รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๒๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๓
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา เกียกกาย
ท่านสมาชิก ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อ และเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ท่านแรกผมขอเชิญท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ท่านวิวัฒน์ชัยมาทันไหมครับ ถ้าไม่ทันขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ผมขอหารือเรื่องมลพิษทางอากาศ เรื่องขี้หมูครับ ในท้องที่ด้านตะวันออกของเมืองนครศรีธรรมราชได้มีกลิ่นขี้หมูรุนแรงมาก ขยายพื้นที่ ครอบคลุมหลายตำบลครับ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน จากตำบลปากนคร ตำบลท่าซัก ตำบลท่าไร่ และในเขตเทศบาลนครในบ้านจัดสรร ในเขตเมืองและในเขตชุมชนชนบทว่า ได้กลิ่นขี้หมูจากฟาร์ม (Farm) ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลท่าไร่ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว รุนแรงครับท่านประธาน ผมลงไปตรวจสอบก็เห็นความรุนแรง ของกลิ่นขี้หมูมากนะครับ ทั้ง ๆ ที่เจ้าของฟาร์ม (Farm) ก็ได้ทำการแก้ไขอยู่เป็นระยะ ๆ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ส่งทีมงานศูนย์ดำรงธรรมพร้อมกับคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องลงไป แก้ไขแต่ชาวบ้านยังร้องเรียนมาต่อว่า แม้ว่าจะดำเนินการทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วก็ยังมีกลิ่นรุนแรง และกลัวจะแรงยิ่งขึ้นในหน้าแล้งนี้นะครับ จึงขอฝากท่านประธานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านกระทรวงมหาดไทยให้กำกับไปองค์การบริหารส่วนตำบลท่าไร่ สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ อุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อไปกวดขันกำกับให้กลิ่นขี้หมูได้ทุเลาลงไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านซึ่งอยู่ในเขตเมืองและเขตชานเมืองขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ
เรียนท่านประธานสภา ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก เรื่องถนนลูกรังเส้นทางแยกเคี่ยมงามที่อำเภอลำทับ ตำบลดินแดง จังหวัดกระบี่ หมายเลข ๔๒๓๖๔๐๐๓ บรรจบสาย ๔๒๒๕ เคี่ยมงาม สวนปาล์ม บ้านปลาย ทับใหม่ ซึ่งสร้างโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองประมาณปี ๒๕๓๕ ปรากฏว่าไม่ได้ซ่อมแซม ถนนเลย ไม่ยกระดับด้านการพัฒนาถนน แต่ถนนเส้นนี้เชื่อมต่อไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ได้รับการดูแลจากจังหวัดนครศรีธรรมราชโดย อบจ. นครศรีธรรมราชนะครับ แต่ว่าในช่วง ของจังหวัดกระบี่ก็ยังไม่มีการซ่อมแซม แต่เท่าที่ทราบตอนนี้ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ยังไม่ยอมโอนนะครับ โอนให้กับท้องถิ่นหรือโอนให้กับทางหลวงชนบท แล้วก็ อบจ. กระบี่ พร้อมที่จะเข้าไปซ่อมแซม เพียงแต่ขอให้มีการประสานงานกันด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องของเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเกาะพยามนะครับ หมู่ที่ ๒ บ้านเกาะช้าง เกาะพยาม มีกลุ่มชาติพันธุ์เผ่ามอแกนที่โดนลิดรอนสิทธิ ซึ่งมีพื้นที่ที่พี่น้อง ชาวมอแกนกลุ่มชาติพันธุ์เข้าไปอยู่อาศัยตั้งแต่ปี ๒๔๖๓ แต่ปรากฏว่าอุทยานก็มีการฟ้องร้อง ชาวบ้าน ต่อมาศาลก็ยกฟ้องนะครับ แต่ว่าตอนนี้ยังมีเจ้าหน้าที่เข้าไปรบกวนความเป็นอยู่ ของพี่น้องซึ่งไม่สามารถทำประมงพื้นบ้านได้นะครับ วางอวนก็ไม่ได้ในระยะ ๓ ไมล์ทะเล ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้เข้าไปดูแล โดยเฉพาะใช้มาตรา ๑๖ ของ พ.ร.บ. ส่งเสริมการบริหารจัดการทางทะเลและชายฝั่งเพื่อให้พี่น้องชาวประมงอยู่ได้
สุดท้าย เรื่องสวัสดิการบ้านพักข้าราชการรัฐสภาที่ขอใช้ที่ดินจากกรมธนารักษ์ เอาไว้แต่ก็มีการยกให้กับกระทรวงมหาดไทย ผมเข้าใจว่าข้าราชการรัฐสภาก็มีความจำเป็น ที่จะต้องใช้ที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยก็อยากให้มีการทบทวนโครงการแล้วก็ไปหาที่ใหม่ แผนงานใหม่ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเพื่อให้ข้าราชการรัฐสภามีที่อยู่อาศัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กวินนาถ ตาคีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไทย ดิฉันขอหารือกับท่านประธานผ่านไปยังทางรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ปัจจุบันนี้มีปัญหากันทั่วประเทศก็คือฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คือพรรคพลังท้องถิ่นไทยตอนนี้ค่อนข้างที่จะห่วงใยปัญหาตรงนี้และอยากให้ รัฐบาลแก้ไขเป็นการเร่งด่วนโดยขอเสนอให้รัฐบาลใช้กลไกผ่านทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยเหลือการแก้ปัญหาครั้งนี้ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ครอบคลุมทุกพื้นที่นะครับ น่าจะเป็นที่ ๆ สามารถแก้ปัญหาได้ดีที่สุด โดยเราขอเสนอให้ รัฐบาลใช้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแก้ไขปัญหาดังนี้ ๑. คือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดมาตรการควบคุม เผาป่า เผาที่นา หรือเผาขยะมูลฝอยอย่างเคร่งครัด ๒. ให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นควบคุมดูแลโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซ ปล่อยควัน หรือมลพิษ ที่เกินมาตรฐาน ๓. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนส่งเสริมให้ความรู้กับประชาชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ๔. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณบุคลากร หรือเครื่องจักรในการแก้ปัญหา ป้องกันฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เช่น การติดตั้งระบบ หัวฉีดพ่นไอน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวและโรงเรียน ซึ่งอยากจะให้ทางรัฐบาลจริงจัง และจริงใจในการแก้ปัญหาครั้งนี้นะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมากราบเรียนท่านประธานสภา เพื่อบอกกล่าวไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบท่านประธานครับ เนื่องจากหมู่บ้านโนนเจริญ ตำบลกกปลาซิว หมู่ที่ ๙ อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ผมได้นำบอกกล่าวท่านประธาน ไปรอบหนึ่งแล้วเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปรากฏว่ายังไม่ได้รับการเหลียวแล จากหน่วยงานของรัฐ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผู้ใหญ่บ้านนายเหลือ ชีมุล กับ อบต.วน ชีมุล นำคณะกรรมการหมู่บ้านมาพบผมอีกครั้งว่าทำอย่างไรท่าน ส.ส. จะได้รับความเมตตา จากภาคราชการ วันนี้เลยมาบอกกล่าวอีกครั้งหนึ่งว่าทางเข้าหมู่บ้านตามภาพเป็นสะพานไม้ ขุดบ่อน้ำเขาก็เป็นคนไทย หมู่บ้านนี้ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ พระราชกฤษฎีกาตั้งบ้าน ปี ๒๕๔๒ จำนวนประชากรเกือบ ๔๐๐ คน ๑๒๔ หลังคาเรือน วันนี้ไม่ได้รับการดูแล มิหนำซ้ำเมื่อมาร้องเรียนต่อ ส.ส. ยังถูกนายอำเภอมาว่ากล่าวตักเตือน บอกว่าทำไมต้องไป ร้องเรียนด้วย แทนที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขกลับไปต่อว่าเขา ท่านประธานครับ ฝากเมตตาด้วย
อีกเรื่องหนึ่งคือกำนันสวัสดี วะชุม ตำบลงิ้วด่อน อำเภอเมืองสกลนคร ขอไฟฟ้าไปป่าช้าดอนคางฮุง ตำบลบ้านทับสอ หมู่ที่ ๒ ตำบลงิ้วด่อน อำเภอเมือง ระยะทาง แค่ ๓๐๐ เมตร ฝากท่านประธานไปถึงผู้เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา เชิญครับ มาไม่ทันนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอนำเอาความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธานเพื่อบอกกล่าวไปยัง รัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน สืบเนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดประสบ ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งขณะนี้เกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์คาดว่าประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม และเดือนเมษายนนั้นน้ำอาจจะไม่พอใช้ในการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร ซึ่งขณะนี้ กำลังมีปัญหาเพราะฉะนั้นขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดและนายอำเภอทุกอำเภอให้ดำเนินการสำรวจและแก้ไข อีกทั้งยังประกอบด้วย ไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตร ซึ่งขณะนี้ได้มีปัญหาเนื่องจากว่างบประมาณทางการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคนั้นได้รับงบประมาณน้อย เขาบอกว่าไม่มีงบประมาณเพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ตำบลหนองหว้า ตำบลท่าคล้อ ตำบลหนองงูเหลือม อีกทั้งยังมีถนนที่ชำรุดทรุดโทรมขาดการฟื้นฟูบูรณาการ ส่วนใหญ่จะเป็นถนนที่รับผิดชอบ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นรอยต่อระหว่างตำบลกับตำบล อำเภอกับอำเภอ ขอให้ ทางกระทรวงมหาดไทยนั้นได้สั่งการไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัดให้ดำเนินการ แก้ไขเพื่อฟื้นฟูบูรณะถนนดังกล่าว หากพี่น้องประชาชนในเขตต่างจังหวัดนั้นได้มีน้ำไหล ไฟสว่าง ถนนสะดวกก็จะทำให้พี่น้องประชาชนนั้นได้อยู่ดีมีสุข เพราะฉะนั้นจึงถือโอกาสนี้ นำเรียนท่านประธานได้ส่งเอกสาร ซึ่งผมจะมอบให้ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ขอบคุณมาก ครับท่านประธาน
ต่อไป เชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ มาไม่ทันนะครับ อย่างนั้นเชิญท่านเอกการ ซื่อทรงธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมมีเรื่องหารืออยู่ ๑ ประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหน่วยงานหลายกระทรวง นั่นก็คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเด็นที่ผมจะพูดก็คือปัญหาสุขภาวะในจังหวัดภาคเหนือตอนบนครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ แต่จะสะท้อนปัญหาของจังหวัดภาคเหนือตอนบน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาคือเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีสถิติผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น ในเรื่องของระบบทางเดินหายใจ รวมไปถึงพัฒนาการสมองของเด็กที่ไม่ใช่เรื่องในจิตนาการ และความเพ้อฝันครับ ประเด็นหารือในวันนี้คือเรื่องที่หน่วยงานหลายกระทรวงสามารถเป็น เจ้าภาพร่วมกันได้หรือครอส คัตติง อิชชู (Cross cutting issue) ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่า เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานต่างทำงานขยันขันแข็ง แต่ละหน่วยงานราชการยังไม่มีการเชื่อม แผนกันทำให้ทำงานคนละทิศคนละทาง จึงเรียนปรึกษาท่านประธานให้หน่วยงานราชการ หันมาบูรณาการแผนร่วมกันเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ซ้ำซ้อนให้เกิดการบริหารจัดการ แบบมีเอกภาพครับ ท่านประธานครับ ค่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในพื้นที่จังหวัดแพร่นั้น ติดอันดับสูงสุดเป็นอันดับ ๑ เป็นที่เรียบร้อย จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุมาก เป็นอันดับต้น ๆ ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ไม่ใช่ฝุ่นปกติทั่วไปเมื่อ ๕-๑๐ ปีก่อนทำให้ประชาชนเกิดความเคยชินในการดำรงใช้ชีวิต รวมไปถึงการเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และอุปกรณ์ มาตรฐานสำหรับการป้องกันภัยของฝุ่นในชีวิตประจำวัน ผมอยากจะฝากให้ทุกภาคส่วน ไม่ใช่ภาคใดภาคหนึ่งหันมาแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจัง เพื่อลูกหลานและคนรอบข้างของทุกคนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและเขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันขอเรียนปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับสำนักงานเขตวัฒนา เนื่องจากว่า กรุงเทพมหานครมี ๕๐ สำนักงานเขตและทุกเขตก็จะมีที่ทำการเป็นของตนเองเพื่อที่จะ ให้บริการกับประชาชน แต่สำนักงานเขตวัฒนาเป็นเพียงสำนักงานเขตเดียวที่ไม่มีที่ทำการ เป็นของตนเองต้องเช่าพื้นที่ของเอกชน คืออาคารลิเบอร์ตี้อยู่ท้ายซอยทองหล่อ ซึ่งเช่ามา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนปัจจุบันนี้ ท่านประธานทราบไหมคะว่าค่าเช่าเท่าไรต่อเดือน ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ปีหนึ่งเสียค่าใช้จ่ายประมาณ ๑๐ ล้านกว่าบาท ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบัน สำนักงานเขตวัฒนาเสียค่าใช้จ่ายให้กับเอกชนเป็นจำนวน ๑๖๔ ล้านกว่าบาท ตอนนี้ทาง สำนักงานเขตได้สำรวจพื้นที่ในเขตวัฒนาก็คือมีสำนักงานในส่วนของสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งได้ขอใช้พื้นที่ของกรมธนารักษ์บริเวณซอยเอกมัย ๑๙-๒๑ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๑ เพื่อที่จะสร้างโรงพิมพ์แล้วก็ได้สร้างโรงพิมพ์สำเร็จแล้วจนถึงปัจจุบันนี้ แต่มีพื้นที่อยู่ประมาณ ๑ ไร่ กับ ๓ งานกว่า ๆ ที่ไม่ได้ใช้สอยอะไร ทางสำนักงานเขตวัฒนาก็ได้ทำหนังสือส่งไปที่ ผอ. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อขอใช้พื้นที่ดังกล่าว แต่ปรากฏว่าได้รับการปฏิเสธ ท่าน ผอ. ก็ได้ชี้แจงมาบอกว่ายังมีแผนที่จะดำเนินการ แต่ปัจจุบันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ที่ทางสำนักงานเขตทำเรื่องขอไปจนปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีแผนงานอะไรที่จะดำเนินการที่บริเวณ ดังกล่าว ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังและท่านผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เนื่องจากว่า ทั้ง ๒ หน่วยงานเป็นหน่วยงานของรัฐเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชน เพราะว่า สำนักงานเขตก็ต้องใช้บริการประชาชน จึงขอท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาและให้สำนักงานเขตวัฒนาได้มีสำนักงานเขตเป็นของตนเอง ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องหารืออยู่ ๓ เรื่อง เกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวบ้านผึ้ง ตำบลทาม สืบเนื่องผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลทาม อำเภอกันทรารมย์ ได้ประสบปัญหาเดือดร้อนน้ำท่วม ในฤดูกาลทำนาปีตลอด เพราะเป็นพื้นที่รองรับในฤดูกาลทำนาปีนั้นจะท่วมทุกปีทำให้นาข้าว เสียหาย ผลผลิตไม่เคยได้ ดังนั้นชาวบ้านในพื้นที่จึงหันมาทำนาปรังในหน้าแล้งและยังใช้ เครื่องสูบน้ำในการทำนาทำให้ค่าใช้จ่ายสูง ถ้าจะรองบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบล มันก็เกินศักยภาพและต้องใช้เวลานาน ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้อง เกษตรกร อีกทั้งการลดต้นทุนในการผลิตข้าวนาปรังของพี่น้องชาวบ้านผึ้ง ชาวบ้านจึงต้องการ ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร สายจากนานายคำเป้ย เงาศรี-กุดฮีวังใหญ่ ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร จึงขอฝากท่านประธานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลละเอาะ เรื่องการขุดลอกร่องโศกเนื้อที่ ๕๐ ไร่ เพราะว่าช่วงนี้ตื้นเขินในการเลี้ยงสัตว์ น้ำไม่มี แล้วอีกร่องหนึ่งก็คือร่องอรุณเนื้อที่ ๔๐ ไร่ เพราะช่วงนี้น้ำแห้งแล้วก็ตื้นเขินไม่มีน้ำเลี้ยงสัตว์ ฝากท่านประธานไปยังกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ขอขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญ ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตอำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจาก วันนี้พรรคภูมิใจไทยโดยการนำของท่านหัวหน้าอนุทิน ชาญวีรกุล และสมาชิกพรรคได้ยื่น ญัตติด่วนเรื่องของปัญหาฝุ่นควันพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ตรงกับประเด็นที่ผมจะปรึกษาหารือ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็คือฝุ่นขนาดเล็กต่ำกว่า ๒.๕ ไมครอน ปกติแล้วฝุ่นโดยธรรมชาติมนุษย์เราสามารถจะกรองจากขนจมูกได้ แต่พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไมครอนเราไม่สามารถที่จะกรองโดยธรรมชาติได้ ฝุ่นนี้นะครับนอกจากจะเป็นฝุ่นที่มีผล กับสุขภาพแล้วจะมีส่วนประกอบของแคดเมียม ปรอท โลหะหนัก แล้วก็สารก่อมะเร็ง ท่านประธานครับ โดยสรุปแล้วฝุ่นนี้ไม่ได้มีประโยชน์กับร่างกาย เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๒ ช่วงที่เรามีการปิดประชุมปรากฏว่าในพื้นที่ภาคใต้เกิดฝุ่นควันจากประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดพัทลุง ผมก็ได้ นำเสนอกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับวันนี้เราโดนปล้นสุขภาพเพราะปัญหา พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ประเทศไทยเรามี ๓ ฤดูครับ ฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูฝน แต่เพิ่มมาอีกฤดู คือฤดูฝุ่นครับ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคใต้ กรุงเทพมหานคร เรามีฝุ่นทุกฤดูกาล ก็ถือว่า เรามีเพิ่มมาอีกฤดูกาลหนึ่ง จะมีการทำลายในเรื่องของอะไรบ้างครับ ในเรื่องของสุขภาพ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการศึกษา ท่านประธานสภาที่เคารพ ดังนั้นผมขอกราบเรียน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขด่วน ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสำลี รักสุทธี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสำลี รักสุทธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคอนาคตใหม่ จังหวัดมหาสารคามครับ กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องมูลดิน ซึ่งผมเองเคยปรึกษาหารือกับสภาแห่งนี้กับท่านประธานมาหลายครั้งเกี่ยวกับการขุดลอก ห้วย หนอง คลอง บึงนะครับ ติดขัดอยู่ตรงที่ไม่สามารถที่จะนำดินไปทิ้งที่อื่นได้นอกจากเป็น ที่สาธารณะซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถขุดลอกหนอง บึงได้ ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ เขาบอกว่าท่าน ส.ส. ถ้าอยากจะให้ขุดลอกหนอง บึงตรงนี้ ๆ ได้นั้นควรจะแก้ ควรจะไป ปรึกษาหารือให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ปลดล็อกในเรื่องของการขายมูลดิน หรือไปทิ้งมูลดิน ที่ของเอกชน ถ้าไม่สามารถปฏิบัติได้ก็ควรจะให้ภาคประชาชน ให้พี่น้องประชาชนเขามีส่วนร่วม ในการจัดการในเรื่องนี้นะครับ ไม่เฉพาะส่วนของทางราชการอย่างเดียวก็คงจะทำให้บรรเทา ในการขุดลอกหนอง บึงได้อย่างแน่นอน เพราะส่วนใหญ่แล้วจะติดขัดอยู่ตรงที่ไม่มีที่ทิ้ง มูลดินนะครับ
ส่วนปัญหาประการที่ ๒ ก็คือพี่น้องในภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหาร เกี่ยวกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ได้ปิดห้องที่เรียกว่าห้องฮับ (Hub) หรือเอดูเคชัน ฮับ (Education Hub) นะครับ ปิดวิชาภาษาอังกฤษให้มีเฉพาะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งสิ่งนี้พี่น้องประชาชนที่ส่งลูกหลานไปเรียนที่โรงเรียนจุฬาภรณ์มุกดาหารนั้นได้รับความ เดือดร้อนมากเพราะประชาชนต้องการให้สอนภาษาอังกฤษนะครับ บุคลากรมี งบประมาณ มีแต่ทำไมปิดครับ ควรจะให้โอกาสอย่างเท่าเทียม ขอบคุณท่านประธานมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพยม พรหมเพชร ครับ คุณพยม พรหมเพชร อาจจะยังเข้ามาไม่ทันนะครับ ถ้าอย่างนั้นต่อไปเชิญคุณผ่องศรี แซ่จึง เชิญครับ ที่จริงท่านสมาชิกที่ลงชื่อขอหารือไว้ ต้องเดินทางให้ทันเวลานะครับ ต่อไปเชิญนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องดังนี้
เรื่องที่ ๑ ปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพระราม ๒ ที่เกิดจากการก่อสร้าง ปรับปรุงถนนพระราม ๒ ระยะทาง ๑๑.๗ กิโลเมตร โดยการขยายช่องทางหลักจาก ๓ เป็น ๔ ช่องจราจร และการปรับปรุงทางคู่ขนานเป็น ๓ ช่องจราจรทั้งขาเข้าและขาออกที่ทำให้ เกิดความเดือดร้อนกับผู้ใช้รถใช้ถนน ผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้นและสถานประกอบการที่อยู่ ติดถนนพระราม ๒ เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลง พื้นที่ไปครั้งหนึ่งแล้วไปแก้ปัญหาก็ทำให้การจราจรดีขึ้น แต่หลังจากปีใหม่แล้วการจราจรติดขัดหนักหนาสาหัสมากกว่าเดิมนะคะ จนเมื่อวานนี้อธิบดี กรมทางหลวงได้ออกมาชี้แจงและขอโทษประชาชนรวมทั้งได้แจ้งว่าจะแก้ปัญหาโดยสั่ง ผู้รับเหมาให้ลดระยะทางในการเปิดหน้างานจาก ๑๐ กิโลเมตรเป็น ๒ กิโลเมตรเพื่อคืน ผิวจราจรบรรเทาปัญหารถติดและให้รถบรรทุกไปวิ่งในช่องทางขนาน แต่วันนี้รถยิ่งติดหนัก มากกว่าเดิม เริ่มตั้งแต่หน้ามหาชัยเมืองใหม่ไปจนถึงวงแหวนกาญจนาภิเษก จึงอยากจะ ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงมาดูพื้นที่แก้ปัญหาให้ดีขึ้นโดยเร่งด่วน นอกจากมาตรการเฉพาะหน้าแล้วควรจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมด้วยเพราะถนนจะต้องใช้ เวลาในการก่อสร้างอีกเป็นปีนะคะ
เรื่องที่ ๒ การบริหารจัดการน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศและเกษตรกรรม โดยขอให้กรมชลประทานที่มีเครื่องจักรกลอยู่แล้วไปดำเนินการขุดลอกคลองเพื่อปรับปรุง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในจังหวัดสมุทรสาครที่คลองพระราม คลองเจ๊ก ตำบลโคกขาม คลองโคกขาม คลองแสมดำ คลองลัดตะเคียน คลองโคกขามเก่า คลองสหกรณ์ สาย ๓ สาย ๔ สาย ๕ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๔ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะหารือกับท่านประธานในวันนี้เป็นผลสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ทางสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะและอำเภอศรีสาคร ได้ร่วมกับทางชมรมตาดีกาทั้ง ๔ อำเภอที่ผมกล่าวถึงแล้ว ก็ชมรมคนรักกีฬาจังหวัดนราธิวาส จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลเพื่อหารายได้จัดตั้งกองทุนอาหาร กลางวันตาดีกาใน ๔ อำเภอที่ผมกล่าวถึงครับ สิ่งที่ผมหยิบยกกิจกรรมการวิ่งการกุศลเพื่อหา กองทุนอาหารกลางวันตาดีกาสะท้อนให้เห็นว่าทางรัฐบาลไม่ได้เหลียวแลแล้วก็ไม่ได้ดูแล จัดสรรหางบประมาณให้กับน้อง ๆ ที่เรียนวันเสาร์ วันอาทิตย์ ในศูนย์การศึกษาอิสลาม ประจำมัสยิดซึ่งมีอยู่ ๕ จังหวัด ในแต่ละมัสยิดประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าโรง ท่านประธานครับ ศูนย์การเรียนรู้ตาดีกานั้นถือว่าเป็นศูนย์สำคัญในการที่จะอบรมจริยธรรมให้กับน้อง ๆ ใน ๕ จังหวัดชายแดนใต้ ดังนั้นผมจึงอยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึงหน่วยงานที่สามารถ จัดสรรงบประมาณโดยเฉพาะหน่วยงานราชการที่ดูแลรับผิดชอบงบประมาณรายจ่าย บูรณาการการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้หันมาสนใจอย่างจริงจังในการจัดสรร หางบประมาณให้กับอาหารกลางวันตาดีกา โดยเฉพาะทาง กอ.รมน. ภาค ๔ แทนที่จะทำ โครงการแผนในการทำความจริงที่ถูกต้อง ๑๕๐ กว่าล้านบาท น่าจะเอางบเหล่านี้มาทำเป็น อาหารกลางวันตาดีกา และอีกหน่วยงานหนึ่งที่จะกล่าวถึงก็คือศูนย์บริการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือผ่านไปทางกรมชลประทาน จังหวัดลพบุรี
เรื่องที่ ๑ อ่างเก็บน้ำคุ้งใหญ่ หมู่ที่ ๕ ตำบลมหาโพธิ อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ซึ่งก่อสร้างมาประมาณ ๒๐ กว่าปีแล้วเกือบ ๓๐ ปี ช่วงนี้ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ แล้วชาวบ้านเดือดร้อนที่ต้องใช้อ่างเก็บน้ำอ่างนี้ ชาวบ้านที่เดือดร้อนมีทั้งหมด ๖-๗ ตำบล คือตำบลมหาโพธิ ตำบลโคกแสมสาร ตำบลหนองมะค่า ตำบลยางราก ตำบลสระโบสถ์ และตำบลนิยมชัย และอีกตำบลหนึ่งคือตำบลชอนสมบูรณ์อยู่ระหว่างอำเภอหนองม่วง อำเภอสระโบสถ์ และอำเภอโคกเจริญ ทั้งหมดนี้ได้รับความเดือดร้อน และอ่างเก็บน้ำนี้ ถ้าก่อสร้างขึ้นมาเก็บน้ำอยู่ประชาชนได้ประโยชน์อย่างมหาศาล กราบเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปทางกรมชลประทาน จังหวัดลพบุรีให้ช่วยดูแลแก้ไขในสิ่งนี้ด้วยครับ และช่วงนี้เป็น ช่วงที่ฝนทิ้งช่วง ฝนแล้ง ชาวจังหวัดลพบุรีซึ่งอำเภอชัยบาดาล อำเภอลำสนธิ อำเภอท่าหลวง และอำเภอพัฒนานิคมได้รับความเดือดร้อนจากแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำไม่อยู่ตอนนี้แห้งขอด เป็นสันดอนตลอด มีแต่ทราย แล้วก็มีดินทั้งนั้น น้ำมีส่วนน้อย น้ำจะเหลืออยู่สักประมาณราว ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ อยากจะให้ ทางกรมเจ้าท่าหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปสำรวจออกแบบทำเป็นฝายกักเก็บน้ำ เป็นระยะ ๆ เพื่อให้ประชาชนใน ๓-๔ อำเภอนี้ของจังหวัดลพบุรีได้ใช้กันอย่างพอสมควร กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญ ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่อง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องแรกก็คือเนื่องจาก อุทกภัยน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี ขอรูปด้วยครับ ซึ่งเป็นภัยที่หนักมากเป็นพายุโพดุล ที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาพี่น้องได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง ในขณะนี้เงินน้ำท่วม ยังไม่ได้ วันนี้ภัยแล้งมาอีกแล้ว ภัยแล้งเกิดขึ้นที่อำเภอดอนมดแดง ตาลสุม ศรีเมืองใหม่ โขงเจียม ซึ่งผมได้ลงพื้นที่ใน ๒ วันที่ผ่านมา ลำเซบก ลำเซบาย โดยเฉพาะแยกห้วยข่า ท่านจะเห็นว่ามีภัยแล้งเป็นอย่างมาก ขอรูปภัยแล้งเลยนะครับ ตอนนี้แยกของลำเซบก ที่น้ำสูงเป็น ๒๐-๓๐ เมตร ตอนนี้แทบจะไม่เหลือน้ำเลยครับ ซึ่งผมได้ลงไปในลำห้วยข่า ต้องขอขอบคุณทางชลประทานที่ได้ไปช่วยดูแลต่อ นี่คือรูปของฝายกั้นน้ำที่มันทะลุแล้ว แล้วก็ไม่มีน้ำเหลือเลย ดูลำห้วยนะครับ ในลำห้วยก็แทบจะไม่มีน้ำเลย พี่น้องประชาชนไม่มี น้ำกินน้ำใช้ต่อจากนี้ไปก็อยากจะให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา
นอกจากนั้นก็อยากจะให้แก้ปัญหาทบทวนเรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดิน ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งวันนี้ประชาชน เดือดร้อนครับ ทั้งน้ำท่วม ทั้งภัยแล้ง แล้ววันนี้จะต้องหาเงินมาเสียภาษี ภาษีที่ดิน อยากให้ รัฐบาลได้ทบทวนครับ ในขณะนี้ประชาชนกำลังจะตาย แทนที่เราจะเอาน้ำไปใส่ให้ปลาฟื้น วันนี้ปลากำลังจะตาย น้ำกำลังจะหมด รัฐบาลก็มาสูบน้ำออกจากปลาอีก ผมอยากให้รัฐบาล ลดภาษีครับ ช่วยเอาน้ำไปเติมให้ปลาอย่าให้ปลาได้ตายนะครับ อยากจะฝากรัฐบาลด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสัญญา นิลสุพรรณ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องจะหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือโรงเรียน วัดหัวดงเหนือ อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อปี ๒๕๖๑ เดือนกรกฎาคมได้เกิด เหตุการณ์ไฟไหม้โรงเรียนทำให้อาคารเรียนทั้งหลังเสียหาย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่านเจ้าอาวาส วัดหัวดงเหนือ ท่านกำนันชไมพร พูลเพิ่ม ท่าน ผอ.อำนาจ องอาจ ได้ไปพบผม คือมีความกังวล คือเมื่อปีที่แล้วก็ได้รับงบประมาณจาก สพฐ. ไปแล้ว แต่ว่ามีเหตุขัดข้องบางประการในเรื่อง ของการใช้งบประมาณทำให้ไม่สามารถก่อสร้างได้ งบประมาณก็ตกไป ทีนี้ปัจจุบันนักเรียน ต้องไปใช้โรงอาหารเพื่อเป็นที่เรียนหนังสือ ก็มีความกังวลว่าในปีต่อไปถ้าขอความอนุเคราะห์ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดพิจารณาให้ความช่วยเหลือโรงเรียนวัดหัวดงเหนือที่อำเภอ เก้าเลี้ยวครับ
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ อำเภอโพนพิสัยติดกับแม่น้ำปิง แต่ว่ามีปัญหา ภัยแล้งทุกปีที่มีการประกาศเขตภัยแล้ง ก็เลยอยากจะหารือไปยังกรมชลประทานได้พิจารณา ขุดลอกบึงบอน ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อพี่น้องหลายตำบล รวมทั้งหลายอำเภอทั้งอำเภอเมือง เพื่อจะกักเก็บน้ำในยามที่น้ำหลาก และในยามแล้งจะได้ใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและ อุปโภคบริโภค เนื้อที่ของบึงบอนนี้มีที่ ๓๐๐ กว่าไร่ สามารถที่จะกักเก็บน้ำได้อย่างมากมาย จึงนำเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน เชิญครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องขอเร่งรัดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ในอำเภอสอยดาว โป่งน้ำร้อนและอำเภอขลุง เนื่องจากจังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดที่ประชาชน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก ทำสวนผลไม้ทั้งทุเรียน มังคุด ลองกองและลำไย มูลค่าเป็นแสนล้านบาท เป็นจังหวัดที่มีแนวโน้มในการปลูกทุเรียนเพิ่มมากขึ้นทุกปี เนื่องจาก ชาวบ้านโค่นยางปลูกทุกเรียนเป็นจำนวนมาก เพราะราคาทุเรียนสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น ดังนั้น ทำให้เกิดปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรกรรมในหลาย ๆ พื้นที่ ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการให้จังหวัดจันทบุรีนั้นเป็นพื้นที่เป็นมหานครผลไม้ตามนโยบาย ของรัฐบาล ดิฉันจึงเห็นควรว่าต้องเร่งรัดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำที่มีหลายโครงการค้างอยู่เป็น เวลานานแล้วเป็นจำนวน ๓ อ่างค่ะ อ่างที่ ๑ คืออ่างเก็บน้ำคลองตาพลาย อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เป็นโครงการมากว่า ๓๐ ปีแล้ว ผ่านขั้นตอนการศึกษาผลกระทบจาก สิ่งแวดล้อมเบื้องต้นแล้วอยู่ในขั้นตอนการขอใช้พื้นที่ใช้งบประมาณประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท พื้นที่ได้ประโยชน์ ๔,๘๐๐ ไร่ ๒. อ่างเก็บน้ำคลองเครือหวาย อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ๓. อ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่ถ้าหากสร้างขึ้นแล้ว ประชาชนทั้งในจังหวัดตราดและจังหวัดจันทบุรีจะเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ค่ะ จึงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับคำสอบถามจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์อย่างมากมาย หลายท่านครับ เกี่ยวกับที่เมื่อเหตุการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ตรวจราชการที่จังหวัดสุรินทร์ ท่านก็ได้แก้ปัญหาภัยแล้ง กับพี่น้องจังหวัดสุรินทร์โดยการอนุมัติงบกลางจำนวน ๕๐๐ ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ในปีที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์มีอยู่ว่าช่วงเวลาดังกล่าวจังหวัดสุรินทร์ไม่สามารถที่จะก่อหนี้ ผูกพันหาผู้ประกอบการได้ จังหวัดสุรินทร์ก็ได้ทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลางเพื่อขอขยาย ระยะเวลา แต่ปรากฏว่าคำตอบที่ได้คืองบประมาณนั้นตกพับไปแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมมานำเรียน ต่อท่านประธานไปถึง ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีเพื่อติดตามของบประมาณดังกล่าวจำนวนที่ตกไป ๒๕๓ ล้านบาทกลับไปคืนเพราะขณะนี้เองจังหวัดสุรินทร์ก็อย่างเช่นที่เกิดขึ้นทั้งประเทศไทย ก็คือภัยแล้งเริ่มมาเยือนอีกแล้ว ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปตรวจเยี่ยม ราชการที่จังหวัดสุรินทร์แล้วก็มอบงบประมาณให้ ๕๐๐ ล้านบาท วันนี้ผมมาตามให้พี่น้อง ชาวจังหวัดสุรินทร์ครับ ในโอกาสนี้ก็ใช้เวลาเพียงเท่านี้ แล้วผมจะขออนุญาตยื่นหนังสือผ่าน ฯพณฯ ประธานสภาถึงนายกรัฐมนตรีในลำดับต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญ ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากหารือ เรื่องเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิที่ดินที่ทำกินให้กับราษฎร ปัจจุบันนี้ในบางพื้นที่ที่มีหมู่บ้าน วัด โรงเรียนเป็นที่เจริญแล้ว ก็ควรจะให้รัฐบาลออกเอกสารสิทธิหรือมีการตรวจสอบพื้นที่ ที่ไม่ใช่ป่าสงวนแล้วเป็นที่เจริญแล้วมีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็น่าจะยกเลิกเพิกถอนป่าสงวน เพื่อจะออกเอกสารสิทธิที่เป็นโฉนดที่ดิน ตลอดจนพื้นที่บางพื้นที่ที่เป็น ส.ป.ก. แต่เป็นพื้นที่ ที่มีการพัฒนาไปไกลแล้ว อย่างเช่น หน้ามหาวิทาลัยพะเยาก็มีคนอยู่หลายหมื่นคน ก็ควรจะ ยกเลิกเพิกถอน ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนดเพื่อเพิ่มมูลค่าที่ดิน และอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญประชาชน ได้รับการรอนสิทธิที่จะเข้าหาแหล่งทุนเพื่อจะหาเงินทุนหรือตลอดจนทำนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ มันขาดโอกาส ท่านประธานบ้านท่านเองก็เป็นเขตชนบทเหมือนผมก็คงจะมีปัญหาเหมือนกัน เรื่องนี้จะต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ได้รับอุทกภัยหรือภัยแล้ง จะไปขอความช่วยเหลือ หรือได้รับเงินชดเชยจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะถูกรอนสิทธิ ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการดูแล ตลอดจนคนที่ทำสวนยางพาราที่ขาดเอกสารสิทธิก็ไม่ได้รับเงินชดเชยการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลควรจะเอาจริงเอาจังและสำรวจตรวจสอบทั้งประเทศซึ่งเป็นปัญหาที่พวกเรา ผู้แทนราษฎรเวลาลงพื้นที่จะได้รับการบอกเล่าจากชาวบ้านทุกครั้งแล้วจะต้องบอกว่ายังไม่มี นโยบายจากรัฐบาล อันนี้เรื่องสำคัญ ผมอยากบอกให้ท่านประธานไปบอกท่านนายกรัฐมนตรี ว่าทำเรื่องดี ๆ ให้กับแผ่นดินไทยเถอะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศจะดีใจ เศรษฐกิจโดยรวมก็จะดีขึ้น ประชาชนจะมีความสุขขึ้น ผู้แทนราษฎรเวลา ไปลงพื้นที่ก็จะไม่ถูกชาวบ้านต่อว่าต่อขานว่าไม่ติดตามให้ พวกผมไม่ใช่ฝ่ายบริหารได้แต่มา พูดที่สภา ขอให้ท่านประธานได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ
ขอบคุณท่าน วิสุทธิ์ ไชยณรุณ นะครับ ต่อไปเชิญร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๔ ประกอบด้วย อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ และอำเภอสิงหนคร หรือเรียกว่าคาบสมุทรสทิงพระ ใคร่หารือท่านประธานผ่านถึงกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องด้วยขณะนี้ พื้นที่คาบสมุทรสทิงพระประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำเค็มจากทะเลอ่าวไทยรุกล้ำเข้ามา ในทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งต้นทุนน้ำจืดทำการเกษตรและอุปโภคบริโภคของชาวบ้าน ในพื้นที่ ปัจจุบันขณะนี้ต้องขอชื่นชมทางกรมชลประทานและผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำท้องถิ่นได้เร่งช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ภาวะในขณะนี้ภาวะภัยแล้ง ในคราวนี้ระยะยาว หน้าฝนบ้านผมจะมาเดือนกันยายน ภาคอีสานเขาจะมาเดือนพฤษภาคม แต่บ้านผมจะเป็นเดือนกันยายน เพราะฉะนั้นจากปัจจุบันที่จะแล้งไปเป็นเวลา ๘ เดือน จากการพบปะประชาชนและผู้นำท้องถิ่นอยากจะฝากเสนอแนวทางผ่านท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๑. ถึงกรมชลประทานให้จัดหาแหล่งน้ำอื่น ๆ เช่น จากคลองกก คลองนางเรียม คลองพระราชดำริ คลองชะอวด-แพรกเมืองของลุ่มน้ำปากพนัง เพื่อผันน้ำ เข้ามาในพื้นที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา และผ่านถึงกรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้สำรวจ ขุดเจาะน้ำบาดาล เติมน้ำลงในคลองอาทิตย์เป็นจุด ๆ ตลอดแนวคลองด้วยเพราะว่าน้ำ ในคลองต้องแห้งแน่นอนเพราะเหลือเวลาอีก ๘ เดือน ผ่านถึงกรมพัฒนาที่ดินเร่งขุดบ่อนอก เขตชลประทานตามโครงการที่มีอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ทราบว่ามีคิวยาวถึง ๖๐๐-๘๐๐ คิวที่จะ ทำการขุด ก็ให้เร่งขุดเจาะ ขุดบ่อตามโครงการที่ได้รับมอบหมายอยู่แล้ว ข้อที่ ๔ ทางจังหวัด ให้รถบรรทุกน้ำอุปโภคบริโภค และข้อ ๕ ให้กรมฝนหลวงขอพระราชทานฝนหลวง ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัช พันธุมะผล ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมขอเรียนว่าวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๓ ในเดือนหน้านี้เป็นวันปลดแอกของชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล คือทางด่วนขั้นที่ ๑ ขั้นที่ ๒ ที่รัฐบาลตั้งแต่สมัย ปี ๒๕๓๓ ให้สัมปทานกับ บริษัททางด่วนกรุงเทพฯ จำกัด (มหาชน) จะหมดสัมปทาน ผมจึงขอทวงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมที่เคยรับปากกับประชาชนไว้เมื่อหมดสัมปทานแล้วจะเอาทางด่วนขั้นที่ ๑ และขั้นที่ ๒ มาเก็บเฉพาะค่าบำรุงรักษาทางด่วน คือเก็บ ๑๕ บาท และไม่เก็บระหว่างทาง นี่คือสัญญาลูกผู้ชายที่ท่านศักดิ์สยามได้ให้สัญญากับประชาชนไว้ นี่คือข่าวดี แต่ถ้าข่าวร้าย ได้ข่าวมาว่ารัฐบาลจะต่อสัญญาให้เป็น ๑๐ ปีและจะขึ้นค่าทางด่วน ขั้นที่ ๑ และขั้นที่ ๒ อีก ๑๐ บาท นี่คือข่าวร้ายครับ เพราะฉะนั้นผมจึงขอประกาศวันนี้ว่าถ้ารัฐบาลอ้างเหตุว่า ทางด่วนกรุงเทพฯ จะฟ้องรัฐบาลจึงต่อสัญญาให้ ผมเรียนว่าการต่อสัญญานั้นจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการร่วมทุนระหว่างรัฐ และเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และยังจะต้องขออนุญาตต่อรัฐสภาเพราะเป็นสัญญาที่มีผลผูกพันกระทบ ต่อเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางของประชาชน จึงต้องขออนุญาตจากรัฐสภา ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ผมขอทวงสัญญาจากรัฐมนตรี และขอเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ผู้ว่าการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ครม. และรัฐมนตรีทั้งหลายที่จะต่อสัมปทานให้กับบริษัท เบม (BEM) คือการทางพิเศษแห่งประเทศไทยท่านอาจจะผิดกฎหมายตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๕๗ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาคร เกี่ยวข้อง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้รับคำร้องเรียนจากคณะกรรมการเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้ง เดิมกุ้งในประเทศไทยส่งออกเป็น อันดับ ๑ ของโลก มีปริมาณส่งออกถึง ๖๔๐,๐๐๐ ตัน มีมูลค่าถึง ๒๓ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่า การส่งออกทั้งหมดของโลกนะครับ แต่ตอนนี้ภาวะของผู้เลี้ยงกุ้ง ภาวะของกุ้งไทยได้ตกต่ำ เป็นอย่างมาก ราคาก็ประสบปัญหา อุตสาหกรรมของกุ้งก็สูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาด ขาดศักยภาพ ขาดข้อต่อรองบนเวทีโลก จึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่า จะเป็นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดูแลปัญหาการส่งออกของกุ้งทะเลไทย แก้ไขปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นให้เหมาะสมกับการส่งออก ตลอดจนการเลี้ยงกุ้ง โรคระบาด โรคภัยต่าง ๆ ที่มาคุกคามสู่กุ้งก็จะต้องได้รับการสนใจดูแลจากส่วนที่เกี่ยวข้อง
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธาน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หาดไร่เลย์ ตำบลอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ขอเรียกร้องให้การประปาส่วนภูมิภาคได้ขยายเขตประปาไปสู่หาดไร่เลย์ เพราะหาดไร่เลย์เป็นหาดที่สวยงามเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก มีนักท่องเที่ยวเข้าไปปีหนึ่ง นับล้านคน มีห้องพักเป็นพันห้อง แล้วยังไม่มีน้ำใช้ น้ำอุปโภคบริโภค ขาดแคลนเป็นอย่างมาก มีการขยายเขตไปเพียงแค่ ๒ กิโลเมตร ซึ่งการประปาอาจจะติดข้อจำกัดบางอย่าง อยากเรียน ท่านประธานผ่านไปยังการประปาส่วนภูมิภาคครับว่าได้ขยายเขตประปาไปยังหาดไร่เลย์ ซึ่งมีความสวยงามและได้สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดมา ขอกราบเรียน ท่านประธาน ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ยังเข้ามาไม่ถึงนะครับ ต่อไปเชิญท่านประกอบ รัตนพันธ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอทุ่งสง อำเภอบางขัน วันนี้ผมมีเรื่องรบกวน ท่านประธานเพื่อหารือความเดือดร้อนของพี่น้องในเขตพื้นที่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก พี่น้องชาวบ้านควนตอ หมู่ที่ ๔ ตำบลบางขัน อำเภอบางขัน จังหวันครศรีธรรมราช เดือดร้อนไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค ผมและผู้นำหมู่บ้านได้ไปหารือกับ ชลประทานจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อที่จะเร่งรัดขุดลอกสระและทำแก้มลิงในพื้นที่ ประมาณ ๑๖ ไร่ ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๒ แต่ ณ บัดนี้ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น และผมไป ตรวจแผนของจังหวัด ไปเข้าแผนให้ปี ๒๕๖๕ ผมกราบเรียนว่าพี่น้องเขาเดือดร้อนมาก เขาไม่ทนอยู่หรอก ปี ๒๕๖๕ ตายเสียก่อน อยากกราบเรียนท่านประธานว่าส่งสัญญาณไปยัง ชลประทานจังหวัดนครศรีธรรมราช งบประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ช่วยเขาหน่อยสงสาร พี่น้องประชาชนกำลังอดอยาก ขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้ น้ำกิน ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ
เรื่องที่ ๒ ให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เร่งรัดพัฒนาอุทยาน บ่อน้ำร้อนวังหิน หมู่ที่ ๑๓ ตำบลวังหิน อำเภอบางขัน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช อุทยานบ่อน้ำร้อนมีบ่อน้ำร้อน ๙ บ่อ น้ำเย็น ๑ บ่อ เป็นน้ำเย็น ที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นน้ำร้อนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พี่น้องประชาชนมาใช้ประโยชน์ได้ เพียงแต่มาพัฒนา ให้ทำอ่างน้ำร้อนโดยเอาน้ำจากบ่อนี้มาใช้เหมือนต่างประเทศหลายประเทศนะครับ แล้วก็ ทำห้องน้ำ ทำทางเท้า แล้วก็ทำภูมิทัศน์เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวมาเที่ยวหารายได้เข้าจังหวัด ถ้าเกิดว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ดำเนินการก็สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ของจังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนสวนนนทบุรีมาเรียนท่านประธานฝากไปยัง คณะรัฐมนตรี สืบเนื่องมาจากวิกฤติการณ์ภัยแล้งทางภาคเหนือทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนลดลง ไม่สามารถปล่อยน้ำมาผลักดันน้ำเค็มในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้ จากรายงานสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาคที่ ๖ รายงานคุณภาพน้ำวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๒ ณ สถานีปากเกร็ด สถานีบางไทร คุณภาพน้ำเข้าขั้นวิกฤติ กรมชลประทาน สำนักงานกรมชลประทานที่ ๑๑ ได้ตรวจวัด คุณภาพน้ำเค็มบริเวณคลองบางตลาด คลองอ้อม คลองบางขุนเทียน คลองบางกรวย คลองมหาสวัสดิ์ และสะพานพระนั่งเกล้า ปรากฏว่าค่าความเค็มเกินค่ามาตรฐานไม่สามารถ ทำการเกษตรกรรมได้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นซีกตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาประกอบด้วย อำเภอบางใหญ่ อำเภอบางกรวย อำเภอเมืองฝั่งตะวันตก อำเภอบางบัวทอง อำเภอปากเกร็ด ฝั่งตะวันตก อำเภอไทรน้อย ซึ่งมีสวนผลไม้ สวนไม้ดอก ไม้ประดับจำนวนมาก ปัจจุบัน ชาวสวนได้ใช้น้ำประปาในการเกษตร ซึ่งการประปานครหลวงได้ให้ส่วนลดแก่ภาคเกษตรกร แต่ถ้าเกิดภัยแล้งเป็นระยะเวลายาวนานก็อาจจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนทำให้ต้นทุนการผลิต สูงขึ้น ดังนั้นกระผมขอให้คณะรัฐมนตรีประกาศให้จังหวัดนนทบุรีเป็นเขตให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉินภัยแล้ง ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านระวี มาศฉมาดล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องการส่งออกโค กระบือ ไปต่างประเทศ กระผมได้รับเรื่องราวร้องเรียนร้องทุกข์ความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องโค กระบือจาก ภาคเหนือตอนบน ปกติแล้วนอกจากโค กระบือภายในประเทศแล้วที่ผ่านมาประเทศไทย จำเป็นต้องนำเข้าโค กระบือที่มีชีวิตจากประเทศพม่าผ่านด่านศุลกากร ด่านกักโรคตามแนว ชายแดนภาคเหนือเพื่อที่จะจำหน่ายให้ผู้บริโภคทั่วประเทศและบางส่วนใช้แปรรูปเป็นอาหาร ฮาลาลเพื่อส่งออกต่างประเทศต่อไป แต่ปัจจุบันนี้ประสบปัญหาเรื่องของการเข้ามาของ นายทุนต่างชาติโดยเฉพาะประเทศจีนกับประเทศเวียดนามที่เข้ามากว้านซื้อโคกระบือ โดยไม่จำกัดจำนวนทั้งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์และลูกโค กระบือตามตลาดนัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็คือตลาดนัดภาคเหนือตอนบน ซึ่งปกติโดยทั่วไปแล้วเกษตรกรคนไทยผู้เลี้ยงโคกระบือ จะไม่ทำการขายแม่พันธุ์และลูกพันธุ์โคกระบือที่กลุ่มนายทุนต่างชาติได้กว้านซื้อจะถูกส่งออก ผ่านด่านชายแดนภาคเหนือที่ด่านเชียงแสนและด่านเชียงของตามภาพที่ปรากฏนะครับ โดยการส่งออกเป็นคันรถพ่วง คันรถสิบล้อจำนวนมากมายส่งผลให้โคกระบือในประเทศ ขาดแคลนอย่างหนัก ผู้ประกอบการต้องแย่งกันซื้อโคกระบือในราคาที่สูงกว่าปกติถึงตัวหนึ่ง ประมาณ ๕,๐๐๐ บาท ส่งผลกระทบให้ประชาชนที่ต้องซื้อเนื้อบริโภคในราคาที่แพงกว่า ปกติและยังเป็นการทำลายพันธุ์โคกระบือภายในประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ดังนั้นกระผมจึงขอเรียนท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยเข้าไปทำการตรวจสอบปัญหาผลกระทบ จากการกว้านซื้อโคกระบือของทุนต่างชาติเป็นการด่วน และขอให้ระงับการส่งออกโคกระบือ โดยทันทีก่อนที่จะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนทั่วประเทศ ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะคะ ในเรื่องของ ปัญหาฝุ่นพิษพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ค่ะ ทำให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประชาชนสูดฝุ่นเข้าปอดอย่างไม่รู้ตัว และฝ่ายบริหารเองนั้นก็ไม่มี มาตรการในการป้องกันหรือเตือนภัยให้พี่น้องประชาชนได้ทราบถึงพิษภัยต่าง ๆ เหล่านี้ ทั้งยังแสดงอาการไม่รู้ร้อนรู้หนาวค่ะ แสดงถึงความที่รัฐบาลนั้นไม่เล็งเห็นถึงความสำคัญ ในปัญหานี้ พอพี่น้องประชาชนส่งเสียงบ่นนิดหน่อยรัฐบาลก็ด่ากลับว่าไม่รู้จักป้องกันตัวเอง ถูกต้องค่ะ ท่านประธานคะ ถ้าหากว่าทางพี่น้องประชาชนนั้นรอให้รัฐบาลมาสนใจปัญหา ด้านสุขภาพคงจะทรุดโทรมมากไปเสียก่อนนะคะ ฉะนั้นแล้วดิฉันจึงถือว่ามันเป็นสิ่งที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ที่รัฐบาลจะต้องให้ความสนใจและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ถ้าหาก ว่ารัฐบาลไม่มีความสามารถแล้วนั้นก็ควรที่จะพิจารณาตนเองแล้วก็จัดการปัญหาเหล่านี้ ให้สิ้นซากนะคะ ซึ่งในญัตตินี้ทางเพื่อนสมาชิกร่วมฝ่ายค้านก็จะนำเข้าสู่สภาในช่วงเย็นวันนี้ ดิฉันเองต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องสมาชิกทุกท่านได้โปรดแสดงความคิดเห็นกันเพื่อที่จะ ส่งต่อปัญหานี้ถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาต่อไป ท่านประธานคะ จากปัญหานี้นำมาสู่การ ร้องเรียนของน้อง ๆ ในหลาย ๆ โรงเรียนค่ะ เป็นที่ทราบกันดีว่าระเบียบของโรงเรียนจะต้อง มีการเข้าแถวหน้าเสาธงก่อนเข้าชั้นเรียนนะคะ ดิฉันเห็นว่าเมื่อมีสถานการณ์ฝุ่นพิษพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี้โรงเรียนควรปรับเปลี่ยนระเบียบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นะคะ โดยอาจจะเป็นการเข้าแถวเคารพธงชาติที่ในอาคารเพื่อที่จะป้องกันฝุ่นเหล่านี้ด้วย แล้วก็ ดิฉันต้องขอประสานถึงกระทรวงศึกษาธิการและกรุงเทพมหานครในกรณีโรงเรียนของ กรุงเทพมหานครด้วย เพื่อที่จะป้องกันปัญหาเหล่านี้ และกระทรวงสาธารณสุขที่จะให้ความรู้ และออกแจกหน้ากากป้องกันฝุ่นพิษให้กับนักเรียนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้านพุลุ้ง ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการต่อต้านโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ที่กำลังก่อสร้างติดกับบ้านของประชาชน มีการยิงปืนขึ้นฟ้าแบบหมดแม็ก มีการข่มขู่ทำร้าย ร่างกาย มีการทำร้ายร่างกาย ต่อว่าด่าทอ ซึ่งตัวดิฉันก็โดนเหมือนกันตามคลิป (Clip) ที่ปรากฏ ในโซเชียล (Social) ของวันนี้นะคะ ดิฉันมีความเป็นห่วงประชาชนจึงขอฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลในเรื่องของความปลอดภัยแบบตรงไปตรงมา ไม่มีการซิกแซกช่วยเหลือใคร ดำเนินคดีทุกอย่างไปตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดอิทธิพล และให้เกิดความเรียบร้อยในพื้นที่ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ครับท่านประธาน มีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่อง ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และอำเภอ ใกล้เคียง เนื่องด้วยปัจจุบันบริเวณหน้าวัดอริยวงศาราม ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง บนถนนเพชรเกษม มีพี่น้องประชาชนใช้เป็นจุดข้ามถนน ๒ ฝั่งเป็นปริมาณมากโดยเฉพาะ รถจักรยานยนต์ เนื่องด้วยในปัจจุบันชุมชนรอบวัดอริยวงศารามหรือวัดหนองน้ำขาว มีการขยายตัวมากขึ้นและมีโรงเรียนวัดอริยวงศารามที่นักเรียนนั้นต้องใช้ในการข้ามถนน ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทำให้ปัจจุบันมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นประจำ เพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชนที่ต้องข้ามถนนในจุดดังกล่าวจึงขอให้กรมทางหลวงได้สร้างอุโมงค์ ใต้สะพานข้ามคลองชลประทานในบริเวณดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องสัญจรไปมา ๒ ฝั่งถนน
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกร หมู่ที่ ๑๒ ตำบลเบิกไพร และหมู่ที่ ๕ ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง ว่าคูส่งน้ำคลองเส้น ๔ อาร์-๒ อาร์ (4R-2R) ชำรุดเสียหายทำให้คูส่งน้ำดังกล่าวไม่สามารถส่งน้ำมาทำการเกษตรได้ ขอให้กรมชลประทาน ดำเนินการแก้ไขครับ
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางหลวงท้องถิ่น สายหนองจิกโพรง โคกตะบอง อำเภอบ้านโป่ง ต่อเนื่องอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี มีสภาพชำรุดระยะทาง ๒ กิโลเมตร ซึ่งได้รับการร้องเรียนมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว ซึ่งเส้นทางนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้โอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล เนื่องจากการซ่อมแซมใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาหมอ มีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยพิจารณาจัดสรรงบประมาณมา ซ่อมแซมถนนดังกล่าวให้พี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวด้วยครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านผ่องศรี แซ่จึง เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับคำร้องขอจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตรกำนันในพื้นที่ทั่วไป เพื่อเสนอขอความกรุณา ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านอุตตม สาวนายน เพื่อพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนของกำนัน จากจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๕,๐๐๐ บาท ผู้ใหญ่บ้านจาก ๘,๐๐๐ บาท เป็น ๑๓,๐๐๐ บาท และผู้ช่วยแพทย์ ผรส. จาก ๕,๐๐๐ บาท เป็น ๘,๐๐๐ บาท ท่านประธานคะ เขาเหล่านี้ทำงานสนองนโยบาย ของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ทุกกระทรวง ทบวง กรม และบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้อง ไม่มีเวลากลางวัน ไม่มีกลางคืน ไม่มีวันหยุดราชการด้วยความเสียสละเหน็ดเหนื่อย แม้งาน ภาคเอกชนหรืองานบุญประเพณีโดยเฉพาะอีสาน ฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ ซึ่งมีทุกเดือน งานส่วนตัว งานชาวบ้าน เขาเหล่านี้จะเป็นธุระจัดกิจกรรม เวลาเกิดอุบัติเหตุเภทภัย ภัยพิบัติต่าง ๆ เขาจะอยู่แนวหน้า บ่อยครั้งที่ต้องควักกระเป๋าตัวเองเพื่อผลสัมฤทธิ์ของงาน ฉะนั้นสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยเขาได้มายื่นหนังสือต่อท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านรองวิษณุ เครืองาม แล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ แต่เรื่อง ก็ยังเงียบอยู่ งบประมาณแผ่นดินปี ๒๕๖๓ จำนวน ๓.๒ ล้านล้านบาท น่าจะเจือจานไปเป็น ขวัญและกำลังใจของพวกเขาด้วยเพื่อให้เขามีกำลังใจ เพื่อให้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ที่เขาเสียสละเวลาอย่างยิ่งยวดให้เป็นขวัญและกำลังใจในปีใหม่นี้ด้วย จึงกราบเรียนมายัง ท่านประธานเพื่อผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องขอได้โปรดกรุณาพิจารณาด้วย ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญ ท่านพยม พรหมเพชร เชิญครับ
ท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพครับ ผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ เขต ๓ จังหวัดสงขลา วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของถนนหนทางในละแวกจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอหาดใหญ่ ต้องขอขอบพระคุณจากการที่งบประมาณได้ผ่านถึงแม้ว่า ยังไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ทราบข่าวว่าถนนสายวงแหวนรอบนครหาดใหญ่นั้น ได้รับการอนุมัติไป ๒๐๐ ล้านบาท ต้องขอขอบคุณรัฐบาล ตามแผนยุทธศาสตร์ประเทศนั้น ก็ยังมีถนนอีกหลายสายรอบนอกหรือวงแหวนรอบนครหาดใหญ่ก็ยังมีอีกหลายสายที่ได้มา ก็ทราบว่าเป็นเขตเทศบาลเมืองบ้านพรุ แล้วก็มาสนามบิน มาเขตเทศบาลเมืองทุ่งตำเสา ต่อไปละแวกใกล้เคียงนั้นก็มีเขตของตำบลฉลุง ในเขตอำเภอหาดใหญ่ เขตอำเภอบางกล่ำ ไปการนิคมแห่งประเทศไทยส่วนหนึ่ง ตลอดจนถึงเขตตำบลพะวง จังหวัดสงขลา นั่นคือ ส่วนของวงแหวนรอบนอกนครหาดใหญ่ ถ้าได้ถนนสายนี้ครบวงจรตามยุทธศาสตร์การพัฒนา ประเทศ ทำให้การขนส่ง ขนส่งสินค้าจากนิคมอุตสาหกรรมจากประเทศมาเลเซียจะได้ เกิดประโยชน์ในการขนส่งอย่างมากมาย
อีกส่วนหนึ่งก็คือถนนทางหลวงแผ่นดินของเพชรเกษม ซึ่งผมเองได้หารือไป ๑ ครั้งวันก่อนเพราะเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน บอกว่าต้องให้ถนนสายนี้ได้รับ การจัดสรรงบประมาณ แต่ ส.ส. ไม่สามารถที่จะเสนองบประมาณผ่านไปยังกระทรวง ทบวง กรม ได้ โอกาสดีทางหลวงแผ่นดินก็ได้จัดงบประมาณมา ๒ กิโลเมตร คิดว่าต่อไปก็ขอให้ ตลอดสายในระยะปีนี้หรือปีหน้า ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เป็นท่านสุดท้าย ถ้าท่านวิสารมาไม่ทันก็ถือว่าสละสิทธิ นะครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๘ คน
ท่านสมาชิก ขณะนี้ท่านสมาชิกได้มาลงชื่อประชุมจำนวน ๓๔๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมนะครับ
เรียนท่านสมาชิกก่อนที่จะมีการถาม ตอบกระทู้ ตามระเบียบวาระกระทู้ถาม ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าสำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะขอให้ไปดำเนินการ ถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ อยู่ที่ห้องประชุมหมายเลข ๒๐๓ ตั้งแต่ บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งวันนี้ท่านประธานชวน หลีกภัย ให้เกียรติไปนั่งเป็นประธานในที่ประชุม กระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ เชิญไปดำเนินการที่นั่นครับ ต่อไปจะเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถาม
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๔๓ ส. (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบ
วันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีติดภารกิจจึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคือ ท่านรัฐมนตรีเทวัญ ลิปตพัลลภ ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจามาชี้แจงแทนครับ เชิญท่านนิยม เวชกามา แล้วก็เชิญท่านเทวัญเข้าสู่ห้องประชุมนะครับ เชิญท่านนิยมถามเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ดอกเตอร์นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากคณะ ส.ส. พรรคเพื่อไทยทั้งหมดให้มาถามกระทู้ เพื่อพระศาสนา ท่านประธานครับ วันนี้ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่เห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนามาแทนนายกรัฐมนตรีครับ ผมต้องขอกราบเรียนว่า กระทู้ถามเรื่องนี้เป็นกระทู้ถามที่มีความจำเป็นที่พี่น้องพุทธศาสนิกชนไทยทั้งประเทศมีความ คลางแคลงใจ และพระภิกษุสงฆ์ ตลอดถึงมหาเถรานุเถระวิตกวิจารณ์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของรัฐบาลชุดนี้ และชุดที่ผ่านมาที่กำกับสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผมจึงถามกระทู้ถาม ดังกล่าว เพื่อให้พี่น้องพุทธศาสนิกชนและพระเจ้า พระสงฆ์ พระมหาเถรานุเถระได้รับการตอบ ยืนยันจากท่านรัฐมนตรี วันนี้ผมจึงต้องบอกว่าขอบคุณท่านจริง ๆ ท่านรัฐมนตรีเทวัญ ท่านเห็นความสำคัญที่จะมาตอบยืนยันว่าเรื่องจริงมันเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมา ๖-๗ ปี ชาวพุทธทั้งประเทศเห็นว่าสำนักพระพุทธศาสนาเป็นตัวจักรที่ทำให้ปัญหาเกิดขึ้นในวงการ คณะสงฆ์และความเคลือบแคลงใจของชาวพุทธตลอดมา ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเป็นการยืนยันว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ผมไม่ได้ถามหรอกถึงเงินทอนวัดที่ผ่านมาที่พระสงฆ์ทั้ง ๗ รูปถูกจับสึก ผมไม่ได้ถามนะท่านประธาน ท่านไม่ต้องปิดไมค์ผมหรอก ผมเพียงแต่อยากจะเล่าคืนไปนิดหนึ่ง ว่าเหตุผลที่ผมถามมานี้มันเกี่ยวเนื่องกันนิดเดียวว่าที่เป็นสาเหตุวันนี้เพราะการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้บริหารสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมขอนำเอาโอวาทของอดีต สมเด็จพุฒาจารย์เกี่ยว อุปเสโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร อดีตประธาน คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชในคราวที่กลุ่มพระพุทธศาสนิกชนมารวมตัวประท้วง ที่พุทธมณฑล นำโดยศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยขอตั้งกระทรวงศาสนาพุทธ แต่ทางราชการเห็นว่าจะตั้งเป็นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแทน ท่านได้กล่าวให้โอวาท ว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต้องเป็นงานที่ตอบสนองคณะสงฆ์ เป็นมือเป็นไม้ให้กับ คณะสงฆ์ เป็นลูกศิษย์วัดมิใช่เป็นเจ้านายของพระ นี่คือคำกล่าวอดีตสมเด็จพระพุฒาจารย์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชในวันนั้น ผมจึงมาบอกไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติว่าจากสภาพการณ์ที่ผ่านมาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหลายประเด็น ที่เคลือบแคลงใจหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติซึ่งกำกับดูแล พระพุทธศาสนา โดยเริ่มต้นก็ถูกผู้นำของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในยุคนั้น ซึ่งเกษียณไปเร็ว ๆ นี้นำตำรวจไปจับกุมพระสงฆ์ทั้ง ๗ รูปซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ในภาษาพระ เรียกว่าชั้นหิรัญบัฏ ๓ รูปคือเป็นชั้นพรหมทั้ง ๓ รูป หิรัญบัฏทั้ง ๓ รูป ทั้งวัดสามพระยาวรวิหาร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร แล้วก็วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร แล้วก็พระชั้นเจ้าคุณธรรมดา อีก ๔ รูป เป็น ๗ รูป นั่นคือสาเหตุที่ความไม่ไว้วางใจสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งความจริงเป็นที่ทราบกันวันนี้ชาวพุทธที่อยู่ในประเทศไทย ๙๓.๙๔ เปอร์เซ็นต์เป็นชาวพุทธ เพราะฉะนั้นทุกจังหวัดในประเทศไทยวันนี้มีชาวพุทธล้วน ๆ ดังนั้น ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย จึงมอบหมายให้ผมเป็นคนสอบถาม
คำถามข้อที่ ๑ ผมถามเลย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติวันนี้ผมไม่ถาม ความคืบหน้าของคดีอย่างไร เพราะเป็นที่ทราบกันว่าคดีนี้ในส่วนของพระก็ว่าไปดำเนินไป ถูกจับที่อยู่ประเทศเยอรมนีก็อยู่ไป ที่สำคัญอดีต ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คนหนึ่งก็ถูกตัดสินคดีไป ๒๐ ปี เจ้าหน้าที่ไปคนละ ๖-๗ ปี และให้คืนเงิน ๑๒ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคมที่ผ่านมาเป็นที่เข้าใจกัน เพราะฉะนั้นผู้เสียหายคือเงินหลวง ในเมื่อคนที่กระทำความผิดจบไปแล้ว ศาลฎีกาตัดสินแล้ว พระที่ถูกดำเนินคดีจะเกี่ยวข้องหรือไม่ ฝากท่านรัฐมนตรีซึ่งดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติด้วย ผมถามว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งในปี ๒๕๖๓ งบออกมาแล้ว หลายวัดก็ได้เงิน ผมจึงเป็นห่วงว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีแผนยุทธศาสตร์ ปกป้องพระพุทธศาสนาอย่างไรที่จะส่งเสริมทำนุบำรุงสถาบันพระศาสนา อันนำมาซึ่งความ เข้าใจที่ดีแก่ชาวพุทธและหมู่สงฆ์ต่อกรณีการดำเนินการทางวินัย การดำเนินการข้อกฎหมาย ในลักษณะขัดแย้งและมีโอกาสที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคมชาวพุทธ โดยผู้กระทำการ นำเอาศาสนสมบัติและศาสนสถานกลางของวัดมาแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่สมควร ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีมาตรการป้องกันอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีเทวัญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากจังหวัดสกลนคร ท่านนิยม เวชกามา ต้องขอบคุณนะครับ ผมทราบดีว่าท่านนิยมเป็น ผู้หนึ่งที่เข้าใจในเรื่องพุทธศาสนาดีมาก ท่านถึงขนาดจบดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในสาขาวิชาพุทธจิตวิทยา แล้วก็เป็นห่วงเป็นใยถึงความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนที่มีต่อพระพุทธศาสนา และท่านก็เป็นห่วงเป็นใยถึงพระสงฆ์ทุกรูป ที่มีความห่วงใยในพุทธศาสนาเหมือนกัน ผมเรียนอย่างนี้นะครับ อย่างที่เราทราบกันแล้วว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ เมื่อสัก ๔-๕ ปีที่แล้วที่มีเรื่องของการทุจริต ซึ่งเราก็ทราบกันอยู่ว่าเป็นเรื่อง ที่เราเรียกกันว่าเงินทอนวัด ซึ่งปัจจุบันศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางก็ได้ ตัดสินให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติคนเก่าก็จำคุก ๒๐ ปี อีกท่านหนึ่ง เป็นผู้อำนวยการส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ กองพุทธศาสนสถานก็จำคุก อีก ๒๐ ปีเหมือนกัน มีบุคคลภายนอกอีก ๒ ท่านก็โดนจำคุก แล้วก็มีการเรียกค่าเสียหาย เป็นเงิน ๑๒ ล้านบาท แล้วก็ ๓ ล้านบาทตามลำดับ เรื่องนี้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติที่ผมกำกับอยู่ก็เป็นห่วง แล้วก็ให้ความมั่นใจได้เลยสำหรับพระผู้ใหญ่ทุกท่าน ๗ รูป ที่ปัจจุบันยังอยู่ในชั้นกระบวนการระหว่างการพิจารณาคดีครับ เราก็จะให้ความเป็นธรรม เราจะให้ความยุติธรรมมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ผมยืนยันนะครับ
ส่วนเรื่องแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนิยมได้เรียนถามผม เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ในทำนองนี้อีก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เปลี่ยนวิธีการที่จะจัดตั้งงบประมาณ ให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อไปให้กับวัดวาอารามต่าง ๆ ทั่วประเทศ เดิมที ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะจัดสรรงบประมาณเป็นก้อน แล้วก็วัดไหนจะใช้ ก็มาดึงจากก้อนนี้ไป แต่ปัจจุบันสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้แบ่ง ไม่ใช่แบบเดิม คือให้ทางวัดไหนก็แล้วแต่ที่ต้องการงบประมาณไปบูรณปฏิสังขรณ์วัดให้เสนอมาแล้วก็ ให้เสนอเป็นแผนมาว่าจะใช้เงินประมาณเท่าไร หลังจากนั้นเราก็จะมีคณะกรรมการวัด จะมีคณะกรรมการของ อบต. มีคณะกรรมการของอำเภอ หลังจากนั้นพิจารณาเสร็จแล้วจะนำ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กลับมาที่จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะดูแลเสร็จแล้วพุทธศาสนาจังหวัด ก็จะดูแลอีกทีว่างบประมาณต่าง ๆ ที่วัดแต่ละวัดขอมานี้มีความเหมาะสมขนาดไหน หลังจากนั้นก็จะนำเสนอเข้ามายังสำนักงานพระพุทธศาสนาส่วนกลางและเราถึงจัดสรร งบประมาณไปตามนั้น และเราก็จะให้เป็นงวด ๆ ตามที่มีงานก่อสร้างหรืองานที่ปฏิสังขรณ์ ตามรายละเอียดต่าง ๆ ที่ทางวัดเสนอมา ส่วนเรื่องการส่งเสริมบำรุงพระพุทธศาสนาก็เช่นกัน เราก็มีงบประมาณในการส่งเสริมการเรียนการสอนในวัดต่าง ๆ ปีนี้ก็พยายามให้มากที่สุด เป็นการส่งเสริมให้กับการเรียนต่าง ๆ ที่วัดวาอารามต่าง ๆ เพื่อที่จะได้ทำให้มีประชาชน จำนวนมากที่จะเข้าไปเรียนยังวัดต่าง ๆ ในเบื้องต้นผมขอตอบคำถามของสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คำถามแรกก่อนครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิยม มีอะไรจะสอบถามไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ดอกเตอร์นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเข้าใจท่านรัฐมนตรีท่านตอบในแนวว่า จะดูแล ผมก็ต้องถามอีกอาจจะถามข้อเดียวก็ได้ถ้าท่านตอบแล้วผมพอใจ ท่านประธานครับ เนื่องจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ผมเอาคำกล่าวของอดีตสมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว อุปเสโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดสะเกศมาพูดเมื่อสักครู่นี้ว่าท่านต้องเป็นลูกศิษย์พระนะ ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่ใช่มาเป็นนายพระ แต่ที่ผ่านมา ผอ.สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติคนนี้ซึ่งเกษียณไปแล้วมาเป็นนายพระ ผมดูในฐานะชาวพุทธคนหนึ่ง ผมถึงเป็นห่วงเป็นใยว่าท่านทำอะไรมันเป็นเรื่องประจักษ์เลยได้ไหมในเมื่อวันนี้โซเชียล (Social) เขาออกเต็มบ้านเต็มเมืองเลย ทำไมท่านไม่มาตอบโต้เขาบ้าง ไปกล่าวหานายกผม นายกประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือศาสนาโน่นศาสนานี่ ไม่ใช่คนพุทธบ้าง ตลอดถึงภรรยาของท่าน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติซึ่งเป็นคนปกป้องรัฐบาล เป็นคนปกป้องพระพุทธศาสนา ทำไมไม่ออกมาตอบโต้เลย ผมสงสัยนะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินี้ว่ามันเท็จจริง เป็นอย่างไร ทำให้นายกผมเสียหาย ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมถึงกราบเรียนว่าในเมื่อ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นหน่วยงานซึ่งดูแลพระพุทธศาสนา โซเชียล (Social) ออกมาวันนี้กล่าวหากันวุ่นวายหมดว่า ผอ. สำนักงานพุทธศาสนาที่เกษียณไปแล้วก็ไปตั้งรอง ท่านมาเป็น ผอ. อีก เป็นคนของท่านสืบทอดอำนาจ วันนี้ไม่มีใครออกมาพูดเลยคาราคาซัง จนกระทั่งวันนี้บุคคลที่ถูกกล่าวหา ครม. อนุมัติเป็น ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้ว แล้วคนที่ประเมินเข้ามาก็คือ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่เกษียณออกไป ไม่รู้ใคร ตั้งใครสรุปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเห็นว่าท่านเป็นคนไม่มีอำนาจ ท่านเป็นคนไม่มีความสามารถ ต้องตั้งอดีต ผอ. มาเป็นที่ปรึกษากินเงินเดือน ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท ของรัฐอยู่วันนี้ทำไม ท่านเป็นถึง ผอ. คนใหม่ ผมอยากทราบว่าการประเมินคนเข้าสู่ตำแหน่งใช้เกณฑ์มาตรฐาน อะไรมาวัดเพราะผมเห็นในโซเชียล (Social) บอกว่าเอาคนไม่อาวุโสขึ้นมาเป็น คนอาวุโส ออกไป อันนี้คือปัญหาที่อยู่ในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ท่านรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลแทนนายกรัฐมนตรี ท่านมีมาตรการหรือเข้าควบคุม หรือท่านจะมีคำตอบอย่างไร เพราะผมเองไม่รู้จักหรอก ไม่ได้สนิท ไม่รู้จักใครเลยหรือจะเป็น ผอ. สำนักพุทธแค่เอามาอ่านรายชื่อพระสงฆ์ที่รับสมณศักดิ์ไปที่จังหวัดสกลนครผมไป นั่งดูแล้ว ถ้าทำหน้าที่แค่นี้ไม่ต้องเอาคนขนาดนี้มาเป็นหรอกครับเอาใครก็ได้ ผมจึงมีคำถาม ว่าสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติมีแผนการจัดการระยะสั้นระยะยาวในการจัดสรรบุคลากร เข้ามาสู่ตำแหน่งอย่างไร แนวคิดนี้พี่น้องชาวพุทธผมจะเชื่อได้อย่างไรว่า ผอ. สำนักพุทธคนนี้ ไม่ได้มาสืบทอดอำนาจของ ผอ. สำนักพุทธที่เกษียณไปเมื่อสักครู่นี้เพื่อจะจับกุมพระอีก อันนี้เป็นคำถามผมอีกอันหนึ่ง ขอบคุณมาก
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ในฐานะรัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ก็ขอตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสกลนคร ท่านนิยม เวชกามา ซึ่งบางเรื่องท่านค่อนข้างทราบดีกว่าผมอีกนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่าสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติในการตั้งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เราจะนึก ถึงอาวุโสเป็นหลัก คือปัจจุบันเรามีรองผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติทั้งหมด ๓ ท่าน ท่านที่ ๑ ย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรีก็เหลือ ๒ ท่าน ท่านที่ ๒ กับท่านที่ ๓ ซึ่งท่านที่ ๒ ก็เป็นท่านที่อาวุโสสูงสุดในการแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติเราจะคำนึงถึงความอาวุโส ในเมื่อท่านที่ ๑ ท่านอาวุโสมากกว่า แต่ท่านไปเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติก็จะเหลือ ๒ ท่านก็คือลำดับที่ ๒ และลำดับที่ ๓ ลำดับที่ ๒ ก็คือท่านณรงค์ ทรงอารมณ์ซึ่งในเมื่อท่านเป็นผู้อาวุโสสูงสุด ฉะนั้นเราก็เลยเสนอชื่อท่านเป็นผู้อำนวยการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ส่วนท่านถามเรื่องแรกผมขอเรียนอย่างนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ว่าทำไมสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่ได้ออกมาโต้ตอบเรื่องเกี่ยวกับ ที่มีเรื่องแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย (Social Media) ว่าท่านนับถือศาสนาอื่นหรือเปล่า หรือภรรยาท่านนายกรัฐมนตรีที่เราเรียกว่าอาจารย์น้องนับถือศาสนาอื่นหรือเปล่า ผมยืนยันว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและภรรยาท่านนับถือศาสนาพุทธแน่นอนครับ ผมยืนยันตรงนี้ครับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการแต่งตั้งอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผมคิดว่าท่านนิยมคงหมายถึงท่านนี้ พอดีท่านไม่ได้เอ่ย ผมเลยเอ่ยเสียเลย เนื่องจากมีการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา เพราะมีระเบียบของกระทรวงการคลัง เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการจ่ายค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานให้แก่ผู้ที่มีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ในส่วนราชการใดมีความจำเป็นต้องจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้ที่มีอายุ ๖๐ ปี บริบูรณ์เพื่อปฏิบัติงานเป็นที่ปรึกษาในภารกิจใด ๆ ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง ในการพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนนั้นมีหลักเกณฑ์อย่างนี้ บุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้ริเริ่มหรือ เป็นผู้บริหารโครงการนั้นมาตั้งแต่ต้นมีความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติงานในโครงการนั้นต่อไป และเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับทางราชการมีระเบียบซึ่งทางท่านรองผู้อำนวยการ ซึ่งปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คือท่านณรงค์ ในเมื่อตอนนั้นท่านยังไม่ได้เป็น ผอ. ท่านเป็นรักษาการ ท่านได้แต่งตั้งพันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เป็นที่ปรึกษาซึ่งก็อย่างที่ท่านทราบว่าก็กินเงินเดือนอยู่ ๕๐,๐๐๐ บาท โดยแต่งตั้งมีกำหนดระยะเวลา ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ไปจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ก็เป็นระเบียบซึ่งสามารถที่จะทำการแต่งตั้งได้ แต่ผมยืนยันอย่างนี้ครับว่า ถึงแม้จะแต่งตั้งท่านอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คือท่านพงศ์พร ซึ่งท่านเป็นคนที่ทำเกี่ยวกับเรื่องคดีทุจริต คดีต่าง ๆ ของพระผู้ใหญ่ทุกท่านนะครับ ผมยืนยัน ในฐานะเป็นรัฐมนตรีที่กำกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่าอะไรก็แล้วแต่ในสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผมยืนยันทุกอย่างต้องยุติธรรม ทุกอย่างต้องบริสุทธิ์ ผมจะไม่ยอม ให้ใครทั้งสิ้นที่สามารถจะมาทำร้ายหรือทำให้หลักฐานอะไรก็แล้วแต่ที่จะทำให้ผู้บริสุทธิ์ จะต้องกลายเป็นผู้ที่ถูกกระทำ ผมยืนยันว่าจะทำทุกอย่างให้กระบวนการของยุติธรรมเดินไป ด้วยความยุติธรรมครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านนิยม ยังมีข้อข้องใจอยู่ไหมครับ
