อเสียงก็มีแนวโน้มที่จะ เข้ามาใช้อำนาจเงินและตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อถอนทุนคืน ทำให้คนดีที่ไม่ซื้อเสียง ไม่สามารถเสนอตัวเข้ามาเป็นผู้บริหารบ้านเมืองได้ อันนี้อยู่ในเอกสารของรายงาน ของ กกต. เอง ว่าคือเหตุผลที่ทำไมต้องกำเนิด กกต. ขึ้นมาในบ้านเมืองของเรา จากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จนกระทั่งรัฐธรรมนูญทุกฉบับจนถึงปัจจุบัน ก็มีคณะกรรมการ การเลือกตั้งเข้ามาจัดการเลือกตั้ง และเหตุที่รัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบันนี้ จัดให้มี กกต. เข้ามาจัดการเลือกตั้งก็เพราะเพื่อเข้ามาจัดการอำนาจของพี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญตั้งแต่ ๒๕๔๐ ถึงปัจจุบันนี้เข้ามาจัดการอำนาจอยู่ ๓ ส่วนที่สำคัญด้วยกัน
ส่วนแรก ก็คือการกลั่นกรองคนเข้ามาสู่อำนาจ
ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของการใช้อำนาจ และ
ส่วนที่ ๓ ก็คือการตรวจสอบการใช้อำนาจ
จะเห็นได้ว่าการกลั่นกรองคนเข้ามาสู่อำนาจนั้น อย่างที่ผมบอกไว้แล้ว ก่อกำเนิดของ กกต. บัญญัติไว้ชัดเจนในรายงานฉบับนี้ว่าต้องการให้มาทำอะไรบ้าง เรื่องของ การมาป้องกันไม่ให้มีการทุจริตการเลือกตั้งหรือการซื้อเสียงนั้น ต้องถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะถ้าท่านบริหารจัดการเลือกตั้งแล้วปล่อยให้มีการทุจริตการเลือกตั้ง ปล่อยให้มี การซื้อเสียงนั้นก็ต้องถือว่าภารกิจของท่านนั้นไม่สำเร็จไม่สัมฤทธิผลอย่างแน่นอน นอกเหนือจากก่อกำเนิดของ กกต. แล้วนี้ ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ เรื่องส่งเสริมสนับสนุน พรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งและยั่งยืน ท่านก็ยังบรรยายความไว้ว่า เฉพาะวัฒนธรรมการเมืองในระบบอุปถัมภ์และระบบเครือญาติในสังคมไทยมีการ ซื้อสิทธิขายเสียงกันเป็นจำนวนมากโดยนักการเมืองและพรรคการเมืองบางส่วนที่ยัง ขาดคุณธรรมและจริยธรรม มุ่งหวังชัยชนะและผลประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่เคารพ กฎหมาย เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม อันนี้เป็น ข้อความที่อยู่ในเอกสารรายงานของท่านเองครับ ซึ่งผมคิดว่าท่านก็พูดตามความเป็นจริง ไม่ได้มีอะไรผิดปกติไป ความเป็นจริงเหล่านี้ที่กำลังเกิดขึ้น และเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แล้วก็เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันนั้น นักการเมืองต่าง ๆ บางส่วนเข้ามาสู่การใช้อำนาจทาง การเมืองด้วยวิถีทางที่บริสุทธิ์ ไม่ได้ซื้อเสียง ไม่ได้ทุจริตเลือกตั้งก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย แต่แน่นอนที่สุดก็มีอีกจำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกันที่มีใช้ช่องทางในการเข้ามาสู่อำนาจ ด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม นักวิชาการในบ้านเมืองนี้ ไม่น่าเชื่อนะครับ ผมไปค้นคว้าหลังจากอ่านรายงานของ กกต. แล้ว นักวิชาการในบ้านเมืองนี้เขาทำการศึกษา วิจัยสรุปในเรื่องของการทุจริตการเลือกตั้งการซื้อเสียงไว้นี้มากมายหลายประการ พอสรุปได้คร่าว ๆ อยู่ประมาณ ๖ เรื่องด้วยกัน ตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบันหลายเรื่อง ยังทำอยู่ หลายเรื่องพัฒนาไปมากกว่าที่อาจารย์นักวิชาการทำการศึกษาวิจัยไว้ เรื่องแรกนะ ครับก็คือตั้งแต่การซื้อผู้สมัคร ซื้อคู่แข่งไม่ให้ลงแข่งขัน นี่ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการซื้อเสียง ของการทุจริตการเลือกตั้งหรือลงแข่งก็แข่งแบบไม่เอาจริง
เรื่องที่ ๒ ก็คือการซื้อเสียงที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไปมานานในประเทศนี้ ก็คือ ซื้อเสียงแบบจ่ายเงินสดกันเลย อันนี้ก็ต้องถือว่าเป็นรูปแบบพื้นฐานที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง
เรื่องที่ ๓ ก็คือซื้อเสียงแบบแจกของ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ ในหลากหลายรูปแบบทั้งทางตรงทางอ้อม
เรื่องที่ ๔ ก็คือการไปซื้อเพื่อไม่ให้เลือกคู่แข่ง ๒ วิธีการที่ผ่านมาเป็นการซื้อ เพื่อให้เลือกตัวเอง แต่วิธีการที่ ๔ ที่นักวิชาการทำการศึกษาวิจัยพบว่ามีการไปซื้อแบบ ไม่ให้เลือกคู่แข่ง
เรื่องที่ ๕ ก็คือซื้อเสียงแบบสัญญาว่าจะให้ ให้โน่นให้นี่อะไรต่าง ๆ มากมาย
เรื่องที่ ๖ ก็คือซื้อเสียงด้วยการพนัน เมื่อสักครู่นี้มี ส.ส. ของเราผู้อภิปราย หลายท่านได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว
เรื่องที่ ๗ ก็คือซื้อบัตรประชาชนเพื่อป้องกันไม่ให้ไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียง เลือกตั้ง เพราะกังวลว่าจะไปลงคะแนนให้คู่แข่งขัน
เรื่องที่ ๘ ก็คือซื้อกรรมการประจำหน่วย อันนี้ก็เคยมีเกิดขึ้น ปัจจุบันจะมี หรือไม่ ผมเชื่อว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งก็รู้ดี
เรื่องที่ ๙ ก็คือซื้อเสียงผ่านโครงการต่าง ๆ ผันงบประมาณกลับไปในพื้นที่ ด้วยวิธีการต่าง ๆ แล้วก็หาเปอร์เซ็นต์จากองค์การต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าที่นักวิชาการ ทำการศึกษาวิจัยไว้ทั้งหมดนี้นั้น บางส่วนผมเชื่อว่าเรารับรู้ และพวกเราก็เห็นว่านี่คือปัญหา เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธนะครับว่าเมื่อใดก็ตามที่มีการทุจริตการเลือกตั้ง เมื่อใดก็ตามที่มีการ ซื้อเสียง คนเหล่านั้นก็จะเอาเงินที่ทุจริตการเลือกตั้ง การซื้อเสียงนั้นกลับมามีอำนาจในทาง การเมือง แล้วก็ใช้อำนาจนั้นหาประโยชน์โดยมิชอบ แล้วก็เอาประโยชน์ที่หาโดยมิชอบไปซื้อเสียง แล้วก็วนกลับมาอยู่อย่างนี้อีกจนเรียกกันว่า วิธีการเช่นนี้คือวิธีการแบบวงจรอุบาทว์ในทาง การเมือง ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในบ้านเมืองของเรามาโดยตลอด แล้วนั่นคือเหตุผลทำไม เขาให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนี่คือหัวใจสำคัญ ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง ละเลยสิ่งเหล่านี้ หัวใจสำคัญนี้ก็จะเป็นปัญหา ผมดูในรายงานฉบับนี้เห็นมีโครงการเดียว คือรณรงค์หมู่บ้านไม่ขายเสียง โครงการอื่น ๆ อาจจะเกี่ยวข้องอยู่บ้างแต่ทางอ้อม แต่ที่เห็นตรง ๆ คืออันนี้ เพราะฉะนั้นในระยะเวลาอันจำกัดนี้สิ่งที่ผมอยากจะฝากกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็คือว่าท่านอาจจะทำโครงการมากมายหลายโครงการ แต่ท่าน จะต้องไม่ลืมหัวใจสำคัญคือเรื่องการทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม และหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม ก็คือทำให้ไม่สามารถมีการทุจริตเลือกตั้ง และไม่มีการซื้อเสียงได้ ฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไป ท่านอิสสระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในรายงานผล การปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งเสนอต่อที่ประชุมในวันนี้ หลายท่านก็พูดหลายประเด็นไปแล้ว ส่วนที่กระผมจะพูดก็จะขอกล่าวถึงในส่วนที่ ๒ ผลการ ปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร์ ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ บอกว่าพัฒนาระบบและกระบวนการเลือกตั้ง การออกเสียง ประชามติให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่น ในส่วนนี้กระผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านประธาน ที่เคารพ ในกระบวนการพัฒนาระบบและกระบวนการเลือกตั้งนั้นมันเริ่มมาตั้งแต่ ผมจะขอ พูดเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานี่ละครับ ซึ่งจะอยู่ในกระบวนการนี้ เพราะว่ายุทธศาสตร์นี้ทำไว้เห็นว่าหลายปีล่วงหน้า ผมไม่เข้าใจว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง คิดอย่างไร อย่างเช่น จังหวัดซึ่งไม่มีผู้แทนราษฎรเพิ่มหรือลดเลย แต่กลับไปเขตเลือกตั้งใหม่ จะให้เขามองว่าอย่างไรแบบนี้ เช่น จังหวัดสุโขทัย เป็นต้นอย่างนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เพิ่มไม่ลดแต่ก็ไปแบ่งเขตใหม่ มันก็ทำให้เข้าใจว่าท่านแบ่งเขตเพื่อเอื้อประโยชน์ของใคร หรือเปล่าอย่างนี้ เป็นต้น
ในส่วนหนึ่งนั้นกระผมอยากจะเรียนว่าและการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น ผมยกตัวอย่างที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ผมอยู่ การแบ่งเขตเลือกตั้งชัดเจน แบ่งเพื่อให้เกิด ประโยชน์กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยเฉพาะ ตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิมจังหวัดอุบลราชธานี มีสมาชิกผู้แทนราษฎร ๑๑ เขต เที่ยวนี้ลดลงมาเหลือ ๑๐ เขต แต่ ๑๑ เขตตามรัฐธรรมนูญ ฉบับเก่าในปี ๒๕๕๐ ๑๑ เขตไม่มีปัญหา เพราะเขายึดถืออำเภอใหญ่ ๆ ๑๐ อำเภอเป็นหลัก แล้วก็แบ่งไปตามนั้น ๑๑ อำเภอ แบ่งไปตามนั้น เอาอำเภอใกล้เคียงมา แต่คราวนี้ไม่นะครับ จงใจจะให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ประโยชน์ และทำให้พรรคการเมืองหนึ่ง เสียประโยชน์ อย่างเช่น อำเภอพิบูลมังสาหาร เป็นอำเภอที่มีประชากรมากเป็นอันดับ ๔ ของจังหวัด มีประชากร ๑๓๕,๔๘๔ คน กกต. ไปแบ่งครึ่ง ทั้ง ๆ ที่เป็นเขตที่ ๔ แบ่งครึ่งออก เพื่อให้มันเล็กลง แล้วเอาไปไว้อีกอำเภอหนึ่ง ส่วนหนึ่งเอาไว้อีกอำเภอหนึ่งเพื่ออะไร เพื่อจะ ทำลายฐานพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง คือพรรคประชาธิปัตย์นั่นละครับ พรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส. ที่นั่น แล้วทีนี้เอาอำเภอเขื่องในกับอำเภอม่วงสามสิบ เดิม ๒ อำเภอนี้มี ส.