โกวิทย์ พวงงาม อภิปรายประเด็นปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 โดยเน้นย้ำความเร่งด่วนในการศึกษาและแก้ไขอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอให้ทบทวนประสิทธิภาพของมาตรการรัฐและโครงสร้างการควบคุมมลพิษเพื่อความยั่งยืน หารือปัญหาขาดการบูรณาการของหน่วยงานรัฐในการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับชาติและนานาชาติ และเสนอให้ใช้กลไกท้องถิ่นร่วมกับภาคประชาสังคม พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในประชาชนเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติที่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมเองความจริงสนับสนุนเพราะว่าในอดีตเราเคยอยู่ในชนบทเคยเป็นเด็กบ้านนอก ผมคิดว่า เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในเมื่อสัก ๒๐-๓๐ ปีที่ผ่านมา แต่วันหนึ่งปัจจุบันผมไปดูประมาณ ปี ๒๕๑๖ มันเกิดเหตุการณ์ที่มีมลพิษทำให้คนทั่วโลกต้องสูญเสียชีวิตไป ๔ ล้านกว่าคน และเหตุที่เสียชีวิตก็เพราะว่าเกิดจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ทำให้ผมตระหนักว่าชีวิตของมนุษย์ มันมีความตายด้วยฝุ่นละอองที่เรามองไม่เห็น ซึ่งบอกว่าเล็กกว่าเส้นผมถึง ๒๐ เท่า สิ่งเหล่านี้ มันเป็นภัยที่น่ากลัว เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้วแต่สิ่งที่ผมอยากบอกผ่านท่านประธาน เพื่อให้กรรมาธิการที่ไปศึกษานี้ได้พยายามค้นคว้าแล้วก็ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ว่าสาเหตุ จริง ๆ มันเกิดจากอะไร เป็นอย่างไร ซึ่งส่วนหนึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายพูดไปก็มากแล้ว ผมคิดว่าถ้าดูจริง ๆ แล้วก็น่ากลัวในแง่ของการเกิดขึ้นต่อโรคนี้ต่อบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของหลอดเลือด ทางเดินหายใจ มะเร็งปอด โรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น นี่คือภยันตราย ที่มาจากพิษภัยที่เราเรียกว่าฝุ่นละอองอย่างที่กล่าวถึง แต่ผมอยากจะตั้งคำถามว่าการพัฒนา ที่มุ่งความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มุ่งในแง่ของการสร้างกระแสหลัก การมุ่งแบบนี้แม้ว่าจะ ทำความเจริญให้กับประเทศ แต่เมื่อขาดการควบคุม ขาดกลไกการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ มันก็ส่งผลต่อภยันตรายที่จะเกิดขึ้น กราบเรียนท่านประธานว่ามาตรการที่ ครม. ได้ออกมา ๑๒ ประการ ผมขอยกตัวอย่างซึ่งเพื่อนสมาชิกได้พูดไปบ้างแล้ว เพื่อให้เห็นว่าประสิทธิภาพ ของกลไกภาครัฐต่อการควบคุมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจการลงทุนก็ตาม มันไม่มี ประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างมาตรการบอกว่าตรวจสอบวัดควันดำรถโดยสาร รถบรรทุก เป็นต้น ประการต่อมาบอกว่าตรวจสอบโรงงานที่ทำให้เกิดฝุ่น แล้วก็ตรวจสอบการก่อสร้างที่ทำให้ เกิดฝุ่น เป็นต้น ๓-๔ ประการที่เป็นมาตรการนี้ผมอยากจะตั้งคำถามท่านประธานไปว่า มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ กลไกภาครัฐ กระทรวง ทบวง กรม ที่ดูแลเรื่องต่าง ๆ ก็ทำอยู่แล้ว ไม่ใช่หรือครับ เมื่อกลไกภาครัฐมีหน้าที่และมีอำนาจแต่ว่าไม่มีประสิทธิภาพแล้วรัฐบาลเอง ก็มาออกมาตรการแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมเข้าใจว่าอย่างไรเสียมันก็แก้ปัญหาไปสู่ความยั่งยืน ไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเรียนว่าการเปลี่ยนโครงสร้างภาครัฐก็ดีในการดำเนินการ อย่างจริงจังมันถึงเวลาที่จะต้องดำเนินการ ผมมีข้อเสนอสัก ๒-๓ ประเด็นเพื่อจะทำให้ ทางกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นได้ไปพิจารณา
ประการแรก ก็คือว่าเมื่อสักครู่ผมพูดถึงว่าหน่วยงานภาครัฐขาดประสิทธิภาพ ที่จะควบคุมตรวจสอบ ผมอยากจะบอกว่าในระดับชาติขาดการบูรณาการการแก้ปัญหา หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้มันเกี่ยวพันกันหลายหน่วยด้วยกันไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น แต่ละกระทรวงก็แยกส่วนกันทำเพราะบางเรื่องมันต้องบูรณาการกันทำ สิ่งเหล่านี้ ผมเรียนท่านประธานว่าการแยกส่วนกันทำที่ขาดบูรณาการนำมาสู่การขาดประสิทธิภาพ ในการแก้ไขปัญหา ในระดับอาเซียน (ASEAN) ก็ดีที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึงเรื่องของ ควันก็ดี เรื่องการเผาก็ดี มันมีอิทธิพลส่งผลมาสู่ประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องไปดูในเรื่องของกฎบัตรอาเซียน (ASEAN) ในเรื่องของฝุ่นละอองซึ่งจะต้องกระทำ อย่างจริงจังนี่คือระดับชาติและนานาชาติ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในระดับท้องถิ่นผมให้ ความสำคัญของการใช้กลไกท้องถิ่นในการแก้ปัญหา ซึ่งบางส่วนเพื่อนสมาชิกได้นำเรียน ท่านประธานไปแล้ว ผมอยากจะเรียนว่ากลไกท้องถิ่นนั้นรู้ปัญหาแล้วก็รู้ข้อมูลดี แม้กระทั่ง เรื่องของการเผาในทางการเกษตรก็ดีซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาคมท้องถิ่น ที่ร่วมมืออาจจะใช้กลไกการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการออกข้อบัญญัติประชาคม หมู่บ้าน ประชาคมตำบลที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้และกระจายไปทั่วทั้งประเทศ และสิ่งเหล่านี้ มันเป็นการเปลี่ยนมือจากโครงสร้างอำนาจรัฐที่ขาดประสิทธิภาพและมีความอ่อนแอมาทำให้ ภาคประชาสังคมภาคท้องถิ่นมีความเข้มแข็งแล้วก็จัดการปัญหาเรื่องนี้ในระดับต้น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการการใช้รถยนต์ก็ดี มาตรการการเผาป่าก็ดี มาตรการในการดูแลโรงงาน อุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ก็ดี ผมคิดว่าการใช้การควบคุมโดยภาคประชาสังคมก็มีส่วนครับ การมีส่วนร่วมของประชาชนก็เป็นส่วนหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกได้พูดแล้ว เพราะฉะนั้นการศึกษา ครั้งนี้ต้องดูอย่างรอบด้านแล้วก็มีการครอบคลุมทุกประเด็น มีประเด็นเรื่องหนึ่งที่มติ ครม. เมื่อวานพูดถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องฝุ่น ความจริงผมก็ไม่มีความรู้ แต่วันนี้พยายามศึกษาพบข้อมูลว่ามันเป็นเรื่องที่น่ากลัวและเป็นภัยที่เรามองไม่เห็นว่าเราจะ เจอเมื่อไร อย่างไร แต่การสร้างความเข้าใจที่ใช้กลไกให้ประชาชนตระหนักและเห็นถึงพิษภัย เห็นถึงสิ่งที่กระทบต่อตัวเอง กระทบต่อปัญหาเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมันเป็นประเด็นที่จะต้อง กระทำอย่างยิ่ง ผมคิดว่าเราต้องมองไม่ใช่เฉพาะวันนี้ในการแก้ปัญหา แต่เรามองไปข้างหน้า ๕ ปี ๑๐ ปี เราจะสร้างสังคม ทรัพยากรและสิ่งที่เป็นอยู่ในประเทศของเราอย่างไร ตั้งแต่ การทบทวนการพัฒนาที่มีความเจริญเติบโตที่ให้ความสำคัญ ในภาพสิ่งที่ทำให้ก่อปัญหากับสิ่งที่เราจะมาคิดถึงฐานข้างล่างที่จะให้ประชาคมพื้นที่ท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดีได้คิดเรื่องเหล่านี้จากข้างล่างขึ้นมาแล้วก็มีส่วนร่วมในการคิด ออกแบบเมืองของตัวเองที่จะต้องรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร รวมทั้งมลพิษต่าง ๆ ที่จะ เกิดขึ้นในการควบคุมกันเองของพี่น้องประชาชนที่เขาตระหนักในเรื่องพิษภัยเหล่านี้ นี่คือ สิ่งที่ผมอยากจะฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นได้ศึกษาได้พิจารณา อย่างรอบด้านเพื่อในการจัดตั้งและเห็นด้วยในการจัดตั้งกรรมาธิการนี้ ขอบคุณครับ