นิดเดียวท่านประธานครับ
เชิญครับ ท่านมีเวลาเหลืออีก ๒ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์ นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนครพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ผมพอใจในคำตอบท่าน เพราะท่านยืนยันว่าจะไม่มีการที่จะให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งวันนี้ถึงแม้ว่า ผอ.พงศ์พร จะไม่ได้เป็นแล้ว แต่ท่านยัง เป็นที่ปรึกษายังมีอำนาจอยู่ พี่น้องชาวพุทธศาสนิกชนรวมถึงพระสงฆ์องค์เจ้ามหาเถรานุเถระ ทั้งหลายเลยยังหวั่น ๆ ใจอยู่ แม้ท่านณรงค์จะมาเป็น ผอ. ใหม่ เขาก็หวัง ยังคิดว่าเป็นการ สืบทอดอำนาจยังอยู่ใต้อำนาจของท่านพงศ์พรอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าท่านมาบอกท่านการันตี ให้พี่น้องชาวพุทธทั้งประเทศเขาคงดีใจในคำพูดของท่าน ผมคิดว่าเขาคงยังดูอยู่ตอนนี้ ผมขอขอบพระคุณท่าน เพราะที่ผมถามชาวพุทธมหาเถรานุเถระผู้มีอำนาจทั้งหลายหวั่นใจ วิตกวิจารณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าจะโดนอีกไหม ในงบปี ๒๕๖๓ หลายวัดก็ได้เงิน ถ้าเกิดได้เงิน แล้วมีปัญหาก็มีหลายวัดจึงปฏิเสธไป ผมถึงกราบเรียนว่าถ้าท่านรัฐมนตรีตอบแบบนี้ผมอุ่นใจ แล้วก็จะติดตามผลงานท่านต่อไป เพราะอย่างไรท่านก็บอกแล้ว รวมถึงท่านตอบนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับภรรยานับถือศาสนาพุทธชัดเจน เพราะในโซเชียล (Social) ดูแล้วผมหวั่นใจมากเลยกลัวความแตกแยกจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน
ก็เป็นข้อฝาก ท่านรัฐมนตรีไปพิจารณานะครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๔๔ ส. (นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้ตอบ
แต่ด้วยท่านรัฐมนตรีสุวิทย์ เมษินทรีย์ ติดภารกิจจำเป็นมาตอบไม่ได้ ก็ต้อง ขอเลื่อนกระทู้นี้ไปนะครับ ซึ่งติดภารกิจจำเป็นจริง ๆ จึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้นะครับ หากท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ ยังประสงค์ที่จะตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ ในการประชุม คราวต่อไปก็ให้ท่านประสงค์เสนอขึ้นมาใหม่ ผมขออนุญาตผ่านไปกระทู้ถามสดด้วยวาจา
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๔๕ ส.(นายสาคร เกี่ยวข้อง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านสาคร เกี่ยวข้อง ภารกิจได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือท่านรัฐมนตรี นิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้มาตอบกระทู้ถามแทน เชิญท่านสาคร เกี่ยวข้อง ถามครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยู่ในพื้นที่ และในการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผมก็ต้องเจอกับพี่น้องประชาชนอยู่ตลอด เรื่องที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนและฝากฝังให้มาพูดคุยหรือนำเรื่องมาสู่สภาแห่งนี้ตลอดมา ก็คือเรื่องของเอกสารสิทธิที่ดินซึ่งพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดก็ดี พี่น้องประชาชนผมคิดว่า คงจะเป็นทั่วประเทศที่ต้องการที่จะมีเอกสารสิทธิที่ดิน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เขารู้ว่า เขาทำกินมานาน เขตพื้นที่ของเขาเหมือนกับไม่ได้ติดขัดในเรื่องของเขตป่า เขตอุทยานแห่งชาติ หรือเขตต่าง ๆ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ก็ติดใจเรื่องการบริหารจัดการในการออกเอกสารสิทธิ หรือการจัดการของกรมที่ดินหรือของสำนักงานที่ดินต่าง ๆ จากกรมที่ดินว่าการจัดการที่ดิน การจัดการออกเอกสารสิทธิที่ดินมีการพัฒนาหรือมีการแก้ไข มีการปรับปรุงให้รวดเร็ว ให้เข้าถึงได้ให้สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริงให้เป็นประโยชน์ เพราะว่าทุกคนก็หวังว่าความมั่นใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่อยู่อาศัยที่ทำกินหรือแม้แต่ ทางด้านเศรษฐกิจก็ล้วนผูกโยงกันทั้งสิ้นจากเอกสารสิทธิที่ดิน ท่านครับ นอกจากความมั่นใจ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจสามารถที่จะนำที่ดินไปสู่ในเรื่องต่าง ๆ แล้วก็ยังลดความขัดแย้งอีก ความขัดแย้งทางที่ดินในต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ทางการเกษตรมีมากเพราะไม่มีเอกสารสิทธิ แนวเขตที่ดินก็ไม่สามารถที่จะบ่งบอกชัดเจน คนโน้นก็บอกว่าของอีกคนหนึ่งถึงตรงนั้น คนนี้ก็บอกอีกคนหนึ่งถึงตรงนี้ เอาแนวเขตตามธรรมชาติบ้าง เอาแนวเขตตามต้นไม้บ้าง ข้อพิพาทโต้แย้งต่าง ๆ ก็ส่งผลมาถึงความมั่นคงความสงบเรียบร้อยของชาติ ปัจจุบันผมเอง และเพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่านเมื่อสักครู่ก็ยังมีท่านอาวุโสจากจังหวัดพะเยาก็ยังหารือว่า อยากจะให้จัดการหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน ให้บริหารจัดการให้ดีในเรื่องที่สมควรที่จะยกเลิก หรือในเรื่องที่ควรที่จะออกเอกสารสิทธิให้ได้ก็ควรจะเร่งรัดให้ออกเอกสารสิทธิ การพัฒนา ระบบต่าง ๆ ก็ได้ยินข่าวคราวอยู่ต่อเนื่อง ระบบต่าง ๆ เดี๋ยวนี้เราก็มีระบบดาวเทียมสามารถ ที่จะส่งลงมาในการออกโฉนด และการออกโฉนดก็เหมือนกันน่าจะเร่งรัดได้อย่างดีเพราะผม ก็เห็นในแอป (App) ต่าง ๆ ในโลกโซเชียล (Social) ก็สามารถที่จะทำเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ คงจะได้มาช่วยทางกรมที่ดินหรือช่วยการบริหารจัดการออกเอกสารสิทธิที่ดินได้อย่างรวดเร็ว เพราะว่าการออกเอกสารสิทธินี้หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างที่พี่น้องกังวลและข้องใจ อย่างเช่น พื้นที่ในจังหวัดผม พื้นที่ติดกัน พื้นที่ข้างเคียงกัน พื้นที่โดยรอบมีเอกสารสิทธิแล้ว แต่ว่า มีบางพื้นที่ที่อยู่ตรงกลางเป็นไข่แดงกลับออกเอกสารสิทธิไม่ได้ คำตอบความกระจ่างชัด ในการออกเอกสารสิทธิที่มีต่อพี่น้องประชาชนก็ไม่ค่อยชัดเจนหรือการออกเอกสารสิทธิ บางส่วนในการคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ ผมเชื่อว่าทางท่านรัฐมนตรีเองก็ต้องคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์ว่า ในการออกเอกสารสิทธิเพื่อส่งผลทางเศรษฐกิจหรือส่งผลทางด้านความมั่นคงได้ออกไปสู่ พี่น้องประชาชนผู้ยากไร้บ้างไหม คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อะไร อย่างไร เท่าไร หรือออกไปเพียงแค่ ในเรื่องของทางเศรษฐกิจเพียงแค่นั้น หลายสิ่งหลายอย่างผมก็ยังเชื่อว่าการบริหารจัดการ ของกรมที่ดินก็คงจะต้องปรับปรุงและต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ทุกท่านได้เข้าถึง ให้พี่น้อง ประชาชนได้เข้าถึงอย่างจริงจังแล้วก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่กรมที่ดินสามารถที่จะสร้างความมั่นคง ให้กับประเทศชาติของเรา อีกโครงการหนึ่งที่ได้รับการพูดถึงโดยเฉพาะในต่างจังหวัด โครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน การเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ที่สามารถจะออกโฉนดได้ไม่ทราบว่าใช้งบประมาณไป เท่าไร มีผลสัมฤทธิ์มาแค่ไหน ทางท่านรัฐมนตรีได้ติดตามอย่างไร โดยเฉพาะพื้นที่ในเขต ของพวกกระผมที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา พื้นที่ในเขตที่มีศักยภาพ พื้นที่ในเขตอันดามัน ซึ่งมีศักยภาพการท่องเที่ยวและที่ดินมีราคาสูงมากก็มักจะได้รับการดูแลหรือการออกโฉนด ที่ดินอย่างรวดเร็ว ผิดกัน ตรงกันข้ามกับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งไม่ได้โฟกัส (Focus) หรือไม่ได้ดูแลเข้าไปตรงนั้นว่าให้เจ้าหน้าที่ไปดูแลในสัดส่วนของพื้นที่ทางเกษตรกรรม หรือพื้นที่ที่พี่น้องเกษตรกรต้องการเอกสารสิทธิเหมือนกันอยู่ในสัดส่วนที่เท่าไร ผมจึงอยากจะ ตั้งคำถามผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรี ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ว่าท่านได้มีนโยบายในการ บริหารจัดการ ในการออกเอกสารสิทธิที่ดินให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบ และโดยเฉพาะ นโยบายเกี่ยวกับการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินของท่านได้มีผลสัมฤทธิ์อย่างไรไปถึงพี่น้อง เกษตรกรที่ท่านไปแก้ปัญหาอย่างไร แล้วก็ไปแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจส่งผลอย่างไร แค่ไหน คำถามที่ ๑ ครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสาคร เกี่ยวข้อง ก็ถือโอกาสนี้จะได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสาครผู้ตั้งกระทู้ว่าในเรื่อง การบริหารจัดการที่ดินของกรมที่ดินนั้นมีอยู่ ๒ กรณี
กรณีแรกก็คือที่เรียกว่าการจัดที่ดินของรัฐ ซึ่งในส่วนที่ดินของรัฐประกอบด้วย กรณีที่เป็นที่สาธารณประโยชน์ ในส่วนนี้เองกรมที่ดินก็เรียกว่าได้กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ ในการมุ่งที่จะลดความเหลื่อมล้ำให้กับพี่น้องประชาชน
ในส่วนที่ ๒ คือที่ดินของรัฐประเภทอื่นนอกจากที่ที่เป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ประเภทอื่นก็คือกรณีที่เป็นของกรมป่าไม้หรือของ ส.ป.ก. ก็ต้องไปดำเนินการตามกฎหมาย หรือในกรณีตามที่กฎหมายใหม่ได้กำหนดไว้ก็คือ คทช. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งคล้าย ๆ กับแบบเดิมที่เรียกกันว่าโฉนดชุมชน เดิมเราอาศัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี มาดำเนินการ แต่ต่อมามีข้อทักท้วงว่าระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นแค่ระเบียบจะ สามารถไปกำหนดหรือว่าจะไปอยู่เหนือกฎหมายที่ดินคงไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ได้มีการ ไปออกเป็นพระราชบัญญัติ เรียกว่าพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ แล้วก็ได้มีการแก้ประมวลกฎหมายที่ดินในส่วนของกฎหมายเรื่องการจัดการที่ดินของรัฐ ก็เป็น ๒ กรณีดังกล่าว ส่วนกรณีที่ดินของเอกชนนั้นผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านสาครมุ่งเน้น เมื่อสักครู่คือมุ่งเน้นไปที่ที่ดินของเอกชน กรณีที่มีหลักฐานการได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดิน ก็สามารถที่จะออกเป็นโฉนดที่ดินได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน อันนี้หลักก่อนว่าถ้ากรณี เป็นที่ดินของเอกชนนั้นถ้าเอกชนได้มาถูกต้องตามประมวลกฎหมายที่ดิน เช่นได้แจ้งการ ครอบครองไว้ตั้งแต่หลังจากที่ประมวลกฎหมายที่ดินบังคับใช้เมื่อปี ๒๔๙๗ ต่อมาก็มีการแจ้ง ที่เราเรียกกันว่า ส.ค.๑ ปี ๒๔๙๘ อย่างนี้เป็นต้น ใน ส.ค. เหล่านั้นบางทีอาจจะระบุไว้ด้วยว่า ท่านได้มาซึ่งสิทธิการครอบครองการทำประโยชน์ในที่ดินก่อนหน้านี้มาแล้วกี่ปีก็นับย้อนหลัง ไปได้เพราะเรื่องนี้จะมีประโยชน์เวลาพิสูจน์สิทธิ เพราะฉะนั้นครอบครองการทำประโยชน์ในที่ดินก่อนหน้านี้มาแล้วกี่ปีก็นับย้อนหลังไปได้ เพราะเรื่องนี้จะมีประโยชน์เวลาพิสูจน์สิทธิ เพราะฉะนั้นท่านก็สามารถที่จะดำเนินการ ออกหนังสือเอกสารสิทธิได้ ถ้าท่านพิสูจน์หรือว่าสามารถที่จะยืนยันแนวเขตได้ว่าไม่ได้อยู่ใน ที่ดินของรัฐ นั่นคือที่เรียกว่าการพิสูจน์สิทธิตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ เป็นต้น เพราะถ้า เราพิสูจน์สิทธิได้ว่าที่ดินของเราไม่ได้เป็นที่ดินของรัฐก็สามารถนำไปสู่การออกเอกสารสิทธิได้ โดยสมบูรณ์แบบ เมื่อสักครู่ท่านถามว่าการเดินสำรวจที่ดินหรือการเดินสำรวจออกโฉนด ที่ดิน ในขณะนี้ผมขออนุญาตเรียนประเด็นนี้ว่ากรมที่ดินได้ออกเดินสำรวจในโครงการต่าง ๆ รวมแล้วมาจากปี ๒๕๒๘ เริ่มต้นการเดินสำรวจมาเป็นระยะ ๆ แล้วเรียกชื่อโครงการต่าง ๆ กัน จำนวน ๘ โครงการ ถึงปี ๒๕๖๒ ได้ออกเอกสารสิทธิไปแล้วทั้งสิ้นรวมถึงพื้นที่ใน ๓ จังหวัด ชายแดนด้วยที่เราเรียกในกรณีของเทือกเขาบูโด ซึ่งเราออกรวมผลผลิตทั้งสิ้น ๘ โครงการ ได้ออกเป็นจำนวนแปลงคือ ๑๔,๖๘๖,๗๔๑ แปลงที่ได้เดินสำรวจออกโฉนดไปแล้ว รวมเนื้อที่ ประมาณ ๗๑ ล้านไร่ อันนี้จากการเดินสำรวจออกโฉนดไป ๘ โครงการจากปี ๒๕๒๘-๒๕๖๒ แล้วปีนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติแผนงบประมาณให้ก็จะดำเนินการต่ออีกประมาณ ๗๐,๐๐๐ แปลง แล้วก็จะมีของพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกบางส่วน อีกประมาณ ๑๕,๐๐๐ แปลง เพราะฉะนั้นก็ถือโอกาสนี้ได้เรียนกับท่านสาครว่ากรมที่ดินมีแผนในการที่จะ ออกโฉนดที่ดิน โดยวิธีการเดินสำรวจอยู่นะครับ ที่ดินที่จะเข้าสู่การสำรวจนั้นจะต้องไม่อยู่ใน ที่ที่เรียกว่าเป็นที่ดินของรัฐ เพราะฉะนั้นถ้าไม่เข้าเกณฑ์เป็นที่ดินของรัฐแล้วท่านทำประโยชน์ มาก่อนก็สามารถนำไปสู่การขอออกเอกสารสิทธิได้ ในกรณีที่มีการประกาศให้จังหวัดท่าน เป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ที่เดินสำรวจ ซึ่งปีนี้ก็มีการประกาศในปี ๒๕๖๓ โดยประกาศออกไป ๒๘ จังหวัด ซึ่งเวลาที่จะออกประกาศก็ต้องให้มีจำนวนแปลงพอสมควรในแต่ละพื้นที่ แล้วแปลงนั้นก็ควรจะเป็นแปลงที่มีพื้นที่ติดต่อกันหรืออยู่ในบริเวณเดียวกัน แล้วเราก็จะตั้ง เป็นศูนย์เดินสำรวจให้ ซึ่งผมคิดว่าในกรณีของจังหวัดกระบี่ เดือนมีนาคมนี้ก็คงจะไปมอบ โฉนดที่เดินสำรวจในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคิดว่าก็จะทยอยกันมอบเอกสารสิทธิที่ได้เดินสำรวจ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ออกเอกสารเรียบร้อยแล้วให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปนะครับ
ท่านสาคร มีอะไรสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ คำถามที่ ๒ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านครับ ตามนโยบาย รัฐบาลหรือว่าตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศนโยบายไว้ในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ บอกว่าจะมีจัดสรรที่ทำกินให้กับชุมชน โดยนโยบายที่ทำกินให้กับชุมชนในที่ต่างจังหวัด ในที่หลาย ๆ แห่งในพื้นที่ทั่วไปของประเทศไทยก็ยังเป็นปัญหาอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เจ้าหน้าที่ไปจับกุมพี่น้องประชาชนที่อาจจะบุกรุกไปในที่ของรัฐ แต่ตั้งถิ่นฐานกันเป็นชุมชน ตั้งถิ่นฐานกันจนเป็นปัญหาที่แก้ปัญหาได้ยากแล้ว นโยบายการจัดสรรที่ทำกินให้กับชุมชนตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ไม่ทราบว่าทางกรมที่ดิน ทางรัฐบาลได้มีการจัดสรรเรื่องนี้ตามวัตถุประสงค์และได้มีการจัดสรร เรื่องนี้ไปแล้วกี่ราย อย่างไรหรือไม่ แต่ในเรื่องต่าง ๆ ผมก็ยังมองว่าคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติได้มีการใช้งบประมาณไประดับหนึ่งไหม ได้ใช้งบประมาณไปเท่าไร ในการ จัดสรรเพื่อสร้างความมั่นคงและการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้เข้ามาบุกรุก ในเขตป่าสงวน ป่าเสื่อมโทรม หรือในเขตป่าชายเลนที่แถว ๆ ริมทะเล อาจจะมีการบุกรุก เข้าไปในพื้นที่ลำน้ำหรือพื้นที่ทางริมชายฝั่งอย่างนี้นะครับ ผมอยากจะเรียนถามไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าท่านได้มีการแก้ปัญหาของคณะกรรมการการจัดนโยบายที่ดินแห่งชาติไป ถึงไหน อย่างไร และท่านได้มีสถิติไหมว่าท่านได้ใช้งบประมาณไปแล้วเท่าไร และได้จัดไปแล้ว กี่แปลงครับ ผมขอตั้งคำถามครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี นิพนธ์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีการจัดที่ดินของรัฐให้กับพี่น้องประชาชนนี่นะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลก็ได้เดินตามแนวทาง ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และแผนยุทธศาสตร์การสร้าง ความมั่นคงตลอดจนการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจและสังคม จัดให้มีโครงการ การบริหารจัดการการใช้ที่ดินของรัฐเพื่อที่จะให้แก้ปัญหาความยากจน มีเป้าหมายอนุญาต ให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐเป็นการชั่วคราวในลักษณะแปลงรวมครับ ซึ่งโดยที่เราจะไม่ให้กรรมสิทธิ์เป็นรายบุคคลนะครับ แล้วก็ใช้กฎหมายซึ่งเดิมเราใช้ระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติตามที่ผมได้เรียนไปแล้วว่า พอเป็นระเบียบฐานะมันก็ต่ำกว่าพระราชบัญญัติ ต่ำกว่าประมวลกฎหมายที่ดิน ต่อมาเมื่อ ปี ๒๕๖๒ เราได้ออกเป็นกฎหมายที่เรียกว่าพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาตินะครับ ซึ่งคณะกรรมการนี้ตอนที่เราแก้กฎหมายนี่แก้ประมวลกฎหมายที่ดินด้วย ก่อนหน้านี้คนที่ดูแลเรื่องนี้เป็นภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อมาพอแก้กฎหมาย ตอนนี้มันต้องมีการแก้กฎหมายปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมด้วย ตอนนี้กฎหมายปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมยังไม่ได้ถูกแก้ไขออกมา ทำให้ภารกิจดังกล่าว ยังอยู่ที่กระทรวงเดิมยังไม่ได้โอนมา อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่ว่าคณะกรรมการ ก็ได้มีการประชุมเตรียมการโดยนำเอาแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่เราเรียกกันว่า คทช. เป็นแนวทางในการดำเนินการ โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ทั่วประเทศ เราจะทำประมาณ ๒,๐๐๐ แปลง จำนวนแปลงในปี ๒๕๖๓ จะทำ ๒,๐๐๐ แปลง โดยใช้ งบประมาณในปี ๒๕๖๓ ๔๕ ล้านบาท นี่คืองบประมาณที่จะใช้ในปี ๒๕๖๓ เพื่อแก้ปัญหา การเข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดินของพี่น้องประชาชน แล้วต่อจากนั้นก็จะมีการดำเนินการ ในเรื่องการที่จะออกหนังสือสำคัญที่หลวง ซึ่งถ้าเราออกหนังสือสำคัญที่หลวงได้เราก็จะได้ รู้แนวเขตที่แน่นอน แล้วที่ดินนอกเขตทะเบียนก็จะได้นำไปสู่การที่จะออกหนังสือหรือว่า ออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนต่อไป ในปี ๒๕๖๓ เราจะขึ้นทะเบียน ๘๐๐ แปลง โดยใช้ งบประมาณประมาณสัก ๑๙ ล้านบาทเศษ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้ใช้ในปีงบประมาณดังกล่าว ส่วนคณะกรรมการ คทช. ผมก็ได้เรียนให้ท่านทราบว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาได้มีการ ประชุมและได้มีการตั้งอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ขึ้นมาอีก ๙ อนุกรรมการ ในการที่จะมาขับเคลื่อนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ถ้าหากว่ากลไกทั้งหลายออกเป็นกฎหมายเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะรีบดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา การถือครองที่ดิน หรือว่าการเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบพระคุณครับ
ท่านสาคร ยังติดใจ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขอคำถามสั้น ๆ ผมยังมี เวลาเหลืออีก ๖ นาที แต่คงใช้ไม่หมดครับ
ไม่จำเป็นต้อง ใช้ให้หมดนะครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีตอบเป็นที่พอใจก็น่าจะพอครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนอยู่ในต่างจังหวัดมีที่ดิน ครอบครองที่ดินกันทั้งนั้นส่วนใหญ่นะครับ แล้วก็ การออกเอกสารสิทธิที่ดินก็จะต้องไปยื่นออกเอกสารสิทธิที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานที่ดินอำเภอ หรือสำนักงานที่ดินต่าง ๆ นะครับ ทีนี้การไปติดต่อกับสำนักงานที่ดิน แต่ละเรื่องก็ต้องเตรียมเอกสาร เตรียมความพร้อมหลายอย่าง แล้วก็มีการเสียค่าใช้จ่าย จำนวนหนึ่งในการเดินทางไปยื่นขอเอกสารสิทธิ มีชาวบ้านหลายท่านฝากมาเรียนไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าจากการที่ชาวบ้านได้เตรียมเอกสารในการยื่นขอออกโฉนดเฉพาะราย หรือรายแปลงในชาวบ้านแต่ละราย จากวันที่ไปยื่นออกออกสารสิทธิ ถ้าเกิดที่ดินแปลงนั้น เป็นที่ดินที่สามารถออกเอกสารสิทธิได้โดยไม่ติดขัดข้อกฎหมายด้านใดด้านหนึ่ง หรือไม่ ติดขัดไปทับซ้อนกับที่ดินเป็นที่ป่าชายเลน เป็นที่ป่าสงวนหรือเป็นที่สาธารณะต่าง ๆ อยากจะทราบว่าท่านมีกำหนดเวลาให้ได้ไหมว่าตั้งแต่วันที่ไปยื่น ขอยื่นรังวัดออกโฉนดที่ดิน หรือออกเอกสารสิทธิที่ดินจนถึงวันที่รับโฉนดนี่ท่านสามารถมีนโยบายได้ไหมว่าภายใน ๙๐ วัน ภายใน ๑๒๐ วัน ท่านมีนโยบายที่จะให้ข้าราชการกรมที่ดินหรือเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ไปรังวัดแล้วก็ไปจัดการสอบสวนสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน ชาวบ้านสามารถที่จะได้รับ เอกสารสิทธิที่ดินใบนั้นไปได้ในเวลาที่ท่านมีนโยบายว่าจะต้องเสร็จภายในเวลาเท่าไร เพื่อเกิดความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านทุกคน ไม่ใช่คนมีสตางค์มีเส้นมีสายสามารถที่จะเข้าไป แล้วได้รับโฉนดได้รับเอกสารสิทธิโดยเร็ว ชาวบ้านตาสีตาสาทั่วไปกว่าจะได้รับมาบางคนบอก ๓ ปีแล้ว ๕ ปีแล้ว เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้รับการคลี่คลายบ้างหรือไม่ ได้รื้อออกมาดูไหมว่า สถิติที่ชาวบ้านมายื่นไปไม่ได้ออกเอกสารสิทธิเพราะเหตุผลอะไร และที่คั่งค้างค้างท่ออยู่นี่ มีจำนวนเท่าไร และท่านได้ไปไล่ท่อเหล่านี้บ้างหรือไม่ว่าไปจัดการเรื่องเหล่านี้ให้กับชาวบ้าน เอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน เอกสารสิทธิที่ดินเป็นเรื่องที่มีค่ามาก ๆ ในครอบครัวชีวิตชาวบ้าน ของชนบทนะครับ ขอเรียนฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ขอขอบคุณท่านนิพนธ์ที่มาให้ความกระจ่างในเรื่องของที่ทำกินชุมชนที่เป็นนโยบายของ รัฐบาลด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรี นิพนธ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบประเด็นที่ ๓ ของท่านสาครครับ กรณีที่พี่น้องประชาชนไปยื่นคำร้องขอ ออกเอกสารสิทธิไว้แล้วในพื้นที่ดังกล่าวนั้นไม่มีปัญหาเรื่องที่ทับซ้อนหรือกับเขตของรัฐ กับที่ดินของรัฐนี่เรามีระเบียบอยู่แล้วต้องให้เสร็จภายใน ๖๐ วัน ตอนนี้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ๕๐ กว่าวัน ก็พยายามจะเร่งรัดให้เร็วกว่านี้ นี่คือกรณีที่ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตใด ๆ ทั้งสิ้น ให้ท่านสบายใจได้ว่าตัวค่าเฉลี่ยของกรมที่ดินในขณะนี้อยู่ที่ ๕๐ กว่าวัน ประมาณ ๕๕-๕๖ วัน ส่วนเรื่องที่ไปยื่นเอาไว้ที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ก็คือว่าผมเพิ่งสั่งไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าให้สำรวจ การแจ้งยื่นที่พี่น้องประชาชนเคยไปยื่น ส.ค.๑ เอาไว้เมื่อปี ๒๕๕๓ คือให้ยื่นภายในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ซึ่งเราเคยประกาศว่าใครถือครอง ส.ค.๑ อยู่ให้ไปยื่น บัดนี้เรามีตัวเลขว่าที่ไปยื่นไว้ ณ สิ้นวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ จำนวน ๔๖๒,๕๙๒ ราย ตรงนี้ที่ไปยื่นเอาไว้ แต่ว่ามีการดำเนินเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณ ๑๗,๐๐๐ รายแค่นั้นเอง แล้วก็ที่ยกคำร้องไปแล้วประมาณ ๙๕,๐๐๐ ราย มีที่ดินอยู่ในขณะนี้ที่ค้างยกคำร้องไปแล้ว ประมาณสัก ๙๕,๐๐๐ ไร่ มีที่ดินอยู่ในขณะนี้ที่ค้างดำเนินการอยู่ประมาณ ๒๙๐,๐๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้น ๒๙๐,๐๐๐ ไร่ ผมได้มอบหมายให้กรมที่ดินไปสำรวจทั้งหมดว่าอยู่ที่ไหน เท่าไร แล้วก็ติดปัญหาอะไรบ้างในแต่ละกรณี ก็พยายามจะเร่งรัดส่วนนี้ที่พี่น้องประชาชนมายื่นไว้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ เร่งรัดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ก็จะได้ดูว่าปัญหาทั้งหมดมันคืออะไรที่ยังติดขัดอยู่ ก็จะเร่งรัดส่วนนี้โดยเร็วที่สุด กรณีที่เป็น ส.ค.๑ ที่พี่น้องประชาชนเคยยื่นคำขอไว้เดิมและ ยังไม่ได้รับเป็นเอกสารสิทธิ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนในประเด็นนี้ครับ
ท่านสมาชิกครับ กระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้ที่ ๓ ก็ถือว่าจบลงไปนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี นิพนธ์ บุญญามณี ที่กรุณาให้เกียรติสภาเรานะครับ ต่อไปจะเข้าสู่ระเบียบวาระ
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๙ เรื่อง การคัดค้านการกำหนดพื้นที่เป็นเขต ห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน (นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เมื่อสักครู่ผมได้รับหนังสือของท่านเชิงชาย ชาลีรินทร์ ว่ามีความประสงค์ จะขอถอนกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่อง การคัดค้านการกำหนดพื้นที่เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า บึงละหาน ขอถอนออกไปก่อนตามข้อบังคับก็สามารถดำเนินการได้ ฉะนั้นก็ไปสู่กระทู้ถาม ต่อไป ท่านสมาชิกครับ เรียนที่ประชุมและผู้ตั้งกระทู้ถาม เนื่องจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับ การตอบกระทู้ถามติดภารกิจ จึงขอสลับกระทู้ถามตอบโดยขอนำกระทู้ถามที่ ๑.๒.๓ ขึ้นมา พิจารณาถามก่อน ได้มีการประสานผู้ตั้งกระทู้ถามแล้ว ก็ไม่ขัดข้อง ฉะนั้นผมขอดำเนินการ ต่อไปนะครับ โดยขอสลับเอากระทู้ถามที่ ๑.๒.๓ ขึ้นมาถามก่อนนะครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๑ เรื่อง โครงการป่าในเมือง “สวนป่าประชารัฐ” (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
ขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาในห้องประชุมแล้ว เชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ ได้ถามเลยนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ตั้งกระทู้ถามทั่วไป เรื่องโครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐ ผมมีพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
กราบเรียนท่านประธานว่าผมเป็นคนหนึ่ง ที่ได้ติดตามศึกษาการทำงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศมาตลอด หากมีโอกาสผมจะมีความเห็น มีข้อเสนอแนะ และโดยเฉพาะการตั้งกระทู้หรือสอบถาม ในสภาอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงครั้งนี้เรื่องโครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐ ซึ่งเป็นโครงการที่ดี และได้จัดตั้งขึ้นมาในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว และรัฐบาลชุดนี้ก็มีนโยบายที่จะดำเนินการต่อ ที่ผมบอกว่าเป็นนโยบายที่ดี เพราะโครงการนี้มีเจตนารมณ์ที่จะให้มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ขณะนี้ พื้นที่ป่าของประเทศมีประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั้งของนโยบายป่าไม้ แห่งชาติ และขององค์การสหประชาชาติ โครงการนี้มีเจตนารมณ์ที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียว ให้กับประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ในเมืองเกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ ๙ ตารางเมตรต่อ ๑ คน แต่ว่า กรุงเทพมหานครมีเพียง ๕.๔๔ ตารางเมตรต่อ ๑ คน ถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โครงการนี้ มีเจตนารมณ์ให้คนได้พักผ่อนหย่อนใจเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นห้องเรียนสำหรับพี่น้องประชาชน และสำคัญที่สุดคือโครงการนี้มุ่งหวังจะสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนสำหรับคนที่มาเที่ยว เป็นอาหาร เป็นของที่ระลึก วิธีการดำเนินการของโครงการนี้ถือว่าเป็นหลักทั่วไป คือสร้างขึ้นในที่ใหม่ สไลด์ (Slide) ก่อนหน้านี้สร้างขึ้นในที่ใหม่เป็นพื้นที่ที่ไม่เคยมีป่าอาจจะเป็นที่รกร้างว่างเปล่า อาจจะเป็นที่รัฐ หรือเป็นที่เอกชนก็ได้แต่ต้องปลูกสร้างขึ้นมาใหม่ ๒. ต้องอยู่กลางเมืองเพื่อสะดวกในการ เข้าใช้บริการพักผ่อนหย่อนใจ ๓. ต้องเพิ่มพื้นที่ป่าขึ้น ๔. เพิ่มพื้นที่สีเขียว ๕. เป็นแหล่ง เรียนรู้ ๖. สร้างรายได้ นี่คือเป็นหลักในการทำงานของโครงการสวนป่าในเมือง ความสำเร็จ ของโครงการสวนป่าในเมืองก็คงได้นำจากความสำเร็จในต่างประเทศ สไลด์ (Slide) ถัดไป เช่น สวนป่ากลางเมืองที่ประเทศสิงคโปร์ เขาปลูกต้นไม้ทั้งไม้ใหญ่ ไม้เล็ก ไม้ประดับ ไม้ชั้นล่าง เฟิร์นจนเป็นป่าที่มีความหลากหลาย ป่ากลางเมืองของประเทศสิงคโปร์ได้รับรางวัลมรดกโลก สร้างรายได้ต่อปีให้กับประเทศสิงคโปร์โดยคนหลั่งไหลเข้าไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก สำหรับ ประเทศไทยก็มีสวนป่ากลางเมืองที่จัดทำโดย ปตท. ตั้งอยู่ที่ถนนสุขาภิบาล ๒ แขวงดอกไม้ เขตประเวศ ซึ่งคนก็ไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก สร้างขึ้นมาใหม่ แล้วก็มีความหลากหลาย ในเรื่องพืชพันธุ์ ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีอีกโครงการหนึ่ง ผมขออนุญาตสอบถามท่านรัฐมนตรี ซึ่งดูแลรับผิดชอบโครงการนี้ว่าโครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐที่ท่านรับผิดชอบกำกับ ดูแลอยู่นี้มีจำนวนทั้งหมดกี่ป่า กี่ที่ สร้างขึ้นมาใหม่ มาใหม่เลยกี่ที่แล้วเอาป้ายสวนป่า ในเมืองไปติดที่หน่วยงานเก่าหรือว่าหน่วยงานของกรมป่าไม้เดิมคือไม่ได้ทำขึ้นมาใหม่ จำนวนกี่ที่ มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นกี่ไร่ในโครงการนี้ มีต้นไม้เพิ่มขึ้นกี่ต้น มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น จำนวนกี่ไร่มีนักท่องเที่ยวและผู้คนที่อยู่ในชุมชนเข้าไปใช้บริการมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เกิดรายได้จำนวนเท่าไรแก่ชุมชน ใช้งบประมาณค่าดำเนินการไปจำนวนเท่าไร แล้วได้มีการ ประเมินความคุ้มค่าของโครงการดังกล่าวที่กระผมกราบเรียนท่านแล้วว่าใช้งบประมาณ ไปส่วนหนึ่ง แต่ว่าท่านได้ประเมินความคุ้มค่าของโครงการนี้แค่ไหน อย่างไรแล้วครับ เป็นคำถามที่ ๑ ครับท่านประธาน
เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิก นริศ ขำนุรักษ์ เกี่ยวกับเรื่องโครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐ ตามคำถามที่ผมได้รับมา เบื้องต้น ทางท่านนริศได้สอบถามว่าโครงการป่าในเมืองในขณะนี้มีการดำเนินการไปแล้ว กี่แห่ง สภาพของโครงการป่าในเมืองแต่ละพื้นที่มีสภาพอย่างไร ขอรายละเอียด ขออนุญาต ชี้แจงเบื้องต้นก่อนว่าปัจจุบันนั้นโครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐมีอยู่ทั้งหมด ๑๑๕ แห่ง ดำเนินการอยู่ ๑๐๒ แห่ง แล้วก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ๑๓ แห่ง ผมเชื่อว่าท่านนริศ ก็คงจะทราบข้อมูลอยู่แล้ว ในส่วนของกรมอุทยานมีอยู่ทั้งหมด ๔๕ แห่ง เนื้อที่ก็รวมแล้ว ประมาณเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ เปิดทำการแล้ว ๕๑ แห่ง แล้วก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการ อีก ๓ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นโครงการป่าสิริเจริญวรรษ ที่จังหวัดชลบุรี สวนรุกขชาติเชตะวัน ที่จังหวัดแพร่ แล้วก็ในส่วนของจังหวัดน่านจะเป็นสำนักงานส่วนจัดการต้นน้ำเขาน้อย ภายในปี ๒๕๖๓ ก็น่าจะสำเร็จลงได้ ต่อมาในส่วนของกรมป่าไม้ก็มีอยู่อีก ๓๑ แห่ง เปิดตัว ทั้งหมดแล้ว ส่วนสุดท้ายเป็นส่วนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จำนวน ๒๐ แห่ง มีเนื้อที่อยู่ประมาณ ๑๗,๐๐๐ กว่าไร่ อยู่ระหว่างการดำเนินการอีก ๑๐ แห่ง คาดว่าจะเสร็จ ในปี ๒๕๖๓ นี้
ทีนี้ในคำถามที่ท่านถามมานั้นก็ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกว่าถ้าหากว่าท่านอยากจะได้ข้อมูลจริง ๆ แล้วก็ขออนุญาตคราวหน้าอยากจะฝาก ท่านสมาชิกว่าท่านช่วยเขียนคำถามให้ชัดเจนมากกว่านี้ ตัวผมเองนั้นไม่เคยกลัวที่จะตอบ กระทู้ถามแต่บางครั้งถ้าหากว่าได้คำถามมาไม่ครอบคลุม อย่างเช่นในขณะนี้ที่อยู่ในมือผม ก็คือโครงการป่าในขณะนี้ ป่าในเมืองขณะนี้มีการดำเนินการไปแล้วจำนวนกี่แห่ง สภาพของ โครงการป่าในเมืองแต่ละพื้นที่มีสภาพเป็นอย่างไร ขอทราบรายละเอียด แต่เนื่องจากว่า เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้สอบถาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมีผู้คนเข้า แล้วอย่างไรบ้าง อันนี้ขอเรียนตรง ๆ ว่าจากคำถามที่ได้ไปทำให้ตัวผมเองนั้นไม่สามารถ เตรียมข้อมูลได้ตรงกับคำถามที่ท่านได้ถามเมื่อสักครู่ ตรงนี้ก็คงต้องขออนุญาตเตรียมคำตอบ แล้วก็นำตอบให้กับท่านสมาชิกในลำดับต่อไป จริง ๆ แล้วถ้าหากว่ามีข้อมูลทั้งหมดทุก ๆ คำถามนั้นตัวผมอยากตอบท่านสมาชิกด้วยตัวเอง ไม่อยากจะทำเป็นหนังสือ ไม่อยากจะมา ยืนอ่านให้ท่านสมาชิกเพราะแต่ละพื้นที่ ๆ ภายใต้การดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้นตัวผมเองในฐานะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบจะมาบอกว่าไม่รู้ไม่ได้ แต่ถ้า หากว่าไม่รู้มาก่อนแล้วมาเจอคำถามบนบัลลังก์อันนี้ก็ต้องฝากท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ว่าต้องกราบขออภัยหาข้อมูลไม่ทันจริง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนริศ คำถามที่ ๒ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ ผมต้องกราบขออภัยจริง ๆ ผมถามคำถามไปหลายคำถาม ในคำถามที่ ๑ มีคำถาม ย่อย ๆ ที่จริงข้อมูลถ้าได้รับสังคมและสภาแห่งนี้ก็จะได้ประโยชน์เพราะว่าโครงการนี้เป็น โครงการที่เป็นประโยชน์จริง ๆ แต่ก็ไม่เป็นอะไรครับ ขออนุญาตเป็นเอกสารตามหลังก็ได้ ไม่เป็นไรครับ ในช่วงที่ท่านรัฐมนตรีเข้ามาดำรงตำแหน่งผมก็เห็นความตั้งใจของท่านที่จะ ทำงานเดินหน้าในหลาย ๆ โครงการ แต่บางโครงการผมก็อยากให้ท่านดูย้อนหลังไปนิดหนึ่ง ผมขออนุญาตยกตัวอย่างโครงการป่ากลางเมือง ยกตัวอย่างตัวอย่างเดียวของจังหวัดพัทลุง ขึ้นสไสด์ (Slide) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
โครงการป่ากลางเมืองพัทลุงที่พนางตุง ที่นี่สวยมากครับ เป็นป่าพรุแล้วมีความหลากหลายของป่าพรุมีสัตว์เข้ามาอยู่ริมทะเลสาบ หรือที่เรียกว่าทะเลน้อย แต่ว่าการดำเนินการไม่เป็นไปตามหลักการ ๖ ข้อที่ได้กล่าวไว้ เป็นหลักทั่วไปคือ ๑. ไม่ได้สร้างขึ้นใหม่ ไปเอาหน่วยสวนพฤกษศาสตร์พนางตุงซึ่งมีอยู่แล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ หน่วยงานเก่าแล้วเอาป้ายคำว่าสวนป่ากลางเมือง สวนป่าประชารัฐไปแปะติด ในหน่วยงานเก่าไม่ได้สร้างขึ้นมาเลย ๒. ไม่ได้อยู่กลางเมือง อยู่ห่างจากตัวเมืองพัทลุง ๒๕ กิโลเมตรและอยู่ห่างจากชุมชนที่ใกล้ที่สุดถึง ๒๐ กิโลเมตร คือชุมชนควนขนุน นี่ก็ไม่ได้ เป็นไปตามหลักทั่วไปคือไม่ได้อยู่กลางเมือง ๓. ไม่ได้เพิ่มพื้นที่ป่า ผมได้ไปสำรวจป่าผืนนี้ ที่ประกาศเป็นป่ากลางเมืองไม่มีปลูกต้นไม้เพิ่มเติมเลยนอกจากวันที่เปิดโครงการมีประธาน และผู้ไปร่วมงานปลูกสัก ๑๐ ต้นได้ แล้วก็ไม่ได้ปลูกเพิ่มเติมเลย จึงไม่เป็นการเพิ่มต้นไม้ ไม่เป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าแต่อย่างใด เพราะว่า ๑๐ ต้นไม่มีนัยในทางสถิติเลย ไม่เพิ่มพื้นที่ป่า ๔. ไม่ได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพราะไม่ได้เพิ่มป่าไม้แม้แต่ต้นเดียว สีเขียวก็ยังเท่าเดิม ๕. เป็นแหล่ง เรียนรู้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไปที่หน่วยงานนี้และไปดูสถิติระหว่าง ๑-๑๘ สิงหาคม ถือว่าไฮซีซัน (High season) ของจังหวัดพัทลุง จำนวนนักท่องเที่ยวมีเพียง ๒๙๖ คน ต่างชาติเพียง ๓ คนเท่านั้นเอง มีอีกสไสด์ (Slide) หนึ่งครับ ดูป้ายนะครับ ป้ายป่าในเมืองจะล้มแหล่มิล้มแหล่อยู่นะครับ นี่คือตลาดที่จะทำให้เกิดรายได้ แก่ชุมชน เปิดได้วันเดียวตลาดนี้ในพิธีเปิดเท่านั้นเองและปล่อยรกร้างไม่มีการพัฒนา กราบเรียน ท่านประธานครับว่าผมไม่ได้เอาสิ่งนี้มาเพื่อคิดที่จะทำลายหน่วยงานหรือทำลายใคร แต่ว่า ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าโครงการสวนป่าประชารัฐ ๑๐๐ กว่าที่เป็นเช่นนี้ เกือบทั้งสิ้น ยังมีที่ดี ๆ อยู่แต่ว่าที่ที่สร้างขึ้นใหม่น้อยมากครับ แทบหาที่สร้างขึ้นใหม่ ตามเจตนารมณ์ของโครงการไม่ได้เลยครับ เจตนารมณ์คือสร้างขึ้นในเมืองและที่ที่ยังไม่มีป่า ขึ้นมาก่อน แต่ว่าเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปเอาป้ายสวนป่ากลางเมืองไปติดในหน่วยงาน ของกรมป่าไม้ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ของกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง แล้วก็ประกาศว่านี่คือความสำเร็จของโครงการนี้ ผมไม่อยากให้การรายงาน เรื่องความสำเร็จนี้ไปยังรัฐมนตรีคนใหม่นะครับ ผมจึงขออนุญาตสอบถามท่านรัฐมนตรี เป็นคำถามที่ ๒ ว่า ถ้าตัวอย่างที่ท่านเห็นตัวอย่างเดียวที่ผมได้เรียนท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่านี่เป็นความล้มเหลวหรือเป็นความสำเร็จ ถ้ามันเป็นความล้มเหลวท่านจะปรับปรุง แก้ไขอย่างไร ท่านจะตรวจสอบความคุ้มค่ามันอย่างไร จะตรวจสอบมันหรือไม่ ท่านพร้อม หรือไม่ที่จะให้หน่วยงานภายนอกเข้าไปตรวจสอบ หน่วยงานภายนอกไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. สตง. หรือกองบังคับการตำรวจ ปปป. แต่ถ้าตรวจสอบกันเป็นการภายในอีก ก็อีหรอบเดิมจะไม่พบสิ่งที่ไม่คุ้มค่าเกิดขึ้น ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือคำถามที่ ๒ ถ้าสิ่งนี้มันเป็นความล้มเหลวท่านจะแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีวราวุธ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตขอบคุณท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกที่ได้ยกประเด็นเรื่องป่าในเมือง คือสวนพฤกษศาสตร์พนางตุง ซึ่งก็เป็นหนึ่ง ในป่าในเมืองที่สวนป่าประชารัฐที่ทำกิจกรรมมาอยู่นะครับ ที่ผ่านมาการดำเนินงานผมเอง คงจะตอบแทนไม่ได้ว่าแต่ละหน่วยงานทำอะไรบ้าง แต่ในปัจจุบันนโยบายของผมก็คือ การที่จะทำอย่างไรพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ในส่วนภาคเอกชนนั้นจะสามารถเข้ามามีส่วนร่วม มีแนวคิดในการที่จะมาพัฒนา พื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ป่าในเมือง เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้สอบถามว่า ถ้าหากว่าเรียกว่าไม่คุ้มค่าในการทำงานหรือว่าไม่เหมาะสมแล้วคิดว่าจะทำอย่างไร คิดว่า ผมเองคงจะไม่ไปปิดโครงการหรอกครับ เพราะว่าพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สีเขียวและสามารถเปิด ให้พี่น้องประชาชนเข้าไปใช้พื้นที่ได้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ทั้งนั้น เพียงแต่ว่าจะมอง ในมุมมองใดเท่านั้นเอง ทีนี้ผมเองก็ไม่อยากจะไปพูดว่าประเด็นแรกที่ผมได้พูดไปในการตั้ง กระทู้ถามครั้งแรกว่าจริง ๆ ถ้าท่านสมาชิกอยากจะทราบรายละเอียดอะไร ก็ขอให้ถามได้ ตรง ๆ ผมเองก็จะเตรียมคำตอบให้ตรงกับคำถามท่าน เพราะมิฉะนั้นแล้วจะกลายเป็นว่า ท่านตั้งคำถามมาไม่ตรงกับคำตอบที่ผมเตรียมมานะครับ กรณีเช่นนี้เราก็ไม่อยากจะให้เกิด ผมก็มีความตั้งใจอยากจะตอบคำถาม ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า การใช้พื้นที่นั้นถ้าหากว่ามีความไม่เหมาะสมและถ้าพบความไม่ชอบมาพากลในฐานะ ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนั้น ผมเองคงต้องขอดูในเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อน การที่จะไปเชิญหน่วยงานภายนอก อยู่ ๆ จะ เข้ามาออดิต (Audit) พื้นที่การทำงานในกระทรวงนั้น อย่าว่าแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเลย ผมว่าจะกระทรวงไหนคนที่เป็นผู้บังคับบัญชาของกระทรวงนั้นก็คง จะต้องขอดูก่อนเบื้องต้นไม่เช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นว่าดูถูกดูแคลนหน่วยงานของตนเอง ดังนั้นในกรณีนี้ก็เช่นกันผมขออนุญาตนำข้อมูลไปตรวจสอบเบื้องต้นก่อนแล้วก็จะนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกต่อไปว่าสวนป่าในเมือง อย่างเช่นยกตัวอย่างของกรณี สวนพฤกษศาสตร์พนางตุงนั้นมีแนวทางแล้วก็มีความเป็นไปเป็นมาอย่างไร แล้วก็มีความ คุ้มค่าคุ้มทุนอย่างไร เพราะว่าพื้นที่ป่าในเมืองนั้นเรามุ่งเน้นการใช้พื้นที่ป่าไม้ที่ให้ประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน ตัวผมเองนั้นเน้นอยู่เสมอว่าการเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือแม้แต่การใช้พื้นที่ สีเขียวที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนในการเข้ามาใช้แล้วก็ เข้ามาเรียกว่าทำกิจกรรมต่าง ๆ พักผ่อนหย่อนใจเอย อะไรเอย การออกกำลังกาย เพราะว่า ในเบื้องต้นนั้นท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ครับว่าวัตถุประสงค์นั้นก็คือเพื่อเป็นแหล่ง พักผ่อนหย่อนใจ การออกกำลังกายแล้วก็เป็นการให้บริการกับประชาชนในเขตเมือง เป็นทั้ง แหล่งเรียนรู้ ทั้งระบบนิเวศ ระบบป่าไม้ ซึ่งในตรงนี้ที่ผ่านมาผมก็เชื่อว่าในหลายพื้นที่ก็ได้ ตอบคำถามนี้ไปได้พอสมควร แต่ว่าในพื้นที่ที่ท่านสมาชิกเป็นกังวล เป็นกังขาอยู่ก็ขออนุญาต รับเป็นการบ้านแล้วก็จะนำไปชี้แจง ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังท่านสมาชิกเพิ่มเติม ว่าในอนาคตถ้าท่านอยากจะถามคำถามอะไรกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมเองยินดีที่จะตอบคำถามทุกคำถาม เพียงแต่ว่าขอให้ท่านถามมาให้ตรง ๆ เลยดีกว่าครับ ว่าท่านอยากจะถามอะไร มิเช่นนั้นแล้วเวลาที่ผมเจอคำถาม ยกตัวอย่างเช่น ในคำถามที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกได้ส่งมาให้ผมในเอกสารที่อยู่ในมือผมนี้ ท่านถามว่าการดำเนินโครงการ ป่าในเมืองจะมีการดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียด อันนี้ก็จะมีการตอบคำถามซึ่งถ้าตอบตามนี้ไปก็จะตอบไม่ตรงกับที่ท่านถาม แล้วก็ถ้าหากว่าจะให้ผมตอบคำถามสด ๆ อย่างนี้เลยการตอบกระทู้แบบนี้ก็จะไม่ต่างอะไร กับการตอบกระทู้สดในสภาผู้แทนราษฎร ตัวผมเองได้เรียนไปเบื้องตนแล้วว่าผมเองไม่เคย หนีกระทู้แล้วก็อยากจะตอบคำถามเพื่อน ๆ สมาชิกเพื่อไขความข้องใจ ทุกครั้งที่ผมมาตอบ กระทู้ผมเองก็จะได้คำตอบแล้วก็ได้ความรู้มากด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากว่าตั้งคำถามที่อยู่ในห้อง ประชุมสภาแห่งนี้ไม่ตรงกับที่ท่านส่งให้ผมไปนั้นผมถือว่าเป็นการเสียโอกาส ไม่ใช่เสียโอกาส แค่ตัวผมแต่ว่าเป็นการเสียโอกาสให้กับเพื่อน ๆ สมาชิกเพราะว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่เตรียม มานั้นบางครั้งก็ตอบไปแล้วไม่ตรงกับที่ท่านถามมาก็ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านนริศครับ
ท่านประธานครับ นริศ ขำนุรักษ์ ประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพัทลุง ผมต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับที่ได้กรุณาตอบคำถามอย่างไรก็ถือว่า ได้ตอบคำถามครอบคลุมกระทู้ของผมในระดับหนึ่งนะครับ ผมจึงขออนุญาตไม่เป็นคำถาม แต่ว่าจะฝากท่านที่จริงคำถามที่ ๒ ที่ผมจะถามท่านคือข้อฝากที่ผมจะฝากท่านยังมีเมืองใหญ่ อีกหลายเมืองที่ต้องการป่าในเมืองยังต้องการพื้นที่สีเขียว เพราะว่าเมืองไทยเมืองใหญ่พื้นที่ สีเขียวต่ำว่าเกณฑ์มาตรฐานในหลายเมือง ผมคิดว่าเมืองหาดใหญ่ก็ยังต้องการพื้นที่สีเขียว เมืองนครราชสีมาในเมือง เชียงใหม่ในเมือง นครศรีธรรมราชในเมือง สุราษฎร์ธานีในเมือง รวมทั้งจังหวัดพัทลุงในเมืองสวนสาธารณะก็เล็กนะครับไม่เพียงพอ ผมคิดว่าถ้ากระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใช้หลักการของโครงการสวนป่าประชารัฐเดินหน้า ทำในพื้นที่ในเมืองจริง ๆ แล้วก็ทำในพื้นที่ที่ไม่มีป่าจริง ๆ สร้างป่าขึ้นมาใหม่เหมือนกับ ประเทศสิงคโปร์ ผมเชื่อว่าประชาชนจะพึงพอใจต่อโครงการนี้ กราบเรียนท่านประธานอีก นิดเดียวครับว่าที่จริงแล้วหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานคลุมพื้นที่ที่มีความสวยงามเอาไว้เกือบทั้งหมดของประเทศ ตั้งแต่ยอดเขา จนถึงริมทะเลสร้างมูลค่าได้มากมายเลยทีเดียว ในจังหวัดพัทลุงของผมเช่นกันครับ ขณะนี้ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีคนเข้าไปเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงอยู่ในพื้นที่ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้นครับ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง อุทยานแห่งชาติเขาปู่ เขาย่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์เขาบรรทัด แต่หน่วยงานเหล่านั้นส่วนใหญ่เขามีงบประมาณเพียงเฉพาะ ป้องกันดูแลพื้นที่ไม่มีงบประมาณในการดูแลหรือเข้าไปบริหารจัดการเพื่อการท่องเที่ยว อย่างเพียงพอ เพราะคิดว่ารายได้ของกรมอุทยาน ถ้าท่านได้เจียดจ่ายให้กับหน่วยงานที่กำลัง มีอนาคตสำหรับการท่องเที่ยว ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในจังหวัดพัทลุง ไม่น้อยและจะเป็นผลงานอันสำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้ การบริหารจัดการดูแลของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่านปัจจุบัน จึงขออนุญาตไม่เป็น คำถามแต่ฝากหน่วยงานพัทลุงขอให้ท่านได้สนับสนุนสิ่งนี้ไปกราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านนริศผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีก็คงจะนำข้อมูลที่ท่านเสนอไปพิจารณาพัฒนางานในกระทรวง ต่อไป ขอบคุณท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปะอาชา ที่กรุณาให้เกียรติทางสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเราขอขอบคุณมากนะครับ ท่านสมาชิกผมก็ขอย้อนกลับไปที่
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๖ เรื่อง ขอขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจร บนถนนสาย ๒๐๘๓ ระหว่างอำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร และอำเภอราษีไศล อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ (นายบุญแก้ว สมวงศ์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ
เนื่องด้วย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่าในวันนี้ติดภารกิจที่จะต้อง ปฏิบัติราชการสำคัญไม่สามารถที่จะมาตอบกระทู้ถามดังกล่าวได้ จึงขอมอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบชี้แจง กระทู้ถามแทน เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เข้าสู่ห้องประชุมครับ แล้วก็ขอเชิญท่านบุญแก้ว สมวงศ์ เป็นผู้ถามกระทู้ถามได้เลยนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณ เพราะว่าท่านประธานชื่อเล่นก็ชื่อแก้วเหมือนกันครับ รู้สึกขอบคุณ ท่านประธานเป็นอย่างมากที่ให้ผมได้ตั้งกระทู้ถามถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ท่านติดภารกิจก็เลยให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมาแทน เนื่องจาก ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่หรือหลาย ๆ จังหวัดที่เดินทางสัญจร ไปมาในถนนสาย ๒๐๘๓ เนื่องจากปัจจุบันมี ๒ ช่องจราจรถนนสายนี้สามารถเชื่อมต่อไปยัง อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย อำเภอราษีไศล อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ไปจนถึงจังหวัดสุรินทร์ ถนนสายนี้ถือได้ว่าเป็นถนนที่มีการสัญจรไปมาหนาแน่น เนื่องจาก ปัญหาของพี่น้องประชาชนสัญจรไปมาไม่ว่าจะอยู่ต่างจังหวัดหลาย ๆ จังหวัด หลาย ๆ พื้นที่ จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดเล็ก ๆ แต่ยังไม่มีถนนขยายเป็น ๔ ช่องจราจร โดยเฉพาะสาย ๒๐๘๓ มีพี่น้องประชาชนหลาย ๆ พื้นที่ที่ไปมาหาสู่กันตลอดในแต่ละวันจะมีรถไม่ต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ คันต่อวัน ผมมีภาพครับท่านรัฐมนตรีผมมีภาพจราจรให้ท่านดู และในช่วงเทศกาลหยุดยาวพี่น้องประชาชนเดินทางกลับต่างจังหวัด และพี่น้องประชาชน หลาย ๆ จังหวัดได้เดินทางถนนสายนี้ หลายพื้นที่ผมได้รับร้องเรียน วันนั้นผมไปเติมน้ำมัน ที่ปั๊ม ปตท. อำเภอมหาชนะชัย พี่น้องประชาชนอยู่เขตอำเภอเลิงนกทา และจังหวัดมุกดาหาร ท่านได้ถามผมว่าถนนสายนี้คับแคบมาก เกิดอุบัติเหตุบ่อย โดยเฉพาะวันนั้นก็มีการเกิด อุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต ผมก็เลยได้ตั้งกระทู้ถามท่าน ในช่วงเทศกาลหยุดยาวพี่น้องประชาชน เดินทางกลับจากต่างจังหวัดทำให้รถติดเป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดอุบัติเหตุมีพี่น้อง ประชาชนบาดเจ็บเสียชีวิตเป็นจำนวนมากในแต่ละปี หากมีการขยายช่องจราจรจะให้ ความสะดวกต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก กราบเรียนท่านประธานว่าพี่น้องประชาชน มีความหวังในการที่จะเห็นกระทรวงคมนาคมมองเห็นพี่น้องได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ ผมขอถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามที่ ๑ เลยว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายในการจัดทำ โครงการขยายถนนสาย ๒๐๘๓ จาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจรหรือไม่ อย่างไร ผมขอทราบรายละเอียด ขอคำถามที่ ๑ ครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ ก่อนอื่น ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยผู้ใช้ถนนหนทาง ทางกระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง ก็ขออนุญาตเรียนเบื้องต้นว่าในสภาพปัจจุบัน ทางหลวงหมายเลข ๒๐๘๓ เป็นถนนเชื่อมระหว่างอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ไปยังอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ระยะทางทั้งสิ้นก็คือ ๖๐.๖๗ กิโลเมตร จากคำถาม ที่ท่านสมาชิกได้ถามมาก็คือทางกรมทางหลวงนโยบายของกระทรวงคมนาคมมีนโยบาย ที่จะขยายเป็น ๔ เลน หรือไม่ ผมขออนุญาตแบ่งเป็น ๒ ช่วงอย่างนี้นะครับ ช่วงแรกคือ ช่วงระหว่างอำเภอมหาชนะชัยไปยังอำเภอคำเขื่อนแก้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดยโสธร ตรงนี้ ก็อยู่ใน กม. ที่ ๔๓-กม. ๕๙ มีระยะทางทั้งสิ้น ๑๖ กิโลเมตร ปัจจุบันขยายเป็น ๔ ช่องจราจร เรียบร้อยแล้ว ๓ กิโลเมตร เหลืออีก ๑๓ กิโลเมตรที่ยังเป็น ๒ ช่องทางจราจรอยู่ครับ จากการสำรวจโดยข้อมูลของกรมทางหลวงที่ไปเก็บสถิติจำนวนรถ คำถามเหมือนจากภาพ ที่ท่านสมาชิกได้ถามก็คือเส้นนั้นมีคนใช้ถนนจำนวนมาก ในแผนคำขอปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ทางกรมทางหลวงตรงนี้เราก็ได้บรรจุเส้นนี้จำนวน ๑๓ กิโลเมตรไว้ในคำขอปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ส่วนช่วงที่ ๒ ก็คือช่วงจากอำเภออุทุมพรพิสัยมายังอำเภอมหาชนะชัย ช่วงนี้ อยู่ในช่วง กม. ที่ ๐-กม. ที่ ๔๓ ปัจจุบันส่วนใหญ่ยังเป็น ๒ ช่องทางจราจรอยู่ถึง ๓๗ กิโลเมตร ต้องกราบเรียนว่าตรงนี้กรมทางหลวงก็ได้ทำแผนพัฒนาระยะ ๕ ปีไว้ คือปี ๒๕๖๕-๒๕๖๙ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเป็น ๔ เลน ทั้งหมด ก็จะอยู่ในช่วงปี ๒๕๖๕-๒๕๖๙ แต่อย่างไรก็ตาม ในปี ๒๕๖๔ นี้คำของบประมาณเราก็ได้มีโครงการย่อยที่กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ก็ได้ตั้งไว้อยู่ในช่วง กม. ที่ ๒๓-กม. ที่ ๒๕ ๒ กิโลเมตร กม. ที่ ๓๖-กม. ที่ ๓๗ อีก ๑ กิโลเมตร ก็ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๑ ในเบื้องต้นครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านบุญแก้ว คำถามที่ ๒ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย กราบเรียนท่านประธานว่า ถนนสายนี้ยังเป็นถนนที่พี่น้องประชาชนใช้ขนส่งสินค้าพืชผลทางการเกษตร และจำหน่าย สินค้าเพื่อไปสู่อำเภอมหาชนะชัย และอำเภออุทุมพรพิสัย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ จะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอมหาชนะชัย อำเภอคำเขื่อนแก้ว และอำเภอเมือง โดยท่าน ส.ส.ปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ดอกเตอร์ธนกร ไชยกุล ซึ่งเป็น ส.ส. จังหวัดยโสธร ซึ่งจังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดเล็ก ๆ แต่มีการท่องเที่ยว มีแหล่งท่องเที่ยว มีพระพุทธศาสนา มีวัดวาอารามที่เป็นสิริมงคล โดยเฉพาะอำเภอมหาชนะชัย เป็นอำเภอที่มีการจัดงานมาลัยแห่งเดียวในโลก ซึ่งพี่น้องประชาชนหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย ได้เข้าไปชมในวันที่ ๓ ถึงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ มีพี่น้องประชาชนไปเที่ยวงานเป็น จำนวนมากและมีวัดพระพุทธบาทซึ่งเป็นที่เคารพบูชากราบไหว้อยู่ในอำเภอมหาชนะชัย ส่วนอำเภอคำเขื่อนแก้วนั้นเป็นอำเภอที่พี่น้องหลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษ ก็ไปกราบไหว้องค์พระธาตุกู่จาน ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพุทธและเป็นที่เคารพนับถือ และจังหวัดศรีสะเกษหรือหลาย ๆ จังหวัดได้เดินทางในถนนสายนี้เข้าไปที่วิมานพญาแถน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดยโสธร และถนนสายนี้จะทำให้พี่น้องประชาชนถ้าได้ขยาย ช่องจราจรเป็น ๔ เลน จะทำให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางสัญจรไปมาสะดวกสบายและ ลดอุบัติเหตุในแต่ละปี แต่ละปีมีอุบัติเหตุมากมายในช่วงเทศกาลก็ถือได้ว่ามีรถจำนวนมาก ขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามที่ ๒ หากไม่มีนโยบายดังกล่าวกระทรวงคมนาคม จะมีมาตรการใดในการจัดสรรงบประมาณเข้าสู่แผนในปี ๒๕๖๔ หรือไม่ อย่างไร จะสามารถ บรรจุได้หรือไม่ อยากให้ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามผมอย่างชัดเจน ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ต่อคำถามที่ ๒ ผมขออนุญาตย้อนกลับไปที่คำถามแรกครับ ก็คือที่เมื่อสักครู่นี้ผมบอกไปว่าในปี ๒๕๖๔ กรมทางหลวงเราก็ได้มีแผนงานขอเสนอจัดสรร งบประมาณก็คือในช่วงอำเภอมหาชนะชัยไปยังอำเภอคำเขื่อนแก้ว ตรงนี้ ๑๓ กิโลเมตร ก็ต้องกราบเรียนตามขั้นตอนงบประมาณผมคงยังไม่กล้ารับปากท่านสมาชิกตรงนี้เพราะว่า ขั้นตอนงบประมาณยังต้องผ่านทั้งสำนักงบประมาณพิจารณา ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา แต่ในแผนของกรมทางหลวงโดยกระทรวงคมนาคมเราอยู่ในแผนคำขอ ในช่วงนี้นะครับ อันนี้ก็กราบเรียนชี้แจงนะครับในข้อแรก
ส่วนเรื่องอุบัติเหตุที่ท่านได้กังวล อันนี้ผมก็กราบเรียนว่าในปีที่ผ่านมาเทศกาล ขอเอาใกล้ตัวที่สุดก็คือปีใหม่ที่ผ่านมา ทางกระทรวงคมนาคมไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง หรือกรมขนส่งทางบกเราได้เข้มงวดเรื่องการเกิดอุบัติเหตุอย่างมาก ถ้าท่านดูตัวเลขจะเห็นว่า ปีนี้อุบัติเหตุเราลดลงอย่างมาก แล้วเราก็จะพยายามบังคับใช้กฎหมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเราต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถ ผู้ใช้ถนนทุก ๆ คน ถ้าทุกคนร่วมไม้ร่วมมือกันร่วมใจกันขับรถอย่างมีน้ำใจกัน รักษากฎรักษาระเบียบเราก็จะ ลดอุบัติเหตุได้อย่างง่ายดาย งานนี้ต้องบอกว่ารัฐบาลไม่สามารถทำคนเดียวถ้าขาดความร่วมมือ จากพี่น้องประชาชนทุกคน ขออนุญาตเรียนข้อมูลเพิ่มเติมว่าเรื่องอุบัติเหตุในโครงการย่อย ในแผนปี ๒๕๖๔ ผมได้กราบเรียนไปช่วง กม. ที่ ๒๓-๒๕ แล้วก็ กม. ที่ ๓๖-๓๗ ช่วงนี้เป็น ช่วงที่ชุมชนหนาแน่น ซึ่งทางกรมทางหลวงก็เข้าไปดูแล้วว่าช่วงนี้จะเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ฉะนั้นในปี ๒๕๖๔ ก็จะขยายตรงนี้ให้เป็น ๔ เลน ก็ขออนุญาตชี้แจงดังนี้ครับ
จบกระทู้ถามนะครับ
ท่านประธานครับ ผมยังมีเวลาเหลือนิดหนึ่ง ผมขออนุญาตเสริมนิดหนึ่งนะครับ
เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอถาม ท่านรัฐมนตรีอีกข้อหนึ่งครับ ในช่วงที่เป็นสะพานข้ามแม่น้ำชีเป็นสะพานที่มี ๒ ช่องจราจร ถ้าเราจะทำถนน ๔ เลนก็อยากให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาได้ยกสะพานขึ้นในช่วงฤดูฝน หรือช่วงพายุโพดุลเข้าน้ำท่วมรถสัญจรไปมาติดขัดมากนะครับ ก็อยากให้ทางรัฐมนตรี ได้กำชับกระทรวงคมนาคมเพราะท่านอยู่ฝ่ายบริหารจะได้ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ด้วยนะครับ ขอกราบขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นเลยผมก็ต้องเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมก็เข้าใจท่านดีครับ ผมก็เป็นคนที่มาจากพี่น้องประชาชนเหมือนกัน จริง ๆ ในประเทศไทยยังมีอีกหลายจังหวัด ยังมีอีกหลายที่ที่ต้องการขยายถนนให้เป็น ๔ เลน กรมทางหลวงเราก็ได้ทำการบ้านทำงาน อย่างหนัก เรามีระเบียบในการคัดเลือกอยู่แล้วว่าตามความหนาแน่นของรถตามความจำเป็น ส่วนเส้นที่ท่านได้ฝากไว้ตรงนี้ผมก็จะรับไว้ไปดำเนินการและขอบคุณที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย ผู้ใช้ถนนนะครับ ในนามของกระทรวงคมนาคม ในนามของรัฐบาลขอขอบคุณอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ
จบวาระกระทู้ถามนะครับ ขอบคุณท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรีครับ
(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องประชุม กระทู้ถามแยกเฉพาะ)
เข้าสู่วาระกระทู้แยกเฉพาะ วันนี้มี ๕ กระทู้ แต่ทราบว่ามีรัฐมนตรีขอเลื่อนไป ๒ กระทู้นะครับ
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๒๗ เรื่อง การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็กหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เกิดจากการเผาอ้อยและเผาพืชตามไร่นา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม
สิ่งแรกก็ถือโอกาส ขออนุญาตเพื่อให้กระทู้ถามแยกนี้มีผู้เกี่ยวข้องจากกรมควบคุมมลพิษขอเข้าร่วมชี้แจง สนับสนุนข้อมูลกับท่านรัฐมนตรี ก็คือ ๑. นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ๒. นางสาวศิวพร รังสิยานนท์ มาแทนครับ ๓. นางสาวภัทริยา เขตดุสิน ก็เหมือนกันครับ ผมขออนุญาตผู้ตั้งกระทู้ก็มีประสบการณ์ดีอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเพื่อความพร้อมสมบูรณ์ ก็เรียนว่ากระทู้ถามแยกนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระทู้ทั่วไป นั่นก็คือผู้ถามมีสิทธิถามได้ ๒ ครั้ง กำหนดเวลาไว้เฉพาะว่าไม่เกิน ๒๐ นาที เพราะฉะนั้นทั้งผู้ถามผู้ตอบก็ต้องย่อความเป็น ๓. ต้องเรียนว่าอยู่ในเงื่อนไขของข้อบังคับทั่วไปก็คือต้องไม่เป็นการฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ตรงนี้ละครับที่เป็นปัญหา คือคำว่ามีลักษณะเป็นการ อภิปราย เพราะว่าเราจะได้ยินสมาชิกบางท่านอภิปรายกระทู้ จนลืมถามเลยครับ ข้อบังคับ เขาเลยเขียนว่าต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย ก็คือเป็นการให้ข้อมูลส่วนหนึ่งแล้วก็ถาม เมื่อถามจบแล้วรัฐมนตรีตอบก็ถามต่อ จริง ๆ แล้วถ้ายังมีเวลาเหลือถ้ามีประเด็นที่ยังไม่จบ เช่นถามแล้วตอบยังไม่ครบถ้วนก็ขออนุญาตประธาน มีสิทธิถามได้อีกครั้งหนึ่ง อันนี้เรียน หลักการทั่วไป เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เพื่อประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย ก็เลยเอากฎเกณฑ์มาเล่าให้ฟัง ซึ่งประสบการณ์ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วเราก็พอรู้แล้วนะครับ ต่อไปนี้ก็เชิญท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ได้ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับเรื่องปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จากการเผาไร่นาของพี่น้องประชาชน ปัจจุบันนี้จังหวัดราชบุรีมีสภาพอากาศที่แย่ ติดอันดับ ๑๐ เมืองที่มีอากาศแย่ที่สุดของประเทศไทยที่วัดในช่วงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นช่วงหน้าแล้งที่มีสภาพอากาศที่แย่ทุกปีนะครับ แต่ปีนี้ มีปัญหาเรื่องฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เหมือนกับปีที่แล้วซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนนะครับ จากที่เราทราบทางสื่อต่าง ๆ ว่าปัญหาฝุ่นละออง พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นเป็นปัญหาของประเทศในปัจจุบัน ซึ่งวันนี้ในกรุงเทพมหานครนั้น ก็มีการประกาศปิดโรงเรียนไปถึง ๔๒๗ โรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งปัญหาฝุ่นละออง พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ท่านประธานครับ มีปัญหาหลัก ๆ มาจาก ๓ ส่วน ก็คือ ๑. จากรถยนต์ โดยสารที่มีการสันดาปจากเชื้อเพลิงออกมาเป็นเขม่า ๒. ก็คือเกิดจากการเผาไร่นาของพี่น้อง ประชาชนที่ทำการเกษตร ๓. ก็คือจากโรงงานอุตสาหกรรมในกรุงเทพมหานครสภาพปัญหา ๗๐ เปอร์เซ็นต์จะมาจากรถยนต์ รถโดยสารที่มีสภาพการจราจรที่ติดขัดแล้วมีจำนวนรถยนต์ โดยสารเป็นจำนวนมาก ก็เป็นสภาพของเมืองที่ทำให้พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นมาจากรถยนต์ รถโดยสาร แต่จากต่างจังหวัดไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่ก็คือที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพิษณุโลก หรือแม้กระทั่งจังหวัดราชบุรี ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นมาจากการเผาไร่นาหรือเผาป่า ซึ่งเป็นปัญหาหลักของปัญหานี้ ซึ่งปัจจุบันนี้การเผาไร่นานั้นพี่น้องประชาชนได้รับการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์จากหน่วยราชการว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นจึงอยากให้ส่วนราชการนั้น โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแล เรื่องสิ่งแวดล้อมการควบคุมมลพิษ การเผาไร่นาของพี่น้อง ก็คือจะมีเศษวัสดุจากการทำ การเกษตร อย่างเช่นซังข้าว ซึ่งปัจจุบันนี้สามารถที่จะนำมาใช้ในการเป็นพลังงานทดแทน หรือไบโอแมส (Biomass) ซึ่งสามารถที่จะลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมได้ จากเดิมนั้น เกษตรกรชาวนาเราต้องนำฟางข้าวนั้นไปเผาหรือไปกำจัดการไถกลบ แต่ปัจจุบันนี้สามารถ มาผลิตเป็นชีวมวลได้ ซึ่งใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นการลดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมครับ อันนี้ก็คือในส่วนของนาข้าว ในส่วนของไร่อ้อย ปัจจุบันนี้ก็มีการจุดไร่อ้อยในการที่จะตัด เพื่อลดต้นทุนค่าแรงหรือแรงงานในการตัดอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลก็มีผลกระทบในส่วนนี้ อยู่เหมือนกัน ผมจะตั้งคำถามถึงท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ๒ คำถาม คำถามแรก ก็คือเรื่องของนาข้าวซึ่งปัจจุบันฟางข้าวนั้นมีประโยชน์ในการใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ก็คือไบโอแมส (Biomass) จึงอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมว่าท่านมีนโยบายรับซื้อฟางข้าวจากเกษตรกรเพื่อนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดเพื่อที่จะลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมจากปัญหา พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) กับพี่น้องประชาชนครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดราชบุรี กรณีเรื่องการรับซื้อฟางอ้อย และฟางข้าวจากเกษตรกร ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าบทบาท ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรามีหน้าที่ รับผิดชอบแล้วก็ดูแลคุณภาพของสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ทั้งนี้อำนาจในการที่จะ ดำเนินการต่าง ๆ นั้นแน่นอนมีหลายหน่วยงานที่ร่วมรับผิดชอบกับเรา ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม หรือแม้แต่กระทรวงสาธารณสุข ในกรณีนี้ก็เช่นกัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นโดยกรมควบคุมมลพิษ เรามีหน้าที่ในการที่จะให้ข้อมูลแล้วก็สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการให้กับทางสาธารณชน รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ในกรณีของการรับซื้อฟางข้าวและฟางอ้อยจากเกษตรกรเพื่อนำไป ผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวมาเมื่อสักครู่นะครับ ต้องขออนุญาตเรียนว่า การที่จะตั้งโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าต่าง ๆ ในชุมชนทั้งหลายหรือว่าโรงไฟฟ้าชุมชนนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขออนุญาตรับการบ้านนี้ไป แล้วก็จะประสานงาน กับกระทรวงพลังงาน บวกกับกระทรวงมหาดไทยด้วยเช่นกัน เพราะว่าการที่จะตั้งโรงไฟฟ้า ชุมชนนั้นจะอยู่ในความดูแลของกระทรวงพลังงานควบคู่กับท้องถิ่น ก็คือกระทรวงมหาดไทย อันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตรับไปเป็นการประสานงานให้ ส่วนการรับซื้อฟางข้าวและฟางอ้อยนั้นที่จะทำมาเป็นเชื้อเพลิงหรืออะไรก็แล้วแต่ก็จะ ขออนุญาตประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะว่าปัจจุบันนั้นทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์นั้นมีหลายมาตรการอยู่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งเสริมทำการเกษตร แบบปลอดการเผา การสนับสนุนการจัดระเบียบการเผาอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการจัดการ เศษวัสดุการเกษตรโดยไม่เผา ไม่ว่าจะเป็นการทำปุ๋ยการไถกลบตอซัง เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นมาตรการที่เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้เรียนว่าเป็นการลดปริมาณพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขออนุญาตนำไปประสานงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็กระทรวงพลังงาน เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราเอง นอกจากที่จะให้ข้อมูล กับพี่น้องประชาชนแล้วเราก็ยังต้องประสานงานกับทุก ๆ หน่วยงานอีกเช่นกันนะครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอเชิญท่านอัครเดชครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ได้ยินท่านรัฐมนตรีตอบก็รู้สึกดีใจที่ท่าน ได้รับไปประสานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพราะว่ามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หลายกระทรวง ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง เพราะว่าปัญหาการเผาฟางข้าวของพี่น้องเกษตรกรนั้นก็จะได้ หมดไป เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรนั้นถ้ามีสิ่งที่สามารถจะทำให้ลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมได้ ผมคิดว่าพี่น้องเกษตรกรนั้นก็จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีนะครับ เรื่องนี้ก็ฝากท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานด้วยนะครับ
คำถามที่ ๒ เนื่องจากการเผาไร่อ้อยอย่างที่ได้กราบเรียนเมื่อสักครู่นี้แล้ว ท่านประธานครับ การเผาไร่อ้อยนั้นเป็นการลดค่าแรงในการตัดอ้อย ซึ่งปัจจุบันนี้สิ่งที่จะมา ทดแทนค่าแรงได้ก็คือเรื่องของเครื่องจักรกลทางการเกษตรก็คือรถตัดอ้อย ซึ่งปัจจุบันนี้ การเผาอ้อยมีมาตรการจากกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่แล้วในการที่จะลดราคาจากการซื้ออ้อย ไฟไหม้ แต่ปัจจุบันนี้มาตรการดังกล่าวก็เป็นเพียงแค่มาตรการเบื้องต้น แต่ในมาตรการ ที่แก้ไขในระยะยาวก็คือในเรื่องของการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรมาแก้ไขปัญหานี้ก็คือ รถตัดอ้อย ปัจจุบันนี้เกิดจากสภาพปัญหาเรื่องรถตัดอ้อยนั้นไม่สามารถที่จะใช้งบประมาณ ของรัฐมาสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกรได้นะครับ เพราะว่ารถตัดอ้อยนั้นปัจจุบันนี้สำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินนั้นได้มีหนังสือเวียนไปถึงส่วนราชการในระดับจังหวัดแล้วก็ระดับกรมว่า ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์นั้น ซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในการดูแลเครื่องจักรในส่วนของ ราชการที่เป็นเครื่องจักรกลทางการเกษตรนั้นไม่สามารถที่จะรับมาดูแลได้ ปัจจุบันนี้การใช้ งบประมาณที่จะใช้ในการช่วยเกษตรกรชาวไร่อ้อยในการที่จะตัดอ้อยโดยใช้เครื่องจักรกลนั้น ไม่สามารถใช้งบประมาณมาใช้ในตรงนี้ได้ จึงอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าท่านมีมาตรการส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยนั้น ลดการจุดไฟเผาอ้อย โดยใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรมาทดแทนแรงงานตรงนี้ได้หรือไม่ อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอบคำถามที่ ๒ เกี่ยวกับมาตรการที่จะดูแล เรื่องการเผาอ้อยของพี่น้องเกษตรกร ก่อนอื่นต้องขออนุญาตเรียนว่าปัญหาแต่ละพื้นที่จะ มีลักษณะปัญหาที่แตกต่างกันไป ถ้าหากว่ากระทรวงนั้นมีมาตรการอะไรออกมาแล้วจะไป เฉพาะเจาะจงว่าจังหวัดนี้ทำแบบนี้ จังหวัดนั้นทำแบบนั้น ผมก็เกรงว่าจะเกิดปัญหาตามมา ดังนั้นในเบื้องต้นเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ทางคณะรัฐมนตรีนั้นได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการ ขับเคลื่อนวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง โดยที่จะแบ่งเป็น ระดับ ๆ ลงไป ในเบื้องต้นนั้นจะเป็นการแบ่งการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ หมายถึงว่าจะให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดมีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละจังหวัด ลักษณะแต่ละจังหวัดนั้น บางจังหวัดก็จะปลูกอ้อยมาก บางจังหวัดก็จะปลูกข้าว จังหวัดที่ปลูกอ้อยนั้นแน่นอนก็จะ มีอิทธิพลกับโรงงาน จะมีโรงงานน้ำตาลต่าง ๆ ที่คอยรับซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ครับ การที่จะมีเครื่องจักรทั้งหลายในการที่จะช่วยพี่น้องเกษตรกรในการตัดอะไรนั้น ต้องเรียนว่า วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นท่านให้ความสำคัญประเด็นนี้มาก ถ้าหากว่าเราสามารถมีการสนับสนุนให้กับพี่น้องเกษตรกรในเรื่องการตัดเรียกว่าเก็บเกี่ยว ผลผลิตทางการเกษตรได้นะครับ ในวันพรุ่งนี้เวลาบ่ายโมงครึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านจะนั่งหัวโต๊ะแล้วก็บัญชาการเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหา ฝุ่นละออง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ทั้งในส่วนของเมืองหลวงและต่างจังหวัด ที่มีปัญหามาจากการเผาไหม้ ดังนั้นมาตรการที่จะสามารถสนับสนุนพี่น้องเกษตรกร เรื่องเครื่องจักรในการเก็บเกี่ยวได้จะเป็นหนึ่งในหัวข้อในการที่เราจะถกกันในวันพรุ่งนี้ครับ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าในแต่ละพื้นที่ผู้ว่าราชการจังหวัด จะเป็นกลไกสำคัญในการที่จะดูแลในการเผาไหม้ เรียนว่าการเผาไหม้นั้นด้วยสภาพอากาศ ของประเทศไทยแล้ว ประเทศไทยเราสามารถรองรับการเผาไหม้ได้ แต่ไม่ใช่เผากันทีเดียว ครึ่งจังหวัด ค่อนจังหวัดในเวลาเดียวกันในปัจจุบันได้มีการเริ่มใช้แอปพลิเคชัน (Application) เขาเรียกว่าการจองการเผาเบิร์น เรสโซลูชัน (Burn Resolution) ขึ้นมาเหมือนกับเวลาเรา ไปจองโรงแรม ยกตัวอย่างเช่นวันนี้จังหวัดนี้จะขอเผาที่อำเภอนี้ ๆ ถ้าหากว่าอีกจังหวัดหนึ่ง จะขอเผาในเวลาเดียวกันอำเภอนี้ ๆ สามารถทำได้ แต่ถ้าหากว่าจังหวัดเดียวจะขอเผาทีเดียว ๘ อำเภอเลยนั้นสภาพอากาศก็จะไม่สามารถรับได้ ดังนั้นการจองว่าจะมีการเผาเมื่อไร อย่างไร เพื่อให้สภาพอากาศภูมิอากาศของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนเหนือ ของประเทศไทยจริง ๆ เราสามารถรับได้ แต่มีการแบ่งกันเผา หัวใจสำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อมีการ ตกลงเงื่อนไขกันแล้วก็ต้องวิงวอนกับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาว่าขอให้ท่านเผาที่เรียกว่า ตามเวรของท่านที่ได้รับมอบหมายมา ไม่ใช่ว่าวันนี้ฉันอยากจะเผาก็เผา ความมีวินัยแล้วก็ ความร่วมไม้ร่วมมือของพี่น้องเกษตรกรทุก ๆ คน บวกกับการสร้างความตระหนักจะเป็น หัวใจสำคัญของการลดปริมาณการเผาไหม้ลงได้ แน่นอนครับวันนี้หนึ่งในต้นทุนสำคัญก็คือ การเก็บเกี่ยว บางครั้งการเผาไม่ว่าจะเผาอ้อยเผาอะไรนั้นเป็นสิ่งที่สะดวกกว่า แล้วก็เป็นสิ่งที่ ประหยัดต้นทุน แต่ว่าสิ่งที่เราจะต้องตามมาเก็บกวาดภายหลังไม่ว่าจะเป็นเขม่าดำ ไม่ว่าจะ เป็นปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) หรือเผาไหม้นั้นมันมากมายเหลือเกิน ดังนั้นวันนี้การสร้าง ความตระหนักไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกรมอนามัยที่จะต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เกษตรกรว่าท่านเผาแล้วคนที่ได้รับผลกระทบจากการเผาก็คือตัวท่านเอง กรมควบคุมโรค กรมบรรเทาสาธารณภัย เพราะบางครั้งพอท่านเผาแล้วท่านควบคุมไม่ได้มันลามไปยังส่วนอื่น หรือแม้แต่หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ทำการประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องเกษตรกรว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อันตรายอย่างไร สามารถป้องกันได้อย่างไร อันนี้เป็นบทบาทที่ทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมควบคุมมลพิษเราประสานงานกับทุก ๆ หน่วยงาน แต่ว่าหัวใจสำคัญที่สุดอย่างที่ผมได้เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกก่อนหน้านี้ก็คือ กลไกการบริหารจัดการในเชิงพื้นที่ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงไปทำความเข้าใจ แล้วก็สร้างความตระหนักให้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าคนที่รู้ดีที่สุดว่า จะเผาเมื่อไร จะเผาอย่างไร เผาแค่ไหน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในพื้นที่จะรู้ดีที่สุด อันนี้ก็เป็น กลไกที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีในการที่จะสร้างความเข้าใจแล้วก็ ลดปัญหาเรื่องการเผาไหม้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านติดใจอะไรไหมครับ
