ประกอบ ชี้ปัญหาซื้อเสียงต่อเนื่อง หนุน กกต. เร่งสร้างความเชื่อมั่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กันยายน ๒๕๖๒

ประกอบ รัตนพันธ์ หารือถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่โปร่งใสและสะอาด โดยเน้นย้ำให้ กกต. ดำเนินการสอบสวนอย่างฉับไวและเที่ยงธรรม พร้อมเรียกร้องให้ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านประชาธิปไตยแก่เยาวชนและประชาชน เพื่อลดปัญหาการซื้อขายเสียงและสร้างพื้นฐานของประชาธิปไตยที่เข้มแข็งในระยะยาว

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าการเสนอรายงานของคณะกรรมการ การเลือกตั้งในวันนี้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้ และเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักเลือกตั้งทั้งหลาย ผมคิดว่าจริง ๆ วันนี้เป็นวันที่พวกเราที่มา จากการเลือกตั้งต้องมาพูดถึงเหตุการณ์ข้อเท็จจริงสิ่งที่เกิดขึ้นกับ กกต. และสำนักงาน กกต. และสิ่งที่พวกเราได้รับผลกระทบ ผมไม่สบายใจเรียนท่านประธานที่เคารพว่าเพื่อนสมาชิก ของเราบางคนเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยมีความสำคัญ แล้วก็เร่งรัดให้มีการพูดจากันในเวลา ที่จำกัด แต่ผมกลับคิดตรงกันข้าม วันนี้เราต้องมาพูดกัน ในเรื่องที่เรามาพูดวันนี้ไม่ใช่ว่า ล้าหลัง ถึงแม้ว่าเป็นรายงานของปีงบประมาณ ๒๕๖๐ แต่ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ปฏิบัติต่อเนื่องและมีเรื่องต่าง ๆ ทุกเรื่องทั้งดี ไม่ดี ควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติเหมือนกัน ต่อเนื่องกัน คล้ายคลึงกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องเก่า ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่พวกเราต้องพูดคุยกัน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ การเลือกตั้งทุกระดับเป็นหัวใจที่มีความสำคัญ ตราบใดที่การเลือกตั้งขาดความโปร่งใส ไม่ตรงไปตรงมา ฉ้อฉล ทุจริต ท่านประธาน เชื่อผมเถอะ ประเทศชาติไปไม่ได้ วังวนในเรื่องของการทุจริตการคอร์รัปชันจะไม่มีวัน ขาดหายไปจากประเทศนี้ การเลือกตั้งถือว่าเป็นต้นน้ำเป็นต้นเหตุที่มีความสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นผมถึงให้ความสำคัญของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงาคณะกรรมการ การเลือกตั้งอย่างที่สุด เพราะผมเชื่อว่าท่านเป็นต้นน้ำแห่งความโปร่งใสหรือขุ่นมัว ท่านนี่ละ เป็นสาเหตุที่มีความสำคัญที่ให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขบรรลุผลหรือไม่อย่างไร ผมเรียนว่าปัญหาของการเลือกตั้งวันนี้ มี ๒ เรื่องใหญ่ ๆ

เรื่องที่ ๑ เยาวชน พี่น้องประชาชนขาดความเข้าใจ ไม่ให้ความสำคัญของการ เลือกตั้ง เขายังมองว่าการเลือกตั้งทุกระดับไม่ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้ง ส.ว. การเลือกตั้ง ส.ส. เป็นเรื่องไกลตัว ใครเอาอะไรมาแลกเอา ตรงนี้ละครับเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิด การไม่ชอบมาพากลในเรื่องของการเลือกตั้ง ทำอย่างไร ให้ กกต. ให้สำนักงานการเลือกตั้ง ทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัดได้มีโอกาสเผยแพร่ให้ความรู้ ให้ความตระหนักแก่เยาวชน พี่น้องประชาชน ไม่เฉพาะนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเหมือนที่ท่านได้รายงานในฉบับนี้ แต่ผมกราบเรียนว่าการสั่งสอนการให้ความรู้กับเยาวชน ซึ่งยังไม่มีสิทธิที่จะเลือกตั้ง แต่เขา เป็นเยาวชนของชาติ เราต้องเพิ่มความตระหนักให้เขามีความรู้ความเข้าใจในระบบ การเลือกตั้ง ว่าการเลือกตั้งทุกระดับมีความสำคัญอย่างไร การซื้อเสียง การขายสิทธิจะทำให้ ประเทศชาติวิบัติอย่างไร ท่านต้องให้ความตระหนัก เงินซื้อเสียง ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท มันมากกว่าค่าที่ทำประเทศชาติล่มสลายหรือไม่ ผมคิดว่าถ้าเกิดคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกระดับได้ให้ความสำคัญและตระหนักในเรื่องนี้ ดีกว่าที่ท่านเอางบประมาณที่ไปจัดทำหลักสูตรที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณา ให้ข้อสังเกตหลายเท่าตัว สร้างตระหนักให้กับเยาวชนกับพี่น้องประชาชน ให้เห็นความสำคัญ ถึงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ และสิ่งที่สำคัญที่สุดท่านต้องตระหนักว่าเยาวชนของชาตินั้น มีความสำคัญมีความจำเป็นที่จะให้เขาเหล่านั้นได้มีความรู้มีความเข้าใจอย่างชัดเจน

