นิยม เวชกามา ตั้งกระทู้ถามถึงกรณีเงินทอนวัดที่ส่งผลสะเทือนต่อวงการพระพุทธศาสนา พร้อมตั้งข้อสงสัยถึงความไม่เท่าเทียมในการดำเนินคดีกับวัดต่างๆ และเรียกร้องความเป็นธรรมภายใต้หลักนิติธรรม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนถาม ท่านประธานถึงกระทู้เงินทอนวัด ซึ่งเป็นวาทกรรมของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สร้างขึ้น ท่านประธานครับ ความจริงเหตุการณ์ที่มีการจับกุมพระผู้ใหญ่แจ้งความดำเนินคดี เกิดขึ้นเมื่อสมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่รัฐบาลที่แล้วกับรัฐบาลปัจจุบันปรากฏที่นายกรัฐมนตรีคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรองนายกรัฐมนตรี คือ ดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม ทั้ง ๒ ท่าน ซึ่งกำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนา ผมเองต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรี เทวัญ ลิปตพัลลภ ที่กรุณาเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนามารับฟัง ท่านอาจจะต้องไม่ตอบ ชัดเจนเท่าไรก็ได้ เพราะว่าผมไม่มั่นใจว่าท่านจะมีข้อมูลทางนี้ลึกขนาดไหน แต่ขอยืนยันว่า ที่ผมจะถามท่านอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงคำถามบ้างเพราะผมยื่นไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน รอเข้าคิวอยู่จนวันนี้เหตุการณ์หลายอย่างเปลี่ยนแปลง ท่านประธานครับ เนื่องจากปัญหา กรณีเงินทอนวัดเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นสะเทือนวงการสงฆ์ สะเทือนวงการพุทธศาสนิกชน ทั้งประเทศ รวมถึงพุทธศาสนิกชนในต่างประเทศด้วย ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แก่วงการพระพุทธศาสนาของประเทศไทยต้องจารึกไว้เป็นครั้งที่ ๒ ที่เกิดขึ้น ครั้งแรกคือ เมื่อปี ๒๕๐๓ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีการสั่งจับกุมพระพิมลธรรมหรือ อาจ อาสภเถระ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์หรือสังฆมนตรี การปกครองยุคนั้น เอาไปจำคุกอยู่ ๖ ปี จนศาลฎีกาตัดสินเมื่อปี ๒๕๐๘ จำคุกโดยการใส่ชุดขาวนะครับ เพิกถอนในข้อหา คอมมิวนิสต์และเสพเมถุน ง่าย ๆ ใส่เข้าไปยุคนั้นไปขังอยู่ ๖ ปี สุดท้ายศาลฎีกาตัดสินว่า ไม่มีความผิด เลยบอกในคำพิพากษาศาลฎีกาผมไปอ่านดูแล้วบอกว่าเป็นเรื่องของบุญกรรม สุดท้ายท่าน กลับมารับตำแหน่งพระพิมลธรรม และสุดท้ายจริง ๆ เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์รักษาการณ์ สมเด็จพระสังฆราช อันนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๐๓ ถึงปี ๒๕๐๘ แต่บัดนี้เกิดขึ้นอีกรอบ หนึ่งเป็นเรื่องที่สะเทือนใจชาวพุทธอย่างยิ่ง วันนี้เป็นรัฐบาลยุคต่อเนื่องแต่ก็หวังว่ายุคนี้ ประชาธิปไตยกลับคืนมา ผมขอบคุณอีกครั้งหนึ่งท่านรัฐมนตรีเทวัญที่มารับเรื่องว่าวันนี้ พระสงฆ์มีความเจ็บปวดชาวพุทธ อุบาสก อุบาสิกา ด้วยทั้งหมดสลดสังเวชใจจากการที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติบุกไปจับพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ คำว่า ผู้ใหญ่ ในที่นี้ก็ไม่ธรรมดาครับ ระดับมหาเถรสมาคมถึง ๓ รูป