ท่านประธานครับ อีกสักนิดหนึ่งครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ได้ยินท่านรัฐมนตรีว่าจะมีการประชุมกับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ขออนุญาตกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าในเรื่องของเครื่องจักรกลการเกษตรตรงนี้ก็อยากจะให้ ทางรัฐบาลได้มีการแก้ไขระเบียบทางราชการเพื่อให้ทางงบประมาณแผ่นดินสามารถไป สนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยได้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นการลด การเผาไร่อ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว เพราะว่าเกษตรกรชาวไร่อ้อยนั้นไม่มีทุน ทรัพย์เพียงพอที่จะไปลงทุนตรงนี้ แล้วปัจจุบันนี้เนื่องจากราคาอ้อยเป็นราคาที่ไม่สูง ฉะนั้น การที่จุดไฟเผาอ้อยเพื่อเป็นการลดต้นทุนเรื่องของค่าแรงในการเก็บเกี่ยวมาเป็นเรื่องที่บีบคั้น เกษตรกรให้ต้องทำ ผมคิดว่าถ้ามีตรงนี้จะเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว จึงขอกราบเรียน ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าได้สนับสนุนตรงนี้ ทีนี้ในเรื่องของเกษตรแปลงใหญ่ครับ ถ้ามีการรวมตัวกันอาจจะต้องใช้งบประมาณในการจัดซื้อก็ได้ แต่ขอสนับสนุนเรื่องการปลอด ดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยราคาถูกให้กับพี่น้องที่ได้รวมกลุ่มกันเป็นเกษตรแปลงใหญ่หรือเป็น ในรูปของสหกรณ์ได้มีเครื่องจักรกลหรือรถตัดอ้อยที่มีดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยให้ กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าตรงนี้จะเป็นการช่วยแก้ปัญหาเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จากการเผาไร่อ้อยให้กับพี่น้องได้ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี กราบขอบพระคุณครับ
เรียนเชิญนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะ ในวันพรุ่งนี้ในการ ประชุมผมเชื่อว่าข้อสังเกตของท่าน ส.ส. จะเป็นประโยชน์กับการหารือกันในวันพรุ่งนี้ เพื่อออกมาเป็นมาตรการในการช่วยพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าต้นทุนทางการเกษตร ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องเก็บเกี่ยวทั้งหลายนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ขออนุญาตรับไปแล้วก็จะนำไปพูดหารือกัน ในที่ประชุมของที่ประชุมเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในวันพรุ่งนี้บ่ายครับ ขอบพระคุณครับ
ขอขอบคุณท่านอัครเดช แล้วก็ท่านรัฐมนตรีนะครับ ได้ถามแล้วก็ตอบในเวลาแล้วก็ตรงประเด็น ก็ขอขอบคุณครับ ก็จบกระทู้ที่ ๑.๓.๑ นะครับ ท่านรัฐมนตรีอยู่กับที่นะครับ ผู้ถามเปลี่ยน ต่อไปครับ
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๓๐ เรื่อง พิจารณาทบทวนการยกเลิก การทำ EIA ตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ก่อนเริ่มถามผมขออนุญาต ให้ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่มาให้ข้อมูลกับท่านรัฐมนตรีก่อนนะครับ ๑. นางกานดา ปิยจันทร์ ผู้อำนวยการกองวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒. นายวุฑฒิ ศรีคำภา เป็นนักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชำนาญการพิเศษ ๓. นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี เป็นรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ๔. นางสาวนวพร สุญาณเศรษฐกร นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง ขออนุญาตเรียนท่านเจ้าของกระทู้และท่านรัฐมนตรีว่าตามข้อบังคับนั้น กระทู้แยกเฉพาะนี้ก็ให้เวลา ๒๐ นาที ทั้งผู้ถามผู้ตอบรวมแล้ว ๒๐ นาที แล้วก็ถามได้ ๒ ครั้ง เว้นแต่ว่ามีประเด็นต่อเนื่องจึงขออนุญาตประธานได้อีก แล้วตามข้อบังคับการตั้งกระทู้ถาม ก็ต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย ขอเชิญท่านสมาชิกได้ถามกระทู้ถามนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ขออนุญาตตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมผ่านท่านประธานสภา เรื่อง พิจารณาทบทวนการยกเลิกการทำ EIA ตามมติ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งกระทรวงได้ประกาศกำหนดประเภท ขนาดและโครงการกิจการ ฉบับที่ ๓ ลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ซึ่งต้องจัดทำรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีไอเอ (EIA) โดยให้ยกเลิกโครงการที่ ๒๕ คือตัดโครงการ ก่อสร้างกำแพงริมชายฝั่งติดแนวชายฝั่งทุกขนาดที่มีความยาว ๒๐๐ เมตรขึ้นไป ซึ่งส่งผลให้ เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย หลายบริเวณมีการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ แต่ก็มีข้อผิดพลาดที่ส่งผลให้เกิดปัญหาการกัดเซาะรุนแรงขึ้น ซึ่งนักวิชาการหลายหน่วยงาน ก็ออกมายืนยันตรงนี้ เพราะฉะนั้นการยกเลิกอีไอเอ (EIA) ดังกล่าวกรมโยธาธิการและ ผังเมือง กรมเจ้าท่า หน่วยงานระดับภูมิภาคและท้องถิ่นก็เอาเป็นเงื่อนไขในการดำเนินการ โครงการต่าง ๆ เพื่อก่อสร้างกำแพงริมชายฝั่งทำให้ส่งผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ก็อยากถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าท่านจะสามารถ พิจารณาทบทวนการยกเลิกการทำอีไอเอ (EIA) ตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ เพราะว่ารูปแบบของการยกเลิกอีไอเอ (EIA) มีหน่วยงานที่เป็นข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานหลายคนเขาไม่ค่อยเห็นด้วยนะครับ เพราะว่า การยกเลิกอีไอเอ (EIA) จะเป็นช่องทางให้กับหลายหน่วยงานตั้งงบประมาณไปป้องกันการ กัดเซาะชายฝั่ง แต่ประเด็นก็คือว่ามันไม่ใช่เป็นการป้องกันแต่เป็นการทำลายชายฝั่งนะครับ ก็ด้วยความเคารพท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเราเห็นปัญหาเหมือน ๆ กัน แล้วผมก็อภิปราย หลายครั้งในสภาว่าผมให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นพระเอกในเรื่อง ของการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจริง ๆ ก็อยากให้ทางท่านรับเป็นเจ้าภาพ ถ้าท่านทบทวน ไม่ได้หรือจะมีวิธีการนอกจากอีไอเอ (EIA) ผมทราบว่าจะมีเอสอีเอ (SEA) หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ออกมา ผมคิดว่าการเป็นเจ้าภาพของท่าน แล้วก็ตามกฎหมาย มาตรา ๒๑ ท่านสามารถ ดำเนินการอะไรที่ออกมาได้รวดเร็วเพื่อป้องกัน เพราะเราเห็นปัญหาร่วมกันครับ ขออนุญาต สอบถามครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ประเด็นเรื่องการพิจารณาทบทวนยกเลิกการทำอีไอเอ (EIA) ของทางคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เบื้องต้นต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผ่านท่านประธาน เพราะว่า ปัญหาเรื่องกัดเซาะนั้นเป็นเรื่องที่เรียกว่ามีความซับซ้อนแล้วก็มีความรุนแรงมากอย่างที่ ท่านสมาชิกได้กล่าวมาเมื่อสักครู่ ต้องขอกราบพระคุณที่ได้ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาขออนุญาตเรียน เบื้องต้นว่าการที่ทางคณะกรรมการ ทาง สผ นั้นได้ยกเลิกการทำอีไอเอ (EIA) ไปสำหรับการ ก่อสร้างกำแพงริมชายฝั่งตั้งแต่ ๒๐๐ เมตรขึ้นไป คือในแต่ละพื้นที่ที่ทางกรมโยธาธิการ และผังเมืองไปสร้าง นี่คือที่ได้รับรายงานมานั้นเนื่องจากมันเกิดปัญหาเขาเรียกว่ากัดเซาะ อย่างรุนแรง เขาเรียกว่าเป็นอีมีเดีย (e-Media) หรือปัจจุบันทันด่วน คือถ้าไม่ทำตอนนี้ บ้านพี่น้องประชาชนพังแน่นอน ตามรายงานที่ได้รับเข้ามา ดังนั้นถึงได้ขอผ่อนผันในการทำ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงหรือจะเป็นเขื่อนคอนกรีต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในระยะยาวผมเข้าใจความรู้สึก ของท่านสมาชิกนะครับ เพราะว่าอยู่ ๆ มาบอกว่ายกเลิกการทำอีไอเอ (EIA) ไปโดยไม่ต้อง ทำเลยนั้นก็จะเป็นปัญหาแน่นอน เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้มีข้อมูลซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะว่าหลังจากได้มีการยกเลิกการทำอีไอเอ (EIA) นั้นเราจะต้องไปพูดถึงเอสอีเอ (SEA) หรือสแตรทิจิก เอนไวรอนเมนทัล แอสเซสเมนต์ (Strategic Environmental Assessment) เพราะก่อนหน้านี้ที่มีการทำอีไอเอ (EIA) ของกำแพงคลื่นที่กำหนดเอาไว้ว่าต่ำกว่า ๒๐๐ เมตร ไม่ต้องทำ ก็จะเกิดปัญหาว่าจะมีคนบางกลุ่มที่หัวใสว่าไม่ทำ ๒๐๐ เมตร ไม่ทำ ๒๐๐ เมตร ขึ้นไป ทำ ๑๙๕ เมตร แล้วทำทีหนึ่ง ๔-๕ อัน ๑๙๕ เมตรเว้นหน่อยหนึ่ง แล้วก็ทำอีก ๑๙๕ เมตร ๑๙๐ เมตร แต่ว่าพอผลกระทบ เวลาทำเป็นโครงการหนึ่งก็ทำเป็นอีไอเอ (EIA) ของเฉพาะ แค่ ๑๙๕ เมตร ก็คือไม่ต้องทำ แล้วพอไปอีก ๑๙๕ เมตรก็ไม่ต้องทำ ก็ไม่ต้องทำไปเรื่อย ๆ ฉะนั้นพอมันรวมกันแล้วบางที่กลายเป็นหลายร้อยเมตรเป็นหลักกิโลเหมือนกัน ดังนั้น ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็เห็นความสำคัญของประเด็นนี้ถึงได้เริ่มในแนวคิด ที่ว่าเราเปลี่ยนจากการทำอีไอเอ (EIA) ให้มองเป็นในมุมมองของเอสอีเอ (SEA) หรือสแตรทิจิก เอนไวรอนเมนทัล อิมแพค แอสเซสเมนต์ (Strategic Environmental Impact Assessment) ก็คือมองในภาพรวมทั้งหมด ไม่ใช่แค่ในส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่ใช่โครงการใดโครงการเดียว นอกจากการทำเอสอีเอ (SEA) แล้วยังจะต้องมีการทำเกณฑ์ปฏิบัติ หรือ โค้ด ออฟ แพร็กทิส (Code of Practice) เอนไวรอนเมนทัล เช็กลิสต์ (Environmental checklist) ขึ้นมา คือว่า เรามองเป็นภาพรวม ในขณะนี้ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังคิดมาตรการใหม่ ออกมา เพราะการทำอีไอเอ (EIA) บางครั้งยังไม่ครอบคลุม เพราะว่าอีไอเอ (EIA) ทำขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่นถ้าหากว่ามีเขื่อนกันแนวกัดเซาะสัก ๓๐๐ เมตร ตัวอีไอเอ (EIA) ก็จะพิจารณา เพียงแค่ ๓๐๐ เมตรนั้น แต่พวกเราทราบกันดีว่าปัญหาการกัดเซาะพอท่านแก้ ๓๐๐ เมตรนี้ มันจะไปเมตรที่ ๓๐๕-๓๑๐ มันจะเป็นต้นน้ำกับปลายน้ำ บางครั้งเลยไปประมาณเป็นกิโลก็มี การทำอีไอเอ (EIA) เฉพาะโครงการนั้นมันไม่เกิดประโยชน์ นอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้ว บางครั้งอาจจะเกิดโทษด้วย จึงเป็นที่มาที่ทำให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนั้น คิดมาตรการใหม่ขึ้นมา คือการทำเอสอีเอ (SEA) บวกกับการทำโค้ด ออฟ แพร็กทิส (Code of Practice) ซึ่งคู่มือใหม่นี้กำลังจะนำเสนอเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ พอออกเป็นโค้ด ออฟ แพร็กทิส (Code of Practice) ใหม่ขึ้นมานะครับ เราเชื่อมั่นว่าศักยภาพแล้วก็ความมีประสิทธิภาพนั้น จะมากกว่าการทำอีไอเอ (EIA) แต่ละอัน ๆ ไป เพราะปัญหาการกัดเซาะนั้นเราทราบกันดีว่า แต่ละฤดูกาลก็จะเปลี่ยนไปครับ แต่ละปี ๆ การกัดเซาะชายฝั่งเป็นอะไรที่คาดเดายากมาก ดังนั้นการทำอีไอเอ (EIA) ของแต่ละโครงการเรามองเห็นว่าน่าจะยังไม่ครอบคลุม ถึงได้มีการ ยกเลิกแล้วก็คิดมาตรการใหม่ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเอสอีเอ (SEA) ไม่ว่าจะเป็นโค้ด ออฟ แพร็กทิส (Code of Practice) เพื่อที่ว่าจะได้แก้ปัญหาเรื่องการกัดเซาะได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น ก็ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับว่าปัญหาเรื่องการกัดเซาะนั้นทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนั้นเราให้ ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หลายพื้นที่เราได้แก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเอาไม้ไผ่ไปปักบ้าง เรียกว่า เป็นกรีนเมชเชอร์ (Green measure) ในการที่จะป้องกันการกัดเซาะ ตรงไหนที่เราสามารถ ที่จะทำให้เกิดอิมแพกต์ (Impact) กับสิ่งแวดล้อมได้น้อยที่สุดเราจะทำ ต้องขอขอบพระคุณ ทางท่านสมาชิกท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ที่ได้กรุณายกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะว่า เป็นประเด็นที่ดีแล้วผมเชื่อว่าสังคมหลายคนก็อยากจะรับรู้เรื่องนี้ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ผ่านไปยังท่านประธาน คือที่ผ่านมาท่านก็ให้เกียรติตอบในสภาใหญ่มารอบหนึ่งแล้วครับ เรื่องมาตรการสีขาว สีเขียว สีเทา ซึ่งผมก็ได้อ่านคู่มือเล่มนั้นมาก่อนหน้านี้แล้วเหมือนกัน ก็เลยบอกว่าขอชื่นชม แต่ว่าที่มาตั้งกระทู้ถามเพื่อว่า ณ วันนี้เราผ่านงบประมาณ ซึ่งเกรงว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือกรมเจ้าท่าที่ตั้งงบประมาณไปแล้วพอเขาไม่ทำอีไอเอ (EIA) เขาสามารถไปจัดซื้อจัดจ้างและเราก็เห็นผลอยู่ ภาษากฎหมายก็คือเล็งเห็นผลอยู่แล้วว่า มันพังต่อแน่ครับ ซึ่งไม่ใช่พังเฉพาะที่ฝั่งอ่าวไทยที่ทำอยู่โครงการนี้ ทั้ง ๒ หน่วยงาน ๒ กรม มันมาทางฝั่งอันดามันบ้านผมด้วย ที่จังหวัดกระบี่บ้านผม ที่จังหวัดตรังบ้านท่านประธานด้วย ซึ่งเมื่อช่วงเช้าก็มีการประชุมเรื่องนี้ในคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่าน ส.ส. จังหวัดตรัง ท่านก็อภิปรายสนับสนุนความเห็นของผมด้วยซ้ำนะครับ อยากจะถามต่อว่าท่านจะมีวิธี ที่จะสามารถระงับยับยั้งหรือว่าคัดค้าน อย่างน้อยผมคิดว่าใน ครม. ท่านสามารถที่จะเสนอ ความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อท่านนายกรัฐมนตรีว่าในเมื่ออีไอเอ (EIA) ไม่ให้ทำมันก็จริง แต่ว่าตอนนี้เรากำลังทำเอสซีเอ (SEA) อยู่ แต่ว่าเล็งเห็นผลแล้วว่าโครงการ ที่ตั้งไปอย่างไรมันก็ยังมีข้อสงสัยแล้วมันมีโอกาสที่จะพังต่อเนื่องได้ ที่สำคัญก็คือสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินก็ทักท้วง ปรากฏว่าหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ทำโครงการนี้ ซึ่งผมชื่นชมมาตลอด แต่ปรากฏว่าอีก ๒ หน่วยงานเขาไม่แคร์เลย ผมคิดว่า ผมอยากถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านสามารถที่จะใช้วิธีการ เพราะว่าท่านเห็นปัญหาตรงกัน กับผม แล้วก็ท่านจะทำวิธีการเสนอ ครม. หรือว่ามีวิธีทางแง่ที่จะไประงับหรือเบรกหรือว่า ชวนคุยกันก่อน เพราะผมอยากให้กระทรวงท่านเป็นกระทรวงที่เป็นพระเอกตัวจริงนะครับ ผมอภิปรายมาตลอดนะครับแล้วก็ชื่นชมท่าน
อันที่ ๒ ในคณะกรรมการระดับชาติที่ท่านบอกว่าจะประชุมเดือนกุมภาพันธ์ ผมค่อนข้างมีความกังวลว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการอาจจะมีไม่ครบถ้วนสำหรับ คนที่มีความคิดเห็นตรงกันกับแย้งกัน หรือน้ำหนักของคนที่เข้าไปพูดหรือตัวกรรมการเอง หรือที่ปรึกษา ผมคิดว่าท่านพอที่จะมีช่องทางให้กับกลุ่มแนวคิดที่มีความหลากหลาย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ได้หรือไม่ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับ ต้องกราบขอบพระคุณ ที่ท่านให้ผมเป็นพระเอกเรื่อยเลย เพราะที่ผ่านมา ๖ เดือนนี้รู้สึกจะเป็นพระเอกหลายงาน พอสมควร ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณคือในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเราจะดูในมิติของการพิทักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเราก็เข้าใจว่า ความเดือดร้อนของประชาชน ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราก็จะดูผลกระทบของสิ่งแวดล้อมอย่างที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ได้กล่าวมา แต่พอไปนั่งอยู่ ถ้าสมมุติเราเอาใจเขาไปใส่ใจเรา อย่างเช่น กระทรวงมหาดไทยที่กรมเวลาไปสร้างเรียกว่า สิ่งปลูกสร้างทั้งหลาย ผมเชื่อว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวก็คงจะมีอีกมิติหนึ่งที่เขาจะต้องมอง เช่นกัน ซึ่งบางครั้ง ๒ มิติมันอาจจะขัดแย้งกัน เพราะบางครั้งเวลาชาวบ้านมีเรื่องเดือดร้อน ปัจจุบันทันด่วนเห็นอยู่ชัด ๆ เลยว่าคลื่นกำลังจะมาเซาะตลิ่งหน้าบ้านฉันพังอยู่แล้วจะทำ อย่างไรดี อันนี้คือที่ผมได้รับทราบมา ไม่ใช่ว่าจะมาแก้ตัวหรือว่าจะแก้ต่างให้กับหน่วยงาน แต่ว่าแต่ละกระทรวงจะมีบริบทมุมมองที่แตกต่างกันไป อย่างเช่นว่ากระทรวงอุตสาหกรรม มีหน้าที่ที่จะพัฒนาประเทศไปข้างหน้า แต่ว่าหลักอุตสาหกรรมทั้งหลายในทางเดียวกัน ก็จะก่อให้เกิดมลพิษกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะมีหน้าที่คอยเบรก สิ่งเหล่านี้เอาไว้ อย่างกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือว่าหน่วยงาน ที่มีหน้าที่สร้างเขื่อนเหล่านี้ก็รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมา อันนี้เราก็เข้าใจ ในมุมมองของท่านนะครับ ซึ่งบางครั้งถ้าไม่สร้างบ้านพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขึ้นมาทางหน่วยงานนั้นก็จะโดนต่อว่าต่อขานได้อีก ทีนี้พอกลับมาในส่วนของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราเอง เราก็ดูในมุมมองของการปกป้องสิ่งแวดล้อม แล้วก็ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บางครั้งก็ต้องมาเขาเรียกว่ามาบาลานซ์ (Balance) กันให้ดี ซึ่งประเด็นนี้ขออนุญาตรับเป็นการบ้านไปแล้วจะไปหารือไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย หรือว่าหน่วยงานที่จะทำกำแพงคลื่นหรือสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อที่จะให้เกิดผลกระทบกับ สิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดนะครับ ส่วนของคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ เราจะมีทั้งผู้ทรงคุณวุฒิมีหลายฝ่ายเข้ามา อันนี้ ก็ให้ความมั่นใจได้ เพราะว่าทางองค์ประกอบของคณะกรรมการนั้นจะมีท่านนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงกลาโหม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียกว่าดูในลิสต์ (List) เกือบจะครบทุกกระทรวงเลย ดังนั้นกระทรวงที่เห็นด้วยกับบางกระทรวงที่จะต้องไปดึงเบรก เขาไว้เราจะมีมาตรการอย่างนี้อยู่ในคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละท่าน ที่เข้ามานั้นท่านก็ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ อันนี้ก็ให้ความมั่นใจกับทางท่านสมาชิกได้ เราเรียกว่าพิจารณากันให้ครบด้าน แล้วถ้าหากว่ามีการดำเนินการหรืออย่างไร ในส่วนของ พื้นที่ตัวผมเองเดี๋ยวจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการก่อสร้างทั้งหลายในการที่จะชะลอหรือว่าหารือแนวทาง ที่ว่าทำอย่างไรให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกครับ ขอรับไป เป็นการบ้านท่านประธานครับ
เชิญท่านประเสริฐพงษ์ ต่อเนื่องครับ
ต้องขอบพระคุณอีกครั้ง ทีนี้จากที่ท่านรัฐมนตรีอธิบายมาก็คือท่านก็ใช้คำเดียวกับทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ก็คือชาวบ้านเดือดร้อนนะครับ เมื่อเช้าเราก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ผมก็ได้เสนอความคิด หรืออภิปรายไปด้วยเช่นเดียวกันว่าการที่ชาวบ้านไปอยู่ชายฝั่งทะเลมันเหมือนกับมีความเสี่ยง ในตัวมันเองอยู่ด้วยอยู่แล้วครับ เพราะว่าคนสมัยก่อนเขาก็ไม่อยากให้ลูกหลานไปอยู่ริมทะเล เพราะว่าคืบก็ทะเล ศอกก็ทะเลเขาก็ให้ลูก ๆ หลาน ๆ คนที่ไม่รักนั่นละครับไปอยู่ชายทะเล เพราะฉะนั้นเรื่องของการไปอยู่ชายฝั่งทะเลจึงเป็นความเสี่ยงของคนที่ไปตั้งถิ่นที่อยู่อาศัย เผชิญด้วยตัวเอง ทางออกถ้ามันเป็นวิธีเดียวที่บอกว่าจะต้องไปสร้างกำแพงคงไม่ใช่เป็น วิธีเดียวแบบนั้น เพราะเราสามารถเวนคืนที่ดินให้เขาย้ายบ้านได้ ถูกไหมครับ ซึ่งการเวนคืน ที่ดินให้เขาย้ายบ้านหรือย้ายชุมชนใช้งบประมาณน้อยกว่าการเอางบประมาณการสร้างเขื่อน ไปทุ่มไปทิ้งตรงนั้นเสียอีกครับท่านประธาน ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่อยากจะ เสนอทิ้งไว้นะครับ เพราะว่าผมคงไม่มีโอกาสไปเสนอใน ครม. แต่ว่าท่านมีโอกาส
ถัดมาครับ เรื่องของมาตรา ๒๑ ที่ท่านมีอำนาจเต็มอยู่ในมือ เพราะว่า พ.ร.บ. นี้มันพูดถึงการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ละเอียดมาก ในขณะที่หน่วยงาน เจ้าท่าหรือหน่วยงานอื่น กรมโยธาธิการและผังเมือง พ.ร.บ. อำนาจหน้าที่เขาไม่พูดถึงเรื่อง การกัดเซาะชายฝั่งเลย พ.ร.บ. เขาพูดถึงเรื่องทะเลกว้าง ๆ เท่านั้น ซึ่งผมก็แย้งมาตลอดว่า อาจจะไม่ใช่หน้าที่ของเขาด้วยซ้ำ แต่เป็นหน้าที่ของท่านโดยตรงก็เลยอยากคิดว่าถ้าท่าน รัฐมนตรีจะได้เร่งรัดออกมาตรการตามมาตรา ๒๑ ช่วยให้เร่งด่วนได้เร็วที่สุด ผมคิดว่าอันนี้ สามารถที่จะโพรเทกต์ (Protect) หรือเป็นแนวทางเพื่อที่จะให้ส่วนราชการอื่นมาบูรณาการ กับพระเอกอย่างท่านได้ดี แล้วผมเชื่อว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนโดยเฉพาะ นักวิชาการ เพราะว่าประเด็นการกัดเซาะชายฝั่งมันเป็นข้อถกเถียงกันมา มันมีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นถ้ามีข้อถกเถียงไม่ตกผลึกผมคิดว่าการถอยออกมาคนละก้าว ถอยออกมาเพื่อจะมาบอกว่าที่ทำอันนี้มันน่าจะใช่ไหม มันมีวิธีอื่นอีกไหม เหมือนที่ท่านทำ ที่กระทรวงทำนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ เพราะพื้นที่แต่ละอันก็ไม่เหมือนกันนะครับ เรื่องของลมมรสุมอะไรปัจจัยเยอะแยะ ผมก็เลยคิดว่าถ้าท่านจะช่วยอีกสักนิดหนึ่งเร่งรัด เรื่องมาตรา ๒๑ ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ
เชิญรัฐมนตรีครับ
ก็รับเป็นการบ้านนะครับ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็นั่งอยู่ด้านหลังผม ทางรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนะครับ ก็ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิก ขออนุญาตรับไปประสานงานต่อครับ
ขอบคุณท่านประเสริฐพงษ์ และท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านเจ้าหน้าที่ทุกคนนะครับ กระทู้ต่อไปขอเลื่อนใช่ไหมครับ กระทู้ของท่านไกลก้อง ไวทยการ นั้นท่านรัฐมนตรีขอเลื่อนไปเป็นวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ กระทู้ ต่อไปครับ
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๓๒ เรื่อง การกำจัดผักตบชวา อย่างยั่งยืนในแม่น้ำ คู คลอง ของจังหวัดสุพรรณบุรี (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบ
ขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งมาให้ข้อมูลชี้แจงจากทางกรมโยธาธิการและผังเมืองนะครับ ๑. ท่านพรพนม บัวชื่น ๒. นางสาวชัชฎาพร พรมบุญ ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้วครับ ท่านณัฐวุฒิ ขอเรียนความจริง ท่านสมาชิกก็เข้าใจอยู่แล้ว แต่เพื่อให้เหมือนกันทุกกระทู้นะครับ ก็เรียนว่ากระทู้แยกนี้ เหมือนกระทู้ถามทั่วไปตรงที่ว่าถามได้ ๒ ครั้งนะครับ แต่จำกัดเวลาว่ากระทู้แยกต้องไม่เกิน ๒๐ นาที ทั้งถามและตอบไม่เกิน ๒๐ นาที ส่วนหลักทั่วไปนั้นก็ใช้ก็คือต้องไม่มีลักษณะ เป็นการอภิปราย ขอเชิญท่านณัฐวุฒิ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผม ได้ยื่นกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่องการกำจัดผักตบชวาอย่างยั่งยืน เนื่องจากว่าประเทศไทย มีแม่น้ำ คู คลอง หนองบึง รวมความยาวทั้งสิ้น ๔๘๖,๑๖๗ กิโลเมตร เขตชลประทาน อยู่ในพื้นที่ในระยะทาง ๓๖,๒๘๘ กิโลเมตร หรือร้อยละ ๗.๔๘ ปัญหาหลักก็คือผักตบชวา ถือว่าเป็นวัชพืชร้ายแรงอันดับ ๘ ของโลกระบาดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผักตบชวาขยายพันธุ์ ด้วยการแตกหนอ ขยายจาก ๒ ต้นเป็น ๓๐ ต้นได้ในเวลา ๒๐ วัน จาก ๑๐ ต้นในแม่น้ำ ขยายเป็น ๑ ล้านต้นในระยะเวลา ๑ ปี แล้วก็สามารถอยู่ในน้ำนานถึง ๑๕ ปีด้วยกันครับ ดังนั้นปริมาณผักตบชวาถ้าจะรวมตัวเลขทั้งประเทศ ภาคเหนือประมาณ ๒,๐๔๐,๐๐๐ ตัน ภาคกลาง ๑,๓๕๐,๐๐๐ ตัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๘๔๒,๐๐๐ ตัน ภาคใต้ ๒๔๕,๐๐๐ ตัน ภาคตะวันตก ๒๔,๐๐๐ ตัน ภาคตะวันออก ๒๓,๐๐๐ ตัน รวมทั้งสิ้น ๔,๕๒๔,๐๐๐ ตัน ด้วยกัน ดังนั้นจึงส่งผลกระทบอย่างร้ายแรง ยกตัวอย่างเช่น ภัยแล้งที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากว่าผักตบชวาสามารถระเหยน้ำได้เร็วกว่าปกติ ๓-๕ เท่าด้วยกันทำให้ปริมาณน้ำ ในคลองลดลง อุปสรรคในการสัญจรทางน้ำ ระบายน้ำได้ยากมากขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมต้อง ขอเรือกำจัดผักตบชวาเข้าไปช่วยพี่น้องที่ขาดแคลนน้ำแล้งในการทำนาให้เข้าไปช่วยกำจัด ผักตบชวาในคลองเสาธง-บึงคา ที่อำเภอบางปลาม้า นอกจากนั้นยังส่งปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่งความเสียหายต่อสภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะงบประมาณแผ่นดินกำจัดแล้วกำจัดอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีกทุกปีตลอด หน่วยงานรับผิดชอบก็มีจำนวนมาก ไม่ใช่กรมโยธาธิการและผังเมือง อย่างเดียว ยังรวมถึงกรมทรัพยากรทางน้ำ กรมชลประทาน และกรุงเทพมหานครเหล่านี้ ช่วยกันจัดสรรงบประมาณ จากสถิติตัวเลขที่ ๕ หน่วยงานนี้ก็คือ กทม. กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วก็กรมเจ้าท่า ๕ ปี ๒,๕๐๐ ล้านบาท สตง. เขาประเมินมาแล้วครับ ใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่านะครับ
คำถามแรกก็คือในฐานะที่ท่านดูแลรับผิดชอบในส่วนของกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะเป็นหน่วยงานที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น ในจังหวัดสุพรรณบุรี มีถึง ๕๐ คลองด้วยกัน แม่น้ำท่าจีนเป็นแม่น้ำหลัก ถามว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทราบไหมครับว่าแต่ละท้องถิ่นรวมแล้วใช้งบประมาณเพื่อกำจัดผักตบชวาทั้งประเทศเท่าไร โดยเฉพาะในจังหวัดสุพรรณบุรี แล้วส่วนใหญ่ใช้วิธีไหนครับ ใช้วิธีใช้แรงงานคน ใช้เครื่องจักร หรือใช้ยากำจัดวัชพืช เพราะมันส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน นี่เป็นคำถามแรกขออนุญาต กราบเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรี
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ให้เกียรติตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ผมเรียนเบื้องต้นว่ากระทรวงมหาดไทยเอง ก็ให้ความสำคัญครับ วันนี้ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๓๒ แทน เรื่องของ ผักตบชวานะครับ เรื่องผักตบชวาเป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ท่านรัฐมนตรีเองท่านก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาโดยมอบหมายเรื่องการบูรณาการ มอบหมายท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านเป็นประธานกรรมการ มีอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นเลขานุการ ในระดับประเทศครับ แล้วก็มีคณะกรรมการ ขับเคลื่อนมีท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย มีคณะกรรมการระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดเป็นประธานคณะกรรมการ แล้วก็กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นกรรมการ มอบหมาย ในการบูรณาการร่วมกัน เพราะว่าผักตบชวามันอยู่ในน้ำหลายทางด้วยกัน มีทั้งแม่น้ำลำคลอง ทั้งหลายแล้วก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบหลายหน่วยงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง และคูคลองที่อยู่ในความรับผิดชอบของท้องถิ่นมากมาย เหลือเกิน จำเป็นต้องให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกัน จำเป็นต้องมีคณะกรรมการขึ้นมา อย่างที่บอกว่า ๓ ชุดด้วยกัน ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ เข้าใจว่าเรื่องของผักตบชวา ที่อยู่ในระดับท้องถิ่น ท้องถิ่นต้องมีหน้าที่ไปตามกฎหมายในการดูแลแต่เวลาที่ท้องถิ่น ต้องดำเนินการอะไรบางทีไม่ถือว่าเป็นภารกิจ จริง ๆ มีหลายท้องถิ่นต้องการที่จะซื้อเรือ ในการกำจัดผักตบชวาก็ยังซื้อไม่ได้ เพราะถือว่าไม่ใช่เป็นภารกิจงานของท้องถิ่นโดยตรง อันนี้ผมเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกที่ถามด้วยนะครับ แต่ว่าเวลาจัดสรรงบประมาณไป ก็เป็นเรื่องของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเองนะครับ ในการจัดสรรที่ผ่านมาก็ซื้อเรือไป ๘๐๐ กว่าลำ เป็นเรือท้องแบนที่ใช้ในการกำจัดผักตบชวาให้ไป ๘๐๐ กว่าลำให้ท้องถิ่น ท้องถิ่นก็จัดซื้อไปก็ยังไม่ครบ ก็เรียนว่าเรื่องของการกำจัดผักตบชวามันเป็นเรื่องที่ทำแล้ว มันขยายผลได้เร็วจริง ๆ มันขยายแตกหน่อแตกอะไรไปเรื่อย ๆ ก็เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ เหมือนกัน แต่ว่ามันต้องบูรณาการกันอย่างที่บอกว่าวันนี้ท้องถิ่นไม่มีเครื่องมือแต่ต้องร้องขอ มาที่หน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นกรมโยธาธิการและผังเมือง โยธาซึ่งมีเครื่องจักร เครื่องมืออยู่แล้วในการลงไปช่วยกันนะครับ ในเบื้องต้นผมขอตอบเท่านี้ก่อนนะครับ
ท่านณัฐวุฒิเชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ที่ผมถามเรื่องงบประมาณก็จะชี้ให้เห็นนะครับท่านรัฐมนตรีว่าปีหนึ่งเราจัดตั้งงบประมาณ เพื่อกำจัดผักตบชวา ไม่เป็นไรเราจัดงบประมาณไปแล้วถ้ามันสิ้นสุดมันจบ แต่มันไม่จบครับ ๔ เดือนมันมาอีกแล้ว ๕ เดือนมาอีกแล้ว เราก็ต้องตั้งงบประมาณวนเวียนซ้ำซากอยู่อย่างนี้ กำจัดไม่หมดสิ้น ผมเห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๓ ชุด รวมทั้งกำหนด เป็นวาระแห่งชาติ เพราะอะไรครับ เพราะว่ายุทธศาสตร์ชาติเขียนไว้อย่างนี้ว่าด้านการสร้าง ความเติบโตบนคุณภาพชีวิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (๓) อนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำลำคลอง และแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ ซึ่งจะตรงกับนโยบายของทางรัฐบาล ข้อ ๑๐ การฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อความเติบโตอย่างยั่งยืน ผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าต้องยึดอย่างนี้ครับ แนวทางที่ ๑. ต้องยึดว่าผักตบชวา เป็นขยะ เป็นขยะในน้ำแล้วไหลไปได้ทั่วไป นี่ประการสำคัญนะครับ ๒. ต้องมีการกำจัดขยะ ในน้ำนี้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นทุกสัปดาห์ทุกเดือนแล้วมันจะไม่สะสม มันจะไม่ก่อให้เกิด มีจำนวนมากมายมหาศาล ๒ ประการนี้เป็นพื้นฐานสำคัญทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑. ต้องถือว่าเป็นขยะ ๒. ต้องจำกัดอย่างต่อเนื่อง จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นจะต้องมีเครื่องไม้ เครื่องมือเครื่องจักรอะไรจำนวนมาก แต่ถ้าเราร่วมแรงร่วมใจกันที่จะทำ ท่านรัฐมนตรีครับ นี่เป็นพื้นฐานนะครับ ๑. เป็นขยะ ๒. กำจัดอย่างต่อเนื่อง ทีนี้แนวทางอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรี บ้านใครบ้านมัน บ้านใครบ้านมันดูแลความสะอาดหน้าบ้านของตัวเอง อย่าผลักภาระผักตบชวาให้ไหลจากบ้านหนึ่งไปอีกบ้านหนึ่ง จากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง จากอำเภอหนึ่งไปอีกอำเภอหนึ่ง จากตำบลหนึ่งไปอีกตำบลหนึ่ง มาตรการเข้มข้น ท่านชัตดาวน์ (Shutdown) เลย ชัตดาวน์ (Shutdown) แม่น้ำบ้านใครบ้านมัน แล้วทำบิ๊ก คลีนนิง เดย์ (Big cleaning day) โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านตั้งโครงการนี้มาได้เลย สายน้ำสวยสดใส ร่วมใจ กำจัดผักตบชวา ท่านทำครั้งเดียวหรือครับ พอทำครั้งเดียวท่านก็กลับไปย้อนทำหลักการ เบื้องต้นที่ผมบอกก็คือ ๑. มันเป็นขยะ ๒. ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ท่านทำครั้งแรกครั้งเดียว ทุกจังหวัดทำอย่างนี้ ท่านมีจิตอาสา แล้วหามาตรการเป็นอินเซนทีฟ (Incentive) เสีย จูงใจ หามาตรการถ้าระเบียบไหนมันไปทำให้เป็นอุปสรรคในการดำเนินการโครงการนี้นะครับ ท่านก็แก้ไขเสีย มีรีวอร์ด (Reward) มีไพรออริตี (Priority) มีวิธีจูงใจด้วยงบประมาณ เหล่านี้ ผมว่าเราใช้งบประมาณไม่มาก แล้วใช้ครั้งเดียวไม่ต้องใช้ซ้ำซากอีก ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องไม้ เครื่องมือ เครื่องจักรต่าง ๆ ขอความร่วมมือร่วมใจ ๑. มันเป็นขยะ ๒. ต้องกำจัดต่อเนื่อง เหมือนกับมีรถขยะบนบกต้องเก็บทุกวัน ๆ อันนี้ ๒ วันเก็บที เดือนหนึ่งเก็บทีแล้วแต่สภาพ มัน น้อยมันก็ใช้แรงน้อย ใช้กำลังไม่มาก อันนี้ประการหนึ่ง ถ้าท่านไม่ทำ บิ๊ก คลีนนิง เดย์ (Big cleaning day) ท่านทำวิธีอื่น สมมุติท่านทำแมปปิง (Mapping) สิครับ แมปปิง (Mapping) ในแม่น้ำคูคลองท่านจะเอามาขึ้นที่ไหน ทั้งประเทศเอามาขึ้นสักจุดหนึ่งแล้วเอาไปทำอะไร ก็ต่อยอดเอา ถ้าอย่างนี้จะฝากผลงานเหมือนกับท่านวราวุธศิลปอาชา ถุงขยะใช้ครั้งเดียวทิ้ง ถ้าทำอย่างนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านจะฝากผลงานเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครชนะสงคราม ผักตบชวาได้เลย ท่านจะประสบความสำเร็จอย่างมากครับ แล้วไม่ยากท่านมีอำนาจอยู่ในมือ ท่านขอความร่วมมืออย่างนี้เป็นไปได้ไหมครับ กราบเรียนถามท่านรัฐมนตรี
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงกระทรวงมหาดไทยเราก็มีโครงการที่ท่านว่านะครับ เป็นโครงการประชารัฐร่วมใจคลองสวยน้ำใสและคนไทยมีความสุขดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างที่เรียนว่าผักตบชวาเป็นพืชพิเศษจริง ๆ หยุดวันเดียวมันเพิ่ม ๒-๓ เท่า มันเป็นอย่างนั้น จริง ๆ กระทรวงมหาดไทยก็พยายามดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยบูรณาการทุกหน่วยงาน ก็ทำกันอยู่นะครับ ก็เห็นว่ามันขยายผลได้เร็วจริง ๆ ก็มีความคิดเรื่องของการต่อยอดอะไร มากมายนะครับ อย่างเช่น เอาผักตบชวาไปทำเป็นปุ๋ย ไปทำเรื่องของสิ่งทอ ทำหลายอย่าง ก็ไม่หมด แล้วก็พยายามอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประชาชนก็เป็นส่วนสำคัญ ในการที่ลงไปช่วยเหลือ เรื่องของจิตอาสาก็ลงไปทำ แล้วก็เรื่องของจำนวนสมาชิกเขาเรียก ชมรมคนริมน้ำ มีจำนวนสมาคม ๗,๕๙๒ ชมรม มีสมาชิก ๑,๔๐๐,๐๐๐กว่าคนก็ลงไป ช่วยกันดู แต่มันเป็นปัญหาอย่างหนึ่งคือเวลาเรื่องกำจัดผักตบชวาให้ท้องถิ่นลงไปดำเนินการ เรื่องของการซื้ออุปกรณ์อะไรทั้งหลาย บางทีบางครั้ง สตง. เองก็มีปัญหาเรื่องว่าไม่ใช่ภารกิจ ทุกครั้งที่มีการจัดเก็บของท้องถิ่น ท้องถิ่นไม่มีเครื่องมือ คนมีอยู่แต่ไม่มีเครื่องมือ เพราะต้อง ลงไปในน้ำจะไปเก็บอย่างไร ผักตบชวา ๑ กอประมาณสักกิโลกรัมกว่า มีทั้งน้ำทั้งอะไรด้วย แล้วก็ลำบากก็ต้องอาศัยความร่วมมือ เครื่องมือจากหน่วยงานอื่นลงไปช่วยทำ แต่พยายาม จัดเก็บอย่างตัวเลขทั้งหมดจัดเก็บมาแต่ละปี วันนี้กรมชลประทานเก็บไปแล้ว ๒,๖๐๐,๐๐๐ ตัน กรมเจ้าท่าเก็บไป ๔๒๐,๐๐๐ ล้านตัน กรมโยธาธิการและผังเมือง ๑,๑๐๐,๐๐๐ ตัน ตัวเลข มหาศาลจริง ๆ แต่ว่าก็มีแนวความคิดอยู่หลายแนวทางนะครับ ผมก็ทราบว่ามีกรรมาธิการ ศึกษาไปคิดเรื่องสารชีวพันธุ์ทั้งหลายเขาจะลงไปช่วยดูกัน แต่ว่าสารดังกล่าวยังไม่ได้มีโอกาส ไปรับรองจากกรมวิชาการเกษตรก็ยังรออยู่ครับ แต่ว่าถ้าทำสำเร็จผมมั่นใจว่าบางทีเราก็ให้ ท้องถิ่นลงไปทำไปใช้อย่างนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะแก้ปัญหาได้นะครับ
เชิญครับ ติดใจจะมีอะไร ต่อได้นะครับ มีเวลาอยู่ ๑ นาทีครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงครับ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านยังทำวิธีนี้อยู่ผมเชื่อมั่นว่าเราก็ต้องวนเวียน อยู่อย่างนี้ ถ้าท่านไม่เอาจริงเอาจังสักครั้งหนึ่งกำหนดวัน กำหนดความร่วมไม้ร่วมมือ อย่างจริงจังแล้วก็มีมาตรการต่อเนื่องในการกำจัดผักตบชวาครับ แต่ละพื้นที่บ้านใครบ้านมัน กำหนดขอบเขตเสีย อย่างนี้จะสำเร็จได้ ถ้าท่านทำอย่างนี้ทุกวันผมก็เชื่อว่าเราก็วนเวียน อยู่อย่างนี้ซ้ำซากอยู่อย่างนี้ในการกำจัดผักตบชวาตั้งงบประมาณกันทุกปี ๆ แล้วมันก็ไม่จบ ไม่สิ้นครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ
กราบเรียน ท่านประธานเพิ่มเติมนิดเดียวครับ ความจริงกระทรวงมหาดไทยก็มีมาตรการในการเก็บแบบ ครั้งใหญ่เป็นระยะยาวอยู่ครับ ทั้งเก็บใหญ่ เราเคยเก็บครั้งใหญ่ได้จำนวนถึง ๘ ล้านล้านกว่าตัน ก็จัดเก็บไป มีเก็บแบบยั่งยืน เก็บทุกวันนี้ก็ประมาณสัก ๓ ระยะด้วยกัน ตัวเลขระยะที่ ๑ ได้ ๘ ล้านล้านกว่าตัน ระยะที่ ๒ ได้ ๔ ล้านล้านกว่าตัน ระยะที่ ๓ ได้ ๔ ล้านล้านกว่าตัน เขาทำอย่างต่อเนื่อง ความจริงก็กำชับไว้ให้ท้องถิ่นทั้งหลายหรือตัวหน่วยงานเก็บอย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้ก็ยังเก็บอยู่นะครับ เพียงแต่ว่าผักตบชวาบอกว่ามันขยายผลได้เร็ว จริง ๆ ผมว่า วิธีการเดียวที่อาจจะทำได้คือหาวิธีการที่จะเอาไปทำเป็นโปรดักต์ (Product) อื่น ๆ อย่างเช่น เรื่องปุ๋ยเรื่องอะไรประมาณนี้ หรือหาสารชีวพันธุ์ที่ว่าแทนเครื่องมือเครื่องจักรลงไปทำ แบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอยู่กับคนได้ แล้วก็เขาเรียกว่าทำแล้วธรรมชาติยังอยู่ได้เหมือนเดิม อย่างนี้ครับ เป็นการแก้ปัญหาส่วนหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้ความจริงผมเองซึ่งดูแลกรมโยธาธิการ และผังเมืองก็พยายามหาอยู่นะครับ ให้ดอกเตอร์ทางวิชาการทั้งหลายลงไปช่วยคิดค้นอยู่ว่า จะทำอย่างไร แต่มีแล้วครับ มีเอาไปฉีดแล้วครับ ผักตบยุบตัวลงไป แต่ว่ายังไม่มีการรับรอง กำลังดำเนินการที่จะให้มีการรับรองอยู่เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้การกำจัดมีผล เขาเรียกว่าถาวร ได้ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิก ณัฐวุฒิและท่านรัฐมนตรีที่ตอบกระทู้นี้ครับ ก็จบกระทู้ที่ ๑.๓.๔ ท่านรัฐมนตรี เสร็จภารกิจ ท่านสมาชิกยังไม่เสร็จภารกิจนะครับ เสร็จหมดแล้วหรือครับ ขอเลื่อนหรือครับ กระทู้ถามต่อไปเป็นกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านณัฐวุฒิ ท่านรัฐมนตรีแจ้งมาว่าไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามดังกล่าวได้ ขอเลื่อนตอบกระทู้ไปวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓ ก็จบกระทู้ทั้งหมด หมดแล้วใช่ไหมครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณท่านสมาชิกครับ ขอบคุณทุกคนนะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ ๒ เรื่อง
รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชี รายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างลง ด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีหนังสือขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นายกรณ์ จาติกวณิช สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๘) ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ประกอบกับนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับที่ ๒๕ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้วนั้น อาศัยอำนาจ ตามความในมาตรา ๑๐๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์เลื่อนขึ้นมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑ คน คือนายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ดังนั้นจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ๔๙๘ คน องค์ประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๔๙ คน จึงแจ้งที่ประชุมรับทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
เรื่องที่ ๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต่อไปนี้ขอเชิญนายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ กรุณายืนขึ้นกล่าวคำปฏิญาณตน โดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำแล้วคุณจักรพันธ์ กรุณาระบุชื่อท่านเองครับ
(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ได้ยืนขึ้นและกล่าวคำ ปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำ)
“ข้าพเจ้า นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ยินดีด้วยครับ เชิญนั่งครับ มีอะไรเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขออนุญาตเสนอญัตติด่วน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๕๔ (๑) ขอให้สภาพิจารณา เรื่องการศึกษา แนวทางการแก้ไขและป้องกันปัญหาฝุ่นละอองที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ด้วยเหตุผล ท่านประธานที่เคารพ วันนี้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นควันเป็น อย่างมาก แล้วกระผมเชื่อว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาฝุ่นควันนี้ อย่างจริงจังก็เลยเสนอขอให้พิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน โดยจะขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พอดียกตั้งนานแล้วตั้งแต่ ก่อนถวายสัตย์ปฏิญาณแต่ท่านประธานอาจจะมองไม่เห็น ไม่เป็นอะไรครับ ท่านประธานครับ คือผมจะขอเสนอญัตติเป็นการด่วนใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ซึ่งท่านประธานลองวินิจฉัยดูว่า สมเหตุสมผลหรือไม่ ข้อ ๕๐ นี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะ ขจัดปัญหาใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง และใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ในการเสนอญัตติดังกล่าวนี้โดยที่ไม่มีเอกสาร เป็นการเสนอญัตติด้วยปากเปล่า ในทางปฏิบัติ ผมได้ส่งญัตติตั้งแต่เมื่อวานนี้ช่วงสาย ๆ แล้ว ซึ่งก็เข้าใจว่าอาจจะอยู่ในกระบวนการพิจารณา จึงขออนุญาตนำเรียนท่านประธานเพื่อนำพิจารณาตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ข้อ ๕๔ (๑) และ ข้อบังคับ ข้อ ๖๐ เพื่อพิจารณาเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันที่เป็นพิษต่อพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศไทย หรือว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างยั่งยืน เพื่อนำผลการศึกษาส่งต่อให้รัฐบาล แล้วขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาในกรณีดังกล่าว ขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๐ ขอผู้รับรองญัตติผมครับ ขอขอบพระคุณครับ
มีผู้รับรองนะครับ ขอเรียน อย่างนี้นะครับ ญัตติที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือให้ผู้รับรองญัตติแสดงการรับรอง โดยวิธียกมือขึ้นพ้นศีรษะทั้ง ๒ ฝ่ายเมื่อสักครู่นี้นะครับ คุณจิรายุ เจ้าหน้าที่รายงานผมว่าของคุณก็ได้บรรจุในระเบียบวาระนะครับ ทีนี้อย่างนี้ครับ โดยที่เรากำลังพิจารณาเรื่องเพื่อทราบอยู่ ยังไม่จบครับ แต่ว่ามีผู้เสนอญัตติด่วนตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ ขอให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วน ก็มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ คุณจิรายุก็เสนอเรื่อง โดยอ้างข้อบังคับมากกว่าเดิมหน่อย แต่ว่าก็เรื่องเดียวกันก็คือเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ใช่ไหมครับ เรื่องทำนองเดียวกัน ดังนั้นจะเป็นการพิจารณาโดยไม่เสนอล่วงหน้าหรือเสนอ เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม แต่ว่าเปลี่ยนไปจากวาระเดิมก็ต้องขออนุมัติที่ประชุมนะครับ เว้นแต่ที่ประชุมจะไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น คือเห็นสอดคล้องกันหมดก็อนุมัติให้เสนอได้ บัดนี้ก็มีผู้เสนอเข้ามาจำนวนหลายท่านนะครับ ซึ่งประเดี๋ยวก็ไล่ไปตามลำดับ ผมเรียนถาม ที่ประชุมว่ามีผู้ใดที่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ที่ ๒ ท่านเสนอมา
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็อนุมัติให้มีการพิจารณาเรื่องด่วนตามที่ได้เสนอมาครับ เพราะฉะนั้นก็เชิญผู้เสนอท่านแรก เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ในญัตติด่วนที่เพื่อนสมาชิก ได้กรุณาเสนอซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ มีญัตติที่เสนอเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรอยู่ในขั้นตอน การพิจารณาของทางท่านประธานเพื่อที่จะบรรจุเข้าระเบียบวาระอีกทั้งหมด ๑๑ ญัตติครับ ถ้าท่านประธานจะกรุณาอนุญาตขอทั้ง ๑๑ ญัตติได้ประกบเข้าไปในคราวเดียวกันครับ
ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันขออนุญาตถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องก็พิจารณาพร้อมกันไป โดยขออนุญาตที่ประชุมแจกเอกสารต่อที่ประชุมต่อจากนี้เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจกเอกสาร)
ท่านมีอะไรไหมครับ สมาชิกถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้อนุญาตให้เสนอญัตติได้ เชิญเลยครับ วาระแรก ผู้เสนอแรก จะเป็นผู้ใดครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐค่ะ
อนุมัติให้คุณพิชชารัตน์ เสนอเป็นลำดับที่ ๑ ผมเรียนไว้เลยนะครับ หลังจากนั้นก็จะมีอีกรวมทั้งหมด ๑๑ ฉบับ ตั้งแต่ ของคุณพิชชารัตน์ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ คุณเรวัต วิศรุตเวช นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร คุณจักรพล ตั้งสุทธิธรรม คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ และคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ คุณศุภชัย ใจสมุทร คุณกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี คุณนิติพล ผิวเหมาะ คุณจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ที่เสนอมาขณะนี้ มีอยู่เท่านี้นะครับ เสนอเพิ่มเติมยังไม่มีนะครับ ขอเชิญคุณพิชชารัตน์ครับ ขอโทษครับ บังเอิญของคุณจิรายุก็อยู่ในเอกสารนะครับ ในวาระที่เสนอเข้ามาครับ อยู่ในนั้นด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กราบเรียน ปรึกษาท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตติด้วยปากเปล่า ด้วยข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๕๔ (๑) ข้อ ๖๐ นั้นท่านแรกก็คือท่านอรรถกร ถ้าท่านจะได้เสนอญัตติก่อน ตามด้วยท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ แล้วจึงเป็นเพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตติประกบถูกต้องไหมครับ
ได้ครับ
น่าจะเป็นเช่นนั้นนะครับ
ได้ครับ
ก็ขอท่านประธานได้เรียงตามนั้นครับ
ขออนุญาตที่ประชุม รวมทั้งหมดเลยที่เสนอมาแล้ว ทั้งที่อยู่ในวาระและนอกวาระ เชิญเลยครับ
มิได้ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ประเด็นของผมนั้นก็คือผู้เสนอญัตติด้วยปากเปล่าคือท่านอรรถกรเป็นคนแรกที่ควรจะเข้าญัตติ ตามด้วยท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ได้เข้าญัตติเป็นท่านที่ ๒ เรียนปรึกษาท่านประธานครับ
ได้ครับ ก็ไม่กำหนดเวลานะครับ แต่ว่าสมาชิกต้องเผื่อไว้ให้เพื่อนได้พูดกันทุกคน ดังนั้นก็มีวิธีเดียวคือเราต้องประหยัดเวลา โดยอภิปรายในวาระและในประเด็นตรง ๆ แล้วก็จะได้อภิปรายได้หมดทุกคนนะครับ
ญัตติด่วนที่ ๑ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน (นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านพิชชารัตน์ครับ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันเป็นผู้ยื่นญัตติด่วน เรื่อง ขอเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพคะ ปัญหาฝุ่นละอองที่มีค่าสูงเกินกว่ามาตรฐานนั้นอยู่กับเรามานานแล้วนะคะ แล้วเกิดขึ้นเป็นประจำและเป็นปัญหาในหลายจังหวัดทั่วทั้งประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ รวมถึงพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และที่แน่นอนปัญหาสุขภาพของประชาชน และปัญหานี้มีแนวโน้มที่จะขยายตัวเป็นปัญหาสำคัญของประเทศค่ะ ถ้าจะพูดถึงสาเหตุ ของปัญหาฝุ่นละอองนี้แหล่งกำเนิด ณ ปัจจุบันบอกได้เลยค่ะว่าการเผาในพื้นที่โล่ง ไม่ว่าจะ เป็นการเผาจากวัสดุทางการเกษตร การเกิดไฟป่า การเผากิ่งไม้ใบไม้นั้นมาเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งจากในประเทศแล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านเองก็ตามที่ถูกพัดเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งในพื้นที่ ของกรุงเทพมหานครเองนั้นยังมีอีก ๒ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ก็คือปัญหาของการจราจรแล้วก็ การก่อสร้าง รวมถึงสภาพอากาศที่ไม่สามารถควบคุมได้ ในพื้นที่ภาคเหนือเองในช่วงหน้าแล้ง ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนเมษายนของทุกปี เรามักจะพบว่ามีปริมาณของฝุ่นละออง ที่เพิ่มขึ้นด้วยสาเหตุหลักก็คือปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือมีตั้งแต่ปัญหาการเผา เพื่อบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อการเกษตร การทำกิน การเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกจากการกำจัด เศษวัสดุประกอบกับสภาพอากาศที่แห้งและนิ่ง ภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะทำให้ฝุ่นละอองนั้น ไม่แพร่กระจายและแขวนลอยอยู่ในอากาศได้นาน ในพื้นที่ภาคใต้เองเราได้รับผลกระทบ จากการเผาพื้นที่พรุในประเทศอินโดนีเซีย พื้นที่ภาคกลางเองในจังหวัดสระบุรีมีประชาชน ส่วนใหญ่ประกอบกิจการโรงโม่ โรงย่อยหิน เหมืองหิน ซีเมนต์และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งการจราจร การบรรทุกขนส่งในพื้นที่ที่มีจำนวนมากส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง ในประเทศ ส่วนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอย่างที่เราทราบกันดี ในโซเชียลมีเดีย (Social media) ในสื่อต่าง ๆ ว่าค่าฝุ่นละอองนั้นมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งนี้ส่วนใหญ่เกิดจากยานพาหนะที่มีการใช้เครื่องยนต์ดีเซลการเผาในพื้นที่โล่ง โรงงาน อุตสาหกรรม และนอกเหนือจากนี้เองการก่อสร้างระบบสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ที่เป็นการก่อสร้างรถไฟฟ้าเองก็ดีการก่อสร้างอาคารสูงเองก็ดี การจราจรที่ติดขัดประกอบกับ สภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ณ ตอนนี้ทำให้กรุงเทพมหานครเหมือนมีฝาชีที่ครอบงำอยู่ ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท ปัญหาฝุ่นละอองนี้เป็นปัญหาวาระแห่งชาติค่ะท่านประธาน เพราะว่า มันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ยิ่งฝุ่นละอองมีอนุภาคเล็กเท่าไร อย่างที่เรา ทราบกันดีว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีอนุภาคที่เล็กมาก เล็กกว่าเส้นผมของเราหลายร้อยเท่า เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เราไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยกลิ่น อันตรายนี้คุกคาม ต่อสุขภาพของคนในประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่ามันสามารถถูกสูดหายใจเข้ามา ในระบบของคนทำให้เกิดอันตรายไปถึงปอด ทางเดินหายใจ และบางอนุภาคอาจจะเข้าถึง กระแสเลือดได้ และอย่างที่เราทราบกันดีว่าผู้ที่มีภาวะความเสี่ยงคือเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ ปัญหาดังกล่าวข้างต้นนี้ปัจจุบันได้รับความสนใจจากประชาชนในประเทศ เป็นอย่างมาก ยังส่งผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาวอย่างรุนแรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ ของประชาชนในประเทศเอง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของชาวต่างชาติว่าประเทศไทย จะมีการบริหารจัดการฝุ่นละอองในอากาศนี้ได้อย่างไร ดิฉันมั่นใจว่ารัฐบาลมองปัญหานี้ เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งได้ตอบโจทย์เป้าหมายยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ด้านที่ ๕ ของประเทศว่า ประเทศไทยต้องมีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดในอาเซียน (ASEAN) ใน ๒๐ ปี โดยแผนแม่บทด้านคุณภาพอากาศและคุณภาพชีวิตจะต้องถูกจัดทำขึ้นโดยเร่งด่วน ความเข้มแข็งในการผลักดันนโยบายโดยมองประโยชน์ของส่วนรวม โดยเฉพาะคำว่า คุณภาพชีวิตของประชาชน ต้องมาเป็นหลัก ประชาชนมีสิทธิในการที่จะได้อากาศบริสุทธิ์ ในการหายใจ ดิฉันจึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน ขอบคุณค่ะ
เชิญฉบับต่อไป
ญัตติด่วนที่ ๒ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่เป็นพิษ (PM ๒.๕) ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน (นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นผู้เสนอ)
คุณจิรายุเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีอุปกรณ์ประกอบขอท่านประธานไป
กำลังเซ็นอนุมัติอยู่นะครับ
ขออุปกรณ์ประกอบด้วยครับ
เชิญเลยครับ
แล้วก่อนที่จะอภิปรายนะครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ขัดกับท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ท่านพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ขออภัยที่เอ่ยนามครับ แต่ว่าจะหารือท่านประธานเพื่อให้กระบวนการพิจารณาตามข้อบังคับ ท่านประธานอาจจะเพิ่งขึ้นมานั่งบัลลังก์ต่อจากท่านรองประธานเมื่อสักครู่นี้ เมื่อสักครู่นี้ ผมทำความเข้าใจนิดเดียวครับว่า เรามีการเสนอญัตติด่วนที่เราเรียกกันว่าไม่เป็นเอกสาร ก็คือใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๐ แล้วก็ข้อ ๕๔ (๑) ซึ่งแน่นอนครับผู้เสนอไม่ได้อภิปราย ก็ควรจะเป็น เรื่องของญัตติที่ไม่มีเอกสารเนื่องจากเป็นภาวะเร่งด่วน แต่ท่านประธานก็ไปใช้ญัตติที่เป็น เอกสาร จริง ๆ ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าทำความเข้าใจกับท่านประธานเผื่อว่าอนาคต มีกรณีแบบนี้ญัตติ มันคนละส่วนกันครับ ส่วนมีเอกสารกับไม่มีเอกสารก็ขอทำความเข้าใจกับ ท่านประธานครับ ผมรออุปกรณ์ ไม่มีอุปกรณ์ผมพูดไม่ได้ครับ
เรียนให้ทราบว่าที่เสนอนั้น ต่อมาก็มีการเสนอญัตติเป็นลายลักษณ์อักษรมาหมดครับ
มาแล้วนะครับ
ผมก็เพิ่งเห็นเสนอขึ้นมา ที่แจกเมื่อสักครู่นี้ครับ เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต เข้าสู่ญัตตินะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องยอมรับความจริงว่าการแก้ไขปัญหา หมอกควันหรือว่าฝุ่นพิษพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ ท่านอยู่ซีกรัฐบาลก็เป็นสิทธิของท่านที่จะพูดว่าเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ลูกผมเพิ่ง ๗ ขวบ ก็ตายก่อนถ้าเจอฝุ่นพิษแบบนี้ ผมจึงขอบอกท่านประธานครับว่านี่คือสิทธิในการมีอากาศที่ดี ของคนไทยที่จะใช้รัฐสภาแห่งนี้แก้ไขปัญหากันอย่างตรงไปตรงมา อย่าคิดว่าเป็นการทำงาน ของฝ่ายค้านจะต้องค้านตะบี้ตะบันหามิได้ครับ ผมได้ประชุมกันมาตลอดเวลา ๑ สัปดาห์ ทั้งกรุงเทพมหานคร ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และระดมความคิดกันทั้งพรรคเพื่อไทยแล้วก็พรรคฝ่ายค้านรวม ๗ พรรค เพื่อหาแนวทาง แนะนำรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นอกจากท่านจะประชุม ครม. เมื่อวานนี้แล้ว ท่านทำอะไรบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะชี้ให้เห็นถึงปัญหาว่าอะไรดีท่านเก็บไว้ อะไรที่ไม่ดีท่านก็ตอบมา อะไรที่เป็นเท็จหรืออะไรที่ไม่ถูกต้องท่านก็ชี้แจงมา ผมจะอภิปราย อย่างชัดเจนด้วยอุปกรณ์หลากหลาย ท่านประธานที่ผมวางนี้ออกซิเจน กดนี่ฟิน (Fin) มาก ท่านประธานครับ เพราะว่าออกซิเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ท่านประธานรู้ไหมครับ ผมร่างกาย แข็งแรงยังไม่จำเป็น แต่ว่าพี่น้องประชาชนหลายคนเริ่มหาซื้อออกซิเจนกระป๋องแบบนี้ ในประเทศไทย ราคาเท่าไรรู้ไหมครับ ๖๐๐ บาทต่อกระป๋อง รัฐบาลจริง ๆ น่าจะจัดรายการ ที่ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ แล้วก็ระดมเงินเหมือนตอนน้ำท่วม แล้วก็เอาพวกกระป๋องออกซิเจนแจก ในรัฐสภาก่อน ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้อาวุโสหลายท่านอายุ ๖๐ ปีขึ้น เข้ามานอกจากเจออากาศ ที่มีการก่อสร้างในรัฐสภาแล้ว ถ้ามีออกซิเจนแบบนี้ใช้ได้ครับ ท่านประธานครับ ข้าง ๆ ผม ยังไม่มีใครใส่หน้ากาก แต่ว่านี่นำส่งมาให้ผม เอามาแจกให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราคาประมาณสัก ๔๐ กว่าบาท ท่านประธานรู้ไหมครับ วันนี้พอมีข่าวฝุ่นควันปรากฏว่า ทะยานไปเกือบ ๑๐๐ บาท ดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) มันไม่ตรงกัน พอดีมานด์ (Demand) ไม่ซัปพลาย (Supply) คนต้องการเยอะราคาก็ขึ้นครับ ถ้ารัฐบาล วางแผนอย่างเป็นระบบ ท่านปฏิวัติมา ๕ ปีแล้วไม่ใช่เพิ่งทำเมื่อวานนี้ เดี๋ยวผมจะอภิปราย ต่อไป อันนี้แม่บ้านผมซื้อมาให้ ท่านประธานดีมากครับ เพราะว่าซื้อครั้งเดียวใช้ได้เป็นเดือน เป็นปีเปลี่ยนแค่ไส้กรอง เขาเรียกว่าประหยัด ท่านประธานดูนะครับ ใส่แล้วเอาน้ำหอม หรือยาหม่องใส่ไปนิดหนึ่งแจ่มทั้งวันเลย ผมจะบอกท่านประธานว่าสิ่งที่รัฐบาลได้ประชุม คณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ผมเสียใจมากครับ ผมพยายามจะบอกจริง ๆ รัฐมนตรีไม่มีบ้างเลย หรือครับ เมื่อสักครู่เห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมถ้ามานั่งฟังก็จะได้ไปบอก ครม. ว่าสภาเขาอภิปรายเรื่องอะไรกัน ปัญหาคลองสามวาบ้านผมมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า ๒-๓ สาย สีแดง สีส้ม สีชมพู ปรากฏว่าฝุ่นควันเยอะแยะแต่ไปโทษเขาไม่ได้เพราะองค์ประกอบมาเยอะ อากาศมันไปไม่มีทิศทางเหมือนถนน ลอยไปตรงไหนก็ตรงนั้น ผมอยากบอกท่านประธานว่า ค่าที่เราตั้งไว้ถ้าเกิน ๘๐ หมายความว่ามีปัญหา แถวบ้านผมแล้วอีกหลากหลาย ท่านประธาน รู้ไหมว่าถนนข้างหน้านี้เขาเรียกถนนสามเสน ค่าไมโครกรัมที่เป็นค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี้ เท่าไรรู้ไหม ๙๑ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หมายความว่าอย่างไร ถนนที่รัฐสภาแห่งนี้อยู่ มีปัญหาเรื่องของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) หลายท่านระวังให้ดี นี่รายงานล่าสุดถนนสามเสน เมื่อวานนี้ช่วงเย็น ๆ ถ้าตอนนี้ตอนเช้ามีช่วยบอกหน่อยแล้วในขณะนี้เท่าไร ผลกระทบ เด็ก ทารก คนท้อง และคนชรา และคนที่เป็นภูมิแพ้ ท่านประธานครับ นั่งกันฮัดเช้ยนั่นละครับ บางคนบอกไม่เคยเป็นนี่มาจากพีเอ็ม (PM)
ประเด็นต่อมา ผมไม่ทราบว่าสภาแห่งนี้จำได้ไหม ๒ ปีที่แล้วกรุงเทพมหานคร เอารถดับเพลิงฉีดขึ้นฟ้า ปานประหนึ่งเหมือนเป็นวันสงกรานต์แล้วฉีดอยู่ไม่กี่จุด สุดท้าย ฉีดอยู่ได้ประมาณสัก ๑ เดือน เป็นข่าวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปยืนฉีดน้ำแล้วก็หายไป มันเกิดอะไรขึ้นครับ เรายอมรับความจริงไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีรัฐบาล แต่ผมจะขอเสนอแนะ นี่ผมบอกสภาพปัญหาก่อนนะครับ
ต่อมาการควบคุมดูแลทางกฎหมายรัฐบาลทำหรือไม่ เดี๋ยวผมลงรายละเอียด การก่อสร้างรถไฟฟ้าใน กทม. รถยนต์เยอะ รู้ปีหนึ่งขายเกือบล้านคัน ๑๐ ปีรถในกรุงเทพมหานคร กี่ล้านคัน ทั้งประเทศยอดขายเท่าไรครับ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่ารัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญ อย่างจริงจัง แล้วที่สำคัญก็คือว่าพอย้อนความกลับไปดูนายกรัฐมนตรีชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้มาตรา ๔๔ เป็นประจำพร่ำเพรื่อ ขออภัยขอถอนคำว่าพร่ำเพรื่อ ใช้บ่อยนี่ครับ ในเดือนธันวาคม ๒๕๖๑ มีคำสั่งเช่นนี้สั่งให้กรมควบคุมมลพิษ กรมอุตุนิยมวิทยา การนิคม กรมโรงงาน ขนส่งทางบก รัฐบาลบูรณาการคำนี้มาตั้งแต่งบประมาณ ปรากฏว่ากระสุน ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ตู่ด้าน บิ๊กตู่กระสุนด้านสั่งการไปปรากฏว่าผ่านมาไม่มีอะไรที่เป็น ความคืบหน้า ถ้าแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมป่านนี้จะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ประเทศจีนก็เคย มีปัญหาประเทศจีนนี้หนักกว่าเรา แต่รัฐบาลเอาจริงเอาจังและเอาใจใส่ ไม่เคยโทษประชาชน ไม่เคยบอกประชาชนว่าพวกเธอต้องให้ความร่วมมือ เพราะพวกเธอต้องทำ ไม่ได้ครับ ประชาชนบางทีก็ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร เมื่อสักครู่ผมพูดธันวาคม ๒๕๖๑ ต่อมาท่านประธาน ธันวาคม ๒๕๖๑ มาจนถึงวันนี้ มกราคม ๒๕๖๓ ๒ ปีแล้ว หลังจากนั้นท่านสั่งใคร กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพฯ ผมจึงบอกเอาความจริงมาพูดกันว่าสั่งไปแล้วพวกนี้ทำไหม ท่านเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย รัฐมนตรีผู้ได้นั่งหัวโต๊ะบริหารราชการแผ่นดินแบบนี้ ท่านต้องติดตามแก้ไขไม่ใช่ปล่อย เหตุการณ์จนกระทั่งวันนี้ทั้งประเทศด่าแต่ท่านนายกรัฐมนตรีคนเดียว พลเอก ประยุทธ์ อยู่ภาคใต้ยังพูดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แล้วเลยเถิดไปพูดถึงผู้หญิงสวยโง่อะไรอีก นี่เคืองครับ ที่บ้านผมเคืองมาก หลังจากนั้นวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๒ ปีที่แล้วก่อนการเลือกตั้งนะครับ ท่านบูรณาการอีกรอบหนึ่งสั่งการให้กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ กรมประชาสัมพันธ์เน้นไปที่อะไรรู้ไหมครับให้ใช้น้ำมันที่มีค่า พวกค่ามลภาวะต่ำ เดี๋ยวผม ลงรายละเอียดว่าวิธีการเดินมาผิดทางอย่างไร แล้วฝ่ายค้านทั้ง ๗ พรรค รวมกันมีความเห็น ท่านเอาไปบูรณาการทำเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน
ประเด็นต่อมาครับ วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๒ ๑ ปีที่ผ่านมามอบหมายให้ใคร รู้ไหมครับ มอบหมายเหมือนคนเมื่อวานนี้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานแก้ปัญหา พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในประเทศไทยตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ แล้วเมื่อวานนี้ผมคิดว่าจะเป็นคนอื่น ก็เหมือนเดิมครับ คณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้มีมติแล้วก็ตั้งท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดำเนินการ ผมไม่ได้ว่าท่านนะครับ ถ้าท่านติดตามแล้วข้าราชการหรือรัฐมนตรีขี้เกียจก็เป็น หน้าที่ของท่านในการปรับ ครม. แต่ผมจะบอกท่านประธานอย่างนี้ครับว่ากุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ๑๑ เดือนจากปีที่แล้วจนมาถึงวันนี้ ท่านทำเฟส ๓ (Phase 3) มีชื่อว่า พี่น้องประชาชนครับ เขาไม่ได้เพิ่งเริ่มทำนะ เขาทำมานานแล้วแต่มันไม่เป็นรูปธรรม มันสั่งไปเหมือนอากาศธาตุ เขาสั่งว่าอย่างไรรู้ไหมครับ เขาบอกว่าเฟส ๓ (Phase 3) นี้พี่น้องประชาชนเราจะทำเป้าหมาย สร้างอากาศดีเพื่อคนไทยและผู้มาเยือน มีอะไรบ้าง ๒ เดือนรายงานไหม ๑ เดือนรายงานไหม ไม่มีครับ ต่อมาวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ นี่เดือนมกราคม ประมาณ ๑๑ เดือนที่แล้ว ตอนนั้นเป็นรัฐบาล คสช. ยังไม่มีการเลือกตั้งครับ ท่านตั้งให้เป็นวาระแห่งชาติ ก็คือมลภาวะ ด้านฝุ่นละออง จากวันนั้นถึงวันนี้ท่านบอกโอ้ยก็เลือกตั้งไม่รู้ มันวุ่นวายกว่าจะตั้งคณะรัฐมนตรี ไม่ว่ากัน ท่านประธานดูต่อมาครับ มาตรการ ๙ ข้อของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นมาแล้วมีทั้งหมด ๙ ข้อ ๑. ฉีดน้ำล้างถนน ๒. พ่นน้ำ ๓. แจกหน้ากาก ๔. จับควันดำ ๕. ดูแลการก่อสร้างรถไฟฟ้า ๖. จราจรติดขัด ๗. การเผาป่าในและต่างประเทศ ๘. การติดเครื่องรถรอนาย สภาแห่งนี้ท่านประธานลองเดินไปใต้ดินสิครับ แต่ท่านประธาน ขึ้นข้างบนอาจจะไม่ค่อยเห็น ผมนี่ชอบลงบี ๑ (B1) และขึ้นรถเลย ส่วนใหญ่เปิดแอร์ ไม่ว่ากัน นิดๆ หน่อย ๆ ๒-๓ นาที แต่ที่ผมพูดนี่ก็คือกรณีนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลสมัยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี สุดท้ายแล้วสื่อมวลชนก็เข้าไปดูตามรถก็ติดเครื่องรอนาย ท่านก็กำชับแต่ทำกันไหมละ ไม่รู้ ประเด็นต่อมา ข้อ ๙ ท่านประธานครับ ฝนหลวง รัฐมนตรี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ดูแลกรมฝนหลวง ท่านต้องกำชับแล้วว่าบินเท่าไร ในสมัยก่อน ผมเป็นกรรมาธิการตั้งกรมฝนหลวงและการเกษตร แต่ก่อนเป็นแค่แผนกการบิน พันธกิจ ก็มีความหลากหลายทั้งแก้ปัญหาไม่ใช่แต่เฉพาะเกษตรกรรมอย่างเดียว อย่างนี้บินกี่เที่ยว แก้ไขปัญหาได้ขนาดไหน ท่านต้องตีแผ่ให้กับสังคมได้ทราบ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ๓ ปีมานี้เราไม่ได้แก้ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบเป็นรูปธรรมและมีการติดตาม โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นมีผู้นำชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าผมเป็น นักท่องเที่ยวต่างประเทศดูแผนที่กูเกิล (Google) เข้าไปปุ๊บเห็นแดงไม่รู้กี่จังหวัด เอาล่ะ ท่านอาจจะบอกว่าบางทีก็มาจากประเทศพม่า มาจากประเทศลาว มาจากประเทศกัมพูชา มาจากประเทศจีน ตัวแดงเต็มไปหมดเวลาดูในคอมพิวเตอร์ ผมจะบอกท่านอย่างนี้ครับว่า เมื่อวานนี้ผมตกใจมาก ท่านโฆษกรัฐบาลนั่งแถลงข่าวแนวทางแก้ไขปัญหา ๑๒ มาตรการ เพิ่มจากที่ผมพูดมาเมื่อสักครู่นี้ ๓ มาตรการ คำถามก็คือว่า ๓ มาตรการมีอะไรบ้างแล้วมัน เดินถูกทางไหม ฝ่ายค้านจะชี้แนะให้ทำครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ๑๒ ข้อ
ข้อ ๑. เวลารถเข้าจากกรุงเทพมหานครที่เป็นรถบรรทุก เดิมขีดเส้นเป็นวงแหวน รัชดาภิเษกรอบนอก เรารู้จักถนนรัชดาภิเษกรอบนอกไม่ใช่รัชดาภิเษกตรงสุทธิสาร เพิ่มเป็น วงแหวงกาญจนา ก็คือวงแหวนรอบนอกสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช คำถามก็คือว่าทิศทางลม มันบังคับตามถนนได้หรือ ถ้าลมมันพัดมาจากบางเลน จังหวัดนครปฐม วงแหวนรอบนอก เกี่ยวอะไรด้วย หรือถ้าลมมันพัดมาจากจังหวัดสมุทรปราการเกี่ยวอะไรด้วย รัฐบาลตั้งสติ ให้ดีว่าการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันเป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎรทุกคนที่จะแสดงความคิดเห็น ท่านประธานดูต่อนะครับ ผมไม่คิดว่าจะมีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้น สมัยเด็ก ๆ ผมไปกับคุณพ่อบ่อย พ่อจะบอกวันคู่เข้าได้ วันคี่เข้าไม่ได้ วันคู่จอดได้ วันคี่จอดไม่ได้มันเพิ่งมีอีกเมื่อวานนี้
ข้อ ๒ ห้ามรถบรรทุกเข้ากรุงเทพมหานครในวันคี่ คืออะไร วันนี้วันที่ ๒๒ หมายความว่าวันนี้เข้าได้หรือครับ พรุ่งนี้เข้าไม่ได้นะจ๊ะรถบรรทุกจ๋าให้รู้ไว้นะ เข้ามาทำงาน ที่สภาก็เข้าไม่ได้นะ มาสร้างอาคารอะไรต่าง ๆ ไม่ได้นะครับ คำถามก็คือมลพิษพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มันเรียนเลขคณิตมาหรือครับหรือมันเรียนประวัติศาสตร์สังคมมามันถึงได้รู้ว่า วันไหนวันคู่ วันคี่ ท่านประธานครับ แหมปวดตับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานนี้ ครม. วิธีการที่ผมอยากจะสรุปตอนท้ายให้ท่านฟังเอาไปแก้ไขและปรับปรุงครับ
ข้อ ๓ รัฐบาลสั่งให้ตรวจควันดำรถโดยสาร (ไม่ประจำทาง) คือผมเข้าใจได้ครับ มันมีรถทั้งประจำทาง ไม่ประจำทาง ตั้งทุกคัน ๕๐ ชุด คือตั้งคณะกรรมการฝ่ายตรวจมา ๕๐ ชุด ครบทุก ๕๐ เขต ถามว่าตรวจเฉพาะรถไม่ประจำทางใช่ไหมในข้อ ๓ ไม่ว่ากันเจตนาดีก็ ต้องให้โอกาสกัน
ต่อมาท่านประธานครับ ข้อ ๔ เมื่อวานนี้ ครม. มีมติให้กรมการขนส่งทางบก และตำรวจจราจรจับรถโดยสารและรถบรรทุก เมื่อสักครู่ก็มีครับ ถ้าทำข้อนี้ก็หมายความว่า ไม่ต้องไปทำข้อเมื่อสักครู่ที่ผมอภิปรายครับ
ต่อมาท่านประธานครับ ข้อ ๕ ให้ไปตรวจสอบโรงงาน กรมโรงงานทำอะไร กรมควบคุมมลพิษทำอะไรครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้เขาสั่งด้วยหรือ ต้องให้ ครม. สั่งเมื่อวานนี้หรือ หน้าที่ไม่มีถ้า ๒๐๐ กว่าปีที่แล้วต้องเอาไปตัดหัว หน้าที่ก็มีก็ควรจะทำ
ต่อมาท่านประธานครับ ข้อ ๖ กำชับให้การสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร ให้มีความสะอาด ไม่มีฝุ่นควัน ผมนี่ผ่านทุกวัน รถสิบล้อไปขุดดิน ไปถมดินล้อนี่เลอะแล้วก็ เอาน้ำฉีด ไม่รู้ฉลาดหรือโง่ พอเอาน้ำฉีดเกิดอะไรขึ้นครับ โคลนมันก็ไหลจากล้อไหลลงถนน รถก็ติด พอติดทำอย่างไรต่อครับ พอกลางวันแดดเผาก็กลายเป็นฝุ่นครับ เรื่องนี้อย่างนี้ ท่านประธานครับ
ต่อมาท่านประธานครับ ข้อ ๗ ไม่ให้ที่โล่งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เผาทุกชนิด วันนี้ผมรับโทรศัพท์ตั้งแต่เช้า พรุ่งนี้ไหว้บรรพบุรุษเผากระดาษเงินกระดาษทอง นี่ผิดกฎหมายหรือไม่ ผิดหรือเปล่า ในเมื่อคำว่า เผา เป็นนิยามอะไรครับ ข้าราชการผู้ปฏิบัติงง คนไปเผาไหว้บรรพบุรุษแล้วอย่างไรครับ ศพเผาได้หรือไม่ นี่ละครับท่านประธาน รัฐบาลนี้ แปลก ๆ
ต่อมาท่านประธานครับ ข้อ ๘ ให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาศัยอำนาจตามกฎหมายต้องเข้มงวดโรงงานและก่อสร้างการเผาในที่โล่ง ถามจริง ๆ คนร่าง ให้กับคณะรัฐมนตรี รู้หรือไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ฉลาดไปกว่าใครก็อ่านหนังสือเหมือนกับทุก ๆ คนนี่ละครับ เขียนไว้ชัดเจนว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. อบจ. อะไรก็แล้วแต่ สธ. ท่านเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติ สาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๕ แก้ไขเพิ่มเติม หมายความว่าเขามีอำนาจหมด แต่ถามหน่อยเถอะ นายก อบต. กล้าไปจับหรือไม่ ลุงสมศักดิ์ทำไร่อ้อยอยู่ท่านกล้าไปจับเขาหรือไม่ หัวคะแนน ท่านหรือเปล่าล่ะ นี่ท่านประธานครับ ผมบอกว่าต้องเอาเรื่องจริงมาจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ของแบบนี้ เสียดายสตางค์ ผมขอหายใจก่อนนะครับ การแก้ไขปัญหาให้กับ อปท. หรือว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปเข้มงวดโรงงานการก่อสร้าง ทำงานซับซ้อนไหมครับท่านประธาน เช้ากรมโรงงานอุตสาหกรรมเข้า บ่ายกรมควบคุมมลพิษเข้า เย็น อบต. เข้า วันรุ่งขึ้น สธ. เข้า อบจ. เข้า เอาอย่างไรกันล่ะ
ท่านประธานที่เคารพครับมาดู ข้อ ๙ ผมไม่รู้ว่าท่านประธานรู้จักหรือเปล่า ภาษาแบบนี้ เผอิญผมโชคดีผมเป็นนักข่าวอุตสาหกรรมมาก่อนผมพอเข้าใจ ครม. เมื่อวานนี้ มีมติบอกว่าให้ลดราคาน้ำมันที่มีค่ากำมะถันไม่เกิน ๑๐ พีพีเอ็ม (10 PPM) ท่านประธานรู้จัก หรือไม่ครับ ๑๐ พีพีเอ็ม (10 PPM) มีใครในนี้รู้บ้าง ท่านสั่งการไปอย่างนี้ทำไมต้องมาบอกครับ ถ้าเป็นผม ผมจะสั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ๑๐ พีพีเอ็ม (10 PPM) นี่คือ อะไรรู้ไหมครับ ก็คือน้ำมันไบโอดีเซล (Biodiesel) บี ๒๐ (B 20) นี่ล่ะ ก็สั่งไปที่พลังงานเลย จะแก้ปัญหาพีเอ็ม (PM) ลดราคาทั้งปั๊ม เอากองทุนน้ำมันเข้าไปชดเชย ลดไป ๓ บาทคน ก็แห่ไปเติม ท่านประธานครับ นึกถึงตอนท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างนี้ต้องเด็ดขาด ต้องปรับแล้ว ครม.
ท่านประธานครับ ข้อ ๑๐ ปัญหาโลกแตกได้ยินมาตั้งแต่ ๒๐ ปี ๓๐ ปีที่แล้ว ขอความร่วมมือการลดใช้รถยนต์ส่วนตัว ไหวหรือครับคนกรุงเทพมหานครก็บริการสาธารณะ เป็นอย่างที่เห็นนี่ละครับ ใครจะขึ้นรถไฟฟ้าครับ มีแต่คนที่เขาไม่มีรถนั่นละ และอะไรต่อ รู้ไหมครับท่านประธาน รถข้าราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคัน แม่เจ้า มติ ครม. มาตรฐานควันดำรถราชการ ถ้ารถของรัฐสภามีควันดำเป็นหน้าที่ประธานรัฐสภา ท่านเลขาธิการไหมครับ นี่ต้องออกเป็น ครม. สั่งการให้ราชการที่มีรถทั้งประเทศเป็นล้าน ๆ คันต้องแก้ไข จิตสำนึกมีไหมละครับ ปลัดกระทรวงไปอยู่ไหนละครับ รัฐมนตรีอยู่ไหนกันครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อ ๑๑ ให้รัฐและเอกชน สถานศึกษาสนับสนุน การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องสำหรับรถดีเซลที่มีอายุ ๕ ปี ผมไม่คิดว่าจะมีข้อนี้นะ ผมก่อนจะมา เป็นผู้แทนราษฎรผมเป็นนักทดสอบรถ ผมรู้จักเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์เบนซิน ที่เราเรียกว่าแก๊สโซลีน (Gasoline) ดีครับ เมื่อวานเขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหม ท่านประธานครับ เขาบอกว่า รถดีเซลที่มีอายุ ๕ ปีต้องสนับสนุนให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ผมบอกว่าคิดได้อย่างไร ถ้าขับรถถึง ๕ ปีไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องวาล์วพัง คันชัก คันส่ง ระบบแหวน ลูกสูบตายไป ตั้งแต่ปีที่ ๒ แล้ว ทุกวันนี้เขาวัดที่ระยะ ท่านประธานครับ รถวิ่ง ๑๐,๐๐๐ กิโลเมตรก็ไป เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ถ้าท่านรอ ๕ ปีก็พอดีกันละครับ หนักเข้าไปอีกมลภาวะเป็นพิษ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี่คือรัฐบาลกำลังส่งเสริมให้พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มากขึ้นด้วยวิธี ที่ด้อยชาญฉลาด ผมใช้คำนี้นะ ท่านบอกว่า ๕ ปี ถ้ารถมันวิ่งไปปีหนึ่งแล้ววิ่งไปแสนกิโลเมตร ทำอย่างไรครับ
ท่านประธานครับข้อสุดท้าย ข้อ ๑๒ ที่ ครม. ได้กรุณาพิจารณามานี้นะครับ นั่งแถลงน่าตาจิ้มลิ้มครับ สวยครับ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่แถลงผมย้อนแย้งทุกอย่างครับ ข้อ ๑๒ รัฐบาลไทยต้องสร้างการรับรู้ความเข้าใจต่อประชาชน ที่ผ่านมานี่ทำอะไรกัน อธิบายอะไร อธิบายว่าจิรายุไปซื้อออกซิเจนนี้ที่ไหนมันถึงจะถูก จิรายุไปซื้อหน้ากากแบบนี้ตลาดร้านไหน ไปซื้อที่กระทรวงใดราคาถูกอย่างนั้นหรือครับ สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะบอก ท่านประธานครับว่าการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ บางอย่างก็พอไหวแต่ว่ามันเดินไม่ตรงไปตรงมา มันแก้ไม่ไหวถ้าทำแบบนี้ แต่ถ้าเริ่มตั้งแต่ ๓ ปีที่แล้ววันนี้ไม่มีเรื่องนี้ ท่านประธานดูนะครับ ในมาตรการต่าง ๆ ที่ท่านว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาหรือว่าข้อสังเกตที่เราจะต้องพูดกัน อย่างตรงไปตรงมาก็คือว่า กรุงเทพมหานครเมื่อเช้าผมฟังโฆษก กทม. นามสกุลเดียวกับ ท่านผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร ท่านอัศวิน ขวัญเมือง ขออภัยที่เอ่ยนามท่านครับ ไม่เสียหาย ท่านก็บอกว่าพยายามทำอยู่ แต่กรุงเทพมหานครมันหลายหน่วยงาน ไหนบอก ๕ ปีปฏิรูป ก่อนการเลือกตั้งอย่างไร แก้ไขปัญหาอะไรบ้าง แล้วปรากฏว่าอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน กรุงเทพมหานครแต่ก่อนนี้ก็มีฉีดน้ำเห็นไหมครับ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ หน้าสยามพารากอน หน้าอะไรผมจำไม่ได้หลายที่ ทำไหมครับ ก็ทำอยู่ กทม. ทำอะไรต่อครับ แจกหน้ากาก แต่แจกแบบบุฟเฟต์ (Buffet) แจกที่ไหน แล้วแจกแบบใด มีเงินอีกไหม ราคา ๒๐ ซื้อ ๒๕ อีกไหม ท่านประธานครับ จับควันดำเรียกแค่ปรับหรือตั้งด่านลอย ผมไม่ได้ตั้งข้อสังเกตแบบ ผิด ๆ นะครับ แต่ถ้าท่านตั้งใจจริงแก้ไขปัญหาจริงก็โอเค (OK) อะไรต่อครับ เข้มงวดในการ เผาป่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อุตสาหกรรมบังคับใช้กฎหมายหรือไม่ อย่างไร ทำไม ต้องให้ ครม. ประกาศ ท่านประธานที่เคารพ สั่งไปแล้วเหมือนสั่งน้ำมูกเลยครับ มันไม่ได้ ติดตามผลงานอะไรที่เป็นรูปธรรมจนเป็นปัญหาหนักขึ้น ๆ ถึงวันนี้อย่างไรครับ ผมจะขอเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ท่านประธานครับ ท่านประธานรู้ไหมทำไมจึงมีปัญหาช่วงนี้ แล้ว ครม. ชอบออกมาประมาณนี้ ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ เพราะพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มันมักจะเกิดช่วงนี้และก็เป็นเรื่องทำซ้ำจนเกิดเป็นทฤษฎีแล้ว ไม่ใช่แนวคิดแล้วเราเรียนกันมา ช่วงธันวาคมเป็นช่วงหน้าหนาวอากาศไม่ค่อยหมุนเวียน มกราคม กุมภาพันธ์ก็เช่นเดียวกัน เดี๋ยวพอช่วงเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน หน้าร้อนลมพายุมามันก็หาย หน้าฝนนี้จบเลย ฝนชำระหมด มันก็วนไปมาอยู่อย่างนี้ครับ รู้ไหม รู้ ทำไหม สั่ง ตามไหม ไม่แน่ใจ ผมจึงบอก ท่านประธานอย่างนี้ แนวทางแก้ไขปัญหา วันนี้ท่านประธานเมื่อเช้านี้ผมตื่นมาผมตกใจ ก่อนจะมาประชุมสภาเจอลูกนั่งอยู่ ผมถามว่าทำไม่ไปโรงเรียน เขาบอกว่าโรงเรียนให้หยุด ทั้งกรุงเทพมหานคร โอ้โหนี่ปัญญาเลิศครับ เขตมีนบุรี หนองจอกอยู่โน่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไม่ถึง ๕๐ ก็ได้หยุดเป็นอานิสงส์ กทม. พอนายกรัฐมนตรีสั่งการก็มาจากมาตรา ๔๔ เหลืออยู่ คนเดียวทั้งประเทศนี้ที่ผู้ว่ามาจาก มาตรา ๔๔ โอ้โหแอกชัน (Action) สั่งโรงเรียนหยุดวันนี้ ๔๑๓ โรงเรียนทั่วกรุงเทพมหานคร ๕๐ เขต คำถามคือท่านทำอะไร หยุด ๒ วันแล้วหรือครับ ขออภัยท่านสมาชิกบอกหยุด ๒ วันแล้วพรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง คำถามก็คือแต่ละเขตกรุงเทพมหานครหรือรัฐบาลตั้งวอร์รูม (War room) กรุงเทพมหานคร ไหมครับ ตั้งวอร์รูม (War room) ใหญ่ ๆ เลย กรุงเทพมหานครมีเหนือ ใต้ ธนบุรี ก็แบ่งเป็น ๓ ส่วนสิครับ ธนบุรีให้ฟังศูนย์นี้ แบ่งเป็นเขตบางขุนเทียนเท่าไร บางพลัดเท่าไร จรัญสนิทวงศ์ มากน้อยขนาดไหน แล้วก็ชี้ไปเลยว่าโรงเรียนแห่งนี้เรียนได้แต่งดกิจกรรมกลางแจ้ง อย่างเช่น เด็กจะไปเล่นฟุตบอลก็อธิบายกันให้ชัดครับ นี่ฝรั่งเขาทำ แต่เมืองไทยหยุดเหมาเข่ง แบบนี้ ก็ได้ด้วยหรือครับ ถ้าคิดแบบนี้ผมก็เป็นได้รัฐมนตรี ท่านประธานครับ ปรากฏว่าแต่ละอำเภอ ก็ไม่มีการระบุไป ในกรุงเทพฯ เรียกเขต ต่างจังหวัดก็เหมือนกันก็เหมาเข่ง กลัวอะไรครับ กลัวคนจะกังวลว่าเป็นภัยพิบัติ ผมถามเถอะครับถ้ายืดเยื้อแบบนี้อีก ๖ เดือนกับท่านเอาให้ เต็มเหนี่ยวเลย ฝีแตกแล้วแก้ไขปัญหาเย็บแผลให้เรียบร้อยแล้วปิดพลาสเตอร์ ๒ เดือนจบ อีก ๑๐ เดือนก็แก้ไขปัญหาก็ดำรงชีวิตอยู่กันได้นักท่องเที่ยวก็มาครับ ไม่ใช่ว่าโอ้โฮไม่กล้า ประกาศแล้วเดี๋ยวคนไม่มาท่องเที่ยวเศรษฐกิจจะตกสะเก็ดอย่างโน้นอย่างนี้ ท่านประธานครับ ห้างสรรพสินค้าที่ท่านบอกว่าจอดรถติดเครื่อง รปภ. ไม่กล้าจับ แล้วตำรวจจะให้ไปตรวจ หรือครับ ท่านก็ต้องออกกฎหมายหรือท่านให้ข้อบังคับอะไรชัดเจนไปสิครับว่า รปภ. มีหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายสามารถถ่ายรูปได้ ใครติดเครื่องเอาพยานหลักฐานมาแจ้ง โรงพักจับ อย่างนี้สิครับวิธีการทำเป็นรูปธรรมก็สั่งไป ผมเป็น รปภ. ผมไปจับอะไร จอดไม่ดี เดี๋ยวคนขับรถก็จะเบิร์ดกะโหลกเอาอยู่แล้วด้วย เดี๋ยวนี้คนขี้หงุดหงิด ท่านประธานที่เคารพ กรมการปกครองท้องถิ่น เมื่อเช้านี้พอมีข่าวนี้ผมถามหลายจังหวัด เขาบอกว่าว่างมากหรือเปล่า มาสั่งทำไมสั่งแล้วทำอะไรไม่ได้หรอก อย่างที่ผมบอกตั้งแต่ต้นเพราะมี พ.ร.บ. สาธารณสุข อยู่แล้ว พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่เป็นเจ้าพนักงาน ท่านให้อำนาจพิเศษเขาไปสิครับ วันนี้สภาฝ่ายค้าน พร้อมจะยกมือผ่านกฎหมายที่เป็นวาระเร่งด่วนได้ทันที เพราะว่าไม่มีใครคัดค้าน ฝ่ายค้าน จะไปคัดค้านเรื่องการแก้ไขปัญหาระดับชาตินี้ได้อย่างไร แล้วท่านคิดไหมละครับ เดี๋ยวกลัว ฝ่ายค้านตีรวน คิดอย่างนี้บ้านเมืองมันถึงได้หยุดนิ่งมา ๖-๗ ปีนี่ ท่านประธานครับ การเผาป่า ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนามมีปัญหาเหมือนกันหมดทั้งประเทศไทย เขาก็โทษประเทศไทยว่าประเทศไทยภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคโน้นภาคนี้ก็เผาไปก็ควัน ลมเปลี่ยนทิศก็ลอยไปบ้านเขา กระทรวงการต่างประเทศนอกจากจะพูดถึงเรื่องประเทศอิหร่าน เจรจาความกับสมาชิกประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไหมครับ เรียกกันมาคุยมาบ้างไหม เป็นวาระเร่งด่วน ผมจะยกมือให้คุณดอน ปรมัตถ์วินัย ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องประเทศอิหร่านเลย ท่านเรียกประชุมเลยประเทศกัมพูชาว่าอย่างไร ประเทศลาวว่าอย่างไร ประเทศพม่าว่าอย่างไร สามเหลี่ยมเศรษฐกิจแม่น้ำโขง เชียงของ เชียงแสน แม่สาย ท่าขี้เหล็ก เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ฝั่งแม่สอดว่าอย่างไร เรื่องนี้ถ้ารัฐบาลมีความตั้งใจต้องแก้อย่างเป็นระบบและบูรณาการจริง สุดท้ายพอไปถึงอีกรอบหนึ่งเดือนธันวาคมก็จะไม่มีปัญหาเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นครับ
เรื่องต่อมาสุดท้าย แล้วที่ผมจะขมวดปมให้ท่านนำไปพิจารณา วันนี้ผมได้ยิน แต่ท่านนายกรัฐมนตรี พอท่านโดนมาก ๆ มันก็เป๋ ท่านเป็นมนุษย์ ท่านก็มีอารมณ์ พูดอยู่ดี ๆ บางทีก็มันปากมันก็ติดพัน บางทีผมก็พูดผิด แต่เผอิญผมไม่ได้เป็นใหญ่เป็นโตแบบท่าน ผมก็ถอนคำพูดได้ แต่พอท่านพูดแทนที่ท่านจะพูดสาระสำคัญกลายเป็นพูดเรื่องที่ไม่เป็น สาระสำคัญเป็นเรื่องติดตลกเจตนาไม่มีอะไรหรอก แต่วิธีการแก้ไขปัญหาท่านนายกรัฐมนตรี ท่านต้องไปดูว่า ๑๒ มาตรการเมื่อวานนี้ที่ประกาศมานี่วันคู่ วันคี่ ห้ามรถเข้ามา ห้ามโน่นห้ามนี่ มันแก้ปัญหาได้จริงหรือครับ อันดับแรกจิตสำนึกทุกคนมี แต่เมื่อรัฐบาลซึ่งท่านบอกว่า ประชาชนต้องร่วมกัน ก็พูดอีกก็ถูกอีก แต่ในเมื่อรัฐบาลเป็นผู้นำประเทศทุกคนให้ความหวัง กับท่าน ท่านก็ต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์และมีแนวคิดสำคัญครับ สุดท้ายปลายทางผมฝาก ท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรี ๑๒ มาตรการเมื่อวานนี้เก่ามาก เก่าแบบอภิมหาโคตรเก่า ท่านต้องเปิดเวทีและระดมความคิดเห็นเอานักวิชาการที่เขาพูดกัน เอาคนที่เกี่ยวข้องมา ระดมสมองกัน และจัดตั้งศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติ อย่าไปอายครับ เดือดกันให้ ๒ เดือนเลย หลังจากเดือนมีนาคม เดือนเมษายนคราวนี้ประเทศไทยคลีน (Clean) และทำโปรโมชัน (Promotion) เลยมาประเทศไทยใสสว่างช่วงเดือนเมษายนเที่ยวสงกรานต์ได้อย่างปลอดภัย เที่ยวเกาะแก่งในช่วงของไฮซีซัน (High Season) ได้อีกรอบหนึ่ง ผมจึงอยากขอให้ท่านประธานนำเรื่องที่ผมได้อภิปรายและเพื่อนสมาชิกจะอภิปรายต่อเนื่อง ให้กับรัฐบาลไปพิจารณาแก้ไขและขอให้ท่านได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณาเรื่องนี้ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นญัตติ ในลำดับที่ ๓ ของ คุณเรวัต วิศรุตเวช
ญัตติด่วนที่ ๓ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่เป็นพิษต่อสุขภาพของประชาชน (PM ๒.๕) (นายเรวัต วิศรุตเวช เป็นผู้เสนอ)
ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะไป พูดถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมขอเริ่มด้วย การใช้คำดี ๆ ที่มีความหมายสำหรับการดำรงชีวิตคือคำว่า เวลล์บีอิง (Wellbeing) ขออภัย ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ เวลล์บีอิง (Wellbeing) แปลว่าความสุข ความผาสุก ความเป็นอยู่ที่ดี จะรวมไปถึงความปลอดภัยก็ได้ครับ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ชีวิตของพวกเราและพี่น้อง ประชาชนยังมีความสุขดีอยู่หรือครับ ถ้าทุกลมหายใจเข้าออกนั้นต้องสูดดมเอาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ปริมาณมากเข้าไป ถ้าสถานการณ์และบรรยากาศเป็นอย่างนี้ต้องถือว่าคนไทย ทุกคนไม่มีความผาสุกและไม่มีความปลอดภัยเลยครับ ท่านประธานครับ เวลาที่บ้านเมือง มีปัญหาแล้วท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องตอบคำถามประชาชนทั้งประเทศต้องลุ้นทุกครั้งเลย เพราะทุกคำตอบที่ผ่านมาในอดีตมักจะทำให้เกิดความไม่สบายใจ ทำให้ประชาชนรู้สึก ไม่ซีเคียว (Secure) คือไม่มีความมั่นคงทางจิตใจเลยครับ เช่น ถ้าน้ำท่วมนาให้ไปเลี้ยงปลา ถ้าน้ำไม่มาน้ำแล้งให้ไปปลูกหมามุ่ย ถ้าขายยางไม่ได้ให้ไปขายที่ดาวอังคาร เศรษฐกิจไม่ดีให้ไป เพาะจิ้งหรีดกับไส้เดือนขาย ในที่สุดคำตอบสำหรับพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ท่านนายกรัฐมนตรี ตอบว่าอย่างไร ท่านประธานครับ เหตุการณ์ล่าสุดท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวกับประชาชน ที่จังหวัดนราธิวาสระหว่างลงพื้นที่และประชุม ครม. สัญจรเกี่ยวกับพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ว่า ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีผลกับคนอายุน้อย เด็ก ทารก คนมีครรภ์ คนมีโรคประจำตัว คนชรา นอกนั้นพอไหวครับ ท่านตอบอย่างนี้ครับ คำกล่าวของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นไม่จริง ความจริงคือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีอันตรายต่อพี่น้องประชาชนทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่เฉพาะ แต่เด็ก คนชรา หญิงมีครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเท่านั้น เพียงแต่ว่าคนกลุ่มนี้จะได้รับ ผลกระทบมากที่สุดหรือเป็นอันตรายได้ง่ายและรุนแรงกว่าคนทั่วไป เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า กลุ่มเสี่ยง แต่ไม่ได้แปลว่าโอเค (OK) ไม่เป็นอะไร หรือพอไหว อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี กล่าวครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องทำคือต้องรีบดำเนินการ ให้ข้อมูลข่าวสารความรู้ วิธีป้องกันกับประชาชนเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่พูดไปอย่างนั้นครับ แล้วที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดว่าคนสวยส่วนใหญ่มักจะไม่มีสมอง อันนี้ผมเดือดร้อนนะครับ ผมรับไม่ได้ เพราะจริง ๆ ในสภาเราท่าน ส.ส. หญิงทุกท่านสวยทุกคน และฉลาดมากด้วย เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับ ผมเคยหวังว่าหลังการเลือกตั้ง รัฐบาลประยุทธ์ ๒ เข้าบริหารประเทศต่อจากเผด็จการ คสช. ประยุทธ์ ๑ แล้วประเทศของเรา จะมีอะไรดีขึ้นบ้าง แต่วันนี้ต้องกราบเรียนว่ามันสิ้นหวังจริง ๆ เพราะสติปัญญาความสามารถ ในการคิดอ่านแก้ปัญหาบ้านเมืองมันมีเพียงเท่านี้เอง การบริหารบ้านเมืองมันต้องใช้สมอง มากกว่า ๘๔,๐๐๐ เซลล์ ในฐานะผู้นำประเทศเมื่อแสดงความเห็นอะไรจำเป็นต้องใคร่ครวญ พิจารณา โดยเฉพาะข้อมูลจำเป็นต้องถูกต้อง ผมขออนุญาตท่านประธานใช้พาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน และถูกต้องกับท่านนายกรัฐมนตรีครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ความน่ากลัวของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เนื่องจากว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีขนาดที่เล็กกว่า ๒.๕ ไมครอน ถ้าไม่ทราบว่า เล็กขนาดไหนให้เปรียบกับเส้นผม จะเล็กกว่าเส้นผมประมาณถึง ๒๕ เท่า เมื่อเราสูดอากาศ เข้าไปทางจมูกและปากฝุ่นพิษขนาดเล็กนี้จะเข้าไปในช่องทางเดินหายใจในส่วนที่ลึกที่สุด ของปอด ฝุ่นพิษขนาดเล็กนี้จะกระจายผ่านผนังของถุงลมเข้าสู่กระแสเลือดส่งผลต่ออวัยวะ สำคัญต่าง ๆ ได้แก่ ปอด หัวใจ สมอง ระบบภูมิคุ้มกันทำให้การทำงานของสมองผิดปกติ ในทุกวัยโดยเฉพาะในวัยแรกเกิดที่กำลังมีพัฒนาการของสมองอย่างต่อเนื่องครับ ส่งผลต่อ ความจำ สมาธิ การควบคุมการรับรู้ การสื่อสารและการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การได้รับฝุ่นพิษ นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสมองแล้วยังมีโอกาสทำให้เกิดโรคร้ายอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย เช่น โรคหลอดเลือดตีบ โรคปอดบวม โรคหัวใจขาดเลือด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็งปอด และนี่คือภาพท้องฟ้ากรุงเทพมหานครวันนี้ท่านดูสิเต็มไปด้วยฝุ่นครับ ท่านประธานครับ ในขณะที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้อย่างจริงจัง ผมเป็นห่วงพี่น้องประชาชนจึง ขอให้คำแนะนำให้ดูแลตัวเองดังนี้ครับ คือ ๑. งดกีฬากลางแจ้งและพยายามอยู่ในบ้านเมื่อมีอากาศเป็นพิษ ๒. ถ้าจำเป็นจะต้อง ออกนอกบ้านจริง ๆ ให้ใส่หน้ากากกันฝุ่น ๓. ติดตั้งที่กันฝุ่นและเครื่องฟอกอากาศไว้ในบ้าน และผู้ใช้รถยนต์ควรปรับให้เป็นระบบอากาศภายในปิดหน้าต่างและช่องอากาศภายในรถยนต์ ท่านประธานครับ พาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) จบแล้วครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ
ท่านประธานครับ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ออกมาเตือนอย่างนี้ครับ ออกมาเตือนว่ามลพิษทางอากาศทำให้คนเสียชีวิตก่อนวัย อันควรประมาณปีละ ๗ ล้านคน ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) แนะนำค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมใน ๒๔ ชั่วโมง ของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อยู่ที่ ๒๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร วันนี้ค่าเฉลี่ยกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ประมาณ ๑๐๐-๑๕๐ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมประมาณ ๔-๖ เท่า เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ที่ผ่านมาที่ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีค่าฝุ่นสูงเป็นอันดับ ๗ ของโลก โดยมีค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อยู่ที่ ๙๘.๘ คือเกือบ ๑๐๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเอคิวไอ (AQI) เอคิวไอ (AQI) เท่ากับ ๑๗๓ เอคิวไอ (AQI) ย่อมาจากแอร์ ควอลิตี อินเด็กซ์ (Air Quality Index) เป็นดัชนีชี้วัดตัวสารพิษ ๖ ตัว ซึ่งมีตัวฝุ่น ๒ ตัวคือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) และมีแก๊สอยู่ ๔ ตัวคือโอโซน คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide) มันจึงเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของอากาศ ซึ่งในประเทศไทยประมาณที่ ๑๗๓ ถือว่าเป็นอันตราย ถ้าค่าเกิน ๑๐๐ ก็เป็นอันตรายแล้ว ท่านประธานครับ ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ขอยกตัวอย่าง ในต่างประเทศที่เขาทำอะไรกันบ้างครับ ในประเทศจีนในปี ๒๐๑๕ กรุงปักกิ่งมีปัญหามลพิษ ในอากาศสูงมาก และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๑.๖ ล้านคนต่อปี รัฐบาลจีนได้ดำเนินการดังนี้ คือมีแผนระยะเวลา ๕ ปีในพื้นที่ที่มีระดับมลพิษสูงสุดโดยเฉพาะในฤดูหนาว โดยจำกัดการ ใช้ถ่านหินทั่วประเทศ โดยให้กรุงปักกิ่งลดการใช้ถ่านหินให้ได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ภายในปี ๒๐๑๘ จำกัดการผลิตเหล็ก อะลูมิเนียม ปิดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายโครงการ ตั้งหน่วยงาน คุ้มครองสิ่งแวดล้อมใหม่ และในปี ๒๐๑๙ รัฐบาลจีนได้ออกแผนจัดการมลพิษทางอากาศใหม่ มีระยะเวลาดำเนินงาน ๓ ปี เรียกว่า ทรี แอกชัน แพลน ฟอร์ วินนิง บลู สกาย วอลล์ (Three action plan for winning blue sky wall) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซทั้งหมดที่อยู่ ในดัชนีเอคิวไอ (AQI) ที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ไม่ใช่เพียงแต่ควบคุมพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เท่านั้น แต่ว่าดูเอคิวไอ (AQI) ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศทั้งหมด รวมทั้งมีการยกเลิกการผลิต พลังงานด้วยถ่านหินและหันมาลงทุนด้านพลังงานสะอาด ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้แล้วรัฐบาลจีนยังตั้งเป้าที่จะใช้พลังงานหมุนเวียนให้ได้ร้อยละ ๓๐ ภายในปี ๒๐๓๐ พลังงานสะอาดร้อยละ ๓๐ เช่นเดียวกันครับ ประเทศเกาหลีใต้ก็มีการจัดการ เช่นเดียวกันครับ แล้วก็อีกหลายประเทศทุกคนมีมาตรการกำหนดแผนมีเป้าหมายชัดเจน ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างครับท่านประธาน จะเห็นว่าทุกประเทศมีมาตรการที่เข้มงวดจริงจัง มีการกำหนดเป้าหมาย มีแอกชันแพลน (Action plan) ว่าจะดำเนินการอะไรบ้างในระยะเวลา เท่าไร ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างประเทศต่าง ๆ ว่าเขามีแผนแล้วก็มีกำหนดการ มีระยะเวลาในการทำแอกชันแพลน (Action plan) ต่าง ๆ ซึ่งประเทศไทยก็ไม่จำเป็นต้องไป เลียนแบบทุกอย่างละครับ เพราะว่าเราสามารถที่จะมีมาตรการที่เหมาะสมกับประเทศของเรา ตามบริบทแบบของเรา แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ทำอะไร จนกระทั่งเกิดวิกฤติซ้ำอีก ทั้ง ๆ ที่เคย เกิดวิกฤติมาแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ แต่วันนี้แอกชันแพลน (Action plan) อะไรบ้าง ไม่มีครับ มีเป้าหมายอะไรบ้าง ไม่มีครับ มีกำหนดแผนอะไรที่ชัดเจนจริงจัง ไม่มีเลยครับ ปล่อยปละละเลยจนกระทั่งเกิดวิกฤติรอบใหม่ในครั้งนี้ ท่านประธานครับ เพราะด้วยเหตุผล ทั้งหมดนี้ที่อภิปรายมาเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาพในระยะสั้นและระยะยาว อาจจะส่งผลกระทบต่อเนื่อง ต่อประเทศไทยในหลายมิติ เช่น เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ตลอดจนความมั่นคงทางสุขภาพ ของประชาชน อันเป็นความมั่นคงพื้นฐานของมนุษย์ที่รัฐพึงบริหารจัดการให้แก่ประชาชน ตามหลักสากล ผมจึงขอเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เป็นพิษต่อสุขภาพ ของประชาชนตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณนะครับ เนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีธรรมนัสขอชี้แจงเนื่องจากท่านถูกพาดพิง เชิญนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา เขต ๑ ขออนุญาตชี้แจงกรณีที่ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ถามถึงว่าปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ณ เวลานี้ ในส่วนของกรมฝนหลวงได้ทำอะไรไปบ้าง ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าสำหรับภารกิจของกรมฝนหลวงซึ่งถือว่าเป็นภารกิจเดียว และเป็นความหวังเดียวที่จะสามารถให้น้ำจากฟ้าหล่นลงมาสู่พื้นดิน สิ่งที่ผมได้สั่งการไปยัง อธิบดีกรมฝนหลวงตลอดระยะเวลาตั้งแต่เดือนธันวาคม นั่นคือการจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ในการแก้ปัญหาภัยแล้งและสิ่งสำคัญ ณ เวลานี้คือการแก้ปัญหาฝุ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และในพื้นที่ปริมณฑล แต่ด้วยเหตุผลสำคัญของเรื่องกฎการบินซึ่งระบุชัดเจนว่าในการบิน ปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้นจะต้องปฏิบัติการโดยให้ห่างจากสนามบิน อย่างน้อย ๖๐ ไมล์ ดังนั้นเราไม่สามารถที่จะปฏิบัติการฝนหลวงได้ในพื้นที่ที่ใกล้สนามบิน ทั้ง ๒ แห่งนะครับ อันนี้เป็นข้อจำกัดที่เราไม่สามารถปฏิบัติการได้ แต่ในเหตุผลที่มีข้อจำกัด ในเรื่องของข้อบังคับกฎการบิน กรมฝนหลวงพยายามที่จะปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ เขตปริมณฑล อย่างเมื่อวันที่ ๒๐ เราปฏิบัติการฝนหลวงในเขตพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดชลบุรี จังหวัดปทุมธานี ตลอดจนถึงจังหวัดรอบกรุงเทพมหานครก็มีปริมาณฝนตกเล็กน้อย สาเหตุ ที่ฝนตกเล็กน้อยไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ ณ เวลานี้คือความชื้น ของก้อนเมฆ การก่อตัวของก้อนเมฆ สภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติการฝนหลวง ดังนั้นเหตุผลที่ท่านจิรายุได้กล่าวเมื่อสักครู่ผมใคร่ขอกราบเรียนชี้แจงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผ่านท่านประธานสภาว่า ณ เวลานี้กรมฝนหลวงไม่ได้อยู่นิ่ง เรามีการตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และพร้อมที่จะปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ปริมณฑลและพื้นที่ที่ห่างจากสนามบินตามที่ กฎการบินบังคับไว้ จึงขอกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบตามนี้ ขอบคุณครับ
ผมขออนุญาตที่ประชุมว่า เนื่องจากเรามี ๑๑ ญัตติ เพราะฉะนั้นไม่ได้คุมเวลาโดยที่เป็นญัตติทำนองเดียวกัน เรื่องเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็ย่อมมีประเด็นที่ซ้ำซ้อนอยู่พอสมควร ขอสมาชิกพยายามหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน เพื่อเราจะได้ใช้เวลาโดยทั่วถึงกัน ส่วนท่านรัฐมนตรีถ้ามีอะไรที่พาดพิงจะชี้แจง ถ้าเป็นไปได้ ผมยินดีให้ชี้แจง แต่ถ้าสามารถทำให้ผู้เสนอญัตติอภิปรายให้จบทุกท่านแล้วเราก็นำมาชี้แจง แต่ละเรื่องก็จะทำให้เราประหยัดเวลาได้ ต่อไปญัตติที่ ๔ ครับ
ญัตติด่วนที่ ๔ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการจัดตั้งองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อวิเคราะห์ออกแบบอย่างยั่งยืนเพื่อรับมือ และป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศ (PM 2.5) (นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เป็นผู้เสนอ)
ผมขออนุญาตให้เจ้าของ ญัตติที่ ๔ นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ขอเชิญต่อครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน สรัสนันท์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันได้เสนอญัตติด่วน จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาจัดตั้งองค์กรพิทักษ์ สิ่งแวดล้อม เพื่อวิเคราะห์ออกแบบแผนยั่งยืนรับมือปัญหาแล้วก็ป้องกันมลพิษทางอากาศ หรือว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) วันนี้ดิฉันขอใช้พื้นที่นี้อภิปรายสนับสนุนญัตติที่ดิฉันยื่นด่วนต่อ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้
สาเหตุหลัก ๆ ที่ดิฉันเห็นความสำคัญว่าจะต้องมีการจัดตั้งองค์กรพิทักษ์ สิ่งแวดล้อมนั้น หรือจะเรียกว่าองค์กรอะไรก็ได้นะคะ เมื่อสักครู่ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ บอกว่า จะต้องมีการจัดตั้งศูนย์บรรเทาพิบัติต่าง ๆ อย่างไรก็ดีจะต้องมีหน่วยงานเข้ามาเพื่อที่จะ รับผิดชอบโดยตรง สาเหตุหลักก็คือปัญหามลพิษฝุ่นอยู่กับประเทศไทย อยู่กับคนไทยมา ตลอดเวลาหลายปี โดยเฉพาะกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนต่างจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ อีสาน ทุก ๆ พื้นที่ได้รับปัญหามาโดยตลอด แต่ว่าไม่เคยได้รับความสนใจจากรัฐบาลเท่าไร อย่างมาก ก็แค่ติดป้ายประกาศห้ามเผาป่า ห้ามเผาอ้อยแล้วก็รอให้ฝุ่นผ่านไป อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นมา โดยตลอด แต่มันมีเรื่องที่เข้ามาในความสนใจสื่อเมื่อปีที่แล้วเพราะว่าชาวกรุงเทพมหานคร เริ่มได้รับผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นปีที่แล้ว รัฐบาลก็เลยบรรจุเข้าเป็นวาระแห่งชาติ ดิฉัน ก็เป็นคนต่างจังหวัดนะคะ รู้สึกเสียใจแทนพี่น้องว่าถ้าชาวกรุงเทพไม่ได้รับผลกระทบพี่น้อง ชาวต่างจังหวัดก็คงไม่ได้รับความเหลียวแลด้วย ตอนนี้ประเทศไทยเรามี ๔ ฤดูค่ะ เขาบอกว่า มีฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว แล้วก็ฤดูฝุ่น ตอนนี้เราก็อยู่ช่วงฤดูฝุ่นนะคะ สืบเนื่องจากเมื่อต้นปี ที่แล้วประชาชนรู้สึกว่าจะตื่นตัวกันเป็นอย่างมาก เพราะว่าสื่อประโคมข่าวกันเหลือเกิน แต่พอมาปีนี้ปัญหาฝุ่นปะทุขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ประชาชนปีนี้ดูท่าทางไม่ค่อยให้ความสนใจกับ เรื่องสุขภาพมากเท่ากับปีที่แล้ว แต่ที่น่าตกใจมาก ๆ เลยคือรัฐบาลนิ่งเฉยมาก ไม่มีการเตือน อะไรเลย ไม่มีการรณรงค์หรือว่าประชาสัมพันธ์มากพอ ท่านโฆษกรัฐบาลออกมาบอกว่า อย่าตื่นฝุ่น แบบนี้ไม่มีความจริงใจกับประชาชนเลย ท่านมัวแต่ห่วงชื่อเสียง ห่วงความมั่นคง ของท่าน ท่านไม่มีความรักประชาชนหรือว่าเป็นห่วงเลยหรือ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ท่านเข้มแข็งเพียงพอ ท่านรับไหว แต่ว่าลูกเล็กเด็กแดง ผู้หญิงมีครรภ์ ผู้เฒ่าผู้แก่ แม้กระทั่ง ดิฉันเองที่เป็นโรคภูมิแพ้ทุกวันนี้แสบคอ แสบจมูกนะคะ ท่านผู้ว่า กทม. ก็ใช่ย่อยค่ะ วัน ๆ ก็โพสต์ (Post) เฟซบุ๊ก โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ พอมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาท่านก็โพสต์ (Post) กระหน่ำเลยค่ะ
หนูพยายามหลีกเลี่ยง บุคคลภายนอกนะครับ
ค่ะ ท่านก็ได้ออกไปให้ความรู้ ประชาชนนะคะถือว่าเป็นเรื่องดี แจกหน้ากากอนามัย แต่ก็เหมือนทำพอไปทีค่ะ เพราะว่า หน้ากากที่ท่านแจกเป็นหน้ากากปกติ ไม่ได้ช่วยเหลือเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แต่อย่างใด ท่านประธานทราบไหมคะว่าประเทศเกาหลีใต้พอมีค่าวัดฝุ่นเกินมาตรฐานแค่ ๒ วันเท่านั้น ผู้นำประเทศเขาแสดงความเป็นผู้นำถกประชุมกันมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาเยอะแยะมากมาย อย่างเช่นมาตรการระยะสั้นออกเตือนประชาชนค่ะ อันดับแรกที่เขาทำคือเตือนประชาชน เขาไม่ได้ห่วงหน้าห่วงตาเหมือนรัฐบาลบ้านเรา บอกให้ประชาชนอยู่ในอาคารบ้านเรือนดูแล ตัวเองดี ๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก ผู้มีครรภ์ ถ้าจะออกก็ขอให้สวมหน้ากากอนามัย แต่ที่สำคัญที่สุดคือเขาส่งข้อความเตือนประชาชนแบบเรียลไทม์ (Real time) เป็นประจำ ทุก ๆ วัน อันนี้คือการแสดงความจริงใจต่อประชาชน แล้วประชาชนค่อนข้างเห็นใจแล้วก็เข้าใจ ว่าปัญหาฝุ่นเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องได้รับการแก้ไขแบบมหภาค เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาล ของเราทำมาจนถึงทุกวันนี้ ดิฉันตั้งข้อสงสัยว่ามีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาจริงหรือ หรือว่า จะปล่อยให้ฝุ่นมันหายไปแล้วปัญหามันก็จะกลับมาซ้ำแล้วซ้ำอีกทุก ๆ ปี เราต้องรอให้สังคม มากดดันท่านมาก ๆ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ท่านได้ออกมาตรการมา ๑๒ มาตรการ ก็ดีอย่างน้อย ท่านก็เริ่มทำอะไรสักอย่างแล้ว แต่สุดท้ายมันก็เป็นการปิดแผลนะคะ ท่านไปเน้นที่ปลายเหตุ ผลักภาระให้ประชาชน เช่น ออกมาให้จับควันดำบ้าง หรือว่าวันคู่ วันคี่ไม่ให้ใช้รถบ้าง ก็ทำดี เหมือนกัน ทำแต่ว่าได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ตามความสามารถของท่านนะคะ แต่คำถามที่ดิฉัน ถามตัวเองในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาคือประเทศไทยของเราจะวนลูป (Loop) นี้ไปอีกนาน สักเท่าไร เหมือนปัญหาภัยแล้งก็ดี ปัญหาน้ำท่วมก็ดี เป็นอย่างนี้ตลอด ประเทศเราไม่เคย มีแผนระยะยาว แผนบูรณาการที่จะสามารถแก้ไขปัญหาขนาดใหญ่เหล่านี้ได้ รวมถึงปัญหา มลภาวะฝุ่นที่เรากำลังเจออยู่ ณ ตอนนี้ วันนี้เราต้องคิดค่ะว่าแผนระยะยาวเราจะทำอย่างไร หลักวอต (What) วู (Who) เวน (When) ฮาว (How) ท่านจะต้องตอบให้ได้ว่าอีก ๕ ปี ๑๐ ปี ท่านจะทำอย่างไร ดิฉันก็ได้หาข้อมูลเบื้องต้นนะคะ หลาย ๆ ท่านที่มีความสันทัดเรื่องฝุ่น เรื่องมลภาวะท่านก็ออกมาเปิดเผยเบื้องต้นว่าประเทศไทยเรามีปัญหาเรื่องโครงสร้าง โครงสร้างในที่นี้หมายถึงเราไม่มีองค์กรที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง ดิฉันก็เลยได้ยื่นญัตตินี้ ขึ้นมาเพื่อให้ทำการศึกษาจัดตั้งหน่วยงานลักษณะนี้เพื่อที่จะมาดูแลอย่างจริงจังหรือเรียกว่า ซูเปอร์เอเจนซี (Super agency) ก็ได้ ก็จะมีหน้าที่แล้วก็อำนาจที่มากพอที่จะผลักดันมาตรการ ออกแบบกฎหมายสิ่งแวดล้อมนะคะ เอาบุคลากรเก่ง ๆ มารวมกันแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีก็มีงบกลางค่อนข้างเยอะ ก็เจียดงบส่วนนี้มาลงทุนกับหน่วยงานพิเศษ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาระยะสั้นและระยะยาวก็จะเป็นการดีค่ะ ปกติเวลาท่านนายกรัฐมนตรี จะสั่งแก้ไขปัญหาอะไรต่าง ๆ ประเทศเราจะไม่มีเจ้าภาพในการรับผิดชอบภารกิจโดยตรง อย่างเช่น ๑๒ มาตรการที่ท่านสั่งไปเมื่อวานนี้นะคะ มีเป็นสิบ ๆ หน่วยงานที่จะต้องรับงานไป รับผิดชอบ แต่หน่วยงานก็ทำพอไปทีละตามคำสั่ง และที่สำคัญก็คือมันไม่มีหน่วยชี้วัดผลงาน ที่ชัดเจนและอย่างเป็นรูปธรรมนะคะ แนวทางแก้ไขปัญหาพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของหลาย ๆ ประเทศ หลายท่านอาจจะได้พูดถึงประเทศจีน ประเทศเกาหลี วันนี้ดิฉันขออนุญาตนำเสนอ แล้วก็พูดถึงประเทศจีน เพราะว่าเขาประกาศสงครามกับสิ่งแวดล้อมแล้วเขาก็ตั้งหน่วยงาน พิเศษขึ้นมา มีศูนย์พิทักษ์สิ่งแวดล้อมในทุก ๆ มณฑลของเขา แต่ที่มากไปกว่านั้นค่ะ ท่านประธานาธิบดีของประเทศจีนเขาให้ความสำคัญกับเรื่องพิทักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง จัดตั้งกระทรวงใหม่ขึ้นมาชื่อว่ามินิสทรี ออฟ อีโคโลจี แอนด์ เอนไวรอนเมนต์ (Ministry of Ecology and Environment) เมื่อ ๒ ปีที่แล้วแสดงว่าปัญหานี้เพิ่งกระทบกับประเทศจีน แล้วเขาก็มีมาตรการระยะยาวที่จะมารับผิดชอบดูแลเรื่องนี้โดยตรง กระทรวงนี้ดูแลเรื่องดิน น้ำ ลม ไฟทั้งหมดในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของประเทศเขา จากเวลาประมาณ ๕ ปี ๖ ปี ที่ผ่านมาประเทศจีนถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างสิ้นเชิงแต่เราก็เห็นว่า ค่ามาตรฐานแล้วก็ค่ามลพิษต่าง ๆ ลดลงมากอย่างมีนัยสำคัญ ลองให้ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ ณ ตอนนี้ลองศึกษาดูนะคะว่าของประเทศจีน เขาทำอย่างไรบ้าง เขาลดลงได้ถึง ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ในเมืองใหญ่ แล้วประเทศจีนก็ยังมีแผน เพื่ออนาคตอีกนะคะ เขาไม่ได้คิดแค่ว่าแก้ปัญหาวันนี้จบอย่างไร หรือว่าในระยะ ๕ ปี ๑๐ ปี จบไปอย่างไร เขายังคิดต่อว่าปัญหาหลักของเขาคือการที่มีรถยนต์เป็นจำนวนมากที่เป็นต้นตอ ของมลพิษนี้เขาจึงวางแผนตั้งเป้าว่าประเทศของเขาจะต้องมีรถยนต์ไฟฟ้าใช้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกวันนี้เงินหลายสิบล้านล้านของเขาลงทุนไปกับสถานีชาร์จ (Charge) รถแล้วก็เลือกให้บริษัท โรงงานต่าง ๆ เข้ามาลงทุนผลิตไม่ว่าอะไรก็ตาม คือเขามีแผนที่ชัดเจนว่าจะทำอย่างไรในอนาคต เพื่อที่จะพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของเขา ประเทศสหรัฐอเมริกาก็คล้ายคลึงเช่นกันมีองค์กรขึ้นตรง กับประธานาธิบดีที่มีอำนาจสามารถออกกฎหมายที่จะสามารถสั่งกระทรวงอื่นได้อีกทีหนึ่ง อันนี้คือความที่ผู้นำของประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉัน ต้องการจะอภิปรายวันนี้คือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงมีความสำคัญมาก ๆ กับการแก้ไข ปัญหาลักษณะนี้นะคะ จะต้องใช้เวลาเพราะฉะนั้นเริ่มเสียตั้งแต่วันนี้ยังดีกว่าจะต้องมาเสียใจ อีก ๑๐ ปี เพราะว่าชีวิตของประชาชนตอนนี้อยู่ในภัยอันตรายแล้วก็จะต้องตั้งเป้าให้ชัดเจน จะต้องวัดได้ด้วย แล้วดิฉันเห็นว่าการที่ดิฉันได้ยื่นญัตติศึกษาจัดตั้งองค์กรลักษณะนี้ขึ้นมาจะ เป็นประโยชน์เพื่อที่จะผลักดันแผนระยะยาวสำหรับประเทศเพื่อที่จะแก้ไขปัญหามลภาวะ ทางอากาศต่อไปค่ะ ขออนุญาตที่ประชุมวันนี้ให้ความสำคัญแล้วก็เห็นด้วยในการจัดตั้ง กรรมาธิการวิสามัญต่อไป ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ต่อไปเป็นญัตติที่ ๕ ครับ ของคุณจักรพล ตั้งสุทธิธรรม
ญัตติด่วนที่ ๕ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM 2.5 (นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เป็นผู้เสนอ)
ขอเชิญครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เขต ๓ วันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านที่สละเวลาเห็นถึง ความสำคัญของปัญหานี้ เราฝ่าฟันปัญหานี้กันมานานครับ แต่ว่ายังไม่ได้มีการเยียวยาเลย หรือการนำไปใช้ได้อย่างเชิงบูรณาการและอย่างเห็นผลได้จริง ก่อนอื่นครับ ตามกฎระเบียบ ของข้อบังคับในการเสนอญัตติผมต้องขออนุญาตแถลงญัตติด่วนเรื่องที่ต้องการยื่นนะครับ ขอแถลงญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการแก้ไขและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันปัญหาฝุ่นละอองเป็นพิษหรือที่เรียกกันว่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล รวมถึงจังหวัดใหญ่ ๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศ เป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่หลีกเลี่ยงได้ยากและกลายเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่ง ดำเนินการศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หน่วยงานจากภาครัฐทุกภาคส่วนจำเป็น ต้องบูรณาการร่วมกัน ฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นอนุภาคที่มีเส้นผ่าศูนย์ เฉลี่ยน้อยกว่า ๒.๕ ไมโครกรัม และแขวนลอยอยู่ในอากาศรวมกับไอน้ำ ควัน และก๊าซต่าง ๆ เนื้อความของการแถลงได้เสนอยื่นไปทางเจ้าหน้าที่แล้ว จะได้ไม่เป็นการรบกวนเวลาของสภา เมื่อสักครู่คือทำตามกติกากฎระเบียบข้อบังคับของสภา ต่อไปขอเป็นการอภิปรายเพื่อสนับสนุน การเสนอญัตติด่วนเข้าสภาเลยนะครับ ท่านประธานครับ การอภิปรายของผมในวันนี้ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ที่หนักและสำคัญยิ่ง เพราะได้แบกความหวังของปอดและลมหายใจของคนไทยทั่วประเทศ การอภิปรายวันนี้ ผมได้รับหน้าที่สำคัญให้เป็นผู้เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ท่านประธานครับ เรื่องปัญหาหมอกควันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดการโดยเร็วและเร่งด่วน ปัญหาหมอกควันถือเป็นภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคง ของมนุษย์ ไม่เพียงแค่สำหรับคนกรุงเทพฯ แต่เป็นภัยคุกคามต่อคนไทยทุกคน รวมไปถึง ทุกภูมิภาคในอาเซียน (ASEAN) ที่มากไปกว่านั้นมันได้คุกคามลุกลามไปทั่วโลกแล้ว ซึ่งเรา มีความรู้ในการจัดการน้อยมากหากเปรียบเทียบกับภัยธรรมชาติด้านอื่น ๆ อย่างเช่น น้ำท่วม หรือแผ่นดินไหว ปัญหานี้ส่งผลกระทบในทุกมิติอย่างรุนแรง ปัญหาหมอกควันในช่วงนี้ ผมเข้าใจว่าไม่สามารถแก้ไขได้ในช่วงพริบตา แต่ต้องหาแนวทางเชิงโครงสร้างเพราะซับซ้อน และโยงใยในปัจจัยทั้งภายในและระหว่างประเทศ ซึ่งต้องแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นระบบ และเป็นขั้นเป็นตอน อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ผ่านมารัฐบาลมีหน้าที่กำกับดูแลและดำเนินการ โดยตรง มีอำนาจอยู่ในมือเต็มรูปแบบแต่ไม่สามารถจัดการปัญหาได้ เป็นการจัดการปัญหา ในระยะสั้นและเฉพาะหน้าเท่านั้น นี่คือเหตุผลสำคัญที่จะชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้อง มีคณะกรรมาธิการชุดนี้เพื่อศึกษาหาแนวทางจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างยั่งยืน การอภิปรายของผมวันนี้จะใช้เวลาให้กระชับตรงประเด็นในการอภิปราย ๖ หัวข้อสำคัญในเชิงสร้างสรรค์สูงสุด เพื่อให้เห็นโครงสร้างทั้งหมดของปัญหา โครงสร้าง ของทางออกเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งจะประกอบด้วยผลกระทบของปัญหา สาเหตุของปัญหา ความท้าทายของทุกภาคส่วน การดำเนินการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่ผ่านมา ความจำเป็นที่จะต้องมีกรรมาธิการชุดนี้ รวมถึงยุทธศาสตร์รูปแบบและแนวทางการศึกษา ของคณะกรรมาธิการที่จะเห็นทั้งโครงสร้างว่าประเด็นปัญหาที่ผ่านมาของประเทศไทยคืออะไร เราอยู่จุดไหน และจะแก้ไขปัญหาอย่างไรต่อไป
ประเด็นที่ ๑ ผลกระทบของปัญหาด้านสุขภาพ เขาบอกว่าปัญหานี้เกิดขึ้น กับคนแค่ ๒ กลุ่ม กลุ่มแรก คือกลุ่มคนที่ยังหายใจอยู่ กลุ่มที่ ๒ คือกลุ่มคนที่ไม่หายใจแล้ว ดังนั้นผมถือว่าเป็นปัญหาของพวกเราทุกคนที่ต้องร่วมแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ถ้าไม่อยากเป็น คนกลุ่มที่ ๒ ในอนาคตอันใกล้นี้ ตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ตัวเลข ผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศที่มีเกินค่ามาตรฐาน หรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) พาร์ทิคูเลต แมตเตอร์ ๒.๕ (Particulate matter 2.5) นี้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็ก ซึ่งที่มาที่ไปทุกคนทราบอยู่แล้ว ก็คงไม่ได้อธิบายกว้างเพื่อให้เป็นการเสียเวลา ในส่วนของ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คืออะไร ขอกล่าวถึงผลร้ายที่แทรกซึมเข้ามาจากทุกลมหายใจของเรา ทุกจังหวะเต้นของหัวใจมีภัยร้ายเข้าไปตลอด ด้วยขนาดที่เล็กมากฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) สามารถลอยเข้าไปในถุงลมปอดทะลุผ่านถุงลมเข้าเส้นเลือดฝอยลอยอยู่ในกระแสเลือด ความน่ากลัวเจ้าฝุ่นร้ายนี้คือจะกระตุ้นทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ลดระบบแอนตีออกซิแดนต์ (Antioxidant) รบกวนสมดุลในร่างกาย กระตุ้นยีน (Gene) ที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งสารอักเสบ ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง จมูกอักเสบ ภูมิแพ้ หอบหืด ถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง และอีกมากมาย
ประเด็นที่ ๒ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ผลกระทบ ในด้านเศรษฐกิจเป็นปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยนั้นต้องเผชิญควบคู่จากปัญหาฝุ่นควันนี้ โดยเฉพาะผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในรายได้สำคัญของประเทศ จากศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้วิเคราะห์และพบเห็นว่าผลกระทบจากปัญหาหมอกควันนี้ส่งผล กระทบต่อการท่องเที่ยวและสุขภาพของประชาชน ความเสียหายสูงรวมถึง ๒.๖ พันล้านบาท ในปีที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมเป็นคนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวแทนของคนจังหวัดเชียงใหม่ ผมไม่เคยคิดว่าเมืองท่องเที่ยวอย่างจังหวัดเชียงใหม่ที่มีจีดีพี (GDP) สูง มีรายได้หลักจาก ภาคการผลิตและบริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบถึงเพียงนี้ ปีที่แล้ว ยอดจองลดลงอย่างมหาศาลจนน่าตกใจ นักท่องเที่ยวตัดสินใจเปลี่ยนรูต (Route) ในการ เดินทาง ยกเลิกแคนเซิล (Cancel) ในการเดินทางเนื่องจากปัญหาหมอกควันประเด็นหลัก ประเด็นเดียวเลย ประเมินค่าความเสียหายในช่วงของเดือนมีนาคม เดือนเมษายน ๒๕๖๒ เสียหายไปกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเป็นอย่างนั้นหรือมากกว่าด้วยซ้ำ หากเราไม่แก้ปัญหา ภายในไม่กี่วันในข้างหน้านี้จะติดภาพในเชิงลึก แล้วเราจะกู้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย กลับมาไม่ได้ ในขณะที่งบประมาณเราชูว่ารายได้ของประเทศชาติจะเกิดจากการท่องเที่ยว เป็นอันดับ ๑ ซึ่งตรงนี้ยังมองไม่เห็นแล้วเกิดความย้อนแย้งในการที่จะปฏิบัติการในตรงนี้
หัวข้อที่ ๒ ที่ต้องแตะหน่อย ก็คือเรื่องสาเหตุของปัญหา ท่านประธานครับ จำเป็นต้องอธิบายที่มาของหมอกควัน คือเกิดจากกลุ่มหลักใหญ่ ๆ คือหมอกควันที่เกิดจาก การกระทำของมนุษย์ และที่ไม่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ที่เกิดจากมนุษย์ก็คือกิจกรรม ทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากกิจกรรมทางเกษตรกรรมและไม่เกี่ยวกับเกษตรกรรมทางการเกษตร ซึ่งก็คือเป็นประเภทโรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่ง การใช้ชีวิตของมนุษย์ที่เกิดจาก การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก หมอกควันที่ไม่ได้เกิดจากมนุษย์ก็คือจะเกิด เกี่ยวกับการเกิดไฟป่าภาวะอากาศปัจจุบันของโลก สภาวะแวดล้อมของโลกหรือไคลเมต เชนจ์ (Climate change) ที่กระทบทั่วโลก กระทบไปวงกว้าง ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้น ที่ได้รับผลกระทบ กล่าวถึงความท้าทายในการจัดการปัญหาว่าจะจัดการกับสาเหตุต่าง ๆ ของปัญหานี้อย่างไร
ข้อ ๑ ถ้าเกิดในส่วนของตัวแทนภาคเหนือก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องของความเชื่อ และวิถีชีวิตของชุมชน ชุมชนในพื้นที่เป็นชุมชนเกษตรกรรม ชาวบ้านในชุมชนสืบทอด ความเชื่อเรื่องของการเผาพื้นที่เกษตรกรรมหลังจากการเก็บเกี่ยวว่าจะส่งผลดีต่อการปลูก ในรอบต่อไป ง่ายสะดวก ลดต้นทุน รวดเร็ว ทั้งนี้ชาวบ้านไม่ผิดในส่วนนั้น เพราะชาวบ้าน อาจจะไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตรงนั้น วิถีเกษตร ดั้งเดิมที่เขาทำกันมาไม่มีต้นทุนเพียงพอที่เขาจะเปลี่ยนเวย์ (Way) ในการที่จะจัดการพื้นที่ เกษตรแบบอื่น เรามีหน้าที่ที่จะต้องเพิ่มความรู้เพียงพอให้เขา นอกจากนี้การเผาพื้นที่ป่าชุมชน เป็นความเชื่อที่จะทำให้เกิดเจริญเติบโตแตกหน่อออกผลได้ดีขึ้น ตรงนี้ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐ ที่จะต้องเข้าไปเยียวยาแล้วก็ทำความเข้าใจ
เรื่องของนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล อันนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะว่าการส่งเสริมให้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพด อ้อย เป็นจำนวนที่มากขึ้นจากการสนับสนุนหรือนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมในช่วงนั้น ถึงตอนนี้ จะมีการส่งเสริมให้ปลูกพืชยืนต้นเพื่อทดแทนการเผาแต่เป็นมาตรการระยะสั้น ขาดการรับรอง ในระยะยาว ขาดการกระจายความรู้ความสามารถให้พวกเขา ไม่ครอบคลุมถึงองค์ความรู้ และการขยายผลในการปลูกพืชยืนต้น ไม่ส่งเสริมเรื่องการตลาด รวมทั้งการพัฒนาต่อยอด ทางผลิตภัณฑ์ต่อไปเป็นต้น
ต่อไปปัญหาหลักที่เกิดขึ้นในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็คือในเรื่อง ของปัญหาการก่อสร้าง การจราจร การปล่อยควันของโรงงานอุตสาหกรรม กิจกรรมการเผา ในที่โล่งแจ้งถึงล่าสุด รัฐบาลจะมีการประกาศ พ.ร.บ. ๑๑ ประการเมื่อวาน วันนี้มีการสั่ง หยุดโรงเรียนก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ดีที่ดีกว่าไม่ทำใด ๆ เลย แต่ว่าสิ่งหนึ่งปัญหาก็จะไม่ได้ สามารถจัดการในระยะกลางหรือระยะยาวได้ต่อไป
อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญ ซึ่งยังไม่มีใครได้กล่าวหรือได้แตะในประเด็นนี้มาก สักเท่าไร ก็คือหมอกควันข้ามแดน ซึ่งถือเป็นอีกประเด็นที่สำคัญที่หลาย ๆ คนมองข้าม บางองค์กรอาจจะไม่ให้ความสำคัญ มีความเข้าใจว่าในวิถีอาเซียน (ASEAN) มีกฎของอาเซียน (ASEAN) ถือว่าเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน แต่ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าปัญหาของหมอกควัน ที่ลอยข้ามมาจากบริเวณชายแดน ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง หรือว่า ฝั่งภาคใต้เราก็ดี จากการที่เราเห็นแผนที่จุดความร้อนฮอตสปอต (Hot spot) หรือไฟรแมป (Fire map) ด้วยระบบเฟิร์ม (Firm) ของนาซา (NASA) จะทำให้เราเห็นว่าจุดความร้อนจาก หลายประเทศในอาเซียน (ASEAN) ลอยเข้ามาในประเทศไทย ในขณะที่ของประเทศไทย ก็ลอยไปหาเขาเช่นกัน เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอาเซียน (ASEAN) ยังขาดช่องในการดำเนินการที่เห็นผลเป็นประจักษ์ กลไกระหว่างรัฐจีทูจี (G to G) ยังไม่มีความชัดเจน ขาดช่องทางในการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปัญหาหมอกควัน อันนี้ถือเป็นวาระแห่งภูมิภาคที่ใหญ่กว่าวาระแห่งชาติ แต่กลไกในการดำเนินงานให้เป็น รูปธรรมยังไม่เกิดขึ้น ขณะที่ถึงแม้เราจะมีการลงนามการป้องกันหมอกควันข้ามแดนไปแล้ว ในปี ๒๐๐๒ นอกจากนี้ในแต่ละประเทศในอาเซียน (ASEAN) ยังขาดการพัฒนา ขาดแผนการ รับมือที่ต่อเนื่องทั้งในระยะสั้น กลาง ยาว อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งผมจะวาดภาพให้เห็นต่อไป ว่าแต่ละระยะควรจะดำเนินการอย่างไร ขอชี้ให้เห็นถึงการดำเนินงานของภาครัฐที่ผ่านมา ไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ผ่านมาว่ารัฐบาล ได้ทำและแก้ไขปัญหาอย่างไรไปแล้วบ้าง การดำเนินงานในภาครัฐที่ผ่านมาล้วนเป็นการจัดการ ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ปัญหานี้ดำรงสืบเนื่องมาตลอดและหนักมากขึ้นในต้นปี ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการตื่นตัวและการเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนในปีนี้ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาในส่วนของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ที่มีอำนาจครบเครื่อง อยู่ในมือ ได้มีการออกมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้นเพื่อมาพยายามเน้นในการจัดการปัญหา ในระยะยาว แต่ไม่เห็นถึงทางออกหรือช่องทางที่จะทำให้ปัญหานี้ลดหย่อนลงไป ย้อนกลับไป วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๑ เป็นช่วงสภาพอากาศในหลายพื้นที่ของประเทศมีการถ่ายเทน้อย ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน รัฐบาลก็ได้แจ้งกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมปัญหาเฉพาะหน้า เท่านั้น วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๒ ได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักในการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุขเพื่อเร่งรัด กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขมลภาวะ วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๒ สั่งการให้กระทรวง พลังงานเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำมัน ไบโอดีเซล (Biodiesel) หรือบี ๒๐ (B 20) แทนน้ำมันดีเซล แต่ยังไม่ได้เห็นผลอย่างต่อเนื่อง วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๒ มีข้อสั่งการให้กำหนดมาตรการในการแก้ไขมลภาวะให้ชัดเจน ทั้งในระยะสั้น กลาง ยาว และขับเคลื่อนให้สู่การปฏิบัติให้เกิดรูปธรรมโดยเร็วก็ยังไม่เห็นผล มติ ครม. ในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ได้เห็นชอบแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหา ฝุ่นควันละอองขนาดเล็กนำไปสู่เป้าหมายในการสร้างอากาศดีเพื่อคนไทยและผู้มาเยือน ซ้ำด้วยมติของ ครม. เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ที่เห็นชอบและกำหนดให้การแก้ไข ปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ จากการที่กล่าวมาจะให้เห็นถึงไทม์ไลน์ (Timeline) ว่ามีการขับเคลื่อนมีการยึดโยงการทำงานของทุก ๆ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง แต่ว่า ยังไม่เห็นเกิดในเชิงพลวัตรหรือว่ากลไกที่ทำงานเชื่อมและเกิดเห็นผลประโยชน์สูงสุดได้ การทำงานของการประสานในหลาย ๆ มติหรือข้อคำสั่งนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๒ กระผมได้ยื่นหารือต่อสภาเรื่องปัญหาหมอกควันว่าหากไม่จัดการอย่างไรต่อไปเขากลับมาแน่ และกลับมาอย่างร้ายแรงขึ้นซึ่งตอนนี้ทุกคนก็เผชิญอยู่ในปัจจุบัน ล่าสุดรัฐบาลมีแนวคิด ในการออก พ.ร.บ. การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด โดยมีคณะกรรมการอากาศสะอาด มีท่านนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานพร้อมด้วยกรรมการระดับรัฐมนตรีถึง ๙ กระทรวง รวมถึงการออก พ.ร.บ. ๑๑ ประการ เป็นแนวโน้มที่ดีเป็นแนวความคิดที่ดี แต่คำถามที่สำคัญ คือทั้ง ๆ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบัญชาการเองพร้อมกับอำนาจเต็มมือทำไมถึงยังไม่สำเร็จ ในระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา เพราะอะไร ปัญหายังคงความรุนแรงขึ้น ข้อสั่งการหรือมติของ ครม. เป็นเพียงกระดาษ ๑ ใบที่ทราบตัวเลขทราบข้อมูลแต่ไม่สามารถแอกชัน (Action) ใด ๆ ได้ ล่องลอยแก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะว่าที่ผ่านมาหน่วยงานของใครก็ยังทำงานของใคร ไม่มีความ เป็นเอกภาพอยู่ดี
หัวข้อที่ ๕ กล่าวถึงข้อสรุปว่าทำไมเราจำเป็นต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการนี้ ท่านประธานครับ เบื้องต้นผมได้ชี้แจงถึงผลกระทบ สาเหตุและความท้าทายในช่วงต้นมาแล้ว ต่อไปคงต้องขอกล่าวถึงความจำเป็นเหตุผลประการแรกที่ต้องตั้งกรรมาธิการนี้ขึ้น
ประเด็นที่ ๑ เรายังขาดองค์ความรู้ทั้งระบบ ทั้งการทำงาน ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เรามีเพียงความรู้ในการทำงานระยะสั้นส่วนใหญ่ ที่สำคัญไม่สามารถเชื่อมโยงไปยัง การทำงานของระยะกลาง ไมมีความรู้ในการจัดการหลังจากวิกฤติหมอกควันสิ้นสุดแล้ว
ประเด็นที่ ๒ การจัดการความรู้ที่แยกส่วนกัน กระจัดกระจายในสังคมไม่เป็น อันหนึ่งอันเดียวกันมันไม่มากพอที่จะเห็นผลในเชิงบูรณาการ
ประเด็นที่ ๓ ความรู้ที่เรามีส่วนใหญ่จากภาครัฐ หน่วยงานของรัฐเราไม่มีพื้นที่ ให้ภาคเอกชนหรือหน่วยงานอิสระภาคประชาชนที่เขาต้องการเข้ามาร่วมเสนอความรู้ในการ แก้ปัญหาทั้ง ๆ ที่เขามีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ตกผลึกในหลาย ๆ มิติ ความรู้จากภาคเอกชน และภาคประชาชนไม่เคยถูกนำมาต่อยอดศึกษาอย่างจริงจังซึ่งค่อนข้างเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก มันมีหลายภาคี หลายระบบ หลายองค์กร หลายหน่วยงานที่พยายามจะยื่นมือเข้ามา แก้ปัญหาให้กับรัฐบาล แต่ถ้าปัดมือเขาทิ้งปัญหานี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ปัญหาของการแก้ไขนี้ ก็จะไม่หมดไป การแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการที่แท้จริงก็จะไม่เกิดขึ้น
จากผลที่กล่าวมาแล้วข้างต้นประเด็นที่สำคัญทั้งหมดคือองค์ความรู้ในการ จัดการเรื่องหมอกควันในมิติต่าง ๆ ซึ่งกรรมาธิการชุดนี้จะสามารถช่วยเสนอแนะต่อไป ให้กับรัฐบาลนำไปสู่การออกกฎหมายที่เหมาะสมครอบคลุมมีประสิทธิภาพ ความรู้มีอยู่ ๒ ประเภทที่เราต้องการในการแก้ปัญหานี้
ข้อ ๑ ความรู้ที่เกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาหมอกควัน และความรู้ที่เกี่ยวกับ การบริหารการจัดการหมอกควันที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในความรู้ ๒ ประเด็นนี้ จะต้องเชื่อมโยงครอบคลุมในส่วนของการบริหารจัดการ เพราะฉะนั้นในทุกภาคส่วนจะต้อง มาร่วมงานกันอย่างบูรณาการ กรอบการทำงานของคณะกรรมาธิการนี้ก็จะแยกเป็นด้าน การบริหารความรู้ จากการขาดงานวิจัยองค์ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ที่จะสามารถรับมือและ แก้ไขหมอกควันที่ผ่านมา เราจึงทราบได้ว่ายังขาดในส่วนข้อมูลความรู้ของการเปลี่ยนแปลง ของสภาพภูมิอากาศรวมถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสลม การศึกษาการเผาเชิงลึกและ รอบด้าน การควบคุมปัญหาอย่างยั่งยืน การศึกษาแหล่งกำเนิดของฝุ่นละอองขนาดเล็กว่า มาจากแหล่งใด มากน้อยเพียงใด การเผาป่า ข้าวโพด อ้อย โรงงานอุตสาหกรรมควรจะย้าย ควรจะหยุด ควรจะโรเทต (Rotate) ไปอย่างไร เมื่อไร การศึกษาพัฒนาการของนวัตกรรม และเทคโนโลยีในราคาถูกเพื่อลดต้นทุนและผลกระทบเชิงสุขภาพ และการพัฒนาผลิต หน้ากากภายในประเทศ และการจัดตั้งเซฟ โซน (Safe zone) หรือคลีนรูม (Cleanroom) ในชุมชนในพับบลิก (Public) ต่าง ๆ การถอดบทเรียนประสบการณ์จัดการปัญหาหมอกควัน จากต่างประเทศ การเรียนรู้เพื่อปรับใช้และยึดโยงเข้ามาให้เหมาะสมกับสภาวะในประเทศไทย และปัญหาของประเทศไทย ณ ปัจจุบัน
ส่วนในด้านของการบริหารการจัดการ การบริหารการจัดการป้องกันไฟป่า หมอกควันมีอุปสรรคที่ท้าทายอยู่มากมาย แต่ว่าเราก็ต้องไปโฟกัส (Focus) ในส่วนของการ ขับเคลื่อน การป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่าของภาครัฐด้วย เพราะที่ผ่านมาเป็นมาตรการ ระยะสั้น ขาดมาตรการเชิงลุกไม่ต่อเนื่อง ไม่ปฏิบัติตามแผนการ ไม่มีแผนร่วมมือระหว่างรัฐ กับชุมชนซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะต้องนำคนเข้าไปร่วมบริหารด้วยกับแนวคิดของภาครัฐ
ด้านสื่อประชาสัมพันธ์ยังดำเนินการไม่ทั่วถึง การให้ความรู้ความอันตราย ของฝุ่นควันพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5)
สรุปได้ก็ดีนะครับ
อีกนิดเดียวครับ ประเด็นนี้สำคัญครับ การแจ้งเตือนความอันตรายของตัวเลขฝุ่นควันที่แท้จริงถูกต้องและไม่ปกปิด ไม่หมกเม็ด ประชาชนมีสิทธิตามสิทธิขั้นพื้นฐานของการเกิดมาที่จะต้องได้รับอากาศที่ดีและข้อมูล ที่ถูกต้องจากรัฐบาล
ยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานก็จะขอสรุปตามที่ท่านประธานแจ้งนะครับ ก็คืออยากจะเน้นการบูรณาการในส่วนของพับบลิก พีเพิล (Public people) และไพรเวต (Private) เพราะฉะนั้นในภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชนจะต้องมีส่วนร่วมในการ ทำงานร่วมกัน จากที่ผมได้เสนอมาแล้วทั้งหมดนั้นเพื่อชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ สาเหตุ ปัญหา สามารถทำความเข้าใจการดำเนินงานของรัฐบาลที่ยังไม่เกิดประสิทธิภาพ ขาดองค์ความรู้ มีการจัดการความรู้ที่กระจัดกระจาย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง จัดตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ และผมมีความเชื่อมั่นว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงในการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างแน่นอน อย่างน้อยจะเป็น ที่รวบรวมข้อเสนอการถอดชุดองค์ความรู้ การนำข้อเสนอต่าง ๆ มาปฏิบัติศึกษาอย่างจริงจัง ภายใต้การจัดการ ๓ ระยะเวลา ดังนั้นขอเสนอให้รัฐสภาพิจารณาและรับญัตติด่วนดังกล่าว เพื่อให้ในที่ประชุมพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาในเรื่องแนวทางการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๑๖ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ขอบคุณครับ
ท่านจักรพลได้ใช้เวลาไป ๒๐ นาทีเศษ ๆ ต่อไปเป็นลำดับที่ ๖
ญัตติด่วนที่ ๖ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณา ศึกษา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ เกินมาตรฐาน อย่างเป็นระบบ (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ขออนุญาตเรียนตามที่เคย มีการแนะนำในที่สภาว่าเราอ่านญัตติที่เราเสนอ เพราะว่าญัตติทั้งหมดนี้ได้มีการเสนอเป็น ลายลักษณ์อักษรแล้ว ขอเชิญครับ
ท่านประธานขออนุญาตนะครับ ท่านองอาจมอบหมายให้ผมในฐานะผู้เสนอญัตติร่วม อภิปรายแทนท่านองอาจครับ
ญัตตินี้มีผู้เสนอ ๒ ท่าน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แล้วก็นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานทำตามระเบียบข้อบังคับ โดยการอ่านญัตติด่วนที่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ เกินมาตรฐานอย่างเป็นระบบ กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ในช่วงต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกินมาตรฐานได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลรวมทั้งในหลายจังหวัด โดยการเกิดฝุ่นละอองชนิดนี้มาจากหลายสาเหตุ ทั้งการใช้ยานพาหนะ การเผาจากภาคการเกษตร การปล่อยควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นเป็นปีที่ ๒ ติดต่อกันซ้ำยังขยายวงกว้างและรุนแรงกว่าเดิม ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานนี้ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง และมีความรุนแรงหากไม่ได้รับการป้องกัน โดยฝุ่นละอองเหล่านี้เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ปอด โรคหัวใจขาดเลือด โรคเลือดในสมอง และโรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ แม้ว่า ภาครัฐโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีการดำเนินการในการออกมาตรการป้องกันบางส่วน แต่ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้ รวมทั้งยังมิได้ มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบและตระหนักถึงความอันตราย อย่างชัดเจนและทันท่วงที ทำให้ประชาชนต้องพึ่งพาตัวเองด้วยการสวมใส่หน้ากากกันฝุ่น และส่วนหนึ่งต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และต้องติดตามข่าวสาร และข้อมูลคุณภาพอากาศด้วยตนเอง จากสภาพปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญของสังคมที่ส่งผล กระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคนและควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จึงเห็นสมควรให้มีการศึกษาและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ต่อไป ดังนั้นจึงขอเสนอ ญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ เกินมาตรฐานอย่างเป็นระบบ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผล และรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง กราบเรียน ท่านประธานครับ ตามที่ได้อ่านข้อญัตติด่วนในการให้สภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาพิจารณาแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะขออภิปรายถึงเหตุผลแล้วก็ความจำเป็น ในการที่จะตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องนี้แล้วส่งให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขให้พี่น้องประชาชน ซึ่งปัจจุบันนี้อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ผมเองก็จะดำเนินการตามนโยบายของท่านประธานก็คือจะอภิปรายในประเด็นที่ไม่ซ้ำซ้อน กับเพื่อนสมาชิกเพื่อที่จะได้ประหยัดเวลาของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ ปริมาณพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นประเด็นทางสังคมตั้งแต่ปีที่แล้วก็คือปี ๒๕๖๒ จนถึงปีนี้ ปี ๒๕๖๓ ซึ่งต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมมีข้อมูลว่าผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ในส่วนของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นมีสภาพทางอากาศก็คือฝุ่นละอองนั้นลดลงจากปีที่แล้ว แต่ยังเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ๕๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทางองค์การอนามัยโลก ก็กำหนดไว้ที่ ๒๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ของเรานั้นกำหนดไว้ที่ ๕๐ ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังเกินค่ามาตรฐานอยู่ก็จะอยู่ที่ ๓๙.๔๔-๗๖.๖๘ ในบางพื้นที่ ของกรุงเทพมหานคร แต่ผมเชื่อครับว่าที่ลดลงคงไม่ใช่เป็นฝีมือของรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะว่าที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้มีมาตรการที่ชัดเจนในการที่จะให้พี่น้องนั้น ได้รับทราบถึงมาตรการในการป้องกันปัญหาฝุ่นละออง ถ้าดูจากข้อมูลที่เสนอท่านประธานว่า ปี ๒๕๖๓ ผลกระทบนั้นลดลง ค่าเฉลี่ยก็จะอยู่ที่ ๓๙.๔๔-๗๖.๖๘ ถ้าเทียบกับปี ๒๕๖๒ นั้น จะสูงกว่านี้ครับท่านประธาน อยู่ ๕๗-๗๙.๑๕ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้นก็ลดลง ท่านประธานครับ ถ้าดูจากข้อมูลที่ผมนำเสนอก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เมื่อปี ๒๕๖๒ นั้นหลายจุด ๒๐ กว่าจุดในแต่ละวันก็คือเป็นข้อมูลช่วงวันที่ ๑๑-๑๗ มกราคม ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจากปัญหารถยนต์โดยสาร รถบรรทุก แล้วก็รถยนต์ที่ใช้ในการสัญจร ไปมาของพี่น้องประชาชนนั้นปัญหานี้มาถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ปัญหารองลงมาก็คือจากการเผา ไร่นา ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วที่เหลือก็จะมาจากอุตสาหกรรมแล้วก็การก่อสร้าง ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อไม่ให้ซ้ำประเด็น ปัญหาที่มาจากรถยนต์ รถโดยสารแล้วก็รถบรรทุก มาจากการสันดาปจากเชื้อเพลิงที่เป็นดีเซล ซึ่งเขม่าเป็นต้นเหตุ ที่แท้จริงในการเกิดปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แล้วผลการศึกษาก็ชัดเจนว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ มาจากระบบคมนาคมการโดยสาร ซึ่งถ้าเราใช้เอ็นจีวี (NGV) เอ็นจีวี (NGV) เป็นพลังงานสะอาด เราเริ่มใช้เอ็นจีวี (NGV) กันตั้งแต่ตอนที่วิกฤติน้ำมันขึ้นราคาเป็นลิตรละ ๕๐ บาท ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ ต่อเนื่องปี ๒๕๔๙ ถ้าท่านประธานจำได้ ในตอนนั้นรัฐบาลในสมัยนั้นได้มีการ ส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานสะอาดก็คือเอ็นจีวี (NGV) ครับ เรามีการให้รถแท็กซี่นั้นติดเอ็นจีวี (NGV) เรามีการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนนั้นติดตั้งเครื่องยนต์เอ็นจีวี (NGV) แล้วเราก็มีโครงการนำเข้า รถเอ็นจีวี (NGV) เพื่อมาใช้ใน ขสมก. เป็นรถโดยสารสาธารณะเพื่อลดผลกระทบทางด้าน สิ่งแวดล้อม ในสมัยนั้นท่านประธานปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ยังไม่แพร่หลาย ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนแล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนั้นก็ยังไม่ทราบว่า พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในอนาคตนั้นจะมีปัญหารุนแรงแล้วก็สำคัญเหมือนอย่างตอนนี้ แต่ว่า ตอนนั้นราคาเอ็นจีวี (NGV) ที่เป็นที่นิยมก็เพราะว่าราคาน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซินนั้นสูงขึ้น ตกลิตรหนึ่ง ๕๐ บาท และตอนนั้นก็มีการรณรงค์ให้ใช้เอ็นจีวี (NGV) ผลที่ได้ตอนนั้นก็คือ เรื่องของการใช้พลังงานที่สะอาด ลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมแล้วก็มลพิษ ท่านประธาน ราคาเอ็นจีวี (NGV) ในตอนนั้นจูงใจให้พี่น้องประชาชนนั้นติดตั้งอยู่ที่กิโลกรัมละ ๘.๕๐ บาท ปตท. ผูกขาด ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐในสมัยนั้นก็บอกว่า ๘.๕๐ บาทต้องขึ้นราคา รัฐบาลในสมัยนั้นก็ท้วงติงแล้วก็ตรึงราคาเอ็นจีวี (NGV) มาโดยตลอด การที่ ปตท. บอกว่า ขาดทุนก็ไม่มีหลักเกณฑ์หรือหลักฐานที่ชี้ชัดว่า ปตท. นั้นขาดทุนจริง ๆ จากการจำหน่าย ราคาเอ็นจีวี (NGV) ๘.๕๐ บาท ให้กับพี่น้องประชาชนในการใช้ในสมัยนั้น รัฐบาลในสมัยนั้น ก็ตรึงราคาเพื่อส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนนั้นใช้เอ็นจีวี (NGV) รถยนต์โดยสารใช้เอ็นจีวี (NGV) รถแท็กซี่ก็เป็นเอ็นจีวี (NGV) แต่ท่านประธานพอปี ๒๕๕๕ มีการขึ้นราคาแก๊สเอ็นจีวี (NGV) จาก ๘.๕๐ บาทขึ้นมาเป็น ๑๐ บาทตามกราฟที่ผมได้นำเสนอครับ พอปี ๒๕๕๗ ขึ้นมาเป็น ๑๐ บาทจาก ๘.๕๐ บาทโดยเฉลี่ยขึ้นมาเป็น ๑๐ บาทในสมัยนั้นรัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือบิ๊กตู่ ๑ แล้วก็มาบริหารประเทศตั้งแต่เดือน ๕ ปี ๒๕๕๗ ราคาเอ็นจีวี (NGV) ขึ้นมาเป็น ๑๐ บาทแล้วไล่ต่อเนื่องขึ้นมาเป็น ๑๓.๕๙ บาท ในวันที่ ๒๖ เดือน ๑ ปี ๒๕๕๙ แล้วก็ปัจจุบันนี้เป็น ๑๕.๔๐ บาท ส่งผลอย่างไร ส่งผลให้รถบรรทุก ในสมัยนั้นที่ติดตั้งเอ็นจีวี (NGV) กันเป็นจำนวนมาก รถยนต์โดยสารของพี่น้องประชาชน รถยนต์โดยสารสาธารณะก็คือแท็กซี่ต้องเปลี่ยนกลับมาใช้เครื่องยนต์ดีเซล ท่านประธาน เพราะเอ็นจีวี (NGV) มันแพง แพงค่าซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ก็สูงกว่าเครื่องยนต์ดีเซลสูงกว่า เครื่องยนต์เบนซิน ในสมัยนั้นพี่น้องประชาชนควักเงินเองด้วย รถบรรทุกค่าติดตั้งเอ็นจีวี (NGV) ในการเปลี่ยนจากดีเซลมาเป็นเอ็นจีวี (NGV) คันหนึ่ง ๕๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท เราเดินมาถูกทางแล้วท่านประธานในสมัยนั้น ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ต่อเนื่องจนถึงปี ๒๕๕๕ พี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการเปลี่ยนเครื่องยนต์จากดีเซลมาเป็นเอ็นจีวี (NGV) กัน เป็นจำนวนมาก แต่วันดีคืนดีรัฐบาลขึ้นราคาเอ็นจีวี (NGV) เพราะเชื่อ ปตท. ว่าราคาแก๊ส ขาดทุนโดยไม่ได้สนใจผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ได้สนใจผลกระทบทางด้านสังคม ก็คือต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ราคาสินค้าที่แพงขึ้นก็มาจากต้นทุนสินค้าทางด้านการขนส่ง ที่เพิ่มขึ้นครับ รัฐบาลในตอนนั้นไม่ได้สนใจเชื่อ ปตท. ก็ขึ้นราคาแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ขึ้นมา จนปัจจุบันนี้ ๑๕.๔๐ บาท พี่น้องก็ต้องไปเสียเงินกลับมาติดตั้งเครื่องยนต์เป็นดีเซลอีก ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์โดยสารสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุกที่ส่งสินค้าอุปโภคบริโภคให้กับ พี่น้องประชาชน ตรงนี้ทำให้เกิดความล้มเหลวของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยเฉพาะเอ็นจีวี (NGV) และที่สำคัญคือรถไฟฟ้าเดี๋ยวผมจะพูดต่อไปว่ารถไฟฟ้านั้นรัฐบาล ล้มเหลวอย่างไรนโยบายในการส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้า จากข้อมูลที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่าเอ็นจีวี (NGV) นั้นมีการใช้ลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะอะไรครับ เพราะราคามันสูงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการหันกลับมาใช้น้ำมันดีเซลเหมือนเดิม ตรงนี้เป็นตัวก่อให้เกิดมลภาวะพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างแท้จริง เพราะ ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้น มาจากรถขนส่ง รถยนต์โดยสาร แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้ส่งเสริมการใช้เอ็นจีวี (NGV) แล้วก็ล้มเหลวในการผลักดันแล้วก็กระตุ้นมาตรการต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหามลภาวะ และมลพิษจากระบบคมนาคมและระบบขนส่ง ฉะนั้นผมจึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานที่กำกับดูแล ปตท. ให้ลดราคาแก๊สเอ็นจีวี (NGV) แล้วก็ทำแผนระยะกลาง ระยะยาว และระยะสั้น ไม่ทันแน่ครับ ระยะสั้นก็ต้องเป็นไปตามที่ ครม. ออกมติมาตามที่ ท่านโฆษกรัฐบาลได้แถลงถึงมาตรการให้พี่น้องประชาชน แต่ระยะกลาง ระยะยาว การให้ เอ็นจีวี (NGV) นั้นกลับมาเป็นส่วนสำคัญในการลดปัญหามลภาวะทางด้านสิ่งแวดล้อมให้กับ พี่น้องประชาชนนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะต้องทำให้ได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น การลดราคาเอ็นจีวี (NGV) จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับเรื่องของการส่งเสริมให้พี่น้องนั้น กลับมาใช้รถยนต์โดยสารสาธารณะก็คือรถแท็กซี่ที่ติดตั้งเอ็นจีวี (NGV) แล้วรัฐบาลนั้น ก็จะต้องส่งเสริมให้มีรถโดยสารสาธารณะที่ใช้เอ็นจีวี (NGV) ด้วยครับ ท่านประธานครับ รถยนต์ไฟฟ้าที่ผมพูดถึงก็คืออีวี (EV) หรืออิเล็กทริก วีฮิเคิล (Electric vehicle) ปัจจุบันนี้ หลายประเทศในโลกนี้ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน อียู ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศนอร์เวย์ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็น ๕ ประเทศลำดับต้นของโลกที่มีรถยนต์ไฟฟ้านั้นใช้เป็นจำนวนมาก ปีหนึ่งถึง ๓.๓ ล้านคัน ในปี ๒๐๑๗ แล้วก็ปี ๒๐๑๘ ขึ้นมาเป็น ๕.๔ ล้านคัน คาดการณ์ว่าจะ มีรถยนต์อีวี (EV) สะสมในปี ๒๐๒๕ ถึง ๓๑๔ ล้านคัน แต่ปัจจุบันรถอีวี (EV) ในประเทศไทย หลักแสนคันครับ เพราะว่าขาดการส่งเสริมจากรัฐบาลในการที่จะตระหนักถึงผลกระทบ ทางสิ่งแวดล้อมจากระบบคมนาคมในการที่รถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์โดยสารต่าง ๆ ยังใช้ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซินเป็นหลักในการที่จะใช้ในรถยนต์ต่าง ๆ เหล่านี้ ฉะนั้นรัฐบาลนั้น จะต้องดำเนินนโยบายระยะกลางและระยะยาว โดยการส่งเสริมให้มีการใช้เอ็นจีวี (NGV) แล้วก็รถยนต์ไฟฟ้าครับ ทางรัฐบาลก็บอกว่าให้พี่น้องประชาชนนั้นหันมาใช้รถยนต์สาธารณะ รถยนต์สาธารณะปัจจุบันนี้รถที่เราเห็นสีน้ำเงิน สีแดง อายุ ๓๐ ปี การที่รัฐบาลส่งเสริมให้มา ใช้รถยนต์สาธารณะ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดหรือเปล่า เพราะว่ายิ่งมา ใช้รถยนต์สาธารณะผมเข้าใจว่าจะยิ่งเพิ่มปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะอะไร เพราะว่ารถยนต์เก่า ๓๐ ปี ของ ขสมก. ท่านไม่ต้องไปใช้เครื่องวัดหรอกครับ ดูด้วยตาก็เห็นครับท่านประธาน เมื่อเช้าผมมาประชุมขับรถตามควันดำเป็นลูกเลย ถามว่า ยิ่งไปใช้รถยนต์โดยสารสาธารณะ ขสมก. ที่อายุถึง ๓๐ ปี มันจะไปลดฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ให้พี่น้องประชาชนได้อย่างไร อันนี้อยากจะฝากรัฐบาลดูนโยบายด้วยว่า นโยบายที่ทำอยู่ มันแก้ปัญหาได้จริงหรือเปล่า แล้วที่สำคัญรถยนต์โดยสารสาธารณะที่เป็นเอ็นจีวี (NGV) ก็มีปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีปัญหาจากการประมูล หรือมีปัญหาจากระบบการทุจริตหรือเปล่า อันนี้ทำให้เกิดการส่งมอบให้กับ ขสมก. เพื่อมาให้พี่น้องประชาชนไม่ได้ ๔๐๐ กว่าคัน ใช้เวลา ๒ ปีกว่าในการส่งมอบ แล้วถามว่ารถยนต์โดยสารที่เป็นพลังงานสะอาดปัจจุบันนี้ มีน้อยมากถ้าเทียบกับที่เป็นดีเซล ฉะนั้นตรงนี้รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับรถยนต์โดยสาร ที่เป็นเอ็นจีวี (NGV) ให้มากขึ้น ตอนนี้ประเทศจีนไปถึงรถไฟฟ้าแล้วครับท่านประธาน ผมไป ดูงานที่ประเทศจีนตอนนี้เขาไม่ใช้เอ็นจีวี (NGV) แล้ว รถโดยสารสาธารณะเป็นรถไฟฟ้าหมด ของเราเอาเอ็นจีวี (NGV) ก่อนนะครับ แล้วรถยนต์ไฟฟ้าก็จะตามมา ท่านประธานครับ ตอนนี้ค่ารถไฟฟ้า พอบอกรถโดยสารสาธารณะก็มีแท็กซี่ มีรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) เอ็มอาร์ที (MRT) แล้วก็มีรถเมล์ รถเมล์ผมได้อภิปรายให้ท่านประธานฟังไปแล้วว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน ทีนี้มารถไฟฟ้าครับท่านประธาน ผมได้นำข้อมูลมาให้พี่น้องดู ประเทศสิงคโปร์ค่าโดยสาร รถไฟฟ้าถูกกว่าบ้านเรา ๖.๓๗ เท่า ค่าโดยสารของรถไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นลอยฟ้าหรือใต้ดิน ถ้าเป็นฮ่องกงของเราแพงกว่า ๓.๐๘ เท่า ถ้าเป็นลอนดอนเกือบเท่ากันเลย ต้นทุนของเราเวลาเดินทางที่ กทม. ก็อยู่ที่ ๐.๔๗๘ ดอลลาร์ ต่อ ๑๐ กิโลเมตร ของกรุงลอนดอนนั้น ๐.๔๐๒ แต่กรุงลอนดอนนั้นท่านประธานครับ รายได้ ต่อหัวของกรุงลอนดอนนั้นสูงกว่าเราเยอะ แต่ค่าโดยสารของเรานั้นเท่ากับกรุงลอนดอน ทางรัฐบาลบอกว่าให้พี่น้องประชาชนนั้นไปโดยสารสาธารณะก็คือรถไฟฟ้า มันแพงอย่างนี้ แล้วจะไปโดยสารได้อย่างไร รัฐบาลต้องมาแก้ตรงนี้ด้วยโดยการลดราคารถโดยสาร รถไฟฟ้า ที่เป็นรถสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชนครับ
ท่านประธานครับ มาดูเรื่องของทางเลือกในการเดินทาง แท็กซี่ ๘๕ บาทต่อ ๑๐ กิโลเมตร บีทีเอส (BTS) ๔๔ บาท เอ็มอาร์ที (MRT) ๓๕ บาท รถเมล์ที่เป็นรถเมล์แอร์ ๑๗ บาท รถส่วนตัว ๒๕ บาทต่อ ๑๐ กิโลเมตร จะไปขึ้นรถเมล์แอร์ที่ต้นทุนเท่ากับรถเรา ก็บริการไม่เพียงพอก็ต้องขึ้นไปนั่งรถเมล์ร้อน ๖.๕๐ บาทต่อ ๑๐ กิโลเมตร ถูกกว่าครับ แต่พี่น้องประชาชนไม่มีทางเลือกเพราะอะไรครับ เพราะว่ารถเมล์แอร์ไม่เพียงพอ ตอนนี้ เราไปดูเลยครับเต็มแน่นทุกสายครับรถเมล์แอร์ พอจะไปขึ้นรถแท็กซี่ ๘๕ บาท รถแท็กซี่ก็ดี ในสมัยท่านรัฐบาลของท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีการสนับสนุนให้รถแท็กซี่นั้นมา ติดตั้งรถเครื่องยนต์เอ็นจีวี (NGV) เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชนเพื่อลดค่าใช้จ่ายพี่น้อง ประชาชนในสมัยนั้นที่ราคาเบนซินนั้นมีราคาสูง ตอนนี้ก็ยังติดตั้งเอ็นจีวี (NGV) อยู่ จะหันมา ใช้แท็กซี่นั้นก็ยังราคาแพงกว่ารถยนต์ส่วนตัวนะครับ
สรุปได้นะครับ
ท่านประธานครับ สั้น ๆ ครับ ขอสรุปในส่วนของการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบทางด้านมลภาวะ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมขอแนะนำและมีข้อเสนอให้ทางรัฐบาลได้ลดราคาเอ็นจีวี (NGV) ลง เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้รถเอ็นจีวี (NGV) เป็นรถยนต์สาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล แล้วก็ ส่งเสริมให้รัฐบาลนั้นได้ลดภาษีรถยนต์อีวี (EV) ลงเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เป็นทางเลือก ในการซื้อรถมาใช้ในการที่จะเดินทางในภารกิจส่วนตัวแล้วก็ลดราคารถไฟฟ้าลง เพราะว่า ปัจจุบันนี้ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมในส่วนของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เกิดจากระบบ คมนาคมนั้นมีสูง ฉะนั้นจึงขอให้ทางสภาเราได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและแก้ไขปัญหา ผลกระทบพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเสนอให้รัฐบาล ได้ดำเนินการ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ คุณอัครเดช ใช้เวลาไป ๑๘ นาทีเศษ ๆ นะครับ ต่อไปเป็นลำดับที่ ๗ ของท่านศุภชัย ใจสมุทร
ญัตติด่วนที่ ๗ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณา ศึกษาและมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM ๒.๕ ให้เป็นระบบ อย่างยั่งยืน (นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นผู้เสนอ)
ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมกับเพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยได้ขอเสนอญัตติด่วนต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร มีรายละเอียดดังนี้ครับ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณา ศึกษาและมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM ๒.๕ ให้เป็น ระบบอย่างยั่งยืน กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า ๒.๕ ไมครอน หรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คือละอองลอยในอากาศที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับ หรือเล็กกว่า ๒.๕ ไมโครเมตร หรือไมครอน หรือ ๒.๕ ส่วนของ ๑ ล้านส่วนเมตรเมื่อเทียบกับ เส้นผมแล้วมีขนาดเพียง ๑ ส่วน ๒๕ ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมเท่านั้น ดังนั้น พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) สามารถผ่านเข้าไปในถุงลมในปอด ซึ่งเป็นส่วนลึกที่สุดของปอด ก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ระบบทางเดินหายใจติดเชื้อ หลอดลมอักเสบ ถุงลมปอดอุดกั้น หอบหืดกำเริบ และภูมิแพ้ นอกจากนี้พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ยังมีองค์ประกอบ ของสารโพลีไซคลิก อะโรเมติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) หรือพีเอเอชเอส (PAHs) ซึ่งเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งทำให้เป็นมะเร็งปอดได้ ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีแหล่งกำเนิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่สำคัญคือการจราจรขนส่ง ซึ่งมีรถที่จดทะเบียนประเภทต่าง ๆ รวมกันมากกว่า ๑๐ ล้านคัน โดยเฉพาะรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งไม่มีอุปกรณ์กำจัดฝุ่นในท่อไอเสียเลยแม้แต่คันเดียว นอกจากนี้การจราจรที่ตัดขัดเป็นอย่างมากเข้าขั้นวิกฤติ ยังเป็นปัจจัยที่ส่งให้รถมีการระบาย ฝุ่นเพิ่มมากขึ้น และการเผาในที่โล่งของชีวมวลประเภทต่าง ๆ ได้แก่ เศษวัสดุที่เหลือจาก การเพาะปลูกพืชประเภทต่าง ๆ ขยะ เศษใบไม้ วัชพืชริมถนน เป็นต้น จึงส่งผลให้ฝุ่นละออง พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นับเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้อง ประชาชนโดยตรง หากยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนอาจส่งผลต่อสุขภาพ ของประชาชนอย่างร้ายแรง ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน และมีความจำเป็นเร่งด่วนในอันที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ดังนั้นกระผมจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและมีมาตรการ แนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ให้เป็นระบบอย่างยั่งยืนตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ นี่คือสิ่งที่กระผมและเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยได้นำเรียนต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ สิ่งที่ผมอยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรสั้น ๆ ก็คือว่า เพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องนี้กันมากมายแล้ว และทุกท่านก็มีความเห็น ตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในวาระนี้เป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลเองก็ได้ตระหนัก ถึงเรื่องนี้ ได้พยายามเริ่มที่จะแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมากขึ้น หลายกรณีเป็นเรื่องการ ดำเนินการแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สิ่งที่กระผมและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยได้เสนอต่อท่านประธานก็คือการขอให้ดำเนินการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ในการแก้ปัญหา รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเองมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างน้อย ๒ กระทรวง กระทรวงคมนาคมซึ่งท่านรัฐมนตรีได้มีการดำเนินการไปหลายเรื่อง ในการแก้ปัญหาก็คือท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีคือท่านอนุทินเองก็ได้ดำเนินการในการเตรียมที่จะรองรับ เพื่อที่จะช่วยดูแลรักษาสุขภาพของพี่น้องประชาชนในกรณีที่มีผลกระทบจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) วันนี้ทราบว่าท่านอนุทินตื่นแต่เช้าเอาหน้ากากไปแจกให้กับจราจรหรือคนกวาดขยะ ในกรุงเทพมหานคร แต่ผมคิดว่านี่ไม่ใช่เป็นเรื่องความยั่งยืน ความยั่งยืนมันควรจะเกิดขึ้น จากว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไรให้สิ่งที่มันเกิดขึ้นในภาวะนี้ให้มันหมดหายไป เราได้พบว่า หลายที่หลายทางมีผู้รู้หรือควรจะรู้ พร้อมที่จะเข้ามาร่วมแก้ปัญหาในส่วนของนักวิชาการ จำนวนมากมายบอกเรื่องเหตุผลที่ฝุ่นมันลอยไปเพราะเรื่องของปัญหาเรื่องของไฟฟ้าสถิต และจะต้องแก้ด้วยนักฟิสิกส์ (Physic) เข้ามาแก้ วันนี้นักฟิสิกส์ (Physic) กำลังรอที่จะมาร่วม แก้ไขอยู่แต่มันจะต้องมีแม่งาน ผมว่าวันนี้เป็นเรื่องจำเป็นครับ เพราะฉะนั้นในฐานะที่ผม เป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ ณ ที่นี้ผมก็อยากจะเสนอให้พวกเราที่นี่ในส่วนของนิติบัญญัติได้มีโอกาส ในการมาร่วมแก้ปัญหาซึ่งเป็นวาระแห่งชาตินี้ร่วมกับรัฐบาล ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นความจำเป็น อย่างยิ่งถ้านอกจากที่เราจะได้ตั้งกรรมาธิการในส่วนของสภานิติบัญญัติแล้วก็อยากให้ปีก ของรัฐบาลได้เข้ามาเป็นกรรมาธิการด้วย เรามาประชุมปรึกษาหารือกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่จะต้องเร่งรีบพี่น้องประชาชนกำลังรอเราอยู่ เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตกราบเรียน ต่อท่านประธานว่าพรรคภูมิใจไทยคงจะนำเสนอในที่ประชุมถ้าที่ประชุมแห่งนี้ได้มีการอนุญาต ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาและมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหา ให้เป็นระบบอย่างยั่งยืน จึงขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่าขอได้โปรดให้สภาแห่งนี้ได้มี การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาโดยเร็วเพื่อจะร่วมกันแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน อย่างทันทีทันใดให้เป็นระบบที่ยั่งยืน กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านศุภชัยครับ ได้ใช้เวลาไป ๗ นาที วาระต่อไปเป็นลำดับที่ ๘
ญัตติด่วนที่ ๘ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และมาตรการแก้ปัญหา (นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ท่านกัญจน์พงศ์เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมเป็นผู้ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และมาตรการแก้ปัญหา
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องฝุ่นละออง ขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกินค่ามาตรฐานที่ปลอดภัย จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และสุขภาพของประชาชน แต่มาตรการของภาครัฐกลับไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เห็นได้จากการแก้ปัญหาที่เรื้อรังต่อเนื่องและมีแนวโน้มรุนแรง มากขึ้นทุกปี กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน มีความจำเป็น รีบด่วนในอันที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือความมั่นคง ของประเทศในทางเศรษฐกิจหรือทางใด ๆ ก็ตาม ในอันที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือน ต่อเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ดังนั้นผมจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาฝุ่นละออง พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และมาตรการแก้ปัญหาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภา ต่อไป ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่งครับ
ท่านประธานครับ ผมดีใจที่วันนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เป็นผู้ร่วมเสนอ ญัตติแสดงให้เห็นว่าปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในขณะนี้มีคนที่ตระหนักถึงภัยอันตราย ของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นจำนวนมาก ดูได้จากสมาชิกของเราทุกท่านไม่มีใครอภิปราย ในเชิงที่ไม่เห็นความสำคัญของปัญหานี้เลย ทำให้ผมมีความหวังว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไข แต่ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ปีที่แล้วกับปีนี้แม้สถานการณ์ปริมาณของฝุ่นจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่การดำเนินการของภาครัฐผมถือว่าอยู่ในช่วงของความล้มเหลวเลยดีกว่า เพราะว่าปีที่แล้ว กับปีนี้ไม่มีมาตรการใดเพิ่มเติมมาเลย ผมแบ่งเป็น ๔ ประเด็นย่อย ๆ ในวันนี้ เนื่องจากว่า ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นปัญหาเชิงมหภาคค่อนข้างจะใหญ่ประกอบด้วยรายละเอียด ปัญหาค่อนข้างเยอะ ทั้งแหล่งที่มาของฝุ่น วิธีแก้ปัญหาเยอะแยะมากมาย แต่วันนี้ปัญหา หลัก ๆ ที่ผมจะมาแสดงเหตุผลเพื่อสนับสนุนในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ คือ
ประเด็นที่ ๑ เรื่องหน่วยงานรับผิดชอบที่เป็นแม่งานมีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน พูดประเด็นนี้ไปแล้ว ผมอยากจะลงรายละเอียดให้สภาแห่งนี้ได้ทราบรายละเอียดว่าเท่าที่ผม ค้นหามาอาจจะยังไม่ครอบคลุมนัก ปัจจุบันนี้ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ประกอบอยู่ในภารกิจ ของทั้งหมด ๑๓ กระทรวง ๑๘ กรม และหน่วยงานที่สังกัด ผมจะขอลงรายละเอียดดังนี้ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบไปด้วย กรมควบคุมมลพิษ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงมหาดไทยครับ กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย กรมการปกครอง และ อปท. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงสาธารณสุขครับ กรมอนามัย กรมควบคุมโรค และองค์การเภสัชกรรม กระทรวง อุตสาหกรรมครับ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคมก็คือกรมการขนส่งทางบก กระทรวงการต่างประเทศ คือกรมอาเซียน (ASEAN) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักนายกรัฐมนตรีคือกรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงพลังงานครับ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ครับ การการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงการคลังครับ กรมบัญชีกลาง และกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ทำไมผมถึง ต้องลงในชื่อหน่วยงาน ชื่อกระทรวงมา ผมอยากจะชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มันมีมิติที่หลากหลายแตะไปกับทุกกระทรวง ทำให้การแก้ปัญหาเพียงแค่หน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งมันไม่ครอบคลุมทุกมิติ ยกตัวอย่างเช่น วันนี้กรมควบคุมมลพิษตรวจวัดค่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกินในกรุงเทพฯ กรมควบคุมมลพิษต้องการจะมีคำสั่งให้โรงเรียนหยุดได้หรือไม่ครับ คำตอบคือไม่ได้ครับ กรมควบคุมมลพิษไม่มีอำนาจตรงนั้นตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ถ้าอยากจะให้รถควันดำ รถดีเซลที่มีอายุเก่าเกิน ๑๐ ปีงดเข้าเขตเมืองชั้นใน กรมควบคุมมลพิษก็ทำไม่ได้ครับ อันนี้ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของตัวกฎหมายของเราครับท่านประธาน อันนี้ถือว่าผู้ที่สั่งการได้ ของทุกกระทรวงมีเพียงคนเดียวในประเทศไทยคือท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่า ท่านไม่ได้สั่งการให้แต่ละกระทรวงได้ดำเนินการและมีอำนาจกลางขึ้นมา ผมเห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่เสนอให้มีหน่วยงานกลางขึ้นมาเป็นหน่วยงานควบคุมออกนโยบาย และติดตามการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ
ส่วนในประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการวัดค่าครับ การวัดค่าทุกวันนี้เราอิงกับ การวัดค่าของกรมควบคุมมลพิษโดยใช้เครื่องตรวจวัดขนาดใหญ่ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ จังหวัดเชียงรายบ้านเกิดผมมีทั้งหมด ๒ เครื่อง จังหวัดเชียงใหม่มี ๔ เครื่องทั้งที่เป็นจังหวัด ขนาดใหญ่ จังหวัดพะเยามี ๑ เครื่อง และที่น่าตกใจครับท่านประธาน ภาคอีสานทั้งภาค มี ๕ เครื่อง แล้วแบบนี้ข้อมูลที่เราได้รับมาว่าค่าฝุ่นเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้มันไม่ทั่วถึงกับ ประชาชนทุกคน ผมจึงอยากจะนำประเด็นนี้เข้ามาศึกษาในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ในเรื่องของการศึกษาวิจัยในเรื่องกระบวนการวัดค่าที่เป็นค่าปัจจุบันทันด่วนหรือที่เรียกว่า เรียล ไทม์ (Real time) ซึ่งมีหลายประเทศที่เขาใช้ ประเทศไต้หวัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีองค์กรเอกชนบางอันที่เขาใช้กันอย่างน่าจะได้รับความยอมรับในระดับหนึ่ง ผมคิดว่า ในส่วนของการวัดค่าตรงนี้มันจะเป็นผลทำให้การดำเนินงานภาครัฐอื่น ๆ รวมถึงการเข้าถึง ข้อมูลของประชาชนเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้โดยง่ายและมีข้อมูลที่เป็นจริง
ประเด็นถัดมาครับท่านประธานคือในเรื่องของการแจ้งเตือนครับ เราจะเห็น ได้ชัดเจนว่าตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้การแจ้งเตือนอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเป็นกิจจะลักษณะ จากภาครัฐไม่มีเราต้องติดตามข้อมูลของฝุ่นข่าวต่าง ๆ ทางสื่อออนไลน์ (Online) ครับท่าน ทางเว็บไซต์ (Web site) จนทุกวันนี้สำนักข่าวต่าง ๆ ที่เอาข้อมูลของปริมาณฝุ่นรายวันไป ออกข่าวเขาต้องไปเอาจากกลุ่มอินโฟกราฟฟิก (Infographic) ที่ทางหน่วยงานไปทำแปะไว้ ที่หน้าเว็บไซต์ (Web site) ซึ่งในความเป็นจริงผมว่ามันถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะต้อง มีการแจ้งเตือนคุณภาพอากาศเป็นประจำทุกวัน เหมือนกับที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ อากาศให้เราทราบทุกวันว่าวันนี้เราจะมีฝนตก เราจะมีคลื่นลมแรง เรือเล็กไม่ควรออกจากฝั่ง จากนี้ไปควรจะต้องมีการรายงานข่าวในเรื่องของว่าวันนี้มาตรฐานคุณภาพอากาศของเรา เป็นอย่างไร และถ้ามีการทำแบบนี้ไปทุกวันผมเชื่อว่าประชาชนจะไม่ตื่นตระหนกและจะ มองเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้านาน ๆ ประกาศทีผมคิดว่าประชาชนจะตื่นตระหนก อยู่ ๆ ภาครัฐก็ประกาศออกมา
ในประเด็นสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ครับท่านประธานคือเรื่องหน้ากาก ปัจจุบันนี้หน้ากากถือเป็นอุปกรณ์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงแล้วเอาไปป้องกันตนเองได้ง่าย ที่สุดแต่ไม่ทั่วถึง มันแสดงถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยครับ หน้ากากที่นักวิชาการแนะนำ ส่วนใหญ่ที่บอกว่ามีผลคัดกรองฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ ๙๙ เปอร์เซ็นต์กว่าคือหน้ากาก ที่เราเรียกว่าเอ็น ๙๕ (N 95) ครับท่านประธาน มีราคาในท้องตลาดปัจจุบันอยู่ที่ ๓๕-๕๐ บาท ในช่วงที่ขาดแคลนจริง ๆ มีบางร้านขายถึง ๑๐๐ กว่าบาทท่านประธาน และผู้ที่มีรายได้น้อย ที่ในครอบครัวเขามีถึง ๔-๕ คนพ่อแม่ลูก ไม่สามารถที่จะเอาเงินถึงวันละ ๒๐๐ กว่าบาท เพื่อไปซื้อมา เขาจึงเลือกที่จะไม่ใส่หน้ากากเอาเงิน ๒๐๐ กว่าบาทไปซื้อนมให้ลูก ไปซื้อข้าวกิน ผมถึงอยากจะให้ตรงนี้เป็นภารกิจหนึ่งของภาครัฐที่ถึงเวลาแล้วเหมือนกันที่เรามีกระทรวง ที่เกี่ยวกับการวิจัยและนวัตกรรม ประเทศไทยมีนักวิชาการที่เก่ง ๆ ที่มีการวิจัยในเรื่องของ หน้ากากโดยใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติ มันถึงเวลาแล้วครับที่ภาครัฐจะต้องมาเป็นแม่งาน ในการจัดทำหน้ากากในราคาถูกหรือแจกฟรีให้กับประชาชน เพราะความต้องการในการใช้ท่านประธาน ผมลองคูณตัวเลขเล่น ๆ นะครับท่านประธาน ประชาชนที่มีผลกระทบต่อพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ทั้งประเทศไทย ผมตีว่าประมาณ ๔๐ ล้านคน แต่ละคนจะต้องเผชิญกับภัยฝุ่นไม่ต่ำกว่า ๓ เดือนหรือประมาณ ๙๐ วัน อันนี้ใช้แบบประหยัด คือ ๓ วันใช้ ๑ ชิ้น เขาบอกว่าแต่ละคนจะต้องใช้ ๓๐ ชิ้นในช่วงที่เผชิญกับฝุ่น เป็นกี่ชิ้นครับ ๑,๒๐๐ ล้านชิ้น เราจะต้องจัดซื้อหรือเราจะต้องให้ประชาชนเสียเงินกันไปมากไปเท่าไรครับ หรือเราจะต้องยอมให้ปอดของประชาชนเป็นเครื่องฟอกอากาศเพื่อให้อากาศมันดีครับ อย่างจีพีโอ (GPO) หรือที่เรียกว่าองค์การเภสัชกรรม ผมว่ามีความสามารถเพียงพอที่จะผลิต และหาเทคโนโลยีหรือไปจ้างเอกชนผลิตก็ได้ครับ ด้วยวอลูม (Volume) หรือจำนวนการผลิต ขนาดนี้เราสามารถจะกดราคาลง และสามารถที่จะสอนประชาชนใส่หน้ากากอย่างถูกต้อง เพราะหน้ากากทุกชนิดมีประโยชน์สามารถกันฝุ่นได้ในปริมาณพอสมควร ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์แล้วแต่วัสดุ เพียงแต่ว่าปัญหาที่เราพบคือมีไซส์ (Size) เดียว หน้ากากที่ได้มาปุ๊บเด็กกับผู้ใหญ่ใส่ไซส์ (Size) เดียวกัน เพราะฉะนั้นพอคาดไปปุ๊บอากาศ มันเข้าที่รูอื่นเข้าทางร่องแก้ม เข้าทางร่องจมูก เพราะฉะนั้นทางนักวิชาการเลยแนะนำให้ เราใช้หน้ากากที่ทางวิชาการเรียกว่า ๓ ดี (3D) คือที่เป็นรูปกลม ๆ ที่เป็นจมูกหมูเหมือนกับ ของเอ็น ๙๕ (N 95) ซึ่งราคาจะค่อนข้างสูงครับ แต่ว่ารายการผลิตจะค่อนข้างจะจำกัดอยู่ใน ประเทศไทย แต่ผมเชื่อว่าศักยภาพของประเทศไทยมีเพียงพอ จากเหตุผลที่ผมได้กล่าวมา ผมเลยมีความต้องการที่จะขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และหามาตรการแก้ไขปัญหา ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ขอบคุณคุณกัญจน์พงศ์ ได้ใช้เวลาไป ๑๑ นาที ลำดับที่ ๙ เป็นของท่านนิติพล ผิวเหมาะ
ญัตติด่วนที่ ๙ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ (นายนิติพล ผิวเหมาะ เป็นผู้เสนอ)
ขอเชิญครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธาน ผม นายนิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เนื่องด้วยสถานการณ์และปัญหาคุณภาพอากาศที่มีการตรวจวัดพบค่า ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน หรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกินมาตรฐานทั่วทุกพื้นที่ ในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลายวันที่ผ่านมานำไปสู่การตั้งคำถามของประชาชน เมื่อฝุ่นอยู่ในสภาวะวิกฤติแบบนี้มาตรการแก้ไขปัญหาของภาครัฐคืออะไร ทั้งนี้บางมาตรา กลับนำมาแก้ไขและสร้างให้เป็นรูปธรรมได้ยาก โดยเฉพาะการป้องกันและลดการเกิดมลพิษ ที่ต้นทาง ประเด็นการเผาในที่โล่งพื้นที่การเกษตร ซึ่งยังไม่สามารถหาทางออกที่ทำให้ การเกษตรยุติการเผาหรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ประโยชน์ของแผ่นดิน ความมั่นคงของประเทศไม่ว่าในทางเศรษฐกิจหรือทางใด ๆ ก็ตาม อีกทั้งเป็นเรื่องเร่งด่วนและอยู่ในความสนใจของประชาชน อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๙ และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ จึงขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดำเนินการ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะชี้แจงในที่ประชุม ต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะเริ่มการอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมขอเริ่มด้วยคำพูดคำโต ๆ นะครับว่า ไม่เคยมีงานวิจัยไหนที่บอกว่าปอดคนไทย แข็งแรงกว่าปอดคนประเทศอื่น การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยครับไม่เคยทำได้ สำเร็จ เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาเพียงด้านเดียว คนกลุ่มหนึ่งมุ่งที่จะอนุรักษ์เพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจว่าความเป็นจริงในการใช้ชีวิตของเรานั้นเราจำเป็นที่จะต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อะไรบ้าง คนอีกกลุ่มหนึ่งก็มุ่งที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตของตัวเองมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยไม่สนใจ เช่นกันว่าจะต้องทำลายทรัพยากรธรรมชาติไปมากเท่าไร สิ่งที่ผมจะนำเสนอต่อท่านประธาน และที่ประชุมแห่งนี้ คือวิธีการแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่จะให้ประโยชน์กับคนทุกกลุ่ม ผมคงไม่ลงในรายละเอียดถึงต้นตอของปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เพราะว่าได้มีเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ได้กรุณาอภิปรายเป็นวงกว้างแล้ว แต่เรื่องสำคัญที่ผมจะไม่พูดย้ำอีกครั้งหนึ่ง ไม่ได้นั่นก็คือปัญหาเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นการตอกย้ำความเหลื่อมล้ำของสังคม ในทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ของประเทศยังหาเช้าแต่ไม่พอจะกินค่ำ จะมีสักกี่คนที่มีความสามารถ ในการซื้อหน้ากากกรองฝุ่นป้องกันพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คุณภาพดี ๆ แบบนี้ได้ ที่ผมถืออยู่ ในมือนี้อันละร้อยกว่าบาทครับ จะมีสักกี่คนที่จะมีเงินซื้อเครื่องฟอกอากาศเพื่อสร้างพื้นที่ ปลอดภัยให้กับคนในบ้าน ให้กับครอบครัว ให้กับคนที่รัก จะมีสักกี่คนที่สามารถซื้อเครื่อง ฟอกอากาศแบบนั้นได้ ในปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่นายกรัฐมนตรียังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เพราะอาบน้ำมาก่อน ผมและพรรคอนาคตใหม่มองเห็นโอกาสมากมายครับ ผมจะนำเสนอ เป็นข้อ ๆ ดังนี้
โอกาสที่ ๑ โอกาสที่จะเปลี่ยนเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในธรรมชาติเป็นงานที่สร้างเงิน ให้กับชุมชน ผมยกตัวอย่างเช่น ปัญหาพื้นที่ในภาคเหนือที่มีต้นไม้อยู่จำนวนมาก มีพื้นที่ป่า จำนวนมาก ใบไม้ที่ร่วงหล่นทุกวันจะเกิดการทับถมชั้นแล้วชั้นเล่าจำนวนมาก ใบไม้เหล่านี้ จะเป็นเชื้อเพลิงอันเป็นต้นเหตุของไฟป่า มันมีกระบวนการจัดการทางวิชาการที่เรียกว่า การจัดการเชื้อเพลิง แต่ชาวบ้านต่างจังหวัดจะเรียกกันติดปากว่าการชิงเผา ซึ่งเป็นหนึ่ง ในต้นตอปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่หนักมากในพื้นที่ภาคเหนือ ถ้าเราเปลี่ยนวิกฤตินี้ ให้กลายเป็นโอกาส เราเปลี่ยนการชิงเผาเป็นการชิงเก็บ เปลี่ยนเศษใบไม้เหล่านี้เอาไปเป็นถ่าน เป็นการส่งเสริมให้ชุมชนทำถ่านที่เกิดจากใบไม้นี้ ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากถ่านนี้ และถ่านที่ทำจากใบไม้นี้เอาไปขายที่ไหนครับ เอาไปขายให้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการ ความร้อนจากการเผา มีมากมายในประเทศไทย อุตสาหกรรมการผลิตปูนซีเมนต์ โรงไฟฟ้า ที่ต้องการความร้อนจากการเผา เอาถ่านที่สร้างจากใบไม้เหล่านี้เอาไปขาย ถ่านที่ทำจากใบไม้นี้ เป็นการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้วย ช่วยอย่างไร ตอนนี้เรารู้แล้วว่ามีความต้องการ ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความร้อนจากการเผา เรารู้แล้วว่ามีอะไรบ้างในประเทศไทย เรารู้แล้วว่ามีจำนวนพื้นที่ป่าในประเทศไทยจำนวนเท่าไร เราเก็บรวบรวมใบไม้เหล่านั้น เอามาทำเป็นถ่านส่งขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมนั้น ข้อดีที่ตามมาในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ก็คือเราไม่จำเป็นที่จะต้องไประเบิดภูเขา ไม่จำเป็นที่จะต้องไปขุดเอาถ่านหิน พี่น้องชาติพันธุ์ ของผมที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ต้องถูกขับไล่ออกจากบ้านของตัวเอง เพราะว่า เขาจะเอาพื้นที่นั้นไปทำเป็นเหมืองแร่
โอกาสที่ ๒ ตามผมมาเลยนะครับ คือโอกาสในการชุบชีวิตอุตสาหกรรม ขนาดเล็กให้เดินต่อไปได้ สิ่งที่ผมจะพูดนั้นคือระบบกรองไอเสียหรือที่เราเรียกว่าดีเซล พาร์ทิคูเลต ฟิวเตอร์ (Diesel Particulate Filter) หรือว่าดีพีเอฟ (DPF) ต้องขออนุญาต ท่านประธานที่พูดเป็นภาษาอังกฤษ ระบบการกรองไอเสียที่เรียกว่าดีพีเอฟ (DPF) คือ จะนำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเก่าที่วิ่งอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย รถดีเซลเก่าที่มีอยู่ ทั่วประเทศไทย ทราบหรือไม่ครับว่ามีอยู่เท่าไร ๑๐ ล้านคัน รถดีเซลเก่าที่พอเผาไหม้แล้ว สร้างพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีจำนวนถึง ๑๐ ล้านคันในประเทศไทย ระบบการกรองตัวดีพีเอฟ (DPF) นี้กระบวนการมันง่ายมาก ๆ เลยครับ มันเป็นเพียงแค่ไส้กรองรูปแบบหนึ่งที่เป็นรูพรุน และถูกเคลือบด้วยโลหะชนิดต่าง ๆ โลหะตัวนี้ก็เหมือนเป็นปลอก เราสามารถนำดีพีเอฟ (DPF) ตัวนี้ไปใส่ในระบบการกรองไอเสียของรถยนต์ได้เลย ทีนี้เรารู้แล้วว่าเรามีดีมานด์ (Demand) คือรถเก่าจำนวน ๑๐ ล้านคัน เรารู้จำนวนความต้องการในประเทศแล้ว ในวันที่ รัฐบาลไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ ไม่สามารถทำให้เงินในกระเป๋าของทุกคนเพิ่มขึ้นได้ แล้วใครจะไปซื้อรถใหม่มาวิ่งได้ครับ ตัวดีพีเอฟ (DPF) เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จากรถดีเซลเก่าได้เร็วที่สุด โอกาสถัดไป
โอกาสที่ ๓ โอกาสในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในประเทศไทย ถ้าเราลองเปิดใจ ให้กว้าง เปิดตาดูประเทศอื่น ๆ รอบข้างเรา เราจะเห็นว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจะแก้ไข ปัญหาเรื่องฝุ่นควัน เรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวไม่ใกล้ไม่ไกล จากประเทศไทย ที่ประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก แต่น่าเสียดายพอเรามอง ย้อนกลับมาที่ประเทศไทยของเรา หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องต้นไม้ใบหญ้ามากที่สุด คือองค์การพฤกษศาสตร์ที่จังหวัดเชียงใหม่กำลังจะถูกยุบ เหตุผลเพราะว่าไม่สามารถ หารายได้ด้วยตัวเอง องค์การนี้มีความเชี่ยวชาญและมีความสำคัญอย่างไร ตามผมมา ผมจะอธิบายต่อไปทีละขั้น ๆ ถ้าเรามองต้นไม้เป็นมูลค่าเราจะไม่เกิดความหวงแหนต้นไม้ เหล่านั้น แต่เมื่อไรก็ตามที่เรามองต้นไม้เป็นคุณค่าเราจะเกิดความรักแล้วเราจะเกิดความ หวงแหนต้นไม้เหล่านั้นเป็นอย่างยิ่ง ผมมีโอกาสได้ไปขอความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในองค์การ สวนพฤกษศาสตร์ที่จังหวัดเชียงใหม่เก่งมากครับ เก่งชนิดที่ว่าไปสุ่มหยิบใบไม้ขึ้นมา ๑ ใบ สามารถบอกได้เลยว่าใบไม้ชนิดนั้นคือใบไม้จากต้นอะไรมีประโยชน์อย่างไร แล้วเหมาะกับ การที่จะไปปลูกในพื้นที่แบบใด ทีนี้เมื่อเราผสมผสานความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ เรื่องต้นไม้ ใบหญ้าของศูนย์พฤกษศาสตร์นี้แล้วรวมกับเรื่องวัฒนธรรม ๒ อย่างนี้สามารถ รวมเข้าด้วยกันได้ ผมจะทำให้คนเห็นภาพได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ที่จังหวัดเชียงใหม่ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์จะมีถนนคนเดิน ถนนคนเดินเป็นพื้นที่ที่สร้างรายได้สร้างเศรษฐกิจ ให้กับจังหวัดเชียงใหม่จำนวนมาก พื้นที่ของที่ตั้งถนนคนเดินนี้จะอยู่ในบริเวณคูเมืองรอบใน ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีรถราวิ่งกันจำนวนมากมหาศาล ถ้าเราลองคิดสิดูครับว่าเราจะทำ อย่างไรที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในคูเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ได้ เราลองเลือกชนิดพันธุ์ของใบไม้ ที่มีความเกี่ยวพันกับวัฒนธรรมในท้องถิ่นเราเลือกชนิดพันธุ์ของต้นไม้ที่มีความเกี่ยวพัน ของคนในชุมชนเห็นหรือไม่ครับ ทีนี้คนในชุมชนจะเกิดความหวงแหนจะเกิดความรักในต้นไม้ ในพื้นที่ของตัวเอง ถ้าเราสามารถทำแบบนี้ทั่วทุกจังหวัดเชียงใหม่ ถ้าเราสามารถทำแบบนี้ ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย จะไม่เกิดพื้นที่ดินเปลือย พื้นที่ดินเปลือยที่ผมพูดคือหมายถึงว่า เป็นพื้นดินที่ไม่มีต้นไม้ใบหญ้าปกคลุมอยู่ นี่ก็คือ ๑ ต้นตอของสาเหตุของการเกิดฝุ่น ถ้าเรา สามารถสร้างความหวงแหนนี้ สร้างความรักแบบนี้ให้กับคนในทุกชุมชนได้ เราจะมีพื้นที่สีเขียว เพิ่มอีกมากมายมหาศาลในประเทศไทย
โอกาสที่ ๔ โอกาสในการใช้เครื่องตรวจวัดแบบมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ข้อเสียของเครื่องตรวจวัดชนิดนี้คือไม่ทันต่อเวลาในการแจ้งเตือน ประชาชน ผมอธิบายให้เห็นภาพชัด ๆ ง่าย ๆ ว่า ระบบการทำงานของเครื่องตรวจวัดตัวนี้ จะใช้วิธีการว่าให้อากาศผ่านเข้าตัวกรอง แล้วตัวกรองนี้ก็จะมีรูชนิดต่าง ๆ แยกย่อยไปเป็น พีเอ็ม ๑๐ (PM 10) พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อะไรก็แล้วแต่ พออากาศผ่านเข้าสู่ตัวกรองนี้ ฝุ่นต่าง ๆ เมื่อผ่านตัวกรองนี้ก็จะไปตกอยู่ในฟิลเตอร์ (Filter) ที่ใช้กรอง ค่าฝุ่นนี้จะต้อง ใช้เวลาในการเก็บ ๒๔ ชั่วโมง ข้อเสียคือว่าเราจะได้ค่าฝุ่นที่มาแจ้งเตือนภัยของเราวันนี้ แต่ค่าฝุ่นที่เราได้นั้นคือค่าฝุ่นของเมื่อวานซึ่งไม่ทันต่อเหตุการณ์ นี่คือข้อเสียครับ ในร้ายมีดี ในดีมีร้ายครับ ข้อดีก็คือว่าเราจะมีตัวอย่างมากมายมหาศาลเลยครับท่านประธาน ตัวอย่าง ของฝุ่นชนิดต่าง ๆ เมื่อเรานำเข้าสู่ห้องแล็บ (Lap) เราจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าฝุ่นชนิดนั้น เกิดมาจากสาเหตุอะไร ทีนี้เราจะสามารถรู้ต้นตอเลยว่าฝุ่นนั้นเกิดจากอะไร ทีนี้เราจะ สามารถรู้ต้นตอเลยว่าฝุ่นนั้นมันเกิดจากอะไร เมื่อรัฐบาลนำข้อมูลนี้ว่าฝุ่นชนิดนี้เกิดจากสาเหตุอะไรก็จะสามารถเอาไปอธิบายเพื่อเป็นการ ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวได้ อย่าลืมนะครับยุคปัจจุบันนี้คือยุคของข้อมูล คนสามารถเข้าถึง ข้อมูลได้ง่าย รัฐบาลจะไปบอกว่าให้ทำนั้นให้ทำนี้ ไม่ให้ทำนั้นไม่ให้ทำนี้โดยไม่ให้เหตุผล ไม่ให้ข้อมูล ไม่มีใครฟังแล้วนะครับ แต่ท่านมีข้อมูลที่จะช่วยให้การทำงานของท่านง่ายขึ้น ข้อมูลฝุ่นเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลได้อย่างมาก ยกตัวอย่างเช่นการเผาอ้อยปัจจุบัน มีข้อมูลมากมายที่แสดงให้เห็นแล้วว่าการเผาไร่อ้อยเพื่อให้ง่ายในการเก็บเกี่ยวเป็นต้นเหตุ ของปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ถ้ารัฐบาลนำข้อมูลนี้ไปอธิบายให้กับเกษตรกร เอาไปอธิบาย ให้กับสังคมเห็นว่าการปลูกอ้อยโดยใช้วิธีการจัดการแบบเดิม ๆ ที่ต้องเผาส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพของท่านอย่างไร คำพูดของท่านคำพูดของรัฐบาลจะมีน้ำหนักมาก ในประเด็น เรื่องตัวอย่างฝุ่นยังมีประโยชน์อีกคือสามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นข้ามแดนทางอ้อมได้ ประเทศไทย ไม่สามารถที่จะไปบอกประเทศเพื่อนบ้านประเทศอื่น ๆ ไปบอกเขาว่าประเทศท่านขอเถอะว่า ห้ามปลูกพืชตัวนี้ห้ามปลูกพืชตัวนั้นเราบอกไม่ได้หรอกครับ แต่ข้อเท็จจริงที่ฟังยุติแล้ว ก็คือว่ามีฝุ่นที่มันลอยข้ามแดนมาจริง ๆ ซึ่งเมื่อเรารู้ต้นตอแล้วว่าฝุ่นที่ลอยข้ามแดนมานั้น เกิดจากพืชเชิงเดี่ยวชนิดใด เราสามารถนำข้อมูลนี้มาเป็นการกำหนดปริมาณการนำเข้าและ การส่งออกเพื่อเป็นการลดการผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ นี่คือผลประโยชน์ทางอ้อม โอกาสถัดไปเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
โอกาสที่ ๕ ผมและพรรคอนาคตใหม่มองเห็นโอกาสนี้คือโอกาสที่พรรคฝ่ายค้าน และพรรคฝ่ายรัฐบาลจะได้ทำงานร่วมกันอย่างไม่มีรอยแยก เพราะผมมั่นใจว่าในสภาแห่งนี้ เพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีเกียรติทุกท่านเรามีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะแก้ไข ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ให้หมดไปจากประเทศไทย ความร่วมมือร่วมแรงนี้ยังส่งผลไปถึง หน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เป็นฝ่ายปฏิบัติงานให้สามารถทำงานได้อย่างสะดวกใจมากยิ่งขึ้น ที่ผมยกตัวอย่างนี้เพราะผมเข้าใจหัวอกของคนที่เป็นข้าราชการประจำดีว่าท่านมีความตั้งใจ ที่จะแก้ไขปัญหานั้นจริง ๆ แต่บางครั้งไม่สามารถทำได้จะด้วยว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายนี้หรือว่า รัฐบาลไม่เคยส่งนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องนั้นไปให้กับท่านได้ ความร่วมมือร่วมใจ ของฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลนี้จะส่งผลดีกับกำลังคนภาครัฐที่มีกว่า ๒.๐๙ ล้านคน ๒.๐๙ ล้านคน นี่คือผมรวมทั้งข้าราชการ พนักงานจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว และลูกจ้างประจำพนักงานราชการ จะส่งผลดีทั่วประเทศให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีกันมุ่งหน้าที่จะแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งในอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันพิษที่ผมเป็น ประธานอยู่นั้นเราเคยคิดที่อยากจะขอข้อมูลการประชุมพูดคุยระหว่างรัฐบาลกับประเทศ เพื่อนบ้านเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แต่ก็ติดปัญหาอยู่ที่ว่าเราไม่แน่ใจว่าเราจะได้ข้อมูล ในส่วนนั้นหรือเปล่าเพราะเราเข้าใจด้วยว่าด้วยความที่ผมเองเป็นฝ่ายค้านเป็นประธาน อนุกรรมาธิการที่มาจากฝ่ายค้าน หน่วยงานราชการเจ้าหน้าที่ที่มีความเกี่ยวข้องอาจจะเกิด ความลำบากใจที่ไม่สามารถจะส่งข้อมูลดี ๆ เหล่านั้นเข้ามาในชั้นอนุกรรมาธิการเพื่อในการ พิจารณาได้
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมานี้ผมย้ำว่านี่คือโอกาสที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ให้หมดจากประเทศไทย งานใหญ่ขนาดนี้พรรคอนาคตใหม่พรรคเดียวทำไม่ได้ พรรคอนาคตใหม่ต้องการความร่วมมือ จากทุกพรรคการเมือง เราต้องการความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลให้เข้ามามีส่วนร่วมกัน ด้วยเหตุผลทั้งหมดผมขอกราบเรียนว่าเรามีความจำเป็น ที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาวิธีการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันพิษและพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ คุณนิติพล ได้ใช้เวลาไป ๑๘ นาทีเศษ ต่อไปเป็นอันดับที่ ๑๐
ญัตติด่วนที่ ๑๐ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาดำเนินการศึกษาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ อย่างเป็นระบบ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย กระผมและคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย มีท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นผู้ร่วมเสนอ และมีสมาชิกเกือบทั้งพรรคที่เห็นด้วยและร่วมสนับสนุนในการ เสนอญัตตินี้ ผมขออนุญาตทำตามข้อแนะนำของท่านประธานสภาเรื่องการเสนอญัตตจะต้อง มีการอ่านให้รับทราบ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร สถานการณ์ปัจจุบันฝุ่นละออง ขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในปัจจุบันกลายเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง และปัญหาได้ลุกลามไปเกือบทั่วทั้งประเทศ โดยสาเหตุของการเกิดฝุ่นขนาดเล็กในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมาจากการใช้ ยานพาหนะที่มีการปล่อยควันเสีย เช่น รถบรรทุก รถเมล์ การปล่อยควันเสียของโรงงาน จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่กำลังดำเนินการ ในส่วนต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะพบว่า ฝุ่นละอองเหล่านี้เกิดจากการเผาในภาคเกษตรกรรม ซึ่งส่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการได้รับ ฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้จะส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ มะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดในสมอง รวมทั้งยังส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่เป็นอุตสาหกรรม ที่ทำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นอย่างมาก รัฐบาลควรตระหนักถึงปัญหานี้และมีมาตรการในการ แก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนเป็นอันดับแรก พร้อมกับมีการวางแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหา ในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว โดยเน้นไปที่การป้องกันเกิดปัญหามากกว่าการรับมือ หลังจากเกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาดำเนินการศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ รายละเอียดและเหตุผลจะชี้แจงในที่ประชุมสภาครับ
ท่านประธานครับ ขอเรียนว่าในช่วง ๒-๓ วันนี้ตื่นมาตอนเช้าอากาศไม่สดใส บรรยากาศไม่ดีเลย เมื่อเช้านี้ก็เหมือนกัน แต่ก็โชคดีว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุญัตติ โดยความกรุณาของท่านประธานทั้ง ๑๑ ญัตติ คิดว่าผู้แทนทั้ง ๕๐๐ ท่าน มีความเห็นด้วยกัน ที่เราจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นละออง ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่าฝุ่นนั้นเกิดจาก หลายภาคส่วนที่ได้เกิดขึ้นโดยแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เกิด จากที่สูงที่สุดคือไอเสียของรถ โดยเฉพาะรถยนต์ดีเซลที่ใช้น้ำมันที่มีคุณภาพต่ำทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองในพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ถึง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ อันดับที่ ๒ เกิดจากการเผาชีวมวลทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเผาอ้อย เผาทางการเกษตร หรือเกิดจากภัยป่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ อันดับที่ ๓ เกิดจากฝุ่นทุติยภูมิ จากธูป จากฝุ่นครัวเรือน จากฝุ่นอื่น ๆ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ อันดับที่ ๔ เกิดจากปัญหาดิน ขุดดิน ถมดิน ๖ เปอร์เซ็นต์ อันดับที่ ๕ เกิดจากโรงงาน ๕ เปอร์เซ็นต์ และอื่น ๆ อย่างละนิด อย่างละหน่อยรวมกัน ครัวเรือนบ้าง จากก่อสร้างอะไรต่าง ๆ อีก ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ปัญหาฝุ่นนั้น ก็เรียนว่ามีพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) กับพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) พีเอ็ม ๑๐ (PM 10) ก็หมายความว่า เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด ๑๐ ไมครอน ซึ่งฝุ่นนั้นก็อยู่ในอากาศได้ ๑ ชั่วโมงถึงหลายชั่วโมง ไปไกลได้แค่ ๑-๑๐ กิโลเมตร เพราะเขายังมีน้ำหนัก แต่ฝุ่นที่น่ากลัวที่สุดคือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ซึ่งอยู่ในอากาศได้เป็นวัน เป็นสัปดาห์ และสามารถลอยไปเป็นร้อยกิโลเมตรได้ ถึงอาจจะหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งน่ากลัวมาก และพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี้ก็เข้ามาในส่วนของ ร่างกาย ผมต้องเรียนว่าเข้ามาในร่างกายลึกมาก สาเหตุของการทำให้ชีวิตขัยของคนลดลง ท่านประธานครับ เกิดจากมลพิษภาวะฝุ่นละออง ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เกิดจากสูบบุหรี่ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ แอลกอฮอล์ยาเสพติด ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ถ้าเรานึกถึงว่าเข้ามาโดยเฉพาะหายใจเข้าไป เข้ามาถ้าหนักหน่อย ก็จะอยู่แถวช่องปาก แถวหลอดลม ถ้าเล็กสุดจะไปถึงหลอดลมและแอร์บีไลน์ (Air beeline) และสุดท้ายเล็กมากเวลาฟอกอากาศระหว่างเส้นเลือดกับปอดก็จะหลุดเข้าไปในเส้นเลือด แล้วก็ไปกระจายทั่วโดยเฉพาะเข้าไปในส่วนสมองในเด็ก เข้าไปในทุกที่แล้วถ้าเกิดไปรวมกับ อื่น ๆ ถ้าเกิดไปอุดตันกันมาจะเป็นปัญหามาก เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ ผมคงจะพูด ในประเด็นว่าขนาดของฝุ่นที่มาที่ไป ผลกระทบ และที่สำคัญก็คือ ปัญหา อุปสรรค แล้วก็ แก้ไขประเมินผล ผลกระทบที่สำคัญในเรื่องผมเป็นแพทย์ครับ วันนี้มีนายแพทย์หลายท่าน ทุกพรรคร่วมกันเสนอว่าเราอย่าไปนิ่งนอนใจ เพราะว่าปัญหาของฝุ่นนี้ถ้าเข้ามาในส่วนของ เด็กที่ยังตั้งครรภ์แม่ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ก็มีการวิเคราะห์มีการทดสอบ มีวิจัยว่ามีผลกระทบ ในเรื่องของภูมิต้านทานนั้นลดลง ขึ้นมาเด็กนิดหนึ่งทารกจะเข้ามาใน แบด เบรน แบริเออร์ (Bad brain barrier) ทำให้ไอคิว (IQ) ลดลง อีคิว (EQ) ลดลงและทำให้การรับรู้การพูดลดลง สมองเสื่อมช้าลง เข้ามาถึงผู้ใหญ่อย่างเราถ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่ผิวหนังแบบเฉียบพลันหลายคน ที่เดินทางจากต่างจังหวัดพอลงเครื่องบินมาปั๊บคอแห้ง แสบคอเลย ภรรยาผมลงเครื่องมา บอกว่าเจ็บคอ คอแห้ง จมูกแสบ เพราะว่าเขาไม่ได้ชินกับคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ พอมาเจอปั๊บ เป็นเลย แต่คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ นั้นหลายคนบอกไม่ค่อยได้เป็นเพราะค่อย ๆ ดิเซนซิไทซ์ (Desensitize) ไปเรื่อย ๆ คือชินไปเรื่อย ๆ นะครับ ถ้าเฉียบพลันถ้าเรื้อรังหรือเป็นปัญหาคือ เซลล์ผิวหนังอิมมูน (Immune) ลดลงก็เป็นโรค เข้ามาในร่างกายเป็นโรคปอดบวม เป็นโรค สมองตีบ สโตรก (Stroke) หรือปัญหาต่าง ๆ ภูมิต้านทานบกพร่องเยอะแยะนี่คือปัญหาที่เรา มองในด้านสุขภาพอนามัยแล้วกระทรวงทุกกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขให้ ตระหนักตรงนี้
ปัญหาถัดมาก็คือทำอย่างไรครับ ในเมื่อฝุ่นเกิดขึ้นแล้วองค์การอนามัยโลก กล่าวว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จัดเป็นอันดับประเภทหนึ่งที่เป็นสารก่อมะเร็ง เพราะฉะนั้น ต้องเรียนว่าในเมื่อเป็นเช่นนี้เราคงจะต้องมีวิธีการอันดับแรกเลยครับ คือเป็นปัญหาที่จะต้อง เนชันนอล บอร์ด (National Board) ก็คือหมายความว่าคนทั้งประเทศต้องร่วมใจกันครับ แล้วก็มีการบริหารจัดการทั้งประเทศโดยเฉพาะผู้นำ เพราะว่ากระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ทำไม่ได้หรอกครับ ความตระหนักรู้ของคนทั้งประเทศต้องร่วมกันที่จะรับรู้ว่าปัญหานั้น ถ้าเราปล่อยทิ้งไว้ระยะยาวนะครับ ขึ้นอยู่กับจำนวนไมครอนกี่ไมครอนที่สัมผัสและเวลา ถ้าระยะยาวขึ้นเมื่อไรปัญหาลูกที่จะเกิดมาในอนาคตก็จะเกิดปัญหาขึ้นมา ดังนั้นตรงนี้คือ เรื่องที่สำคัญ
ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องที่เราอยากจะบอกว่าแก้แล้วนะครับ นอกจากปัญหา เฉพาะหน้าก็คือหน้ากากอนามัย หน้ากากที่อยู่ต่อหน้าผมมี ๒ ประเภท ประเภทที่ราคาถูก ที่ใช้ในห้องผ่าตัดธรรมดากรองได้แค่ ๑๐ ไมครอน พีเอ็ม ๑๐ (PM 10) เท่านั้นเอง ซึ่งราคา ไม่แพง แต่ไม่สามารถกรองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ อีกประเภทหนึ่งก็คือที่ค่อนข้างดีหน่อย กรองได้หรือเอ็น ๙๕ (N 95) นั้นกรองได้ แต่ว่าก็อึดอัดคนไม่ชินใส่ได้ ๒ ชั่วโมง ๑ ชั่วโมง อึดอัดแล้วเพราะว่ามันค่อนข้างรัด ถ้าผมไม่ได้เป็นแพทย์เข้าห้องผ่าตัดก็ใส่ไม่ได้นาน ดังนั้น คนก็ไม่ตระหนักก็ใส่เดี๋ยวเดียวก็ถอด ถอดมาก็สะสม เพราะฉะนั้นต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จริง ๆ ในเรื่องของการต้องกำจัดฝุ่น จากที่ผมกล่าวอภิปรายไปแล้วต้นเหตุทั้งหมดจาก ๒๖ เปอร์เซ็นต์ จากไอเสียรถ มาตรการที่เห็นก็คือเรื่องรถควันดำ ๕ ปีจะเกิดไอเสีย รถดีไม่เท่าไร เพราะว่าน้ำมันยังดีอยู่ก็ต้องแก้ดังที่เราเห็นกันอยู่เรื่องการเผา เรื่องต่าง ๆ แม้กระทั่งโรงงาน อุตสาหกรรม ในต่างประเทศเขามีการวิเคราะห์ว่าถ้าใกล้โรงเรียนจะปล่อยโรงงานอุตสาหกรรม จะปล่อยจะต้องมีเวลาที่เด็กนักเรียนต้องหลีกเลี่ยงเป็นต้น ดังนั้นปัญหาที่เราจะต้องช่วยกัน แก้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงงานอุตสาหกรรม ในเรื่องของให้ทานผักผลไม้เพื่อป้องกันเพราะว่า ลดการต้านอนุมูลอิสระ เรื่องของการทำงานที่ไหนก็ได้วิชวลโฮม (Visual home) โดยที่มีการ ตรวจสอบไม่ต้องไปเดินทางเพื่อจะสัมผัสฝุ่น เรื่องของการเคลียร์แอเรีย (Clear area) หรือ เซฟโซน (Safe zone) เครื่องฟอกอากาศเรื่องของฉีดน้ำล้างถนน เรื่องของการใช้โดรน (Drone) พ่นน้ำ เรื่องของการจอดรถให้ดับเครื่องอะไรต่าง ๆ ทั้งหมดนี้คือมาตรการ รวมทั้ง ๑๒ มาตรการต่าง ๆ เราคงจะต้องดำเนินการไปพร้อม ๆ กัน แล้วทั้งหมดนี้เราคงไม่อยากให้เห็น เพราะฝุ่นนั้นเกิดมาตลอด โดยเฉพาะบ้านเราใช้ ๕๐ แต่ผมว่าต่างประเทศเขาใช้ต่ำกว่านั้นอีกครับ ๒๕ เขาก็อันตรายแล้ว เพราะฉะนั้นเกิดขึ้นมา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ แล้วก็มีการพัฒนาเนื่องจากสภาพอากาศปิด ในช่วงหน้านี้ยิ่งเป็นปัญหา เรื่องการที่เราจะต้องใช้บูรณาการร่วมกันและอยากเห็นว่าต่อไปนี้ไม่ต้องมาระดมแก้ปัญหา เฉพาะหน้าจำกัดรถวิ่ง ตรวจควันดำอะไรต่าง ๆ เราคงต้องแก้ทั้งระบบทุกจุดเพื่อให้เป็นการ ถาวรยั่งยืนก็สภาเราแห่งนี่ละครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากประชาชนรับรู้รับทราบ ทุกคนเป็นกำลังใจ เป็นเวทีที่สามารถแสดงและช่วยกันแก้ไขปัญหาได้ก็คือการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญ ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนวิลลิง (Willing) แล้วก็อยากที่จะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างเร่งด่วน ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและพวกเราทุกคนที่จะได้ร่วมกันตั้งกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้กับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่จะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา ตรงนี้ ผมอยากเห็นฝุ่นที่เราตระหนักนั้นให้ปราศจากมีจำนวนลดลงไม่ใช่ ๕๐ ให้เป็น ๒๕ หรือ ๑๐ ให้ได้ในเร็ววัน ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณคุณหมอจาตุรงค์ ได้ใช้เวลาไป ๑๑ นาที สุดท้ายลำดับที่ ๑๑ เป็นของภาดาท์ วรกานนท์
ญัตติด่วนที่ ๑๑ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM ๒.๕ ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน (นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ เป็นผู้เสนอ)
ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันขอร่วมเสนอญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ถ้าทุกท่านติดตามจะเห็นว่าดิฉันเป็นหนึ่งคน ในสภาแห่งนี้ที่ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด แล้วก็เป็นหนึ่งคนที่เสนอว่าฝุ่นกำลังจะมากำลังจะ เป็นภัยร้าย เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อมีการตั้งญัตติ ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการที่จะเสนอญัตติด้วย เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มันกำลังจะเป็นนิวนอร์มอล (New normal) หรือเรียกว่าสิ่งปกติในรูปแบบใหม่ กล่าวคือคนไทยกำลังจะอยู่ในสภาวะที่ต้องจำทน ต้องยอมสูดเอาอากาศที่ปนเปื้อนเต็มไปด้วยมลพิษเข้าสู่ร่างกาย โดยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย จากงานวิจัยของศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือนิด้า (NIDA) พบว่าในฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ของกรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ และหาดใหญ่ต่างปนเปื้อนไปด้วยสารก่อมะเร็ง สารก่อการกลายพันธุ์ โลหะหนัก สารอินทรีย์คาร์บอน ซึ่งเราทราบกันดีในกลุ่มนักวิชาการ ด้านพิษวิทยาว่าสารเหล่านี้แน่นอนส่งผลเชิงลบต่อสุขภาพ คือคนทั่วไปอาจจะพูดว่าตอนนี้ รู้สึกว่าไอเจ็บคอแล้วก็แสบตา จริง ๆ จะบอกว่ามันไม่ใช่แค่นั้น อันนี้มันแค่เป็นจุดเริ่มต้น ที่คนรู้สึกได้ อันนี้อาจจะเป็นภาวะเฉียบพลันแต่อยากจะเรียนแจ้งทุกคนว่ามันมีมากกว่านั้น สารเคมีหรือสารพิษที่ติดมากับพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่จะเป็นตัวการก่อภัยที่ร้ายกว่าแค่ไอ จาม แล้วก็เจ็บคอ แสบตา คือในพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีสารที่เรียกว่าสารโพลีไซคลิก อะโรเมติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) มันคือตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ในปอด แล้วก็มะเร็งในเต้านม นอกจากนี้มันยังมีสารที่เราอาจจะรู้จักและได้ยินตั้งแต่เด็ก ที่เรียกว่าปรอท สารปรอทก็คือก่อให้เกิดโรคมินามาตะ (Minamata) สารแคดเมียมแน่นอน คือสาเหตุของโรคอิไตอิไต (itai-itai) ที่เราท่องกันมาตั้งแต่เด็กเราทราบกันอยู่แล้วว่าโรคพวกนี้ อันตรายมาก ๆ จริง ๆ แล้วก็จะมีผลกับผู้ป่วยในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีสารชื่อไดออกซิน (Dioxin) อันนี้ร้ายแรง มาก ๆ เป็นสารที่จะก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ ส่งผลให้เด็กปัจจุบันที่เกิดมาอาจจะเกิดการ พิกลพิการได้ แล้วก็พัฒนาการทางสมองอาจจะเติบโตช้ากว่าปกติ ดิฉันอยากจะฝากให้คิดไว้ ว่ามันร้ายแรงมาก ๆ ไม่ใช่แค่ไอ จาม แล้วก็แสบคอ คือจากการที่เก็บข้อมูลมายาวนานกว่า ๕ ปี ของศาสตราจารย์ดอกเตอร์ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็คณะเรา พบว่าเพศหญิงมีความอ่อนไหวทางมลพิษมากกว่าเพศชาย ถ้าช่วงวิกฤติเราไปสังเกตดู ในโรงพยาบาลเราจะเห็นอัตราผู้ป่วยที่เข้าพักในโรงพยาบาลว่ามีจำนวนที่เป็นเพศหญิงมากกว่า เพศชาย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติถ้าเราแบ่งช่วงอายุของคนตามเกณฑ์ของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เราจะพบว่าเด็กแรกเกิดคือกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุด กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ทางมลพิษทางอากาศมากที่สุด เอาล่ะค่ะจริง ๆ ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าฝุ่นมันไม่ดี มันเป็นภัยร้าย เราทราบถึงผลกระทบกันแล้ว วันนี้ดิฉันขอเล่าสั้น ๆ ถึงแหล่งที่มาของฝุ่น หลาย ๆ ท่านที่ได้ยื่นญัตติไปแล้วก็พูดกันแล้วว่าส่วนใหญ่แหล่งที่มาก็คือแหล่งไอเสีย จากยานพาหนะ แหล่งไอเสียจากการสันดาปที่ไม่สมบูรณ์จากโรงงานอุตสาหกรรม การเผาป่า เศษชีวมวลทางการเกษตร โรงเผาขยะ เตาเผาศพ รวมถึงการเผาในที่โล่งแจ้งทุกชนิด แล้วก็ ยังรวมถึงโรงไฟฟ้าถ่านหินที่นำมาซึ่งมลภาวะที่หนักมากจริง ๆ เนื่องจากดิฉันเป็นผู้แทนจาก กรุงเทพมหานครจะขออนุญาตพูดถึงสาเหตุของฝุ่นหลัก ๆ ใน กทม. หลาย ๆ ท่านก็น่าจะ เดาได้ว่าสาเหตุหลัก ๆ ใน กทม. มาจากจำนวนรถยนต์ที่มาก แล้วจากสถิติก็คือมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในกรุงเทพฯ มาจากยานพาหนะ วันนี้ขออนุญาต นำสถิติรถที่จดทะเบียนใหม่ในปี ๒๕๖๒ หรือปีที่แล้ว จำนวนรถใหม่ทั้งประเทศในปีที่แล้ว มีประมาณ ๓,๐๓๐,๐๐๐ กว่าคัน และถ้าแบ่งเป็นจำนวนรถใหม่ใน กทม. เอง ประมาณ ๙๗๐,๐๐๐ กว่าคัน จะเห็นได้ว่าในกรุงเทพฯ รถใหม่ถือเป็น ๑ ใน ๓ หรือ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ของรถที่เกิดขึ้นใหม่ในแต่ละปี เพราะฉะนั้นตรงนี้สำคัญมาก มันอาจจะเป็นคำตอบที่คนชอบ บ่นว่าทำไมกรุงเทพมหานครรถติดแล้วแก้ไม่ได้ อันนี้ก็เป็นสถิติ สแตด (STAD) หนึ่งที่บอกว่า เราไม่มีทางแก้ได้ง่าย ๆ วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดเรื่องรถติด ขอย้อนกลับมาเรื่องฝุ่น อยากจะ เรียนว่าในหลาย ๆ ประเทศเรื่องฝุ่นเขาได้ตระหนัก เขาก็ตระหนักแล้วว่าแหล่งที่มามันคือ ยานพาหนะ มีหลายประเทศที่พยายามจะแก้ปัญหาด้วยการจำกัดปริมาณรถที่เข้าในเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ที่แออัด ขออนุญาตยกตัวอย่างประเทศเกาหลีห้ามรถที่ผลิตก่อนปี ๒๐๐๕ วิ่งเข้ากรุงโซล กรุงโรมเองห้ามรถดีเซลวิ่งในชั่วโมงเร่งด่วน ประเทศเดนมาร์กเองก็เลิกให้รถ ที่มีอายุมากกว่า ๑๐ ปีเข้ามาวิ่งในเมืองหลวง วันนี้ดิฉันจะบอกว่าเราทำเหมือนประเทศอื่น ไม่ได้หรอกค่ะ เราอาจจะทำได้แต่ไม่ใช่เวลานี้ สิ่งที่จะบอกคือเราเข้าใจ เพราะว่าระบบ สาธารณะหรือระบบขนส่งมวลชนของประเทศเรายังไม่พร้อม แต่วันหนึ่งเมื่อเราพร้อมแล้ว ดิฉันอยากสนับสนุนมาตรการเหล่านี้ที่เป็นยาแรง แล้วก็คิดว่าทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ แล้วก็เข้าใจให้ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเป็นที่มาที่จะบอกว่าเราจะต้องช่วยกันคิด แล้วก็แก้ไข ปัญหาให้รอบคอบ แล้วที่สำคัญก็คือปัญหาทุกอย่างที่เราจะแก้มันจะต้องเหมาะกับบริบท ของประเทศเรา คงไม่ใช่ที่เราจะบอกว่าไปเลียนแบบประเทศโน้นประเทศนี้ แน่นอนเรา เลียนแบบไม่ได้ทุกเรื่อง เราอาจจะทำได้เฉพาะบางเรื่องเพราะว่าบริบทมันไม่เหมือนกัน ท่านประธานที่เคารพคะ ตามที่ดิฉันได้กราบเรียนให้ทราบเมื่อสักครู่ถึงความสลับซับซ้อน ของแหล่งที่มา แหล่งที่มามันมีจากหลายแหล่ง โดยเฉพาะประเทศเราความสลับซับซ้อนนี้ มันเป็นปัญหาจำเพาะของแต่ละพื้นที่ เชียงใหม่ก็เป็นปัญหามาจากเรื่องการเผาเสียส่วนใหญ่ กรุงเทพฯ อย่างที่เรียนไปแล้วก็เป็นปัญหาที่มาจากยานพาหนะที่ปล่อยไอเสียเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นวันนี้จะมาบอกว่าเรามีปัญหา ในการแก้ ๑๐ ข้อแล้วแก้ได้มันเป็นไปไม่ได้จริง ๆ ต่อไปอยากจะเรียนเพิ่มถึงเรื่องมูลค่าความเสียหาย เมื่อสักครู่ได้กล่าวไปแล้วถึงความเสียหาย ในเรื่องของเชิงสุขภาพ ต่อไปจะขอเล่าสั้น ๆ ถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจ มีผลการศึกษา ของศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พบว่า ทุก ๆ ๑ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรของฝุ่นพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) ที่เกินกว่าระดับปลอดภัย ตามเกณฑ์มาตรฐาน จะสร้างความเสียหายให้กับคนกรุงเทพฯ ถึง ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทีนี้เรามีการเก็บข้อมูลเฉพาะพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) แต่วันนี้น่าเสียดายที่เรายังไม่มีข้อมูลมากพอ สำหรับพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่จะมาคำนวณ แต่ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าความเสียหายจาก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) น่าจะมากกว่าพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) หลายเท่าจริง ๆ ค่ะ ทีนี้ในกรณีที่มี สถานการณ์ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเลวร้ายอย่างต่อเนื่อง นอกจากปัญหาเศรษฐกิจ แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องยอมรับเลยค่ะว่าปัญหาที่ตามมาคือปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ ทางสังคม เมื่อสักครู่มีผู้เสนอญัตติเพื่อนสมาชิกบางท่านได้พูดไปแล้วถึงความเหลื่อมล้ำ เราทราบกันดีอยู่วันนี้หน้ากากอนามัยที่มันเป็นหน้ากากเฉพาะที่เรียกว่าเอ็น ๙๕ (N 95) หรือเครื่องฟอกอากาศที่มีคุณภาพ มันมีราคาแพงค่ะ มันไม่ใช่ราคาถูก ๆ ไม่ได้หาซื้อง่าย ๆ เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าคุณภาพชีวิตของคนที่มีฐานะไม่เท่ากันย่อมเข้าถึงเครื่องฟอกอากาศ หรือหาซื้อหน้ากากอนามัยเปลี่ยนได้ทุกวันได้ไม่เท่ากัน อันนี้ก็เลยทำให้เป็นปัญหาหนึ่งของ ความเหลื่อมล้ำนะคะ
ต่อมานอกจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาสุขภาพที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว วิกฤติคุณภาพอากาศยังจะส่งผลต่อสุขภาพจิตด้วย ดิฉันกล่าวถึงสุขภาพจิตโดยเฉพาะ สุขภาพจิตของเด็ก ๆ ปกติทุกวันที่เด็ก ๆ ไปโรงเรียนเราจะเห็นว่าก่อนที่โรงเรียนจะเข้าเด็ก ๆ สามารถวิ่งเล่นเตะฟุตบอลหรือว่าวิ่งเล่นตามสนามของโรงเรียนได้หรือแม้แต่ก่อนจะเข้าเรียน ทุกคนก็จะเคารพธงชาติหน้าเสาธงแล้วก็ออกกำลังกายกัน วันนี้ด้วยปัญหาเด็ก ๆ ทำแบบนั้น ไม่ได้เลย ผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ก็ไม่อนุญาตให้ทำ แทนที่เด็ก ๆ จะมีโอกาสได้วิ่งเล่น ก่อนจะเข้าชั้นเรียน เด็ก ๆ ก็ต้องถูกเอาตัวไปกักไว้ในห้องเรียนไม่สามารถทำกิจกรรม กลางแจ้งได้ ดิฉันถือว่ากระทบต่อสุขภาพจิตของเด็ก ๆ นะคะ วันนี้ที่ดิฉันมาเสนอญัตตินี้ จริง ๆ เพื่อจะบอกแล้วก็ขอให้ทุกคนในสภาแห่งนี้เห็นด้วยว่าปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไข เป็นอันดับแรกจริง ๆ ดิฉันเชื่อว่าไม่มีปัญหาใดที่จะด่วนไปกว่าปัญหาเรื่องฝุ่นนี้อีกแล้ว ถ้าทุกคนไม่ได้ปิดหูปิดตาเราจะเห็นจริง ๆ ในโลกโซเชียล (Social) หรือแม้แต่เพื่อนฝูง รอบข้างเราหรือแม้แต่คนในครอบครัว ไม่มีใครไม่บ่นถึงเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี้ เพราะฉะนั้นดิฉันเชื่อเสมอว่าถ้าปัญหานี้ไม่เป็นอันดับแรกไม่มีอะไรด่วนกว่านี้แล้วนะคะ ถ้าคนไทยในประเทศนี้ป่วยไม่ว่าเศรษฐกิจเราจะดีแค่ไหน ประเทศก็ไปไม่รอดค่ะ แล้วก็ไม่มี ประโยชน์เลยที่เศรษฐกิจจะดีแล้วคนในประเทศป่วย
ดิฉันอยากจะขออีกประการหนึ่งว่าเมื่อเราตั้งคณะทำงานหรือคณะบริหาร จัดการเรื่องนี้ขึ้นแล้วขอให้ยึดโยงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก อย่าให้ เหมือนที่ผ่านมาว่าระบบการบริหารจัดการเป็นทอปดาวน์ (Top-down) หรือจากบนลงล่าง ดิฉันขอให้หน่วยงานที่กำลังจะตั้งขึ้นใหม่นี้เป็นหน่วยงานที่ฟังเสียงจากประชาชนจากข้างล่าง ขึ้นมาข้างบน เพราะนั่นคือเสียงสะท้อนที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุด ดิฉันขออนุญาตหยิบยก ประโยคบางท่อนจากการกล่าวสุนทรพจน์ของหัวหน้าเผ่าอินเดียนแดง (Red Indian) ซึ่งได้รับ การกล่าวขานว่าเป็นการบรรยายความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติได้คมคายลึกซึ้ง มากที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมา แล้วก็มีประโยคที่ดิฉันประทับใจมากที่สุดเขากล่าวว่า เรารู้ดีว่า โลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์ แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ ซึ่งกันและกัน ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันกัน ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ เช่นกัน คือท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันไม่ได้มาทำหน้าที่แค่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน ใน กทม. หรือในประเทศไทย แต่ดิฉันยังมีอีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือดิฉันขอทำหน้าที่แม่แทนแม่ทุก ๆ คนในประเทศนี้ ดิฉันเชื่อว่ามีแม่ ๆ หลาย ๆ คนที่ยัง มีลูกอยู่ในวัยที่กำลังเจริญเติบโต และมีความอ่อนไหวทางมลพิษมาก ๆ แล้วมลพิษนี้ก็กำลังจะทำร้ายลูกหลานของทุกคน ในประเทศเรา ดิฉันเชื่อว่าตอนนี้ถึงเวลาแล้วจริง ๆ ที่เราจะต้องทำงานกันอย่างจริงจัง แล้วเรื่องนี้ไม่ควรจะมีการแบ่งแยกว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ดิฉันอยากจะให้ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลทุกคนลุกขึ้นมาช่วยกันเถอะค่ะ เรื่องนี้เป็นของคนทุกคน แล้วก็อยากจะบอก ประชาชนตรงนี้ว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นแค่ของรัฐบาล ไม่ได้เป็นเรื่องแค่ของฝ่ายค้าน พวกเรา ทุกคนมีส่วนในการก่อมลพิษ เพราะฉะนั้นวันนี้อยากให้ทุกคนเปิดใจ เพราะฉะนั้นทุกคน ก็ต้องช่วยกันนะคะ สุดท้ายดิฉันพูดเสมอว่าเราอาจจะเป็นมนุษย์ยุคสุดท้ายแล้วจริง ๆ ที่สามารถปกป้องโลกนี้ได้ อยากจะให้ช่วยกันก่อนที่เราจะไม่มีโลกเหลือให้ปกป้องอีกต่อไป ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน
ขอบคุณนะครับ ท่านได้ใช้ เวลาไป ๑๓ นาทีเศษครับ ก็จบทั้ง ๑๑ ญัตตินะครับ มีผู้เสนอรายชื่อเพื่อขออภิปรายขณะนี้ รวมทั้งหมด ๑๔ ท่าน ขอมาท่านละ ๑๐ นาที มี ๑ ท่านขอ ๗ นาที มี ๑ ท่านขอ ๒๐ นาที มี ๒ ท่านขอ ๑๕ นาที ผมขออนุญาตว่าเราเอาแค่ ๑๐ นาทีเป็นหลักนะครับ ส่วนท่านใด ที่มีประเด็นต่อเนื่องก็อนุโลมให้ไม่เกิน ๑๕ นาที ขออย่างนั้นสมาชิกจะได้มีโอกาสได้พูด โดยทั่วถึงทุกคนนะครับ ถ้าเราปล่อยเวลาไปตามที่เราต้องการทั้งหมดก็ยากที่จะทำได้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตคุมไว้ในระดับ ๑๐ นาทีเป็นหลักนะครับ ที่ส่งรายชื่อมาลำดับแรก ที่ขออภิปรายคือท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม และรองจากนั้นก็จะเป็นท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ จะได้เตรียมตัว ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมกับท่านประธานนั่งฟังผู้เสนอญัตติด่วนให้ตั้งกรรมาธิการเรื่องนี้ ๑๑ คน ผมเข้าใจว่า อภิปรายในเนื้อหาทั้งทางวิชาการแล้วก็เชิงปฏิบัตินั้นคงครบถ้วนกระบวนความ แต่ว่ายัง มีมุมมองของผมอีกมุมหนึ่งเท่านั้นเองก็อยากจะฝากคนที่ไปเป็นกรรมาธิการด้วย เนื่องจากว่า ในโควตาของพรรคฝ่ายค้านนั้นเต็ม ผมก็เลยขอเป็นผู้อภิปรายสนับสนุน ท่านประธานครับ เรื่องฝุ่นกลายเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อก่อนตอนผมเป็นครูผมเข้าใจว่าการเตะฝุ่นมันเป็นเรื่องเล็ก ๆ พอมาเป็นผู้แทนฟังเรื่องฝุ่นเศรษฐกิจก็พังไปแล้วครับเศรษฐกิจ วันนี้กลุ่มพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ตอนแรกนึกว่านวนิยายและหนังการ์ตูนก็ไปฟังดูเกิดมาจากจังหวัดเชียงใหม่ก่อนแล้วก็มา กรุงเทพฯ ผมเข้าใจการเปลี่ยนแปลงในเรื่องกายภาพของโลก โลกร้อนบ้าง โลกมีวิกฤติบ้าง แต่วันนี้ผมอยากเห็นรัฐบาลชุดนี้ซึ่งเป็นรัฐบาลชุดที่เริ่มมีปัญหาแล้วก็มีคำสั่งมากมายวันนี้ ที่มาอ้างกันในสภาแห่งนี้ให้เอาจริง ผมเชื่อว่าถ้าตั้งใจกันทำงานอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมวันนี้ คงจะแก้ไปได้แล้วครับ ในการตั้งกรรมาธิการในครั้งนี้อย่างน้อยในการศึกษาของกรรมาธิการ ก็ไม่น้อยกว่า ๒ เดือน ผมเป็นห่วงครับ ท่านประธานอาจจะสงสัยว่าผมอยู่จังหวัดสุรินทร์ ทำไมผมต้องลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องฝุ่นในกรุงเทพฯ ท่านประธานที่เคารพครับ คนที่โดนมาก คนกรุงเทพฯ นี่โดนน้อยนะครับ เพราะคนกรุงเทพฯ อยู่ในบ้านในห้องแอร์มีหน้ากาก แต่ว่า คนที่มาทำงานเอาต์ดอร์ (Outdoor) ในกรุงเทพฯ เป็นคนอีสานบ้านผมทั้งนั้นครับ มาจาก จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดมุกดาหาร ของเพื่อนผู้แทนผมเยอะแยะมากมาย แล้วก็เพื่อนพ้องน้องพี่จังหวัด ประเทศที่ติดกับเรา เช่น เขมร พม่า ผมก็เลยอยากเห็นรัฐบาลลงมาเร่งรีบแล้วก็แก้ปัญหาเป็นรูปธรรม แล้วแก้ไปถึง ชุมชน วันนี้ยังไม่เห็นเจ้าภาพที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง ฟังกระทรวงนี้ก็โยนไปกระทรวงโน้น ฟังกระทรวงโน้นก็โยนมากระทรวงนี้เหมือนกับแก้ปัญหายาบ้าของผม ผมเป็นกรรมาธิการ การตำรวจก็เรียกมา ก็โยนกันไปโยนกันมา วันนี้ก็เลยแก้ปัญหาไม่ได้ก็เหมือนกับฝุ่นนี่ล่ะครับ ผมกลัวว่าเราก็จะเดินมาเตะฝุ่นกัน ผมฝากกรรมาธิการอย่าไปเตะฝุ่นนะครับ ต้องไปทำให้มันเป็นรูปธรรม การแก้ปัญหาต้องเป็น รูปธรรมจริง ๆ รัฐบาลลงทุนแล้วก็เอาอย่างจริงจัง เช่น รถ ขสมก. คันไหนดำห้ามวิ่ง ไม่ใช่จับ แต่รถอื่น ขสมก. วิ่งผ่านได้ ควันดำขนาดไหนไม่เป็นอะไร รถอื่นจับแล้วปรับ ปรับแล้วปล่อย แล้วก็มาจับวันหลังอีกครับ ก็เอากันอย่างจริงจังสิครับ อะไรที่มันควันดำ อะไรที่มันวิ่งไม่ได้ อะไรที่มันทำไม่ได้ก็เอากันอย่างจริงจัง วันนี้มันจำเป็นเพราะเป็นการแก้ปัญหา ทุกคนรู้ว่า ฝุ่นมันเป็นอันตราย เป็นถึงมะเร็ง เป็นถึงโรคปอด เป็นถึงโรคทางเดินหายใจ แต่ความจริงจัง ความชัดเจน เหมือนบ้านผมต่างจังหวัด เมื่อสักครู่หลายคนอภิปรายถึงเรื่องอ้อย อ้อยนี่ มันแก้ไม่ได้หรอกถ้าไม่ให้เกษตรกรเผา ขณะที่เผาเขาขายต้นไปเขาลงทุนนี่เขาก็ขาดทุนแล้ว รัฐบาลต้องมีแรงจูงใจสิครับ ชานอ้อย กากอ้อยก็ต้องไปรับซื้อตั้งราคาให้สูง ตัวอ้อยให้มันสูง กากอ้อยให้มันสูง ใบแล้วก็ไปรับซื้อ ถ้าไม่รู้จะซื้อไว้ที่ไหนซื้อส่งจังหวัดสุรินทร์สิครับ ช้างเยอะ นี่คือแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม ท่านประธานครับ เผาตอซังห้ามไม่ได้หรอกเพราะชาวนาทำนาปี ก็มีแต่หนี้กับซัง ทำนาปรังก็มีแต่ซังกับหนี้ วันนี้เลยต้องเชิญชวนเกษตรกรให้ความร่วมมือ ในการใช้รถจักรไถนา จังหวัดสุรินทร์นั้นประสบผลสำเร็จในเรื่องข้าวเกษตรอินทรีย์สมัยอดีต ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เกษมศักดิ์ แสนโภชน์ วันนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ไกรสร กองฉลาด ก็จะเอาจริง แต่ความยากจนของชาวไร่ชาวนา ลองรัฐบาลส่งงบประมาณไปให้ อบต. ซื้อรถ ไถนา อบต. เล็กก็ ๕ คัน อบต. ใหญ่ก็ ๑๐ คัน ไถนากลบฟาง ท่านประธานนึกออกนะครับ ไถสัก ๓ ครั้ง มันก็สลายซังแล้วก็จะได้เป็นปุ๋ยอินทรีย์แล้วเราก็จะได้เกษตรอินทรีย์ แล้วก็ กำจัดปุ๋ยเคมี หรือไม่ก็ส่งเสริมการทำนา นั่นก็คือถ้าใครไม่เผาตอซัง จ้างรถไถรัฐบาลส่งเสริม สนับสนุนไร่ละ ๑๐๐ บาทหรือเอาน้ำยาเคมีไป อดีตรัฐมนตรีศักดา คงเพชร จังหวัดร้อยเอ็ด วันนี้ก็ทำน้ำยาชีวภาพเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร นี่เป็นตัวอย่างบางตอนที่ให้รัฐบาล ต้องรีบแก้ แต่จริง ๆ แล้วมูลเหตุก็เกิดมาจาก ไม่ได้โทษรัฐบาลหรอกครับ รัฐบาลก็อยากให้ ประเทศเจริญไวแต่มักง่ายไปนิดหนึ่ง ทำถนนอะไรพร้อมกันในกรุงเทพฯ ๔-๕ สาย รถก็ติด ควันก็ดำ ฝุ่นมันก็เยอะ ล้างก็ไม่เคยล้าง แน่นอนภาวะมลพิษก็เกิดขึ้นแน่ ผมไม่เชื่อหรอกว่า ถ้ารัฐบาลตั้งใจทำจริง ๆ วันนี้ได้ข่าวว่าเริ่มตั้งกรรมการแล้ว กรรมการก็เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา เอาให้ชัดเจนสิครับ เรื่องนี้ทุกคนก็พูดว่าเป็นวาระแห่งชาติ ผมอยากเห็นท่านนายกรัฐมนตรี มานั่งสั่งการเอง เพราะไม่อย่างนั้นไม่รู้เมื่อไร เหมือนกับไข้หวัดนกในสมัยหนึ่งพอพูดไปแล้ว ก็อวดว่าเป็นรัฐบาลของ พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณอีก ขอโทษถอนคำพูดก็ได้ครับ แก้ไม่กี่วันเสร็จครับ เอาจริงเอาจังกันวันนั้น นี่ประเทศจีนไข้ไวรัสผมเชื่อแน่ว่าของเขาไม่เกิน ๒ อาทิตย์แก้ปัญหาได้โคโรน่า (Corona) เพราะเขามีความจริงจังกับการแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม ไม่ใช่โยนกันไปโยนกันมา จะตั้งกรรมการระยะต้น ระยะกลาง ระยะปลาย กว่าจะถึงระยะปลาย คนตายตั้งแต่ระยะต้นครับ นี่คือปัญหา ผมถึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้มีอำนาจ ส่วนกรรมาธิการก็ไม่ได้ว่ากันหรอกครับ ท่านก็เป็นได้ ท่านแค่ศึกษา พอศึกษาแล้วกว่าท่าน จะส่งให้รัฐบาลก็ไม่รู้กี่เดือนเสร็จ คนก็เข้าโรงพยาบาลแล้ว วันนี้ประเทศไทยเริ่มกลายเป็น มนุษย์หน้ากาก สมัยก่อนเราดูแต่อินทรีทองยังเห็นคาง วันนี้ในสภาเต็มไปหมดหน้ากาก ผัวจำเมียไม่ได้ เมียจำผัวไม่ได้ นี่ประเทศไทยยุค ๔.๐ ครับท่านประธาน นี่คือความน่าเป็นห่วง ภาพลักษณ์นักท่องเที่ยว ภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวเศรษฐกิจยิ่งแย่ เศรษฐกิจฝุ่นแย่แล้วภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไม่มา ใครจะมาล่ะครับ ดูในทีวีใส่แต่หน้าปิดจมูก ๆ หมด เขาไม่รู้ว่าโจรที่ลพบุรีหรือว่าประชาชน ธรรมดา ฝากจริง ๆ เถอะครับ เห็นใจ เพราะพี่น้องบ้านผมเป็นส่วนใหญ่เลยมาทำมาหากิน ในกรุงเทพมหานครภาคสนาม ภาคเอาต์ดอร์ (Outdoor) ทั้งหมด เจ็บไข้ได้ป่วยก็กลับไปบ้าน ก็รักษากันอีกน่าเห็นใจครับ พวกขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างมาเจอวิ่งตามหลังรถ ขสมก. ขสมก. ก็ไม่รู้เมื่อไรจะเปลี่ยนสักทีหนึ่ง จะเปลี่ยนเป็นเอ็นจีวี (NGV) พูดกันแล้วพูดกันอีก ผมอยากจะ ฝากเรียนท่านประธานครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ เมื่อก่อนเราฟังแต่จังหวัดเชียงใหม่ แค่เล็กน้อย วันนี้ยิ่งไปใหญ่ตื่นเช้าขึ้นมาดูเหมือนว่าฝนจะตกทุกวัน แต่มันกลายเป็นฝุ่น มันกลายเป็นละออง มันเป็นความน่ากลัวครับ ถ้าเราปล่อยไว้อย่างนี้ความสูญเสียทางด้าน เศรษฐกิจแน่นอนครับ นักท่องเที่ยวไม่มาคนก็เข้าโรงพยาบาล เหมือนเมื่อสักครู่นี้ผู้อภิปราย ก็ว่าพูดในฐานะความเป็นแม่น่าสงสารเธอครับ เพราะว่าเธอยังสวยอายุก็ยังไม่มากเข้าใจว่า เธอมีลูกน้อย อาเองก็เป็นห่วงก็เห็นใจในความเป็นแม่ ก็ขอให้รัฐบาลรีบเร่งมาดำเนินการ อย่างเร่งด่วนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณครูมานิตย์ ขอบคุณครับ ต่อไปคุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมเป็นผู้หนึ่งที่เสนอญัตติร่วมกับท่าน ส.ส.อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณา ศึกษา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ เกินมาตรฐาน อย่างเป็นระบบ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส.อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จากราชบุรีได้กรุณา เป็นผู้อภิปรายหลักในฐานะเป็นผู้ยื่นญัตติไปแล้ว แล้วก็ได้อภิปรายครอบคลุมถึงปัญหา ต้นเหตุของการเกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ก่อให้เกิดปัญหา ในกรุงเทพมหานครและอีกหลายจังหวัดในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งได้บอกถึง ผลกระทบที่เกิดขึ้น แน่นอนที่สุดปัญหาหลัก ๆ ผู้อภิปรายหลายท่านได้พูดไปแล้วเช่นเดียวกับ ท่าน ส.ส.อัครเดช จากจังหวัดราชบุรี นั่นก็คือปัญหาเกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะดีเซลปัญหาเกิดจากการเผาในภาคการเกษตร ปัญหาการปล่อยควันพิษมาจาก โรงงานอุตสาหกรรม และปัญหาฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้าง อย่างนี้เป็นต้นครับ ผลกระทบ หลายท่านได้พูดไปแล้ว ท่านที่มีอาชีพเป็นแพทย์ก็ได้อธิบายให้เราเห็นถึงผลกระทบมากมาย หลายประการ ไม่ว่าเป็นเรื่องของโรคมะเร็งปอดก็ดี โรคหัวใจขาดเลือด โรคเลือดในสมอง และโรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ แน่นอนที่สุดปัญหาเหล่านี้คงไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ว่า มันเป็นเรื่องของการสะสมและก่อให้เกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคต ปัญหาเหล่านี้ที่ก่อให้เกิด ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนจำนวนมากขณะนี้โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ถ้าไม่เกิดผลกระทบจำนวนมากผมเชื่อว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้คงไม่มีญัตติด่วนมาเสนอ พร้อมกันทุกพรรคการเมือง ส.ส. ทุกคนในสภาร่วมกันแสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหาของ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ ส.ส. หลายท่านซึ่งมีพื้นความรู้ที่หลากหลาย ก่อนที่จะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้นำเสนอข้อมูลข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ต่อการที่จะนำข้อมูลในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นำไปแก้ไข นำไปปรับปรุงเพื่อให้การแก้ไข สัมฤทธิ์ผล สามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ ท่านประธานที่เคารพ ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ มาตรการ วิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ที่พวกเราพยายามนำเสนอ รวมกระทั่งไปถึงมาตรการ ที่รัฐบาลพยายามออกมาไม่ว่าจะเป็นมาตรการซึ่งเคยออกมาตั้งแต่ปีที่แล้วนะครับ วันที่ ครม. ได้มีมติประกาศให้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติในเรื่องของการแก้ไข ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองนี้เป็นวาระแห่งชาติ มีมาตรการในการดำเนินการแก้ไขมากมาย หลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งผมคงสรุปกล่าวในที่นี้เพียงสั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น มาตรการระยะสั้น การลดระบายมลพิษและการลดจำนวนแหล่งกำเนิด รัฐบาลในขณะนั้นเมื่อปีที่แล้วออกวาระ แห่งชาติประกาศใช้มาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีกำมะถันไม่เกิน ๑๐ พีพีเอ็ม (PPM) กำหนดให้พัฒนาโครงข่ายการบริการขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยงทุกระบบ กำหนดให้มีการ เร่งรัดแผนการเปลี่ยนรถโดยสารของ ขสมก. ให้เป็นรถยนต์ที่มีมลพิษต่ำ และมีการพิจารณา ปรับวิธีการ ปรับลดอายุรถที่เข้ารับการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี พิจารณาเรื่องรถยนต์เก่า พิจารณาเรื่องการลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า และการซื้อทดแทนรถราชการด้วยรถยนต์ไฟฟ้า การจัดโซนนิง (Zoning) การพัฒนาระบบเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพมีมาตรการมากกว่านี้ อีกมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการระยะสั้นดำเนินการระหว่างปี ๒๕๖๒-๒๕๖๔ นอกจากนั้น ยังมีมาตรการระยะยาวอีกมากครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับปรุงฐานการระบายมลพิษ ทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร ๖ (Euro 6) หรือการกำหนดให้มีการ ติดตั้งดีเซล พาร์ทิคูเลต ฟิลเตอร์ (Diesel Particulate Filter) ดีพีเอฟ (DPF) ในรถยนต์ ดีเซล เพิ่มเติม และอื่น ๆ อีกมากมาย อันนี้เป็นมาตรการระยะยาว ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๗ นี่คือ มาตรการเมื่อปีที่แล้วที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ปีนี้รัฐบาลก็มีมาตรการออกมาอีก เช่นเดียวกัน ๑๖ ข้อเมื่อวานนี้เป็นมติ ครม. มาตรการที่ออกมาหลายเรื่องนั้นใกล้เคียงกับ ที่เคยมีมาตรการในวาระแห่งชาติที่ผ่านมา แต่ผมเห็นว่ามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ไม่สามารถ สัมฤทธิ์ผลได้เลยครับ ท่านประธานถ้าเราไม่เริ่มต้นกันที่มองปัญหานี้ให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้น จุดเริ่มต้นที่สำคัญในเรื่องนี้อยู่ที่ไหนครับ ท่านประธาน จุดเริ่มต้นที่สำคัญในเรื่องนี้ก็คือ ทัศนคติของผู้บริหารประเทศ รวมทั้งผู้ที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา ปีที่แล้วเราเห็นความ เคลื่อนไหวค่อนข้างคึกคักในการที่จะระดมความคิด ความเห็นและวิธีการในการที่จะแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ ปรากฏว่าปีนี้หลังจากเริ่มต้นมีปัญหา จริง ๆ ปัญหานี้มีมาตั้งแต่ก่อนวันเด็กแล้ว ในช่วงวันเด็กเองก็มีฝุ่นถึง ๑๓๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ปัญหาที่เกิดขึ้นถ้านับย้อนไป ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาจนกระทั่งถึงเมื่อวานนี้วันที่รัฐบาลมีมติ ครม. ในการออกมาตรการต่าง ๆ ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลยอมรับความเป็นจริงแล้วก็ฟังเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนจะเห็นได้ ชัดเจนว่าประชาชนมีความรู้สึกว่ารัฐบาลยังดำเนินการเรื่องนี้ค่อนข้างช้าเกินไป หรืออาจจะ ดำเนินการแต่ไม่ได้สามารถที่จะบอกกล่าวให้พี่น้องประชาชนรู้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ผมถึงบอกว่าต้องเริ่มต้นจากทัศนคติของผู้บริหารประเทศซึ่งต้องรับผิดชอบหลักในการแก้ไข ปัญหานี้ คือต้องไม่มีทัศนคติว่าปัญหาฝุ่นละอองในอากาศที่มีค่าเกินมาตรฐานหรือที่เรียกว่า พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีค่าเกินมาตรฐานนี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล อีกไม่นานปัญหานี้ ก็จะเริ่มหมดไป ผมไม่ทราบว่าปีนี้ท่านคิดอย่างนั้นหรือไม่ เพราะอะไรครับ เพราะว่าสิ่งที่ ประชาชนประสบพบเห็นและรู้สึกได้นั้นมันรู้สึกว่าท่านอาจจะมีทัศนคติในเชิงนั้นหรือไม่ เพราะฉะนั้นถ้ามีทัศนคติอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราควรมี ทัศนคติว่าปัญหานี้เราต้องไม่ปล่อยให้มันเป็นปัญหาตามฤดูกาลและมันก็จะจบไปตามฤดูกาล เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงไป เมื่อหน้าหนาวเปลี่ยนไปจะเข้าสู่หน้าร้อนทุกสิ่งทุกอย่างก็จะ เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ผมเชื่อว่าถ้าเราไม่มีทัศนคติอย่างนี้แล้วในการแก้ไขปัญหาก็คงจะ สามารถแก้ไขได้มากขึ้นและมีความจริงจังมากขึ้น นอกจากทัศนคติแล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่ต้องดำเนินการก็คือการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหา พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ ผมจะขอหยิบยกให้เห็นเพียงเล็กน้อย ไม่มากครับ เอาเฉพาะมาตรการที่มีมติ ครม. ออกมาเมื่อวานนี้ มาตรการหลายเรื่องเป็นมาตรการที่ดี เหมาะสมและควรที่จะต้องออกมา และถ้าสามารถดำเนินการตามมาตรการเหล่านั้นได้ ผมเชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาได้อย่างแน่นอน สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตมาตรการทั้ง ๑๒ ข้อ ไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็คือ
ประการแรก มาตรการใด ๆ ที่ประชาชนต้องปฏิบัติตามมติ ครม. นั้น รัฐบาล ควรเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน มาตรการอะไรครับที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างความเข้าใจ มีมาตรการอยู่ข้อหนึ่งรัฐบาลบอกว่า มติ ครม. บอกว่าการเผาไหม้ในที่โล่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะเข้มงวดกับ ผู้เผา ปัญหาก็คือว่าความเข้มงวดของท่านเข้มงวดขนาดไหน อย่างไร การเผาไหม้ในที่โล่ง ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลลักษณะไหน แบบไหนที่จะต้องถูกเข้มงวด ที่จะต้องถูกใช้ กฎหมายเข้าไปจัดการ ประชาชนจะได้มีความรู้ในเรื่องเหล่านี้แล้วก็หลีกเลี่ยงที่จะไม่ดำเนินการ เพื่อจะปฏิบัติตามมติของ ครม.
ประการที่ ๒ ผมคิดว่ามาตรการที่ขอความร่วมมือจากประชาชน รัฐบาลควร มีมาตรการเสริมจูงใจให้ประชาชนปฏิบัติตามที่รัฐบาลต้องการ เช่นอะไรครับ มาตรการ เมื่อวานนี้จากมติ ครม. บอกว่าขอความร่วมมือจากประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ผมคิดว่าคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวทุกคนแม้อยากจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล แต่ผมคิดว่า หลายคนก็ยากที่จะปฏิบัติตามที่รัฐบาลออกเป็นมติ ครม. อาจจะด้วยสาเหตุหลายประการ แต่ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีมาตรการเสริมจูงใจ เช่น พยายามเมื่อเขาลด การใช้รถยนต์ส่วนตัวแล้วต้องอำนวยความสะดวกให้เขาสามารถใช้รถสาธารณะได้ อย่างเช่น การจะต้องลดค่าโดยสารรถยนต์สาธารณะทั้งหลายให้เขาหันเหไปใช้รถยนต์สาธารณะเหล่านั้น หรืออาจจะต้องเปิดให้ใช้รถยนต์สาธารณะฟรีในช่วงระยะเวลาที่เรายังมีปัญหาเหล่านี้ อันนี้ ก็เป็นมาตรการส่วนหนึ่ง หรืออาจจะจัดหาที่จอดรถให้เขาสามารถมาที่จอดรถได้ แทนที่จะ ขับรถออกจากบ้านที่อยู่ในซอยลึก ๆ ไปถึงที่ทำงาน ซึ่งจะต้องเผาไหม้เครื่องยนต์ก่อให้เกิด มลพิษในบรรยากาศมากมาย จัดที่จอดให้เขาสามารถจอดได้แล้วขึ้นรถยนต์สาธารณะต่อไปได้ มาตรการเสริมจูงใจเหล่านี้ล่ะครับ หรือรวมทั้งมาตรการอื่น ๆ ทางด้านภาษีที่จะมีส่วนช่วย ให้ข้อขอร้องของรัฐบาลนั้นเกิดเป็นจริง
ประการที่ ๓ ผมคิดว่าอยากให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างจริงจังต่อมาตรการ ของรัฐบาลที่ออกมาตามมติ ครม. ยกตัวอย่างเรื่องของควันดำ ผมคิดว่าเราเห็นน้อยมาก ในช่วงระยะตั้งแต่มีวาระแห่งชาติตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ว่ามีการดำเนินการอย่างไร ในเรื่องเหล่านี้ ผมคิดว่าการดำเนินการอาจจะไม่ได้ผลมาก จนกระทั่งปีนี้เรายังต้องมา มีมติ ครม. ออกมา มีมาตรการในเรื่องให้เร่งรัดการจับกุมรถยนต์ที่มีควันดำอีก หรือขอร้อง ให้รถของราชการไปแก้ไขปัญหาควันดำ ถ้าเราดำเนินการตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ผมเชื่อว่า ปัญหานี้น่าจะทุเลาเบาบางลงมากกว่านี้ อาจจะไม่ต้องมีมติ ครม. ออกมาก็ได้ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ ซึ่งพวกเราพยายามนำเสนอในวันนี้ ผมเชื่อว่าเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล
ประการที่ ๔ ผู้มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาควรจะแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผมเชื่อว่าปีหน้า สิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็อาจจะเกิดขึ้นอีกปีหน้า ถ้าเรายังไม่สามารถดำเนินการแก้ไข ตามมาตรการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างมากในเรื่องของฝุ่นละออง ขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เป็นอันตรายกับพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยงในตัวเองที่อาจจะเกิดโรคต่าง ๆ ได้ คือใครครับ เด็กครับท่านประธาน เด็กเป็นวัยที่เสี่ยงต่อมลพิษทางอากาศมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากปอดของเด็กกำลังเติบโตแล้วระบบภูมิคุ้มกันของเด็กก็ยังอยู่ในระยะที่กำลังพัฒนา มลพิษในอากาศจะขัดขวางการเจริบเติบโตของปอดในเด็กวัยเรียน และสมองของเด็กที่กำลัง พัฒนา เพราะฉะนั้นมลพิษทางอากาศที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) สามารถส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก การประกาศให้เด็กหยุดเรียนในบางโรงเรียนนั้น อาจจะช่วยให้เด็กส่วนหนึ่งที่ไม่เกิดผลกระทบต่อปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น แต่ท่านประธานครับ
กรุณาสรุปได้แล้วครับ
มีเด็กอีกจำนวนมากที่ยังพบ ปัญหานี้อยู่ ถึงแม้วันนี้มีวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างคนหนึ่งบอกผมว่าให้เด็กหยุดเรียนวันนี้ ท้องฟ้าแจ่มใสขึ้นเยอะเลย แต่เขาบอกต่อมาแล้วผมก็อยากจะบอกต่อไปยังรัฐบาลว่า แต่อย่ารอให้เด็กต้องหยุดเรียนเพื่อแลกกับอากาศบริสุทธิ์ให้ผู้ใหญ่เลยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
มี ๓ ท่านที่ขอมาเกิน ๑๐ นาที ก็อนุโลมได้ไม่เกิน ๑๕ นาที คือท่านองอาจ ท่านเอกภพ ท่านพิธา ก็อนุโลมไม่เกิน ๑๕ นาที ถ้าไม่ถึงเวลาก็ดีจะได้ประหยัดเวลาให้ท่านอื่น ต่อไปท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในอดีตผมเคยโดน ท่านประธานตัดเวลามาแล้ว คราวนี้ผมเลยเตรียมมา ๒ เวอร์ชัน (Version) ทั้งเวอร์ชัน (Version) ยาวแล้วก็เวอร์ชัน (Version) สั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าท่านประธานจะให้ผมสรุป หรือถามผมว่าทำไมปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ยังแก้ไขไม่ได้สักทีหนึ่งผมสามารถจะตอบ ท่านประธานได้ภายในคำเดียวว่ามันคือเรื่องของโครงสร้างอำนาจ โครงสร้างอำนาจที่ผม พูดถึงนี้ หมายความว่ารัฐบาลมีมาสเตอร์แพลน (Master plan) ในการที่จะแก้ไขปัญหา พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แต่ไม่มีอำนาจหรือ พ.ร.บ. ที่ใหม่กว่า พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ ที่จะให้อำนาจในมาสเตอร์แพลน (Master plan) ในการแก้ปัญหาได้ ในขณะเดียวกันก็ไม่มี แอกชันแพลน (Action plan) อีก ฉะนั้นมาสเตอร์แพลน (Master plan) ตัวนี้มันคล้าย ๆ กับแฮม (Ham) ในแซนด์วิช (Sandwich) ที่ไม่มีขนมปังอยู่ครับ ขนมปังข้างบนที่เป็นระดับ พ.ร.บ. อากาศสะอาดที่พรรคอนาคตใหม่พยายามที่จะสร้างอยู่ เพื่อที่จะให้อำนาจในการที่จะ แก้ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เหล่านี้ ในขณะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมเคยมีโอกาสเชิญอธิบดีควบคุมมลพิษมาที่กรรมาธิการ ผมอยากจะขออภิปรายให้กำลังใจท่านอธิบดีแล้วก็ข้าราชการทุกคนที่กรมควบคุมมลพิษ ตอนแรกผมมีอคติกับท่านนิดหน่อยว่าทำไมปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ท่านถึงยังแก้ไข ไม่ได้สักทีหนึ่ง แต่พอเริ่มไล่ปัญหาไปเรื่อย ๆ ทีละเปลาะ ๆ เริ่มจากระดับภูมิภาคก่อน ข้าวโพด ที่เผาที่ประเทศพม่า อ้อยที่เผาที่ประเทศกัมพูชา ปาล์มที่เผาที่ประเทศอินโดนีเซียมาถึง ประเทศไทยทั้งหมด เขาถึงได้ใช้คำว่า วัน อาเซียน วัน เบรธ (One ASEAN One Breath) หนึ่งลมหายใจเผาที่เกาะสุมาตราถึงจังหวัดสงขลาได้ ท่านอธิบดีก็บอกผม ผมต้องไปขอความ ร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ พอระดับภูมิภาคเสร็จผมมาดูระดับประเทศอันดับที่ ๑ ๒ ๓ ๔ คืออะไรบ้าง ท่านอธิบดีบอกว่าอันดับที่ ๑ เรื่องของการเผาในอุตสาหกรรมเกษตร อันดับที่ ๒ คือเรื่องของอุตสาหกรรม อันดับที่ ๓ คือเรื่องของคมนาคม และอันดับที่ ๔ คือเรื่องของโรงงานไฟฟ้าก็ไล่ต่อไปว่าจะแก้กันอย่างไร พอบอกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเผา อุตสาหกรรมในการเกษตร ท่านอธิบดีต้องขอความร่วมมือไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พอมาพูดเรื่องอุตสาหกรรม ท่านอธิบดีก็ต้องไปขอความร่วมมือจากกระทรวงอุตสาหกรรม พอมาพูดเกี่ยวกับคมนาคมก็ต้องไปขอความร่วมมือจากกระทรวงคมนาคม พอมาพูดเรื่อง ไฟฟ้าถ่านหินท่านอธิบดีก็ต้องไปขอความร่วมมือจากกระทรวงพลังงาน เพราะฉะนั้นท่านจะ เปลี่ยนอธิบดีอีก ๑๐ คน แต่ไม่มี พ.ร.บ. อากาศสะอาดหรือไม่มีคลีน แอร์ แอกต์ (Clean air act) เหมือนอย่างที่ต่างประเทศเขามีก็แก้ไม่ได้อยู่ดีเพราะว่าไม่มีใครที่จะให้อำนาจในการ ตัดสินใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปิดโรงงานที่มีกลุ่มเสี่ยง เช่น โรงงานเหล็ก โรงงาน ยางรถยนต์ โรงงานเพชรเคลม (Claim) พวกนี้ให้ชะลอกำลังการผลิตไม่มีอำนาจที่จะทำครับ ท่านอธิบดีกรมควบคุมมลพิษที่รับหน้าเสื่อและหน้าสื่ออยู่ไม่สามารถที่จะมีคำสั่งได้ แค่ขอความร่วมมือเท่านั้น ท่านจะบอกว่าหยุดเผาอ้อยระดมพลเอาแรงงานไปช่วยแล้วสั่งปิด โรงงานน้ำตาลห้ามซื้ออ้อยที่เผาซึ่งเป็น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดก็ไม่มีใครสามารถทำได้ เพราะฉะนั้นถึงต้องมี พ.ร.บ. อากาศสะอาด ต้องมีหน่วยงานสำนักงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เอนไวเรนเมนทอล โพรเทกชัน เอเจนซี (Environmental protection agency) ประเทศ สวีเดนก็มีสวีดิช เอนไวเรนเมนทอล โพรเทกชัน เอเจนซี (Swedish environmental protection agency) ประเทศเดนมาร์กก็มีเดนิช เอนไวเรนเมนทอล โพรเทกชัน เอเจนซี (Danish environmental protection agency) ประเทศไทยไม่มีครับ พอไม่มีอำนาจให้ท่าน ท่านก็ไม่มีคำตอบอะไรที่ดีกว่านี้เพราะท่านมีแค่มาสเตอร์แพลน (Master plan) อย่างเดียว ไม่มีอำนาจขนาดข้างบนที่จะช่วยท่านได้ ในขณะเดียวกันรัฐบาลมีมาสเตอร์แพลน (Master plan) ก็ไม่มีแอกชันแพลน (Action plan) อีก ถ้าผมเป็นท่านนายกรัฐมนตรีพรุ่งนี้ผมจะ ตั้งวอร์รูม (War room) ทันทีเพราะ พ.ร.บ. กว่าจะผ่านใช้เวลาเป็น ๖-๗ เดือน ประชาชน คนไทยรอไม่ได้ ตั้งวอร์รูม (War room) ทันทีแล้วเอาหน่วยงานทุกกระทรวงตั้งแต่กระทรวง สาธารณสุขจนถึงกระทรวงมหาดไทยมารวมอยู่ในห้องเดียวกันแล้วบอกเลยว่าภายในกี่ปี ๆ การเผาในอุตสาหกรรมเกษตรจะต้องหมดไป จะพูดเลยทันทีว่าโรงงานไฟฟ้าที่มาจากถ่านหิน ๘ โรงเป็น ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของพลังงานในประเทศไทยภายในปี ๒๕๘๐ ต้องไม่มีโรงงานไฟฟ้า ถ่านหินอีกต่อไปครับ รถ ขสมก. ๒,๗๐๐ คัน ๒,๐๐๐ กว่าคันเป็นรถเก่า รถเอ็นจีวี (NGV) ต้องกลับมา รถอีวี (EV) อีก ๒๐๐ คันกลับมา รถเอ็นจีวี (NGV) ๘๙ คันต้องกลับมา แน่นอน มันมีเรื่องคอร์รัปชัน มีเรื่องมหากาพย์อะไรที่ทำให้ช้าอยู่ อันนี้ผมเข้าใจดีครับ แต่ถ้าเกิดว่า ท่านสามารถที่จะวางแผนแอกชัน (Action) แล้วมีตัวเลขบอกได้เลยว่ารถ ขสมก. จะเป็นอีวี (EV) ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าทิศทางในการบริหารถึงแม้จะไม่มี พ.ร.บ. ให้อำนาจ ท่านมาก็สามารถที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ไม่มากก็น้อย
สุดท้ายถึงแม้ว่าโครงสร้างอำนาจนี้จะถูกแก้ลง พ.ร.บ. อากาศสะอาด แอกชัน แพลน (Action plan) จะมี แต่ผมคิดว่าที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดมาต้องใช้วิทยาศาสตร์แก้ ใช้คณิตศาสตร์แก้ ผมว่าสำคัญกว่าทุกเรื่องคือการใช้ใจแก้ ที่ผมพูดอย่างนี้หมายความว่า ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็เป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำเหมือนกัน คนที่มีอำนาจอย่าง ครม. อย่างผมด้วยซ้ำไปไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นปัญหาที่มองไม่ค่อยเห็น เมื่อเทียบกับมลพิษชนิดอื่น มันเป็นปัญหาที่มีผลกระทบกับสุขภาพในระยะยาวไม่ได้เห็นผล เหมือนมลพิษอื่น แล้วผู้ที่อยู่ในอำนาจรวมถึงพวกเราทุกคนด้วยก็ประชุมอยู่ในห้องแอร์ จนถึง ๓ ทุ่ม เสร็จแล้วเราก็นั่งรถส่วนตัวของเรากลับบ้าน เราไม่เคยจำเป็นที่จะต้องยืนรอ รถเมล์นาน ๆ เราไม่เคยจำเป็นที่จะต้องเดินทางกลับบ้านใช้เวลา ๔ ชั่วโมงเหมือนเวลาเฉลี่ย ของคนกรุงเทพมหานครอันดับ ๒ ของโลก อันดับ ๑ จาการ์ตา ๔ ชั่วโมง ๒๖ นาที ของกรุงเทพมหานครไป ๒ ชั่วโมง กลับอีก ๒ ชั่วโมง รวมเป็น ๔ ชั่วโมง เราไม่เคยต้องนั่งคิด ว่าจะมีเงินเหลือไปซื้อหน้ากากให้เราและลูกเราเหมือนประชาชนที่เลือกเรามา เพราะฉะนั้น เมื่อมันเป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำของปัญหาบางทีเราก็ต้องยอมรับว่าไม่ได้ใส่ใจกับปัญหา อย่างที่ควรเป็น ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีลองจัด ครม. สัญจรลงพื้นที่ที่มีการเผามากที่สุด ในประเทศไทยตอนนี้ ผมโทรไปถามจิสด้า (GISTDA) เร็ว ๆ นี้คิดว่าไม่จังหวัดกาญจนบุรี ก็จังหวัดลพบุรี ก็จังหวัดลำปางใน ๓ จังหวัดนี้ที่มีโรงงานถ่านหินที่มีปัญหามากที่สุดครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีลองจัด ครม. สัญจรทั้งชุดลงไปในพื้นที่ ลองให้ท่านประธานสภาเชิญ ส.ส. ที่สนใจในปัญหานี้ลองไปยืนหน้าป้ายรถเมล์หน้ารัฐสภาแล้วเราลองนั่งรถเมล์ ขสมก. ลองดูสัก ๒ ชั่วโมงด้วยกันเพื่อที่จะอะไรครับ เพื่อที่จะให้เราได้ใส่ใจกับปัญหาได้มากกว่า ถ้าเราเอาตัวของเราเองไปอยู่ในปัญหาผมเชื่อว่าเราจะสามารถแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้ ถ้าเราเป็น ผู้ที่ได้รับผลกระทบเอาใจเขามาใส่ใจเราผมเชื่อว่าเราจะใส่ใจได้มากกว่านี้แล้วเรื่องโครงสร้าง อำนาจก็จะเป็นเรื่องรองลงไป ผมขอใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับเพราะผมเองเชื่อว่าทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลก็เห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้แล้วก็เป็นเรื่องที่เราสามารถที่จะ เลื่อนขึ้นมาเป็นเรื่องด่วนให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ผมขอคืนเวลาให้สภา ขอบคุณครับ
เชิญท่านไผ่ ลิกค์ พรรคพลังประชารัฐครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร วันนี้ผมขอมาอภิปรายเรื่องฝุ่น พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่เริ่มสร้างปัญหาใหญ่เรื่อย ๆ ให้กับประเทศนะครับ โดยฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้เกิดขึ้นเกิดจาก ๓ ประเด็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นที่เกิดขึ้น จากรถยนต์เป็นปัญหาหลักของ กทม. แล้วก็ฝุ่นที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมจะเป็นจุด ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมเยอะ ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัดชลบุรีหรือทางจังหวัดสมุทรปราการ แล้วก็ฝุ่นควันที่เกิดจากภาคการเกษตร คือทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานสภา วันนี้ผมเห็นพี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่เป็นเพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันออกความเห็นอะไรต่าง ๆ นานา ผมก็รู้สึกดี แต่บางสิ่งบางอย่างผมก็เห็นแล้วว่าบางคนยังเล่นการเมืองในปัญหาที่เป็นปัญหา ระดับชาติ เอาเรื่องมาแขวะรัฐบาลบ้าง ผมอยากให้ต่อไปเราร่วมกัน ช่วยกันเดินไปข้างหน้า ช่วยกันแก้ปัญหาจริง ๆ เมื่อสักครู่ผมเห็นมีเพื่อนสมาชิกคนหนึ่งบอกว่าปัญหาเกิดจากคน ๒ กลุ่ม คนกลุ่มหนึ่งคือคนที่อนุรักษ์และพยายามจะแก้ปัญหา อีกกลุ่มหนึ่งคือพวกที่อยากจะ มีชีวิตอยู่ที่ดีขึ้น ผมอยากจะบอกท่านประธานสภาครับว่าพ่อแม่พี่น้องผมจังหวัดกำแพงเพชร ที่มีอาชีพเป็นชาวไร่เขาก็ต้องสูดอากาศนี้เข้าไป รวมถึงว่าเขาก็ต้องใช้ทุกอย่าง บางคนไม่มี ทางเลือกจึงต้องเผา จึงต้องทำอะไรต่าง ๆ ทำให้เกิดมลพิษ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นผมก็บอกว่า ทางรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นทางผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ นานาก็เริ่มแก้ปัญหาอย่างจริงจัง อ้อย หรืออะไรต่าง ๆ ที่ทุกวันนี้มีปัญหาบางทีเราแก้ไม่ตรงจุด แก้ไม่ตรงจุดอย่างไร วันนี้ทุกคนไป โฟกัส (Focus) ว่าต้องไม่เผาก่อนตัดถึงจะดีแล้วเอาไปขายโรงงาน โรงงานจะรับซื้อไม่เผา ถามว่าดีไหม มันเป็นเรื่องที่ดี แต่ลืมมองไปว่าใบต่าง ๆ นานาก็ยังเป็นปัญหาอยู่ดี บางคน ไม่เผาก่อนตัดก็ต้องมาเผาใบ ปัญหาทุก ๆ อย่างมันเริ่มสะสมไปเรื่อย ๆ ปัญหาฝุ่นควัน ต้องบอกว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นมาภายใน ๒-๓ วันนี้ มันเกิดขึ้นหมักหมมมาเป็นเวลาเป็นสิบ ๆ ปี อ้อยก็เผากันมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว แต่วันนี้เราจะทำอย่างไร ใบอ้อยที่มีปัญหาจริง ๆ ในการตัด แล้วก็ในการที่ต้องกลับไปเผา เราต้องส่งเสริมอย่างไร ผมอยากเรียนรัฐบาลให้ช่วยส่งเสริม เรื่องพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานไฟฟ้าที่ส่งเสริมการรับซื้อใบอ้อยจากพ่อแม่พี่น้องชาวเกษตรกร แล้วก็ไปเผาไปทำให้เกิดเป็นไฟฟ้าย่อมเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ทำประโยชน์ให้หลาย ๆ อย่าง อันนี้ก็คือส่วนหนึ่งก็ต้องฝากกระทรวงพลังงาน แล้วอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือเกษตรกร ก็ไม่เข้าถึงรถตัดอ้อย มีปัญหา ทุกที่เกิดการที่รถตัดอ้อยไม่พอ พอรถตัดอ้อยไม่พอโรงงาน ก็จะปิด ผลสุดท้ายไม่พอทำอย่างไรก็ต้องเผา เราก็ต้องส่งเสริมรถตัดอ้อย เกษตรกรส่วนใหญ่ เขาพร้อมที่จะซื้อแต่เขาไม่มีแหล่งทุน เมื่อสักครู่ผมก็ได้คุยกับท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ ท่านก็บอกว่าที่ได้ประชุมมาก็อยากจะเอานโยบายอย่างนี้ในการส่งเสริมให้มีรถตัดอ้อย ส่งเสริมให้ทุนการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นรถตัดอ้อย รวมถึงเครื่องอัดใบเพื่อส่งโรงงานอะไรต่าง ๆ นานาเกษตรกรเขาพร้อมที่จะเป็นหนี้แล้วพร้อมที่จะช่วยแต่ก็ต้องให้โอกาสให้ทางเขาด้วย อันนี้ก็ส่วนหนึ่ง แล้วผมก็อยากจะพูดกับท่านประธานฝากถึงคนที่จะมาช่วยกันแก้ปัญหา หลาย ๆ อย่าง เรื่องเกี่ยวกับรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นรถเอ็นจีวี (NGV) รถอะไรต่าง ๆ นานา ที่กำลังจะมีมา ปัญหานี้เราต้องส่งเสริมนะครับรถไฟฟ้า เพราะรถไฟฟ้าจะช่วยให้การใช้ น้ำมันลดลง พอการใช้น้ำมันลดลงหรืออะไรต่าง ๆ นานามันได้ทั้งทุกมิตินะครับ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นอะไร ถามว่าบ้านเราวันนี้ถ้าเราได้รับการส่งเสริมอย่างนี้อีกมันจะเป็นผลดีที่สุด เพราะว่าผมไปดูต่างชาติอย่างประเทศสิงคโปร์ ประเทศฮ่องกงอะไรต่าง ๆ นานาเขาใช้ รถไฟฟ้ากันหมดแล้ว พอเขาใช้กันแล้วบ้านเราบางทีช้ากว่าคนอื่น พอช้ากว่าคนอื่นไม่ได้ ส่งเสริมตรงนี้พอมาถึงปุ๊บมันก็ไม่เกิดการแก้ปัญหาทั้งระบบ เมื่อสักครู่นี้เพื่อน ๆ สมาชิก ได้พูดถึงกระทรวงต่าง ๆ ในการร่วมกันแก้ ผมว่านั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้องครับ เพราะว่าปัญหา ไม่ได้เกิดจากกรมเดียว บางทีพอพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกิดขึ้นเราไปโยนให้กระทรวงสาธารณสุข เราไปโยนให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มันไม่ใช่ เพราะจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ ต้องมีทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมที่ดูแลเกี่ยวกับปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมการปล่อยมลพิษ เราควรจะลดภาษีให้โรงงานไหนที่มีฝุ่นควันทำที่ดี อย่างเช่น เมืองนอกบางทีเขาเอาน้ำ ที่ออกจากโรงงานเลี้ยงปลาได้ รวมถึงอะไรต่าง ๆ นานาเราส่งเสริมลดภาษีให้เขา เขาจะได้ มีทางออกครับ กระทรวงพลังงานส่งเสริมให้มีโครงการไฟฟ้าชุมชนต่าง ๆ เพื่อเอาใบอ้อยมา และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุนให้พ่อแม่พี่น้องชาวเกษตรกรเข้าถึงรถตัดอ้อย เครื่องมืออัดทุกอย่างจะทำให้เขาลืมตาอ้าปากได้ด้วยนี่ก็คือสิ่งที่สำคัญครับ และทุกอย่าง ผมเชื่อว่าวันนี้รัฐบาลมองเห็นถึงปรับเปลี่ยนให้เป็นวาระแห่งชาติ พอปรับเปลี่ยนทุกอย่าง ให้เป็นวาระแห่งชาติเราก็จะดำเนินร่วมด้วยช่วยกัน วันนี้ถ้าตั้งกรรมาธิการผมก็ต้องฝากพี่ ๆ กรรมาธิการเพื่อน ๆ ในกรรมาธิการเพื่อที่จะทำให้ปัญหานี่อย่าให้ประเทศไทยมี ๔ ฤดูเลย พอต่อไปก็คงมีฤดูฝุ่นควันนะครับ อย่าให้มันถึงตรงนั้น ช่วยกันแก้ ช่วยกันทำให้ตรงนี้หมดไป ปัญหาเกิดมาระยะยาวเราก็ต้องแก้กัน วันนี้รัฐบาลออกมาตรการมา ๑๐ กว่าข้อผมเข้าใจ มันเป็นมาตรการระยะสั้นและมันก็มีมาตรการระยะยาว ท่านลองไปดูในประกาศของสำนัก นายกรัฐมนตรีได้ อันนี้ก็ต้องฝากถึงพี่ ๆ ที่จะเป็นกรรมาธิการด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปอีก ๓ ท่านนะครับ ท่านเอกภพ พรรคอนาคตใหม่ ท่านวิสาร พรรคเพื่อไทย ท่านพัชรินทร์ พรรคพลังประชารัฐ เชิญท่านเอกภพครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ขอภาพประกอบ ที่ขออนุญาตไว้แล้วด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผมขอพูดในมุมมองที่มากกว่าเพื่อน ๆ ในสภาที่พูดไปแล้วนะครับ ผมจะพูดในมุมมองของฝุ่นกับสุขภาพ เพราะว่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ทำให้ป่วยจริงตายจริงครับ และประชากรทางภาคเหนือบ้านผมที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่แล้วก็ภาคเหนือตอนบนเราประสบปัญหาเผชิญกับฝุ่นนี้มาหลายปีก่อน ที่กรุงเทพมหานครจะเจอนะครับ นี่คือข้อมูลที่เก็บมาตั้งแต่ปี ๒๐๐๔-๒๐๑๔ ครับ ข้อมูลนี้ สีแดงคือจำนวนโรคที่ชุกมากนะครับ ที่ผมวงจะมีเรื่องของมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพองแล้วก็ โรคหอบหืด จะเห็นว่าภาคเหนือตอนบนมีคนที่เป็นโรคพวกนี้เยอะกว่าภูมิภาคอื่นของประเทศ เกิดอะไรขึ้นครับ เพราะว่าพวกเขาได้รับผลกระทบได้รับฝุ่นมาก่อนนะครับ ฝุ่นตัวนี้มีผล การศึกษาว่าทำให้อายุคนเฉลี่ยลดลง ๒-๔ ปีครับ ถ้าเราติดตามต่อไปเรื่อย ๆ ฝุ่นที่มีปัญหา มากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ จะทำให้ประชากรทั่วประเทศมีอายุไขเฉลี่ยลดลงและเป็นโรคมากขึ้น ในอนาคตได้นะครับ ถ้าเราไม่ทำอะไรตั้งแต่วันนี้ ต่อไปเด็กมีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่า ผู้ใหญ่ และเด็กมีโอกาสได้รับผลกระทบที่ส่งผลต่อสมองครับ ทำให้พัฒนาการทางสมอง เขาแย่ลงเกิดเป็นผู้ใหญ่ที่อาจจะป่วยในอนาคต เกิดโรคปอดได้ก่อนวัยอันควร แล้วประเทศไทยต้องเผชิญกับเอจจิง โซไซตี (Ageing Society) ในระยะเวลาอีกไม่นาน เกิดอะไรขึ้นถ้าเรามีผู้ใหญ่ที่ป่วยเยอะ แล้วผู้ใหญ่พวกนี้ไม่สามารถทำงานเลี้ยงเด็กและ คนชราที่มีเยอะได้ ปัญหาของประเทศไทยจะไปทางไหนต่อครับ เราจะเป็นประเทศที่พัฒนา หรือร่ำรวยแล้วได้หรือเปล่า เราจะป่วยก่อนรวย ภาพต่อไป ผมมีข้อมูลที่ยืนยันเป็นข้อมูล จากผลการวิจัยต่างประเทศให้เห็นว่าถ้าเราอยู่ในที่มีพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ยิ่งมีความเข้มข้น มากขึ้นเท่าไร เราจะยิ่งป่วยมากขึ้นเท่านั้น ภาพบนคือเส้นภาพรวมของโรคทุกโรค แต่ภาพล่าง จะเห็นว่าเป็นโรคแต่ละโรค ไม่ว่าโรคทางเดินหายใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ ทุกโรคพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ทำให้เพิ่มขึ้นทั้งหมด ขอภาพต่อไป นอกจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ทำให้เราป่วยมากขึ้นแล้วยังเสียชีวิตมากขึ้นด้วยครับ องค์การ อนามัยโลกบอกว่าแต่ละปีมีคน ๗ ล้านคนในโลกนี้ที่เสียชีวิตจากมลภาวะทางอากาศ แล้วเสียชีวิตจากหลาย ๆ โรคที่ผมได้พูดไปแล้วเราพูดกันมาหลายโรคแล้วเมื่อสักครู่ครับ ภาพต่อไป สิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่เราต้องมีคือต้องทำให้ประชาชนมีข้อมูลเพื่อตัดสินใจในการ ดำเนินชีวิตและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ สิ่งที่เราต้องมีคือเราต้องให้ข้อมูลประชาชน ว่าวันนี้อากาศดีพอที่เขาจะมาออกกำลังกายนอกบ้านไหม อากาศดีพอที่เด็กจะออกมา ทำกิจกรรมนอกห้องเรียน อากาศดีพอที่เราจะออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ เราต้องมีให้ประชาชนครับ ไม่ใช่เราจะพูดบอกว่าไม่เป็นไรหรอกหายใจไปเถอะ อันนี้ไม่ถูก แล้วสิ่งที่เรายังถกเถียงกันแล้วก็หลาย ๆ หน่วยงานยังถกเถียงกันอยู่ คือข้อมูล ข้อมูลฝุ่น ของกรมควบคุมมลพิษเป็นข้อมูลที่ได้จากการเก็บฝุ่นแล้วก็ให้ผลย้อนหลัง ๒๔ ชั่วโมง ถามว่า ถ้าเราจะออกจากบ้าน ณ ตอนนี้เวลานี้เราดูผลของกรมควบคุมมลพิษคือดูผลย้อนหลังไป ๒๔ ชั่วโมง แต่สิ่งที่เราอยากรู้คืออยากรู้ ณ วันนี้และตอนนี้ ในปัจจุบันมีเอกชนมีหน่วยงาน มีองค์กรหลาย ๆ หน่วยงานที่ทำเครื่องวัดที่สามารถแสดงผลแบบปัจจุบันหรือเรียลไทม์ (Real time) หรือว่าย้อนหลังไป ๑ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมงให้เราสามารถตัดสินใจได้ ทำไมเราถึง ยังติดกับความเชื่อเก่า ๆ ว่าข้อมูลจากรัฐเป็นข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดมันอาจจะไม่ถูกหรอกครับ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีได้เปลี่ยนไป แล้วโลกเปลี่ยนไป ข้อมูลที่มีมากมายอาจจะทำให้ ประชาชนได้ข้อมูลที่ดีกว่าเป็นข้อมูลจากรัฐ ภาพต่อไป ข้อมูลที่ผมนำมาโชว์เป็นข้อมูลที่มีอยู่ ในบางแหล่งที่ใช้กันประจำ ภาพหนึ่งเป็นของจังหวัดเชียงใหม่ อีกภาพหนึ่งเป็นของแอร์วิชวล (Air Visual) นอกจากข้อมูลทางด้านที่บอกว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยงแล้วเราอาจจะต้องดู เรื่องของฝุ่น เรื่องของจุดฮอตสปอต (Hot spot) เรื่องของลม เรื่องของสภาพอากาศร่วมด้วย ถ้าเราเอาภาพพวกนี้มาทำเป็นภาพเคลื่อนไหว เราสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ มีเพื่อนจากพรรคอนาคตใหม่ไปดูงานที่ประเทศไต้หวัน ทางประเทศไต้หวันเขาโชว์ภาพแล้ว ทำเป็นภาพวิดีโอ (Video) ในช่วงตรุษจีนของหลายปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าช่วงเริ่มมีการไหว้ จะมีจุดแดงมีอากาศที่แย่ลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเราใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แล้วก็เชื่อข้อมูลจากหลายแหล่งแล้วนำมารวมกันเราจะได้ข้อมูลที่มีคุณค่าแล้วก็สามารถ นำมาสู่การแก้ปัญหาได้ครับ ภาพต่อไป นอกจากเรายังถกเถียงกันไม่จบเรื่องของเราจะใช้ ข้อมูลค่าฝุ่นจากการวัดแบบไหนแล้ว ค่าฝุ่น ค่ามาตรฐานเราก็ยังเถียงกันไม่จบของประเทศไทย กรมควบคุมมลพิษประกาศว่าใช้ ๕๐ ในค่าเฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมงที่ ๕๐ ของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) องค์การอนามัยโลกกำหนดเอาไว้ที่ ๒๕ ๒๔ ชั่วโมงนะครับดับเบิลยูเอชโอ (WHO) บอกว่าเขาให้โอกาสประเทศที่กำลังพัฒนาในการที่จะพัฒนาและแก้ปัญหาของตัวเอง มีเป้าหมายระหว่างทางระดับ ๑ เราอยู่ระดับ ๒ ร่วมกับประเทศมาเลเซียและประเทศเกาหลีใต้ มีเป้าหมายระดับ ๓ ที่จะทำให้พัฒนาดีขึ้น ประเทศญี่ปุ่นและประเทศไต้หวันอยู่ที่ ๓๕ ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ ๓๕ สิ่งที่ผมไม่เห็นและไม่เจอคือรัฐบาลประกาศว่าเราจะเดินทาง ไปถึงเป้าหมายของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) คือ ๒๕ ภายในเวลากี่ปี ถ้าเราไม่มีเส้นชัยเราไม่มี เป้าหมายเราก็วิ่งไม่ถูกทางครับ นี่คือสิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายและรัฐบาลต้องทำต่อไปครับ สิ่งที่จะนำเสนออีกอย่างหนึ่งที่หลาย ๆ คนในห้องนี้อาจจะยังไม่ได้พูดถึงมากนัก คือเรื่อง ของมาตรฐานการแจ้งผล ผมมีมาตรฐานตัวหนึ่งที่มีหลายประเทศใช้ ประเทศแคนาดา ประเทศฮ่องกงเริ่มมีการใช้ และหลายประเทศเริ่มใช้ เราเรียกว่าเอคิวเอชไอ (AQHI) ไม่ใช่ เอคิวไอ (AQI) ที่เราดูกันทั่วไปที่เรารู้ ๆ กันนะครับ เอคิวเอชไอ (AQHI) แอร์ ควอลลิตี เฮลท์ อินเดกซ์ (Air Quality Health Index) เราใช้ค่าคุณภาพอากาศบวกกับผลกระทบต่อสุขภาพ เลขตัวนี้เราไม่ต้องแปลผลเลยครับ ถ้าขึ้นสีแดงเมื่อไรบอกได้เลยว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพ ของทุกคน เริ่มมีสีส้มราง ๆ ก็เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ถ้าสีเขียวออกกำลังกายออกไป ใช้ชีวิตตามปกติได้และค่ามีตัวเลขจาก ๑-๑๐ เท่านั้นเอง แปลผลง่ายครับ ไม่เหมือนเอคิวไอ (AQI) ที่เป็น ๑-๑๐๐ บางทีอาจจะเข้าใจยาก นี่คือสิ่งที่ประเทศไทยต้องทำครับ คือนอกจาก เราถกเถียงกันเรื่องของเราจะเชื่อตัวค่าวัดจากแหล่งไหนแล้ว ซึ่งไม่ต้องเถียงแล้ว เราจะเถียง เรื่องของเราจะใช้ค่ามาตรฐานที่เท่าไร ซึ่งผมคิดว่าไม่ต้องเถียงกันแล้ว เราอาจจะถกเถียงกัน ที่ว่าเราจะไปถึงเป้าหมายของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ภายในเวลาเท่าไรดีกว่า อีกอันหนึ่ง ที่ผมเพิ่มข้อให้ไปถกเถียงกันในคณะกรรมาธิการ คือเราจะนำแอร์ ควอลลิตี เฮลท์ อินเดกซ์ (Air Quality Health index) มาใช้เพื่อบอกผลกระทบต่อสุขภาพให้คนไทยตระหนักหรือไม่ ภาพต่อไปครับ เมื่อเรารู้ว่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีผลต่อสุขภาพจริงครับ ป่วยจริง ตายจริง เมื่อเรารู้ว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มีค่ามาตรฐาน มีการวัด มีตัวบ่งชี้อย่างไรเพื่อให้ประชาชน ได้ดูแลตัวเอง ต่อไปครับ นี่คือหน้าที่ของรัฐ หน้าที่ของรัฐนอกจากการแก้ปัญหาแล้วต้อง จัดการให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพที่ดีและมีอากาศหายใจที่ดี ยังมีข้อถกเถียงกันอีกว่า หน้ากากแบบไหนที่เราควรจะต้องใช้ในช่วงที่มีฝุ่นควันแบบนี้ ใช้เอ็น ๙๕ (N 95) หรือหน้ากาก ผ่าตัดทั่วไปดี มีข้อแนะนำอย่างนี้ครับ ดีที่สุดสำหรับช่วงที่ฝุ่นควันเกินเกณฑ์มาตรฐาน มีผลกระทบต่อสุขภาพแล้วให้อยู่ในบ้าน แต่ถ้าจำเป็นต้องออกมาทำงานข้างนอกบ้านดีที่สุด คือเอ็น ๙๕ (N 95) ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง แต่ถ้าหลาย ๆ ท่านไม่ได้อยู่กลางแจ้งเป็นระยะ เวลานาน ๆ สามารถใช้หน้ากากธรรมดาได้นะครับ หน้ากากที่เรียกว่าหน้ากากผ่าตัดธรรมดา นี่ละสามารถกรองฝุ่นได้ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ข้อสำคัญที่ควรจะต้องเน้นย้ำคือไม่ว่า ใส่หน้ากากแบบไหนก็ตามควรต้องให้แนบกับใบหน้าโดยที่ไม่มีรูรั่ว นี่คือความสำคัญต้องเน้นย้ำ ให้ประชาชนรับทราบและเข้าใจ เพราะทุกวันนี้เราเผชิญภัยฝุ่นยังมีคำถามมาถึงในอินบอกซ์ (Inbox) ในเพจ (Page) ผมหรือว่าถามเพื่อน ๆ เวลาเจอกันก็ถามว่าเราใช้หน้ากากแบบไหนดี คิดว่าคำตอบง่าย ๆ สั้น ๆ คือถ้าสะดวกแบบไหนใช้ไปก่อนได้ แต่ต้องใส่ให้แนบแล้วก็ใส่ ให้ถูกต้อง เนื่องจากผมเป็นหมอที่ดูแลทางด้านการออกกำลังกายและนักกีฬาด้วย คำแนะนำ อีกอย่างนะครับ ไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยออกกำลังกายเป็นอันขาด ไม่ควรเลยครับ เพราะว่าโดยเฉพาะหน้ากากเอ็น ๙๕ (N 95) จะมีอากาศที่เราหายใจออกวนอยู่ข้างใน อยู่ส่วนหนึ่งด้วย ทำให้หัวใจและการทำงานของปอดของการเปลี่ยนแปลงการแลกเปลี่ยน ก๊าซในร่างกายต้องมีการทำงานเยอะขึ้น ข้อแรกที่รัฐบาลต้องทำคือเรื่องของการแจกจ่าย หน้ากากให้เพียงพอกับทุกคน ขอภาพสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เราไม่สามารถทำให้ทุกบ้าน มีเครื่องฟอกอากาศได้ แต่เราสามารถทำให้ทุกหมู่บ้านทุกตำบลมีห้องที่เรียกว่าห้องเซฟโซน (Safe zone) ห้องคลีนรูม (Clean room) ห้องที่มีอากาศสะอาดที่มีเครื่องฟอกอากาศได้ เมื่อเราคิดว่าอากาศสะอาดเป็นสิทธิของทุกคน เพราะฉะนั้นแล้วรัฐน่าจะเป็นคนที่จัดสรร และลงทุนห้องเหล่านี้ให้คนในทุกชุมชน นี่คือสิ่งที่เราจะต้องทำในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การแก้ปัญหาฝุ่นที่จะให้หายไปอาจจะต้องใช้เวลาและต้องใช้ความรู้หรือรวมพลังกันอีกมาก