ส. ประชาธิปัตย์ อำเภอเขื่องในนั้นมีคุณวุฒิพงษ์ นามบุตร อำเภอม่วงสามสิบมีคุณศุภชัย ศรีหล้า เป็น ส.ส. เอา ๒ อำเภอนี้มารวมเป็น ๑ เขต แค่แบ่งเขตนี้พรรคประชาธิปัตย์หายไป อีกหนึ่งแล้ว จะให้พวกเราเข้าใจว่าอย่างไรการแบ่งเขตนี้ จนกระทั่งเกิดมีการเดินขบวน ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีที่มีการเดินขบวน การแบ่งเขตนี้ มีเกือบจะทุกจังหวัด เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากเรื่องนี้ด้วยว่าการแบ่งเขตนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นหัวใจด้วย แล้วทีนี้ความจริงผมมีเรื่องเตรียมไว้เยอะพูดไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงก็ไม่หมด แต่ว่าผมจะรวบรัด ขออนุญาตท่านประธานยาวไปหน่อยนะครับ
ในยุทธศาสตร์ที่ ๔ ท่านประธานครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ พัฒนาระบบและ กระบวนการสืบสวนสอบสวนวินิจฉัยการดำเนินคดีในศาลให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ ยอมรับ ท่านประธานครับ ถ้าเป็น กกต. สมัยก่อนเขาเรียกว่ามี ๕ เสือ ๕ เสือ คือจะมี ประธาน มี กกต. ทั้งหมด ๕ คนในแต่ละจังหวัด สามารถให้ใบแดง ใบดำ ใบเหลืองอะไร ให้ได้นะครับก่อนประกาศ มาเที่ยวนี้ผมต้องขอขอบคุณด้วยนะครับที่ว่าให้มีผู้ตรวจการ มี ๗ คน ไม่ใช้วิธีเดิม ถ้าเป็นวิธีเก่ามีท่านสมาชิกบางท่านอภิปรายไปแล้ว หลังเลือกตั้ง ถ้ามีการร้องเรียน เป็นความจริงนะครับถามว่าจะสู้เท่าไร สู้เท่าไรคืออะไรครับ ถ้าสู้เท่าไร ถ้าไม่สู้แดง สู้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ นี่เหลือง สู้เต็มที่ขาว คือว่าสู้เท่าไร ผมไม่ได้ว่า กกต. ใหญ่ คือฝ่ายสอบสวนครับ ท่านประธานครับเที่ยวนี้ฝ่ายสอบสวนก็ยังเป็นชุดเดิม แต่ดีหน่อยที่ว่า ให้มีการตั้งพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นตำรวจในพื้นที่มาร่วมด้วย มี กกต. คนหนึ่งและมีตำรวจ อีก ๒ คนร่วมในการสอบสวนเมื่อมีการร้องเรียนขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะ เรียนให้ทราบว่าผมเจอด้วยตนเองอีกแล้ว เจอด้วยตนเองเจออย่างไรท่านประธาน เพราะเหตุว่าในเขตเลือกตั้งจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๘ ผู้สมัครรับเลือกตั้งก็คือ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในระหว่างหาเสียงก็มีผู้สมัครคู่แข่งขัน นี่ละครับ เอาเงินไปแจกตามหมู่บ้าน แล้วอ้างว่านางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ให้เอาเงิน มาแจก เอาเงินไปวางไว้ วางไว้ วางไว้บ้านละคน ๒ คน ท่านประธานครับ คนได้รับเงินเขาก็ ไม่รู้เรื่องว่าไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ เอาเงินนั้นมาหา นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ที่บ้าน บอกว่าได้ทำจริงไหม ส.ส. บอกว่าไม่รู้เรื่องเลย และได้พาคนรับเงินนั่นละครับไปแจ้งความ ที่สถานีตำรวจในฐานะว่าเป็นผู้รับเงินได้รับความเสียหาย ส่วน น.ส. แนน บุณย์ธิดา สมชัย ไปแจ้งความว่าถูกแอบอ้างชื่อไปแจกเงิน ท่านประธานครับไปแจ้งความ นอกจากจะไปแจ้ง ความเป็นหลักฐานแล้วยังบอกว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะว่าเขาไม่รู้เรื่องนี้ เชื่อไหมครับท่านประธานครับ รถที่เอาไปแจกเงินก็รู้ก็จำได้ หมายเลขทะเบียน กบ 588 ยี่ห้อนิสสัน ๒ ตอน สีขาว และตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่ารถคันนี้เป็นรถหาเสียงของผู้สมัครคู่แข่งขันกันในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ผู้สมัครอยู่พรรค ผมไม่ขอเอ่ยชื่อ แต่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเวลานี้คนหนึ่งไปแจ้งขณะนี้แล้ว ไปแจ้งเมื่อวันที่ ๑๙ ขอพูดเรื่องนี้ให้จบครับท่านประธาน ไปแจ้งเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๒ เลือกตั้งคือวันที่ ๒๔ มีนาคม ไปแจ้งหลังจากแจ้งแล้วก็เอาหลักฐานทะเบียนรถไปให้ ท่านประธานที่เคารพครับ เลือกตั้งผ่านไปแล้วนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ก็ได้รับเลือกตั้ง เป็น ส.