พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต. รวมทั้งความไม่สอดคล้องระหว่างงบประมาณที่ตั้งไว้กับรายจ่ายจริง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่สูงกว่างบจัดสรร และการเบิกจ่ายภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 1 ที่ใช้ไปเพียงครึ่งเดียวของที่ตั้งไว้ พร้อมเรียกร้องให้มีการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถประเมินผลได้ ทั้งยังชี้ให้เห็นข้อบกพร่องในการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ทั้งเรื่องการอบรมกรรมการประจำหน่วยที่ไม่เพียงพอ ความคลาดเคลื่อนในเอกสารการนับคะแนน และการจำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนับคะแนน ซึ่งขัดกับเป้าหมายการส่งเสริมประชาธิปไตย จึงเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนแผนงาน เร่งพัฒนาระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ และยกระดับศักยภาพของเจ้าหน้าที่อย่างเป็นรูปธรรมภายหลังเกิดปัญหาและแรงกดดันจากสังคมที่เพิ่มขึ้น
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่วันนี้ท่านอุตส่าห์มากันมากมายหลายสิบท่าน ก็ขอบพระคุณนะครับ วันนี้เราก็เข้าสู่ เดือนกันยายนของปี ๒๕๖๒ นะครับท่านประธาน แต่ก็เป็นเรื่องที่เป็นคำถามไปถึง ท่านประธานผ่านไปยังทาง กกต. นะครับว่าเพราะเหตุใดวันนี้เราถึงยังเป็นการพิจารณาถึง ผลการปฏิบัติงานของปี ๒๕๖๐ อยู่ ซึ่งเป็นความล่าช้าที่ปรากฏขึ้น จริง ๆ แล้ววันนี้เราน่า ที่จะมาพิจารณาผลการปฏิบัติงานของปี ๒๕๖๑ ซึ่งผมก็ได้เห็นรายงานดังกล่าวปรากฏอยู่ บนเว็บไซต์ของ กกต. แล้ว ก็อยากที่จะให้ทาง กกต. ได้พยายามทำให้มันรวดเร็วยิ่งขึ้นนะครับ เพื่อเราจะได้มีการพิจารณากันทันท่วงทีนะครับ ในส่วนของรายงานเล่มนี้ผมก็ได้ใช้เวลา ดูทั้งเล่มแล้วก็ศึกษาทั้งหมดแล้วก็รับทราบดีครับว่าวันนี้เราจะมาพูดคุยกันในส่วนของปี ๒๕๖๐ ไม่ใช่ปี ๒๕๖๒ หรือการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคมที่ผ่านมานะครับ ดังนั้นผมก็จะพยายาม ที่จะให้กรอบการอภิปรายของผมอยู่ในเนื้อหาของรายงานฉบับนี้ เมื่อดูเข้าไปครับ ท่านประธาน เราดูในงบการเงินที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้โดยเฉพาะในส่วนของรายจ่าย และรายรับในผลการดำเนินงาน ผมพบอย่างนี้ครับ ผมพบว่าตามรายงานหน้า ๑๒๓ งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน พบว่า กกต. มีรายจ่ายที่มากกว่างบประมาณที่ได้รับ จัดสรรไว้ในปี ๒๕๖๐ นี้ ๓๔๐ ล้านบาท เมื่อดูลึกลงไปครับปรากฏว่าเป็นงบค่าใช้จ่าย ในส่วนของบุคลากรที่มากกว่างบที่จัดสรรไว้ถึง ๓๐๐ ล้านบาทครับ ผมก็ดูย้อนหลังไปครับ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมครับในปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๐ ๓ ปีนะครับ ปรากฏว่า ทั้ง ๓ ปีเมื่อรวมกันแล้ว กกต. มีรายจ่ายที่มากกว่างบประมาณที่จัดสรรไว้รวมกันแล้วถึง ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาทครับ และใน ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาทนี้เป็นสัดส่วนของค่าใช้จ่ายหรือ บุคลากรถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน นั่นจึงเป็นคำถามครับที่ผมอยากจะเรียนต่อ ท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ครับว่าเพราะเหตุใดจึงปรากฏการตั้งงบประมาณที่น้อยกว่า รายจ่ายถึง ๓ ปีติดต่อกัน ถ้าเทียบนะครับว่า กกต. นั้นเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง การวางแผนงบประมาณแบบนี้มันสะท้อนให้เห็น ถึงประสิทธิภาพในการทำงาน ถึงความสามารถในการบริหารองค์กรนะครับท่านประธาน และถ้าหากเราดูถึงปริมาณจำนวนอัตราการจ้างของบุคลากรก็ยิ่งเป็นเรื่องแปลกครับ เพราะว่าทั้ง ๓ ปี คือปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๐ จำนวนบุคลากรไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหารระดับสูง ระดับกลางหรือผู้ปฏิบัติงานในระดับสูง ระดับกลาง รวมถึงลูกจ้างประจำ ล้วนแล้วแต่มีจำนวนแทบจะเท่ากันทั้ง ๓ ปี ดังนั้นก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังทาง กกต. ว่า เพราะเหตุใดจึงเป็นอย่างที่ปรากฏในงบประมาณทั้ง ๓ ปี
เราไปกันต่อครับ ท่านประธานครับ เมื่อผมดูในส่วนของผลการปฏิบัติงาน ตามยุทธศาสตร์ซึ่งปรากฏอยู่ในรายงานเล่มนี้ ในส่วนที่ ๒ ผลงานการปฏิบัติงานตาม แผนยุทธศาสตร์ ก็ต้องขอเรียนอย่างตรงไปตรงมาและชื่นชมต่อทาง กกต. ว่า ยุทธศาสตร์ทั้ง ๕ ด้านที่ท่านกำหนดขึ้นมานั้น มีเนื้อหาที่เหมาะสมและถูกต้อง ผมจะไม่ขออ่านทั้งหมด แต่ว่าอยากจะกล่าวถึงยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่เขียนไว้คือ การพัฒนาระบบและกระบวนการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือนะครับ ยุทธศาสตร์นี้มีความสำคัญมาก และเชื่อว่าทาง กกต. เองก็ให้ความสำคัญครับ เพราะว่าเมื่อเราไปดูในงบประมาณที่ได้ ตั้งเอาไว้ใน ๕ ยุทธศาสตร์นี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ถูกตั้งงบประมาณไว้สูงที่สุด แต่เป็นเรื่องที่ น่าเสียดายนะครับ งบประมาณถูกตั้งเอาไว้รวมกันทั้ง ๕ ยุทธศาสตร์ ๒๒๐ ล้านบาท เฉพาะ ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ๘๕ ล้านบาท ขออภัยครับท่านประธาน ถูกตั้งไว้ ๒๐๙ ล้านบาทนะครับ และยุทธศาสตร์ที่ ๑ ตั้งไว้ที่ ๘๕ ล้านบาท แต่การเบิกจ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณกลับ เบิกจ่ายได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นนะครับ อันนี้ก็เป็นคำถามที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังทาง กกต. ว่า เพราะเหตุใดแผนงานที่ตั้งเอาไว้ งบประมาณที่ วางเอาไว้ถึงเบิกจ่ายได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ในรายงานเล่มนี้มีการระบุถึงโครงการต่าง ๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ว่าดำเนินการไปในส่วนใดบ้าง แต่ติดนิดเดียวครับ อยากที่จะ เสนอแนะต่อทาง กกต. ว่า ในรายงานครั้งต่อไปอยากจะเห็นท่านระบุให้ชัดเจนว่า ในโครงการต่าง ๆ ท่านแบ่งงบประมาณใช้จ่ายอย่างไรนะครับ เพราะในรายละเอียดที่ระบุ ในรายงานฉบับนี้ท่านเพียงระบุว่า ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ท่านเบิกจ่าย ๔๐ ล้านบาท เบิกงบประมาณมา ๔๐ ล้านบาท แต่ไม่ปรากฏให้เห็นว่าท่านใช้จ่ายในโครงการใดนะครับ ยอดเงินเท่าไร เพราะมิเช่นนั้นแล้วเราจะประเมินงานกันยากมากครับท่านประธาน ว่าเม็ดเงินที่ใช้ไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่ มีผลสัมฤทธิ์คุ้มค่าต่องบประมาณที่ลงทุนไปหรือไม่
