สรัสนันท์ อรรณนพพร วิพากษ์วิจารณ์การจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ขาดความจริงจังและแผนระยะยาว พร้อมเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานพิเศษแบบซูเปอร์เอเจนซีเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ เช่น ตัวอย่างจากประเทศจีนที่มีการตั้งกระทรวงสิ่งแวดล้อมและดำเนินมาตรการระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม
ค่ะ ท่านก็ได้ออกไปให้ความรู้ ประชาชนนะคะถือว่าเป็นเรื่องดี แจกหน้ากากอนามัย แต่ก็เหมือนทำพอไปทีค่ะ เพราะว่า หน้ากากที่ท่านแจกเป็นหน้ากากปกติ ไม่ได้ช่วยเหลือเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แต่อย่างใด ท่านประธานทราบไหมคะว่าประเทศเกาหลีใต้พอมีค่าวัดฝุ่นเกินมาตรฐานแค่ ๒ วันเท่านั้น ผู้นำประเทศเขาแสดงความเป็นผู้นำถกประชุมกันมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาเยอะแยะมากมาย อย่างเช่นมาตรการระยะสั้นออกเตือนประชาชนค่ะ อันดับแรกที่เขาทำคือเตือนประชาชน เขาไม่ได้ห่วงหน้าห่วงตาเหมือนรัฐบาลบ้านเรา บอกให้ประชาชนอยู่ในอาคารบ้านเรือนดูแล ตัวเองดี ๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก ผู้มีครรภ์ ถ้าจะออกก็ขอให้สวมหน้ากากอนามัย แต่ที่สำคัญที่สุดคือเขาส่งข้อความเตือนประชาชนแบบเรียลไทม์ (Real time) เป็นประจำ ทุก ๆ วัน อันนี้คือการแสดงความจริงใจต่อประชาชน แล้วประชาชนค่อนข้างเห็นใจแล้วก็เข้าใจ ว่าปัญหาฝุ่นเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องได้รับการแก้ไขแบบมหภาค เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาล ของเราทำมาจนถึงทุกวันนี้ ดิฉันตั้งข้อสงสัยว่ามีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาจริงหรือ หรือว่า จะปล่อยให้ฝุ่นมันหายไปแล้วปัญหามันก็จะกลับมาซ้ำแล้วซ้ำอีกทุก ๆ ปี เราต้องรอให้สังคม มากดดันท่านมาก ๆ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ท่านได้ออกมาตรการมา ๑๒ มาตรการ ก็ดีอย่างน้อย ท่านก็เริ่มทำอะไรสักอย่างแล้ว แต่สุดท้ายมันก็เป็นการปิดแผลนะคะ ท่านไปเน้นที่ปลายเหตุ ผลักภาระให้ประชาชน เช่น ออกมาให้จับควันดำบ้าง หรือว่าวันคู่ วันคี่ไม่ให้ใช้รถบ้าง ก็ทำดี เหมือนกัน ทำแต่ว่าได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ตามความสามารถของท่านนะคะ แต่คำถามที่ดิฉัน ถามตัวเองในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาคือประเทศไทยของเราจะวนลูป (Loop) นี้ไปอีกนาน สักเท่าไร เหมือนปัญหาภัยแล้งก็ดี ปัญหาน้ำท่วมก็ดี เป็นอย่างนี้ตลอด ประเทศเราไม่เคย มีแผนระยะยาว แผนบูรณาการที่จะสามารถแก้ไขปัญหาขนาดใหญ่เหล่านี้ได้ รวมถึงปัญหา มลภาวะฝุ่นที่เรากำลังเจออยู่ ณ ตอนนี้ วันนี้เราต้องคิดค่ะว่าแผนระยะยาวเราจะทำอย่างไร หลักวอต (What) วู (Who) เวน (When) ฮาว (How) ท่านจะต้องตอบให้ได้ว่าอีก ๕ ปี ๑๐ ปี ท่านจะทำอย่างไร ดิฉันก็ได้หาข้อมูลเบื้องต้นนะคะ หลาย ๆ ท่านที่มีความสันทัดเรื่องฝุ่น เรื่องมลภาวะท่านก็ออกมาเปิดเผยเบื้องต้นว่าประเทศไทยเรามีปัญหาเรื่องโครงสร้าง โครงสร้างในที่นี้หมายถึงเราไม่มีองค์กรที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรง ดิฉันก็เลยได้ยื่นญัตตินี้ ขึ้นมาเพื่อให้ทำการศึกษาจัดตั้งหน่วยงานลักษณะนี้เพื่อที่จะมาดูแลอย่างจริงจังหรือเรียกว่า ซูเปอร์เอเจนซี (Super agency) ก็ได้ ก็จะมีหน้าที่แล้วก็อำนาจที่มากพอที่จะผลักดันมาตรการ ออกแบบกฎหมายสิ่งแวดล้อมนะคะ เอาบุคลากรเก่ง ๆ มารวมกันแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีก็มีงบกลางค่อนข้างเยอะ ก็เจียดงบส่วนนี้มาลงทุนกับหน่วยงานพิเศษ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาระยะสั้นและระยะยาวก็จะเป็นการดีค่ะ ปกติเวลาท่านนายกรัฐมนตรี จะสั่งแก้ไขปัญหาอะไรต่าง ๆ ประเทศเราจะไม่มีเจ้าภาพในการรับผิดชอบภารกิจโดยตรง อย่างเช่น ๑๒ มาตรการที่ท่านสั่งไปเมื่อวานนี้นะคะ มีเป็นสิบ ๆ หน่วยงานที่จะต้องรับงานไป รับผิดชอบ แต่หน่วยงานก็ทำพอไปทีละตามคำสั่ง และที่สำคัญก็คือมันไม่มีหน่วยชี้วัดผลงาน ที่ชัดเจนและอย่างเป็นรูปธรรมนะคะ แนวทางแก้ไขปัญหาพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของหลาย ๆ ประเทศ หลายท่านอาจจะได้พูดถึงประเทศจีน ประเทศเกาหลี วันนี้ดิฉันขออนุญาตนำเสนอ แล้วก็พูดถึงประเทศจีน เพราะว่าเขาประกาศสงครามกับสิ่งแวดล้อมแล้วเขาก็ตั้งหน่วยงาน พิเศษขึ้นมา มีศูนย์พิทักษ์สิ่งแวดล้อมในทุก ๆ มณฑลของเขา แต่ที่มากไปกว่านั้นค่ะ ท่านประธานาธิบดีของประเทศจีนเขาให้ความสำคัญกับเรื่องพิทักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง จัดตั้งกระทรวงใหม่ขึ้นมาชื่อว่ามินิสทรี ออฟ อีโคโลจี แอนด์ เอนไวรอนเมนต์ (Ministry of Ecology and Environment) เมื่อ ๒ ปีที่แล้วแสดงว่าปัญหานี้เพิ่งกระทบกับประเทศจีน แล้วเขาก็มีมาตรการระยะยาวที่จะมารับผิดชอบดูแลเรื่องนี้โดยตรง กระทรวงนี้ดูแลเรื่องดิน น้ำ ลม ไฟทั้งหมดในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของประเทศเขา จากเวลาประมาณ ๕ ปี ๖ ปี ที่ผ่านมาประเทศจีนถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างสิ้นเชิงแต่เราก็เห็นว่า ค่ามาตรฐานแล้วก็ค่ามลพิษต่าง ๆ ลดลงมากอย่างมีนัยสำคัญ ลองให้ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐมนตรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ ณ ตอนนี้ลองศึกษาดูนะคะว่าของประเทศจีน เขาทำอย่างไรบ้าง เขาลดลงได้ถึง ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ในเมืองใหญ่ แล้วประเทศจีนก็ยังมีแผน เพื่ออนาคตอีกนะคะ เขาไม่ได้คิดแค่ว่าแก้ปัญหาวันนี้จบอย่างไร หรือว่าในระยะ ๕ ปี ๑๐ ปี จบไปอย่างไร เขายังคิดต่อว่าปัญหาหลักของเขาคือการที่มีรถยนต์เป็นจำนวนมากที่เป็นต้นตอ ของมลพิษนี้เขาจึงวางแผนตั้งเป้าว่าประเทศของเขาจะต้องมีรถยนต์ไฟฟ้าใช้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกวันนี้เงินหลายสิบล้านล้านของเขาลงทุนไปกับสถานีชาร์จ (Charge) รถแล้วก็เลือกให้บริษัท โรงงานต่าง ๆ เข้ามาลงทุนผลิตไม่ว่าอะไรก็ตาม คือเขามีแผนที่ชัดเจนว่าจะทำอย่างไรในอนาคต เพื่อที่จะพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของเขา ประเทศสหรัฐอเมริกาก็คล้ายคลึงเช่นกันมีองค์กรขึ้นตรง กับประธานาธิบดีที่มีอำนาจสามารถออกกฎหมายที่จะสามารถสั่งกระทรวงอื่นได้อีกทีหนึ่ง อันนี้คือความที่ผู้นำของประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉัน ต้องการจะอภิปรายวันนี้คือหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงมีความสำคัญมาก ๆ กับการแก้ไข ปัญหาลักษณะนี้นะคะ จะต้องใช้เวลาเพราะฉะนั้นเริ่มเสียตั้งแต่วันนี้ยังดีกว่าจะต้องมาเสียใจ อีก ๑๐ ปี เพราะว่าชีวิตของประชาชนตอนนี้อยู่ในภัยอันตรายแล้วก็จะต้องตั้งเป้าให้ชัดเจน จะต้องวัดได้ด้วย แล้วดิฉันเห็นว่าการที่ดิฉันได้ยื่นญัตติศึกษาจัดตั้งองค์กรลักษณะนี้ขึ้นมาจะ เป็นประโยชน์เพื่อที่จะผลักดันแผนระยะยาวสำหรับประเทศเพื่อที่จะแก้ไขปัญหามลภาวะ ทางอากาศต่อไปค่ะ ขออนุญาตที่ประชุมวันนี้ให้ความสำคัญแล้วก็เห็นด้วยในการจัดตั้ง กรรมาธิการวิสามัญต่อไป ขอบคุณค่ะ