ส. แล้ว วันที่ ๑๑ เมษายน กกต. จังหวัดอุบลราชธานี เรียกนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ไปรับทราบข้อกล่าวหาว่าแจกเงิน มันเป็นไปได้อย่างไรท่านประธานครับ มันเป็นไปได้ อย่างไรครับท่าน กกต. ครับ คนได้รับความเสียหายถูกแอบอ้างชื่อ พาคนรับเงินไปแจ้ง ตำรวจเป็นหลักฐานหมดแล้วบอกว่าให้ไปติดตามจับคนร้ายมาให้ได้ บอกแม้กระทั่ง ทะเบียนรถ บอกชื่อด้วย แต่คนไปแจ้งความไปแจ้งให้ กกต. ทราบกลับถูกเรียกให้ไปรับทราบ ข้อกล่าวหาครับว่าคุณไปแจกเงิน ผมก็ถามว่าแล้วคุณเอาหลักฐานอะไรมาพูดอย่างนี้ เขาบอกว่า กกต. ใหญ่สั่งลงไป ผมถามว่าใครสั่ง เขาบอกสั่งทางโทรศัพท์ ท่านกลับไปตรวจดู สั่งทางโทรศัพท์สั่งว่าให้เรียกนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย มารับทราบข้อกล่าวหา บังเอิญ ผมโชคดีว่าพนักงานร่วมสอบสวนนั้นเป็นตำรวจ เขาไม่ได้กินเงินเดือน กกต. เขามาฐานะ ว่าถูกไปเรียกไปเป็นกรรมการร่วมในหน่วยนี้ ผมก็บอกว่าขอให้ความเป็นธรรมก็แล้วกัน แล้วก็ผู้ตรวจการมาดูแล้วเป็นนายตำรวจด้วย เขาบอกผมด้วยแนะนำด้วยว่าให้ฟ้อง กกต. เลย ในหลักการสอบสวนมันมีที่ไหนในโลกผู้เสียหายไปแจ้งความ แจ้งเสร็จเรียบร้อย แล้วตัวเองถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำผิด ท่านประธานครับต้องพยายามรวบรวม หลักฐาน หารูปถ่าย หาอะไรไปแสดงทั้งหมด รถคันนั้นรู้ดีเราบอกเลขที่ บอกทะเบียน บอก ยี่ห้อ บอกอะไรหมด เดี๋ยวนี้รถคันนั้นรู้แล้วตำรวจก็ไปตาม ปรากฏว่าเอาไปซ่อนแล้วครับ เอา ไปขาย ขายเท่าทุกวันนี้ไปออกรถคันใหม่มา ผมขอให้ กกต. ไปติดตามเรื่องนี้ด้วย ผมบอก แล้วว่าเรื่องนี้ผมจะฟ้องกลับแน่นอน มันมีที่ไหนในโลกนี้ผู้เสียหายกลายเป็นผู้ต้องหา จนกระทั่งต่อมาทางประธานใหญ่ท่านอิทธิพร บุญประคอง ได้แจ้งไปว่า หลังจาก ได้แก้ข้อกล่าวหาไปทั้งหมด เดือนกรกฎาคมท่านถึงแจ้งไปบอกว่า ที่ทาง กกต. ตั้งข้อกล่าวหานางสาวแนนนั้น ได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วไม่น่าเชื่อถือว่าจะเป็นความจริง ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงอยากจะฝากท่านเลขาธิการ กกต. ไว้ว่าอยากจะให้ท่านได้ พิจารณาเรื่องนี้ นี่ละครับ คือที่มาของคำว่า จะสู้เท่าไร ท่านประธานที่เคารพครับ กกต. นั้น ต้องถือว่าเป็นองค์กรหลักที่จะอำนวยผดุงความยุติธรรมในการเลือกตั้ง ผมบอกได้เลยทุกคน ที่จะมาพูดในวันนี้พูดเรื่องซื้อสิทธิขายเสียง ๆ ยิ่งพูดก็ยิ่งจ่ายมาก ยิ่งจ่ายแพงกว่าเดิม เราจะ ทำอย่างไร กกต. เองทุกคนรู้เต็มอกว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียง เวลาเขาไปแจ้งเขาบอกว่า ให้ไปหาหลักฐานมาสิ แต่พอไปแจ้งกลับถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า เป็นผู้ทำการซื้อสิทธิขายเสียง เสียเองอย่างนี้ละครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากฝากไว้ว่า ไม่อยากให้เกิด เหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น แล้วอย่างนี้มันจะทำให้เกิดความเชื่อถือในระบบการสอบสวนของ กกต. ได้อย่างไร ถ้าหากว่ายังทำตัวเป็นอย่างนี้อยู่อีก เขาบอกกันตลอดว่ามีการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนไปเลือกซื้อรถเก๋งได้เลย ออกรถป้ายแดงกันทั้งนั้น นี่กำลังจะมี การเลือกตั้งท้องถิ่นท่านติดตามดูแล้วกัน ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านสุดท้าย ท่านสุรทิน หลังจากท่านสุรทิน ผู้มาชี้แจง เจ้าหน้าที่ กกต. จะได้ชี้แจงคำตอบ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อครับท่านประธาน วันนี้ได้เห็นรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งเล่มสวยงามมาก ชื่นชมในการทำรูปแบบ ผมไม่มีอะไร ผมมีข้อสงสัยในรายงานบางข้อ บางตัวเท่านั้น
ประเด็นที่ ๑ ก็คืองบประมาณที่ กกต. ได้ในปี ๒๕๖๐ นั้นงบประมาณ ทั้งหมด ๒,๕๑๗ ล้านบาท แต่ว่าเอามาพัฒนาพรรคการเมืองแค่ ๕๒ ล้านบาท ใน ๑๔ กิจกรรม อันนี้เป็นที่น่าสงสัยว่าทำไมมันน้อยจัง ตามยุทธศาสตร์ที่ ๑ บอกว่า พัฒนา พรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมือง เงิน ๕๒ ล้านบาท มันพัฒนาไม่ได้เพราะน้อยมาก โดยเฉพาะ ๑๔ กิจกรรมที่ดูแล้ว กิจกรรมที่ ๑ ก็คือทำโรงเรียนคือโรงเรียน พตส. ท่านประธานครับแล้วมีกิจกรรมก็คือทำฐานข้อมูล โรงเรียน พตส. ๑๘ ล้านบาท แล้วก็ข้อมูล ๑๗ ล้านบาทนอกนั้นก็นิด ๆ หน่อย ๆ รวมแล้ว ๕๒ ล้านบาท ผมอยากกราบเรียนไปทาง คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือว่า กกต. ผ่านท่านประธานว่า หลังจากที่ดูการเรียน พตส. หลาย ๆ รุ่นที่ผ่านมาว่าจะมีการพัฒนาพรรคการเมือง แต่ว่าเวลาไปเรียนจริง ๆ ท่าน ประธานครับปรากฏว่านักเรียนที่ไปเรียน ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นพรรคการเมืองที่เหลือ เป็นวิชาชีพอย่างอื่น อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือว่าทางสำนักงาน กกต. ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นนะครับ มีแต่คณะกรรมการที่รู้จักกันดี บางท่านก็เป็นครูบาอาจารย์ว่า ควรจะเอาพรรคการเมืองที่มีทั้งหมดเข้าไปอบรมหรือไปเรียนก่อน ถ้าหากไม่พอถึงเอา สาขาวิชาชีพอื่นเข้าไปเรียน อันที่ ๑
อันที่ ๒ อยากจะเรียนถามอีกว่ากิจกรรม ๑๔ กิจกรรมที่ผ่านมาในปี ๒๕๖๐ จะนำมาตั้งเป็นกิจกรรมในปี ๒๕๖๓ อีกหรือไม่ เพราะว่าเหมือนกับท่านผู้แทนผู้ทรงเกียรติ อภิปรายไปว่า ในปี ๒๕๖๓ นั้น มันจะประกอบด้วยว่า ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปีกำกับอีกทีหนึ่ง อันนี้จะสอดคล้องกันหรือไม่ กราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปที่ กกต. นะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องฐานข้อมูลของ กกต. ปรากฏว่าฐานข้อมูลที่ กกต. นั้นที่ อยู่ของพรรคการเมืองบางพรรคในปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนไปเรียนถามแล้วว่ายังไม่ทราบ ว่าพรรคการเมืองบางพรรค พรรคเล็ก พรรคน้อย มีที่อยู่ที่ไหนบ้าง กราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปที่ กกต. นะครับ จริง ๆ แล้วอยากจะให้ทาง กกต. จัดที่นั่งให้ พรรคการเมืองที่มีอยู่ปัจจุบันไปนั่ง กกต. เสียด้วยซ้ำ พี่น้องมา กกต. จะได้ยื่น ลาออก-ลาเข้า ที่ กกต. เลย มีปัญหาไปถามที่ กกต. อย่างเดียว อยากจะให้เป็นอย่างนี้นะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง ยังสงสัยในหน้า ๑๓๔ ท่านประธานครับ สงสัยเรื่องหนี้สิน หนี้สินวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐ มี ๒ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ หนี้สินที่ถูกฟ้องคดีปกครอง ๒๘,๙๑๖,๑๔๖.๙๑ บาท ๒๘ ล้านบาทนะครับ ข้อที่ ๒ ถูกฟ้องคดีแพ่งจำนวน ๓ คดี ๒๑๒,๑๕๑,๒๒๕ บาท ๒ คดี เป็นเงินเกือบ ๒๖๐ ล้านบาท อันนี้เป็นปัญหาอย่างที่สงสัยว่าถ้าแพ้คดีมาจริง ๆ จะทำ อย่างไร เพราะว่าจริง ๆ แล้วก็เห็นใจทาง กกต. ไม่ใช่องค์กรแสวงหารายได้ ถ้าแพ้คดีมา อันนี้ประเด็นที่สงสัยนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นการเปรียบเทียบค่าตอบแทนตามตำแหน่งนะครับ ในปี ๒๕๕๙ ค่าตอบแทน ๑๐,๙๔๒,๕๓๗.๖๔ บาท แต่ปี ๒๕๖๐ ปีที่มารายงานปรากฏว่า ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น ๑๗,๙๙๕,๖๔๕.๑๖ บาท เพิ่มขึ้นเยอะท่านประธานครับ อยากเรียนถาม เหมือนกันว่าที่เพิ่มขึ้นมันมีกิจกรรมเพิ่มขึ้นหรือไม่นะครับ หรือว่ามันมีตำแหน่งเพิ่มขึ้น เพราะว่าเราไม่ได้มีการเลือกตั้งอะไร ยังอยู่ในคำสั่งของ คสช. อยู่นะครับท่านประธาน
ประเด็นสุดท้ายที่กราบเรียนถามอีกโครงการหนึ่ง ก็คือโครงการลูกเสือ โครงการลูกเสืออาสาเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย อยากเรียนถามโครงการนี้ว่า ปัจจุบันหลังจาก การเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ ที่มีปัญหามาก ๆ ในระบอบประชาธิปไตยบ้านเราว่าโครงการนี้ได้ช่วย อะไรได้บ้างในการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ ของเรา อันนี้เรียนถาม ที่จริงด้วยหัวใจก็ด้วยความ เคารพท่าน กกต. ทุกท่านนะครับ เพราะว่าอย่างไรก็รู้จักมักคุ้นกัน กราบเรียนถามโดยหน้าที่ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญ ผู้แทนสำนักงาน กกต. ตอบชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน กระผม พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งครับ ก่อนอื่น ในประเด็นแรกผมก็ขอตอบเกี่ยวกับเรื่องรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๐ ต้องขอ อภัยด้วยเนื่องจากว่าการสรุปเกี่ยวกับเรื่องการเงินต่าง ๆ นอกจากต้องใช้เวลาแล้วยังต้องไป ผ่านการตรวจโดย สตง. ให้มีการรับรองด้วย การจัดทำรูปเล่มอะไรก็ค่อนข้างจะล่าช้า เสร็จแล้วก็ส่งไปทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนของปี ๒๕๖๑ ก็กำลังเร่งรัดอยู่ คาดว่าเร็ว ๆ นี้ก็จะเสร็จ ก็จะมารายงานให้ทราบในเนื้อหาของรายงานผลการปฏิบัติงาน ก็คือลักษณะนี้ เพราะยุทธศาสตร์ของเราไม่ทำแค่ปีเดียว ค่อนข้างจะยาว ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่ท่านได้อภิปรายหรือได้ให้ข้อเสนอแนะ เดี๋ยวจะมีท่านรองเลขาธิการตอบ ผมจะเน้น ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ซึ่งมีการพูดกันเยอะมากนะครับ
