โกวิทย์ พวงงาม วิพากษ์รายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต. โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยและพลเมือง พร้อมเสนอให้พัฒนาศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยในระดับตำบลให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นผ่านการสร้างต้นแบบและบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเรียกร้องให้ปรับปรุงหลักสูตรการเมืองและเลือกตั้งให้มีข้อเสนอแนะที่ชัดเจน และทำข้อตกลงกับผู้เข้ารับการอบรมเพื่อให้เกิดผลต่อเนื่อง พร้อมทั้งชี้ประเด็นความไม่ชัดเจนในรายงานกิจกรรมของ กกต. และเสนอให้ทบทวนยุทธศาสตร์การสร้างพลเมืองและการส่งเสริมวิถีประชาธิปไตยให้มีระบบและครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ผมขออภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ท่านประธานสภาที่เคารพ ต้องขอชมเชย กกต. ในการทำรายงานโดยเฉพาะการทำให้เห็นภาพเป็นรูปเล่มที่สวยงาม แล้วก็ดูได้โดยเห็นภาพ ถึงกิจกรรม ถึงเป้าหมาย ถึงตัวชี้วัด แล้วก็ผลดำเนินงานแล้วก็ผลลัพธ์ อันนี้ก็ขอชมเชยไว้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นประโยชน์กับการที่ กกต. จะได้นำไปพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ ปรับปรุงในการดำเนินงานต่อไป ผมเข้าใจว่า ๒ เรื่องใหญ่ที่เราคุยกันแล้วเพื่อนสมาชิก หลายคนได้พยายามอธิบายพูดถึงบทบาทของ กกต. ในการทำหน้าที่ ในส่วนที่ ๑ ผมเรียนว่า กกต. มีหน้าที่ในเรื่องของดำเนินการในเรื่องของการจัดกระบวนการเลือกตั้ง ทำการเลือกตั้ง ออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วเกิดความน่าเชื่อถือ ของประชาชน อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็ส่งเสริมสนับสนุนพรรคการเมือง ให้มีความเข้มแข็ง อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่ามีความสำคัญ อย่างไรก็ตามในรายงานในส่วนนี้ เนื่องจากว่าใน กกต. ชุดที่ทำรายงานเป็น กกต. ชุดที่แล้ว ซึ่งมีท่านประธานสมชัย สมเจริญ เป็นประธาน กกต. ในรายงานส่วนใหญ่จึงไม่แปลกว่าในปี ๒๕๖๐ จะไม่มีการเลือกตั้ง ไม่มีกระบวนการเลือกตั้ง แต่อย่างไรในกระบวนการดำเนินงานในส่วนนี้ ผมเห็นในรายงาน ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของการผลิตรายการโทรทัศน์บ้าง ทำเรื่องประชาสัมพันธ์ แล้วก็ทำ ในเรื่องของสื่อสัญจรซึ่งก็เป็นส่วนที่หนึ่งที่ผมคิดว่าได้พยายามรายงาน แต่วันนี้ผมขอเรียน ท่านประธานว่าผมจะเสนอในส่วนที่ ๒ คือส่วนที่เขียนไว้ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ผมเข้าใจว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งของประชาชน ที่เขียนไว้ ในส่วนของเสริมสร้างประชาธิปไตย วิถีประชาธิปไตย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และส่งเสริมความเข้มแข็งของพลเมือง ซึ่งในส่วนนี้เป็นส่วนที่ได้ดำเนินการหลายเรื่อง ผมเรียนว่าส่วนหนึ่งก็ทำไปด้วยโครงการหลาย ๆ โครงการ เนื่องจากว่าในรายงานส่วนใหญ่ ก็จะเป็นเรื่องระบุถึงกิจกรรม เช่น การเสริมสร้างดีเจประชาธิปไตยชุมชน แล้วก็พูดในเรื่อง ของการส่งเสริมและพัฒนาในรูปแบบของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยในระดับตำบล แล้วก็ไปพูดเรื่องของการบรรจุเรื่องพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตยในคู่มือของนักศึกษาวิชาทหาร แล้วก็พูดเรื่องการทำหลักสูตรการอบรมในส่วนนี้ แต่ผมอยากจะนำเรียนว่านี่คือสิ่งที่ได้ ดำเนินการที่ปรากฏในรายงาน แต่ผมเข้าใจว่าวิธีการที่จะทำให้เกิดเป้าหมายหรือไปสู่ ความสำเร็จได้นั้นในการส่งเสริมประชาธิปไตยและส่งเสริมพลเมือง ซึ่งผมคิดว่ามีความสำคัญ ต่อความเป็นต้นทางในการจัดการเลือกตั้ง