ท่านประธานที่เคารพ กระผม อิสสระ สมชัย แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในรายงานผล การปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งเสนอต่อที่ประชุมในวันนี้ หลายท่านก็พูดหลายประเด็นไปแล้ว ส่วนที่กระผมจะพูดก็จะขอกล่าวถึงในส่วนที่ ๒ ผลการ ปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร์ ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ บอกว่าพัฒนาระบบและกระบวนการเลือกตั้ง การออกเสียง ประชามติให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่น ในส่วนนี้กระผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านประธาน ที่เคารพ ในกระบวนการพัฒนาระบบและกระบวนการเลือกตั้งนั้นมันเริ่มมาตั้งแต่ ผมจะขอ พูดเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานี่ละครับ ซึ่งจะอยู่ในกระบวนการนี้ เพราะว่ายุทธศาสตร์นี้ทำไว้เห็นว่าหลายปีล่วงหน้า ผมไม่เข้าใจว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง คิดอย่างไร อย่างเช่น จังหวัดซึ่งไม่มีผู้แทนราษฎรเพิ่มหรือลดเลย แต่กลับไปเขตเลือกตั้งใหม่ จะให้เขามองว่าอย่างไรแบบนี้ เช่น จังหวัดสุโขทัย เป็นต้นอย่างนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เพิ่มไม่ลดแต่ก็ไปแบ่งเขตใหม่ มันก็ทำให้เข้าใจว่าท่านแบ่งเขตเพื่อเอื้อประโยชน์ของใคร หรือเปล่าอย่างนี้ เป็นต้น
ในส่วนหนึ่งนั้นกระผมอยากจะเรียนว่าและการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น ผมยกตัวอย่างที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ผมอยู่ การแบ่งเขตเลือกตั้งชัดเจน แบ่งเพื่อให้เกิด ประโยชน์กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยเฉพาะ ตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิมจังหวัดอุบลราชธานี มีสมาชิกผู้แทนราษฎร ๑๑ เขต เที่ยวนี้ลดลงมาเหลือ ๑๐ เขต แต่ ๑๑ เขตตามรัฐธรรมนูญ ฉบับเก่าในปี ๒๕๕๐ ๑๑ เขตไม่มีปัญหา เพราะเขายึดถืออำเภอใหญ่ ๆ ๑๐ อำเภอเป็นหลัก แล้วก็แบ่งไปตามนั้น ๑๑ อำเภอ แบ่งไปตามนั้น เอาอำเภอใกล้เคียงมา แต่คราวนี้ไม่นะครับ จงใจจะให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ประโยชน์ และทำให้พรรคการเมืองหนึ่ง เสียประโยชน์ อย่างเช่น อำเภอพิบูลมังสาหาร เป็นอำเภอที่มีประชากรมากเป็นอันดับ ๔ ของจังหวัด มีประชากร ๑๓๕,๔๘๔ คน กกต. ไปแบ่งครึ่ง ทั้ง ๆ ที่เป็นเขตที่ ๔ แบ่งครึ่งออก เพื่อให้มันเล็กลง แล้วเอาไปไว้อีกอำเภอหนึ่ง ส่วนหนึ่งเอาไว้อีกอำเภอหนึ่งเพื่ออะไร เพื่อจะ ทำลายฐานพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง คือพรรคประชาธิปัตย์นั่นละครับ พรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส. ที่นั่น แล้วทีนี้เอาอำเภอเขื่องในกับอำเภอม่วงสามสิบ เดิม ๒ อำเภอนี้มี ส.ส. ประชาธิปัตย์ อำเภอเขื่องในนั้นมีคุณวุฒิพงษ์ นามบุตร อำเภอม่วงสามสิบมีคุณศุภชัย ศรีหล้า เป็น ส.ส. เอา ๒ อำเภอนี้มารวมเป็น ๑ เขต แค่แบ่งเขตนี้พรรคประชาธิปัตย์หายไป อีกหนึ่งแล้ว จะให้พวกเราเข้าใจว่าอย่างไรการแบ่งเขตนี้ จนกระทั่งเกิดมีการเดินขบวน ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีที่มีการเดินขบวน การแบ่งเขตนี้ มีเกือบจะทุกจังหวัด เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากเรื่องนี้ด้วยว่าการแบ่งเขตนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นหัวใจด้วย แล้วทีนี้ความจริงผมมีเรื่องเตรียมไว้เยอะพูดไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงก็ไม่หมด แต่ว่าผมจะรวบรัด ขออนุญาตท่านประธานยาวไปหน่อยนะครับ
