สมศักดิ์ เทพสุทิน หารือปัญหาความแออัดในเรือนจำที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายกฎหมายที่อาจทำให้จำนวนผู้ต้องขังเพิ่มขึ้น พร้อมเสนอแนวทางพัฒนาเรือนจำให้เป็นศูนย์ฝึกทักษะอาชีพด้านเกษตร ปศุสัตว์ และอุตสาหกรรม โดยใช้โครงการเรือนจำเกษตรอุตสาหกรรมที่นครสวรรค์เป็นต้นแบบ เพื่อลดการกระทำผิดซ้ำและสนับสนุนการมีข้อมูลและการศึกษาที่เพียงพอสำหรับผู้ต้องขัง
ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. วีระกร คำประกอบ จากจังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้พูดถึงงานของ กระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแออัดในเรือนจำหรือทัณฑสถานต่าง ๆ ทั่วประเทศ ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องจริง นะครับ และเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ต้องขัง สผ ๑๙/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ลลิตา ๓๓/๒ ในเรือนจำในประเทศไทยมีทั้งหมดประมาณ ๓๖๐,๐๐๐ คนเศษ จากตัวเลขเรือนนอนที่ได้ รวบรวมทั้งหมดทั่วประเทศ ๑๓๔ แห่ง มีประมาณ ๒๗๙,๖๐๓ ตารางเมตร ตัวเลขตรงนี้ ดูเหมือนเป็นจำนวนมากเพราะ ๒๗๐,๐๐๐ กว่า แต่ถ้าหากว่าเราดูตามมาตรฐานสากลยูเอ็น (UN) แล้วต้องใช้ถึง ๘๒๐,๓๔๖ ตารางเมตร มาตรฐานโลกกับสิ่งที่เรามีในประเทศไทยนี้ เราขาดแคลนครับ ต้องเอา ๒.๙ คูณ หรือ ๒.๙ เท่า ถึงจะมีเรือนนอนที่ครบ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ใช้มาตรฐานการเกลี่ยย้ายทั้งชายและหญิง ชายนี้เราจะใช้มาตรฐานประมาณ ๑.๒ ตารางเมตรต่อคนเป็นเรือนนอนนะครับ ที่นอน แต่หญิงก็ ๑.๑ ตารางเมตร เราเกลี่ยย้ายเป็นตัวเลขดังกล่าว แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว ขณะเรา เกลี่ยย้ายอย่างนี้แล้วก็ยังขาดแคลนอยู่ ผมคำนวณดูแล้วมาตรฐานของไทยเราใหญ่กว่าโลง ศพนิดเดียว ถ้าพูดถึงโลงศพลองไปวัดดูครับ ไปถามที่ขายโลงศพเขาบอกว่ากว้าง ๕๕ เซนติเมตร ยาว ๑๘๕ เซนติเมตร ก็ประมาณ ๑ ตารางเมตร มาตรฐานตัวเลขของเรา มากกว่าโลงศพนิดเดียว แต่ในข้อเท็จจริงลองจับหางยาวดูแล้วได้แค่ ๐.๗๖๖ ตารางเมตร ต่อคนในข้อเท็จจริงตรงนี้ จำเป็นที่จะต้องสร้างเรือนจำเพิ่มขึ้นอีกมากมาย ผมมาดูจาก ตัวเลขที่มีอยู่ทั่วโลกนะครับว่าประเทศไทยมีนักโทษเป็นลำดับที่ ๖ ของโลก เป็นลำดับที่ ๓ ของเอเชีย และเป็นลำดับที่ ๑ ของอาเซียน เราดูจากจำนวนประชากรเมื่อเทียบสถิติกันแล้ว ประเทศไทยมีนักโทษหรือผู้ที่อยู่ในเรือนจำเป็นผู้ต้องขัง ๐.๕๔ เปอร์เซ็นต์ ครึ่งเปอร์เซ็นต์ เศษ ๆ ใกล้เคียงกับใครครับ ใกล้เคียงกับประเทศที่มีนักโทษมากที่สุดคือประเทศ สหรัฐอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ๐.๖๕ เปอร์เซ็นต์ ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่ ๑ ประเทศไทยเป็นที่ ๒ จากสถิติตรงนี้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราจะสร้างเรือนจำให้เพียงพอ ต้องใช้เงินทองอีกมหาศาล การดูแลผู้ต้องขังทั้งหมดรัฐต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายดูแลผู้ต้องขังตรง นี้อย่างมากมาย หัวละประมาณ ๒๑,๐๐๐ บาทโดยเฉลี่ย เรามีผู้ต้องขัง ๓๖๐,๐๐๐ คน ก็จำเป็นที่จะต้องมีค่าเลี้ยงดูเขาตามปัจจัย ๔ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และแพทย์ พยาบาลดูแลรักษาโรคตรงนี้เป็นเงิน ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในปีหนึ่ง ๆ ซึ่งผมดูจากสถิติ ผู้ต้องขังที่มีจำนวนมากตรงนี้ ผมตั้งข้อสมมติฐาน ซึ่งแต่เดิมมาก็ยังไม่มีใครตั้งข้อสมมติฐาน ตรงนี้ไว้ว่า ๑. กฎหมายของเรามุ่งเน้นให้คนเข้าไปอยู่ในที่จองจำมากเกินไปหรือไม่ ถ้าใช่ ผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรของเราคงต้องออกมาช่วยดูกันในบางส่วนที่ทำอย่างไรให้สัดส่วน ต่าง ๆ ตรงนี้ลดน้อยลง ผมเห็นตัวเลขของประเทศอินโดนีเซียที่เขามีประชากร ๒๖๔ ล้านคน แต่เขามีผู้ต้องขัง ๒๖๔,๐๐๐ คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ไม่ทราบเขาเก็บตัวเลข ถูกต้องหรือเปล่า เพราะการมีผู้ต้องขังมากโชว์ออกไป ผมก็คิดว่าไม่ใช่เป็นประโยชน์สำหรับ ประเทศของเรามากเท่าไรนัก สิ่งต่าง ๆ ตรงนี้ต้องเรียนนะครับว่าอีกส่วนหนึ่งผู้ต้องขังที่ออก จากเรือนจำไปแล้ว พ้นโทษไปแล้วในปีแรกจะกลับเข้ามา สมมติว่าออกไป ๑๐๐ คน จะกลับ เข้ามาโดยเฉลี่ยแล้ว ๑๕ คน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ปีที่ ๒ คนกลุ่มนี้จะกลับมาอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ในปีที่ ๓ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ยเป็น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ออกแล้วกลับ สผ ๑๙/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) จงถนอม ๓๔/๒ ออกแล้วกลับ เราก็ต้องดูว่าแนวทางของการปฏิบัติของประเทศเราเกี่ยวกับผู้ต้องขัง ของราชทัณฑ์นั้นมีอะไรที่ดีหรือบกพร่องตรงไหนอย่างไร ซึ่งกระทู้ทางวาจาของท่านวีระกร วันนี้ต้องบอกว่าต้องขอขอบคุณ ซึ่งท่านได้พยายามติดตามงานของท่านที่ท่านได้เสนอเป็น ญัตติด่วนในเรื่องดังกล่าวตรงนี้ในครั้งหนึ่งแล้วแต่ยังไม่ถึงระเบียบวาระที่จะต้องพูดกัน ท่านก็นำมาเป็นกระทู้สด และได้พูดถึงเรือนจำหนองน้ำขุ่น ซึ่งปัจจุบันนี้เรือนจำหนองน้ำขุ่นมีที่ดินเยอะ แต่มีผู้ต้องขังน้อย เป็นพื้นที่ในเรื่องของเกษตร ผมได้ดูตามแนวทางพื้นที่ที่มีอยู่คิดว่าสามารถทำเป็นเรือนจำ ตัวอย่างที่ไว้สำหรับผู้ต้องขังได้ฝึกฝนอาชีพ เพราะเราดูแล้วคนที่เป็นผู้ต้องขังออกไปแล้ว กลับมาใหม่สันนิษฐานได้ ๒-๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ คือครอบครัวหรือผู้คนไม่ยอมรับ
