ชัยชาญ ช้างมงคล ชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้ยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับความปลอดภัย ยึดมั่นกฎหมายและสิทธิมนุษยชน พร้อมรายงานความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างโปร่งใสโดยคณะกรรมการร่วมทั้งทหารและด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและดำเนินการอย่างยุติธรรม ซึ่งกระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วและย้ำถึงความเข้มงวดของรัฐบาลในการคุ้มครองสิทธิทุกฝ่าย โดยผู้เกี่ยวข้องยังสามารถใช้สิทธิทางกฎหมายได้ต่อไป
ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในวันนี้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ผมขออนุญาตเรียนว่าเป็นปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวแล้ว ก็ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ในการแก้ไขปัญหานั้นรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา รวมทั้งรัฐบาล ชุดปัจจุบันก็ได้ดำเนินการโดยยึดถือและน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นหลักในการทำงาน สำคัญก็คือมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ ในพื้นที่ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในการดำเนินการนั้นรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรงในการที่จะแก้ไขปัญหาสถานการณ์ รัฐบาลให้ความสำคัญ ต่อการแก้ไขในการดูแลความสงบเรียบร้อย สำคัญอย่างยิ่งคือดูแลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด เมื่อสักครู่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กล่าวว่า ที่ผ่านมานั้น จากปัญหาความขัดแย้งนั้น ทำให้มีผู้ที่เสียชีวิตถึง ๙,๐๐๐ คนเศษ ซึ่งประชาชนทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก ผู้นำศาสนา หรือแม้ไม่ว่าพระ ก็ได้เสียชีวิต การดำเนินการต่าง ๆ นั้นนโยบาย สำคัญก็คือว่าจะต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม คือยึดหลักกฎหมาย สำคัญก็คือ จะต้องไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดำเนินการก็อยู่ในกรอบกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขออนุญาตเรียนกราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ เป็นอย่างมาก กำลังพลที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ก็ตามหรือกำลังพลที่อยู่ในหน้าที่ก็ตามที่จะปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลานั้น จะต้องได้รับการ อบรมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนทุกระดับอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ก่อนที่จะลงไปทำงานก็ตาม ระหว่างทำงานก็ตาม ทั้งนี้เพื่อที่จะป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสำคัญก็คือ เป็นการสร้างจิตสำนึกตระหนักรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นมา และโทษที่จะได้รับถ้ามีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ในเรื่องกรณี ของนายอับดุลเลาะที่เสียชีวิตนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง วันที่ท่าน ไปตรวจราชการจังหวัดยะลานั้น ท่านก็ได้พบกับภรรยาของนายอับดุลเลาะ พร้อมกับ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้าก็ตาม หรือศูนย์ อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ดูแลให้ความยุติธรรมอย่างทั่วถึง ถ้าเกิดว่าเจ้าหน้าที่นั้นดำเนินการเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ให้ลงโทษอย่างเด็ดขาด ทั้งอาญาและวินัย ให้สืบสวนตามความเป็นจริง แล้วก็ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งญาติ ผู้เสียชีวิต แล้วก็ทางเจ้าหน้าที่ด้วย ขออนุญาตเรียนว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นกองทัพ ภาคที่ ๔ ส่วนหน้าเองก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ คณะ ตามที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กล่าว คณะแรก คือคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรงนี้เป็นการปฏิบัติที่ตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ซึ่งจัดตั้งเองโดย กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า คณะที่ ๒ คือคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตรงนี้มีผู้แทนจากองค์กร ด้านสิทธิมนุษยชน ภาคประชาสังคม องค์กรศาสนา นักวิชาการ ภาคประชาชน เจ้าหน้าที่ ตรงนี้สำคัญก็คือว่าให้ตรวจสอบอย่างโปร่งใสในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการตั้ง คณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิตรงนี้ ๒ คณะ คณะอนุแรกไปดูเรื่อง สถานที่ไปซักถามเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ คณะที่ ๒ เป็นคณะกรรมการเกี่ยวกับ เรื่องของการแพทย์ เกี่ยวกับเรื่องของสาเหตุที่ทำให้นายอับดุลเลาะนั้นเสียชีวิต ในการดำเนินการนั้น คณะอนุกรรมการทั้ง ๒ คณะก็ได้ติดตามซักถามเจ้าหน้าที่ทุกคนเข้าไป ตรวจดูพื้นที่ เข้าไปดูการบันทึกภาพ เข้าไปดูรายละเอียดถึง ๒ ครั้ง คณะกรรมการแพทย์ ทั้ง ๓ โรงพยาบาล ครั้งแรกคือ โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร แล้วไปโรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ก็มีการดำเนินการตรวจสอบ สอบถามอย่างละเอียด แล้วผลการดำเนินการตรวจสอบนั้น ก็คงทราบว่าทางคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชน จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับสาธารณชนไปแล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ขออนุญาตเรียนว่า ประเด็นปัญหาที่อาจจะอยู่ในความเคลือบแคลงสงสัยก็คือว่าสาเหตุ การตายนั้นเกิดจากสิ่งใด ต้องขออนุญาตเรียนว่า อันนี้ก็เป็นเรื่องของทางด้านการแพทย์ หลักฐานทางการแพทย์นั้นคร่าว ๆ ว่า พบเลือดออกในสมอง ใต้เยื่อหุ้มสมองพบสมองบวม ไม่พบภาวะปอดบวม หมายความว่าไม่มีน้ำ ก็ไม่ได้เหมือนกับมีเคลือบแคลงว่าจะมีการใช้น้ำ และไม่พบจุดเลือดออกที่เยื่อบุตา ใบหน้า ลำตัว อาจแสดงถึงภาวะที่ถูกกระทำ ไม่ขาดออกซิเจน ตรงนี้เป็นผลการพิจารณาของแพทย์ ซึ่งแพทย์ทั้ง ๓ โรงพยาบาลนั้น ก็ได้มีการตรวจสอบแล้วก็ยืนยันผลการดำเนินการ
ต่อประเด็นคำถามของท่านว่า ผลการตรวจสอบนั้นท่านมีความเคลือบแคลง สงสัยจะมีตั้งคณะกรรมการดำเนินการหรือไม่ อย่างไร ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงว่าผลการ ตรวจสอบ ผลการชี้แจงของคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ดำเนินการแล้วก็ได้ข้อสรุปต่อสาธารณชนเรียบร้อยแล้ว กรณีที่จะมีการตั้งหรืออย่างไรนั้น ก็ต้องอยู่ที่ว่าญาติผู้เสียชีวิตในการดำเนินการนั้น ท่านก็สามารถที่จะใช้สิทธิของท่านอาจจะ ดำเนินการเรื่องอาญา เรื่องแพ่งในการดำเนินการ ท่านก็สามารถที่จะดำเนินการตามขั้นตอน ตามกฎหมายได้ต่อไป ตามสิทธิเสรีภาพที่ท่านสามารถดำเนินการได้ ขออนุญาตเรียน ยืนยันว่าในการดำเนินการนั้น รัฐบาลได้กำชับหน่วยในพื้นที่เด็ดขาดเรื่องสิทธิมนุษยชน และกำชับว่าถ้าเหตุที่เกิดจากเจ้าหน้าที่แล้วจะต้องลงโทษอย่างเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญา และจะต้องไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้เกิดขึ้น ขออนุญาตเรียนตอบในขั้นต้นนี้ครับ