ต่อไปครับ นี่คือผมจะฝากไว้ปัญหาฝุ่นและผมใช้คำว่า ฝุ่นพิษ เราต้องแก้ด้วย วิทยาศาสตร์ เราต้องใช้องค์ความรู้ทุกอย่างมาร่วมกันและช่วยแก้ปัญหาและเราต้องแก้ด้วย หัวใจ ทุกคนในที่นี้คือผู้ประสบภัยด้วยกัน และลูกหลานของเราทุกคนคือผู้ประสบภัย เหมือนกัน เราคงไม่อยากส่งมอบสังคมที่เปื้อนด้วยมลพิษแบบนี้ให้ลูกหลานเราแล้วให้เขามา บอกชี้หน้าเราว่าตอนสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่แก้ให้เขาไม่ได้เราร่วมมือกันเถอะครับ วันนี้ฝ่ายค้าน รัฐบาลและทุกคนในประเทศไทยเรามาร่วมมือกันทำให้ปัญหาฝุ่นหมดไปและเรามาช่วย แก้ปัญหานี้ด้วยกันเป็นวาระแห่งชาติ ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญ ท่านวิสารครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ต่อญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษา และหาแนวทางแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกินมาตรฐานอย่างเป็นระบบ ผมขออนุญาต สนับสนุนญัตตินี้ครับ เรียนท่านประธานว่าวันนี้เราได้ทราบรายละเอียดและความน่ากลัว ของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไม่ว่าจากทางคุณหมอที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเรา นักวิทยาศาสตร์ หรือนักวิชาการ ตลอดจนถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่มีผู้รู้ได้ศึกษาเรียบร้อย กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าประเด็นของผมจะไม่ซ้ำกับประเด็นของสมาชิกท่านอื่น ผมเรียนว่าขณะนี้เรื่องไคลเมต เชนจ์ (Climate change) จะเป็นเรื่องที่ทั้งโลกจะต้องกังวล เราเห็นได้ชัด ๆ ก็คือเมื่อต้นปีนี้มีการเกิดเพลิงไหม้ไฟป่าที่ประเทศออสเตรเลียเสียหาย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทและไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม สัตว์ป่าหรือว่าแม้กระทั่งนิเวศวิทยา ในประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน ก็มีไฟป่าเป็นเดือน ๆ สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียน ก็คือใกล้บ้านเรานี้เมื่อปี ๒๐๐๒ ปี ๒๕๔๕ ทางอาเซียน (ASEAN) เราได้มีการตกลงกันไว้ เกี่ยวกับเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมปัญหามลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน ซึ่งขณะนั้นก็ได้ ลงนามกันตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๐๒ มีประเทศสุดท้ายที่มาลงนามก็คือประเทศอินโดนีเซียครับ ผมเรียนว่าหมอกควันในอาเซียน (ASEAN) แบ่งเป็น ๒ อันใหญ่ ๆ ก็คือทางโซน (Zone) ใต้ มีประเทศอินโดนีเซีย ประเทศบรูไน ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย พวกนี้ก็เกิดจากไฟป่า เมื่อปี ๒๕๕๖ นี้ ก็มีการต่อว่าต่อขานว่าบริษัทข้ามชาติจากประเทศไทยบ้าง จากประเทศ เพื่อนบ้านบ้าง ไปเผาปาล์มที่เกาะกาลิมันตัน (Kalimantan) ประเทศอินโดนีเซียทำนองเดียวกัน ก็มีปัญหาต่อเนื่องก็คือเมื่อปี ๒๕๕๘ ต่อปี ๒๕๖๒ ประเทศมาเลเซียก็เป็นปัญหาเสร็จแล้ว เขาก็ตระหนักดีในเรื่องนี้ มีการมาประชุมร่วมกับอาเซียนซัมมิต (ASEAN Summit) ครั้งที่ ๓๕ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี ๒๕๓๕ ในวันเวลาดังกล่าวนั้นผมภูมิใจ ท่านพลเอกประยุทธ์ เราในฐานะที่เป็นประธานอาเซียน (ASEAN) ท่านก็ได้หยิบยกเรื่องราวเหล่านี้เข้ามาเป็นวาระสำคัญอันหนึ่งเหมือนกัน ในภาคเหนือเอง เป็นปัญหาก็คือเกี่ยวกับเรื่องการเผาเป่าเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม เขมร แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่าปัญหา ที่มันใกล้ตัวเราผมคงขออนุญาตเห็นต่างกับทางท่านประธานพิธา ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ผมกลับมาเห็นปัญหาว่าการแก้ปัญหาอยู่ที่ผู้นำประเทศครับ เรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้ว เรารู้อยู่ตลอดว่าปัญหาเรื่องหมอกควัน ไฟป่ามีทุกปีไม่ว่าจะเป็นเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม เดือนมกราคม เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศกำลังกด ผมชอบใจที่นักวิชาการ ไปบอกว่าเป็นทฤษฎีฝาชีครอบถูกต้อง แต่สิ่งที่สำคัญก็คือก่อนหน้านั้นพวกเรารู้ดีอยู่แล้วว่า มีการเผาป่าตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ เผาฟางข้าวตั้งแต่ภาคกลางที่จะเตรียมแปลงนา แต่ปรากฏว่ากรุงเทพฯ เองก็มีหมอกควันเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์หรือว่าเรื่องที่ทางนักวิชาการ ทั้งหลายได้บอกไว้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานขอฉายสไลด์ (Slide) นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ผมเห็นต่างกับท่านประธานพิธาก็คือ ผมเห็นว่าท่านอธิบดีกรมควบคุมมลพิษท่านไปให้สัมภาษณ์ ๒ วันที่แล้วออกทีวี (TV) รายการ ของท่านสุทธิชัย ขออนุญาตที่เอ่ยนามไม่เสียหายนะครับ ท่านกลับไปบอกหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ทำให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจผิดหลายอย่าง ผมจะไม่เอารายละเอียด ทั้งหมดที่ท่านพูด แต่สิ่งที่ท่านพูดผมได้ให้น้อง ๆ ไปแกะรายการมา ท่านอธิบดีกรมควบคุม มลพิษท่านบอกไว้ในนาทีที่ ๓๐/๑๐ ขออนุญาตอ่านตามนะครับ ท่านไปบอกว่าหมอกควัน ที่เราเห็นทุกวันนี้มันเป็นเหมือนหมอกควันในภาคเหนือเหมือนหมอกธรรมดาไม่มีปัญหาอะไร แล้วท่านก็บอกว่าปีนี้ลดลงไปเยอะไม่เดือดร้อนหรอกครับ แล้วถึงเวลาขึ้นมาเขาก็บอกว่า พวกเรามีเลือดกำเดาไหล มีแผลพุพองเป็นฝุ่นฟันธงได้เลยว่าดรามา (Drama) หลังจากนั้น หนักกว่านั้นอีกผมเข้าใจว่านี่ก็คือทำให้ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็พูดตามหลาย ๆ เรื่องในคลิป (Clip) ที่ท่านได้สัมภาษณ์มา ๑ ชั่วโมง ปรากฏว่าผิดหมดเลยครับ หลายเรื่องมันเป็นเรื่อง ที่ทำให้ขัดกับความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เราเห็นเรื่องความเดือดร้อนต่าง ๆ หลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมองเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปอด จะต้องมีปัญหาหรือว่าสมองเด็กจะขาดการเจริญเติบโตอะไรพวกนี้ ท่านยังได้บอกต่อว่า อาจารย์นักวิชาการทั้งหลายทำไปทำไม สร้างความตื่นตระหนกให้กับพี่น้องประชาชน แล้วเขายังบอกต่อ ท่านอธิบดีท่านนี้บอกว่าบางคนเป็นถึงหมอ เป็นถึงนักวิชาการแต่คำพูด ที่ออกมาผมว่าไปแล้วเสียเวลาทำงาน ผมไม่อยากชี้แจงเจตนาที่ว่าไปมันไม่ตรงไปตรงมา กับราชการบางคนมันมีผลประโยชน์แอบแฝง และสิ่งที่สำคัญคืออะไรครับ ท่านไปบอกให้ ท่านนายกรัฐมนตรีผิด ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีถึงไปให้สัมภาษณ์ที่ ครม. สัญจรที่จังหวัดนราธิวาส เขาบอกว่าฝุ่น ๒.๕ ขนาดเล็กมีผลต่อผู้มีอายุน้อย ๆ เด็กทารก คนมีครรภ์ คนชรา และ คนที่มีโรคประจำตัว นอกจากนั้นแข็งแรงพอสู้ไหว อย่างผมพอไหว ถ้าใครรู้ว่าเสี่ยง ปาก จมูกใส่หน้ากากไป อันนี้เป็นคำพูดของอธิบดีเลยนะครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ในเรื่องราวเหล่านี้ไม่ควรจะครับ เพราะถ้าหากตัดสินใจผิดผู้นำหลงทาง การแก้ปัญหา ก็ผิดครับ เพื่อนสมาชิกเราหลายท่านได้บอกไว้แล้วว่าเราจะต้องแก้ปัญหาให้ฉับไว ณ วันนี้ ยังไม่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่าหน่วยงานราชการทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลยครับ เรียนว่าเพื่อน ๆ เราหลายท่านแนะนำเกี่ยวกับเรื่องจัดการเรื่องรถควันดำ จัดการเรื่องรถ ที่เข้าเขตริสทริกต์ โซน (Restrict zone ) อย่างที่ต่างประเทศเขาทำกัน สิ่งที่ผมอยากเรียน ท่านประธานก็คือขณะนี้มีพรรคพวกผมมาจากต่างประเทศเขาบอกรถที่ยาวที่สุดเวลาไปลง ตามสนามบินใหญ่ ๆ รถขบวนราชการทั้งนั้น ถึงเวลามีผู้หลักผู้ใหญ่ไปตรวจราชการคนเดียว รถ ๒๐ คัน รถ ๑๕ คัน ซึ่งเหล่านี้ผมอยากให้ท่านประธานว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีทำเป็นตัวอย่างจะได้ประโยชน์ครับ สิ่งสำคัญก็คือว่าขณะนี้กรุงเทพฯ เรารู้อยู่แล้ว ๔-๕ เดือนจะมีปัญหาเรื่องหมอกควัน ทำไมก่อนหน้านี้ทุกปี ๆ ก็เป็นอย่างนี้ครับ ทำไมท่านไม่สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่สั่งให้หน่วยงานเข้าไปดูแลตั้งแต่ที่เขาจะเผาป่า จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง หรือว่ารอบข้างกรุงเทพฯ แล้วที่สำคัญ ก็คือมลพิษในช่วง ๓-๔ เดือนนี้มันมีอยู่แล้ว ทำไมท่านไม่สั่งละครับ รถที่มันมีควันดำต้องเร่ง ต้องทำ ไม่ใช่ไปบอกพี่น้องชาวบ้านบอกว่าใครแข็งแรงกว่าก็อยู่ไป ใครไม่แข็งแรงก็แล้วแต่ ชีวิตใครชีวิตมันอย่างนั้นหรือครับ ผมเรียนฝากพี่น้องประชาชนว่าถ้าท่านเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ จะแก้ได้มีทางเดียว ตอนนี้ต้องรอให้ฝนตกพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในกรุงเทพฯ หมดแน่นอน แต่ถ้าท่านคิดว่านายกรัฐมนตรีจะแก้ปัญหานี้ไม่ได้เปลี่ยนรัฐบาลเถอะครับ ท่านออกไป พวกเราจะทำให้ดูครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญ ท่านพัชรินทร์ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้เวลาดิฉันในการอภิปรายเพื่อสนับสนุน ญัตตินี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ดิฉันจะไม่ขออภิปรายถึงสาเหตุแล้วก็ผลกระทบที่เกิดขึ้น จากปัญหาฝุ่นละออง ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายแล้วก็สะท้อนให้เห็นถึง ความรุนแรงของปัญหาฝุ่นละอองไม่ว่าจะเป็นทั้งในกรุงเทพมหานครหรือในหลาย ๆ จังหวัด ที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยทางรัฐบาลก็ให้ความสำคัญในการที่จะหามาตรการ ในการแก้ไขปัญหานี้ แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้สามารถทำได้เพียงแค่หน่วยงานใดหน่วยงานเดียว เราจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน และสิ่งสำคัญคือความร่วมมือ จากภาคประชาชน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องศึกษาหาแนวทางในการที่จะ บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อหามาตรการทั้งป้องกันและแก้ไขปัญหาและฝ่าวิกฤตินี้ไป ท่านประธานคะ มีกฎหมาย มีข้อบังคับ และมีมาตรการต่าง ๆ มากมายที่ได้บังคับใช้แล้ว และจะช่วยบรรเทาปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตรวจจับควันดำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการห้ามเผาไร่ เป็นต้น แต่ทำไมเรายังคงเห็นรถควันดำวิ่งอยู่บนท้องถนนมากมาย ทำไมเรายังคงเห็นการเผาไร่ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด ดิฉันจึงอยากเสนอแนะนั่นก็คือในเรื่อง ของการประชาสัมพันธ์ แล้วก็ให้ความรู้กับประชาชนให้มีความตระหนัก รวมถึงแนวทาง ให้ความรู้กับประชาชนที่จะให้ประชาชนมีทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทางการเกษตร แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมายควรจะต้องมีความเคร่งครัดและต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่ใช่ว่าพอพ้นวิกฤติแล้วก็หยุด แต่การแก้ไขปัญหาเราควรต้องทำอย่างยั่งยืน ประชาชนควร ได้รับอากาศบริสุทธิ์ตลอดทั้งปี รวมทั้งควรวางเป้าหมายการลดมลพิษอาจจะเป็นรายเดือน แล้วมุ่งปฏิบัติตามให้ได้ตามเป้าหมายนั้นเพื่อที่จะให้ประชาชนได้มีอากาศที่บริสุทธิ์ตลอดทั้งปี และทำให้ดีขึ้นในทุก ๆ ปี ดังนั้นดิฉันจึงอยากจะขอสนับสนุนในการที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญในการศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในครั้งนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ต่อไปอีก ๓ ท่านนะครับ เริ่มจากท่านวรรณวรี พรรคอนาคตใหม่ ท่านรังสิกร พรรคภูมิใจไทย และ ท่านวิสิษฐ์ พรรคเพื่อไทย เชิญท่านวรรณวรีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตยานนาวา บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานคะ ดิฉันไม่คิดว่าวันนี้จะต้องมีการอภิปราย เรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในสภาแห่งนี้เลยนะคะ เพราะปัญหานี้จริง ๆ แล้วเกิดขึ้น มานานหลายปีแล้ว และโดยเฉพาะ ๒ ปีนี้ที่ทั้งประชาชน ทุกหน่วยทุกส่วนในราชการ ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ๆ แต่รัฐบาลที่เป็นผู้ที่มีอำนาจในการแก้ไขปัญหานี้กลับไม่ทำอะไรนะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าไม่ใช่แค่ ดิฉันเอง แต่ประชาชนทั้งประเทศผิดหวังหมดหวังกับการรับมือปัญหาฝุ่นของรัฐบาลชุดนี้ เป็นอย่างมาก ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันลุกขึ้นพูดดิฉันจะไม่พูดในฐานะของผู้แทนราษฎร แต่ดิฉันอยากจะพูดในฐานะของประชาชนคนหนึ่งที่วันนี้ดิฉันรู้สึกแสบตาและแสบจมูก แล้วก็เริ่มจะไอเล็กน้อยจริง ๆ ค่ะ จากฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ดิฉันอยากจะพูดในฐานะแม่ ของลูกชายวัย ๒ ขวบครึ่งที่ตื๊อดิฉันทุกเย็นเพื่อจะออกไปเล่นที่สนามหน้าหมู่บ้านเป็นเวลา ๒ อาทิตย์แล้ว แต่ดิฉันไม่สามารถอนุญาตให้เขาออกไปได้เพราะมันมีปัญหาเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ท่านประธานคะ อย่างไรก็ตามครอบครัวดิฉันก็ยังโชคดีกว่าอีกหลาย ๆ คนนะคะ เพราะว่าเมื่อไรที่เรารู้สึกว่าอากาศภายนอกมันไม่สะอาดเราก็สามารถกลับเข้ามาอยู่ในบ้าน ที่มีเครื่องฟอกอากาศได้นะคะ แต่ยังมีเด็กอีกมากยังมีประชาชนอีกมากกว่าครึ่งประเทศ ที่ไม่โชคดีแบบนี้ อย่าว่าแต่จะซื้อเครื่องฟอกอากาศแม้แต่เงินที่จะไปซื้อหน้ากากเอ็น ๙๕ (N 95) ในราคาหลายสิบบาทยังไม่มีเลยค่ะ ซึ่งจริง ๆ แล้วอากาศหายใจเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ของประชาชน ทุกคนควรที่จะได้รับอากาศสะอาดอย่างเท่าเทียมกันค่ะ วันนี้ ส.ส. ท่านอื่น ของพรรคอนาคตใหม่ก็ได้เสนอทั้งทางแก้ระยะสั้น ระยะยาวปัญหา สาเหตุเอาไว้หมดแล้ว แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะนำเสนอก็คือเรื่องเซฟโซน (Safe zone) หรือว่าพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกคนในประเทศนี้ โดยจะแบ่งเป็น ๒ ประเด็นใหญ่ก็คือพัฒนา ระบบฟอกอากาศนอกอาคารแล้วก็เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นในกรุงเทพมหานครนะคะ
ประเด็นแรก เรื่องการพัฒนาระบบฟอกอากาศนอกอาคารที่มีประสิทธิภาพ ขอสไลด์ (Slide) นะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ที่ผ่านมามีหน่วยงานราชการ ที่พยายามจะพัฒนาระบบฟอกอากาศนอกอาคารเพียงหน่วยงานเดียวก็คือกรุงเทพมหานคร ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาระบบฟอกอากาศแบบใช้แผ่นฟอกเฮปาฟิลเตอร์ (HEPA filter) นะคะ ด้วยราคา ๕,๓๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ไปตั้งเอาไว้ที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ (Centralworld) หลังจากตั้งเอาไว้ทางกรุงเทพมหานครก็ไม่ได้รายงานผลให้ประชาชนทราบ ว่าสามารถฟอกได้จริงหรือเปล่า แต่หลังจากนั้นก็ได้มีอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปวัดปริมาณฝุ่นก็พบว่าฝุ่นไม่ได้ลดลงเลยนะคะ ท่านประธานทราบหรือไม่คะว่าเพราะอะไร เพราะจริง ๆ แล้วหลักการฟอกอากาศด้วยแผ่นเฮปาฟิลเตอร์ (HEPA filter) มันเป็นการ พัฒนาจากระบบฟอกภายในอาคาร ซึ่งเป็นการออกแบบสำหรับพื้นที่ปิดไม่ใช่พื้นที่โล่ง เป็นการออกแบบสำหรับพื้นที่ที่มีปริมาตรที่ควบคุมได้ ดังนั้นสถานที่ที่จะไปตั้งเครื่องฟอก อากาศนอกอาคารจึงเป็นปัจจัยสำคัญมากที่จะทำให้เครื่องฟอกอากาศทำงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ดังนั้นเครื่องฟอกอากาศนอกอาคารควรจะต้องอยู่ในพื้นที่ปิดหรือพื้นที่ที่มีตึก หรืออาคารสูงโอบล้อมนะคะ ถ้าไปตั้งในตำแหน่งที่มีลมพัดเยอะ ๆ ลมพัดแรงประสิทธิภาพ ของเครื่องฟอกอากาศนอกอาคารก็จะลดลงหรือไม่ได้ผลเลยนะคะ นอกจากนี้ระบบเฮปา (HEPA) เป็นการใช้แผ่นฟอกซึ่งมันจะมีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแผ่นฟอกอยู่เรื่อย ๆ แต่ตอนนี้ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าเครื่องนี้มันไปอยู่ที่ไหนแล้ว อย่างไรก็ตามโชคดีที่มีองค์กรเอกชน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปนะคะ มีองค์กรเอกชนอย่างศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนได้พัฒนา เครื่องฟอกอากาศที่ชื่อว่ายักษ์เขียวโดยใช้หลักการกรองด้วยความเร็วลม ใช้ความเร็วลม ในการดูดอากาศเข้ามาแล้วก็ปล่อยละอองน้ำเพื่อดักจับฝุ่น ซึ่งจุดเด่นก็คือราคาไม่แพงมาก ต้นทุนการบำรุงรักษาค่อนข้างถูก มีศูนย์วิจัยรองรับ และในอนาคตเราก็สามารถพัฒนาให้ มีประสิทธิภาพได้มากขึ้นนะคะ นอกจากนี้สไลด์ (Slide) ต่อไปค่ะ ก็ยังมีระบบฟอกอากาศ อีกแบบหนึ่งที่ได้ใช้อยู่ในกรุงปักกิ่งประเทศจีนแล้วก็เมืองรอตเทอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ใช้ระบบอิเล็กโทรสแทติก (Electrostatic) เป็นการใช้ระบบดักจับฝุ่นโดยปล่อยประจุบวกลบออกมาแล้วก็ดักจับฝุ่นไปเก็บไว้ในเครื่อง ซึ่งเราสามารถถอดตัวอิเล็กโทรสแทติก (Electrostatic) ซึ่งเป็นแผ่นโลหะออกมาล้างได้ ดังนั้นมันก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูงมากนัก ซึ่งประเทศไทยเราก็สามารถเลือก เครื่องฟอกอากาศเหล่านี้ที่ได้ถูกพัฒนาแล้วมาใช้ติดตั้งเป็นเซฟโซน (Safe zone) หรือว่า เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับให้ประชาชนทั่วไปได้นะคะ เช่นตั้งไว้ในหอประชุม ในโรงอาหาร หรือโรงยิมที่อยู่ในบริเวณโรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลหรือสถานที่ราชการได้นะคะ วันไหนที่ค่าอากาศไม่ดีประชาชนก็สามารถเข้ามาใช้พื้นที่เหล่านี้ มารับอากาศบริสุทธิ์ได้ หรือวันไหนถ้าท่านผู้ว่าราชการอัศวินอยากจะให้เด็กมายืนร้องเพลงสรรเสริญก็สามารถใช้ ห้องเซฟโซน (Safe zone) นี้ในการร้องเพลงสรรเสริญได้โดยไม่ต้องออกไปยืนกลางแจ้งนะคะ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ท่านประธานคะ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) กำหนดค่ามาตรฐานของพื้นที่สีเขียวเอาไว้ที่ ๙ ตารางเมตรต่อคน กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ สีเขียวไม่ถึง ๓ ตารางเมตรต่อคนนะคะ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปค่ะ ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน ถึง ๓ เท่า แต่ท่านประธานคะในกรุงเทพมหานครซึ่งดูเหมือนว่าจะมีตึกสูงแล้วก็อาคาร บ้านเรือนเต็มพื้นที่ไปหมด แต่จริง ๆ แล้วมันยังมีพื้นที่ที่เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการ ปลูกต้นไม้ได้เพิ่มขึ้นอีกเยอะนะคะ เช่น ยกตัวอย่างพื้นที่ใต้ทางด่วน บางพื้นที่ใหญ่พอที่จะ ปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ ทำสวนสาธารณะได้ หรือถ้าเป็นพื้นที่ใต้ทางด่วนที่มีพื้นที่ไม่มากนัก หรือเป็นเกาะกลางถนนก็สามารถปลูกต้นไม้ขนาดเล็กหรือว่าต้นไม้ที่สามารถฟอกอากาศได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ไม่ควรทิ้งพื้นที่เหล่านี้เอาไว้เฉย ๆ ซึ่งดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถ เริ่มทำได้เลย สไลด์ (Slide) จบแล้วค่ะ ทั้งหมดนี้ดิฉันก็ขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการ แก้ไขปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ซึ่งดิฉันหวังจริง ๆ ว่าคณะนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการ แก้ปัญหาฝุ่นได้อย่างเป็นรูปธรรมจริง ๆ สุดท้ายนี้ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไป ถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าความล่าช้าและความนิ่งเฉยในการแก้ปัญหาฝุ่นของรัฐบาลอาจจะ ซื้อเวลาได้ เพราะจริง ๆ แล้วอีกไม่กี่อาทิตย์ฝุ่นก็จะหายไป แต่สิ่งที่มันจะอยู่และมันไม่มีวัน หายไปและจะอยู่ตลอดไปก็คือสารพิษที่สะสมในร่างกายของคนไทยและของเด็กไทยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ท่านรังสิกร ใช่หรือไม่ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายรังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตอภิปรายแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรือปัญหาเรื่องฝุ่นละอองของกรุงเทพฯ ปริมณฑลและในส่วนของภูมิภาคซึ่งขณะนี้ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ และประเทศของเรากำลัง เผชิญปัญหาเรื่องฝุ่นละอองอย่างหนัก ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบ่งเขต ในต่างจังหวัดหรือในส่วนของภูมิภาคนั้นขออนุญาตที่จะพูดอภิปรายในส่วนที่เกิดปัญหาที่อยู่ ในส่วนของภูมิภาคในต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือหลาย ๆ จังหวัด การแก้ไขปัญหานั้นผมขออนุญาตอย่างนี้ครับว่าหลายปีที่ผ่านมาเกิดจากธรรมชาติ เกิดจาก น้ำมือของมนุษย์หรือเพื่อนร่วมชาติของเราที่โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่สิ่งมันเกิดนั้น มันทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทำลายรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวมากมายก่ายกองเหลือเกิน ภูมิลำเนาของผมนั้นอยู่ที่ภาคอีสานซึ่งไม่ต่างกับภาคเหนือมากนัก แนวทางและการแก้ไข ปัญหาเรื่องฝุ่นละอองนั้นผมขออนุญาตเน้นไปที่การเผาไหม้ เผาป่าไม่ว่าจะเป็นฝีมือของ เพื่อนมนุษย์หรือด้วยธรรมชาติ การเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบ การแก้ไขปัญหาระยะยาวหรือ ว่ามีการป้องกันนั้นกระผมถือว่าเป็นความสำคัญมากครับ ผมขออนุญาตพูดสิ่งที่มีความจำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่อง ของการเผาป่าไฟไหม้ป่าหรือไฟไหม้นา แม้กระทั่งไปสู่ภูเขา ผมมองว่ากลไกของรัฐบาล ในส่วนของภูมิภาคนั้นมีอยู่หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น พี่น้องประชาชน เราเริ่มต้นจากหมู่บ้านที่อยู่ในตำบล ตำบลที่อยู่ในอำเภอ และอำเภอที่อยู่ในจังหวัด หมู่บ้าน ใกล้ชิดที่สุด มีท่านกำนัน ท่านผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ทุกหมู่บ้าน นอกจากมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแล้ว ยังมีนายกท้องถิ่น สมาชิกท้องถิ่น พี่น้อง อสม. สตรี อปพร. ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ในส่วนของภูมิภาคนั้นมีปลัดประจำตำบล มีข้าราชการตำรวจ มีทหาร บางจังหวัดนั้น มีอุทยาน มีหัวหน้าอุทยาน และมีเจ้าหน้าที่อุทยาน ซึ่งผมกล่าวมาทั้งหมดนั้นผมมองว่า บุคลากรเหล่านี้นั้นล้วนแต่เป็นบุคลากรที่มีความสำคัญมากในการป้องกันหรือเฝ้าระวัง เรื่องของไฟป่า รัฐบาลนั้นเมื่อมีกลไกแล้วหลายหน่วยงานที่ผมได้กล่าว ผมคิดว่าการป้องกัน ปัญหาไฟป่าต้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ เมื่อมีบุคลากรที่สำคัญแล้วท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผมมีความคิดว่ารัฐบาลโดยการนำของท่านนายกรัฐมนตรีนั้น จะต้องมีความตั้งใจและจริงใจในการสนับสนุน เรามีบุคลากร และเรามีเครื่องไม้เครื่องมือ แต่เราต้องส่งเสริมวางมาตรการ มาตรการทุกมาตรการที่จะให้ประสบความสำเร็จแล้วนั้น ไม่สามารถที่จะเป็นมาตรการที่ประสบความสำเร็จได้ถ้าขาดความเข้มแข็ง ผมขออนุญาต เสนอแนะอย่างนี้ครับว่าในทุก ๆ จังหวัดที่เป็นเป้าหมายเรื่องของดินแดนที่เป็นดินแดน เศรษฐกิจทางการท่องเที่ยว วางเลยครับนอกจากมาตรการ เช่น บางจังหวัดของภาคเหนือ หรือบางจังหวัดของภาคอีสาน ในทุกตำบลนอกจากมีบุคลากรที่ผมกล่าวแล้ว ซึ่งเป็นต้นทุน ทางบุคลากรของชาติที่มีอยู่ในทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอของทุกจังหวัดของประเทศไทย รัฐบาลต้องตั้งใจครับ ส่งเสริม จริงใจ ส่งงบประมาณเข้าไปเพื่อเป็นกำลังใจ เพื่อเป็นอาวุธ เพื่อเป็นอุปกรณ์ของเขา ยกตัวอย่างเช่น ๑ ตำบล มี ๑๐ หมู่บ้าน ตำบลนั้นในห้วงเวลา ที่สำคัญ วิกฤติสำคัญที่จะเกิดปัญหาเรื่องฝุ่นละอองหรือการแผ้วถาง หรือไฟไหม้ป่า ๑ ตำบล ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาทต่อตำบลต่อเดือน ส่งเข้าไปพร้อมกับวางมาตรการ ถ้าเขา มีงบประมาณในการขับเคลื่อนเราสามารถที่จะวางมาตรการได้ หรือบางจังหวัด บางอำเภอ บางตำบลมีงบประมาณอยู่แล้ว เพิ่มเติมครับ ถ้าเราเฝ้าระวังอย่างนี้เราสามารถป้องกันปัญหา เรื่องไฟป่า เรื่องการแผ้วถางหรือฝุ่นละอองต่าง ๆ ของแต่ละจังหวัดที่เป็นเป้าหมายได้แล้ว เสียงบประมาณลงไปไม่เยอะครับ แต่จะเป็นงบประมาณที่คุ้มค่าครับ คุ้มค่าต่อการสูญเสีย เงินที่มาจากแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างประเทศนั้นจะหลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทย ตรงนี้ ต่างหากที่ผมคิดว่าเราควรจะวางเป้าหมายที่ชัดเจนกระผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็น ในเวลาอันจำกัดนั้นในส่วนของภูมิภาค ในส่วนของต่างจังหวัด ในส่วนที่ปัญหากำลังเผชิญอยู่ หลายปีที่ผ่านมาและปัจจุบัน และกระผมมีความเชื่อว่าบุคลากรทุกบุคลากรที่ผมกล่าว ในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอตรงนั้นล้วนแต่เป็นบุคลากรที่มีความรู้มีความสามารถ เพียงแต่ มาตรการของเรานั้นต้องกระชับและส่งงบประมาณเข้าไปช่วย บุคลากรเหล่านี้สามารถที่จะ ทำประชาคมในส่วนของหมู่บ้าน สร้างความเข้าใจให้พี่น้องประชาชน สร้างกฎเกณฑ์ รัฐบาล สามารถที่จะให้ขวัญกำลังใจกับบุคลากรที่ทำงานในภูมิภาคในพื้นที่ตรงนั้นได้ สิ่งเหล่านี้ต่างหาก ที่เรียกว่าการป้องกันปัญหาฝุ่นละอองแบบบูรณาการในส่วนของภูมิภาค ถ้าเราทำอย่างนี้ อย่างต่อเนื่อง ผมคิดว่าในระยะเวลาอันไม่ไกลเราสามารถควบคุมปัญหาสิ่งเหล่านี้ที่มันเกิด เพราะว่าปัญหาที่เกิดเราต้องสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนด้วยการขับเคลื่อนในเชิงรุก ในทุก ๆ หมู่บ้าน ทุกชนเผ่า ทุกอณูของประเทศไทยที่มันจะต้องเกิด ผมขออนุญาตแสดง ความคิดเห็นและคิดว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้นั้นมีความจำเป็น ผมขออนุญาตสนับสนุนและฝากข้อมูลที่ผมได้พูดเอาไว้นี้กับพี่ ๆ ที่จะต้องเป็นกรรมาธิการ วิสามัญต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านวิสิษฐ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ต้องยอมรับครับว่า ปัญหาเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดปีนี้ เป็นปัญหาที่เกิดสะสมมาหลายปี แล้ววันนี้ต้องถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ นอกจากนั้นปัญหาไม่ได้เกิดเฉพาะในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลเท่านั้น ปัญหาเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี้ในภาคเหนือตอนบน ๒ ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นปัญหาหนัก มีผลกระทบต่อเรื่องเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวของภาคเหนือ ตอนบนเป็นอย่างยิ่งเลย จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือตอนบน ที่ผ่านมานั้น มีการแก้ไขเป็นระยะ ๆ แต่การแก้ไขนั้นไม่มีการวางแผนล่วงหน้า ไม่มีการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงรายนั้นได้ประกาศช่วงห้ามเผา ๓๐ วันห้ามเผา แล้วก็มีการป้องกัน ระดมพี่น้องประชาชน ผู้นำหมู่บ้านทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทางองค์การ บริหารส่วนท้องถิ่น พี่น้อง อปพร. พี่น้อง ชรบ. เข้าไปประจำจุดชายป่าที่เกิดการเผาที่เกิด จากไฟไหม้ แต่การแก้ไขถือว่าได้ผลระดับหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะอะไรครับ เพราะว่าไม่มี การเตรียมการมาก่อน ไม่มีการให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชนที่เข้าไปช่วยเป็นอาสาสมัคร ต้องนอนเฝ้าจุดชายต่อระหว่างชายป่าตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องดับไฟ ไม่มีอุปกรณ์สนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องดับไฟ อุปกรณ์ในการป้องกันตัว อุปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับ เรื่องหน้ากาก ท่านประธานเชื่อหรือไม่ครับว่าทุกปีบาดเจ็บจากการเข้าไปดับไฟป่าโดยตลอด โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ๒ ปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตซึ่งเหล่านี้รัฐบาลก็เพียงแต่รับทราบ แต่ว่าไม่เคยตระหนักหรือหามาตรการป้องกันแก้ไข ผมจึงใช้คำว่า ป้องกันได้ระดับหนึ่ง เท่านั้นเอง เนื่องจากไม่มีมาตรการต่อเนื่อง วันนี้ชี้ให้เห็นว่าผลจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น เรื่องเศรษฐกิจ สิ่งที่ผมเป็นห่วงวันนี้หลายท่านก็ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ความเจ็บป่วย ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
วันนี้จะเห็นว่าสไลด์ (Slide) อันนี้ เป็นสไลด์ (Slide) ที่พี่น้องประชาชนได้พูดถึงว่าความเจ็บป่วยจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ เด็ก คนชรา หรือว่าผู้ที่เจ็บป่วยเกี่ยวกับเรื่องระบบหายใจ ที่เห็นนี้คือเด็กแพ้ ปากบวม อาเจียนออกมาเป็นเลือด สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อีกภาพหนึ่ง เป็นคนป่วยที่ได้รับผลกระทบจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คนป่วยรายนี้ใส่หน้ากากออกจากบ้าน แค่เวลา ๑๕ นาที ใส่หน้ากากแต่ปรากฏว่าเกิดการอักเสบที่ตา แม้เราจะป้องกันไม่ให้เข้าสู่ ร่างกายได้ระดับหนึ่งแต่ผลกระทบมาก็คืออักเสบที่ตา แต่ท่านประธานครับ ความเจ็บป่วย เหล่านี้วันนี้ก็ยิ่งน่าตกใจ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ภาพนี้ต้องเรียนครับว่าผมได้นำมาจาก ทางวิชาการซึ่งขอเอ่ยนามท่านเป็นคุณหมอนะครับ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ท่านเป็นหมอทางจิตเวช ท่านประธานแปลกใจหรือไม่ว่าทำไมจิตเวชต้องมาเกี่ยวข้องวันนี้ สไลด์ (Slide) นี้คุณหมอท่านนั้นเป็นนักวิชาการ เป็นอาจารย์หมอและมีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเรื่องจิตเวช ท่านเขียนบทความลงหลายที่ สไลด์ (Slide) นี้ ผมขอนำท่านมานะครับว่าท่านจะเห็นเบื้องต้นผลกระทบจากปอดเข้าไปสู่ปอด ได้รับผลกระทบชัดเจน เข้าไปสู่กระแสเลือดทำให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ แต่ท่านประธานเชื่อ หรือไม่ครับว่าจากรูปด้านซ้ายมือจะเห็นลูกศรแดง ๆ ที่มีฝุ่นแล้วก็เข้าไปสู่สมองแล้ว ตรงนี้ น่าตกใจว่าวันนี้ผลกระทบจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นไม่ใช่แค่ระดับผิวหนัง ระดับเรื่องระบบ หายใจเท่านั้น แต่คุณหมอได้เขียนวิชาการแล้วก็มีผลการยืนยันว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น มีผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องโรคทางจิตเวชแล้ว ผมขออนุญาตอ่านสั้น ๆ ที่คุณหมอได้เขียนไว้ ประกอบกับสไลด์ (Slide) ชุดนี้ซึ่งได้ขออนุญาตนำผลการเขียนของคุณหมอออกมา สไลด์ (Slide) ตรงลูกศรแดง ๆ ที่ขึ้นไปสู่สมองแล้ว คุณหมอเขียนไว้ว่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผ่านโพรงจมูกขึ้นไปทำลายสมองส่วนหน้า เด็กป่วยตรงทำให้เซลล์ (Cell) สมองเสื่อมสภาพ มีความเสี่ยงต่อความบกพร่องด้านการคิด การพัฒนาผิดปกติและโรคทางจิตเวช วันนี้มีเด็ก ที่ต้องรักษาทางจิตเวชเป็นผลมาจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คุณหมอยืนยันในบทความแล้วก็ มีเด็กได้รับผลกระทบ เด็กที่ได้รับผลกระทบเดิมทีเป็นเด็กร่าเริง แจ่มใส พอมีผลจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เนื่องจากเข้าไปทำลายสมองส่วนหน้า เด็กมีอาการเซื่องซึมไม่พูดไม่จา ปรากฏว่า สมองส่วนหน้าได้รับผลกระทบกระเทือนต้องมีการรักษาทางจิตเวช นี่ละครับท่านประธาน เราจะเห็นได้ว่าผลกระทบนับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อีกสิ่งหนึ่งที่ผมจะขอนำเรียนว่าวันนี้ การแก้ไขของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐบาล หลายท่านได้พูดไปแล้วว่าวันนี้รัฐบาลเอง ส่งสัญญาณผิด ๆ ไม่ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าการใส่ใจของรัฐบาล ไม่จริงไม่ต่อเนื่องมองเห็นว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นเป็นเรื่องปกติ พี่น้องประชาชนต้องอยู่ ให้ได้ เมื่อมีฝุ่นก็อย่าออกไปกลางแจ้ง เมื่อมีฝุ่นจะออกไปก็ให้ใส่หน้ากาก ส่งสัญญาณอย่างนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ท่านคิดว่าสักระยะหนึ่งปัญหาก็จะหายไป ปีหน้าก็ว่ากันใหม่จะเอาอย่างนั้น หรือครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ถูกต้อง ท่านต้องมีการแก้ไข ต้องตั้งใจว่าก่อนที่จะเกิดเหตุวันนี้ ๒ ปีที่แล้วก็เกิดอย่างนี้ทำไมไม่มีมาตรการป้องกันแก้ไข ทำไมไม่มีสิ่งต่าง ๆ ที่สมาชิกสภาแห่งนี้ได้ชี้นำว่าทำไมไม่ให้ความรู้ ทำไมไม่มีการป้องกัน ทำไมไม่มีการแก้ไขเพื่อให้ปัญหานั้นเบาบางลง เพราะอะไรครับ ผมคิดว่าวันนี้ส่วนที่เกี่ยวข้อง ก็เหมือนกับไฟไหม้ฟาง ให้ปัญหาที่รุกเร้ามานี้คิดว่าไม่กี่วัน ก็คงหายไป แต่ปีหน้าเริ่มกันใหม่ แล้วก็จะหนักขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ วันนี้พี่น้องประชาชนถามแล้วมีคำตอบแล้ว ผมจะฝากไปที่ท่านประธานเล่าสู่ท่านสมาชิกต่อพี่น้องประชาชน คำถามว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ อย่างไร วันที่ประชาชนไปออกกำลังกายนอกบ้านคือการทำลายสุขภาพของตัวเอง การพาลูก ออกไปเล่นนอกบ้านคือการทำลายสุขภาพของเขาอย่างนั้นหรือ วันนี้ขอฝากครับว่าการที่เรา มีกรรมาธิการนี้ผมคิดว่าต้องสรุปให้รัฐบาลแก้ไขอย่างมีระบบและต่อเนื่องไม่ใช่เป็นไฟไหม้ฟาง ไม่ใช่ให้ความเห็นว่าการมีฝุ่นพีเอ็ม (PM) นั้นเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องปรับตัวให้อยู่กับฝุ่น พีเอ็ม (PM) ให้ได้ ขอบคุณครับ
ต่อไปอีก ๒ ท่านครับ อาจารย์โกวิทย์ พวงงาม พรรคพลังท้องถิ่นไท กับท่านมานพ พรรคอนาคตใหม่ เชิญอาจารย์โกวิทย์ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติที่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมเองความจริงสนับสนุนเพราะว่าในอดีตเราเคยอยู่ในชนบทเคยเป็นเด็กบ้านนอก ผมคิดว่า เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในเมื่อสัก ๒๐-๓๐ ปีที่ผ่านมา แต่วันหนึ่งปัจจุบันผมไปดูประมาณ ปี ๒๕๑๖ มันเกิดเหตุการณ์ที่มีมลพิษทำให้คนทั่วโลกต้องสูญเสียชีวิตไป ๔ ล้านกว่าคน และเหตุที่เสียชีวิตก็เพราะว่าเกิดจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ทำให้ผมตระหนักว่าชีวิตของมนุษย์ มันมีความตายด้วยฝุ่นละอองที่เรามองไม่เห็น ซึ่งบอกว่าเล็กกว่าเส้นผมถึง ๒๐ เท่า สิ่งเหล่านี้ มันเป็นภัยที่น่ากลัว เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้วแต่สิ่งที่ผมอยากบอกผ่านท่านประธาน เพื่อให้กรรมาธิการที่ไปศึกษานี้ได้พยายามค้นคว้าแล้วก็ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ว่าสาเหตุ จริง ๆ มันเกิดจากอะไร เป็นอย่างไร ซึ่งส่วนหนึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายพูดไปก็มากแล้ว ผมคิดว่าถ้าดูจริง ๆ แล้วก็น่ากลัวในแง่ของการเกิดขึ้นต่อโรคนี้ต่อบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของหลอดเลือด ทางเดินหายใจ มะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น นี่คือภยันตราย ที่มาจากพิษภัยที่เราเรียกว่าฝุ่นละอองอย่างที่กล่าวถึง แต่ผมอยากจะตั้งคำถามว่าการพัฒนา ที่มุ่งความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มุ่งในแง่ของการสร้างกระแสหลัก การมุ่งแบบนี้แม้ว่าจะ ทำความเจริญให้กับประเทศ แต่เมื่อขาดการควบคุม ขาดกลไกการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ มันก็ส่งผลต่อภยันตรายที่จะเกิดขึ้น กราบเรียนท่านประธานว่ามาตรการที่ ครม. ได้ออกมา ๑๒ ประการ ผมขอยกตัวอย่างซึ่งเพื่อนสมาชิกได้พูดไปบ้างแล้ว เพื่อให้เห็นว่าประสิทธิภาพ ของกลไกภาครัฐต่อการควบคุมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจการลงทุนก็ตาม มันไม่มี ประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างมาตรการบอกว่าตรวจสอบวัดควันดำรถโดยสาร รถบรรทุก เป็นต้น ประการต่อมาบอกว่าตรวจสอบโรงงานที่ทำให้เกิดฝุ่น แล้วก็ตรวจสอบการก่อสร้างที่ทำให้ เกิดฝุ่น เป็นต้น ๓-๔ ประการที่เป็นมาตรการนี้ผมอยากจะตั้งคำถามท่านประธานไปว่า มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ กลไกภาครัฐ กระทรวง ทบวง กรม ที่ดูแลเรื่องต่าง ๆ ก็ทำอยู่แล้ว ไม่ใช่หรือครับ เมื่อกลไกภาครัฐมีหน้าที่และมีอำนาจแต่ว่าไม่มีประสิทธิภาพแล้วรัฐบาลเอง ก็มาออกมาตรการแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมเข้าใจว่าอย่างไรเสียมันก็แก้ปัญหาไปสู่ความยั่งยืน ไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเรียนว่าการเปลี่ยนโครงสร้างภาครัฐก็ดีในการดำเนินการ อย่างจริงจังมันถึงเวลาที่จะต้องดำเนินการ ผมมีข้อเสนอสัก ๒-๓ ประเด็นเพื่อจะทำให้ ทางกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นได้ไปพิจารณา
ประการแรก ก็คือว่าเมื่อสักครู่ผมพูดถึงว่าหน่วยงานภาครัฐขาดประสิทธิภาพ ที่จะควบคุมตรวจสอบ ผมอยากจะบอกว่าในระดับชาติขาดการบูรณาการการแก้ปัญหา หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้มันเกี่ยวพันกันหลายหน่วยด้วยกันไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น แต่ละกระทรวงก็แยกส่วนกันทำเพราะบางเรื่องมันต้องบูรณาการกันทำ สิ่งเหล่านี้ ผมเรียนท่านประธานว่าการแยกส่วนกันทำที่ขาดบูรณาการนำมาสู่การขาดประสิทธิภาพ ในการแก้ไขปัญหา ในระดับอาเซียน (ASEAN) ก็ดีที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึงเรื่องของ ควันก็ดี เรื่องการเผาก็ดี มันมีอิทธิพลส่งผลมาสู่ประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องไปดูในเรื่องของกฎบัตรอาเซียน (ASEAN) ในเรื่องของฝุ่นละอองซึ่งจะต้องกระทำ อย่างจริงจังนี่คือระดับชาติและนานาชาติ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในระดับท้องถิ่นผมให้ ความสำคัญของการใช้กลไกท้องถิ่นในการแก้ปัญหา ซึ่งบางส่วนเพื่อนสมาชิกได้นำเรียน ท่านประธานไปแล้ว ผมอยากจะเรียนว่ากลไกท้องถิ่นนั้นรู้ปัญหาแล้วก็รู้ข้อมูลดี แม้กระทั่ง เรื่องของการเผาในทางการเกษตรก็ดีซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาคมท้องถิ่น ที่ร่วมมืออาจจะใช้กลไกการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการออกข้อบัญญัติประชาคม หมู่บ้าน ประชาคมตำบลที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้และกระจายไปทั่วทั้งประเทศ และสิ่งเหล่านี้ มันเป็นการเปลี่ยนมือจากโครงสร้างอำนาจรัฐที่ขาดประสิทธิภาพและมีความอ่อนแอมาทำให้ ภาคประชาสังคมภาคท้องถิ่นมีความเข้มแข็งแล้วก็จัดการปัญหาเรื่องนี้ในระดับต้น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการการใช้รถยนต์ก็ดี มาตรการการเผาป่าก็ดี มาตรการในการดูแลโรงงาน อุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ก็ดี ผมคิดว่าการใช้การควบคุมโดยภาคประชาสังคมก็มีส่วนครับ การมีส่วนร่วมของประชาชนก็เป็นส่วนหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกได้พูดแล้ว เพราะฉะนั้นการศึกษา ครั้งนี้ต้องดูอย่างรอบด้านแล้วก็มีการครอบคลุมทุกประเด็น มีประเด็นเรื่องหนึ่งที่มติ ครม. เมื่อวานพูดถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องฝุ่น ความจริงผมก็ไม่มีความรู้ แต่วันนี้พยายามศึกษาพบข้อมูลว่ามันเป็นเรื่องที่น่ากลัวและเป็นภัยที่เรามองไม่เห็นว่าเราจะ เจอเมื่อไร อย่างไร แต่การสร้างความเข้าใจที่ใช้กลไกให้ประชาชนตระหนักและเห็นถึงพิษภัย เห็นถึงสิ่งที่กระทบต่อตัวเอง กระทบต่อปัญหาเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมันเป็นประเด็นที่จะต้อง กระทำอย่างยิ่ง ผมคิดว่าเราต้องมองไม่ใช่เฉพาะวันนี้ในการแก้ปัญหา แต่เรามองไปข้างหน้า ๕ ปี ๑๐ ปี เราจะสร้างสังคม ทรัพยากรและสิ่งที่เป็นอยู่ในประเทศของเราอย่างไร ตั้งแต่ การทบทวนการพัฒนาที่มีความเจริญเติบโตที่ให้ความสำคัญ ในภาพสิ่งที่ทำให้ก่อปัญหากับสิ่งที่เราจะมาคิดถึงฐานข้างล่างที่จะให้ประชาคมพื้นที่ท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดีได้คิดเรื่องเหล่านี้จากข้างล่างขึ้นมาแล้วก็มีส่วนร่วมในการคิด ออกแบบเมืองของตัวเองที่จะต้องรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร รวมทั้งมลพิษต่าง ๆ ที่จะ เกิดขึ้นในการควบคุมกันเองของพี่น้องประชาชนที่เขาตระหนักในเรื่องพิษภัยเหล่านี้ นี่คือ สิ่งที่ผมอยากจะฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นได้ศึกษาได้พิจารณา อย่างรอบด้านเพื่อในการจัดตั้งและเห็นด้วยในการจัดตั้งกรรมาธิการนี้ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านมานพครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนกลุ่มชาติพันธุ์ ท่านประธานเรื่องนี้ผมจะ ไม่ให้ซ้ำกับท่านสมาชิกที่อภิปรายไปแล้ว ผมอยากจะนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงในพื้นที่ให้กับ ท่านประธานแล้วก็ที่ประชุมทราบ จริง ๆ แล้วท่านประธานผมเกี่ยวข้องกับเรื่องหมอกควัน เรื่องไฟป่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เมื่อก่อนจะใช้คำว่า หมอกควัน ใช้ตัวชี้วัดคือพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไม่นาน ทีนี้ผมเข้าใจว่าปีที่เกิดขึ้นปี ๒๕๕๐ เป็นปีเดียว ที่มีการเปิดไนท์ซาฟารีเป็นปีเดียวที่มีการเปิดพืชสวนโลก ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น สั่งการลงไปให้มีการดำเนินการศึกษาแก้ไขปัญหา แต่ว่า ๑๐ กว่าปีแล้วทำไมมันไม่ประสบ ผลสำเร็จเท่าที่ควร บทเรียนและประสบการณ์ของผมท่านประธานครับ ก็คือว่าระบบอำนาจ ในการตัดสินใจผมคิดว่าอันนี้คือปัญหาในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ คนที่สั่งการไม่เข้าใจปัญหา คนที่อยู่ใกล้ปัญหาไม่มีอำนาจแก้ปัญหา อันนี้คือเป็นเรื่องที่สำคัญ เรารู้ด้วยว่าสาเหตุคืออะไร รู้หมดเลยนะครับ มาจากขนส่ง อุตสาหกรรม ก่อสร้าง ป่า เกษตร เรารู้ว่าใครเกี่ยวข้อง แต่คนเหล่านี้ไม่มีอำนาจ เรารู้ด้วยว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นคืออะไร ผลกระทบต่อสุขภาพ สมาชิกในสภาได้อภิปรายหมดแล้วถึงรายละเอียดลงไปในร่างกายเป็นอย่างไร ผลกระทบกับ เศรษฐกิจเราก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเศรษฐกิจสูญหายเท่าไร ผลกระทบต่อสังคมเราก็รู้ว่าพี่น้อง ในสังคมไทยที่เกี่ยวข้องกัน ๑. เรื่องปากเรื่องท้อง เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องผู้คน คนเหล่านี้ มีความขัดแย้งกัน ปีแรก ๆ ทุกคนต่างชี้นิ้วกันนะครับ ชี้นิ้วว่าคุณคือสาเหตุ คุณคือสาเหตุ แต่แล้วเราใช้กระบวนการมีส่วนร่วมวิเคราะห์กระบวนการที่จะทำให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้มาวิเคราะห์ว่าสาเหตุคืออะไร ค่อย ๆ พัฒนาเป็นเรื่องของเราจะทำอย่างไรให้คนที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องนี้ ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้จำเป็นจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ จำเป็นจะต้อง ใช้คนที่มีความรู้หลายแขนงมากครับ ถ้าเอาประเด็นใดประเด็นหนึ่งจะมีปัญหาตามมาที่จะ เป็นการชี้นำว่าควรจะเป็นอย่างไร ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
สิ่งที่ผมอยากให้ท่านประธานทราบ ก็คือน่าจะเป็นภาพก่อนหน้านี้ อันนี้เป็นภาพสุดท้าย ผมอยากให้เห็นว่าพื้นที่ที่ผมจะพูดต่อไป น่าจะเป็นบริบทของภาคเหนือเป็นภาพแผนที่รวม ๙ จังหวัดภาคเหนือ อันนี้คือภาพรวม ของจุดความร้อนหรือว่าฮอตสปอต (Hot spot) ในพื้นที่ภาคเหนือ ๙ จังหวัด ไล่มาตั้งแต่ จังหวัดตากขึ้นไปถึงจังหวัดเชียงรายเราจะเห็นว่ามันมี อันนี้เป็นการสะสมทั้งปี เราจะเห็นว่า แต่ละปีทำไมมีความแตกต่าง เงื่อนไขทางธรรมชาติคือว่าปีนั้นแล้งหรือเปล่า ฝนมาเร็วหรือไม่ เงื่อนไขทางสังคมกระบวนการมีส่วนร่วมไปถึงไหนอย่างไร เงื่อนไขอื่น ๆ อีกมากมายครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้พื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่ป่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์เป็นป่าผลัดใบ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟ ตรงนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ความรู้ เราจะใช้ความรู้แบบไหน ในการจัดการ สมาชิกหลายท่านก็อภิปรายแล้วว่าเราควรจะเอาใบไม้ไปทำนั่นทำนี่ คำถาม คือว่าหน่วยงานไหนจะเป็นคนส่งเสริมว่าให้เอาใบไม้ไปทำพลังงานนี้แล้วใครจะเป็นคนซื้อ กลับมาเลยครับ ภาพต่อไปก็จะเป็นเรื่องของพื้นที่ในการเผาไหม้ซ้ำซาก เราจะเห็นว่าสถิติตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ มันจะมีพื้นที่ที่มีการไหม้ซ้ำซาก จากการวิเคราะห์ของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ภาคเหนือ) แล้วก็จิสด้า (GISTDA) พบว่ามันเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นป่าเต็งรังและมีการใช้ประโยชน์ร่วมกัน คือเราเห็นข้อมูลอย่างนี้กรรมาธิการจะเอาข้อมูลตรงนี้ไปพิจารณาบริหารจัดการอย่างไร ภาพต่อไปครับ อันนี้สถิติงานวิชาการของ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ วัชรพงษ์ ธัชยพงษ์ อยู่ที่คณะวิศวกรรม มช. สถิติกราฟนะครับว่า ไฟไหม้ป่ามีแนวโน้มว่า ถ้าหากเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าผลัดใบมันมีแนวโน้มมากขึ้น เพราะพฤติกรรมของมนุษย์ที่เข้าไป ใช้ป่า ความรู้ที่ใช้ความรู้เดียวนำไปสู่การสะสมของเชื้อเพลิง ท่านประธานพอจะนึกภาพออก หรือไม่ว่า ป่า ๑ ไร่เชื้อเพลิงมีประมาณ ๑.๕-๓ ตัน ถ้าหากว่าเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เราไม่เข้าไปจัดการอะไรเลยก็คือเชื้อเพลิงมหาศาลที่จะเผาไหม้ในถิ่นเดียวกัน อันนี้คือข้อมูล ทางวิชาการ ภาพต่อไป สิ่งที่ผมได้ทำร่วมกับนักวิชาการที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เราพบว่า ถ้าหากมีความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ไฟป่า ความรู้ที่เคยมีในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็มี คณะวนศาสตร์ก็มี ขององค์ความรู้ชุมชนก็มีครับว่า เราควรจะมีการลดเชื้อเพลิง ผลกระทบ ถ้าเป็นไฟป่าความรุนแรงของไฟจะอยู่ที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามีการควบคุมหรือว่าการชิงเผา อยู่ที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมันจะสัมพันธ์กันครับ อัตราความเร็วของไฟจะไปช้ามากเพราะว่า เชื้อเพลิงมันสะสม แต่ถ้ามีการจัดการเชื้อเพลิงหรือว่าเชื้อเพลิงเบาบางไฟก็จะไหม้เร็ว เพราะฉะนั้นความร้อนที่มาผ่านป่า ความร้อนที่ผ่านต้นไม้ก็จะไปอย่างเร็ว เพราะฉะนั้นอันนี้ คือความรู้ที่อยากจะนำเสนอให้กับกรรมาธิการพิจารณา ภาพต่อไปครับ อันนี้ก็ข้ามไปครับ เป็นเรื่องเปรียบเทียบระหว่างไฟป่ากับเรื่องของการจัดการเชื้อเพลิง ภาพนี้เป็นงานทดลอง ท่านประธานครับ อันนี้ผมร่วมทำด้วยนะครับ ได้รับงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม เราจะเห็นว่าเชื้อเพลิงมีความหนาเท่ากัน พื้นที่ที่ปล่อยให้เกิดไฟป่าโดยไม่มีการควบคุมเลย จะใช้เวลาประมาณ ๑๓ วินาที พื้นที่ที่มีการจัดการเชื้อเพลิงในช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้วก็ อากาศที่เหมาะสมใช้เวลา ๗ วินาที หมายความว่าอย่างไร ถ้าเราปล่อยให้ความร้อนอยู่กับ พื้นที่นาน ๆ คือต้นไม้ก็จะตาย พืชก็จะตาย และที่สำคัญเชื้อเพลิงที่อยู่ตรงนั้นเวลานาน การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์และไปอย่างช้า ๆ สิ่งที่ตามมาคือควัน ภาพต่อไปครับ อันนี้เป็น ข้อสรุปนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นคลิปวีดิโอ (Clip video) ท่านอาจารย์บอกว่าตกลง ตอนนี้เรากลัวไฟหรือว่ากลัวควันกันแน่ ถ้าหากว่าเรากลัวควันหรือว่าฝุ่น เราควรจะมีความรู้ อีกชุดหนึ่งเข้าไปจัดการ แต่ถ้าเรากลัวไฟก็มีความรู้อีกชุดหนึ่งไปจัดการ แต่ปัญหาที่เราเจอ ตอนนี้ก็คือว่าเรากลัวควัน แต่ว่าปล่อยให้ไฟเป็นตัวเร่งหรือตัวสะสมให้เกิดควันในอนาคต ในช่วงที่มีการสะสมนะครับ ช่วงท้าย ๆ นี้ผมอยากจะสรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน ปัญหา เรื่องฝุ่น ปัญหาเรื่องหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ผมเข้าใจว่าผลกระทบที่ตามมาที่เกิดขึ้น ทั้งภาคธุรกิจ ประชาชนทั่วไปทุก ๆ อย่างเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน สิ่งที่ผมเจอก็คือว่า ถ้าหากมีการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งอย่างสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายว่าเราควรจะใช้หน่วยตำบล หรืออำเภอในการตัดสินใจ เพราะว่าความรู้และปัญหามันอยู่ตรงนั้น ที่สำคัญคือเราจำเป็น จะต้องจัดกระบวนการมีส่วนร่วม เทศบาลและ อบต. เป็นหน่วยประสานแล้วก็ทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องบูรณาการด้วยกันว่าใครมีทรัพยากรเท่าไร ใครมีความรู้เท่าไร ใครมีเครื่องไม้ เครื่องมืออะไรที่จะสนับสนุนภาคประชาสังคม ภาคประชาชนที่อยู่ในเมืองจะสนับสนุนอย่างไร อันนี้คือทางออกครับ ถ้าหากว่าเราใช้กระบวนการสั่งจากข้างบนลงมาและมีงบประมาณ ทุ่มลงไป ผมมีประสบการณ์ท่านประธานครับ มีการส่งหน่วยดับไฟป่าจากภาคอีสาน ภาคใต้ ส่งขึ้นไปช่วยพี่น้องภาคเหนือ ปรากฏว่าหน่วยไฟป่าไม่สามารถจะเดินทางเข้าป่าได้เพราะ ไม่รู้จักพื้นที่ สุดท้ายคือพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่พื้นที่ต้องพาไป อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นประเด็น สำคัญ เพราะฉะนั้นคือถ้าไม่อยากให้เห็นบรรยากาศการมาพูดเรื่องไฟป่า หมอกควันในปีหน้า ในช่วงเวลานี้ควรจะออกมาตรการหรือออกแบบกลไกในการตัดสินใจโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ใช้องค์ความรู้จากหลาย ๆ พื้นที่เข้ามาดำเนินการ ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการทำงาน ส่วนงบประมาณสนับสนุนผมเข้าใจว่าทั้งระดับพื้นที่ ภาคประชาชนและภาคประชาสังคม หรือหน่วยงานระดับพื้นที่พอมีอยู่ เพียงแต่ว่าที่หน่วยงานรัฐไม่สามารถตัดสินใจได้เพราะไม่มี เครื่องมือที่จัดทำให้พวกเขาเหล่านั้นได้มาเจอกันและร่วมตัดสินใจภายใต้เงื่อนไขจำกัด ในพื้นที่ภายใต้สิ่งที่จะต้องติดใจเพื่อแก้ปัญหาครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญ ท่านเทพไทครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานเพื่ออภิปรายสนับสนุนญัตติเรื่องการขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณา ศึกษา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกินมาตรฐานอย่างเป็นระบบของเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คือ ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ และท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ปัญหาเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็คงจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้วครับ เพียงแต่ว่า มันอาจจะไม่โด่งดังหรือไม่ฮิต (Hit) ไม่ฮอต (Hot) เหมือนกับยุคนี้เพราะยุคนี้โซเชียล มีเดีย (Social media) โลกโซเชียล (Social) จะประโคมข่าวแล้วก็จะเสนอข่าว เพราะฉะนั้นค่อนข้าง ที่จะตื่นตัวกันเป็นอย่างมาก แต่ว่าในขณะเดียวกันปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เกิดขึ้นมาทวีคูณ เทียบเท่ากับความเจริญของบ้านเมือง เทียบเท่ากับความเจริญของโลก ปัญหาสุขภาพของพี่น้อง ประชาชนก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อม จากความเจริญของบ้านเมืองเห็นได้ชัด ถ้าท่านประธานไปที่โรงพยาบาลในช่วงนี้หรือว่าในขณะนี้ ในตอนนี้ท่านประธานจะเห็นว่า ทุกโรงพยาบาลจะมีผู้ป่วยในเรื่องระบบทางเดินหายใจเยอะมากเพิ่มขึ้น แล้วโรคที่ฮิต (Hit) ที่สุดของคนไทยในขณะนี้ก็คือโรคภูมิแพ้ ผมเองเป็นคนหนึ่งล่ะท่านประธานที่ประสบปัญหา เรื่องโรคภูมิแพ้ และยิ่งในขณะที่เราอาศัยอยู่ ๒ พื้นที่ นั่นก็คือพื้นที่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่ที่กรุงเทพฯ ไปมาอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง ๓ ครั้งก็จะเกิดการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับอากาศ ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าในขณะนี้พื้นที่กรุงเทพฯ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) สูงมาก ไม่ต้อง ใช้เครื่องวัดล่ะครับ วัดจากตัวของเราเองได้เลยว่า ๑. เราเจ็บคอ แสบตา ปวดหัว นี่เราถือว่า เราได้รับผลกระทบ แต่ที่พูดในฐานะที่เป็น ส.ส. จากภาคใต้คนหนึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะ ในกรุงเทพฯ ที่เดียวล่ะครับ ผมคิดว่าภาคอื่นก็เกิดขึ้นเช่นเดียวกันเพียงแต่ว่าไม่รุนแรง เหมือนกับที่กรุงเทพฯ สำหรับที่ภาคใต้ผมคิดว่าวันข้างหน้าเขาจะเจอปัญหานี้ถ้าเราไม่หา วิธีการแก้ไขหรือปรับปรุงวิธีการของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของภาคใต้ในวันนี้ก็ต้อง เรียนว่าความเจริญมันก็รุดหน้าไป สิ่งก่อสร้างก็เยอะขึ้น แน่นอนที่สุดล่ะการก่อสร้างเพิ่มขึ้น ก็เพิ่มฝุ่นขึ้นมา เรื่องโรงงานอุตสาหกรรม มีโรงงานอุตสาหกรรมขยายตัวไปในพื้นที่ภาคใต้ และยิ่งในขณะนี้ มีกระแสเรื่องการที่จะสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าใช้ถ่านหินที่หลายภาคส่วนออกมาต่อต้าน เพราะว่ากลัวเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี่ละครับ เรื่องมลภาวะ เรื่องมลพิษ นี่ก็คือปัญหา ของภาคใต้ส่วนหนึ่ง เรื่องการเผาป่าในภาคใต้ก็มีครับ ไม่แพ้ภาคอื่น ไม่แพ้ภาคเหนือ หรือภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่เลือกตั้งของผมป่าพรุควนเคร็งที่ท่านได้ยินข่าวอยู่ เป็นประจำทุกปีเลยเป็นเทศกาลเลยเข้าหน้าแล้งก็ต้องเจอ แน่นอนที่สุดเผาป่าก็เกิดมลพิษ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็ชัดเจน ไหนจากประเทศเพื่อนบ้านอีกที่ท่านประธานก็เห็นว่าเผาป่า จากต่างประเทศแล้วลมก็พัดควันเข้ามาครอบคลุมถึงหาดใหญ่ถึงจังหวัดสงขลา ถึงภาคใต้ ตอนบนด้วยซ้ำไป นี่ก็เกิดปัญหานะครับ นี่ไม่รวมถึงฝุ่นที่ชาวบ้านบอกผมว่าช่วยพูดให้หน่อย ผมถามว่าฝุ่นอะไรเขาบอกว่าฝุ่นจากถนนลูกรัง คือถนนลูกรังในภาคใต้ค่อนข้างจะเยอะ เหมือนกันชาวบ้านก็กินฝุ่นถนนลูกรัง ถ้าหากว่าจะแก้เบื้องต้นชาวบ้านก็บอกว่าแก้ภาคใต้ ตอนนี้ก็คือรัฐบาลต้องไปช่วยทำให้ถนนปลอดฝุ่น ลาดยางถนนลูกรังเป็นถนนยางมะตอย ยางพาราเพื่อที่จะแก้ปัญหาฝุ่นให้ชาวบ้านหน่อยครับ เพราะฉะนั้นปัญหาในภาคใต้มีไม่ต่าง กับที่อื่น เพียงแต่ว่าภาคใต้อาจจะโชคดีตรงที่ธรรมชาติช่วย นั่นก็คือว่าเรามีต้นไม้ค่อนข้าง จะเยอะซึ่งเป็นต้นไม้โดยธรรมชาติ สวนยางพารา สวนปาล์มอันนี้ก็ถือว่าเป็นอาชีพของ คนภาคใต้ แต่ว่าโดยอาชีพของภาคใต้ก็ทำให้ภาคใต้เขียวชอุ่มทำให้มีต้นไม้อย่างน้อยก็ไว้ ดูดซับมลภาวะจากอากาศได้ เรื่องฤดูฝน เรื่องฝนตกบ่อยก็สามารถที่จะแก้ปัญหาภาคใต้ ได้ระดับหนึ่ง ภาคใต้เมื่อก่อนที่เราบอกว่าฝนแปดแดดสี่วันนี้อาจจะไม่ถึงขนาดนั้นแต่ตกบ่อย พอตกบ่อยก็อาจจะชะล้างฝุ่นละอองได้ระดับหนึ่ง แล้วโดยภูมิประเทศของภาคใต้นั่นก็คือ ภาคใต้ที่มีทะเลทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน อันนี้ก็เป็นส่วนช่วยที่ทำให้อากาศ ในภาคใต้ก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป แต่สิ่งที่อยากจะเสนอต่อท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ที่จะไปเป็นคณะกรรมาธิการต่อไป ผมคิดว่าปัญหาวันข้างหน้าเราต้องคิดถึงแนวทางแก้ไขว่า เราจะแก้ไขอย่างไร ผมคิดว่าในวันนี้ที่เราแก้ไขเฉพาะหน้าก็คือใช้เครื่องฟอกอากาศ ผมเห็น หลายท่าน บ้านมีอยู่ ๕ ห้อง เครื่องฟอกอากาศ ๕ ตัว ในรถมีอยู่ ๑๐ คันก็มีเครื่องฟอกอากาศ อยู่ในรถคันละ ๑ ตัว รวม ๑๐ ตัว อันนี้สำหรับคนที่มีฐานะก็ไม่เป็นปัญหาละครับ แต่ว่า ชาวบ้านชาวช่องที่ไม่มีกำลังซื้อก็ค่อนข้างจะยากที่จะซื้อเครื่องฟอกอากาศเพราะราคา ค่อนข้างจะแพง แต่ผมคิดว่าเครื่องฟอกอากาศโดยธรรมชาติที่มีก็คือต้นไม้ครับท่านประธาน เราอยากจะเชิญชวนให้ทุกท่านปลูกต้นไม้ให้มากที่สุดถ้าบ้านเมืองเขียวชอุ่มแน่นอนที่สุด มันดูดซับอากาศมลพิษได้เยอะ ผมชื่นชมกับท่านประธานชวน หลีกภัย ผมคิดว่าท่านเป็น คนหนึ่งที่สนใจและให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ ถึงขนาดว่ามีต้นที่ท่านนำมาจาก ประเทศเวียดนามเป็นตระกูลพันธุ์ยมและมีชื่อว่า ยมชวน ซึ่งผมคิดว่าท่านก็เผยแพร่และ แจกจ่ายกันค่อนข้างจะกว้างขวาง ผมอยากจะให้สังคมไทยเราได้มีค่านิยมเรื่องการปลูกต้นไม้ ให้มากครับท่านประธาน คือเราเริ่มต้นอะไรก็ได้แล้วแต่ เราเริ่มต้นที่การปลูกต้นไม้ ผมคิดว่า ที่เราทำได้ง่ายแล้วก็สร้างค่านิยมสำหรับคนไทยก็คือกรณีวันเกิดครับท่านประธาน ทุกคน มีวันเกิดและทุกคนก็จะฉลองวันเกิดปีละ ๑ ครั้ง ผมคิดว่าถ้าเรามาสร้างค่านิยมว่าวันเกิด ของเราทุกคนใน ๑ ปี เกิด ๑ ครั้งเราฉลองวันเกิดโดยการปลูกต้นไม้ ๑ ต้น ผมอยากจะให้ ท่านประธานลองคิดดูนะครับ คนไทยเรามีอยู่ ๖๐ ล้านคน ถ้าหากว่าเราปลูกต้นไม้ในวันเกิด คนละ ๑ ต้น ผมคิดว่าไม่กี่ปีประเทศไทยก็จะเขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ที่เราปลูก ปลูกต้นอะไรก็ได้ขอให้เป็นต้นไม้ ผมคิดว่ามีประโยชน์ทั้งนั้นก็เลยฝากเรียนท่านประธาน อย่างน้อยไปยังท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้านก็ได้ฉุกคิดเรื่องค่านิยม เรื่องการปลูกต้นไม้ที่เราควรให้ ความสำคัญ แต่ในส่วนของภาครัฐผมคิดว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น่าจะรณรงค์เรื่องนี้ น่าจะเป็นแม่งานโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือว่ากรมควบคุมมลพิษ ซึ่ง ๓ กรมใหญ่นี้ผมก็คิดว่าเป็น ๓ กรมที่ควร จะเป็นเจ้าภาพหลักที่ควรจะไปประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นองค์กรที่อยู่ ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ผมเลยฝากกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่จะตั้งขึ้นว่าก็อยากจะให้ มองไปข้างหน้า แล้วในวันข้างหน้าเราก็เชื่อว่าสิ่งแวดล้อมมันอาจจะเลวร้ายไปมากกว่านี้ ถ้าเราไม่คิดแก้ไขตั้งแต่วันนี้ เพราะฉะนั้นเลยเป็นข้อคิดเป็นข้อเสนอสำหรับ ส.ส. คนหนึ่ง ที่อยู่ทั้งต่างจังหวัดแล้วก็อยู่ทั้งกรุงเทพฯ เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ที่จะตั้งต่อไป ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
มีสมาชิก ท่านใดจะอภิปรายคัดค้านหรือไม่สนับสนุนมีบ้างหรือไม่ครับ เพราะเท่าที่ฟังมาทั้งหมด ร้อยเปอร์เซ็นต์คือสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการทั้งนั้น ยังไม่มีครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านอนุรักษ์ แล้วก็หมอบัญญัตินะครับ เชิญท่านอนุรักษ์ก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย เรียนท่านประธานที่เคารพคะ เรื่องของฝุ่น ๒.๕ ไมครอน ฝุ่นเล็ก ๆ ละเอียดเล็กทะลุปอด ต้องบอกว่าอย่างนั้นนะคะ แล้วเข้ากระแสเลือดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ของมลพิษที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน แล้วทุกวันนี้มันเป็นเรื่องของสุขภาพร่างกายและ ชีวิตความเป็นอยู่ หรือจะให้ประชาชนมาเรียกร้องกับรัฐบาลอยู่ร่ำไปว่าขออากาศบริสุทธิ์ ให้หายใจเข้าหน่อยรัฐบาลที่รักอย่างนั้นหรือคะ พิษภัยตัวนี้ไม่ใช่ธรรมดา ท่านประธานคะ เป็นพิษภัยที่ร้ายแรงมาก อีสานบ้านดิฉันนั้นแต่ก่อนเผาฟางข้าว ซังข้าว ตอฟาง ปัจจุบันนี้ ไม่มีแล้ว นั่นคือการปลูกจิตสำนึกที่ดีให้เกิดขึ้นแล้วบอกว่ามีประโยชน์อย่างไร ก่อให้เกิด ประโยชน์อย่างไร ดังนั้นเรื่องนี้การปลูกจิตสำนึกของคนไทยทั้งประเทศจะต้องทำเพื่อตัวเอง และคนข้าง ๆ และประชาชนทั้งประเทศ นั่นคือข้อปฏิบัติเพื่อช่วยตนเองและเพื่อนร่วมชาติ ฝุ่นพิษ ๒.๕ ไมครอนมีขนาดเล็กมาก มีขนาดเล็กมาก ๆ พอที่จะหายใจเข้าสู่ปอดแล้วซึมผ่าน ผนังปอดเข้าสู่กระแสเลือด ผลที่เกิดขึ้นกับร่างกายจึงมีแบบเฉียบพลันจะเห็นผลภายใน ๑ วัน ๒ วัน ซึ่งส่วนมากจะเกิดกับระบบทางเดินหายใจ ไอ เจ็บคอ หายใจแล้วมีเสียงฟืดฟาด โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นโรคปอดมาก่อนนี่ยิ่งสาหัสเลย เลือดกำเดาไหล เคืองตา ตาแดง ระยะยาวเส้นเลือดหัวใจตีบตันทำให้เกิดภาวะอัมพาตหรือเสียชีวิต การเป็นมะเร็งปอด ฝุ่น ๒.๕ ไมครอนเข้าไปในรกเด็กขณะที่สตรีตั้งครรภ์ร้ายแรงขนาดนั้น เด็กในท้องทำให้เกิด เด็กคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวน้อย ติดเชื้อง่าย ทุพโภชนาการและเป็นโรคออทิสซึม (Autism) อีกโรคหนึ่งที่ตระหนักถึงความอันตรายของฝุ่นพิษ ๒.๕ ไมครอน ฝุ่นเล็ก ๆ เมื่อเช้านี้ตื่นมาถ่ายภาพตึกสูง ๆ ในกรุงเทพมหานครหายไปเกือบหมดค่ะ มีแต่หมอก สีเทาจาง ๆ เต็มไปหมด หมายความว่านั่นคืออันตรายมหาศาลเลยทีเดียว แล้วดิฉันถามว่า โรคถุงลมโป่งพองซึ่งเกิดจากฝุ่นพิษ ๒.๕ ไมครอนมีอันตรายเช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ ดิฉัน ถามกรมควบคุมมลพิษกับการแจ้งเตือนว่าเป็นไปตามมาตรฐานโรคหรือไม่ อย่างไร เพราะว่า ต้องฝากกรรมาธิการไปในเรื่องนี้ เพราะประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเราทำไมค่าที่เป็นระดับ อันตรายจะต้องสูงมากกว่าค่ามาตรฐานโลก อันนี้สอบถามนะคะ แล้วกรมควบคุมมลพิษจะ ควบคุมอย่างไร รวมถึงรัฐบาลจะดับไฟตั้งแต่ต้นลมอย่างไร ในเรื่องของฝุ่น ๒.๕ ไมครอนนี้ เพราะการแก้ปัญหาให้ยั่งยืนอย่างไร หรือจะให้ประชาชนออกมาร้องเรียนครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ขออากาศบริสุทธิ์ในการหายใจสักครั้งที่เกิดเป็นคนไทยอย่างนั้นหรือ ในปีหนึ่ง ๆ ๓๖๕ วัน ดูกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสิคะ ลงเครื่องลงมาแต่ละครั้งดิฉันเห็นฝุ่นเต็มไปหมดเลยค่ะ ตอนแรกนึกว่าหมอกเทาบาง ๆ ช่างงดงามเหลือเกินในเมืองหลวง กรุงเทพมหานครของดิฉัน ซึ่งมาจากอีสานเห็นบ่อย ๆ แล้วมาเห็นกรุงเทพมหานครขมุกขมัวในตึกสูงเป็นร้อย ๆ ชั้น นึกว่าเป็นหมอกเป็นความงดงาม จริง ๆ แล้วไม่ใช่ฝุ่นพิษทั้งนั้น ๑๐๐ วันจะมีอากาศดี ๆ ที่สุดเข้าปอดของคนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลหรือไม่ ดังนั้นดิฉันมีข้อฝากให้กับ ท่านกรรมาธิการดังนี้ พลังงานสะอาดไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย การคมนาคมขนส่ง รถไฟฟ้า หรือการลดปริมาณรถยนต์ในกรุงเทพมหานครจะเป็นไปได้หรือไม่ อย่างไรคะ
ประเด็นที่ ๒ โรงงานเก่า ๆ ที่มีปัญหาด้วยมลพิษสูงสั่งปิดถาวรหรือยังคะ หรือโรงงานต่าง ๆ ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือยังฝากกรรมาธิการ ฝนเทียมท่านประธานคะ ฝนเทียมซึ่งกรมฝนเทียมจะต้องมีหน้าที่ทั้งฝนแล้งทั้งประเทศและทำให้ฟ้าสดใสจรัสจ้า เพื่อคนไทยทั้งประเทศ ฝนเทียมตัวนี้สามารถชะล้างให้ฟ้าสดใสจรัสจ้าเพื่อปอดของคนไทย ทั้งประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนี่คือความห่วงใยค่ะ แล้วสีเขียว ของทั้งประเทศ นี่คือความต้องการสีเขียว ปริมาณสีเขียวทั้งประเทศและกรุงเทพมหานครนั้น จะต้องสร้างขึ้น ไม่ใช่ว่าเพาะชำกล้าไม้หลาย ๆ สิบล้านต้น แต่ปัจจุบันนี้ยังเป็นป่าเสื่อมโทรม และภูเขาหัวโล้นอยู่เลย แล้วจะแก้ปัญหาฝุ่นพิษ ๒.๕ ได้อย่างไร
และอีกข้อหนึ่งค่ะ ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อม ปรับจริง จับจริง ทำอย่างไรผู้กระทำความผิดที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาได้ และสุดท้ายจากดิฉันสั้น ๆ ค่ะท่านประธาน เพราะว่าจะไม่ซ้ำกับคนอื่นว่าปลูกจิตสำนึก ผู้ใหญ่บ้านบ้านดิฉันนี่ค่ะ บ้านโนนค้อ หมู่ที่ ๖ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร บ้านไหนเผาขยะผู้ใหญ่บ้านจะตามไปถามว่าเผาทำไม ต้องดับเพราะทุกคนสูดอากาศเข้าไป นี่คือการปลูกจิตสำนึกในบ้านโนนค้อ หมู่ที่ ๖ บ้านดิฉันผู้ใหญ่บ้านเก่งไม่เผาขยะเลย ดังนั้น แล้วดิฉันสนับสนุนญัตติด่วนในการแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เพื่อตั้งกรรมาธิการ ศึกษาหาทางแก้ไขให้ปอดของคนกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและทั้งประเทศนั้นสดชื่น สดใส ไร้ฝุ่น ๒.๕ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญ คุณหมอบัญญัติครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใคร่ขอโอกาสท่านประธานและเพื่อนสมาชิกอภิปราย สนับสนุนญัตติที่เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อนสมาชิกแทบทุกพรรคการเมือง เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงและ หาแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นขนาดจิ๋วพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบครบวงจร นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาฝุ่นจิ๋วหรือฝุ่นขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกิดจาก หลายสาเหตุ ส่วนใหญ่บ้านเราก็เป็นเรื่องของภาคเกษตรกรรมสืบเนื่องจากการทำการเกษตร ที่มีมาแต่สมัยโบราณก็จะมีการเผาพืชผลการเกษตรเพื่อทำการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป ในภาคอุตสาหกรรมก็สืบเนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการเผาไหม้เครื่องยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ ในภาคของยานยนต์การขนส่งต่าง ๆ รถยนต์มีมากขึ้นแล้วก็เป็นพลังงานที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ก็จะเป็นแหล่งผลิตของฝุ่นขนาดจิ๋ว การก่อสร้าง การก่อสร้างก็ต้องมีปูนซีเมนต์ มีการขนส่ง วัสดุต่าง ๆ ก็เป็นแหล่งในการผลิตฝุ่นขนาดจิ๋ว ในภาคครัวเรือนการปิ้งย่างมากขึ้นแทนที่จะ เป็นการอบการต้ม อันนี้ก็เป็นแหล่งในภาคครัวเรือน ตลอดจนเรื่องของความกดอากาศ ท่านประธานครับในจังหวัดภาคเหนือเมื่อเวลาอากาศเย็นถ้าจังหวัดใดที่มีภูเขาล้อมรอบ เป็นท้องกระทะก็จะมีอากาศเย็นนั้นลอยต่ำลงมา ฝุ่นต่าง ๆ ก็ไม่ขึ้นไปสู่ที่สูงก็เป็นเหตุหนึ่ง ของฝุ่นขนาดจิ๋ว ทีนี้ทำไมใน ๒-๓ ปีที่ผ่านมาพวกเราจึงรับรู้เรื่องฝุ่นมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อน ก็มีปัญหาเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งผมคิดว่าเกิดเนื่องจากกรมควบคุมมลพิษได้มีการติดตั้งเครื่อง ตรวจวัดระดับฝุ่นในพื้นที่ต่าง ๆ เท่าที่ทราบกรมควบคุมมลพิษก็ยังมีงบประมาณไม่เพียงพอ ก็ติดตั้งเครื่องตรวจฝุ่นจิ๋วยังไม่ครบทุกจังหวัดมีเพียงจังหวัดใหญ่ ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็น ข้อเสนอแนะที่จะต้องฝากให้กรรมาธิการวิสามัญเพื่อหางบประมาณเพื่อให้ติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น จิ๋วในทุกจังหวัดของประเทศไทย เมื่อมีการวัดและมีการรายงานสังคมมีการตอบสนอง ผู้รู้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นวิชาชีพที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมออกมาให้ความรู้ว่าฝุ่นขนาดจิ๋ว ไม่ใช่เพียงแต่ทำให้เกิดการระคายเคืองของจมูกและหลอดลม อนุภาคของเขาเล็กมาก สามารถเล็ดลอดเยื่อบุปอดทะลุเข้ามาที่หลอดเลือดขนาดจิ๋วในปอดแล้วก็ทะลุเข้าไปไหลเวียน อยู่ในกระแสเลือดเข้าไปในสมอง เข้าไปในกล้ามเนื้อหัวใจ อวัยวะต่าง ๆ ที่มีการไหลเวียนเลือด ฝุ่นต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะไปขัดขวางแล้วก็ทำให้อวัยวะต่าง ๆ นั้นเสื่อมสภาพลง อันนี้เป็นสิ่งที่ พวกเราคาดไม่ถึงว่าฝุ่นที่เรามองไม่เห็นจะมีอานุภาพร้ายแรงและทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ตามมาอีกจำนวนมากแล้วกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระทำให้เซลล์ (Cell) ต่าง ๆ มีความชราภาพ แล้วเสื่อมไปเร็วกว่ากำหนด ปัญหาฝุ่นละอองนั้นไม่ใช่เป็นปัญหาของหมู่บ้าน ไม่ใช่เป็นปัญหา ของอำเภอ ตำบล จังหวัด แต่ปัญหาฝุ่นละอองนั้นเนื่องจากมากับอากาศ จากพื้นดินไปจน สุดพื้นที่ที่เราจะหายใจได้หนาเพียงประมาณ ๑๐ กิโลเมตรเท่านั้น เทียบกับโลกของเรา เท่ากับผลส้ม อากาศที่ห่อหุ้มโลกที่เราพอหายใจได้ก็เป็นเพียงเท่ากับความหนาของเปลือกส้ม เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอากาศจึงเป็นสิ่งที่น่าหวงแหนยิ่งนัก เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่มีการเผาให้เกิดควันไฟในพื้นที่ตำบลอื่นก็อาจจะไปถึงตำบลอื่น เดี๋ยวนี้ปัญหาฝุ่นเป็นปัญหาระหว่างประเทศไปแล้ว แต่ละประเทศจะได้มาพบปะพูดคุยกัน ก็เพราะปัญหาเรื่องของฝุ่นด้วย เพราะฉะนั้นผมอยากจะนำเรียนท่านกรรมาธิการวิสามัญว่า ปัญหาฝุ่นนั้นต้องพูดคุยกันในระหว่างประเทศ ในเวทีระหว่างประเทศด้วย ไม่ใช่เป็นปัญหา ของท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด หรือในภาคต่าง ๆ หรือในประเทศไทยอย่างเดียว ยังต้องร่วมมือกัน ให้เกิดความร่วมมือกันในการลดและในการแก้ปัญหานี้ด้วย เมื่อปลายปีที่แล้วเดือนตุลาคม ผมได้รับโอกาสจากรัฐสภาให้เป็นตัวแทนไปร่วมประชุมกับองค์การอนามัยโลกที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงเทศกาลทางศาสนาก็จะมีการเผากระดาษ มีการจุดธูป ต่าง ๆ มากมาย ในขณะนั้นระดับค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ขึ้นไปถึงเกือบ ๕๐๐ มิลลิกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร ผมอยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้นประมาณ ๓ วัน ก็ได้สัมผัสภาวะของฝุ่นจิ๋วขนาด ประมาณเกือบ ๕๐๐ มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันถึง ๓ วัน กลับมาก็เอาเรื่องทีเดียว ก็ขอฝากท่านประธานถึงท่านกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเห็น ชอบจากสภาแห่งนี้ว่าปัญหาเรื่องฝุ่นจิ๋วนั้น เรื่องของความรู้หรือว่าโนเลจ (Knowledge) คิดว่าไม่มีปัญหาทุกคนมีความรู้แล้ว แต่จะต้องมีความรู้ที่ถูกต้องด้วย แล้วก็ต้องใช้เกณฑ์ มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก บางคนใช้หน่วยต่าง ๆ กัน ใช้เกณฑ์ที่แตกต่างกันก็ทำให้ การสื่อสารที่แตกต่างกัน และใช้มาตรการที่แตกต่างกัน
๒. มีความรู้ไม่พอ ต้องสร้างความตระหนักหรือเรียกว่ามีการปลูกจิตสำนึก ให้มีความตระหนักรู้ในปัญหาของฝุ่นละอองว่าจะอยู่อย่างไรในภาวะที่มีฝุ่นละออง เมื่อไร ที่ควรจะอยู่ในบ้าน เมื่อไรที่ควรจะต้องงดออกไปอยู่ในที่โล่งแจ้ง ยกตัวอย่างบางโรงเรียน คุณครูก็ยังบังคับให้นักเรียนออกกำลังกายในที่ที่มีฝุ่นมาก ๆ แล้วบอกว่าถ้าไม่ทำอย่างนั้น จะเอาคะแนนหรือไม่ อย่างนี้แปลว่าคุณครูอาจจะมีความรู้ แต่อาจจะไม่ได้ตระหนักในขณะนั้น ไปคิดคำนึงถึงเรื่องอย่างอื่น อันนี้ก็เป็นเรื่องของความตระหนักรู้ในสภาวะแวดล้อมแต่ละ องค์ประกอบนั้นก็ต้องมีความรู้เท่าทันกัน
๓. ต้องมีส่วนร่วม ถ้าหากว่าภาครัฐตื่นตัวแล้วแต่ภาคประชาชนไม่ตื่นตัว ภาคประชาสังคมไม่ตื่นตัว ผู้ที่เป็นผู้ผลิตฝุ่นเข้ามาในบรรยากาศไม่ตื่นตัวก็ยากที่จะประสบ ความสำเร็จ ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในระยะแรกสำหรับผู้ที่ไม่มีความ ตระหนักก็มีความจำเป็น แต่ในระยะยาวเชื่อว่าความตระหนักและความมีส่วนร่วม การคิด คำนึงถึงจิตสาธารณะจะเป็นตัวที่เกิดความยั่งยืนในการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นจิ๋ว ที่สำคัญ เมื่อปัญหาเรื่องฝุ่นนั้นไม่ได้ขึ้นกับตำบล อำเภอ หมู่บ้าน จังหวัด หรือภาค หรือประเทศ จึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่จะคอยแก้ปัญหาในขณะนั้น ถ้าเหตุการณ์นั้น อยู่ในระดับหมู่บ้านก็ท่านผู้ใหญ่บ้าน ตำบลก็ท่านกำนัน อำเภอก็ท่านนายอำเภอ จังหวัด ก็ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าระดับหลายจังหวัดก็เป็นเขตตรวจราชการ ถ้าในระดับประเทศ ก็ต้องเป็นท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีต้องมาบัญชาการเหตุการณ์ ปัจจุบัน ประเทศไทยนั้นขาดผู้บัญชาการเหตุการณ์เป็นอย่างมาก พอแบ่งงานเป็นหลายกระทรวงแล้ว ไม่มีใครบูรณาการปัญหาที่คาบเกี่ยวระหว่างกระทรวง จึงจะต้องมีผู้บัญชาการเหตุการณ์ ที่ดูแลเรื่องการบัญชาการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่น ต้องมีการศึกษาวิจัยแก้ปัญหาให้ตรงจุดว่า ในภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ภาคครัวเรือนต่าง ๆ จะต้องมีอะไรที่เป็น นวัตกรรมเกิดขึ้นในการแก้ปัญหาป้องกันฝุ่นจิ๋วไม่ให้ลุกลาม ต้องสร้างพลังงานสะอาด การใช้ พลังงานที่สะอาดมีการปลูกต้นไม้ต่าง ๆ เป็นต้น กระผมขอฝากประเด็นต่าง ๆ เท่าที่เวลาจะอำนวยถึงท่านประธานสภาถึงท่านกรรมาธิการ วิสามัญที่จะตั้งขึ้นเพื่อนำไปพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงและแก้ไขป้องกันปัญหา ฝุ่นละอองขนาดจิ๋วในอนาคตเพื่ออากาศที่สดใสของประเทศไทยและของชาวโลกต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
อภิปรายกัน พอสมควรแล้วนะครับ พอจะลงมติได้หรือไม่ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จากจังหวัดอุบลราชธานี ขอ ๕ นาทีครับ ซึ่งเพื่อน ๆ ได้อภิปราย หลายมุมหลายประเด็น แต่ผมอยากจะบอกว่าวันนี้ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เกิดขึ้นนั้น มันเกิดขึ้นจากตามท้องทุ่งนา วันนี้เราทำนาเสร็จแล้วเกษตรกรก็จะเผาตอซังเผาฟาง วันนี้ ถ้าตามนโยบายจริง ๆ ตอนนี้อยากจะสนับสนุนรัฐบาลที่มีโครงการโคสร้างอาชีพซึ่งตอนนี้ มีเงินให้ยืมอยู่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทให้เกษตรกรตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อจะเลี้ยงโคขุน เพราะวันนี้ต่างประเทศ ประเทศจีน ประเทศเวียดนาม เขมรตอนนี้กำลังเร่งซื้อโคเนื้อซึ่งเรา ทำการขุน ถ้าเรามีนโยบายอย่างจริงจังเกษตรกรก็จะไม่เผาฟางก็ซื้อเครื่องอัดฟางให้เกษตรกร เกษตรกรก็จะอัดฟาง เอาฟางให้วัวกินเป็นเนื้อแล้วเอาเนื้อไปขาย พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็จะ ไม่เกิด ซึ่งวันนี้ถ้าเราไม่สนใจเลยเกษตรกรก็จะเผาฟางทิ้งเพราะว่าเสร็จนาแล้วก็เผาฟางก็เกิด พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ซึ่งเกิดขึ้นแล้วก็เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน ถ้าเรานำฟางมาให้ วัวกิน นำตอซังข้าวโพดมาให้วัวกิน ไม่เผาฟางไม่เผาตอซังก็จะไม่เกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แล้วสามารถที่จะนำเงินตราเข้าประเทศได้ด้วย ก็อยากฝากประเด็นตรงนี้ซึ่งเพื่อนสมาชิก ยังไม่ได้พูดครับ ขอบคุณครับ
ใครจะ ประสงค์อภิปรายยังเหลือรายชื่ออยู่อีก ๒ ท่าน ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ใช่หรือไม่ครับ ท่านวิโรจน์และท่านศรัณย์ อีก ๓ ท่านสุดท้ายแล้วจะได้ปิดการอภิปราย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ คนจังหวัดอ่างทอง ผมมีเวลาทั้งหมด ๑๐ นาทีด้วยกันครับที่จะขออภิปรายสนับสนุนญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาผลกระทบจากปัญหา ฝุ่นละอองขนาดจิ๋วหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แต่ผมจะใช้เวลาไม่ถึง ขออนุญาตท่านประธาน ใช้ ๕ นาทีแล้วถ้าเผื่อขาดเผื่อเหลือผมจะขอยกเวลาของผมบางส่วนแต่ไม่เต็มเวลานะครับ ให้ดอกเตอร์วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ซึ่งท่านได้เตรียมประเด็นต่าง ๆ ไว้ลึกซึ้งใช้เวลาดังกล่าว ให้คุ้มค่า ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นพ่อของลูกคนหนึ่งผมคงไม่ค่อยรับหรือเห็นภาพ ในลักษณะที่ต้องให้ลูกใส่หน้ากากหรือแมสก์ (Mask) ไปโรงเรียนไม่ได้ทุกวันแบบนี้หรอกครับ ท่านทราบหรือไม่ครับว่าหน้ากากขนาดเล็กของเด็กคนหนึ่งวันหนึ่งใช้ในราคาที่ ๒๐ บาท ต่อชิ้น ถ้าคุณภาพจะดีกว่านั้นราคาอาจจะถึง ๖๐ บาทต่อชิ้น ผมคำนวณคร่าว ๆ ถ้าบ้านหนึ่ง จะมีพ่อมีแม่มีลูก ๓ คนด้วยกัน เท่ากับว่าเขาจะต้องมีเงินที่ใช้ในการซื้อหน้ากากเพื่อดูแล คุณภาพชีวิตของตัวเขา ๑๘๐ บาทต่อครอบครัวต่อวัน ๑,๒๖๐ บาทต่อสัปดาห์ ๕,๐๔๐ บาท ต่อเดือน นั่นหมายถึงเงินจำนวน ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งไม่น้อยกับภาระค่าครองชีพ ซึ่งวันนี้ประเด็น เรื่องของการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก็ยังไม่ได้ถูกพิจารณาอย่างเป็นระบบว่าตกลงค่าแรงขั้นต่ำนั้น ควรจะไปถึงขนาดไหน เงินเดือนข้าราชการ เงินเดือนผู้ประกอบวิชาชีพต่าง ๆ ก็ไม่ได้ถูกพิจารณา ฉะนั้นนั่นคือผลกระทบในประการที่สำคัญ ท่านประธานครับประเด็นที่เพื่อนสมาชิกพูดกันไป เกือบหมดแล้ว ผมเหลือนิดเดียวก็คือประเด็นเรื่องของสิทธิของเด็ก เราแบ่งสิทธิของเด็ก ออกเป็น ๔ ประการด้วยกัน ก็คือสิทธิในการดำรงชีวิต สิทธิในการปกป้องคุ้มครอง สิทธิ ในการได้รับการพัฒนาและสิทธิการมีส่วนร่วม แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้สิทธิดังกล่าว แล้วในภาษาที่เราเรียกกันก็คือสิทธิที่จะได้รับอากาศ ที่บริสุทธิ์ที่เรียกว่า ไรต์ ทู คลีน แอร์ (Right to clean air) ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของสิทธิเด็ก แต่ไม่ถูกพูดถึงมากนัก เพราะฉะนั้น ณ ขณะนี้ ๔ ประเด็นสั้น ๆ ที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือว่า ๑. ตกลงเราวิเคราะห์สาเหตุ ทั้งสาเหตุที่เป็นปัจจัยหลัก สาเหตุที่เป็นปัจจัยรอง สาเหตุ ที่เพื่อนสมาชิกไม่มีใครพูดถึงกันในวันนี้หรือพูดถึงไม่มากนัก เช่น ประเด็นเรื่องของอินทรีย์ คาร์บอน มีเพื่อนสมาชิกพูดถึงการจะปิดองค์กรที่เกี่ยวข้องกับพฤกษศาสตร์ ผมมีโอกาส ไปองค์กรอีกองค์กรหนึ่งเป็นองค์การมหาชนเรียกว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เขาทำ งานวิจัยออกมาเลยแสดงให้เห็นเลยว่านอกเหนือจากประเด็นเรื่องกรณีของค่าไอเสียต่าง ๆ กรณีของการเผาป่า อีกกรณีหนึ่งก็คือเรื่องของการระเหยของไนโตรเจน ซึ่งเกิดจากการใช้ปุ๋ย แล้วระเหยขึ้นไปในบรรยากาศต่าง ๆ ในประเทศไทย มันเป็นตัวเปรียบเทียบที่เห็นชัดเลย มันแตกต่างกับฮอตสปอต (Hotspot) ที่เกิดขึ้น เพื่อนสมาชิกเพื่อนบ้านเราในต่างประเทศ ข้าง ๆ ก็มีการเผาป่าแต่การใช้ปุ๋ยน้อยกว่า ปรากฏว่าจุดที่มันขึ้นไปแสดงนั้นไม่เท่ากับที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ณ ขณะนี้ประเด็นแรกเลยในแง่ของการค้นหาสาเหตุ หรือมูลเหตุท่านต้องชัดกว่านี้ครับ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ มีการพูดถึงผลกระทบไปค่อนข้างมาก แต่ผมคิดว่าผลกระทบ ด้านหนึ่งมันสะท้อนถึงภาวะในการตัดสินใจของผู้นำ ท่านเห็นข่าวนะครับ เราตามข่าว ผมก็เคยเป็นคณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร วันแรกบอกว่าขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ของผู้บริหาร แล้วผู้บริหารโรงเรียนท่านใดที่จะกล้าปิดถ้าไม่ใช่การตัดสินใจของผู้นำ ก็ต้อง ขอบพระคุณผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครกล้าตัดสินใจในวันที่ถัดมาว่าให้มีการปิด สถานศึกษา แต่ก็ยังไม่ได้กว้างขวางมากมายอย่างเพียงพอ ถ้าท่านประธานเดินทางเมื่อเช้า เพื่อนสมาชิกเดินทาง การปิด ๔๓๗ โรงเรียนท่านก็เห็นว่ารถก็ติดเท่าเดิม สะท้อนให้เห็นว่า จริง ๆ แล้วเราเซฟ (Safe) ที่ตัวเด็กจริงแต่บรรยากาศของการเดินทางยังเท่าเดิม มันยังไม่ สะท้อนปัญหาที่แท้จริง แล้วอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้นำเรียนว่าแม้จะอยู่ในบ้านที่มีอากาศปิด แม้จะใช้แอร์ แม้จะมีเครื่องกรองอากาศก็ไม่ได้หมายถึงว่าฝุ่นจะเข้าไปในบ้านเหล่านี้ไม่ได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นครับว่าจริง ๆ แล้วผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเด็กมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว ที่เราจำเป็นต้องลงรายละเอียดแล้วเราก็ไม่อยากให้มีเด็กคนใดที่ต้องเป็นโรคที่เกิดขึ้นจาก ภาวการณ์ได้รับฝุ่นที่มากเกินไป นั่นเป็นประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องยกระดับเรื่องของไรต์ ทู คลีน แอร์ (Right to clean air) ขึ้นมาในระดับประเทศ มีรัฐธรรมนูญในหลายประเทศ เช่นรัฐธรรมนูญ ของประเทศปานามาที่เขียนในปี ๑๙๗๒ บอกว่ารัฐต้องทำให้ประชาชนมั่นใจว่าได้อาศัยอยู่ ในอากาศที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตนั้นอย่างไร มีรัฐธรรมนูญของประเทศเอกวาดอร์ ในปี ๒๐๐๘ ที่พูดถึงหลักประกันของการที่จะมีการจำกัดมลพิษทางอากาศ สิ่งเหล่านี้ เราไม่เห็นในแผนปฏิรูป ความจริงตัวเลขสะท้อนมาโดยตลอดว่า ๕ ปีที่ผ่านมาฝุ่นแม้ไม่มาก ขึ้นแต่การจัดการไม่ได้ถูกระบุอย่างชัดเจน
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นสุดท้ายก็คือการพิจารณาปัญหา ท่านต้องวิเคราะห์ ให้ขาดว่าท่านจะดูปัญหาในระยะสั้น ในระยะยาวแบบไหน ประการใด ผมหยิบยกเอกสารขึ้น ชิ้นเดียวเป็นเอกสารจากการศึกษาของเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา การแก้ปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศของสภาเรา แล้วก็มีคณะอนุกรรมาธิการ แบบเดียวกันในกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ความเป็นจริงถ้าผมดูรายละเอียดพบว่าข้อมูลเต็มที่ไปหมดแต่เราจะหยิบยกสิ่งดังกล่าวมาใช้ อย่างไร มีการพูดกันหรือไม่ว่าน้ำมันยูโร ๔ (EURO 4) น้ำมันยูโร ๕ (EURO 5) น้ำมันยูโร ๖ (EURO 6) นั้นมันต้องเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ในวันนี้ มีการพูดกันถึงระบบขนส่งไฟฟ้าหรือไม่ มีการพูดถึงเรื่องอีโคแทกซ์ (Eco tax) การเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ หรือไม่ มีคณะกรรมาธิการ ที่จะเกิดขึ้นศึกษาไปถึงเรื่องของการตั้งหรือการมี พ.ร.บ. อากาศสะอาดซึ่งพรรคอนาคตใหม่ พยายามจะผลักดันหรือไม่
ผมสรุปแบบนี้ครับท่านประธาน หากการมีกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นนั้น เป็นการจัดตั้งขึ้นอย่างเข้าใจ ผมขอเวลาสักนิดเดียวครับว่าท่านอาจจะไม่จำเป็นต้องรีบศึกษา มากนัก แต่ขอให้ท่านศึกษาอย่างตั้งใจแล้วการศึกษาของท่านจะเป็นการตอบโจทย์อย่างยั่งยืน ว่าการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในวันนี้จะทำอย่างไร ผมขอขอบพระคุณที่สภาแห่งนี้พิจารณา และขอให้ท่านได้พิจารณาอย่างถ่องแท้เพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกของผม ตอบโจทย์ให้กับ เด็กทุกคนในประเทศนี้ ขอบพระคุณครับ
เชิญ ดอกเตอร์วิโรจน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก่อนที่ผมจะอภิปรายเกี่ยวกับในเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คือผมคิดว่าสมาชิกหลายท่าน ได้พูดถึงฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แล้วว่ามันเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า ๒.๕ ไมครอน และถ้าท่านลองอ่านและศึกษาดูจะพบว่ามันมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่คราวนี้มันก็เกิด ข้อสงสัยใช่ไหมครับ ผมคิดว่าสมาชิกทุกท่านและประชาชนทางบ้านก็สงสัยครับท่านประธาน ในเมื่อพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแล้วฟ้าที่ขมุกขมัวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สีฟ้าที่หายไปจากท้องฟ้าของกรุงเทพมหานครหายไปได้เพราะอะไร ไม่ใช่แค่ฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) วันนี้สิ่งที่เราเผชิญมันเรียกว่าสมอก (Smog) หรือหมอกควันพิษครับ ผมขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
สิ่งที่ประสบอยู่ในวันนี้ไม่ใช่ แค่พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ถ้าเราตีความเฉพาะพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เราจะตีโจทย์ได้แค่ครึ่งเดียว ทำข้อสอบได้แค่ครึ่งเดียวครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ สิ่งที่เห็นเราเห็นจากประเทศจีน ที่เมืองปักกิ่งใช่ไหมครับ เราเห็นที่เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดียใช่ไหมครับ บรรยากาศทั้ง ๒ ที่ ที่เขาเคยประสบปัญหานี้มาก่อนที่เรียกว่าสมอก (Smog) หรือหมอกควันพิษ คล้ายกับ กรุงเทพมหานครในวันนี้ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ นี่สิ่งที่เราเจอครับ ถ้าเป็นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มันจะตายผ่อนส่ง ต่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีจะสู้ไหว ผมว่าระยะยาวท่านก็สู้ไม่ไหว แน่ ๆ ครับ แล้วท่านจะหลอกให้ประชาชนมาสู้ด้วยกับท่าน ผมคิดว่าประชาชนก็คงไม่ยอม วันนี้สิ่งที่เห็นมันคือสมอก (Smog) ซึ่งเป็นสารมลพิษทางอากาศทุติยภูมิ เดี๋ยวผมจะบอกว่า ข้อสอบของคณะกรรมาธิการชุดนี้มี ๒ ข้อย่อย ข้อแรกคือปฐมภูมิ และข้อ ๒ คือทุติยภูมิ และตัวนี้คือตัวร้ายเลยครับ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ผมอยากให้ประชาชนแล้วก็สมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ดูภาพไปพร้อม ๆ กัน รถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม ก็ปล่อยมลพิษ ทางอากาศออกมา ประกอบด้วย คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide) คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ไนโตรเจนออกไซด์ (Nitrogen Oxide) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide) ที่เรียกว่า นอกซ์ (NOx) แล้วก็จะมีฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) กับพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) ใช่ไหมครับ ซึ่งเป็นฝุ่นไฮโดรคาร์บอนปะปนมากับอากาศ แต่ตัวโรงงานอุตสาหกรรมจะมี สารระเหย ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ระเหยเร็วที่ไม่ได้ถูกพูดถึงนั่นก็คือวีโอซี (VOCs) ตัวนี้ละครับ ตัวแสบและทำให้สีฟ้าบนท้องฟ้ากรุงเทพมหานครหายไปในทุกวันนี้ สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ เมื่อสารปฐมภูมิหรือมลพิษทางอากาศปฐมภูมิเหล่านี้ลอยขึ้นไปปะปนบนอากาศ คราวนี้ มันจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่าโฟโตเคมีคอล ออกซิเดชัน (Photochemical Oxidation) โดยมีแสงแดดเป็นตัวเร่งทำปฏิกิริยา ตัวนี้ครับ พอไฮโดรคาร์บอนด์ (Hydrocarbon) ไปทำ ปฏิกิริยากับออกไซด์ของไนโตรเจน (Nitrogen) สิ่งที่เกิดขึ้น สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ก็จะเกิด หมอกควันพิษที่ผมเรียกว่าสมอก (Smog) นั่นเองครับ เห็นด้วยตาเปล่า เราจะเห็นสมอก (Smog) เหล่านี้มีอะไรบ้าง เบื้องต้นก็มีโอโซนครับ โอโซนถ้าอยู่ในเหนือชั้นบรรยากาศจะดีใช่ไหมครับ คอยป้องกันแสงอาทิตย์ แต่โอโซนที่อยู่ในพื้นโลกเป็นสารพิษนะครับ และอีกตัวหนึ่งคือ เพอรอกซิลแอซิติล ไนเตรต (Peroxyacetyl Nitrate) หรือแพน (PAN) ตัวนี้ก็แสบไม่แพ้กัน ดังนั้นอาการที่เรารู้สึกเฉียบพลัน เลือดกำเดาไหล รู้สึกแสบคอ แสบจมูกเกิดจากฝุ่นควันพิษ หรือหมอกควันพิษที่เรียกว่าสมอก (Smog) นี่ละครับ หาใช่พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไม่ นี่คือ ภาพรวมครับ ดังนั้นถ้าเกิดเราสู้กับพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แล้วเราลืมสมอก (Smog) ปัญหานี้ ไม่จบครับ ข้อสอบ ๑๐ คะแนน ได้แค่ ๕ คะแนน ข้อสอบข้อนี้มี ๒ ข้อย่อยครับ นี่คือสไลด์ (Slide) ที่ผมทำให้ทุกท่านเข้าใจ กลับมาครับ ปิดสไลด์ (Slide) ได้แล้ว คราวนี้อย่างนี้ครับ
ประเด็นเรื่องที่สำคัญก็คือในปัจจุบันประเทศไทยไม่มีกฎหมายควบคุม สารระเหยเร็ว สารอินทรีย์ระเหยเร็วที่เรียกว่าวีโอซี (VOCs) เลย ในขณะที่ประเทศเยอรมนี จะมีกฎหมายควบคุมตรงนี้ว่าโรงงานอุตสาหกรรมจะต้องปล่อยไม่ว่าสารชนิดนั้นชื่ออะไรก็ตาม ตราบใดที่มันเป็นสารอินทรีย์ระเหยเร็วจะปล่อยได้ไม่เกิน ๒๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และจะปล่อยโดยไม่บำบัดไม่ได้ แต่กฎหมายประเทศไทยตอนนี้ควบคุมแค่ ๓ รายการเท่านั้น ก็คือเบนซิน บิวทาไดอีน (Butadiene) แล้วก็ไซลีน (Xylene) เรื่องสารอินทรีย์ระเหยเร็วเคยศึกษาเหมือนกันในปี ๒๐๐๗ ๑๐ กว่าปีก่อนแล้วก็เงียบหายไป แสดงว่า ๑๐ กว่าปีก่อนนักวิชาการในประเทศไทยเล็งเห็นแล้วว่าไม่ช้าไม่นานเราจะเจอแบบนี้ แต่ก็มิได้นำพาไม่ได้ทำอะไรต่อ วันนี้เราไม่ได้สู้แค่พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แต่เราสู้กับสมอก (Smog) ครับท่านประธาน
ต่อมาครับ ถ้าเราพรูฟ (Prove) หลายคนเราเข้าใจผิดมาก ๆ หรือเข้าใจไม่ครบ เวลาเราพูดถึงดัชนีคุณภาพอากาศวันนี้เราพูดแต่พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ใช่หรือไม่ แต่ในดัชนี เอคิวไอ (AQI) หรือเป็นดัชนีคุณภาพอากาศจะประกอบด้วยสารพิษอยู่ ๕ รายการนั่นก็คือ โอโซน เป็นโอโซนบนพื้นโลกพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide) แล้วก็ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide) ดังนั้นแสดงว่าอาการขมุกขมัวของกรุงเทพฯ ในทุกวันนี้มันไม่ใช่แค่พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมย้ำนะครับ ถ้าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ดังนั้นผมคิดว่าการศึกษา เพื่อแก้ไขครั้งนี้ผมคิดว่ามลพิษทางอากาศต้องดูเรื่องสมอก (Smog) ด้วย ต้องหาพระราชบัญญัติ ที่อาจจะเรียกว่าเป็นคลีน แอร์ แอกต์ (Clean Air Act) หรือพระราชบัญญัติอากาศสะอาด เพื่อแก้ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ดูเฉพาะพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี่คือโจทย์ข้อแรกคือทุติยภูมิ
กลับมาที่ปฐมภูมิครับ ผมขอใช้เวลาอีกไม่นานรวมทั้งหมดไม่เกิน ๑๐ นาที ปฐมภูมิครับ พวกเราทราบกันดีครับว่ารถยนต์ในกรุงเทพมหานครมีทั้งสิ้น ๑๐ ล้านคัน โดยประมาณที่จดทะเบียนแล้วมี ๒,๕๐๐,๐๐๐ คันเป็นรถดีเซล เราไม่เคยวิเคราะห์ทางสถิติ รถที่วิ่งอยู่ที่ผลิตก่อนปี ๒๐๑๔ ที่เป็นมาตรฐานต่ำกว่ายูโร ๔ (Euro 4) มีทั้งสิ้นกี่คัน ซ้ำร้าย ยูโร ๔ (Euro 4) ก็ไม่ได้ว่ารุนแรงหรือไม่ใช่ว่าแย่มาก แต่ปัญหาคือกรมการขนส่งทางบก เคยตรวจสอบก่อนการต่อทะเบียนให้รถเหล่านี้หรือไม่ รถทุกคันที่เป็นดีเซลจะมีตัวกรองไอเสีย ที่เรียกว่า แคทาไลติก คอนเวอร์เตอร์ (Catalytic Converter) แคทาไลติก คอนเวอร์เตอร์ (Catalytic Converter) ตัวนี้หรือกรองไอเสียตัวนี้มีอายุการใช้งาน แต่หลายคนพอใช้งานไป สักพักหนึ่งก็ไปทะลวง แคทาไลติก (Catalytic) ก็คือไปงัดตัวกรองมันออก หรือบางครั้ง ก็ถอดออกเลยโดยที่กรมการขนส่งทางบกก็ไม่ได้ตรวจสอบ ไม่ได้ดูแล ไม่ได้เช็ก (Check) การบำรุงรักษาของกรองไอเสียส่วนนี้ และเป็นเรื่องที่เราไม่ได้ให้ความใส่ใจ อย่างน้ำมันวันนี้ ประกาศออกมาแล้วว่ากว่าจะได้ใช้ ยูโร ๕ (Euro 5) หรือยูโร ๕ (Euro 5) ต้องรอถึงปี ๒๕๖๖ แต่ผมยืนยันครับท่านประธาน ผมว่าเราลืมยูโร ๕ (Euro 5) ไปเลยแล้วเราข้ามจากยูโร ๔ (Euro 4) ไปยูโร ๖ (Euro 6) เลยครับ เพราะมาตรฐานไม่ได้ต่างกันมาก และประเทศอินเดีย ก็ข้ามจาก ๔ ไป ๖ เข้าใจว่าข้ามด้วยเช่นกัน เพราะโรงกลั่นอย่างไรก็ลงทุนรอบเดียวอยู่ดี ไหน ๆ จะเปลี่ยนเป็น ๕ เปลี่ยนเป็น ๖ ไปเลย ซึ่งตรงนี้คงต้องฝากคณะกรรมาธิการศึกษา ในส่วนนี้ด้วย จริง ๆ วันนี้ต้องยอมรับว่าสมอก (Smog) ที่เราเจอหรือคุณภาพอากาศที่เราเจอ ผมว่ารัฐบาลควรต้องใช้งบกลางสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินและจำเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่านี้ ต้องคิดถึงมันมากกว่านี้ ทำไมไม่เอามาอุดหนุนการเดินทางด้วยสาธารณะ หรือว่า ท่านจะออกมาตรการในการขึ้นค่าผ่านทางพิเศษในช่วงเวลาเร่งด่วนเพื่อเอาเงินมาอุดหนุน ตรงนี้ก็ได้ รัฐบาลต้องทบทวนมาตรการทางภาษีสรรพสามิตเพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาซื้อ รถไฟฟ้ามากขึ้น แต่ไม่มีการขับเคลื่อนใด ๆ ออกมา ควรจะใช้งบกลางไปซื้อเครื่องฟอกอากาศ หรือไปดูแลเด็กที่เป็นเป้าหมายที่อ่อนแอ ผมยังไม่เคยเห็นรัฐบาลคิดถึงมาตรการเฉพาะหน้า ที่จะใช้เงินสำรองกรณีฉุกเฉินและจำเป็นในการสู้กับปัญหานี้ ซ้ำร้ายครับ ท่านประธาน สุดท้าย รัฐบาลพยายามทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติทำให้ประชาชนต้องอยู่กับอากาศเทา ๆ แบบนี้เป็นเรื่องปกติ ล่าสุดเมื่อคืนนี้ผมช็อก (Shock) ที่ผมได้ฟังการสัมภาษณ์ของข้าราชการ ระดับสูงของกรมควบคุมมลพิษ ท่านบอกว่าอะไรครับ ลูกจ้างที่กรมยังไม่รู้จักค่าเอคิวไอ (AQI) เลย ท่านบอกว่าอาการเลือดกำเดาออกของประชาชนเป็นเรื่องดรามา (Drama) อันนี้ ผมจี๊ดจริง ๆ นะ นี่คือการตอบสนองนโยบายผมยังสู้ไหวของท่านนายกรัฐมนตรีเลย แล้วสุดท้ายท่านบอกว่าถ้าอากาศไม่ขึ้นสีแดงท่านจะไม่ใส่แมส (Mask) ผมคิดว่าท่านไม่ต้อง ใส่แล้ว วันนี้ท่านหาปี๊บใส่ดีกว่า สรุปสุดท้ายท่านประธานทั้งหมดทั้งมวล ผมขอสนับสนุน การตั้งคณะกรรมาธิการในการศึกษาหาทางแก้ปัญหามลพิษทางอากาศที่ไม่ใช่แค่พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แต่ต้องครอบคลุมถึงสารอินทรีย์ระเหยเร็วและสมอก (Smog) ที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านศรัณย์ ท่านสุดท้ายครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ ต้องขอบคุณที่อนุญาตให้อภิปราย ในวันนี้ เพื่อน ๆ สมาชิกได้อภิปรายถึงสาเหตุและต้นเหตุมาก็เป็นเวลานานแล้ว เพราะฉะนั้น ผมก็จะขอเวลาไม่นาน แต่ว่าจะขอเสนอแล้วก็จะแนะนำในส่วนของแต่ละข้อที่เป็นจุดเริ่มต้น ของปัญหาที่กำลังเจออยู่ในตอนนี้ อย่างแรกการเผาในที่โล่งหรือการเผาทางด้านเกษตรกรรม อันนี้ต้องบอกว่าเป็นปัญหาที่มีปัญหาต่อกันมานาน เพราะเรียกได้ว่าเป็นวิถีชีวิต ซึ่งการที่ รัฐบาลมองเห็นนั้นผมเชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ผมคิดว่าการที่จะผลักภาระไปให้ประชาชน โดยการที่บอกว่าปีนี้คุณห้ามเผา ยกตัวอย่างในจังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการปลูกอ้อยเยอะ คุณจะห้ามให้เผาอ้อยเฉย ๆ ผมคิดว่ามันเป็นการผลักภาระให้ประชาชนมากเกินไป สิ่งที่คุณ ต้องทำคือคุณต้องมีแผนที่จะแก้ไขในระยะยาว มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่คุณต้องปรับ โครงสร้างการทำเกษตรกรรมของพ่อแม่พี่น้อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำท่านประธานคือ รัฐบาลต้องวางแผนในการช่วยประชาชนในการปรับพื้นที่เพื่อที่จะได้สามารถใช้เครื่องจักร ในการตัดอ้อยได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเผา โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้คน อันนี้คือสิ่งที่ผมเชื่อว่าจะ เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวที่จะทำให้คนไม่ต้องเผาอ้อย ทั้งชาวไร่แล้วก็ทั้งโรงงานก็ไม่ต้องการ อ้อยเผา อ้อยในประเทศไทยตอนนี้ทั้งประเทศมีโรงงานอยู่ประมาณ ๕๐ กว่าโรงงานแย่งอ้อยกัน เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่โรงงานจะไม่รับอ้อยเผาได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องเข้าใจโรงงานด้วย แต่ว่า แผนการในระยะยาวเราสามารถช่วยกันแก้ไขได้ การช่วยกันปรับพื้นที่ให้ชาวไร่สามารถเอา รถตัดไปตัดได้จะเป็นวิธีที่ถูกต้องในการลดปริมาณอ้อยเผา อันนี้ก็ยกตัวอย่างปัญหาเรื่องการ เผาในที่โล่ง
เรื่องต่อไปก็คือเรื่องเครื่องยนต์ดีเซล ยานพาหนะต้องบอกว่าประเทศไทย มียานพาหนะเยอะมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและส่วนใหญ่ก็เป็นเครื่องยนต์ดีเซล และมีอายุการใช้งานที่เยอะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องแก้ไขผมคิดว่านโยบายมาตรการ ที่ทางรัฐบาลออกมาในการจำกัดแล้วก็การควบคุมการเช็ก (Check) สภาพเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาในระยะยาว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดไปแล้ว การใช้มาตรฐานไม่ว่าจะเป็นยูโร ๔ (EURO 4) ยูโร ๕ (EURO 5) ยูโร ๖ (EURO 6) เป็นสิ่งที่ เราต้องปรับใช้ และในอนาคตเราต้องผลักดันให้เกิดสังคมที่เราผลักดันไปสู่การใช้รถไฟฟ้า หรืออีวี (EV) เช่นเดียวกับประเทศจีน ต้องขอเรียนอย่างนี้ครับว่าปัญหาฝุ่นละอองเป็นปัญหา ที่ไม่สามารถแก้ไขในเร็ววัน ในปี ๒ ปีไม่มีทางแก้ได้ แล้วก็เป็นปัญหาที่แพงเป็นปัญหาที่ต้อง ใช้งบประมาณสูงในการแก้ไข ประเทศจีนใช้เวลาหลายปีกับงบประมาณอีกหลายล้านล้านบาท เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ปัญหาลดลงมาแต่ก็ยังไม่อยู่ในมาตรฐานของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เพราะฉะนั้นเราสามารถทำตามได้ เราสามารถผลักดันการใช้รถอีวี (EV) ได้ตั้งแต่ตอนนี้ครับ ตอนนี้หลาย ๆ ประเทศเริ่มผลักดันแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ควรที่จะเตรียมตัวในการปรับตัว เข้าหาสิ่งเหล่านี้
ต่อไปก็คือโรงไฟฟ้าแล้วก็โรงงานอุตสาหกรรม ต้องเรียนว่าโรงไฟฟ้าและ โรงงานอุตสาหกรรมนั้นมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว แล้วก็การผลิตหรือว่าโรงงานอุตสาหกรรม นั้นส่งผลกับค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไม่มาก แต่ว่ามันมีประเด็นอยู่ก็คือในช่วงปี ๒๕๕๙ มีประกาศคำสั่งฉบับหนึ่งที่อาจจะมีผลทำให้โรงงานเกิดมากขึ้น เพราะฉะนั้นการที่โรงงานผลิต พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แม้ว่าจะอยู่ภายในแสตนดาร์ด (Standard) หรือว่าอยู่ภายในค่ากำหนด ที่จะไม่เกิน แต่การที่โรงงานเกิดขึ้นมาก ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ทำให้เกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ตกค้างอยู่ในอากาศ นอกจากนี้อย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านพูดไปแล้วพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไม่ใช่แอร์พอลลูชัน (Air Pollution) หรือไม่ใช่สารพิษตัวเดียวที่เกิดจากโรงงาน การสันดาปจากการทำกิจกรรม ต่าง ๆ ของโรงงานยังมีสารอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ในอนาคต ซึ่งอาจจะ เป็นสิ่งที่เรายังไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจนมากพอ
ต่อไปผมก็จะขออีกหัวข้อหนึ่งก็คือการที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลกับเราแต่ว่าเรา ไม่สามารถควบคุมได้ อย่างเช่นที่สมาชิกหลายท่านบอกว่าการเผาในต่างประเทศ อันนี้ก็เป็น สิ่งที่เราเห็นได้ชัด แล้วก็มีอีกอย่างหนึ่งที่หลายท่านอาจจะยังไม่ได้พูดถึงก็คือเรื่องไฟป่า ที่ประเทศออสเตรเลีย ผมเชื่อว่าทุกท่านทราบ ตอนนี้ควันของไฟป่าจากประเทศออสเตรเลียนั้น ตอนนี้กำลังลอยอยู่ยังไม่ได้หายไปไหน ตอนนี้ไฟป่าของประเทศออสเตรเลียกำลังลอย ตามกระแสลมนาซ่า (NASA) เองก็ได้มีการวิเคราะห์เส้นทางลมแล้วว่าจะวนรอบโลกแล้วก็ กลับไปที่ประเทศออสเตรเลียอีกครั้ง เพราะฉะนั้นก็มีโอกาสที่จะผ่านเข้ามาที่ประเทศไทย ผมจึงอยากฝากให้คณะรัฐมนตรีเตรียมความพร้อมที่จะรับกับปัญหานี้ด้วย มันไม่ใช่ปัญหา ที่เกิดในประเทศเรา แต่ว่าเราจะได้รับผลจากมันเต็ม ๆ
ขออีกนิดเดียวนะครับท่านประธาน ก็คือเรื่องมาตรการที่ทางคณะรัฐมนตรี ได้ประกาศทั้ง ๑๒ ข้อ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าทั้ง ๑๒ ข้ออ่านไปแล้วก็ดูว่าน่าจะพอช่วย แบ่งเบาปัญหาได้ในตอนนี้ แต่ก็มีจุดหนึ่งที่ทำให้เราสงสัยก็คือทั้ง ๑๒ ข้อนั้นมันดูเหมือนเป็น การผลักภาระให้ประชาชนมากเกินไป คุณบอกว่าตรวจสภาพรถ คุณบอกว่าจำกัดการใช้รถ คุณบอกว่าคุณจะตรวจควันดำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สมควรทำ ผมไม่ได้ไม่เห็นด้วย เพียงแต่ เราต้องการสิ่งที่เรารู้สึกว่ารัฐบาลทำอะไรมากกว่าแค่บังคับให้ประชาชนมาจำกัดสิทธิของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่นเรื่องรถเมล์ ถ้าท่านจะตรวจควันดำผมไม่แน่ใจว่าถ้าท่านตรวจทั้งกรุงเทพฯ จะเหลือรถเมล์ที่วิ่งได้กี่คัน เราจะแก้ปัญหาอย่างไร มันเหมือนการผลักภาระให้ประชาชน มากเกินไป เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าวันนี้เราทั้งสมาชิกไม่ว่าจากฟากฝั่งไหนทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายมาทั้งวันมีข้อเสนอแนะ มีข้อคิดดี ๆ มากมายอยากให้ฝั่งรัฐบาล นำไปเสนอกับคณะ ครม. เพราะผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการที่เรากำลังจะตั้งนั้นจะสามารถ ทำงานออกมาได้ดี เพียงแต่ว่าปัญหาที่เรากำลังเจอมันอาจจะไม่สามารถรอได้ไม่ว่าจะ ๓๐ วัน หรือ ๔๕ วัน เพราะฉะนั้นวันนี้มีข้อเสนอดี ๆ มากมายอยากให้เพื่อนสมาชิกช่วยนำไปบอก ถึงฝั่งรัฐบาลให้ออกมาบังคับใช้เพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชนด้วย สุดท้ายผมก็เห็นด้วย ที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการคณะนี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอปรึกษา ที่ประชุมขอปิดการอภิปรายนะครับ เพื่อจะเข้าสู่ขั้นตอนการถามมติของที่ประชุม แต่ก่อน ที่จะลงมติก็จะถามผู้เสนอญัตติทั้ง ๑๑ ฉบับ จะใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ หรือไม่ครับ คือท่านมีสิทธิอภิปรายสรุป ถ้าไม่ใช้สิทธิผมขออนุญาตที่จะเข้าสู่การถามมติเลย เนื่องจาก ท่านสมาชิกทั้งหมดได้อภิปรายสนับสนุน ผมขออนุญาตที่ประชุมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เชิญท่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนต่อ ท่านประธานครับ พวกผมไม่คัดค้านในการใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ในการผ่านญัตตินี้นะครับ แต่ว่าอยากจะขอความชัดเจนจากท่านประธาน เพราะว่าญัตติในเบื้องต้นซึ่งเสนอด้วย ข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ข้อ ๕๔ (๑) จากท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ มีการถามที่ชัดเจนว่าอยากให้ตั้ง ญัตติเรื่องเกี่ยวกับมลพิษ โดยให้นำเสนอสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายและเป็นประโยชน์มาก ในวันนี้ไปยังรัฐบาลและตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษา ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการ ท่านประธานก็รับทราบว่าใช้เวลาในการพิจารณาอย่างน้อยก็ต้อง ๒-๓ เดือน แต่เรื่องที่เรา พูดคุยกันในวันนี้เป็นปัญหาเฉพาะหน้า เพราะฉะนั้นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกเสนอในวันนี้อยากจะ ให้ส่งไปยังรัฐบาลเพื่อนำไปพิจารณาแล้วก็ปรับใช้ครับ
ถ้าเป็น เช่นนั้นก็จะต้องถามมติแยกญัตติของท่านจิรายุออกมาว่าจะส่งไปให้รัฐบาลพิจารณาหรือไม่ ถ้าอย่างนั้นท่านก็ต้องเสนอได้อย่างเดียว คือเสนอ ๒ อย่างไม่ได้ ส่วนตั้งคณะกรรมาธิการ อีก ๑๐ ฉบับ ก็ต้องขอมติถามตั้งคณะกรรมาธิการหรือไม่นะครับ เชิญท่านอรรถกรครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อกรณีที่ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ที่ท่านได้มีความปรารถนาดีเพราะว่าปัญหาที่เราอภิปรายมาทั้งวันนี้เป็นปัญหา ที่รอไม่ได้และผมเชื่อว่าในระยะยาวก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาและวางแผนในการแก้ไขเพราะ เชื่อว่าปีถัด ๆ ไปปัญหานี้ก็จะย้อนกลับมาอีก ดังนั้นทางฝ่ายรัฐบาลก็ไม่มีปัญหา ไม่ขัดข้อง ที่ทางสภาแห่งนี้จะส่งเรื่องให้รัฐบาลด้วยและตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาด้วยครับ
ญัตติของ ท่านจิรายุหมายถึงว่าจะให้การอภิปรายวันนี้ ส่งการอภิปราย สรุปการอภิปรายข้อเสนอแนะ ไปให้รัฐบาลพิจารณาใช่หรือไม่ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในญัตติที่ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๐ เสนอเป็นญัตติด่วนด้วยวาจาในช่วงต้นนี้ มีการแยกประเด็นเป็น ๒ ประเด็นอย่างที่ ได้เรียนให้ทราบ ประเด็นแรกคือให้ส่งเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอในสภาวันนี้ไปยังรัฐบาล และให้ตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาเพราะเราต้องแยกประเด็นเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการแก้ไขปัญหาระยะกลางและระยะยาวครับ การแก้ไขปัญหาระยะกลางและระยะยาว จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการเพื่อมาศึกษาในรายละเอียด แต่ในปัญหาเฉพาะหน้ามีเพื่อนสมาชิก ซึ่งหลายท่านก็ได้อภิปรายเพื่อที่จะหาวิธีการแก้ไขและอยากจะนำเสนอต่อรัฐบาลครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ทางสภาแห่งนี้นำเรื่องส่งไปยังรัฐบาล ผมต้องขอเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ ท่านประธานอาจจะแยกการลงมติก็ได้แต่ว่าสามารถใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ได้ ทั้ง ๒ ประเด็น ประเด็นแรกถามว่าจะส่งเรื่องที่เราได้พิจารณาในวันนี้ปัญหาเรื่องของฝุ่นควัน ไปยังรัฐบาลหรือไม่ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นค้านก็ใช้ข้อ ๘๘ ขณะที่ประเด็นถัดมาคือตั้งกรรมาธิการ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นค้านเช่นกันก็ตั้งกรรมาธิการ ผมว่าสภาสามารถเดินหน้าได้ครับ
ใช่ครับ มันคงต้องแยกการถามมติตามข้อบังคับก็เท่ากับเหลือ ๑๐ ฉบับ ยกเว้นของท่านจิรายุ ผมจะถามมติว่าจะส่งให้รัฐบาลไปดำเนินการต่อหรือไม่ ส่วนอีก ๑๐ ฉบับนั้นตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อจะมาศึกษาเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ถูกหรือไม่ครับ เชิญท่านอัครเดชครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในฐานะที่เป็นเจ้าของญัตติ ที่เสนอให้สภาได้พิจารณาตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขเรื่องของปัญหาฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็เห็นด้วยกับท่านเพื่อนสมาชิกท่านจุลพันธ์ที่จะให้แยกญัตติออกเป็น ๒ ญัตติ เพราะว่าข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกอันหนึ่งก็คือเรื่องของข้อเสนอที่อภิปรายวันนี้ส่งให้รัฐบาล ดำเนินการเพื่อเป็นการเอาความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกไปแก้ไขในระยะเร่งด่วนนี้ ส่วนการ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้เป็นการวางแผนทั้งระยะกลางและระยะยาวเพื่อที่จะ ตั้งกรรมาธิการแล้วก็ทำเรื่องเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ เห็นด้วยกับท่านจุลพันธ์ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เรากำลัง พูดเรื่องเดียวกันอยู่ครับ ฉะนั้นผมจะขอมติจากที่ประชุมของเจ้าของญัตติทั้ง ๑๐ ฉบับก่อน ยกเว้นของท่านจิรายุว่าทั้ง ๑๐ ฉบับ ผู้เสนอญัตติเพื่อขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ โดยเนื่องจาก ผู้อภิปรายทั้งหมดเท่าที่ฟังมาทั้งหมดสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้น ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ประธานต้องถามนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหม ก็คือคัดค้านไม่ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญของผู้เสนอญัตติทั้ง ๑๐ ฉบับ มีท่านสมาชิกท่านใด คัดค้านไหมครับ คือเห็นเป็นอย่างอื่นคือไม่ต้องการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ก็ถือว่ามติของที่ประชุมมีมติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญตามเจ้าของญัตติทั้ง ๑๐ ฉบับที่เสนอ ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญนะครับ ขอกำหนดจำนวนกรรมาธิการ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอจำนวนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไข ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM ๒.๕) อย่างเป็นระบบ จำนวน ๔๙ ท่าน ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ คือท่านเสนอ ๔๙ ท่าน มีใครเสนอแตกต่างหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ๔๙ ท่าน รัฐบาลจะใช้สิทธิไหมครับ ตั้งได้ ไม่เกิน ๑ ใน ๔ จะใช้สิทธิไหมครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอใช้สิทธิเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM ๒.๕) อย่างเป็นระบบ ในสัดส่วนของรัฐมนตรีทั้งหมด ๑๒ ท่านด้วยกันครับ
รัฐบาล เสนอ ๑๒ ท่านนะครับ
๑. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ๒. นายธนิตพล ไชยนันทน์ ๓. นายดนัย ธีวันดา ๔. นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ ๕. นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ ๖. นายพรพจน์ เพ็ญพาส ๗. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ๘. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๙. นายอำนาจ วิลาวัลย์ ๑๐. นางนันทนา สงฆ์ประชา ๑๑. หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ๑๒. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ขอบคุณครับท่านประธาน ขอผู้รับรองครับ
รัฐบาล ๑๒ ท่าน ดังนั้นจะเหลือสัดส่วนกรรมาธิการของพรรคการเมืองทั้งหมด ๓๗ ท่านนะครับ ของพรรคเพื่อไทย ๑๐ ท่าน เชิญพรรคเพื่อไทยเสนอได้เลย ๑๐ ท่านครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง (PM ๒.๕) ให้เป็นระบบ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๐ ท่านดังนี้ ๑. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๒. นายยงยุทธ ติยะไพรัช ๓. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ๔. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ๕. นางสาวชนก จันทาทอง ๖. นางสาวสกุณา สาระนันท์ ๗. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ๘. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ๙. นางนฤมล ธารดำรงค์ ๑๐. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรอง ครบครับ พรรคพลังประชารัฐ ๙ ท่านครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอรายชื่อ กรรมาธิการในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๙ ท่าน ๑. นายไผ่ ลิกค์ ๒. นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ๓. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ๔. นายศาสตรา ศรีปาน ๕. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ๖. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ๗. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ๘. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา และ ๙. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ พรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM ๒.๕) อย่างเป็นระบบ ในสัดส่วนพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมี ๖ รายชื่อดังต่อไปนี้ครับ ๑. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๒. นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน ๓. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ๔. ดอกเตอร์นพร โพธิ์พัฒนชัย ๕. นางแสงเดือน ชัยเลิศ ๖. นายธารา กุศลชาติธรรม ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๔ ท่านดังนี้ ๑. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๒. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๓. นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ๔. นายสัตวแพทย์อนันต์ ฤกษ์ดี ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ครบนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทยค่ะ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM ๒.๕) สัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านค่ะ ท่านแรกนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ท่านที่ ๒ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ท่านที่ ๓ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ท่านที่ ๔ นายศุภชัย ใจสมุทร ขอผู้รับรองค่ะ
ครบนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอนายปรเมศวร์ กุมารบุญ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ครบนะครับ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอนายจารุพล เรืองสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็ก (PM ๒.๕) ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือนางวรลักษณ์ ศรีสอาด ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ครบนะครับ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่าน นายองอาจ วนามากสมบัติ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ครบนะครับ ครบ ๔๙ ท่านแล้วครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อเพื่อทบทวนครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM ๒.๕) อย่างเป็นระบบ ๑. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ๒. นายธนิตพล ไชยนันทน์ ๓. นายดนัย ธีวันดา ๔. นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ ๕. นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ ๖. นายพรพจน์ เพ็ญพาส ๗. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ๘. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๙. นายอำนาจ วิลาวัลย์ ๑๐. นางนันทนา สงฆ์ประชา ๑๑. หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ๑๒. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ๑๓. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๔. นายยงยุทธ ติยะไพรัช ๑๕. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ๑๖. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ๑๗. นางสาวชนก จันทาทอง ๑๘. นางสาวสกุณา สาระนันท์ ๑๙. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ๒๐. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ๒๑. นางนฤมล ธารดำรงค์ ๒๒. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ๒๓. นายไผ่ ลิกค์ ๒๔. นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ๒๕. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ๒๖. นายศาสตรา ศรีปาน ๒๗. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ๒๘. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ๒๙. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ๓๐. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ๓๑. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๓๒. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๓๓. นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน ๓๔. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ๓๕. นายนพร โพธิ์พัฒนชัย ๓๖. นางแสงเดือน ชัยเลิศ ๓๗. นายธารา กุศลชาติธรรม ๓๘. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๓๙. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๔๐. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๔๑. นายสัตวแพทย์อนันต์ ฤกษ์ดี ๔๒. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ๔๓. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ๔๔. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ๔๕. นายศุภชัย ใจสมุทร ๔๖. นายปรเมศวร์ กุมารบุญ ๔๗. นายจารุพล เรืองสุวรรณ ๔๘. นางวรลักษณ์ ศรีสอาด ๔๙. นายองอาจ วนามากสมบัติ
ทั้ง ๔๙ ท่าน ครบถูกต้องนะครับ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง กำหนดระยะเวลาในการพิจารณา เชิญเสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอระยะเวลาพิจารณา ๑๒๐ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ครบนะครับ มีผู้เสนอ ๑๒๐ วันในการพิจารณาครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้กรรมาธิการวิสามัญได้ใช้เวลา ๑๒๐ วันนะครับ
ต่อไปอีกญัตติของท่านจิรายุที่จะเสนอให้คำเสนอแนะส่งไปยังรัฐบาลใช่ไหมครับ ขออนุญาตจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ คือมีท่านใด เห็นควรว่าไม่ต้องส่งรัฐบาลไปดำเนินการตามที่พวกเราได้เสนอแนะไป
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ส่งคำเสนอแนะของสมาชิกที่ได้อภิปรายเสนอแนะรัฐบาลต่าง ๆ ไปดำเนินการต่อ ถือว่าเป็นการจบการพิจารณาญัตตินี้นะครับ วันนี้ก็ประชุมพอสมควรแล้ว ขออนุญาตปิดประชุมครับ พรุ่งนี้ประชุม ๐๙.๓๐ นาฬิกานะครับ