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการศึกษาหรือการให้ความรู้ข้อมูลต่าง ๆ ไม่ดีพอ ทำให้ต้องกลับไปทำผิดแล้วกลับมาใหม่
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของการมีอาชีพ มีงานทำ เพราะฉะนั้นเรือนจำเกษตร อุตสาหกรรมที่เราจะคิดสร้างขึ้นมา หนองน้ำขุ่น จังหวัดนครสวรรค์ ที่ท่านวีระกรและคณะ ของ ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ได้แนะนำสถานที่ตรงนี้ก็อาจจะเป็นที่ฝึกอบรมผู้คนให้มีอาชีพ คนที่อยากจะเป็นเกษตรหรือปศุสัตว์อย่างที่ท่านรัฐมนตรีประภัตรได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้ เกี่ยวกับเรื่องของปศุสัตว์การเลี้ยงแพะ แกะ วัว กระบืออะไรต่าง ๆ เหล่านั้นโดยถูกต้องและ เลี้ยงเป็นตัวอย่างในเรือนจำก็ได้ เราก็เลยออกแบบในส่วนเบื้องต้นของเรือนจำหนองน้ำขุ่น ซึ่งเป็นแบบตัวอย่าง เป็นพรีลิม ดีไซน์ (Prelim Design) ออกมาในรูปแบบ แต่ต้องเรียนท่าน ทั้งหลายว่าไม่สามารถใช้งบประมาณปี ๒๕๖๓ ได้ เพราะไม่สามารถออกแบบให้ทันท่วงที การออกแบบนี้อาจจะใช้ได้ในปี ๒๕๖๔ ในส่วนของทางทิศเหนือประมาณ ๑๙๐ ไร่ ก็จะเป็น พื้นที่สำหรับการเกษตร ตรงกลางก็เป็นอุตสาหกรรม ๑๔๐ ไร่ และปศุสัตว์ในด้านทิศใต้ ประมาณ ๒๒๕ ไร่ อย่างเช่นเรื่องของอุตสาหกรรมเท่าที่มีทุกวันนี้จะเป็นพวกเย็บปักถักร้อย เรื่องงานเล็ก ๆ เป็นงานฝีมือส่วนใหญ่มากกว่า ถ้าหากว่าเรามองถึงเรือนจำซึ่งมีแรงงาน มากมายมหาศาล เราต้องเลี้ยงดู ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนตรงนี้ ถ้าใช้แรงงานตรงนี้มาทำเป็นพวก อุตสาหกรรม เช่น อิฐมวลเบา หรืออิฐอะไรต่าง ๆ สำหรับการก่อสร้าง และถ้าโรงงานหรือ สิ่งที่ผลิตในเรือนจำเกษตรกรอุตสาหกรรมตรงนี้ไม่ไกลจากชุมชนในการก่อสร้างมากมายก็จะ เป็นแหล่งที่ผลิตในเรื่องของอุตสาหกรรมการก่อสร้าง อันนี้เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับเรื่องของการวางนโยบาย หรือคิด หรือดำเนินการออกแบบให้ครบทั้งหมดก็ยัง มีเวลาอยู่ ซึ่งผมต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. วีระกร และคณะ ส.ส. ของจังหวัดนครสวรรค์ที่ได้ ชี้แนะในเรื่องของที่ดินและแนวทางต่าง ๆ ของการแก้ปัญหาในภาพรวมเพียงเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น สผ ๑๙/๒๕๖๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) พุทธชาติ ๓๕/๒ แต่ผมเชื่อว่าแนวทางที่ดีในการเริ่มต้นตรงนี้จะสามารถทำให้เกิดประโยชน์กับภาพรวมได้ ต้องขอขอบคุณเป็นเบื้องต้นไว้ก่อนครับ