รูปแรกก็วัดสามพระยา พระพรหมดิลก วัดสระเกศ พระพรหมสิทธิ อีกองค์หนึ่งท่านไม่ได้หนีคดีนะครับ พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ท่านหนีโจรภัยไปอยู่ที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน พร้อมจะกลับมาสู้คดีนะ เดี๋ยวผมจะถามต่อไป มันจึงเป็นเรื่องถึงบอกว่าวันนี้ความเจ็บปวด ของพุทธศาสนิกชนท่านถือดีเดย์ (D-day) เอาวันสำคัญเสียด้วยเขาบุกเข้าจับกุมคือวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ซึ่งวันนั้นพระสงฆ์ทั่วโลกจัดเป็นวันวิสาขบูชาโลกที่มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วังน้อย ซึ่งเป็นสถานที่ผมศึกษา ผมจบดอกเตอร์ ทางพระพุทธศาสนานะครับ ดุษฎีศาสตร์บัณฑิต สาขาพุทธจิตวิทยา มันเป็นความเจ็บปวด ผมบวชเรียนมาแต่เล็ก ๆ เรื่องพระผู้ใหญ่ท่านเป็นพระแล้วคลานไปนะผมไปกราบ แต่วันนี้ อำนาจของรัฐไปใช้กับพระผู้ใหญ่เหล่านี้มันจึงเป็นเรื่องที่เจ็บปวด ถ้าถามว่าเป็นธรรม นิติรัฐ นิติธรรม หายไป ผมมีหลักฐานชัดเจนจะมอบให้ท่านประธาน เพียงแต่ว่าผมไม่ลง รายละเอียดนัก จะอ่านว่าเงิน ๒ ก้อนที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเอามาให้วัดและ ให้หน่วยงานอื่นด้วย ผมขออ่านจำนวนวัดที่ได้แต่ว่าถูกดำเนินคดีแค่ ๒ วัด ขออ่านแค่จำนวน เงิน ผมไม่ลงรายละเอียด รายละเอียดผมจะให้ท่านประธานมอบให้ทางรัฐมนตรีไป วัดที่ได้เงินเหมือนกัน วัดพิชยญาติการาม ๑๐ ล้านบาท วัดเทพศิรินทราวาส ๑๐ ล้านบาท วัดสุทัศนเทพวราราม ๑๐ ล้านบาท วัดเทวราชกุญชร ๑๐ ล้านบาทวัดบวรนิเวศ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท วัดสามพระยา ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท วัดสัมพันธวงศ์ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท วัดอรุณราชวราราม ๑๐ ล้านบาท วัดกวิศรารามราชวรวิหาร ลพบุรี ๑๐ ล้านบาท แต่วัดที่ ถูกดำเนินคดีมีเพียง ๒ วัด คือวัดสามพระยาได้เงินไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท วัดสัมพันธวงศ์ ได้เงินไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันนี้ท่านอยู่ที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน ผมถึงต้อง กราบเรียนว่าวัดที่ถูกดำเนินคดีเป็นแค่ ๒ วัด ผมถามคำถามที่ ๑ เลยว่า แล้ววัดอื่นทำไม ไม่ถูกดำเนินคดี ต้องสอบถามไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นต้นเรื่องที่ พาตำรวจไปจับกุมไปเป็นกองทัพ พระแก่ ๆ อายุ ๗๐ กว่าปี ทำอะไรเป็นครับ ผมจะบอกว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุรู้เรื่องดี จึงเรียนถามว่าแล้ววัดที่เหลือทำอะไร ทำไมต้องมีความผิด ๒ วัดนี้ แล้วขอกราบเรียนว่า โดยเฉพาะวัดสามพระยาวันนี้ศาลชั้นต้นตัดสินไม่มีความผิดในเรื่องเงินทอน เพราะสำนักงาน พระพุทธศาสนาให้เงินมาแค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านสร้างศาลาการเปรียญหลังนี้หมด ๓๐ ล้านบาท ด้วยเงินของพุทธศาสนิกชนทั้งสิ้น จึงเป็นคำถามที่ ๑ ว่า แล้ววัดที่เหลือ สำนักงานพระพุทธศาสนาผมไม่เอ่ยชื่อผู้อำนวยการนะครับ ดำเนินการถูกต้องหรือยัง ดำเนินการด้วยเงื่อนไขอะไร จึงเฉพาะเจาะจงแค่ ๓ วัด ขอบคุณมากครับ