ในส่วนของยุทธศาสตร์ที่ ๑ มีโครงการที่น่าสนใจครับ คือโครงการพัฒนา นวัตกรรมการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามตินะครับ ภายใต้โครงการนี้ทาง กกต. ก็มีหลายกิจกรรมครับ กิจกรรมไอโหวตที่ให้ประชาชนที่ต้องการที่จะโหวตที่อยู่ ในต่างประเทศสามารถใช้การโหวตแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้นะครับ หรือจะเป็นโครงการ ที่พัฒนาระบบรายงานผลการเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อมาถึงตรงนี้ก็จะขออนุญาต ชี้แจงแนะนำผ่านท่านประธานไปยัง กกต. ว่า อยากจะให้ท่านลองพิจารณาและศึกษาดู ในยุโรปบางประเทศ อย่างเช่นประเทศเอสโตเนียมีพัฒนาการที่น่าสนใจในการโหวตทาง อิเล็กทรอนิกส์นะครับ ล่าสุดในประเทศเอสโตเนีย สามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จะออกเสียงโหวตได้แล้ว โดยแสดงอัตลักษณ์หรือยืนยัน ตัวตนแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ อันนี้ก็จะเป็นนวัตกรรมที่ก้าวหน้าที่อยากให้ทาง กกต. ได้ศึกษา ค้นคว้า ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ ๑ มีอีกกิจกรรมหนึ่งนะครับ โครงการหนึ่ง โครงการนี้คือ การพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ โดยกิจกรรมที่ทำคือ การอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในรายงานนี้ทาง กกต. ระบุไว้ชัดเจนครับว่า ปัญหาจากการเลือกตั้งหลาย ๆ ครั้งนั้นเกิดจากความไม่เป็นมืออาชีพของกรรมการ การเลือกตั้ง เกิดจากความผิดพลาดบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทาง กกต. ทราบดี แต่ทีนี้พอเรามาดูในรายละเอียดของการดำเนินงาน การอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนั้น ทำอย่างไร ท่านประธานครับ ปรากฏว่าตัวชี้วัดที่ระบุไว้คือต้องการให้ผู้ที่เข้ารับการอบรม ผ่านเกณฑ์ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านไม่ได้ระบุตัวชี้วัดนะครับ สิ่งหนึ่งที่ท่านควรระบุคือว่า ท่านจะอบรมจำนวนกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเท่าไร ผลการดำเนินงานปรากฏว่า ท่านมีการอบรมไป ๔ รุ่น มีผู้ได้รับการอบรมอยู่ ๑๘๕ คน สำหรับเอไลเซนส์ (A license) และบีไลเซนส์ (B license) อีก ๘๗๖ คน แต่ผมเชื่อว่าทุกท่านในที่นี้ทราบกันดีนะครับว่า เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม การเลือกตั้งทั่วไปที่เกิดขึ้นเรามีหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศถึง ๙๒,๐๐๐ กว่าหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแค่ ๑ คนต่อ ๑ หน่วย ก็ต้องใช้ถึง ๙๒,๐๐๐ คน แต่ผลการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้น ๒ ปีก่อนการเลือกตั้ง การเตรียมพร้อม ๒ ปีก่อนการเลือกตั้ง ท่านไม่สามารถที่จะอบรมเจ้าหน้าที่ได้เพียงพอ และผมมีสิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ว่าเมื่อกรรมการประจำ หน่วยเลือกตั้งไม่มีความเข้าใจในการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับท่านประธานในมือผม คือเอกสารที่เรียกว่า ส.