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องการซื้อเสียงขายสิทธิ ผมกราบเรียนว่า ผมไม่เชื่อว่า กกต. ข้าราชการในสำนักงาน กกต. เพื่อน ส.ส. พี่น้องประชาชนไม่รู้ไม่เห็น ปฏิเสธว่าบ้านเมืองเรานี้การเลือกตั้งทุกระดับมีการซื้อเสียง มีการขายเสียง ผมขออนุญาต อีก ๕ นาที มีการซื้อเสียง มีการขายสิทธิ เพราะว่าท่านก็รู้ แต่ผมถามท่านว่าตั้งแต่มี กกต. มา ตั้งแต่มีสำนักงาน กกต. มา เรื่องนี้ท่านได้พัฒนาขึ้นหรือไม่ การซื้อเสียงการขายสิทธิ รุนแรงขึ้นหรือไม่ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ในการปกป้อง คุ้มครองการซื้อเสียงการขายสิทธิ มีส่วนร่วมกระทำความผิดดังเช่นที่ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ได้ให้ข้อสังเกตในที่ประชุมแห่งนี้ หรือไม่ ผมถามท่านว่าเรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญ กกต. สำนักงาน กกต. ทำอย่างไรให้ปัญหา เหล่านี้หมดสิ้นไปจากประเทศของเรา ที่ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ตราบใดที่ กกต. สำนักงาน กกต. ยังปล่อยปละละเลย ขออภัยครับ ผมขอถอนคำว่า ปล่อยปละละเลย ยังไม่จริงจังกับเรื่องการซื้อเสียงขายสิทธิ ประชาธิปไตยในประเทศไทยนี้ ไปไม่ได้ครับ เราวนเวียนอย่างนี้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นผมขอฝากเป็นเรื่องพิเศษครับ สุดท้ายครับ ผมคิดว่าหัวใจของการปฏิบัติงานของ กกต. และสำนักงาน กกต. ท่านต้อง ทำงานภายใต้สโลแกนสัก ๔ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ เที่ยงธรรม ท่านต้องมีความเที่ยงธรรม ทั้งผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง ในคดี ซื้อเสียง ขายสิทธิอย่างตรงไปตรงมา อย่าเห็นแก่พรรคพวก เพื่อนฝูง หรือเห็นแก่อะไร ที่ทำให้ความเที่ยงธรรมมันสูญหายไป ที่ผมกราบเรียนเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า ท่านไม่เที่ยงธรรม แต่ว่ากระบวนการที่ผ่านมานั้นส่อให้เห็นว่าความเที่ยงธรรม ยังไม่เที่ยงธรรม

เรื่องที่ ๒ ฉับไว ท่านประธาน หลายคดีที่ทำผิดระเบียบกฎหมายการเลือกตั้ง เป็นเรื่องเชิงประจักษ์ที่เห็นชัด ๆ หลายคดี แต่ว่าผมไม่แน่ใจว่า กกต. ตั้งใจประวิงเวลา หรือว่ามีกำลังไม่พอ แต่เรื่องบางเรื่องนี้ช้าเกินไป แทนที่จะทำให้เสร็จภายใน ๑ เดือน ๑ สัปดาห์ เพราะว่าเป็นเรื่องทุจริตเชิงประจักษ์ มีหลักฐานไม่ต้องไปสืบพยานแล้ว อย่างนี้ต้องเร็วต้องฉับไว

เรื่องที่ ๓ โปร่งใส กระบวนการของท่าน ถ้าเกิดท่านไม่โปร่งใส ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนก็ไม่ศรัทธา เพราะฉะนั้นในกระบวนการสืบสวน สอบสวน กระบวนการ ทุกอย่าง ท่านต้องมีความโปร่งใส และสุดท้าย สะอาด คำว่า สะอาด ก็คือ มือสะอาด ผมไม่ได้กล่าวหาว่า กกต.