ปดิพัทธ์ สันติภาดา ขอบคุณมาตรการระยะสั้นของกระทรวงเกษตรฯ แต่ชี้ว่าต้องเร่งแก้ไขวิกฤตสภาพอากาศอย่างยั่งยืน โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยีใหม่ในการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าแทนการแก้ปัญหาแบบชดเชย และเรียกร้องให้มีแผนระยะกลางและยาวเพื่อผลักดันไทยสู่ประเทศพัฒนาแล้ว
กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มากนะครับ ผมกราบขอบพระคุณที่มีมาตรการที่เร่งด่วน ที่แก้ไขปัญหาในระยะสั้นนะครับ แต่ท่านประธานครับ ถ้าเราอยากจะเห็นถึงการเกษตร ก้าวหน้าแล้วคิดถึงการที่เราจะสร้างความยั่งยืนให้กับพี่น้องเกษตรกร แล้วตอนนี้เรากำลัง เผชิญกับวิกฤตการณ์ใหม่ของโลกนะครับ ก็คือไคลเมต เชนจ (Climat change) หรือว่า วิกฤตการณ์ทางสภาพอากาศ เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการชดเชยไป เป็นครั้งต่อครั้งอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าไม่อย่างนั้นนะครับ ไม่ว่าเกษตรกรจะพัฒนาการเกษตร ของตัวเองไปอย่างไรก็ตาม ก็ยังติดปัญหาในเรื่องชลประทาน ยังติดปัญหาในเรื่องของอุทกภัย เป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะนำเสนอก็คือว่า เรื่องการแจ้งเตือน ในปีนี้ถ้าเราไม่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เราก็จะเจอปัญหาการแจ้งเตือนที่ช้าไปเสมอ เราจะเจอ น้ำท่วมเมื่อเราเห็นน้ำ พี่น้องที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงรายจะต้องสูดหมอกควันพิษ โดยที่กว่าจะรู้ตัวก็ออกจากบ้านไม่ได้แล้ว ผมขอฝากทางรัฐบาลแก้ไขเรื่องนี้นะครับ แล้วคาดหวังว่าจะได้เห็นมาตรการที่เป็นระยะกลางแล้วก็ระยะยาวเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้สมกับที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้นะครับว่าจะผลักดันประเทศไทยให้เป็นประเทศ ที่พัฒนาแล้วให้ได้ซึ่งในนโยบายย่อย ๆ ผมยังไม่เห็นนะครับ
ท่านประธานครับ คำถามข้อที่ ๒ นี้ เนื่องจากพูดถึงเรื่องการชดเชย ผมขอบคุณนะครับที่จะมีการพิจารณาเพิ่มเติม เพราะว่าถ้าเราชดเชยให้กับชาวนาไร่ละ ๑,๑๐๐ บาท ใช่ไหมครับ แล้วก็มีจำนวนไร่สูงสุดอยู่ที่ ๓๐๐ ต่อครอบครัวก็จะได้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับความเดือดร้อนที่ประสบอยู่ตอนนี้นะครับ แล้วก็พี่น้องที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร แต่พวกเขาจะต้องสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ไม่ว่า จะเป็นการศึกษาของลูก สถานพยาบาล สถานศึกษา ผมยังต้องการคำตอบจากรัฐบาล ที่ชัดเจนกว่านี้ด้วย เนื่องจากผมมีเวลาไม่มากนะครับ และจริง ๆ แล้วมีคำถามที่จะต้องฝาก เรียนไปที่กระทรวงมหาดไทย เพราะว่าประเด็นปัญหาที่ทำให้เกิดการไม่มีประสิทธิภาพ ในการแก้ปัญหาตอนนี้ ก็คือมันไม่มีการกระจายอำนาจไปที่ท้องถิ่น ตอนนี้ตามข้อสังเกต ที่ผมเห็นนี่พื้นที่ที่ได้รับการช่วยเหลือมากก็คือพื้นที่ที่รัฐมนตรีไปเยี่ยม พื้นที่ที่ได้รับ ความช่วยเหลือเป็นพิเศษก็คือพื้นที่ที่นายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าเรารอ แต่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีไปเยี่ยมโดยที่ท้องถิ่นไม่มีโอกาสในการบริหารจัดการตัวเอง หรือเพิ่มงบประมาณให้เขาในการแก้ไขปัญหา เราไม่สามารถจะเยียวยาแก้ไขปัญหาเฉพาะ หน้าได้ทัน คำถามของผมสืบเนื่องกับหนังสือฉบับนี้นะครับ ในวันที่ ๒๙ สิงหาคม มีหนังสือจากกระทรวงมหาดไทย ออกโดยท่านฉัตรชัย พรหมเลิศ ขออภัยที่เอ่ยนาม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ยกเว้นการใช้จ่ายเงิน สะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีเงินสะสมนั้น จริง ๆ แล้วจะเป็นอิสระของทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะมีโอกาส ในการบริหารจัดการตัวเอง แต่ในหนังสือเวียนฉบับนี้ ในเอกสารฉบับนี้มีการกำหนดนโยบาย ว่าจะให้เอาเงินสะสมเหล่านั้นไปใช้ทำอะไรบ้าง ยกตัวอย่าง มี ๕ ด้าน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว และด้านการศึกษา ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นการใช้จ่ายงบประมาณในตามงบประมาณที่สามารถ ตั้งเบิกได้อยู่แล้ว แต่ทำไมถึงมีหนังสือที่จะให้เอาเงินสะสมเหล่านี้ไปใช้ และเมื่อหนังสือฉบับ นี้ออกมาในวันที่ ๒๙ สิงหาคม เราประสบอุทกภัยในวันที่ ๓๐ สิงหาคมเป็นต้นมา จึงเป็น ที่น่าเคลือบแคลงใจและสงสัยมากว่าตอนนี้สภาพความคล่องตัวทางการเงินของรัฐบาลนั้น เป็นอย่างไร จึงทำให้ต้องมีหนังสือและมีคำสั่งในลักษณะนี้ออกมา ซึ่งอาจจะขัดกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๐ ที่กระทรวงมีหน้าที่ที่จะต้องส่งเสริมแล้วก็ให้การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถดำเนินกิจการของตัวเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่มีภัยพิบัติแบบนี้ อันนี้เนื่องจากทางกระทรวงมหาดไทยไม่ได้มาตอบผมก็จะฝากเรื่องนี้นำไปเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ
คำถามสุดท้ายที่ผมอยากจะถามทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ก็คือปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิในเรื่องของที่ดินของตัวเอง พวกเขาจะได้รับการเยียวยาหรือมีการชดเชยให้พวกเขาได้อย่างไร ปัญหาที่ดินยังเป็นปัญหา ที่เรื้อรังและยังไม่ได้รับการแก้ไข และเมื่อพวกเขาจะต้องประสบปัญหากับเรื่องของอุทกภัยอีก ตอนนี้สภาพของพี่น้องประชาชนเหล่านี้นั้นแทบจะเรียกได้ว่าสิ้นหวัง หมดเนื้อประดาตัว แล้วไม่มีโอกาสที่จะฟื้นฟู หรือพวกเขาจะได้รับเงินในการชดเชยเหล่านี้หรือไม่ พี่น้องเกษตรกร เหล่านี้ทำการเกษตรเป็นรายย่อย หรือพวกเขามีสัตว์ที่เขาดูแลอยู่อาจจะเป็นแค่หลัก ๕ ตัว หรือ ๑๐ ตัว แต่สำหรับครอบครัว ๆ หนึ่งที่มีทรัพย์สินเพียงแค่นั้นอุทกภัยเหล่านี้แทบจะพราก เอาอนาคตของพวกเขาไปเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนถามว่าสำหรับเกษตรกร ที่ไม่ได้เข้าข่ายในกลุ่มหลักที่จะได้รับเงินชดเชยหรือพี่น้องที่ไม่ได้ทำเกษตร โดยมีเอกสารสิทธิ เป็นของตัวเองจะได้รับการดูแลอย่างไรครับ