ส. ๕/๑๖ ๕/๑๗ และ ๕/๑๘ คืออะไรครับท่านประธาน นี่คือ เอกสารจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ผมพูดถึงปี ๒๕๖๒ แต่ว่ามันเกี่ยวเนื่อง ถึงปี ๒๕๖๐ นะครับท่านประธาน เพราะนี่คือการดำเนินงานเพื่อเตรียมพร้อมในการเลือกตั้ง ที่ไม่เพียงพอและทำให้เกิดข้อผิดพลาดที่อยู่ในมือผม ผมจะไล่เลียงให้ท่านประธานฟังครับ ส.ส. ๕/๑๖ คือผลการนับคะแนนการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต ใบนี้ชัดเจนครับท่านประธาน ปกติเขาจะต้องระบุว่ามีบัตรที่ใช้เลือกตั้งในหน่วยนี้กี่ใบ บัตรดีกี่ใบ บัตรเสียกี่ใบ และบัตรไม่เลือกผู้ใด กี่ใบ ด้วยความที่เป็น ๕/๑๖ ล่วงหน้าในเขตจำนวนเสียงจะน้อยเป็นพิเศษ อย่างในมือผมใบนี้ครับ หน้าแรกเขียนไว้ว่ามี ๙ บัตรที่ใช้ไป บัตรดีมี ๖ ใบ บัตรเสียมี ๑ ใบ ไม่เลือกใครมี ๒ ใบ ก็รวมเป็น ๙ ใบ ก็น่าจะถูกต้องใช่ไหมครับ แต่พอไปดูในตารางว่าเขตนี้ประชาชนเลือก ผู้สมัครท่านใด เลือกพรรคการเมืองใด ปรากฏว่ามีการเลือกพรรคภูมิใจไทย ๑ คะแนน ขออนุญาตที่เอ่ยนะครับ พรรคพลังประชารัฐ ๒ คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ ๒ คะแนน พรรคประชาชาติ ๑ คะแนน และพรรคพลังท้องถิ่นไทย ๓ คะแนน รวมไปแล้วบัตรดีไม่ใช่ ๖ ใบแล้วนะครับ บัตรดีคือ ๙ ใบครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าหลังจากนี้ท่าน กกต. อยากได้ มาเอาที่ผมได้นะครับ ใบต่อไปนะครับ ใบนี้เป็น ๕/๑๘ ใบนี้มีความผิดปกติ ขออนุญาตดู นิดหนึ่งนะครับท่านประธาน พอดีเอกสารมีเยอะ เจอแล้วครับท่านประธาน ใบนี้คืออย่างนี้ครับ ใบนี้คือ ๕/๑๘ คือเป็น บัตรรายงานคะแนนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ สำหรับใบนี้ข้อผิดพลาด ที่เกิดขึ้นคือจำนวนใบดีครับ จำนวนใบดีที่เขียนอยู่บนเอกสารใบนี้คือเขียนไว้ที่ ๖๓๔ บัตร ไม่ว่าจะเป็นหน้าแรกและหน้าหลัง แต่เมื่อรวมคะแนนครับท่านประธานรวมอย่างไรก็ได้ ๖๓๓ บวกเกินมา ๑ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะผ่านไปหลักฐานทีเด็ดดีกว่าครับ ใบนี้ครับท่านประธาน ใบนี้ผมเรียกว่า งง กันเลยครับใบนี้ ใบนี้ก็เป็น ๕/๑๘ นะครับ ๕/๑๘ ใบนี้ปกติ ๕/๑๘ เขาจะลงคะแนนกันแบบนี้นะครับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สมาชิกทุกท่านว่าจะมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยนี้ว่ามีเท่าไร แล้วก็จะบอกจำนวน ผู้มาแสดงตน คือผู้มาใช้สิทธิ เพราะฉะนั้นจำนวนผู้มาแสดงตนจะต้องเท่ากันกับจำนวนบัตร ที่ใช้ไปนะครับ บัตรเลือกตั้งที่ใช้ไป ปรากฏว่าหน่วยนี้ครับ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมี ๓๙๘ คน ผู้มาแสดงตนมี ๑ คน ได้ยินไม่ผิดเขียนในนี้ชัดเจนครับว่าผู้มาแสดงตนมี ๑ คน แต่จำนวน บัตรเลือกตั้งที่ใช้คือ ๒๘๓ ไปต่อท่านประธาน ล่าสุดครับผมไปเจอใบนี้ ถึงตรงนี้แล้ว ท่านประธานอาจจะสงสัยว่าทำไมพิจารณ์มันรู้เยอะจัง มันมีเยอะจัง คือเรื่องของเรื่อง คือตอนนี้พรรคอนาคตใหม่เรากำลังรวบรวมคะแนนทั้ง ๙๒,๐๐๐ กว่าหน่วยครับ นั่งคีย์ (Key) กัน เรียกว่า หามรุ่งหามค่ำ แต่ก็ยังไม่เสร็จนะครับ เพราะเยอะมาก ล่าสุดผมเจอ บัตรนี้ครับท่านประธานครับ ถ่ายสำเนามาจากทางกรรมการ กกต. จังหวัดท่านก็กรุณา เซ็นชื่อประทับตราสำเนาให้ อ่านไม่ได้เลยครับ ตัวเลขที่อยู่บนนี้มองไม่เห็นว่าเขียนว่าอะไรครับ ซีร็อกซ์ (Xerox) มา ทางเจ้าหน้าที่ก็กรุณาเซ็นสำเนาถูกต้องให้ด้วย แม้ว่าจะอ่านไม่ออกว่า คะแนนที่ปรากฏทั้ง ๓ แผ่นนี้มันเป็นคะแนนอะไร ผมจะไปพิมพ์ต่อก็พิมพ์ไม่ได้ครับ แล้วลักษณะนี้มีเยอะมาก ล่าสุดผมพยายามติดต่อไปที่ กกต. จังหวัด จังหวัดหนึ่งนะครับ ทางนิติกรแจ้งผมว่าที่เขาก็เป็นแบบนี้ครับ ไม่มีตัวที่ชัด ผมก็ถามว่าแล้วจะทำอย่างไรละครับ อยากได้คะแนนต้องทำอย่างไรครับ เขาบอกว่าต้องยื่นศาลเพื่อขอเปิดหีบแล้วนับกันใหม่ อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าวิธีปฏิบัติมันถูกต้องหรือไม่ เอาละครับ ก็พอหอมปากหอมคอ จริง ๆ มีเยอะกว่านี้ แต่ว่าเดี๋ยวจะเปลืองเวลาที่ประชุมแห่งนี้ เมื่อสักครู่ผมกำลังกล่าวถึงว่า เป็นโครงการหนึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ ๑ คือการอบรม กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ดังนั้น กล่าวมาทั้งหมดในส่วนของยุทธศาสตร์ที่ ๑ ผมกำลังจะชี้ให้เห็นครับว่า ท่านตั้งงบประมาณ สำหรับยุทธศาสตร์ที่ ๑ เอาไว้ ๘๐ กว่าล้านบาท เบิกจ่ายไปเพียงครึ่งเดียวคือ ๔๐ กว่าล้านบาท ไปเทียบกับงบประมาณทั้งปีนะครับ ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพียง ๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ท่านให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบกระบวนการการเลือกตั้ง และสร้างความเชื่อถือ ต่อประชาชนน้อยเกินไป นี่คือปัญหา น้อยเกินไปมาก ๆ ยุทธศาสตร์ตั้งไว้ดีครับ แต่งบประมาณที่จัดสรรไว้เรียนว่าน้อยเกินไปครับ
นอกจากนั้นในยุทธศาสตร์ที่ ๒ คือยุทธศาสตร์ที่เสริมสร้างวิถีประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนผมคิดว่ายุทธศาสตร์นี้และผลงานที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ถือว่าเป็นไปด้วยดี ผมถือว่ายุทธศาสตร์ข้อนี้เราดูเคพีไอ (KPI) ง่าย ๆ ตัวหนึ่งคือจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ๒๔ มีนาคม ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ยอมรับได้ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี เมื่อเปรียบกับเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ นะครับ หลายโครงการในนี้เขียนไว้ว่า ใช้คำ ๆ หนึ่ง คีย์เวิร์ด (Keyword) ๑ คำคือ การมีส่วนร่วมของประชาชน คำนี้ใช้เยอะมากนะครับ ภายใต้ยุทธศาสตร์นี้ ผมติงนิดเดียวครับ ภายใต้ยุทธศาสตร์นี้นะครับ กราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังทางท่านเลขาธิการ กกต. นะครับ ท่านอยากจะสร้างการมีความส่วนร่วมของประชาชน แผนงานที่ท่านวางเอาไว้นะครับ เคพีไอ (KPI) ที่เกิดขึ้นยอมรับได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคมครับท่านประธาน ประชาชนอยากมีส่วนร่วมครับ ไปอยู่ที่หน่วยเลือกตั้งไปรอดูตอนนับคะแนนครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ โต๊ะนับคะแนนนั้นอยู่ห่างเหลือเกินครับ มองจนไม่เห็นครับว่า คะแนนที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งนั้นขีดให้พรรคใด