เพราะถ้าเราจะทำการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ มีความ น่าเชื่อถือและมีความยุติธรรม นอกจากท่านจะได้วินิจฉัยโดยการสืบสวนสอบสวนแล้ว ผมเข้าใจว่าในเรื่องอื่น ๆ ที่อาจจะไม่ใช่เรื่องอบรม ไม่ใช่เรื่องของการทำหลักสูตร ซึ่งก็มี ข้อจำกัดมากถ้าดูจากรายงานไม่ได้แพร่หลายไปมากนัก มีข้อจำกัดอาจจะเรื่องงบประมาณ อาจจะเรื่องจำนวนผู้ที่เข้ามาอยู่ในกิจกรรมนั้น ๆ แต่ผมอยากจะเสนอแนะว่าในการสร้าง ความเป็นพลเมืองและการขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยที่มีอยู่ทุกตำบลนั้น อยากจะเสนอว่าท่านต้องทำให้ชัดเจน อาจจะทำในรูปแบบอื่น ๆ เช่น อาจจะเป็น การประกวดหรือทำศูนย์ต้นแบบ จริง ๆ แล้วในรายงานมันไม่ค่อยมีปรากฏเรื่องเหล่านี้ ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับ กกต. ว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องทำ เรื่องให้มากกว่านี้ ทำเป็นต้นแบบ ทำเป็นแบบอย่าง ผมอยากจะเรียนนิดหนึ่งว่าในองค์กร เล็กที่ทำในเรื่องเหล่านี้มีหลายองค์กร เช่น สถาบันพระปกเกล้า เขาก็ทำเรื่องศูนย์พลเมือง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรของเราก็ทำหลายเรื่อง ทำเรื่องความเป็น ประชาธิปไตย ประกวดโครงการนวัตกรรมประชาธิปไตยที่ดึงภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามา เพราะฉะนั้นท่านอาจจะไปบูรณาการหรือเชื่อมโยงกับกลไกและองค์กรเหล่านี้ ซึ่งผมคิดว่า ยังมีหน่วยชุมชน องค์กรท้องถิ่นที่เขามีการคิดเรื่องดี ๆ ที่จะช่วยได้ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันจะ ทำให้เป้าหมายที่เราพูดเรื่องของการมีส่วนร่วมและการส่งเสริมวิถีประชาธิปไตยไปสู่ ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น
อีกส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่ามีความสำคัญ ซึ่งเขียนไว้ในหน้า ๙๐ จริง ๆ ผมเอง มีความสนใจก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานสภาไปยัง กกต. ว่าการให้บริการวิชาการของ กกต. ผมยังเห็นว่ามีความจำเป็น แต่ก็ต้องดูให้ดีนะครับ ผมขอยกตัวอย่างที่เขียนไว้ในหน้า ๙๐ หน้า ๙๑ แล้วก็ต้องชมเชย กกต. ที่ทำรายงานว่ากล้าที่จะระบุปัญหาและอุปสรรคขึ้นมา ให้ทราบว่าเป็นอย่างไร ในหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและหลักสูตรการเลือกตั้งระดับสูง ซึ่งเปิดโอกาสให้นักการเมืองระดับชาติ องค์กรปกครองท้องถิ่น อาจจะเป็นผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้บริหารหน่วยงานองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนเข้ามาในการฝึกอบรม แล้วก็ ทางรายงานได้สะท้อนถึงปัญหาอุปสรรคที่บอกความจริงให้ปรากฏ แต่ผมคิดว่าต้องมี ข้อแนะนำและข้อเสนอในรายงานที่ชัดเจนให้มากกว่านี้ ผมยกตัวอย่างเช่นเราไปพูดเรื่องของ ผู้อบรมที่เข้าในหลักสูตรอาจจะ ไม่สามารถใช้เวลามาศึกษาอบรมได้เต็มเวลา ซึ่งก็เป็นประเด็นที่ต้องยอมรับว่าเราจะ แก้ปัญหานี้อย่างไร ในส่วนของงบประมาณก็ดี ในส่วนปัญหาอื่น ๆ ซึ่งมันพัวพันในเรื่อง กระบวนการเรียนรู้ กระบวนการทำกิจกรรมในการฝึกอบรม ผมคิดว่าตรงจุดนี้ละในรายงาน ก็พูดไม่ค่อยชัดเจนนักว่าจะทำอย่างไร ถ้าจะให้ข้อเสนอก็ขอเรียนท่านประธานไปว่า ผมเห็นว่า การทำความตกลงในการอบรมมีความสำคัญ เพราะว่าเป้าหมายของหลักสูตรในการบริการ เราต้องการให้ผู้ที่ไปอบรมได้มีความรู้ทางการเมือง ทางการเลือกตั้ง มีความรู้ในการพัฒนา ประชาธิปไตยแก่ประชาชน เพราะฉะนั้นผู้อบรมส่วนใหญ่ก็จะมีหลากหลายองค์กร ทั้งนักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่นและองค์กรส่วนอื่น ๆ ก็อาจจะต้องทำความตกลง เพื่อไม่ให้การอบรมสูญเสียเปล่า แล้วก็เป็นการแก้ปัญหาว่าผู้อบรมไม่มีเวลาที่จะอบรม แต่เราสามารถทำความตกลงกับผู้อบรมเป็นราย ๆ ไปว่า เมื่อจบหลักสูตรแล้วจะไปพัฒนา อย่างไรในองค์กรของท่านหรือในชุมชนที่ท่านอยู่ ในหน่วยงานที่ท่านอยู่ เพื่อจะทำให้มีความ ชัดเจนมากขึ้น ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้ต้องทำให้ชัดเจนก็ขอถามไปยัง กกต. ว่าจะทำอย่างไรกับวิธี คิดแบบนี้
