ศักดิ์สยาม ชิดชอบ หารือเรื่องการซ่อมบำรุงถนนและอุทกภัยในภาคอีสาน โดยเน้นการสร้างช่องทางรับฟังความคิดเห็นประชาชน และดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตตอบในภาพกว้างก่อนนะครับว่า ถนนที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ทั้งประเทศมีประมาณ ๔๗,๐๐๐ กิโลเมตร ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ต้องยอมรับนะครับว่าขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะก่อสร้างเป็น ถนนลาดยางได้หมด ก็พยายามที่จะดำเนินการให้ครอบคลุมที่สุด
ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับถนน เวลาที่หลังจาก ก่อสร้างไปแล้ว กรมทางหลวงชนบทก็มีมาตรการในการดำเนินการก่อสร้างอยู่ ๓ ลักษณะ ด้วยกัน
อันแรกเรียกว่าเป็นการซ่อมบำรุงปกติ ซึ่งก็เป็นลักษณะการเสียหายที่ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาบอกเมื่อสักครู่นี้ก็คือที่เป็นหลุมเป็นบ่อเป็นอะไรนี่นะครับ แต่ว่า สิ่งเหล่านี้ก็สามารถที่จะซ่อมแซมให้อยู่ในลักษณะการใช้งานได้ไม่นาน เพราะว่าลักษณะเป็น การแค่เอายางแอสฟัลท์ติก (Asphaltic) แบบผสมเย็นไปปูเท่านั้นเอง
ส่วนประเด็นที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการซ่อมบำรุงตามกำหนดเวลา เช่น งานฉาบ ผิวทาง งานเสริมผิวแอสฟัลท์ติก (Asphaltic) คอนกรีต ซึ่งเรื่องนี้ก็จะดำเนินการหลังจาก ก่อสร้างเสร็จในระยะประมาณ ๓-๕ ปี
ลักษณะสุดท้ายก็คือการซ่อมบำรุงพิเศษก็คืองานซ่อมสร้างทาง ลักษณะนี้ จะดำเนินการเมื่อเกิดการชำรุดทรุดโทรมเกินกว่าที่จะซ่อมบำรุงตามกำหนดเวลาได้ นี่คือสิ่งที่ เป็นมาตรการที่กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการ
ต่อประเด็นที่ว่าขณะนี้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสาน เมื่อเช้านี้ผมก็เพิ่งจัด ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video conference) ทั้งประเทศเลย ก็เห็นสภาพความเสียหาย รุนแรง อย่างจังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งจังหวัด อุบลราชธานีของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งขณะนี้น้ำกำลังจะมาถึง
เรื่องแรกเลยก็ให้ดูว่าตรงไหนที่มีสภาพความเสียหายที่พี่น้องประชาชน ไม่สามารถที่จะเดินทางได้ก็ต้องรีบเข้าไปแก้ไขก่อนในเบื้องต้น ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของ กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจะต้องทำให้ได้ภายใน ๗ วันหลังจากที่น้ำลดนะครับ ซึ่งขณะนี้ต้องเรียนว่าทั้งประเทศเหลือแค่ ๙ จุดเท่านั้นที่ไม่สามารถผ่านได้ บางแห่งเราใช้ สะพานแบลีย์ (Bailey) ที่เป็นสะพานเหล็กเอามาวางเพื่อให้เดินผ่านได้ก่อน แต่เมื่อน้ำลดลง แล้ว ทางกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทมีเงินฉุกเฉินที่จะเอาวัสดุไปปูให้พี่น้อง ประชาชนสามารถสัญจรได้ ผมได้กำหนดระยะเวลาให้ทางผู้ปฏิบัติ กรมทางหลวงและ กรมทางหลวงชนบทรีบสำรวจออกแบบหลังจากที่ภัยที่เกิดขึ้นหมดไปนะครับ ก็คือเดิม ให้เวลา ๔๕ วัน แต่ผมบอกว่า ๓๐ วันให้มาก่อนครั้งแรก ส่วนที่เหลืออีก ๑๕ วัน คือ ๔๕ วัน ก็ค่อยมาครั้งที่ ๒ ๓๐ วันมาถึงจะได้นำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ อนุมัติงบกลางไปดำเนินการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งถ้าท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ท่านได้กรุณาช่วยกระทรวงคมนาคม กรุณาช่วยกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ในการที่จะดู อย่างท่านสมาชิกที่ได้กรุณามาบอกว่าเกิดความ เสียหายอย่างไร อย่างใด นั่นเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะว่าในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้แสดงให้เห็นว่าท่านทำหน้าที่แทนพี่น้อง ประชาชนนะครับ ก็ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่า ถัดจากนี้ไปทาง กรมทางหลวง ทางกรมทางหลวงชนบท ก็พยายามที่จะสร้างช่องทางในการรับฟังความคิดเห็น รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยขณะนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้มีนโยบายที่จะจัดตั้งศูนย์ที่เรียกว่าโซเชียล พับลิก เฮียริ่ง (Social Public Hearing) เพื่อที่จะสามารถรายงานผ่านโซเชียล (Social) ได้เลยนะครับว่า เกิดปัญหา เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม ซึ่งทางผมเองแล้วก็ทาง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกับท่านผู้บริหารที่อยู่ในกระทรวงจะเข้าไปดูตลอดเวลา ผมขออนุญาตที่จะนำแอดเดรส (Address) เสนอไว้ที่นี่เลยก็แล้วกันเผื่อจะได้ใช้เวลาที่เกิด ปัญหา กรมทางหลวงเราใช้ เวิลด์ วาย เว็บ ดอต ดี โอ เอช ดอต จี โอ ดอต ที เอช (www.doh.go.th) นะครับ ส่วนกรมทางหลวงชนบทเราใช้ เวิลด์ วาย เว็บ ดอต ดี อาร์ อาร์ ดอต จี โอ ดอต ที เอช สแลช โฮม (www.drr.go.th/home) ส่วนกรมขนส่งทางบกถ้ามีปัญหา เกี่ยวกับเรื่องการบริการรถสาธารณะทั้งหมดนี่นะครับ ก็สามารถที่จะเสนอความเห็นหรือ ร้องเรียนมาได้ที่ เวิลด์ วาย เว็บ ดอต ดี แอล ที ดอต จี โอ ดอต ที เอช (www.dlt.go.th) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า ถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้ร่วมมือในการที่จะ สะท้อนปัญหาร่วมแรงในการที่จะช่วยตรวจสอบในสิ่งที่จะให้ทางฝ่ายประจำได้ดำเนินการ อย่างมีคุณภาพก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างยิ่งครับ ขออนุญาตตอบ กระทู้ที่ ๒ ครับ