องอาจ คล้ามไพบูลย์ หารือบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการคัดกรองผู้มีคุณธรรมเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจอย่างชอบธรรม และการตรวจสอบการใช้อำนาจ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเลือกตั้งที่สุจริตเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบการเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการทุจริต เช่น การซื้อเสียงในรูปแบบต่างๆ และวัฒนธรรมการเมืองที่ไม่โปร่งใส จึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขอย่างจริงจังและยึดมั่นในหลักการเลือกตั้งที่เที่ยงธรรม
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเราดูรายงานผล การปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ถึงแม้ว่าจะ เป็นรายงานของฉบับปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ แต่ถ้าเราดูที่มาของ กกต. เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า ภาระหน้าที่ซึ่งเป็นภาระหน้าที่หลักที่ทำให้ กกต. กำเนิดเกิดขึ้นและจนกระทั่งจัดให้มี การเลือกตั้งนั้นเพราะอะไรครับ ผมคิดว่าในส่วนที่ ๑ ที่มาของคณะกรรมการเลือกตั้งพูดไว้ ชัดเจนว่า เรามี กกต. เพื่อทำให้ระบบการเมืองและระบบราชการมีความสุจริต และมี ความชอบธรรมในการใช้อำนาจ โดยต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการคัดคน เข้าสู่ระบบการเมือง เพราะหากผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาโดยการซื้อเสียงก็มีแนวโน้มที่จะ เข้ามาใช้อำนาจเงินและตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อถอนทุนคืน ทำให้คนดีที่ไม่ซื้อเสียง ไม่สามารถเสนอตัวเข้ามาเป็นผู้บริหารบ้านเมืองได้ อันนี้อยู่ในเอกสารของรายงาน ของ กกต. เอง ว่าคือเหตุผลที่ทำไมต้องกำเนิด กกต. ขึ้นมาในบ้านเมืองของเรา จากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จนกระทั่งรัฐธรรมนูญทุกฉบับจนถึงปัจจุบัน ก็มีคณะกรรมการ การเลือกตั้งเข้ามาจัดการเลือกตั้ง และเหตุที่รัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบันนี้ จัดให้มี กกต. เข้ามาจัดการเลือกตั้งก็เพราะเพื่อเข้ามาจัดการอำนาจของพี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญตั้งแต่ ๒๕๔๐ ถึงปัจจุบันนี้เข้ามาจัดการอำนาจอยู่ ๓ ส่วนที่สำคัญด้วยกัน
ส่วนแรก ก็คือการกลั่นกรองคนเข้ามาสู่อำนาจ
ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของการใช้อำนาจ และ
ส่วนที่ ๓ ก็คือการตรวจสอบการใช้อำนาจ
จะเห็นได้ว่าการกลั่นกรองคนเข้ามาสู่อำนาจนั้น อย่างที่ผมบอกไว้แล้ว ก่อกำเนิดของ กกต. บัญญัติไว้ชัดเจนในรายงานฉบับนี้ว่าต้องการให้มาทำอะไรบ้าง เรื่องของ การมาป้องกันไม่ให้มีการทุจริตการเลือกตั้งหรือการซื้อเสียงนั้น ต้องถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะถ้าท่านบริหารจัดการเลือกตั้งแล้วปล่อยให้มีการทุจริตการเลือกตั้ง ปล่อยให้มี การซื้อเสียงนั้นก็ต้องถือว่าภารกิจของท่านนั้นไม่สำเร็จไม่สัมฤทธิผลอย่างแน่นอน นอกเหนือจากก่อกำเนิดของ กกต. แล้วนี้ ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ เรื่องส่งเสริมสนับสนุน พรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งและยั่งยืน ท่านก็ยังบรรยายความไว้ว่า เฉพาะวัฒนธรรมการเมืองในระบบอุปถัมภ์และระบบเครือญาติในสังคมไทยมีการ ซื้อสิทธิขายเสียงกันเป็นจำนวนมากโดยนักการเมืองและพรรคการเมืองบางส่วนที่ยัง ขาดคุณธรรมและจริยธรรม มุ่งหวังชัยชนะและผลประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่เคารพ กฎหมาย เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม อันนี้เป็น ข้อความที่อยู่ในเอกสารรายงานของท่านเองครับ ซึ่งผมคิดว่าท่านก็พูดตามความเป็นจริง ไม่ได้มีอะไรผิดปกติไป ความเป็นจริงเหล่านี้ที่กำลังเกิดขึ้น และเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แล้วก็เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันนั้น นักการเมืองต่าง ๆ บางส่วนเข้ามาสู่การใช้อำนาจทาง การเมืองด้วยวิถีทางที่บริสุทธิ์ ไม่ได้ซื้อเสียง ไม่ได้ทุจริตเลือกตั้งก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย แต่แน่นอนที่สุดก็มีอีกจำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกันที่มีใช้ช่องทางในการเข้ามาสู่อำนาจ ด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม นักวิชาการในบ้านเมืองนี้ ไม่น่าเชื่อนะครับ ผมไปค้นคว้าหลังจากอ่านรายงานของ กกต. แล้ว นักวิชาการในบ้านเมืองนี้เขาทำการศึกษา วิจัยสรุปในเรื่องของการทุจริตการเลือกตั้งการซื้อเสียงไว้นี้มากมายหลายประการ พอสรุปได้คร่าว ๆ อยู่ประมาณ ๖ เรื่องด้วยกัน ตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบันหลายเรื่อง ยังทำอยู่ หลายเรื่องพัฒนาไปมากกว่าที่อาจารย์นักวิชาการทำการศึกษาวิจัยไว้ เรื่องแรกนะ ครับก็คือตั้งแต่การซื้อผู้สมัคร ซื้อคู่แข่งไม่ให้ลงแข่งขัน นี่ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการซื้อเสียง ของการทุจริตการเลือกตั้งหรือลงแข่งก็แข่งแบบไม่เอาจริง
เรื่องที่ ๒ ก็คือการซื้อเสียงที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไปมานานในประเทศนี้ ก็คือ ซื้อเสียงแบบจ่ายเงินสดกันเลย อันนี้ก็ต้องถือว่าเป็นรูปแบบพื้นฐานที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง
เรื่องที่ ๓ ก็คือซื้อเสียงแบบแจกของ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ ในหลากหลายรูปแบบทั้งทางตรงทางอ้อม
เรื่องที่ ๔ ก็คือการไปซื้อเพื่อไม่ให้เลือกคู่แข่ง ๒ วิธีการที่ผ่านมาเป็นการซื้อ เพื่อให้เลือกตัวเอง แต่วิธีการที่ ๔ ที่นักวิชาการทำการศึกษาวิจัยพบว่ามีการไปซื้อแบบ ไม่ให้เลือกคู่แข่ง
เรื่องที่ ๕ ก็คือซื้อเสียงแบบสัญญาว่าจะให้ ให้โน่นให้นี่อะไรต่าง ๆ มากมาย
เรื่องที่ ๖ ก็คือซื้อเสียงด้วยการพนัน เมื่อสักครู่นี้มี ส.ส. ของเราผู้อภิปราย หลายท่านได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว
เรื่องที่ ๗ ก็คือซื้อบัตรประชาชนเพื่อป้องกันไม่ให้ไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียง เลือกตั้ง เพราะกังวลว่าจะไปลงคะแนนให้คู่แข่งขัน
เรื่องที่ ๘ ก็คือซื้อกรรมการประจำหน่วย อันนี้ก็เคยมีเกิดขึ้น ปัจจุบันจะมี หรือไม่ ผมเชื่อว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งก็รู้ดี
เรื่องที่ ๙ ก็คือซื้อเสียงผ่านโครงการต่าง ๆ ผันงบประมาณกลับไปในพื้นที่ ด้วยวิธีการต่าง ๆ แล้วก็หาเปอร์เซ็นต์จากองค์การต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าที่นักวิชาการ ทำการศึกษาวิจัยไว้ทั้งหมดนี้นั้น บางส่วนผมเชื่อว่าเรารับรู้ และพวกเราก็เห็นว่านี่คือปัญหา เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธนะครับว่าเมื่อใดก็ตามที่มีการทุจริตการเลือกตั้ง เมื่อใดก็ตามที่มีการ ซื้อเสียง คนเหล่านั้นก็จะเอาเงินที่ทุจริตการเลือกตั้ง การซื้อเสียงนั้นกลับมามีอำนาจในทาง การเมือง แล้วก็ใช้อำนาจนั้นหาประโยชน์โดยมิชอบ แล้วก็เอาประโยชน์ที่หาโดยมิชอบไปซื้อเสียง แล้วก็วนกลับมาอยู่อย่างนี้อีกจนเรียกกันว่า วิธีการเช่นนี้คือวิธีการแบบวงจรอุบาทว์ในทาง การเมือง ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในบ้านเมืองของเรามาโดยตลอด แล้วนั่นคือเหตุผลทำไม เขาให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนี่คือหัวใจสำคัญ ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง ละเลยสิ่งเหล่านี้ หัวใจสำคัญนี้ก็จะเป็นปัญหา ผมดูในรายงานฉบับนี้เห็นมีโครงการเดียว คือรณรงค์หมู่บ้านไม่ขายเสียง โครงการอื่น ๆ อาจจะเกี่ยวข้องอยู่บ้างแต่ทางอ้อม แต่ที่เห็นตรง ๆ คืออันนี้ เพราะฉะนั้นในระยะเวลาอันจำกัดนี้สิ่งที่ผมอยากจะฝากกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็คือว่าท่านอาจจะทำโครงการมากมายหลายโครงการ แต่ท่าน จะต้องไม่ลืมหัวใจสำคัญคือเรื่องการทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม และหัวใจสำคัญ ที่จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม ก็คือทำให้ไม่สามารถมีการทุจริตเลือกตั้ง และไม่มีการซื้อเสียงได้ ฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย ขอบพระคุณมากครับ