ในยุทธศาสตร์ที่ ๔ ท่านประธานครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ พัฒนาระบบและ กระบวนการสืบสวนสอบสวนวินิจฉัยการดำเนินคดีในศาลให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ ยอมรับ ท่านประธานครับ ถ้าเป็น กกต. สมัยก่อนเขาเรียกว่ามี ๕ เสือ ๕ เสือ คือจะมี ประธาน มี กกต. ทั้งหมด ๕ คนในแต่ละจังหวัด สามารถให้ใบแดง ใบดำ ใบเหลืองอะไร ให้ได้นะครับก่อนประกาศ มาเที่ยวนี้ผมต้องขอขอบคุณด้วยนะครับที่ว่าให้มีผู้ตรวจการ มี ๗ คน ไม่ใช้วิธีเดิม ถ้าเป็นวิธีเก่ามีท่านสมาชิกบางท่านอภิปรายไปแล้ว หลังเลือกตั้ง ถ้ามีการร้องเรียน เป็นความจริงนะครับถามว่าจะสู้เท่าไร สู้เท่าไรคืออะไรครับ ถ้าสู้เท่าไร ถ้าไม่สู้แดง สู้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ นี่เหลือง สู้เต็มที่ขาว คือว่าสู้เท่าไร ผมไม่ได้ว่า กกต. ใหญ่ คือฝ่ายสอบสวนครับ ท่านประธานครับเที่ยวนี้ฝ่ายสอบสวนก็ยังเป็นชุดเดิม แต่ดีหน่อยที่ว่า ให้มีการตั้งพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นตำรวจในพื้นที่มาร่วมด้วย มี กกต. คนหนึ่งและมีตำรวจ อีก ๒ คนร่วมในการสอบสวนเมื่อมีการร้องเรียนขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะ เรียนให้ทราบว่าผมเจอด้วยตนเองอีกแล้ว เจอด้วยตนเองเจออย่างไรท่านประธาน เพราะเหตุว่าในเขตเลือกตั้งจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๘ ผู้สมัครรับเลือกตั้งก็คือ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในระหว่างหาเสียงก็มีผู้สมัครคู่แข่งขัน นี่ละครับ เอาเงินไปแจกตามหมู่บ้าน แล้วอ้างว่านางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ให้เอาเงิน มาแจก เอาเงินไปวางไว้ วางไว้ วางไว้บ้านละคน ๒ คน ท่านประธานครับ คนได้รับเงินเขาก็ ไม่รู้เรื่องว่าไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ เอาเงินนั้นมาหา นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ที่บ้าน บอกว่าได้ทำจริงไหม ส.ส. บอกว่าไม่รู้เรื่องเลย และได้พาคนรับเงินนั่นละครับไปแจ้งความ ที่สถานีตำรวจในฐานะว่าเป็นผู้รับเงินได้รับความเสียหาย ส่วน น.ส. แนน บุณย์ธิดา สมชัย ไปแจ้งความว่าถูกแอบอ้างชื่อไปแจกเงิน ท่านประธานครับไปแจ้งความ นอกจากจะไปแจ้ง ความเป็นหลักฐานแล้วยังบอกว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะว่าเขาไม่รู้เรื่องนี้ เชื่อไหมครับท่านประธานครับ รถที่เอาไปแจกเงินก็รู้ก็จำได้ หมายเลขทะเบียน กบ 588 ยี่ห้อนิสสัน ๒ ตอน สีขาว และตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่ารถคันนี้เป็นรถหาเสียงของผู้สมัครคู่แข่งขันกันในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ผู้สมัครอยู่พรรค ผมไม่ขอเอ่ยชื่อ แต่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเวลานี้คนหนึ่งไปแจ้งขณะนี้แล้ว ไปแจ้งเมื่อวันที่ ๑๙ ขอพูดเรื่องนี้ให้จบครับท่านประธาน ไปแจ้งเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๒ เลือกตั้งคือวันที่ ๒๔ มีนาคม ไปแจ้งหลังจากแจ้งแล้วก็เอาหลักฐานทะเบียนรถไปให้ ท่านประธานที่เคารพครับ เลือกตั้งผ่านไปแล้วนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ก็ได้รับเลือกตั้ง เป็น ส.ส. แล้ว วันที่ ๑๑ เมษายน กกต. จังหวัดอุบลราชธานี เรียกนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ไปรับทราบข้อกล่าวหาว่าแจกเงิน มันเป็นไปได้อย่างไรท่านประธานครับ มันเป็นไปได้ อย่างไรครับท่าน กกต. ครับ คนได้รับความเสียหายถูกแอบอ้างชื่อ พาคนรับเงินไปแจ้ง ตำรวจเป็นหลักฐานหมดแล้วบอกว่าให้ไปติดตามจับคนร้ายมาให้ได้ บอกแม้กระทั่ง ทะเบียนรถ บอกชื่อด้วย แต่คนไปแจ้งความไปแจ้งให้ กกต. ทราบกลับถูกเรียกให้ไปรับทราบ ข้อกล่าวหาครับว่าคุณไปแจกเงิน ผมก็ถามว่าแล้วคุณเอาหลักฐานอะไรมาพูดอย่างนี้ เขาบอกว่า กกต. ใหญ่สั่งลงไป ผมถามว่าใครสั่ง เขาบอกสั่งทางโทรศัพท์ ท่านกลับไปตรวจดู สั่งทางโทรศัพท์สั่งว่าให้เรียกนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย มารับทราบข้อกล่าวหา บังเอิญ ผมโชคดีว่าพนักงานร่วมสอบสวนนั้นเป็นตำรวจ เขาไม่ได้กินเงินเดือน กกต. เขามาฐานะ ว่าถูกไปเรียกไปเป็นกรรมการร่วมในหน่วยนี้ ผมก็บอกว่าขอให้ความเป็นธรรมก็แล้วกัน แล้วก็ผู้ตรวจการมาดูแล้วเป็นนายตำรวจด้วย เขาบอกผมด้วยแนะนำด้วยว่าให้ฟ้อง กกต. เลย ในหลักการสอบสวนมันมีที่ไหนในโลกผู้เสียหายไปแจ้งความ แจ้งเสร็จเรียบร้อย แล้วตัวเองถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำผิด ท่านประธานครับต้องพยายามรวบรวม หลักฐาน หารูปถ่าย หาอะไรไปแสดงทั้งหมด รถคันนั้นรู้ดีเราบอกเลขที่ บอกทะเบียน บอก ยี่ห้อ บอกอะไรหมด เดี๋ยวนี้รถคันนั้นรู้แล้วตำรวจก็ไปตาม ปรากฏว่าเอาไปซ่อนแล้วครับ เอา ไปขาย ขายเท่าทุกวันนี้ไปออกรถคันใหม่มา ผมขอให้ กกต. ไปติดตามเรื่องนี้ด้วย ผมบอก แล้วว่าเรื่องนี้ผมจะฟ้องกลับแน่นอน มันมีที่ไหนในโลกนี้ผู้เสียหายกลายเป็นผู้ต้องหา จนกระทั่งต่อมาทางประธานใหญ่ท่านอิทธิพร บุญประคอง ได้แจ้งไปว่า หลังจาก ได้แก้ข้อกล่าวหาไปทั้งหมด เดือนกรกฎาคมท่านถึงแจ้งไปบอกว่า ที่ทาง กกต. ตั้งข้อกล่าวหานางสาวแนนนั้น ได้ตรวจสอบหลักฐานแล้วไม่น่าเชื่อถือว่าจะเป็นความจริง ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงอยากจะฝากท่านเลขาธิการ กกต. ไว้ว่าอยากจะให้ท่านได้ พิจารณาเรื่องนี้ นี่ละครับ คือที่มาของคำว่า จะสู้เท่าไร ท่านประธานที่เคารพครับ กกต. นั้น ต้องถือว่าเป็นองค์กรหลักที่จะอำนวยผดุงความยุติธรรมในการเลือกตั้ง ผมบอกได้เลยทุกคน ที่จะมาพูดในวันนี้พูดเรื่องซื้อสิทธิขายเสียง ๆ ยิ่งพูดก็ยิ่งจ่ายมาก ยิ่งจ่ายแพงกว่าเดิม เราจะ ทำอย่างไร กกต. เองทุกคนรู้เต็มอกว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียง เวลาเขาไปแจ้งเขาบอกว่า ให้ไปหาหลักฐานมาสิ แต่พอไปแจ้งกลับถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า เป็นผู้ทำการซื้อสิทธิขายเสียง เสียเองอย่างนี้ละครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากฝากไว้ว่า ไม่อยากให้เกิด เหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น แล้วอย่างนี้มันจะทำให้เกิดความเชื่อถือในระบบการสอบสวนของ กกต. ได้อย่างไร ถ้าหากว่ายังทำตัวเป็นอย่างนี้อยู่อีก เขาบอกกันตลอดว่ามีการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนไปเลือกซื้อรถเก๋งได้เลย ออกรถป้ายแดงกันทั้งนั้น นี่กำลังจะมี การเลือกตั้งท้องถิ่นท่านติดตามดูแล้วกัน ขอบคุณครับท่านประธานครับ