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ก็คือเสริมสร้างวัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตยนั่นเอง นอกจากจะให้มีส่วนร่วมแล้วยังปลูกจิตสำนึกประชาชนให้ตระหนักรู้เกี่ยวกับเรื่องการใช้สิทธิ เลือกตั้ง คิดเอง ทำเอง ไม่ใช่อำนาจเงินหรืออิทธิพลอย่างอื่นเข้ามาบงการหรือบังคับ อันที่ ๒ ก็คือมีจิตสาธารณะ ซึ่งถ้าเกิดทุกคนมีจิตสาธารณะแล้วก็คงจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องทุจริต คอร์รัปชัน หรือเรื่องอื่น ๆ อันที่ ๓ ก็คือเคารพกฎหมาย ระเบียบ วินัย คือถ้าประชาชนมีการ เคารพกฎหมายระเบียบวินัยแล้วปัญหาต่าง ๆ ก็จะหมดไป ไม่ว่าปัญหาจราจรที่รถชนตาย เยอะ ๆ ในช่วงเทศกาล หรือการทิ้งขยะอะไรต่าง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่าง กกต. ใช้ยุทธศาสตร์นี้ ในการลงไปที่ตำบลทั้งหมด ๗,๒๕๕ ตำบล มีศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยตำบล การลงไปให้ ความรู้ให้เขาตระหนักรู้เฉย ๆ นะครับว่าลักษณะนี้เป็นวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยต้องเป็น ลักษณะนี้ว่าต้องดำเนินชีวิตแบบนี้ ๆ ส่วนประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร ก็คงแล้วแต่ เพราะฉะนั้นตัวชี้วัดจริง ๆ ก็คือตัวชี้วัดของคนที่ได้รับการรับรู้ รับทราบตรงนี้ ก็เป็นตัวเลข สถิติที่ปรากฏในรายงาน ปีถัดไปก็คงจะเป็นลักษณะนี้ ส่วนหลักสูตรอาจจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงก็ได้ ที่เราลงไปในหมู่บ้านตำบลก็คือไปที่บ้าน ตำบล ยุทธศาสตร์ชาติเกี่ยวกับ เรื่องนี้ก็คือให้บรรจุหลักสูตรไว้ในกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาคบังคับด้วย ก็คงภายใน ๕ ปีนี้ ก็คงจะเห็นผล ที่เน้นจุดนี้จะสอดรับกับอีกยุทธศาสตร์หนึ่งหากมีวัฒนธรรมเมือง แบบประชาธิปไตยแล้ว การเป็นสถาบันทางการเมืองของพรรคการเมืองก็ต้องรองรับด้วย การปฏิรูปตามกฎหมาย ซึ่งในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองอำนวยความสะดวกให้ ที่เกี่ยวกับให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องจะสร้างพรรคการเมืองอย่างไรให้เป็นสถาบันทางการเมือง ก็มีอยู่ในระบบที่เราให้ความรู้ต่าง ๆ ถ้าเกิดอธิบายก็คงจะยืดยาว ส่วนเรื่องการสืบสวน สอบสวน ไต่สวน เราก็พยายามที่จะพัฒนาระบบเพราะว่าจริง ๆ เกี่ยวกับเรื่องคดีทุจริต มีผู้ให้กับผู้รับ หลักฐานค่อนข้างจะหายากครับ แต่นอกจากจะเป็นการป้องกันที่เกี่ยวกับ เรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับวิถีแบบประชาธิปไตยก็คือมีจิตสำนึกแล้ว ระบบคดีต่าง ๆ ก็มี การสืบสวน ไต่สวน เพิ่มเทคโนโลยีต่าง ๆ ปัจจุบันนี้ยังไม่เสร็จ มีเหลืออีกประมาณ ๑๖๐ คดี ซึ่ง กกต. ยังต้องวินิจฉัยอยู่ ก็ยังไม่หมด ในส่วนอื่นยุทธศาสตร์ที่ ๑ แล้วก็อันอื่นไม่ว่า เป็น พตส. เดี๋ยวจะมีรองเลขาอธิบายต่อนะครับ
เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม กฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้งขออนุญาตรบกวนเวลาทางสภาแห่งนี้ในการตอบข้อชี้แจง บางประเด็นกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบางท่านจริง ๆ อยากจะตอบหลาย ๆ ท่านให้ ครบถ้วน แต่เนื่องจากเวลาอาจจะไม่อำนวย ท่านแรกขออนุญาตชี้แจงตอบท่านพิจารณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านได้ถามไว้หลายประเด็น ซึ่งท่านได้เริ่มต้นคำถามที่มีประเด็น ที่ต้องชี้แจงหลาย ๆ เรื่อง เรื่องแรกที่ท่านได้ถามว่างบประมาณรายจ่ายสำหรับตัวรายงาน ประจำปี ๒๕๖๐ ที่ว่ามีรายจ่ายมากกว่ารายรับ โดยเฉพาะในส่วนของงบบุคลากร ขออนุญาตเรียนเป็นข้อเท็จจริงให้ทราบ ในปี ๒๕๕๙ ทางสำนักงาน กกต. ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น ๑,๖๒๐ ล้านบาท เราใช้ ๑,๘๑๖ ล้านบาท เกินกว่างบประมาณที่ได้รับจัดสรร ๑๙๕ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๐ ได้รับจัดสรร ๑,๕๗๑ ล้านบาท ใช้งบประมาณจริง ๑,๗๔๔ ล้านบาท เกินงบประมาณไป ๑๗๓ ล้านบาท ถามว่าส่วนเกินนี้สำนักงานได้มาจากไหน เรามาจากเงินสะสมซึ่งเรามีอยู่ใน สำนักงาน กกต. นะครับ ที่จำเป็นต้องนำเงินสะสมมาใช้ เพราะว่างบประมาณหลายรายการ โดยเฉพาะงบค่าตอบแทนบุคลากรเราไม่ได้รับจากสำนักงบประมาณ ผมยกตัวอย่าง เช่นในส่วนของหมวดค่าตอบแทนบุคลากร เช่น เงินบำเหน็จให้กับพนักงานที่เกษียณอายุ เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แล้วก็เงินส่งเสริมประสิทธิภาพ ซึ่งเงินเหล่านี้ในแต่ละปี สำนักงบประมาณไม่ได้จัดสรรให้เรา จึงจำเป็นที่จะต้องมีการนำเงินสะสมมาใช้ทำให้รายจ่าย สูงกว่ารายรับที่เราได้มา อันนี้เป็นประเด็นแรกขออนุญาตตอบท่านสุรทิน พิจารณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม
ประเด็นที่ ๒ เรื่อง การเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนที่ตามรายงานประจำปี บอกว่า ใช้จ่ายไปประมาณ ๕๐.๑๓ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณที่ตั้งไว้นะครับ ซึ่งสะท้อนถึง ความไม่มีประสิทธิภาพของการดำเนินการ ขออนุญาตเรียนว่า ในปี ๒๕๖๐ สำนักงาน มีโครงการมีกิจรรมตามแผน ๒๐ โครงการ ๔๗ กิจกรรม งบประมาณคือ ๒๒๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งทุกโครงการท่านเลขาธิการได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการทั้งสิ้น แต่มีบางกิจกรรม ที่ไม่สามารถดำเนินการได้เลยต้องเลื่อนการดำเนินการไปในปี ๒๕๖๑ ซึ่งมีจากหลายสาเหตุ ด้วยกันนะครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าที่เห็นงบประมาณว่าใช้ไป ๕๐.๑๓ เปอร์เซ็นต์นั้น มีสาเหตุมาจากประการสำคัญหลัก ๆ อยู่ ๓ ประการด้วยกัน
ประการแรก อย่างที่ผมเรียนบางกิจกรรมไม่สามารถทำได้ทัน ในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ จึงเลื่อนไปดำเนินการในปี ๒๕๖๑ เงินในส่วนนี้จึงไม่ปรากฏว่ามีการ ใช้จ่ายในปี ๒๕๖๐ หรือบางกิจกรรทำทันในปลายปี ๒๕๖๐ แต่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทัน ก็ต้องไปตั้งเบิกจ่ายไว้ในปี ๒๕๖๑ ทำให้ยอดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไม่ปรากฏอยู่ในแผน การใช้จ่ายในปี ๒๕๖๐
ประการที่ ๒ ในช่วงปี ๒๕๖๐ ขออนุญาตเรียนว่าในช่วงนั้นเป็นช่วง รอยต่อของกฎหมายใหม่ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทุกฉบับเกิดขึ้นในปี ๒๕๖๐ กิจกรรมบางกิจกรรมต้องมีการปรับเปลี่ยนไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้บริบทของ กฎหมายเดิม จึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมจึงไม่สามารถจะดำเนินการได้ในบาง กิจกรรมอย่างที่ผมได้กราบเรียนที่ประชุมไปแล้ว
ประการที่ ๓ งบประมาณบางรายการไม่สามารถดำเนินการเบิกจ่ายได้ เช่น งบบุคลากร เนื่องจากในปี ๒๕๖๐ สำนักงาน กกต. มีการปรับโครงสร้างบุคลากรภายในใหม่ มีการทำมาตรฐานตำแหน่งใหม่ การดำเนินการต่าง ๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปจึงไม่สามารถ ใช้จ่ายงบประมาณในส่วนของบุคลากรในบางกิจกรรมได้ อันนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ยอด ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ เท่านั้นนะครับ
ประเด็นต่อมาที่จะขออนุญาตชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้ ก็คือมีหลาย ๆ ท่าน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้สอบถามเกี่ยวกับปัญหา และข้ออุปสรรค ข้อขัดข้อง ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมา ก็ขออนุญาตเรียนว่าสำนักงาน กกต. เล็งเห็นถึงปัญหา แล้วก็อุปสรรคข้อขัดข้องในการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมา เรามีการ ประเมินผลในการจัดการเลือกตั้ง ประเมินผลเราทำหลายมิติ ในส่วนของสถาบันการศึกษา เรามีการมอบหมายให้ทางสถาบันการศึกษาได้เข้ามาทำการวิจัยประเมินผลทั้งในส่วนของ การบริหารจัดการเลือกตั้ง แล้วก็ปัญหาจากข้อจำกัดของกฎหมาย มีการจ้างมหาวิทยาลัย เข้ามาดำเนินการในส่วนนั้น แต่ในส่วนสำนักงาน กกต. เองเราก็มีการถอดบทเรียนปัญหา ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมา เราให้ทุกจังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัดไปประชุมกับ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับตั้งแต่ระดับหน่วย ระดับเขตจนถึงระดับจังหวัด เพื่อถอดบทเรียนว่า เรามีปัญหาและข้อจำกัดในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมาหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเรารวบรวม ไว้ได้เป็น ๒๓ ประเด็นใหญ่ ๆ เราทำเป็นมายด์แม็ป (Mind map) ไว้เรียบร้อย ตั้งแต่ เรื่องอะไรบ้าง ตั้งแต่เรื่องของปัญหา เรื่องการบริหารจัดการเลือกตั้ง ปัญหาเรื่องการจัดการ เลือกตั้งล่วงหน้า ปัญหาเรื่องบุคลากร รวมถึงประเด็นที่มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบางท่านได้ พูดถึงว่ามีปัญหาเรื่องกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมีน้อยมีเพียง ๕ คนต้องมาดำเนินการ จัดการเลือกตั้งในเวลาที่ขยายเพิ่มขึ้นถึงเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา อันนี้ก็เป็นประเด็นอยู่ในปัญหาเรื่องการถอดบทเรียนด้วย ปัญหาเรื่องงบประมาณและการ เบิกจ่าย ปัญหาเรื่องการสนับสนุนผู้สมัครกับพรรคการเมือง ปัญหาเรื่องการสืบสวนหาข่าว แม้กระทั่งปัญหาเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งเราก็มีเป็นประเด็นที่ ๑ ใน ๒๓ ประเด็นที่จะมีการ ถอดบทเรียน รวมทั้งปัญหาเรื่องการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หรือที่เรียกว่า แรปพิด รีพอร์ต (Rapid Report) ซึ่งทั้งหมดเรามีการทำสรุปประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ แล้วก็ ในวันพรุ่งนี้กับวันมะรืน คือวันที่ ๕ กับวันที่ ๖ กันยายน เราจะมีการประชุม ทั้งในส่วนกลาง และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด สำนักงานการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ ทั้ง ๗๗ จังหวัด เพื่อจะเอาปัญหาทั้งหมดนี้มาถอดบทเรียน เพื่ออะไรครับ
ประการแรก ถอดบทเรียนให้เห็นว่าข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากการจัดการ เลือกตั้งมันมาจากสาเหตุอะไรบ้าง เรามีแนวทางในการแก้ไขอย่างไรบ้าง ซึ่งเสนอเป็น ๓ แนวทาง แนวทางแรก ถ้าเห็นว่าปัญหาข้อจำกัดนั้นมาจากปัญหาในเรื่องของการบังคับใช้ ของกฎหมาย ทางสำนักงาน กกต. ก็อาจจะมีการเสนอไปยังส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาว่าท่านเห็นสมควรหรือไม่อย่างไร ในการที่จะปรับแก้ไขกฎหมายในส่วนที่ เกี่ยวข้อง ถ้าเป็นปัญหาที่มาจากข้อจำกัดของกฎหมาย
ประการที่ ๒ ถ้าเกิดว่าปัญหานั้น มาจากระเบียบหรือประกาศของสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งเองนี่เราก็จะมีการแก้ไขประกาศ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
แนวทางที่ ๓ ถ้าปัญหานั้นมาจากการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติในพื้นที่ เราก็จะ มีการปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติในพื้นที่ ตัวอย่างเช่นการปฏิบัติงานของ กรรมการประจำหน่วย เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีการถอดบทเรียนแล้วก็จะมีการ เผยแพร่ให้ทราบว่าสรุปแล้วนี่ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับชาติ หรือจะเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นก็ตาม กกต. จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การ เลือกตั้งมีประสิทธิภาพเป็นไปอย่างที่สังคมเขาคาดหวังอย่างไร ก็ขออนุญาตนำเรียน ในประเด็นนี้
อีกเรื่องหนึ่ง ที่มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามถึงแนวทางในการตั้งคำขอ งบประมาณในปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๓ ว่า กกต. มีการปรับแนวทางหรือไม่อย่างไร ขออนุญาตเรียนว่าในปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ ก็คงจะเป็นการดำเนินการตามแผน ซึ่งเรามี แผนยุทธศาสตร์เดิมที่เราเคยตั้งไว้นะครับ ในปี ๒๕๖๐-๒๕๗๙ นะครับ แต่ในปี ๒๕๖๓ เราจะมีการปรับแผน ๒๐ ปี มีการทบทวนยุทธศาสตร์ของสำนักงาน กกต. ใหม่ เพื่อให้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีการปรับแนวทาง ปรับโครงการปรับกิจกรรมใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับแผนชาติด้วย
แล้วก็ในส่วนสุดท้ายครับ เป็นข้อมูลเล็ก ๆ ที่ขออนุญาตนำเรียนท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ขออนุญาตเอ่ยนามที่ท่านได้กรุณาพูดถึงหมู่บ้านไม่ขายเสียง ขออนุญาตเรียน เป็นข้อมูลว่าโครงการนี้เราเริ่มต้นในปี ๒๕๕๙ ในปี ๒๕๖๐ เรามีการตั้งหมู่บ้านไม่ขายเสียง ทั้งหมด ๙๒๘ หมู่บ้าน อำเภอละ ๑ หมู่บ้าน แล้วปี ๒๕๖๑ มีการขยายผลเพิ่มขึ้นอีก เป็น ๑,๙๘๖ หมู่บ้าน แล้วก็ในปี ๒๕๖๒ เรามีเป้าหมายจะตั้งหมู่บ้านไม่ขายเสียงอีก ๗,๔๒๔ หมู่บ้านซึ่งขณะนี้เราก็ได้อีกจำนวนหนึ่ง คือได้ประมาณ ๑,๕๕๙ หมู่บ้าน แล้วก็ ที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่ง กกต. มีเป้าหมาอยากจะให้ทุกหมู่บ้านได้ประกาศตัวเอง เป็นหมู่บ้านไม่ขายเสียง แล้วก็ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง แล้วก็ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไปนี่ปัญหานี้จะเป็นปัญหาที่ทุกคนตระหนัก และก็จะช่วยกันรณรงค์แก้ไขปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง ก็ขออนุญาตนำเรียนชี้แจง ที่ประชุมเท่านี้ ขอบคุณครับ
เป็นอันว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปี งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๐ แล้วนะครับ ขอบคุณผู้แทนของคณะสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งที่มาชี้แจง วันนี้ก็ประชุมพอสมควรแล้ว ขอปิดประชุมครับ