ร้องขอให้กรรมการประจำหน่วยขยับโต๊ะ มาให้มองเห็น ทำไม่ได้ครับ อยากจะถ่ายรูป ถ่ายคลิปวิดีโอ (Clip video) หลายหน่วย เลือกตั้งไม่ให้ทำครับ เนื่องจากผมอยู่ในส่วนของการตรวจสอบคะแนนการเลือกตั้งก็จะได้รับ เรื่องร้องเรียนได้พูดคุยกับประชาชนมากมายต่อปัญหาเหล่านี้ บางกรณีครับ เราไปจัดการ เลือกตั้งมีหน่วยเลือกตั้งอยู่ในโรงเรียนนะครับ หน่วยเลือกตั้งก็จะอยู่ในห้องเรียนต่าง ๆ ท่านประธานนึกออกไหมครับ ห้องเรียนจะมีประตูเข้าใช่ไหมครับ หน่วยเลือกตั้งอยู่ด้านใน ตอนลงคะแนนเราก็เดินเข้าห้องเรียนไปครับ เข้าคูหา แต่ตอนนับคะแนนเขาบอกให้ ประชาชนอยู่นอกห้องเรียนครับ มีประตูเล็ก ๆ ๒ บาน ประชาชน ๑๐-๒๐ คนก็ไปชะโงก เบียด ๆ กันเพื่อดูการนับคะแนน สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธานครับ คือ กกต. ไม่ได้สะท้อนนะครับ การทำงานไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงว่าท่านได้สร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนอย่างแท้จริง
สุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมดูนะครับ ที่วิสัยทัศน์ พันธกิจ ปรัชญา องค์กรที่ปรากฏอยู่ในหน้า ง ด้านหน้าของผลการปฏิบัติงานเล่มนี้นะครับ ก็ต้องเรียนว่า เป้าประสงค์ที่ท่านกำหนดเอาไว้ ๕ ข้อในหน้านี้เขียนไว้ได้อย่างสวยงามถูกต้องที่สุดนะครับ แต่ต้องเรียนว่าถ้าดูการจัดสรรงบประมาณ ดูโครงการที่ท่านปฏิบัติยังไม่สามารถที่จะสะท้อน และตอบโจทย์เป้าประสงค์นี้ได้ ข้อนี้เลยครับท่านประธานครับ ในข้อ ๑ เขียนว่า ประชาชน มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งในและนอกราชอาณาจักร เข้าถึงและใช้สิทธิเลือกตั้งโดยสะดวก รวดเร็ว และมีภาระในการใช้สิทธิน้อยที่สุด นี่คือแผนที่ท่านตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ นะครับ และเป็นแผน ๒๐ ปีครับ สำหรับปี ๒๕๖๐ ถึง ปี ๒๕๗๙ ตั้งไว้ ๒ ปีผ่านมาครับ การเลือกตั้ง ในปี ๒๕๖๒ เป็นข่าวปรากฏทั้งในโซเชียลมีเดีย (Social media) และสื่อต่าง ๆ มากมาย ถึงการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร รวมถึงการเลือกตั้งในประเทศนะครับ ที่การแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้สมัครไม่ตรงกับรูป ไม่ว่าจะเป็นอาชีพของผู้สมัครก็ไม่ตรง ไม่ว่าจะเป็นกรณี ของผลคะแนนจากประเทศนิวซีแลนด์ที่ไม่ถูกนับ และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นก็อยากที่จะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ว่าอยากจะให้ท่านได้ทบทวนถึงแผนการดำเนินงาน เพื่อที่จะให้เราสามารถที่จะบรรลุเป้าประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ ผมเป็นห่วง กกต. เป็นพิเศษครับ ท่านประธาน ล่าสุดนะครับ เชนจ์ ดอต โอ อาร์ จี (Change.org) นี่ละ ล่ารายชื่อเพื่อ ถอดถอน กกต. ล่าสุด เมื่อคืนผมเข้าไปดู ๘๕๔,๐๐๐ กว่าคนแล้วครับ ดังนั้นก็กราบเรียน ท่านประธาน เพราะผมไม่อยากที่จะเห็นว่า กกต. ที่ปรากฏบนสื่อโซเชียล (Social) ต่าง ๆ แทนที่จะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งกลับถูกเรียกว่าเป็นคณะกรรมการโกงเลือกตั้งไปเสีย อย่างนั้นนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน