วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ชี้ปัญหาน้ำท่วมและฝุ่นละออง PM 2.5 ที่สะสมมานาน โดยเฉพาะในภาคเหนือ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว พร้อมวิพากษ์การจัดการที่ขาดการวางแผนล่วงหน้าและการสนับสนุนที่เพียงพอ จนนำไปสู่เหตุการณ์บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง มีระบบ และจริงจังมากยิ่งขึ้น
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ต้องยอมรับครับว่า ปัญหาเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดปีนี้ เป็นปัญหาที่เกิดสะสมมาหลายปี แล้ววันนี้ต้องถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ นอกจากนั้นปัญหาไม่ได้เกิดเฉพาะในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลเท่านั้น ปัญหาเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี้ในภาคเหนือตอนบน ๒ ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นปัญหาหนัก มีผลกระทบต่อเรื่องเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวของภาคเหนือ ตอนบนเป็นอย่างยิ่งเลย จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือตอนบน ที่ผ่านมานั้น มีการแก้ไขเป็นระยะ ๆ แต่การแก้ไขนั้นไม่มีการวางแผนล่วงหน้า ไม่มีการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงรายนั้นได้ประกาศช่วงห้ามเผา ๓๐ วันห้ามเผา แล้วก็มีการป้องกัน ระดมพี่น้องประชาชน ผู้นำหมู่บ้านทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทางองค์การ บริหารส่วนท้องถิ่น พี่น้อง อปพร. พี่น้อง ชรบ. เข้าไปประจำจุดชายป่าที่เกิดการเผาที่เกิด จากไฟไหม้ แต่การแก้ไขถือว่าได้ผลระดับหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะอะไรครับ เพราะว่าไม่มี การเตรียมการมาก่อน ไม่มีการให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชนที่เข้าไปช่วยเป็นอาสาสมัคร ต้องนอนเฝ้าจุดชายต่อระหว่างชายป่าตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องดับไฟ ไม่มีอุปกรณ์สนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องดับไฟ อุปกรณ์ในการป้องกันตัว อุปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับ เรื่องหน้ากาก ท่านประธานเชื่อหรือไม่ครับว่าทุกปีบาดเจ็บจากการเข้าไปดับไฟป่าโดยตลอด โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ๒ ปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตซึ่งเหล่านี้รัฐบาลก็เพียงแต่รับทราบ แต่ว่าไม่เคยตระหนักหรือหามาตรการป้องกันแก้ไข ผมจึงใช้คำว่า ป้องกันได้ระดับหนึ่ง เท่านั้นเอง เนื่องจากไม่มีมาตรการต่อเนื่อง วันนี้ชี้ให้เห็นว่าผลจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น เรื่องเศรษฐกิจ สิ่งที่ผมเป็นห่วงวันนี้หลายท่านก็ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ความเจ็บป่วย ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
วันนี้จะเห็นว่าสไลด์ (Slide) อันนี้ เป็นสไลด์ (Slide) ที่พี่น้องประชาชนได้พูดถึงว่าความเจ็บป่วยจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ เด็ก คนชรา หรือว่าผู้ที่เจ็บป่วยเกี่ยวกับเรื่องระบบหายใจ ที่เห็นนี้คือเด็กแพ้ ปากบวม อาเจียนออกมาเป็นเลือด สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อีกภาพหนึ่ง เป็นคนป่วยที่ได้รับผลกระทบจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คนป่วยรายนี้ใส่หน้ากากออกจากบ้าน แค่เวลา ๑๕ นาที ใส่หน้ากากแต่ปรากฏว่าเกิดการอักเสบที่ตา แม้เราจะป้องกันไม่ให้เข้าสู่ ร่างกายได้ระดับหนึ่งแต่ผลกระทบมาก็คืออักเสบที่ตา แต่ท่านประธานครับ ความเจ็บป่วย เหล่านี้วันนี้ก็ยิ่งน่าตกใจ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ภาพนี้ต้องเรียนครับว่าผมได้นำมาจาก ทางวิชาการซึ่งขอเอ่ยนามท่านเป็นคุณหมอนะครับ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ท่านเป็นหมอทางจิตเวช ท่านประธานแปลกใจหรือไม่ว่าทำไมจิตเวชต้องมาเกี่ยวข้องวันนี้ สไลด์ (Slide) นี้คุณหมอท่านนั้นเป็นนักวิชาการ เป็นอาจารย์หมอและมีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเรื่องจิตเวช ท่านเขียนบทความลงหลายที่ สไลด์ (Slide) นี้ ผมขอนำท่านมานะครับว่าท่านจะเห็นเบื้องต้นผลกระทบจากปอดเข้าไปสู่ปอด ได้รับผลกระทบชัดเจน เข้าไปสู่กระแสเลือดทำให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ แต่ท่านประธานเชื่อ หรือไม่ครับว่าจากรูปด้านซ้ายมือจะเห็นลูกศรแดง ๆ ที่มีฝุ่นแล้วก็เข้าไปสู่สมองแล้ว ตรงนี้ น่าตกใจว่าวันนี้ผลกระทบจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นไม่ใช่แค่ระดับผิวหนัง ระดับเรื่องระบบ หายใจเท่านั้น แต่คุณหมอได้เขียนวิชาการแล้วก็มีผลการยืนยันว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น มีผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องโรคทางจิตเวชแล้ว ผมขออนุญาตอ่านสั้น ๆ ที่คุณหมอได้เขียนไว้ ประกอบกับสไลด์ (Slide) ชุดนี้ซึ่งได้ขออนุญาตนำผลการเขียนของคุณหมอออกมา สไลด์ (Slide) ตรงลูกศรแดง ๆ ที่ขึ้นไปสู่สมองแล้ว คุณหมอเขียนไว้ว่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผ่านโพรงจมูกขึ้นไปทำลายสมองส่วนหน้า เด็กป่วยตรงทำให้เซลล์ (Cell) สมองเสื่อมสภาพ มีความเสี่ยงต่อความบกพร่องด้านการคิด การพัฒนาผิดปกติและโรคทางจิตเวช วันนี้มีเด็ก ที่ต้องรักษาทางจิตเวชเป็นผลมาจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คุณหมอยืนยันในบทความแล้วก็ มีเด็กได้รับผลกระทบ เด็กที่ได้รับผลกระทบเดิมทีเป็นเด็กร่าเริง แจ่มใส พอมีผลจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เนื่องจากเข้าไปทำลายสมองส่วนหน้า เด็กมีอาการเซื่องซึมไม่พูดไม่จา ปรากฏว่า สมองส่วนหน้าได้รับผลกระทบกระเทือนต้องมีการรักษาทางจิตเวช นี่ละครับท่านประธาน เราจะเห็นได้ว่าผลกระทบนับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อีกสิ่งหนึ่งที่ผมจะขอนำเรียนว่าวันนี้ การแก้ไขของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐบาล หลายท่านได้พูดไปแล้วว่าวันนี้รัฐบาลเอง ส่งสัญญาณผิด ๆ ไม่ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าการใส่ใจของรัฐบาล ไม่จริงไม่ต่อเนื่องมองเห็นว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นเป็นเรื่องปกติ พี่น้องประชาชนต้องอยู่ ให้ได้ เมื่อมีฝุ่นก็อย่าออกไปกลางแจ้ง เมื่อมีฝุ่นจะออกไปก็ให้ใส่หน้ากาก ส่งสัญญาณอย่างนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ท่านคิดว่าสักระยะหนึ่งปัญหาก็จะหายไป ปีหน้าก็ว่ากันใหม่จะเอาอย่างนั้น หรือครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ถูกต้อง ท่านต้องมีการแก้ไข ต้องตั้งใจว่าก่อนที่จะเกิดเหตุวันนี้ ๒ ปีที่แล้วก็เกิดอย่างนี้ทำไมไม่มีมาตรการป้องกันแก้ไข ทำไมไม่มีสิ่งต่าง ๆ ที่สมาชิกสภาแห่งนี้ได้ชี้นำว่าทำไมไม่ให้ความรู้ ทำไมไม่มีการป้องกัน ทำไมไม่มีการแก้ไขเพื่อให้ปัญหานั้นเบาบางลง เพราะอะไรครับ ผมคิดว่าวันนี้ส่วนที่เกี่ยวข้อง ก็เหมือนกับไฟไหม้ฟาง ให้ปัญหาที่รุกเร้ามานี้คิดว่าไม่กี่วัน ก็คงหายไป แต่ปีหน้าเริ่มกันใหม่ แล้วก็จะหนักขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ วันนี้พี่น้องประชาชนถามแล้วมีคำตอบแล้ว ผมจะฝากไปที่ท่านประธานเล่าสู่ท่านสมาชิกต่อพี่น้องประชาชน คำถามว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ อย่างไร วันที่ประชาชนไปออกกำลังกายนอกบ้านคือการทำลายสุขภาพของตัวเอง การพาลูก ออกไปเล่นนอกบ้านคือการทำลายสุขภาพของเขาอย่างนั้นหรือ วันนี้ขอฝากครับว่าการที่เรา มีกรรมาธิการนี้ผมคิดว่าต้องสรุปให้รัฐบาลแก้ไขอย่างมีระบบและต่อเนื่องไม่ใช่เป็นไฟไหม้ฟาง ไม่ใช่ให้ความเห็นว่าการมีฝุ่นพีเอ็ม (PM) นั้นเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องปรับตัวให้อยู่กับฝุ่น พีเอ็ม (PM) ให้ได้ ขอบคุณครับ