รังสิมันต์ วิจารณ์บทบาท กกต. ปมเลือกตั้งล้มเหลว-เสนอทบทวนโครงการพตส.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กันยายน ๒๕๖๒

รังสิมันต์ โรม ตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการใช้จ่ายและโครงสร้างของ กกต. โดยเสนอให้ทบทวนบทบาท ลดตำแหน่งที่ไม่จำเป็น และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์โครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ กกต. ว่าสิ้นเปลืองงบประมาณและขาดความโปร่งใส รวมถึงตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้งและบทบาทที่ไม่เป็นธรรมในช่วงประชามติ พร้อมเสนอให้พิจารณายกเลิกโครงการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ขอบพระคุณนะครับ ที่ได้มีโอกาสมาพูด แล้วก็ขอบคุณผ่านท่านประธานไปยังท่าน พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ที่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่อาจจะมีความหลังกับ กกต. เยอะหน่อย ก็ได้โอกาสอภิปรายอยากจะลองให้คำแนะนำเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับ กกต. เพื่อพัฒนาการเลือกตั้ง การลงประชามติต่อไป โดยเฉพาะประชามติหากในอนาคต มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้ว กกต. มีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ ผมคิดว่าความเจ็บปวด ที่เคยเกิดขึ้นของการลงประชามติ หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะได้ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ท่านประธานครับ ผมมีหลากหลายประเด็นด้วยกัน แต่ผมอยากจะเริ่มด้วยประเด็นแรก ในประเด็นที่อาจจะคล้ายคลึงกับที่ผมเคยได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือ ความจำเป็นของการมีที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ตำแหน่งผู้ช่วยของ กกต. ท่านประธานทราบ ไหมครับว่า กกต. ๑ ท่าน สามารถมีตำแหน่งเหล่านี้รวมกันทั้งสิ้น ๗ คน หากเป็นประธาน กกต. จะมีตำแหน่งที่เป็นผู้ช่วยเหล่านี้รวมกันทั้งสิ้นถึง ๘ คน โดยตำแหน่งที่เป็นที่ปรึกษา ได้รับเงินเดือนทั้งสิ้นอยู่ที่ ๖๐,๐๐๐ บาท คิดเป็น ๑ อัตรา ตำแหน่งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ มีเงินเดือน ๔๐,๐๐๐ บาท มีได้มากถึง ๓ อัตรา ตำแหน่งเลขานุการ มีเงินเดือนทั้งสิ้น ๔๕,๐๐๐ บาท คิดเป็น ๑ อัตรา นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วยเลขานุการ คิดเงินเดือนตาม วุฒิการศึกษาตั้งแต่ ๑๕,๐๐๐-๒๓,๐๐๐ บาท ขึ้นอยู่กับวุฒิการศึกษา กกต. เป็นองค์กรอิสระ ชอบเรียกกันว่ามี ๕ เสือ กกต. นะครับ ซึ่งทั้ง ๕ คนนี้นะครับ สามารถแต่งตั้งทีมงาน เหล่านี้ได้ ประเด็นปัญหาก็คือว่า กกต. มีพนักงาน มีเจ้าหน้าที่ของ กกต. เองอยู่ที่ ๒,๕๑๗ คน มีหลักพัน คำถามก็คือว่า กกต. มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมีทีมงานส่วนตัวแบบนี้ และมี อัตราเงินเดือนมากขนาดนี้ กกต. ทั้ง ๕ คน สามารถที่จะใช้งานเจ้าหน้าที่ที่สังกัดของตัวเอง ได้อยู่แล้ว กกต. ไม่ได้ไปลงพื้นที่ ไม่ได้รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน วันนี้ปัญหา น้ำท่วมที่ภาคอีสานหรือภาคเหนือตอนล่าง กกต. ไม่ได้ไปรับฟังปัญหาเหล่านี้ กกต. ไม่ได้ มีหน้าที่ในการมาอภิปรายในสภา หน้าที่ของ กกต. มีแค่เพียงประการเดียว คือการจัดการ เลือกตั้งหรือการลงประชามติให้บรรลุผล ซึ่งแต่ละปีถามว่ามีสักกี่ครั้งที่เราจะมีวาระโอกาส ของการเลือกตั้ง อย่างรอบล่าสุดนะครับ กกต. ชุดที่แล้ว มีการเลือกตั้งท่านไม่ได้จัดด้วยไม่มีด้วย มีแค่การลงประชามติ มีแค่ครั้งเดียว ถามว่า การที่ท่านต้องมีทีมงานส่วนตัวแบบนี้มีไว้เพื่ออะไร เรามาช่วยกันประหยัดเงินภาษี ของประชาชนได้ไหม ท่านอาจจะบอกผมว่า กกต. มีแค่ ๕ คน ทีมงานส่วนตัวไม่เยอะรวมกัน แล้วไม่เยอะคิดเป็นเงินไม่เยอะเมื่อเทียบกับการไปซื้อเรือดำน้ำหรือรถถัง แต่ถามว่าเมื่อพูดถึง ความจำเป็นท่านมีความจำเป็นอะไร ผมจึงคิดว่าถ้าเป็นไปได้เลิกได้ไหมกับตำแหน่งทีมงาน ส่วนตัวแบบนี้ เอาเงินเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นดีกว่าหรือเปล่า ผมคิดว่าถ้าฝากไปถึง กกต. ได้ผมอยากให้เลิกตำแหน่งส่วนตัวเหล่านี้ เพราะท่านไม่มีความจำเป็นเลย มากที่สุด เต็มที่ที่สุดท่านมีได้แค่ผู้เป็นเลขานุการ ๑ คนเท่านั้น แล้วไม่ใช่อัตราเงินเดือนแบบนี้ด้วย

ประเด็นถัดไป คือประเด็น พตส. เป็นหลักสูตรพิเศษพัฒนาการเมืองและ การเลือกตั้งระดับสูง ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าหลักสูตรปัจจุบันนั้นคือหลักสูตรที่ ๑๐ ซึ่งหลักสูตรนี้มีบิ๊กเนม (Big name) หลายคนครับ บางคนก็เพิ่งมีประเด็นข่าวในเรื่องของ การคอร์รัปชัน แต่เอาละเขาลาออกไปแล้วไม่ว่ากัน ผมพยายามที่จะไปหารายชื่อของ พตส. ทั้งรุ่น ๑๐ รุ่น ๙ รุ่น ๘ ไล่ลงไป ท่านประธานทราบไหมว่า ปรากฏว่าหาข้อมูลนี้ได้อย่าง ยากเย็น ผมไม่แน่ใจว่าเนื่องจากมันเป็นกระแสข่าวที่โด่งดังที่ว่ามีบิ๊ก (Big) ท่านหนึ่งนั้น ไปเรียน พตส. ด้วย ผมคิดว่าถ้า กกต. โปร่งใสท่านช่วยอัปโหลด (Up load) ข้อมูลเหล่านี้ ขึ้นในเว็บไซต์ (Web site) หน่อย ให้เห็นกันไปเลยว่ารายชื่อของคนที่ไปเรียนหลักสูตร ของท่าน ๑๐๐ คน ในแต่ละปีมีใครบ้าง มากไปกว่านั้นหลักสูตรเหล่านี้เป็นไปได้ในอนาคต ผมอยากให้ยกเลิก ผมรู้ดีว่าเรามีเพื่อนสมาชิกของเรา หรือแม้กระทั่งจากพรรคอนาคตใหม่ ก็ไปเรียน ผมไม่ได้ตำหนิใครเป็นการเฉพาะเจาะจง แต่หลักสูตรแบบนี้ที่มีทั้งผู้พิพากษา มีทั้งนายกเทศมนตรี มีนักการเมือง มีนักธุรกิจ คนที่มีความประสงค์ดีก็คงไม่ว่ากัน ก็อาจจะ ใช้โอกาสและประโยชน์จากความรู้และคอนเนกชัน (Connection) เป็นประโยชน์ของ ประเทศชาติได้ แต่เราก็ต้องเรียนรู้ว่าหลาย ๆ ครั้งมันไม่เป็นแบบนั้น สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือ มันกลายเป็นพื้นที่ของการหาคอนเนกชัน (Connection) เป็นพื้นที่ในการแสวงหาคอนเนกชัน (Connection) เพื่อไปทำเรื่องที่มักจะเป็นผลร้ายต่อประเทศชาติ เวลาท่านเข้าไปเรียน หลักสูตรแบบนี้สิ่งแรก ๆ ที่ท่านทำคือตั้งกรุ๊ป ไลน์ (Group line) ท่านตั้ง กรุ๊ป ไลน์ (Group line) มีทั้งผู้พิพากษา นักธุรกิจ นักการเมือง วันดีคืนดีท่านมีปัญหาไปยิงเสือดำตาย ขึ้นมาแล้วท่านต้องการที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในผลของคดี ท่านก็อาจจะ รู้จักกับใครบางคนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของท่านได้ กรณีแบบนี้ผมไม่อยากให้เกิดขึ้น แล้วผม ก็หวังว่าหลักสูตรแบบนี้ควรจะถูกยกเลิก แล้วผมก็เชื่อว่า กกต. เป็นองค์กรที่มีความรู้ ท่านประสงค์อยากจะเผยแพร่ความรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ท่านเปิดตลาดวิชาเลยครับ ถ้าท่าน ไม่รู้ทำอย่างไร ท่านเสิร์ช (Search) เลยครับ ฟิวเจอร์ ฟอร์เวิร์ด ปาร์ตี้ (Future Forward Party พรรคอนาคตใหม่ เรามีตลาดวิชาแบบนี้ ท่านสามารถใช้สื่อของท่าน ซึ่งวันนี้คนที่กดไลก์ (Like) ในเพจ เฟซบุ๊ก (Page Facebook) ของ กกต. มีกดไลก์ (Like) ทั้งสิ้น ๒๗๐,๐๐๐ คน มากกว่าพรรคการเมืองหลายพรรคด้วยซ้ำไป ท่านใช้ประโยชน์แบบนี้ดีกว่าครับ ความรู้เหล่านี้ ควรจะเป็นความรู้ที่เข้าถึงได้ของประชาชนทั่วไป เลิกเถอะครับกับหลักสูตร พตส. ผมคิดว่า ไม่มีประโยชน์และเปลืองภาษีประชาชนด้วย

ประเด็นถัดไปครับท่านประธาน อย่าหาว่าแต่ตำหนินะครับ ผมดูรูปเล่ม เมื่อสักครู่ยังไม่มีใครได้พูดว่ารูปเล่มของท่านท่านทำดี ท่านเก่ง หลายเรื่องท่านไม่เก่งเลย แต่เรื่องการทำรูปเล่มท่านทำได้ดี สวยนะครับ แต่อาจจะมีรูปการทำงานเป็นการโพรปากันดา (Propaganda) มากเกินไปหน่อย ผมคิดว่าท่านเน้นไปที่เนื้อหาสาระจะเป็นประโยชน์กว่านี้ อย่างไรก็ตามครับ ผมพยายามดูในแผนยุทธศาสตร์ในหน้าที่ ๒๙ ผมพบว่าท่านมีโพรเจกต์ (Project) มีโครงการหลายเรื่องนะครับ ตัวอย่างเช่น ท่านได้มีการ ทำระบบรับสมัครเลือกตั้งทางอินเทอร์เน็ต (Internet) และการจัดทำฐานข้อมูลการสมัคร รับเลือกตั้ง ผมไม่แน่ใจนะครับว่า ส.ส. ที่นั่งกันอยู่ที่นี่ทั้ง ๕๐๐ คน มีใครสมัครผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วเข้ามาเป็น ส.ส. บ้างหรือเปล่า ผมไม่รู้ว่าระบบนี้ใช้ได้จริงไหม แต่ถ้าใช้ได้จริง ผมอยากให้มีการประชาสัมพันธ์มากกว่านี้หน่อย

ประเด็นถัดไปท่านได้มีการทำระบบลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรก่อนวันเลือกตั้งทางอินเทอร์เน็ต (Internet) เรื่องนี้ผมและพรรคอนาคตใหม่ เราต้องขอบคุณ กกต. เพราะทำให้เด็กและเยาวชนที่มีภูมิลำเนากับที่อยู่ตามความเป็นจริง คนละที่ มีโอกาสได้ลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งตามที่ตัวเองมี ถ้าไม่มีระบบแบบนี้ผมและ พรรคอนาคตใหม่ก็คงไม่แน่ใจว่าจะได้มายืนอภิปรายแบบนี้หรือเปล่า ก็ต้องขอบคุณและต้อง ขอชมเชย

ประเด็นถัดไปที่เป็นรายละเอียดกิจกรรมท่านได้มีแผนจะพัฒนาระบบการรายงาน ผลคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๖๐ โดยท่านได้มีการวางตัวชี้วัดเอาไว้ว่า ระบบนี้จะเป็นระบบที่สามารถรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ภายใน ๓ ชั่วโมง โดยมีความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ ๐.๕ ครบทุกหน่วยเลือกตั้ง ทุกเขตเลือกตั้ง ทั่วประเทศ เมื่อสักครู่ผมฟังท่าน ส.ส. พิจารณ์ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม และผมก็ช้ำใจ เพราะ จนถึงวันนี้นะครับคะแนนหลาย ๆ อย่างของท่านสะเปะสะปะ ท่านวางแผนกิจกรรมเอาไว้ ท่านกำหนดตัวชี้วัดเอาไว้ แต่ผลลัพธ์ท่านขีดครับ และท่านไปเขียนในหน้าถัดไปว่า เพราะว่า มันไม่มีการเลือกตั้ง ผมฟังแล้วผมเจ็บหัวใจ ท่านเขียนได้จับใจแต่ผมนี่เจ็บใจ แทนที่ระบบ แบบนี้ถ้าท่านทำได้จริง วันนี้เราไม่ต้องมานั่งตำหนิ กกต. ในเรื่องผลการเลือกตั้งของ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา วันนี้เราพบว่ากว่าท่านจะรายงานผล ๙๕ เปอร์เซ็นต์ได้ ท่านใช้เวลา ๔ วัน ไม่ต้องพูดถึงความคลาดเคลื่อนครับ เขย่งกันทันที นี่คือสภาพที่มันเกิดขึ้นขององค์กร กกต. ที่ใช้ภาษีของประชาชน ประธาน กกต. ได้เงินเดือนมากกว่านายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำนะครับ แต่นี่คือฝีไม้ลายมือที่ท่านได้ทำเอาไว้ ท่านใช้เวลาถึง ๒ ปี ในการพัฒนาระบบ นอกจาก จะไม่ก้าวหน้าแต่ถอยหลังลงคลอง ท่านประธานครับ ผมพูดถึงตรงนี้ผมไม่ได้ตำหนิ กกต. ชุดปัจจุบันสักทีเดียวทั้งหมด ก็ต้องแยกส่วนกันไป เพราะในรายงานฉบับนี้ ผมเข้าใจว่าผู้ที่ จัดทำรายงานฉบับนี้เป็นคนละชุดกัน ประธาน กกต. ในชุดที่แล้วนำโดย ท่านศุภชัย สมเจริญ เป็นประธาน กกต. ท่านได้เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการจัดทำประชามติในครั้งที่ผ่านมา ในการลงประชามติครั้งนั้นประเด็นสำคัญก็คือว่า ตกลงแล้วเราจะให้ ส.ว. มาจาก คสช. หรือไม่ และเราจะให้ ส.ว. เป็นผู้ที่โหวตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่และ เรื่องที่สำคัญ แต่เกิดอะไรขึ้นครับ ปรากฏว่ามีการจับกุมดำเนินคดีกับคนที่พยายามรณรงค์ไม่ รับร่างรัฐธรรมนูญจำนวนมากมาย มีคนที่ถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติมากถึง ๑๖๖ คดี คิดเป็นจำนวนคนคือ ๑๕๐ กว่าคน คดีเหล่านี้มีอัตราโทษสูงสุดถึง ๑๐ ปี หลายคดี ยังคงดำเนินอยู่ และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ท่านประธานในเวลานั้น กกต. สามารถที่จะเข้าไป มีบทบาทในการสร้างความถูกต้องทำให้การรณรงค์เกิดอย่างเป็นกลางและเป็นธรรม สุจริตโปร่งใสเหมือนดั่งคำขวัญของท่านได้ แต่ที่ผ่านมาเรากลับพบว่า กกต. กลับให้ คำอธิบายต่อสังคมในชนิดที่หมิ่นเหม่ หลายครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ เวลาเขาเห็น คนรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เขาก็จับไว้ก่อน จับไปจับมา เอาคนไป ขังบ้างละ ผมนี้ไปนอนอยู่ในห้องขังถึง ๑๓ วัน นี่คือสภาพของความเป็นจริง สุดท้ายเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายมีการลงประชามติ ความตั้งใจของคนที่ไม่อยากจะรับร่างรัฐธรรมนูญที่เขาต้องการ เอาข้อมูลข่าวสาร เนื้อหาสาระไปเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนก็ไม่สามารถไปได้ เพราะจัดทีไร ก็ถูกดำเนินคดีหรือถูกจับกุมอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นว่าคนที่รณรงค์ในเวลานั้นกลับมีอยู่แค่ ข้างเดียวคือ กรธ. ที่นำโดยปู่มีชัย กกต. ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเอง เพื่อสร้างความ ถูกต้องให้เกิดขึ้นเลยในช่วงการรณรงค์ประชามติที่ผ่านมา ผลที่ตามมาก็คือว่ามีคนจำนวน ไม่น้อยไปลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญด้วยความเข้าใจผิด แต่ผมสบายใจได้อย่างหนึ่งว่า ผมเชื่อว่าเกินครึ่งของห้องนี้ไปโหวตไม่รับร่าง อยู่ข้างเดียวกับผมแน่ ๆ แต่เอาละ เมื่อผล ออกมากลายเป็นรัฐธรรมนูญ คดีความต่าง ๆ ที่เคยมีการดำเนินกัน หลายคนก็เริ่มได้รับ ความยุติธรรม อาจจะมาช้าบ้าง แต่ได้รับความยุติธรรมอยู่บ้าง แต่ความยุติธรรมนี้ไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงผลของการลงประชามติที่เกิดขึ้นในวันที่ ๗ สิงหาคมได้ รัฐธรรมนูญถูกบังคับใช้ และประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เราอยู่กับมรดกที่เราไม่ได้ต้องการ ซึ่งส่วนหนึ่งของ ความผิดพลาดนี้เกิดจาก กกต. วันนี้ผมรู้ดีว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนที่ดูเหมือนว่าจะอยู่ ตรงกันข้ามกับผม แต่ผมมั่นใจว่าจริง ๆ แล้วท่านหลายคนที่นั่งอยู่ในที่นี้กล้ำกลืนฝืนทน ท่านอยู่กับสิ่งที่ท่านไม่ได้ต้องการ ท่านอยู่กับความเจ็บปวด ท่านอยู่กับสิ่งที่ท่านเคยปฏิเสธ ท่านอยู่กับสิ่งที่ท่านไม่ชอบ แต่ท่านต้องกล้ำกลืนฝืนทน หลายคนที่ไปเข้าร่วม ครม. หลายคน ที่ไปเข้าร่วมเป็นฝั่งรัฐบาล ผมรู้ดีว่าพวกท่านนี้ไม่ได้เต็มใจและเจ็บปวด แต่ท่านไม่มีทางเลือก นี่คือความผิดพลาดที่เราอาจจะเปลี่ยนแปลงอดีตที่ผ่านมาไม่ได้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องบอกว่า กกต. คือองค์กรที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างเต็มประดัง แต่ไม่เป็นไร วันนี้เราอยู่กันในสภาแห่งนี้ ตัวผมเองครับท่านประธาน ผมคาดหวังว่าหน้าที่ของสภาแห่งนี้ ภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้นั้น มีอยู่ ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกมรดกบาปที่เราไม่ได้ยินยอมกับมัน และเราพยายามแล้วที่จะปฏิเสธ ผมอยากจะเชิญชวนท่านประธาน ทุก ๆ คน เพื่อนสมาชิก เอามือปิดพรรคก่อน ปิดในสิ่งที่เราเคยพูดก่อน มาร่วมกัน แล้วแก้รัฐธรรมนูญด้วยกัน เอาความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตแก้ไขมันเสีย ส่งมอบอนาคตให้กับคนรุ่นใหม่ ในรัฐธรรมนูญที่เป็นความหวังของสังคมไทย เรื่องที่ ๒ ที่เราต้องทำ คือเราต้องสร้างความ เชื่อมั่นของสภาแห่งนี้ให้กลับคืนมาให้ได้ และนี่คือสิ่งที่ผมเรียกร้องต่อท่านประธานและ ต่อเพื่อนสมาชิกทุกคน และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในวันที่เราจะต้องลงประชามติอีกครั้ง เพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ผมอยากเห็น กกต. ทำหน้าที่ ผมไม่ขอให้ท่านทำหน้าที่เพอร์เฟกต์ (Perfect) เลย ผมขอให้ท่านทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสเหมือนคำขวัญ ที่ท่านได้พยายามพูดอยู่ตลอดเวลา พอได้แล้วกับสภาพแบบที่เคยเกิดขึ้น ที่ กกต. ชุดที่แล้วถึงขนาดมีท่านผู้มีอำนาจคนหนึ่งชมว่าทำงานได้ดี และสุดท้ายวันนี้ก็มาเป็น สว. เกาหลังกันไปเกาหลังกันมา พอได้แล้วสังคมไทยจะเดินหน้าได้ก็ต่อเมื่อเราทำด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริตถูกต้องตามกฎหมาย เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญด้วยกัน สร้างความเชื่อมั่นของ ระบอบรัฐสภากลับมาอีกครั้ง ผมเชื่อว่าสังคมไทยจะมีความหวัง ขอบคุณมากครับ