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเห็นการทำรายงานเอกสารต่าง ๆ ของผู้อบรมก็ดี หลายรุ่นไม่แน่ใจว่าต้องรายงานว่า ในการทำรายงานได้ตอบโจทย์สิ่งที่เป็นไป ตามวิสัยทัศน์ เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของ กกต. หรือไม่อย่างไร เพราะว่า เอกสารรายงานเป็นเอกสารทางวิชาการที่มีที่ปรึกษา ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิมาคอยให้คำแนะนำ เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นประโยชน์ซึ่งเราไม่ค่อยเห็นในรายงานปรากฏว่ามีรายงานเรื่องอะไรบ้าง แนวโน้มมันไปอย่างไร แต่ผมคิดว่าเพื่อเป็นการพัฒนาทั้ง ๒ ระบบ คือระบบกระบวนการ เลือกตั้ง ระบบการจัดการเลือกตั้ง ระบบการออกเสียงประชามติ และส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การสนับสนุนวิถีประชาธิปไตยและการสร้างพลเมือง ผมคิดว่าทั้ง ๒ เรื่องสามารถหยิบยกไป ให้ผู้ที่เข้าอบรมหรือในส่วนที่ กกต. ได้วางเป้าหมายไว้ จะต้องทำให้ชัดเจนว่าไปในแนวทางนี้ หรือไม่ อย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กกต. ว่า อาจจะต้อง ประมวลให้เราเห็นภาพว่าที่ผ่านมามีสัดส่วนเกี่ยวข้องกับส่วนกระบวนการเลือกตั้งกับสัดส่วน ของการสร้างวิถีประชาธิปไตยอย่างไร ก็ขอเรียนด้วยความเคารพว่าการแก้ปัญหาที่ต้นทาง ในการสร้างพลเมืองนี่ผมเห็นด้วย แต่ กกต. ต้องมีความชัดเจนมียุทธศาสตร์ มีกลยุทธ์ ที่ชัดเจนว่าจะเดินไปอย่างไร ถ้าผมดูจากรายงานตามกิจกรรมที่ทำ ผมว่ายังทำน้อยไป มันจะต้องทำมากกว่านี้ในส่วนที่ผมพยายามเสนอแนะ คือถ้าดูรายงานอบรมเสียเกือบ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างอื่นทำได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นอาจจะเห็นด้วยในบางเรื่อง เช่นส่งเสริมศูนย์ประชาธิปไตยตำบล เป็นต้น แต่ก็ยังไม่เห็นรายงานว่าจะไปอย่างไร เพราะว่าตำบลมี ๘,๐๐๐ กว่าตำบล เราอาจจะเอามาให้เห็นภาพสักส่วนหนึ่งที่เป็นแบบอย่างได้ไหม เพราะฉะนั้นการทำเป็นแบบอย่างจึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างวิถีประชาธิปไตย การทำเรื่องของการส่งเสริมในรูปแบบอื่น ๆ เรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าจะต้องทำให้มาก เพราะฉะนั้นเมื่อประชาชนมีความเข้าใจเรื่องการเลือกตั้ง ประชาชนมีความเข้าใจเรื่องการ ทำให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม ประชาชนเห็นว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปด้วย กระบวนการที่ถูกต้องมีความน่าเชื่อถือ นี่คือต้นทางของระบอบประชาธิปไตยที่เราไม่ต้องพูด ถึงปลายทาง ปัจจุบันนี้เราพูดถึงปลายทางของการเลือกตั้ง แล้วก็พูดถึงระบบ ผมเห็นด้วยว่า ส่วนที่มันยังมีปัญหาเราต้องปรับปรุงแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นตัวรัฐธรรมนูญ ตัวของผู้ที่เกี่ยวข้อง กับการจัดกระบวนการเลือกตั้งให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะฉะนั้น ๒ เรื่อง ที่ผมพยายามอภิปรายผ่านไปยังท่านประธานและฝากไปยังท่านผู้ที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวกับเรื่องที่ กกต. กำลังดำเนินการนั้นว่าได้ช่วยดำเนินการในส่วนที่ผมได้ตั้งคำถามแล้วก็เสนอแนะไปว่า ในรายงานจะต้องปรับปรุงอย่างไร แล้วก็เพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคตข้างหน้า ซึ่งบทบาท กกต. จะต้องอยู่กับเราตลอดไปในกระบวนการทั้ง ๒ เรื่อง จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